I'M SORRY ขอโทษที ที่ผมเกิดมาสวย [YAOI]

ตอนที่ 2 : I'm Sorry :: Japan airport

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 260 ครั้ง
    27 ก.พ. 64

1

Japan airport

 

 

ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ

ประเทศญี่ปุ่น

 

ฮ้าวววววววว~”

ผมหาวเบาๆ แล้วยกมือขึ้นมานวดบริเวณลำคอด้วยความเมื่อยขบ คิดถึงจังประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้มาเที่ยวซะนาน ที่นี่มีแต่ของที่ผมชอบเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นขนมอร่อยๆ สาวๆ สวยๆ น่ารักๆ คาวาอี้ หรือการ์ตูนเรื่องโปรดที่ผมชื่นชอบ ล้วนแล้วแต่มีอยู่ที่นี่ทั้งนั้น ผมเลยโคตรรักญี่ปุ่น ผมชอบที่นี่มากๆ แต่ตอนนี้ชีวิตที่ต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่

ผมไม่แฮปปี้เลยสักนิด!!!

เพราะการเดินทางจากอเมริกาไปไทยไม่มีไฟลต์บินโดยตรง เลยต้องแวะมาเปลี่ยนเครื่องที่ญี่ปุ่น แล้วผมดันโชคร้ายมาเจอเครื่องบินดีเลย์ จนต้องมานั่งรออยู่ที่สนามบินนาริตะร่วมห้าชั่วโมง ผมเลยเริ่มรู้สึกเบื่อ เหนื่อย เพลียและก็เซ็งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อุตส่าห์อ้อนปู่กับย่าเป็นอาทิตย์ เพื่อที่จะโชว์เท่เดินทางมาคนเดียวแท้ๆ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ผมให้คนติดตามมาด้วยสักก็ดี จะได้แวบโน่นแวบนี่หรือเปลี่ยนเที่ยวบิน เดินเที่ยวเล่นที่ญี่ปุ่นสักสองสามวัน

ฮ้าวววววววว~”

ไม่ต้องมาหาวนั่งติดแหง็กแบบนี้

เพราะเดินทางมาคนเดียวจะไปไหนก็หวั่นๆ ผมเลยได้แต่นั่งอยู่กับที่ เป็นผักติดเก้าอี้น่าเบื่อสุดๆ จะต้องให้ผมนั่งไปถึงเมื่อไร จากอเมริกามาญี่ปุ่นก็ใช้เวลาพอสมควร ที่ต่อให้บินชั้นเฟิร์สคลาสสะดวกสบายขนาดไหน มันก็เหนื่อยและเมื่อยพอตัว แล้วดันต้องมาเจอปัญหาแบบนี้อีก จะไปไหนก็ไม่ได้ ได้แต่รอๆๆ เลยพาลหงุดหงิดและโมโหเข้าไปใหญ่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี สุดท้ายผมก็ได้แต่ถอนหายใจยาว กลอกตาไปมามองบริเวณรอบๆ อย่างเซ็งๆ

เฮอะ!! ขัดใจชะมัด ผมน่ะไม่น่าพลาดเลย หือ?

แล้วระหว่างที่ผมเซ็งๆ อยู่นั้น สายตาผมก็พลันไปสะดุดเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึงของสาวสวย สวมแว่นตาดำ ผมสีน้ำตาลหยักศกยาวถึงกลางหลัง ในชุดสีแดงเพลิงที่เดินผ่านหน้าผมไป เธอสวย เธอขาว เธอหุ่นดี เธอเซ็กซี่ ขยี้สายตา จนผมต้องเหลียวหลังหันกลับไปมองเธออีกครั้ง ถึงจะตัวใหญ่เกินมาตรฐานผู้หญิงไปนิด แต่โดยรวมแล้วถือว่าโอเค

จัดว่าแจ่ม น่าเจี๊ยะสุดๆ

ว้าววว~ เอาเถอะๆ อย่างน้อยโชคดีก็ยังมีอยู่ในความโชคร้าย เพราะตอนนี้ที่นี่มีสิ่งหนึ่ง ที่คอยช่วยเยียวยาและค้ำจุนจิตใจของผม ไม่ให้ความอดทนของผมนั้นหมดไป นั่นก็คือ

ผู้หญิง!!!

ไม่รู้ทำไมสนามบินนาริตะวันนี้ สาวๆ ถึงเยอะเป็นกรณีพิเศษ

“เธอแน่ใจนะว่าจุนจะเดินทางวันนี้”

“แน่ใจสิ ข่าวกรองฉันแน่น แต่ว่าฮืออออ~ ทำไมจุนถึงทำแบบนี้”

“ฉันรักเขา ฉันต้องอยู่ไม่ได้แน่ถ้าไม่ได้เห็นเขา ฮือออ~

ซุบซิบ~ ซุบซิบ~

ผมฟังไม่รู้เรื่อง รู้แต่ว่าสาวๆ ที่นี่น่ะสวยและก็น่ารักมาก~

คนโน้นก็แจ่ม คนนี้ก็สวย คนนั้นก็คาวาอี้ น่ารักสุดๆ แต่เพราะที่นี่เป็นสนามบิน เลยไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไงดี ผมพูดได้แค่สองภาษา ไทยกับอังกฤษ ส่วนญี่ปุ่นรู้แค่ศัพท์เล็กๆ น้อยๆ งูๆ ปลาๆ ที่ได้มาจากการอ่านและดูการ์ตูนที่ผมชื่นชอบ มันเลยไม่ได้ช่วยอะไรเลย ขืนเข้าไปทักทายซุ่มสี่ซุ่มห้า แล้วสาวๆ ไม่ตอบ ตอบไม่ได้ ไม่หน้าแตกหรือกลายเป็นโรคจิตไปเลยเหรอ เลยได้แต่มานั่งมองสาว เป็นหมาเหงามองเครื่องบินอยู่แบบนี้

แรกๆ ก็พอเพลินตาโอเอซิส ให้กระชุ่มกระชวยจิตใจ แต่หลังๆ มานี่ก็ชักปั่นป่วนเก็บกด พาจินตนาการเตลิดไปไกล จนทนไม่ไหว ต้องหยุดมองบั้นท้าย สะโพก อกเอวเอาไว้ เพราะถ้าเกิดโชคร้ายดันมีอารมณ์ขึ้นมาผมไม่แย่เหรอ ชีวิตผู้ชายน่ะมันลำบากกว่าที่ผู้หญิงคิดเยอะ แต่ขาวๆ สวยๆ สูงๆ เอ็กซ์ๆ อวบๆ นี่แหละสเปกผมเลย

ฟู่~” พ้นลมหายใจยาวคูณสอง ทุกข์ยิ่งกว่าเดิมคูณสาม

หลังจากมองก้นสาวในสเปก สาวชุดแดงสวยแซ่บเกินห้ามใจ!!

