[ONE PIECE] All LUFFY รวมเรื่องรักของหนุ่มหมวกฟาง 2

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,818 Views

  • 792 Comments

  • 819 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,134

    Overall
    34,818

ตอนที่ 47 : [SPECIAL] Happy Luffy's Day [อัพครบ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 833
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    5 พ.ค. 61









HBD ลูฟี่น้อยยยยยยยยยยยยย
และแล้ววันนี้ก็เวียนมาถึงอีกครั้งจนได้ อิๆ
ดีใจจริงๆ ที่เรายังสามารถแฮปปี้เบิร์ดเดย์น้องฟี่ได้ นึกสภาพตัวเองไม่ออกเลยหากวันพีซดำเนินเรื่องไปจนถึงตอนจบ เราคงเหงาน่าดู (เลิกดราม่า!)
ปล. เราเอาคู่แรร์มาเสิร์ฟนะคะ หวังว่าคงชอบกัน






พลังพิเศษ...ถ้าหากมี แล้วมันดียังไง?

แล้วถ้าไม่มี มันจะดีกว่าหรือไม่?

 

 



           คำถามนี้วนเวียนเข้ามาในหัวผมตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้สักที ผมเคยวิ่งเต้นไล่ถามผู้คนไปทั่ว แต่พวกเขากลับหาคำตอบให้ผมไม่ได้เลยสักคน กระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น พ่อของผมโดนพลังพิเศษนี้ฆ่าตายโดยไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ เพียงเสี้ยววินาทีที่เปลวไฟสว่างจ้าหลั่งออกมาจากมือคู่นี้ ร่างของพ่อก็ไหม้เกรียมพร้อมมีกลิ่นคล้ายเนื้อไหม้ลอยฟุ้งกระจาย แม่ที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ทรุดเข่าร่ำไห้จนตรอมใจป่วยหนักมาจนกระทั่งทุกวันนี้


                ก๊อกๆ


                ผมเคาะประตูไม้เก่าๆ พลางผลักมันเข้าไป


                “แม่ครับ” ดวงตาเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวามองผมชั่วครู่ก่อนที่หยาดน้ำใสจะเอ่อรื้นขึ้น แม่ร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นหน้าผม...


                “ฮึก...ฮือ” ยิ่งได้เห็นความทุกข์ทรมานของผู้ให้กำเนิด ก้อนเนื้อข้างซ้ายก็บีบรัดตัวแน่นจนไม่อาจยืนได้ด้วยขา ร่างของเขาทรุดเข่าลงข้างเตียงแม่พลางพร่ำเอ่ยถ้อยคำขอโทษออกมาไม่หยุด


                “ผมขอโทษ...ขอโทษครับ ขอโทษ ฮึก”


                เราสองแม่ลูกต่างร้องไห้จนน้ำตามันเหือดแห้งไปเอง


                “ผม...ไปเรียนนะครับ”


                แม่มองมาด้วยดวงตาเศร้า ท่านขบเม้มริมฝีปากจนเลือดไหลซึม ผมจำใจหมุนตัวเดินจากมาโดยปล่อยให้ท่านระบายความเจ็บปวดทั้งหมดผ่านการร้องไห้โฮ


                อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงสงสัยกันแล้วใช่ไหมครับว่าผมเป็นใคร ทำไมต้องมาสาธยายชีวิตอันน่าอนาถของตัวเองให้พวกคุณฟังด้วย งั้นผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้แนะนำตัวเลยแล้วกัน ผมชื่อว่าเอเนล เป็นเด็กหนุ่มธรรมดาๆ ที่ชีวิตนี้ไม่เคยพบเจอกับความธรรมดาเลยสักครั้ง ชีวิตของผมไม่ต่างจากเทพนิยายปรัมปรา ผมเกิดมาพร้อมพลังพิเศษ...พลังแห่งสายฟ้า


                และใช่ครับ ผมไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้ หลายครั้งผมเผลอทำลายหมู่บ้านจนพังพินาศเพียงเพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ อารมณ์ผมจะต้องนิ่งสงบดั่งน้ำนิ่ง หากมีอารมณ์หรือความรู้สึกใดๆ มาสั่นคลอนจนทำให้ผืนน้ำนี้สั่นกระเพื่อม พลังของผมจะสำแดงเดชออกมาทันทีแล้วทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าจะพังราบเป็นหน้ากลองเพราะไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์หลั่งไหลลงมาจากฟากฟ้าและในตัวของผม กระแสไฟฟ้านี้จะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า


                นั่นทำให้ผมมีฉายาอีกชื่อหนึ่งว่า ก็อดเอเนล (GOD)


                กรี๊ด!


