[ONE PIECE] All LUFFY รวมเรื่องรักของหนุ่มหมวกฟาง 2

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,760 Views

  • 791 Comments

  • 818 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,076

    Overall
    34,760

ตอนที่ 68 : Oh! My Pirate EP.7 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    24 ก.พ. 62







Oh! My Pirate EP.7





 

                “นั่งสิครับ” มือหนาผายออกไปทางปลายเตียง ผมไม่ได้นั่งลงตามคำเชิญชวนเพราะมัวแต่ตั้งการ์ดระวังตัวเองอยู่


                เจ้าโจรสลัดชั่วกระตุกยิ้มมุมปากหนึ่งครั้งก่อนเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ร่างสูงใหญ่ยืนหันหลังพลางชวนคุย “คุณเป็นพวกผู้ใช้พลังพิเศษสินะ”


                “นายรู้ได้ยังไง” ผมหรี่ตาจ้องจับผิด


                “ผมรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับคุณ” เฮ้ย หมอนี่มันน่ากลัวอ่ะ เป็นโรคจิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทางที่ดีผมควรหาทางเลี่ยงและหนีออกจากที่นี่ไปโดยเร็ว “หากคุณกำลังคิดหนีผมขอแนะนำให้ล้มเลิกความคิดนั้นไปเลย เพราะตอนนี้เรือของผมกำลังพาคุณดำลงไปใต้ทะเลลึกกว่าหมื่นเมตร”


                “ว่าไงนะ! เรือลำนี้กำลังดำน้ำงั้นเหรอ?” ผมเบิกตาตื่นตกใจ ตั้งแต่เป็นทหารเรือมากว่าห้าปี ยังไม่เคยเห็นเรือลำไหนดำน้ำมาก่อนเลย


                “เรือของผมเป็นเรือดำน้ำ” เขาทิ้งกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้และเอี้ยวตัวกลับมาคุยกับผม “สะดวกสบายต่อการหลบซ่อน”


                “เพราะงั้นนายถึงถูกตั้งค่าหัวสูงสินะ” ผมสำทับเมื่อขบคิดจนเข้าใจสถานการณ์ของอีกฝ่ายแล้ว


                “ก็ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอก” เขาอมยิ้มขณะตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม มือหนาผายออกให้ผมนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้ผมยอมทำตามอย่างง่ายดายเพราะดูแล้วเหมือนเราสองคนจะต้องพูดคุยกันอีกยาว “โจรสลัดที่กำลังออกท่องทะเลอยู่ในขณะนี้แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้สามกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพวกตามล่าฝัน มีคำพูดของโกลโรเจอร์ ราชาโจรสลัดเป็นดั่งเข็มทิศคอยนำทาง กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่ต้องการอิสระ แสวงหาสิ่งที่ตนชื่นชอบ ไม่หวังเกียรติยศ ทรัพย์สินหรือเงินทอง พวกเขาก็แค่ล่องเรือไปเรื่อยๆ หวังว่าสักวันจะเจอสถานที่ที่เหมาะกับตัวเอง ส่วนกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มบ้าคลั่ง ต้องการอำนาจ ชื่อเสียง เงินทองและกระหายในการต่อสู้ ซึ่งในตอนนี้พวกโจรสลัดในกลุ่มที่สามกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ”


                “แล้วยังไงต่อ” เสียงเล่าหยุดนิ่งไปพักหนึ่งพร้อมกับร่างสูงหันไปปิดตะเกียงซึ่งใช้ต้มน้ำชงกาแฟ เรารินกาแฟแล้วนำมายื่นให้หนึ่งแก้ว


                “ดื่มสิ ผมไม่ได้ใส่ยาพิษลงไปหรอก” ผมประคองแก้วกาแฟไว้ในมือ ส่วนดวงตาสองข้างก็เหลือบจ้องอย่างคนหวาดกลัว


                “งั้นผมดื่มให้ดูก่อนก็ได้” พูดจบก็แย่งแก้วกาแฟจากในมือผมไปยกดื่มหน้าตาเฉย “ผมดื่มแล้ว ไม่มียาพิษหรอก”


                แล้วก็ส่งแก้วใบเดิมให้ผมอีกครั้ง


                “ช่างเรื่องกาแฟก่อน สิ่งที่ผมอยากรู้คือเรื่องพวกโจรสลัดมากกว่า”


                “หึๆ ยังน่าสนใจเหมือนเดิม” เขาหัวเราะขบขันก่อนหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานเช่นเดิม เขารินกาแฟให้ตัวเองอีกหนึ่งแก้วเพื่อใช้ดับกระหายยามเล่าเรื่องโจรสลัดให้ผมฟัง


