My Valenthia #วิวาห์ในแดนฝัน (Omegaverse)

ตอนที่ 3 : Ch 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,239 ครั้ง
    5 ต.ค. 63




ตลอดชีวิตซินเธียไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นสิ่งปลูกสร้างใดโอ่อ่าได้ถึงเพียงนี้ เบื้องหน้าของเจ้าชายน้อยจากแดนใต้คือคฤหาสน์หลังโตโอบล้อมด้วยสวนพฤกษชาติกว้างขวาง แม้ตอนนี้ต้นไม้ดอกไม้เหล่านั้นกำลังถูกเกล็ดน้ำแข็งสีขาวปกคลุมจนบดบังทัศนียภาพไปบางส่วนทว่าไม่อาจบดบังความสวยงามของพวกมันให้ลดทอนลงได้ ซินเธียเชื่อว่าเมื่อถึงช่วงที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งพวกมันจะต้องงดงามมากแน่นอน

สติถูกเรียกกลับคืนมาอีกครั้งเมื่อถูกพาเดินเข้ามายังด้านในของคฤหาสน์หลังโตของตระกูลคิม เด็กหนุ่มอดจะรู้สึกประหม่าและกังวลไม่ได้ โดยสัญชาตญาณเขาขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังของคนตัวสูงกว่าเมื่อสังเกตเห็นว่ามีสาวใช้และพ่อบ้านยืนรอต้อนรับอยู่ในโถงรับแขกจำนวนหนึ่ง

ที่นี่... มันแปลกไปหมดสำหรับซินเธีย ทั้งบรรยากาศ ผู้คน หรือแม้แต่ความหนาวเย็นรอบกายตอนนี้ แม้ในใจจะยังไม่ได้รู้สึกไว้วางใจใครแม้กระทั่งคนที่ไปรับกันถึงชายแดนแต่อย่างน้อยในตอนนี้แอชลีย์ คิม ก็ยังเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่ซินเธียคุ้นเคยมากที่สุด ต่อให้ตอนเดินทางมายังวินเทอร์ฟอลเราจะไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากก็ตามที

ยินดีต้อนรับกลับครับคุณแอชลีย์ ส่วนท่านนั้น...

เป็นพ่อบ้านวัยชราท่าทางใจดีคนหนึ่งเอ่ยต้อนรับ ขยับรอยยิ้มส่งไปให้คนด้านหลังผู้เป็นนาย โอเมก้ารูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางปราดเปรียวมองดูสง่างามไม่น้อย ในระหว่างที่คนถูกเอ่ยถึงกำลังชั่งใจว่าตัวเองควรจะเอ่ยแนะนำตัวไปดีหรือไม่ คนตัวสูงก็ช่วยออกหน้าให้เสียก่อน

เขาคือซินเธีย วาเลนเธีย

ไม่ต้องขยายความมากก็พอจะทราบอยู่แล้วว่าเจ้าของชื่อมีฐานะอะไรในคฤหาสน์แห่งนี้ พ่อบ้านวัยชราพยักหน้ายิ้มรับ จดจำชื่อของเจ้านายคนใหม่เอาไว้ในใจ

การแนะนำนั้นเรียกเสียงพรูลมหายใจจากซินเธียไม่น้อย นอกจากความแตกต่างจากปัจจัยอื่นแล้วเรื่องภาษาเองก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าหนักใจ ภาษาที่ใช้สื่อสารไม่ได้แตกต่างกันนักเพียงแต่สำเนียงทางเหนือดูจะนุ่มนวลและเชื่องช้ากว่า ส่วนทางใต้จะติดห้วนและมีความกระด้างในที ซินเธียกังวลจนไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาเลยนอกจากทำตัวเป็นหุ่นนิ่งๆ ฟังเจ้าของคฤหาสน์สั่งงานกับพ่อบ้าน

ห้องของคุณซินเธียถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วครับ ผมจะให้เด็กๆ นำสัมภาระไปเก็บเดี๋ยวนี้

อีกไม่นานก็จะกลายเป็นคนตระกูลคิมแล้วไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก ปฏิบัติกับเขาอย่างที่สมควรจะทำก็พอ

เพียงคำกล่าวนั้น ทุกคนที่ยืนอยู่ในโถงต่างก็เข้าใจความนัยโดยถ่องแท้และไม่ต้องรอให้ผู้เป็นนายขยายความสัมภาระทั้งหมดของซินเธียถูกนำไปจัดเรียงไว้ในห้องนอนใหญ่อย่างเรียบร้อย และเพราะคำกล่าวนั้นของแอชลีย์ คิม วันต่อมาข่าวที่ว่าซินเธียมีฐานะสูงศักดิ์เป็นถึงเจ้าชายจากต่างแดนและจะอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ด้วยฐานะภรรยาของแอชลีย์กระจายไปทั่วทุกคนในคฤหาสน์ต่างก็พากันเรียกขานซินเธียว่า ท่านชายทันที จำได้ว่าตอนได้ยินคำเรียกนั้นในครั้งแรกเด็กหนุ่มเกือบจะเดินสะดุดบันไดจนหน้าทิ่มอยู่แล้ว