                เพียงแค่ย่างเท้าออกจากบ้านเพื่อตรงไปยังโรงเรียน บรรดาชาวบ้านที่เห็นผมเดินผ่านต่างเผ่นแนบวิ่งหนีตายกันอุตหลุด ไม่วายมีเสียงด่าทอปนสาปแช่งให้ตายไปซะพ้นๆ ดังไล่หลังมาด้วย


                เฮ้อ


                หากผมเลือกได้จะอยากมีพลังแบบนี้ซะที่ไหนกันเล่า ผมไม่ได้อยากเป็นคนพิเศษที่ไม่มีใครสนใจ


                ตึกๆ


                พระเจ้าครับ ได้โปรดเอาพลังของท่านคืนไป ผมไม่ต้องการมันอีกแล้ว


                ตึกๆ แฮกๆ


                ผมอยากเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาๆ ใช้ชีวิตได้เหมือนคนอื่นเขาก็เท่านั้น


                “แฮกๆ ข้างหน้าหลีกไป!


                เฮอะๆ แล้วผมจะมาสวดอ้อนวอนอะไรกลางถนนเนี่ย


                พลัก!


                อั่ก! โครม


                แล้วจู่ๆ ร่างของผมก็ลอยหวืดจากแรงกระแทกทางด้านหลังจนร่างลอยกระเด็นไปชนเสาไฟฟ้าข้างทาง กระดูกสันหลังแทบหลุดออกเป็นชิ้นๆ เพราะแรงกระแทกนั้น พลันร่างหล่นลงนั่งบนพื้นความเจ็บปวดก็แล่นแปลบเข้ามาแทนที่


                “นี่นาย! เป็นอะไรหรือเปล่า” มือเรียวเล็กเอื้อมวางบนไหล่พร้อมกับมีใบหน้าหวานยื่นเข้ามาในระยะประชิด อารามตกใจทำให้ผมเผลอตัวปล่อยกระแสไฟฟ้าหลายมื่นโวลต์ออกมาจากร่างกาย!


                “ปล่อยมือ!” ผมตะโกนลั่นพลางใจหล่นวูบที่ตัวเองได้กลายเป็นฆาตรกรอีกหน


                “หืม?” คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปมพลางเอียงคอมองหน้า


                “ปล่อยมือ! ไม่งั้นนายได้ตายแน่” ผมพยายามดิ้นให้มือบางๆ นั้นหลุดจากไหล่ ทว่าเจ้าตัวกลับบีบไว้แน่น


                “คนที่จะตายมันนายต่างหาก” แถมยังกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย หาได้สะทกสะท้านกับกระแสไฟฟ้าที่ลั่นเปรี๊ยะๆ รอบตัวผมไม่


                “นาย! นายจะโดนไฟฟ้าเผาจนไหม้!” ผมแหวลั่น ภาพของพ่อไหม้เกรียมฉายชัดเข้ามาในสมองอีกครั้ง


                เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันครบรอบวันแต่งงานของพ่อกับแม่ พ่อที่ต้องการจัดปาร์ตี้เซอร์ไพรซ์ได้ขอความร่วมมือผมให้ช่วยทำเค้กสตรอว์เบอร์รี่นมสดด้วยกัน ทุกอย่างเสร็จสิ้นไปด้วยดีจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาที่แม่จะกลับบ้าน ผมที่ตื่นเต้นไปหน่อยพลัดลื่นตกจากเก้าอี้ทำให้พ่อรีบเอื้อมมือมารั้งไว้ ทว่าอารามตกใจทำให้กระแสไฟฟ้าพลุ่งพล่านออกมาจากตัวอย่างควบคุมไม่ได้ มันรุนแรงมากจนแผดเผาพ่อให้ตายในทันที  


                อะ...เอเนล!


