สอนพิเศษฉบับนายตัวร้าย

ตอนที่ 5 : แฟนกัน 1 วัน Up50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ก.ย. 58

คิริเอะมอลล์

                “เธอมาที่นี่ทำไม ฉันอยากไปสวนสัตว์” เรียวบ่นอุบอิบ ขณะนี้ฉันกำลังลากหมอนี่มาที่คิริเอะมอลล์ ไม่ได้พาเขามาซื้อหนังสือเรียนอย่างที่บอกไว้ในตอนแรกหรอกนะ แต่พามาเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะสิ ขืนไปสภาพชุดนักเรียนคงโดนสารวัตนักเรียนเข้ามาวุ่นวายแน่ๆ

                “นี่ๆ ผู้ชายคนนั้นน่ะเด็กโรงเรียนมัธยมปลายไดอิจิไม่ใช่หรอ ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนเลยนายมาทำอะไรที่นี่ฮะไอหนู ตามฉันมานี่เลยเรามีเรื่องต้องคุยกัน” ตายยากจริงๆพับผ่า สารวัตนักเรียนคนหนึ่งทำท่าจะมาดึงตัวเรียวออกไป เขาก็ไม่มีท่าทีจะขัดขืนอะไรทั้งนั้น มีแต่ยืนอยู่เฉยๆ

                “เอ่อ ขอโทษนะคะ พอดีเขามากับฉันเองค่ะ” ฉันค่อยๆเอ่ยขึ้น สารวัตนักเรียนคนนั้นหันขวับมาทางฉัน

                “เธอคงเป็นแฟนมันสินะ เป็นแฟนประสาอะไรถึงชวนกันโดดเรียนมาเดินห้างทั้งๆชุดนักเรียนแบบนี้ ถ้าคิดจะโดดก็หัดเปลี่ยนเสื้อผ้ามาก่อนสิ ท้าทายสารวัตนักเรียนเกินไปแล้วนะสาวน้อย” ก็ฉันกำลังจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันนี่แหละ และฉันก็ไม่ใช่แฟนของอีตานี่ด้วย!!

                “พอดีแฟนผมเขาเพิ่งมาจากเรียนที่อเมริกา ผมไม่สามารถไปรับเขาที่สนามบินได้เพราะผมไม่มีรถยนต์ สงสัยเธออยู่บ้านคนเดียวคงเหงาเลยออกมาเดินเล่นแถวนี้ ผมตกใจกลัวว่าเธอจะไม่คุ้นไม่ชินทางก็เลยรีบมาหาเธอที่นี่ คุณคงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ไปอยู่เมืองนอกมาเป็นสิบๆปีเดินอยู่ในที่ๆไม่รู้จักเพียงคนเดียวหรอกใช่ไหมครับคุณสารวัตนักเรียน ทีหลังอย่าทำให้ผมตกใจอีกนะที่รัก” เรียวร่ายยาวจนสารวัตนักเรียนไม่มีโอกาสพูดแทรก เขาเรียกฉันว่าที่รักแล้วเปิดผมหน้าม้าฉันขึ้นพร้อมกับจูบที่หน้าผากฉันเบาๆ เล่นเอาหน้าฉันร้อนฉ่าไปถึงหูเลย O///O

                “ครั้งนี้ฉันให้โอกาสนายแล้วกัน ครั้งหน้าอย่าให้ฉันเจอนายในชุดนี้อีกแล้วกัน” สารวัตนักเรียนพูดแล้วหันหลังเดินกลับไป

                “รีบไปเปลี่ยนชุดกันเถอะ” เรียวพูดแล้วลากฉันที่ตอนนี้สติหลุดลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้เข้าไปที่ร้านเสื้อผ้า

                “ยินดีต้อนรับค่า กำลังมองหาเสื้อผ้าแนวไหนอยู่คะ มีทั้งเดินป่า ปีนเขา ว่ายน้ำ ชุดแต่งงาน ชุดราตรี กินเลี้ยง ท่องเที่ยว ไปทะเล ชุดว่ายน้ำ บิกินี่ มีครบหมดทุกอย่างเลยค่า เชิญแวะเข้ามาชมก่อนได้เลยนะค๊า” พนักงานสาวประเภทสองกล่าวเสียงแจ๋น เสื้อผ้านุ่งน้อยห่มน้อยโชว์สัดส่วน ใบหน้าที่แต่งซะอย่างกับจะไปเล่นงิ้ว ริมฝีปากแดงเหมือนเพิ่งไปกินเลือดสดๆมา ใครจะไปกล้าเข้าร้านเธอยะ

