[ONE PIECE] All LUFFY รวมเรื่องรักของหนุ่มหมวกฟาง 2

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 35,109 Views

  • 800 Comments

  • 820 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,425

    Overall
    35,109

ตอนที่ 59 : [Doflamingo x Luffy] My Ex-husband : 12 [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    21 ต.ค. 61









12

ตอนพิเศษ

 



                ชีวิตอันเรียบง่ายถูกทำลายลงโดยคนที่ชื่อว่าเป็นพี่ชาย...ไม่สิ เรียกว่าถูกทำให้วุ่นวายจนไม่เป็นอันทำอะไรซะมากกว่า


                “ลูฟี่ มากินขนมกับพี่มา” เอสเอนตัวพิงโซฟาเบจพลางกวักมือเรียกน้องชายสุดที่รักให้เดินเข้าไปหา แม้บ้านหลังนี้จะเป็นของตระกูลดองกีโฮเต้แต่ก็ไม่ได้ทำให้เอสรู้สึกเกรงอกเกรงใจนัก เขาทำตัวตามสบายราวกับอยู่บ้านตัวเอง เท่านั้นไม่พอ! เขายังใจกล้ามาก่อวอร์กับโดฟลามิงโก้ถึงถิ่นอีก


                “เอส...เอาขาลงมาก่อนอย่านั่งแบบนั้น” ผมเดินเข้าไปใกล้พร้อมดึงขาพี่ชายให้วางลงบนพื้นก่อนที่ขี้โคลนบริเวณขากางเกงจะเปรอะเปื้อนโซฟาตัวแพงของโดฟลามิงโก้


                “พี่เมื่อย นั่งแบบนั้นจะไปสบายอะไร” เอสเถียงกลับหน้าตายพลางปรายหางตามองโดฟลามิงโก้ราวกับอากาศธาตุ


                ชัดเจน...ชัดเจนเกินไปแล้ว  


                “เอส” ผมปรามพี่ชายพร้อมหันกลับไปส่งสายตาขอโทษให้กับโดฟลามิงโก้ เจ้าตัวยิ้มรับพร้อมกับเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเอส สุ้มเสียงเข้มเอ่ยออกมาด้วยโทนสุภาพ


                “มาหาพวกเราแต่เช้า คุณพี่ชายมีธุระอะไรหรือเปล่า”


                “ฉันไม่ใช่พี่ชายของนาย ไม่ต้องนับญาติ”


                “เอส!” คราวนี้ผมขึ้นเสียงดุอย่างจริงจัง “พูดไม่เพราะเลยนะ”


                “ก็ทำไมล่ะ!” เขาหันมาทำหน้างอใส่ พี่ชายของผมคนนี้ค่อนข้างรับมือยาก บางทีก็ดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่แต่บางทีก็...เด็กสามขวบ


                “โดฟลามิงโก้เป็นสามีฉันนะ พูดแบบนี้เขาจะรู้สึกยังไง”


                “ก็พี่ไม่ชอบหมอนี่อ่ะ” ผมหันขวับมองโดฟลามิงโก้ด้วยความรู้สึกลำบากใจ ฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ถือสาเอาความอะไรกับพี่ชายผม เขายังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ปรากฏอารมณ์ขุ่นมัวใดๆ ทั้งสิ้น “มันแย่งนายไปจากพี่”


                โธ่เอ้ย...


                “ฉันไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย ก็มาเจอกันได้ตลอดนี่นา”


                “ซาโบ้ก็ทิ้งฉันไป แล้วนี่น้องชายเพียงคนเดียวก็กำลังจะทิ้งอีก” ผมรีบดึงร่างบึกบึนของพี่ชายมากอดแน่น ความรู้สึกอ้างว้างเดียวดายแบบนี้ผมก็เคยเป็น แถมเข้าใจดีด้วยว่ามันทรมานแค่ไหน


                “ฉันไม่ทิ้งนายหรอก ไม่ทิ้งๆ”


