[FIC YUME100] คืนความสนุกให้ชาวดาเตน [Sky x Makoto][Yaoi]

ตอนที่ 3 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ม.ค. 62






บทที่ 2

 

 

ทรอยแมร์ ดินแดนที่เป็นดั่งเมืองหลวงของโลกแห่งความฝัน ว่ากันว่าการเดินทางมาถึงนั้นแสนยากลำบาก ต้องข้ามผ่านมูนโร้ดที่สลับซับซ้อนและเปลี่ยนจุดหมายไปตามข้างขึ้นข้างแรมคืนแล้วคืนเล่ากว่าจะได้เหยียบย่างเข้ามา

 

แต่ดีว่านี่เป็นฟิค เป็นเรื่องแต่งขึ้น เป็นอะไรที่สมมุติกันได้ตามใจเรา ผ่านไปตอนเดียว ผู้มาเยือนจากดาเตนก็มาถึงทรอยแมร์เลย เย่ๆ สะดวกจัง

 

“เฮ้อ เหนื่อยชะมัด” เด็กหนุ่มร่างผอมบางซึ่งพร่ำบ่นมาตลอดทางตั้งแต่เท้าเหยียบแผ่นดินทรอยแมร์จนมาถึงที่พักตามที่จดหมายระบุไว้ก็ยังบ่นไม่หยุด อาจเพราะด้วยสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจนัก “ยัยนั่นอยากเห็นผมไข้จับตายรึยังไงถึงได้เรียกมาเอาตอนนี้” มาโคโตะบ่นอุบ คิ้วย่นเข้าหากันพลางปัดหิมะออกจากบ่า ลำพังมาถึงตอนกลางคืนก็หนาวจะแย่ นี่ยังมามีหิมะตกอีก

 

“เฮ้ย ปัดดีๆ อย่าให้โดนฉันสิ นายนี่น้า” สกายที่เดินไล่หลังมาเองก็รู้สึกหนาวเช่นกัน ขณะที่มือปัดหิมะตามเนื้อตัว แต่ความรู้สึกหนาวก็ยังไม่เท่าความรู้สึก... “เอ่อ มาโคโตะ แป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันมา นายเช็คอินเอากุญแจห้องไปก่อนเลย” สกายก้มตัวลงกระซิบข้างหูคนตัวเตี้ยกว่า

 

“มันควรจะเป็นหน้าที่ของสกายไม่ใช่รึไง” มาโคโตะบุ้ยหน้ากอดอกอย่างไม่พอใจนัก เมื่อรู้สึกเหมือนกำลังถูกสั่ง โดยเฉพาะสั่งให้ไปคุยกับคนแปลกหน้าซึ่งเป็นเรื่องที่เขาไม่ชอบใจเท่าไหร่

 

“เอาน่า จะได้เข้าห้องเร็วๆ ถือว่าหาเพื่อนใหม่ไปด้วยไงเล่า”

 

“แต่...” ใครอยากได้เพื่อนใหม่มิทราบ

 

“อูยยย ไม่ไหวแล้ว ห้องน้ำๆๆ” ไม่ทันได้มีโอกาสเถียงต่อ เจ้าคนตัวใหญ่ก็ชิ่งวางสัมภาระแล้วหนีออกวนหาที่ปลดทุกข์เสียก่อน ทิ้งให้เด็กหนุ่มในชุดดำถอนใจมองหน่ายๆและจำต้องตรงไปที่เคาน์เตอร์รีเซปชั่นคนเดียวอย่างช่วยไม่ได้ เพราะอากาศแบบนี้ เขาเองก็อยากซุกอยู่ในเตียงผ้าห่มหนาๆอุ่นๆเร็วๆเพื่อพักผ่อนก่อนที่จะได้พบเจ้าหญิงทรอยแมร์ในเช้าวันพรุ่งนี้จริงๆนั่นแหละ

 

