[ONE PIECE] All LUFFY รวมเรื่องรักของหนุ่มหมวกฟาง 2

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,790 Views

  • 791 Comments

  • 819 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,106

    Overall
    34,790

ตอนที่ 74 : Oh! My Pirate EP.12 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    28 เม.ย. 62





 

Oh! My Pirate EP.12




 

                ผมหวีดลั่นเสียงดังเมื่อปลายกระบอกปืนจ่อไปที่ศีรษะของโทราโอะ หากแต่ความเร็วของผมก็มากพอที่จะพุ่งตัวไปยืนขวางวิถีกระสุนไม่ให้มันได้ทำร้ายโทราโอะได้อีก ลูกตะกั่วที่พุ่งมาด้วยความเร็วถูกร่างของผมรับเอาไว้ทั้งหมดก่อนที่มันจะร่วงสู่พื้นอย่างไร้ประโยชน์


                “แกกล้าขวางทางฉันเหรอ!” เสียงอำมหิตคำรามลั่น “หลบไป ฉันจะฆ่ามัน”


                เพราะถูกตวาดใส่ก่อนผมจึงต้องสวนกลับด้วยการตวาดลั่นตอกกลับไป “มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” พร้อมกับการยืดเท้าออกไปเตะอัดร่างหนาสุดแรงเกิดจนร่างของมันกระเด็นออกไปไกล


                “แก!” เจ้าโจ๊กเกอร์คำรามเดือดจัดก่อนดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับลูกเตะเมื่อครู่ไม่สามารถทำอะไรมันได้ นัยน์ตาหลังกรอบแว่นนั่นคงฉายแววฆ่าฟันผมเต็มที


                “ฉันจะฆ่าแก...รวมทั้งลอว์ด้วย”


                “ฉันก็อยากฆ่าแกเหมือนกัน” ผมเค้นเสียงหนักแน่นพลางเบนตามองโทราโอะที่ยังคงนอนฟุบหน้าอยู่กับพื้น แม้สภาพของอีกฝ่ายย่ำแย่เต็มทีแต่นี่ไม่ใช่เวลาเข้าไปร้องไห้โวยวาย เพราะผมรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ตาย...โทราโอะถูกยิงด้วยกระสุนนับไม่ถ้วนก็จริงแต่เขาฉลาดพอที่จะไม่ให้กระสุนพุ่งเข้ากลางหัวใจตั้งแต่นัดแรกๆ


                เพราะหากเขาพลาดเพียงครั้งเดียว คนที่จะต้องตายคงกลายเป็นผมซะเอง


                “หึๆ เข้ามาเลย คุณทหารเรือ ฉันรอจะฆ่าแกแทบไม่ไหวแล้ว” สิ้นประโยคนั้นเราสองคนก็พุ่งเข้าอัดกำปั้นใส่กันอย่างตรงไปตรงมาพร้อมๆ กับประชันฮาคิราชันย์ของทั้งสองฝ่าย


                ตู้ม! แรงอัดกระแทกมีมากพอที่จะพัดปลิวสิ่งอื่นๆ ให้กระจายออกเป็นวงกว้าง หางตาผมเหลือบเห็นร่างของโทราโอะปลิวไปพร้อมกับแรงกระแทกนั้นด้วย


                บ้าจริง! เขาอยู่ใกล้ลานต่อสู้มากเกินไป แบบนี้อันตรายแน่นอน


                ผมคิดในใจพร้อมกับเหวี่ยงหมัดถัดไปใส่ศัตรูตรงหน้า เจ้าโจ๊กเกอร์ที่ดูจะรู้ทันความคิดรีบเหวี่ยงด้ายเส้นเล็กๆ จากปลายนิ้วตัวเองไปพันรอบร่างของโทราโอะไว้แล้วกระตุกเพียงครั้งเดียวร่างของโทราโอะก็ลอยมาหล่นฟุบอยู่แทบเท้าของหมอนั่น


                “แก! เอาเท้าออกจากศีรษะของโทราโอะเดี๋ยวนี้นะ!” ความอดทนของผมขาดผึ่งยามเห็นว่าโทราโอะกำลังตกที่นั่งลำบาก


                “ไม่ดีแน่” ผมกระซิบพึมพำกับตัวเอง


                “แกคงรักมันมากสินะ” เสียงเย้ยหยันดังขึ้นพร้อมกับปลายเท้าของมันบดขยี้ลงบนศีรษะของโทราโอะ “งั้นฉันจะฆ่ามันต่อหน้าแกดีไหม”


                เกียร์สอง! ผมอาศัยความเร็วจากเกียร์สองเพื่อให้สามารถเข้าไปแย่งชิงโทราโอะกลับมา ภายในเวลาสั้นๆ ก่อนที่ปลายเท้าของหมอนั่นจะกระแทกลงบนศีรษะของโทราโอะอย่างจังผมก็โน้มลงไปอุ้มเขาพาดบ่าแล้วกระโจนหนีลงมาเบื้องล่างทันที


