[ONE PIECE] All LUFFY รวมเรื่องรักของหนุ่มหมวกฟาง 2

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,790 Views

  • 791 Comments

  • 819 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,106

    Overall
    34,790

ตอนที่ 32 : DARK SIDE :: EPISODE :: 06 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    18 เม.ย. 61




EPISODE :: 6

 




                 “ทำไมถึงปล่อยเลือดให้ไหลแบบนี้ อยากตายหรือไง” ผมหลุบตามองคราบเลือดแห้งกรังบนหลังมือขาวขณะใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นค่อยๆ บรรจงเช็ดมันออกให้ เอสนั่งหงอยเพราะตัวเองทำผิดจังๆ


                “ก็รอให้นายกลับมาทำแผลให้” เขาบอกเสียงเบา


                “แล้วถ้าวันนี้ฉันนอนร้าน นายไม่เลือดหมดตัวเลยเหรอ”


                “เลือดมันหยุดนานแล้ว” เขาเถียงจนผมตวัดตามองดุๆ เอสหุบปากและเบนสายตาหนี แล้วจู่ๆ สุ้มเสียงทุ้มก็เอ่ยออกมาแผ่วเบา “อย่างน้อยมันก็ทำให้นายหายโกรธได้ละ”


                “ต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ” ผมถามพร้อมหยิบขวดแอลกอฮอล์ออกมาเทใส่สำลี


                “...”


                “แล้วกินข้าวหรือยัง” ผมเปลี่ยนคำถาม ท่าทางหลุบตาหนีก็พอให้เดาได้ว่าเขายังไม่ได้กินอะไร “ข้าวเช้าละ”


                “ยัง”


                เฮ้อ! ผมพ่นลมหายใจพรืดใหญ่จนมันกระทบใบหน้าของอีกฝ่าย ทั้งหงุดหงิดและหมั่นไส้เขาจนอย่างจับมาตีซะให้เข็ดหลาบ


                “เดี๋ยวทำแผลเสร็จจะทำอาหารให้กิน”


                เงยหน้าขึ้นมาก่อนริมฝีปากบางเฉียบจะค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้ม

 

                ผมเดินนำเอสลงมาชั้นล่างและเข้าไปในครัว สำรวจมองก็เห็นว่ามันสะอาดและเป็นระเบียบกว่าที่คิดเอาไว้


                “ฉันทำเองแหละ” เอสบอก


                “ก็ดี” ผมระบายยิ้มนิดๆ และเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบถาดหมูสับออกมาและเตรียมไปหุงข้าว แต่ว่าสายตากลับสะดุดกับไฟสีส้มๆ บนตัวเครื่องซะก่อน ผมเร่งฝีเท้าไปตรงนั้นก่อนเปิดฝาหม้อขึ้น


                ไอน้ำลอยฟุ้งขึ้นมาปะทะใบหน้าจนต้องโยกตัวหลบ เมื่อมันจางลงไปแล้วจึงเผยให้เห็นเมล็ดข้าวสีขาวขุ่นกระจายตัวอยู่เต็มหม้อ ผมขมวดคิ้วเพื่อเพ่งมองดูให้แน่ชัด...เอิ่ม ข้าวดิบ


                “นายหุงเหรอ”


                “อืม ตั้งแต่เช้าแล้ว”


                “แล้วก็ไม่ยอมปลดสาย” ผมรีบถอดปลั๊กไฟออก


                “ก็ข้าวมันไม่ยอมสุก” มันจะไปสุกได้ไง ก็นายใส่น้ำน้อย!


                ผมส่ายหน้าไปมาและรีบเปลี่ยนเมนูอาหารทันที ผมตั้งหม้อต้มน้ำเอาไว้จนมันเดือดแล้วตักข้าวดิบๆ ของเอสใส่ลงไปทั้งหมด จากนั้นก็รอจนกระทั่งเมล็ดข้าวมันแตกตัวถึงใส่หมูสับที่ปรุงเครื่องเรียบร้อยแล้วลงไป


                “หอมจัง” เขาชะเง้อคอดู ผมได้ยินเสียงร้องโครกครากจากกระเพาะของเขาด้วย


                “ทำให้แล้วก็กินให้หมด” ผมดุเสียงเข้มก่อนหยิบทัพพีมาคนๆ ให้ความร้อนกระจายทั่วถึง


                “อืม” เอสหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นเขาก็สวมกอดเอวผมตามนิสัยปกติ “ถ้าไม่มีนายพี่จะใช้ชีวิตอยู่ยังไงเนี่ย”


