[ONE PIECE] All LUFFY รวมเรื่องรักของหนุ่มหมวกฟาง 2

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,760 Views

  • 791 Comments

  • 818 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,076

    Overall
    34,760

ตอนที่ 48 : [Doflamingo x Luffy] My Ex-husband : 2 [อัปครบ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 839
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    15 มิ.ย. 61









2


 

                “...หาวววว” ผมขยี้ตาพลางอ้าปากหาวหวอด สองเท้าก้าวเดินตามร่างสูงใหญ่ตรงไปยังโซนอาหารสดด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน หากคนที่ลากผมมาจ่ายตลาดเป็นพี่ชายทั้งสองนะ ผมคงกล้างอแงด้วยการทิ้งตัวลงนอนชักดิ้นชักงอที่พื้นไปแล้ว แต่นี่ไม่ใช่พี่ชายผมไง ผมจึงต้องทนฝืนถ่างตาทั้งที่อยากหลับเต็มทีพลางเดินตามเขาต้อยๆ


                แต่จะว่าไป พี่ชายของผมยังไม่เคยบังคับให้ผมตื่นเช้าเพื่อมาจ่ายตลาดเลยสักครั้ง แล้วหมอนี่เป็นใคร...


                ¬_¬ ... //เหล่ตามองด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อเต็มที


                “เดินดีๆ สิ เดี๋ยวก็หลงทางหรอก” เจ้าของใบหน้าเข้มหยุดเดินพร้อมหันมาดุราวกับมีตาทิพย์มองเห็นอย่างนั้นแหละ


                ต่อกแต่ก...ต่อกแต่ก


                ผมยังยึดมั่นเดินลากเท้าต่ออย่างลอยหน้าลอยตา


                “เดินให้มันดีๆ หน่อย” เขาดุอีกครั้ง


                “ก็คนมันง่วงอ่ะ” ผมเลยบ่นกระปอดกระแปด “ปล่อยให้ผมนอนรอที่รถก็ได้ ไม่เห็นต้องลากออกมาเดินซื้อของด้วยเลย”


                “เพราะมันจำเป็น”


                “ตรงไหนมิทราบ” เราเริ่มทำสงครามประสาทกันอีกครั้ง


                “ต้องให้ฉันพูดอีกกี่ครั้งเธอถึงจะเข้าใจ หืม?” โดฟลามิงโก้ขยับเข้าใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากร่างกายของเขา “ที่ฉันพยายามเขี่ยวเข็ญให้เธอเป็นงานบ้านงานเรือนก็เพราะจะได้มีความรู้ติดตัวเผื่อวันหนึ่งเธอต้องออกไปใช้ชีวิตตัวคนเดียว จะได้ไม่ลำบาก...”


                ผมเกือบดีใจเพราะคิดว่าเขาเป็นห่วงผมแล้ว หากไม่ได้ยินประโยคข้างหลังนี้


                “ฉันหมายถึงลำบากพวกพี่ๆ แล้วก็ปู่ของเธอ


                ผมเกลียดเขา!


                “...ชอบที่ได้เป็นตัวถ่วงของตระกูลมังกี้อย่างนั้นเหรอ คนอื่นคงได้ครหา ดูถูกว่าเธอไม่เอาไหน” รอยยิ้มแสยะราวกับตัวร้ายในละครหลังข่าวผุดขึ้นชั่วครู่ก่อนจางหายไป


                “ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย จะเดือดร้อนแทนผมทำไม”


                “เพราะเธอไม่เคยนึกถึงคนอื่นแบบนี้น่ะสิ ถึงกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจจนไม่มีใครรัก” ผมชักสีหน้าใส่ คำพูดของเขามันไม่มีมูลความจริงเลยแม้แต่น้อย ใครบอกว่าไม่มีใครรักผม ทุกคนรักผมทั้งนั้น ทั้งเอส ซาโบ้ ปู่แล้วก็ดาดัน ทุกคนรักผม!


                “ไม่ต้องแอบเถียงฉันในใจ” เขายื่นมือเข้ามาบีบปากผมด้วยสายตาหมั่นเขี้ยว


                เพียะ!


                ผมจึงตีมือเขาออกจนอีกฝ่ายเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนรีบเก็บสีหน้าแทบไม่ทัน


                “ตีฉันงั้นเหรอ”


                “ผมไม่คุยกับคุณแล้ว” หงุดหงิดเว้ย! นอนไม่เต็มอิ่มก็ว่าหงุดหงิดแล้ว พอมาเจอเขาพูดจาหาเรื่องไม่หยุดนี่ยิ่งสร้างความหงุดหงิดเข้าไปใหญ่


                ผมหมุนตัวจะเดินออกจากซุปเปอร์มาเก็ตแต่ว่ากลับโดนรั้งเอาไว้ด้วยมือหนา โดฟลามิงโก้ออกแรงกระตุกเพียงครั้งเดียวร่างของผมก็กลับไปยืนที่จุดเดิม


                “ยังไม่ให้ไป”


                “...” ผมมองค้อนขวับ


                “ยังไงก็ต้องสอนเธอทำอาหารให้ได้...ถึงเธอจะไม่ชอบก็เถอะ” พูดไม่พอยังเริ่มออกเดินพร้อมกับจูงมือผมไปด้วย เขาโคตรจะเก่งเลยที่สามารถบังคับรถเข็นได้ด้วยมือข้างเดียว...เหอะ!


