สอนพิเศษฉบับนายตัวร้าย

ตอนที่ 4 : โดดเรียน Up 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ย. 58

                “ฮัลโหลซากุระ เป็นไงบ้างโรงเรียนชายล้วน ได้ข่าวว่าดาราที่ชื่อมินาโตะเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับที่แกไปสอนนี่ กรี้ดดดดด!! ทำไมแกโชคดีแบบนี้เนี่ย เดี๋ยวเลิกเรียนพรุ่งนี้ฉันไปหาแกนะเพื่อนรัก จุ้บๆ” ยัยโทโมกะโทรมาหาฉันพลางพูดเองเออเองแล้วตัดสายทิ้งไปดื้อๆตามสไตล์

                “สวัสดีครับอาจารย์ เป็นยังไงบ้างครับ ได้ข่าวมาว่าเมื่อวานเกือบแย่เลยสินะถ้าเรียวไม่เข้าไปช่วย เปลี่ยนใจรับข้อเสนอของผมตอนนี้ยังทันนะ ^^” มินาโตะเดินเข้ามาในห้องฉันอย่างอารมณ์ดี หมอนี่ตายยากชะมัดเลย -_-*

                “ไม่เป็นไร ฉันดูแลตัวเองได้”

                “แน่ใจหรอครับ อาจารย์ลองคิดดูสิ ถ้าเกิดเมื่อวานเรียวไม่เกิดอยากโดดเรียนไปนอนที่ห้องพยาบาล อาจารย์คงจะตกเป็นของไอหมอนั่นไปแล้วล่ะ”

                ฉันเงียบ มันก็จริงอย่างที่เขาว่า ถ้าอีตาหัวหงอกไม่เข้ามาช่วยฉันเมื่อวาน ฉันคงนึกสภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไง ดีไม่ดีป่านนี้ร้องไห้ฆ่าตัวตายไปแล้วมั้งเนี่ย T_T

                “ไม่สนใจข้อเสนอของผมจริงๆหรอ คุ้มยิ่งกว่าคุ้มเลยนะ ผมเป็นถึงขั้นดาราที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้ ควงผมเป็นแฟนมันเสียหายตรงไหน แถมอายุเราก็ห่างกันแค่ไม่กี่ปีเองนะครับ” มินาโตะยื่นมาเข้ามาพูดใกล้ๆฉัน มันใกล้เสียจนจมูกของเราทั้งคู่ชนกัน

                “นายไม่มีข้อเสนออื่นที่ดีกว่านี้แล้วหรอ” ฉันเริ่มหวั่นไหวเล็กน้อย แหม! ดาราดังมาเสนอตัวตรงหน้า ใครปฏิเสธก็บ้าแล้ว ฉันก็เป็นคนเหมือนกันนะ ของดีอยู่ตรงหน้าใครจะบ้าไม่คว้าเอาไว้ แต่ถ้าในฐานะผู้หญิงของหมอนี่ มีหวังฉันต้องถูกแฟนคลับรุมตบจนตายก่อนปิดเทอมแน่ๆ ถ้าหมอนี่ยอมยื่นข้อเสนออื่นมา ฉันอาจจะเก็บไปคิดอีกทีก็ได้นะ อิอิ

                “จริงๆแล้วอาจารย์ก็สนใจผมอยู่เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ”

                “ฉันว่านายอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยดีกว่านะ นายเป็นดาราไม่ใช่พระเจ้า หรือให้ไม่มีนายหรืออีตาหัวหงอกนั่นฉันก็จะอยู่โรงเรียนนี้จนกว่าจะปิดเทอมให้ได้!!!

