I'M SORRY ขอโทษที ที่ผมเกิดมาสวย [YAOI]

ตอนที่ 4 : I'm Sorry :: Slap Troll

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    2 มี.ค. 64

3

Slap Troll!!

 

 

ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด Duck Food

 

Duck noodle soup?” (ก๋วยเตี๋ยวเป็ด)

“ไม่กินหรือไง?” พี่นารีหันมาถามผม หลังจากที่พาผมมานั่งอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่ตึกข้างๆ คอนโด

“นี่หรูแล้วเหรอ” ผมถามเบาๆ แล้วมองชามก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่วางตรงหน้าอย่างอึ้งๆ

“ใช่ นี่แหละจัดว่าเด็ดสุด ปกติก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้านธรรมดาทั่วไป ราคาอยู่สี่สิบบาทไม่เกินร้อย ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ที่ตั้งและทำเล แต่ร้านนี้ราคาร้อยยี่สิบถึงสามร้อย ด้านในก็ติดแอร์จัดว่าหรู รสชาติก็เด็ดอย่าบอกใคร วันไหนค่าต้นฉบับพี่ออก พี่ก็มักจะมาฉลองที่นี่แหละ อร่อยมากสุดยอด เราจะเบิ้ลกี่ชามก็ได้นะพี่ไม่ว่า ถือซะว่าฉลองที่เรากลับมาก็แล้วกัน ซูดดดดดด~” พูดจบก็ซดน้ำก๋วยเตี๋ยวเป็ด แล้วทำสีหน้าภาคภูมิใจว่าอร่อยสุดๆ

จนผมอึ้งพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ แต่

“ซูดดดดดด~” พอลองซดดูบ้าง ตาผมก็เป็นประกายวาวๆ ทันที เพราะเนื้อเป็ดมันนุ้มนุ่มละลายในปาก เส้นเหนียวนุบนั๊บไม่เละ อร่อยจริงแบบที่พี่นารีบอก เยี่ยม จัดว่าเด็ดจริง!!

 

ไปเที่ยวกันไหม จะไปก็รีบไป ไปกับพี่แล้วสบาย เดี๋ยวพี่พาไปกินตับ ตับตับ ตับตับ

 

เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือพี่นารีดังขึ้นมา ผมไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไร เพราะผมเด็กนอก รู้แต่ว่าจังหวะมันส์ๆ ยียวนกวนโอ๊ย ร้องโดยคนไทย แต่เรื่องนี้ช่างมันเถอะ เพราะก๋วยเตี๋ยวเป็ดน่ะอร่อยสุดยอด

“ซูดดดดด~” ซดต่อ

“ไง อ้อ ตอนนี้พี่อยู่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด อีกสักพักก็คงขึ้นไป มาพรุ่งนี้เหรอ ได้ๆ พี่ไม่บอกหรอกเดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ คงดีใจแน่ถ้าเจอเรา เคๆ” พี่นารีรับสาย แต่คุยกันแค่แป๊บเดียว ก็วางสายไป “เพื่อนพี่น่ะ” แล้วหันมาบอกผม ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะความสนใจของผมอยู่ที่ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ที่ตอนนี้กำลังนั่งซดอย่างเอร็ดอร่อย

“จริงสิ แจ็คเก็ตหนังสีดำน่ะ ของเราหรือเปล่า?

“เอ๋แจ็คเก็ต?” ผมทวนเบาๆ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “อ๊ะ!” แต่พอนึกอะไรได้ผมก็ตาโตขึ้นมาทันที “นั่นน่ะไม่ใช่เสื้อผม ของใครก็ไม่รู้อย่าไปสนใจมันเลย ทิ้งถังขยะไปเถอะ” ส่ายหัวปฏิเสธแล้วบอกพี่นารีไปแบบนี้ เมื่ออยู่ๆ พี่นารีก็พูดถึงแจ็คเก็ตหนังสีดำของไอ้หล่อนั่น จะว่าไปไอ้หล่อนั่นมันเป็นโรคอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ แค่คิดผมก็ขนลุกจะแย่ เพราะตอนผมโป๊อยู่ที่ระเบียง ผมเคยเอาเสื้อมันมาคลุมตัวไว้ กลับบ้านไปสงสัยต้องอาบน้ำอีกหลายๆ รอบ

“ตายจริง! พี่ก็นึกอยู่แล้วเชียวว่าไม่น่าใช่ของเรา เพราะตัวมันใหญ่เกินไป แต่พี่ดันคิดว่าเป็นของเราซะได้ เลยเผลอหยิบติดมือมาด้วย แถมนั่นน่ะเสื้อแจ็คเก็ตหนังแท้แบรนด์ดังราคาเป็นแสนเลยนะ ป่านนี้เจ้าของเสื้อคงสาปแช่งและด่าพี่ตามหลังแน่ๆ ให้ตายเถอะ ไม่น่าพลาดเลย” พี่นารีบ่นอย่างหัวเสีย แล้วหยิบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาดู

“ซูดดดดดด~” ผมที่ซดก๋วยเตี๋ยวเป็ดอยู่เลยเหล่มองนิดๆ

“เอาไงดี ตอนซักเสื้อพี่เจอเบอร์โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อก็จริง แต่อ่านข้อความแล้วไม่น่าใช่เบอร์เจ้าของเสื้อ แต่เดี๋ยวต้องลองติดต่อไปดู เพื่อใช่หรือเป็นคนรู้จัก พี่จะได้ส่งเสื้อคืนเจ้าของไป ถึงจะน่าเสียดายเงินค่าจัดส่ง แต่พี่ก็ผิดจริงๆ” พี่นารีบ่นไปถอนหายใจไปและยกมือกุมขมับ ขณะที่ผมเริ่มชะโงกหน้าเข้าไปดูเล็กน้อย

 

089-XXXX-XXXX

Do not forget to call me. [อย่าลืมโทรหาฉัน]

 

หมับ~

ผมคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาจากมือพี่นารีทันที หลังจากที่อ่านข้อความในนั้นจบ นี่อย่าบอกนะว่าไอ้หล่อนั่นมันไม่ได้ลืมเสื้อ แต่มันจงใจทิ้งเสื้อไว้เพื่ออ่อยผม แบบนี้ก็หมายความว่า

ไอ้เหี้ยหล่อ มันคิดเสียบตูดผม!!!

หน็อย!!! ไอ้สัสสส!!!