ร่างผอมเดินเอามือซุกกระเป๋าเสื้อโค้ทจนมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ ซึ่งแทนที่จะมีคนประจำคอยบริการผู้มาเยือน ...แต่กลับว่างเปล่า

 

และก่อนที่จะทันได้สบถบ่นอะไรออกมา พอดีปลายสายตากลมก็เหลือบไปเห็นกริ่งเรียกพนักงานที่วางไว้ จึงกดเรียกไปหนึ่งที

 

“โอ๊ะ มีคนมาแล้วล่ะ” ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ๋วดังมาจากหลังเคาน์เตอร์ แต่หาได้มีเจ้าของเสียงโผล่หน้าออกมาไม่

 

“จ... จริงด้วยทำยังไงดีล่ะครับ พ... พวกผู้ใหญ่ ยังไม่กลับมา...”

 

“ไม่เห็นยากเลย พวกเราก็ต้องต้อนรับไงฮะ! ฮึบ!!

 

“หวาาา” “พ...โพรซีออนคุง ระวังครับ”

 

สิ้นเสียงฮึบอันสดใส ใบหน้าเล็กๆที่มีดวงตากลมโตและเส้นผมสีน้ำตาลนุ่มฟูก็โผล่พ้นเคาน์เตอร์ออกมาต้อนรับ ดูท่าว่าจะเพิ่งหาเก้าอี้ปีนขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้ส่วนสูงไม่ถึงจึงมองไม่เห็นว่าอยู่ตรงนี้มาตลอด

 

“...” มาโคโตะมองภาพน่ารักตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่ได้แยแสใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ

 

“รอพีโคด้วยสิ ฮึบ!” “ผ... ผมด้วยครับ” ก่อนจะตามมาด้วยอีกสองหน่อที่โผล่หัวขึ้นจากโต๊ะตามมาติดๆ ฝั่งซ้ายของเด็กที่ถูกเรียกว่าโพรซีออนเป็นใบหน้าของเด็กน้อยผมส้มที่มีตาเป็นประกายดั่งลูกกวาดซึ่งดูจะอายุมากสุดในสามคน

 

ส่วนฝั่งขวาเป็นเด็กผู้ชาย... รึเปล่านะ แทนตัวเองว่าผมก็คงผู้ชายแหละ ในชุดสไตล์โกธิคโลลิต้าและกำลังน้ำตารื้นเหมือนกลัวที่จะต้องต้อนรับแขกอยู่

 

ซึ่งถ้าใครเป็นสาวสายโชตะ เมื่อได้เห็นภาพเด็กน้อยตาใสแป๋วสามคนจ้องมาแบบที่มาโคโตะกำลังโดนอยู่ตอนนี้แล้ว ก็คงต้องร้องลั่นออกมาว่า คาวาอี้~~~ อย่างช่วยไม่ได้

 

“มาเอากุญแจ” แต่มาโคโตะไม่ใช่สายโชตะ จึงได้แต่มองความคาวาอี้นั้นแบบไม่รู้สึกอะไร ...เผลอๆอาจจะหมั่นไส้นิดนึงด้วย เพราะความน่ารักใดๆบนโลกนี้ถ้าไม่ใช่เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ล่ะก็... มาโคโตะขอผ่าน

 

แถมยัง...

 

ได้กลิ่นพวกลูกผู้ดีชนชั้นสูง

 

นี่ยัยเจ้าหญิงทรอยแมร์เล่นขอให้พวกราชวงศ์ที่สนิทด้วยทั่วโลกมาช่วยงานจริงๆด้วยแฮะ แต่ไม่นึกว่าถึงขั้นต้องลงมารับแขกเองขนาดนี้ ทรอยแมร์นี่คงขาดคนสุดๆเลยสินะ

 

ขณะที่ดวงตาสีดำจ้องมองเด็กๆอย่างว่างเปล่าและตั้งแง่ เด็กๆก็หาได้สัมผัสถึงความไม่รักเด็กของพี่คนนี้ไม่

 