                “เมื่อเจ็ดปีก่อน มีกลุ่มโจรกลัดกลุ่มหนึ่งได้ออกทะเลเพื่อตามล่าความฝันของตัวเอง ทว่าเพราะพลังที่น่าสนใจทำให้ได้รับการติดต่อลับๆ จากคนตำแหน่งสูงของกองบัญชาการ”


                “มีคนทรยศงั้นเหรอ?” ผมถามเสียงสูง


                “ไม่ใช่ทรยศ แต่เป็นการยืมมือโจรสลัดกลุ่มนี้ให้ช่วยออกหน้าจัดการโจรสลัดพวกบ้าคลั่งแทนต่างหาก”


                “ทำไมกองทัพเรือต้องทำแบบนั้นด้วย! ทหารทั่วโลกก็มีหลายร้อยหลายพันนาย” ผมโวยวายยกใหญ่ รู้สึกไม่ชอบใจจนต้องกระดกแก้วกาแฟเข้าปากรวดเดียว และผลที่ได้ก็คือ


                พรวด! ร้อนนนนน


                “เป็นอะไรหรือเปล่าลูฟี่!” เสียงตะโกนด้วยความตกใจพร้อมการประชิดตัวอย่างรวดเร็วของอีกฝ่ายทำให้ผมพลอยตกใจไปด้วย เจ้าโจรสลัดคนนี้แสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงผม...ทำไมเป็นแบบนั้นไปได้


                “ไอ้ เอ็น ไอ” (ไม่เป็นไร) ผมแลบลิ้นยาวพร้อมใช้มือโบกพัดเพื่อหวังคลายความร้อน


                “ซุ่มซ่ามจริงเลย” เขาบ่นพึมพำก่อนเดินไปเปิดลิ้นชักของโต๊ะทำงานและเดินกลับมาพร้อมกระปุกเล็กๆ หนึ่งกระปุก เขาทิ้งตัวลงนั่งชันเข่าที่พื้นและยืดตัวขึ้นจนความสูงของเราอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนายื่นออกมาพร้อมบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “แลบลิ้นออกมา”


                “หะ?” ผมตาโตเท่าไข่ห่าน ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินคำพูดแปลกประหลาดแบบนี้เป็นครั้งแรก แถมยังพูดออกมาจากปากของเจ้าโจรสลัดชั่วอีก


                “ผมจะใส่ยาให้”


                “ไม่เอา” ผมส่ายหน้าพรืดใหญ่ แต่ไหล่สองข้างกลับโดนยึดตรึงไว้ หมอนี่จ้องหน้าผมด้วยแววตาดุดันก่อนพูดออกมาเสียงแข็งว่า


                “ถ้าไม่ใส่ยาจะทำให้กินอาหารไม่ได้สามสี่วันเลยนะ”


                “จริงเหรอ?” แบบนี้ผมไม่ต้องแห้งเหี่ยวตายไปเลยเหรอ ไม่ได้กินข้าวสามวัน...อืม ตั้งสิบห้ามื้อเชียวนะ ไม่ได้ๆ ผมจะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้


                “จริงสิ แต่ถ้านายยอมทายา แปบเดียวก็หายแล้ว”


                “อ่าๆ งั้นทาเลยๆ” ผมบอกพร้อมแลบลิ้นยาว ดวงตาสองข้างพยายามมองเพดานเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกตะขิดตะขวงใจนัก


                และระหว่างครุ่นคิดเรื่องอื่นให้หายตื่นตระหนกกับความใกล้ชิดเกินพอดี สัมผัสลื่นๆ ที่ร้อนผ่านก็แตะแผ่วเบาที่ปลายลิ้น มือสิ่งนั้นผละออกจึงเหลือไว้เพียงความเย็นบนปลายลิ้นเท่านั้น


                “อย่าเพิ่งนะ ยังทายาไม่เสร็จ” เสียงห้ามของเขาทำให้ผมซึ่งตั้งท่าจะหดลิ้นกลับเป็นต้องค้างมันไว้อยู่ท่าเดิม...หวังว่าเขาจะทำมันเสร็จเร็วๆ ก่อนที่น้ำลายผมจะไหลยืดออกมานะ


                ผมกลั้นใจรอให้เขาทายาอีกรอบ ทว่าหนนี้กลับมีบางสิ่งแตกต่างออกไป เพราะจู่ๆ ใบหน้าของอีกฝ่ายก็เคลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมกับใช้...ลิ้น! สีชมพูอ่อนตวัดเลียที่ปลายลิ้นของผมเชื่องช้า ไอ้วิธีการรักษาแบบนี้ผมไม่เคยเห็นมาก่อน แถมมันยังมีผลข้างเคียงจนทำให้ผมหัวใจผมเต้นรัวแรง ใบหน้าแดงเถือกจนรู้สึกเหมือนจะหน้าไหม้อยู่ร่อมร่อ


