I'M SORRY ขอโทษที ที่ผมเกิดมาสวย [YAOI]

ตอนที่ 3 : I'm Sorry :: Jet Lag

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,001
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    27 ก.พ. 64

2

Jet Lag

 

 

เจ็ตแล็ค (Jet Lag)

คืออาการที่เกิดจากสภาพแปรปรวนของร่างกายและจิตใจ หลังจากการเดินทางไกลเป็นระยะเวลานานๆ ร่างกายจะเริ่มรู้สึกอ่อนล้า เหนื่อย วิงเวียนศีรษ ป้ำๆ เป๋อๆ หลงลืมไปชั่วขณะ หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียโดยไม่มีสาเหตุ กลางวันง่วงนอน กลางคืนนอนไม่หลับ นอกจากนั้นยังทำให้ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายต่ำลง เป็นหวัดเป็นไข้ได้ง่าย เมื่อเจอกับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

ฮัดชิ้ว~” เหมือนกับผมตอนนี้

พี่ไม่อยากจะเชื่อ ว่าเราจะไปเกิดเจ็ตแล็คที่ญี่ปุ่น

พี่นารียังคงบ่นไม่เลิก หลังจากที่ไปรับผมมาจากญี่ปุ่น เพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับเครื่องบินดีเลย์หลายชั่วโมง ผมเลยเกิดอาการเจ็ตแล็คเป็นหวัดกะทันหัน ต้องแอดมิดนอนโรงพยาบาลญี่ปุ่น จนเดือดร้อนพี่นารีต้องบินจากไทย ไปดูแลผมที่นั่นด้วยความเป็นห่วง และพออาการดีขึ้น ก็ออกจากโรงพยาบาลที่นั่น บินกลับไทยมาพร้อมพี่นารี ตอนนี้เลยมานั่งฟังพี่นารีบ่นอยู่ที่คอนโด หลังจากที่เข้ามาข้างในห้องได้สักพัก

“หัวใจพี่แทบหยุดเต้นนึกว่าจะเป็นอะไรไปแล้วซะอีก อยู่ๆ ก็ติดต่อไม่ได้ วุ่นวายไปกันไปหมด”

“ผมขอโทษ ผมน่ะแข็งแรงจะตาย ไม่รู้เลยว่าจะเป็นหวัด”

“ก็เพราะคิดแบบนี้น่ะสิพี่ถึงได้ปล่อยให้มาคนเดียว ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ไม่ให้มาคนเดียวซะก็ดีหรอก”

“อืม” ผมเห็นด้วย ไม่งั้นคงเที่ยวเล่นญี่ปุ่นไปแล้วล่ะ

เฮอ~ นึกแล้วก็เสียดาย สาวญี่ปุ่นแจ่มๆ ทั้งนั้น!~

“ช่างเถอะๆ ยังไงเรื่องป่วยมันก็ห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว แค่เราปลอดภัยพี่ก็ดีใจแล้วล่ะ แต่นึกแล้วก็เจ็บใจ ไอ้โรงพยาบาลบ้านั่นเก็บค่ารักษาซะแพงหูฉี่เลย เป็นแค่หวัดจะคิดเงินอะไรมากมายขนาดนั้น ขูดเลือดขูดเนื้อกันเกินไปจริงๆ” บ่นไปเม้นปากไปอย่างขัดใจ ขณะที่มือก็ส่งโกโก้ร้อนที่ชงมาให้ผมอย่างหงุดหงิด

สมกับเป็นจอมงกจริงๆ กี่ปีๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยน งกและเค็มสุดๆ

แต่เห็นขี้งกแบบนี้น่ะบอกเลยว่าไม่ธรรมดา

เพราะพี่นารีเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่ได้รับทรัพย์สมบัติของตากับยายที่เสียไป ปัจจุบันเลยเป็นมหาเศรษฐีนีที่ดินพันไร่ ที่ราคาขายในตอนนี้มันไม่ใช่น้อยๆ เลยล่ะ แต่เพราะตากับยายมีลูกหลายคน พอพี่นารีได้รับมรดกทั้งหมดเพียงคนเดียว เลยสร้างความไม่พอใจให้ญาติพี่น้องคนอื่น (ยกเว้นป้าที่เพิ่งเสียไป) เลยต้องเจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย จนกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ถือดีและก็งกสุดๆ เหมือนกับตอนนี้

ทุกอย่างก็คือเงิน เงิน เงินและก็เงิน ถ้าเรื่องเสียเงินน่ะไม่ใช่นารี!!!

” แต่งกเกินไปมันก็ไม่ดีล่ะน้า

“ค่าตั๋วเครื่องบินก็แพ๊งแพง ไม่รู้จะแพงอะไรกันนักหนา ใจจืดใจดำไม่เห็นใจคนเดินทางกันเลยจริงๆ !@#%$&

“เฮอ” ยังคงบ่นยาวเป็นชุด น่ารำคาญจัง “เอาน่าเดี๋ยวผมออกเองก็ได้”

“นี่น้อยๆ หน่อยไอ้คุณหนูชาตรี”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย” ไม่ใช่แค่พี่นารีหรอกนะที่รวยน่ะ เพราะผมก็รวยเหมือนกัน ปู่ผมน่ะรวยมากๆ เลยล่ะ ที่วอชิงตันไม่มีใครไม่รู้จักท่านสักคน เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่งในอเมริกา ที่ทุกคนรักและเคารพนับถือ เพราะว่าท่านใจดีสุดๆ บริจาคให้มูลนิธิ และโรงเรียนต่างๆ มากมาย เลยได้รับความรักจากชาวเมืองเป็นพิเศษ และเพราะมีบารมีของปู่ผมนี่แหละ ต่อให้ผมก่อเรื่องที่โรงเรียนขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก เรื่องก็มักจะเงียบหายไปทุกที

เพราะผมเป็นทายาทเพียงคนเดียวของท่าน

อนาคตทรัพย์สมบัติทุกอย่างของปู่ผม ก็จะตกเป็นของผมทั้งหมดแน่นอน ก็เหมือนกับพี่นารีนั่นแหละ ถ้าพี่นารีได้รับทรัพย์สมบัติของตากับยายแต่เพียงผู้เดียว ผมก็ได้รับทรัพย์สมบัติทั้งหมดของปู่กับย่าแต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน มันเป็นข้อตกลงตั้งแต่แรกที่พวกท่านตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น ตอนตัดสินใจแยกผมกับพี่นารีออกจากกัน

“นี่คิดจะดูถูกพี่หรือไง คิดว่าพี่เป็นใครฮะ!

“ไม่ใช่อย่างงั้นสักหน่อย ผมแค่รำคาญเท่านั้นเอง ก็พี่เล่นบ่นไม่หยุดนี่นา

“ชาตรี!!

