สอนพิเศษฉบับนายตัวร้าย

ตอนที่ 3 : สอนวันแรกก็วุ่นวายแล้วหรอ?? Up 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ย. 58

                เปรี้ยง!!!! เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา ตอนนี้หกโมงเช้าแล้วแถมฝนยังตกหนักอีกต่างหาก จังเลยฝนตก ทั้งเปียก ทั้งหนาว แถมการจารจรก็ติดขัด วันนี้จะไปสอนวันแรกทันมั้ยเนี่ย?

                ฉันอาบน้ำแต่งตัวแล้วขับรถมินิคูเปอร์คู่ใจสีเหลืองคาดดำออกจากบ้าน วันนี้ฉันแต่งตัวทางการเป็นพิเศษ เสื้อเชิ้ตสีชมพูแขนยาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กระโปรงสีขาวยาวเหนือเข่าขึ้นมา รองเท้าส้นสูงสีขาวสะอาด ทรงผมที่ยาวลอนตอนนี้ถูกมัดรวบอย่างหลวมๆพองๆดูน่ารักเข้ากับหน้าม้าที่ฉันตัดไว้

                อ๊ะ!?? นั่นมันกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียนคุเรไนนี่ ยืนมุงดูอะไรกันกลางสายฝนเนี่ย เดี๋ยวก็ไปสบายกันพอดี

                ฉันค่อยๆชะลอความเร็วเมื่อใกล้ถึงกลุ่มเด็กนักเรียนกลุ่มนั้น ดูราวๆ 10กว่าคนได้ แต่พอมองไปมองมาก็เห็นบางอย่างขยับอยู่ที่พื้น บางอย่างสีขาวๆที่ดูคุ้นตา เรียวนี่!!! O_o

                “นี่พวกเธอทำอะไรกันน่ะ!!!” ฉันลงจากรถแล้วรีบวิ่งไปยังกลุ่มนักเรียนกลุ่มนั้น เรียว...ใช่เรียวจริงๆด้วย ให้ตายเถอะ หมอนี่โดนรุมทำร้ายซะเละแทบไม่เหลือคราบเดิมเลย หมาหมู่ชัดๆ

                “เฮ้ย หลบไปนะ นี่มันเรื่องระหว่างพวกฉันกับไอหัวหงอกนี่ เธอเป็นผู้หญิงเธออย่าเข้ามายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า จะไปไหนก็รีบๆไปซะก่อนที่จะหาว่าพวกฉันไม่เตือน” ชายร่างใหญ่หนึ่งในกลุ่มที่ทำร้ายริวกระชากแขนฉันขึ้นแล้วตะคอกเสียงดังใส่ฉัน ไอพวกเด็กไร้มารยาท

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้น พวกนายเป็นหมาบ้ากันหรือไงถึงมารุมคนแค่คนเดียว เป็นลูกผู้ชายซะเปล่าทำไมไม่สู้กันตัวต่อตัวล่ะ ทำตัวแบบนี้ไปเอากระโปรงมาใส่ไป!!!” ฉันตวาดใส่ด้วยความโกรธ พวกนั้นผงะไปซักพักก่อนจะดึงคอเสื้อฉันเข้าไปใกล้ๆหน้าพวกมัน

                “ปากดีเหลือเกินนะ ทำไม?? เธอเป็นแฟนไอหัวหงอกนี่งั้นหรอ งั้นก็จำใส่สมองเธอไว้เลยนะว่าไอหัวหงอกนี่มันมาพังถิ่นของพวกฉันเมื่อวาน และถ้าฉันไม่เอาเลือดหัวมันออกมาระบายสีเล่น ฉันไม่มีทางหยุดกระทืบมันแน่”

                “หลบไป” เสียงแหบจากด้านหลังฉันเอ่ยขึ้นเบาๆ

                ผั้วะ!!!!!