                จ้วบ! สะ เสียงแบบนี้


                “อือ” ผมเผลอหลุดครางเสียงครางออกมาเมื่อปลายลิ้นร้อนตวัดเลียอย่างรุกล้ำ เขาดูดกลืนลิ้นของผมซ้ำไปซ้ำมาจนสมองผมขาวโพลน หลังจากนั้นผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย นอกจากความว่างเปล่า...



ต่อ




ทราฟาลก้าร์ ลอว์


                ร่างเล็กอ่อนย้วยลงจนผมต้องรีบถลันตัวเข้าประคองเขาให้เอนตัวนอนราบลงกับเตียง และเพียงแค่ได้ตระคองกอดก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มลื่นมือของอีกฝ่าย จนเกิดความรู้สึกบางอย่างพวยพุ่งออกมา ผมก้มจรดปลายจมูกแนบเข้ากับแก้มเนียนหนึ่งครั้งก่อนผละออกมา ความต้องการเริ่มทวีเพิ่มมากขึ้นจนต้องหมุนกายเดินออกมาสงบสติตัวเอง


                ห้องครัวเป็นเป้าหมายที่ผมกำลังมุ่งหน้าไป ทว่าก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องกลับได้ยินเสียงลูกเรือกำลังพูดนินทาอย่างเมามัน


                “ฉันว่ากัปตันต้องถูกใจเด็กคนนั้นแน่นอน ไม่งั้นไม่ถ่อสังขารมารับถึงที่นี่หรอก” น้ำเสียงเจือแววตื่นเต้นพูดจบก็ถูกคนอื่นๆ รุมถาม


                “นายพูดจริงเหรอซาจิ”


                “กัปตันชอบทหารเรือคนนั้นจริงๆ เหรอ”


                “นั่นสิๆ กัปตันไม่เคยบอกพวกเราเลยนะ”


                “พวกนายจะไปรู้อะไร ก่อนหน้านี่กัปตันเจอกับเจ้าทหารเรือคนนั้นถึงได้ต้องตาต้องใจกันจนถึงขั้นแอบตามสืบข่าวของเขาเงียบๆ”


                “ฉันก็นึกว่ากัปตันทำตามคำสั่งเบื้องบนเท่านั้น”


                “โนๆ” ซาจิทำปากจุ๊ๆ ใส่เจ้าหมีขาวจอมเซ่อ “นายเข้าใจผิดถนัดเลยแหละเบโปะ เรื่องงานนั่นน่ะเป็นเพียงข้ออ้าง แท้จริงแล้วกัปตันทำตามใจตัวเองมากกว่า”


                “เป็นแบบนั้นจริงเหรอ” ใครสักคนถามขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความลังเลอย่างชัดเจน


                “จริงสิ ไม่เชื่อก็ลองถามเพนกวินดู หมอนี่รู้ทุกเรื่อง” ซาจิโบ้ยไปให้เพื่อนสนิททันที และบทสนทนามันคงจะเลยเถิดมากกว่านี้หากผมไม่ยอมปรากฏตัวสักที


                “กะ กัปตัน?” เจ้าหมีขาวผู้ซึ่งรับรู้ถึงการมาเยือนของผมได้ก่อนหันมองขวับก่อนทำตาโตและวิ่งดุกดิกเข้ามาฟ้อง “พะ พวกนั้นกำลังคุยเรื่องของทหารเรือคนนั้นครับ ผมไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลยน้า...”


                ผมปรายหางตามองดุดันจนเจ้าหมีขาวหน้าเศร้าลงทันควัน ไม่วายเผื่อแผ่ความอำมหิตไปทางเจ้าลูกเรือจอมนินทาพวกนั้นด้วย “พวกแกนี่มันเหรอเกินจริงๆ”


                “งั้นกัปตันช่วยบอกพวกเราหน่อยสิว่าทำไมต้องวนเรือกลับมาที่เกาะชาบอนดี้อีกครั้งด้วย” เจ้าซาจิเป็นหน่วยกล้าตายยกมือขึ้นถามก่อนใครเพื่อน “แถมยังพาคุณทหารเรือกลับมาอีก แบบนี้ไม่เท่ากับการชักศึกเข้าบ้านหรอกหรือ”


