[ONE PIECE] All LUFFY รวมเรื่องรักของหนุ่มหมวกฟาง 2

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,862 Views

  • 792 Comments

  • 819 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,178

    Overall
    34,862

ตอนที่ 53 : [Doflamingo x Luffy] My Ex-husband : 7 [อัปครบ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    27 ส.ค. 61







7



 

                เกิดความความเงียบขึ้นกะทันหัน ทั้งผมและโดฟลามิงโก้ต่างจมลงสู่ห้วงความคิดของตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยอ่านสายตาหรือสีหน้าเขาออก แต่พักหลังๆ โดฟลามิงโก้กลับแสดงออกชัดเจนจนคนโง่แบบผมยังเข้าใจสายตาของเขาได้ง่ายๆ


                “ให้ฉันอยู่แบบนี้สักพัก” เขาเอ่ยท่ามกลางความเงียบ ส่วนผมก็เพียงแค่พยักหน้ารับอย่างง่ายดาย ไม่กล้าคัดค้านเพราะตัวเองยังมีชนักติดหลัง โดฟลามิงโก้หลับตาลงพลางกระชับอ้อมกอดมากขึ้น เขาไม่ได้มีท่าทีคุกคาม หากแต่เพียงนอนกอดผมนิ่งๆ จนจมลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ผมถือโอกาสนี้มองสำรวจใบหน้าหล่ออีกครั้งอย่างย่ามใจ


                โดฟลามิงโก้เป็นคนเพอร์เฟ็กต์จริงๆ ใบหน้าก็หล่อ ทำงานเก่ง แถมยังทำอาหารอร่อยอีกด้วย หากใครได้เป็นสามีคงสบายไปทั้งชาติ...


                แปล๊บ!


                ราวกับมีคมมีดกรีดแทงทะลุขั้วหัวใจ ผมรีบผละมือจากแก้มของอีกฝ่ายเพื่อกอบกุมหัวใจตัวเองเอาไว้ มันกำลังเจ็บปวด... ผมเริ่มปวดแปลบที่หัวใจบ่อยขึ้นหลังจากรู้สึกแปลกประหลาดกับโดฟลามิงโก้ แม้จะเริ่มมั่นใจแล้วว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหนแต่เพราะรู้ว่าอีกไม่นานเราสองคนจะต้องหย่ากัน ผมจึงเลือกจะเก็บความรู้สึกเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจเพื่อไม่ให้มันกระทบต่อการตัดสินใจของอีกฝ่าย


                ทั้งหมดที่ผมทำก็เพื่อไม่ให้เขารู้สึกผิดยามที่ต้องบอกลา

 


หนึ่งชั่วโมงต่อมา


                โดฟลามิงโก้ตื่นแล้ว และตอนนี้เขากำลังเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ ทิ้งให้ผมนั่งเอ๋อรออยู่บนเตียง


                “ลูฟี่ เอาผ้าเช็ดตัวมาให้หน่อย”


                “ครับ” อย่าแปลกใจที่ผมใช้ง่ายแบบนี้ ตอนนี้กำลังไถ่โทษของตัวเองอยู่ ผมเลยตัดสินใจเอาเองว่าจะเชื่อฟังคำพูดของโดฟลามิงโก้ ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไรหรือใช้งานแบบไหนก็จะทำตามโดยไม่บ่นสักคำ


                ผมค้นกระเป๋าตัวเองแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนสีขาวสะอาดออกมา “คุณจะอาบน้ำด้วยหรือเปล่าจะได้สดชื่น”


                “ก็ดี” เขาตะโกนตอบ


                “แล้วคุณเอาเสื้อผ้ามาหรือเปล่า กระเป๋าคุณอยู่ไหน”


                “ไม่มี” อ้าว แล้วจะอาบน้ำยังไงล่ะ


                “คุณไม่ได้ให้สาวใช้เตรียมกระเป๋าให้เหรอ” ผมเดินเข้าไปยืนใกล้ประตูห้องน้ำแล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความฉงน


                “ไม่ กะทันหันเกินไปเลยไม่ได้บอก”


                “แล้วคุณจะเอาเสื้อผ้าที่ไหนมาใส่” แกร่ก! บานประตูเปิดออกพอดี ผมรีบเงยหน้าขึ้นพลางมองโฟกัสเฉพาะใบหน้าหล่อเข้ม


                “ของเธอไง”


                “หา?...”


                “ยืมเสื้อผ้าเธอใส่ก่อน” เขาระบายยิ้มอ่อนโยนขณะดึงผ้าเช็ดตัวไปจากมือผมแล้ว “ได้ไหม?”