*

เวลาทั้งบ่ายของซินเธียหมดไปกับการเดินสำรวจรอบคฤหาสน์ ห้องต่างๆ ถูกแนะนำอย่างละเอียดโดยพ่อบ้านวัยชราคนเดิม ระเบียบกฎเกณฑ์หลากหลายของชาวแดนเหนือช่างแตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่เดิมของโอเมก้าหนุ่มค่อนข้างมาก คุณพ่อบ้านกล่าวว่ามื้อเช้าจะตั้งโต๊ะในเวลาเจ็ดนาฬิกา มื้อกลางวันเวลาเที่ยงตรง บ่ายสามเป็นเวลาน้ำชา และมื้อเย็นในเวลาสิบแปดนาฬิกา

ระหว่างฟังเรื่องราวต่างๆ เขาถูกพามานั่งจิบชายามบ่ายยังห้องนั่งเล่นบริเวณปีกตะวันออก ห้องดังกล่าวมีลักษณะเป็นโถงโล่งๆ เฟอร์นิเจอร์มีเพียงโซฟาหนึ่งชุด โต๊ะขนาดเล็กจัดวางด้วยชุดชงชา อาหารว่าง และแจกันดอกลิลลี่ตกแต่งอย่างประณีต เพดานยกสูงโปร่งทรงกลมคล้ายโดมถ่ายเทอากาศได้ดี ตัวผนังกรุด้วยกระจกใสทั้งหมดทำให้มองเห็นสวนดอกไม้ด้านหลังชัดเจน คุณพ่อบ้านกล่าวว่าขณะนี้มีหิมะทำให้ไม่สามารถออกไปด้านนอกได้ และห้องนี้เองก็ถูกจัดให้เป็นห้องดื่มชา เมื่อก่อนวิเวียนหรือก็คือมารดาของแอชลีย์มักจะมานั่งใช้เวลายามบ่ายในห้องนี้ประจำ และยังเล่าอีกว่าคุณหญิงชื่นชอบชาดอกไม้มาก คฤหาสน์หลังนี้เลยมีชาดอกไม้หลากหลายรูปแบบ ซินเธียได้ลองชิมแล้วรสชาติดีไม่น้อย

เด็กหนุ่มนั่งสนทนากับพ่อบ้านชราจนถึงช่วงเย็น จวบจนผ่านพ้นมื้อค่ำไปก็ยังไม่เห็นหน้าของคนที่พอพาเขามาส่งยังคฤหาสน์เสร็จก็หายไปจัดการธุระของตัวเองตั้งแต่บ่าย ซินเธียเดินซับเส้นผมยาวระสะโพกสีแดงเป็นประกายของตัวเองออกมาจากห้องน้ำแล้วทรุดตัวนั่งบนปลายเตียง ระหว่างนั้นก็สอดสายตาสำรวจไปรอบห้องนอน กลิ่นอัลฟ่าของเจ้าของห้องเจือจางอยู่ในอากาศ ในใจรู้สึกวูบวาบอย่างประหลาดราวกับว่ามีอีกคนคอยเดินวนเวียนอยู่รอบกาย

แม้จะเตรียมใจมาไม่น้อยสำหรับการแต่งงานครั้งนี้ ทว่า เมื่อรู้ว่าต้องมานอนร่วมเตียงกันตั้งแต่คืนแรกในห้องที่อบอวลไปด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่ามันก็อดกระสับกระส่ายไม่ได้

แกร๊ก

นั่งสงบใจอยู่ได้ไม่นานบานประตูไม้สลักก็ถูกผลักเข้ามา ซินเธียเผลอยืดหลังขึ้นตรงโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงใหญ่ของอัลฟ่าโตเต็มวัยก้าวเข้ามาด้วยความสุขุมเยือกเย็น

กลับมาแล้วหรือครับ

ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนกับบรรยากาศแปลกๆ ภายในห้องจึงเอ่ยทักคนอายุมากกว่าออกไป นัยน์ตาสีอำพันเหลือบมองคนบนเตียงเล็กน้อยแล้วครางอืมรับคำ สองเท้าเดินไปหยุดหน้าบานกระจกภายในห้องแต่งตัว ลงมือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด ซินเธียมองการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติของคนตัวสูงโดยไม่ละสายตาจนกระทั่งสาบเสื้อสีดำตัวนั้นหลุดพ้นออกไปเผยเรือนกายสมส่วนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยงามอย่างพอดีพลันต้องรีบเบือนหน้าออกไปสองแก้มเนียนขึ้นริ้วสีจาง จู่ๆ รู้สึกร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ช่างแตกต่างจากอีกคนสิ้นเชิง แม้จะมีซินเธียเข้ามาร่วมห้องแต่ก็ไม่ได้ทำให้อัลฟ่าคนนั้นรู้สึกรู้สาหรือรู้สึกแปลกใหม่อะไรสักนิด

