คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #2 : สะพรึงกลัว
"งืม แจ๊บๆ อะไรกันเนี่ย กำลังนอนหลับสบายเลยนะ หา!!! 8.00 โมงแล้ว อัยการัยเย่*!!"
ฉันหันไปมองนาฬิกาบนหัวเตียงแล้วอุทานออกมาอย่างดังเป็นภาษาสเปน ทำไงดีเนี่ยจะทันมั๊ยนะฉันดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนและวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
ร.ร เซฟวิตเตอร์เซนต์จอน เวลา 8.30 น.
“นี่ทุกๆคนมากันพร้อมหมดแล้วใช่รึเปล่า!” คุณครูลูซี่กล่าวขึ้นเพื่อเช็คจำนวนให้แน่ใจ
“คุณครูค่ะ เหลือมากิอีกคนหนึ่งค่ะ” หนิงพูดขึ้น
“ทำไมช้าอย่างนี้ล่ะ รถจะออกอยู่แล้วนะ! โทรหาสิ” คุณครูลูซี่พูดอย่างมีน้ำโห
"เฮ้อ!! สายแล้วนะมากิทำไมช้าจังละเนี่ย"แนนพูดขึ้นอย่างเบื่อหน่าย
"ถ้าหากช้าขนาดนี้ครูไม่รอพวกYOUแล้วนะ"คุณครูลูซี่พูดอย่างหนักแน่น
"ทำยังไงดีละลีวีเซียถ้าหากมากิไม่มาก็แย่นะสิ น่าเบื่อจิงๆๆเลยการไปค่ายครั้งนี้"จินนี่หันไปกระซิบกับลีวีเซียอย่างกังวล
"เถอะน่าเดี๋ยวยัยนั่นก็มาแหละ รอแป๊บนึงก่อนสิจินนี่"ลีวีเซียพูดอย่างให้กำลังใจ
ตึกๆๆ!!
“ทุกคน! ฉันมาแล้ว แฮกๆๆ!!” ฉันวิ่งมาจากบ้านด้วยความไวแสงจนมาถึงจุดนัดพบ เล่นเอาซะเหนื่อยเลยนะเนี่ย รถก็มีแต่ไม่ขับ ก็มันรีบนี่นา
“นี่ YOU ทำไมมาสายโด่อย่างนี้รู้มั๊ยคนเค้ารอYOUอยู่คนเดียวนะ แย่จริงๆ!! บลาๆๆ” โหยมาถึงก็โดนสวดยับเลยเนี่ยนะรู้อย่างนี้ไม่มาดีกว่าเยอะ
“ฉันว่าแกตื่นสายแน่ๆเลยใช่มั๊ยยัยมากิ” เกียวกิเดินมาตบไหล่ทักทายฉัน
“แหงล่ะ นี่ฉันรีบสุดแรงเกิดแล้วนะเนี่ย” ฉันพูดไปตามความจริง
“ไหนๆก็มาครบแล้วก็รีบขึ้นรถเลยแล้วกัน เสียเวลามามากแล้วเนี่ย” หนิงพูดด้วยเสียงราบเรียบแล้วเดินนำไปที่รถตู้คันใหม่เอี่ยม
* ภาษาสเปน แปลว่า บ้าที่สุด
“มาครบกันแล้วก็ขึ้นรถ อีก1ชั่วโมงก็จะถึงร.รนะ ประจำที่ได้แล้ว” คุณครูลูซี่สั่งอย่างเฉียบขาดและบอกเวลาในการเดินทาง รถตู้เคลื่อนที่ออกไปนานเท่าไหรแล้วก็ไม่รู้ แต่ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่
เอี๊ยด!!