                “คุณตัวโตขนาดนี้จะใส่เสื้อผ้าผมได้ยังไง” ผมยู่หน้าย่นจมูกใส่อย่างเผลอตัว “คุณใส่ชุดเดิมไปก่อน เดี๋ยวผมไปขอยืมเสื้อของซาโบ้มาให้”


                “แต่ฉันไม่อยากใส่ชุดของคนอื่น ไม่ชอบให้มีกลิ่นคนอื่นติดตัว”


                “เสื้อผมก็มีกลิ่นน้ำหอมติดอยู่”


                “กลิ่นของเธอไม่เป็นไร ฉันชิน” ผมผงะถอยหลังพลางรีบก้มหน้างุดไม่กล้าสบสายตากับอีกฝ่าย โดฟลามิงโก้นะโดฟลามิงโก้ ไม่รู้ตัวบ้างหรือไงว่าตัวเองมีอิทธิพลต่อคนอื่นมากมายแค่ไหน  


                “ผมจะไปขอยืมชุดจากซาโบ้” ผมรีบเอ่ยแทรกแล้วหมุนตัววิ่งหนีออกมาจากห้อง ไม่แน่ใจว่าอาการหัวใจเต้นโครมครามขณะนี้เกิดจากการวิ่งหนีออกมาหรือเป็นเพราะคำพูดของอีกฝ่ายกันแน่


                ไม่ไหวจริงๆ


                ชักจะหักห้ามความรู้สึกได้ยากมากขึ้นทุกที





ต่อ




                สุดท้ายโดฟลามิงโก้ก็ต้องจำยอมใส่ชุดของซาโบ้ไปก่อน ระหว่างนั้นผมก็กึ่งขอร้องกึ่งบังคับให้เขาโทรบอกไดอาแมนเต้ให้เอาชุดมาเปลี่ยนให้ แต่กว่าจะกล่อมเขาได้สำเร็จผมก็เหงื่อตกไปเกือบเป็นถัง คนแก่นี่เอาใจยากจริงๆ


                “คุณจะลงไปเจอเพื่อนผมหรือเปล่า” ผมเอ่ยถามขณะนั่งนวดไหล่ให้เขาอยู่บนเตียง


                “อยากให้ฉันลงไปเจอเพื่อนเธอหรือเปล่าล่ะ” เขาถามกลับพลางทิ้งตัวลงนอน ขยับไปขยับมาเพื่อหาที่เหมาะๆ สำหรับหนุนนอน จนมาลงเอยด้วยการวางศีรษะไว้บนตักผมซะงั้น


                “ก็ถ้าอยากรู้จักพวกเขาก็ลงไป แต่ถ้าไม่...”


                “ฉันอยากรู้จักพวกเขา” เขาเอ่ยแทรกคำพูดของผม “อยากรู้ว่าเวลาเธออยู่กับเพื่อนเธอเป็นยังไง”


                “พูดแบบนี้เหมือนคุณหลงรักผมเลยนะ” คำพูดที่ไม่ผ่านการกลั่นกรองจากสมองทำให้เกิดความเงียบขึ้นทันที ผมตีปากตัวเองสองสามครั้งก่อนเปลี่ยนเรื่องคุย “อย่าสนใจเลย ผมแค่แซวเล่น”


                “...”


                “ว่าแต่คุณจะให้ผมนวดให้นานแค่ไหนเนี่ย ตอนนี้ผมปวดมือหมดแล้วนะ” ผมรู้สึกกระดากอายจนไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย ตอนนี้อยากเฟดตัวเองหนีออกจากห้องนอนเสียด้วยซ้ำ โดฟลามิงโก้หลับตาลงพริ้มก่อนเอื้อมจับมือผมไปกุมไว้แน่น


                “ถ้าเกิดฉันรักเธอขึ้นมาจริงๆ เรื่องหย่าของเราจะยังเหมือนเดิมไหม”


                “กะ ก็แน่นอน ผมย่อมต้องหย่าให้คุณอยู่แล้ว”


                “แล้วถ้าฉันไม่อยากหย่าล่ะ” ผมมุ่นคิ้ว ไม่มั่นใจว่าเขาต้องการพูดเรื่องอะไรกันแน่ ผมไม่กล้าตีความผิดๆ และคิดไปเองฝ่ายเดียว “เธอยังต้องการหย่าหรือเปล่า”


                “แต่เราตกลงกันไว้แล้วนี่นา”


                “...” โดฟลามิงโก้นิ่งเงียบจนผมคิดว่าเขาเผลอหลับไปอีกครั้ง


                “อีกอย่าง ผมก็ไม่มั่นใจว่าจะดูแลคุณได้ดีกว่าคนอื่น บางที...บางทีคุณอาจต้องการคนที่ทำงานเก่ง ทำอาหารอร่อยและเอาใจใส่คุณดีกว่าผมก็ได้”


                “ฉันไม่ต้องการคนแบบนั้น” เขาเอ่ยแย้งเสียงเรียบนิ่ง “บางทีฉันอาจจะเคยชินกับความไม่เอาไหนของเธอ”


                แปะ!