“โอ๊ะ! หน้าแบบนี้!” และก็เป็นเด็กผมส้มคนโตสุดที่อุทานออกมาตาโต หยิบสมุดเอกสารเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว “พีโคจำได้! พี่เจ้าชายมาโคโตะสายคิ้วท์แหละ!” แล้วหยุดอยู่ที่หน้าหน้าหนึ่งซึ่งมีรูปถ่ายของมาโคโตะแปะติดอยู่พร้อมข้อมูลบางอย่าง

 

ขณะเดียวกันเด็กน้อยอีกสองคนก็ชะโงกหัวเข้ามารุมดูด้วย “จริงด้วย! พี่พีโคจำเก่งจัง!” โพรซีออนเอ่ยปากชมเปาะ

 

ขณะที่เจ้าชายชุดโลลิต้าพริ้มตาทำท่าโล่งใจ “ค่อยยังชั่ว เจ้าชายสายคิ้วท์เหมือนพวกเราล่ะครับ” คงเพราะก่อนหน้านี้ต้องรับแขกอายุมากกว่าหลากหลายนิสัยมากมายจนเกิดความเครียด พอเจอพวกเดียวกันค่อยทำตัวสบายๆได้หน่อย

 

และแล้วเด็กน้อยพีโคก็เงยหน้าจากสมุดมาเอ่ยทักทายอย่างร่าเริง “ยินดีต้อนรับนะพี่เจ้าชายมาโคโตะ พวกเรา...”

 

“เอ๋~ ข้อมูลผิดอีกแล้วเหรอเนี่ย” เสียงใสขัดคอเสียงเล็กๆขึ้นมาเสียก่อน “ใจคอพวกเธอเนี่ย ถึงผมจะเครียดจนทรุดเพราะถูกเยาะเย้ยก็ไม่คิดจะสนใจกันเลยรึไง”

 

“...” “...” “...”

 

“ผมน่ะ ไม่ใช่เจ้าชายผู้สูงศักดิ์อย่างพวกเธอหรอกนะ” มาโคโตะพูดฉอดๆต่อเนื่องพลางเท้าคางกระดิกนิ้วเคาะเคาน์เตอร์เล่นไป โดยไม่สนใจว่าเด็กๆกำลังตะลึงกับท่าทางของตนแค่ไหน “ก็แค่ อดีต เจ้าชายน่ะ อดีต น่ะ คงเข้าใจเนอะ”

 

“...” “...”

 

“เอ่อ...” พีโคเป็นคนแรกที่เลิกเงียบอ้าปากค้าง แล้วก้มมามองสมุดรายชื่อแขกอีกครั้ง “หวา จริงด้วย” เจ้าตัวเสียงอ่อยลงทันทีเมื่อเห็นคำนำหน้าชื่อพี่มาโคโตะว่าเป็นคำว่า อดีตเจ้าชาย อย่างที่ได้ยินจริงๆ

 

“พ... พีโคขอโทษนะพี่มาโคโตะ” ทันทีที่เห็นดังนั้น พีโคก็ยื่นมือไปกุมมือของพี่ชายสายคิ้วท์ตรงหน้าเพื่อแสดงความรู้สึกผิดจากใจ

 

“พี่ชาย... พี่ชายจะไม่เครียดจนตุ๊ดอย่างที่พูดใช่มั้ย” ตามมาด้วยอีกมือของโพรซีออนที่พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนน้ำตาคลอเบ้า ...แต่ว่า ทรุด นะน้องโพร ทรุด

 

“ผ... ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้วครับ” และอีกหนึ่งมือเล็กๆของหนุ่มน้อยที่กำลังสั่นไปทั้งตัวที่ตามมากุมมือพี่มาโคโตะไว้เช่นกัน

 

พอโดนจู่โจมด้วยลูกอ้อนของขบวนการโชตะคิ้วท์ไม่ทันตั้งตัว คนสายคิ้วท์(หลอก)ก็ถึงกับวางตัวไม่ถูก สายตาสับสน ได้แต่จิ๊ปากด้วยความไม่พอใจ ค่อยๆชักมือออกมา แล้วพูดต่อพร้อมแสร้งมองไปทางอื่น “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ว่าแต่จะส่งกุญแจห้องพักมาได้รึยัง”

 

“อ๋อ เรื่องนั้น...”