                “เราลองไปดูร้านนี้กัน” เรียวพูดแล้วลากฉันเข้าไปในร้าน

                พอเข้ามาถึงในร้าน พนักงานสาวน้อยสาวใหญ่และไม่ใช่สาวต่างจับจ้องมาที่เรียวเป็นตาเดียวกัน ความหล่อแบบนิ่งๆของเขาสะกดทุกคนในร้านให้หันไปมองที่เขา

                “สวัสดีค่ะคุณน้อง ต้องการเสื้อผ้าแบบไหนเลือกชมเลือกสรรได้ตามใจชอบเลยนะคะ สงสัยอะไรถามพี่ได้เลย” สาวใหญ่รุ่นป้าเข้ามาเกาะแกะเรียว กล้าเรียกตัวเองว่าพี่นะ หน้าหล่อนนี่แก่กว่าแม่ฉันอีก มั่นหน้านะคะ

                ฉันเดินปลีกตัวออกมาเลือกดูเสื้อผ้าคนเดียวปล่อยให้เรียวถูกป้าๆรุมทึ้งต่อไป เหอะๆ

                ฉันเดินมาถึงโซนเสื้อคู่แล้วสะดุดตากับชุดหนึ่งเข้า เป็นเสื้อสีขาวเอวลอยรัดรูป กับกระโปรงลายสก๊อตโทนสีแดงดำ รองเท้าคัตชูหัวกลมสีดำกับถุงเท้ายาวประมาณข้อเท้า ส่วนชุดผู้ชายเป็นเสื้อยืดคอกลมสีขาวสะอาด กางเกงขาสั้นสีเลือดหมูออกไปทางโทนเข้ม ถุงเท้าสีขาวยาวแค่ตาตุ่มและรองเท้าผ้าใบสีดำ โอ๊ยยยยย!!! ถ้าฉันมีแฟนแล้วได้ใส่ชุดนี้ไปเที่ยวด้วยกันนะ ฟินค่า ขอบอกเลยว่าฟินสุดๆ

 

Ryeo talk.

                ตอนนี้ผมกำลังโดนแร้งทึ้งลวนลามอยู่ ป้าแก่ๆหนังเหี่ยวๆกำลังลูบไล้ร่างกายผม ผมกำลังเสียตัวให้คนแก่งั้นหรอ? TT แล้วยัยอาจารย์ตัวแสบของผมหายไปไหนแล้วล่ะ ทิ้งกันดื้อๆแบบนี้เลยหรอ อย่าบอกนะว่ามาหลอกให้ผมตายใจแล้วขับรถหนีกลับโรงเรียนไปแล้ว อ๊ะ! นั่นไง ตัวเตี้ยๆตรงนั้นใช่แน่ๆ เธอกำลังยืนมองเสื้อคู่ชุดหนึ่งอยู่ ในสายตาผมมันดูไร้สาระมากที่ผู้หญิงผู้ชายต้องมาแต่งอะไรที่มันคล้ายๆกันไปไหนมาไหนด้วยกัน น่าอายจะตาย ยัยนั่นยืนมองเสื้อคู่อยู่เป็นเวลานาน ไม่คิดจะหันมาสนใจผมเลยสักนิด มาด้วยกันแท้ๆ ดันลืมกันเฉย

                “ชอบชุดนี้หรอ” ผมเดินเข้าไปถาม เธอรีบปฏิเสธอย่างเร็วแล้วเดินไปทางเสื้อผ้าโซนอื่นด้วยใบหน้าที่แลดูเสียดาย ผมเดินไปหาพนักงานป้าคนที่ลวนลามผมเมื่อกี้แล้วบอกเขาว่าอยากได้เสื้อคู่ทั้งสองชุดนี้ ให้เขาช่วยพาเธอไปลองชุดนี้โดยห้ามให้เธอรู้เด็ดขาดว่าเป็นชุดอะไร ผมยอมแลกการปิดปากของป้าด้วยการให้เขาหอมแก้มผมฟอดใหญ่ๆทีหนึ่ง ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องทำดีกับเธอ ต้องคอยช่วยเหลือดูแลเธอตลอด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าอาจารย์คนไหนเข้ามาผมไม่เคยสนใจใยดีเลยแม้แต่น้อย ผมไม่รู้เหตุผลของตัวเองเลย ผมรู้เพียงแค่ถ้ายัยนั่นยิ้ม ผมมักแอบยิ้มตามอยู่ห่างๆเสมอ