                ผมตีอกเขาเบาๆ ข้อหากล้าด่าผมต่อหน้าต่อตา


                “เรื่องหย่าเอาไว้ค่อยคุยกันวันหลัง ตอนนี้คุณรีบลุกขึ้นจากตักผมได้แล้ว จะได้ลงไปข้างล่างกัน”


                “เราเหลือเวลากันเท่าไหร่” โดฟลามิงโก้ขืนตัวไว้ขณะเอ่ยถามคำถามที่สร้างความงุนงงให้


                “เวลาอะไร”          


                “เวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันก่อนจะครบหนึ่งเดือน”


                “ถ้าไม่นับวันนี้ก็เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์”


                “แค่นั้นเองเหรอ” เขาพึมพำก่อนลืมตาพรึ่บจนผมเผลอสะดุ้งตกใจ โดฟลามิงโก้ดีดตัวลุกขึ้นนั่งก่อนเอ่ยกับผมด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “งั้นเราก็ไม่ควรปล่อยให้เวลาหมดไปเปล่าๆ รีบลงไปหาเพื่อนเธอกันเถอะ!


                “อะไรของคุณ ผมงงไปหมดแล้วนะเนี่ย” ผมบ่นปนขำขัน


                โดฟลามิงโก้จูงมือผมลงไปด้านล่าง บริเวณห้องรับแขกพวกเพื่อนๆ กำลังช่วยกันตกแต่งและจัดอาหารสำหรับปาร์ตี้คืนนี้ ทันทีที่พวกเขาหันมาเห็นเราสองคนก็ส่งเสียงแซวยกใหญ่


                “แหมๆ ถึงกับจับมือไว้แน่นเชียวนะ” ซาโบ้เริ่มก่อน


                “มาปาร์ตี้กับเพื่อนหรือมาฮันนีมูนกันแน่” โคล่าเสริม


                “ฮันนีมูนที่ว่าคงหวานหยดย้อยจนพวกเรากลายเป็นคนนอกแน่ๆ” ซันจิยิ้มแซวก่อนถือจานบาร์บีคิวกลิ่นหอมกรุ่นมายื่นให้ “ขอให้มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง”


                “มันใช่ซะที่ไหนล่ะ!” ผมแหวลั่นแต่ก็ไม่อาจฟาดเอาคืนได้เพราะมือข้างหนึ่งถือจานบาร์บีคิว ส่วนอีกข้างก็ถูกกุมไว้ไม่ยอมปล่อย


                “ลูฟี่ท้องไม่ได้” คนข้างกายเอ่ยแย้ง “แต่ก็ใช่ว่าจะทำกิจกรรมไม่ได้”


                “มิงโก้!” ผมแหวลั่นพลางถลึงตาใส่คนแก่ที่พูดเล่นไม่ดูเวล่ำเวลา เพื่อนผมยิ่งจ้องจับผิดเตรียมหาเรื่องล้อเลียนผมอยู่


                “อ้ายยยย! เขินแทน อยากได้สามีแบบนี้! จะเอาๆ” นามิเขินบิดตัวม้วนต้วนจนโดนโซโลลากออกจากห้องไป ผมหัวเราะขำทั้งสองคนก่อนกระตุกมือลากโดฟลามิงโก้ไปนั่งรอที่โซฟาข้างๆ กับซาโบ้


                “ซาโบ้ ฝากมิงโก้ด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยเพื่อนๆ เตรียมของ”


                “นายไปก็มีแต่จะเกะกะ นั่งอยู่นี่นั่นแหละ” ร้ายกาจ! แน่ใจว่าซาโบ้เป็นพี่ชายของผมจริงๆ? “ไม่ต้องแอบนินทาพี่ในใจ เดี๋ยวคืนนี้พี่มีเซอร์ไพรซ์เรา”


                “เซอร์ไพรซ์อะไร” ผมถามพลางหรี่ตาจ้องจับผิด ไม่ไว้ใจรอยยิ้มร้ายกาจของเขาเลยจริงๆ


                “ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรซ์สิ” ซาโบ้หัวเราะขำก่อนหันไปยักคิ้วให้โดฟลามิงโก้ คนข้างกายผมคราง หืม ในลำคอ หากแต่เขาเก็บสีหน้าและความสงสัยได้ดีกว่าผมเยอะเลยไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรมาก




ต่อ




                งานปาร์ตี้เริ่มขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน โดฟลามิงโก้ถูกซาโบ้มอมเหล้าจนบัดนี้แก้มสากเริ่มขึ้นสีระเรื่อ แม้ผมจะถูกเพื่อนลากไปร่วมวงสนทนาด้วยแต่ก็มีบ้างที่เหลือบมองคนแก่ด้วยความเป็นห่วง


