I'M SORRY ขอโทษที ที่ผมเกิดมาสวย [YAOI]

ตอนที่ 11 : I'm Sorry :: Love Song

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    13 มี.ค. 64

10

Love Song

 

 

ตื๊ดๆๆๆๆๆๆ

พอเข้ามาให้ห้องท่านพี่ได้สักพัก ผมก็ได้ยินเสียงกดออดรัวๆ

ปังๆๆๆๆ

ตามมาติดๆ ด้วยเสียงเคาะ และตบประตูเสียงดังลั่น

ปังงงงงงงงงง!!!

และเหมือนกับว่ามีอะไรหนักๆ มากระทบประตูเสียงดังหลายต่อหลายครั้ง

 

หือ? แบบนี้อย่าบอกนะว่า...

 

ไอ้แว่นมันกำลัง SOS ส่งสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือจากท่านพี่เมียอยู่!

มันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ ไอ้แว่นมันกำลังร้องโหยหวนอยู่ด้านนอก

ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้ามัน ไอ้คุณพี่ห้อยเก่งสุดยอด กู๊ดจ๊อบ!

เพราะคอนโดที่นี่เก็บเสียงเป็นอย่างดี ผมเลยไม่ได้ยินเสียงข้างนอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมได้ยินแต่เสียงกดออดและเสียงเคาะประตูเท่านั้น แต่ถ้าให้เดาไอ้แว่นมันคงกำลังโดนซัดไม่เลี้ยง แล้วคลานไปคลานมาเพื่อขอความช่วยเหลือเหมือนหมาอยู่แน่ๆ โอ้ย แค่คิดผมก็สะใจ มีความสุขสุดยอด อยากจะเห็นหน้ามันตอนนี้จริงๆ ไอ้เหี้ยแว่น

อ๊ะ! จริงสิ

หมับ~

พอนึกอะไรขึ้นได้ ผมก็รีบเอามือทั้งสองข้างของผม ที่เมื่อกี้โอบบ่าท่านพี่เอาไว้ มาอุดหูท่านพี่แทน เพราะท่านพี่ยังไม่ได้วางผมลง ยังคงอุ้มผมเดินเข้ามาข้างในเรื่อยๆ ผมเลยต้องปิดหูท่านพี่ไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวท่านพี่ได้ยินเสียงไอ้แว่น แล้วจะใจอ่อนออกไปช่วยไอ้แว่นมัน แล้วฝีมืออ่อนๆ มีแต่แรงแบบท่านพี่ คงไม่คณนามือไอ้คุณพี่ห้อยชัวร์ๆ ขืนออกไปช่วยเหลือไอ้แว่นมัน ก็มีแต่ตายเปล่า มีหวังถูกไอ้คุณพี่ห้อยจัดการเดี้ยงไปพร้อมๆ กันกับไอ้แว่นแน่ๆ

ผมเลยต้องปกป้องท่านพี่เมียไว้สุดชีวิตเพื่อมากิ!

“ท่านพี่อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาข้างนอกนะขอรับ สนใจแต่ผมก็พอเพื่อชีวิตที่ปลอดภัยของท่านพี่” มือผมปิดหูท่านพี่เอาไว้ ปากผมก็อธิบายให้ท่านพี่ฟัง ขณะที่สายตาผมก็กวาดมองบริเวณรอบๆ ห้องอย่างทึ่งๆ

เพราะคอนโดพี่นารีน่ะยังคงเฟอร์นิเจอร์เดิมที่แถมมากับโครงการแทบทุกชิ้น เลยออกแนวหรูหราคลาสสิกตามสไตล์เดิมแบบที่มีมา เหมือนกับห้องของไอ้คุณพี่ห้อย ไม่แตกต่างกันเลยสักนิด ถ้าจะมีแตกต่างกันก็ตรงที่ห้องของผม ของใช้จำเป็น และก็สระว่ายน้ำเพราะไอ้คุณพี่ห้อยน่ะ ดันตกแต่งสระว่ายน้ำใหม่ ไว้เลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้ง แล้วตั้งโต๊ะหินอ่อนเอาไว้

เพื่อตั้งวงเหล้าตกกุ้งตกปลากินข้างๆ สระว่ายน้ำแทน

ฮ่าๆ เกรียน เท่ แปลกไม่เหมือนใคร สมกับเป็นไอดอลสายมืดของผม ซึ่งแตกต่างกับท่านพี่เมียโดยสิ้นเชิง เหมือนขาวกับดำ มืดกับสว่าง ที่ดูเย็นชา ลึกลับน่าค้นหา มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างร้ายกาจ แต่ก็ยังใจดีกับผม นี่ถ้าผมเป็นผู้หญิงผมต้องตกหลุมรักท่านพี่แน่ๆ แต่เพราะผมเกิดมาเป็นผู้ชาย ผมเลยตกหลุมรักน้องสาวท่านพี่แทน

ส่วนท่านพี่น่ะเก็บขึ้นหิ้ง ไว้เคารพในฐานะท่านพี่เมีย หุๆๆ

แต่เห็นคอนโดท่านพี่แล้วผมก็แอบถูกใจเบาๆ เพราะว่าคอนโดของท่านพี่น่ะ ไม่ได้คงเฟอร์นิเจอร์เดิม เหมือนกับห้องพี่นารีกับไอ้คุณพี่ห้อย แต่ถูกตกแต่งใหม่ทั้งหมดเป็นโทนสีขาวดำเทา ไม่ว่าจะเป็นผนังห้องหรือเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ก็ถูกตกแต่งให้อยู่ในโทนสีเดียวกันหมด แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็ดูสวย เก๋ หรูหรามีสไตล์สุดๆ เพราะราคาเฟอร์นิเจอร์และของประดับในห้องนี้ล้วนแล้ว แต่มีราคาแพงทุกชิ้น ดูแล้วช่างสุดยอด สมกับเป็นท่านพี่เมียผม

โอ๊ะ! ผมชะงักเล็กน้อย หลังจากที่สำรวจห้องแล้วตาดี หันไปเห็นชุดเดรสสีแดงกับเสื้อยืดสีขาววางพาดอยู่บนโซฟา ที่ไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่าชุดพวกนั้นเป็นของใคร เพราะชุดเดรสสีแดงนั่นน่ะคงเป็นของพี่สาวคนสวยชุดแดง เมียท่านพี่ชัวร์ ส่วนเสื้อยืดสีขาวที่วางอยู่ก็คงจะเป็นของท่านพี่แน่นอน แต่การที่ถอดทิ้งไว้บนโซฟาแบบนั้นน่ะ อย่าบอกนะว่า

ป๊าบๆๆ จัดท่ายากกับพี่สาวตรงนั้นมาแล้ว

อื้อฮือ ท่านพี่นะท่านพี่ แซ่บไม่เบา ทำเอาหนุ่มเวอร์จิ้นอย่างผมอิจฉาตาร้อนผ่าวๆ อยากไปเล่นท่ายากบนโซฟากับมากิบ้างจริงๆ เฮอ แต่เอาเถอะ เดี๋ยวอนาคตผมก็ได้ปั๊บๆ กับมากิเหมือนกันนั่นแหละ ผมจะพยายามไม่อิจฉาท่านพี่ก็แล้วกัน จะมองผ่านๆ ไปก่อน ส่วนครั้งแรกของผมน่ะ ยังไงก็ต้องบนที่นอน เพราะผมยังเวอร์จิ้นอยู่เน้นท่ายากบนโซฟาไม่สะดวก ขอจัดบนที่นอนนุ่มๆ ก็แล้ว ซอฟท์ๆ ฟินๆ แต่จัดหนักได้เพราะผมตัวเล็กแต่แข็งแรง!

ป๊าบๆ บนที่นอนหนานุ่ม แค่คิดผมก็โคตรฟินนนน~

 

ตุ้บ~

 

อืม ใช่ๆ ที่นอนนุ่มๆ ให้สัมผัสแบบนี้เลย เหมือนกับแผ่นหลังติดสปริงนุ้มนุ่ม~

เอ๋? สัมผัส นุ่ม ที่นอน??

เอ้ยยยย!!!