โอเมก้าหนุ่มนั่งตัวเกร็งอยู่บนเตียง พออีกคนก้าวออกห้องน้ำมาแต่งตัวหน้าบานกระจกก็ต้องแสร้งทำเป็นสางผมยาวๆ ของตัวเองไป ทำไมเขาถึงได้ทำตัวสบายอารมณ์ขนาดนั้นกันนะ คำกล่าวนี้ซินเธียได้แต่คิดอยู่ในใจ

และช่วงเวลาที่กระอักกระอ่วนที่สุดก็เดินทางมาถึง เมื่อแอชลีย์ทรุดตัวลงอีกฝั่งของเตียงนอนหลังกว้าง

นอนเถอะ เธอเร่งเดินทางมาหลายวันคงจะเหนื่อย

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาราบเรียบ ซินเธียพยักหน้าแล้วสอดตัวเข้าไปในผ้านวมสีเข้ม เมื่อเห็นว่าจัดท่าทางเรียบร้อยพร้อมนอนแล้วแอชลีย์ก็เอื้อมไปปิดโคมไฟแล้วสอดตัวเข้ามาในผ้านวมเช่นเดียวกัน ทุกการกระทำล้วนสร้างความเกร็งให้กับโอเมก้าหนุ่มไม่น้อย นอนตาค้างอยู่พักใหญ่ก็แอบเหลือบไปมองคนด้านข้างเห็นเพียงเสี้ยวใบหน้าคมของคนตัวสูง แอชลีย์นอนหงายวางสองมือไว้บนหน้าท้อง ท่าทางการนอนของเขาเรียบร้อยเอามากๆ

เมื่อแน่ใจว่าฝ่ายนั้นเข้าห้วงนิทราไปแล้วแน่นอนก็ขยับกายพลิกตัวมาพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาเงียบๆ คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสันกับริมฝีปากบางได้รูป ผิวของแอชลีย์ขาวมากแม้แสงในห้องนอนจะมืดสลัวมีเพียงแสงจันทร์เลือนรางลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามา แต่ทุกๆ อย่างตรงหน้าสำหรับซินเธียก็ยังคงชัดเจน

จะเป็นอย่างไรกันนะ ชีวิตในดินแดนแห่งนี้ ดินแดนที่ถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวบริสุทธิ์ราวกับสรวงสวรรค์ คืนนั้นซินเธียนอนมองใบหน้าหลับใหลของว่าที่คู่ชีวิตและขบคิดถึงชีวิตในวินเทอร์ฟอลของตัวเองเมื่อเริ่มวันใหม่จนผล็อยหลับไป

*

เช้าวันที่สองของวินเทอร์ฟอล ด้วยความแปลกที่และวิตกกังวลต่างๆ นานาทำให้เด็กหนุ่มนอนไม่ค่อยหลับ ดังนั้นยังไม่ทันฟ้าสางดีท่านชายวาเลนเธียก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ด้านเจ้าของบ้านก็ตื่นเช้าไม่ต่างกัน แอชลีย์ยังคงทำกิจวัตรของตนเองเหมือนเดิมทุกอย่างโดยไม่รู้สึกว่าการมีผู้อื่นมาร่วมห้องนั้นเป็นเรื่องที่ต้องกังวล

ช่างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

แอชลีย์เป็นฝ่ายเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน เมื่อเสร็จแล้วก็กล่าวว่าจะไปนั่งรอที่ชั้นล่าง วันนี้พวกเขามีสถานที่หนึ่งที่ต้องไปก่อนจะจัดการธุระเกี่ยวกับงานวิวาห์ ให้รีบจัดการตัวเองเร็วสักหน่อย

ซินเธียพรูลมหายใจโล่งอกเมื่ออัลฟ่าหนุ่มเดินออกจากห้องไป ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันในห้องนอนตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเมื่อครู่เขาเกร็งไปทั้งตัว และเกร็งตลอดเวลา มันเป็นครั้งแรกที่ต้องนอนกับคนแปลกหน้า ซ้ำยังเป็นอัลฟ่า ถึงท่าทางของแอชลีย์จะดูไม่อันตรายอะไร แต่อย่างไรก็ตาม เขายังเป็นอัลฟ่า จึงไม่แปลกเลยที่โอเมก้าแบบตนจะวิตกกังวลไปสารพัด และแอบคิดถึงบทสรุปที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ อย่างการต้องหลับนอนร่วมกันตั้งแต่คืนแรก

ทว่า คนผู้นี้ได้ชื่อว่าสามี ต่อให้กังวลมากแค่ไหน สุดท้ายแล้วหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นซินเธียรู้สึกว่าเขาก็คงได้แต่ยอมรับ