                “พวกแกน่ะคิดมาก” ผมส่ายหน้าระอาใจก่อนเดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ เบโปะรีบวิ่งกุลีกุจอหาชามาเสิร์ฟให้อย่างรู้หน้าที่ “ฉันไม่ได้มาเกาะชาบอนดี้เพียงเพราะคุณทหารเรือตัวน้อยหรอก เจ้าหมอนั่นนัดฉันมาเจอกันที่นี่เพราะเรื่องของโจ๊กเกอร์ต่างหาก”


                “งั้นกัปตันพาคุณทหารเรือมาด้วยทำไม” ซาจิยังถามไม่หยุด


                “เพราะฉันอยากลบคำสบประมาทของเขาต่างหาก” ผมบอกพร้อมยกแก้วชาขึ้นจิบ “แล้วก็...”


                ประโยคที่สองถูกกลืนหายไปในลำคอทำให้เจ้าพวกหัวดื้อต่างเอียงคอมองด้วยความสงสัย


                “แล้วก็อะไรครับ” ซาจิที่อดรนทนไม่ไหวเร่งเร้าเอาคำตอบ


                “มันคงง่ายกว่าถ้าเอาเขามาไว้ที่เรือของเรา” ใช่ มันง่ายสำหรับผมที่จะปกป้องเขาจากศัตรูตัวฉกาจเหล่านั้น


                ลูฟี่คงไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังอยู่ในจุดเสี่ยง ตอนนี้รัฐบาลโลกกำลังวางแผนหาทางใช้เขาเพื่อล่อดราก้อนออกมาเท่านั้น และถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ กองทัพเรือจะไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยสำหรับเขาอีกต่อไป ดังนั้นการพาเขาร่วมออกเดินทางมาด้วยก็เพื่อสร้างความคุ้นชิน หากวันหนึ่งที่ถูกทรยศเขาจะได้ไม่เคว้งคว้างมากจนเกินไป


                “กัปตันคิดอะไรอยู่ครับ” เพนกวินที่ยืนเงียบมานานเอ่ยถามอย่างคนรู้ทัน


                “คิดแบบที่นายคิดนั่นแหละ”


                “แบบนี้พวกเราไม่พลอยเสี่ยงไปด้วยเหรอครับ” ลูกเรือคนอื่นต่างมองผมและเพนกวินคุยกันด้วยความงุนงง


                “พวกเราเสี่ยงตั้งแต่รับงานจากเจ้าหมอนั่นแล้ว” ผมแค่นยิ้มอย่างสมเพช “นายอย่าลืมว่าพวกเราเองก็เป็นโจรสลัดที่พวกนั้นต้องการกวาดล้างออกไปจากโลกนี้”


                “อืม ผมเข้าใจแล้ว”


                “ยังไงก็ฝากนายช่วยดูแลคุณทหารด้วยแล้วกัน”


                “อ้าว ทำไมกัปตันไม่ทำเองล่ะครับ อุตส่าห์ไปรับเขามา”


                “น่า...มันเป็นเรื่องจำเป็นน่ะ” ผมหลบสายตาวูบเมื่อรู้สึกคล้ายกับกำลังถูกลูกน้องไล่ต้อน


                “ฮ่าๆ กัปตันนี่ตกหลุมพลางเข้าเต็มเปาเลยนะ” เพนกวินหัวเราะขำจนผมเกิดอาการทำตัวไม่ถูก จะด่าก็ด่าไม่ได้เพราะสมองคิดคำด่าไม่ออก สุดท้ายเลยรีบเดินหนีออกจากห้องครัวและกลับมาขลุกตัวอยู่ในห้องตัวเองอีกครั้ง


                ผมเดินตรงเข้าไปคุณทหารเรือซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มคล้ายลูกแมวตัวน้อย เพียงแค่นั้นมุมปากก็ยกขึ้นกลายเป็นรอยยิ้มกว้างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


                ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าวันที่ผมได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ จะมาถึงเร็วขนาดนี้            


                “ผมไม่มีวันปล่อยคุณไปหรอก คุณทหารเรือของผม” กล่าวจบก็ล้มตัวลงนอนและดึงร่างเล็กเข้ามากอดเต็มรัก


                สูด! อ่า ตัวเขาหอมจริงๆ




ต่อ




 

ลูฟี่   

       

                ปริบ...ปริบ


                ผมกะพริบตาปริบแล้วเพ่งมองภาพเบื้องอีกครั้งอย่างตั้งใจ สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ผมสร้างขึ้นมาเพราะยังรู้สึกหลอนไม่หายกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวาน


                ปริบๆ


                ผมกะพริบตาจนเส้นประสาทแทบเกร็งแต่ภาพตรงหน้าก็ยังไม่จางหายไปไหน ทำให้ค่อยมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด และไอ้ใบหน้าดุดันราวโจรป่าที่แต่งแต้มด้วยหนวดเครารกครึ้มนี่ก็เป็นของจริง


                แควก!