 

“ถ... ถึงพวกผมจะอยู่ฝ่ายที่พักรับรองแขก...”

 

“แต่การส่งกุญแจต้องรอพวกผู้ใหญ่นะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้วล่ะ ระหว่างนั้นก็ ...รอล์ฟคุง!

 

“ครับ” เด็กชายรอล์ฟก้าวลงจากเก้าอี้ทันทีที่พีโคส่งสัญญาณ ทำอะไรสักอย่างกุกกักที่หลังเคาน์เตอร์ แล้วเดินอ้อมออกมาหาพี่อดีตเจ้าชาย

 

“เชิญครับ...” ยิ้มอายๆพร้อมส่งถ้วยชาร้อนในมือซึ่งส่งกลิ่นหอมสดชื่นแตะจมูก

 

“เวลคั่มดริ๊งค์จากแดนชาฝรั่ง! พีโคกับฮัลช่วยกันเตรียมมาแหละ! ฮิฮิ” เด็กน้อยพีโคผายมือไปทางรอล์ฟคุงอย่างภูมิใจนำเสนอพร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 

แต่ทว่า “ไม่เอา” พี่ชายสายเดียวกันกลับหักหาญน้ำใจอย่างไม่ปราณี

 

ตั้งใจช่วยกันเตรียมมางั้นเหรอ

 

ยัยนั่นจะโดนแย่งไปแต่งงานแท้ๆ ยังจะมาหน้าระรื่นหาของฝากมาช่วยงานอีก พวกใจกว้างโลกสวย น่าสมเพช

 

“เอ๋...”

 

“ลองชิมดูสิพี่มาโคโตะ ผมลองแล้วนะ อร้อยยยอร่อย” โพรซีออนส่งสายตาปิ๊งๆพยายามช่วยโปรโมทหวังจะให้พีโคที่หน้าเสียไปแล้วรู้สึกดีขึ้น

 

“ไม่” มาโคโตะยังยืนกรานคำเดิม ทำท่าจะเดินหนีไปนั่งพักรอกุญแจที่โซฟา

 

ทางรอล์ฟเห็นท่าไม่ดี จึงก้าวเท้าตาม “ร..รอก่อนครับ”

แต่ทว่า “โอ๊ะ” ด้วยความประหม่าขาจึงพันกันส่งผลให้เดินสะดุด และแล้ว

 

“อ๊าาา!!” จนได้ ถ้วยชาร้อนๆ หล่นจากมือเล็กสาดเทไปยังน่องและเท้าของหนุ่มน้อยพอดีจนหลุดร้องเสียงหลงออกมาเพราะโดนลวก “นี่มันอะไรกันเนี่ย!” มาโคโตะหันขวับมาขึ้นเสียงอย่างฟิวส์ขาด

 

“ข... ขอโทษครับ ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษครับ” ยังดีที่พื้นเป็นพรมนุ่มนิ่ม ถ้วยชาจึงไม่แตกบาดใคร เด็กน้อยที่ใกล้จะน้ำตาตกด้วยหวาดกลัวอยู่รอมร่อรีบคุกเข่าเก็บถ้วยชาขึ้นมา

 

“เธอคิดว่าแค่ขอโทษแล้วอะไรๆมันจะกลับมาเหมือนเดิมเหรอ...” พี่ชายกดสายตามองต่ำพูดเสียงเย็น เล่นเอาน้องรอล์ฟที่เงยหน้ามองจากข้างล่างตัวสั่นเข้าไปใหญ่

 

“ดูสิ” พี่มาโคโตะยื่นเท้าข้างที่เปียกออกมาข้างหน้า “รองเท้าผมเลอะไปหมดแล้ว”

 

“ด... เดี๋ยวผม... เอาไปทำความสะอาด...”

