I'M SORRY ขอโทษที ที่ผมเกิดมาสวย [YAOI]

ตอนที่ 5 : I'm Sorry :: Jet Lag Again

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    2 มี.ค. 64

4

Jet Lag Again

 

 

“กรี๊ดดดดดด!!! นี่มันอะไรกันเนี่ย”

พี่นารีร้องเสียงหลงหลังจากที่เข้ามาในฐานทัพลับหรือห้องวันพีชของผม แล้วเจอสภาพเละเทะจนจำสภาพเดิมไม่ได้ พอดีผมเป็นคนสะอาด แต่ไม่ชอบทำความสะอาดเพราะผมทำไม่เป็น ชีวิตผมไม่เคยลำบากปู่กับย่าเลี้ยงผมมาอย่างดี มีแม่นมและเมดคอยดูแลรับใช้ตลอดเวลา เหมือนคุณชายลูกคุณหนูตามปกติทั่วๆ ไป ที่รักสะอาด ชอบอาบน้ำ ชอบอะไรหอมๆ ไม่สกปรกซกมก หน้าตาร่างกายต้องดูดีตลอดเวลา แต่ทำความสะอาดไม่เป็น!

“ทำไมมันเลอะเทอะแบบนี้ นี่เพิ่งผ่านมาแค่สามวันเองนะ ให้ตายเถอะ”

“อือ ผมก็ว่างั้น”

“ถ้าว่างั้น แล้วทำไมไม่รู้จักทำความสะอาดบ้างฮะ!

“ก็ผมทำไม่เป็น”

“ไม่เป็นก็ต้องรู้จักทำ”

“ไม่เอา พี่ก็หาเมดมาสักคนสิ ผมไม่อยากทำ ลูกผู้ชายน่ะต้องไปเที่ยวหลีหญิง ไม่ใช่มัวแต่ทำงานบ้าน”

“นี่!!

“ไม่เอาๆๆ ผมไม่ทำ” ผมที่ตอนแรกนอนอ่านการ์ตูนที่เอามาจากอเมริกากระดิกเท้าไปมาอยู่ เปลี่ยนมาเป็นเอาหนังสือการ์ตูนปิดหน้า นอนดิ้นกระแด่วๆ อยู่บนที่นอนอย่างขัดใจ

“น้อยๆ หน่อยไอ้คุณหนูชาตรี!

“ผมทำไม่เป็นจริงๆ นะ” พอพี่นารีเท้าเอวเริ่มเสียงเขียวใส่ผม ผมก็หยุดดิ้นไปมาลุกขึ้นมานั่งพูดเสียงอ่อย “ก็ตอนอยู่อเมริกามีคนทำให้ตลอดนี่นา” แล้วส่งสายตาน่าสงสารออดอ้อนสุดๆ ถ้าลูฟี่พระเอกการ์ตูนวันพีชที่ผมชอบ มีหมัดยางยืดเป็นอาวุธ ผมก็มีสายตาพิฆาตผู้คนเป็นอาวุธเหมือนกัน ก็เพราะว่าผมน่ะน่ารัก

“นี่!

” ตาเศร้า หน้าเว้าวอน วิ้งๆๆ

“เฮอ” จนสุดท้ายพี่นารีก็ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนใจ ถ้าไม่โมโหสุดๆ จนสติแตกเหมือนวันที่ว่าลูกชายผมเป็นไส้เดือนทะเล มุกนี้ก็ยังใช้ได้ผลกับพี่นารีเสมอ “พี่ไม่ว่างมาทำให้ตลอดเวลาหรอกนะ งานพี่ก็ยุ่งเหมือนกัน ถึงการเป็นนักเขียนจะอยู่บ้านเฉยๆ ดูเหมือนทำงานอิสระก็จริง แต่การปั่นต้นฉบับน่ะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ ทั้งหนักใจเหนื่อยกายยากลำบากสุดๆ แถมช่วงนี้ยังเป็นช่วงขาขึ้นของพี่ด้วย เวลาพี่น่ะเป็นเงินเป็นทองรู้ไหม” บ่นไปพลางเก็บข้าวของให้เข้าที่ไป

“แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ ต่อไปพี่จะไม่ทำให้แล้ว เราต้องหัดทำเอง อาทิตย์หน้ามหาลัยก็เปิดแล้ว เราโตแล้ว ต้องหัดเรียนรู้อะไรต่างๆ ด้วยตัวเองซะมั่ง” พี่นารียังคงบ่นอยู่ ในขณะที่ผมเงียบ เอนตัวนอนอ่านการ์ตูนต่อไป โดยคิดซะว่าเสียงบ่นของพี่นารีเป็นเอฟเฟคประกอบฉากในหนังสือการ์ตูน แต่

โครกคราก~

ท้องของผมดันประท้วงหาอาหารเบาๆ สถานะของผมตอนนี้ก็คือ อ่านหนังสือการ์ตูนเพลินจนลืมกินข้าวไปเลย

“พี่นารี”

“อะไรอีกล่ะ”

“ผมหิว”

“ในตู้เย็นมีของกิน ไปเวฟเอาเองเลยไป”

“ไม่เอา ตอนนี้ผมไม่อยากกินอาหารไมโครเวฟ ผมอยากกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดต่างหากล่ะรสเด็ดจนอยากจะไปซ้ำอีกครั้ง คิดถึงความฟินของเนื้อเป็ด และความเหนียวนุ่มของเส้นเมื่อวานนี้จัง อ่า   

“ห๊า ไม่ได้ๆ พี่บอกแล้วไงว่ามันแพง นานๆ ทีค่อยไปกิน”

“ไม่เอา ผมอยากกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดๆๆๆ” ดิ้นกระแด่วๆ อยู่บนที่นอน

“นี่เราเป็นเด็กอนุบาลหรือไงฮะ! เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ เลย อยู่กับเราแล้วปวดหัวชะมัด พี่รู้สึกว่าเซลล์สมองพี่กำลังจะตายและเริ่มลดลงตลอดเวลา” พี่นารีบ่นก่อนที่จะควักกระเป๋าสตางค์ออกมา “ก็ได้ๆ เอ้า เอาตังไปซื้อกินเองเลยไป ใกล้ๆ แค่นี้เอง” ส่งเงินให้กับผมร้อยยี่สิบพอดิบพอดีเป๊ะๆ แต่ว่า

“ไม่เอาผมไม่ไปซื้อเอง พี่นารีไป

“นี่พี่ทำงานอยู่ไม่เห็นหรือไงฮะ หรือว่าจะทำความสะอาดห้องเอง เลือกเอาว่าระหว่างไปร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่อยู่ใกล้ๆ แค่นี้ หรือว่าจะมาทำความสะอาดห้อง!!

“โน!!! ไม่เอาทั้งสองอย่าง”

“ชาตรี!

“ก็ได้ ผมไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเองก็ได้” ผมจิปากอย่างขัดใจ ลุกจากที่นอนยืนบิดตัวไปมาด้วยความขี้เกียจ แล้วเดินไปรับเงินจากพี่นารีมาถือไว้ แต่พอจะเปิดประตูออกไปจากห้อง

“เดี๋ยวก่อน” พี่นารีก็เรียกผมเอาไว้

“หือ?” หรือว่าพี่นารีจะเปลี่ยนใจไปซื้อเอง

“เอาไปอีกร้อยยี่สิบ ซื้อมาฝากพี่ด้วย”

“ห๊า”

“ไม่ต้องมาห๊าอะไรเลย ซื้อมาฝากพี่มั้งจะเป็นอะไรไปฮะ น้ำใจน่ะน้ำใจ แล้วนี่ก็กุญแจห้อง ที่นี่น่ะระบบความปลอดภัยสูง เดี๋ยวก็เข้าห้องไม่ได้หรอก แล้วก็ก่อนไปน่ะแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย”

“หือ?” ผมทำหน้างง พี่นารีไม่ได้พูดอะไร แต่ส่งสายตาจิกกัดมาที่ไส้เดือนทะเลลูกชายของผมอย่างเซ็งๆ พอรู้ตัวผมก็สะดุ้งโหยงรีบเอามือมาปิดลูกชายผมเอาไว้ทันที เพราะกลัวพี่นารีจะว่าอะไรมันอีก

“พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าให้แต่งตัวให้เรียบร้อย ทำไมไม่รู้จักฟังฮะ เฮอ ช่างเถอะๆ รีบๆ ไปแต่งตัวได้แล้ว ลุกจากที่นอนก็ดี เดี๋ยวพี่จะได้เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ด้วยเลย” ถึงปากจะบ่นแต่มือก็ยังคงทำความสะอาดห้องให้ผมเรื่อยๆ

“เฮอ~” ผมเลยถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะนึกว่าลูกผมจะไม่รอดซะแล้ว สงสัยพี่นารีจะเริ่มชินหรือไม่ก็เอือมระอากับความหน้าด้านของผม จนไม่อยากจะพูดอะไรกับผมแล้ว คิดๆ ดูแล้วพี่นารีก็น่าสงสารเหมือนกันน้า แต่ทำไงได้ก็นิสัยผมมันเป็นแบบนี้นี่นา จะให้เปลี่ยนอะไรปุ๊บปั๊บเลยน่ะมันเป็นไม่ได้หรอก มันต้องค่อยเป็นค่อยไป

และผมก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไหนๆ ก็ต้องแต่งตัวแล้ว ก็ควรอาบน้ำให้สดชื่นสักนิดก่อนไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเป็ดก็แล้วกัน อาบไว้ก็ไม่เสียหายอะไร และพอผมอาบน้ำเสร็จผมก็เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบบ๊อกเซอร์ลายวันพีชมาสวมใส่ ตามด้วยกางเกงห้าส่วนสีดำปลายขาจั้ม ตบท้ายด้วยการสวมเสื้อยืดสีขาวล้วน เป็นการแต่งกายธรรมดาๆ แต่เพราะหน้าผมสวยเลยดูไม่ออกเลยสักนิดว่าผมเป็นผู้ชาย แล้วผมก็เดินไปหยิบเงินกับกุญแจบ้านที่พี่นารีให้ไว้ เพื่อที่จะออกไปข้างนอก

 

ไปเที่ยวกันไหม จะไปก็รีบไป ไปกับพี่แล้วสบาย เดี๋ยวพี่พาไปกินตับ ตับตับ ตับตับ

 

แต่ก่อนออกจากห้อง ผมก็ได้ยินเสียงริงโทนโทรศัพท์ของพี่นารีดังขึ้น

ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย ได้แต่เดินออกจากห้องไปเงียบๆ

“ชาตรี ไม่ต้องไปแล้ว พี่ใช้ให้คนอื่นซื้อมาให้แล้ว” สักพักพี่นารีก็เปิดประตูห้องออกมาตะโกนอะไรแว่วๆ แต่เพราะห้องผมอยู่ชั้นสอง ตัวผมอยู่ชั้นล่างใกล้ๆ ประตูทางออก ผมเลยได้ยินไม่ชัด ประกอบกับไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย ตั้งหน้าตั้งตาไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเป็ดอย่างเดียว ไม่คิดสนใจเสียงพี่นารีเปิดประตูออกมา เอากุญแจใส่กระเป๋ากางเกง

เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ

เพื่อที่จะเดินไปที่ลิฟต์ โดยสายตาก็นับเงินในมือขวาไปด้วย แบงก์ร้อยสองใบ แบงก์ยี่สิบสองใบ โอเคครบ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดสองชาม แหมพี่นารีก็งกจัง จะให้ผมสั่งแบบพิเศษก็ไม่ได้ เครื่องจะได้แน่นๆ ให้เงินมาพอดีเป๊ะเลย

แต่ช่างเถอะ ผมตัวเล็กกินไม่เยอะไม่พิเศษผมก็อิ่มได้

 

หมับ~

 

“เอ๋!!?” ผมขมวดคิ้วทันที เพราะระหว่างที่ผมกำลังเดินค่อนขอดพี่นารีอยู่ในใจ แขนซ้ายผมก็ถูกรั้งเอาไว้ด้วยฝีมือใครบางคน ที่เดินสวนทางมาตอนที่ผมมัวแต่นับเงินที่พี่นารีให้มาอยู่ อย่าบอกนะว่า...

ผมกำลังโดนตบเงินสองร้อยสี่สิบค่าก๋วยเตี๋ยวเป็ด ไม่จริงน่า?

ที่นี่มันคอนโดหรูไม่ใช่เหรอไง!!!

ไหนบอกว่าความปลอดภัยสูง นี่ผมเพิ่งออกมาจากห้องพี่นารีเองนะ ตอนนี้ผมอยู่ที่โถงทางเดิน ระหว่างทางจากห้องพี่นารีเดินไปที่ลิฟต์ ระยะทางที่ผมยืนอยู่กับห้องพี่นารีห่างกันยังไม่ถึงห้าเมตรเลยด้วยซ้ำ ผมก็จะโดนตบเงิน!

ผมขมวดคิ้วเงยหน้ามองโจรอย่างคิดไม่ถึง เพราะแค่ค่าก๋วยเตี๋ยวเป็ดมันก็ยังคิดตบผม!!

ถุย! ไอ้โจรกระจอก สองร้อยสี่สิบมันก็ยังจะเอา!!!

แบบนี้เห็นทีต้องสั่งสอนกันหน่อยแล้ว ให้มันรู้ไปเลยว่ามันปล้นผิดคน

“ไอ้…!!!” ผมชะงักปากที่กำลังจะด่าโจรกระจอกที่คิดจะตบเงินค่าก๋วยเตี๋ยวเป็ดทันที หลังจากที่สบตากับดวงตาคมกริบสีดำสนิทนั่นแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนมาตกใจคูณสองแทน ร่างสูง ผมสีดำสนิท หน้าตาหล่อเหลาขั้นเทพ แบบนี้ นี่มัน

“ไง”

…!

“เจอกันสักทีนะ”

…!!

“จะตบกันให้คว่ำไม่ใช่หรือไง?

…!!!

“ลองดูกันเลยดีไหม?” ท่าทางคุกคามเหมือนกับโกรธใครมา น้ำเสียงเย็นชาราวกับน้ำแข็ง พูดไทยชัดแจ๋ว เหยียดยิ้มที่มุมปาก และยังบอกเป็นนัยว่าตามหาผม ทำให้ผมอึ้งจนพูดไม่ออกได้แต่กะพริบตาถี่ๆ อย่างงงๆ ผสมตกใจ

ว่าทำไมไอ้หล่อที่ผมไปหาเรื่องมันที่สนามบิน แล้วโทรด่ามันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเมื่อวานนี้ ถึงมาอยู่ตรงหน้าผมได้ นอกจากนั้นยังพูดไทยชัดแจ๋ว น้ำเสียงก็ยังคุ้นๆ อีกต่างหาก เสียงทุ้มๆ เย็นๆ แบบนี้น่ะมันเหมือนกับว่า...เดี๋ยว เรื่องนี้น่ะช่างมันก่อนเถอะ มันไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะเรื่องสำคัญมันอยู่ที่ว่า ถ้าไอ้หล่อมันอยู่ที่นี่ก็แสดงว่า

มันตามหาผม เพื่อที่จะมาเสียบตูดผม!!!

“ไอ้เหี้ยยย!! ไอ้โรคจิต!!” ผมด่ามันทันที “ตื้อไม่เลิกนะมึง” ก่อนสะบัดแขนที่ถูกจับไว้เต็มแรงอย่างรังเกียจ แต่เพราะถูกจับไว้แน่นเลยไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ไอ้หล่อโรคจิตนี่คงเป็นประเภทตัวใหญ่แรงเยอะสินะ

ดี! ก็ดี เวลาจับทุ่มลงพื้นเสียงมันคงจะดังดีไม่ใช่น้อย!

พอคิดแบบนั้น มือขวาผมก็ปล่อยเงินที่พี่นารีให้มา หล่นลงพื้นแบบไม่คิดสนใจ ขยับปลายเท้าถอยหลังตั้งหลักเล็กน้อย ใช้มือขวาจับข้อมือของไอ้หล่อที่จับแขนซ้ายผมไว้อย่างรวดเร็ว หมายที่จะหักข้อมือแล้วใช้ท่าไอคิโดทุ่มมันให้กลิ้งลงพื้นไป ก่อนที่จะตามกระทืบซ้ำให้เละผมคิดแบบนั้น แต่ดูเหมือนมันจะรู้ตัวเลยปล่อยแขนผมทันที เบี่ยงตัวออกเล็กน้อย

ตุ้บ!~

!!!