นับว่ายังพอมีโชคอยู่บ้าง นอกจากพูดคุยกันไม่กี่คำแล้ว อีกฝ่ายก็ดูไม่ได้สนใจอะไรตนนัก อย่างน้อยก็ยังมีเวลาให้เตรียมใจ อีกสักนิด

ซินเธียเดินสวมชุดคลุมออกจากห้องน้ำ เดินมานั่งโต๊ะเครื่องแป้งหน้ากระจก ครั้นกำลังจะปลดผมที่เกล้าลงคล้ายรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจับจ้องตนอยู่จึงหันไปดู ที่หน้าทางเข้าห้องแต่งตัวมีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเกาะกรอบประตูเอาไว้พลางด้อมๆ มองๆ ดูเหมือนอยากจะเข้ามาแต่ก็ไม่กล้า โอเมก้าหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นแล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายไปว่ามีสิ่งใดหรือไม่

เด็กสาวคนนี้เป็นสาวใช้ที่พึ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน แต่กลับได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญอย่างการคอยดูแลว่าที่ภรรยาของคุณท่านคิมทันที ปัญหาอยู่ที่ว่าภรรยาของคุณแอชลีย์เป็นชาวแดนใต้ที่มีเสียงเล่าลือน่ากลัวทำเอาเธอรู้สึกหวั่นใจ อย่างที่รู้กันดีว่าเรื่องเล่าของคนจากทางใต้ ไม่เคยมีเรื่องดีๆ ชวนฝันสักนิด ตอนได้รับมอบหมายจำได้ว่านอนไม่หลับไปหลายวัน

แต่พอได้เห็นท่านชายวาเลนเธียวันแรก ความกลัวในใจของเด็กสาวก็ลดน้อยลง แต่สำหรับเด็กๆ แล้วมักจะฝังใจกับเรื่องเล่าก่อนนอนเสมอ ดังนั้นต่อให้ท่านชายผู้นี้จะต่างจากภาพที่เคยคิดพอสมควรแต่เธอก็ยังไม่กล้าวางใจ พอวันนี้ต้องมาปรนนิบัติจึงได้แต่แอบมองอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ซินเธียพอจะเดาออกว่าเหตุใดเด็กสาวจากจึงมีท่าทางหวาดกลัวเช่นนั้น เขาระบายยิ้มใจดีก่อนจะเรียกเธอให้เข้ามาใกล้

คุณแอชลีย์ให้มาดูแลเราหรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาเถอะ

ขะ ขออนุญาตค่ะเธอเดินตัวลีบเข้ามาหยุดยืนข้างๆ ท่านชาย

ชื่ออะไรหรือ

แมรี่ค่ะ

เป็นชื่อที่ดีนะซินเธียอมยิ้มมุมปาก ตนเองก็ใช่ว่าจะพูดคุยเก่ง ดังนั้นจึงทำได้แต่ยิ้ม สุดท้ายเลยเกิดเป็นภาพกระอักกระอ่วนตามที่เห็น เราพึ่งเคยมาวินเทอร์ฟอลจึงไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัตตัวเท่าไร ทำตามหน้าที่ของแมรี่เถอะนะ

ถ้าอย่างนั้น...

เป็นเพราะน้ำเสียงนุ่มนวลกับรอยยิ้มงดงามของท่านชายวาเลนเธียจึงทำให้ความหวาดกลัวในใจของเด็กสาวลดลงทีละน้อย แมรี่เริ่มต้นงานของตัวเองด้วยการช่วยซินเธียสางผม จากนั้นก็จัดเสื้อผ้ามาให้อีกฝ่ายสวม

เนื่องจากเสื้อผ้าของทั้งสองดินแดนมีความแตกต่างกัน พอต้องมาสวมชุดที่มีเสื้อผ้าหลายชั้น สีสดใส และเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยซินเธียจึงรู้สึกไม่คุ้นชินมาก เด็กหนุ่มมองภาพเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่บนกระจกด้วยความประหม่า

ชุดในวันนี้เป็นเชิ้ตตัวในสีขาว ผูกโบเอาไว้ตรงกลางกลัดอัญมณีสีน้ำเงินเม็ดโตและสวมทับด้วยเสื้อคลุมเนื้อบางสีฟ้าอ่อน กางเกงสีเดียวกับเสื้อ

ชุดพอดีตัวไหมคะแมรี่ถามหลังจากช่วยจัดโบให้ผู้เป็นนายและตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย เครื่องแต่งกายเหล่านี้แอชลีย์ให้คนไปจัดหาเมื่อวาน เป็นชุดที่คาดเดาขนาดด้วยสายตาเนื่องจากยังไม่มีเวลามากพอที่จะวัดตัวและสั่งตัดเป็นพิเศษ ถ้าหลวมหรืออึดอัดเกินไปแจ้งได้เลยนะคะ ชุดนี้เป็นชุดที่ใส่ชั่วคราว หลังจากนี้จะมีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวท่านชายอีกครั้งค่ะ