            นั่นคือเสียงเรียกสุดท้ายที่แม่เปล่งเรียกชื่อผมออกมา หลังจากนั้นท่านก็ไม่เคยพูดอีกเลย...


                แปะๆ!


                สัมผัสนุ่มนิ่มข้างแก้มทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ ใบหน้าหวานนั่นยังคงฉายแววงุนงง ดวงตาสีดำสนิททอดมองผมด้วยความห่วงใย


                “นายไม่เป็นอะไรนะ”


                “...” ผมไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกนี้ออกมายังไง


                เด็กคนนี้...ทนทานต่อกระแสไฟฟ้าของผม?


                “เฮ้! นี่นายสมองกระทบกระเทือนหรือเปล่า”


                “ทำไมนาย...ทำไมถึงไม่เป็นอะไร” ผมพยายามตั้งสติและควบคุมกระแสไฟฟ้าในกาย


                “แล้วฉันต้องเป็นอะไรเล่า?”


                “ก็ไฟฟ้าจากตัวฉันไม่ช็อตนายบ้างเหรอ”


                “บ้าเปล่า ฉันเป็นยางนะ จะโดนช็อตได้ไง”


                หา?


                “ฉันเป็นมนุษย์ยางงงงงง” ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวยังจับแก้มตัวเองยืดออกอีกด้วย “ชิชิ ไฟฟ้าแค่นี้ไม่คณามือฉันหรอก”


                เขาตบท้ายคำพูดด้วยรอยยิ้มหวาน...


                “นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แล้วค่อยเจอกันนะ!” ร่างเล็กหยัดลุกขึ้นยืนก่อนหมุนตัววิ่งจากไป


                ผมเผลอมองตามจนกระทั่งร่างนั้นหายลับไปจากสายตา


                ตึกตักๆ


                หัวใจผม...เต้นแรง?


                “ชิชิ ไฟฟ้าแค่นี้ไม่คณามือฉันหรอก”


            คำพูดสุดแสนจะธรรมดาของเขา ทำไมถึงทำให้หัวใจของผมอุ่นวาบอย่างไม่มีสาเหตุได้ล่ะ

               


ณ โรงเรียนมัธยมปลาย

ช่วงพักกลางวัน


                ผมยังคงเป็นมนุษย์แปลกประหลาดสำหรับนักเรียนคนอื่นๆ ไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรือมาพูดด้วย มันทำให้ผมต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาร่วมหกปี


                กึก!...


                หืม?


                “นายคนเมื่อเช้า” ผมเงยหน้าขึ้นมองแขกไม่ได้รับเชิญคนแรกในรอบหกปี “ชิชิ ขอนั่งด้วยสิ”


                หมอนี่ทิ้งตัวลงนั่งพร้อมเลื่อนถาดข้าวสำหรับคนกินสามมื้อเข้าใกล้ตัวเอง ก่อนจ้วงกินอย่างไม่สนใจสายตาใคร่รู้ของคนอื่นๆ รวมทั้งผมด้วย


                “นาย...”


                “อือ...อ้อ” มันเงยหน้าพร้อมกับรีบกระเดือกข้าวคำโตลงคอ “ลืมแนะนำตัวไป ฉันลูฟี่ ยินดีที่ได้รู้จัก”


                “ทำไมนายมานั่งตรงนี้” ผมไม่ได้สนใจคำพูดแนะนำตัวของมัน รีบสวนกลับด้วยคำถามที่ค้างคาใจออกไปทันที


                “ก็มันว่าง”


                “นายไม่กลัวฉันหรือไง”


                “นายทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ชิชิ ฉันเก่งกว่านาย” ยืดอกพูดด้วยความภาคภูมิใจ


                “ทั้งที่คนอื่นๆ ต่างหวาดกลัวฉันนี่นา”



                “เรื่องของคนอื่นสิ ฉันไม่ได้สนใจ” เจ้าตัวไม่ได้สนใจอย่างที่ปากพูดจริงๆ ผมเห็นเขารีบจ้วงตักข้าวกินอย่างกับตายอดตายอยากมาจากขุมนรก