ผมตาโตด้วยความตกใจ หันซ้ายหันขวาทันที เพราะผมมัวแต่ทึ่งกับการตกแต่งห้อง และเผลอคิดทะลึ่งเพราะเสื้อผ้าที่ท่านพี่และเมียถอดทิ้งไว้ ผมเลยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า ผมถูกท่านพี่อุ้มขึ้นมาบนห้องนอนตั้งแต่เมื่อไร แถมยังเป็นชั้นสองอีกต่างหาก เพราะถ้าดูจากวิวด้านนอกแล้ว มันเหมือนกับห้องผมเป๊ะๆ เลย แบบนี้ก็แสดงว่าต้องเป็นห้องชั้นสอง ห้องข้างๆ ผมแน่ๆ x!! บ้าจริง ผมก็คิดอยู่ว่าทำไมถึงนานจัง อุ้มไม่ยอมวางลงสักที ที่แท้ก็พาผมขึ้นมาที่ห้องนอนนี่เอง

แต่ทำไมท่านพี่ถึงทำแบบนี้ล่ะ อย่าบอกนะว่า

กำลังคิดทำอะไรไม่ดีกับผม!!

เฮ้ออ~ ไม่สิเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย ก็รู้กันอยู่ว่าท่านพี่ไม่ใช่เกย์ มีเมียแล้ว แถมยังเพิ่งจัดหนักกับพี่สาวมา หลักฐานยังคาอยู่บนโซฟาอยู่เลย ถ้าจำไม่ผิด ผมเห็นมีจานขนม และแก้วน้ำวางอยู่แถวนั้นด้วย นั่นน่ะ เป็นหลักฐานยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเพิ่งป๊าบๆ กันวันนี้แน่นอน แบบว่ากินขนมดูทีวีกันอยู่ แล้วเกิดอารมณ์จัดกันสักยกแถวนั้น

มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ก็ผมเป็นแฟนมากิ ส่วนตอนนี้ก็

อืมมมม คิดนานครับคิดนาน ผมกำลังหาเหตุผลให้ท่านพี่อยู่

ตอนนี้เลยขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ สบตามองท่านพี่ที่ตอนนี้กำลังย่างเท้าขยับตัวเข้ามาหาผมช้าๆ คุกคามจนผมเผลอขยับตัวถอยหลังออกห่างมาเรื่อยๆ จากที่วางตัวผมไว้ที่ปลายเตียงนอนในตอนแรก ตอนนี้ก็กลับกลายเป็นว่าผมขยับตัวมาจนถึงประมาณกลางที่นอนเห็นจะได้ ก่อนที่สายตาผมจะเริ่มกวาดตามองบริเวณรอบๆ ในห้องที่แทบไม่มีอะไรเลย มีแค่เตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่ ชั้นหนังสือแล้วก็กีตาร์โปร่งวางไว้ข้างตู้หนังสือเท่านั้นเอง และก็มีทางเข้าห้องอีกสองห้อง

ถ้าให้เดา ตรงนั้นคงจะเป็นห้องน้ำแล้วก็ห้องแต่งตัวสินะ

ส่วนกีตาร์โปร่งตัวนั้นน่ะ แบรนด์ดังของดีเลยนะนั่น?

 

ไปเที่ยวกันไหม จะไปก็รีบไป ไปกับพี่แล้วสบาย เดี๋ยวพี่พาไปกินตับ ตับตับ ตับตับ

 

และอยู่ๆ เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงผมก็ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

เบนความสนใจผมให้หยุดคิด หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูโดยที่ผมก็รู้ว่าเป็นเบอร์ของใคร เพราะผมไม่ได้มีรสนิยม ตั้งเสียงริงโทนพิลึกแบบนี้หรอกนะ แต่เพราะว่าไอ้คุณพี่ห้อยชอบเพลงนี้สุดๆ เลยบังคับให้ผมและคนสนิทที่เมมเบอร์ตัวเองเอาไว้ ตั้งค่าเสียงริงโทนนี้เป็นกรณีพิเศษ ให้เป็นเสียงเรียกเข้าเฉพาะเบอร์ส่วนตัวไอ้คุณพี่ห้อยเท่านั้น แบบว่าถ้าได้ยินเสียงเพลงนี้โทรมา ก็แสดงว่าไอ้คุณพี่ห้อยโทรมาประมาณนี้ ซึ่งมันก็เป็นเอกลักษณ์จำง่ายดีผมเลยยอมๆ ไป

แต่ว่าที่โทรมาแบบนี้ แสดงว่าจัดการไอ้แว่นเรียบร้อยแล้วสินะ ถึงได้โทรมาหาผม!

 

อ๊ะ! ไอ้แว่นจริงสิ หรือว่าท่านพี่จะ...

 

ตัวพี่ชอบกินตับหวานส่วนตัวน้องนั้นชอบทานตำไทย ตำมั่วตำซั่วตำแตง จะมัวเอาแรงนั่งตำทำไม

ตับหวานน้องสนใจไหม ตับหวานน้องสนใจไหม

 

เดี๋ยวนะ รับโทรศัพท์ก่อนดีกว่า ผมจะได้รู้ว่าไอ้แว่นมันตายแล้วหรือยังด้วย

 

หมับ!~

 

แต่ผมยังไม่ทันได้รับสายหรือพูดอะไรกับไอ้คุณพี่ห้อย ตัวผมก็ถูกท่านพี่รวบเอาไว้ซะก่อน แม้จะรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ แต่พอเอาเข้าจริงผมก็แข็งทื่อขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เพราะหลังจากที่ท่านพี่รวบตัวผมได้ ท่านพี่ก็พลิกตัวคร่อมร่างผมเอาไว้ แล้วแย่งโทรศัพท์ในมือผมมากดปิดเครื่อง เหวี่ยงไปที่ปลายที่นอน

ก่อนที่จะถอดเสื้อยืดสีขาวที่สวมอยู่ออกจากตัว เผยให้เห็นร่างกายกำยำ แผลงอกกว้าง ผิวขาวแลดูสุขภาพดี และก็ซิกแพคอันแสนเย้ายวน ที่ดูเพอร์เฟค หุ่นดีสุดๆ จนผมรู้สึกเหมือนกับว่าท่านพี่เป็นก้อนฟีโรโมนเคลื่อนที่ ที่ตอนนี้กำลังปล่อยฟีโรโมนออร่าความหล่อและเซ็กซี่ให้ฟุ้งกระจายออกมาเต็มห้อง จนผมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ

นี่ขนาดผมเป็นผู้ชายยังรู้สึกตาพร่าเริ่มมึนๆ ถ้าเป็นผู้หญิงไม่กรี๊ดสลบคาอกไปเลยเหรอ

ทั้งฟุ้งและส่องประกายเจิดจ้าระยิบระยับขนาดนี้ ใครมันจะไปทนไหว

ขนาดผมที่ว่าแน่ ยังเริ่มแพ้ฟีโรโมน!

ไม่สิหรือว่าผมอิจฉากันแน่เลยเริ่มรู้สึกมึนๆ แล้วระหว่างที่ผมรู้สึกมึนๆ สับสนงงๆ จนคิดว่าตัวเองอาจเมาฟีโรโมนไปชั่วขณะ ท่านพี่ก็เริ่มทิ้งน้ำหนักตัวลงมาที่ผมเรื่อยๆ ก่อนที่จะก้มหน้าลงมาใกล้ๆ ผม จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของท่านพี่ที่เป่ารดบริเวณใบหน้า แล้วมืออุ่นซุกซนที่เริ่มจับปลายคางผมเอาไว้ เกลี่ยแก้มเนียนใสของผมเล่น

ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาคมกริบยังคงนิ่งสนิท จับจ้องมองมาที่ผมราวกับสะกดเหยื่อ แล้วระหว่างที่ผมเผลอไผล ริมฝีปากอุ่นร้อนก็สัมผัสตรงแก้มซ้ายผมเบาๆ ก่อนที่จะกดหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับจงใจหอมแก้มผมยังไงยังงั้น

แต่มันคงเป็นไปไม่ได้สินะ ก็ในเมื่อท่านพี่นะ...

เฮือกกกกก!!!