                “ใจเด็ดจังเลยนะครับ งั้นผมขอยื่นข้อเสนอใหม่เป็นการกลับบ้านพร้อมกับอาจารย์ทุกวันก็แล้วกัน”

                “นายมาเองนายก็กลับเองสิ”

                “ได้ไง! ทีวันก่อนเรียวยังมาพร้อมอาจารย์ได้เลย แล้วทีกับผมทำไมไม่ได้ล่ะ แค่กลับบ้านพร้อมกันไม่ได้ขอไปนอนบ้านอาจารย์ซะหน่อย”

                “ฉันมีงานต้องทำ แถมยังกลับบ้านช้าอีก นายไม่มีงานทำหรือยังไง ผลงานออกจะเยอะแยะ ทำตัวเหมือนว่างเลยนะนาย”

                “ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของผมเลย ผู้จัดการส่วนตัวบอกให้ตั้งใจเรียนมากๆ จะลาก็แค่วันที่มีนัดถ่ายงานสำคัญๆเท่านั้น ช่วงนี้เลยพักเรื่องงานไว้เยอะเลย เพราะฉะนั้นคงไม่มีข้ออ้างให้อาจารย์ปฏิเสธแล้วล่ะครับ”

                “แล้วฉันจะคิดดูอีกทีนะ นายรีบๆไปเรียนซะ ฉันไม่อยากโดนอาจารย์คนอื่นว่าๆนายเข้าช้าเพราะมามัวกวนประสาทฉันอยู่อย่างนี้”

                เขายิ้มรับแล้วรีบวิ่งออกไป เห็นแบบนี้ก็เริ่มใจอ่อนแล้วเหมือนกันนะ บางทีเขาอาจจะไม่เหมือนผู้ชายพวกนั้นที่จ้องแต่เรื่องอย่างว่าเพียงอย่างเดียว แค่กลับบ้านด้วยกัน...มันจะผิดไหม ฉันไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อความปลอดภัยของตัวฉันเอง

                “ทำหน้าเหมือนป้าแก่ๆเลยนะ” เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง

                “นายมาที่นี่ทำไม” ฉันพูดเสียงแข็ง ป้าบ้านนายหรอสวยขนาดนี้

                “ฉันเกลียดคณิต ห้องพยาบาลแอร์เสียเลยกะว่าจะมานอนที่นี่จนกว่าจะหมดคาบ” เขาพูดแล้วเอนตัวนอนลงกับพื้นข้างๆโต๊ะทำงานของฉัน

                “ใครอนุญาตให้นายเข้ามาไม่ทราบ?”

                “อย่าลืมสิว่าเมื่อวานใครช่วยเธอให้รอดตายจากไอนั่นมาได้ สำนึกบุญคุณแล้วนั่งทำงานเงียบๆไป ฉันจะนอน” นี่ฉันโดนนักเรียนสั่งหรอ?? แถมยังมาทวงบุญคุณกันอีก!!

                “ไม่ต้องมามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น อยากนอนก็นอนเงียบๆไปเลย!!

                ผ่านไปไม่กี่นาทีเรียวก็หลับไปอย่างง่ายดาย หมอนี่หน้าตาดีชะมัดเลย ริมฝีปากอวบอิ่ม คิ้วเข้ม ดวงตาสีเทากับผิวขาวๆของเขา ผมสีบลอนด์ของเขายิ่งทำให้ดูโดดเด่นและมีสเน่ห์ ห้ามใจไว้ๆ นี่นักเรียน ห้ามใจว๊ายยยยย >_<

                “สวัสดีครับอาจารย์” เด็กชายร่างใหญ่ทักฉันแล้วเดินเข้ามาในห้อง “อ้าว...ระ ระระ เรียว” เขาพูดตะกุกตะกักด้วยใบหน้าถอดสีแล้วรีบขอตัวออกไปข้างนอกโดยเร็ว เขามีธุระอะไรหรือเปล่านะ แต่จากท่าทางตอนเข้ามาแล้วธุระของเขาคงไม่เชื่อเรื่องดีแน่ๆ ไม่แน่อาจเป็นธุระแบบในห้องพยาบาลก็ได้ เพราะพอเห็นเรียวหมอนั่นก็รีบออกไปทันทีเลย ดีแฮะ เหมือนมีไม้ไว้กันหมาเข้ามาทำร้ายเลย ฮ่าๆๆๆ

                “เป็นอะไรของเธอนั่งยิ้มอยู่คนเดียว เป็นบ้าหรอยัยป้า”

                “เย้ย!!! นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

                “ฉันหิว...”