                พูดเว่อร์วังอีกแล้ว


                “ก็อยู่กับเมียของนายไง ถามแปลกๆ”


                “ไม่เอา อยากอยู่กับนาย” เขาทำเสียงหงุงหงิงใส่จนผมตีแขนแกร่งไปเต็มแรง เอสสะดุ้งพร้อมโน้มใบหน้าเข้ามาถาม “ตีทำไมอ่ะ”


                “ไม่รู้จักโตจริงๆ เลยนายเนี่ย”


                ผมนั่งเฝ้าเอสกินข้าวจนหมดก่อนจะเดินขึ้นห้องเพื่อไปนอน ร่างหนารีบวิ่งขึ้นบันไดตามมาติดๆ พร้อมทำเสียงออดอ้อน


                “ลูฟี่ วันนี้นอนกับพี่นะ” ห๊ะ? จังหวะการก้าวเดินชะงักไป ผมเหล่ตามองพี่ชายด้วยสายตาจับผิด เอสรีบโบกมือไปมาและละล่ำละลักพูด “ง้อน่ะง้อ จะเล่านิทานให้ฟังด้วย”


                “ไม่เอา พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”


                “จะไปไหน” เขาขมวดคิ้วสงสัย


                “พาโรบินไปซื้อหนังสือ”


                “เดตงั้นเหรอ” แม้แต่เอสยังคิดว่ามันคือเดต ทั้งๆ ที่เราสองคนแค่ไปซื้อหนังสือกันเท่านั้นเอง


                “คิดเหมือนซันจิอีกแล้ว” ผมบ่นเสียงขึ้นจมูกและเบือนหน้าหนีเตรียมเดินกลับไปยังห้องตัวเอง


                “เดี๋ยว!” คำพูดนี้เปล่งออกมาพร้อมแรงกระชากต้องหัวไหล่ ผมหมุนตัวกลับไปมองเอส เขายิ้มเผล่ใส่และค่อยๆ เคลื่อนมือลงไปจับมือผม “นอนกับพี่นะ...นะ”


                “นายเป็นอะไรเนี่ย แปลกๆ นะ”


                “บอกว่าง้อไง”


                “ไม่เห็นต้องไปนอนกับนายเลย ห้องฉันก็มี” เอสทำท่าครุ่นคิด จากนั้นเขาถึงพยักหน้าหงึกหงักเข้าใจ ผมกำลังจะปลดมือเขาออกแต่เอสกลับกระชับมือแน่นขึ้น จากนั้นเขาก็ลากผมไปยังห้องนอน มือหนาผลักประตูเปิดเข้าไปราวกับเป็นเจ้าของห้องซะเอง


                “งั้นนอนห้องนายก็ได้”


                “...” เฮ้อ ยังไงก็จะนอนกับผมให้ได้ใช่ไหม


                เอสปล่อยมือผมให้เป็นอิสระก่อนรีบวิ่งไปกระโดดล้มตัวนอนบนเตียง เขาหยิบหมอนข้างแล้วปาไปไว้ขอบเตียงด้านที่ติดกับฝาผนังพลางหันมากวักมือเรียก


                “มานอนได้แล้ว”


                ผมพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ก่อนยืนมองเขานิ่งๆ เอสฉีกยิ้มกว้างราวกับไม่รับรู้อารมณ์ของผม ณ ตอนนี้ ผมตวัดตาดุดันใส่เขาอยู่หลายครั้งจนยอมแพ้ไปเอง ยังไงคืนนี้ก็คงมีเจ้าหมีตัวโตมานอนเบียดอยู่บนเตียงอยู่ดี


                “นายนอนชิดผนังเลย” ผมเอ่ยปากสั่งและเดินไปที่สวิตช์ไฟ เอสขยับตามอย่างว่าง่ายและนอนเท้าศีรษะมองผม


                ด้วยความหมั่นไส้ผมเลยรีบปิดไฟจนทั้งห้องมืดสนิท จากนั้นจึงเดินไปยังเตียงนอนโดยอาศัยแสงไฟที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาช่วยนำทาง ผมทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงก่อนเอ่ยบอกกับเอส