                “มองบ่อยซะขนาดนั้นก็ไปนั่งด้วยกันเถอะ” นามิกระแทกไหล่พลางส่งสายตาล้อเลียน


                “เปล่าซะหน่อย ฉันแค่มองอะไรเรื่อยเปื่อย” ผมแสร้งปฏิเสธพลางจิบน้ำหวานในแก้วลงคอ กลุ่มเพื่อนผมนั่งดื่มกันต่อไปเรื่อยๆ แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แล้วก็ตาม ดวงตาผมค่อยๆ ปรือลงต่ำ สติเหวี่ยงวูบเหมือนคนตกลงไปในห้วงความืดมิดสลับกับถูกฉุดขึ้นมา เป็นแบบนี้ซ้ำหลายครั้งจนกระทั่งมีเสียงรถยนต์ขับเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน ผมรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวหากแต่ตอนนี้ถูกความง่วงครอบงำจนไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกแล้ว


                “หลับหรือยัง” แว่วเสียงทุ้มอันคุ้นเคยเอ่ยถามไม่ใกล้ไม่ไกล


                “ยัง แต่อีกนิดคงหลับ”


                “มันคงดึกเกินไปสำหรับเขา”


                “หึ คงจะเป็นแบบนั้น”  เสียงซาโบ้นี่นา...เขากำลังคุยกับใครบางคนอยู่ด้านหลังของผมนี่เอง


                “ซาโบ้” ผมส่งเสียงเรียกยานคราง “อุ้มหน่อยๆ ง่วงแล้ว”


                “จะให้พี่อุ้มได้ไง มิงโก้ของนายก็นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้”


                “มิงโก้?” สมองผมประมวลผลช้านิดหน่อย แต่กว่าจะรำลึกได้ว่าในงานปาร์ตี้นี้ยังมีคุณสามีเข้าร่วมด้วยก็ปาเข้าไปเกือบสามนาที ผมพยายามปรือเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งมองหาอีกฝ่าย


                ...เราต่างฝ่ายต่างหรี่ตามองกัน ไม่ไหวๆ ผมง่วงมาก ส่วนเขาก็คงเมามากเช่นกัน


                “เขาเมาแล้ว”


                “เหล้าแค่นั้นทำอะไรมิงโก้ไม่ได้หรอก” ซาโบ้ตอบ จังหวะนั้นเองที่ร่างของฉันลอยหวืดขึ้นไปอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคนเข้า เกิดเสียงโครมครามขึ้นเล็กน้อยจากมุมที่พวกผู้ใหญ่นั่งดื่ม แต่ผมหาได้สนใจไม่ ที่ผมสนใจก็คงเป็นกลิ่นหอมกรุ่นบวกกับสัมผัสอ่อนโยนที่คุ้นเคย


                “ใคร?...เอสเหรอ เอสมาเหรอ” ผมลืมตาขึ้นมอง หากแต่แสงสว่างจ้าจากดวงไฟกลางห้องกลับแยงตาจนรู้สึกแสบตา


                “เคยมีครั้งไหนที่นายจะจำพี่ไม่ได้บ้าง” ใช่จริงๆ ด้วย เป็นเอสจริงๆ


                “มายังไง” คราวนี้อ้อมแขนสองข้างตวัดรัดรอบลำคอของเอสแน่น ผมซุกใบหน้าเข้ากับอกแกร่งพลางสะบัดหน้าไปมาด้วยท่าทางออดอ้อน “ทำไมไม่บอกก่อน”


                “เซอร์ไพรซ์ไง”


                “งั้นเรื่องที่ซาโบ้บอก...”


                “ก็เรื่องนี้แหละ” เอสอุ้มผมในท่าเจ้าสาวเพื่อพาผมขึ้นไปบนห้องนอน แต่ระหว่างทางก็ทักทายเพื่อนผมตามประสาคนรู้จักกัน “ขอบใจเพื่อนลูฟี่ทุกคนที่ยังไม่ทิ้งน้องชายจอมดื้อของฉัน”


                “ลูฟี่ไม่เห็นบอกว่าคุณพี่ชายจะมา” คำถามนี้น่าจะมาจากโรบิน


                “อยากให้ลูฟี่แปลกใจน่ะ” เอสตอบก่อนหัวเราะอารมณ์ดี เขาพูดคุยกับเพื่อนผมอีกเล็กน้อยก่อนอุ้มผมขึ้นบันไดมา เมื่อเราสามพี่น้องได้อยู่ด้วยกันตามลำพังผมก็รีบทำตัวงอแงตามประสาน้องเล็กทันที


                “งอนแล้ว เอสหายไปนานหลายเดือนไม่ยอมส่งข่าวคราว” ผมนั่งกอดอกแน่นพลางสะบัดหนี “ติดต่อแต่ซาโบ้ ไม่คิดถึงฉันบ้างเลย”


                “งอนพี่เหรอ” เขาระบายยิ้มขำ ปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแก้มนุ่มนิ่มของผมอย่างหยอกล้อ “โอ๋ๆ หายโกรธนะ”