                “แล้วไง มาบอกฉันทำไม นายก็ไปหาข้าวกินสิฉันไม่ใช่แม่ครัวนะยะ” ฉันตอกกลับแล้วหันหลังให้เขา ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แต่พอเขาพูดว่าหิว ท้องฉันมันก็ดันร้องโครกครากออกมาซะงั้น ยังดีนะที่ช่วงบ่ายฉันไม่มีสอน งั้นเดี๋ยวแวะออกไปหาอะไรกินซะหน่อยดีกว่า

                “ไปหาอะไรกินกัน” หือ? หูฝาดหรือเปล่า หมอนี่ชวนฉันออกไปหาอะไรกิน

                “นายก็ไปหาอะไรที่โรงอาหารสิ ของกินเยอะแยะจะตายไป ฉันจะไปหาอะไรกินข้างนอก” ว่าแล้วฉันก็ลุกเตรียมตัวที่จะออกไป ไม่รอบ่ายแล้ว ไปเลยดีกว่าน้ำย่อยในท้องฉันมันเริ่มทำงานแล้วด้วย แถมไม่ต้องมาเจอไอพวกนักเรียนบ้ากามพวกนั้นอีก วันนี้ดีจังเลยน๊า

               

                ฉันเดินลงมาจนถึงลานจอดรถก็เริ่มรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังตามฉันอยู่ พอยิ่งเดินเร็วมากเท่าไหร่ คนๆนั้นก็ยิ่งเร็วตามขึ้นมาอีก

                “นี่! นายเป็นโรคจิตหรือไงไอหัวหงอก” ฉันแว้ดใส่เขาแล้วรีบวิ่งไปเปิดประตูขึ้นรถด้วยความรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทัน หมอนี่ก้าวยาวแค่ไม่กี่ก้าวก็ไปดักฉันอยู่ตรงหน้ารถเสียแล้ว นี่ขาเขายาวหรือขาฉันมันสั้นไปกันเนี่ย

                “ไปด้วย” เขาทำหน้ากวนใส่ฉัน

                “ไปบ้าอะไร นี่มันชั่วโมงเรียนนะ ทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับฉันพานายโดดเรียนสิ”

                “นี่ฉันอุตส่าห์ช่วยเธอจากไอบ้าที่มาหาเธอที่ห้องเมื่อกี้นะ” ทวงบุญคุณอีกแล้วสินะ -_-*

                “นายช่วยอะไรมิทราบ ฉันก็เห็นตายหลับเป็นตายไม่ได้ช่วยอะไรซักอย่าง”

                “ฉันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไง พอพวกผีร้ายเห็นฉันปุ๊บก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้ๆเธอ เวลาไปไหนมาไหนเธอควงพกฉันใส่กระเป๋าไว้นะ เหมือนเครื่องรางไงไม่รู้จักหรอ ^^” เขายิ้มหวานใส่ฉัน พอหมอนี่ยิ้มแล้วทำไมฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยิ้มตามเลย รอยยิ้มจากคนขรึมๆมันมีสเน่ห์แบบนี้เองหรอ

                เพี้ยๆ!! ฉันตบหน้าตัวเองสองสามทีเป็นการเรียกสติ พออยู่กับเรียวทีไรมักคิดอะไรไร้สาระทุกทีเลย อย่าลืมสิว่าหน้าที่ของฉันคือครู แล้วเขาก็คือนักเรียน...