                “หึ! ไวสมกับเป็นลิงจริงๆ” เสียงค่อนขอดดังไล่หลังมาเรื่อยๆ ผมกัดฟันแน่นก่อนเร่งฝีเท้าตัวเองให้เร็วขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นสายตาดันบังเอิญเห็นพวกลูกน้องของเขาที่แยกย้ายกันไปหาเอกสารสำคัญเข้าพอดี ผมจึงโยนร่างของโทราโอะออกไปสุดแรง


                “ฝากโทราโอะด้วยนะ!” โชคดีที่พวกนั้นสัญชาตญาณค่อนข้างดี พวกเขาจึงรับร่างของกัปตันตนเองได้ทันท่วงที หากแต่ไม่วายตะโกนด่าทอผมเสียยกใหญ่


                “พาหมอนั่นไปรักษาเร็วเข้า” ผมตะโกนสั่งพร้อมกับหมุนตัวกลับทางเดิม เกียร์สามถูกงัดออกมาใช้เพื่อสกัดกั้นไม่ให้โจ๊กเกอร์ตามพวกโทราโอะไป


                ตู้มมม!


                เสียงหมัดครั้งนี้รุนแรงกว่าที่ผ่านมา เจ้าโจ๊กเกอร์ถูกหมัดคนยักษ์อัดกระเด็นกลับไปทางยอดปราสาทเช่นเดิม




                เมื่อย้อนกลับมาที่ยอดปราสาทเช่นเดิม ผมก็ต้องมุ่นคิ้วหนักที่เห็นศัตรูตัวร้ายค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนอีกครั้งราวกับหมัดของผมเมื่อครู่ไม่สะทกสะเทือนผิวหนังแม้แต่น้อย ผมขบกรามแน่นพลางเร่งคิดหาวิธีเอาชนะอีกฝ่ายไปด้วย


                ถ้าลองใช้ไอ้นั่น...จะดีหรือเปล่านะ


                ผมครุ่นคิดอยู่กับตัวเองจนไม่ทันระวังจนโดนอีกฝ่ายซัดเข้าใส่เต็มแรงจนถลาไปกระแทกกับขอบกำแพงเข้า


                อ่า...หมอนี่มันใช้ฮาคิด้วย หมัดของมันจึงมีพลังทำลายมากมายจนผมซึ่งเป็นมนุษย์ยางยังแทบกระอักเลือด


                “แกช่วยมันไม่ได้หรอก เจ้าทหารเรือชั้นต่ำ” โจ๊กเกอร์แสยะยิ้มก่อนยกมือค้างกลางอากาศ ฉับพลันบนท้องฟ้าก็ปรากฏเป็นเส้นใยสีขาวแผ่กระจายปกคลุมทั่วทั้งเกาะ


                “นั่นแกจะทำอะไร!” ผมมองด้วยความสับสนงุนงง


                “กรงขังที่จะขังพวกแกยังไงล่ะ” อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างเลือดเย็น “จะไม่มีแมลงตัวไหนหลุดพ้นไปจากกรงขังนี้ได้หรอก”


                “ฉันนี่แหละที่จะทำลายมันเอง!” ผมจะโกนลั่นอย่างฮึกเหิม จากนั้นก็ยืดเท้าขึ้นสูงพร้อมเสริมพลังด้วยฮาคิเกราะ “แต่ก่อนจะทำลายกรงนั้น ฉันขอซัดแกให้กระเด็นซะก่อน!


                “ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู” โจ๊เกอร์พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมหดเท้าลงมา ทว่าด้วยความไม่ระมัดระวัง อีกฝ่ายจึงตวัดมือไปยังพื้นหินใต้ฝ่าเท้าจนมันถูกทำลายลง ส่งผลให้ร่างของผมร่วงหล่นลงไปด้านล่างอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงพังทลายดังโครมใหญ่ กระนั้นก็ยังไม่วายมีเสียงตูมตามของเศษหินหล่นกระทบลงมาอย่างต่อเนื่อง โจ๊กเกอร์ยอมทำลายปราสาทของตนเพียงเพื่อหวังจะหมายเอาชีวิตของผมเลยหรือ


                “หึหึหึ เป็นยังไงล่ะ” มันถามเสียงเหี้ยมเกรียมก่อนกระชากคอของผมยกขึ้นเหนือพื้น แรงบีบรัดบริเวณต้นคอสร้างความทรมานจนแทบขาดใจ ผมข่มความเจ็บปวดก่อนยืดคอออกยาวพรืดแล้วโหม่งกระแทกหน้าผากกว้างของอีกฝ่ายอย่างจัง เมื่อมือหนาหลุดออกผมก็รีบดีดตัวและกระโจนออกทางหน้าต่างเพื่อหาที่หลบหนีสำหรับการเตรียมใช้พลังสุดยอดของตัวเอง


                ขวับๆ


                เสียงฟาดของเส้นด้ายแหวกอากาศตามหลังมาติดๆ เจ้าโจ๊กเกอร์เหอะลอยมาในอากาศพร้อมจู่โจมไปด้วย มันส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขณะไล่ล่าเอาชีวิตของผม