                “นี่” ผมไม่ลดละความพยายามในการสืบค้นข้อมูลของหมอนี่ “ทำไมนายถึงเป็นยาง”


                “มีพลังพิเศษ ง่ำๆ” ตอบไปด้วย เคี้ยวไปด้วย


                น่ารำคาญเสียจริง


                “นายเองก็มีไม่ใช่เหรอ”


                “ฉันไม่ได้ชอบมัน”


                “งั้นเหรอ ง่ำๆ” นี่! หัดสนใจคู่สนทนาของนายบ้างเซ่


                ผมปัดความคิดว้าวุ่นในหัวออกก่อนเพ่งสมาธิในการตั้งคำถามกับหมอนี่


                “แล้วนายชอบพลังของนายเหรอ”


                “อืม”


                “ก็ใช่สิ” ผมขยับปากพึมพำ  


                หมอนี่มันเป็นยาง จะไปฆ่าคนตายได้ยังไงกันเล่า


                “นายไม่ชอบมันเหรอ”


                “ใช่” ผมตอบเสียงดังฟังชัด


                “ถึงไม่ชอบก็ต้องอยู่กับมันนั่นแหละน่า ทำใจให้ชอบๆ มันซะเถอะ” ดูเหมือนจะเป็นคำแนะนำที่ดี แต่หากพิจารณษอย่างถี่ถ้วนแล้วจะรู้ว่าหมอนี่แค่ตอบปัดรำคาญเท่านั้น


                “ฉันไม่อยากได้พลังที่ฆ่าคนตาย”


                “เอ้า!” หมอนี่ขว้างช้อนลงบนถาดข้าวว่างเปล่า “นายก็เปลี่ยนไปใช้ประโยชน์จากพลังดูสิ แค่ง่ายๆ เอง”


                เขาไม่เข้าใจ...


                “ไฟฟ้ามันจะทำอะไรได้ นอกจากทำลายและแผดเผาสิ่งที่อยู่ตรงหน้า”


                “อย่างน้อยมันก็ทำให้หลอดไฟสว่าง” ว่าไม่พอยังชี้นิ้วไปบนเพดานซึ่งมีหลอดไฟติดอยู่ “ลองใช้สมองนายคิดดีๆ สิ”


                พูดจบก็ทำท่าจะชิ่งหนีอีกครั้ง ผมจึงเอื้อมมือจะไปรั้งข้อมือเล็กแต่ทว่ากลับต้องรีบชักมือกลับเพราะเกรงว่าจะสร้างความเสียหายแก่เขา


                “นายจับตัวฉันได้ ฉันไม่เป็นอะไร” เจ้าตัวหันมาบอกพร้อมเอื้อมจับมือผมก่อน “ชิชิ ไปแล้วนะ”


                “เดี๋ยวก่อนสิ”


                “อะไร”


                “เอ่อ...ฉันชื่อเอเนล”


                “อ้อ อืม ดีใจที่ได้พบนายนะเอเนล”

                “อ่า” ผมบิดข้อมือตัวเองเล็กน้อยจนหลุดออกจากอีกฝ่าย “...แล้วเจอกัน”


                “ชิๆ”


                แปะๆ


                มือบางวางแหมะบนศีรษะก่อนยีจนผมเสียทรง แม้หัวจะยุ่งแต่ผมกลับไม่รู้สึกโกรธอีกฝ่ายเลย ตรงกันข้ามที่รู้สึกดีสุดๆ


                “...ลูฟี่”

               


หลังจากนั้น


                ชีวิตผมไม่เหงาหรือจืดชืดอีกต่อไป เพราะทุกพักกลางวันผมจะได้นั่งพูดคุยกับลูฟี่ เจ้าเด็กดื้อที่มักสร้างวีรกรรมแปลกๆ แล้วนำมาเล่าให้ผมฟังอย่างภาคภูมิใจ ผมชอบที่ได้ฟังเจ้าตัวพูด เสียงหวานๆ นั่นฟังกี่ครั้งๆ ก็ไม่เคยเบื่อ


                “...คราวนี้นะ ฉันก็ต้องรีบวิ่งหนีอาจารย์เอสออกมาข้างนอก”