“โอ๊ะ สาวชุดแดงคนนั้นแจ่มเลยว่ะ”

“ใช่ ถึงจะสูงไปหน่อย แต่ก็น่าเจี๊ยะสุดๆ”

“คงเป็นลูกครึ่งล่ะมั้ง หน้าตาเหมือนคนเอเชีย แต่ตัวโตสูงแบบนี้สงสัยจะเป็นลูกครึ่งชัวร์”

“เห็นด้วย ดูแล้วท่าทางจะลีลาเด็ดซะด้วย เห็นแล้วอยากกินลูกครึ่งเลยว่ะ ฮ่าๆๆ” หัวเราะเสียงดัง

” พูดเหมือนที่ผมคิดเป๊ะ แต่พูดภาษาไทยชัดแจ๋วแบบนี้คนไทยสินะ    

“เออ กูก็ว่างั้น แต่กูชอบทางนี้มากกว่าว่ะ”

“ใช่ๆ กูก็ด้วย สวยเด็ด ตัวเล็ก น่ารัก น่าฟัด นางฟ้าชัดๆ เลย

“นางฟ้า?” ผมทวนเบาๆ แล้วหันซ้ายหันขวาทันที หลังจากที่ได้ยินผู้ชายสี่คนที่ผมแอบฟัง และเห็นด้วยกับคำพูดของคนพวกนี้มาสักพัก พูดถึงนางฟ้ากันผมเลยอยากเห็น แต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอ เลยหันไปจ้องหน้าพวกนี้แทนอย่างงงๆ

“เฮ้ยๆ หันมาทางนี้แล้วโว้ย”

“ว้าววว~ สวยน่ารักโคตรๆ”

x!!” เหี้ยนี่มันผมนี่หว่า พอรู้ตัวผมก็สบถด้วยความไม่พอใจ หลังจากที่หันไปสบตาหนึ่งในนั้น แล้วประโยคนี้ก็ดังขึ้นมา เลยไม่ต้องเดาให้ยาก ว่านางฟ้าโคตรสวยน่ารัก ที่พวกนั้นพูดถึงน่ะหมายถึงใคร นี่กรรมคงตามสนองผมสินะ ที่เที่ยวมองก้นสาวคนโน้นคนนี้เป็นอาหารตา โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าผู้ชายคนอื่นก็กำลังมองผมแบบเดียวกัน ให้ตายเถอะถึงจะชิน และคนพวกนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร ถ้าจะเข้าใจผิดว่าผมเป็นผู้หญิง แต่ไม่ชอบยังไงก็คือไม่ชอบอยู่ดี “x!” ผมชูนิ้วกลางให้พวกมันไปอย่างโมโห ผมมองสาวคนอื่นได้ แต่คนอื่นห้ามมองผมเด็ดขาด เดี๋ยวผมตบคว่ำแล้วจะหาว่าผมไม่เตือน!

“โอ๊ะ ทักทายพวกเราด้วย”

“สวยดุว่ะเฮ้ย ฮ่าๆ”  พวกนั้นอึ้งไปสักพัก หลังจากที่ผมยกนิ้วกลางส่งไปให้ ก่อนที่จะหัวเราะเสียงดัง

เข้าตำราไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะไอ้พวกนี้

เฮอะ! ผมพ้นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด แล้วลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมา ไม่ใช่ว่าจะเดินไปหาเรื่องพวกนั้นหรอกนะ แต่จะเดินหนีให้ไปไกลๆ ต่างหากล่ะ ก่อนที่ความอดทนของผมจะหมดไป เพราะที่นี่เป็นสนามบิน ผมไม่อยากตบะแตกจนก่อเรื่องวุ่นวายอะไรอีก ผมก่อเรื่องที่ให้ปู่กับย่าเดือดร้อนมามากพอแล้ว ผมไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเพราะผมอีก นี่โชคยังดีที่สัมภาระผม มีแค่กระเป๋าเป้ใบเดียว เพราะของสำคัญส่วนใหญ่ถูกส่งไปไทยเรียบร้อยแล้ว จะย้ายไปนั่งที่ไหนมันเลยสะดวกสบายไปได้ทุกที

9.30 นาฬิกา” เริ่มสายคนก็เริ่มเยอะ แต่อากาศกลับเริ่มเย็นลง

ผมยกฮู้ดเสื้อกันหนาวสีเหลืองที่สวมมาด้วยคลุมหัว เพื่อป้องกันอากาศที่หนาวเย็น ผมพลาดที่ใส่เสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูนตัวโปรดทับด้วยเสื้อคลุมสีเหลืองบางๆ มา เพราะคิดว่าประเทศไทยร้อน แล้วตัวเองชินกับอากาศหนาวที่อเมริกาคงไม่เป็นไร โดยลืมคิดไปว่าบางครั้งร่างกายผมอาจจะปรับตัวไม่ทัน

ขวับ~ ขวับ~

ผมกวาดสายตามองบริเวณรอบๆ มองไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะหาที่นั่ง จนกระทั่งสายตาผมไปสะดุดเข้ากับมุมหนึ่งข้างกระถางต้นไม้ที่แลดูสงบสุขสุด ห่างไกลสายตาผู้คนเพราะมีต้นไม้บังอยู่เล็กน้อย เลยคิดที่จะเดินเข้าไปนั่งบริเวณนั้น แต่พอผมเดินเข้าไปใกล้ๆ ยังไม่ทันได้ถึงเป้าหมาย ก็มีร่างสูงผมสีดำสนิทเดินเข้าไปนั่งแทนที่ผม ผมเลยชะงักเล็กน้อยเลิกคิ้วมองหมอนั่นด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะขมวดคิ้วมุ่นหลังจากที่ได้เห็นผู้ชายคนนั้นเต็มตา

เขากำลังทำให้ผมอึ้ง!

เพราะผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าผมนั้น หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรมาจุติ เหมือนกับหลุดออกมาจากเทพนิยายปรัมปราเรื่องไหนสักแห่ง ที่มันไม่มีอยู่จริงเพราะหล่อเกินไป หล่อขั้นเทพ จนผมคิดว่าเขาไม่ใช่มนุษย์

ไม่ว่าจะเป็นร่างสูง หุ่นนายแบบ เส้นผมสีดำสนิทซอยสไลด์ระต้นคอ ผิวขาวแลดูสุภาพดี จมูกโด่งคมสัน หน้าตาคมเข้ม ไร้สิ่งระรานบนใบหน้า ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ถูกประกอบขึ้นมา ให้เหมือนกับประติมากรรมชิ้นเอกที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้ดูลงตัว งดงาม ไร้ที่ติ จนผมแทบลืมหายใจ ผู้ชายคนนี้น่ะหน้าตาดีมากจริงๆ ถึงแม้ใบหน้าจะดูนิ่งเฉย เรียบสนิท เย็นชา ไร้ความรู้สึก แต่กลับดูดีมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างร้ายกาจ

แล้วดูเหมือนว่าตอนนี้เจ้าตัวจะรู้แล้วด้วยว่า

ผมกำลังแอบมองเขาอยู่เลยหันมาสบตาผมนิ่ง แต่วินาทีที่ผมกับเขาสบตากัน ตัวผมก็ชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่วร่าง พร้อมๆ กับความรู้สึกหนึ่งที่ไหลทะลักออกมา ยากเกินกว่าจะควบคุม จนผมต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกเอาไว้เบาๆ ขณะที่จ้องตอบดวงตาคมกริบสีดำสนิทที่มองมาที่ผมนิ่งตาไม่กะพริบ

เฮือก!~

เขาทำให้ผมขนลุกเกรียว จนผมต้องกะพริบตาถี่ๆ

ตึกๆๆๆ

หัวใจเต้นแรงและเร็ว

ฟู!~

เลือดสูบฉีดเต็มที่

อึก

กลืนน้ำลายลงคออย่าฝืดๆ พร้อมๆ กับความคิดที่ว่า

บัดซบ!! ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยยยยยย!!!