                ไวเท่าความคิด เพียงแค่คิดอยากข่วนหน้าอีกฝ่าย กรงเล็บทั้งสิบก็กางออกราวพญาเสือและตะปบลงกลางใบหน้าชายชั่วคนนี้ทันที


                โอ้ย! เสียงทุ้มติดจะงัวเงียโวยวายลั่นพร้อมถลันตัวลุกนั่ง มือหนายกขึ้นกุมใบหน้าตัวเองและส่งเสียงครวญครางอยู่ในลำคอโดยมีผมกำลังจับตามองอย่างระแวดระวัง เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดค่อยเงียบลงทิ้งไว้เพียงเสียงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ


                “หาเรื่องเจ็บตัวแต่เช้าเลยนะครับ คุณทหารเรือ” แม้น้ำเสียงจะเรียบนิ่งแต่ท้ายประโยคกลับแสดงอารมณ์ขุ่นมัวออกมาชัดเจน


                “ใครใช้นายมานอนกอดฉันล่ะ!” ผมแหวลั่นพลางยกมือตั้งการ์ดป้องกันตัวเองจากภัยร้ายตรงหน้า


                “...” เจ้าตัวก่อเรื่องนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนค่อยลดมือลง ภาพที่เห็นคือใบหน้าที่เคยเรียบเนียนบัดนี้กลับถูกเติมแต่งด้วยรอยเล็บครูดเป็นทางยาวพาดเฉียงจากกลางหน้าผากลงมาจนถึงปลายคาง


                ดีนะที่เมื่อครู่ไม่ได้ข่วนลูกกะตาของเขาออกมาด้วย


                “ฉะ ฉันป้องกันตัวนะ! นายอย่าจ้องด้วยสายตาน่ากลัวอย่างนี้” ผมชี้หน้าและลั่นวาจาออกคำสั่ง


                “ยังคิดจะออกคำสั่งอีกเหรอ หืม?”


                วูบ! เอ๊ะ?! จู่ๆ ตัวผมก็ลอยพุ่งเข้าสบอกแกร่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ        


                “นายทำอะไรอ่ะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” ผมแหวลั่นด้วยอารามตกใจสุดขีด แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนพลังประหลาดจู่โจมแต่ทุกครั้งกลับทำให้รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าพลังห่างชั้นจากอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก


                “ผมควรลงโทษทหารเรือผู้ดื้อรั้นอย่างไรดี หืม?” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งเฉียดข้างแก้มอยู่ร่อมร่อ แบบนี้มันไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือเลยนะ “ให้ตัดแยกชิ้นส่วนโยนทิ้งออกไปนอกเรือ หรือจะตัดนิ้วทั้งสิบที่แผลงฤทธิ์ใส่ฉันแล้วเอาให้ฉลามกินดี”


                “ไม่ดี!” ผมแหวลั่นและกำมือแน่นอย่างต้องการประกาศกร้าวว่าไม่ยอมถูกตัดมือทิ้งเป็นอันเด็ดขาด


                “แล้วทำยังไงถึงจะสาสมกับสิ่งที่คุณฝากไว้ดีล่ะครับ”


                “คะ ใครจะไปรู้ล่ะ” ผมบุ้ยปากและพยายามยืดคอถอยห่างจากใบหน้าคมเข้ม “...ปล่อยได้แล้ว อื้อ!


                พูดไม่ทันจบประโยคดี เจ้าโจรชั่วก็ปล้นจูบไปจากผมอย่างหน้าด้านๆ อุ้งมือหน้าอันหยาบกร้านจากการจับดาบมาเนิ่นนานจับล็อคปลายคางเอาไว้แน่นพร้อมกับบดกลีบปากลงมาหนักหน่วง จูบที่วาบหวามและร้อนแรงทำให้ร่างกายของผมคล้ายน้ำแข็งที่กำลังถูกหลอมละลาย เรี่ยวแรงจะต่อต้านค่อยๆ ถูกสูบออกไปทีละนิดกระทั่งไม่เหลือแรงขัดขืน


                แต่กระนั้นจูบของเขาก็ยังคงดำเนินต่อไป ความร้อนแรงค่อยแปรเปลี่ยนเป็นสัมผัสนุ่มนวลอย่างไม่คาดคิดว่าชายคนนี้จะมีให้ทหารเรืออย่างผม เขาค่อยๆ ใช้ปลายลิ้นลากไล้ไปตามกลีบปากของผมแผ่วเบาและบดเคล้าเข้าหาเชื่องช้า