                “จริงเหรอ” น้ำเสียงเขาดีขึ้นเล็กน้อย


                “จริงๆ” ผมพยักหน้ายืนยันคำพูดตัวเอง ทั้งยังปลอบประโลมพี่ชายตัวโตต่อ “นายจะมาหาฉันเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าว่างงฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนายเอง”


                “งั้นวันนี้ฉันนอนด้วยนะ”


                “ไม่ได้!” ผมแทบสะดุ้งที่โดฟลามิงโก้ตะเบ็งเสียงปฏิเสธดังลั่น


                “ฉันไม่ได้พูดกับนาย” เอสโผล่หน้าไปตอบ แล้วจึงเบนสายตากลับมามองผม “นายจะปฏิเสธพี่งั้นเหรอ”


                “คืนนี้ไม่สะดวกเลย” ผมตอบเสียงอ้ำอึ้ง ความจริงคืนนี้ผมกับโดฟลามิงโก้มีนัดไปนอนดูดาวกัน ถ้าหากเอสมาขอนอนด้วย...เกรงว่าจะไม่สะดวก


                “ทำไมล่ะ” เอสทำหน้ายุ่งใส่


                “คืนนี้ไม่ได้จริงๆ” ผมได้แต่เอ่ยปฏิเสธ “เป็นโอกาสหน้านะ”


                “ทำไมจะไม่ได้” ขณะที่ผมกำลังเกลี้ยกล่อมพี่ชายอยู่ โดฟลามิงโก้ก็ลุกเดินออกไปทางห้องครัว ทำให้บรรยากาศกดดันลดลงกึ่งหนึ่ง ผมจึงรีบเสนอข้อตกลงกับเอสทันที


                “ฉันสัญญากับโดฟลามิงโก้ไว้ ถ้าผิดคำพูดคงจะถูกมองว่าเป็นคนไม่รักษาสัญญา”


                “ก็แล้วมันสัญญาอะไรล่ะ” ผมชั่งใจอยู่พักใหญ่ก่อนยอมเล่าความจริงออกไป


                “คืนนี้ฉันสัญญากับโดฟลามิงโก้ว่าจะขึ้นไปดูดาวด้วยกัน”


                “เรื่องแค่นี้?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม


                “ก็ช่วงนี้เขาทำงานหนักไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน นอกจากนอนดูดาวก็คิดกิจกรรมอื่นไม่ออกแล้ว”


                “แค่ดูดาวเฉยๆ ใช่ไหม” สีหน้าหวาดระแวงของพี่ชายทำเอาผมเบิกตาโต ผมไม่ได้นึกถึงเรื่องอื่นเลยนอกจากนอนดูดาวด้วยกัน ถ้าหากเอสไม่พูดขึ้นมา...


                “ก็...ใช่” มั้ง?


                ผมต่อท้ายประโยคในใจ


                “ถ้างั้นพี่...” ยังไม่ทันพูดจบประโยค โทรศัพท์ของเอสก็มีสายเรียกเข้าซะก่อน Rrrrrrrrr!


                “มีอะไรปู่” เขากดรับและเอ่ยปากถามทันที “อยู่กับน้อง...ฮะ? ตอนนี้เลยเหรอ ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่ไป”


                ผมไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน รู้เพียงแค่ว่าสีหน้าเอสค่อนข้างยุ่งยากใจ


                “ก็ได้ๆ ไปก็ได้!” ดูเหมือนจะถูกปู่ขู่ด้วยเรื่องอะไรบางอย่าง “แค่นี้แหละ!