ผมสะดุ้งทันที หลังจากที่เผลอคิดโน่นคิดนี่เพียงชั่วครู่ ริมฝีปากอุ่นที่ก้มลงมาคลอเคลียที่แก้มผมในตอนแรกก็ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาที่ต้นคอผม แล้วงับลงต้นคอผมเบาๆ โดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว แต่ก็เหมือนกับเป็นการเรียกสติผมให้กลับคืนมาทั้งหมด ให้ตายเถอะ ผมอุตส่าห์ระวังตัวแล้วแท้ๆ ดันเผลอไปซะได้ ฟีโรโมนท่านพี่นี่น่ากลัวจริงๆ

อันตรายๆ สัญชาตญาณเตือนติดเรดาร์ของผมบอกแบบนั้น

และพอตั้งสติได้ ผมที่ไม่เคยดิ้น ขัดขืนหรือทำอะไรตั้งแต่แรก ก็เริ่มที่จะผลักอกท่านพี่ออกไปให้ห่างๆ ผม  

“ท่านพี่ไม่รู้จักละอายใจบ้างเลยเหรอขอรับ” แล้วพูดคำนี้ออกไป

” แต่มันคงได้ผลพอสมควร เพราะท่านพี่กำลังคลอเคลียซุกไซ้อยู่ที่บริเวณลำคอของผมชะงักเล็กน้อย

แบบนี้แสดงว่าท่านพี่เริ่มละอายใจบางแล้วสินะ งั้นผมต้องต่อว่าต่อ!

“ผมเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอขอรับ ว่าลูกผู้ชายน่ะเวลาเขาสู้กันน่ะ เขาใช้หมัดสู้กันไม่ได้ใช้ปากกัด มันดูทุเรศ!

…?

“ท่านพี่โตแล้วนะขอรับ เลิกทำนิสัยแบบนี้ได้แล้ว มันไม่ใช่สุภาพบุรุษลูกผู้ชายเลย!!” ผมต้องสั่งสอนสักหน่อยแล้วในฐานะน้องเขย แต่พอผมพูดแบบนั้น คงแทงใจดำท่านพี่อย่างจัง เพราะท่านพี่เงยหน้าขึ้นมาจากต้นคอผมทันที

ตอนนี้ดวงตาคมกริบสีดำสนิทเลยมองมาที่ผมนิ่ง

เหมือนกำลังต้องการอ่านความคิดผม ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างประเมินสถานการณ์ แต่สุดท้ายก็ทอดสายตามองมาที่ริมฝีปากผม ที่ตอนนี้เริ่มเม้มปากนิดๆ แทน เพราะผมกำลังน้อยใจ

“ผมน่ะทั้งน่ารัก น่าเอ็นดู และแสนดีขนาดนี้ แต่ท่านพี่ก็ยังทำกับผมได้ลงนะ”

“ผมล่ะเสียใจจริงๆ ทั้งที่ผมอุตส่าห์รักและเคารพท่านพี่มากขนาดนี้แท้ๆ น่าน้อยใจไหมล่ะ”

“รัก?” ขมวดคิ้วถามผมซ้ำ ทั้งๆ ที่เมื่อกี้เอาแต่เงียบแท้ๆ

ใช่รักมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้ว ที่น้องเขยจะรักและเคารพท่านพี่เมีย ไม่งั้นชีวิตการเสียบเมียก็คงอยู่อย่างลำบาก ไม่มีความสุขเพราะต้องโดนท่านพี่เมียขัดขวาง ผมน่ะรู้งานสุดๆ ว่าจะต้องเข้าทางใคร นี่ถ้าเป็นไอ้คุณพี่ห้อย กวนโอ้ยแบบนั้นล่ะก็ เจอท่านพี่เมียแบบนี้เข้าไป ชาตินี้ทั้งชาติก็คงไม่ได้ซั่มเมียชัวร์

มันต้องนอบน้อม รู้งาน รู้หน้าที่แบบผมนี่ ถึงจะถูก!

แต่หือ? ผมตาฝาดไปหรือเปล่านะ

เพราะเมื่อกี้พอผมพูดคำว่ารัก ผมก็เห็นเหมือนกับว่าดวงตาคมกริบของท่านพี่จะไหววูบพราวระยับอย่างถูกใจไปแวบหนึ่ง แต่พอผมกะพริบตาถี่ๆ จ้องมองไปที่ท่านพี่ใหม่อย่างสงสัย ท่านพี่ก็ยังคงเงียบและนิ่งเฉยเหมือนเดิม

เฮอ ตาฝาดจริงๆ ด้วย เอาเถอะผมก็ไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว

ถึงเราจะเพิ่งเจอกัน แต่ผมก็เคารพรักและนับถือความมีน้ำใจของท่านพี่มากเลยนะ แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมต้องมองท่านพี่ใหม่แล้ว เพราะท่านพี่คิดจะทำร้ายผม ผมเลยผิดหวังในตัวท่านพี่สุดๆ

ในฐานะท่านพี่เมียและน้องเขย ผมนึกว่าสนิทกันแล้วแท้ๆ น่าเสียใจจริงๆ ทั้งๆ ที่เป็นผู้ชายที่แสนดี และรักน้องขนาดนั้นแท้ๆ ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ไปได้ก็ไม่รู้ สงสัยเพราะไอ้แว่นมันคอยเสี้ยม ถึงได้เป็นแบบนี้ ก็อย่างว่าคบเพื่อนชั่ว คิดผิดจนตัวตาย เฮอ ผมล่ะอ่อนใจจริงๆ สงสารมากิแฟนผมจัง เดี๋ยวผมต้องชี้ทางสว่างให้หน่อยแล้ว

ท่านพี่น่ะใจร้าย ทั้งๆ ที่ผมน่ารักและนิสัยดีขนาดนี้ ทำไมไม่เอ็นดูผมบ้างล่ะ?

"อยากให้เอ็นดูงั้นเหรอ?" หรี่ตาลงอีกครั้งและจ้องมองมาที่ผมนิ่ง

"ขอรับ" ผมพยักหน้ารับ ก็ผมเป็นแฟนมากิ ว่าที่น้องเมียนี่นา

"เรียกร้องจังนะ"

"ไม่ได้เรียกร้องขอรับ แต่มันเป็นข้อตกลงที่ดี เพื่อชีวิตคู่ที่ดีในอนาคตขอรับ" แฟร์ๆ พี่เมียน้องเขย ชีวิตสันติสุข ความรักของผมกับมากิจะได้ราบรื่น เพราะฉะนั้น "ท่านพี่น่ะต้องเอ็นดูผมบ้างสิ สักนิดหนึ่งก็ยังดี"

แล้วทำไมถึงคิดว่า ไม่เอ็นดูเลยสักนิดล่ะแต่พอผมพูดแบบนั้นก็ถามผมกลับ สบตาผมนิ่งด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออก พร้อมๆ กับใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มผมเล่นเบาๆ อีกครั้ง แต่ผมปัดออก เพราะครั้งนี้ผมเริ่มที่จะโมโหจริงๆ แล้วนะ

ก็ถ้าท่านพี่เอ็นดูผม ท่านพี่จะทำกับผมแบบนี้เหรอ!"

"..."

"อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทันท่านพี่นะ เมื่อกี้ผมอุตส่าห์อุดหูท่านพี่ไว้แท้ๆ ดันได้ยินอีกนะ เสียงออด เสียงเคาะประตู เสียงสัญญาณขอความช่วยเหลือของไอ้แว่นมันน่ะ ไอ้ผมก็เป็นห่วงกลัวว่าไอ้คุณพี่ห้อยจะกระทืบท่านพี่ตาย เลยช่วยชีวิตปิดหูท่านพี่ไว้แท้ๆ แต่ดูท่านพี่ทำกับผมสิ คิดจะไปช่วยมันแล้วทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง

…?

ไม่ต้องมาทำหน้างงเลยนะ ท่านพี่น่ะวางแผนจะจับผมขังไว้ในห้องนอน แล้วคิดแอบไปช่วยไอ้แว่นมันใช่ไหม?”

ฮึ่มนึกแล้วก็โมโหไม่หาย แผลเก่ายังไม่หาย ยังจะพยายามไปสร้างแผลใหม่อีก!!