                “หึหึ หนีเข้าสิ!” เสียงนั้นยังคงยังตามมาหลอกหลอนยิ่งกว่าเงา ผมกระโจนและออกวิ่งบนหลังคาตึกอาคารต่างๆ กระทั่งหาที่เหมาะสำหรับการใช้เกียร์สี่เจอ ผมชะงักปลายเท้าแล้วหมุนตัวกลับไปประจันหน้ากับอีกฝ่าย


                “ถ้าใช้เจ้านี่นายไม่มีทางเอาชนะฉันได้หรอก” ผมเค้นเสียงและใช้ฮาคิเกราะเคลือบทั้งตัวพร้อมกับสูบกินฮาคิเข้าไปด้วย ร่างกายส่วนบนจึงขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับลวดลายแปลกประหลาดที่มาจากพลังของฮาคิปรากฏบนเรือนร่าง


                “เล่นบ้าอะไรของแก” เจ้าโจ๊กเกอร์หัวเราะเหยียดหยาม หากแต่กลับไม่ได้อยู่ในความสนในใจ เมื่อทุกอย่างเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ขาสองข้างก็กดเข้าไปด้านในคล้ายสปริงก่อนจะปล่อยแรงดีดจนตัวผมไม่สามารถยืนบนพื้นเฉยๆ ได้ ร่างกายต้องกระโดดดึ๋งๆ อยู่ตลอดเวลา “หยามหน้ากันเกินไปหน่อยแล้วนะแก!


                ท่าทางร่างใหม่นี้จะขัดหูขัดตาอีกฝ่ายไม่น้อย เพราะเจ้าโจ๊กเกอร์หลุดคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าโจมตีทันที


                ซึ่งจังหวะนี้เองที่ผมเลือกใช้มันโจมตีกลับ ขาที่ถูกบีบอัดพาให้ร่างพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พอๆ กับหมัดยักษ์สองข้างที่ยกขึ้นและเล็งไปยังร่างของอีกฝ่าย ในเวลาเพียงเสี้ยวเดียวหมัดก็ถูกปล่อยออกจนปะทะกับร่างอีกฝ่ายอย่างจัง เจ้าโจ๊กเกอร์กระเด็นลอยไปไกลก่อนกระแทกกับตึกสูงจนมันพังทลายลง


                โครม!


                เสียงของการทำลายดังมาจากทุกพื้นที่ ทั้งเสียงระเบิด เสียงคนกรีดร้องดังระงมอย่างน่าหดหู่ แม้ผมไม่ชอบการนองเลือดแต่กลับไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย


                ขวับ! ระหว่างครุ่นคิดอยู่นั้น ด้ายสีขาวเส้นบางจำนวนสิบเส้นก็ตวัดผ่านมาอย่างรวดเร็วจนผมแทบหลบไม่ทัน ภาพของอาคารด้านหลังถูกตัดออกเป็นเสี่ยงด้วยความคมที่ไม่อาจประเมินค่าได้


                “ไม่เลวนี่” เสียงยียวนของเจ้าโจ๊กเกอร์ดังเหนือศีรษะ มันกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมพร้อมสะบัดเสื้อคลุมออกจากบ่า “แต่แค่นี้ยังเอาชนะฉันไม่ได้หรอก”


                “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะเอาชนะแกด้วยหมัดนั่นนี่นา”


                “เหอะ หยิ่งผยองสมกับเป็นคนตระกูลมังกี้”


                “จะถือว่าเป็นคำชม” ผมยกยิ้มอย่างไม่ยี่หระ ขณะเดียวกันสมองก็พลันครุ่นคิดและหาวิธีเอาชนะอีกฝ่ายไปด้วย


                ร่างนี้อยู่ได้เพียงห้านาทีก่อนจะต้องหยุดพักอีกสิบห้านาทีเพื่อให้กลับมาใช้ฮาคิได้อีกครั้ง แต่ถึงจะบอกแบบนั้นแต่การใช้เกียร์สี่ก็มีข้อจำกัด ผมคงใช้มันได้อย่างมากสุดก็แค่สองครั้ง เกินนั้นคงได้ตายอย่างไม่ต้องสงสัย


                “แกรู้อะไรไหมเจ้าทหารเรือ เบื้องบนน่ะคิดจะกำจัดตระกูลของแกอยู่”


                “โอ้ ความรู้ใหม่เลยนะนั่น” ปากเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่สนใจ หากแต่ลึกๆ กลับกังวลไม่น้อย


                “ต่อให้เป็นจอมพลเซนโงคุก็ห้ามตาเฒ่าพวกนั้นไม่ได้หรอก”


                “งั้นเหรอ แต่ว่านะโจ๊กเกอร์...” ผมกดเสียงต่ำพลางดีดตัวหลบกระสุนด้ายของอีกฝ่ายไปด้วย “นายเองก็ไม่ได้รู้จักฉันดีพอนักหรอกนะ”


                สิ้นประโยคนั้นผมก็เข้ามาหยุดเบื้องหน้าอีกฝ่ายก่อนปล่อยหมัดซัดเต็มใบหน้าจนมันกระเด็นถอยออกไปไกล ผมเชิดหน้าทอดสายตามองร่างสูงใหญ่ที่กระเด็นกระแทกซากปรักหักพังด้วยความสมเพช