อ่อยใครไม่อ่อยดันอ่อยกู มึงๆๆ

“ทิ้งเสื้อไปเลย มันไม่ได้ลืมแน่ๆ เดี๋ยวพี่กินไปก่อนนะ ผมขอโทรไปจัดการไอ้โรคจิตนี่ก่อน” ผมลุกขึ้นยืนเปิดประตูเดินออกไปนอกร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด เพราะกลัวเสียงของผมจะไปรบกวนคนอื่นเข้า

แล้วพอได้มุมที่คิดว่าเหมาะ ผมก็

ติ๊ดๆๆๆ

หยืบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรศัพท์ในกระดาษ ที่ไอ้หล่อนั่นเขียนทิ้งไว้ให้ผมทันที แล้วพออีกฝ่ายรับสายผมก็

“ไอ้หล่อ ไอ้สัส” ด่ามันทันที นี่มึงคิดจะเสียบตูดกูเหรอ หน็อย ไอ้เลว มึงจะมากเกินไปแล้วนะโว้ย กล้าทิ้งเบอร์ไว้อ่อยกูอีก ไอ้เหี้ยอย่าให้กูเจอมึงนะ กูจะตบมึงให้คว่ำเลยไอ้โรคจิต!! @#$%##%$%” ผมรัวด่ามันเป็นชุด จนมันทนไม่ไหว

(ตืดตืดตืด)

ตัดสายผมทิ้งไป แต่เรื่องอะไรผมจะยอม

ติ๊ดๆๆๆ

ผมกดเบอร์มันใหม่ เพราะผมยังด่ามันไม่สะใจ แต่พอเหลือตัวเลขสุดท้ายผมก็ชะงักมือเล็กน้อย เพราะผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ผมไม่ได้กดหมายเลขทางไกล โทรศัพท์ผมน่ะพี่นารีเปิดเบอร์ที่ไทยให้เรียบร้อยแล้วใช้ได้ตามปกติ แต่ผมไม่รู้ว่าไอ้หล่อนี่มันอยู่ประเทศไหนน่ะสิ แบบนี้ก็แสดงว่าเมื่อกี้ผมน่ะโทรผิด!

Oh my god!! (โอ้มายก็อด) ตายห่าแล้ว

ผมดันโทรหาใครไปก็ไม่รู้ ด่าไปเยอะซะด้วย ไอ้หล่อโรคจิตนั่นก็บ้า จะจีบกันทั้งทีดันเขียนเบอร์โทรมาล้วนๆ ซะได้ 

โอ้ยยย~ โหสิเถอะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ

ฟิ้วววว~

เสียงผมขย้ำกระดาษในมือปาทิ้งลงพื้นไปอย่างหงุดหงิด

อ๊ะ!! แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้ผมก็เก็บมันขึ้นมาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เพราะผมไม่ควรทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง เก็บใส่กระเป๋าไว้แล้วค่อยไปทิ้งที่บ้านทีหลังก็แล้วกัน ผมน่ะเด็กดี แต่นึกแล้วก็โมโห ไอ้เหี้ยหล่อนั่นมันคิดจะเสียบตูดผมซะได้

ไอ้โรคจิต!!! ถ้าเจอจะกระทืบให้เละเลยคอยดู

ผมกล่าวอาฆาตแค้นไอ้หล่อในใจ แล้วเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงอย่างหงุดหงิด แต่พอจะเดินเข้าไปในร้าน ผมก็ชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์ของพี่สาวคนสวยที่ขอมาเมื่อกี้นี้ เพราะผมกำลังมีไอเดียดีๆ ที่ว่าผมจะเริ่มต้นจีบเธอด้วยก๋วยเตี๋ยวเป็ด

หึๆ รับรองว่าพอเธอเจอเป็ดรสเด็ด แล้วเธอจะติดใจ เยี่ยม!~

ตู๊ดดดดดดดด~

ติ๊ด!~

โอ๊ะ รับแล้ว

“พี่สาวครับ ผมกำลังกินก๋วยเตี๋ยวเป็ด ร้านอร่อยๆ ใกล้ๆ คอนโด พี่อยากกิน เอ๋…”

(จุนเพิ่งถึง ตอนนี้กำลังจะนอน หือ?) เสียงทุ้มที่ฟังดูแล้วกำลังหงุดหงิดสุดๆ ที่มีใครมารบกวนเวลาของเขาเข้า พูดสวนออกมาพอดิบพอดี ในจังหวะที่ผมกำลังพูดออกไป ซึ่งพอผมรู้ตัวผมก็ชะงักไปทันที

() แล้วต่างคนก็ต่างเงียบไป

แต่ว่าเสียงเมื่อกี้นี้ ไม่ใช่เสียงพี่สาวคนสวยแน่ๆ ผมจำเสียงเธอได้ เสียงทุ้มๆ เย็นๆ ออกแนวเย็นชาอย่างชัดเจนแบบนี้น่ะ ต้องเป็นของท่านเจ้าของมหาลัยแน่นอน เพราะพี่สาวคนสวยเพิ่งเข้าไปข้างในห้องนั้น แต่คำว่าเพิ่งถึงกำลังจะนอนน่ะ มันหมายความว่าอย่างไง อย่าบอกนะว่าจะไม่ใช่พ่อลูกกันแบบที่ผมคิด แล้วตอนนี้ทั้งคู่กำลังติ๊ดๆ กันอยู่ จนพี่สาวคนสวยคนนั้นสลบหลับไป แล้วพอผมโทรไปรบกวนท่านเจ้าของมหาลัยก็เลยหงุดหงิดสุดๆ

x!” พอรู้ตัวผมก็สบถด้วยความไม่พอใจ “นี่ลุง ลุงคิดจะกินเด็กเหรอ” แล้วถามปลายสายอย่างขุ่นเคือง

(…!)                                               

แก่แล้วไม่เจียมเลยนะลุง

(…!!)

“ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะลุง อย่าอยู่คนเดียวมืดๆ ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน เผลอเมื่อไรระวังจะโดนตบคว่ำ แล้ววูบไปโดยไม่รู้ตัวนะลุง ติ๊ด!” ผมขู่เสียงเย็น ตัดสายทิ้งแล้วลบเบอร์พี่สาวคนสวยทิ้งทันที เบอร์อีหนูเด็กเสี่ยน่ะ ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ให้ช้ำใจ แล้วผมก็เดินเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดอย่างเซ็งๆ

สามสิบนาทีกับอีกสองวินาที พรหมลิขิตของผมก็หายวับไปกับตา

พร้อมๆ กับคำที่ว่า ผมอกหัก!!!

“พี่เอาก๋วยเตี๋ยวเป็ดเพิ่มอีกชามหนึ่ง เพิ่มพิเศษเนื้อเป็ดเยอะๆ หน่อย” ผมตะโกนสั่งเด็กเสริฟที่เดินวนไปมาคอยรับเมนูอยู่ หลังจากที่เดินมานั่งที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว หน็อย นึกแล้วก็เจ็บใจ แบบนี้มันต้อง

อกหักซัดเป็ดดดดดด!!!