สัสเอ้ยยย!! หล่อโคตร อิจฉามันแรงมากกกกกกกก!!!

มันไปแดกห่าอะไรมาวะเนี่ย! ถึงได้หล่อบรรลัยไม่แบ่งปันใครแบบนี้ ทำเอาต่อมอิจฉาผมกระตุก คันไม้คันมือ ร่างกายสูบฉีด มือเท้าหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เพราะหมั่นไส้เกินทน อยากเตะมันสุดๆ

อึกบะบ้าจริง!

ทำไมผมถึงได้มีนิสัยแบบนี้ไปได้เนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ แต่ก็มีไม่ใช่เหรอ ที่พวกขี้เหล่ๆ มักจะอิจฉาคนหน้าตาดีน่ะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่สำหรับผมครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกแบบนี้ ผมก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ความอิจฉาริษยาที่ไหลมาไม่ยอมหยุดนี่ มันทำให้ผมรู้สึกกลัวตัวเองอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะมันดันมีทุกอย่างที่ผมไม่มี สูง ยาว เข่า ดี หน้าตาหล่อเหลาขั้นเทพ ตรงกันข้ามกับผมที่สวย เตี้ย ออกแนวน่ารัก ทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแท้ๆ

ทำไมผมถึงไม่เหมือนมัน ถ้าผมเป็นเหมือนกับมัน เรเชลก็คงไม่อึกผมไม่อยากจะนึกถึงเรื่องนี้ แต่เห็นหมอนี่แล้วผมก็อยากจะทำลาย อยากจะฝากรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้ามัน หรือไม่ก็กำจัดทิ้งไปซะ ไม่ให้เหลือซาก

โทษฐานที่มันเสือกหล่อ เกินหน้าเกินตาผม!!!

ผมไม่ชอบ!!!

ตุ้บ!~

ไวเท่าความคิด ผมเดินไปนั่งข้างๆ หมอนั่นทันที โชคดีที่มีอยู่สองที่นั่ง ผมเลยไปนั่งเต๊ะท่าขยับเท้าไปมา วางก้ามเล็กน้อย ให้ดูกวนโอ้ยที่สุด แล้วมองไปที่ร่างสูงที่ตอนนี้ก็ยังมองมาที่ผมนิ่งอย่างเคืองๆ ดูจากหน้าตาและท่าทางแล้ว อายุน่าจะเยอะกว่าผมหลายปี แต่เรื่องนั้นใครจะไปสน คงไม่ผิดใช่ไหมถ้าผมจะเป็นฝ่ายหาเรื่องหรือกวนโอ๊ยคนอื่นก่อน?

“ไงไอ้หล่อ”

” เงียบแล้วยังคงมองมาที่ผมนิ่ง

“มองหน้ากูทำไม มีปัญหาอะไร มองหน้ากันแบบนี้ จะหาเรื่องกันเหรอ ต่อยกันไหมล่ะไอ้สัส!

“ชิ ทำเป็นสบตาวิ้งๆ เดี๋ยวพ่อก็จับเชือดซะเลยนิ”

“อะไร? ทำหน้าแบบนั้น ฟังภาษาไทยไม่ออกล่ะสิ”

” เพราะมันขมวดคิ้วเล็กน้อย หรี่ตามองมาที่ผม ผมเลยเข้าใจแบบนั้น

“ฮ่าๆ โง่นะมึง แต่ก็ดีเรื่องจะได้ไม่เยอะ กูจะได้ด่ามึงถนัดๆ หน่อย ฟังไม่รู้เรื่องน่ะดีแล้ว” ผมยังคงจ้อหาเรื่องไม่หยุด แต่ก็ไม่ได้เสียงดังอะไรมากมาย เพราะผม (สวย) เลยทำให้คนอื่นเข้าใจผิด คิดว่าหนุ่มหล่อสาวสวยคุยกันตามปกติธรรมดานั่นแหละ เอาเถอะก็ถือว่าโชคดีไปที่ไอ้หล่อนี่มันฟังผมไม่รู้เรื่อง

เพราะผมก็ไม่อยากก่อเรื่องจนถูกตำรวจหรือตอมอที่นี่จับเหมือนกัน!

แต่ถึงมันฟังรู้เรื่องผมก็จะพูดอยู่ดี ผมรู้ว่าผมผิด ผมมาหาเรื่องมันก่อน แต่ผมก็หยุดความรู้สึกอิจฉานี้ไม่ได้ เลยต้องทำใจยอมรับในผลที่จะตามมา และพร้อมที่จะมีเรื่องเสมอ ผมเรียนศิลปะการต่อสู้ไว้เพียบ จะใช้ของที่เรียนรู้มาผิดๆ บ้าง จะเป็นอะไรไป ณ. ตอนนี้ไม่ว่ายังไง ผมก็ขอด่ามันให้หายเจ็บใจหน่อยเหอะ คนบ้าอะไรหล่อชิบ

“มึงผิดเองนะ ที่มึงเกิดมาหน้าตาดีเกินไป เพราะฉะนั้นตอนนี้มึงต้องนั่งให้กูด่ามึง ให้หายเจ็บใจเข้าใจไหม?”

“…” เงียบและถอนหายใจยาว

“เออดีมาก” ผมเลยคิดเอาเองว่ามันยอมตกลงให้ผมด่ามัน “จงสำนึกบุญคุณไว้ซะ ที่กูแค่ด่าไม่ต่อยมึงน่ะ เพราะต่อมอิจฉากูบอกว่า ให้ต่อยมึงสักหมัดสองหมัด โทษฐานที่มึงหล่อเกินไป แล้วดูจากการแต่งตัวของมึงซิ นี่อะไร ชีวิตมึงมันคงน่าอิจฉาสุดๆ เลยล่ะสิ เฮอะ! เห็นแล้วกูก็ยิ่งหมั่นไส้