“โอ้ยย~ ผมปวดหัวจังเลย” ผมเสแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ หลังจากที่พี่นารีเรียกชื่อผมด้วยความโมโห ใบหน้าสวยคมที่ไม่เหมือนผมเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่เป็นพี่น้องคลานตามกันมามองมาที่ผมนิ่ง

“หยุดเลย อย่าคิดว่า พี่รู้ไม่ทันเรานะ”

“จริงๆ น้า ผมปวดหัวจริงๆ” ทำตาละห้อย “เจ็ตแล็คคคคค~

“โอเคๆ” พี่นารีส่ายหน้าอย่างระอา “งั้นรีบดื่มโกโก้ซะ เดี๋ยวพี่จะพาไปพักผ่อนที่ห้อง” แต่ก็แสดงความห่วงใยผมอย่างชัดเจน เพราะถึงจะเป็นจอมงกยังไง ก็รักผมสุดๆ มักจะใจอ่อนกับผมแบบนี้เสมอนั่นแหละ

น่าเสียดายทั้งที่หน้าตาดีมากแท้ๆ

ถ้าใครต่อใครบอกว่าผมสวยสไตล์น่ารัก พี่นารีในสายตาผมก็สวยเฉียบสไตล์ผู้ใหญ่ ที่เซ็กซี่ซ่อนรูปสุดๆ หุ่นนางแบบ หน้านางเอก ที่ได้รับความสูงมาจากพ่อ กับความสวยมาจากแม่เต็มๆ แต่เพราะเจ้าตัวไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากเงิน ตอนนี้เลยทำงานเป็นนักเขียนชื่อดัง วันๆ เอาแต่ปั่นต้นฉบับ เก็บตัว หาเงินอยู่แต่ในห้อง ถ้าไม่มีงานสังสรรค์ งานเป็นทางการอะไร ก็มักจะแต่งตัวสบายๆ ใส่แว่นตาหนาเตอะ มัดผมสีดำสนิทยาวถึงกลางหลังนั่นไว้ง่ายๆ แค่นั้นเอง

แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง ผมก็รักของผมอยู่ดี

เพราะเธอคือพี่สาวเพียงคนเดียวของผม ว่าแต่

“ผมไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าพี่จะซื้อที่นี่” ผมพูดไปจิบโกโก้ร้อนไป

หลังจากกวาดสายมองบริเวณรอบๆ ห้องพี่นารีมาได้สักพัก ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเหยียบเข้ามาที่นี่ ผมก็อึ้งทึ่งแล้วคิดมาตลอดว่า ทำไมจอมงกแบบพี่นารี ถึงได้มาซื้อคอนโดหรูใจกลางเมืองแบบนี้ได้ อยู่ชั้นบนสุด ที่น่าจะแพงสุด ภายในห้องมีสองชั้น เหมือนกับยกบ้านสองชั้นมาตั้งไว้ไม่มีผิด มีทั้งสระว่ายน้ำและลานจอดรถส่วนตัว เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายในห้องล้วนแล้วแต่ดูหรูหราและคลาสสิคสุดๆ ดูๆ แล้วราคามันไม่ใช่ถูกๆ แน่นอน

แต่เฮอ แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าจะต้องไปอยู่คอนโดเก่าผุๆ พังๆ ซะแล้ว

แล้วใครบอกว่าพี่ซื้อล่ะ”

“เอ๋” ผมชะงักทันที

“แพงและหรูขนาดนี้ คิดว่าพี่จะซื้อลงหรือไงกัน โนๆ ไม่มีทางอยู่แล้วสิ้นเปลืองจะตายไป!”

“หือถ้างั้น…?

“ของแถมน่ะของแถม”

“ของแถม!

“ใช่ของแถม ที่ดินแปลงนี้เดิมทีเป็นของพี่ แล้วเจ้าของโครงการดันเกิดอยากได้มาสร้างคอนโดหรูที่นี่มากๆ เขาเลยเสนอยกห้องให้พี่หนึ่งห้องเป็นของแถม พี่เห็นว่ามันคุ้มค่าทั้งราคาที่ดินและก็ของแถม เลยยอมตกลงซื้อขายกัน แล้วย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่น่ะ”

“...” ว่าแล้วเชียวต้องมีเหตุผลแอบแฝง

“เป็นไงสวยใช่ไหมล่ะ ห้องหรูหรา ความปลอดภัยก็สูง บรรยากาศก็ดี้ดี เหมาะกับการแต่งนิยายสุดๆ ฮ่าๆ” หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ถ้าเป็นของฟรีพี่นารีโคตรชอบ “ถูกใจไหม?” เดินเข้ามาถามผมแล้วลูบศีรษะผมที่นั่งอยู่เบาๆ

“มากกกกกก~” ผมวางแก้วโกโก้ในมือ แล้วเอาหัวถูไถไปมากับมือพี่นารีที่กำลังลูบศีรษะผมอยู่

นิสัยส่วนตัวผมน่ะถ้าเป็นคนที่ผมรัก ผมจะขี้อ้อนสุดๆ

“ฮ้าวววว~” ผมหาวเบาๆ พอดื่มโกโก้ร้อนแล้วผมก็เริ่มที่จะง่วงนอน

“อ้าว ง่วงแล้วเหรอ งั้นตามพี่มาพี่จะพาไปนอนที่ห้อง” บอกผมแล้วเดินนำผมไป ผมเลยลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามพี่นารีไปอย่างช้าๆ “เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดี๋ยวระหว่างทางพี่แนะนำห้องไปด้วยเลยดีกว่า เริ่มจากห้องเมื่อกี้นี้คือห้องรับแขก

“อืม” อันนี้ผมรู้อยู่แล้วล่ะ

“นี่ห้องออกกำลังกาย โน่นห้องน้ำ ห้องทานข้าวและใกล้ๆ กันก็เป็นห้องครัว ในตู้เย็นมีอาหารพร้อมเข้าไมโครเวฟตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงพี่ทำตุนไว้เยอะ ถ้าหิวก็มาเวฟกินเองได้เลยไม่ต้องรอพี่ ใช้ไมโครเวฟเป็นใช่ไหม?” หันมาถามผม

“อื้อ เป็นแล้ว” เด็กอเมริกันใช้เป็นกันทุกคนนั่นแหละ พี่นารีนี่ไม่รู้อะไรเอาซะเลย

“ดีพี่งานยุ่ง อันไหนช่วยเหลือตัวเองได้ก็ทำไป แต่ห้ามทำห้องครัวเลอะเทอะนะ ที่นี่ไม่ใช่คฤหาสน์ปู่ที่อเมริกา พี่ไม่มีเวลาทำความสะอาดให้เรา ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดเข้าใจไหม?

“...” บอกผมขณะที่เดินนำหน้าไปเรื่อยๆ

“และนั่นห้องทำงานพี่ ส่วนใหญ่พี่จะกินนอนในนั้น ถ้าติดป้ายว่ากำลังทำงานอยู่ อย่าเข้ามากวนล่ะ เดี๋ยวพี่จะขาดฟิลลิ่งแต่งนิยายต่อไม่ได้ และก็ตรงโน้นมีสระว่ายน้ำเวลาจะมาว่ายน้ำ ก็ต้องบอกพี่ก่อน พี่จะได้มานั่งเฝ้าเดี๋ยวเกิดเป็นตะคริวขึ้นมาตกน้ำตายไปมันจะไม่คุ้ม” กำชับอย่างหนักแน่นด้วยความเป็นห่วง

” แต่ผมน่ะว่ายน้ำแข็งจะตาย ห่วงไม่เข้าเรื่องล่ะน้า

“ส่วนโน่นก็ลานจอดรถ แต่นายยังเด็กอยู่ยังไม่มีใบขับขี่อันตรายเกินไป รอให้โตกว่านี้ก่อนค่อยว่ากันอีกที