                พนักงานป้าเดินรุมเข้าไปหาเธอสิบกว่าคนแล้วลากเข้าไปในห้องแต่งตัว ส่วนผม ผมยืนมองเสื้อผ้าที่อยู่ในมือตัวเอง นี่ผมกำลังทำให้ตัวเองกลายเป็นตัวตลกอยู่งั้นหรอเนี่ย และไม่นานยัยครูตัวแสบของผมก็ออกมาจากห้องแต่งตัว ดูเธอดีใจปนตกใจอย่างมากที่อยู่ในชุดนี้ ผมสีน้ำตาลยาวถูกมัดรวบเป็นแกะพองๆสองข้าง เสื้อคอกลมสีขาวเอวลอยรัดรูปเผยให้เห็นสัดส่วนและหน้าท้องขาวๆ กระโปรงสั้นที่สูงขึ้นมาเหนือเข่าในทรงเอวสูงดูเข้ากับรูปร่างเล็กๆของเธอ บอกตรงๆเลยว่าเธอน่ารักมาก น่ารักจนไม่อยากเชื่อว่านี่คือครูสอนวิชาประวัติศาสตร์ประจำโรงเรียนชายล้วน ผมรู้แล้วล่ะว่าทำไมเธอถึงมักโดนนักเรียนคนอื่นจ้องจะลวนลามหรือทำท่าทางหื่นกามใส่ตลอด เธอตัวเล็กน่ารัก ดวงตากลมโต ถึงผมจะเป็นพวกเฉยชาไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรมากนะ แต่ผมก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเหมือนกันเวลาเจออะไรแบบนี้อยู่ตรงหน้า

                ผมตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องลองเสื้อผ้าเพียงแค่เห็นรอยยิ้มเล็กๆของเธอขาผมก็ยอมที่จะเดินเข้าไปทำอะไรโง่ๆเพียงเพื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้นอีกครั้ง

                ตอนนี้ผมอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นสีเลือดหมูที่ยาวคลุมเข่ามาหน่อย แถมพนักงานป้ายังเอานาฬิกาข้อมือสีดำที่หน้าปัดเป็นรูปหัวใจครึ่งดวง คงไม่ต้องถามว่าอีกครึ่งอยู่ที่ไหน ป้าบอกผมว่าเวลาจับมือกันนาฬิกาจะได้มาอยู่ใกล้ๆกันเพราะเธอใส่ให้ผมข้างขวาส่วนของยัยนั่นข้างซ้าย เวลาจับมือกันหัวใจก็จะประกบกันพอดี เออ แบบนี้ก็มีด้วย เห้ย!! ไม่ใช่สิ ผมจะมาจับมือกับยัยนี่ทำไม ผมแค่อยากไปสวนสัตว์เฉยๆ จริงๆแค่ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็ได้ไม่เห็นจำเป็นจะต้องแต่งตัวแบบนี้เลย จะคืนก็ไม่ทันแล้วเพราะดันจ่ายเงินไปแล้วอีก เห้อ...นี่ผมทำอะไรลงไปเนี่ย

                “นะนะนายยยยย *0*” เธอทำตาโตอ้าปากเหวอเมื่อเห็นผมใส่ชุดคู่กับเธอ

                “ก็ฉันไง หรือเธอเห็นฉันเป็นโดราเอมอน” ผมตอบกลับกวนๆ จริงๆแล้วผมเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่ แต่พอมาอยู่กับยัยนี่ผมมักจะลืมตัวกวนประสาทหรือหลุดยิ้มตามเธอไปหลายรอบ รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

                “จะไปกันหรือยัง จะยืนบื้ออีกนานไหม ถ้าเราไปไม่ทันดูโชว์ฉันเล่นงานเธอแน่” ผมพูดแล้วเดินนำเธอไปที่ลานจอดรถ แล้วคอยลอบมองเธอด้วยหางตา เดินช้าชะมัด!