“อึก” จุก ไม่รู้ทำไมถึงกลายเป็นว่า เป็นตัวผมที่ถูกเหวี่ยงไปติดผนังกำแพงแทน ถึงจะโชคดีที่ผมอยู่ใกล้ๆ ผนังด้านนี้ ผมเลยไม่เจ็บอะไรมากนัก แต่มันก็จุกพอตัว เพราะผมตัวเล็ก ไอ้เหี้ยนี่มัน... “อ๊ะ!” และระหว่างที่ผมมัวจุกและโกรธอยู่นั้น ไอ้หล่อโรคจิตก็จัดการตรึงตัวผมไว้กับผนังห้องโถงทางเดินด้วยความรวดเร็ว

!!!

จนผมไม่ทันตั้งตัว ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป รู้ตัวอีกทีผมก็ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลยแม้แต่น้อย เพราะไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ที่แขนทั้งสองข้างของผมถูกตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียว ใช้เพียงแค่มือซ้ายทำหน้าที่ตรึงข้อมือผมให้ติดกับกำแพง ส่วนมือขวาเท้าแขนกับผนังกำแพงคร่อมร่างผมเอาไว้ โดยใช้ขาข้างหนึ่งแทรกเข้ามากึ่งกลางระหว่างขาทั้งคู่ของผม เพื่อตรึงไว้ไม่ให้ผมขยับไปไหน แล้วโน้มตัวลงมาใกล้ๆ จนใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ใกล้กันเกินไปจนผมสะดุดลมหายใจ สบตาคมกริบสีดำสนิทที่ตอนนี้เจือปนไปด้วยความโกรธ จ้องมองผมนิ่งด้วยสายตาเย็นชาด้วยความตกใจ

สภาพแบบนี้มันคืออะไร? มันเกิดอะไรขึ้นกับผม!

“ไอ้สัส ปล่อยกู” พอรู้ตัวผมก็พยายามดิ้นเต็มแรงและโวยวายเสียงดัง ให้หลุดพ้นจากการพันธนาการของไอ้หล่อโรคจิตนี่ แต่ดิ้นไปได้แค่แป๊บเดียวก็ต้องหยุดดิ้น เงียบเสียงไปโดยอัตโนมัติ เพราะแทนที่มันจะปล่อยตัวผม กลับกลายเป็นว่าเพิ่มแรงกดและทิ้งน้ำหนักตัวลงมาที่ผมเรื่อยๆ เหมือนกับว่ายิ่งผมดิ้นรนเอาตัวรอดมากเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งแนบชิดสนิทกันมากขึ้นเท่านั้น จนผมเริ่มที่จะหายใจไม่ออก เพราะผมไม่ถนัดการต่อสู้ประชิดตัวแบบนี้!!!

แถมตัวมันยังใหญ่กว่าผมตั้งเยอะ ไอ้เลวนี่มัน

“ทำไมถึงได้ปากจัด หยาบคายนัก” ถามเสียงเย็น ขณะที่สายตายังคงมองมาที่ผมนิ่ง

“เรื่องของ…!

“ไม่มีใครสอนเลยหรือไง ว่ากับคนแปลกหน้าไม่ควรทำกิริยาแบบนี้”

“ไอ้

“ไม่งั้นจะเจอดีเข้าโดยไม่รู้ตัว” มันพูดสั่งสอนผม

“อึก” โดยที่ผมไม่สามารถตอบโต้หรือพูดอะไรได้เลยแม้แต่น้อย เพราะทันทีที่ผมคิดจะตอบโต้ไอ้เหี้ยนี่ก็จะเพิ่มแรงกดที่ข้อมือผมที่ถูกตรึงเอาไว้ จนผมรู้สึกเจ็บได้แต่นิ่วหน้า แหงนมองไปที่ไอ้หล่อโรคจิตอย่างโกรธจัด

ถ้าผมหลุดไปได้เมื่อไร ผมฆ่ามันแน่!!!

เฮือก!!!

ผมสะดุ้งทันที หลังจากมืออีกข้างที่ไม่ได้ทำหน้าที่ตรึงข้อมือผม เปลี่ยนทิศทางจากยืนเท้าแขนกับผนังกำแพงด้วยท่าทางสบายๆ มาเป็นเชยปลายคางผมเอาไว้ แล้วใช้ปลายนิ้วมือลูบไล้ผิวแก้มผมเบาๆ โดยที่ผมคิดไม่ถึง

“ทั้งที่หน้าตาน่ารักขนาดนี้แท้ๆ”

“หยุดนะ ไอ้” อึกเจ็บข้อมือ ผมเบ้หน้าส่ายหน้าหนีทันทีที่ปลายคางผมเป็นอิสระ เพราะตอนนี้มือไอ้หล่อโรคจิตนี่ เปลี่ยนจากการเชยปลายคางและลูบไล้ใบหน้าผมเบาๆ มาเป็นจับเส้นผม ผมเล่นแทน “ไอ้

“ทำไมผมถึงเปียก”

…!” ผมยังไม่ทันด่ามัน มันก็ถามผมซะก่อน

“เพิ่งอาบน้ำมาหรือไง?

“ไม่เกี่ยวกับมึง!

“หอม” ไม่เพียงไม่สนใจคำพูดผม มันยังก้มหน้าลงมาดมใกล้ๆ เฉียดแก้มผมไปนิดเดียว

…!!” บัดซบ!

พฤติกรรมการกระทำของไอ้หล่อนี่สมกับเป็นโรคจิต น่าขยะแขยงสุดๆ จนผมสุดจะทนเตรียมตัวอ้าปากจะด่ามัน แต่เพราะเห็นหูมันลอยเด่นอยู่ใกล้ๆ ปากผม เพราะมันมัวแต่สนใจกลิ่นหอมของครีมอาบน้ำที่ติดตัวผมอยู่ ผมเลยหุบปาก เปลี่ยนความคิดที่จะด่ามัน เป็นความคิดที่ว่าจะงับหูของมันให้ขาดคาปากผมไปแทน

ถึงผมจะรังเกียจที่ปากผมต้องมีมลทินแตะต้องหูสกปรกโรคจิต แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกมากมายนัก เพราะผมไม่ถนัดการต่อสู้ประชิดตัวแบบนี้ แรงมันเยอะกว่าผม ตัวมันก็ใหญ่กว่าผม ผมต้องหาทางเอาตัวรอดให้มันปล่อยตัวผมให้ได้ก่อน ค่อยฉวยโอกาสต่อยมันตอนที่มันตกใจเจ็บหู ต่อยให้แรงๆ ให้กระเด็นไปไกลๆ แล้วตามไปซัดมันให้น่วม ให้หายแค้น!!

เพราะฉะนั้นผมต้องโจมตีหูมัน

งับ!~

ผมคิดแบบนั้นจริงๆ ผมคิดที่จะงับหูมัน แต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยสักนิดว่า

คนที่จะถูกงับหูน่ะจะเป็นผม!!

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!??

“ไอ้เหี้ยปล่อยหูกู!!!” ผมด่ามันทันที ที่ปากมันงับหูผม เหมือนกับว่ามันรู้ทันความคิดของผม ว่าผมคิดจะโจมตีหูมัน มันเลยชิงลงมือกับผมก่อนเป็นการลงโทษสั่งสอนผม แล้วปล่อยให้ผมดิ้นไปมาด้วยความตกใจ ดิ้นหนีโดยที่ไม่คิดสนใจข้อมือที่ถูกกดตรึงเอาไว้ ว่าจะเจ็บปวดหรือเป็นรอยแดงช้ำขนาดไหน เพราะตอนนี้ผมกำลังเจ็บจี๊ดๆ ที่บริเวณใบหูสุดๆ และรังเกียจการกระทำอุกอาจ ล่วงเกินต่ำทรามแบบนี้ “ปล่อยอึก” พยายามดิ้นหนีสุดกำลัง

แต่ก็ยังเหมือนเดิมไม่ขยับเลยสักนิดเดียว เพราะร่างกายผมถูกตรึงเอาไว้ ทั้งแขนทั้งขาและลำตัวแนบชิดกันทุกสัดส่วน แถมมือสกปรกที่เคยเชยคางผม ลูบคลึงผิวแก้มและจับเส้นผมที่เปียกชื้นผมเล่นเมื่อกี้นี้ ยังเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นล็อกปลายคางผมเอาไว้เหมือนเดิม จับเอาไว้ไม่ให้ผมส่ายหน้าหนีไปไหน แล้วฝังใบหน้าลงไปงับโจมตีใบหูผมเล่นเรื่อยๆ ใช้ฟันคมๆ กดคลึงกัดงับอยู่แบบนั้นจนพอใจ ก็ปล่อยใบหูผมช้าๆ ขยับริมฝีปากออกมาตรงที่บริเวณแก้มผมแทน

เปลี่ยนเป้าหมายใหม่จากใบหู มาโจมตี...