“นี่ๆๆ! ยัยมากิ ตื่นได้แล้วน้า! ถึงแล้ว” เสียงเกียวกิดังกรอกหูฉันจนน่ารำคาญ อะไรกันเล่าคนกำลังหลับสบายๆอยู่เลยนะเนี่ย
“รู้แล้วน่า!” ฉันตอบไปแบบปัดๆ ก่อนที่จะลงจากรถตู้มาบิดขี้เกียจ ฉันกวาดสายตามองบริเวณของร.ร เซฟวิตเตอร์อย่างพิจารณา บรรยากาศที่นี่ไม่เลวเลยทีเดียว เพราะมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นแน่เพราะอาคารเรียนดูไม่เก่าเลย อีกอย่างต้นไม้ที่นี่ร่มรื่นมาก แถมมีหอนาฬิกาอันใหญ่เบ่อเร่ออยู่กลางร.รนี้อีก สวยงามจริงๆ
“สวยเนอะมากิ^^” จินนี่เดินมายืนข้างฉันแล้วพูดอย่างร่าเริง
“นั่นสิ สวยจริงๆนั่นแหละ น่าอยู่อ่ะแก><” ฉันพูดตอบจินนี่อย่างกระแนะกระแหน55 ก็มันจริงนิสวยจริงๆเลย
“ตอนแรกฉันนึกว่าจะร้างแบบน่ากลัวซะอีก แต่จริงๆแล้วน่าอยู่ชะมัดเลย อากาศยังดีอีกนะเนี่ย” เกียวกิแสดงความเห็นออกมาอย่างกระตือรือร้นเลยทีเดียว
“อ้าวๆ!! นี่ๆเงียบกันหน่อย ตอนนี้กลุ่มพวกYOUมีทั้งหมด6คนใช่มั๊ย?” คุณครูลูซี่เดินตามมาถาม
หนิงผู้ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับจำนวนที่พักของเราทุกคน
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรอค่ะ?” หนิงถามกลับไปด้วยความสงสัย
“ค่ายนี้จะมีคนมาวิจัยรวมทั้งหมด30คน และจะแบ่งกลุ่มออกเป็น3 กลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มละ10 คน นั่นคือกลุ่มพวกเธอยังขาดอีก4คน คือ ยัยอัญรุ่นพี่พวกเธอที่เรียนอยู่มหาลัยมาร่วมวิจัยด้วย ส่วนอีกสามคนนั้นมาจากร.ร ทวิสพริ้นเซส คือ นายฮายาเตะ เคียวตะ และก็คาโอะ ไปตามหากันเองแล้วกัน ส่วนเรื่องที่พักของพวกเธออยู่ที่ตึกหลังนะ มีแอร์พร้อม ฉันต้องรีบกลับร.รก่อนล่ะ ทำตัวให้ดีนะพวกเธอน่ะ ฉันเป็นห่วง^^ ” คุณครูลูซี่พูดเร็วอย่างคล่องบรื๋อและไม่วายที่จะส่งยิ้มให้พวกเรา
“คะ..คุณครูไม่ได้อยู่กับพวกเราที่นี่หรอค่ะ?” จินนี่ถามครูลูซี่อย่างใจเสีย
“นั่นสิค่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะทำยังไงเนี่ย!” ฉันบ่นกับตัวเองแต่เสียงดังไปหน่อย แหะๆ
“อย่าทำตัวเป็นเด็กนักสิ พวกเธอโตๆกันแล้วนะ ที่นี่น่ะเค้ามีคนดูแลไม่เป็นไรหรอกน่า วิจัยเสร็จครูก็จะมารับไม่เห็นมีอะไรน่าเป็นห่วงเลย ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆนะครูไปล่ะ^^” ฉันเห็นรอยยิ้มคุณครูที่ยิ้มให้เรามันเหมือนเป็นการให้กำลังใจฉันมากเลยทีเดียว
“คุณครูลูซี่!!T^T” เราทั้งหมดทุกคนวิ่งไปกอดคุณครูลูซี่แล้วร้องไห้ด้วยกัน