                “มีสิ่งหนึ่งที่พวกนายคำนวณพลาดไป กองกำลังฝ่ายฉันน่ะไม่ได้มีแค่ตระกูลมังกี้หรือคณะปฏิวัติหรอกนะ แต่ยังมีอีกหนึ่งขุมพลังที่สามารถสั่นคลอนโลกใบนี้เลยอย่างดีเลยเชียวล่ะ”


                “หึ...หึหึ น่าขำสิ้นดี” ร่างของเจ้าโจ๊กเกอร์ขยับเคลื่อนไหวเชื่องช้าก่อนที่มันจะทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด จู่ๆ เมืองทั้งเมืองก็กลายร่างเป็นเส้นด้ายและขยับเคลื่อนไหวตามคำสั่งของอีกฝ่าย ผมได้แต่ยืนมองด้วยความตกตะลึงเพราะไม่เคยเจอพลังแบบนี้มาก่อน


                “แก!...”


                “งั้นก็จะบอกอะไรแกสักอย่าง...อย่าได้ดูถูกเผ่ามังกรฟ้าให้มากนัก” พลันมวลด้ายมหาศาลก็พุ่งเข้ามาโจมตีผมอย่างจัง การโจมตีครั้งนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันรุนแรงและมีอนุภาพทำลายล้างสูง


                พูดก็พูดเถอะ แม้ผมจะอยู่ในร่างบาว์ซแมนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีนี้ ร่างผมดีดเด้งคล้ายลูกโป่งก่อนจะกลิ้งขลุกอย่างไม่อาจหยุดได้


                บ้าเอ้ย! นี่มันจุดอ่อนของร่างนี้เลยนะ


                ถ้าขาไม่ตั้งฉากกับพื้นแล้วผมจะเคลื่อนที่ยังไงเล่า


                ผมก่นด่าตัวเองก่อนพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง หากแต่ไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก ผมยังนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นบริเวณมุมหนึ่งของเมือง    


                ตู้ม! เสียงระเบิดและการต่อสู้ดังมาจากอีกด้านของตึก ผมเงยหน้ามองก่อนจะประสานสายตาเข้ากับนัยน์ตาสีแดงฉาน


                “นาย?” ผมส่งเสียงทักจนอีกฝ่ายขมวดคิ้วมุ่น


                “แกมาทำอะไรที่นี่”


                “ช่วยจับตัวฉันตั้งขึ้นหน่อยสิ” ผมอ้อนวอนขอ หากแต่ได้รับเพียงสายตาเบื่อหน่ายตอบกลับมา ยูสทัสสบถคำหยาบคายอยู่ในลำคอก่อนเดินหนีไปทั้งอย่างนั้น หมอนั่นอาละวาดจนตั้งที่กั้นเราไว้พังทลายเป็นฝุ่นผง


                “ไอ้บ้าหัวแดงเอ้ย” ผมตะโกนด่าอย่างเจ็บใจ ยิ่งเวลาน้อยลงอยู่ด้วย ทำไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนะ ผมหดขาและดีดกายพุ่งไปข้างหน้าขนาดกับพื้นจนชนกับตึกอาคาร แรงกระแทกทำให้ตัวลอยค้างกลางอากาศสักพัก ซึ่งผมก็ใช้จังหวะนี้ตั้งตัวลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ


                “คอยดูเถอะ จบศึกนี้เมื่อไหร่ได้เห็นดีกันแน่!” ผมคำรามอย่างหงุดหงิด แต่ทว่าจู่ๆ พลังกลับค่อยเลือนหายทีละน้อยจนร่างพองลมหดเริ่มแฟบลง ตัวผมหล่นลงบนพื้นอย่างหมดสภาพและไม่สามารถขยับเคลื่อนตัวได้


                เฮงซวย! พลังดันมาหมดเอาซะตอนนี้


                “หึหึ” ความเลวร้ายยังไม่จบลงเท่านั้นเพราะเจ้าโจ๊กเกอร์ดันเหาะตามมาทันซะได้ มันแสยะยิ้มร้ายกาจก่อนเงื้อมมือขึ้น กรงเล็บที่กางออกฟาดลงกลางอากาศจนเกิดเป็นเส้นคลื่นสีขาวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว


                ผมได้แต่หลับตาปี๋แม้จะอยากดีดตัวหนีแค่ไหน แต่ร่างกายกลับไม่สามารถทำได้ เพราะผมมันอ่อนแอจึงทำให้ต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ นี่มันไม่ใช่ภาพที่ผมหวังไว้เลยนะ ดวงตาสองคาค่อยปิดลงด้วยความเพลีย ในใจเอาแต่พร่ำขอโทษโทราโอะที่ไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้


                อ่า...จะทำยังไงดี ถ้าหัวใจถูกทำลายหมอนั่นก็ตายสินะ


                ผมครุ่นคิดหนักถึงวิธีรักษาหัวใจดวงนี้ไม่ให้ถูกทำลาย แต่มันอาจสายเกินไปแล้ว แว่วเสียงกรีดแหลมของเส้นด้ายกำลังตัดผ่านอากาศเข้ามาใกล้ทุกที