งับ~

แก้มผมเบาๆ ฝังปลายจมูกโด่งคมสันลงที่แก้มผม ฉวยโอกาสสูดดมหอมแก้ม ในขณะที่ริมฝีปากก็ยังกัดงับแก้มผมค้างเอาไว้ โดยที่ผมทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม ถึงครั้งนี้จะไม่เจ็บเพราะมันไม่ได้จงใจกัดแก้มผมแรงๆ เหมือนกับใบหู

แต่ผมก็ขยะแขยงสุดๆ

“ไอ้...” และพอจะด่ามันข้อมือและปลายคางผมก็ถูกบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บเหมือนเดิม ก่อนที่ริมฝีปากมันจะคลายฟันคมๆ ออกจากแก้มผมช้าๆ แล้วจงใจลากริมฝีปากยาวลงไปเรื่อยๆ

ผ่านผิวแก้ม...

ปลายคาง

แล้วมาหยุดนิ่งอยู่ที่ซอกคอผม ก่อนที่จะฝังฟันคมๆ ลงไป

เฮือกกก!!

จนผมสะดุ้งเฮือกตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที

“อึกเจ็บ” สะอื้นเบาๆ ด้วยความเจ็บปวด หลังจากที่มันจงใจฝังคมเขี้ยวลงบนบริเวณลำคอผม หนักกว่าทุกที่และก็นานกว่าทุกที อึก” ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

 

ความรู้สึกกลัวนี่มันคืออะไร?

 

จิตใต้สำนึกของผมบอกว่าไอ้เหี้ยหล่อนี่ อันตราย

ผมไม่ควรจะไปหาเรื่องและอยู่ใกล้ๆ มันตั้งแต่แรก!!

ผมพลาดไปแล้วจริงๆ

 

 

 

“อึกเจ็บ

เสียงสะอื้นเบาๆ ของคนตัวเล็กปากจัดทำให้ร่างสูงชะงักเล็กน้อย จากความโกรธที่ตกตะกอนหลงเหลืออยู่ภายในใจเมื่อวานนี้ หลังจากที่โดนด่าโดนต่อว่าโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วไม่ได้รับการระบายออกไปไหน แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกมันเขี้ยวอยากกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ แทน หลังจากที่จับตัวอีกฝ่ายไว้ได้โดยบังเอิญ แล้วสุดท้ายก็กลับกลายเป็นเผลอไผลไปกับกลิ่นหอมหวานน่าหลงใหล จนลืมตัวฝังคมเขี้ยวไว้บนผิวเนื้อขาวเนียนนุ่มหอมละมุนไปโดยไม่รู้ตัว

ทั้งที่คิดสั่งสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ไปทำกิริยาแบบนี้กับใครอีก

แต่กลับควบคุมตัวเองไม่ได้ ยิ่งอยู่ใกล้เด็กนี่มากแค่ไหน

เขาก็ยิ่งขาดความเป็นตัวเองมากเท่านั้น เหมือนกับตอนนี้

“เจ็บ” เสียงประท้วงเบาๆ อีกครั้งของคนตัวเล็ก ทำให้ร่างสูงถอนหายใจยาว จำใจต้องผละริมฝีปากออกจากลำคอขาวเนียน เพื่อที่จะหันไปมองใบหน้าหวานละมุน ที่ตอนนี้กำลังขาวซีดด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตใสแจ๋วสีฟ้าน้ำทะเลสวยที่เคยแสบซ่า มีชีวิตชีวาไล่ด่าเขาแบบไร้เหตุผล กำลังตื่นตระหนกอย่างชัดเจน ขณะที่ร่างเล็กบอบบางแสนพยศที่ตอนแรกดิ้นรนหนีไปมา แล้วหยุดดิ้นมาสักพักเพราะความเหน็ดเหนื่อย กำลังสั่นสะท้านน้อยๆ ด้วยความหวาดกลัว

ตอนนี้เด็กคนนี้กำลังกลัวเขาสินะ

“กลัวงั้นเหรอ” เห็นแล้วก็อดถามออกไปไม่ได้ โดยที่สายตาของร่างสูงไม่เคยละไปจากใบหน้าหวานละมุนตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่ายังไงก็ยังคงสวยหวานจับใจ สะกดตรึงสายตาเขานับตั้งแต่วินาทีแรกที่พบเจอ

“ไอ้เหี้ย!!! ใครกลัวมึง!!!” แต่คนตัวเล็กก็ยังคงฤทธิ์เยอะปากจัดเหมือนเดิม

“...” หยาบคายไร้มารยาท จนอยากสั่งสอนให้มากกว่านี้

“ปล่อยกู!” แม้จะกลัวเขาขนาดไหนก็คงไม่ยอมรับความจริงสินะ กลับมาปากเก่งเหมือนเดิม

“...” เขาจะทำยังไงกับเจ้าเด็กเกรียนน่ารัก ตัวเล็กไร้มารยาทนี่ดี?

ทำลายทิ้งไปซะเลยดีไหม จะได้ไม่ต้องมาหงุดหงิดใจอะไรอีก ร่างสูงขบคิดก่อนมองไปที่ผิวแก้มเนียนใส นุ่มนิ่มหอมกรุ่น ที่ปรากฏร่องรอยสีแดงระเรือจากการโดนเขางับเบาๆ เพราะผิวขาวจัดราวกับหิมะ เลยทิ้งร่องรอยไว้ได้ง่าย เหมือนกับใบหูเล็กบอบช้ำแดงก่ำน่ารัก เฉกเช่นเดียวกับลำคอขาวเนียนห้อเลือด ที่เขากำลังทอดสายตามองด้วยสายตาอ่อนแสงลง ความโกรธและเย็นชาละลายหายไป นับตั้งแต่ที่มือเขาสัมผัสร่างกายเล็กๆ นี่ ไม่เว้นแม้แต่ตอนนี้ก็ยังเผลอไผลไล่ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มเนียนใสของอีกฝ่ายเล่นเบาๆ หลังจากที่ปล่อยมือออกจากปลายคางเล็กให้เป็นอิสระ

“ไอ้สัสอย่าให้กูหลุดไปได้นะมึง กูจะตบให้คว่ำ!

” ปล่อยให้คนตัวเล็กปากจัดไล่ด่า ไล่งับนิ้วเขา ไม่ยอมให้แตะต้องง่ายๆ หึ เป็นหมาหรือไง

“ไอ้โรคจิต!!!