...!

ไปก็ตายเปล่า ไอ้คุณพี่ห้อยของผมน่ะมันเทพ ถึงจะอ่อนกว่าผมนิดหนึ่งก็ตามเถอะ แต่ต่อให้ไอ้แว่นกับท่านพี่ร่วมมือกันก็เอาชนะไอ้คุณพี่ห้อยไม่ได้หรอกนะ

 “เฮอะ! ผมอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ แล้วดูท่านพี่ทำกับผมสิ นี่คงกลัวผมหลุดออกไปได้สินะ ถึงคิดจะกัดผม แล้วฉวยโอกาสมัดผมด้วยเสื้อตัวที่ถอดออกมาเนี่ย” ผมเอื้อมมือไปหยิบเสื้อสีขาวที่ท่านพี่ถอดทิ้งไว้ขึ้นมาให้ท่านพี่ดู “คิดว่าเสื้อตัวนี้จะเอาผมอยู่งั้นเหรอ ผมออกแรงฉีกนิดเดียวมันก็ขาดแล้ว” แล้วผมก็ทำท่าจะฉีกเสื้อตัวที่ท่านพี่ถอดทิ้งไว้ให้ท่านพี่ดู แต่เสื้อราคาแพงน่ะ ถึงจะเป็นแค่เสื้อยืดธรรมดามันก็เหนียว ผมเลยฉีกไม่ขาดสักที x!! ขัดใจ!!

“เพราะคิดแบบนี้เหรอ เมื่อกี้ถึงได้ยอมอยู่เฉยๆ”

หลังจากที่อึ้ง ทึ่ง สตั๊นไปชั่วครู่เพราะผมฉลาดรู้ทัน ท่านพี่ก็ถามประโยคนี้ออกมา

“ห๊า? อะไรท่านพี่อยากให้ผมดิ้นเหรอ” ประโยคที่ทำให้ผมเป็นฝ่ายงงบ้างนิดหน่อย

“อืม คิดไว้แบบนั้น แต่นิ่งๆ แบบนี้ก็ไม่เลว” พูดพร้อมกับจงใจก้มหน้าลงมาใกล้ๆ ผมอีกรอบ จนผมสะดุดลมหายใจไปอีกครั้ง สบตาท่านพี่อย่างหวาดระแวง และวินาทีที่ริมฝีปากอุ่นของท่านพี่กดฝังลงที่แก้มผมหนักๆ เหมือนกับหยอกล้อ ผมที่เมื่อกี้หยุดฉีกเสื้อเพราะสะดุดลมหายใจก็สะดุ้งเล็กน้อย ย้นคอหนีทันทีเพราะระแวงกลัวโดนกัด

“อย่าทำแบบนี้นะ ผมไม่ชอบ!” แล้วบอกด้วยความไม่พอใจ

“แบบไหน” ถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ขณะที่ลากริมฝีปากจากแก้ม มางับหูผมเล่นเบาๆ แล้วลากยาวๆ มาที่ต้นคอ

“อึก” เจ็บ ผมสะอื้นเบาๆ เพราะท่านพี่กัดต้นคอของผมอีกแล้ว

แถมครั้งนี้ยังรู้สึกว่าจะซ้ำรอยเดิมที่เคยกัดอีกต่างหาก

บ้าจริง! ทำไมถึงพูดคุยไม่รู้เรื่องได้เนี่ย สกิลสมองผมต้องพัฒนาขนาดไหน ถึงจะคุยกับผู้ชายคนนี้รู้เรื่อง

 

“ทำไมถึงโง่และน่ารักนัก”

 

เอ๊ะ?? เมื่อกี้ท่านพี่พูดอะไร ผมไม่ได้ยิน!??

 

งับ~

 

“อ๊ะ...” ผมโดนกัดอีกแล้ว!

เป็นแวมไพร์หรือไงงับเอางับเอา ให้ตายเถอะ ผมชักจะโมโหแล้วนะ กัดกันอยู่นั่นแหละ หลายครั้งติดๆ กันเลยด้วย ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าการทำแบบนี้มันแปลกๆ ถ้าไม่บังเอิญรู้ว่าท่านพี่มีนิสัยแปลกประหลาดชอบกัดคนอื่นเวลาโกรธละก็ ผมจะคิดว่าท่านพี่เป็นโรคจิต เหมือนพวกที่จ้องจะเสียบก้นผมตลอดเวลา ตอนอยู่อเมริกา

เป็นตัวชั่วร้ายที่จ้องจะทำมิดีมิร้ายผม เพราะว่าผมสวย

แต่นี่มันไม่ใช่ มันอยู่ที่นิสัยส่วนตัวล้วนๆ ทุเรศสุดๆ

ช่างเป็นท่านพี่เมียที่ทุเรศเกินไป จนผมชักจะเริ่มหมดความอดทน เพราะเริ่มรับไม่ได้ 

“อึก” ผมสะอื้นเบาๆ เริ่มประท้วงท่านพี่ด้วยการส่ายหน้าหนี

แต่กลับขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะปลายคางผมถูกตรึงเอาไว้ด้วยมืออุ่นของท่านพี่ ที่มีดีแค่แรงเยอะ แต่ฝีมือการต่อสู้ไม่เอาไหน กากที่แท้ทรู ผมเลยโดนกัดเอากัดเอาเหมือนกับตอนนี้ ครั้งที่เท่าไรผมไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมเริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมกำลังโกรธสุดๆ และระหว่างที่ผมเริ่มหมดความอดทน หงุดหงิดไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันได้เอะอะโวยวายหรือทำอะไร ท่านพี่ก็ถอนริมฝีปากออกมา เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมซะก่อน  เหมือนกับว่ากำลังรู้ว่าผมกำลังโมโหยังไงยังงั้น

เลิกกัดผม แต่เอาปลายนิ้วมือมาจับแก้มผมเล่นแทน แต่ผมปัดออกเช่นเคยด้วยความโมโห

“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบ ผมโตแล้วเลิกทำแบบนี้กับผมสักที อย่าทำให้ผมโกรธนะ!

เดี๋ยวเผลอตัวต่อยคิวแตกอีก มากิจะร้องไห้เอา ซึ้งผมไม่อยากเห็น ชิ! หงุดหงิด!

เฮอ!~ จนต้องพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ระงับอารมณ์โกรธ

“ท่านพี่น่ะโตแล้ว อย่าโตแต่ตัวสิ จิตใจต้องโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย อย่าทำนิสัยแบบนี้มันทุเรศ ส่วนไอ้แว่นน่ะปล่อยๆ ให้มันตายๆ ไปซะเถอะ มันเป็นเพื่อนทรยศ นอกจากจะเป็นกิ๊กกับพี่นารีแล้ว ยังคิดไม่ดีกับมากิอีกด้วย”

“กิ๊กพี่นารี?

“ใช่ไอ้คุณพี่ห้อยบอกผมมา ว่าไอ้แว่นมันกิ๊กกับพี่นารีอยู่ แล้ววันนี้มันก็เดินควงมากิด้วย”

“อืม แบบนี้สินะ” ลากเสียงยาว เหมือนกับจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

“ไอ้แว่นน่ะมันเลว มันคิดควบสอง หลอกทั้งพี่นารีพี่สาวผม และก็พยายามหลอกล่อมากิน้องสาวท่านพี่ด้วย แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจะปกป้องมากิเอง ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงมากิ แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจไอ้แว่นมันด้วยเข้าใจไหม แล้วก็เลิกล้มความคิดที่จะมัดผมด้วยเสื้อนี่ด้วย” ตอนนี้ผมกำลังโมโห คำว่าขอรับอย่างสุภาพน่ะผมไม่พูดแล้ว

แต่ว่าไอ้เสื้อนี่ก็เหนียวจริงๆ ดึงเท่าไรก็ไม่ขาดสักที

ช่างเถอะ เหวี่ยงมันทิ้งไปไกลๆ เลยดีกว่า

 

ฟิ้ววววว~

 

ผมไม่รอช้า เหวี่ยงเสื้อท่านพี่ลอยละลิ่วไปทันทีที่คิดจะทำ เพราะต่อไปนี้ท่านพี่จะได้หมดอาวุธเลิกคิดที่จะมัดผมแล้วหนีไปช่วยไอ้แว่นมันสักที ทีนี้ก็เหลือแต่ริมฝีปากช่างงับนี่แหละ ที่ไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงดี ใจก็อยากจะบีบปากให้จู๋เหมือนปลาทอง จะได้เชื่อฟังผมบ้าง แต่ผมรู้ว่ามันไม่ควรทำ เพราะคงไม่มีน้องเมียที่ไหน บีบปากท่านพี่เมียเล่น!