                “อดทนอีกนิดนะลูฟี่...” คล้ายกับได้ยินเขาพูดอะไรบางอย่าง ผมเลยเงยหน้ามองอีกฝ่าย เราสองคนประสานสายตากันนิ่งๆ โดยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาสักคำ


                ถ้าเมื่อกี้หูไม่ได้เพี้ยนไปเอง...ผมคิดว่าได้ยินเขาเรียกชื่อเล่นผมด้วยนะ



ต่อ




                เราสองคนเลือกซื้อวัตถุดิบกันนานพอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นโดฟลามิงโก้ที่เลือกจับจ่ายสินค้า ส่วนตัวผมนั้นแค่เดินอิดๆ ออดๆ ตามหลังเขาเฉยๆ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการซื้อของครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ


                “เอานี่ไหม” มือหนาเอื้อมหยิบพุดดิ้งจากในตู้เย็นออกมา เขาพลิกซ้ายพลิกขวาเพื่อให้ผมตัดสินใจ


                “อือ” ผมก็เป็นผู้ช่วยที่ดี ไม่ว่าโดฟลามิงโก้จะหยิบอะไรมาผมก็เออออตามเขาไปหมด


                “ซื้อไปแล้วก็กินให้หมดล่ะ” ผมมองเหล่ตามองถุงขนมขบเคี้ยวซึ่งนอนแอ้งแม้งจนเต็มรถเข็นด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย


                “ขนมแค่นี้กินวันเดียวก็หมดแล้ว”


                “มันถึงได้อ้วนแบบนี้ไง” แม้จะเป็นเพียงเสียงพึมพำในลำคอแต่ผมก็ได้ยินเต็มๆ สองหูเลยจ้า


                “บ่นแต่ก็ซื้อให้นี่นะ” ผมเบะปากใส่เขาและแอบประชดด้วยการหยิบช็อคโกแลตกล่องใหญ่โยนใส่รถเข็นไปสองกล่อง “แล้วนี่ซื้อของครบหรือยังอ่ะ ผมอยากกลับแล้ว”


                “อืม งั้นก็กลับกัน”


                ขณะกำลังเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ สายตาผมก็เหลือบมองเห็นของกินที่ตนโปรดปรานเข้าให้ สองขาจึงชะงักกึกหยุดอยู่กับที่


                “มีอะไร” โดฟลามิงโก้หยุดตาม


                “ผมซื้อเนื้อชิ้นนั้นไปได้ไหม” เนื้อวัวนำเขาจากญี่ปุ่น แค่คิดถึงตอนย่างมันบนไฟร้อนๆ ก็แทบกลั้นน้ำลายไม่อยู่แล้ว


                “เราซื้อไปแล้วนี่”


                “มันไม่เหมือนกัน เนื้อวัวจากญี่ปุ่นนี่อร่อยสุดๆ เลยนะ ไม่เหมือนเนื้อจากอิตาลีที่คุณซื้อสักหน่อย”


                “ราคาไม่ใช่ถูกๆ เลยนะนั่น” ดวงตาคมเลื่อนมองป้ายราคาแต่มือก็หยิบมันมาใส่รถเข็นถึงสองแพ็ค “ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวเงินหมดกระเป๋าก่อนพอดี”             


                “คุณรวยจะตาย ซื้อของแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกมั้ง”


                “ฉันคิดเผื่ออนาคตต่างหาก”


                “ทำเหมือนเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต” ผมแอบบ่นกับตัวเอง “รีบไปกันเถอะ ผมเริ่มหิวแล้ว” แล้วจึงรีบชิงเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนจะเกิดบรรยากาศแปลกๆ ขึ้น


                Rrrrrrrrr

                โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงแผดเสียงลั่น ผมรีบล้วงออกมากดรับ 

                    

                     “ว่าไงซาโบ้”


                (พี่รออยู่ที่บ้านคุณมิงโก้นะ)


                “เห?” ผมส่งเสียงแปลกใจ


                (อย่าบอกนะว่าลืมนัดของเรา?) ปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก พลันความคิดผมก็ย้อนกลับไปถึงบทสนทนาเมื่อวานนี้ อ่าใช่ ผมมีนัดกับซาโบ้นี่นา เราตกลงกันว่าจะไปเยี่ยมดาดันพร้อมกัน


                “ไม่ลืมๆ” ผมปฏิเสธจนลิ้นแทบพันกัน “เดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว นายรออย่างใจเย็นๆ นะ”


                (พี่ใจเย็นจนแทบพังบ้านคุณมิงโก้พังไปทั้งหลังแล้ว)


                “ง่า...”