“หุบปาก” แล้วถ้าลองแกล้งดุ เสแสร้งทำหน้าโกรธจัดด้วยความไม่พอใจ

…!” ก็ชะงักอย่างตกใจ แล้วก็ “มึงก็ปล่อยกูสิวะไอ้สัส!!!” กลับมาตะโกนเสียงดังอีกครั้ง

” และพอลองบีบข้อมือเล็กๆ ที่เขาตรึงไว้ให้แน่นขึ้น เพื่อเป็นการเตือนให้อีกฝ่ายสงบปากสงบคำ

“อึก” อีกฝ่ายก็จะนิ่วหน้าแล้วสะอื้นเบาๆ มองมาที่เขาอย่างโกรธเคือง

” แต่พอเขาใช้มือลูบไล้เบาๆ ที่บริเวณใบหู แก้มเนียนและลำคอที่เขาฝากคมเขี้ยวเอาไว้ ร่างเล็กก็จะสั่นสะท้านมองมาที่เขาอย่างตื่นตระหนกและหวาดกลัว เหมือนกับกำลังกลัวว่าเขาจะไปฝากร่องรอยไว้อีกครั้ง

อ่อนแอ ตัวเล็กบอบบางเหมือนกับจะแตกหักคามือ หวาดกลัวจนตัวสั่นสะท้าน

แต่กลับพยศหยาบคายปากจัดจนน่าปวดหัว

“หึ” ร่างสูงหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความพึงพอใจ โดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เพราะความหวาดกลัวของคนตัวเล็กที่แสดงให้เขาเห็นในตอนนี้ มันดูน่าฟัดมากกว่าน่าทะนุถนอม น่ารักมากกว่าน่าสงสาร และก็น่ากลั่นแกล้งมากกว่าน่าเห็นใจ เป็นประเภทที่เห็นแล้วอยากจะทำลาย มันเขี้ยวจนอยากจะทำให้ร้องไห้ เป็นสิ่งมีชีวิตแสนพยศ ที่น่ารักจนปล่อยไม่ลง คิดอกุศล อยากทดลองฝังคมเขี้ยวลงบนริมฝีปากบางสวย ที่ปากจัด ด่าเก่งๆ นั่นสักครั้ง

และไม่เพียงแค่คิด ร่างสูงยังโน้มหน้าลงไปใกล้ๆ

เพื่อหวังจะไปลิ้มรสริมฝีปากเล็กน่าสัมผัส

 

“I’m still alive but I’m barely breathingJust prayed to a God that I don’t believe in‘Cause I got time while she got freedom‘Cause when a heart breaks, no, it don’t break even.

 

แต่เพราะเสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของคนตัวเล็กดังขัดขึ้นมาซะก่อน เขาเลยชะงักเล็กน้อย

และเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เขาหันไปให้ความสนใจมัน

ผลัวะ!~

ศีรษะเล็กๆ ก็โขลกเข้าที่ปลายคางเขาจังๆ จนมือซ้ายที่ตรึงมือเล็กทั้งสองข้างไว้บนศีรษะ คลายออกมาเล็กน้อย แต่นั่นมันก็เป็นโอกาสทำให้คนตัวเล็กดิ้นหลุดออกมาทันที แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ

“นี่สำหรับหูกู!!

ผลัวะ!~

ร่างเล็กชกเข้ามาที่บริเวณลำตัวของเขาเต็มแรง จุก!

“ส่วนนี่สำหรับแก้มกู!!

ผลัวะ!~

ก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดเข้ามาที่บริเวณขมับซ้ายของเขาอย่างโกรธแค้น แต่เพราะเบี่ยงตัวหลบได้ทันท่วงที เลยลดแรงสัมผัสไปได้บางส่วน แต่ความแรงและคมของหมัด มันมากพอที่จะสร้างบาดแผลบริเวณเหนือคิ้วของเขาได้เช่นกัน

ร่างสูงชะงักยกมือขึ้นมาปาดเลือดอุ่นๆ บริเวณเหนือคิ้วที่ไหลซึมออกมาเล็กน้อย

ดวงตาคมกริบสีดำสนิทที่ตั้งใจจะหยอกล้อในตอนแรก เริ่มฉายแววโกรธจัดขึ้นมาอย่างชัดเจนอีกครั้ง จ้องมองไปที่ร่างเล็กอย่างเย็นชา คุกคาม น่ากลัว จนคนตัวเล็กรู้สึกหนาวเย็นยะเยือก แต่เพราะมั่นใจในฝีมือพอตัว เลยเลือกที่จะไปซ้ำอีกฝ่ายโดยที่ไม่มีความลังเล และนึกคิดให้เสียเวลาเลยแม้แต่น้อย

“และนี่ก็สำหรับคอกู!!

หมับ!~

มือที่กำลังจะไปเล่นงานขมับซ้ายอีกฝ่ายซ้ำ ถูกจับไว้ด้วยความรวดเร็ว

ขณะที่ร่างสูงยิ้มเย็น เพราะเขาตั้งใจไว้แล้วว่า

ถ้าจับคนตัวเล็กได้เมื่อไร เขาจะไม่สนใจ จะไม่ลังเล จะอุ้มเข้าห้องไป แล้วจับกิน!

ถือซะว่าเป็นค่าชดใช้ที่กล้าฝากรอยแผลไว้ให้เขา!

 

 

อึก…” ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ

หลังจากที่ข้อมือผมถูกจับไว้อีกครั้ง แต่เพราะมืออีกข้างผมไม่ได้ถูกตรึงไว้เหมือนเมื่อกี้นี้ ผมเลยยกมืออีกข้างขึ้นมาหมายจะเล่นงานไอ้หล่อโรคจิตนี่แทน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร

“กรี๊ดดดด!! หยุดเลยนะชาตรี” พี่นารีที่เปิดประตูออกมาจากห้องพอดิบพอดี ร้องห้ามเสียงหลงด้วยความตกใจ ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้ามาจับผมกับไอ้หล่อโรคจิตนี่แยกออกจากกัน “ถึงว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ โชคดีจริงๆ ที่พี่ออกมา เป็นอะไรมากหรือเปล่าชิน พี่ขอโทษแทนน้องพี่ด้วยนะ” แล้วก้มหัวขอโทษมันทันที

เพราะดูจากสายตาพี่นารีเมื่อกี้คงเห็นว่าผมน่ะผิดเต็มๆ เพราะนอกจากจะง้างหมัดใส่มันแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาของไอ้หล่อโรคจิตนั่นยังมีบาดแผลฝีมือผมอยู่ด้วย เห็นเลือดแล้วก็สมน้ำหน้ามัน จนอยากจะเข้าไปกระทืบซ้ำให้ตายๆ ไป

“ไม่ต้องไปขอโทษมันเลยนะ เมื่อกี้

“หยุด!” พี่นารีพูดเสียงเข้ม สายตาของเธอบอกว่ากำลังโกรธผมอยู่ “เราก็ต้องมาขอโทษด้วยเหมือนกัน” พูดพร้อมกับดึงแขนผมให้ไปขอโทษไอ้หล่อโรคจิตนั่น แต่ผมไม่ผิดอะไร ทำไมผมต้องขอโทษมัน!!!

“ทำไมผมต้องไปขอโทษมันด้วย ให้ตายผมก็ไม่ขอโทษมันเด็ดขาด ก็เมื่อกี้มัน

“ชาตรี!!!” พี่นารีพูดเสียงเข้มอีกครั้งเพื่อเป็นการเตือนผม

” ผมกัดริมฝีปากแน่น กลั้นก้อนสะอื้นที่จุกขึ้นมาบริเวณลำคอ มองพี่นารีอย่างตัดพ้อน้อยใจ เพราะคนที่ผมรักและแคร์มากที่สุดในชีวิตก็คือพี่สาวผม แล้วทำไมพี่นารีถึงไม่ฟังผมเลย ก็ในเมื่อผมไม่ได้เป็นฝ่ายผิด! ใช่ผมไม่ผิดอะไรเลย ก็มันเสือกหล่อจนน่าหมั่นไส้เอง การที่ผมไปหาเรื่องมันที่สนามบินก็เป็นเรื่องปกติ แต่ใครจะไปคิดว่ามันเป็นโรคจิต จะตามมาทำเรื่องระยำกับผม ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ผมก็ไม่ไปยุ่งกับมันตั้งแต่แรกหรอก! 