                ทันทีที่วางสาย เอสก็หันกลับมามองผมพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “พี่คงต้องไปก่อน”


                “อ้าว...มีเรื่องด่วนอะไรเหรอ”


                “ก็ปู่น่ะสิ ให้พี่ไปช่วยย้ายของที่กองทัพ”


                “อ้อ” ผมครางรับรู้


                “ไม่รู้จะเร่งรีบอะไรขนาดนั้น กลัวโต๊ะทำงานจะย้ายหนีหรือยังไงกัน” เอสบ่นกระปอดกระแปดจนผมไม่กล้าเอ่ยทักท้วง “งั้นไว้วันหลังพี่จะมาใหม่นะ”


                อ่า ถ้าจะมาก็ควรบอกผมล่วงหน้าจะได้ไม่แห้วเหมือนครั้งนี้


                “อืม”


                “เดินไปส่งพี่ที่รถด้วย” เอสอ้อนให้ไปส่ง ซึ่งผมก็ไม่อยากขัดใจเขามากเลยพยักหน้า แต่ก่อนจะเดินออกไปก็ไม่ลืมจะตะโกนบอกเจ้าของบ้านให้รับรู้ด้วย


                “มิงโก้ ผมเดินไปส่งเอสที่หน้าบ้านแปบนึงนะ” โดฟลามิงโก้เดินออกมาจากห้องครัวแล้วพยักหน้าให้


                “ไม่เห็นต้องบอกเลย ทำอย่างกับเป็นพ่อ”


                “เอาน่า เขาจะได้ไม่กังวลว่าฉันหายไปไหน” ผมตบไหล่พี่ชายพร้อมทั้งออกแรงดันให้เขาเร่งเดินออกไป เราสองพี่น้องไม่ได้ร่ำลาอะไรมากนักเพราะเอสโดนปู่โทรมาเร่งยิกๆ จนเขาต้องรีบบึ่งรถออกไปทันที


                เฮ้อ...ถือว่ารอดไปอีกวัน

                




ต่อ





                ยามเมื่อหันกลับมาก็ประจันหน้ากับโดฟลามิงโก้ทันที เขายืนนิ่งมือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงส่วนอีกข้างก็กวักเรียกให้ผมเดินไปหา


                “ไปดูหนังกันเถอะ” ท่าทางสบายๆ ของอีกฝ่ายทำผมมุ่นคิ้ว คล้ายจะได้กลิ่นแปลกๆ จากคนตัวสูง


                “ฝีมือคุณหรือเปล่า”


                “เธอฉลาด” เขาพยักหน้าพร้อมกับก้าวเข้ามาหาผมเอง โดฟลามิงโก้ย่อตัวแล้วอุ้มผมขึ้นในท่าเจ้าสาว จากนั้นก็เดินดุ่มๆ กลับไปยังห้องรับแขก


                “ผมเริ่มอ่านเกมคุณออกมากกว่า” ผมยิ้มขำ หากเอสรู้ว่าเรื่องที่โดนปู่เรียกตัวไปช่วยงานเป็นฝีมือของโดฟลามิงโก้ มีหวังได้มาถล่มบ้านหลังนี้พังราบคาบนแน่นอน


                “ต่อไปคงต้องระมัดระวังตัวมากกว่านี้สินะ” เขาเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ซึ่งมันทำให้รอยยิ้มผมยิ่งเผยออกกว้าง


                “ถ้าคุณคิดมีชู้นะ ผมจะตามเอสมาเล่นงานทันที”


                “กลัวแล้ว” เขาทำเป็นตัวสั่นขวัญผวา ทั้งยังกอดผมแน่นเหมือนเด็กน้อยกลัวถูกแม่ตี


                “ฮ่าๆ” ท่าทางของเขาช่างน่ารักจริงๆ


 

กลางดึก


                เราสองคนขึ้นมากางเต้นท์นอนบนดาดฟ้าตามที่แพลนกันไว้ ผมรู้สึกตื่นเต้นราวกับได้ย้อนวัยกลับไปสมัยมัธยมต้นอีกครั้ง ถึงไม่มีการก่อกองไฟและร้องรำทำเพลงแต่แค่มีชายคนนี้นั่งเคียงข้างภายใต้ผ้าห่มผืนหนาด้วยกันก็พอแล้ว   


                “เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ขึ้นมานอนบนดาดฟ้า” สุ้มเสียงทุ้มต่ำจากคนข้างๆ เปรยขึ้น