“หึ” และระหว่างที่ผมกำลังโมโหพฤติกรรมของท่านพี่ที่กัดผมไม่เลิก แล้วขัดใจกับเสื้อของท่านพี่ที่ไม่ยอมขาดตามที่ใจผมคิด ผมก็ได้ยินเสียงท่านพี่หัวเราะเบาๆ

“เอ๋?” แต่พอผมหันมามองท่านพี่ ก็ตีสีหน้านิ่งๆ เหมือนเดิม แต่เมื่อกี้ผมได้ยินจริงๆ นะ “เมื่อกี้หัวเราะผมใช่ไหม ผมไม่ขำด้วยเลยนะ” ฮึ่ม! ชักเริ่มโมโหมากขึ้นอีกแล้วนะ “ท่านพี่น่ะใจร้ายสุดๆ เลิกกดผมได้แล้วด้วย ออกไปห่างๆ ผมเลย

“กด?

“ใช่ กดผมเห็นๆ เลยเนี่ย” หลักฐานก็นี่แหละ ตอนนี้ท่านพี่ยังคร่อมอยู่บนตัวผมอยู่เลย แถมนิ้วมือยังไม่หยุดเกลี่ยแก้มผมเล่นอีกต่างหาก พอปัดมือออกไปเดี๋ยวก็กลับมาใหม่เหมือนเดิม จนผมเริ่มรู้สึกรำคาญเลยปล่อยๆ ไป ได้แต่เม้มริมฝีปากเล็กน้อย แก้มป่องนิดหน่อย และทำตาวาวอย่างโกรธๆ สบตาท่านพี่อย่างงอนๆ น้อยใจท่านพี่เมียที่คิดรังแกผม

“โอ้ว รู้ตัวด้วยเหรอว่าถูกกด?” ท่านพี่เลิกคิ้วย้อนถามผมกลับ

พร้อมกับดึงแก้มผมเล่นอย่างมันเขี้ยว แต่...

“ทำไมผมจะไม่รู้ตัวล่ะ ผมไม่ได้โง่นะ” ก็ตั้งใจกดผม เพราะจะเอาเสื้อมัดตัวผมนี่ แต่เอ๊ะ เดี๋ยวๆ น้ำเสียงและคำถามย้อนกลับกวนๆ เมื่อกี้มันคืออะไร แล้วไอ้บรรยากาศแบบนี้อีกทำไมผมถึงรู้สึกแปลกๆ อย่าบอกนะว่ากำลังกลั่นแกล้งหยอกล้อผมอยู่ ไม่สิ อย่างท่านพี่น่ะอ่อนแอจะตาย ไม่มีทางกลั่นแกล้งผมแน่ๆ ต้องคิดจะทำแบบนั้นจริงชัวร์ๆ แต่ว่าทำไมตอนนี้ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าท่านพี่ กำลังกวนโอ๊ยผมอยู่ยังไงชอบกล บรรยากาศต่างจากทุกที ไม่มั้ง?

“อืม เก่งที่รู้ตัวต้องตบมือให้ด้วยไหม” จงใจลากเสียงยาวถามผม พร้อมกับกระตุกยิ้มที่มุมปากน้อยๆ อย่างไม่คิดหลบซ่อนและปิดบัง ดวงตาคมกริบพราวระยับอย่างเจ้าเล่ห์ จนผมต้องกะพริบตาถี่ๆ

แต่นั่นไงผมไม่ได้คิดไปเองสินะ ท่านพี่น่ะกำลังกวนโอ๊ยผมอยู่จริงๆ ด้วย ท่านพี่กำลังเปลี่ยนไป ผมรู้สึกมาสักพักแล้วนะ ว่าตอนนี้ท่านพี่ที่เคยเงียบขรึมและเย็นชา ดูเจ้าเล่ห์ยังไงชอบกล ถึงเนื้อถึงตัวกลั่นแกล้งผมเล่น แถมยังยิ้มแบบนั้นอีก ถึงจะแค่ยิ้มน้อยๆ แต่คนหล่อน่ะ ยิ้มนิดเดียวอานุภาพการทำลายล้างมันก็สูงพอตัวเลยล่ะ เพราะหล่อเกินคน!

ฟู่~ แบบนี้ไม่ดีมั้ง

เล่นปล่อยฟีโรโมนไม่เลือกหน้าไม่ว่าหญิงชายแบบนี้น่ะ แย่จริงๆ ผมน่ะห้ามเมาฟีโรโมนอีกเด็ดขาด ไม่งั้นเดี๋ยวผมจะแย่เอา เมื่อกี้ก็เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าท่านพี่ไม่พลาดไปกัดคอจนผมได้สติคืนมาละก็ ผมเสร็จแน่ คงโดนจับมัดไว้ตรงนี้ หรือดีไม่ดีอาจจะโดนจับมัดไว้ในห้องน้ำ หรือห้องแต่งตัวตรงโน้นก็เป็นได้ แล้วถ้าท่านพี่โดนไอ้คุณพี่ห้อยจัดการเข้าโรงพยาบาลไป ผมที่ถูกมัดอยู่ ไม่ถูกลืมจนขึ้นอืด แล้วเป็นศพเฝ้าห้องน้ำหรือห้องแต่งตัวเลยเหรอ!??

บรืออ~ แค่คิดก็น่ากลัวจริงๆ ผีเฝ้าห้องนอน ห้องน้ำกับห้องแต่งตัวน่ะ ผมไม่เอา

แต่ผมจะจัดการปราบท่านพี่เมียยังไงดี เรื่องนี้สิน่าหนักใจ

คิดหนักครับคิดหนัก มีท่านพี่เมียแบบนี้ผมล่ะปวดหัวจริงๆ

“อื้อ” ตอนนี้เริ่มเอานิ้วมาลูบริมฝีปากผมแล้วด้วย พฤติกรรมและการกระทำแปลกประหลาดสุดๆ อ๊ะ จริงสิแบบนี้น่าจะดีกว่า ในเมื่อทำกับผมได้ ผมก็ลองทำดูบ้างดีกว่า พอคิดแบบนั้นผมก็เอามือไปแตะที่แผงอกกว้างเปลือยเปล่าของท่านพี่ไว้เบาๆ ลูบนิดๆ เพื่อหันเหความสนใจของท่านพี่ เพราะผมรู้ว่ามันต้องจั๊กกะเดียม และท่านพี่จะต้องหยุดชะงัก แปลกใจที่ผมลูบแบบนี้ เพราะผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกันผมรู้ดี แล้วระหว่างที่ท่านพี่หรี่ตามองไปที่มือของผม

ผมก็

พรึบ!!!

เป็นฝ่ายพลิกกลับทันทีด้วยความรวดเร็ว

เพราะผมควรอยู่ด้านบนมากกว่าปลอดภัยดีสุด ท่านพี่จะได้เลิกลูบ เลิกกัดผม เลิกทำสงครามเย็นก่อกวนผม เพราะสู้ผมไม่ได้เลยคิดแผนแปลกประหลาด มาจัดการผมสักที เพราะถ้าขืนปล่อยให้ยืดเยื้อไปนานกว่านี้ คงไม่ดีกับผมแน่นอน การที่ท่านพี่แข็งแรงกว่าผม และเสื้อยืดมันดันเหนียวขนาดนั้น ถ้าเกิดท่านพี่ฟลุคจับผมมัดได้จริงๆ โอกาสที่ผมจะถูกมัดแล้วถูกลืมไว้ในห้องนอน ห้องน้ำกับห้องแต่งตัวมันก็อาจจะสูงขึ้น ผมไม่ชอบเสี่ยงอันตราย!

