My Valenthia #วิวาห์ในแดนฝัน (Omegaverse)

ตอนที่ 5 : ch 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,227 ครั้ง
    5 ต.ค. 63




ผันผ่านมาจวนครบสัปดาห์แล้วของการมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน หลังจากหัวหมุนจัดการธุระเรื่องงานแต่งงานในคราวนั้นซินเธียก็ไม่ได้เยื้องกรายออกจากคฤหาสน์อีกเลย นั่นก็เป็นเรื่องดีอย่างหนึ่ง เขายังรู้สึกแปลกกับการต้องเผชิญหน้ากับชาวแดนเหนือในจำนวนมากๆ ยิ่งต้องไปเดินอยู่ในกลุ่มฝูงชนยิ่งรู้สึกเกร็ง

โอเมก้าหนุ่มคุ้นชินกับการอยู่กับธรรมชาติ ควบม้าไปทั่วทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เพียงลำพัง ขบคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แน่นอนว่างานวิวาห์นี้ไม่เคยอยู่ในความคิดของเด็กหนุ่มเลยสักนิด

แต่ก็ทั้งรู้และพยายามเข้าใจว่าที่ท่านพ่อส่งตนมายังสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ก็เพื่อตัวของตนเอง

ท่านบอกว่าตนนั้นรู้ดีว่าด้วยสภาพร่างกายในตอนนี้ก็ไม่อาจคาดเดาอนาคตได้ว่าจะสามารถปกป้องซินเธียไปอีกนานเท่าใด สู้ส่งให้แต่งออกไปใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนอันแสนห่างไกล ไม่ต้องกลับมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกยังวางใจมากกว่าปล่อยซินเธียที่เป็นโอเมก้าเอาไว้ในดินแดนแห่งนี้ที่ยึดเรื่องพละกำลังความแข็งแกร่งเป็นหนึ่งเพียงลำพัง

ใจหนึ่งซินเธียแอบตั้งคำถามว่าเหตุใดการแต่งงานกับคนต่างแดนนับว่าดีกว่าคนที่อยู่เผ่าพันธุ์เดียวกัน ในสายตาของคนภายนอกมองชาวธอร์นเป็นอย่างไรต่างก็ทราบกันดี แต่ในเมื่อเป็นประสงค์ของท่านพ่อเขาก็มิอาจขัด

ส่วนใจหนึ่งของเด็กหนุ่มก็รู้สึกผิดกับตระกูล หากว่า ถ้าหากว่าเขาเกิดมาเป็นอัลฟ่าแล้วละก็... ทุกอย่างมันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ การเป็นโอเมก้าย่อมไม่สามารถปกครองดินแดนได้อย่างราบรื่น มีเพียงต้องแต่งเป็นภรรยาผู้อื่นเท่านั้นถึงจะสุขสบาย ซึ่งลิมเบิร์กกล่าวต่อบุตรชายเพียงคนเดียวของตนว่าในแดนใต้แห่งนี้ยังไม่มีผู้ใดที่เขาเห็นควรว่าเหมาะสม

แต่แอชลีย์ คิม คือคนที่ท่านเห็นว่าเหมาะสมอย่างนั้นสินะ

ในฐานะหนึ่งในสายเลือดเชื้อพระวงศ์แล้ว การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เป็นหนึ่งในสิ่งที่ยึดถือเป็นหน้าที่ ดังนั้นซินเธียจึงไม่คิดทำตัวเอาแต่ใจปฏิเสธท่านพ่อและยอมเดินทางมายังดินแดนอันหนาวเหน็บแห่งนี้ด้วยความเต็มใจ

เด็กหนุ่มนั่งพิงกับกรอบหน้าต่าง ดวงตาทอดยาวออกไปยังความมืดมิดสุดลูกหูลูกตาของทิวป่าสนหวนคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ในตอนที่ยังอยู่แดนใต้จนเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบค่อนคืน ขณะนี้ดึกมากแล้วทว่าคนร่วมห้องเคียงเตียงยังไม่กลับมา มันทำให้เขา...