“โอเค” ผมพยักหน้าขณะที่มองไปที่ลานจอดรถสุดหรู ที่สามารถจอดรถได้สองคัน และตอนนี้มีรถบุโรทั่งรุ่นเก่ากึกของพี่นารีที่จอดอยู่ แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ ถ้าผมมีใบขับขี่เมื่อไร มันต้องเป็นที่จอดรถของผมแน่นอน

เดี๋ยวผมจะซื้อรถหรูๆ สักคน อย่างลัมโบกินี่แล้วขับไปมหาลัยสาวๆ จะได้กรี๊ดผม

หุๆ แค่คิดผมก็ฟิน Good job!! ตกลงตามนี้

“ชั้นล่างมีแค่นี้แหละ ต่อไปก็ชั้นสองจะมีทั้งหมดสี่ห้อง ห้องพี่ ห้องเรา ห้องนอนแขกและก็ห้องพระ” หยุดเดินแล้วหันมามองหน้าผม “ที่ห้องพระจะมีอัฐิของตากับยาย และพ่อกับแม่อยู่ด้วย ว่างๆ ก็แวะไปทักทายพวกท่านล่ะ”

กึก

ผมชะงักทันที เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พ่อแม่ ตายาย ชีวิตคนเราช่างน่าเศร้าเพราะความไม่แน่นอน

“ผม” ควรจะไปไหว้ทักทายพวกท่านก่อนดีกว่า

“ไม่ต้อง ไปนอนพักผ่อนก่อนเลย ตื่นมาแล้วค่อยมาทักทายพวกท่านทีหลัง เดี๋ยวเกิดดราม่านอนไม่หลับ แล้วจะไม่ได้พักผ่อนซะอีก” แล้วเหมือนพี่นารีจะรู้ตัว ว่าผมจะรู้สึกเศร้าเลยพูดคำนี้ออกมา ก่อนที่จะเดินนำผมมาที่ห้องห้องหนึ่ง “นั่นห้องพี่” ชี้ไปที่ห้องข้างๆ “ส่วนนี่ห้องนาย เชิญ” พูดจบก็เปิดประตูห้องหนึ่งให้ผม

Oh my god!! (โอ้มายก็อด)” ที่พอผมเห็นข้างใน ผมก็อุทานตาเป็นประกายทันที

หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง หลังจากที่เห็นห้องห้องนี้ บอกเลยว่าพอใจมากๆ และก็ทึ่งสุดๆ เพราะห้องที่พี่นารีจัดเตรียมไว้ให้ ถูกตกแต่งใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวอลล์เปเปอร์ผนังห้อง ผ้าปูที่นอน และของใช้จำเป็นทุกอย่างในห้องนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคอลเลคชั่นการ์ตูนวันพีช การ์ตูนยอดฮิตที่ผมชอบทั้งหมด ส่วนของใช้จำเป็นที่ผมขนมาจากอเมริกา ที่ส่วนใหญ่เป็นโมเดล ฟิกเกอร์และหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรด พี่นารีก็เป็นคนจัดเก็บทุกอย่างให้เข้าที่เรียบร้อยหมดแล้ว

“ถูกใจไหมล่ะ พี่ตกแต่งไว้เพื่อเราโดยเฉพาะเลยนะ”

“ถูกใจมากๆ เลย” มากจนผมทนไม่ไหว

จุ๊บ~

ต้องเดินไปกอดและจุ๊บแก้มพี่นารีเบาๆ

“ขอบคุณครับ”

“ไม่เอาน่าพี่ไม่ได้ทำอะไรมากสักหน่อย” พี่นารีพูดอย่างเขินๆ ก่อนที่จะลูบศีรษะผมเบาๆ เพราะผมเตี้ยกว่าเยอะ เลยลูบได้อย่างสบายๆ “แล้วมันก็ไม่ได้ลงทุนอะไรมากด้วย พี่ก็แค่ขายเฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ไปทั้งหมด แล้วเอาเงินมาตกแต่งให้นายใหม่เท่านั้นเอง เงินที่ขายเฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ไปน่ะมากกว่าที่ตกแต่งใหม่ซะอีกนะ ฮ่าๆ”

” แม้คำพูดไม่เข้าหู แต่ฟังดูก็รู้ว่าโกหก

ถ้าตกแต่งขนาดนี้ละก็ราคามันไม่ใช่น้อยๆ แน่ๆ

เพราะคฤหาสน์สุดหรูของคุณปู่ผมที่วอชิงตัน ก็ตกแต่งสไตล์นี้เหมือนกันราคามันไม่ใช่ถูกๆ เลย

“ถ้าชอบพี่ก็ดีใจแล้ว ก็เรามีกันแค่สองคนนี่นา” เสียงพึมพำเบาๆ ที่ตามมาในตอนท้าย ทำให้ผมยิ้มกว้างทันทีแล้วกอดพี่นารีแน่นขึ้น เอาหน้าซุกลงกับหน้าอกคัพซีซ่อนรูปอย่างซึ้งใจ โดยไม่ได้คิดอะไรเลยแม้แต่น้อย ถึงพี่นารีจะอกโตซ่อนรูป แต่พี่ก็คือพี่ที่ผมรักและเคารพสุดๆ แล้วพี่นารีก็ดันตัวผมออกมาจากอกเล็กน้อย พร้อมๆ กับพูดว่า

“Welcome to Thailand, Chatri”

บอกเลยว่าผมน่ะโคตรซึ้ง!!

 

 

ห้าชั่วโมงต่อมา

 

 

ฮ้าวววววว~

ผมหาวเบาๆ ขณะที่นอนบิดตัวไปมาอยู่บนที่นอน

หลังจากที่นอนหลับพักผ่อนมาห้าชั่วโมงเต็มๆ

ซึ่งพอผมหันไปมองนาฬิกาวันพีชบนผนังห้อง ก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นของประเทศไทย ทั้งๆ ที่ท้องผมเริ่มเรียกร้องหาอาหารเพราะได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วแท้ๆ แต่ผมกลับขี้เกียจไม่อยากลุกออกไปจากที่นอนวันพีชแสนนุ่มเลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งงัวเงีย แล้วเดินไปเปิดประตูระเบียงข้างนอกเพื่อรับลมให้สดชื่นขึ้น

อ่าอากาศเย็นสบาย สมเป็นคอนโดหรูสูงเฉียดฟ้าใจกลางเมืองจริงๆ

ว้าวววว~ บอกเลยว่าโคตรเจ๋ง เกือบแตะเมฆได้เลย

แล้วพอก้มลงไปมองข้างล่าง ก็เห็นตึกข้างๆ ก็ดูเล็กไปหมด มองดูโล่งๆ เสริมวิวให้ดูงดงาม ยามค่ำคืนคงสวยมากแน่ๆ และผมก็หันไปมองคอนโดห้องข้างๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนบ้านพี่นารี ผมไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านมีนิสัยเป็นยังไง ผมรู้แต่ว่าต้องรวยมากแน่ๆ ไม่งั้นไม่มีทางซื้อที่นี่ได้แน่นอน ชั้นนี้ก็มีทั้งหมดสี่ห้อง เดี๋ยววันหลังผมคงต้องไปทักทายให้คบทุกห้อง ตามประสาเพื่อนบ้านเพราะผมต้องอยู่ที่นี่อีกนาน แต่เรื่องนี้ปล่อยไปก่อนเถอะ

