3. ตังใจฟัง.
....ระหว่างการอภิปรายหรือโต้เถียงอย่างรุนแรง และคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกพาดพิง และวิจารณ์อย่างดุเดือด การโต้ตอบทันทีทันใดแบบเลือดขึ้นหน้า เป็นการเปล่าประโยชน์และแสดงวุฒิภาวะทางอารมย์อย่างไม่ควจจะเป็น การตั้งใจฟังจะทำให้คุณใคร่ครวญ ถึงคำพูดที่ถูดพาดพิงได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เพราะคนที่พูดนั้นมีโอกาสที่จะพลาดได้มากกว่าคนที่ไม่พูดอะไรเลย
4.หมั่นฝึกสมาธิ
.....สมาธิเป็นการฝึกจิตชั้นดีที่สุดที่สามารถทำให้คนอารมย์ร้อนกลายเป็นคนอารมย์เย็น สุขุมนุ่มลึก สมองปลอดโปร่ง แล้วบรรดาเรื่องต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถกวนคุณให้อารมย์ปะทุขึ้นได้โดยง่าย 5.ฝึกอ่านหนังสือตั้งแต่ต้นจนจบ
.....เปิดหนังสือหน้าแรกก็ต้องรีบวาง ไม่ใช่ว่าหนังสือหน้าเบื่อ แต่เป็นเพราะคุณไม่อาจทนต่อการอ่านหนังสือจนจบได้ ดังนั้นการฝึกอ่านหนังสือตั้งแต่หน้าแรกไปถึงหน้าสุดท้าย
นอกจากจะได้ความคิดดี ๆ แล้ว ยังลดความพลุ่งพล่านทางอารมย์ของคุณได้อีกด้วย
6.คิดหาเหตุผล
....หลักการทางวิทยาศาสตร์ยังใช้ได้ดีกับคนอารมย์ร้อนอีกด้วย จงใช้วิจารณญาณ ในการคิดและตัดสินใจ จะพบว่าที่เคยร้อนจะผ่อนคลายลงเป็นเย็นเยียบ และเฉียบขาดในการแก้ไขปัญหา
7.ฝึกขอโทษ.
.... คำว่าขอโทษสามารถระงับอารมย์ร้อนของคุณเองได้ แล้วยังสามารถระงับอารมย์เดือดๆ ของคนอื่นได้ด้วย การเริ่มตันในบางสถาณการณ์ด้วยคำว่าขอโทษ องศาเดือดที่ทำท่าว่าจะคุกรุ่นย่อมลดลงด้วยเช่นกัน
8.ยิ้มเข้าไว้
..... คุณเคยยิ้มแบบเสแสร้งไหม ? ยิ้มแบบที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ยิ้มแก้เขิน ยิ้มทั้งๆ ที่ไม่อยากยิ้ม แต่เมื่อยิ้มออกไปแล้วจะไม่มีภัยมาถึงตัว เพราะรอยยิ้มคือมิตรภาพ คือความอบอุ่น คือไมตรีจิตที่ส่งถึงกันได้
การยิ้มบ่อยๆ จะสามารถระงับอารมย์ร้อนๆ ของคุณได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว | |
ความคิดเห็น
อืมอืม เจ๋งดี จะพยายามทำไห้ได้อิอิ
PS. ห วั ด ดี จ้ า นิ น จ า เ ชี ย ง ใ ห ม่ ง า น เ ขี ย น ทุ ก ง า น ใ ช้ ใ จ ร่ ว ม ส ร้ า ง