ถึงจะสวมกางเกงยีนเสื้อยืดธรรมดา สวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำสบายๆ แต่ดูจากแบรนด์เสื้อผ้าและนาฬิกาที่สวมใส่แล้ว ราคามันไม่ใช่ขี้ๆ แน่นอน หมอนี่เข้าข่ายสไตล์หล่อรวยชัดๆ มองดูแล้วชีวิตมันคงไม่เคยขาดผู้หญิงแน่ๆ เพราะขนาดนั่งอยู่เฉยๆ ตรงมุมอับแบบนี้ สาวๆ ที่บังเอิญเดินผ่านไปมา ก็พากันซุบซิบหันมามองกันไม่เลิก ถ้าไม่ติด (หน้าตา) ผม พวกเธอคงมานั่งตรงนี้กันไปแล้ว เห็นแบบนี้ผมก็อิจฉามันเข้าไปใหญ่ ไม่ได้การล่ะผมต้องทับถมมันบ้าง

“โธ่ บ้านกูก็รวยโว้ย มึงดู” ผมรูดซิปเสื้อคลุมที่ใส่อยู่ออกเล็กน้อย เพื่อโชว์เสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูนตัวโปรดที่สวมอยู่ด้านในให้มันดู “เสื้อที่กูใส่อยู่เนี่ยราคาเป็นแสน ไม่ใช่มีแค่มึงหรอกนะที่รวยน่ะ” ผมต้องอวดมันบ้าง

เพราะบ้านผมก็โคตรรวย ผมก็มีพร้อมทุกอย่างเหมือนกันยกเว้นความหล่อ!

เพราะฉะนั้นเรื่องเสื้อที่ผมใส่อยู่เนี่ย ผมพูดเรื่องจริง!

เสื้อตัวนี้ราคาหนึ่งหมื่นดอลล่า คิดเป็นเงินไทยก็สามแสนกว่าๆ มองดูแล้วอาจเป็นเสื้อยืดธรรมดา แต่มันไม่ใช่เสื้อยืดธรรมดาทั่วไป เพราะด้านหลังมันมีลายเซ็นนักเขียนการ์ตูนชื่อดังที่ผมชื่นชอบเขียนอยู่ แล้วผมประมูลได้มา แต่เพราะแม่นมของผมดันคิดว่า มันเป็นเสื้อยืดธรรมดาที่ผมสวมใส่ เลยเผลอเอาไปซักรวมกับเสื้อผ้าตัวอื่น ลายเซ็นมันเลยหายไป ผมที่ตอนแรกเอาแต่ร้องไห้เพราะชอกช้ำใจ หลังๆ พอทำใจได้ก็เอาเสื้อตัวนี้มาใส่เล่น นานๆ ไปเที่ยวไหนหรือต้องเดินทางไกลๆ ผมก็จะเอามาใส่อวดชาวบ้านชาวช่องเขาเป็นประจำ เหมือนกับที่กำลังอวดไอ้หล่อมันตอนนี้

” ตอนนี้มันเลยอึ้งมองมาที่เสื้อผมนิ่ง

“ไงล่ะหมั่นไส้กูบ้างแล้วล่ะสิ ฮ่าๆ ถ้าไม่พอใจก็ต่อยกูได้นะ ถ้าคิดว่าสู้กูได้ล่ะก็เชิญ ไม่ได้โม้นะแต่กูน่ะเก่งสุดๆ ว่ะฮ่าๆ” ผมพูดชมตัวเอง แล้วยักคิ้วให้มันเล็กน้อยอย่างก่อกวน แต่ผมก็พูดเรื่องจริงนะ ผมน่ะเก่งและแข็งแกร่งสุดๆ “นี่เคยมีใครบอกมึงบ้างไหม ว่ามึงน่ะมันหล่อเกินไป เห็นครั้งแรกกูนี่ขนลุกเลยสัส มือเท้ากระตุกไปหมดเลย” ผมถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น อารมณ์ดีเล็กน้อยหลังจากอวดเสื้อตัวโปรดให้มันดู ถึงจะรู้อยู่ว่ามันฟังไม่รู้เรื่อง ผมก็ยังอยากถามอยู่ดี

” และแน่นอนว่ามันไม่ตอบอะไรผม

ทำเพียงสบตาผมนิ่งแล้วถอนหายใจยาวอีกครั้ง เพราะฟังผมพูดไม่รู้เรื่อง เลยเลิกสนใจผมหันไปอ่านหนังสือในมือมันต่อไป แถมเป็นหนังสือภาษาฝรั่งเศสอีกต่างหาก ถึงผมจะพูดและอ่านไม่ได้ แต่ผมก็รู้ว่าเป็นภาษาฝรั่งเศส เพราะเพื่อนสนิทผมที่อเมริกา เป็นลูกครึ่งอเมริกันฝรั่งเศส เลยเห็นหนังสือแบบนี้ที่บ้านมันบ่อยๆ จนชินตา แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นภาษาอะไร แต่เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด มันจะทำอะไรก็ชวนให้ผมหงุดหงิดตลอดเวลา พับผ่าสิ!

“เชอะ!! ไอ้หล่ออินเตอร์ แน่จริงมึงอ่านและพูดภาษาไทยให้ได้ด้วยสิโว้ย เห็นแล้วขนลุก ขัดลูกหูลูกตากูจริง ไอ้เหี้ย @#$%&” น็อตหลุดกลับมาหมั่นไส้อีกครั้ง เลยรัวด่าไปเป็นชุดเพื่อระบายอารมณ์ หาเรื่องด่ามันไม่เลิก ด่าในใจบ้างพูดออกมาให้ได้ยินบ้าง จนไม่รู้จะขุดอะไรมาพูดหรือด่ามันดี ตอนนี้จำแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไปบ้าง

เพราะผมด่าอะไรไปมันก็ไม่เคยสะดุ้งสะเทือนอะไรเลยสักครั้ง เลยไม่เป็นที่จดจำสำหรับผม ความรู้สึกของผมตอนนี้ เหมือนกับพูดกับขอนไม้อย่างไงอย่างงั้น ไร้ความรู้สึกและการตอบโต้ นิ่งเฉยและก็เงียบสนิท จนผมรู้สึกง่วงนอน

แล้วหมดอารมณ์ที่จะพูดหรือด่ามันไปเอง

หนังสือเล่มนั้นมันสนุกมากหรือไงฮะ? กูด่ามึงอยู่นะโว้ยสัสผมพึมพำเบาๆ

อืม..หนังสือฝรั่งเศสงั้นเหรอ คิดถึงปู่กับย่าและเพื่อนสนิทผมที่อเมริกาจัง

ตอนนี้ทุกคนกำลังทำอะไรกันอยู่นะ

ฟรี้…z…Z

 

 

นี่แมนนี่ จะไม่เปลี่ยนใจจริงๆ เหรอ ไหนนายบอกว่าจะไปเรียนต่อฮาร์วาร์ดกับฉันไง

 

เสียงไอ้ริชาร์ทลูกครึ่งอเมริกันฝรั่งเศส เพื่อนสนิทผมสีบลอนด์แดง หน้าตาฝรั่งจ๋าหล่อเหลาตามหนุ่มสไตล์ตะวันตก เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมที่อเมริกา พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ หลังจากที่รู้ว่าผมทิ้งโอกาสที่จะเรียนต่อมหาลัยชื่อดังอย่างฮาร์วาร์ด เพื่อไปเรียนต่อมหาลัยที่เมืองไทย หมอนี่เลยคัดค้านสุดฤทธิ์ แต่เกลี้ยกล่อมยังไงผมก็ไม่สนใจ