เพราะตอนนี้ผมกำลังคิดว่าระเบียงนี่ไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไร ถึงจะห่างกันประมาณสามเมตร แต่เพราะคอนโดพี่นารีอยู่ชั้นบนสุด ประกอบกับเป็นคอนโดสองชั้นที่มีทั้งลานจอดรถและสระว่ายน้ำภายตัวใน แผนผังการสร้างเลยต้องสลับซับซ้อนนิดหน่อย เหมือนกับการกระจกเงา และเพื่อป้องกันไม่ให้ปิดบังวิวบริเวณรอบๆ เลยสร้างเป็นระเบียงกระจกไว้ ถ้าผมหันไปข้างๆ ก็เห็นระเบียงห้องฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจน

นี่อาจจะเป็นข้อเสียเพียงอย่างเดียวของคอนโดหรูแห่งนี้ก็ได้

แต่เอาเถอะอย่างน้อยสระว่ายน้ำกับระเบียงชั้นล่างน่ะความเป็นส่วนตัวสูง แค่ระเบียงเห็นและติดกันแค่ห้องเดียวจะเป็นอะไรไป อีกอย่างวิวน่ะถ้าผมไม่เปิดประตูออกมารับลม ผมก็มองเห็นทั้งหมดอยู่ดีจากด้านใน เพราะผนังฝั่งระเบียงเป็นกระจกทั้งหมด มีเพียงผ้าม่านลายวันพีชกั้นไว้เท่านั้นเอง ถ้าผมไม่รับลมก็ไม่ต้องเปิดออกมาก็แค่นั้น ว่าแต่

ฮู่~ ลมเย็นดีจัง เพราะอยู่บนที่สูงสินะ

ผมกางแขนขยับขึ้นลงไปมาเหมือนนกกระพือปีก ก่อนที่จะเปลี่ยนมาชกลมเล่นซ้ายขวา รับลมเย็นๆ แทน

“หือ?” ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย

เพราะระหว่างที่ชกลมเลียนแบบนักมวย หันซ้าย หันขวาอยู่ ก็บังเอิญไปเห็นประตูระเบียงห้องฝั่งตรงข้ามเปิดออกมาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ แต่ผมยังไม่ทันได้ทักทายหรือเห็นหน้าเพื่อนบ้านของพี่นารี

แอดดดดดดดดดด~

ผมที่หูดีก็ได้ยินเสียงพี่นารีเปิดประตูเข้ามาในห้องผม

“อ้าวไปไหนซะล่ะ แต่ตื่นก็ดีแล้ว พี่ว่าจะมาปลุกไปทานข้าวพอดีเลย ว่าแต่เสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวนี้ของเราหรือเปล่า พี่ว่าตัวมันใหญ่เกินไปนะ พี่หยิบของใครมาผิดหรือเปล่าเนี่ย”

“ห๊า ว่าไงนะผมอยู่นี่” เพราะได้ยินไม่ชัด ผมเลยละสายตาที่จะมองเพื่อนบ้าน หันไปตะโกนถามพี่นารีแทน

“กรี๊ดดดดดดดดดด!!!

แต่พอพี่นารีเปิดประตูระเบียงเข้ามาหาผม ก็ร้องเสียงหลงทันที

“กะเกิดอะไรขึ้น” ผมถามอย่างตื่นตระหนก หลังจากที่ได้ยินเสียงร้องของพี่นารี

“ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าฮะ เดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดเพราะเจ็ตแล็คอีกหรอก พี่ไม่อยากเสียเงินอีกแล้วนะ!

“เอ๋

“ไอ้หน้าด้านนี่ ถึงตึกจะสูงจนไม่มีใครเห็นแต่ก็หัดละอายซะบ้างสิ”

“อ้อ” พอรู้ตัวผมถึงกับร้องอ้อทันที ผมก้มลงไปมองท่อนล่างที่ห้อยโตงเตงอยู่ ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ผมกำลังโป๊อยู่ ลืมไปเลยว่าผมชอบนอนแก้ผ้า ตื่นปุ๊บผมก็ลุกขึ้นมาเลยเพราะความเคยชิน “นี่ยังไม่ชินอีกเหรอ ตอนอยู่อเมริกาพี่ก็เห็นผมโป๊บ่อยๆ นี่นาที่โน่นถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ไม่เห็นมีใครว่าอะไรเลย

เพราะผมก็โป๊อยู่แต่ในบ้านเท่านั้นเอง ส่วนนอกบ้านน่ะไม่มีทาง เพราะข้างนอกมันอันตรายเกินไป ผู้ชายโรคจิตเยอะ และผมก็หน้าตาดีเกินไป ผมเลยต้องแต่งตัวอย่างมิดชิด แต่ในคฤหาสน์ของปู่น่ะ ผมใช้ชีวิตอิสระชิลล์ๆ ซึ่งไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ปู่กับย่าก็หัวเราะชอบใจอย่างเอ็นดู คนรับใช้และคนสวนก็หัวเราะคิกคักในความทะเล้นของผม พี่นารีตอนไปเรียนปริญญาโทที่เมืองนอกก็เคยเห็นตั้งหลายครั้ง แล้วครั้งนี้จะมาบ่นอะไร ไม่เข้าใจจริงๆ

“แต่ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่อเมริกา!

“โนๆ ประเทศไหนก็เหมือนกันน่ะแหละ พี่น่ะไม่รู้อะไรเอาซะเลย ลูกผู้ชายน่ะต้องนอนแก้ผ้า ลูกชายจะได้ใหญ่ขึ้น แล้วต้องเดินห้อยโหนไว้ให้ชิน เพราะวันไหนเกิดได้แอ้มสาว จะได้ไม่เขินอายจนทำให้อีกฝ่ายเสียอารมณ์

ลูกพี่ลูกน้องคนสนิท ลูกชายป้าที่เพิ่งเสียไป พี่ชายที่ผมเคารพรักนับถือบอกผมไว้แบบนี้

ผมจำได้เป็นอย่างดี อีกอย่าง...

“เกิดเป็นชายชาตรีทั้งที ต้องหน้าด้านหน้าทน เดินแก้ผ้าโทงๆ ยืดอกรับลมได้แบบไม่เกรงใจใคร” ผมเก๊กเสียงหล่อพร้อมกับโพสท่าเท่ๆ เหมือนนักประกวดเพาะกายให้พี่นารีดู

ซึ่งพอดูปุ๊บพี่นารีก็ยกมือขึ้นมากุมขมับปั๊บทันที

“ไอ้” อ้าปากพะงาบๆ อย่างไม่รู้จะด่าผมว่ายังไงดี

“...” และสุดท้ายก็คงยอมให้ผมอยู่ดี

“อ๊ะ!!! ชิน!” พี่นารีอุทานชื่อนี้ออกมาอย่างตกใจ หน้าซีดเหงื่อตกเล็กน้อย เมื่อเห็นคนข้างหลังผม ที่ระเบียงฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นเพื่อนบ้านพี่นารี

เอ่อผมก็ลืมไปเลย ว่าข้างห้องเปิดประตูออกมา งั้นก็แสดงว่าผมกำลังโชว์ก้นให้เพื่อนบ้านดูอยู่น่ะสิ

อึกกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ เอามือยกไปปิดก้นไว้โดยไม่รู้ตัว

เพราะรู้สึกหนาวๆ ก้นยังไงไม่รู้แฮะ

แล้วสายตาผมก็มองไปที่แจ็คเก็ตหนังสีดำ ที่พี่นารีถือติดมือมาด้วย แล้วพี่นารีก็เหมือนจะรู้งาน รีบเอาเสื้อตัวนั้นมาคลุมตัวผมไว้ทันที ถึงเสื้อจะตัวใหญ่กว่าผม แต่เพราะคลุมตัวไว้เฉยๆ ไม่ได้ใส่ มันเลยโคลงๆ เห็นขาอ่อนวับๆ แว้มๆ แต่ก็ยังดีกว่าเปล่าเปลือยโชว์ก้นให้เพื่อนบ้านเห็นนั่นแหละ เพราะความประทับใจแรกเริ่มของเพื่อนบ้านน่ะสำคัญสุดๆ

แถมกว่าผมจะเรียนจบ ผมก็อยู่ที่นี่อีกหลายปี เลยต้องสร้างภาพลักษณ์ดีๆ เอาไว้ก่อน

ให้ตายเถอะ ผมไม่น่าพลาดเลย!