 

 

 

อีกด้าน

. คอนโดหรูใจกลางเมือง

 

 

“ไง”

จุนเอ่ยปากทักทายเพื่อนสนิทด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หลังจากที่เห็นร่างสูงของอีกฝ่ายเดินมาเปิดประตูให้เขา แต่ไม่ว่าเขาจะส่งยิ้มทักทายยังไง ใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นเพื่อนก็ยังคงนิ่งสนิทเหมือนเคย จนเขาอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า...

ชีวิตนี้เพื่อนของเขาคนนี้จะทำหน้าอย่างอื่นเป็นไหม?

เป็นเพื่อนกันมายี่สิบกว่าปี ก็ยังคงแสดงแต่สีหน้าเดิมๆ ให้เห็น จะมีท่าทีอ่อนโยนและยิ้มนิดหน่อยก็แค่ตอนอยู่กับมากิ น้องสาวคนละพ่อเท่านั้นเอง นอกนั้นก็เย็นชา นิ่งสนิท เงียบสงบ แทบจะไม่พูดไม่จาอะไรเลยด้วยซ้ำ มองดูแล้วเหมือนเป็นคนน่าเบื่อแต่ก็ไม่ใช่ เพราะดันมีบุคลิกชวนให้น่าค้นหา สะกดตรึงใจผู้คน ด้วยใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรมาจุติ แบบหาตัวได้ยากในยุคปัจจุบัน ชายผู้เป็นลูกครึ่งสามสัญชาติ ไทย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ทุกอย่างเลยหลอมรวมกันออกมาให้ดูงดงามลงตัว ชวนให้ลุ่มหลงและหลงใหล แต่นี่แหละคือ ชิน เพื่อนสนิทของเขา

“หึ เพื่อนมาทั้งที ใจคอจะไม่ยิ้มให้กันเลยหรือไง”

“ฉันเสียใจจริงๆ น้า” คนถามแสร้งทำหน้าเศร้า

” ขณะที่คนถูกถามเงียบแล้วมองมาที่อีกฝ่ายนิ่ง ก่อนที่จะหันหลังเดินเข้าไปข้างใน

“เฮอ” จนจุนต้องถอนหายใจยาว

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะพ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่เด็ก

และอีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะมีพ่อเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลก แล้วการเป็นทายาทเพียงคนเดียวของท่าน ทำให้ต้องรับภาระอย่างหนัก ต้องเรียนรู้ทุกอย่างในฐานะผู้สืบทอด จบปริญญาตรีตั้งแต่อายุสิบเจ็ด ปริญญาโทใบแรกอายุสิบเก้า ใบที่สองตอนอายุยี่สิบ และปริญญาเอกตอนอายุยี่สิบสาม จากมหาลัยชื่อดังในอังกฤษและฝรั่งเศส ดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทตั้งแต่อายุยังน้อย ประกอบกับเจอผู้คนหลากหลาย ที่มาคอยเอาอกเอาใจ เพื่อแสวงหาแต่ผลประโยชน์ เลยทำให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อตอนเด็กๆ ที่เขาเคยเห็นห่างหายไปทุกๆ ที

สุดท้ายก็กลายเป็นคนเย็นชา ความคิดความอ่านดูโตไปไกลกว่าอายุจริง จนเขามองไม่ออกเลยว่า จะมีสักวันหนึ่งไหม ที่จะมีใครสักคน ทำให้ใบหน้าที่เฉยชาของเพื่อนคนนี้ แสดงสีหน้าต่างๆ ให้เห็นได้บ้าง แค่สักนิดหนึ่งก็ยังดี

เขาอยากเห็น เพราะถ้าได้เห็น ชีวิตเขาคงจะสนุกขึ้นมาเป็นกอง!!

“พี่จุนนนนน~

เสียงหวานใสที่ดังแทรกเข้ามาในความคิด ทำให้จุนละสายตาจากเพื่อนสนิท สุดหล่อจอมเย็นชา หันไปมองสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่วิ่งเข้ามาหาแทน ก่อนที่จะยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมารอรับร่างเล็กๆ

หมับ~

หลังจากที่เธอวิ่งเข้ามากอดเขา แล้ว

จุ๊บ~

ที่แก้มเขาเบาๆ

 สมกับเป็นนางฟ้าตัวน้อยของเขาจริงๆ น่ารักผิดกับพี่ชายหลายขุม เพราะถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันตลอดเวลา เลยทำให้เขากับมากิ (น้องสาวชิน) รักกันเหมือนกับพี่น้องคลานตามกันมา มากกว่าที่จะเป็นอย่างอื่น

แต่น่ารักยังไงก็คือน่ารัก

“ไงมากิสบายดีนะ” จุนทักทายด้วยรอยยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเล็กของมากิอย่างเอ็นดู ก่อนย้ายมือมาที่หัวไหล่บอบบาง โอบบ่าพามากิเดินมานั่งที่โซฟา ค่อยๆ ดึงรองเท้าส้นสูงออกจากปลายเท้าช้าๆ

แล้วหันมาแกะวิกผมออกจากหัวอย่างหงุดหงิด

เพราะการเป็นซุปเปอร์สตาร์ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวนัก เขาเลยต้องคอยปลอมตัวตลอดเวลา การแต่งหญิงเลยเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับเขา ที่ต่อให้รู้สึกรำคาญและหงุดหงิด ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ชอบมัน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งของเขา ยิ่งปลอมตัวได้อย่างแนบเนียน แสดงละครตบตาใครต่อใครได้อย่างแยบยล ก็แสดงว่าฝีมือการแสดงละครของเขาเพอร์เฟค สมบูรณ์แบบ ในฐานะนักแสดงแล้วไม่มีอะไรน่าภูมิใจไปกว่าเรื่องนี้ จริงไหม?