 

ใช่ไม่เปลี่ยนใจแล้วผมส่ายหัว สัญญากับพี่นารีไปแล้วด้วย

แต่นายก็สัญญากับฉันไว้เหมือนกันนี่

ช่วยไม่ได้ ก็ฉันเป็นห่วงพี่นารีนี่นา นายก็รู้อยู่ว่าป้าฉันเพิ่งเสีย แถมตากับยายก็เสียไปก่อนหน้านั้นอีกต่างหาก ญาติพี่น้องนอกจากป้าแล้ว ก็หวังสมบัติกันทั้งนั้น ตอนนี้พี่นารีออกมาอยู่คอนโดคนเดียวแล้วด้วยเลยเป็นห่วง

อันนี้เรื่องจริงนะ เพราะป้าผมเพิ่งเสียไปจริงๆ เมื่อหกเดือนก่อน

แล้วตอนที่ผมกลับไปงานศพป้า พี่นารีพี่สาวแท้ๆ เพียงคนเดียวของผมก็ชวนผมให้ไปอยู่ที่ไทยด้วยกัน เพราะหลังจากที่พ่อแม่ผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วเสียชีวิตไปพร้อมกันทั้งคู่ ปู่กับย่าและตากับยาย ก็แย่งสิทธิ์การอุปการะผมกับพี่นารี อย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ในที่สุดก็ตกลงกันได้ว่า ให้ผมที่ยังเป็นทารกอายุห้าเดือนกว่าๆ มาอยู่กับปู่กับย่าที่อเมริกา เพราะพ่อผมเป็นลูกคนเดียว ปู่กับย่าเลยไม่มีทายาทผมที่เป็นหลานชายเพียงคนเดียว เลยต้องไปอยู่กับปู่กับย่า ส่วนพี่นารีที่มีอายุมากกว่าผมถึงสิบสามปี ให้ไปอยู่กับตากับยายที่เมืองไทย

แต่ถึงจะแยกกันอยู่ความเป็นพี่น้องของผมกับพี่นารีก็ไม่เคยหายไป

เพราะตากับยายทนคิดถึงผมไม่ไหว เลยพาพี่นารีมาเที่ยวที่อเมริกาบ่อยๆ ประกอบกับตอนตากับยายเสียไปพี่นารีก็มาเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา ช่องว่างความเป็นพี่น้องระหว่างเราเลยแทบไม่มีสักนิด ตอนนี้ผมเลยคิดว่าจะไปเรียนต่อที่ไทยบ้าง เป็นการแลกเปลี่ยนกัน อย่างน้อยสี่ปีผมก็จะได้อยู่กับพี่ผมบ้างแค่นั้นเอง ผมพยายามจะคิดแบบนั้น ผมไปเรียนต่อที่ไทย เพราะพี่นารีไม่ใช่เพราะผมไม่อยากอยู่อเมริกา เพราะการอยู่ที่นี่ทำให้ผมคิดถึงใครบางคน

ไม่ใช่ ผมจะไม่คิดแบบนั้น

แน่ใจนะว่าเพราะพี่นารี?’

อึก…’ ผมชะงักมือที่กำลังเก็บของเล็กน้อย ใช่!’ ก่อนที่จะกระแทกเสียงตอบไอ้ริชาร์ทไป

ฉันนึกว่านายเบื่ออเมริกา เพราะหนุ่มๆ พากันจีบซะอีก

นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งเหมือนกัน

และอีกเหตุผล ก็คงเป็นเพราะเร…’

โน!! สต๊อปผมยกมือขึ้นมาอุดหูทันที ไม่อยากฟัง รีบเก็บฟิกเกอร์แพคใส่กล่องให้ดีๆ เลย นั่นน่ะแพง

อย่าเปลี่ยนเรื่อง ฉันถามนายอยู่

ก็บอกว่าไม่อยากฟังไงเล่าพูดเอาแต่ใจยกมือขึ้นมาปิดหู แต่นี่ก็คือนิสัยของผม

แมนนี่

ห้ามพูด! ไม่ฟังๆๆส่ายหน้าปฏิเสธไปมา

เฮอ…’ ไอ้ริชาร์ทมันเลยถอนหายใจยาวอย่างเซ็งๆ สงบปากสงบคำอย่างช่วยไม่ได้ ผมน่ะเป็นคนเอาแต่ใจก็จริง แต่มันก็ตามใจผมตลอด แทบจะไม่เคยขัดใจผมเลยสักครั้ง ทุกวันนี้ผมเลยคิดว่าโชคดีสุดๆ ที่มีมันเป็นเพื่อน ที่นอกจากจะไม่มีรสนิยมกินพวกเดียวกันแล้ว มันยังคอยดูแลและยังตามใจผมอีกต่างหาก ผมกับมันเลยซี้และสนิทกันสุดๆ

เอ้านี่ผมเหวี่ยงหนังสือเล่มหนึ่งไปให้มัน ถ้าปากว่างขนาดนั้นล่ะก็ ช่วยเอาหนังสือโป๊ ที่เพิ่งซื้อมาใหม่นี่ไปแพ็คใส่กล่องให้หน่อยสิ พอดีผมไม่ชอบดูคลิป ไม่ชอบภาพเคลื่อนไหว เพราะมันตื่นเต้นเร้าใจเกินไปผมไม่ชอบ เลยต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อนตอนอยู่ไทย เพราะกว่าจะปรับตัวแล้วเดินไปซื้อหนังสือเองได้ผมจะแย่เอา เดี๋ยวไม่มีอะไรxงานจะเข้าผม อ้อ แล้วอย่าขโมยกลับบ้านเหมือนทุกทีล่ะ หวง!!’ จงใจกำชับเสียงดัง

หยุด!!’ ไอ้ริชาร์ทเลยรีบวิ่งมาล็อกคอผมทันที

ไม่ต้องอายหรอกน่า เรื่องธรรมชาติเนอะแมรี่เนอะ พอดีตอนนี้ผมกับมันไม่ได้อยู่กันแค่สองคนน่ะ ข้างๆ มันมีสาวน้อยน่ารักผมสีบลอนด์ทองมาช่วยผมกับมันเก็บของอยู่ด้วย จริงๆ แล้วข้าวของส่วนใหญ่ที่จำเป็น คนรับใช้ผมเก็บไปให้หมดแล้ว เหลือก็แต่ฟิกเกอร์และข้าวของจุกจิกที่ผมอยากเอาไปด้วยเท่านั้นเอง ที่ผมต้องมาเก็บเอง แต่ไอ้ริชาร์ทมันอยากพาแฟนใหม่มาอวดผม มันเลยเอามาด้วย เห็นแล้วก็หมั่นไส้สุดๆ เลยแกล้งมันเล่น