นอนไม่หลับ

ซินเธียจำได้ คืนแรกในวินเทอร์ฟอลเขารู้สึกทั้งเกร็งและกระอักกระอ่วนแค่ไหน ยิ่งการต้องมาร่วมเตียงกับอัลฟ่าครั้งแรกแบบนี้แล้วประสาทสัมผัสการเฝ้าระวังภัยยิ่งตื่นเป็นพิเศษ ทว่าอีกคนไม่ได้ทำสิ่งเกินเลยอะไรเลยนอกจากการล้มตัวลงนอนบนพื้นที่ข้างกันเงียบเชียบทุกอย่างดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติจนกระทั่งเข้าสู่ห้วงนิทรา ทำราวกับว่าในห้องนี้ไม่ได้มีสมาชิกเพิ่มเข้ามา เป็นแบบนี้มาอยู่หลายวันจนซินเธียเริ่มจะชิน

แอชลีย์ คิม

ผู้ชายคนนั้น ถึงความสัมพันธ์ของเราจะค่อนข้างห่างเหิน ถึงเขาจะเย็นชาแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ซินเธียต้องลำบากใจ ช่วงกลางวันอีกฝ่ายจะออกไปทำงานตอนเย็นก็จะกลับมาทานข้าวและเข้านอนพร้อมกัน ยามอยู่ข้างนอกก็ไม่เคยทิ้งให้เด็กหนุ่มอยู่ลำพังแม้เพียงสักครั้ง

ยอมรับว่าคืนนี้พอคิดว่าอีกคนจะไม่กลับมานอนด้วยกันใจมันก็หวิวๆ ความรู้สึกกังวล กระสับกระส่ายดังในคืนแรกกลับมาอีกครั้ง ต่อให้เราไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือแตะเนื้อต้องตัวแต่การรับรู้ว่าอีกด้านหนึ่งของเตียงยังมีร่างสูงของอัลฟ่าหนุ่มนอนหลับสนิทอยู่ไม่ไกลหัวใจมันก็ยากจะปฏิเสธว่ารู้สึกปลอดภัยจนน่าประหลาด

ข่มตานอนไม่หลับจนต้องลุกมานั่งถอนใจทิ้งอยู่ริมหน้าต่าง ไอเย็นจากลมหนาวทะลุผ่านกำแพงเข้ามาแม้ในห้องจะมีเตาผิงก็ตาม เด็กหนุ่มกอดตัวเองเอาไว้หลวมๆ สำหรับชาวแดนใต้แล้วอากาศระดับนี้ก็นับว่าหนาวเกินไปอยู่ดี พอจิตใจไม่สงบสมองก็เริ่มคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย

คิดถึงแสงแดดยามเช้าในธอร์น

คิดถึงสายลมอุ่นพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

คิดถึงอาชีร่าเจ้าม้าแสนรู้ที่พาเขาท่องไปทั่วทุกหนแห่ง

คิดถึงแคลร์ที่คอยรับฟังทุกความกังวลใจ

คิดถึงท่านพ่อ ที่ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

และ...

แอ๊ด...

เสียงประตูเปิดดังขึ้นทำลายความเงียบคนเหม่อลอยสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ ร่างกายตื่นตัวสุดขีดรวมถึงหัวใจที่เต้นระรัว ดวงตาจ้องเขม็งไปยังบานประตูมันถูกเลื่อนเปิดออกทีละน้อยแต่เมื่อเห็นว่าเบื้องหลังบานไม้สลักลายนั้นคือร่างสูงใหญ่เจ้าของห้องตัวจริงถึงได้พรูลมหายใจออกมาเสียยาวยืด

ฝ่ายแอชลีย์ซึ่งติดประชุมลากยาวตั้งแต่ช่วงเย็นจนกว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จก็เป็นเวลาดึกค่อนข้างมากแล้ว ไม่ทันจะได้แม้แต่ทานมื้อเย็น ทั้งเหนื่อยและหิวจนแยกแยะไม่ออกว่าควรจะพักผ่อนทันทีหรือหาอะไรใส่ท้องสักหน่อย

ในระหว่างทางกลับห้องนอนก็คิดว่าอีกคนที่อยู่ร่วมห้องกันคงจะนอนหลับไปแล้ว ทว่า เมื่อเปิดประตูเข้ามากลับต้องประหลาดใจ เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเจอโอเมก้าว่าที่คู่ชีวิตยังคงนั่งกอดตัวเองท้าลมหนาวอยู่ริมหน้าต่าง

ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอน

คนถูกถามได้แต่อึกอัก ดวงตากลมโตสีเงินคู่นั้นกลอกไปมาด้วยไม่กล้าตอบว่าพอไม่มีอีกคนอยู่ด้วยก็รู้สึกกระวนกระวายใจจนไม่สามารถข่มตาลงนอนได้