                (แค่นี้นะ พี่รออยู่ที่นี่แหละ)


                “อืม” ผมแนบโทรศัพท์ค้างไว้พลางเคลื่อนลูกตามองคนตัวสูงข้างๆ เชื่อเถอะว่าเขาได้ยินบทสนทนาของเราสองพี่น้องแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ควรบอกเขาใช่ไหม?


                “มองหน้าทำไม” อาจเพราะผมเผลอมองหน้าเขานานไปหน่อย อีกฝ่ายเลยถามเสียงเข้ม


                “คือผมมีนัดกับพี่ชาย...”


                “...”


                “เรา...จะเลื่อนทำอาหารไปเป็นตอนเย็นได้ไหม”





ต่อ




โดฟลามิงโก้


                ผมสั่งให้ไดอาแมนเต้ยกวัตถุดิบทำอาหารท้ายรถไปเก็บใส่ตู้เย็น ส่วนตัวเองก็เดินกลับห้องทำงาน ตอนแรกตั้งใจจะสะสางงานค้างให้เสร็จๆ  แต่จิตใจก็กระวนกระวายเกินกว่าจะมีสมาธิทำงานได้ สองเท้าจึงนำพาร่างให้เดินไปริมหน้าต่าง ผมทอดสายตามองวิวเบื้องหน้าที่มีรถคันหรูจอดอยู่ เด็กหนุ่มสองคนกำลังหยอกล้อกันอยู่ด้านล่างก่อนชักชวนกันขึ้นรถ เพียงไม่นานรถยนต์ก็แล่นออกจากบ้านไป


                แม้จะไม่มีอะไรน่าสนใจอยู่ตรงหน้าแต่ผมก็ไม่ได้ละสายตาหนีไปไหน


                “นายท่านครับ” เสียงนอบน้อบดังอยู่ข้างหลัง ผมจึงส่งเสียงรับรู้แผ่วเบาในลำคอ ไดอาแมนเต้ขยับเข้ามาใกล้พร้อมทั้งเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ยืนมองอะไรอยู่ครับ”


                “ฉันแค่พักสมองมองวิวไปเรื่อย”


                “ดูเหมือนนายท่านจะมีเรื่องเครียดนะครับ”


                “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” ผมตัดบทด้วยความรำคาญก่อนเดินกลับไปเปิดเอกสารบนโต๊ะ ทำทีว่าอ่านข้อความในนั้น “แล้วก็ไปชงชามาให้ฉันด้วย”


                อีกฝ่ายไม่ส่งเสียงตอบรับจนผมตวัดสายตามองเชิงหาเรื่อง


                “รับทราบครับ” ไดอาแมนเต้ยิ้มมุมปากก่อนโค้งให้แล้วเดินออกจากห้องไป


                ผมรู้ว่าหากปล่อยให้ตัวเองโดนลูกน้องที่แสนจะฉลาดคนนี้ยืนไล่ต้อนอยู่ มีหวังได้เผลอหลุดมาดผู้ใหญ่ให้อับอายขายหน้าแน่นอน แต่ก็นะ ใครจะไปรู้ว่าเด็กตัวเล็กๆ แค่นั้นจะทำให้ผมหงุดหงิดได้ถึงเพียงนี้  


                เฮ้อ! ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ที่ยอมแต่งงานด้วย


 

ลูฟี่


                ผมนั่งรถประมาณสองชั่วโมงก็มาถึงบ้านพักกลางป่าเขาของดาดัน ทันทีที่ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา หญิงแก่ร่างท้วมก็ออกมายืนต้อนรับ ผมลดกระจกลงแล้วโบกมือทักทาย


                “ดาดัน!


                “ลูฟี่!” ฝั่งนั้นก็โบกมือกลับไม่ต่างกัน ท่าทางดีใจเหมือนเด็กน้อยได้มาเจอกันในวันเปิดเรียนวันแรกทำให้คนขับถึงกับหัวเราะร่วน


                “ไม่ต่างกันเลยทั้งสองคนเนี่ย”


                พอรถยนต์หยุดลง ดาดันก็รีบเปิดประตูฝั่งของผมออกพลางดึงร่างเข้าไปสวมกอดแน่น            


                “คิดถึงจังเลยลูฟี่” เธอแทบยกตัวผมโยนขึ้นกลางอากาศเหมือนที่ชอบทำตอนผมยังเด็ก


                “ฉันก็คิดถึงดาดัน” ผมหัวเราะเสียงใสพลางกอดตอบอีกฝ่าย “ไม่เจอหน้ากันตั้งนานแน่ะ”


                “ได้ข่าวว่าการ์ปบังคับให้นายแต่งงานกับคนของตระกูลดองกีโฮเต้ใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง หมอนั่นรังแกนายหรือเปล่า” ดาดันรีบถามเข้าเรื่องทันที