                “คุณไม่เคยขึ้นมาเลยเหรอ”


                “ไม่เคย” เขาส่ายหน้าพร้อมกระชับกอดผมให้แน่นขึ้น “วันๆ ก็อยู่แต่ห้องทำงาน ไม่ได้สนใจที่นี่”


                “อ่า งั้นก็คงเหมือนผมเลย” ผมหัวเราะพร้อมเอนหลังพิงอกแกร่ง ใบหน้าเงยขึ้นมองท้องฟ้าสีดำสนิทก่อนชี้ไปยังกลุ่มดาวแคสซิโอเปียหรือทั่วไปเรียกกลุ่มค้างคาว “คุณเห็นนั่นไหมกลุ่มดาวค้างคาว มันจะช่วยให้คุณหาดาวเหนือเจอ” ปลายนิ้วผมลากไปหยุดลงที่ดาวเหนือ


                “นั่นไงดาวเหนือ”


                “เธอรู้จักกลุ่มดาวด้วยเหรอ”


                “ผมเคยสนใจมันอยู่ช่วงหนึ่ง” สมองหวนนึกย้อนกลับไปตอนที่รบเร้าให้เอสสอนวิชาเดินเรือให้ เขาสอนผมเรื่องดูทิศทางจากดวงดาวด้วย เพราะบางทีเราอาจจะพึ่งพาเข็มทิศเดินเรือเพียงอย่างเดียวไม่ได้ “เลยพอมีความรู้ติดตัวบ้างเล็กน้อย”


                “ไว้คราวหน้าเราค่อยนั่งเรือเที่ยวสักสัปดาห์เนอะ”


                “จริงเหรอ” อารามตื่นเต้นทำให้เผลอเงยหน้ามอง ซึ่งมันช่างประจวบเหมาะเมื่อเขาเองก็กดลงมาเช่นกัน นั่นทำให้ริมฝีปากบางเฉียดหน้าผากเล็กน้อย โดฟลามิงโก้ยิ้มกริ่มคล้ายถูกใจกับความบังเอิญเมื่อครู่


                “จริงสิ” เขาจงใจยื่นหน้าเข้าหาผมซ้ำ หากแต่ผมรู้ทันจึงดันปลายคางเขาไว้ก่อน


                “คืนนี้ผมอยากนอนดูดาวเฉยๆ”


                “เธอใจร้าย”


                “อย่าทำเหมือนคนแก่ตัณหากลับเลยน่า” ผมบ่ายเบี่ยง รู้สึกสะใจเล็กน้อยที่ปฏิเสธเขาได้ “คุณยังมีเวลาอยู่กับผมไปอีกทั้งชีวิต”


                “เฮ้อ ยอมแพ้ให้เธอแล้วล่ะ” เขาพ่นลมหายใจพร้อมกอดผมไว้แน่น


                “ผมชอบเวลาคุณรับฟังความต้องการของผมจัง อบอุ่นยังไงก็ไม่รู้” ผมวางมือไว้บนมือแกร่งก่อนลากปลายนิ้วไล้วนเล่นไปมา “ไม่คิดมาก่อนว่าจะรักกับคุณ...คาดไม่ถึงเลย”


                “สำหรับเธออาจเป็นเช่นนั้น แต่ฉันไม่ใช่” พอเขาพูดเรื่องนี้ ผมเองก็เพิ่งนึกได้เช่นกันว่ายังมีเรื่องค้างคาใจ


                “ผมถามหน่อยสิ”


                “อืม”


                “รูปถ่ายในห้องนอน ทำไมคุณถึงเขียนว่ารักต้องห้ามล่ะ”


                “เดี๋ยวก่อน รู้สึกว่าฉันไม่เคยหยิบออกมาให้เธอดู” น้ำเสียงคล้ายกำลังเค้นความจริงเอ่ยต่อ “ทำไมถึงรู้ว่ามันมีล่ะ”