 

“เลียซะสิ”

 

“...” “...” “...”

 

“ถ้าเธอเลียให้หมดจดได้ ผมอาจจะกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้งก็ได้... นะ~” ร่างผอมกล่าวเสียงสดใสพร้อมส่งยิ้มอย่างให้ความเอ็นดู(?)แก่คนเบื้องล่าง นัยน์ตาที่หรี่ลงอย่างสนุกเหมือนมีประกายสีทองใกล้จะเปล่งออกมาเต็มที

 

“เอ๋~!!” “เอ๋~!!” สองเด็กตรงเคาน์เตอร์ถึงกับเหวอกินจนตัวสั่น จับมือประสานแล้วหันมาปรึกษากันหวาดๆ 

 

“พี่เขาเป็นคนไม่ดีหรอกเหรอเนี่ยโพรซีออน แล้วมาอยู่สายคิ้วท์ได้ไงเนี่ย”

 

“ขอผมดมแป๊บนะฮะ” น้องโพรทำจมูกฟุดฟิดเพื่อพิสูจน์กลิ่นด้วยความสามารถเฉพาะตัว “กลิ่นนี้มัน...”

 

“ทำไมเหรอ?”

 

“ไม่ใช่คนไม่ดีฮะ แต่ก็ไม่ชอบเป็นคนดี แล้วก็ไม่ชอบคนดี แถมยังเป็นศัตรูกับคนเลว”

 

“ทำไมมันงงๆอย่างนั้นล่ะ” พีโคอ้าปากค้างสลับกับหันไปทางรอล์ฟที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงก “เอาเป็นว่าเรื่องนั้นช่างมันก่อน ดูท่าไม่ดีแล้วล่ะโพรซีออน เราแยกย้ายไปตามพวกผู้ใหญ่มาดีมั้ย”


 

“อื้ม” แล้วทั้งสองก็รีบโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งกันไปคนละทาง

 

ส่วนทางคนโดนสั่ง “ต... แต่ว่า... แต่ว่า...” ทั้งปากทั้งตัวสั่นริกๆๆ ใกล้จะปล่อยโฮอย่างสุดๆ สะกิดอีกนิดนึงได้น้ำตาแตกแน่

 

“ทำไมล่ะ อ๋อ เป็นว่าที่ราชาคงลดตัวมาทำอะไรอย่างนี้ให้สามัญชนไม่ได้ใช่มั้ยล่า” ส่วนคนสั่งนี่ก็สนุกใหญ่ เอานิ้วจิ้มคาง เอียงคอไปมา ดูมีความสุขมาก “นั่นสิน้า~”

 

“ม... ไม่ใช่นะครับ...”

 

“แต่คนทำผิดก็ต้องแก้ไขนะรู้มั้ย เอ้า เร็วเข้าสิ เดี๋ยวน้ำชามันซึมเข้ารองเท้าหนังแล้วจะพังกันหมดพอดี” ว่าจบก็ขยับเท้าเข้าไปหาเด็กน้อยอีกนิดเป็นเชิงเร่ง

 

รอล์ฟซึ่งเหมือนไร้ที่พึ่งโดยสิ้นเชิง ผู้ติดตามก็ไม่อยู่ หันไปทางเคาน์เตอร์เพื่อนๆก็หนีไปหมดแล้ว “ฮึก...” จึงได้แต่กลืนก้อนสะอื้นลงคอ ค่อยๆโน้มตัวลงไปที่พื้นและเผยอปากน้อยๆภายใต้รอยยิ้มพึงพอใจของคนที่ยืนกอดอกมองอยู่



 

“พอแค่นั้นแหละ!!!” “หยุดเดี๋ยวนี้นะครับ!!” 


แต่แล้วก็มีเสียงดังมาจากสองทางทั้งซ้ายขวาพร้อมกัน

 

“เอ๋?” “หืม??”