                เคร้ง! ทว่าก่อนด้านจะตัดร่างผมขาดออกเป็นท่อนๆ กลับมีใครบางคนกระโดดเข้ามาขวางและรับการโจมตีนั้นแทน


                “เป็นไงบ้างลูฟี่” เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับร่างถูกประคองขึ้นอย่างอ่อนโยน “นายไหวหรือเปล่า”


ต่อ



                “อะ เอส?... ซาโบ้?” ผมเอ่ยเรียกชื่อคนทั้งสองด้วยความประหลาดใจ หากแต่พวกเราไม่มีเวลาสนทนากันมากนักเนื่องจากการโจมตีต่อเนื่องของโจ๊กเกอร์ที่โหมกระหน่ำเข้ามา


                “รีบออกไปจากตรงนี้ก่อนเถอะ” เอสบอกและอุ้มร่างผมแนบอกก่อนพาหลบออกจากสนามต่อสู้ไปไกล ความอบอุ่นของอ้อมกอดนี้ทำให้ผมคลายความหวาดกลัวลง ดวงตาสองข้างปิดสนิทแม้จะยังมีสติเต็มร้อยก็ตาม


                “นายมาที่นี่ได้ยังไง” ผมพึมพำถาม


                “ปู่ส่งมาน่ะสิ” เอาตอบพลางค่อยวางร่างผมลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล “แล้วแบบนี้จะแก้ตัวกับจอมพลยังไง”


                “ไม่ต้องแก้แล้ว เรื่องมันบานปลายกว่าที่นายคิดอีก” เอสเค้นเสียงพูดประชดประชัน อาจเพราะเห็นว่าผมขมวดคิ้วยุ่ง อีกฝ่ายจึงรีบไขความข้องใจให้ “ตอนนี้ที่มารีจัวร์กำลังมีสงคราม พ่อของนาย ปู่...อ้อ รวมทั้งหมอนั่นด้วย ตอนนี้กำลังต่อสู้กับเผ่ามังกรฟ้าอยู่”


                “แชงคูสด้วยเหรอ?” ผมถามเสียงหลง


                “แน่นอน หมอนั่นโกรธมากเลยล่ะที่รู้ว่ารัฐบาลสั่งฆ่านาย”


                “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”


                “ก่อนหน้านี้สามวัน จู่ๆ ก็มีคำสั่งพิเศษออกมาให้ฆ่านายและล้มล้างคณะปฏิวัติซะ” เอสโคลงศีรษะอย่างสมเพช “พอปู่ได้รับคำสั่งนั้นก็สติแตก พังศูนย์บัญชาการใหญ่และหายตัวไปสมทบกับพ่อนาย ก่อนแท็กทีมกันขึ้นไปถล่มมารีจัวร์อย่างที่บอก”


                “เป็นงั้นไป” ผมหัวเราะขำ “คิดไม่ถึงว่าแชงค์จะบ้าจี้ไปด้วย”


                “เพื่อปกป้องนายยังไงล่ะ” เอสขยี้กลุ่มผมนุ่มไปมาก่อนตัดบทเพื่อให้ผมนอนพัก “นายนอนพักสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปช่วยซาโบ้”


                “เอส...” ผมเอ่ยรั้งอีกฝ่ายไว้ เมื่อพี่ชายหันกลับมาจึงฉีกยิ้มกว้างแม้ตาจะปรือมากแล้วก็ตาม “ระวังตัวด้วยนะ”


                “เข้าใจแล้ว” เอสขานรับและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ผมค่อยปิดเปลือกตาลงแล้วนอนพักเพื่อฟื้นคืนพลัง


                ผ่านไปประมาณสิบห้านาที พลังก็เริ่มฟื้นคืนกลับจนสามารถหยัดตัวลุกขึ้นนั่งได้เอง ผมหันซ้ายหันขวาก่อนใช้ฮาคิสังเกตตำแหน่งของพี่ชาย ทั้งเอสและซาโบ้ต่างเคลื่อนไหวรวดเร็วเพื่อโรมรันกับโจ๊กเกอร์ ห่างไปไม่ไกลกันนักเป็นพวกของยูสทัสที่กำลังจัดการเหล่าผู้บริหารของดองกีโฮเต้แฟมิลี่อยู่ แล้วกลุ่มของโทราโอะล่ะ อยู่ไหนกัน?


                ผมเพ่งสมาธิมากกว่าเดิมเพื่อค้นหาตำแหน่งของโทราโอะ กระทั่งรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ทุ่งทานตะวันโดยมีเจ้าหมีขาวคอยปฐมพยาบาลให้


                “โชคดีที่นายไม่ตายนะ” ผมกระซิบแผ่วเบาแล้วลุกขึ้นยืน สองเท้าก้าวพาตัวเองออกวิ่งตรงไปยังใจกลางเมืองที่พวกพี่ชายกำลังต่อสู้อยู่ ครั้นเมื่อมาถึงก็เห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีสภาพสะบักสะบอมน่าดู โดยเฉพาะซาโบ้...หมอนั่นมีเลือดไหลอาบใบหน้าจนดูน่ากลัว


                “เอส! ซาโบ้!” ผมส่งเสียงเรียกก่อนพุ่งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าไปยันฝ่าเท้าพิฆาตของโจ๊กเกอร์ ทำให้วิถีเส้นด้ายเบี่ยงทิศไปทางอื่น


                “แฮกๆ” อีกฝ่ายหอบหายใจหนักพร้อมเขม็งมองเราสามคนด้วยความเดือดดาล โจ๊กเกอร์ขมวดคิ้วแน่นก่อนคำรามถามในลำคอ “มีแกโผล่มาอีกตัวงั้นเหรอ”


                “ฉันบอกแล้วไงว่าจะซัดแกให้เดี้ยง!