                “ก็...” อืม ผมลืมไปเลย “เพื่อนคุณบอก”


                “ใคร”


                “ซีซ่าร์”


                “ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” เขาบ่นพึมพำในลำคอ จากนั้นก็ก้มลงมาคาดโทษผมอีก “ต่อไปนี้คงต้องระมัดระวังไม่ให้เธอไปสุงสิงกับหมอนั่นแล้ว”


                “ถ้าคุณไม่พอใจไม่ต้องบอกผมก็ได้ ผมไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ” เห็นสายตาไม่ค่อยพอใจของเขาแล้วผมก็ใจแป้ว รู้สึกผิดทันทีที่ยกเรื่องนี้มาถาม


                “ไม่ใช่แบบนั้น” โดฟลามิงโก้ลูบมือผมเบาๆ “ความจริงก็ไม่ได้จะปิดเป็นความลับอีกแล้ว”


                “...”


                “แต่ว่าถ้าฉันบอกแล้วเธอห้ามล้อเลียนนะ”


                “ผมไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก” ผมยืนยันเสียงหนักแน่น


                “น่าอายเสียจริง” แม้เขาจะบ่นพึมพำอีกประโยค แต่ก็ยอมเล่าให้ผมฟัง “ความจริงรูปถ่ายใบนั้นเป็นรูปฉันกับเธอ”


                เห? ผมงั้นเหรอ


                “ตอนนั้นเธอเพิ่งจะห้าขวบเอง” เขาหัวเราะเขินอาย “ฉันมีโอกาสไปบ้านเธอเพื่อคุยธุระกับพลโทการ์ป แล้ววันนั้นเธอเพิ่งทะเลาะกับพี่ชายมา ร้องไห้ไม่หยุดจนฉันต้องเข้าไปปลอบ”


                “คุณนี่นะ?”


                “อืม แต่พอเธอหยุดร้องก็เอาแต่กอดคอฉันไว้แน่น แกะยังไงก็ไม่ออก ทำให้คืนนั้นฉันต้องนอนค้างที่บ้านเธอ”


                “แล้วคุณก็ตกหลุมรักผม”


                “เพราะเธอแปลก”


                “อ้าว” ผมแทบกลอกตามองท้องฟ้าสักร้อยตลบ เหตุผลที่เขารักผมเพียงเพราะว่าผมแปลกงั้นเหรอ


                “เธอน่ารักและมีนิสัยแปลกไปจากเด็กคนอื่น ส่วนใหญ่เด็กๆ ที่เห็นหน้าฉันมักพากันกลัวและวิ่งหนี มีแต่เธอนี่แหละที่ร้องเรียกหาแล้วก็ติดฉันแจ”


                “จริงอ่ะ ทำไมผมจำไม่ได้เลย”


                “เพราะเธอเด็กไง”


                “แล้วทำไมหลังจากนั้นคุณไม่มาเจอหน้าผมเลยล่ะ”


                “เพราะฉันคิดว่าตัวเองเป็นโรคแปลกประหลาด เลยไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษา ซึ่งการไม่ไปเจอหน้าเธอก็อยู่ในการรักษาเช่นกัน”


                “โห...ซับซ้อนมาก”


                “แต่สิ่งเหล่านั้นก็ว่างเปล่าเมื่อเราสองคนต้องแต่งงานกัน”


                “ถึงว่า...ตอนแรกคุณมีท่าทีต่อต้านแทบตาย”


                “ฉันกลัวจะทำให้เธอเสียใจมากกว่า” ง่า...เขาน่ารักใส่ผมอีกแล้ว


                “ผมไม่เสียใจเลย การได้อยู่กับคุณเป็นความสุขอีกเรื่องหนึ่งในชีวิตของผมเลย”


                “ฉันก็เช่นกัน”


                ไม่รู้เพราะบรรยากาศพาไปหรือเพราะผมรับรู้ความลับของเขาแล้ว จึงทำให้จูบของเราในครั้งนี้หอมหวานเป็นพิเศษ ผมระบายยิ้มกว้างพร้อมบดเบียดกายเข้าหาพร้อมทั้งร้องขอจูบจากเขาอีกครั้ง


                ชิชิ...นิยายเรื่องนี้คงต้องขอร่ำลากันเสียแต่ตอนนี้นะครับ ผมขอไปสวีตหวานกับคุณสามีต่อแล้วครับ!  