                รถค่อยๆขับเคลื่อนตัวออกจากห้างอย่างช้าๆ แสงแดดช่วงบ่ายอ่อนๆทำให้อากาศไม่ร้อนมาก และช่วงนี้เป็นช่วงเวลาเรียนและทำงานของคนทั่วไปรถจึงไม่ค่อยติดซักเท่าไหร่ ไม่นานเราก็มาถึงสวนสัตว์อาโอโมริที่เป็นทั้งสวนสัตว์เปิดและไนท์ซาฟารีไปในตัว เวลาผมเบื่อๆผมมักจะมาที่นี่คนเดียว ไม่เคยแม้แต่จะคิดชวนใครมาด้วยเลยซักครั้ง เพราะมันดูน่ารำคาญในการไปไหนมาไหนกับใคร ต้องมาคอยรอ คอยดูแล คอยใส่ใจ ซึ่งนั่นมันไม่ใช่นิสัยของผม แต่ผมก็ดันชวนยัยนี่มา อาจเป็นเพราะผมขี้เกียจนั่งรถมาเองก็ได้เลยให้ยัยนี่เป็นคนขับรถพาผมมาส่งที่นี่

                เมื่อถึงหน้าสวนสัตว์ ยัยเปี๊ยกดูแตกตื่นอย่างมาก มองซ้ายทีขวาที ที่สวนสัตว์วันนี้มีเด็กมาทัศนศึกษากันเต็มเลย ผมนึกว่าจะมีแค่เสาร์อาทิตย์ที่คนเยอะ ผมยิ่งเกลียดที่ๆคนเยอะๆอยู่ด้วย

                ผมพายัยเปี๊ยกไปซื้อตั๋วเข้าชม ยัยนั่นทำหน้างอนผมใหญ่เลยพอคนขายตั๋วถามว่ามากับน้องสาวหรอ ยัยนั่นรีบโวยวายบอกว่าตัวเองเป็นครูของผมใหญ่เลย ฮ่าๆๆ เด็กประถมบางคนยังสูงกว่าเธออีก ^_^

----------------------------------------------------------

                โหหหหหห คนเยอะจังเลย สวนสัตว์อาโอโมริ ใฝ่ฝันจะมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาพามาสักที ใหญ่สมคำล่ำลือจริงๆ แถมมีไนท์ซาฟารีอีกต่างหาก อยากจะกรี้ดให้โลกแตก ดีใจสุดๆไปเลยค่า ในแผนที่บอกว่ามีโชว์แมวน้ำด้วย อยากไปๆๆๆ เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นแมวน้ำตัวเป็นๆเลย

                “นี่เธอเป็นเด็กหรือไง ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้นด้วย” เรียวถามฉันเสียงนิ่ง คนเคยมาแล้วอย่างนายจะไปรู้อะไร เชอะ! แต่ฉันสับสนตั้งแต่ตอนไปเลือกเสื้อผ้าแล้ว อยู่ดีๆพนักงานแก่ๆก็ลากฉันไปเปลี่ยนเป็นชุดนี้ ไม่คิดเงินอีกต่างหาก พอบอกจะจ่ายก็เดินหนีกันหมด พอจะถอดคืนก็มาขู่ว่าถ้าฉันถอดฉันต้องซื้อชุดทุกชุดในร้านนี้ออกไปด้วย แต่ก็ยังไม่น่าตกใจเท่ากับเรียวมาใส่ชุดคู่เหมือนกับฉัน พอถามก็เดินหนี พอถามก็ทำเมิน ตอนนี้ฉันกับเขาเหมือนเป็นคู่รักมาเที่ยวสวนสัตว์ด้วยกันเลยเนี่ย -0-

                “ฉันอยากดูโชว์แมวน้ำ *0*

                “แต่ฉันอยากดูแพนกวิ้น”

                “โธ่เรียว ดูแมวน้ำก่อนแล้วค่อยดูแพนกวิ้นก็ได้ เนี่ย มันใกล้ถึงรอบแสดงแล้วนะ” ฉันกระพริบตาปริบๆเป็นเชิงขอร้อง “นะๆๆ สัญญาเลยว่าพอดูแมวน้ำเสร็จเราจะรีบมาดูแพนกวิ้นกันเลย”

                “ไม่ ฉันจะดูแพนกวิ้น” เรียวปฏิเสธเสียงแข็งแล้วเบนหน้าไปทางอื่น

                “งั้นเรื่องของนาย นายไปดูแพนกวิ้นส่วนฉันจะไปดูแมวน้ำ เอามือมานี่” ฉันดึงมือเรียวมาเขียนเบอร์โทรศัพท์ฉันลงไปบนฝ่ามือหนาของเขา มือเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ นี่นายร้อนหรอ? อากาศดีจะตาย สงสัยหมอนี่คงเป็นพวกลูกคุณหนูไม่ถูกกับอากาศร้อน “ดูเสร็จเมื่อไหร่ก็โทรหาฉันนะ ไปล่ะ” ฉันพูดเสร็จก็เตรียมที่จะวิ่งไปดูโชว์แมวน้ำ แต่กลับถูกเรียวดึงมือเอาไว้