เฮอ~ แบบนี้แหละ อยู่บนดีสุด

ถึงผมจะตัวเล็กกว่าเยอะ จนกลายเป็นว่านั่งอยู่บนอกท่านพี่ก็ตามเถอะ แต่ท่านี้น่ะปลอดภัยสุด นั่งทับไว้จะได้ไม่กล้าทำอะไรผม เฮอ แล้วผมที่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกสองครั้งติดๆ กัน หลังจากที่เปลี่ยนสถานการณ์พลิกกลับ เปลี่ยนมาคร่อมทับอยู่บนตัวท่านพี่แทนบ้าง ก็ก้มหน้าลงไปมองท่านพี่ที่อยู่ใต้ร่างของผม แต่ทันทีที่สบตากันผมก็ต้องกะพริบตาถี่ๆ อีกครั้งทันที เพราะหน้าตาของท่านพี่ตอนนี้มันอึก...คิ้วเฉียงขึ้นเหมือนตัวมารร้ายที่กำลังคิดอะไรไม่ดีสุดๆ

ดวงตาคมกริบสีดำสนิทยิ้มพราวอย่างเจ้าเล่ห์ เหมือนกับว่าผมไปกดสวิตช์โหมดดาร์กเข้ายังไงยังงั้น

นี่อย่าบอกนะว่าถูกใจ ที่ผมเป็นฝ่ายกด!!??

เดี๋ยว!! แบบนี้ก็ได้เหรอ อันตราย!!! อันตราย!!!

สัญชาตญาณติดเรดาร์ของผมร้องเตือนทันที ว่าท่านพี่กำลังคิดเอาจริง ถ้าไม่อยากถูกมัดเป็นผีเฝ้าห้องนอน ห้องน้ำหรือห้องแต่งตัว ผมก็ไม่ควรอยู่ตรงนี้เด็ดขาด สัญชาตญาณผมบอกแบบนั้น ว่าผมควรจะออกไปจากที่นี่ให้โดยเร็วที่สุด แต่ผมน่ะจะหนีท่านพี่ทันไหมนี่สิปัญหา คนที่มีแต่แรงคงกระชากตัวผมทันทีที่ผมคิดวิ่งหนี

และถ้าผมโกรธจนเผลอตอบโต้ ต่อสู้นองเลือดขึ้นมาอีกผมจะทำยังไง มากิไม่ร้องไห้บอกเลิกผมเลยเหรอ แถมถ้าผมหนีสำเร็จออกไปข้างนอกได้ ท่านพี่ก็อาจจะตายเพราะฝีมือไอ้คุณพี่ห้อยอีก แล้วมากิก็จะต้องเสียใจ เรื่องนี้เท่านั้นที่ผมยอมไม่ได้ แต่ถ้าผมไม่ออกไป ผมก็อาจจะตายด้วยน้ำมือของท่านพี่ ที่คิดจะทำอะไรไม่เข้าท่ากับผม!!

อืม ผมจะทำอย่างไงดี?

หือ? ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากเจอสิ่งสิ่งหนึ่งเข้า ผมก็คิดอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ เลยหันไปมองท่านพี่ที่นอนอยู่ใต้ร่างผม ที่ตอนนี้เข้าสู่โหมดดาร์กเต็มตัวไปแล้ว ไม่ได้การล่ะ กำลังคิดอะไรไม่ดีสุดๆ นี่คงกะจะกัด ฟัดและมัดผมเต็มๆ เลยสินะ ยังคงทุเรศและเป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหนเหมือนเดิม เอะอะ อะไรก็กัด นี่ถ้าไม่ใช่ท่านพี่เมียผมตบสั่งสอนไปแล้ว

เฮอ~ เหนื่อยใจ แต่ช่างเถอะตอนนี้ต้องโน้มน้าวไว้ก่อน

แล้วผมที่เป็นฝ่ายกดท่านพี่อยู่ ก็ก้มหน้าลงไปใกล้ๆ ท่านพี่บ้าง

ยิ้มหวานน่ารักประจบประแจงสไตล์ผม แล้วใช้สองมือประคองใบหน้าท่านพี่ไว้

“ท่านพี่ขอรับ” กลับมาพูดเพราะเหมือนเดิม “เลิกคิดเรื่องไม่ดี ได้แล้วนะขอรับ สงสารผมเถอะ” พูดเสียงหวานอย่างเว้าวอนเรียกร้องความเห็นใจ ขณะที่ปลายนิ้วข้างหนึ่งของผม ก็จับคิ้วท่านพี่ที่เฉียงจนดูชั่วร้ายนั่นให้ขยับลงมาเหมือนเดิม เพราะผมไม่ชอบโหมดดาร์ก มันดูน่ากลัวเกินไป ส่วนอีกข้างหนึ่งผมก็แตะบาดแผลที่ผมฝากไว้เบาๆ

ตอนนี้บาดแผลแห้งสนิทไม่จำเป็นต้องติดผ้าก๊อซแล้ว แถมรอยยังจางลงอย่างน่าเหลือเชื่อ สงสัยได้หมอดีหรือไม่ก็แอบไปยิงเลเซอร์มาแน่ๆ แต่นึกแล้วก็น่าโมโหแผลเก่ายังไม่ทันหายดี ยังจะไปซ่าให้ไอ้คุณพี่ห้อยเหยียบตายอีก

เฮอะ! ชอบหาเรื่องซะจริง แต่ตอนนี้โมโหไม่ได้ต้องยิ้มหวานเข้าไว้

 

ชีสสสสสสสสส!~

 

“เอางี้ถ้าท่านพี่เป็นเด็กดี ไม่คิดทำร้ายผมละก็ เดี๋ยวผมจะร้องเพลงให้ฟังเอาไหมขอรับ”

“ไม่เอา” ตอบทันทีรวดเร็วทันใจ ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังมองมาที่ผมนิ่งแท้ๆ

“ท่านพี่!!

“อยากทำอย่างอื่นมากกว่า” พูดพร้อมกับยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาโอบลำตัวผมไว้ เหมือนกับเตรียมพร้อมที่จะดึงตัวผมเข้าไปหาตลอดเวลายังไงยังงั้น ถ้าผมคิดไม่ผิด นี่อย่าบอกนะว่า ยังคิดจะกัดผมอยู่อีก!

ฮึ่ม! ถึงจะน่าโมโห แต่ผมก็

“ไม่อยากฟังจริงๆ เหรอขอรับ” พูดเสียงหวานอย่างออดอ้อน ขณะสบตาปิ๊งๆ ยิงลำแสงพิฆาต สายตาออดอ้อนน่ารักท่าไม้ตายของผมไปให้ท่านพี่ทันที “ถ้าท่านพี่ไม่ฟังตอนนี้ แล้วทำเรื่องไม่ดีกับผมล่ะก็ ท่านพี่จะไม่มีโอกาสได้ฟังอีกเลยนะขอรับ เพราะผมจะโกรธมาก จนไม่อยากร้องเพลงให้ท่านพี่ฟังอีกเลย”

” เงียบ แต่แบบนี้แสดงว่าชักเริ่มได้ผลสินะ

“เพลงรักน่ะขอรับ love song ท่านพี่อยากฟังไหม?” ตอนนี้ผมกำลังมีความรักกับมากิอยู่ เพลงร็อก เพลงเศร้า เพลงหดหู่ หรือเพลงดราม่า ผมจะไม่ร้องเด็ดขาด ผมร้องได้แต่เพลงรักเท่านั้นตอนนี้

“เพลงรักน่ะเพลงรัก” ต้องย้ำแล้วทำท่าทางน่ารักเข้าไว้

“…”

“รัก รัก รัก รัก” พูดเสียงเอคโค่เข้าใส่ไปด้วย ย้ำคำว่ารักเป็นพิเศษ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าสบตากันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร เนิ่นนานสำหรับความคิดผม จนผมคิดว่าอาจไม่สำเร็จ ไม่ได้ผลต้องคิดแผนใหม่เตรียมหาแผนบี หาแผนสำรองมาอ้อนใหม่ แต่สุดท้ายท่านพี่ก็ถอนหายใจยาว วางมือที่โอบลำตัวของผมเมื่อกี้ลงกับที่นอนเหมือนกับยอมแพ้ยังไงยังงั้น ผมเลยยิ้มกว้างจนตาหยี เพราะถ้าทำแบบนี้ก็แสดงว่า อยากฟังเพลงรักของผมแล้วสินะ

จุ๊บ~

เพราะผมดีใจ ผมเลยเผลอกดจุ๊บหน้าผากขอบคุณท่านพี่เบาๆ ไปหนึ่งครั้ง

ก่อนที่ทำท่าจะลุกออกมาจากตัวท่านพี่ แต่ผมยังไม่ทันลุกออกไปไหน ตัวผมก็ถูกกระชากกลับลงไปที่เดิม และยังไม่ทันได้ถามอะไร ท่านพี่ก็ผงกศีรษะขึ้นมา ก่อนที่...