เดี๋ยวมากิไปเอาน้ำให้นะคะ” ร่างบางอาสาแต่พอนึกอะไรขึ้นได้ก็หันไปถามจุนอีกครั้ง ทานอะไรมาหรือยัง ถ้ายังไม่ทาน เดี๋ยวมากิทำกับข้าวง่ายๆ มาให้พี่ด้วยค่ะ ยิ้มหวาน จนจุนต้องยิ้มตอบ

พี่จะขอบคุณมากเลยล่ะ เพราะตอนนี้กำลังหิวพอดี

โอเคได้เลยค่ะ งั้นรอแป๊บนะคะ พอได้รับคำตอบร่างบางก็รีบเดินหายเข้าไปในครัวทันที

ขณะที่จุนทิ้งตัวเอนหลังลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยๆ เพราะกว่าจะหนีนักข่าวมาได้ก็เล่นเอาเขาเหนื่อยพอตัว ครั้งก่อนก็ว่าจะเดินทางมาพร้อมชินกับมากิ กลายเป็นว่าไม่รู้ทำไมข่าวถึงหลุดไปได้ ว่าเขาจะเดินทางไปต่างประเทศ วันนั้นสาวๆ กับนักข่าวเลยไปดักรอที่สนามบินกันเพียบ จนเขาต้องยกเลิกตั๋วเครื่องบินกะทันหัน

เพราะเรื่องมาเรียนต่อที่ประเทศไทยนี่เป็นความลับ ไม่อยากให้ใครล่วงรู้

เขาก็แค่เหนื่อยอยากพักผ่อน แล้วอีกอย่าง

“คิดจะทำอะไรกันแน่”

น้ำเสียงเย็นชาที่ดังแทรกขึ้นมาหลังจากจงใจนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ จนกระทั่งมากิเดินออกไป ทำให้จุนกระตุกยิ้มที่มุมปากน้อยๆ เพราะเขาลืมบอกไปว่านิสัยอีกอย่างของชินผู้เย็นชา ก็คือเวลาโกรธจะใจร้อนพอตัวเลยล่ะ น่ากลัวสุดๆ เหมือนกับตอนนี้ที่ต่อให้ถามเขาเสียงเรียบ แต่กลับแววตาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนแบบนี้มัน

หึ เขาน่ะทำให้เพื่อนไม่พอใจเข้าแล้วสินะ

“ไม่เอาน่าคิดมากไปได้ เพราะนายมาเป็นผู้บริหารไง ฉันกลัวนายเหงา เลยถือโอกาสมาอยู่เป็นเพื่อนนายซะเลย”

จุนหยักไหล่ตอบแบบขอไปที จากที่เอนหลังพิงโซฟาอย่างเหนื่อยๆ ก็ขยับตัวเล็กน้อย เริ่มลงมือรื้อเสื้อผ้าในกระเป๋าที่ถือตัดมือมาด้วย อย่างไม่คิดสนใจคำถาม เพราะเหตุผลที่เลือกมาเรียนต่อที่นี่ ทั้งที่ไม่คิดจะเรียนต่อ เพราะเรียนจบปริญญาตรีกับปริญญาโทไปนานแล้วก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่ ว่ามาทำไม แต่เรื่องอะไรเขาจะตอบ ก็ในเมื่ออีกฝ่ายรู้แต่ไม่แสดงออก เขาก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมาเหมือนกัน

 “มากิรักเจ้านั่นมาก”

…!” แต่คำพูดนี้ทำให้เขาต้องชะงักมือที่กำลังรื้อเสื้อผ้าในกระเป๋าทันที

หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วหันไปมองเพื่อนสนิทเต็มตา

” สบตาร่างสูงของเพื่อนสนิทนิ่ง

” เริ่มเข้าประเด็นแล้วสินะ

“อย่าทำให้มากิเสียใจเด็ดขาด”

” นี่คือสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นเหมือนกัน

“เพราะถ้านายทำแบบนั้น ฉันคงไม่อยู่เฉยแน่นอน” ประกาศด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบที่พูดเยอะกว่าปกติ และดวงตาคมกริบสีดำสนิทที่มองมาที่เขานั้น บ่งบอกว่าเอาจริงและเตือนเขาอย่างชัดเจน จนจุนต้องถอนหายใจยาว

” ถึงจะชอบเรื่องสนุก ตื่นเต้น ท้าทายแต่การเป็นศัตรูของเพื่อนเขาก็ไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อย

“กลับไปซะ”

“โอ๊ะโอ” ไล่กันตรงๆ เลยแฮะ “ไม่เอา ฉันก็แค่เหนื่อยอยากพักผ่อน อยู่กับเพื่อนสนิท แล้วถือโอกาสคุ้มครองคู่หมั้นของฉันเท่านั้นเอง ในเมื่อมากิมาอยู่กับปู่กับย่าที่นี่ แล้วนายก็มาอยู่ที่นี่ ฉันมาอยู่ด้วยไม่เห็นผิดอะไรเลยนี่ อย่าคิดมาก ฉันไม่ทำความเดือดร้อนให้นายหรอก” จุนหัวเราะกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่อง

แต่ก็ยกเรื่องจริงขึ้นมาเป็นข้ออ้าง เพราะถึงจะเป็นแค่ในนามหมั้นกันทางธุรกิจ ไม่ได้คิดบังคับให้พวกเราแต่งงานกันจริงๆ เพราะพวกท่านเป็นเพื่อนสนิทกันต้องการขยายธุรกิจใหม่ แล้วสร้างฐานความมั่นคงให้รวดเร็วทันใจ เลยจับเขากับมากิให้หมั้นกันชั่วคราวก็แค่นั้น แต่มันก็เป็นเรื่องจริง ที่เพื่อนสนิทเขาไม่มีทางปฏิเสธเหตุผลนี้ได้ คู่หมั้น มาดูแลคู่หมั้นมันก็ไม่เห็นผิดอะไร เขาไม่ทำให้มากิเดือดร้อนแน่นอน เพราะมากิไม่ได้หมั้นกับมัตซึดะ จุน ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดัง

แต่มากิน่ะหมั้นกับ มาโคโตะ จุน ทายาทมหาเศรษฐีต่างหากล่ะ

ก็บอกแล้วไง ว่าเขาน่ะเก่งเรื่องการปลอมตัว

หึ จุนหยิบเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋า หนีเพื่อนสนิทเดินหายเข้าไปในห้องน้ำดื้อๆ ก่อนที่จะเดินออกมาใหม่ในชุดที่สุดแสนจะเฉย แล้วพอยีผมยุ่งๆ สวมแว่นตาเก่าๆ บดบังใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้ แค่แป๊บเดียวเขาก็อยู่ในร่างของ

มาโคโตะ จุน ได้แล้ว อย่าได้ดูถูกซุปเปอร์สตาร์อย่างเขาเชียว

เพราะเป็นนักแสดงเรื่องนี้แค่เลยสบายๆ สำหรับเขา นอกจากคนใกล้ชิดแล้วไม่มีใครดูออกแน่นอน