+++++++++++++++++++
จบ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #754 GusMeMa (@GusMeMa) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 06:53
    เขินนนนนนน ขอบคุณไรท์นะคะ//ส่งจุ้บ

    น่ารักมากๆเลยเรื่องนี้><ฟีลกู๊ดสุดด
    #754
    0
  2. #580 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:02

    นีัรักตั้งแต่5ขวบเหรอ โออ ป๋ารักเดียวยั่งยืนจริงๆ


    #580
    0
  3. #571 HOSHIZORA (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 10:02

    วุ้ยๆๆๆ น้ำตาลขึ้นหมดแล้วจ้า ช่างหวานไม่อายฟ้าและดวงดาวเลยนะเสี่ยกับฟี่น้อยเนี่ย^^ จูบกันหวานชื่นขนาดนี้เราว่าเสี่ยคงได้กินฟี่น้อยสมความตั้งใจละ ดูๆ แล้วฟี่ก็ยินยอมด้วย >///<


    เสี่ยร้ายมากที่ดึงปู่การ์ปมาเป็นพวกได้ แบบนี้เอสถึงจะไม่เต็มใจถอยแต่ก็ต้องเกรงใจปู่อยู่ดี ส่วนฟี่ก็ดูออกซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเสี่ยออกท่าทางขนาดนั้นอ้ะ จากกรุ่นๆ มาเป็นชิลๆ ยังไงฟี่ก็ดูออก555 แต่คำขู่ของฟี่มันช่างน่ารัก และเอสคงไม่มีทางถูกเรียกมาช่วยจัดการเสี่ยแน่นอน เพราะเสี่ยไม่คิดจะเปลี่ยนใจไปจากฟี่อยู่แล้ว ก็รักเด็กน้อยมาตั้งนานจนหลงคิดว่าตัวเองผิดปกติอ่ะ555


    ในที่สุดฟี่ก็ได้รู้ความหมายและที่มาของคำว่า 'รักต้องห้าม' จะว่าไปมันก็ดูตลกจริงๆ นั่นละที่คนแบบมิงโก้จะมาหลงรักเด็กเพียงแค่ 5 ขวบ และรักมาตลอด รักแรกพบของเสี่ยที่มีต่อฟี่คือความแปลกเหรอ555 แปลกใจที่เด็กน้อยติดตัวเองแจ ก็ไม่สงสัยอ่ะนะ เพราะตอนนั้นฟี่เด็กมากแล้วก็ต้องการหาที่พึ่งหาคนปลอบใจ พอเสี่ยเข้ามาปลอบก็เลยติดใจขึ้นมา ตอนนั้นฟี่ไม่ได้คิดไรนอกจากมิงโก้เป็นผู้ใหญ่ใจดีก็เลยอยากอยู่ใกล้ แต่เสี่ยนี่สิ ดันคิดอกุศลกับเด็กน้อย แล้วสติก็ดึงเสี่ยออกมา กลัวว่าตัวเองเป็นโรคประหลาด (โรคโชตะค่อนหรา555) ก็เลยไปหาหมอรักษา มิน่าล่ะ ตอนแต่งงานกันแรกๆ ถึงจะผลักไสฟี่ออกไปซะงั้น (จำได้นา คืนแรกก็ให้ฟี่นอนพื้นด้านล่าง ใจร้ายอ่ะเสี่ย><) แต่ก็รู้ว่ามันไม่ได้ผลใช้มั้ย เพราะโรคประหลาดที่เสี่ยคิดว่าตัวเองเป็นน่ะ แท้จริงมันคือความรัก รักแรกพบ ฮิ้วววว^^