พอคิดแบบนี้ผมก็เสียเซลฟ์ไปเล็กน้อย มือกำสาบเสื้อแจ็คเก็ตไว้แน่น แต่พอนึกอะไรขึ้นได้ ผมก็ก้มลงมองเสื้อตัวนี้ทันที จะว่าไปนี่มันแจ็คเก็ตของไอ้หล่อ ที่ผมไปหาเรื่องมันที่สนามบินนี่หว่า?

รู้สึกว่ามันจะลืมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำเอาไว้

เพราะตอนผมตื่นขึ้นมามันก็กองอยู่ข้างตัวผม แต่ยังไม่ทันได้ทิ้งอะไร ผมก็เกิดหน้ามืด เวียนหัวขึ้นมาซะก่อน แล้วคนที่นั่นก็พาผมไปโรงพยาบาลพร้อมๆ เสื้อของมัน แล้วตอนกลับไทยเสื้อตัวนี้ก็ยังติดมือพี่นารีกลับมาอีก

ฮึ่ม! คิดแล้วก็โมโห

เพราะไอ้หล่อนั่นมันก็มีส่วนทำให้ผม เกิดอาการเจ็ตแล็คเหมือนกัน ผมด่ามันจนเผลอหลับไป

ตื่นขึ้นมาปุ๊บก็ป่วยปั๊บเลย

เฮอะ!!! ไอ้สัส ถ้าเจอกันเมื่อไรผมอัดมันแน่!!!

“งะไงชิน หวัดดีจ๊ะ” พี่นารีส่งเสียงทักทายเพื่อนบ้าน

” ที่ยืนเงียบไม่มีเสียงตอบรับ

แต่จากการที่พี่นารียกมือไหว้ตอบ แสดงว่าอีกฝ่ายคงยกมือไหว้ทำความเคารพมา

“กลับมาเมื่อไรพี่ไม่รู้เลย พี่ว่าจะขอบคุณเราซะหน่อย แต่เดี๋ยวเราค่อยมาทักทายกันทีหลังเนอะ วันนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร พอดีน้องพี่มันเจ็ตแล็คน่ะ เลยเกิดอาการแปลกๆ เดี๋ยวพี่จะเก็บมันเข้าห้องเดี๋ยวนี้แหละ”

“ห๊า!” พี่นารีพูดไม่เข้าหู ว่าแต่ชิน? นี่แสดงว่าข้างห้องเป็นผู้ชายสินะ รู้สึกไม่ถูกใจเลยแฮะ

เพราะลึกๆ ในใจผมแอบจินตนาการว่าข้างห้องผมจะเป็นลูกสาวเศรษฐีที่ไหนซะอีก

“ครับ” คนข้างห้องตอบรับเสียงเรียบ แม้เสียงจะทุ้มฟังดูสุภาพแต่ก็ออกแนวเย็นชาอย่างชัดเจน จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่า หน้าตาคนพูดจะเป็นอย่างไง เลยตัดสินใจหันหลังกลับไป เพื่อที่จะไปดูหน้าเพื่อนบ้านคนนี้สักนิด แต่หันไปได้แค่แป๊บเดียว ยังไม่ได้ทันได้เห็นหน้าอีกฝ่าย

หมับ~

พี่นารีก็ล็อกคอผมลากเข้าห้องทันที

“พี่ขอตัวก่อนจ๊ะ”

“เฮ้ย!! ปล่อยผม” ผมร้องเสียงหลงขณะที่ดิ้นดึกดักไปมา แต่ก็แค่แป๊บเดียวเพราะพอเข้ามาในห้องแล้วพี่นารีก็ปล่อยผมทันที แล้วเดินไปปิดประตูระเบียงอย่างรวดเร็ว

“บ้าชะมัด  รู้ไหมว่านั่นน่ะใคร!!

“ผมจะไปรู้ได้ไงเล่า

“เจ้าของมหาลัยที่เรากำลังจะไปเรียนไง”

“โอ๊ะ!?

“มหาลัยเอกชนชื่อดังในเอเชีย ที่อ้อนพี่บอกว่าไหนๆ ก็มาเรียนที่ไทยแล้ว ก็อยากจะมาเรียนที่นี่ให้ได้น่ะ

…!!

รู้ไหมตอนที่เราบอกว่าอยากเรียนน่ะ มันหมดเขตรับสมัครเรียนไปแล้ว แต่พอพี่รู้ว่าชินได้รับโอนมหาลัยนี้ เป็นของขวัญวันเกิดมาจากพ่อพอดี พี่เลยต้องหน้าด้านไปขอร้อง บอกว่าน้องชายพี่น่ะน่ารัก สดใส สุภาพ เรียบร้อยเป็นผู้ดีทุกระเบียบนิ้ว พูดต่างๆ นาๆ จนเราได้เข้าเรียนที่นั่น โชคดีขนาดไหน แต่นี่เราดันไปทำบ้าๆ ซะได้”

“หือ? เจ้าของมหาลัยแบบนี้ก็แสดงว่า…”

“อะไร”

“แก่คราวพ่อ

“ไม่แก่หรอก อ่อนกว่าพี่สามปี พี่ยี่สิบเก้าเข้าสามสิบ ชินก็คงสักยี่หก ยี่สิบเจ็ดนั่นแหละ พี่ก็แทนตัวเองว่าพี่ตลอดไม่ได้ฟังเลยหรือไงฮะ” พี่นารีพูดอะไรผมไม่รู้ เพราะผมไม่ได้ฟัง ตอนนี้ผมกำลังคิดว่าถ้าแก่คราวพ่อล่ะก็แสดงว่า

มีความเป็นไปได้สูงที่จะ…!!

“มีลูกสาวสวย

ผัวะ!~

พี่นารีตบหัวผมทันทีที่ผมพูดจบ ถึงมันจะไม่เจ็บมากแต่บ่งบอกได้ว่าพี่นารีกำลังอารมณ์เสียสุดๆ

“หัดสำนึกแล้วฟังที่พี่พูดบ้างหรือเปล่าฮะ!

…!!” นะน่ากลัว “ขะขอรับ” ผมพูดจาไพเพราะขึ้นมาทันที เพื่อเป็นการเอาใจพี่นารี ก้มหน้ารับผิดนิดๆ ทำตาละห้อยอย่างน่าสงสารสุดๆ ท่าไม้ตายลับที่เคยใช้ได้ผลเสมอ

“ไม่ต้องมาทำตาละห้อยเลยนะ”

“อึก

“อย่าคิดว่าพี่จะเห็นใจ แล้วนั่น” ชี้มาที่ลูกชายผม “คิดว่าตัวเองแน่นักหรือไงฮะ มีอยู่แค่นั้นดันริอาจโชว์”

“วะว่าไงนะครับ!?