                “พี่ชายของนายน่ะเหรอ?” ผมถามด้วยสีหน้าสนใจ


                ลูฟี่กำลังเล่าเรื่องที่เขาโดนอาจารย์ (พี่ชายสุดโหดของเขานั่นแหละ) เรียกออกไปแก้โจทย์คณิตศาสตร์ยากๆ ที่คุณพี่ชายเป็นคนคิดขึ้นเอง แต่เจ้าตัวไม่ค่อยเก่งเลยอาศัยความว่องไวปานลิงวิ่งหนีออกมา นั่นทำให้เขาโดนคาดโทษเสียยกใหญ่ แถมยังต้องติวเข้มหลังเลิกเรียนคนเดียวอีก


                “แสดงว่าเย็นนี้นายก็กลับคนเดียวน่ะสิ”


                “เซ็งเป็นบ้า ทั้งที่วันนี้เป็นวันพิเศษของฉันแท้ๆ” เจ้าตัวบ่นขมุบขมิบพลางทำหน้าเศร้า


                “วันพิเศษ?”


                “อืม วันนี้วันเกิดฉันเองแหละ” ผมชะงักนิ่ง แล้วจู่ๆ ก็มีความคิดหนึ่งแล่นแวบเข้ามาในหัว ผมระบายยิ้มอย่างลืมตัวก่อนแสร้งกระแอมไอเมื่ออีกฝ่ายเอียงมอง


                “ฮะแฮ่ม! งั้นฉันคงต้องกลับก่อน ไม่อยากปล่อยแม่อยู่บ้านคนเดียวนานๆ ด้วย”


                “อืม”

               


                หลังจากคุยกันตอนพักเที่ยง ผมก็ง่วนอยู่กับการเลือกซื้อของขวัญให้อีกฝ่าย แต่นอกจากอาหารแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าเขาชอบอะไรบ้าง


                เซ็งจริงๆ


                ผมทอดน่องเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินผ่านจอทีวียังที่ติดไว้บนห้างหรู สิ่งที่เห็นคือภาพของสายฟ้านับร้อยสายหลั่งไหลจากท้องฟ้าลงสู่มหาสมุทรอันกว้างขวาง


                ทันใดนั้นไอเดียสุดบรรเจิดก็เกิดขึ้น


                ผมวิ่งตรงไปยังร้านขายสายไหมสีพาสเทลพร้อมขอร้องให้คนขายเอายัดใส่ในลูกโป่งอัดแก๊สฮีเลียม ผมจะให้มันลอยขึ้นไปถึงเด็กนั่น


                เมื่อซื้อของเสร็จสรรพ ผมก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบกลับไปที่โรงเรียนอีกครั้ง สายตาพุ่งตรงไปยังห้องเรียนชั้นสาม มีเพียงห้องเดียวนั้นที่ยังเปิดหน้าต่างไว้ทุกบาน ผมเริ่มต้นเรียกร้องความสนใจด้วยการชูมือขึ้นพลางปล่อยกระแสไฟฟ้าขึ้น


                เปรี้ยง!


                เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง เมื่อใบหน้าหวานโผล่มาดูตามนิสัยคนอยากรู้อยากเห็น ผมก็โบกมือให้อีกฝ่าย


                “เอเนล!” หมอนั่นตะโกนเรียกผมลั่น


                ผมยกยิ้ม จากนั้นก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าจากมือขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจให้มันเกิดเป็นรูปเค้ก ก่อนสลับเป็นคำพูดสั้นๆ



                ...HBD Luffy...


                จากนั้นจึงปล่อยลูกโปร่งที่ภายในมีถุงขนมสายไหมบรรจุอยู่หลายสิบลูกขึ้นไป ลูฟี่รีบเอื้อมมือออกมารับ เจ้าตัวผลุบหายเข้าไปในตัวอาคารครู่หนึ่งก่อนชะโงกหน้าออกมาอีกครั้ง เขายกมือป้องปากและตะโกนเสียงดังฟังชัด


                “ขอบคุณสำหรับของคุณนะเอเนล! ไว้เราไปกินเนื้อย่างกันน้า!!!!!!!!!!!!!