                “อ่า...” เสียงทุ้มต่ำร้องครางอย่างพึงพอใจในรสจูบ นั่นยิ่งทำให้ร่างกายของผมเกิดความร้อนสะสม หัวใจเริ่มทำงานหนักจนหน้ามืดตาลาย ผมลืมหายใจไปชั่วขณะจนกระทั่งมือหนาที่จับล็อคปลายคางเคลื่อนขึ้นมาลูบไล้บริเวณแก้มแผ่วเบาก่อนกลีบปากร้อนจะค่อยๆ ผละออกไป


                “แฮก!” ตัวผมเซและล้มซบหน้าลงกับต้นคอแกร่ง ลมหายใจกระชั้นชิดบ่งบอกว่าเพิ่งผ่านนาทีเฉียดตายมาหมาดๆ            


                “ให้ตายสิลูฟี่...” เสียงแหบกระเส่าดังก้องข้างหู ลมหายใจกรุ่นร้อนรินรดซ้ำๆ ราวกับจะเติมเชื้อไฟให้แผดเผาร่างกายผมให้มอดไหม้ ผมพยายามเพ่งสติไปที่การหายใจเพียงอย่างเดียวแต่ทว่ามันก็ทำได้ยากยิ่ง


                ...ต่อไปนี้ผมจะจัดให้เขาอยู่ในหมวดคนอันตรายที่ต้องถอยห่างอย่างเร็วที่สุด


                “เธอทำให้ฉันคลั่งจนแทบบ้าแล้วนะ” เขากระชัดกอดแน่นขณะพูดกรอกหูซ้ำๆ ด้วยน้ำเสียงยั่วยวน เร่าร้อนและพร้อมจะขย้ำผมได้ทุกเมื่อ “...รู้บ้างไหม?”


                “นะ...” เสียงผมขาดไปลงไปดื้อๆ เพียงแค่ได้สบกับนัยน์ตาสีเทาเข้มจนเกือบกลายเป็นสีดำ ร่างกายพลันแข็งค้างด้วยเพราะทำอะไรไม่ถูก ลำพังแค่จะหายใจยังยากเลย “...อึก...”


                “แต่ทำตอนนี้คงไม่เหมาะ เพราะฉันไม่อยากเป็นโจรชั่วช้าสมคำปากนาย” เขาเบือนหน้าไปทางอื่นพลางกัดฟันแน่นจนสันกรามนูนเด่นชัด “ฉันอยากทำเมื่อนายพร้อมจะเป็นของฉันเท่านั้น”


                ...อะ ไอ้บ้านี่!


                “เพราะงั้นสบายใจได้ ฉันจะไม่ทำมากกว่าจูบแน่นอน” เขายืนยันคำพูดตัวเองด้วยการขโมยจูบผมไปอีกครั้ง


                OoO?!!! หน้าผมตอนนี้คงไม่ต่างจากอิโมจิคอนหน้าตกใจสักเท่าไหร่หรอก


                “แต่อยู่ใกล้คุณมากเกินไปผมก็จะแย่เช่นกัน” เขาบอกพร้อมรีบปล่อยผมเป็นอิสระและกระโดดพรวดลงจากเตียง “เอาเป็นว่าผมไปช่วยโลกก่อนดีกว่า”


                “...” ผมเกลียดตัวเองที่เข้าใจความหมายซ่อนเร้นของประโยคเมื่อครู่


                “ถ้าคุณไม่รังเกียจ ก็อยากชวนให้มาช่วยโลกด้วยกัน”


                “ไปตายซะไอ้โจรหื่น!


                เพียงเท่านั้นเส้นแห่งความอดทนก็ขาดผึง ผมระดมปาทุกสิ่งที่ไขว่คว้ามาได้ใส่ร่างสูงอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งหมอนั่นก็ทำเพียงกระโดดหลบและวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างว่องไว


                “ไอ้บ้า ไอ้โจรหื่นกาม!” คำปรามาสชุดใหญ่ถูกพ่นออกจากปากของผม แต่มันกลับไม่ระคายเคืองผิวหนังของไอ้โจรหื่นคนนั้นเลยสักนิดเดียว


                น่าเจ็บใจนัก!