                เรียวซัดไอหมีความ (มันตัวใหญ่นี่นา) ล้มลงกันพื้นด้วยหมัดเดียว เล่นเอาพวกที่เหลือหน้าซีดไปตามๆกัน

                “อุตส่าห์ต่อให้กระทืบอยู่ตั้งนาน มีปัญญาทำได้แค่นี้เองหรอ คนแบบพวกแกมันก็แค่สวะ รีบๆไสหัวไปก่อนที่ฉันจะโมโหดีกว่านะ” เรียวพูดแล้วค่อยๆหักนิ้วตัวเองทีละนิ้วพร้อมบิดคอไปมา

                “หนอยยย ปากดีนักนะแก เอานี่ไปกินซะ!!!” หมีควายตัวที่สองพูดแล้ววิ่งเข้าใส่เรียว เขาหลบหมัดยักษ์ของหมีควายตัวที่สองได้ แถมยังต่อยกลับได้อย่างรวดเร็วจนมันกระเด็นไปชนกับตู้โทรศัพท์ข้างทาง พวกสมุนหมีที่เหลือเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งหนีไปปล่อยให้ไอสองตัวนี้นอนสลบอยู่ท่ามกลางสายฝน แต่ก่อนไปพวกมันทิ้งท้ายคำพูดไว้แบบฉบับหนังการ์ตูนด้วยคำว่า ฝากไว้ก่อนเถอะ นี่ฉันกำลังดูโปเกมอนอยู่หรือเปล่าเนี่ย

                “เธอไม่เป็นอะไรนะ” เรียวเดินมาถามฉัน เขาหยิบกระเป๋าที่หล่นเปียกขึ้นมาปัดสองสามทีแล้วหันมาตาขวางใส่ฉัน “เธอไม่น่าเข้ามายุ่งเรื่องนี้เลยนะ ถ้าโดนไอพวกนั้นทำร้ายเอาจะทำยังไง? สงบปากสงบคำบ้างก็ดีนะเธอ อย่าหาเรื่องใส่ตัวเองเพียงเพราะเป็นอาจารย์ไปหน่อยเลย”

                “ฉันไม่ได้ช่วยนายเพราะฉันเป็นอาจารย์หรือว่านายเป็นนักเรียน แต่ที่ฉันทำไปเพราะฉันอยากทำ ต่อให้เป็นหมาถูกกระทืบอยู่ข้างถนนฉันก็จะลงไปช่วย”

                “นี่เธอว่าฉันเป็นหมาหรอ????” หมอนั่นถามพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง

                “แล้วนายคิดว่าฉันคุยกับตัวอะไรอยู่ล่ะ ขึ้นรถมา เดี๋ยวฉันไปส่งที่โรงเรียน” ฉันลากเรียวขึ้นมาบนรถ เขาไม่พูดอะไรนอกจากทำเสียงฟึดฟัดแต่ก็ยอมขึ้นรถมาแต่โดยดี

                “ทำดีกับฉันเพื่ออะไร คะแนนพิศวาสจากอาจารย์ใหญ่งั้นหรอ” เขายังไม่เลิกยั่วโมโหฉัน

                “ถ้านายไม่พูดฉันไม่หาว่านายโดนรุมกระทืบจนเป็นใบ้หรอกนะ สงบปากสงบคำบ้างก็ดี” ฉันย้อนกลับ

                ฉันขับรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทำไมวันแรกฝนต้องมาตกด้วยเนี่ย! แถมยังต้องมาเจอเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันอีก นี่มันรางร้ายชัดๆ -_-*

 

ณ.โรงเรียนมัธยมปลายไดอิจิ

                “อ้าวเรียว แหมๆๆ วันนี้มีสาวสวยมาส่งถึงหน้าโรงเรียนเชียวนะแก” เด็กหนุ่มผมสีทองทักเสียงใสเมื่อเห็นเรียวเปิดประตูลงจากรถฉัน หมอนี่หน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยนะ ถ้าเป็นยัยโทโมกะก็คงจะบอกว่าหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นในฝัน แต่นี่มันไม่ใช่ เหมือนเคยเห็นที่ไหนซักที่ ใครกันนะ นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