“ชิน อย่าเพิ่งไปไหนนะ เดี๋ยวพี่ขอเคลียร์กับน้องพี่แป๊บ”

“...” แล้วเหมือนพี่นารีจะรู้สึกตัวกับสายตาตัดพ้อน้อยใจของผม เลยรีบเดินมาหาผมทันที

กอดคอผมไว้แล้วลูบหลังผมเบาๆ อย่างปลอบโยน

“พี่ขอโทษ” แล้วก้มหน้าลงมาซุบซิบข้างหูผม “พี่ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงลงมือ สาเหตุเดี๋ยวพี่จะไปถามทีหลัง แต่ตอนนี้เราต้องขอโทษไปก่อนเข้าใจไหม เพราะอาทิตย์หน้ามหาลัยจะเปิดเทอมแล้ว”   

“ไม่เข้าใจ เกี่ยวอะไรกับมหาลัยด้วย”

“ก็เพราะนี่น่ะเป็นท่านเจ้าของมหาลัยน่ะสิ”

“ห๊า”

“ไม่ต้องมาหา เดี๋ยวก็โดนไล่ออก ก่อนได้ไปเรียนหรอกรีบๆ ไปขอโทษก่อนเร็ว” คำพูดของพี่นารีทำให้ผมหันไปมองที่ไอ้หล่อโรคจิตโดยอัตโนมัติ ตอนนี้มันกำลังเอาชายแขนเสื้อปาดเลือดที่ไหลลงมาอยู่ แล้วดูท่าว่าจะไหลเยอะขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดเลยด้วยซ้ำ เพราะพี่นารีบอกให้รอเลยยืนรออยู่สินะ ดีเลือดจะได้ไหลหมดๆ ตัวไปซะ

แล้วตอนนี้เหมือนมันจะรู้สึกตัวว่าผมกำลังมองมันอยู่ มันเลยมองมาที่ผมเช่นกัน

ผมเลย x!! ชูนิ้วกลางให้มันทันที

โดยที่พี่นารีไม่เห็นเพราะเธอกำลังกอดผมอยู่ ก็อย่างว่าเลือดมันข้นกว่าน้ำ การที่พี่นารีทิ้งมันที่กำลังเลือดอาบอยู่ แล้วมากอดปลอบผมอยู่นี่ก็แสดงว่าผมน่ะสำคัญกว่ามันเยอะ ว่าแต่ถ้าเป็นแบบที่พี่นารีบอก ก็แสดงว่าไอ้หล่อโรคจิตนี่มันเป็นลุงข้างห้องที่ปั๊บๆ กับพี่สาวคนสวย จนพี่สาวสลบไปแล้วผมก็อกหักดังเป๊าะเมื่อวานนี้น่ะสิ แถมก่อนหน้านั้นมันยังเห็นผม แก้ผ้าอยู่ที่หน้าระเบียงอีกต่างหาก นี่อย่าบอกนะว่ามันเห็นก้นผม แล้วเกิดอารมณ์เลยตามมากดผม!!

“ไอ้โรคจิต ตั้งแต่สนามบินแล้วนะมึง พี่นารีปล่อยผม ผมจะไปต่อยมัน” ผมดันตัวพี่นารีให้ออกไปห่างๆ ผม

ผลัวะ!~

แต่แทนที่พี่นารีจะออกห่าง กลับฟาดฝ่ามือพิฆาตลงมาที่หัวผมแทน

“พี่บอกให้ไปขอโทษ เดี๋ยวเรื่องเรียนเราจะลำบากที่หลังเข้าใจไหม”

“ไม่เอา ไม่ขอโทษถ้ามีมันเป็นเจ้าของมหาลัยผมก็ไม่ลงไม่เรียนมันแล้ว” ขนาดเจ้าของมหาลัยยังโรคจิตขนาดนี้แล้วมหาลัยมันจะไปเหลือเหรอ “ผมจะย้ายไปเรียนที่อื่น ถ้าเข้าเรียนที่อื่นไม่ทัน ผมก็จะเป็นเด็กซิ่ว!!!

ผลัวะ!~

“ซิ่วเหรอ!” พี่นารีตบหัวผมอีกครั้ง “อย่าให้พี่อารมณ์เสีย พี่จ่ายค่าเทอมไปแล้วนะ ราคามันไม่ใช่ถูกๆ เลยด้วย จะโดนไล่ออกไม่ได้ ไปขอโทษชินเดี๋ยวนี้ไป!

“ห๊า อย่าบอกนะว่าที่พยายามเกลี้ยกล่อมผมอยู่นี่ เพราะว่าเสียดายค่าเทอม งก จอมงก ยังไงผมก็ไม่ไปเรียนเด็ดขาด ต่อให้ฆ่าผมให้ตายผมก็ไม่ยอมขอโทษ!!!”

“กรี๊ดดดดดดด!!!” พอได้ยินแบบนั้นพี่นารีก็กรี๊ดลั่นด้วยความขัดใจ ผมเลยยกมือขึ้นมาอุดหูทันที

นี่คือสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของผู้หญิง

พลังเสียงอันทรงพลังที่ได้รับมาจากพระเจ้าที่เมื่อไรขัดใจขึ้นมานี่แก้วหูแทบจะกระเด็น!

“เกิดอะไรขึ้นคะ” เสียงหวานใสที่ดังแทรกเข้ามาถามอย่างตื่นตระหนก หลังจากที่ออกจากลิฟต์มาแล้วได้ยินเสียงกรีดร้องของพี่นารี เรียกให้ผมหันไปมอง “อ๊ะ” แต่ทันทีที่เธอเห็นผม เธอก็ยกมือขึ้นมาป้องปากอย่างน่ารัก “พี่จุนคะ นี่ไงที่มากิเล่าให้ฟัง สวยมากเลยใช่ไหมคะ” เธอหันไปคุยกับไอ้แว่นสุดเชยที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้น ก่อนที่จะวิ่งเข้ามาหาผม

หมับ~

แล้วจับมือของผมไว้

“มากิไม่คิดว่าจะมาจริงๆ”

…!

“มากิเป็นคนทิ้งเบอร์โทรไว้ที่เสื้อแจ็คเก็ตของพี่ชิน เห็นแล้วใช่ไหมคะถึงได้มา”

...!?

“มากิดีใจมากๆ เลยที่ได้เจอกันอีก”

หมับ~

เธอกอดผม ก่อนที่จะ

จุ๊บ~

จูบแก้มผมเบาๆ

ยินดีต้อนรับนะคะ” แล้วถอยหลังห่างจากผมหนึ่งก้าว ถอนสายบัวให้ผมอย่างน่ารักๆ

แล้วทันทีที่เธอหันมาสบตาผมอีกครั้ง ตัวผมก็ชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่วร่าง พร้อมๆ กับความรู้สึกหนึ่งที่ไหลทะลักออกมา ยากเกินกว่าจะควบคุม จนผมต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกไว้เบาๆ

เฮือก!~

ขนลุกเกรียว จนผมต้องกะพริบตาถี่ๆ

ตึกๆๆๆ

หัวใจเต้นแรงและเร็ว เลือดสูบฉีดเต็มที่

ความรู้สึกต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาเหมือนกับตอนที่เจอไอ้หล่อโรคจิตครั้งแรกนั่นไม่มีผิด แต่ครั้งนี้จะแตกต่างกันตรงที่ว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกหมั่นไส้ แต่มันคือความรักผมรู้สึกได้เช่นนั้น!

ร่างบางผมสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวหยักศกถึงกลางหลัง หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา เห็นแล้วหัวใจจะละลาย อย่าบอกนะว่าการที่สวรรค์กลั่นแกล้ง ทำให้ผมอกหักจากเรเซล ทั้งที่คบกันมาตั้งห้าปี และอกหักจากพี่สาวคนสวยภายในเวลารวดเร็วก็เพื่อที่จะได้มาพบกับเธอคนนี้ หรือว่านี่จะเป็นพรหมลิขิตของแท้ของผม

เนื้อคู่ของผมอยู่ที่ประเทศไทย!!

“กรี๊ดดด พี่ชินเป็นอะไรไปคะ ใครทำอะไรพี่ เดี๋ยวมากิจะไปเอากล่องปฐมพยาบาล ไม่สิๆ โทรตามหมอ เรียกรถพยาบาล กรี๊ดๆๆ” เธอโวยวายเสียงดังลั่นอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่จะวิ่งเข้าคอนโดห้องข้างๆ ไปทันที หลังจากที่เห็นสภาพไอ้หล่อโรคจิต ที่ตอนนี้เลือดก็ยังคงไหลอยู่อย่างต่อเนื่อง

“พะพี่นารีขอรับ”

“อะไรยะ!” ตวัดเสียงใส่ผมเพราะยังคงโกรธผมอยู่

“นั่นใคร” แต่ผมก็ไม่ย่อท้อแอบถามเบาๆ

“น้องสาวชิน ท่านเจ้าของมหาลัย ที่นายบอกจะซิ่วเมื่อกี้น่ะ”

“อึก” ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ พรหมลิขิตหดลงเหลือแค่สองมิล

เพราะท่านเจ้าของมหาลัยน่ะ ไม่ได้มีลูกสาวสวย

แต่ดันมีเมียสวยและมีน้องสาวโคตรน่ารัก!!