                “ฉันไม่มีโทรศัพท์ และเธอห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด ไม่เห็นหรือไงว่าคนมันเยอะขนาดนี้ ถ้าเกิดหลงทางขึ้นจะทำยังไง...เอ่อ ฉันจะกลับบ้านยังไง ฉันไม่อยากกลับบ้านเองหรอกนะ เพราะฉะนั้นฉันยอมไปดูแมวน้ำโง่ๆกับเธอก็ได้ เธอมันยัยผู้หญิงเอาแต่ใจ” เรียวพูดแล้วจับมือฉันเดินไปทางโชว์แมวน้ำ เขาจะรู้ไหมว่าการจับมือเดินด้วยกันของเขามันทำให้หัวใจฉันเต้นเร็วขึ้น อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนด้วยมั้ง (ไหนเมื่อกี้บอกอากาศดี // ผู้แต่ง)

                “ปล่อยมือได้แล้ว ฉันไม่หนีไปไหนแล้ว” ฉันเอ่ยเสียงเบา

                “อ๊ะ ขอโทษที” เรียวกล่าวเรียบๆแล้วยกมือขึ้นเกาหัวแกร่กๆ ระหว่างที่กำลังดูโชว์แมวน้ำฉันรู้สึกเหมือนมีคนคอยจับตามองพวกเราอยู่ตลอดเวลา แต่พอหันไปดูก็มักจะเจอกับความว่างเปล่าทุกที ท่าทางแดดคงร้อนจนทำให้ประสาทฉันหลอนแล้วล่ะมั้ง พอดูโชว์แมวน้ำและแพนกวิ้นเสร็จเขาก็มาฉันมานั่งในซูคาเฟ่ ร้านกาแฟและเบเกอรี่ภายในสวนสัตว์

                “ขอกาแฟดำหนึ่งแก้วครับแล้วก็ชาเขียวนมอีกแก้ว ขอแบบไม่ขอนะครับแล้วก็เค้กบราวนี่ชิ้นหนึ่ง” เรียวสั่ง ปล่อยให้ฉันนั่งฟัง พอฉันกำลังจะอ้าปากสั่งพนักงานก็หันหลังเดินกลับเข้าไปที่หน้าบาร์เค้กแล้ว และไม่นานของที่เรียวสั่งก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ น่ากินสุดๆเลย อยากจะถ่ายรูปแล้วอัพโหลดลงพร้อมแฮชแท็กว่า #อยู่นี่นะรู้ยัง แต่ตอนนี้ความอยากมันมีมากกว่า ฉันหยิบเมนูมาดูอีกครั้งเพื่อตัดสินใจว่าจะกินอะไรดี ชาเขียวกับบราวนี่ของเรียวมันเป็นของโปรดฉันเลย เดี๋ยวสั่งอย่างอื่นแล้วค่อยขอหมอนี่ชิมเอาแล้วกัน เขาคงไม่งกหรอกมั้ง อิอิ

                “ฉันสั่งมาให้เธอแล้วไง อย่าบอกนะว่าที่สั่งนี่ยังไม่พอ” เรียวพูดดักหน้า

                “อ้าว ฉันจะไปรู้ได้ไงว่านายสั่งมาให้ฉันล่ะ” แค่ดูก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรอ คนอย่างฉันไม่กินขนมหวานติ๊งต๊องฟันผุพวกนี้หรอก มีแต่เด็กๆเขากินกัน

                “นายพูดกับอาจารย์ตัวเองแบบนี้หรอ”

                “ที่นี่มันสวนสัตว์ ไม่ใช่โรงเรียน ที่นี่ไม่มีโต๊ะเรียน ไม่มีกระดานไม่มีหนังสือ ไม่มีอาจารย์หรือนักเรียน มีแค่ฉันกับเธอ ซากุระ กับ เรียว เข้าใจมั้ย ซา กุ ระ” เรียวพูดเสียงเน้นตรงชื่อของฉัน ทำไมรู้สึกหน้าตัวเองร้อนๆเนี่ย

                “จะทำอะไรก็เรื่องของนายเถอะ ฉันจะกินแล้ว แต่เอ๋ นายรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบกินชาเขียวนมกับบราวนี่”