                “หึหึ”


                “ลูฟี่ ให้ฉันกับซาโบ้จัดการเองเถอะ” เอสวางมือบนไหล่และพยายามกีดกันผมออกจากสนามต่อสู้


                “ไม่นะ ฉันไม่มีวันปล่อยให้พวกนายสู้กันตามลำพังหรอก”


                “พวกเราไหวน่า” ซาโบ้ขบกรามแน่นขณะตอบโต้กลับ


                “นายนั่นแหละที่ควรไปพักก่อนเป็นคนแรก” กล่าวจบผมก็ซัดหมัดเข้าอัดกลางลำตัวของอีกฝ่ายจนกระเด็นลอยไปไกลสุดสายตา จากนั้นก็หันมาหาพี่ชายแล้วเลิกคิ้วถามอย่างอารมณ์ดี “คราวนี้ฉันก็สู้ได้แล้วใช่ไหม”


                “นายนี่มันเหลือทนจริงๆ” เอสส่ายหน้าเอือมระอาก่อนเลื่อนมือขึ้นยีกลุ่มผมนุ่มด้วยความมันเขี้ยวปนเอ็นดู “หวังว่าซาโบ้จะไม่ตายก่อนนะ”


                “ไม่หรอกน่า” ผมกล่าวอย่างตัดรำคาญแล้วเปลี่ยนเรื่องทันที “เดี๋ยวนายอ้อมไปด้านหลังแล้วหาทางโจมตีพร้อมกันนะ”


                “เหมือนตอนล่าหมียักษ์ใช่ไหม”


                “แน่นอน” ผมพยักหน้ายามนึกกลับไปในอดีตสมัยที่ถูกปู่นำไปปล่อยไว้กลางป่า ตอนนั้นพวกผมช่วยกันโค่นเจ้าหมียักษ์เพื่อนำมาย่างเป็นอาหาร สถานการณ์คับขันพอๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้านี้เลย


                เอสพยักหน้าเข้าใจแล้วเคลื่อนที่ด้วยพลังของผลปีศาจ เนื่องจากเขาเป็นสายโลกเกียจึงทำให้การโจมตีธรรมดาๆ ใช้ไม่ได้ผล เพราะงั้นเจ้าโจ๊กเกอร์จึงต้องใช้ฮาคิอยู่ทุกครั้ง


                และผมก็รอจังหวะนี้...เวลาที่พลังของมันเริ่มหมดลง


                “เอส! ตอนนี้แหละ” เอสเข้าโจมตีโดยเล็งที่จุดตายทั้งหมด ความรุนแรงและความเร็วทำให้เจ้าโจ๊กเกอร์ไม่มีเวลาแม้แต่จะสวนกลับ มันก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ จนเข้ามาอยู่ในรัศมีการโจมตีของผม


                ร่างเกียร์สี่พร้อมใช้งาน หมัดสองข้างที่เคลือบด้วยฮาคิเกราะอัดแน่นเข้ามาก่อนปล่อยการโจมตีอันรุนแรงอัดใส่ร่างของโจ๊กเกอร์ เสียงของการปะทะดังสนั่นจนพื้นดินทั่วทั้งเกาะสั่นสะเทือน หมัดของผมส่งร่างของเจ้าโจ๊กเกอร์ตกลงไปใต้หลุมลึก พลันสิ้นเสียงทุกอย่างลง กรงนกที่ปกคลุมทั่วทั้งเกาะก็ค่อยๆ สลายลงจนสามารถมองเห็นท้องฟ้าอันสดใสได้ชัดถนัดตา


                ร่างผมกระโดดเด้งดึ๋งขณะจ้องมองร่างแน่นิ่งของเจ้าโจ๊กเกอร์ด้วยความเวทนา


                “เก่งขึ้นเยอะเลยนี่” เอสเดินตามเข้ามาสมทบพร้อมกับเบนมองไปยังร่างของโจ๊กเกอร์ด้วยสายตาคาดเดาไม่ถูก “หมอนี่มันวายร้ายจริงๆ”


                พอร่างเกียร์สี่สลายลง ตัวผมก็โซเซจนเอสต้องรีบเข้ามารับร่างไว้


                “หิวเป็นบ้าเลย” ผมบ่นงึมงำจนพี่ชายหลุดหัวเราะลั่น


                “ฮ่าๆ สมกับเป็นนายจริงๆ”     