หือไม่สิยังมีอีกคน ที่ต่อให้ปลอมตัวเก่งขนาดไหน

ก็มีคนคนหนึ่งคอยจับไต๋เขาได้ตลอดเวลา ทั้งที่ปกตินอกจากพ่อแม่ พี่ชาย ชิน มากิ ผู้จัดการส่วนตัวและลูกน้องคนสนิท แล้วไม่มีใครจำเขาได้เลยสักคน ยกเว้นก็แต่พี่นารี พี่สาวคนสวยห้องฟังตรงข้ามเขาที่จำเขาได้ เธอน่ะมีสายตาเฉียบคมจนน่ากลัวเลยล่ะ เปลี่ยนมากี่ที ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงเธอก็จับได้ทุกที พอนึกถึงตรงนี้จุนก็ส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอมยิ้มน้อยๆ เพราะพอนึกถึงพี่นารีก็พาลนึกถึงคนตัวเล็กหน้าสวยที่เดินมาขอเบอร์เขาเมื่อกี้นี้

“นี่ชินเมื่อกี้ฉันเจอน้องชายพี่นารีด้วยนะ ตกใจเลยล่ะที่รู้ว่าเป็นผู้ชาย สวย...หือ?” จากที่คิดจะเปลี่ยนเรื่อง ตีเนียนเดินกลับมานั่งที่โซฟาตัวเดิม กลับกลายเป็นชะงักหยุดพูด หลังจากที่เห็นเพื่อนสนิท ที่ตอนแรกนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาส่งรังสีอำมหิตข่มขู่เขาอยู่เงียบๆ แววตาไหววูบเล็กน้อยก่อนจะกลับมานิ่งสงบน่ากลัวเหมือนเดิม

ถึงจะแค่เพียงแป๊บเดียวแต่ไม่ทางรอดพ้นสายตาคนช่างสังเกตอย่างเขาแน่นอน

ปฏิกิริยาแบบนี้คืออะไร ทำไมถึง?

จุนขมวดคิ้วสบตาเพื่อนสนิทนิ่ง แต่ก็ยังไม่ทันได้ถามอะไร เพราะเพื่อนของเขาชิงลุกจากโซฟา สาวเท้าเดินไปที่สระว่ายน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ดื้อๆ เดี๋ยวนี่หนีหรือเปล่า? ไม่หรอกมั้ง ชินน่ะนะ???

“เอ๋พี่ชินจะว่ายน้ำอีกแล้วเหรอคะ?” มากิที่เดินถือข้าวผัดอเมริกันร้อนๆ ออกมาจากห้องครัวถามอย่างสงสัย จุนเลยละสายตาจากเพื่อนสนิทหันมองมากิแทน “ร้อนนะคะ” แล้วรับจานข้าวจากมือมากิมาวางตรงหน้าเขา

“ว่ายน้ำอีกแล้ว?” ก่อนทวนคำพูดของเธอ

“ก็เมื่อวานตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสองทุ่มก็ว่ายน้ำตลอดเลย หน้าตาก็หงุดหงิดสุดๆ ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมา พึมพำแต่ว่าน่ารำคาญภาพหลอน แล้วก็โดดลงสระว่ายน้ำ ว่ายเอาๆ จนมากิเป็นห่วงกลัวไม่ค่อยสบาย แต่บอกให้ขึ้นก็ไม่ยอมขึ้น”

“ชินน่ะนะ ภาพหลอน เฮ นี่อย่าบอกนะว่า

“อะไรคะ?

“ตอนเข้ามาอยู่ที่นี่น่ะ ได้จุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางกันบ้างหรือเปล่า?

“มะไม่ได้จุดค่ะ”

“งั้นแสดงว่าชินมันคงเจอดีเข้าแล้วล่ะ เจ้าที่คงแรง ผีไทยน่ะดุ แฮ่!!

“กรี๊ดดดดด พี่จุน!!!

“ฮ่าๆๆ” จุนหัวเราะเสียงดังหลอกมากิที่กลัวผีเล่น ไม่เชื่อเรื่องที่เธอพูด ถึงจะสงสัยแปลกใจกับปฏิกิริยาเมื่อกี้ แต่อย่างชินเนี่ยนะ จะเห็นภาพหลอน ฮ่าๆๆ ไม่มีทางแน่นอน เขาคงคิดไปเองสินะ

คงไปโดนพี่นารีป่วนอะไรอีกแน่ๆ อย่างเช่นตากปลาเค็มไว้หลังบ้านข้างห้องนอนชิน จนกลิ่นตลบอบอวลแล้ววิวทิวทัศน์อันสวยงามลดหายไป เพราะปลาเค็มอันเป็นเสบียงฉุกเฉินของพี่นารี หรือไม่ก็เรื่องเข้าเรียนของเจ้าตัวเล็กนั่น เพราะก่อนหน้านั้นถ้าจำไม่ผิดเหมือนมากิจะเคยพูดเรื่องนี้กับเขาว่า พี่นารีบอกจะคุกเข่ากราบชิน เพื่อขอให้เจ้าตัวเล็กเข้าเรียนที่นั่น ทั้งที่มหาลัยปิดรับสมัครไปแล้ว แต่เรื่องแบบนี้น่ะสำหรับคนเจ้าระเบียบ ทำตามกฎแบบชินคงอึดอัดพอตัว

“โธ่ อย่าแกล้งกันสิคะพี่จุน ชอบหลอกกันอยู่เรื่อย”

“ฮ่าๆ เอาน่าๆ พี่แค่ล้อเล่น”

“พี่จุนละก็...อ๊ะจริงสิคะ มากิว่าที่พี่ชินเป็นแบบนี้น่ะ ไม่ใช่เพราะแบบนั้นสักหน่อย แต่เป็นเพราะว่า

“หือ?

“พี่ชินกำลังมีความรักค่ะ” มากิอมยิ้มหวานให้อย่างน่ารัก แต่กับจุนน่ะ

“แค่กๆ” สำลักข้าวผัดที่ตักใส่ปากทันที

“มากิบอกแล้วไงว่ามันร้อน!” มากิที่นั่งข้างๆ รีบเข้ามาลูบหลังให้จุน ก่อนที่จะส่งน้ำเปล่ามาให้เขา และพอเขารับน้ำมาดื่ม ก็หันไปมองหน้ามากิอย่างสนใจ

“นี่ เล่าเรื่องเมื่อกี้ให้พี่ฟังหน่อย”

“ก็วันนั้นที่สนามบินน่ะ พี่ชิน” พอได้ยินเพื่อนสนิทพี่ชายถามแบบนั้น ร่างบางก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้จุนฟัง รวมทั้งเรื่องที่เธอแอบเอาเบอร์โทรศัพท์ของพี่ชาย ไปใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตด้วย “มากิก็ไม่รู้ว่าสาวสวยคนนั้นเป็นใคร ติดต่อมาหรือยังก็ไม่รู้ แต่เห็นพี่ชายเป็นแบบนี้ ก็แสดงว่ากำลังคิดถึงเธอแน่ๆ” มากิแสดงความคิดเห็น