เรา... นอนไม่ค่อยหลับสุดท้ายก็ได้แต่อ้อมแอ้มตอบไป ก็ดูอีกคนจ้องมาเสียคาดคั้นขนาดนั้นซินเธียรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนดุอย่างไรชอบกล

คนมีชนักติดหลังจึงพยายามหาบทสนทนาอะไรสักอย่างมาเพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึมนี้เสีย

ทานอะไรมาหรือยังครับอันที่จริงอยากจะถามว่าเหนื่อยหรือเปล่า สังเกตจากใบหน้าอิดโรยนั้นแต่ไม่กล้าเซ้าซี้มาก ดูจากท่าทางคงจะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เย็นซึ่งก็เป็นความจริงเมื่อเจ้าตัวส่ายหน้าเนือยๆ

อ่า...

มีอะไรแอชลีย์เห็นอีกคนทำท่าคล้ายมีบางอย่างอยากจะพูดจึงถามออกไป

ในครัวยังพอจะมีซุปเหลืออยู่บ้างคนอ่อนกว่าตอบเสียงเบา ใช้นิ้วชี้เขี่ยปลายคางอย่างคนประหม่าขณะเอ่ยประโยคถัดมา ถ้าคุณอยากทานเราจะอุ่นให้ อย่างน้อยก็พอช่วยรองท้องได้

ซินเธียเม้มปากขณะรอคำตอบจากคนตัวโต แอชลีย์เลิกคิ้วสูงคล้ายไม่คาดคิดในคำถาม เขาเงียบไปนานมากราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

จู่ๆ ก็รู้สึกใจแป้วขึ้นมา กลัวจะถูกต่อว่าเรื่องจุ้นจ้านมากเกินไป

แต่ที่ถามก็เพราะไม่อยากให้อีกคนปล่อยท้องว่างไปทั้งคืน อย่างน้อยได้ดื่มซุปอุ่นๆ สักถ้วยก็จะช่วยให้นอนหลับได้สบายมากกว่านี้

แอชลีย์ส่งเสียงอืมกลับมาคำหนึ่งหลังเงียบไปพักใหญ่ เอาอย่างนั้นก็ได้ เพราะชายหนุ่มรู้สึกหิวเกินกว่าจะนอนหิ้วท้องต่อไปจนถึงตอนเช้าจริงๆ นั่นแหละ

เดี๋ยวเราลงไปอุ่นให้เมื่อได้รับคำอนุญาตก็เผลอยิ้มตาหยีอย่างคนดีใจ รีบเร่งผละออกมาจากบานหน้าต่างมุ่งหน้าลงไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อดึกให้กับว่าที่คู่พันธะทันที ด้วยท่าทางตื่นเต้นนี้ดูแปลกตาไปสักหน่อยกับเจ้าชายผู้เงียบขรึมเฉกเช่นวันแรกในสายตาของคนมองอย่างแอชลีย์

แต่ใครจะรู้ว่าความกระตือรือร้นที่ออกจะเกินไปในครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากความดีใจที่อีกคนกลับบ้านมาเสียทีต่างหาก

 

ซินเธียลงมาอุ่นซุปในครัวให้กับคนพึ่งกลับบ้าน จำได้ว่าตอนมื้อเย็นเขาเลือกแตะมันน้อยที่สุด เดิมทีอาหารของทางแดนเหนือก็ไม่ค่อยถูกปากอยู่แล้วแต่ก็ยังพอทานได้ ซินเธียไม่ใช่คนเรื่องมากแต่กับซุปหม้อนี้เกินทนมากจริงๆ คุณพ่อบ้านพอเห็นว่าท่านชายแทบไม่แตะซุปบนโต๊ะอาหารเลยนำมันไปเก็บไว้

ในระหว่างยกหม้อซุปออกมาอุ่นโอเมก้าหนุ่มลูบคางใช้ความคิด แอชลีย์พึ่งกลับมาท่าทางเหนื่อยอ่อนเดาว่าคงยังไม่ได้กินมื้อเย็นเลยด้วยซ้ำ อีกคนตัวใหญ่แค่ซุปหนึ่งชามคงไม่พออีกทั้งซุปในหม้อเวลานี้ทั้งเย็นชืดแล้วก็ไม่ค่อยมีสารอาหารไม่ต่างอะไรกับการดื่มน้ำเปล่า คิดได้ดังนั้นจึงเริ่มค้นเอาเนื้อสัตว์ออกมาใส่เพิ่มลงไปเคี่ยวจนซุปเริ่มส่งกลิ่นหอมก็ชักหิวตามจึงจัดการใส่เครื่องเทศที่พอจะหาได้ใกล้เคียงกับทางบ้านเกิดใส่เพิ่มลงไปอีก รอจนน้ำเดือดอีกครั้งกลิ่นหอมของเครื่องเทศก็ลอยฟุ้งเรียกน้ำย่อย