หยุดเลยแมนนี่ ห้ามพูดเรื่องลามกให้แฟนฉันได้ยินเด็ดขาด

เรื่องที่นายชอบขโมยหนังสือโป๊ฉันไปน่ะเหรอ ฮ่าๆ

เฮ้ย! ไม่ใช่นะแมรี่ ริชาร์ทร้องเสียงหลง หันไปแก้ตัวกับสาวน้อยแมรี่ ที่ตอนนี้หัวเราะคิกคัก

เอาน่าๆ ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ทวงหรอก แค่สองสามร้อยเล่มเอง ซื้อมาทีไร ยังไม่ทันได้เปิดอ่านก็ขโมยไปน่ะ ยกให้ไม่ถือสาแล้ว ฮ่าๆ ผมหัวเราะชอบใจ ขณะที่ไอ้ริชาร์ทพยายามปิดปากผมพัลวัน ไม่ให้พูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าแฟนมัน เพราะคนนี้มันยังไม่ได้แอ้ม มันเลยต้องวางมาดรักษาภาพพจน์เป็นคนดี ทั้งๆ ที่มันน่ะโคตรทะลึ่งและลามกเลย

ส่วนผมน่ะไม่ ผมดีแต่ปาก ห่ามไปเรื่อย แต่ก็รักใครรักจริง เพราะผมน่ะมี

อึกช่างเถอะ ข้ามไปเรื่องนี้ผมไม่อยากพูดถึง แล้วตาผมก็หันไปมองกีตาร์ตัวโปรด ที่ใครบางคนซื้อให้ผมเป็นของขวัญวันเกิด แล้วผมก็ทำมันพังเองกับมือ ตอนที่ฟาดปากกับไอ้แก๊งก่อกวนทั้งห้าคนนั่น ตอนนี้สภาพมันเลยไม่ต่างจากจิตใจผมเท่าไรนัก สายกีตาร์ขาดวิ่น ลำตัวถลอกเป็นแผล เหมือนกับความรู้สึกผมไม่มีผิด เจ็บปวดทั้งใจและกาย จนไม่อยากจะอยู่ที่นี่ ก็จริงแบบที่ไอ้ริชาร์ทมันพูด เพราะส่วนหนึ่งของการตัดสินใจไปไทยของผม มันก็มาจากเรื่องนี้เหมือนกัน

ของว่างมาแล้วจ๊ะเด็กๆ

มากาลองร้อนๆ เพิ่งอบเสร็จเลยค่ะคุณชายเสียงที่เข้ามาใหม่ ทำให้ผมกับไอ้ริชาร์ทชะงักมือที่กำลังจะต่อสู้กันอยู่ หลังจากที่ย่าของผมและคนรับใช้คนสนิทของท่าน เปิดประตูเข้ามาในห้อง เพื่อที่จะเอาขนมมาเสิร์ฟให้ผมและเพื่อนๆ

อร่อยนะ ย่าลองชิมแล้วย่าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ รอยยิ้มสดใสของท่านทำให้ผมอบอุ่นใจเสมอ นี่ก็โชคดีที่ปู่กับย่าผมไม่คัดค้านอะไร เพราะพวกท่านก็เป็นห่วงพี่นารีเหมือนกัน เลยถือโอกาสนี้ใช้ให้ผม ไปเกลี้ยกล่อมพี่นารีที่อยู่ที่โน่น ให้มาอยู่ด้วยกันที่อเมริกาซะเลย และเมื่อถึงตอนนั้นผมก็คงจะเติบโตขึ้น แล้วลืมเรื่องร้ายๆ ไปจนหมดสิ้น แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตที่อเมริกาอย่างสะดวกสบายเหมือนเดิม ถึงอเมริกาจะไม่ค่อยสงบสุข เพราะผมสวยเกินไป แต่ผมก็ชอบที่นี่ ผมอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก ผมรักปู่กับย่าผมมาก ผมไม่อยากจากที่นี่ไป ผมต้องกลับมาแน่ๆ 

แต่อาจจะไม่ได้กลับมือเปล่า เพราะเพิ่มเติมตรงที่ว่าผมอาจจะพกเมียมาด้วย หึๆ 

คุณหนูคะคนรับใช้อีกคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา

หือ? มีอะไรเหรอ

มีแขกมาขอพบคุณหนูค่ะ ตอนนี้คุณท่านกำลังต้อนรับอยู่

เอ๋…’ ใครมา ผมผลักไอ้ริชาร์ทที่กอดคอผมอยู่ให้ออกไปห่างๆ แล้วลุกขึ้นยืน เตรียมตัวเปิดประตูออกไป แต่ยังไม่ทันได้เปิด ประตูเบื้องหน้าผมก็ถูกเปิดเข้ามาซะก่อน คนแรกที่เดินนำเข้ามาก็คือชายสูงอายุ ท่าทางใจดีหรือก็คือปู่ของผม โดยที่ข้างหลังท่านนั้น มีผู้หญิงสูงผิวขาวผมสีบลอนด์ทอง หน้าสะสวยสไตล์ฝรั่งจ๋าที่ผมคุ้นเคยยืนอยู่ และทันทีที่ผมเห็นหน้าเธอ ร่างกายผมก็พาลหนักอึ้ง มือเท้าผมก็พลันเย็นเฉียบขึ้นมาทันที

เรเชล…’ 

 

ตุ้บ!~

ร่างสูงชะงักเล็กน้อย ละสายตาจากหนังสือที่อ่านอยู่ หันไปมองศีรษะเล็กๆ ของคนตัวเล็กปากจัด ที่ตอนแรกก็แค่โงนเงนไปมา แต่สุดท้ายก็ดันร่วงหล่นลงมาที่หัวไหล่ของเขาพอดิบพอดี หลังจากที่พูดและด่าเขาจนผล็อยหลับไปเอง

หมดฤทธิ์แล้วสินะ

“เฮอ…” ร่างสูงถอนหายใจยาวอย่างเซ็งๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมา เพื่อที่จะดันศีรษะเล็กๆ ของคนตัวเล็กปากจัด ให้ออกไปห่างๆ แต่มือยังไม่ทันได้สัมผัสอะไร คนตัวเล็กข้างๆ ก็ขยับศีรษะไปมา จนเสื้อฮู้ดกันหนาวสีดำที่คลุมศีรษะอยู่หล่นลงมา เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานละมุนอย่างชัดเจน จนเขาต้องชะงักมือที่กำลังจะดันศีรษะคนตัวเล็กออกไป ไว้กลางอากาศ ก่อนที่จะวางมันลงข้างลำตัว แล้วเปลี่ยนมาถอนหายใจยาวอีกครั้งแทน

ตัวเล็ก ปากจัด หยาบคาย วุ่นวาย พูดไม่เพราะ พาลหาเรื่อง ไร้มารยาท ไม่มีความเกรงใจ แต่กลับสวยหวานจับใจจนทำร้ายไม่ลง นับเป็นครั้งแรกที่ถูกผู้หญิงด่า ส่วนใหญ่จะมีแต่กรี๊ดกร๊าดเอะอะโวยวายรอบตัวเขาเสมอ จนรู้สึกน่ารำคาญ เบื่อและเหนื่อยหน่าย พาให้จิตใจด้านชาไปเอง แต่ถึงจะไม่ชอบอย่างไง ก็ไม่เคยมีความคิดที่ว่าจะทำร้ายผู้หญิงเช่นกัน เพราะมีน้องสาวอยู่เรื่องการทำร้ายร่างกาย เลยอยู่ห่างจากความคิดของเขาไปไกล