 

ฝั่งนึง

 

“ว้ากกก ตะโกนออกไปแล้ว ฉันตะโกนออกไปแล้ว เขาหันมาด้วย ทำไงดีๆๆ” เป็นชายตัวเล็กผอมผมสีทองสั้นคนหนึ่ง ซึ่งพอตะโกนออกไปแล้วก็เอาแต่ตัวงอหลบอยู่หลังพีโค

 

“เลโอนี่ หลบแบบนี้ก็แย่สิ เข้าไปช่วยรอล์ฟเร็ว” ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมออกมาข้างหน้า

 

“ไม่เอา!! มันน่ากลัวนะ! ดูสายตานั่นสิ!

 

อีกฝั่งนึง

 

“ผ.... ผม” เป็นชายผมดำตัวเล็กในชุดสีดำทั้งตัวคล้ายกับมาโคโตะ แต่ติดที่ดูท่าทางเจี๋ยมเจี้ยม ยืนกุมเป้าเหงื่อตก

 

“...”

 

“ผ...ผม” บิดไป บิดมา

 

“....”

 

“ฮืออออ ขอโทษคร้าบบบ!! ผมไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นเสียงคร้าบ” โค้งตัวขอโทษใส่มาโคโตะหนึ่งที แล้วตั้งท่าจะเตลิดหนี

 

“ไม่ได้นะ” ดีที่โพรซีออนจับชายเสื้อเอาไว้ก่อน “ช่วยรอล์ฟก่อนสิพี่ชิงุเระ”

 

“แต่ว่า... แต่...”

 

“ว้าว ตามผู้ใหญ่มาช่วยเหรอเนี่ย” มาโคโตะที่อ่านสถานการณ์ออกในพริบตายิ่งแย้มยิ้มอย่างยินดีเข้าไปใหญ่ “เอ้า มาก็ดีแล้ว จะมาแทนเด็กคนนี้ใช่มั้ยล่ะ”

 

พลั่ก! พลั่ก! ในที่สุดทั้งเลโอนี่และชิงุเระก็ถูกผลักจนเสียหลักมาคุกเข่าอยู่หน้ามาโคโตะประกบข้างน้องรอล์ฟพร้อมๆกัน

 

เจ้าตัวจึงยื่นเท้าออกไป เอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบอีกครั้ง “เลียให้สะอาดซะสิ”

 

“หาาา!!!” “ว...ว่าไงนะครับ”

 

“เฮ้อ ผมล่ะเกลียดคนที่ฟังครั้งเดียวไม่รู้ความจัง ทำไมชีวิตผมถึงเจอแต่คนแบบนี้ก็ไม่รู้” เด็กหนุ่มยู่ปากพรูลมหายใจหน่ายๆ “สงสัยคงต้องให้บังคับจนได้สิน้า” ทันใดนั้นดวงตาดำขลับก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทอง

 

“ด... เดี๋ยวสิ” “จะทำอะไรน่ะครับ” สองหนุ่มที่เงยหน้ามองเริ่มสั่นกลัวเหมือนเซนส์บางอย่างมันบอกว่าสิ่งน่าสยดสยองกำลังจะเกิดขึ้น

 

แต่ทว่า

 

“เฮ่ย... พอได้แล้วน่า”

 

ก่อนพลังในตัวมาโคโตะจะตื่น มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เข้ามาจับบ่ารั้งเรียกสติเอาไว้ก่อน “มีเรื่องอะไรกัน” หันไปมองก็ปรากฏว่าเป็นสกายที่เพิ่งปลดทุกข์เสร็จแล้วเข้ามาเห็นเหตุการณ์อย่างงงๆ จะอะไรไม่รู้แหละ แต่ดูท่ามาโคโตะคงกำลังแผ่พลัง S ใส่คนอื่นเป็นแน่

 

และทันทีที่พวกเจ้าชายสองหน่อจอมขี้กลัวพบกับคนตัวใหญ่ “วะ... เหวอ!! มีพวกด้วย!!” 