+++++++++++++++++++++
100%
Halo! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ เราหายไปนานเพราะช่วงนี้เป็นช่วงสอบค่ะ แล้วก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างมาก อีกอย่าง ตอนนี้เราไม่ได้เขียนนิยายเลยเพราะมัวแต่ตรวจแก้คำผิดสำหรับการทำอีบุ๊คอยู่ 
ตอนนี้เล่มอีบุ๊คใกล้เสร็จละ น่าจะวางขายในเว็บ Meb ภายในต้นเดือนพฤษภา
ในส่วนของเล่ม All Luffy Vol.2 ก็ยังดำเนินงานเช่นเคย เพราะเราเขียนเรื่องใหม่เข้าไปอีกสองเรื่อง เลยอาจใช้เวลานานนิดหน่อย แถมยังต้องจำกัดไม่ให้จำนวนหน้ากระดาษมากเกินไปด้วย ทำให้ต้องพยายามเขียนให้สั้นและกระชับที่สุด
 
ปล.หนึ่ง การทำรูปเล่มจะใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง ราคาขายจึงแรงกว่าอีบุ๊ค เพราะงั้นรีดเดอร์คนใดที่ไม่พร้อมซื้อรูปเล่มก็โปรดรออีบุ๊คนะคะ เราจะพยายามไม่ให้ราคาสูงมาก และก็จะไม่ให้คนซื้อรูปเล่มรู้สึกว่าซื้อในราคาที่แพงเกินไปด้วยค่ะ 


เราหวังว่ารีดเดอร์คงจะพอใจนะคะ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #786 HOSHIZORA (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:14

    กลับมาเม้นท์เรื่องนี้ต่อ หลังจากไปหวีดเสี่ยกับฟี่เรื่องถัดไปมาแล้ว555 ฟี่ตัวๆ กับเสี่ยได้ดุเดือดมาก เป็นมังกี้ ดี ลูฟี่ ที่แข็งแรง ช่างแตกต่างกับตอนที่เป็นฟี่น้อยของหมอลอว์จริงๆ^^ แต่จะเก่งแค่ไหน ประสบการณ์และฝีมือ ที่สำคัญคือเล่ห์เหลี่ยมก็ยังสู้เสี่ยไม่ได้ แถมหมดแรงก่อนอีกต่างหาก กัปตันคิด ตกลงนายเป็นพันธมิตรกับฟี่และลอว์จริงป่าวเนี่ย ช่วยเหลือฟี่ซักนิดก็ไม่มี จำไว้เลยนะ>< แต่ หรือว่าคิดรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็มีพันธมิตรใหม่เข้ามาช่วย นั่นก็คือพวกทหารเรือนั่นเอง^^


    เอสกับซาโบเปิดตัวปกป้องฟี่ได้น่าประทับใจมาก ทั้งสองถ่วงเวลาสู้จนพลังของฟี่กลับฟื้นมาอีกครั้ง ไม่ซิ ไม่ได้จะถ่วงเวลา แต่จะล้มโจ๊กเกอร์ก่อนฟี่จะเข้ามาร่วมต่างหาก ก็เป็นห่วงนี่เนาะ^^ แต่ฟี่ก็ยังยืนยันความตั้งใจเดิม ต้องล้มเสี่ยด้วยตนเองให้ได้ แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องรุนแรงกับซาโบเลยนี่นา ซักซาโบซะปลิวเลยอ่า ฟี่ไม่สนใจซาโบเหมือนเดิม น้อยใจแทนจริงๆ เลย>< คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิดT^T


    ในที่สุดก็ล้มโจ๊กเกอร์ได้ การต่อสู้ทางฝั่งแมรี่จัวร์ก็คงจบลงเหมือนกันสินะ ว่าแต่ทำไมคำสั่งพิเศษที่สั่งฆ่าฟี่และกองทัพปฏิวัติมันออกมากะทันหันล่ะ หรือว่าโจ๊กเกอร์ส่งข่าวไป รัฐบาลโลกก็เลยถือเป็นโอกาสอันดี แต่ขอโทษเถอะ ปู่การ์ปไม่เอาด้วย กองทัพเรือ รัฐบาลโลก หรือเผ่ามังกรฟ้าอะไรก็ช่าง ถ้ามาทำหลานสุดที่รัก ปู่คงไม่ทน แถมมีกำลังเสริมจากแชงค์ด้วย นี่ก็ร่วมวงกับเขาด้วยเรอะ มามุ่งร้ายกับเด็กที่ตัวเองต้อยมา เอ้ย สนิทสนมกันมาอย่างฟี่นี่ยอมกันไม่ได้เลย555 สงครามจบแล้วอย่าลืมตามหาโทราโอะด้วยนา หาซาโบด้วย ปลิวไปไหนแล้วก็ไม่รู้^^"

    #786
    0
  2. #769 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 19:33
    รออค่าาา
    #769
    0
  3. #767 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:45

    นายตายแน่ดอฟฟี่บังอาจไปทำร้ายสามีหนูฟี่

    #767
    0
  4. #764 HOSHIZORA (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 23:52