ขณะกำลังง่วนอยู่ก็รู้สึกได้ถึงฝีเท้ากำลังเดินใกล้เข้ามา ซินเธียหันไปมองว่าที่คู่พันธะ แอชลีย์ในเวลานี้อยู่ในชุดนอนผ้านิ่มสีเทา เส้นผมสีดำมีความชื้นเล็กน้อยจากการสระผมแล้วถูกเช็ดจนหมาดน้ำ อีกฝ่ายไม่ได้เดินมาตัวเปล่าแต่กลับถืออะไรบางอย่างติดมือมาด้วย

อะไรบางอย่างที่ว่านั่นถูกคลุมลงบนลาดไหล่ทั้งสองข้างของคนที่มัวง่วนอยู่กับการเคี่ยวซุป วินาทีนั้นซินเธียพึ่งนึกออกว่าเขาหนาวมากจริงๆ

อากาศข้างล่างจะเย็นกว่าข้างบน

อีกฝ่ายกล่าวเสียงเรียบ ดวงตามีความง่วงงุนปนเหนื่อยล้าอยู่ในที ถึงกระนั้นก็ยังใจดีนึกถึงกัน

ข้อนี้ซินเธียไม่เถียง ได้แต่พึมพำกล่าวคำขอบคุณเบาๆ แล้วหันไปตักซุปซึ่งเคี่ยวได้ที่แล้ว บรรยากาศในชั้นหนึ่งของคฤหาสน์ตอนนี้เงียบสงัดแสงสว่างมีเพียงบริเวณห้องครัวเท่านั้นอากาศจึงยิ่งดูหนาวเย็นขึ้นไปอีก แอชลีย์นั่งลงบนโต๊ะไม้ชุดเล็กในห้องครัวไม่ได้ออกไปกินกันในห้องอาหารอย่างทุกที

ซินเธียตักซุปที่ได้รับการปรุงใหม่ไปวางตรงหน้าของอัลฟ่าสูงศักดิ์ เจ้าตัวขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะกลิ่นเครื่องเทศดูแรงกว่าปกติ อีกทั้งหน้าตายังไม่เหมือนซุปที่ทางห้องครัวทำให้อย่างเคย

เราใส่เนื้อลงไปกับใส่เครื่องเทศเพิ่มเล็กน้อย คุณลองทานดูสิครับว่าถูกปากหรือเปล่า

ซุปหม้อนี้ถูกปรุงใหม่ตามสูตรของชาวแดนใต้ซึ่งอาหารจะเน้นการปรุงด้วยเครื่องเทศกับเนื้อสัตว์เป็นหลัก แม้จะไม่ตรงตามต้นฉบับร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ซินเธียก็พยายามหาวัตถุดิบที่มีความใกล้เคียงกันที่สุดจนได้รสคล้ายคลึงกัน พอได้มองแบบนี้แล้วจู่ๆ เด็กหนุ่มก็รู้สึกคิดถึงบ้านเกิดขึ้นมา

แอชลีย์ตักซุปขึ้นชิมไม่ปริปากอะไรอีก เขาจัดการซุปในชามไปเงียบๆ เห็นดังนั้นซินเธียจึงจัดการส่วนของตัวเองบ้าง คำแรกผ่านไป คำที่สอง คำที่สามจนกระทั่งคำสุดท้ายผ่านพ้นไปเมื่อชามสีขาวว่างเปล่าคนตัวสูงก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเอ่ยวิจารณ์อะไรแม้สักครึ่งคำจนคนเฝ้ารอคำชมอย่างซินเธียรู้สึกกระสับกระส่าย

เขาดูนิ่งมาก ใบหน้าไม่ปรากฏปฏิกิริยาอะไรเลยจึงไม่อาจเดาได้ว่ารสชาตินั้นถูกปากหรือไม่ จะว่าไม่ชอบ... เด็กหนุ่มเหลือบมองความว่างเปล่าในชามดวงตาฉายแววครุ่นคิด

บางทีแอชลีย์อาจจะหิวมากก็เป็นได้

คุณอยากจะเติมไหมครับ

ซินเธียลองหยั่งเชิง ดูเหมือนในหม้อจะยังเหลืออีกนิดหน่อย...