“ที่ลือกันว่าดาเตนมันเถื่อน มีพวกนักเลงซ่องสุมเยอะนี่เรื่องจริงสินะครับ!

 

ส่วนพวกเด็กๆ “น... น่ากลัว สูบบุหรี่ด้วย ลูติฟาบอกว่าบุหรี่ไม่ดี พีโคกลัว”

“ไม่เอาแล้ว ไม่อยู่แล้ว แงงง”

“ร... รอด้วยครับบบบ”

 

แล้วก็วิ่งหนีหายไปกันหมดในสามวินาที

 

“เดี๋ยวเด้ ฉันไม่ได้สูบ... นะ... เฮ้อ...”

 

เหลือไว้ก็แต่ สกายกับมาโคโตะ

 

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

 

“ก็ฉันไม่อยากให้นายทำร้ายคนโดยไม่จำเป็นนี่หว่า”

 

“ฮึ”

 

“เฮ้... สองคนตรงนั้นน่ะ จะเข้าพักใช่มั้ย มีเรื่องอะไรกันเหรอ” และผู้มาใหม่หนึ่งคนที่ยืนมองคนอื่นวิ่งสวนไปอย่างไม่เข้าใจ

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

“ถึงแล้ว เนี่ยแหละห้องของพวกนาย” ในที่สุด หนุ่มผิวสีเข้มที่เพิ่งเจอกันก็พาสองคนจากดาเตนมาส่งถึงหน้าห้องพักจนได้

 

“โอ้ ขอบใจมากฮัลดีน” สกายยิ้มกว้างรับกุญแจมาจากชายหนุ่ม ผู้แนะนำตัวไปแล้วว่าเป็นเจ้าชายจากแดนชาฝรั่งเช่นเดียวกับเด็กน้อยพีโค

 

“เรียกฮัลเฉยๆเถอะนะ”

 

“อืม ขอบใจนะฮัล”

 

“ไม่เป็นไรสกาย” ฮัลดีนตอบอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะหันไปทางคนตัวเล็กหน้าบูดที่กำลังยืนกอดอกอยู่ข้างหลังสกาย “ว่าแต่นายล่ะ รู้สึกจะชื่อมาโคโตะใช่มั้ย ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 

“นี่ผมต้องพักห้องเดียวกับสกายจริงๆเหรอ” มาโคโตะตอบห้วนๆ

 

“เฮ้ย ตอบเขาดีๆสิมาโคโตะ!

 

“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ” ชายหนุ่มหัวเราะให้กับท่าทางของทั้งคู่อย่างไม่ถือสา ก่อนจะตอบคำถามของมาโคโตะ “อือ ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ เพราะมีแขกมาจากทั่วโลกเลยนี่นา ที่พักก็ต้องจำกัดจำเขี่ยแบบนี้แหละ”

 

“ฮึ” ฟังแล้วก็เชิดใส่ฮัลที่ตอบยิ้มๆด้วยกิริยาตรงกันข้าม เหมือนกับจะบอกเป็นนัยๆว่า ...เออ ก็ได้

 

“งั้นฉันไปละนะ ต้องไปต้อนรับเจ้าชายที่กำลังทยอยมาอีกน่ะ”

 

“อือๆ ขอบใจมาก” ร่างสูงยกมือกล่าวขอบคุณอีกรอบ โดยฮัลก็ยกมือโบกกลับ ก่อนจะหันหลังกลับไปตามทางเดินที่เดินมาเพื่อกลับไปรับแขกอื่น

 

แล้วทางเดินแห่งนี้ก็ถูกความเงียบเข้าครอบงำ

 

สกายเหลือบมองคนน่ารักที่กำลังอารมณ์เสียอย่างเหนื่อยใจ

 

ดูทำเข้า ทำเป็นงอน ทำเป็นโกรธ ทำเป็นเย็นชา ทำเป็นเมินไม่มองหน้า

 

จะให้ทำไงล่ะเฮ้ย ก็ที่พักมันมีแค่นี้ก็ต้องนอนด้วยกันสิฟระ

 

“ป่ะ เข้าห้อง” ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทันทีที่ไขกุญแจและขนของเข้าไปในห้องพักเสร็จ ร่างสูงก็เข้าโอบไหล่อีกคน

 

“นี่!! กล้ามากนะ ทำอย่างนี้กับผมเนี่ย” แล้วใช้กำลังฉุดลากจนมาโคโตะมาหยุดนั่งที่เตียงโดยทำเป็นเมินๆเสียงบ่นไป “บอกไว้ก่อนนะว่าผม...”