“นี่ๆพอได้แล้ว ทำตัวเป็นเด็กไปได้ เกรด11แล้วนะ ” คุณครูพูดอย่างขัดเขินกับพวกเรา ก็แหงละอยู่ที่ร.รคุณครูเล่นทำมาดเข้มดุอย่างนั้น แต่พอมาวันนี้ใจดีมากมายอ่ะ^^ การกอดครั้งนี้ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันเป็นการอำลาครั้งสุดท้ายนะ สงสัยฉันจะคิดมากไปจริงๆ
“ค่ะๆ เดินทางดีๆนะค่ะคุณครูลูซี่”หนิงพูดด้วยเสียงเศร้าๆพวกเราถอยห่างออกจากครูลูซี่และปล่อยให้คุณครูขึ้นรถแต่โดยดี และพวกเราก็ยืนมองรถแล่นออกไปจากเขตร.รเซฟวิตเตอร์ช้าๆ
“เอาล่ะพวกเราลุยกันเล้ย!!!” หนิงหันมาพูดกับฉันและทุกคนด้วยเสียงที่ฮึกเหิม แล้วเราทั้ง6 ก็ยกสัมภาระอย่างรู้หน้าที่และออกเดินไปที่ตึกหลัง พวกเราเดินมาได้3นาทีกว่าก็ถึงตึกสูง5ชั้นที่ดูสวยโอ่อ่า มีเสียงดังเซ็งแซ่ของเพื่อนๆเกรด11 ที่มาร่วมวิจัยกับพวกเราเดินขวักไขว่กันทั่วบริเวณห้องโถงของตึก พวกเราเดินเข้าไปเรื่อยๆจนถึงหน้าลิฟ หนิงก็เดินนำพวกเราเข้าไปในลิฟและกดที่ชั้น3 ขณะที่เราอยู่ในลิฟไม่มีคนพูดอะไรนอกจากมองบรรยากาศรอบๆอย่างตื่นหูตื่นตา เมื่อลิฟหยุดนิ่งหนิงก็เดินนำเราเดินไปหยุดอยู่หน้าห้อง 109 แล้วเอากุญแจมาไขเข้าไปในห้องพัก
“ว้าว!!o.O ห้องสวยเว่อร์อ่ะ ใหญ่ด้วยนะเนี่ย อยู่ด้วยกัน20คนยังได้เลย” เมื่อหนิงเปิดประตูได้แล้วยัยลีวีเซียจอมเว่อร์ก็วิ่งเข้ามาสำรวจห้องพักอย่างรวดเร็วทำยังกับที่นี่เป็นสวรรค์ แต่มันก็คล้ายๆอยู่นะเนี่ย><!
“อย่าเว่อร์ไปหน่อยเลยลีวีเซียรีบเก็บของแล้วใส่ชุดกราวซะ เอ้านี่!” แนนเดินตามลีวีเซียเข้ามาแล้วโยนเสื้อกราวใส่ลีวีเซียอย่างรวดเร็ว พวกเราเก็บสัมภาระเข้าตู้ของตัวเองกันอย่างเรียบร้อย และพากันผลัดกันเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเป็นชุดกราว เพื่อเตรียมพร้อมที่จะวิจัยในห้องทดลอง
ปึง!!
เสียงประตูโดนผลักออกอย่างรุนแรง ใครกันนะที่เสียมารยาทได้ขนาดนี้ ขณะที่ฉันจัดแจงใส่เสื้อกราวเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หันหน้าไปดูผู้มาเยือนคนใหม่ที่เข้ามา
“คัมบังวะ!!! ” ชายหนุมทั้งสามเดินเข้ามาอย่างอุกอาจแบบไม่แคร์สื่อ เหอะ กล้าดียังไงบุกเข้ามาในห้องพวกเรานี่ฮะ ไม่รู้ซะแล้วว่าฉันนะใหญ่แค่ไหน
“นี่พวกนายกล้าดียังไงถึงเข้ามาแบบไร้มารยาท เคาะเรียกดีๆก็ได้นิ!!” ฉันตะคอกใส่ไอ้สามตัวที่ยืนอยู่ตรงประตูอย่างเหลืออด
“ใจเย็นน่ามากิ ช่างเถอะ” เกียวกิเดินมาเกาะไหล่ฉัน ไม่วายส่งสายตาวิ้งๆให้สามตัวนั่นอีก-*-