                “เอสก็รู้ว่าอะไรจะทำให้ฉันหายโกรธได้” ผมยิ้มตาหยีก่อนทิ้งตัวลงหนุนตักเขา ทั้งเอสและซ่โบ้ต่างหัวเราะเอ็นดู


                “แน่นอน ฉันซื้อของฝากมาให้นายมากมายเลย แต่ตอนนี้มันยังอยู่ในรถ” เอสลูบศีรษะผมแผ่วเบา ความอ่อนโยนที่น้อยคนนักจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้แต่สำหรับผมมันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ผมได้บ่นงุ้งงิ้งอยู่สักพัก สองพี่ใหญ่ก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องของคุณสามีผมแทน


                “แล้วหมอนั่นเป็นไงบ้าง รังแกลูฟี่หรือเปล่า”


                “ไม่ ที่เฝ้าดูมาตลอดหนึ่งเดือนก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ เขาแทบไม่แตะต้องน้องชายเราด้วยซ้ำ” ผมนั่งฟังซาโบ้พูดพลางเอ่ยแย้งในใจ


                ซะที่ไหนล่ะ! มิงโก้ไม่ใช่พระอิฐพระปูนสักหน่อย ไอ้เรื่องจะไม่แตะต้องผมนี่แทบเป็นไปไม่ได้เลย อีกอย่าง เราสองคนก็ผ่านจุดวาบหวามมาหลายต่อหลายครั้งแล้วด้วย


                “แล้วรู้หรือยังว่าทำไมเขาถึงยอมแต่งงานกับลูฟี่” มือหนายังคงลูบศีรษะผมเชื่องช้าจนความง่วงงุนเข้ามาเล่นงานผมอีกครั้ง ผมพยายามฝืนตัวเองเพื่อแอบฟังพี่ชายคุยปรึกษากัน


                “คงเบื่อคำรบเร้าของปู่เลยยอมๆ แต่งงานให้เรื่องมันจบๆ ไป”


                “จะบอกว่าหมอนั่นโง่ก็ไม่ใช่ จะว่าฉลาดก็ไม่เชิง...เรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ” เอสเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงกึ่งสมเพช แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่มีสติรับรู้เรื่องอะไรอีกแล้วเนื่องจากถูกความง่วงเข้าเล่นงานอย่างหนักจนเผลอวูบหลับไปทั้งอย่างนั้น

               


กลางดึก


                ร่างกำยำที่อัดแน่นด้วยมัดกล้ามเดินซวนเซเข้าไปในห้องนอนของตนจนได้ ความมืดมิดภายในทำให้เขาต้องพยายามเพ่งสายตามากกว่าปกติ


                “คร่อกฟี้...” และเหมือนโชคจะเข้าข้างเขาอยู่บ้างที่มีเสียงกรนแผ่วเบา คอยบ่งบอกตำแหน่งเตียงให้เขารับรู้ สองเท้าก้าวพาร่างเดินไปจนสะดุดกับขาเตียง นั่นทำให้เขาล้มหน้าคว่ำลงบนเตียงนุ่มทันที


                “อื้อ!” สิ่งมีชีวิตใต้อาณัติส่งเสียงประท้วง ทั้งยังพยายามผลักร่างอันหนักอึ้งของเขาให้ออกห่าง “หนัก...”


                “...” เขานิ่งเงียบเพราะรู้สึกมึนศีรษะจนแทบขยับเขยื้อนไม่ไหว


                “มิงโก้? เมาเหรอ”


                “อือ” เขาครางตอบด้วยเสียงแหบต่ำ


                “ลุกไปจากตัวผมก่อน ผมจะแบนตายอยู่แล้ว”


                “ลุกไม่ไหว” เสียงอ้อแอ้ตอบกลับพร้อมกับเจ้าของใบหน้าคมพ่นลมหายใจอันเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์รดใบหน้าอีกฝ่าย ไม่เพียงเท่านั้นยังซุกลงกับซอกคอหอมกรุ่นจนร่างเล็กชะงักนิ่ง “มึนหัว...”


                “ผม...ผมอึดอัด”


                “อือ” เขาครางตอบแต่ก็ไม่ได้ขยับตัวลุกหนีแต่อย่างใด ลูฟี่พยายามดึงมือออกจากร่างของอีกฝ่ายจนทำสำเร็จ เรียวแขนเล็กทั้งสองข้างตวัดกอดรอบลำตัวใหญ่ไว้ก่อนทุ่มเทแรงทั้งหมดดันเขาลงไปนอนเคียงข้าง