                “หุบปากนะมินาโตะ” เรียวพูดพลางโยนกระเป๋านักเรียนใส่เพื่อนของเขา มินาโตะ ชื่อคุ้นๆนะ มินาโต...อ๋อ!!! โมริยาม่า มิยาโตะ ดาราวัยรุ่นที่กำลังฮอตอยู่ในช่วงนี้นี่ มิน่าล่ะถึงได้หน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนเพราะเวลาเปิดโทรทัศน์ทีไรเป็นต้องเห็นโฆษณา งานละคร หรือผลงานต่างๆของเขาอยู่ตลอด แถมยัยโทโมโกะยังเคยลากฉันไปงานมีท&กรี้ดของมินาโตะอีกต่างหาก ถ้ายัยนั่นรู้ว่าเขาอยู่โรงเรียนนี้มีหวังตามมากรี้ดทุกวันแน่ๆ ฮ่าๆๆ

                “อ้าวนั่นอาจารย์คนใหม่นี่ แหมเรียว นายนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ แค่เข้ามายังไม่ถึงวันก็ชิงตัดหน้าใครๆไปซะแล้ว เห็นเงียบๆเรียวฟาดเรียบนี่หว่า ฮ่าๆๆๆๆ” มินาโตะหัวเราะร่า นี่นาย! พูดอะไรกันลืมหรือเปล่าว่าฉันก็อยู่ตรงนี้ด้วยนะยะ

                “ถ้าหมดธุระแล้วฉันขอตัวไปก่อนแล้วกันนะ ต้องไปคุยกับอาจารย์ใหญ่ เจอกันวิชาประวัติศาสตร์” ฉันกล่าวลาแล้วขับรถเลื่อนผ่านเด็กทั้งสองมุ่งตรงไปยังที่จอดรถสำหรับอาจารย์ น่ารักจังเลย มีช่องจอดรถสำหรับรถของฉันด้วย ^^

                “สวัสดีครับซากุระจัง วันนี้เริ่มงานวันแรกแล้วนะ ตื่นเต้นมั้ย เมื่อวานคงจะเดินทัวร์รอบโรงเรียนแล้วสิ ห้องพักครูประวัติศาสตร์อาจจะเล็กไปหน่อยนะครับ เพราะว่าห้องนั้นมีคุณแค่คนเดียว ใช้ห้องได้ตามสบายเลยนะครับ ส่วนพวกแผนการเรียนการสอนหรือพวกหนังสือเรียนต่างๆเดี๋ยวผมหาให้อีกทีแล้วกันนะครับ เพราะไม่รู้ว่าอาจารย์คนเก่าแกเอาไปไว้ไหน อย่าลืมนะครับ ไม่ไหวอย่าฝืน ผมไม่บังคับให้คุณสอนที่นี่ถ้าคุณไม่เต็มใจ” อาจารย์ใหญ่พูดอย่างใจดี คนๆนี้นี่ดูอายุไม่น่าเกิน 40 นะ ยังดูเป็นผู้ใหญ่ไฟแรงอยู่เลย ทำไมใครๆก็ต้องมาเตือนมาบอกฉันกลัวว่าฉันจะไม่ไหวด้วยเนี่ย นี่ฉันซากุระผู้ไม่เคยยอมแพ้อะไรทั้งนั้น มีหรือที่ฉันจะถอยออกมาง่ายๆ ไม่มีทางซะหรอก -^-

                ฉันเดินไปตามระเบียงทางเดินที่สะอาดตาของชั้นสี่บนตึกเรียน ห้องพักครูของฉันอยู่ที่ชั้นสี่ ชั้นบนสุดของตึกเรียนทำให้มองเห็นบรรยากาศรอบๆโรงเรียนที่เต็มไปด้วยต้นไม้และสวนหย่อมเล็กๆมากมาย สบายตาจังเลย วันนี้คาบแรกของฉันว่าง มีสอน ปี 3 ห้อง A ตอนบ่ายแค่คาบเดียว โรงเรียนนี้มีทั้งหมด 3 ระดับชั้น แบ่งชั้นละ 3 ห้อง อาจจะดูเหมือนไม่เยอะ แต่ห้องนึงก็มีเกือบ 50 คนเข้าไปแล้ว แต่ฉันได้สอนแค่ปี 3 อย่างเดียว นอกนั้นก็ว่างหมดเลย แบบนี้ก็เบื่อแย่เลยสิเนี่ย