                “มิงโก้น่ะเหรอ” ผมส่ายหน้าพรืด “เขาไม่ได้รังแกฉันเลย ออกจะตามใจเสียด้วยซ้ำ ชิชิชิ” ผมเลือกที่จะปิดบังเรื่องสัญญาของเราสองคนเอาไว้ไม่ให้ใครรับรู้เพราะมันอาจก่อให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาอีกก็ได้


                “ไม่ใช่ว่าไปป่วนเขาหรอกนะ” ดาดันพูดดักอย่างรู้ทัน


                “ชิชิ ฉันไม่ใช่คนว่านอนสอนง่ายอยู่แล้วนี่นา”


                “ฮ่าๆ ดีแล้ว แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย” นอกจากจะไม่ดุแล้วดาดันยังเห็นดีเห็นงามกับการกระทำของผมอีกด้วย อิๆ ดูสิ มีตั้งหลายคนแน่ะที่คอยเข้าข้างและสนับสนุนผม แต่ถึงผมจะมีแบ็กอัพเป็นร้อยๆ คนก็ไม่อาจต่อต้านพลังทำลายล้างเพียงหนึ่งเดียวที่ชื่อว่าปู่ได้...อาเมน


                ผมสลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวตัวเองออกก่อนกลับมาสนใจบทสนทนาก่อนหน้านี้


                “ความจริงมิงโก้เป็นผู้ใหญ่มากเลยนะ เขาไม่มายุ่งวายวายกับฉันมาก ออกจะเว้นระยะห่างชัดเจนเลยแหละ” ผมบอกตามที่ตนเห็น


                “นายยังรู้จักเขาไม่ดีพอ” พี่ชายผมเอ่ยแทรกอย่างอคติ


                แม้ซาโบ้จะดูเป็นพี่ชายที่แสนดี ใจเย็นและสุขุมรอบคอบ แต่ผมรู้ว่าลึกๆ แล้วนิสัยเขานั้นไม่ต่างจากเอสเลย เพียงแต่เขาเก็บสีหน้าและวางตัวได้ดีกว่าเท่านั้นเอง


                “ซาโบ้มองเขาในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า”


                “ไม่หรอก คนแบบหมอนั่นพี่เจอมานักต่อนักแล้ว”


                “เอาเถอะๆ” ดาดันปล่อยผมให้เป็นอิสระและดันหลังให้เดินเข้าบ้าน “แค่เขาไม่ทำร้ายแกดีแล้ว”


                “ลองทำน้องชายฉันดูสิ หมอนั่นไม่ได้อยู่สงบสุขแน่” ซาโบ้เอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม


                “ก็ดี แบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย” ดาดันพาร่างอวบอ้วนเดินไปในครัวโดยมีพวกผมสองคนเดินตามต้อยๆ “แต่ฉันจะสบายใจกว่านี้หากเจ้าเอสมันรีบกลับบ้านเร็วๆ”


                “เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วมั้ง เมื่อสามวันก่อนติดต่อมา บอกว่ากำลังปีนเขาอยู่แถวๆ ขั้วโลกเหนือ”


                “เฮ้อ หมอนั่นมันจะอินดี้อะไรซะขนาดนั้น” ดาดันบ่นอย่างเอือมระอา


                “ดีแล้วที่เขาไม่อยู่ที่นี่ในวันแต่งงานของลูฟี่น่ะ ไม่งั้นคงได้เปลี่ยนจากงานแต่งเป็นงานศพแหงๆ ดีไม่ดีจะโดนปู่ตัดออกจากกองมรดกด้วยซ้ำไป” เรื่องของเอสกลายเป็นโจ๊กสำหรับวงสนทนานี้ไปซะแล้ว


                “นั่นสิ” ดาดันเห็นด้วยกับคำพูดของซาโบ้


                เราใช้เวลาทั้งวันพูดคุยและดูหนังกัน มันเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ผมสามารถยิ้มจนแก้มแทบปริ หัวเราะได้เต็มเสียงจนปวดเกร็งหน้าท้อง ซึ่งไอ้สิ่งเหล่านี้ผมไม่สามารถหาได้ในชีวิตในเมือง


                ช่วงบ่ายแก่ ทั้งผมและซาโบ้ก็เตรียมขนผักและผลไม้ใส่ท้ายรถ ดาดันมีสีหน้าเหงาหงอยอย่างเห็นได้ชัด เธอมองผมตาปริบๆ ดูเหมือนอยากจะรั้งให้อยู่ต่ออีกสักคืนแต่เธอก็คงรู้ว่าไม่อาจทำแบบนั้นได้


                “กลับมาหาฉันอีกนะ” จึงทำได้แค่เอ่ยขอ


                “แน่นอน มาครั้งหน้าฉันจะลากเอสมาด้วย” ผมระบายยิ้มกว้างพร้อมกับเดินเข้าไปเพื่อสวมกอดดาดัน  “ดูแลตัวเองด้วยนะดาดัน อย่าโหมทำงานมากเดี๋ยวจะไม่สบาย”