“รีบเก็บไปเลย ไอ้ไส้เดือนทะเลที่ห้อยเหมือนตาเราตอนนี้น่ะ ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยซะไป!

“สะไส้เดือนทะเล

“เออ!! ไส้เดือนทะเล ภาษาอังกฤษเรียกว่าโพลีคีท ภาษาชาวบ้านเรียกว่าเพรียงทราย ที่ตัวมันเล็กๆ ขาวๆ สีชมพูๆ เท่านิ้วก้อยหรือเล็กกว่านิ้วก้อย แต่ดันชอบเสนอหน้าชูคอโชว์ไปมาให้คนอื่นเขาเห็น เพราะคิดว่าตัวเองเจ๋ง แล้วดันโชคร้ายไปเตะตาพวกชอบกินอาหารประเภทนี้เข้า จนโดนจับกินไปโดยไม่รู้ตัวน่ะ รู้จักไหมฮะ!

…!!

“ถ้ารู้จักก็รีบเก็บไอ้ไส้เดือนนี่ไปเลยไป!!

“อึก” ผมสะอื้นเบาๆ ก่อนที่จะมองหน้าพี่นารีสลับกับลูกชายตัวน้อยของผม ที่ได้รับฉายามาใหม่ว่าไส้เดือนทะเลไปมาอย่างเจ็บปวด จุก เจ็บ ช่างเป็นคำพูดที่โหดร้ายสุดๆ

และสุดท้ายในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว รับไม่ได้

“ฮืออออออออ~” ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง น้ำตาไหลอาบแก้ม ผมน่ะแข็งแกร่งก็จริง แต่เรื่องแบบนี้น่ะผมสะเทือนใจ สุดจะทน แล้วผมก็สลัดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำของไอ้หล่อนั่นทิ้งไปไกลๆ อย่างช้ำใจ แล้วตะโกนบอกพี่นารีไปว่า“ผมจะไปจุดธูปฟ้องตากับยาย และพ่อกับแม่บนสวรรค์ ว่าพี่นารีรังแกผมมมมมม!!!” พูดจบผมก็รีบวิ่งออกจากห้องผมไปทันที

เป้าหมายคือห้องพระและห้องเก็บอัฐิของพ่อกับแม่และตากับยาย

“กรี๊ดดดดดด!! หยุดเดี๋ยวนี้นะชาตรี”

พี่นารีร้องห้ามเสียงหลง ก่อนที่จะวิ่งตามผมมาติดๆ

“อย่าเอาไส้เดือนนั่นไปรบกวนพวกท่านนะ” แต่ผมไม่ฟัง

เจ็ตแล็คทำให้คน ป้ำๆเป๋อๆ เอ๋อๆ และเสียใจได้ง่ายพี่นารีนี่ไม่รู้อะไรเอาซะเลย!!

“ฮือออออออออ~

 

 

วันต่อมา

 

นี่ยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ พี่ก็ขอโทษหลายครั้งแล้วไง

ตอนนี้ผมมานั่งงอนพี่นารีที่กำลังขอโทษผมอยู่ในห้องรับแขก หลังจากที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอนมาหนึ่งวันเต็มๆ ผมก็สงบสติอารมณ์ลงมาได้บ้างแล้ว แต่ลูกชายถูกเรียกว่าไส้เดือนทะเลน่ะ

มีผู้ชายคนไหนจะทนไหว! ฮึ่ม!

“เอางี้เพื่อเป็นการไถ่โทษ เดี๋ยวเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน แล้วก็ถือซะว่าเลี้ยงฉลองตอนรับเราไปด้วยเลยดีไหม เดี๋ยวพี่จะพาไปกินอาหารหรูๆ ที่คิดว่าเราน่าจะชอบเลยพี่นารีหลอกล่อง้อผมด้วยของกิน

แต่คิดเหรอว่าจะได้ผล!!

“เฮอะ! ก็ได้ๆ ครั้งนี้ผมจะยกโทษให้ก็ได้จริงๆ ผมก็ไม่ได้เห็นแก่กินหรอกนะ แต่เพราะว่าตอนนี้ท้องผมเริ่มร่ำร้องหาอาหารแล้ว อีกอย่างเราก็มีกันแค่สองคนพี่น้อง ทะเลาะกันไปก็ไม่เกิดประโยชน์อยู่ดี แต่ว่า “คราวหลังอย่าเรียกลูกชายผมแบบนั้นอีกนะ เพราะถึงจะเป็นแค่ไส้เดือนทะเล มันก็เป็นไส้เดือนดีที่มีราคานะบอกเลย” ผมกำชับเสียงแข็ง

“โอเคๆ ฮ่าๆ” ถึงปากจะรับคำแต่ก็แอบหัวเราะน้อยๆ แต่เพราะกลัวผมโกรธเลยพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ “งั้นดูทีวีไปก่อน เดี๋ยวพี่ไปล้างหน้าแต่งตัวแป๊บ” หันไปเปิดทีวีทิ้งไว้ให้ผม แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ถึงจะทะเลาะกันอย่างไง พี่น้องก็คือพี่น้อง บางทีการใช้ชีวิตแบบนี้ อาจจะดีกว่าที่ผมคิดก็เป็นได้ อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมได้มาอยู่กับพี่สาวของผม

 

สาวๆ ทั่วทั้งเอเชียช็อก!! หัวใจสลาย มัตซึดะ จุน ดารานายแบบชื่อดัง เจ้าชายหน้าหวานแห่งวงการบันเทิงญี่ปุ่น ขอพักงานชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด เพื่อที่จะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ

 

เสียงรายงานข่าวของนักข่าวช่องหนึ่งดังขึ้น ผมเลยหันไปมองอย่างสนใจ

ไม่ใช่เพราะผมรู้จักไอ้เจ้าชายหน้าหวานนี่หรอกนะ ผมอยู่อเมริกาไม่ใช่เอเชีย ถ้าดาราฮอลลีวูดหรือนักร้องดังๆ ฝั่งตะวันตกน่ะผมถึงจะรู้จัก แต่เพราะผมอยากจะรู้ว่าหน้าตาดารา ที่ทำให้สาวๆ ทั่วทั้งเอเชียช็อกหัวใจสลายได้น่ะ หน้าตามันเป็นอย่างไงเลยหันมาดู ซึ่งพอดูปุ๊บก็รู้เลยว่า ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่าเจ้าชายหน้าหวานแห่งวงการบันเทิง

เพราะดูจากรูปที่ฉายในทีวีแล้ว ดาราคนนี้เป็นหนุ่มหล่อหน้าหวาน ที่ทั้งสวยและหล่อเหลาไปในคราวเดียวกัน เพราะเจ้าตัว ตัวสูง ผิวขาว หุ่นดี สไตล์นายแบบ ผมสีบลอนด์เทาซอยสไลด์ละต้นคอ ซึ่งเจ้าตัวจงใจทัดผมที่หูข้างหนึ่ง เพื่อที่จะโชว์ต่างหูสีเงินไม้กางเขนทับด้วยงูอสรพิษ ออกแนวแบดๆ เลยดูเท่สุดๆ ก็สมกับที่สาวๆ จะใจสลายกันอยู่หรอก แต่เห็นสาวๆ เป็นแบบนี้ผมก็อยากจะผันตัวไปเป็นไอดอลจริงๆ เพราะดูจากดาราหน้าสวยนี่แล้ว ผู้หญิงเอเชียคงนิยมหนุ่มสวยพอตัว ผมอาจจะดังเปรี้ยงๆ เลยก็ได้ใครจะไปรู้ แล้วอนาคตก็อาจจะมีข่าวที่ว่า