อืม มันพอดีแล้ว...ซินเธียจับคอเสื้อเพราะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย พูดถึงขนาดของชุดนับว่าใส่ได้พอดีไม่เป็นปัญหานักแต่ตนแค่ไม่ชินกับรูปแบบของเสื้อผ้า โดยเฉพาะโบที่ถูกมัดรอบคอปกของเสื้อ มันมีขนาดใหญ่เกินหนึ่งนิ้วมือ เลยรู้สึกแปลกตาและไม่ค่อยคล่องตัว

แต่พอมาคิดดูแล้วชาวแดนเหนือคนอื่นก็แต่งกายลักษณะนี้เช่นกัน ดังนั้นเป็นตนที่ควรจะเริ่มปรับตัวให้ชินกับเรื่องหยุมหยิมเช่นนี้

แมรี่กล่าวว่าแอชลีย์ขณะนี้กำลังจิบกาแฟอยู่ในห้องนั่งเล่น และอีกสิบนาทีจะได้เวลาตั้งโต๊ะ ซินเธียพยักหน้าเข้าใจแล้วบอกให้เธอไปทำงานอย่างอื่นส่วนตนจะตามลงไปไม่ให้สายสำหรับมื้อเช้าแน่นอน เด็กสาวพอได้รับอนุญาตก็รีบซอยเท้าเดินออกไปทันที

*

ซินเธียถูกพามายังคฤหาสน์หลังหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าสน สถานที่แห่งนี้ดูโอ่อ่าและงดงามไม่ต่างไปจากคฤหาสน์ของตระกูลคิมเลยเพียงแต่ว่ามันถูกตั้งอยู่ในสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกล แอชลีย์เล่าในระหว่างทางว่าเคหาสน์สถานแห่งนี้เป็นของตระกูลมัวร์ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของวินเทอร์ฟอล อีกทั้งผู้นำหรือราชาของชาวแดนเหนือเองปัจจุบันก็อาศัยอยู่ที่นี่

เมื่อกล่าวถึงราชาผู้ปกครองดินแดนต่างๆ สำหรับวินเทอร์ฟอลแล้วแม้ผู้นำอย่างคาร์ลินจะถูกเรียกขานว่าราชา แต่ในทางปฏิบัติเขาก็เป็นเพียงผู้นำของดินแดนทางเหนือ มีศักดิ์ฐานะเป็นเพียงผู้สูงศักดิ์เท่านั้น แตกต่างจากดินแดนทางใต้ พวกเขาถูกปกครองด้วยกษัตริย์ และสืบทอดอำนาจทางสายเลือดไม่ใช่คัดเลือกผู้นำที่จะเป็นใครก็ได้

เพราะฉะนั้น ซินเธีย วาเลนเธีย จึงเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์คนสำคัญของแดนใต้ แต่การเดินทางมายังวินเทอร์ฟอลครั้งนี้ไม่ใช่มาด้วยฐานะอาคันตุกะทว่าเป็นการแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่อย่างตระกูลคิม ด้วยความแตกต่างของวิถีชีวิตหรือขนบธรรมเนียมของดินแดนทั้งสองแล้วฐานะของซินเธียจึงค่อนข้างคลุมเครือ และสิ่งนี้เป็นเรื่องอ่อนไหวค่อนข้างมาก

ซินเธียถูกต้อนรับอย่างดีทั้งในฐานะของอาคันตุกะจากแดนไกลและว่าที่ท่านชายของตระกูลคิม ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีสมฐานะ ท่ามกลางโถงรับแขกอันแสนวิจิตรกับชาหอมกรุ่นทำให้คลายหนาวลงไม่น้อย สาวใช้แนะนำด้วยรอยยิ้มว่าท่านชายมัวร์โปรดปรานการดื่มชาหวังว่าท่านชายซินเธียจะพึงพอใจกับมัน และแน่นอนว่าชายหนุ่มรู้สึกดีกับรสชาติฝาดอ่อนๆ นี้ไม่น้อย

เดิมทีคนแดนใต้ไม่นิยมดื่มชาเพราะรู้สึกว่าพวกเขานั้นไม่ได้มีความเพียรมากพอจะมานั่งชงชาและจิบมันทีละนิดชมนกชมไม้ไปพลาง การกระทำเหล่านั้นชาวแดนใต้มองว่ามันน่าเบื่อและค่อนข้างไร้สาระ พวกเขามักจะใช้เวลาไปกับการฝึกฝนร่างกาย ออกล่าสัตว์ เรียนรู้การเอาตัวรอดในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ควบขี่ม้าพันธุ์ดีผ่านผืนน้ำและผืนป่า ใช้ชีวิตแบบใบหน้ารับแสงแดดร่างกายอาบสายลมเสียจนชินชา

แต่สำหรับตอนนี้เด็กหนุ่มคิดว่าการจิบชาช่วยคลายความตื่นเต้นและความหนาวเย็นของอากาศภายนอกไปไม่น้อยทีเดียว