                “แกก็เหมือนกัน อย่าดื้อมากนะ เดี๋ยวพี่ชายของแกจะปวดหัว”


                “ชิชิ ซาโบ้คงไม่เท่าไหร่ แต่รับรองว่าถ้าเอสมาฉันจะป่วนให้เขาปวดหัวตายไปเลย โทษฐานที่ทิ้งน้องไว้”


                “รู้สึกสงสารเอสชะมัด” ซาโบ้แซว


                เราร่ำกันอีกครั้ง ผมกอดดาดันแน่นๆ ก่อนผละออกมา


                “แล้วเจอกันนะ”


                “อืม เดินทางปลอดภัยนะพวกแกสองคน” ดาดันโบกมือลาจนกระทั่งรถแล่นออกห่างจนมองไม่เห็นเธอแล้ว ตลอดทางที่เดินทางกลับผมไม่ได้พูดอะไรเพราะรู้สึกง่วง ซาโบ้เองก็กำลังคุยโทรศัพท์กับโคล่า (พี่สะใภ้ผมเอง) ไปด้วย ผมเลยไม่อยากรบกวน สุดท้ายก็ลงเอยที่ผล็อยหลับมาตลอดทาง


                “ลูฟี่ ถึงบ้านแล้ว” ซาโบ้สะกิดผมจนต้องค่อยๆ ปรือตามอง ผมหันมองวิวสองข้างทางที่เริ่มมืดสนิท จากนั้นก็เลื่อนสายตากลับมามองนาฬิกาข้อมือตัวเอง เกือบทุ่มหนึ่งแล้ว


                “เข้าบ้านได้แล้ว” มือหนาวางลงบนศีรษะพลางจับโยกไปมา


                “อื้อ” ผมครางรับก่อนเดินงัวเงียลงจากรถ ซาโบ้ตามลงมาพร้อมหอบถุงผักและผลไม้มาให้ผมสองถุง เขายืนส่งผมอยู่หน้าบ้าน


                “พี่คงต้องกลับบ้านก่อนนะ ไม่อยากทิ้งโคล่าให้อยู่บ้านคนเดียว”


                “อืม”


                ผมโบกมือลาพี่ชายและหมุนตัวเดินเข้าบ้านด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านร่างกายก็ชะงักกึกเนื่องจากมีสายตาหลายคู่จ้องมองมา ผมเหลือบมองเหล่าสมุนของโดฟลามิงโก้ด้วยสายตางุนงง


                “กลับมาแล้วเหรอครับคุณหนู” ไดอาแมนเต้เดินเข้ามาถาม เขาหลุบสายตามองถุงผักและผลไม้ที่ผมหอบไว้ ก่อนเจ้าตัวจะแย่งถุงผักจากมือผมไปถือไว้เอง


                “อืม แล้วมิงโก้ไปไหนเหรอ” ผมสอดส่องสายตามองหาเจ้าของบ้าน


                “ทำงานอยู่บนห้องครับ”


                “อืม แล้วเขากินข้าวหรือยังอ่ะ ฉันรู้สึกหิวแล้ว” ผมลูบท้องตัวเองพลางอ้าปากหาวหวอด ทั้งหิวทั้งง่วงนอน...


                “ยังเลยครับ ยังไงผมรบกวนคุณหนูขึ้นไปตามนายท่านด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะตั้งโต๊ะอาหารรอ”


                แม้จะนึกสงสัยว่าทำไมพวกเขาไม่ไปตามเจ้านายด้วยตัวเอง แต่ด้วยความหิวทำให้ผมปัดเรื่องไม่สำคัญเหล่านั้นทิ้งไป


                “โอเคๆ” ผมโบกมือไปมาและเดินขึ้นบันได มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของโดฟลามิงโก้ด้วยความเร่งรีบ ตอนนี้หิวจนไส้จะกิ่วแล้ว


                ก๊อกๆ


                ผมเคาะประตูห้องสองสามครั้งก่อนบิดลูกบิดเข้าไป โดฟลามิงโก้เงยหน้ามองผมเสี้ยววินาทีก่อนก้มหน้าทำงานต่อราวกับผมไม่มีตัวตน ผมเกาศีรษะด้วยความงุนงงกับท่าทางเย็นชาที่อีกฝ่ายแสดงออกมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินตรงเข้าไปหา


                “คุณกินข้าวหรือยัง”


                “ยังไม่หิว” น้ำเสียงเย็นชาเกินไปหรือเปล่านะ?