ขณะที่คนฟังอย่างจุนเริ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากน้อยๆ

เพราะยิ่งฟัง เขาก็ยิ่งคิดว่าเรื่องนี้มันไม่เป็นความจริง แต่

“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ ฮ่าๆ”

 

True love has no guarantee I guess life’s a mystery You’re fire and I’m water That’s just how it is my friend Love is not a concept, no

 

แล้วระหว่างที่จุนกำลังหัวเราะ อย่างไม่เชื่อถืออะไรมากมายนัก เสียงโทรศัพท์มือถือของเพื่อนสนิทเขาก็ดังขึ้นมา เขาเลยละสายตาจากมากิ เดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือ เดินตรงไปที่สระว่ายน้ำเพื่อที่จะเอาไปให้เพื่อนของเขา

เฮ้ชิน มีคนโทรหานายยืนนิ่งอยู่ที่ขอบสระ เรียกและทำสัญลักษณ์มือให้เพื่อนรู้ตัวว่าโทรศัพท์มือถือดัง

ก่อนจะส่ายหัวอย่างขบขัน เมื่อนึกถึงคำพูดของมากิ

หึ! อย่างชินน่ะเหรอจะมีความรัก ไม่มีทางชัวร์ เห็นเงียบๆ นิ่งๆ แบบนี้น่ะ เสือซุ่มเลยล่ะ ไม่เคยมีแฟน (มีแต่เมีย) คืนเดียวจบ ไม่คิดสานต่อ ไม่เคยจีบใคร ไม่สนใจใคร ถ้าเข้ามาไม่ว่าหญิงหรือชาย ถ้าพอใจก็ได้หมดเหมือนกันกับเขาแต่เพื่อนเขาน่ะต่างกับเขาตรงที่ว่า มันไร้หัวใจ ไม่เคยรักใคร เพราะไม่เคยคิดจะเปิดรับใครสักคน เพราะงั้นถ้าเรื่องโจ๊กของมากิเป็นเรื่องจริง มันอาจจะเป็นเรื่องสนุก อีกเรื่องหนึ่งในชีวิตเขาเลยก็ว่าได้ แต่ก็คงสนุกรองลงมาจากเรื่องของเด็กนั่นอยู่ดี

เพราะพอดีเขาน่ะ เป็นคนมีหัวใจ แต่ฝากไว้กับคนคนหนึ่งเท่านั้นเอง

ตอนนี้เขาเลยต้องมาที่นี่ ตามหาเจ้าของหัวใจของเขา

เพื่อที่จะขอคนคนนั้นคืน!!

 

 

“เฮอ” ร่างสูงถอนหายใจยาว

หลังจากที่กำลังว่ายท่าฟรีสไตล์อยู่ในสระ ก็หยุดชะงักลอยคอขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเพื่อนสนิท

“มีคนโทรมาหานาย”

พอได้ยินแบบนั้นก็ว่ายมาที่ขอบสระถอดหมวกและแว่นตาว่ายน้ำออก สะบัดผมไปมาเพื่อที่จะไล่หยดน้ำที่เกาะอยู่ออกไป ถ้าภาพร่างบางเปล่าเปลือย เอวคอดกิ่ว สะโพกกลมกลึง ผิวขาวเนียนละเอียดน่าสัมผัส เจ้าของใบหน้างดงามหมดจด หวานละมุนของคนตัวเล็กนั่น สะบัดออกมาง่ายๆ เหมือนกันหยดน้ำที่เกาะเขาอยู่ตอนนี้ก็คงจะดีไม่น้อย 

“เฮอ” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนที่จะยื่นมือที่เปียกชื้นไปรับโทรศัพท์ เพราะเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่กันน้ำได้ เขาเลยไม่ค่อยใส่ใจอะไรมากมายนัก

 ติ๊ด~

กดรับสายด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

(ไอ้หล่อ)

” แต่เสียงหวานที่เขาไม่เคยลืม ดังมาจากปลายสายทำให้ร่างสูงขมวดคิ้วทันที

(ไอ้สัส นี่มึงคิดจะเสียบตูดกูเหรอ)

..!

(หน็อย ไอ้เลว มึงจะมากเกินไปแล้วนะโว้ย)

(กล้าทิ้งเบอร์ไว้อ่อยกูอีก ไอ้เหี้ย)

…?

(อย่าให้กูเจอมึงนะ กูจะตบมึงให้คว่ำเลย)

(ไอ้โรคจิต!! @#$%##%$%)

ฟิ้ววววววว~

โครมมมมม!!

อีกฝ่ายพูดยังไม่ทันจบ เขาก็กดวางสายแล้วเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือทิ้งทันทีด้วยความไม่พอใจ

จนเพื่อนสนิทที่อยู่บริเวณใกล้ๆ สะดุ้งโหยง

แต่เขาไม่คิดจะสนใจขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ ขบกรามแน่นจนเป็นสนนูนด้วยความโมโห คนตัวเล็ก ปากจัด หยาบคายที่โทรมาหาเขาเมื่อกี้นี้ กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เขาโดนด่า โดยไร้เหตุผล และไม่มีสาเหตุ มันจะมากเกินไปแล้วนะเด็กนั่น

นี่

“อะอะไร”

“เคยคิดอยากจะขย้ำใครสักคน ด้วยความมันเขี้ยวบางไหม?

“เอ๋

“ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกแบบนั้น” มันเขี้ยวจนอยากจะทำลาย อยากทำให้ร้องไห้ ทำร้ายให้ไม่เหลือซากเลยจริงๆ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็ก เขาก็จะไม่สนใจ และต่อให้ร้องไห้งอแงอ้อนวอนขนาดไหน เขาก็จะทำลายทิ้งไปซะ!

 

“หือ?” จุนชะงักเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพื่อนของเขากำลังพูดอะไร

แต่คำว่า มันเขี้ยวตามพจนานุกรมฉบับภาษาไทยที่เขาเคยเรียนมาน่ะ มันหมายความว่า...

 

อยากกัด อยากกิน!!!

 

เดี๋ยวนะ...หรือว่าเรื่องที่มากิเล่าจะเป็นความจริง?