 

แย่ล่ะสิ หาเรื่องด่าเขาที่สนามบินยังไม่พอ ดันไปจีบเมียเขาอีก แถมล่าสุดยังต่อยซะเลือดอาบเลยด้วย!

ซวยแล้วไง บรรลัยแล้วผม!

 

ชะแว้บ~ ชะแว้บ~

แล้วผมก็ค่อยๆ หันไปมองท่านพี่สุดหล่อที่ยังคงยืนมองมาที่ผมนิ่ง

ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขา แล้วพอเข้าไปใกล้ๆ ผมก็

พรึบ!~

ถอดเสื้อยืดสีขาวที่ผมสวมอยู่ออกมาทันที ในเมื่อพรหมลิขิตผมมันหดลง จนเหลือสั้นจนเกินไป เดี๋ยวผมจะขอต่อมันให้ยาวขึ้นมาอีกครั้งเอง แล้วระหว่างที่คุณพี่สุดหล่อกำลังตะลึงกับหุ่นอันลำบึก (?) ของผมอยู่นั้น ผมที่เตี้ยกว่าก็เขย่งตัวโน้มคอคุณพี่สุดหล่อให้มาใกล้ๆ ผมทันที แล้วค่อยๆ ใช้เสื้อยืดสีขาวที่ผมเพิ่งถอดออกมาเมื่อกี้เช็ดแผลให้อย่างเบามือ

“ท่านพี่ชินขอรับ” พูดเสียงหวาน เปลี่ยนสรรพนามให้พร้อม อัพเกรดจากไอ้หล่อโรคจิตเป็นท่านพี่ทันที พลางส่งสายตาออดอ้อนและน่าสงสาร อันเป็นท่าสังหารสายตาพิฆาตผู้คนที่ผมได้รับมาตั้งแต่กำเนิดให้ท่านพี่สุดหล่อ “ท่านพี่ชินรู้ไหมขอรับว่าเจ็ตแล็ค (Jet Lag) หมายถึงอะไร”

“มันคืออาการที่เกิดจากสภาพแปรปรวนของร่างกายและจิตใจ หลังจากการเดินทางไกลเป็นระยะเวลานานๆ น่ะขอรับ มันจะทำให้ร่างกายคนเรารู้สึกอ่อนล้า เหนื่อย วิงเวียนศีรษะ ป้ำๆเป๋อๆ และหลงลืมไปชั่วขณะ แถมยังหงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียโดยไม่มีสาเหตุอีกต่างหาก กลางวันจะง่วงนอนกลางคืนก็นอนไม่หลับ แถมยังทำให้ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายต่ำลง เป็นหวัดเป็นไข้ได้ง่าย เมื่อเจอกับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปน่ะขอรับ”

“แล้วตัวกระผมน่ะ ดันโชคร้ายไปเกิดเจ็ตแล็คที่ญี่ปุ่น เลยทำให้อารมณ์หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียโดยไม่มีสาเหตุจนพาลไปหาเรื่องท่านพี่เข้า เข้าใจใช่ไหมขอรับ”

“แถมพอกลับมาอาการมันก็ยังคงหลงเหลืออยู่ แล้วประกอบกับข้ากระผมไม่รู้ว่าเบอร์โทรที่ติดมากับเสื้อแจ็คเก็ตจะเป็นเบอร์ของน้องสาวท่านพี่ และไม่รู้ว่าพี่สาวคนสวยคนนั้นก็เป็นเมียท่านพี่ กระผมเลยพาลไปหาเรื่องท่านพี่โดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าท่านพี่เป็นโรคจิตที่คิดจะอ่อยและเสียบก้นผม ท่านพี่คงไม่ถือสาข้ากระผมใช่ไหมขอรับ”

“เพราะฉะนั้นเรื่องราวทั้งหมดที่ข้ากระผมได้ก่อเอาไว้ ข้ากระผมต้องขอกราบประทานโทษท่านพี่อย่างงามๆ ถ้ายังไงท่านพี่ก็ช่วยลืมๆ มันไปด้วยนะขอรับ”

“กระผมน่ะ จริงๆ แล้วเป็นคนนิสัยดี เรียบร้อย พูดจาไพเราะ น่ารัก มารยาทง้ามงาม ไม่เคยหาเรื่องใครก่อนเลย ขอรับ เพราะฉะนั้น ท่านพี่น่ะไว้วางใจฝากน้องสาวท่านพี่ไว้กับข้ากระผมได้เลย”

หึๆ ในเมื่อพรหมลิขิตมันหดลง ผมก็จะต่อขึ้นมาเอง

ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องจีบสาวน่ะผมไว!

แล้วพอผมเช็ดเลือดให้ท่านพี่สุดหล่อเสร็จ จนมั่นใจว่าเลือดจะไม่ไหลออกมาอีกแล้ว ผมก็เอาเสื้อมาสวมไว้ตามเดิมเพราะรู้สึกหนาวๆ แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ โดยเฉพาะตรงบริเวณหน้าอกแบนๆ ที่ไม่ได้ตูมๆ เหมือนของสาวๆ นี่ เสียววูบไปหมดเลย จนผมกลัวว่าจะเป็นหวัด เพราะเจ็ตแล็คผมเลยต้องรีบสวมเสื้อผ้าทันที

หมับ~

พอสวมเสื้อเสร็จผมก็เอามือทั้งสองข้างประคองใบหน้าท่านพี่สุดหล่อเอาไว้

“หวังว่าท่านพี่คงจะเข้าใจข้ากระผมนะขอรับ” ถามย้ำอีกครั้ง พร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนลงไป และดูท่ามันจะใช้ได้ผลพอตัว แม้ตอนแรกท่านพี่สุดหล่อจะดูอึ้งๆ หรี่ตามองมาที่ผมอย่างประเมินสถานการณ์ ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนมาเป็นเย็นชา นิ่งเชย แล้วมองมาที่ผมนิ่งก็จริง แต่พอเจอสายตาพิฆาตท่าไม้ตายของผมเข้าไป ท่านพี่สุดหล่อก็ดูอ่อนลงทันที ผมสังเกตได้จากแววตาที่ดูหวั่นไหวเล็กน้อยนั่น ถึงจะแค่แวบเดียวแต่มันก็บอกผมได้ว่าท่านพี่กำลังจะใจอ่อน!

เพราะฉะนั้นผมเลยต้องลุยต่อไป!!

“ส่วนเรื่อง” ผมชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่บริเวณใบหูและลำคอ หันไปมองบริเวณรอบๆ อย่างชั่งใจ ก็ตัดสินใจโน้มคอท่านพี่สุดหล่อลงมาอีกครั้ง แล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูท่านพี่ไปว่า “รอยกัดที่ท่านพี่ฝากผมไว้ ผมจะลืมๆ ไปซะ แต่คราวหน้าคราวหลัง ถ้าท่านพี่จะไปมีเรื่องกับใคร ท่านพี่บอกข้ากระผมนะขอรับเดี๋ยวผมจะไปจัดการให้เอง”

“อย่าไปกัดคนอื่นเขานะขอรับ มันดูทุเรศ” พูดเสียงหวานปนเวทนา

…!