                “แฮกๆ” ลูฟี่หอบหายใจหนักราวกับเพิ่งออกกำลังกายมาหมาดๆ เขารีบขยับลุกขึ้นนั่งก่อนเอื้อมเปิดไฟตรงหัวเตียง แสงสว่างทำให้เห็นใบหน้าของคุณสามีชัดเจน บัดนี้ใบหน้าคมเข้มที่มักเรียบนิ่งไม่เหลือเค้าเดิมอีกแล้ว แก้มสากแดงระเรื่ออย่างน่ารัก ผมสีทองอ่อนที่มักทำเป็นทรงเรียบเปล้กลับยุ่งเหยิงคล้ายเด็กน้อยเพิ่งตื่นนอน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นโดฟลามิงโก้ในตอนนี้ช่างดูน่ารักในสายตาของลูฟี่เสียจริง


                “เดี๋ยวผมเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้นะ”


                “...อือ” เสียงตอบกลับดีเลย์ไปชั่วครู่ ลูฟี่หัวเราะขำก่อนรีบลุกจากเตียงหยิบผ้าขนหนูไปชุบน้ำแล้วนำมาเช็ดตามใบหน้าและลำคอของอีกฝ่าย โดฟลามิงโก้พยายามเปิดเปลือกตาขึ้นมองดู


                “นอนไปเถอะ เดี๋ยวผมจัดการให้เอง”


                “...ร้าย” เขาพึมพำอะไรบางอย่างแต่ลูฟี่ไม่เข้าใจคำพูดของเขา


                “คุณพูดว่าอะไรนะ” โดฟลามิงโก้หลับตาลงอีกครั้ง เขาเงียบไปนานมากจนลูฟี่คิดว่าเขาหลับไปแล้ว ขณะที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกให้ แว่วเสียงตัดพ้อกึ่งอ้อแอ้อยู่ในลำคอก็ดังขึ้น


                “เด็ก...ใจร้าย”


                “อะไรของคุณ ดุผมเหรอ” ลูฟี่เลิกคิ้วถามแต่ก็ไม่ได้คิดโกรธเขาแต่อย่างใด ฝ่ายคนเมาก็ยังคงเพ้อด่าตัดพ้อไม่ลดละแถมยังปัดมือเล็กทิ้งจนลูฟี่ไม่สามารถถอดเสื้อให้เขาได้


                “ใจร้าย...เด็กใจร้าย”


                “เมาแล้วน่ารักนะคุณเนี่ย” ลูฟี่หัวเราะขำพลางพยายามถอดเสื้อของอีกฝ่ายออก


                “โกรธ...” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ได้ยินโดฟลามิงโก้เพ้อ ลูฟี่ยิ้มเอ็นดูจนกระทั่งถอดเสื้อของอีกฝ่ายสำเร็จ เขาบรรจงเช็ดตัวให้สามีทุกซอกทุกมุม โดยไม่รู้ตัวเลยว่าภัยร้ายกำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า  





++++++++++++++++++++++

100%

เสี่ยเมาแล้วน่ารักอ่ะ 55555

แต่เสือก็คือเสือ...ไม่มีทางเป็นแมวไปได้หรอกเนอะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #748 GusMeMa (@GusMeMa) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 06:32
    ....ไม่รอดแน่ๆ ไม่รอด ไม่รอดแน่เจ้าลูฟี่!!!
    #748
    0
  2. #494 HOSHIZORA (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 20:24

    ห๊าาา เสี่ยเนี่ยนะถูกซาโบมอมเหล้า เสี่ยแกล้งเมามากกว่ามั้ง555 ส่วนฟี่ก็ห่วงสามีตัวเองซะเหลือเกิน ชำเลืองอยู่นั่นจนเพื่อนๆ แซว555 ฟี่น้อยก็เป็นเด็กซะจริงๆ นอนผิดเวลานิดหน่อยก็ง่วงซะแล้ว หรือว่าน้ำหวานที่จิบนั้นมันใส่อะไรที่ทำให้ง่วงหรือเปล่านะ^^ ตกลงว่าซาโบเชียร์น้องเขยคนนี้จริงๆ เหรอเนี่ย เหลือเชื่อ555 งั้นเราเป็นพวกเดียวกันนะคุณพี่ชาย อิอิ


    เซอร์ไพรซ์ของซาโบคือเอสนี่เอง แหม่ๆ ฟี่น้อยอ้อนพี่ชายซะจนลืมสามีตัวเองเลยเหรอ ป่านนี้มิงโก้น้อยใจแล้วนา หรือไม่ก็คงเมากับเพื่อนๆ นั่นละ^^ เอสนี่ต่างจากซาโบแฮะ ไม่ชอบหน้าน้องเขยคนนี้ชัดเจนเลย มิงโก้ไม่ได้โง่หรือหาเรื่องใส่ตัวนะ ที่ยอมแต่งงานกับลูฟี่ก็เพราะรักต่างหาก แม้ว่าลูฟี่จะไม่รักตัวเองก็ตาม แต่ตอนนี้ความเอาใจใส่และให้ใจของเสี่ยทำให้ลูฟี่ใจอ่อนและเริ่มรักเสี่ยขึ้นมาแล้ว แล้วก็อีกอย่าง เสี่ยน่ะลวนลามฟี่ไปหลายครั้งแล้วคุณพี่ชาย555 ซาโบโดนหลอกซะสนิทเลย แต่ก็นะ ภายนอกดูๆ เสี่ยก็รักษาระยะห่างกับฟี่เหมือนกัน แต่ซาโบพูดงี้ก็ดีละ ถ้าเอสรู้ว่าเสี่ยทั้งกอดทั้งจูบฟี่ล่ะก็ คงเกลียดขี้หน้าเสี่ยมากขึ้นอีกแน่ๆ ^^"