จุ๊บ~

ริมฝีปากผมจะถูกจุ๊บเบาๆ เหมือนกับเอาคืนผม ที่ผมจุ๊บหน้าผากไปยังไงยังงั้น

ตอนนี้ผมเลยกะพริบตาถี่ๆ สบตาคมกริบของท่านพี่อย่างงงๆ

“ไม่ลุกหรือไง หรืออยากให้เปลี่ยนใจ?

“อ๊ะ ลุกครับลุก” ผมพยุงตัวลุกขึ้นมาใหม่ “งั้นผมขอยืมกีตาร์ตัวนั้นก่อนนะขอรับ” พูดด้วยน้ำเสียงมึนงง แล้วลุกขึ้นจากที่นอน รีบเดินไปหยิบกีตาร์โปร่งที่อยู่ข้างตู้หนังสือทันที นี่ต่างหากล่ะสิ่งที่ผมเล็งไว้

ส่วนเรื่องเมื่อกี้น่ะช่างมันเถอะ มันก็แค่จุ๊บผมน่ะชินแล้ว อย่างที่เคยบอกจุ๊บปากจุ๊บแก้มธรรมเนียมอเมริกาผมสบายมาก แต่กีตาร์ตัวนี้ต่างหากทางออกของผม เพราะผมน่ะร็อคเกอร์ตัวจริงเสียงจริงเลยด้วย ฝีมือเล่นกีตาร์ของผมน่ะขั้นเทพ รับรองว่าถ้าท่านพี่ได้ฟังเสียงเพลงอันไพเราะของผมละก็ ต้องลืมความคิดที่จะไปช่วยไอ้แว่นชัวร์ๆ

แถมเรื่องชั่วๆ ที่คิดจะทำ หายวับไปกับตาแน่นอน!!!

 

เพราะผมร้องเพลงเก่งสุดๆ

 

 

 

เฮอ

ร่างสูงถอนหายใจยาวอีกครั้ง หลังจากที่คนตัวเล็กลุกออกไปจากตัวเขา เดินไปหยิบกีตาร์ที่ตู้หนังสือ แล้วง่วนอยู่กับการปรับจูนเสียงกีตาร์ใหม่ โดยที่ไม่ระวังตัวอะไรเลยสักนิดเดียว ทั้งที่กำลังตกอยู่ในอันตราย แต่กลับไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะถูกจับกิน จนเขาไม่เข้าใจว่าถูกเลี้ยงดูมาแบบไหนถึงได้เป็นแบบนี้

ไร้เดียงสา ลื่นไถล ออดอ้อนเก่ง มั่วนิ่ม ไร้เหตุผล เอาแต่ใจ

แต่ก็น่ารักสุดๆ จนทำอะไรไม่ลง

เอาเถอะเพื่อตอบแทนความน่ารัก ที่มีมากเกินไปของอีกฝ่าย วันนี้เขาจะยอมละเว้นและถอยห่างออกมาอีกครั้ง เพราะยังไงเหตุผลในตอนแรกที่พาตัวมา ก็แค่อยากเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้านั่นแค่นั้นเอง แต่เพราะผิวเนื้อเนียนนุ่ม เนื้อตัวหอมกรุ่น และรอยยิ้มน่ารักทำให้เขาอยากทำอย่างอื่นแทน แต่จุดประสงค์เดิมก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

จากเสียงประตูห้องและเสียงโวยวายที่ดังขึ้นมา คิดว่าคงได้ผลพอตัว

 

ไอ้เหี้ยชิน มึงปล่อยน้องกูออกมานะ!!!

 

ตอนนี้เจ้านั่นคงกำลังวิ่งพล่านอยู่แน่ๆ พอคิดแบบนั้นร่างสูงก็ขยับตัวออกมาจากที่นอน ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงนวดบริเวณต้นคอเบาๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมาจากการสัมผัสร่างเล็ก แล้วเดินไปที่ระเบียง เปิดประตูกระจกออกเพื่อที่จะรับลมและอากาศเย็นๆ ให้ใจสงบลง ก่อนคว้าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา เพื่อที่จะโทรไปหาน้องสาวผู้เป็นที่รัก

โดยการต่อสายเข้าไปที่เบอร์บ้าน

“หยุดคุยกับแม่ รีบมาหาพี่ตอนนี้เลย แล้วระหว่างทางช่วยซื้อกับข้าวอร่อยๆ มาให้พี่ด้วย ยิ่งเยอะยิ่งดี” กว่าคนตัวเล็กจะรู้ตัวว่าโดนหลอกมาที่ห้องเรื่องอาหารเย็น มากิก็คงมาถึงพอดี กีตาร์ตัวนั้นคงถ่วงเวลาไปได้สักพัก

หึ เพลงรัก (love song) งั้นเหรอ ช่างหาทางเอาตัวรอดเก่งจังนะ แต่

สิ่งมีชีวิตที่น่ารัก แปลกประหลาด อยู่เหนือจินตนาการ และบ้าหลุดโลกแบบนี้ จะไปหาได้ที่ไหน ถ้าขืนทำให้ร้องไห้งอแงตอนนี้ เขาคงจะไม่ได้เห็นเรื่องน่าสนุก และความน่ารักแบบนี้อีกเลยก็เป็นได้

เอาเถอะตราบใดที่มีความอดทนอยู่ ไม่เผลอขย้ำไปซะก่อนละก็

เขาจะยอมเป็นท่านพี่ ที่เคารพรักไปสักพักก็แล้วกัน

แต่คงไม่นานนักหรอก เพราะความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัด

 

ยิ่งน่ารักมากขนาดไหน ก็ยิ่งอยากทำลายทิ้งมากเท่านั้น...

แล้วระหว่างที่ชิน (ผู้แนบเนียนและใจอ่อน) กำลังคิดอะไรอยู่นั้น

ลีอันฮอย (ผู้รักและเป็นห่วงน้อง)

ที่พยายามฝ่าดงรถติด จนมาถึงบ้านมากิ ก็

“คุณหนูมากิอยู่ที่คอนโดพี่ชายค่ะ” อึ้งไปสามวิ หลังจากที่ได้ยินคำนี้ ออกมาจากปากคนรับใช้ที่บ้านแฟนสาว เพราะถ้ามากิอยู่บ้านไอ้หล่อนั่น ก็แสดงว่ามากิอยู่ที่คอนโดตลอดเวลาตั้งแต่แรก แบบนี้มันก็เหมือนกับว่า

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำมาทั้งหมด มันไม่มีประโยชน์และสูญเปล่า!!!

บัดซบ!!! ไอ้เหี้ยแว่น ไอ้ขี้ขลาด ไอ้สัส กลัวตายถึงขนาด หลอกกูได้นะมึง

เจอกันเมื่อไรมึงตายยยยย!!!

กำลังอาฆาตแค้นสุดๆ

โดยที่ขณะนั้น จุน (ผู้รอโอกาส)

“ช่วยหาของที่ระลึก ลายเซ็น ฟิกเกอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นของหายาก เกี่ยวกับการ์ตูนวันพีชมาให้หน่อย ราคาเท่าไรก็ช่างฉันทุ่มไม่อั้น แล้วรีบส่งมาที่ไทยให้เร็วที่สุด” กำลังสั่งให้คนของเขา หาของมาเซ่นเจ้าตัวเล็ก เพื่อผูกมิตรไมตรีอีกฝ่าย ในฐานะตัวป่วนในอนาคต และหมากตัวหนึ่งของเขา แล้วอีกอย่างเขาไม่อยากได้บาดแผลแบบเพื่อนเขา เพราะท่าทางหมัดคงจะหนักพอตัว แถมจะเอาคืนก็ไม่ได้ เพราะดูแล้วน่ารักเกินไปจนทำอะไรไม่ลง

ส่วนผู้เป็นพี่ เดี๋ยวยั่วให้โกรธอีกหน่อย ก็คงดิ้นรนมาหาเขาเองนั่นแหละ

พอถึงเวลานั้น ค่อยมารื้อฟื้นความหลังก็แล้วกัน!