                “แต่ผมหิว” ผมทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “ถ้าคุณไม่กินแล้วผมจะกินได้ยังไง”  เรื่องมารยาทการกินข้าวผมก็พอมีติดตัวมาบ้างนะ


                “งั้นก็ไปกินซะสิ”


                “ผมจะรอคุณ”


                “รอทำไม” เขาวางปากกาลงพลางเหลือบตามองผม ดวงตาสีอ่อนแลดูเย็นชากว่าทุกวัน เขาเป็นอะไรนะ? หรือว่าเครียดเรื่องงาน? ใช่แน่ๆ ผมเห็นเขาอ่านเอกสารหน้านี้มาสักพักแล้ว


                “คนเราจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อได้กินข้าวเติมพลัง ตอนนี้ที่คุณกำลังเครียดคงเกิดจากการไม่ได้กินข้าว” ผมทำทียกเหตุผลร้อยแปดประการมาอ้าง


                “รู้ดี” เขาเอ่ยคล้ายตำหนิ


                “ผมเป็นบ่อยๆ น่า” ผมยิ้มรับก่อนพยักหน้าเรียกเขาอีกครั้ง “รีบไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะๆ” โดฟลามิงโก้มองผมพลางถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เขาคล้ายคนกำลังเอือมระอากับอะไรสักอย่าง...อะไรก็ตามที่ผมไม่รู้


                “เข้าใจแล้ว”


                โดฟลามิงโก้เดินตามหลังผมมาจนถึงห้องอาหาร เขาทิ้งตัวลงนั่งและไล่ลูกน้องทางสายตาจนตอนนี้เหลือเพียงเราสองคนนั่งอยู่ ผมตักข้าวกินเพื่อบรรเทาความหิวโหยจนแทบเรียกได้ว่ายัดมันเข้าปากเสียมากกว่า แต่ถึงจะสวาปามกินยังไงก็พยายามลอบสังเกตสีหน้าคนข้างๆ ไปด้วย


                วันนี้บรรยากาศรอบตัวโดฟลามิงโก้ดูมืดหม่นแปลกๆ และผมมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองแน่นอนเมื่อเราสบตากันอีกครั้ง


                “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า อาหารไม่อร่อยเหรอ” ผมเอ่ยถามออกไปทันที


                “เปล่า”


                “ดูคุณไม่ค่อยกินอะไรเลยนะ” ผมซักถามไปตามที่เห็น “หรือว่าไม่สบาย”


                “ก็คงงั้น” เขาตอบรับคำสั้นๆ


                “จริงเหรอ ตายจริง! ผมว่าคุณควรกินยาและพักผ่อนนะ เรื่องงานก็เอาไว้ก่อน ไว้หายดีค่อยกลับมาทำก็ได้”


                “เธอห่วงด้วยหรือไง” ผมเอียงหน้ามอง เราสองคนยังประสานตากันนิ่งจนเกิดคลื่นกระแสไฟฟ้าหลั่งไหลไปทั่วร่าง ผมสะดุ้งเฮือกก่อนหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนอาการ


                “ก็...อืม”  ผมอาจจะตาฝาดไปเองที่เห็นว่าเมื่อครู่โดฟลามิงโก้ยกยิ้มมุมปาก


                “งั้นกินข้าวเสร็จไปช่วยงานฉันที่ห้องทำงานสิ”


                “งานอะไรอ่ะ ผมไม่เก่งเรื่องธุรกิจนะ”


                “มีเรื่องที่เธอทำได้ดีมากๆ อยู่แล้วแหละ” ทิ้งคำพูดไว้เท่านั้นก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวจนไม่มีเวลาพูดคุย ผมงุนงงกับการกระทำแปลกปละหลาดของเขาแต่ขี้เกียจถามเลยปล่อยเลยตามเลย แต่ก็ไม่วายลอบมองเขาเป็นระยะๆ อืม...รู้สึกความมืดที่ปกคลุมรอบๆ ตัวโดฟลามิงโก้จะจางหายไปหมดแล้วนะ


                สงสัยเพราะเขาหิวแน่ๆ เพราะเวลาที่ผมหิวผมมักจะหงุดหงิดง่าย แต่พอได้กินของอร่อยๆ อาการเหล่านั้นก็จะหายไปทันที




+++++++++++++++++++

100%

เสี่ยจะโกรธไหมอ่ะ เด็กน้อยดันมาเบี้ยวนัดกะทันหันแบบนี้ คิกๆ






 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #743 GusMeMa (@GusMeMa) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 05:51
    พี่เอสโว้ยยย อินดี้เกินไปแล้วให้ตายสิ แล้วเสี่ยต้องมีเรื่องเครียดแน่ๆ อุแง ไฟท์ติ้งค่ะ!!
    #743
    0
  2. #441 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 13:58
    หวายยยงานอัลไลลลบ
    #441
    0
  3. #440 HOSHIZORA (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 20:19

    โอ๊ย อ่านตอนนี้แล้วยิ้มไม่หยุดเลยจริงๆ กับอาการหลายๆ อย่างที่มิงโก้แสดงออก กับความซื่อบื้อของลูฟี่ และกับความรู้ดีของซาโบ555