                “ถ้านายนอนดิ้นฉันหนีไปนอนที่อื่นแน่”


                “น่าๆ ไม่ดิ้นหรอก” มือแกร่งเอื้อมฝ่าความมืดมาจับต้นแขนผมให้ล้มลงไปนอนด้วย เสียงขยับร่างกายให้ผมได้นอนถนัดดังอยู่พักหนึ่งก่อนเงียบไป “นอนเถอะ นายเหนื่อยมากแล้ว”


                เขาลูบศีรษะผมแผ่วเบาพลางเอื้อมมือพาดผ่านช่วงเอวผมไว้จนกลายเป็นการกอดหลวมๆ ผมกระเถิบจนชิดลำตัวแกร่งและซุกลงกับแผงอกของอีกฝ่าย กลิ่นกายหอมเป็นเอกลักษณ์โชยเข้ามาตามลมหายใจ ผมระบายยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยทวงคำพูดก่อนหน้านี้


                “ไหนว่าจะเล่านิทานให้ฟังไง”


                “อยากฟังจริงๆ เหรอ” เขาถาม เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้มากราวกับเขาก้มลงมา ผมคราง อือในลำคอเพื่อเป็นการตอบรับ


                “เรื่องไหนดีน้า” เขาทำเสียงสูงอย่างใช้ความคิด เนิ่นนานที่เงียบไปจนกระทั่งเขาร้อง อ๋อในลำคอก่อนเอ่ยถาม “เรื่องราชาโจรสลัดเป็นไง นายคงจะชอบเรื่องผจญภัยแบบนี้”


                “อื้อ เล่ามาสิ”


                “เมื่อหลายร้อยปีก่อนเคยเป็นยุคทองของโจรสลัด ทั้งชายหญิงที่ชื่นชอบความท้าทายต่างพากันออกเรือเพื่อที่จะได้ผจญภัยตามชายคนหนึ่ง คนที่ถูกขนานนามว่าเป็นราชาโจรสลัด” ผมตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อแต่พอถึงตรงนี้กลับมีคำถาม


                “ใครเป็นราชาโจรสลัด”


                “อย่าเพิ่งใจร้อนสิ กำลังจะเล่าอยู่นี่ไง” ผมบุ้ยปากและเงียบเสียงลงเพื่อฟังเรื่องเล่าต่อ


                “มีชายคนหนึ่งชื่อว่าโกลด์ โรเจอร์”


                “ชื่อเห่ยจัง” ผมหลุดคิดเสียงดัง


                “จะฟังไหม” เอสเขกศีรษะผมไม่แรงมากนัก จากนั้นจึงเอ่ยเล่าต่อ “โกลด์ โรเจอร์เป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคนั้น เขาได้ชื่อว่าเป็นราชาโจรสลัดเพราะได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าของโลกไว้ มันชื่อว่าวันพีซ เป็นสมบัติที่มีเพียงชิ้นเดียวบนโลกและนอกจากโรเจอร์ ก็ไม่มีใครได้เห็นมันเลย”


                “...แล้วยังไงต่อ”


                “แต่ว่าโชคร้าย เขาโดนทหารเรือจับประหารชีวิตซะก่อน”


                “มันก็สมควรแล้วนี่นา เขาเป็นโจรสลัด”


                “ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เพราะก่อนตายเขาได้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่ประโยคของตัวเอง...”


                จู่ๆ ผมก็รู้สึกลุ้นตามเรื่องเล่าของเอสจนเผลอถามเซ้าซี้ออกมา


                “เขาพูดว่าอะไร”


                “...เขาบอกว่า สมบัติของฉันน่ะเหรอ ถ้าอยากได้ก็ไปหาเอาสิ ฉันเอา ทุกอย่างบนโลกนี้ไปไว้ที่นั่นหมดแล้ว และเพราะคำพูดนั้นทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ออกตามล่าหาสมบัติที่ว่า”


                “ถ้าผู้ชายคนนั้นพูดโกหกล่ะ ถ้ามันไม่มีสมบัติอยู่จริงๆ” ผมถามด้วยความสงสัย


                “ทุกคนก็จะได้ของตอบแทนเป็นประสบการณ์ชีวิตไง มันคือการผจญภัยที่ไม่สามารถประเมินราคาเป็นสมบัติได้”