                “จะกินอะไรล่ะ”

                “ฉันอยากกินราเมน เธออยากกินไหม”

                “ไม่ ฉันซูชิ เพราะฉะนั้นเราจะไปกินซูชิกัน” ฉันพูดแล้วยัดตัวเองลงไปในที่นั่งคนขับ เรียวเปิดประตูที่นั่งข้างฉันลงมานั่งอย่างไม่สบอารมณ์ ช่วยไม่ได้ก็ฉันเป็นเจ้าของรถนี่ หุหุหุ

                “นายทำอะไรน่ะ” เรียวเอนเบาะลงไปในท่านอน แล้วหันมายิ้มให้ฉัน

                “ก็หลบยามหน้าโรงเรียนไงยัยโง่ รีบๆขับออกไปซะทีฉันเมื่อย” เขาบ่นพลางทำตัวให้เล็กที่สุด แหมพ่อคุณ เล็กเหลือเกินนน แอบซะมิดเลยนะ ไม่เข้าไปอยู่ในเก๊ะรถเลยล่ะ (ประชด)

                รถของฉันค่อยๆเลื่อนออกไปยังประตูโรงเรียน เมื่อถึงตรงป้อมยามฉันพยายามขับช้าๆกวนประสาทเขา ซึ่งได้ผล หมอนั่นพยายามบีบเล็กจนฉันหลุดขำออกมา

                “ขำอะไรยัยป้า นี่เธอแกล้งฉันงั้นหรอ”

                “นี่นาย ฉันเป็นอาจารย์นะ นายควรพูดกับฉันให้มันสุภาพกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง!” เขาไม่ตอบแถมทำลอยหน้าลอยตาใส่ฉัน ตบกบาลนักเรียนตัวเองจะผิดมั้ยเนี่ย เห้อ

                ครืดดดด...ครืดดดด...ครืดดดด (เสียงโทรศัพท์สั่น)

                “ว่าไงนานะ”

                “ฮัลโหลซากุระ เธอกำลังไปไหนหรอ”

            “กำลังไปหาอะไรกินน่ะ เธอรู้ได้ยังไงเนี่ย”

                “ฉันกำลังขับตามรถของเธออยู่นี่ไง ฮ่าๆๆ กำลังหิวเหมือนกันเลย งั้นเดี๋ยวฉันไปกินด้วยนะ จะจอดร้านไหนก็เปิดสัญญาณบอกฉันด้วยล่ะ” นานะวางสายลง ดีจังมีเพื่อนมากินด้วย ไม่ต้องอยู่กับหมอนี่สองต่อสอง ไม่งั้นฉันคงคิดเรื่องบ้าๆนั่นอีกแน่ๆเลย

                “นานะ คิดถึงจังเลยเป็นไงบ้างโรงเรียนที่ไปสอน” เมื่อลงจากรถฉันก็กระโดดกอดเพื่อนรักเพื่อนเลิฟประหนึ่งว่าไม่ได้เจอกันมาหลายสิบปี

                “นี่ใจเย็นๆ เพิ่งเริ่มสอนได้ไม่กี่วันอย่าเวอร์ไปหน่อยเลย แล้วเธอพาใครมาด้วยน่ะ อย่าบอกนะว่าแฟน?” นานะเหล่ตามองอย่างจับพิรุธ

                “บะ บะ บ้าหรออออ นี่นักเรียนโรงเรียนฉัน พอดีเขาขอติดรถออกมาหาอะไรกินข้างนอกด้วยน่ะ”

                “สวัสดีครับ ผมชื่อเรียว เป็นลูกศิษย์ประจำวิชาของอาจารย์ซากุระครับ” เรียวทักอย่างมีมารยาทซึ่งผิดกับเวลาอยู่กับฉันมาก สองมาตรฐานชัดๆ

                “ร้ายจริงๆนะคุณครู พานักเรียนออกมากินข้าวข้างนอก หล่อซะด้วยสิ แหมๆๆ”

                “อย่าตลกนะ จะกินก็รีบๆกินเลย เดี๋ยวฉันจะรีบกลับแล้ว”

                “รีบกลับอะไรครับอาจารย์ คาบบ่ายอาจารย์ว่างทั้งวันไม่ใช่หรอ แถมยังสัญญากับผมไว้แล้วอีกต่างหากว่าจะพาผมไปซื้อหนังสือเรียนที่ร้านหนังสือในคิริเอะมอลล์” เรียวพูดอย่างน้อยใจ เขาทำแก้มป่องๆแบบที่เด็กๆชอบทำเวลางอน น่ารักชะมัดเลย แต่ ฉันไปสัญญากับนายตอนไหนกันยะ!!!!