ถ้าดูจากโทรศัพท์ที่แตกกระจาย ปฏิกิริยาเมื่อกี้ พฤติกรรมแปลกๆ และอารมณ์ขึ้นลงของอีกฝ่ายตอนนี้ ที่กำลังอารมณ์เสียสุดๆ อยู่นั้น มันบ่งบอกได้ว่าเพื่อนของเขากำลังผิดปกติต่างจากที่เคยเป็น อืมๆ แบบนี้น่ะ แสดงว่าอาจจะเจอแล้วก็ได้มั้ง คนที่จะคอยกระตุ้นอารมณ์และสีหน้าต่างๆ ของชินให้เปลี่ยนไปมา แบบที่เขาเคยคาดหวังไว้ว่าสักวัน จะมีใครสักคนทำให้ใบหน้าที่เฉยชาของเพื่อนเขา แสดงสีหน้าต่างๆ ได้บ้างสักนิดก็ยังดี ตอนนี้น่ะอาจจะมาถึงแล้วสินะ

หึ ถ้าใช่ แค่คิดก็น่าสนุก

 

Hey, I was doing just fine before I met you I drink too much and that’s an issue but I’m okay.

 

ความคิดของจุนหยุดชะงัก หลังจากที่โทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น พอคิดว่าปลายสายน่าจะเป็นใคร เขาก็เดินไปหาร่างสูงของเพื่อนสนิท ที่กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมอย่างหงุดหงิดอยู่ข้างสระ ไม่ห่างจากเขาไปเท่าไรนัก

“น่ารำคาญชะมัด” บ่นพึมพำ “คงเป็นผู้จัดการของฉันเปลี่ยนเบอร์โทรมา นายช่วยรับสายแทนทีสิ บอกไปว่าฉันเพิ่งถึง ตอนนี้กำลังจะนอน” จุนส่งโทรศัพท์มือถือให้เพื่อนสนิท ที่ดูจากท่าทางแล้วจะไม่พอใจเท่าไรนัก แต่ก็ยอมรับไปอย่างช่วยไม่ได้

จุนเพิ่งถึง ตอนนี้กำลังจะนอน หือ?” ร่างสูงพูดออกไปอย่างหงุดหงิด

(พี่สาวครับ ผมกำลังกินก๋วยเตี๋ยวเป็ด)

…!” แต่เพราะปลายสาย ที่พูดสวนมาพอดิบพอดี ในจังหวะเดียวกันกับที่เขาพูด ทำให้เขาชะงักไปทันที น้ำเสียงที่จำได้แม่นยำ ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน

(ร้านอร่อยๆ ใกล้ๆ คอนโด พี่อยากกิน เอ๋) คนตัวเล็กที่ยังไม่รู้ตัว ยังคงพูดไม่หยุด แต่ครั้งนี้คำพูดกลับสุภาพเรียบร้อยจนเขาอยากจะเห็นหน้าอีกฝ่ายดื้อๆ ว่าตอนพูดสุภาพแบบนี้จะทำสีหน้าแบบไหน?

() แต่ทันทีที่รู้ตัว คนตัวเล็กก็เงียบเสียงไปโดยอัตโนมัติ

“…”

(x!) ก่อนที่จะสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ (นี่ลุง)

“…!” ลุง?

(ลุงคิดจะกินเด็กเหรอ) ถามเขาอย่างขุ่นเคือง (แก่แล้วไม่เจียมเลยนะลุง)

“…!!”

(ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะลุง อย่าอยู่คนเดียวมืดๆ ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน เผลอเมื่อไรระวังจะโดนตบคว่ำ แล้ววูบไปโดยไม่รู้ตัวนะลุง ติ๊ด!) ขู่เขาเสียงเย็น แต่ทันทีที่อีกฝ่ายวางสายไป

ฟิ้ววววววว~

ตูมมมมมม~

โทรศัพท์มือถือของจุน ก็ถูกโยนตกลงไปในสระว่ายน้ำทันที

ลุง กินเด็กอย่างงั้นเหรอ???

ไอ้เด็กนี่มัน

“เฮ้ยยยย!! ถ้านายไม่เต็มใจรับแทนก็บอกฉันมาสิวะ x! ถึงมันจะกันน้ำก็เถอะ แต่ในนั้นน่ะมีรูปของบ้าเอ้ย!!” จุนโวยวายเสียงดังอย่างหัวเสีย หลังจากที่เห็นเพื่อนสนิทของเขา ปาโทรศัพท์มือถือที่มีรูปของคนคนหนึ่งอยู่ในนั้น

โทรศัพท์น่ะช่างหัวมัน แต่ข้อมูลในนั้นน่ะสำคัญสุด

ตูมมมมม~

จุนกระโดดลงไปที่สระว่ายน้ำอย่างไม่ลังเล เพื่อที่จะนำโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมา ขณะที่ร่างสูงของเพื่อนสนิทเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัวสักพัก ก็เดินออกมาคว้ากุญแจรถ ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์เหล้าสุดหรู ที่ถูกออกแบบมาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสีสันให้กับคอนโดห้องนี้ ใกล้ๆ กับโซฟาที่มากิ ที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างนั่งอยู่ด้วยความฉุนเฉียว

“เฮ้ย นายจะไปไหน!

“เฮ้ย นี่!

….

“พะพี่ชินคะ

“ชิน!!!

“ตบเกรียน!!!

!!!

“ฉันจะไปตบเกรียน!!!

!!???

เพราะตอนนี้กำลังมันเขี้ยวเกรียนสุดๆ

ว่าแต่

“มากิ”

“คะ...ค่ะพี่ชิน?

“ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดอร่อยๆ ใกล้ๆ คอนโดมันอยู่ที่ไหน” ร่างสูงชะงักหันไปถามทางน้องสาว หลังจากที่นึกอะไรขึ้นมาได้ ขณะที่จุนที่ยังคงอยู่ในสระน้ำก็ชะงักเช่นกัน เพราะคำว่าเกรียนแต่พอปรับสีหน้าได้ก็เปลี่ยนมาเป็นขมวดคิ้วแทน

“ฉันรู้ ห่างจากที่นี่ประมาณสามกิโล ขับรถไปแป๊บเดียวก็ถึง” ถอนหายใจยาวตัดสินใจขึ้นมาจากสระว่ายน้ำแล้วตอบแทนมากิอย่างสงสัย ก็ไหนว่าจะไปตบเกรียน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด พอเพื่อนเขาเป็นแบบนี้ ก็ชักเริ่มปรับตัวตามมันไม่ทันเล็กน้อย หือ? หรือว่าหมอนี่จะ “อยากกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดเหรอไง ปกติไม่เห็นชอบเลย แต่ถ้าอยากกินละก็ เดี๋ยวฉันพาไปก็ได้ ตั้งแต่ถ่ายละครที่ไทยครั้งก่อน ฉันก็นึกถึงรสชาตินี้มาตลอดเลย อร่อยสุดๆ”

“เอ๋ใช่ภัตตาคารห้าดาว ตรงถนน (จุด จุด จุด) ใช่ไหมคะพี่จุน?