                “ดูนายชอบเรื่องนี้มากเลยนะ”


                “เปล่าหรอก แค่เคยอ่านมาผ่านๆ” เขายักไหล่


                “แล้วเรื่องมันจบแค่นี้เหรอ”


                “ความจริงมีมากกว่านี้ แต่วันนี้พอก่อน ง่วงแล้ว” กลายเป็นเอสซะเองที่ง่วงนอนก่อน


                “อ้าว แล้วแบบนี้ฉันจะหลับได้ไง ค้างนะ”


                “พรุ่งนี้จะเล่าให้ฟัง” ผมเงียบไปสักพักก่อนเงยหน้าจนปลายจมูกเฉียดปลายคางของเขาไป


                “สัญญานะ”


                “อืม สัญญา” เกี่ยวก้อยสัญญากันเสร็จผมก็ขยับหาที่สะดวกสบายก่อนหลับตาลงพริ้ม ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มบางอย่างไม่มีสาเหตุท่ามกลางความมืดมิด


 

                เช้าวันถัดมา ผมตื่นนอนก่อนเอสและลงมาทำอาหารเช้าไว้ให้ โรบินโทรมาหาก่อนหน้านี้แล้วว่าสักประมาณเก้าโมงเช้าจะมารับ ผมจึงไม่ได้เร่งรีบอะไรมาก


                “อาบน้ำแล้วเหรอ” เอสเดินขยี้ตาเข้ามาในครัว ผมยกถ้วยกาแฟที่เพิ่งชงเสร็จวางบนโต๊ะตรงเก้าอี้ประจำของเขา เอสทิ้งตัวลงนั่งและเงยหน้ารอคำตอบ


                “อืม เตรียมตัวรอโรบินมารับน่ะ”


                “งั้นเหรอ” เขาเลิกคิ้วพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ


                “ฉันทำเนื้อหมักซอสใส่ไว้ในช่องฟรีซ ตอนเที่ยงนายก็เอามาย่างกินเองนะ”


                “อืม” เอสจิบกาแฟพลางอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วยจนกระทั่งถึงเวลาที่โรบินมารับ ผมล้างจานและเดินขึ้นไปหยิบกระเป๋าสตางค์บนห้องพร้อมโทรศัพท์มือถือติดตัว                  


                “ฉันไปก่อนนะ”


                “อืม” เอสโบกมือให้ จากนั้นผมจึงรีบวิ่งมาขึ้นรถซึ่งจอดรออยู่นอกรั้วบ้าน โรบินขยับแว่นกันแดดสีชาเล็กน้อยเพื่อมองผม เธอระบายยิ้มหวานและพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน


                “ใส่สีชมพูแล้วน่ารักจัง”


                “น-น่ารักอะไร” ผมโบกมือไปมาก่อนเบือนหน้ามองทางอื่น โรบินหัวเราะเสียงเอ็นดูและค่อยๆ ขับรถออกจากหน้าบ้าน เธอเอื้อมมือเพื่อเปิดเพลงให้ฟังด้วย


                “กินข้าวมาหรือยัง” เธอถามแทรกความเงียบ


                “กินแล้ว”


                “น่าเสียดายจัง นึกว่าจะได้กินข้าวกับนายซะอีก” รอยยิ้มมีเลศนัยปรากฏบนใบหน้าหวาน โรบินเหลือบหางตามองแล้วเบือนกลับไปมองถนนตามเดิม “แต่ไม่เป็นไร มื้อเที่ยงค่อยกินด้วยกันก็ได้”


                “พูดเหมือนจะจีบฉันเลยน้า” ผมว่าหยอก


                “แล้วจีบได้ไหม”


                “เฮ้ย! จริงเหรอ” คำตอบไม่คาดฝันทำให้ตกใจจนตะโกนถามเสียงหลง


                “อืม”


                “โรบินแต่ฉัน...” เสียงผมแผ่วลงจนกลายเป็นหยุดพูดไปเสียดื้อๆ


                “รู้อยู่แล้วน่า ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ต้องตามจีบนานขนาดนี้หรอก”


                “ทำไมถึงชอบคนอย่างฉันล่ะ”


                “นายน่ารัก” สั้นๆ ง่ายๆ


                “...”