                นานะยังมองจับผิดไม่เลิกก่อนจะเดินนำเข้าไปในร้าน โต๊ะที่เรานั่งเป็นโต๊ะรวมทั้งๆที่ฉันอยากจะนั่งเคาท์เตอร์บาร์ใจจะขาด ฉันชอบดูเวลาที่พ่อครัวแล่ปลา เวลาทำซูชิ มันดูเพลินดีแถมยังสั่งเพิ่มสั่งลดได้ง่ายๆไม่ต้องผ่านพนักงานอีกต่างหาก แต่เรียวดันลากฉันไปนั่งโต๊ะรวมเฉย นานะก็ไม่ช่วยออกความเห็นอะไรซักอย่างนอกจากคอยมองฉันกับเรียวเงียบๆเพียงอย่างเดียว

                “อาหารมาแล้วค่ะ ขอให้อร่อยกับอาหารมื้อนี้นะคะ” พนักงานโค้งคำนับอย่างมีมารยาทแล้วเดินออกจากโต๊ะไป บนโต๊ะตอนนี้มีอาหารมากมายเต็มไปหมดซึ่ง 90% ของอาหารที่วางบนโต๊ะอีตาหัวหงอกนี่เป็นคนสั่งทั้งนั้น มีทั้งซูชิหน้าต่างๆ ข้าวห่อสาหร่าย กุ้งเทมปุระ ซาซิมิ ตามด้วยราเมนชามใหญ่สำหรับเขาคนเดียว มื้อนี้ใครจ่ายค่ะ -O-*

                “มันเยอะเกินไปหรือเปล่า ใครจะกินกันหมด” นานะพูดอึ้งๆ ก็แน่ล่ะสิ เยอะขนาดนี้ คนนะยะไม่ใช่วัว ไม่ได้มีสี่กระเพาะ

                “หมดอยู่แล้วล่ะ ผมเห็นอาจารย์ซากุระเวลาอยู่โรงเรียนกินเยอะกว่านี้อีกต่างหาก จริงมั้ยครับอาจารย์ ^^” เขาหันมาถามเสียงหวานใส่ฉัน ระหว่างทางมาหัวเขาไปโขกกับอะไรหรือเปล่า พูดจาท่าทางดีผิดปกติ

                “ฉันไม่เคยกินเยอะขนาดนั้น นายอย่ามามั่ว” ฉันเถียงขาดใจ

                “ใช่ เธอไม่เคยกินข้าวเยอะ แต่เธอกินขนมได้เป็นลังๆ กินทั้งวันก็ไม่รู้จักอิ่ม” นานะพูดขึ้นมาดื้อๆ เสียหลักเลยค่ะ พูดอย่างนี้เสียหลักเลยค่ะ

                การกินอาหารในครั้งนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะนานะกับเรียวเอาแต่แขวะฉันเรื่องกินเยอะ ว่าเรื่องส่วนสูง แล้วก็มาแฉเรื่องน่าอายของฉันกันทั้งนั้น คุยถูกคอกันเหลือเกินนะยะ

                “อิ่มแล้วนะครับ ^^” เรียวกล่าวอย่างอารมณ์ดี ก็แน่ล่ะ ที่สั่งมานายกินไปเกือบครึ่งเลยนะ ไม่อิ่มก็บ้าแล้ว