“ใช่ที่นั่นน่ะแหละ พี่ยังติดใจอยู่เลย อืม นึกแล้วก็คิดถึงรสชาตินั่นจัง”

“มากิก็เคยไปกินอร่อยมากๆ เลย ราคาก็ไม่แพง ชามละพันกว่าบาทเอง งั้นมากิขอไปด้วยนะคะ”

“อืม งั้นไปที่นั่นก็แล้วกัน”

รอก่อนเถอะ เด็กเกรียน!!!

. ตอนนั้นเด็กเกรียน

ซูดดดดดด~

อร่อยจัง!~

ก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่นี่รสเด็ดจริงๆ นอกจากจะอยู่ติดคอนโด เดินลงมาแค่แป๊บเดียวถึงแล้ว ยังราคาถูกชามละร้อยกว่าบาทเองด้วย ประทับใจสุดๆ อร่อยสุดยอดดดด~

“พี่นารี เดี๋ยวเราซื้อกลับไปกินบ้านด้วยนะ”

“ได้เลยน้องชาย จะกี่ชามก็จัดไปพี่เลี้ยง”

เพราะพี่น่ะใจป้ำ ฮ่าๆๆๆ

ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดจงเจริญ~


           


03.12.59
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1307 EmoMama (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 10:35
    คนละร้านกันแล้วค่ะพี่ชินน้องโคตรฮาเลย55555
    #1,307
    0
  2. #1301 เถาไม้แก้ว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 18:14

    สรุปคนละร้านชิมิ...

    เพราะ คอนโดน้องกะชินมันมีทางเชื่อม

    น้องบอกร้านอยู่คิดกะตึก

    แต่เพื่อนชินบอกอยู่ห่างไปสามโลจากคอนโด

    ......ตกลงจะเจอกันมั้ยเนี่ย.....

    สงสารคนอยากคันเขี้ยว 5555555

    #1,301
    0
  3. #1222 LADY-Y (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 15:17

    ราคาต่างกันลิบคนละร้านกันชัวรๆ

    #1,222
    0
  4. #1170 Pup_sky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:55
    เราว่าชาตรีเป็นคนบ้าในระดับหนึ่ง เพ้อเจ้อ ดูไม่ปกติสุดใจ แต่เนื้อเรื่องดีค่ะ เราชอบนะ
    #1,170
    0
  5. #947 Somsa~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:49
    คนละร้านคนละร้าน พี่ชินจะไปไหน
    #947
    0
  6. #946 Somsa~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:49
    คนละร้านคนละร้าน พี่ชินจะไปไหน
    #946
    0
  7. #945 Somsa~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:49
    คนละร้านคนละร้าน พี่ชินจะไปไหน
    #945
    0
  8. #944 Somsa~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:49
    คนละร้านคนละร้าน พี่ชินจะไปไหน
    #944
    0
  9. #921 Laynajang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 07:55
    ไปไหนคะคนละร้านแน่ คุงลุงใจเย็นๆปล่อยให้เกรียนปากดีไปแล้วค่อยจับกิน-..-//
    #921
    0
  10. #906 nsp_1116 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 12:55
    คนละร้านแล้วล่ะ 300 กับ พีนกว่าบาท555
    #906
    0
  11. #904 Nay Sincerity (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 13:45
    เดี๋ยวนะ ชามกี่บาทนะก๋วยเตี๋ยวอะ เหิ้มมมมมมมมม เด็กเกรียนจะโดนตบแล้ว 555555
    #904
    0
  12. #847 N3467SA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 13:36
    ชามละพันน555+
    #847
    0
  13. #833 ไลลา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 16:42
    ไปเลยพี่ชิน จับกินโลดปาดจัดมากไปล่ะชาตรี
    #833
    0
  14. #828 Choco'l Pis (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 01:32
    เรื่องสนุก พล็อตน่าสนใจมากค่ะ วุ่นวายดีชอบ แต่ว่าบทบรรยายออกเรื่องอื่นเยอะไปหน่อย ถ้าสั้น กระชับ และอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราว่ามันจะอ่านง่าย เข้าใจ แล้วก็น่าอ่านขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอโทษที่ตินะคะ ไม่พอใจขออภัยค่ะ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆ มาให้อ่านนะคะ
    #828
    1
    • #828-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 4)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 07:04
      ขอบคุณมากเลยค่ะ อยากได้คำแนะนำแบบนี้มานานแล้ว ช่วงนี้ไรท์กำลังซอยตอนแบ่งแก้ไขอยู่ เดี๋ยวจะค่อยๆ ทยอย แก้ไขไปทีละเล็กละน้อยนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ดีใจมากไม่มีโกรธค่ะ ติและแนะนำมาได้เลยค่ะ พร้อมรับทุกคำแนะนำค่ะ กอดดดด~
      #828-1
  15. #827 Choco'l Pis (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 01:29
    ตบเกรียนนนนนนน
    #827
    0
  16. #792 แมวจัง~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 18:45
    กร๊ากกกกกกกขำมากเรื่องนี้ เคะโครตเกรียน5555
    #792
    0
  17. #776 krislayxingfan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 18:36
    พี่ชินนี่น่าจะหมั่นเขี้ยวน้องขน๊าดดดด
    #776
    0
  18. #773 monny2202 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 15:32
    โห...ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดทำพิษ....555555555555555
    #773
    0
  19. #719 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 16:57
    พี่ชินต้องสู้นะคะ ยิ่งพยศยิ่งอร่อยค่ะ หืม????
    #719
    0
  20. #675 นาเดียร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 16:03
    อะไรจะรั่วขนาดนั่น5555 สงสารชิน
    #675
    0
  21. #634 Notty Kero (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 23:32
    เรารู้สึกรำชาตรีจะผิดมั้ยง่ะ ค่อนข้างรำ แต่เนื้อเรื่องสนุกดี
    #634
    1
    • #634-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 4)
      7 สิงหาคม 2560 / 00:56
      ไม่ผิดหรอกค่ะ เรื่องนี้ชาตรีจะป่วนทั้งเรื่องเลย

      ทำใจนิดหนึ่งนะคะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาค่ะ ^^
      #634-1
  22. #606 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 21:27
    สงสารชินสุดละ555555
    #606
    0
  23. #583 GeneJang~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 16:49
    แก่นจริงๆเลยนะชาตรี เรียกลุงเฉยเลย5555
    #583
    0
  24. #555 pegger15384 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:42
    555+ลุงเลยหรอลูก
    #555
    0
  25. #535 BellaNAN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:06
    ปากจัดน่ารักจริงๆเลยเกรียนมากกก
    #535
    0