    ว่าแต่ๆ เสี่ยเมาจริงๆ เหรอค้า เหลือเชื่อเลยอ้ะ แต่เมาแล้วน่ารักจัง555 แน่ะๆ ยังเพ้อละเมออีกว่าฟี่น้อยใจร้าย ใจร้ายเรื่องอะไรกันน้อ^^ เรื่องสนใจพี่ชายมากกว่าสามี เรื่องทิ้งสามีหนีมาเที่ยว หรือว่าเรื่องไม่รับรู้ความรู้สึกที่อัดแน่นของเสี่ย^^ ฟี่น้อยก็ช่างเป็นภรรยาที่แสนดี ถอดเสื้อเช็ดตัวให้มิงโก้ซะดิบดีเลย ฟี่คงคิดล่ะว่าเสี่ยเมาแล้วน่ารักเหมือนแมวตัวใหญ่ขี้เซา แต่เราเห็นด้วยกับไรท์เตอร์ว่า เสี่ยน่ะไม่ใช่แมวหรอก เป็นเสือต่างหาก555 ฟี่น้อยกำลังแหย่เสือหลับอยู่รู้มั้ย555


    รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์เตอร์ อยากเห็นเสือเจ้าเล่ห์ตื่นมาขย้ำกระต่ายน้อย^0^

    #494
    0
  3. #493 เจ้าเหมียว~ (@Kuroko107) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 10:37
    ลูฟี่ หนูไม่รอดแน่คืนนี้~
    #493
    0
  4. #492 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 01:04

    ไม่ต้องสนใจสัญญาหรอกก ลูฟี่เอ้ยยย รู้ตัวสักทีสิลูกกกกกก

    ลุ้นจะตายอยู่แล้วว555

    #492
    0
  5. #491 Phantom. (@g-h-o-s-t) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:31
    หือ~ ผิดคาดแฮะคิดว่าฟี่น้อยจะโดนมอมญะอีก
    #491
    0
  6. #490 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:30
    รออค่าา
    #490
    0
  7. #489 HOSHIZORA (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 12:11

    555อยากเห็นมิงโก้ตอนใส่ชุดซาโบ ใส่เข้าไปได้เหรอ แต่ก็ยังดีกว่าใส่ชุดของฟี่นะ^^ ฟี่น้อยทำหน้าที่ศรีภรรยานวดให้เสี่ยอีกแล้ว ส่วนเสี่ยก็เนียนนอนหนุนตักฟี่ซะเลย^^ เสี่ยน่ารักนะเนี่ยเอาใจใส่ฟี่และคนรอบตัวของฟี่ แบบนี้มันแสดงว่าเสี่ยรักฟี่จริงๆ และหลงรักฟี่มาตั้งนานแล้ว ฟี่พูดไม่ผิดหรอก


    กรี๊ดดด เสี่ยพูดแล้ว พูดว่ารักฟี่และไม่อยากหย่า ก็แล้วทำไมไม่พูดไปตรงๆ ให้รู้เรื่องไปเลยเล่า มีโอกาสแล้ว ปั๊ดโธ่>< ฟี่ก็นะ ตัวเองก็มีใจให้เสี่ยแล้วทำไมไม่บอกไปตรงๆ จะได้ยกเลิกสัญญานั่นไปซะ แต่เราก็เข้าใจฟี่เหมือนกัน มิงโก้เพอร์เฟ็คขนาดนั้น ฟี่ก็ย่อมคิดมากเป็นธรรมดาว่าตัวเองอาจไม่ดีพอสำหรับมิงโก้ แถมอิเสี่ยยังชอบทำอะไรค้างๆ คาๆ เหมือนลังเล (เช่น ตอนก่อนที่จูบฟี่ แล้วก็กลับมาทำหน้านิ่งๆ ซึ่งจริงๆ แล้วอิเสี่ยกำลังหักห้ามใจอยู่555) ฟี่ก็เลยยังไม่มั่นใจว่ามิงโก้รักตัวเองจริงหรือเปล่า แต่งานนี้อาจมีบรรยากาศพาไป แล้วทำให้สองคนเปิดใจกันก็ได้^^