+++++++++++++++++

100%

อิหมอ ล่อลวงนุ้งฟี่อีกแล้ววววววววววววว

ต๊ายยยยยยยยยยยยยยยย











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #693 HOSHIZORA (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 10:40

    555ลูฟี่ ตกลงว่าหลังจากโดนจูบแบบดูดดื่มยาวนาน ฟี่สลบไปจนถึงเช้าเลยเหรอเนี่ย อิหมอช่าง...>//< นอนกอดฟี่หลับฝันหวานอยู่ดีๆ โดนข่วนหน้าปลุกซะเลย555 สมแล้วละ โทษฐานลวนลามฟี่น้อยอ้ะ555 แต่ๆๆ ฟี่ก็เสียเปรียบอยู่ดี กรี๊ดดดด อิหมอปล้นจูบฟี่อีกแล้วอ่า >///< เจอไม้นี้ลูกแมวน้อยไร้เดียงสาอย่างฟี่ถึงกับไปไม่เป็น ไม่มีแรงขัดขืนเลย


    "เธอทำให้ฉันคลั่งจนแทบบ้าแล้วนะ" บ้ากามน่ะสิอิหมอ >//< ฟี่จะอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงกลับศูนย์บัญชากองทัพเรือหรือเปล่าน้อ เพราะยังไงลอว์ก็ต้องปล่อยฟี่กลับไปอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าตอนไหนเท่านั้นเอ๊งง555 เราก็เกลียดตัวเองที่เข้าใจความหมายซ่อนเร้นที่ลอว์พูดเหมือนกาน>< เอาเป็นว่าถึงแม้ลอว์จะชอบลวนลามฟี่ แต่ถ้านายทำตามคำพูดของนายว่าจะไม่ทำอะไรฟี่ถ้าฟี่ไม่เต็มใจ เราก็จะไว้ใจนาย (เหรอ^^)

    #693
    0
  2. #676 jitladajakthong (@jitladajakthong) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:31

    ลอว์ร้ายนะเนี้ยย ไม่เบาๆ

    #676
    0
  3. #674 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:16
    รออค่าาา
    #674
    0
  4. #672 HOSHIZORA (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:31

    'ผมรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับคุณ' ฮิ้วววว จริงเหรอลอว์ นายเป็นสตอลเกอร์เหรอ อิหมอสนใจลูฟี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันในถ้ำสินะ แล้วก็คงตามสืบประวัติตั้งแต่ตอนนั้น รวมทั้งชีวิตประจำวันของฟี่น้อยด้วย มิน่าล่ะ ฟี่ออกอาวุธหรือต่อสู้แบบไหน อิหมอจับได้ทุกทาง555 ฟี่ต้องยอมนั่งคุยกับลอว์ดีๆ ละ เพราะอยากหนีไปก็หนีไม่ได้อยู่ดี คนเจ้าเล่ห์พาดำดิ่งลงมหาสมุทรเรียบร้อย555 คือรู้ว่าฟี่ไม่มีทางเลือกอ่ะนะ แต่การมานั่งบนเตียงของลอว์นี่มันไม่ค่อยปลอดภัยกับฟี่เล้ย555


    กรี๊ดดดด อิหมอหื่น คนฉวยโอกาส>///< หมอที่ไหนรักษาคนไข้กันแบบนี้ห๊ะ!! ฟี่น้อยตกหลุมพรางเต็มๆ เลยเนี่ย โดนจูบอีกแล้ว แบบ deep kiss อีกแล้ว จูบดูดดื่มจนฟี่หมดสติไปเลย >///< แต่จริงๆ มันก็เริ่มมาจากความซุ่มซ่ามของฟี่เองนั่นละ ขุ่นเคืองที่กองทัพเรือร่วมมือกับโจรสลัดจนซดกาแฟร้อนๆ เข้าเต็มปากเลย แล้วผลเป็นไงละ ก็ปากพองลิ้นพองอ่ะดิT^T แล้วก็เพราะความเห็นแก่กินกลัวว่าจะหายไม่ทันกินข้าวก็เลยโดนล่อลวงเต็มๆ เลย แต่เรื่องมันจะไม่เลยเถิดถ้าอิหมอมันไม่มีความหื่นในหัวอ่ะ555


    คือจริงๆ แล้วเราว่าลอว์เองก็ไม่ได้ตั้งใจลวนลามฟี่น้อยหรอก (หราาา) เพราะลอว์ก็ห่วงลูฟี่ออกหน้าออกตาขนาดนั้น แต่เพราะฟี่น้อยซื่อเกินไปไงก็เลยเปิดโอกาสให้คนเจ้าเล่ห์เอาเปรียบอ้ะ ตอนแรกลอว์คงแค่อยากทายาให้แบบใกล้ชิดแกมหยอกล่ะนะ แต่พอได้จูบฟี่แล้วมันเพลินก็เลยไม่ปล่อยเลยคราวนี้555 อยากจะรู้จริงจริ๊งว่าถ้าฟี่ไม่สลบไปก่อนอิหมอจะหยุดมั้ย ดีนะที่สะกดความต้องการ (อันล้นทะลัก) ของตัวเองไว้ได้อ่ะ ไม่งั้นฟี่ฟื้นขึ้นมาได้เกลียดขี้หน้าอิหมอสุดๆ แน่ (จากที่เกลียดอยู่แล้ว555)