                “ความจริงก็ไม่ใช่แค่ฉันหรอกที่ชอบนาย ยังมีคนอื่นอีกเยอะแยะ”


                “ทำไมทุกคนถึงพูดเหมือนกันหมด” ความสงสัยมีมากล้นจนเผลอหลุดปากถามออกไป


                “ทุกคน?”


                “ก็ซันจิก็บอกแบบนั้น”


                “หมอนั่นแหละตัวดี คนที่นายควรระวังเลยแหละ”


                “แต่เขาชอบเธอไม่ใช่เหรอ”


                “ไม่รู้” ตอบกลับหน้าตาย แถมสายตายังแฝงแววเยือกเย็นซะจนน่ากลัว


                “เอ่อ แฮะๆ เลิกคุยเรื่องนี้เถอะเนอะ”


                เมื่อผมเปลี่ยนเรื่อง รังสีอำมหิตที่พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของโรบินก็ค่อยๆ จางหายไป เธอกลับมายิ้มได้อีกครั้งและชวนผมคุยโน่นนี่จนเราสองคนมาถึงย่านช็อปปิ้งชื่อดัง โรบินวนหาที่จอดรถไม่ไกลจากแถวนี้นักและก้าวลงจากรถไปก่อน


                “จะไปตรงไหนดี”


                “คอฟฟี่ช็อปก่อนไหม” เธอเสนอและชี้ไปยังคอฟฟี่ช็อปตรงหัวมุมที่ประดับประดาด้วยไม้เลื้อยสีเขียวชะอุ่ม “ได้ข่าวว่าร้านนี้คุกกี้อร่อยมาก”


                “จริงเหรอ”


                ผมตาลุกวาวยามได้ยินสรรพคุณของร้านนี้


                “ไปกันเถอะ” โรบินยื่นมือมาจับข้อมือผมและจูงให้เดินตามไป เพราะเธอตัวสูงกว่าทำให้หลายคนคิดว่าเธอเป็นพี่สาวของผม แว่วเสียงชื่นชมดังตามหลังให้ได้ยินเป็นระยะๆ


                “พี่น้องคู่นี้หน้าตาดีทั้งคู่เลยนะ” เสียงหนึ่ง


                “นั่นสิ คนพี่หน้าคมจัง”


                บลาๆ


                หลากหลายคนที่ให้ความคิดเกี่ยวกับเราสองคน ผมขมวดคิ้วมุ่นแต่ไม่คิดจะพูดแก้ต่างให้ตัวเองเพราะเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร


                “คนพวกนั้นน่ารำคาญจริงๆ” โรบินเปรยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ


                “น่าๆ อย่าไปสนใจเลย”


                เพราะกลัวว่าโรบินจะเดินเข้าไปหาเรื่องคนพวกนั้นผมจึงต้องรีบลากเธอเข้ามาในร้านกาแฟซะก่อน ทันทีที่เราเปิดประตูเข้าไป ผมก็เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างวินเทจ แม้จะดูเก่าแก่แต่ก็กลมกลืนกับวัฒนธรรมยุคใหม่


                ผมมองเครื่องเล่นแผ่นเสียงและลำโพงที่ทำจากโลหะทองเหลืองอย่างตื่นเต้น จังหวะเพลงคันทรี่สบายๆ ถูกเปิดคลอเพื่อสร้างบรรยากาศภายในร้าน ผมกวาดสายตามองและหยุดลงที่ถาดคุกกี้ร้อนๆ ที่เพิ่งยกออกมาวาง กลิ่นหอมชวนน่าลิ้มลองเย้ายวนจนต้องเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหา


                “คุกกี้สองชิ้นครับ”


                พนักงานขายเงยหน้ามองและพยักหน้ารับ เขาหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ทำจากเยื่อไม้ไม่ขัดสีขึ้นมา จากนั้นก็คีบคุกกี้ใส่ลงไปตามจำนวนที่สั่ง


                ผมรับมันมาถือพร้อมดันมันขึ้นมาจากห่อกระดาษและงับชิมคำเล็กๆ


                อ่า...อร่อยสมคำร่ำลือ

 

                 

+++++++++++++++++++++

100%

เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นโรบิน?