 

ชาตรีดาราหนุ่มสุดฮอต ลูกครึ่งไทยอเมริกัน ลาออกจากวงการบันเทิงไปแต่งงานกับดาราสาวสวยชื่อดัง

 

โอ้ยยยยย~ แค่คิดชีวิตผมก็โคตรฟิน แฮปปี้ ฮ่าๆๆ

 

“ไปกันได้แล้วชาตรีพี่เสร็จแล้ว ร้านอาหารอยู่ตึกข้างๆ ไม่ต้องใช้รถเดินไปก็ถึง”

“โอเค” พอได้ยินเสียงเรียกของพี่นารีผมก็หันไปปิดทีวี แล้วเดินตามพี่นารีออกมาจากห้อง เพื่อที่จะเดินไปที่ลิฟต์ แต่จังหวะที่ผมเปิดประตูออกมา สายตาผมก็ไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง

“อ้าวจุน มาแล้วเหรอ เมี่อกี้พี่ยังได้ยินข่าวเราอยู่เลย”

“ครับพี่นารี ไม่เจอกันนานยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ”

ฝ่ายถูกทักยกมือไหว้ทักทาย หยอดคำหวานน้อยๆ พร้อมๆ กับส่งยิ้มหวานออกแนวขี้เล่นให้พี่สาวคนสวยข้างห้อง ที่ถึงแม้จะส่งยิ้มหวานกระชากใจขนาดไหน ส่งให้ตายก็ใช้ไม่ได้ผลกับเธอ

เพราะสำหรับเธอเงินสำคัญสุด

“อย่ายอจ๊ะ อันนั้นพี่ก็พอจะรู้ตัว หุๆ แต่พี่ไม่คิดเลยนะ ว่าเราจะมาเรียนต่อที่ไทยจริงๆ”

“ผมก็อยากพักผ่อนบ้างซิครับ อีกอย่างชินกับมากิก็อยู่นี่ด้วย ผมเลยเลือกที่จะมาเรียนใหม่ที่นี่”

“ติดเพื่อนล่ะสิ ฮ่าๆ อ้อ หมอนี่น่ะน้องชายพี่เองจ๊ะ อายุน่าจะน้อยกว่านายสักเจ็ดแปดปีได้ เติบโตที่อเมริกา ชื่อจริงว่าชาตรี ชื่อเล่นชื่อแมน แต่ที่อเมริกาเค้าจะเรียกกันว่าแมนนี่จ๊ะ ส่วนพี่จะชอบเรียกว่าชาตรีมากกว่า เพราะว่าเจ้านี่มันสวยเกินไปจนเรียกว่าแมนไม่ลง แล้วเจ้าตัวก็ไม่ชอบให้เรียกว่าแมนนี่ด้วย สุดท้ายเลยเรียกมันว่าชาตรีแทนน่ะ”

นารีร่ายยาวอย่างสนิทสนม หลังจากที่เห็นอีกฝ่ายมองมาที่น้องชายเธออย่างสนใจ

“สวยมากเลยใช่ไหมล่ะ แต่อย่าหลวมตัวจีบล่ะ”

“หือ ทำไมล่ะครับ”

“เพราะนอกจากมันจะมีดุ้นแล้ว มันยังเข้าข่ายสวยดุอีกตั้งหาก ฮ่าๆ

“ฮ่าๆ ครับผมจะได้รู้ไว้ สวัสดีครับน้องชาตรี” หัวเราะเบาๆ แล้วทักทายอย่างเป็นมิตร

” แต่ไม่มีการตอบรับจากคนตัวเล็กเลยแม้แต่น้อย

“เฮ้ชาตรี โอ๊ะ ฮ่าๆ เอ๋อไปเลย สงสัยกำลังตกใจที่เป็นนายอยู่แน่ๆ ก็นะตอนแรกที่พี่รู้ว่าซุปเปอร์สตาร์ดาราดังอย่าง มัตซึดะ จุน จะมาอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามพี่ พี่ก็ตกใจเหมือนกัน แถมยังพูดไทยได้ชัดแจ๋วอีกต่างหาก ก็ตอนที่นายมาเล่นละครของพี่ นายแกล้งทำเป็นพูดไทยไม่ได้นี่นา นึกถึงตอนนั้นแล้วก็ต้องขอบคุณนายมากจริงๆ เพราะนายมาเล่นละครเรื่องนั้น เลยทำให้พี่ดังเป็นพลุแตกในตอนนี้ นิยายก็ขายดี เงินทองก็ไหลเข้ากระเป๋าพี่มาเพียบ ฮ่าๆ

“ก็นิยายของพี่สนุกจนท้าทายผมให้เล่นละครเรื่องนั้นนี่ครับ

“ยออีกแล้ว แต่พูดถูกใจ แต่ตอนนั้นพี่ตกใจจริงๆ นะ เจ้าชาตรีมันจะตกใจจนเอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก แต่ปลอมตัวเป็นผู้หญิงหลบนักข่าวมาซะเนียนแบบนี้ เจ้านี่ก็ดันจำนายได้นี่ นายอาจจะดังไปไกลถึงอเมริกาเลยนะเนี่ย”

 

“อึก” ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ

“แจ้วๆๆ” เสียงพี่นารีดังเจื้อยแจ้ว

แต่ผมกลับไม่รู้ว่าตอนนี้พี่นารีคุยอะไรกับสาวสวยคนนี้อยู่ เพราะบทสนทนาของคนทั้งคู่ ไม่ได้เข้าหูผมเลยแม้แต่น้อย มาเริ่มรู้สึกตัวอีกทีพี่นารีก็ลากแขนผมไปที่ลิฟต์ ขณะที่สาวสวยคนนั้นเริ่มเดินห่างไปเรื่อยๆ เดินไปที่คอนโดห้องข้างๆ ผม เหมือนกับจะไปทักทายหรือไปหาใครสักคน แต่เรื่องนี้น่ะช่างมันเถอะ เพราะใบหน้าเรียวสวย สวมแว่นตาดำ ผมสีน้ำตาลหยักศกยาวถึงกลางหลัง ในชุดสีแดงเพลิง เธอสวย เธอขาว เธอเซ็กซี่ ขยี้สายตา ตัวใหญ่เกินมาตรฐานแบบนี้น่ะ เธอคือสาวสวยชุดแดงที่สนามบินญี่ปุ่นที่ผมเจอวันนั้น ที่ผมมองเหลียวหลังเหมือนเช่นวันนี้

อย่าบอกนะว่านี่คือ พรหมลิขิต!!!

“ดะเดี๋ยวพี่นารี”

พอรู้ตัวว่าเป็นพรหมลิขิต ผมก็สะบัดแขนออกจากมือพี่นารี แล้วรีบวิ่งไปหาสาวสวยคนนั้นทันที ตอนนี้เธอกำลังกดออดข้างห้องผมอยู่ หรือว่าเธอคือลูกสาวคนสวยของท่านเจ้าของมหาลัยข้างห้องที่ผมคิดเอาไว้ แบบนี้น่ะไม่ผิดแน่!