    นั่นไง โดนแซวจนได้555 เราก็เห็นด้วยนะ ว่าฟี่กับเสี่ยเหมือนมาฮันนีูนกันมากกว่ามาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ อ้ะ555 กรี๊ดๆๆๆ นั่นเสี่ยพูดอะไร้ ฟี่เขินหมดแล้ว>//< มันคือความจริงในใจเสี่ยใช่ไหมที่อยากทำโน่นนี่กับฟี่อ้ะ555 ว่าแต่เซอร์ไพรซ์อะไรของซาโบเนี่ย ไม่ค่อยน่าไว้วางใจเลย^^" หรือว่าจะเป็นแผนการที่ทำให้เสี่ยกับฟี่ฮันนีมูนกันจริงๆ จริงอยู่ซาโบอาจหวงน้องชาย แต่การทำความตกลงกับมิงโก้ก่อนหน้านี้ ซาโบคงเปลี่ยนมาช่วยเสี่ยแล้วละ^^


    อ่านหมายเหตุที่ไรท์เตอร์บอกไว้แล้วก็พอเข้าใจความคิดของทั้งสองคนละ จริงๆ แล้วไม่น่าจะลั่นวาจาสัญญากันก่อนเลยนะ ทั้งที่ยังไม่รู้จักกันดีพอ แต่ตอนนั้นใครจะคิดเล่าว่าความรู้สึกมันจะเลยเถิดมาถึงขนาดนี้เนอะ^^ งั้นทำไงดีล่ะ ไม่หย่าก็จะผิดคำพูดซึ่งคนอย่างเสี่ยคงยอมไม่ได้ หากหย่าก็จะเสียความรู้สึกทั้งลูฟี่และเสี่ย รวมถึงปู่การ์ปที่คิดว่าสองคนนี้เข้ากันได้ดี หรือว่าเอางี้ หย่ากันก่อน แล้วค่อยกลับมาคบกันใหม่ในสถานะแฟนก็ได้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ตามที่ควรจะเป็น แบบนี้ก็ดีต่อทุกฝ่ายใช่มั้ย^^ รออ่านส่วนที่เหลือนะคะไรท์เตอร์^0^

    #489
    0
  8. #488 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 11:05
    รออค่าา
    #488
    0
  9. #487 littil_little_latte (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 00:17

    โง้ยยย ตาาาาย

    #487
    0
  10. #485 HOSHIZORA (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 18:10

    ใช่แล้ว เสี่ยแสดงออกว่ารักฟี่มาก ขนาดคนไม่รู้อะไรแบบฟี่ยังสัมผัสได้ ฟี่เองก็รักเสี่ยเหมือนกัน เสี่ยก็น่าจะเห็นชัดเจนนะ แล้วทำไมต่างคนต่างยึดสัญญาที่ตกลงกันเอาเองละ ตอนนั้นยังไม่ได้รู้จักตัวตนกันดีพอก็อาจจะใช่ แต่ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างมีใจให้กันแล้วจะยกเลิกสัญญานั้นไปไม่ได้เหรอ ก็ถ้ารักกันแล้วจะหย่ากันทำไมละ หย่ากันไปก็เจ็บทั้งคู่T^T แบบนี้มันต้องหันหน้ามาพูดคุยกันตรงๆ แล้วละ ว่าต่างคนต่างรู้สึกยังไง มัวแต่มองท่าทางและกังวลคิดไปเองมันไม่ได้หรอก


    555 อิเสี่ยจะยืมเสื้อผ้าฟี่ใส่ แล้วจะใส่ได้มั้ยอ่ะ ขนาดตัวต่างกันสุดๆ555 หรือว่าจริงๆ แล้วขอเป็นสิ่งของของฟี่ เสี่ยก็ยินดี^^ รู้มั้ยทำแบบนี้ฟี่น้อยเขินนะ ใจเต้นโครมครามเลยทีเดียว ฟี่แสดงออกชัดเจนมากขึ้นๆ ทุกทีแล้ว เสี่ยจะเอายังไงดีละ หรือว่าต้องให้ฟี่บอกว่า 'รัก' กับเสี่ยไปตรงๆ ถึงจะยกเลิกสัญญานั่น เราว่าปาร์ตี้นี้ละที่จะทำให้ทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น ดีไม่ดี ฟี่น้อยอาจได้เป็นภรรยาของเสี่ยแบบพฤตินัยคราวนี้ก็ได้555 ว่าแต่มีซาโบอยู่ พี่ชายจะยอมให้เสี่ยเอาเปรียบฟี่เหรอ555 รออ่านส่วนที่เหลือนะคะไรท์เตอร์^0^

    #485
    0
  11. #483 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 07:00
    รออค่าาา
    #483
    0
  12. #482 เจ้าเหมียว~ (@Kuroko107) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 04:10
    นึกภาพ ดอฟใส่ชุดลูฟี่ คงตัวเล่นรัดตัวไม่หยอก555
    ลูฟี่ให้โดฟใส่เลย 555 รอนะคะ
    #482
    0