    จริงๆ แล้วปู่การ์ปอาจสังเกตได้ตั้งนานแล้วว่าเสี่ยน่ะแอบชอบหลานของตัวเองอยู่ และจากการสังเกตพฤติกรรมเสี่ยมาตลอด ก็ได้รู้ว่าเสี่ยเป็นคนดีใช้ได้ (แค่เรื่องนี้ล่ะมั้ง^^) ดูมีอนาคต สามารถดูแลหลานรักได้ ประจวบกับสัญญาครั้งเก่าก่อนก็เลยจับให้แต่งงานกันซะเลย แล้วปู่ก็ไม่ผิดหวังใช่มั้ย เพราะคู่นี้เขารักกันหวานชื่นสมใจของปู่555 ส่วนซาโบก็ยินดีกับน้องชาย แต่ถ้าซาโบรู้ว่าเสี่ยเป็นโชตะค่อนแอบรักฟี่ตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยจะเป็นไงนะ555 แต่ซาโบก็ยึดถือความสุขของน้องมาเป็นที่หนึ่ง ยังไงก็ยอมรับได้ละ สำหรับเอส เราว่าเอสก็คงแง่งๆ ใส่มิงโก้อย่างนี้ละ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะน้องชายรักหมอนี่ ปู่ก็สนับสนุน เอสคงมาเป็น กขค เท่าที่จะหาเวลามาได้555 นานๆ ไปอาจทำใจลงได้อ่ะ^^


    จบลงแบบ very happy ending เลยเรื่องนี้ ขอบคุณไรท์เตอร์มากเลยนะคะที่แต่งคู่นี้ขึ้นมา เราชอบมิงโก้กับลูฟี่มาก มันเหมือนความแตกต่างสุดขั้วที่ดึงดูดกันอ้ะ แม้ว่าฟิคนี้เสี่ยจะไม่ร้ายก็เถอะ555

    #571
    0
  4. #563 littil_little_latte (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 23:57

    แค่กๆ ความหวานติดคอ หวานไม่เกรงใจคนอ่านเลย

    #563
    0
  5. #561 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 22:00
    รออค่าาา
    #561
    0
  6. #560 Halan Luciano Raphael (@Twilight43) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 21:28

    ชอบบบบ คู่นี้น่ารักมากกกก
    #560
    0
  7. #559 HOSHIZORA (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:38

    เกิดอะไรขึ้นนี่หมายถึง ระหว่างนอนดูดาวจะเกิดอะไรขึ้น หรือ เกิดอะไรขึ้นที่ทำให้เอสต้องรีบกลับบ้าน ประเด็นไหนดีอ่ะคะ555 ถ้าเป็นประเด็นแรกเราว่าคงเป็นอย่างที่เอสระแวงละ555 เพราะคนอย่างเสี่ยคงไม่นอนกลิ้งดูดาวกับฟี่น้อยเฉยๆ แน่ โอกาสมาแล้วทั้งทีแถมฟี่ก็เต็มใจและยอมรับเสี่ยซะขนาดนั้น 'โดฟลามิงโก้เป็นสามีฉันนะ' กรี๊ดดด พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยอ่ะฟี่น้อย^0^ เค้าอยู่เป็นสามีภรรยาอบอุ่นหวานชื่นขนาดนั้นแล้วเอสก็เลิกก่อกวนซะทีเถอะนะ อิจฉาและน้อยใจใช่มั้ยที่ฟี่รักเสี่ยและไปอยู่กับเสี่ยอ่ะ แต่ถึงยังไงฟี่ก็รักเอสนะ ก็เอสเป็นพี่ชายนี่นา แยกแยะได้แล้วเอส ขนาดซาโบเขายังแยกแยะได้เลย มีเหตุผลกว่าด้วย แม้จะขี้แกล้งและชอบดูความทุกข์ของคนอื่นก็เถอะ^^"