    เหลือเชื่อมากที่มิงโก้ยอมปล่อยให้ลูฟี่ไปด้วยอ้ะ ทั้งที่ลูฟี่ผิดคำพูดกับตัวเอง เหมือนเสี่ยจะไม่คิดอะไรมากกับลูฟี่ แต่พอพี่ชายเขามาก็จ้องไม่ละสายตาเลยนะ555 พวกเค้าไปกันหมดก็ยืนจ้องความว่างเปล่าอยู่นั่นจนไดอาแมนเต้มา ซึนนะเสี่ย555 แต่ปิดไม่มิดนะจ๊ะเพราะลูกน้องตัวเองยังสังเกตเห็น มีแต่ฟี่คนเดียวนี่ละไม่รู้อะไรอยู่คนเดียว^^" 'มิงโก้เป็นผู้ใหญ่มากเลยนะ' เราก็คิดงั้นแหละลูฟี่ ยังคิดเลยว่าเรื่องนี้เสี่ยผิดคาแรกเตอร์ คิดจนกระทั่งซาโบพูดขึ้น เออ นั่นสิ มิงโก้เนี่ยนะ เรายังไม่รู้จักเสี่ยดีพอเลยนี่นา ซาโบอ่อนโยน ใจเย็น แต่เก็บความรู้สึกเก่ง เขาว่าคนแบบเดียวกันย่อมมองกันออก เราว่าเสี่ยก็คือเสี่ยนั่นแหละ555 แต่ที่คีพลุคเพราะไม่อยากให้ฟี่น้อยกลัวและหนีไปก่อน อยากจะใช้ความเป็นผู้ใหญ่มาชนะใจลูฟี่มากกว่า มันจะได้ผลมั้ยน้อ^^

    ลูฟี่กลับบ้านซะเย็นเลย แต่ก็ยังรอกินข้าวเย็นกับมิงโก้นะ ว่าแต่ลืมอะไรหรือเปล่าฟี่น้อย บอกว่าจะมาทำอาหารกับมิงโก้ไง นี่ละคือสาเหตุของบรรยากาศอึมครึมรอบตัวเสี่ยอ่ะ พวกลูกน้องคงเอาไม่อยู่จนต้องให้ฟี่ขึ้นไปตามมากินข้าวสินะ ความซื่อบื้อของฟี่นี่ บางทีก็ทำให้อ่อนใจได้นะ เสี่ยก็คิดงั้นใช่ไหม555 อยากจะให้เด็กน้อยรับรู้ว่าตัวเองผิดอะไร ฟี่ไม่รู้ตัวซะงั้น สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมตามจนได้ มิงโก้ซึนๆ งอนๆ นี่เป็นลุคใหม่เลยแฮะ555 แต่ว่าๆ พอสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของฟี่น้อยแล้วออร่าทะมึนหายวับไปเลยสินะ555 ชัดเจนขึ้นทุกทีแล้วเนี่ยกับความรู้สึกของมิงโก้ หลงรักเด็กน้อยมานานแล้วใช่มั้ย พยายามจะปิดจะซึนแต่ก็หลุดทุกที แล้วนี่ชวนฟี่ไปห้องทำงานทำไมอ้ะ มีแผนการเนียนๆ อะไรหรือเปล่าเอ่ย^^

    ขอบคุณนะคะไรท์เตอร์ที่อัพเรื่องนี้ <3 หายไปนานมากจนเราคิดว่าไรท์จะหยุดเขียนเรื่องนี้แล้วอ่า เรารออ่านด้วยความสนุกอยู่นะคะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้ววว^^

    #440
    1
    • #440-1 Mmuraii (@monsin) (จากตอนที่ 48)
      15 มิถุนายน 2561 / 20:50
      ขอบคุณค่ะที่ยังติดตาม เรายังไม่หยุดเขียนฟิควันพีซง่ายๆ หรอกค่ะ เพียงแต่ช่วงนี้ต้องรีบสะสางนิยายเรื่องอื่นๆ ที่ยังเขียนค้างไว้เลยไม่ค่อยได้อัปเรื่องนี้ค่ะ
      #440-1
  4. #439 NanHoon (@NanHoon) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 14:43
    สนุกมากเลยค่ะ
    #439
    0
  5. #437 HOSHIZORA (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 21:03

    เอ่อ เอิ่ม...ลูฟี่ ถ้าเราเป็นมิงโก้นี่มีโกรธบวกน้อยใจอ่ะ มาบอกกะทันหันแบบนี้ทำเหมือนมิงโก้ไม่มีความสำคัญในใจลูฟี่เลยT^T แล้วทำไมลูฟี่ถึงได้ลืมละ (เราก็ลืมเหมือนกันว่าฟี่นัดพี่ชายไว้^_^") แบบนี้จะทำไงดีอ่ะ ไปกับซาโบ้ มิงโก้ก็โกรธและอาจทำอะไรที่คาดไม่ถึง ไม่ไปกับซาโบ้ บ้านของเสี่ยก็เสี่ยงต่อการโดนถล่มราบด้วยไฟโมโหของซาโบ้555 เอาไงดีเนี่ย ต้องภาวนาให้เสี่ยอยู่ในโหมดคนมีเหตุผลแล้วละ แล้วค่อยทำดีชดเชยเอานะฟี่น้อย^^"