ซินเธียวางแก้วชาลงบนจานรองเบามือ ด้วยความเกร็งของเขาจึงค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับการสร้างเสียงเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเหลือบมองคนข้างกายแอชลีย์กลับนั่งรออย่างสงบ เขาไม่แตะชาในแก้วด้วยซ้ำ ทำเพียงกอดอกและเอนกายลงกับพนักโซฟาอย่างผ่อนคลายราวกับเป็นบ้านของตัวเอง

ผ่านไปไม่นาน มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในโถงก่อนจะทรุดนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่ตัวตรงข้าม เจ้าตัวกล่าวต้อนรับและแนะนำตัวอย่างนุ่มนวลว่าตนคือเจย์เดน สการ์เล็ต มัวร์

คนผู้นี้คือคู่ชีวิตของคาร์ลิน ไล ราชาแห่งวินเทอร์ฟอล ซินเธียลอบพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้า เขามีเส้นผมสีบลอนด์อ่อนจนเกือบจะกลืนกับผิวกาย ดวงตาสีทับทิมงดงาม เจย์เดนตัวเล็กกว่าซินเธียราวครึ่งศีรษะ ดูเหมือนว่าโอเมก้าจากแดนเหนือจะแตกต่างจากพวกเราชาวใต้มากจริงๆ

เจ้าชายเดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยไม่น้อย มาอยู่แปลกถิ่นแบบนี้ไม่ทราบว่าเมื่อคืนนอนหลับสบายดีหรือเปล่าครับ เจ้าของคฤหาสน์ทักทายน้ำเสียงนุ่มนวล เต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้มีสายเลือดสูงศักดิ์

เรียกเราว่าซินเธียก็ได้ ดูเหมือนเราจะอายุน้อยกว่าคุณชายมัวร์ซินเธียกล่าวด้วยรอยยิ้มไม่ถือตน

สำหรับชาวแดนใต้แล้วไม่ได้เคร่งเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์นัก เมื่อออกมาต่างถิ่นต่างเมืองก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป หากจะเทียบกันแล้วฐานะของอีกฝ่ายที่เป็นถึงราชินีแห่งวินเทอร์ฟอลก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

ถ้าเช่นนั้นก็เรียกเราว่าเจย์เดนเถอะอีกคนกล่าวอย่างเอื้ออารีน่าเสียดาย เช้านี้คาร์ลินมีธุระสำคัญต้องไปจัดการ ออกไปตั้งแต่เช้ามืดไม่อาจรั้งอยู่ต้อนรับ ต้องขออภัยจริงๆในน้ำเสียงนั้นมีทั้งความเสียดายและอาวรณ์อยู่ไม่น้อย ซินเธียเหลือบมองตามมือเรียวสวยของคุณชายมัวร์ซึ่งกำลังขยับลูบหน้าท้องของตัวเองในขณะเอ่ยถึงคู่ชีวิตอย่างเผลอไผลก่อนจะลากสายตากลับมาเมื่ออีกฝ่ายลากเข้าประเด็นสำคัญของการมาพบกันในเช้าวันนี้

การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวินเทอร์ฟอลอาจจะมีหลายสิ่งหลายอย่างต้องปรับตัว แต่ไม่เป็นไรเราจะช่วยให้คำแนะนำกับซินเธียเอง หากวันไหนมีเวลาว่างก็ขอเชิญแวะมาจิบน้ำชาด้วยกันนะครับ

เกรงว่าจะรบกวนคุณเจย์เดน...จริงอยู่ว่าการได้มีคนคอยให้คำแนะนำยิ่งคนผู้นั้นเป็นโอเมก้าเหมือนกันนับว่าเป็นเรื่องดี แต่พวกเราพึ่งพบกันซินเธียก็ไม่กล้ารบกวน

ไม่เลย มาได้เสมอเจ้าของนัยน์ตาทับทิมส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มอาจจะช้าไปสักนิด แต่ว่ายินดีต้อนรับสู่วินเทอร์ฟอลของเรานะครับ

เจย์เดนส่งกล่องของขวัญขนาดฝ่ามือมาให้ด้วยมือของตัวเอง เมื่อเปิดดูก็พบว่าสิ่งของในนั้นเป็นเข็มกลัดทำจากทองคำขาว ประดับด้วยอัญมณีสีชาดเช่นเดียวกับดวงตาของผู้ให้

ถือเป็นของขวัญต้อนรับเล็กๆ น้อยๆ จากเรา หากคุณไม่รังเกียจ

ขอบคุณ มันสวยมากซินเธียรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก ทั้งที่ความจริงแล้วแทบไม่จำเป็นต้องมีสิ่งของใดมาให้ก็ได้แท้ๆ

คุณแม่~”