“คือผมชื่อเคียวตะฮะ เราอยู่กลุ่มเดียวกันเลยจะเอาของมาเก็บที่ห้องนี้ ต้องขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยที่วู่วามเปิดประตูแรงไปหน่อย เรานึกว่าไม่มีคนอยู่นะฮะ^^” อ๊าก! อย่ายิ้มดิฟะ ฉันจะละลายเป็นไอติมอยู่แล้ว ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าฉันมีรูปหน้าที่สวยมากหน้าหวานจนฉันยังอาย แถมแก้มป่องๆที่อมชมพูนั่นอีก กรี๊ด! หล่อกระชากไตมาก โฮก!!! หมอนั่นพูดจาด้วยท่าทีที่สุภาพแถมยังโค้งขอโทษด้วยท่าทีที่สง่างามอีกด้วย น่ารักจริงๆ><
“เห้ย! แกจะไปขอโทษยัยหน้าบ๊วยนี่ทำไม ถอยไปซิเกะกะชะมัดเลย”หมอนั่นตบหัวเทพบุตรของฉันอย่าแรงแล้วเดินเข้ามาในห้องอย่างไม่อายกับนายหน้าเข้มอีกคนที่ถือกระเป๋าตามต้อยๆ
“นี่นาย! หัดมีมารยาทกันมั่งสิ นายนี่มันเกินคำบรรยายจริงๆ” ฉันตะโกนพูดออกไปอย่างหัวเสียแต่ดูเจ้าตัวยังคงหน้าด้านเหมือนเดิม พูดแล้วอยากจะอ้วกเป็นอาหารแมว น่าโมโหจริงๆ
“ช่างเถอะน่ามากิ เค้าอยู่ส่วนเค้าเราก็อยู่ส่วนเราสิ อย่าโมโหเลยเดี๋ยวหน้าเป็นหนังหมานะ55 ” ยัยหนิงพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนฉันแล้วเดินไปนั่งดูทีวีกับจินนี่
“เฮ้อ!!เกียวกิมานี่หน่อยสิ” ฉันตะโกนเรียกเกียวกิโดยไม่หันไปมอง
“นี่เคียวตะมาทางนี้สิ^^” เอะเสียงนี่คุ้นๆแหะ
“กินน้ำมั๊ย? จัดกระเป๋าเสร็จรึยัง ฉันช่วยนะ^^(กรี๊ดกร๊าด!)” ฉันรู้แล้วล่ะว่าเรียกเกียวกิทำไมถึงยัยนั่นไม่มา ฉันหันไปมองเพื่อนสาวที่ตอนนี้กำลังกรี๊ดกร๊าดบ้าผู้ชายอยู่กับยัยลีวีเซีย เฮ้อจริงๆเลย
ติ๊งต่องๆ!!!!
เสียงประกาศดังขึ้น
[ประกาศขอให้นักเรียนทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องโถงเดี๋ยวนี้!!!]
เสียงประกาศทำให้ทุกคนตื่นตัวกระตือรือร้นออกนอกห้องไปที่ห้องโถงของโรงเรียนฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องกระวีกระวาดวิ่งลงบันไดมาที่นัดพบอย่างรวดเร็ว
“นี่แก เค้าเรียกมาทำไมหรอ” เสียงนักเรียนโลคลาสระดับล่างคุยกันเสียงดังเซ็งแซ่
“ไม่รู้สิ เห็นบอกว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเกิดอ่ะไรอ่ะ” ฉันเงี่ยหูฟังเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้ฉันยืนอยู่แถวหลังกับเพื่อนอีก6 คน ฉันรีบจับมือเกียวกิแทรกไปที่แถวหน้า
“จะไปไหนนะมากิ” หนิงส่งเสียงถามฉัน
“แป๊บเดียวเดี๋ยวมานะ” ฉันตอบหนิงไปและลากยัยเกียวกิไปแถวหน้าอย่างรวดเร็ว
“นี่ๆยัยมากิจะรีบไปไหนเนี่ย” เกียวกิถามฉันอย่างสงสัย
“เถอะน่า ตามมาเถอะ” ฉันยังคงลากยัยเกียวกิแทรกคนไปข้างหน้าเรื่อยๆ เพื่อจะหาสาเหตุของการเรียกรวมตัว ฉันแทรกไปเรื่อยๆจนถึงข้างหน้าในที่สุด