                “ก็ฉันเห็นเธอชอบเข้าคอฟฟี่ช็อปหน้าโรงเรียนตอนเช้าแล้วก็ซื้อไอพวกนี้มากินทุกวัน แถมเพื่อนเธอยังบอกอีกว่าถ้าใครได้พาเธอมากินชาเขียวนมกับบราวนี่ชื่อดังแถมรสชาติดีเยี่ยมเธอยังรักตายเลยอีกต่างหาก”

                “แสดงว่านายอยากให้ฉันรักใช่มั้ย นายแอบชอบฉันอยู่ใช่มั้ยล่ะ ไม่งั้นคงไม่พาฉันออกมานั่งกินเค้กอยู่แบบนี้หรอก” ฉันแซวเขาพลางเอาส้อมจิ้มเค้กเข้าปาก

                ........................................

                เรียวเงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับมาแม้แต่นิด นี่อย่าบอกนะว่ามันเป็นเรื่องจริง นายเป็นนักเรียนนะ ฉันเป็นอาจารย์ เรื่องอย่างนั้นมันไม่มีทางเกิดขึ้นมาได้แน่ๆ

                “น่ารักจังเลย พี่สองคนมาเดทด้วยกันหรอคะ” เสียงใสๆจากเด็กตัวเล็กน่าตาน่ารัก

                “พี่มาเที่ยวด้วยกันเลยๆจ้า” ฉันตอบไปอย่างยิ้มๆ เด็กหนอเด็ก รู้จักคำว่าเดทแล้วหรอ ฮ่าๆๆ

                “พี่สองคนแต่งตัวเหมือนกันเลย พี่ชายเป็นแฟนพี่สาวใช่ไหมคะ ไม่งั้นพี่ๆจะแต่งตัวเหมือนกันทำไม” เด็กหญิงคนนั้นหันไปถามเรียวแทน จริงๆนายก็น่าจะช่วยฉันตอบมากกว่านะ เด็กจะได้ไม่เข้าใจผิดไปมากกว่านี้ เรียวยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเด็กคนนั้นแล้วก้มลงไปซุบซิบอะไรกันไม่รู้อยู่นานจนฉันกินเค้กหมด พอฉันถามว่าคุยอะไรกันเด็กตัวน้อยก็เอาแต่หัวเราะคิกคักแล้ววิ่งไปหลบหลังเคาท์เตอร์ สงสัยคงเป็นลูกหลานของร้านนี้มั้ง วิ่งไปวิ่งมาในร้านไม่เห็นมีใครดุเลยสักคน

                “นี่นายคุยอะไรกับเด็กคนนั้น”

                “เด็กคนนั้นเขาถามฉันว่าอยากกินสตอเบอรี่ชีสพายกับสมูทตี้ผลไม้รวมสูตรพิเศษของร้านไหม แบบฟรีๆเลยแต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” เรียวบอกฉันหน้านิ่งๆ

                “ชีสพาย *0* นายบอกน้องเขาไปหรือยังว่าอยากกิน อยากกินมากๆๆๆๆเลย >_<

                “ฉันบอกเขาไม่ได้หรอก เพราะมันอยู่ที่เธอไม่ได้อยู่ที่ฉัน น้องเขาบอกว่าถ้าอยากกินฟรีแบบไม่อั้น 1เดือน ให้เธอยอมรับว่าเป็นแฟนฉันแล้วหอมแก้มฉันหนึ่งทีน้องเขาก็จะเอาบัตรสิทธิพิเศษนี้มาให้เธอ”

                ห้ะ!!! ไอยอมรับว่าเป็นแฟนกันเนี่ย แต่ให้หอมแก้มเรียวนี่คงบ้าไปแล้ว เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อยจะให้ไปหอมแก้มกันได้ยังไง ในขณะที่ฉันกำลังคิดวิตกจริตเป็นอย่างมากว่าจะทำยังไงให้ได้กินเค้ก เด็กหญิงร่างเล็กคนเดิมก็เดินมาพร้อมกับสตอเบอรี่ชีสพายและสมูทตี้แก้วใหญ่ แต่ แต่ แต่ แต่ๆๆๆๆ แต่เธอไม่ได้ยื่นให้ฉัน เธอยื่นให้กับอีตาหัวหงอกตรงหน้าฉันแถมยังหันมากำชับใส่ฉันอีกต่างหากว่าห้ามกิน ก่อนจะเขย่งจุ้บแก้มเรียวแล้ววิ่งไปหลบหลังเคาท์เตอร์อีกรอบ แก่แดดจริงๆเลยเด็กคนนี้

                

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น