ยิ่งโดยเฉพาะคนตัวเล็กปากจัดนี่ แค่คิดว่าจะฝากรอยแผลเป็นเอาไว้ บนใบหน้าสวยหวานของอีกฝ่าย เขาก็ทำอะไรไม่ลง เลยได้แต่ปล่อยให้ด่าไปจนเงียบเสียงไปเองเหมือนกับตอนนี้

ตุ้บ~

เสียงพาสปอร์ตที่ด้านในสอดไส้ตั๋วเครื่องบิน ในกระเป๋าเสื้อคลุมของคนตัวเล็ก หล่นออกมาบนรอยต่อระหว่างเก้าอี้ของเขากับเธอ เรียกสายตาร่างสูงที่กำลังมองใบหน้าหวานละมุน อย่างไม่รู้จะทำอย่างดี ให้ละสายตาหันไปมองที่พาสปอร์ตเล่มนั้น แล้วหยิบมันขึ้นมา แม้จะไม่ได้ตั้งใจดู แต่ด้านในที่เปิดอยู่ก็ทำให้เขาชะงักไป

มิสเตอร์ นิโคลัส เบลซ ชาตรี

สัญชาติ อเมริกัน สถานที่เกิด กรุงเทพมหานคร

ผู้ชายหรอกเหรอ?” ร่างสูงพึมพำเบาๆ ขณะที่คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้คิดหรือทำอะไร

อึก…” คนตัวเล็กก็สะอื้นเบาๆ

…!

“เรเชล” พร้อมๆ กับที่หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลลงมาที่หลังมือของเขา ขณะที่ร่างบางก็ยังคงสะอื้นจนหัวไหล่สั่นไหวน้อยๆ ใบหน้าหวานละมุนเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา ทำให้ความคิดของร่างสูงสะดุดหยุดลง แม้ใบหน้าจะเรียบเฉย แต่ตอนนี้เขากำลังสับสน คำพูด อารมณ์โมโหและความคิดที่จะทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย หลังจากที่รับรู้ว่าเป็นผู้ชายที่ควรจะเป็นนั้นจางหายไปทันที หลังจากที่มองไปที่ใบหน้าสวยหวานละมุน ที่ตอนนี้เปรอะไปด้วยคราบน้ำตานั่น “หนาว” ร่างบางขยับเข้าหาไออุ่นโดยอัตโนมัติ ลำแขนกลมกลึงยกขึ้นมาเกาะกอดเอวร่างสูงเอาไว้ อย่างต้องการความอบอุ่น

“อึกปู่ ย่า”

“ผมหนาว อึก” พึมพำ สะอื้นเบาๆ พร้อมๆ กับที่ซบหน้าลงไปที่อกของร่างสูง

“อุ่นแล้ว” แล้วยิ้มหวานออกมาด้วยความพึงพอใจ โดยที่รอยยิ้มหวานของใบหน้าหวานละมุน ที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาของคนที่หลับสนิทอยู่นั้น ไม่ได้ห่างหายไปจากสายตาของร่างสูงเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้หัวใจของเขาที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยน้ำแข็งกำลังจะละลาย และอ่อนยวบลงต่อหน้าคนตัวเล็ก

ตึก

เขากำลังหวั่นไหว

 

“พี่ชินคะ” เสียงหวานใส พูดภาษาไทยชัดแจ๋ว ของร่างบางผมสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวหยักศกถึงกลางหลัง หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตาของน้องสาว ที่เดินเข้ามาใกล้ๆ ทำให้ความคิดของร่างสูงหยุดชะงักไป

ตอนนี้ได้เวลาแล้วค่ะ ส่วนพี่จุนขอเปลี่ยนไฟท์ให้พวกเราเดินทางไปก่อนเลย โอ๊ะ…” พูดยังไม่ทันจบ ร่างบางก็อุทานเบาๆ หลังจากที่เห็นภาพเบื้องหน้าเพราะเมื่อกี้มีกระถางต้นไม้ขวางอยู่ เธอเลยไม่ได้สังเกตอะไรมากมาย แต่ภาพสาวสวยที่ตอนนี้กำลังนอนหลับซบอกพี่ชายของเธออยู่นั้น สร้างความแปลกใจให้เธอไม่น้อย

“ไม่มีอะไร” ร่างสูงปฏิเสธเสียงเรียบ

หลังจากที่เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของน้องสาว มือซ้ายวางหนังสือลง ขยับตัวเล็กน้อย ค่อยๆ แกะมือของคนตัวเล็กออกจากเอวเขาเบาๆ ก่อนที่จะใช้มือขวาประคองศีรษะเล็กๆ ออกจากอกเขาช้าๆ พยายามไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว โดยที่มือซ้ายค่อยๆ รองรับไว้อย่างเบามือ แล้วจัดท่าทางให้อีกฝ่ายหลับสบายที่สุด เหมือนกับเกรงว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาอาละวาดอย่างไงอย่างงั้น

แต่ท่าทางอ่อนโยนที่แสดงออกมานั้น ไม่พ้นสายตาของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าไปเลยแม้แต่น้อย เธอไม่เคยเห็นพี่ชายเธอในลักษณะนี้มาก่อน ภาพลักษณ์ที่ผ่านๆ มา พี่จะเป็นพี่ชายที่ใจดีและอ่อนโยนกับเธอเสมอ แต่นอกจากเธอแล้ว ไม่เคยแสดงความอ่อนโยนกับคนอื่นเลยสักนิด นิ่งเฉย เย็นชา ไร้จิตใจ แม้จะไม่ทำร้ายร่างกายแต่ก็ทำร้ายจิตใจผู้หญิงอยู่ดี

“ไปเถอะ” ร่างสูงหันมาบอกน้องสาว หลังจากที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร่วมหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร แล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำของตัวเอง มาคลุมร่างเล็กๆ ไว้อย่างเบามือ 

“เอ๋

“ได้เวลาแล้วไม่ใช่เหรอ?

“ใครคะ?

“ไม่รู้จัก”

“แต่ว่า” ร่างบางมองไปที่ใบหน้าสวยละมุนของคนที่หลับสนิทอยู่อย่างสงสัยและลังเล

“ช่างเถอะ

“แต่

“ก็แค่คนผ่านมา ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใส่ใจ” พูดจบก็เดินจากไป โดยที่ไม่คิดจะหันหลังกลับมามองคนตัวเล็กเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่ายังไง ก็คงไม่ได้เจอกันอีกต่อไป

ไม่อยากเห็นหน้า

ไม่อยากใส่ใจ

และไม่อยากให้เกิดความรู้สึกแบบนี้อีก

เจ้าเด็กนี่มันก็แค่

เด็กเกรียนเท่านั้นเอง!