    หากเป็นประเด็นที่สอง ทำไมจู่ๆ เอสก็ถูกเรียกตัวกลับไปทำภารกิจที่ดูยังไงก็ไม่เห็นต้องรีบและเป็นสาระ เราว่าปู่การ์ปคงรู้ว่าพี่ชายติดน้องแถมนิสัยเด็กหวงของแบบเอสต้องไปก่อกวนลูฟี่กับเสี่ยแน่ๆ ปู่สนับสนุนเสี่ยมาตั้งแต่แรกและยินดีสุดๆ ที่สองคนนี้ไม่ได้หย่ากันจริงๆ ดังนั้นพอรู้ว่าเอสมาก่อกวนก็ต้องอ้างเหตุผลดึงเอสกลับไปอ่ะ ว่าแต่ปู่รู้ได้ไง อย่าบอกนะว่าที่มิงโก้หายออกไปจากห้องนั้น ไปโทรรายงานการ์ปน่ะ555 แบบว่าด้วยนิสัยสุภาพแบบมิงโก้ (เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นแหละ555) ถึงจะอยากโดดถีบขาคู่เอสขนาดไหน ก็คงไม่อยากให้ฟี่มองตัวเองไม่ดี เลยโทรเรียกปู่มาจัดการดีกว่า ถ้าเป็นงั้นเสี่ยก็ร้ายใช่เล่น555


    หลังจากเอสกลับไปแล้ว ก็เป็นโอกาสแล้วละมิงโก้ ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน ตอนนี้ก็ได้พักผ่อนนอนดูดาวกับภรรยาตัวน้อยน่ารักแล้ว โอกาสหาได้ยากมีรึที่เสี่ยจะปล่อยให้หลุดลอย ตัวป่วนอย่างเอสก็ไม่อยู่แล้ว เดินหน้าต่อเลยรับรองฟี่ไม่ขัดหรอก^^ ใกล้จะจบแล้วสินะเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วเอสจะทำใจได้ไหมนะ555 รออ่านส่วนที่เหลือนะคะไรท์เตอร์^0^

    #559
    0
  8. #558 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:37
    รออค่าา
    #558
    0
  9. #557 Wrror (@Wrror) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:11
    ไปๆมาๆเริ่มจะเกียจเอสก็วันนี้แหละ!
    #557
    0
  10. #556 HOSHIZORA (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 08:51

    อ่าวๆ เอส จะประกาศสงครามกับมิงโก้เหรอ สงครามที่ไม่มีทางชนะเนี่ยนะ^^" ฟี่น้อยรักเสี่ย เสี่ยก็รักฟี่ ซาโบก็ตามใจน้อง ส่วนปู่การ์ปยิ่งสนับสนุนออกนอกหน้า ไม่มีใครเป็นฝ่ายเอสซักคน เรานึกว่าเอสยอมแพ้ตั้งแต่ตอนที่คุยกับซาโบแล้วนะ แบบว่าถึงจะรู้ตัวว่าแพ้แต่ก็ไม่ยอมเสียน้องชายสุดที่รักไปง่ายๆ ใช่มะ ยังไงก็ขอป่วนหน่อย เอสเหมือนเด็กเรียกร้องความสนใจอ้ะ555 ทำแบบนี้ฟี่จะลำบากใจนา เสี่ยคงกรุ่นๆ ในใจแต่ก็เกรงใจฟี่ละ อยากรู้ว่าเสี่ยกับฟี่จะจัดการยังไงกับพี่ชายติดน้องคนนี้ หรือว่าจะให้ปู่การ์ปมาเขกกระโหลกแล้วลากกลับไป555 รออ่านส่วนที่เหลือนะคะไรท์เตอร์ ตอนสุดท้ายแล้วแง้ๆT^T

    #556
    0
  11. #554 littil_little_latte (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:20

    เอส! เรื่องไหนที่ไม่ได้น้องไปนี่คอยไปป่วนทุกเรื่องเลย 555
    //เป็นพี่ที่หวงน้อง :v

    #554
    0