“พี่ครับ”

“หือ?” อีกฝ่ายชะงักมือที่กำลังกดออด มองมาที่ผมอยากแปลกใจ ถึงจะทำหน้างงเล็กน้อยแต่เธอก็ส่งยิ้มหวานมาให้ผม แล้วพอผมยื่นโทรศัพท์มือถือไปให้เธอ “ขอเบอร์พี่เหรอ?

เธอถามผมอย่างสงสัยแต่พอเห็นผมพยักหน้า เธอก็รับโทรศัพท์มือถือผมไปแล้วเมมเบอร์ให้ผมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะส่งคืนมาให้ผม ผมรับมันไว้แล้วยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ถึงเสียงเธอจะห้าวและสูงกว่าผมเยอะ

แต่เธอก็สวยสุดๆ บอกเลยว่านี่แหละสเปกผม!

เพราะเรเชลก็สูงกว่าผมเยอะแบบนี้เหมือนกัน ถึงผมจะเลิกกับเรเชลไปแล้ว แต่ผมก็ยังคิดเสมอว่าความรักไม่เกี่ยวกับส่วนสูง บางทีการที่ผมอกหักจากเรเชล แล้วมาเริ่มต้นใหม่ทีไทยอาจจะเป็นเพราะเนื้อคู่ของผมอยู่ที่นี่ก็เป็นได้

“แล้วผมจะโทรหานะครับ”

“โอเค” พี่สาวคนสวยยิ้มให้ผมอีกครั้งแล้วทำสัญลักษณ์มือบอกผมว่าโอเค

โอ้ยเห็นแล้วผมใจจะละลาย สวยโคตร!~

“ชาตรีลิฟต์มาแล้วนะ” เสียงพี่นารีตะโกนเรียกผม ผมเลยจำใจยิ้มหวานให้เธออีกครั้ง ก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาพี่นารี พร้อมๆ กับที่ผมได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกมา แล้วพอผมหันไปมองอีกครั้ง พี่สาวคนสวยคนนั้นก็เดินหายเข้าไปข้างในเรียบร้อยแล้ว เอาเถอะยังไงซะ ผมก็ได้เบอร์เนื้อคู่ของผมมาแล้ว

หึๆ เรื่องรุกสาวน่ะผมไวบอกเลย

พรหมลิขิตน่ะมันต้องไขว่คว้าไว้เอง!!  ผมน่ะจะตามจีบเธอคอยดู!!! ส่วนตอนนี้

ฮัดชิ้ว~” อาการเจ็ตแล็ค ก็ยังคงตามติดชีวิตผมอยู่

แต่พรหมลิขิตก็มาหาผมเช่นกัน ต่อไปนี้คงได้เวลาที่

เพลย์บอยชาตรีจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แล้วออกอาระวาดแล้ว!!



30.11.59 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1306 N nana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 10:35
    5555 ตลกแมนอะ เอ๋อสุดๆเลยละ
    #1,306
    0
  2. #1305 EmoMama (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 10:16

    555555 ชอบค่ะชอบถูกใจพี่นารีมาก5555
    #1,305
    0
  3. #1221 LADY-Y (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 14:57

    ไส้เดือนขำน้ำตาเล็ดชอบพี่นารีซะแล้ว55555

    #1,221
    0
  4. #943 Somsa~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:29
    ไม่รู้จะสงสารหรือขำชาตรีดีแต่เค้าชอบนารีเธอก็คิดได้
    #943
    0
  5. #920 Laynajang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 07:42
    อุ๊บลั่น!! ไส้เดือน5555 
    #920
    0
  6. #917 ++_ปุก ก: ปุ่u_++ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 17:57
    หมดกัน กลายเป็นไส้เดือนเลย#ลั่น 5555 ชอบเจ๊ใหญ่นารีจัง ><
    #917
    0
  7. #850 ningthanaporn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 17:48
    พี่สาวบรรยายได้ถูกมากกกก ตอนจบของไส้เดือนจะถูกจับดฝกินจนไม่มีเหลือฮุฮุ
    #850
    0
  8. #832 ไลลา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 16:31
    55555555 ไส้เดือนขาวๆ ชอบพี่สาวอ่ะ
    #832
    0
  9. #791 แมวจัง~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 18:37
    อุ๊บลั่น!! ขำไส้เดือน55555
    #791
    0
  10. #775 krislayxingfan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 18:03
    555ไส้เดือนทะเลอ้ะ
    #775
    0
  11. #718 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 16:40
    ขำไส้เดือนทะเล งื้อออ สง นายเอกเป๋อมากกกก
    #718
    0
  12. #674 นาเดียร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 15:51
    55555 ถถถ อยากไปปลอบแต่ฮามากไส้เดือน 5555
    #674
    0
  13. #605 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 20:56
    ชอบบบอ่ะ!! 55555555
    #แต่เอาจริงๆ ลูกควรฟังคนอื่นมากกว่านี้!!!!
    #605
    0
  14. #582 GeneJang~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 16:04
    อุ้ยไส้เดือน 555555555555555 ชอบๆ ชอบพี่สาวตรงดี
    #582
    0
  15. #554 pegger15384 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:33
    555+ ไส้เดือน ผู้ชายโดนว่าแบบนี้ก็ขึ้นทั้งนั้นละคะ สงสารนาง
    #554
    0
  16. #532 BellaNAN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 16:47
    ไม่รู้จะสงสารหรือขำดีน่ารักมากค่ะ
    #532
    0
  17. #526 raiwawa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 14:45
    กรี้ดดดดดด นะ..น่ารัก
    #526
    0
  18. #523 eveATK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 11:32
    ไส้เดือน สงสารน้อง 5555
    #523
    0
  19. #510 LUKTARN19 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 09:38
    อะไรคือจะไม่ฟังอะไรเลยหรือไงย๊ะ!! มันน่าหงุดหงิดชะมัด!! -สวยน่ารัก!!! ????????????????
    #510
    1
    • #510-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 3)
      15 กรกฎาคม 2560 / 16:09
      สวยน่ารักเฉพาะหน้าตาค่ะ แต่ปากจัด นิสัยเสีย เอาแต่ใจสุดยอดค่ะ ^^
      #510-1
  20. #472 ลูกนก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:25
    ไส้เดือนอุ๊บบบบบบบบ55555555555555
    #472
    0
  21. #464 อังคนา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 12:42
    ช็อกแทน // นาๆ ไม่เป็นไรยังไงก็ม้ได้ใช้อยู่แล้ว 55555555555555555555
    #464
    0
  22. #456 ALOHA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 19:22
    ไส้เดือน กร๊ากกก เพรียงทะเล ช็อคสิ แต่ชอบอะ เคะเอานิสัยแบบนี้นะ อย่าอายชินนะ กร๊ากกกก ต้องอวด เป็นผช อย่าอาย ต้องกล้าหน้าด้านและท้าลม กร๊ากกกขำ
    #456
    0
  23. #449 ดาต้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 01:57
    ไส้เดือน 55555 สาวคนนี่พระรองปะ
    #449
    0
  24. #427 มีนา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 23:21
    55555 ไส้เดือน ชอบๆๆ ขำมาก
    #427
    0
  25. #393 การ์ตูน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:01
    ก๊ากก ไส้เดือนฮามาก5555
    #393
    0