“หือ?” จะว่าไปเหมือนกับว่าเขาจะลืมเสื้อผ้าชุดใหม่ ที่เพิ่งซื้อมาไว้ที่ห้องชิน

หลังจากที่เขารื้อออกมาดูแล้วเผลอ ลืมทิ้งเอาไว้

และ มากิ (ผู้เมาท์มอย)

“ลุงคะในแอพพลิเคชั่นมือถือบอกว่า ถนนเส้นที่เราใช้ปกติ วันนี้รถจะติดเป็นพิเศษ เพราะฮอลล์คอนเสิร์ต ที่อยู่ใกล้ๆ ห้างสรรพสินค้า มีบอยแบนด์เกาหลีมาแสดงคอนเสิร์ตอยู่ค่ะ เราควรเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่น” บอกคนขับรถ ขณะที่สายตาก็จ้องมองไปที่โทรศัพท์มือถือ ที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารอร่อยๆ ที่อยู่ใกล้ๆ

เพื่อที่จะซื้อไปฝากพี่ของเธอตามคำสั่ง เธอน่ะเป็นผู้หญิงทันสมัย

ที่ขาดมือถือไม่ได้ เพราะติดเทคโนโลยีสุดๆ

ส่วน นารี (จอมงก)

เฮอ เจ้าชาตรีมันจะกลับมาหรือยังวันนี้ เอาเถอะ ไหนๆ ก็มากินก๋วยเตี๋ยวเป็ดแล้ว ก็ซื้อไปฝากเจ้าชาตรีกับเจ้าฮอยคนละถุงก็แล้วกัน ยังคงรักและเป็นห่วงน้องเสมอ แต่ก็คงความงกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

โดยที่ แมนนี่ (ผู้ยึดติดความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง)

 

So honey now. Take me into your loving arms. Kiss me under the light of a thousand stars. Place your head on my beating heart. I’m thinking out loud. That maybe we found love right where we are.

 

กำลังร้องเพลงรักให้ท่านพี่เมียฟัง โดยลืมเรื่องข้าวเย็นไปซะสนิทใจ

รู้แต่ว่าต้องปกป้องพี่เมียเอาไว้

ในฐานะน้องเมีย!! โว้โว~

 

ผมนี่ช่างเป็นคนดีจริงๆ น้องเขยแบบนี้

ชาตินี้ท่านพี่หาได้ที่ไหน!!




28. 12 . 59
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1315 EmoMama (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 12:41

    พี่ชินหึงแล้วแน่ๆ
    #1,315
    0
  2. #1230 LADY-Y (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 17:31

    เพื่ิอนพี่ห้อยแต่ละคนนี่งานดีทั้งนั้นเลย

    #1,230
    0
  3. #1010 Laynajang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 10:54
    โหมีความอยากอ่านพายุ
    #1,010
    0
  4. #962 Somsa~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 05:52
    ตัวละครใหม่หลายตัวเลยอยากอ่านมาเฟีย~
    #962
    0
  5. #961 Somsa~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 05:52
    ตัวละครใหม่หลายตัวเลยอยากอ่านมาเฟีย~
    #961
    0
  6. #960 Somsa~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 05:52
    ตัวละครใหม่หลายตัวเลยอยากอ่านมาเฟีย~
    #960
    0
  7. #800 แมวจัง~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 20:29
    ชอบมากินะ นางป่วนได้น่ารักดี ส่วนเพื่อนคุณพี่ห้อยแต่ละคนนี่มัน 5555
    #800
    0
  8. #751 Romrawin_nan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 09:39
    ทำไมไรท์ทำแบบนี้เป้นนิยายที่ฮามากๆสนุกมากๆด้วยอ่านทุกตอนหัวเราะทุกตอน แมนนี่ชั่งใสซื่อจริงๆ55555
    #751
    0
  9. #684 นาเดียร์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 06:31
    555555 เสร็จกันแมนนี่
    #684
    0
  10. #683 นาเดียร์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 06:31
    555555 เสร็จกันแมนนี่
    #683
    0
  11. #591 GeneJang~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 18:32
    คองซอง555555 เสร็จท่านพี่ปายยย
    #591
    0
  12. #542 BellaNAN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 20:15
    เรียบร้อยฝันดีเลยคราวนี้
    #542
    0
  13. #534 raiwawa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:03
    จะมีโอกาสได้อ่านของจริงมั้ยคะ5555
    #534
    1
    • #534-1 JEE ( G )(จากตอนที่ 11)
      23 กรกฎาคม 2560 / 15:34
      มีค่ะ แต่ไม่รุนแรงเนอะ เดี๋ยวติดแบน เล็กๆ น้อยๆ กรุบกริบค่ะ

      ขอบคุณนะคะ ที่แวะเข้ามาอ่าน กอดดดดดด~
      #534-1
  14. #533 raiwawa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:02
    เดี๋ยวลูกก นั่นไม่ใช่เด็กคอซองนะลูกนะ
    #533
    0
  15. #480 ลูกนก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 21:19
    เรียบร้อย>_< รีบไปบอกนารีให้หุงข้าวแดงรอๆๆ
    #480
    0
  16. #401 การ์ตูน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 20:04
    ร่องเรือเพลินๆตอนนี้ ตื่นขึ้นมาได้เจ็บตูดแน่แมนนี่เอ๋ย
    #401
    0
  17. #382 เมโซโซ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 15:05
    ตอนนี้ฝันดี ตื่นขึ้นมาได้ ฝันร้ายแน่ 555
    #382
    0
  18. #371 new (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 05:56
    นั่นไงเสร็จชิน กุงข้าวแดงรอ 5555
    #371
    0
  19. #356 Napat Ben (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:00
    5555555555 มัวแต่ล่องเรือตื่นขึ้นมาเสียตัวแล้วน้อง
    #356
    0
  20. #339 Palita_Narak (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 19:10
    ฝันดีนะแมนนี่ แสยะยิ้ม 5555
    #339
    0
  21. #263 mai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 21:40
    แสยะยิม ในที่สุดก็ อิอิแมนนี่ท่องเรือสนุกเลยดิ 555
    #263
    0
  22. #225 JEE ( G ) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 10:54
    ไรท์ต้องขอโทษด้วยนะคะ...
    สำหรับนักอ่านรายใหม่ คือ...ไรท์เพิ่งรู้ตัวว่าไรท์แก้ไขนิยายแล้ว
    ลงนิยายซ้อนกันสองตอน ในตอนนี้ แถมยังนานแล้วด้วย
    เนื้อหาของ I’m Sick มีสองตอน แทนที่ First Kiss
    ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน First Kiss เข้ามาอ่านใหม่ได้นะคะ
    ขออภัยในความไม่สะดวก
    #225
    0
  23. #224 JEE ( G ) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 10:39
    ไรท์ต้องขอโทษด้วยนะคะ
    สำหรับนักอ่านรายใหม่ คือ...ไรท์เพิ่งรู้ตัวว่าไรท์แก้ไขนิยายแล้ว
    ลงนิยายซ้อนกันสองตอน ในตอนนี้ แถมยังนานแล้วด้วย
    เนื้อหาของ I’m Sick มีสองตอน แทนที่ First Kiss
    ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน First Kiss เข้ามาอ่านใหม่ได้นะคะ
    ขออภัยในความไม่สะดวก
    #224
    0
  24. #168 Hand *Na* (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:55
    จะไปกินเค้าดันโดนกินซะเองซวยไป
    #168
    0
  25. #112 foambaka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 19:34
    555เข้าใจผิดไปไกลเลย
    #112
    0