ยังไม่ทันจะเอ่ยสิ่งใดต่อเสียงใสดังเจื้อยแจ้วมาจากอีกฝั่งของโถงรับแขก เจย์เดนส่ายหน้าก่อนจะโน้มตัวลงไปรับกอดจากเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งเข้ามาหา เส้นผมสีบลอนด์ปลิวไสวไปตามจังหวะการวิ่งของเจ้าตัวแต่เมื่อเข้าถึงตัวผู้เป็นมารดาก็ลดความเร็วลงด้วยหลากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือกลัวจะโดนดุที่วิ่งเร็วจนเกินงามอันเป็นเหตุให้ต้องโดนดุอยู่บ่อยครั้ง

ซินเธียมองเด็กน้อยในอ้อมกอดของเจย์เดนอย่างสนใจ นัยน์ตาสีครามกลมโตคู่นั้นดูเปล่งประกายและสดใสจนคนมองอดจะวาดรอยยิ้มตามไม่ได้

ต้องขอโทษแทนลูกชายของเราจริงๆ เจสเปอร์เป็นพวกพลังล้นเหลือน่ะครับคนกล่าวแสดงสีหน้าอ่อนใจ

เขาน่ารักมากซินเธียหัวเราะ เมื่อลองโบกมือให้เป็นการทักทายเจ้าตัวน้อยที่ปีนขึ้นไปซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นมารดาก็กะพริบตาปริบแล้วโบกมือกลับมาอายุเท่าไหร่หรือ

พึ่งจะสามขวบเต็มได้เมื่อสัปดาห์ก่อนครับตอบพลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างรักใคร่

เขาจะต้องโตมาเป็นอัลฟ่าที่สง่างามมากแน่นอนเลยในอนาคตมองแค่ปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กน้อยตรงหน้านั้นต้องเป็นอัลฟ่าอย่างแน่นอน เขาเป็นเด็กที่สดใสมากแต่ยามเมื่ออยู่กับผู้เป็นมารดาก็ออดอ้อนอิงแอบเสียจนน่ามันเขี้ยว

ดูเขาจะติดกลิ่นคุณมากเลยนะครับ

สังเกตว่าพอถูกอุ้มไปนั่งอยู่บนตักอัลฟ่าน้อยก็ดูสงบเสงี่ยมลง สองแขนกอดเอวของผู้เป็นแม่แน่น พักแก้มย้อยๆ ไว้บนแผ่นอกซบคลอเคลียไม่ยอมห่าง นัยน์ตาสีครามหันมาแอบมองซินเธียซึ่งเป็นคนแปลกหน้าเป็นระยะตามประสาเด็กขี้สงสัย ทั้งน่ารักน่าเอ็นดู มองไปมองมาก็ชักจะรู้สึกอยากมีเป็นของตัวเองขึ้นมาเล็กๆ

ครับ ค่อนข้างจะติดกลิ่นพ่อแม่ กับคนแปลกหน้าก็ขี้อาย อาจจะเพราะเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาด้วยเวลาดื้อหรืองอแงขึ้นมาใครก็เข้าหน้าแทบไม่ติดเลยล่ะ ต้องให้พ่อเขาจัดการคนเดียวน่าปวดหัวจริงเชียว

คนเล่าหัวเราะอย่างอ่อนใจ แล้วก็ราวกับอ่านใจซินเธียออก หันไปหาคนที่เอาแต่นั่งเงียบเป็นรูปปั้นมาตั้งแต่ต้นบทสนทนาหยอกเย้าไปถึงคุณลุงที่แวะเวียนมาเยี่ยมหลานเป็นบางครา

เห็นทีอีกหน่อยคุณแอชลีย์ก็คงต้องปวดหัวแบบนี้เสียล่ะมั้ง บอกเลยว่าฤทธิ์เดชเจ้าตัวแสบที่คุณเห็นมาจากคาร์ลินน่ะแทบไม่ได้ครึ่ง

ไม่ล่ะคนตัวสูงหัวเราะหึๆ ในลำคอการมีเด็กไม่ได้อยู่ในความคิดของผมเลยสักนิด

เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาราวกับไม่แยแสสิ่งใดนั้นทำเอาคนที่กำลังเอื้อมมือไปหยอกเย้าเจ้าตัวเล็กชะงักไปในเสี้ยววินาที เช่นเดียวกับเจ้าของคฤหาสน์ที่หลังได้ฟังคำตอบอันแสนเถรตรงนั้นก็ชะงักค้างไปไม่ต่างกัน ด้วยหนึ่งก็ไม่คาดคิดกับคำตอบของอัลฟ่าตรงหน้า ก่อนหน้านี้เวลาแวะเวียนมาคุยธุระกับคู่ชีวิตตนก็มักจะแวะเล่นกับหลานเป็นประจำ ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจเด็กแต่อย่างใด

ไม่คาดคิดว่าแอชลีย์จะไม่ได้อยากสร้างครอบครัวในเร็ววัน

แม้คำว่าครอบครัวแค่คนสองคนที่ตกลงปลงใจกันแล้วก็นับเป็นครอบครัว ทว่าสำหรับพวกเขาแล้วย่อมต้องอยากจะมีลูกน่ารักๆ สักคนที่เป็นสายใยคล้องความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เจย์เดนสบตาเข้ากับซินเธียเงียบๆ อีกฝ่ายเพียงส่งรอยยิ้มจืดเจื่อนกลับมาให้