                “รบกวนคิดเงินด้วยค่ะ” ฉันเรียกพนักงาน

                “มื้อนี้ผมเลี้ยงเองครับ ถือเป็นการขอบคุณที่อาจารย์พาผมออกมาข้างนอก” เรียวยิ้มหวานให้ฉัน ร้านนี้ใส่ยาพิษให้นายกินหรือเปล่า คนละเรื่องกันที่อยู่โรงเรียนเลย

                “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจ่ายเอง กว่าจะได้เจอกันตั้งอีกนาน ครั้งต่อไปเธอต้องเลี้ยงฉันนะซากุระ” นานะกล่าวแล้วยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงาน

                “ขอบคุณที่เลี้ยงนะครับ หวังว่าครั้งหน้าเราคงจะได้พบกันอีก ^^” เรียวยิ้มหวานให้กับนานะก่อนจะโค้งงามๆให้หนึ่งทีแล้วเดินเข้ามานั่งในรถข้างๆฉัน

                “แล้วครั้งหน้าเจอกันใหม่นะซากุระ” นานะไม่ได้สนใจเรียวเลย แถมยังมองข้ามหัวเขามาโบกลาบ๊ายบายให้ฉันอีก สมแล้วที่เป็นนานะ ไม่เคยหวั่นไหวให้กับใครเลยซักนิด

                “บ่ายสองแล้ว กลับโรงเรียนเลยนะ” ฉันดูนาฬิกาแล้วเตรียมหักพวงมาลัยเพื่อขับย้อนกลับไปโรงเรียน

                “ไหนๆก็โดดมาแล้ว เธอจะกลับไปทำบ้าอะไร” เรียวพูด อีตาหัวหงอกคนเดิมกลับมาแล้วใช่ไหม

                “กระเป๋าฉันอยู่ที่โต๊ะ ฉันจะกลับไปเอาของ แล้วนายก็ต้องกลับไปเรียน”

                “ฉันเอากระเป๋ามาให้เธอแล้ว อยู่หลังเบาะรถเพราะฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องกลับไปเรียน”

                “ฉันจะกลับ ถ้านายไม่กลับนายก็ลงไป” ฉันพูดเสียงแข็งใส่เขา

                “หยุดเอาแต่ใจได้แล้ว หัดทำตัวน่ารักๆเหมือนเพื่อนเธอมั่งสิ” เขาดุใส่ฉัน เอาแต่ใจ ใครกันแน่ที่เอาแต่ใจ!

                “นี่มันรถฉัน และนายเป็นคนตามฉันมาเอง ถ้าอยากได้คนที่ทำตัวน่ารักทำไมนายไม่กลับไปกับนานะล่ะ มาขึ้นรถฉันทำไม ไม่พอใจก็ลงไปสิ!!!” ฉันตวาดเขาไปอย่างหงุดหงิด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงต้องโมโหขนาดนี้ ใช่สิก็ฉันมันเอาแต่ใจนี่

                รถของฉันแล่นออกไปตามทางด้วยความเงียบสงัด เงียบเสียจนได้ยินเสียงดังของแอร์ที่กำลังเป่าให้ความเย็นอยู่ เงียบจนน่าอึดอัดชะมัดเลย

                “นายอยากไปไหน” ฉันถามเสียงแผ่วเบา

                “อะไรนะ ไม่ได้ยิน” เขาถามกลับเสียงเรียบ ใบหน้าที่แน่นิ่งของเขามองออกไปนอกรถอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ มันทำให้ฉันรู้สึกผิดที่ตะคอกเขาไปแบบนั้น

                “ฉันขอโทษที่ตวาดใส่นาย จะชดใช้ด้วยการพานายไปเที่ยวแล้วกัน นายอยากไปไหนล่ะ”

                “สวนสัตว์”

                “ว่าไงนะ?”

                “ฉันอยากไปสวนสัตว์ เวลาที่ฉันรู้สึกแย่ ฉันมักจะไปที่สวนสัตว์”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น