พอแล้ว

แอชลีย์ยกผ้าซับมุมปากแล้วจิบน้ำตาม ทุกท่วงท่าล้วนสง่างามสมกับความเป็นอัลฟ่าจากตระกูลสูงศักดิ์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เด็กหนุ่มอยากจะรับรู้

เอ่อคือ...

อะไรเจ้าตัวเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเข้มขึ้นอีกระดับราวกับรู้สึกรำคาญใจเต็มทน

มัน... ดีไหมครับหมายถึงรสชาติ

อืม

“…”

ดี

 

หลังทำงานอย่างหนักหน่วงจนกลับบ้านดึกดื่น เช้าวันนี้แอชลีย์ตัดสินใจว่าจะพักผ่อนอยู่บ้านไม่ออกไปไหน ชายหนุ่มนั่งอ่านหนังสือด้วยท่าทางหย่อนอารมณ์อยู่บริเวณห้องเรือนกระจก ถัดมาไม่ไกลมีโอเมก้าจากต่างแดนกำลังศึกษาวัฒนธรรมของชาวแดนเหนืออย่างขะมักเขม้น

ซินเธียใช้เวลาทั้งเช้าหมดไปกับการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ จากคุณพ่อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางตัว มารยาทในงานเลี้ยง วิธีการดื่มชาอย่างถูกต้อง แม้กระทั่งการชงชาเองก็ยังไม่ละเว้น

เด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตาจดบันทึกตามการบรรยายของคุณพ่อบ้าน ตั้งใจมากเสียจนปอยผมสีแดงช่อหนึ่งร่วงตกลงมาจากลาดไหล่บดบังใบหน้าก็ไม่นึกสนใจปัดทิ้ง ข้อมูลมหาศาลเสียจนเขาย่อยไม่ทัน เรื่องพื้นฐานบางอย่างซินเธียรู้อยู่แล้ว ตั้งแต่บรรลุนิติภาวะอายุ 18 ปีท่านพ่อก็ให้ออกงานสังคมบ้างเป็นบางครั้ง

ทว่า งานเลี้ยงทางบ้านเกิดเขาน่ะไม่ได้มีเรื่องหยุมหยิมมากมายอย่างที่คุณพ่อบ้านบรรยายออกมา พิธีรีตองหรือก็ไม่ได้ละเอียดยิบย่อยถึงเพียงนี้ ขอแค่มีสุราชั้นดีซึ่งถูกบ่มมาแรมปีกับอาหารเครื่องเคียงรสเลิศ หญิงนักระบำเพื่อสร้างความบันเทิงก็ถือเป็นงานเลี้ยงแสนพิเศษ

ไม่ได้มีเรื่องอย่างการถือแก้วไวน์อย่างไรให้ดูสง่างาม ดื่มไวน์อย่างไรให้ได้รสชาติดีเยี่ยม การใช้มีดกับส้อม รวมไปถึงการยิ้มในเชิงธุรกิจ การสวมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมยิบย่อยไปหมดจนเด็กหนุ่มรู้สึกปวดหัว เคี่ยวกรำกันอยู่นานจนกระทั่งสาวใช้คนหนึ่งเข้ามาแจ้งว่ามีแขกมาเยือนคฤหาสน์คิม คุณพ่อบ้านจึงหยุดบรรยายชั่วคราวแล้วขอตัวเดินออกไปต้อนรับด้วยตนเอง

ซินเธียรู้สึกตระหนกขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้แล้วมีแขกมาเยือน ในขณะกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ว่าตนควรจะหลบฉากออกไปหรือว่านั่งอยู่ตรงนี้ต่อไปดี อัลฟ่าและโอเมก้าคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาภายในห้องเรือนกระจกแห่งนี้เสียก่อน คนทั้งสองแต่งกายด้วยชุดสูทเรียบหรูโทนเข้มดูเข้าคู่กันท่าทางเหมือนเตรียมพร้อมจะไปงานเลี้ยงสักแห่ง

พอมองไปยังแอชลีย์ฝ่ายนั้นก็พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เด็กหนุ่มเข้าไปนั่งข้างกัน ซินเธียลุกไปหย่อนตัวบนโซฟาตัวนั้นด้วยความรู้สึกประหม่า จะบอกว่าเป็นประเภทตื่นคนแปลกหน้าก็ไม่ค่อยผิดนัก ปกติเขามักถูกสั่งให้อยู่แต่ในที่พักของตัวเองเป็นส่วนใหญ่หรือไม่ก็ขี่ม้าออกไปหาที่เงียบสงบอยู่กับตัวเองเงียบๆ