    ฟี่น้อยสู้ๆ เหลือตัวคนเดียวแล้ว ตัวๆ กับโจ๊กเกอร์เลย ถ้าฟี่ใช้พลังเต็มที่เราว่าไม่แพ้มิงโก้หรอก แต่ถ้ามิงโก้ใช้เล่ห์เหลี่ยมก็ไม่แน่^^" ตอนศึกเดรสโรซ่าในเนื้อเรื่องหลักหากเสี่ยไม่โดนการโจมตีจากลอว์ไปเยอะ และหากเสี่ยใจเย็นมีสติมีกำลังเหลือมากกว่านี้ เราว่าฟี่อาจแพ้อ่ะ เพราะเกียร์ 4 อยู่ได้แป๊บเดียวเอง แถมต้องใช้เวลากว่าจะฟื้นตัว ยังเคยคิดว่าอีตอนที่นายแกทซ์พิธีกรลานประลองพาฟี่วิ่งทั่วเมือง หากมิงโก้ใจเย็นแล้วใช้ฮาคิสังเกตเราว่าหาฟี่ไม่ยากอ่ะ แต่ตอนนั้นเสี่ยคงทั้งจุกทั้งเจ็บและเดือดสุดๆ ตวาดเรียกให้ฟี่โผล่หัวออกมาอย่างเดียว555 แต่คิดอีกที คุณพี่ซาโบก็ยังอยู่ตรงนั้น หากถึงนาทีวิกฤติจริงๆ อาจซัดเบอเจสคว่ำแล้วรีบไปช่วยฟี่ก็ได้นะ เพราะน้องชายสำคัญที่สุด 'จำเอาไว้ด้วยล่ะ...ถ้าลูฟี่ขอความช่วยเหลือจากฉัน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก ฉันจะทิ้งจุดยืนตัวเองแล้วบึ่งมาหาทันที' คำประกาศนั้นเรายังจำขึ้นใจเลยนะ คุณพี่555' ซาโบในเรื่องนี้อาภัพมาก หวังว่าเรื่องหน้าของไรท์นายจะโชคดีมีวาสนาได้คู่กับฟี่นะ555


    ลอว์ทำเป็นสิ้นท่านอนแหมบกับพื้นจริงๆ ด้วย แต่โชคร้ายด้วยแรงปะทะของฮาคิราชันย์ทำเอานายปลิวเลย555 ลอว์ไม่ได้ส่งซิกแต่ฟี่รู้ว่าลอว์ไม่เป็นอะไรมากเพราะหัวใจลอว์อยู่ที่ฟี่ใช่ม้า^^ แต่เพราะฟี่ห่วงลอว์ก็เลยส่งไปให้ะพวกลูกเรือดูแลกัปตันตนเอง แม้วิธีส่งมันจะไม่ทนุถนอมก็เถอะ555 แต่เราว่ายังไงอิหมอก็ไม่ยอมให้ฟี่เผชิญหน้ากับโจ๊กเกอร์คนเดียวหรอก ก็หมอห่วงและรักฟี่มากไง^^ แต่ฟี่ก็เก่งไม่ด้อยไปกว่าลอว์นะ (เสียตรงซื่อบื้อตามเล่ห์เหลี่ยมใครไม่ทันนี่ละ^^") เรายังจำได้นาในเนื้อเรื่องหลักที่ลอว์ดื้อดึงอยากจะอยู่ดูการต่อสู้ของฟี่ตรงนี้ แบบว่าถ้าตายก็ขอตายไปด้วยกันอ่ะ รู้มั้ยคำพูดของลอว์ตอนนั้นทำเอาเราเป็นลอว์ลูเต็มตัวเลย555 แต่ในเรื่องนี้ฟี่เป็นคนโยนลอว์ออกจากการต่อสู้ อิหมอจะเคืองฟี่ไหมเนี่ย แต่คงเป็นห่วงมากกว่านะ^^ มาลุ้นกันว่าฟี่จะสู้กับมิงโก้ไหวมั้ย^^ รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์เตอร์^0^


    ปล. สวัสดีวันสงกรานต์เช่นกันค่ะไรท์เตอร์^^ ขอให้สุขภาพแข็งแรงไม่ป่วยไม่เจ็บไข้เช่นกันนะคะ เราไม่ได้เล่นสงกรานต์หรอก เราหอบงานมาปั่นที่บ้านTvT พอเสร็จแล้วก็มาอ่านและเม้นท์นี่ล่ะค่า^^



    #764
    0
  5. #762 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 22:55
    รออค่าาา
    #762
    0
  6. #761 kikooj (@kikooj) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 16:17

    จะรอคะ

    #761
    0
  7. #760 GusMeMa (@GusMeMa) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 05:54
    รออยู่เลยยยย สู้ๆนะคะไรท์ ขอให้พรีเซนต์งานผ่านไปด้วยดีนะคะ><
    #760
    0
  8. #759 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 01:22

    รอเลยค่าา

    #759
    0
  9. #758 littil_little_latte (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 00:10

    ลอวว์ ขอบคุณที่หลบกระสุนทำให้ฟี่ยังวิ่งไปวิ่งมาได้ ฟี่ก็อย่าบวกหนักนัก เดี๋ยวโดนหัวใจขึ้นมาหมอตายนี่เสียใจแย่เลย
    ไรต์~ ขอให้พรีเซนต์งานราบรื่นนะคะะะ

    #758
    0