                “ขออนุญาตครับ” เสียงคุ้นหูเอ่ยขึ้นก่อนจะเปิดประตูเข้ามาในห้องของฉัน มินาโตะนั่นเอง “กำลังทำอะไรอยู่ครับอาจารย์”

                “อ๋อ กำลังดูแผนการเรียนอยู่น่ะ แล้วนี่นายไม่มีเรียนหรอถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้”

                “มีสิครับ แค่ผมขี้เกียจเรียนเท่านั้นเอง อยากมาดูหน้าอาจารย์คนใหม่คนสวยมากกว่า ^^” มินาโตะพูดแล้วยิ้มหวานให้กับฉัน เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมหมอนี่ถึงมีแฟนคลับมากมายขนาดนี้ แค่ยิ้มก็เคลิ้มไปแปดโลกแล้ว

                “ฉันว่านายเข้าเรียนเถอะ ไม่งั้นจะโดนเช็คชื่อขาดเอานะ ฉันไม่อยากให้นายต้องการเสียการเรียนเพราะมามัวกวนประสาทฉันอยู่แบบนี้”

                “แหมอาจารย์ก็ ผมแค่เป็นห่วงความเป็นอยู่ของอาจารย์ ก็เลยจะมายื่นข้อเสนอให้กับอาจารย์แค่นั้นเอง หมดธุระเดี๋ยวผมจะรีบกลับไปเรียนให้ไวเลย”

                “ข้อเสนอ??”

                “ครับ อาจารย์คงจะพอทราบมาอยู่ว่าอาจารย์คนเก่าๆที่ผ่านมาเขาลาออกกันเพราะอะไร และถ้าอาจารย์ไม่อยากเป็นหนึ่งในคนที่จะต้องลาออกเป็นรายต่อไป อาจารย์ก็แค่รับข้อเสนอของผม แค่นั้นการเป็นอาจารย์อยู่ภายในโรงเรียนนี้ก็ปลอดภัยหายห่วงแล้วครับ”

                “แล้วข้อตกลงของนายคืออะไร” ฉันถามอย่างไม่ค่อยไว้ใจสักเท่าไหร่ ก็ดูหมอนี่ทำหน้าเจ้าเล่ห์เข้าสิ ใครจะไปเชื่อใจลง มันต้องมีแผนอะไรในใจแน่ๆ

                “แค่อาจารย์ห้อยสร้อยคอนี่เอาไว้ ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งกับอาจารย์แล้วครับ” มินาโตะพูดพร้อมยื่นสร้อมรูปใบโคลเวอร์สีเงินประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆอยู่ในใบบนสุด

                “หมายความว่ายังไง ถ้าฉันห้อยสร้อยเส้นนี้แล้วจะไม่มีใครมายุ่งวุ่นวาย สร้อยเส้นนี้มันหมายความว่าอะไร”

                “ก็หมายความว่า...” มินาโตะพูดแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบข้างหูของฉัน “อาจารย์เป็นผู้หญิงของผมไงครับ”

                “ออกไปเลยนะ!!!” ฉันผลักเขาเซถลาไปชนกับกำแพงเข้าอย่างจัง “ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของนายหรอกนะ ฉันมาที่นี่เพื่อมาเป็นอาจารย์ ไม่ได้มาเป็นผู้หญิงของนายจำใส่หัวไว้ซะ ถ้าหมดธุระของนายแล้วก็รีบออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้” ฉันปรี้ดแตกใส่เขา ตอนแรกนึกว่าจะเป็นคนดี ที่แท้นายมันก็แค่พวกเห็นผู้หญิงเป็นของเล่นและเรื่องท้าทายแค่นั้นเอง