มาถึงนี่มีธุระอะไรล่ะ ฝ่ายเจ้าบ้านเปิดปากก็เข้าประเด็นทันทีโดยไม่อ้อมค้อมทักทายกันให้มากความหลังจากพ่อบ้านช่วยเสิร์ฟชาให้กับแขกยามสายของวัน

แค่อยากจะมาเห็นหน้าเจ้าสาวของคุณก็เท่านั้น ว่าเป็นคนแบบไหนโอเมก้าเรือนผมสีอ่อนเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี มุมปากมีรอยยิ้มเล็กๆ ประดับ ใจความไม่มีการอ้อมค้อมเช่นเดียวกับเจ้าบ้าน ไม่คิดจะแนะนำกันสักหน่อยหรือคุณคิม

คนที่จู่ๆ ก็โดนพาดพิงผงะไปเล็กน้อย ด้วยไม่คาดคิดกับคำตอบของโอเมก้าคนนั้น พลันสายตาก็เหลือบไปมองคนข้างกาย แอชลีย์ยังคงท่าทีสงบ ใบหน้าคมเรียบนิ่งทว่าดวงตาเจือแววรำคาญใจออกมา

ไม่รู้เพราะฝังใจกับเรื่องในอดีตที่เคยไปประกาศจะช่วงชิงเพื่อนของเจ้าตัวอย่างออกนอกหน้าหรือเปล่า ทุกวันนี้เจอหน้ากันทีไรคุณชายอิลลาเรียนถึงได้จ้องแต่จะกวนประสาทกันทุกที ดูก็รู้ว่าทั้งคู่มาหากันถึงที่ไม่ได้จะต้องการมาเพียงเพื่อจะดูหน้าว่าที่คู่ของตนจริง

ซินเธีย นี่คือโจชัว ฮิลตันและออร์เวล อิลลาเรียนชายหนุ่มผายมือแนะนำตัวแขกผู้มาเยือนตามลำดับ

สวัสดีครับ

ซินเธียค้อมหัวให้กับคนทั้งสอง ตั้งแต่มาวินเทอร์ฟอลอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องจดจำก็คือเมืองแห่งนี้มีสี่ตระกูลใหญ่คอยปกครองและคานอำนาจกัน จากความทรงจำนอกจากนั้นยังมีตระกูลสำคัญอีกหลายตระกูลที่คุณพ่อบ้านเคยพูดถึง ฮิลตันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

คุณดูเด็กกว่าที่ผมคิดมากออร์เวลกล่าวยิ้มๆ หลายวันก่อนเจย์เดนเคยพูดถึงเจ้าชายจากต่างแดนคนนี้ให้ฟังพอสมควร เพื่อนของเขากล่าวว่าคุณชายวาเลนเธียคนนี้เป็นคนที่น่ารักคนหนึ่ง และพอยิ่งได้มาประสบพบเจอกันต่อหน้าก็ยิ่งลบภาพข่าวลือบ้าบอของคนดินแดนทางใต้ออกไปโดยสิ้นเชิง

ก็ไม่เห็นจะดูน่ากลัวป่าเถื่อนอะไร ดูจะเป็นเด็กขี้อายด้วยซ้ำ!

ฝ่ายซินเธียได้แต่ยิ้มตอบกลับไปอย่างเก้อเขิน ปกติก็ไม่ใช่คนพูดมากอะไรยิ่งมาเจอคนที่ดูจะอัธยาศัยดีอย่างคุณชายอิลลาเรียนแล้วก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก

ผมพึ่งเคยมาคฤหาสน์คิมเป็นครั้งแรก ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็อยากจะเดินดูรอบๆ สักครั้ง

อีกฝ่ายเอ่ยปากออกมาขนาดนั้นซินเธียก็เข้าใจความนัยได้เป็นอย่างดีจึงตอบตกลงลุกขึ้นเดินนำออกมายังสวนด้านหลัง เช่นเดียวกับคุณพ่อบ้านเองก็รู้หน้าที่จัดการเตรียมชุดน้ำชาไว้ให้พร้อมแล้ว