    ส่วนเสี่ย สำหรับเรื่องในตอนนี้เราสงสารเสี่ยอ่ะ คือดูออกชัดเจนเลยว่าเสี่ยทุ่มเทให้ฟี่มากจริงๆ แม้จะทำเก๊กแบบผู้ใหญ่ก็ตาม แล้วดูสิ่งที่เสี่ยได้รับตอบกลับมาจากฟี่ (-_-)" ขุดจากเตียงเพื่อพาไปตลาด ฟี่ก็ไม่เต็มใจ พาไปซื้อวัตถุดิบทำอาหาร ฟี่ก็ตามไปงั้นๆ ไม่ได้ออกความเห็นไรนัก ซื้อขนมให้เยอะแยะ ฟี่ก็เอาเพิ่มอีก มีเสบียงทำอาหารกินกันแล้ว ฟี่ก็จะเอาเนื้ออีกทั้งที่แพงพอสมควร ไม่นับว่าเสี่ยอยากสอนฟี่แต่ฟี่ไม่เต็มใจอีกนะ แล้วนี่ นัดซาโบ้ไว้ จะไปกับพี่ชายแต่เพิ่งจะมาบอกเสี่ย ทั้งที่เตรียมจะทำอาหารกันแล้ว หากเป็นมิงโก้ในโหมดโหด โฉด เลว ฟี่คงไม่แคล้วโดนล่ามโซ่จับกดแน่นอน555 แต่นี่อยู่ในโหมดผู้ใหญ่ที่ขรึมและซึนไง เดาอารมณ์ไม่ถูก อาจโกรธและน้อยใจตามประสาคนแก่//ผัวะ!>< เอาน่ะ อาหารไม่ได้มีมื้อเดียวซะหน่อย ทำกินกันตอนเย็นก็ได้ แล้วจะได้เข้านอนด้วยกันเลย^^ ฟี่ก็อ้อนๆ เสี่ยหน่อยนะ ถ้าฟี่อ้อนและชดเชยเสี่ยด้วยการกินอาหารของเสี่ยให้หมดแล้วหอมแก้มเอาใจ ใจเสี่ยอาจอ่อนยวบก้ได้ เพราะจริงๆ เสี่ยก็รักฟี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราว่าเรามองไม่ผิดนะ555 รออ่านส่วนที่เหลือนะะไรท์เตอร์^0^

    #437
    0
  6. #436 oipee (@oipee) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 22:46

    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากก รออยู่นะคะ

    #436
    0
  7. #435 HOSHIZORA (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 13:43
    จริงด้วยอ่ะ เรื่องนี้เรายังไม่สัมผัสถึงความเป็นหมาป่าของเสี่ยต่อแกะน้อยลูฟี่เลย ตกลงว่าเรื่องนี้เสี่ยเป็นผู้ใหญ่เคร่งขรึมจริงๆ หรือทำเป็นเคร่งขรึมเพื่อหลอกให้ฟี่น้อยตายใจกันแน่นะ555 แต่ที่แน่ๆ เสี่ยอ่ะ ขี้บ่นสมกับความสูงวัยเลย555 ก็ไม่แปลกที่ฟี่น้อยจะรำคาญและอยากอยู่ห่าง แล้วนี่จะบังคับฟี่อะไรขนาดนั้นให้มาซื้อวัตถุดิบทำอาหาร มาซื้อเองก็ได้นี่นาแล้วค่อยสอนฟี่ทำ หรือว่าเสี่ยอยากสอนฟี่เรื่องการบ้านการเรือนจริงๆ หรือแค่อยากจะอยู่ใกล้ชิดฟี่ให้นานอีกนิดประโยคและถ้อยคำที่มิงโก้พูดกับฟี่มันน่าจะมีความหมายแฝงอยู่นะ มันมีอะไรนอกเหนือไปจากการคลุมถุงชนแต่งงานแล้วก็เลิกรากันไปหลังจากผ่าน 1 เดือนหรือเปล่า "อดทนอีกนิดนะลูฟี่..." หมายความว่าไงอ้ะ ขอให้ฟี่อดทนกับเสี่ยอีกหน่อยงั้นเหรอ อยากจะให้ฟี่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและพึ่งพาตัวเองได้เหมือนอย่างที่ไรท์เตอร์ว่า อดทนที่จะอยู่กับเสี่ยอีกนิดเพราะหลังจาก 1 เดือนก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว โธ่ นี่เสี่ยแอบรักเด็กน้อยเข้าแล้วใช่มั้ย รักกับเด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวมันก็ลำบากแบบนี้ล่ะนะ สู้ๆ เข้ามิงโก้ หวังว่าครบเดือนแล้ว คงไม่ได้หย่ากันจริงๆ หรอกนะ เอาชนะใจฟี่ให้ได้เราเชียร์นาย^^ รออ่านส่วนที่เหลือนะคะไรท์เตอร์^0^
    #435
    0
  8. #433 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 11:59
    รออค่าาา
    #433
    0