                “ผมไปก็ได้ แต่ผมไม่เปลี่ยนใจหรอกนะที่จะให้อาจารย์มาเป็นผู้หญิงของผมน่ะ ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกนะครับ ผมจะรอ ^^” เขาพูดแล้วเดินออกไปจากห้องอย่างอารมณ์ดี

                ไอ้เด็กบ้าๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!! ฉันตะโกนออกมาลั่นห้อง เกลียดชะมัดเลยพวกผู้ชายแบบนี้ ขนาดอาจารย์มันยังไม่เว้นกันอีกหรอ เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวแม่จะทำให้ดูเลยว่าไม่ต้องง้อใครคนอย่างฉันก็อยู่ได้

 

                พักเที่ยง

                “อาจารย์ซากุระครับ ทางนี้ครับ” อาจารย์คานาตะโบกมือตะโกนเรียกฉันกลางโรงอาหาร เล่นเอาสายตานับร้อยคู่หันมาจับจ้องที่ฉันคนเดียว แค่เป็นผู้หญิงคนเดียวก็เด่นพอแล้ว อย่ามาทำให้ฉันเป็นจุดสนใจไปมากกว่านี้เลยนะคะอาจารย์

                “ช่วงเช้านี้ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ”

                “ไม่มีอะไรค่ะ ^^” นอกจากไอ้มินาโตะเข้ามายั่วโมโหฉันในห้องก็เท่านั้น “ช่วงบ่ายมีสอนปี 3 แค่ห้องเดียวค่ะ แล้วก็ว่างจนถึงเลิกเรียนเลย ฉันว่างานของฉันมันว่างไปหรือเปล่าคะ”

                “สนใจจะมาเป็นอาจารย์ห้องพยาบาลด้วยหรือเปล่าครับ เพราะตอนนี้ที่โรงเรียนมีแค่ห้องพยาบาลอย่างเดียว ไม่มีอาจารย์ประจำห้อง คาบไหนที่อาจารย์ซากุระว่างจะไปประจำที่ห้องพยาบาลก็ได้นะครับ ที่นี่มักจะมีเรื่องชกต่อยกันอยู่บ่อยๆตามประสาผู้ชาย แต่ก็ไม่มีใครเข้าออกห้องพยาบาลเท่าไหร่หรอกครับ นอกจากจะแอบโดดเรียนไปนอนอยู่ที่นั่นอย่างเดียว”

                “เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ไม่งั้นมันจะดูเหมือนว่าฉันมาทำงานไม่เต็มที่ ยังไงช่วงนี้ต้องรบกวนอาจารย์คานาตะคอยสอนบ่อยๆหน่อยนะคะ”

                “เรียกคานาตะเฉยๆก็ได้ครับ อายุเราก็ไม่ห่างกันเท่าไหร่ อย่างน้อยจะได้ไม่รู้สึกเกร็งหรือว่าเหงาสักเท่าไหร่ คิดซะว่าผมเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งก็แล้วกันนะครับ” เขาพูดแล้วกินข้าวไปเรื่อยๆ เราทั้งคู่พูดคุยเรื่องต่างๆนาๆภายในโรงเรียนอยู่ซักพักจนคานาตะขอตัวขึ้นไปตรวจห้องเก็บอุปกรณ์พละเพื่อเตรียมให้กับนักเรียนคาบต่อไปได้มาเรียน ฉันจึงเดินไปที่ห้องพยาบาลเพื่อเช็คดูว่ามีอุปกรณ์อะไรขาดเหลือบ้าง จะได้แจ้งอาจารย์ใหญ่เพื่อเอามาคอยดูแลเด็กๆพวกนี้

                “สวัสดีครับอาจารย์ซากุระ” เด็กหนุ่มร่างใหญ่เดินเข้ามาหาฉันในห้องพยาบาล

                “สวัสดีจ้ะ ไม่สบายหรอ อาการเป็นยังไงจ้ะ”

                “ผมรู้สึกตัวร้อนหน่อยๆครับ อาจารย์ลองจากดูสิ” เขาไม่พูดเปล่า เอามือของฉันไปลูบตามไปหน้าของเขาแล้วค่อยๆเลื่อนลงมาถึงคอจนตอนนี้มือของฉันมาหยุดอยู่ที่หน้าอกของเขา “อาจารย์จับดูสิครับ พอเห็นหน้าอาจารย์ตัวผมก็เริ่มร้อนขึ้นกว่าเดิม แถมยังรู้สึกสั่นอีกต่างหาก” เขาค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ๆ

                “นายจะทำอะไรของนาย!