  



#วิวาห์ในแดนฝัน

ทวิต : @Monrita_novel

เพจ : Monrita


อยากให้ริต้าขยันอัพ คุณรี้ดก็ต้องขยันส่งฟีดแบกให้เหมือนกันน้า

ร่วมหวีดและเขินไปกับคุมแอชและน้องเธียได้ที่ #วิวาห์ในแดนฝัน

อย่าเขินที่จะเม้นเลยให้น้องเธียเขินคุณแอชก็พอ


ปล.อย่าลืมติดตามทวิตเตอร์เพื่ออัพเดทข่าวสารนิยายและอ่าน fact ของเรื่องนี้นะจ๊ะ


เผื่อใครคิดถึงคาร์ลินกับนุ้งเจย์เดน หรือยังไม่เคยอ่านเรื่องของทั้งสองคนสามารถติดตามได้ที่ Scarlett #โชคชะตาสีชาด 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.239K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,261 ความคิดเห็น

  1. #7223 เดือนสิบไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 11:49
    ตบปากสักทีสิพ่อ วาจานี่ร้ายนัก
    #7,223
    0
  2. #7185 blueeyes111 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 00:48
    ปากร้ายนักนะพ่อ
    #7,185
    0
  3. #7146 Krystal wing (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 19:29
    อย่าให้อยากมีน้า
    #7,146
    0
  4. #7124 maplealit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:49
    แหม พอรักเขาก็หวงใหญ่ เหอะ นายแอชลีย์
    #7,124
    0
  5. #7117 Plankton J (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 21:04
    ตอนไม่รู้สึกก็ปากร้าย
    #7,117
    0
  6. #7114 Lurichness (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 13:31
    ฉันจาจำคำเธอไว้!!!!
    #7,114
    0
  7. #7001 Anjae thisachon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 22:54
    ไม่ดราม่าใช่ไหม เราอ่านช่วงกำลังจะจบรู้หน่วงๆยังไงไม่รู้
    #7,001
    0
  8. #6965 ojay2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 15:39
    น้อนนนนนน
    #6,965
    0
  9. #6924 sichul (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 15:34
    ง่าา คุณแอชลีย์ทำไมพูดจาใจร้ายจังเลยคะ!!!
    #6,924
    0
  10. #6901 ployjaikr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 13:34
    อย่ากลืนน้ำลายตัวเองละกันแอชลีย์!!!!!! หึ
    #6,901
    0
  11. #6772 Chnitw_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 17:28
    จะรอดูนะคุณแอชลีย์
    #6,772
    0
  12. #6758 LMLM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 12:18
    แหมม เย็นชาจริงจริ๊งงง
    #6,758
    0
  13. #6747 iamnotadog (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:11
    หึยยยทำมาเปงงง
    #6,747
    0
  14. #6668 lilshi__ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 15:32
    หึ้ยยยยอย่าให้เห็นว่าพอมีแล้วมาเล่นกับลูกนะ!!!
    #6,668
    0
  15. #6646 N@TTY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 21:54
    ปากแข็งไว้ก่อนเดี๋ยวอ่อนเอง
    #6,646
    0
  16. #6634 birsesy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 20:49
    ปากแข็งให้สุดน้าาา
    #6,634
    0
  17. #6626 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 17:08
    โห่ อย่าให้เห็นว่ากลับลำน้าา555555
    #6,626
    0
  18. #6607 Paradai​🌙 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 07:45
    โอ้โหหหหห
    #6,607
    0
  19. #6571 FernNAlls (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 12:25
    สงสารอ่ะแต่จะรอดูว่าจะทำแบบที่ปากพูดจริงหรือเปล่า
    #6,571
    0
  20. #6478 pommys (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 09:28
    จะรอดูว่าต่อไปจะกลับคำพูดหรือเปล่า
    #6,478
    0
  21. #6470 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:08
    จี๊ดดดดดเลยยยยยย
    #6,470
    0
  22. #6456 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 18:59
    โอ้โห จี๊ดใจมากเลย
    #6,456
    0
  23. #6437 LISIATANAFIA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 21:46
    ไม่ได้อ่านคู่เจย์ มันไมหมั่นไส้นางแปลกๆ ซินเธียอึ้บๆไว้ลูก
    #6,437
    0
  24. #6431 fayfai2302 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 16:50
    อย่าเพิ่งตัดสินใจไปค่ะคุณแอชช เดี๋ยวอาจจะได้กลืนน้ำลายตัวเองนะคะ อิอิ
    #6,431
    0
  25. #6003 canookss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 12:31
    แอชชชชลีย์ !! ระวังตัวไว้น๊าา หึ!
    #6,003
    0