“เพราะลูกผู้ชายน่ะเวลาเขาสู้กันน่ะ เขาใช้หมัด” ปากกระซิบ มือก็กำหมัดให้ดู แล้ววางไปที่ใบหน้าท่านพี่สุดหล่อเบาๆ

“ไม่ได้ใช้ปาก” คลายมือที่กำหมัด แล้วเอานิ้วมาจิ้มปากท่านพี่เอาไว้แทน

“ต้องใช้หมัด” และก็กำมืออีกครั้ง

“แล้วมันจะได้แผลแบบนี้” ก่อนที่จะเอานิ้วไปวางไว้ที่แผลที่โดนผมซัดไปอย่างเบามือ

“เข้าใจนะขอรับ ต่อไปจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวอีก แล้วเดี๋ยววันหลังกระผมจะมาสอนวิธีการต่อสู้ให้นะขอรับ” พูดจบผมก็ปล่อยคอท่านพี่ที่โน้มเอาไว้ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านพี่สุดหล่อมีสีหน้าอย่างไง แต่ความเงียบน่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เพราะอย่างน้อยถ้าไม่ชอบผมก็คงจะต่อว่าผม หรือกัดผมไปแล้ว

ใช่กัด! ได้ยินไม่ผิดหรอก

ก็มีไม่ใช่เหรอนักมวยที่ชอบกัดหูคนอื่นเพราะไม่ชอบหน้าคนอื่นเข้า แถมยังมีนักฟุตบอลชื่อดัง ที่ชอบกัดไหล่ แขนและคอเวลาต้องการแย่งลูกบอลจากอีกฝ่ายอีกด้วย ท่านพี่สุดหล่อก็คงเป็นประเภทเดียวกัน นี่คงโกรธผมที่คิดจะไปจีบพี่สาวคนสวยชุดแดงเมียตัวเองเข้า เลยคิดชิงลงมือกับผมก่อน เพราะผมบอกว่าจะดักตีหัวเขา เลยจำใจต้องมาหาเรื่องผม แต่คงกลัวสู้ผมไม่ได้ เลยคิดจะกัดผมแทน หรือไม่ท่านพี่สุดหล่ออาจจะเป็นคนที่มีแต่แรง ตัวใหญ่ แต่ทำอะไรไม่เป็นเลยเผลอมากัดผมเขา แล้วเพราะไม่เอาไหนแบบนี้ไง! ผมเลยต้องอาสาปกป้องน้องสาวท่านพี่ให้แทน Good job!

เฮอ~  เกือบไปแล้วไง

ผมเกือบจะเป็นผู้ชายอันตราย เล้วเลว! ที่ทำร้ายว่าที่พี่เมียในอนาคตซะได้

ผู้ชายแสนดีที่พูดและฟังภาษาไทยชัดเจน แต่ไม่เคยถือสาผมตอนที่ผมไปหาเรื่องที่สนามบิน

ผู้ชายแสนดีที่เสียสละเสื้อแจ็คเก็ตหนังราคาแพง เพื่อที่น้องสาวจะได้ทิ้งเบอร์โทรเอาไว้ให้ผม เพราะหลงรักผม

ผู้ชายแสนดีที่ตอนนี้ก็ยังคงอภัยให้ผม ไม่โกรธผมเลยแม้แต่น้อย

ผู้ชายที่ดีและหล่อขนาดนี้ หาได้ที่ไหน??

ผมนี่เกือบจะเป็นว่าที่น้องเขย ที่ทำร้ายพี่เมียในอนาคต เพราะความเข้าใจผิดซะได้

แย่จริงๆ สงสัยที่เป็นแบบนี้คงจะเป็นเพราะ

เจ็ตแล็ค อะเกน (Jet Lag Again!!!) ชัวร์!!



5.12.59 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1310 palm-mild (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 11:05
    ท่านพี่ขอรับมานี่ฮ่า กูนี่ตบเข่าแดงไปหมดดด
    #1,310
    0
  2. #1308 EmoMama (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 10:50
    ชาตรีหนูคิดได้ไงลูก555555555
    #1,308
    0
  3. #1302 เถาไม้แก้ว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 18:56

    น้องแมนนี่~~~~

    น้องอย่ามโนค่ะลูก มากิคือว่าที่น้องผัวค่ะลูก

    ส่วนผัวหนูอ่ะ อยู่ข้างหน้านี่ค่ะลูกสาว

    แถมผัวหนูยังตีตราจองหนูแล้วด้วย

    555555555555

    #1,302
    0
  4. #1281 amon_saynuy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:45
    เดี่ยวๆ ชาตรีลูกคิดอยางงี้จริงเรอ
    ตอนเเรกนึกว่านายเอกจะเก่งกัยคนอื่นไปทั่วเเต่จะเเพ้เเค่พระเอกคนเดียวเเต่ดูเเล้วนายเอก-ได้ใจมากชอบมาก หาอ่านอยากมากที่นายเอกจะเก่งเฟี้ยวเเบบนี้ชอบบบบบบ
    #1,281
    0
  5. #1223 LADY-Y (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 15:43

    เดี๋ยวๆๆๆชาตรีคิดไปได้ไงลูก5555555

    #1,223
    0
  6. #1160 knwpyyt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 13:31
    น้องงงงง
    #1,160
    0
  7. #1111 athitiyaunyotha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 20:17
    ทำไมน้องถึงไม่ยอมรับตัวเองงงง

    -สวยค่ะแมน-สวยยยยย
    #1,111
    0
  8. #950 Somsa~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:01
    ต๊องคิดไปได้ อย่างลื่นเลยชาตรี เชียร์พี่ชินตบเกรียนตบสุดพลัง
    #950
    0
  9. #949 Somsa~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:01
    ต๊องคิดไปได้ อย่างลื่นเลยชาตรี เชียร์พี่ชินตบเกรียนตบสุดพลัง
    #949
    0
  10. #948 Somsa~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:01
    ต๊องคิดไปได้ อย่างลื่นเลยชาตรี เชียร์พี่ชินตบเกรียนตบสุดพลัง
    #948
    0
  11. #922 Laynajang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 08:06
    นั่นไงว่าแล้วกรี๊ดจิกหมอน
    #922
    0
  12. #905 Nay Sincerity (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 14:16
    โอ้ย มโนไปไกลและชาตรี ดูการ์ตูนมากไปหรอจ๊ะ ตื่นค่ะ!!!!
    #905
    0
  13. #829 Choco'l Pis (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 01:46
    ตลกกกกกกกก แหมะ พอไปชอบน้องเค้าก็เรียก ท่านพี่ ขึ้นมาทันทีเลยนะเห้ยย เกรียนจริงงงงงง
    #829
    1
    • #829-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 5)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 07:19
      ขอบคุณนะคะ ถ้าชอบไรท์ก็ดีใจค่ะ
      #829-1
  14. #793 แมวจัง~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 19:09
    สมเป็นไส้เดือนอะไรจะลื่นขนาดนั้น5555
    #793
    0
  15. #777 krislayxingfan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 19:02
    โอ้ยยยย ชาตรีเอ้ยยย5555
    #777
    0
  16. #753 ⓒoup . t (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 22:40
    สนุกและฮามาก
    #753
    0
  17. #742 ang_9potion (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 13:22
    โอย น้องงงง 5555
    #742
    0
  18. #676 นาเดียร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 16:19
    จัดการเลยค่ะพี่ชินเด็กอะไรน่ารักน่าตีจริงๆลื่นมาก5555
    #676
    0
  19. #648 rain27kith (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 13:12
    5555555
    #648
    0
  20. #639 Omsuchar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 12:15
    โอ้ย! ตอนที่4 ชาตรีตลกอ้ะ อารมณ์แปรปรวนง่ายจัง55555555555555
    #639
    1
    • #639-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 5)
      14 สิงหาคม 2560 / 18:48
      ขอบคุณค่ะ ถ้าชอบไรท์ก็ดีใจค่ะ
      #639-1
  21. #607 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 21:47
    ยิ่งอ่านยิ่งสงสารชินขึ้นทุกบท55555!!!
    #607
    1
    • #607-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 5)
      30 กรกฎาคม 2560 / 21:10
      ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ ชินน่ะน่าสงสารตลอดค่ะ อีกนาน...

      แต่แมนนี่ก็น่าสงสารเหมือนกันนะคะ เพราะโดนไปเยอะเหมือนกันค่ะ ^^
      #607-1
  22. #585 GeneJang~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:04
    น่ารักมากชาตรีอะไรจะไหลไปได้ขนาดนั้น5555
    #585
    0
  23. #584 GeneJang~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:04
    น่ารักมากชาตรีอะไรจะไหลไปได้ขนาดนั้น5555
    #584
    0
  24. #556 pegger15384 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:50
    ข้าขอซูฮก อะไรจะลื่นไหลขนาดนั้น
    #556
    0
  25. #536 BellaNAN (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:38
    ช่างมโนเหลือเกินไหลเชียว
    #536
    0