    แหมๆๆ ลูกเรือของลอว์นินทากัปตันกันสนุกปากเลยนะ555 จะว่าไงดีละ มันเป็นเพราะลูกเรือจับสังเกตได้เก่ง หรือเป็นเพราะลอว์สนใจลูฟี่จนออกนอกหน้าจนทำให้ลูกเรือจับได้ละ555 อ่อๆๆ ที่แท้ลอว์ก็เป็นสายให้เบื้องบนนี่เอง พวกรัฐบาลโลกเหรอ มันคือสิ่งที่เอสและปู่การ์ปกลัวใช่ไหม ที่พวกนั้นจะใช้ลูฟี่ล่อดราก้อนออกมา จริงๆ ลอว์ก็ทำถูกแล้วละ ที่พาฟี่มาเปิดโลกภายนอกให้เห็นว่ามันกว้างใหญ่และน่าสนใจแค่ไหน หากผิดหวังจากกองทัพเรือก็มาเป็นโจรสลัดก็ได้นะฟี่ แล้วลอว์จะรับผิดชอบดูแลฟี่ไปตลอดชีวิตเอง^0^


    'ผมไม่มีวันปล่อยคุณไปหรอก คุณทหารเรือของผม' แน๊ๆๆ ฟี่น้อยไปเป็นของลอว์ตั้งแต่เมื่อไหร่กันจ๊ะ555 คำพูดแบบนี้ แถมยังท่าทางที่แสดงออกอีก อิหมอตกหลุมรักฟี่น้อยแบบทั้งรักทั้งหลงเข้าเต็มเปาเลยเนี่ย555 โรคจิตอีกต่างหาก นี่ถ้าฟี่่ตื่นมาเห็นลอว์กอดตัวเองแน่นแถมหอมฟอดๆ คงได้เอาหมัดประเคนหน้าแล้วละ555 แต่เราเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ด้วยความจริงใจ (เจ้าเล่ห์?) ของลอว์ บวกกับรู้ความจริงเรื่องรัฐบาลโลก คงทำให้ฟี่เข้าใจและรู้สึกดีกับลอว์ในที่สุด ก็หมอเป็นพระเอกนี่เนาะ^^ แต่ว่าๆๆ เราสนใจชื่อนี้ 'โจ๊กเกอร์' เราจะได้เจอมิงโก้ในเรื่องนี้มั้ยคะ เสี่ยจะมีเรื่องเกี่ยวพันกับลูฟี่มั้ยน้อ ถ้าเสี่ยสนฟี่ ลอว์คงปวดหัวและหึงมากกว่าเดิมอ่ะ555 รออ่านส่วนที่เหลือนะคะไรท์เตอร์ ขออภัยที่ห่างหายไป 2 อาทิตย์กว่าๆ แฮะๆ แต่เรายังตามอ่านอยู่เสมอน้า และจะแวะเข้ามาดูบ่อยๆ ค่า^^


    #672
    1
    • #672-1 Mmuraii (@monsin) (จากตอนที่ 68)
      19 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:09
      ขอบคุณค่าาาาาาา
      #672-1
  5. #669 littil_little_latte (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:03

    ไม่เจอน้องนาน ความต้องการมันสะสมมาเยอะะ

    #669
    0
  6. #668 jitladajakthong (@jitladajakthong) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:20

    เหมือนพี่แกไปตายอดตายอยากมาจากไหนเลยอ่ะ

    #668
    0
  7. #667 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:02
    รออค่าา
    #667
    0
  8. #666 jitladajakthong (@jitladajakthong) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 15:11

    อร๊ายยย เขาแลกลิ้นกันด้วยอ่าาาฟินเจ้าค่ะ

    #666
    0
  9. #665 littil_little_latte (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 19:58

    อิหมออออออออออ ชั้นเขินนนนนนนน //ตาย

    #665
    0
  10. #664 Sasigannamfa (@Sasigannamfa) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 18:01
    หมออออออออออ
    #664
    0
  11. #663 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 13:04
    เขินๆๆๆ
    #663
    0
  12. #662 MookkyGG (@MookkyGG) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 10:36
    อิหมอออออ นิสัยไม่ดีจริงๆเลย
    #662
    0