ลับหลังโอเมก้าทั้งสองโจชัวที่นั่งเงียบมานานก็เปิดปากขึ้นจนวันนี้ฉันก็ยังประหลาดใจที่นายยอมรับข้อเสนอของลิมเบิร์ก วาเลน

ตัวคนก็มาถึงที่แล้วยังต้องสงสัยอะไรอีกล่ะแอชลีย์ยกกาแฟขึ้นจิบ ท่าทางไม่แยแสอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสรุปมาถึงนี่คงไม่ได้มาเพื่อถามคำถามไร้สาระเหมือนคู่ของนายหรอกนะ

แน่นอนว่าไม่โจชัวขมวดคิ้ว เรื่องพูดจายั่วยุให้รู้สึกโมโหก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มไม่อยากเสวนากับอีกฝ่ายนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมเข้าเรื่องสักที ยังคงเอ่ยถึงโอเมก้าจากต่างแดนต่อไป ฉันไม่คิดว่านายจะได้ประโยชน์อะไรจากการแต่งงานกับเด็กคนนั้น ถูกไหมเขาหรี่ตา

ลิมเบิร์กยื่นข้อเสนออะไรให้นายกันแน่

โจชัวพูดถูก พูดกันตามทฤษฎีแล้วงานวิวาห์ครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการแต่งงานการเมืองโดยมีคำว่าเชื่อมสัมพันธ์บังหน้า ลิมเบิร์กต้องการปกป้องลูกชายเพียงคนเดียวที่เป็นโอเมก้าของตนในตอนที่เขาเริ่มเล็งเห็นแล้วว่าตัวเองไม่อาจพยุงอำนาจของตระกูลสายหลักได้อีกต่อไป การส่งซินเธียมายังวินเทอร์ฟอลจะทำให้เด็กหนุ่มกลายเป็นคนของตระกูลคิม หากว่าในอนาคตมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นคนจากแดนใต้จะไม่กล้าแตะต้องซินเธียอีก

ในขณะเดียวกันเมื่อคนทั้งสองแต่งงานและจับคู่กันแอชลีย์เองก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลวาเลน เดิมดินแดนแห่งนั้นก็ส่งต่ออำนาจทางสายเลือดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นชายหนุ่มเองก็จะมีอำนาจส่วนหนึ่งในธอร์นหรือดินแดนทางใต้เช่นกัน ยิ่งเมื่อซินเธียให้กำเนิดอัลฟ่าออกมาเด็กคนนั้นก็จะได้ขึ้นเป็นผู้นำของแดนใต้ นั่นคือสิ่งที่หลายคนรับรู้

ซึ่งหากคิดไตร่ตรองให้ดีมันเป็นการค้าที่ขาดทุนชัดๆ

ดินแดนทางใต้ช่างแสนห่างไกล ปลีกวิเวกไม่ได้ติดต่อกับเมืองอื่นๆ และเมืองพันธมิตรเหล่านั้นก็ไม่คิดจะเยื้องกรายเข้าไปในสถานที่สุดขอบแดนแห่งนั้นแน่นอน ต่อให้เป็นคนที่หลงใหลในอำนาจและทะเยอทะยานอย่างแอชลีย์ คิม ก็ไม่เห็นว่ามันเป็นประโยชน์อะไรกับตัวเอง ตระกูลคิม หรือแม้กระทั่งวินเทอร์ฟอล

ต่อให้มีอำนาจหรือสิทธิการปกครองแดนใต้แล้วอย่างไร

สองดินแดนอยู่ห่างกันจนแทบเหมือนคนละโลก ตัดขาดไม่เคยคิดยุ่งเกี่ยวกันมาก่อนมีเพียงสัญญาไม่รุกรานกันจากผู้นำของแต่ละฝ่ายเมื่อร้อยปีก่อนเท่านั้น พูดถึงวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตยิ่งต่างราวฟ้ากับเหว

เมืองที่ยังก่อกองไฟใช้สัตว์เป็นพาหนะงั้นหรือ ต่อให้เป็นโจชัวเองฝ่ายนั้นมาคุกเข่าเชิญไปเป็นราชาถึงที่ก็ไม่คิดไปหรอก

แอชลีย์เองก็คิดไม่ต่างกัน

อัลฟ่าหนุ่มเหลือบมองโอเมก้าตัวน้อยซึ่งกำลังนั่งสนทนากับคุณชายอิลลาเรียนอยู่ในสวนผ่านบานกระจกใส ภายในห้องเรือนกระจกแห่งนี้สามารถมองบรรยากาศของสวนด้านหลังคฤหาสน์ได้ชัดเจนแทบจะทุกมุม มองอยู่นานโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมานอกจากเสียงหัวเราะในลำคอ