                หึๆ


                ...แทบจะอดใจรอไปกินเนื้อย่างกับนายไม่ไหวเลยล่ะ











++++++++++++++++++++++++
100%
ไม่หวานมาก เป็นอารมณ์แบบฟีลกู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ฮ่าๆ หวังว่าคงจะชอบนะ (ปล. เราด้นสดเน้อ อาจขาดๆ หายๆ ในเรื่องของเหตุการณ์ในเรื่องไปบ้าง อย่าโกรธกันนะ)







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #742 GusMeMa (@GusMeMa) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 05:46
    กรี้ดดด คู่นี้น่ารักอ่าาาา ><
    #742
    0
  2. #434 HOSHIZORA (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 13:30
    วุ้ยยย น่ารักอ้ะ ไม่หวานมากแต่มันดีต่อใจ^^ ลูฟี่น่ารักที่สุดเลย ถ้าเราเป็นเอเนล เราจะไม่มีวันปล่อยมือไปจากพี่น้อยแน่ๆ คนเดียวที่เปิดประตูที่ปิดตายของหัวใจ เข้ามาพูดคุย ทำให้โลกสดใส และเรียนรู้ที่จะอยู่กับพลังพิเศษของตัวเอง ฟี่ืคือคนเดียวที่เข้าหา ทำให้ไว้ใจ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ นายไม่เหงาและไม่ต้องโทษตัวเองอีกแล้วนะเอเนล^^ชีวิตตอนเด็กของเอเนลทำไมมันดราม่าจัง คงเจ็บปวดมากๆ ที่เป็นคนทำให้พ่อของตนต้องตายในวันครบรอบแต่งงานซะงั้น แล้วจริงๆ แม่ของเอเนลก็ไม่ได้เกลียดลูกตัวเองหรอก แต่ก็ทำใจไม่ได้ก็เลยไม่ยอมพูดคุย ให้เวลาเค้าหน่อยนะนาย ได้รู้จักลูฟี่อ่ะดีแล้ว ฟี่น้อยมีแนวคิดและมุมมองต่อโลกที่สดใส นายก็ทำอย่างที่ฟี่ว่าซิ เปลี่ยนพลังที่ใครๆ ก็หวาดกลัวมาทำให้เป็นประโยชน์ อย่างที่ทำในวันเกิดฟี่นี่ก็ใช้ได้นะ ตอนแรกเห็นบอกว่าสายฟ้าไหลหลั่งลงสู่มหาสมุทร เราก็นึกว่าเอเนลจะเอาสายฟ้าไปผ่าปลาในทะเลแล้วเอามาให้ฟี่ซะอีก555เอ๊า พูดไปมีแต่เรื่องของเอเนลซะงั้น ทั้งที่มันคือวันเกิดฟี่ต่างหาก งั้นก็สุขสันต์วันเกิดนะฟี่น้อย ขอให้ร่าเริงสดใสและมีจิตใจที่บริสุทธิ์อ่อนโยนแบบนี้ต่อไป และเป็นที่รักของทุกคนยิ่งๆ ขึ้นไปนะ และเราสัญญาว่าตราบใดที่วันพีซยังไม่จบ เราก็จะไม่เลิกอ่าน จะอยู่ให้ถึงวันที่ลูฟี่ได้เป็นเจ้าแห่งโจรสลัดเลย <3ขอบคุณไรท์เตอร์มากที่แต่งฟิคสำหรับวันเกิดลูฟี่นะคะ สารภาพว่าเราลืมวันเกิดฟี่ไปเลยอ้ะแฮะๆ แล้วก็รออ่านเรื่อง My ex-husband ของมิงโก้และลูฟี่เสมอนะคะ^0^
    #434
    0
  3. #432 `เยลลี่พีชจัง (@hideyoshi1234) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 21:46
    น่ารักมากๆเลยค่ะ ฟีลกู๊ดจริงๆ สงสารเอเนลเรื่องพ่อมากแต่เอเนลไม่ได้ตั้งใจนี่นาTT  ว่าแต่ประโยคสุดท้ายนี่ยังไงกันคะแค่ไปกินเนื้อย่างเฉยๆใช่ไหม555
    #432
    0
  4. #431 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 00:20
    รออค่าาา
    #431
    0