                “ก็ให้อาจารย์รักษาผมไงครับ” เขาค่อยๆโน้มตัวลงมาที่ซอกคอของฉัน แรงเยอะชะมัดเลย แถมหมอนี่ยังจับข้อมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้แน่นเลย

                “ช่วยด้วยยยยยยย!!!

                “ไม่มีใครช่วยอาจารย์ได้หรอกครับ ห้องพยาบาลเป็นห้องเก็บเสียง เรามาสนุกกันดีกว่านะซากุระจังงงง...”

                “อ๊ากกกกก ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย” ฉันตะโกนร้องสุดเสียงจนน้ำตาค่อยๆไหลออกมาอาบแก้ม นี่ใช่มั้ยที่ใครๆเขาเตือนกัน นี่ใช่มั้ยที่ใครๆต่างเป็นห่วง และนี่แน่ๆที่เห็นสาเหตุทำให้อาจารย์คนก่อนๆต้องลาออกไปตามๆกัน

                “หนวกหูชะมัด” เสียงแหบเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากหลังผ้าม่าน “นี่มันเวลาพักเที่ยงนะ อย่าสงเสียงดังรบกวนคนที่กำลังนอนอยู่ได้มั้ย” เจ้าของเสียงนั้นคือเรียว พระเจ้า เหมือนสวรรค์มาโปรด

                แต่ไม่เลย เมื่อนักเรียนคนนั้นเงียบ เรียวก็ปิดผ้าม่านแล้วหันหลังกลับไปนอนต่อ

                “ไม่มีตัวขัดจังหวะแล้ว ขอโทษที่ทำให้ค้างนะซากุระจัง เรามาต่อกันแบบเงียบๆดีกว่า” ไอบ้านี่ยังไม่ล้มเลิกความคิดอีก มันกดฉันลงกับเตียงข้างๆม่านกั้นเตียงของเรียว ไอคนใจดำ ไอบ้า ไอสวะเอ๊ย!

                เพล้ง!!!

                เสียงของขวดแก้วฟาดกระทบเข้ากับอะไรซักอย่าง นักเรียนที่พยายามจะข่มขืนฉันหยุดนิ่ง ของเหลวสีข้นค่อยๆไหลลงมาจากหัวของเขา ละ ละ ละ เลือด!

                “หนวกหูชะมัด” เรียวพูดแล้วเดินกลับไปนอนที่เตียงต่อ ในมือของเขาถือขวดแอลกอฮอลล์ใส่ที่แตกไปครึ่งขวด อย่าบอกนะว่านายเอาขวดนี้ฟาดเข้าที่หัวไอบ้านี่ เวรกรรม ถ้ามันตายขึ้นมาคนที่รับผิดชอบก็คือฉัน แล้วจะบอกอาจารย์ใหญ่ยังไงดีเนี่ย งานศพพต้องจัดกี่วัน แล้วฉันต้องเป็นเจ้าภาพงานศพกี่คืนกันเนี่ย TTOTT

                “เลิกบ้าซะที มันไม่ตายหรอกน่า” เรียวพูดเหมือนอ่านความคิดฉันออก

                “นายตีไอนี่ทำไม ถ้าตายขึ้นมานายจะทำยังไง”

                “หรือเธออยากโดนมันปล้ำกันล่ะ ขอโทษแล้วกันนะที่ฉันมาขัดจังหวะการเข้าด้ายเข้าเข็มของเธอ”

                ฉันปาหมอนใส่หน้าเข้า เกลียดอีตานี่ชะมัดเลย เคยพูดหรือทำนิสัยดีๆกับคนอื่นบ้างเป็นมั้ยเนี่ย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น