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #253 Puntira Kusolruangchai (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 06:24
    โรบินไม่ได้เด็ดขาด แต่อยากให้โรบินเป็นผู้ชายจัง มันจะดีมากเลยนะ
    #253
    0
  2. #252 Nan Tanattha (@sisternan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:28
    โถคุณพี่เอสแอบดูงอนๆนะนัั่นน่ะเล่นตอบแต่อืมๆ55555 สม../โดนย่างสด
    โรบิ้นไม่ใช่แค่เธอ ฉันเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน.. ฟี่ค่อดนั้ลรั้กกกกกกก อยากจับกอดบีบๆถูๆน่าเอ็นดูเกินจะทนน
    ซันจิตัวดี5555555 โดนแฉนิดๆแล้วนะพ่อคุณณ ขอให้การเนียนของนายประสบผลสำเร็จ! ..ถึงระดับการกินเต้าหู้พี่เอสจะมาแรงสุดๆก็เถอะ!

































    +
    #252
    0
  3. #251 Sasigannamfa (@Sasigannamfa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 07:21
    ไม่มีทางที่จะเป็นโรบินเด็ดขาด ต่อให้ชอบลูฟี่แค่ไหนแต่ก็เป็นผู้หญิง
    #251
    0
  4. #250 HOSHIZORA (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 23:07
    น่านซิ นี่ถ้าโรบินเป็นผู้ชายนี่เราปักธงเลยละ แม้ว่าจะไม่ออกอาการนอกหน้านอกตามากนัก แต่คำพูดและการกระทำของโรบินมันบ่งบอกชัดเจนว่าชอบลูฟี่อ่ะ แต่ไม่น่าใช่โรบินหรอก เพราะนอกจากจะเป็นผู้หญิงแล้วเธอยังมีตาสีฟ้าด้วย คนที่ลักหลับลูฟี่ตาสีดำสนิทไม่ใช่รึ สำหรับเอสที่เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยก็ยังคลุมเครืออยู่นา คืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากสองพี่น้องได้คืนดีกัน แถมเอสก็ไม่เคืองลูฟี่ละตอนที่ลูฟี่บอกว่าจะไปเที่ยวกับโรบิน คงแค่อาการพี่ติดน้องเฉยๆ มั้งเนาะ^^ ซันจิเหรอ ก็น่าสงสัยนะ แต่ความรู้สึกเราว่ามันไม่ใช่อ่ะ โซโลยังมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าเลย เราสงสัยเอสกับซาโบนี่ละ อยากเห็นซาโบมีบทบาทมากกว่านี้ ใจมันกระตุกยิกๆ ว่าเป็นนาย เอ๊ะ หรือว่าแท้จริงคือใจเราอยากให้เป็นเช่นนั้น555