 





@Monrita_novel
#วิวาห์ในแดนฝัน


ตัวละครเก่าๆเริ่มออกมาแล้ว คิดถึงออร์เวลเหมือนกันนะ><
อยากให้ริต้าขยันอัพ คุณรี้ดก้ต้องขยันส่งฟีดแบกให้เหมือนกันน้า ใครไม่สะดวกเม้นจะไปหวีดคุณแอชกับน้องเธียในแท็กก็ได้ค่ะชอบไม่ชอบยังไงบอกกันได้ริต้าจะได้นำไปรับปรุงเนอะ :D

อย่าเขินที่จะเม้นเลยให้น้องเธียเขินคุณแอชก็พอ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.227K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,261 ความคิดเห็น

  1. #7258 สาคูสาคลื่น (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 20:55
    เคยเจอน้องมาก่อนหรือเปล่า~ ชอบน้องหรือเปล่า~
    #7,258
    0
  2. #7189 blueeyes111 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 12:55
    เจ้าคิมแต่งเพราะชอบน้องหรอ งุ้ยยย
    #7,189
    0
  3. #7148 Krystal wing (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 19:57
    ยังไงพ่อ
    #7,148
    0
  4. #7119 Plankton J (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 21:25
    ชอบน้องรึ
    #7,119
    0
  5. #7112 Tangme_bitter (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 20:38
    แอชลีย์ชอบน้องรึเปล่า
    #7,112
    0
  6. #7094 Strawberrybunny (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 12:55
    ชอบน้องมากเลยยย น้องน่ารักก;-;
    #7,094
    0
  7. #7061 ainggggg (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 23:58
    ตอนแรกก็ว่าจะไม่สงสัยแล้วนะ หรือคนพี่เคยเจอคนน้องมาก่อน หืมมม
    #7,061
    0
  8. #7003 Anjae thisachon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 23:26
    เราเริ่มงงแล้ว😁😁😁
    #7,003
    0
  9. #6967 ojay2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 18:53
    นั่นสินะ ทำไมกันนน
    #6,967
    0
  10. #6928 Ne4w (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 14:22
    นั่นสิทำไมกันนะ
    #6,928
    0
  11. #6926 sichul (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 15:58
    ทำไมน้ามา
    #6,926
    1
    • #6926-1 sichul(จากตอนที่ 5)
      30 ตุลาคม 2562 / 15:59
      *น้าาา
      #6926-1
  12. #6774 Chnitw_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 18:10
    เอ๋ มันยังไงกันนะคุณแอชลีย์👀
    #6,774
    0
  13. #6759 LMLM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 13:25
    ก็ดูขาดทุนจริงๆแฟละ
    #6,759
    0
  14. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  15. #6573 FernNAlls (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 18:51

    คิมคือยิ้มอะไร....
    #6,573
    0
  16. #6481 pommys (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 09:47
    หัวเราะทำไม
    #6,481
    0
  17. #6473 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:39
    นั่นสิ ได้อะไรล่ะนั่น
    #6,473
    0
  18. #6458 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 19:29
    เอ๊ะ ยังไง​กันเนี่ย
    #6,458
    0
  19. #5629 Miki_milky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:56
    ท่านชายคิมต้องการไรจากพ่อของซินเธีรเนี้ย
    #5,629
    0
  20. #5569 kk lovely (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:03
    อะไรคือเหตุผลที่ตกลงแต่งงานกันแน่นะ
    #5,569
    0
  21. #5560 tenjung•ㅅ• (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 20:29
    แล้วเพราะอะไรกันนะถึงยอมหมั้น
    #5,560
    0
  22. #5520 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:49
    มันมีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่กันนะ
    #5,520
    0
  23. #5195 eieieieiei_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 07:45
    คุณแอชลีย์เค้ามีความลับอะไรกันนะ ช่างเป็นผช.ที่ลึกลับน่าค้นหาเสียจริง-..-
    #5,195
    0
  24. #5173 Paboll222 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 00:45
    ฮือออ เพิ่งมาอ่านเรื่องนี้เรื่องเเรก ก้องงๆ เหมือนกันนะ
    #5,173
    0
  25. #5165 Poppylovemarkbam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 23:08
    คุณคิมเขาคิดอะไรอยู่นะ
    #5,165
    0