 

“ถอดกางเกง”

 

“ฮะ?”

 

“ถอดๆเร็วเข้า” สกายเร่งพลางคุกเข่าลงตรงหน้าเจ้านาย “เจ็บไม่ใช่รึไง” แล้วเอามือจับข้อเท้าข้างที่เปียกเบาๆ

 

“โอ๊ย...” ร่างผอมหลุดสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อโดนจับแผลน้ำร้อนลวก “รู้ด้วยเหรอ”

 

สกายพยักหน้า “เห็นท่าเดินก็รู้แล้ว”

 

“...”

 

“นายนี่น้า แทนที่จะขอให้เขาช่วยตรงๆดันไปแกล้งเขาแทน ใครเขาจะรู้กันเล่า”

 

ก็สกายไง... มาโคโตะคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป พลางก้มมองคนที่พื้นด้วยใบหน้าที่เหมือนจะหลุดยิ้มออกมาแวบนึง

 

ก่อนจะต้องหุบยิ้มทันที “เอาล่ะ ถอดซักทีสิ แบบนี้ฉันทำแผลไม่ถนัด” เพราะมือใหญ่ทั้งสองข้างที่ถือวิสาสะตรงเข้ามาที่ซิปกางเกงเพื่อจะรูด...

 

โครม!! เลยมีความจำเป็นต้องถีบออกให้พ้นตัวในบัดดล “เจ็บนะเฮ้ย!” สกายกุมหัวบ่นอุบเพราะหงายหลังกระแทกพื้น

 

“แค่ดึงขึ้นก็ใช้ได้แล้วไม่ใช่รึไง ทำไมต้องถอดด้วย” ว่าพลางถกขากางเกงและถอดถุงเท้าจนเห็นเนื้อที่เป็นรอยแดงโดนลวกชัดเจน

 

“เออ... จริงด้วยแฮะ” สกายทำหน้าเอ๋อๆ

“ฮ่าๆๆ เออ จริงด้วย” หัวเราะอย่างเอ๋อๆ เดินไปทางห้องน้ำ “งั้นฉันไปเตรียมน้ำแป๊บ อย่าขยับไปไหนล่ะ”

 

“อือ” หลับตาพยักหน้าใส่พลางคิดในใจว่า สกายนี่มันโง่จริงๆ

 

โง่จนน่ากลัวเลยล่ะ

 

 

 

 

 

จบตอนที่ 2

Writer’s talk

เย้ๆ เขียนตอนสองเสร็จจนได้ ช่วงที่ผ่านมายุ่งๆ เลยดองนิดหน่อย แต่ไม่นานเท่าไหร่เนอะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ปันปันกาแล็คซี่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 18:51

    สกาย~ ทำไมรู้สึกเอ็นดูสกายจังนะ... แต่มาโคโตะนี่จริงๆเลย ทำรอลฟ์เราร้องไห้ได้ยังไง~ เชอะ!

    #2
    1
    • #2-1 monobu (@monobu) (จากตอนที่ 3)
      24 พฤศจิกายน 2561 / 19:30
      สกายเค้าคงคอนเซปต์พี่หมาผู้แสนดีค่ะ ส่วนมาโคโตะนี่เหนื่อย+มาเจอเรื่องเจ็บตัวเลยต้องหาที่แผ่พลังเอสค่ะ //ขอโทษน้องรอล์ฟ
      #2-1