    แต่ลูฟี่น่ารักจริงๆ นะ ทั้งหน้าตาและนิสัยเลย ไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็ชอบลูฟี่ อยากเข้าใกล้อยากอยู่ด้วย มีแต่ลูฟี่นี่ละที่ซื่อบื้อไม่รู้อะไรเลย^^" ก็เพราะงี้ไงก็เลยโดนล่อลวงง่ายอ่ะ ใครเอ่ย จะมาล่อลวงลูฟี่ ใครคือผู้ต้องสงสัยคนนั้น รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์เตอร์^0^
    #250
    0
  5. #249 Nan Tanattha (@sisternan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 01:05
    โอ๊ยมันมันน่าร้ากกกกกกกกก คุณพี่ยเอส คุณพี่อ้อนได้งุ้งงิ้งง้องแง้งมากเลย
    ตอนแรกอวยซันจิ ตอนนี้ลืมไปแล้วนายคือใครเหรอ? /โดนขาไฟเตะ
    พี่แกอบอุ่นร้อนแรงขี้อ้อน// จะเป็นพี่หรือไม่ใช่พี่ก็ไม่เป้นไรแล้วฮือ มโนเรือ55
    #249
    0
  6. #248 HOSHIZORA (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 21:00
    อ๊อย เป็นพี่น้องที่มุ้งมิ้งกันดีจังเนาะ พี่ชายเล่านิทานกล่อมน้อง^^ ถ้าไม่นับพฤติกรรมที่น่าสงสัยของงเอส เราก็ว่าเอสรักลูฟี่เหมือนน้องชายแท้ๆ นั่นละ แม้จะออกอาการติดและหวงน้องไปหน่อยก็ตาม อยากจะเชื่อใจเอสนะ แต่ว่าเอสน่าจะได้ชื่อว่าเป็นคนที่ลูฟี่ไว้ใจที่สุด แถมไรท์เตอร์ยังหัวเราะแบบมีเลศนัยท้ายตอนอีก เราก็เลยยังระแวงเอสอยู่ดี^^" ลูฟี่จะหลับฝันดีไปจนถึงเช้า หรือจะตื่นขึ้นมาแล้วพบกับเหตุการณ์ที่เกริ่นไว้ในตอนแรก รออ่านส่วนที่เหลือนะคะไรท์เตอร์^^
    #248
    0
  7. #247 Sasigannamfa (@Sasigannamfa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 18:58
    นอนห้องเดียวกันแล้วววววววววววววว นี่ต้องเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้าของepisode 1 แน่นอนนนนนนนน
    #247
    0
  8. #246 Puntira Kusolruangchai (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 18:29
    ใกล้ละๆ นอนห้องเดียวกันละ
    #246
    0
  9. #245 HOSHIZORA (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 12:55
    เอาแล้วๆ เอสมาขอนอนกับลูฟี่แล้ว เอสแค่จะง้ออย่างที่ปากว่า หรือมีจุดประสงค์ซ่อนเร้นกันนะ แล้วทำไมต้องคิดว่าลูฟี่ไปเดทกับโรบิน ก็แค่ซื้อหนังสือเองอ้ะ นายหวงลูฟี่เหรอ แล้วท่าทางลุกลี้ลุกลนจะให้ลูฟี่มานอนกับตัวเองให้ได้มันคืออัลไล เอสจะทำแบบนั้นกับลูฟี่ได้ลงจริงๆ เหรอ ลูฟี่เพิ่งหายโกรธนายนะ เอสไม่น่าจะทำให้ลูฟี่เกลียดตัวเองอ่ะ แต่ยังไงก็ระแวงเอสอยู่ดีเพราะมีความหวงและยึดติดลูฟี่แบบแปลกๆ^^" จะใช่เอสหรือไม่ รออ่านส่วนที่เหลือนะคะไรท์เตอร์^^
    #245
    0
  10. #244 Puntira Kusolruangchai (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 04:26
    เอสอ้อนจัง แต่ดูยังไงก็น่าจะเป็นเอสนี่แหละ เกิดการหวงหนูลูเกิดเหตุงี้
    #244
    0
  11. #243 HOSHIZORA (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 18:37
    น่านซิ เอสทำตัวเป็นหมาหงอยอ่อนลงตั้งเยอะ ยอมเจ็บตัวไม่รักษาแผลเพื่อมาง้อลูฟี่ ปัดกวาดบ้านซะเรียบ แถมทำอาหารด้วยแม้มันจะกินไม่ได้ก็ตาม555 เหมือนเอสสำนึกผิดจริงๆ นะเนี่ย พอรู้ว่าตัวเองทำให้ลูฟี่โกรธมากก็ยอมอ่อนข้อลง ท่าทางเอสคงขาดลูฟี่ไม่ได้จริงๆ ซะแล้ว เป็นพี่น้องที่รักกันจริงเนาะ^^ ใช่ที่ไหนละ ปั๊ดโถ่ววว><

    เอสหวงลูฟี่และยึดติดกับลูฟี่จริงๆ อ่า แฟนอะไรก็ไม่คิดจะมี หรือว่านายคิดไม่ซื่อกับลูฟี่จริงๆ เนี่ย ไอ่ที่ยอมง้อนี่มันเป็นหลอกล่อให้ตายใจสินะ หรือว่าเอสเป็นพวกไบโพลาร์ ดีก็ดีใจหาย ร้ายก็ร้ายสุดขั้ว ดาร์กไซด์ที่เอสเก็บเอาไว้และรอวันโผล่ออกมาถ้าหากความอดทนมันสิ้นสุด ตอนนี้ก้ำกึ่งว่าใช่เอสหรือไม่ แม้หลักฐานจะเทไปทางเอส แต่เอสดูรักน้องเกินกว่าที่จะทำลายน้องได้อ้ะ หรือว่าเราก็ติดกับเอสเหมือนกันเนี่ย>< รออ่านตอนต่อไปนะค้าไรท์เตอร์^^

    #243
    0
  12. #242 น.ส.แม่มด ใจดี (@ning11434) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 08:31
    เอสขี้อ่อน
    #242
    0