“โอ๊ะ พี่ชินคะมากิอยากเข้าห้องน้ำ เมื่อกี้เห็นห้องน้ำอยู่ตรงโน้น มากิของแวะแป๊บนะคะ”

ร่างบางที่เดินตามพี่ชายมาอย่างเงียบๆ ดึงชายเสื้อร่างสูงไว้ แล้วอ้อนบอกจุดประสงค์ของตัวเอง ทำให้ร่างสูงชะงักเล็กน้อย ก่อนที่จะถอนหายใจยาว

“อย่าช้าล่ะ เดี๋ยวพี่จะยืนรออยู่ตรงนี้”

“ค่ะ” ร่างบางฉีกยิ้มกว้าง ก่อนที่จะรีบเดินไปยังสถานที่อยากไปทันที

แล้วเมื่อเธอไปถึง เธอก็คว้าสมุดพกเล็กๆ ในกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กขึ้นมา แล้วเขียนข้อความหนึ่งลงไป ก่อนที่จะฉีกข้อความนั้น ยัดลงไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำของพี่ชาย ที่คลุมตัวสาวสวยที่ตอนนี้ยังคงนอนหลับสนิทอยู่อย่างเบามือ โดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว และพอเรียบร้อยแล้ว ก็ยืนมองใบหน้าสวยหวานละมุนอีกครั้งด้วยความพอใจ ก่อนที่จะกระตุกยิ้มที่มุมปากน้อยๆ แล้วรีบเดินไปหาพี่ชายที่รออยู่ด้วยความรวดเร็ว

คงไม่ผิดอะไร

เธอก็แค่

อยากได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นพี่สะใภ้

เพราะอยากจะเห็นความอ่อนโยนของพี่ชายเธอบ่อยๆ เท่านั้นเอง

 

089-XXXX-XXXX , Chin

Do not forget to call me

[อย่าลืมโทรหาฉัน]

 




26.11.59 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 260 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1304 EmoMama (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 09:58
    สวยโหดระวังเจอตอค่ะลูก
    #1,304
    0
  2. #1220 LADY-Y (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 14:39

    นึกว่าจะตกหลุมรักที่ไหนได้ใจเต้นเพราะหมั่นไส้555555

    #1,220
    0
  3. #1098 Dnoppawan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 09:55
    นายเอก เก๋าดี
    #1,098
    0
  4. #942 Somsa~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:09
    โหปากอย่างซ่า
    #942
    0
  5. #941 Somsa~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:09
    โหปากอย่างซ่า
    #941
    0
  6. #940 Somsa~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:08
    โหปากอย่างซ่า
    #940
    0
  7. #919 Laynajang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 07:29
    เกรียนเว้ยยย หาเรื่องเฉยเลยฮาดีชอบๆๆ
    #919
    0
  8. #916 ++_ปุก ก: ปุ่u_++ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 17:39
    เงิบ นายเอกชื่อ 'ชาตรี' ได้ไง นึกว่าชื่อ 'สมชาย' เพราะชื่อเล่นชื่อ 'แมนนี่' ซะอีก 55555 #หยอกนะคะไรท์
    #916
    0
  9. #903 Nay Sincerity (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 12:04
    โง้ยทำไมนายเอกเกรียนขนาดนี้อะ 555555
    น้องสาวคนหล่อดีงาม ทำดีๆ พี่มอบรางวัลให้ค่ะ คริๆ
    #903
    0
  10. #849 ningthanaporn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 16:32
    พระเอกใลข่มั้ยยย
    #849
    0
  11. #790 แมวจัง~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 18:22
    โหปากจัดมาก555
    #790
    0
  12. #788 ไลลา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 12:09
    ซ่ามากๆๆๆๆๆ
    #788
    0
  13. #784 00armyou00 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 11:54
    สามี เป็นเพื่อนสนิทก็ไม่เลวนะ =w=
    #784
    1
    • #784-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 2)
      1 พฤศจิกายน 2560 / 13:38
      ไรท์มีพล็อตนิยายแนวเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ที่กินกันเอง อยู่แล้วค่ะแต่อยู่เรื่องอื่นเนอะ ^^
      #784-1
  14. #717 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 16:12
    น่ารัก ชอบพระนายบุคลิกประมาณนี้
    #717
    0
  15. #673 นาเดียร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 15:39
    ถถถถ ก๋ามากด่าเค้าเฉยเลย5555
    #673
    0
  16. #668 นิมะตัน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 07:54
    เอ่อ...ไปไม่ถูกกับการที่นางตีความ 'รักแรกพบ' ไปเป็น 'หมันไส้' โถ่น้องนาง เข้าใจความไร้เดียงสานี้เลย
    #668
    0
  17. #628 Natty_thamonwan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:43
    ชอบค่ะ ดีมากแต่งได้น่าติดตาม
    เว้นวรรคตรงประโยดให้ถูกด้วยนะคะ เว้นบรรทัดดีดีด้วย

    ปล.รู้สึกไม่ชอบนิสัยนายเอกเลยง่ะ
    #628
    1
    • #628-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 2)
      7 สิงหาคม 2560 / 01:02
      ขอบคุณค่ะ แล้วจะปรับปรุงแก้ไขนะคะ

      ส่วนเรื่องนิสัย อืม...ชาตรีเป็นแบบนี้ทั้งเรื่องเลยค่ะ

      ทำใจนิดหนึ่งนะคะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ไรท์แนะนำให้ไปอ่านคู่จุนค่ะ

      อีกเรื่อง ทดลองดูนะคะ ^^
      #628-1
  18. #602 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 20:24
    ขำ5555555ถ้ารู้ว่าเป็นผช.ตั้งแต่แรกจะสวนกลับหรอ5555 ไม่ๆๆ เธอทำลูกสาวชั้นไม่ลงหร้อกกกกก><
    #น้องสาวทำดีมาก!!
    #602
    0
  19. #581 GeneJang~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 15:49
    น่ารักปากจัดสุดยอด5555
    #581
    0
  20. #530 ศาตนันท์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 16:17
    ปากจัดแต่น่ารักมากค่ะ
    #530
    0
  21. #525 raiwawa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 14:28
    น่ารักกกกก น้องสาวก็น่ารัก ว่าแต่...มากิมีคู่ยังคะ มาซบใหล่เลาก็ได้น้าาาา
    #525
    0
  22. #471 ลูกนก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:13
    เดรียนมากด่าเอาๆจับทำเมียไปเลยพี
    #471
    0
  23. #463 อังคนา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 12:33
    ว้ายๆๆ ด่าแบบนี้เตรียมตัวเป็นเมียได้เลน้อง 5555
    #463
    0
  24. #460 Miki_milky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:49
    แมนนี่ ยูด่าเค้าฉอดๆๆ ยูเกรียนมากไปแล้ว
    #460
    0
  25. #448 ดาต้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 01:42
    เกรียนมากไปหาเรื่องเชยเลย5555
    #448
    0