“กรี๊ด!!! ” มากิส่งเสียงร้องอย่างเสียขวัญแล้วรีบเอาหน้าซุกที่หน้าอกของฉัน เพราะสิ่งที่ฉันเห็นเบื้องหน้านี้คือหนึ่งในนักเรียนหญิงที่มาร่วมวิจัยกับเรา นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนตามชุดกราวสีขาวเป็นหย่อมๆ บริเวณใบหน้ามีลวดหนามกั้นรั้วพันอยู่รอบหน้าทำให้สังเกตุหน้าได้ไม่ชัดเจน มือของหญิงโชคร้ายคนนั้นถูกตัดออกทั้งสองข้าง อีกทั้งนิ้วมือทั้งสิบก็โดนตัดออกมาเรียงกัน เลือดไหลเจิ่งนองไปทั่ว กลิ่นคาวเลือดฟุ้งไปหมด ขนาดฉันยังต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเลย
“เงียบหน่อย!!” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองผู้มาเยือนคนใหม่ ซึ่งเป็นคนที่ฉันคุ้นเคย
“พะ..พี่อัญ มาได้ไงค่ะเนี่ย?” ฉันถามไปอย่างสงสัย เพราะพี่อัญขาดการติดต่อกับฉันไป 2ปีเต็ม
“มานานแล้วน่ะพร้อมกับพวกร.รทวิสพริ้นเซสแหละ^^” พี่อัญหันมาพูดกับฉันอย่างเรียบๆและหันตะโกนพูดกับนักเรียนรุ่นน้องทุกคน
“ฟังก่อน!ฉันมีอะไรจะพูด! ตอนนี้ร.รเซฟวิตเตอร์ถูกปิดตายลงแล้ว ฉันก็ยังไม่รู้สาเหตุอะไรมากนักนะ อีกอย่างตอนนี้อาจารย์ของแต่ละร.รก็ได้กลับหมดแล้ว ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าพึ่งตกใจนะ ฉันจะดูแลเอง ตอนนี้กลับห้องพักไปก่อนถ้าหากมีเรื่องอะไรให้มาแจ้งกับฉันที่ห้องใหญ่109แล้วกันตอนนี้ฉันกำลังแก้ปัญหาอยู่ เอาเป็นว่าไปที่ห้องแล้วล็อกประตูไว้ถ้าหากไม่จำเป็นอย่าออกมาข้างนอก! รับทราบนะ” พี่อัญพูดด้วยเสียงที่แข็งกระด้างเจือด้วยความกลัวนิดๆแต่ก็ยังคงมาดนิ่งเช่นเดิม
“นี่แกเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย” หนิงวิ่งมาจากข้างหลังมาถามฉันและมองหน้าพี่อัญอย่างสงสัย
“ดูนั่นสิหนิง ” ฉันชี้ไปที่ศพนักเรียนสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
“โอ้ว พระเจ้า! นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย!” หนิงมองศพอย่างสะอิดสะเอียนและหันหน้าหนี อีกทั้งยังโก่งคออ้วกอีกต่างหาก ส่วนยัยจินนี่นั้นลมจับไปแล้วในตอนนี้ เป็นภาระหนักของแนนที่จะต้องจัดการกับพวกสองคนนี้
“เฮ้! ฮายาเตะ เคียวตะ คาโอะ จัดการทีสิ พวกเธอคงไม่อยากให้ศพนี้เน่าเหม็นกองอยู่ตรงนี้หรอกนะ_*_” พี่อัญหันไปสั่งพวกสองตัวหนึ่งคนด้วยเสียงเบื่อหน่าย
“ให้ตายสิ! ยัยป้า ทำไมต้องเป็นพวกฉันด้วยฟะ”ฮายาเตะก่นร้องอย่าหัวเสียทันทีที่ต้องจัดการกับศพนั่น
“ทำๆไปเถอะน่า อย่างน้อยพวกเธอก็เคยเก็บศพหมาที่ญี่ปุ่นมาก่อนไม่ใช่หรอ มันก็คล้ายๆกันนั่นแหละน่า อย่าบ่นไปเลย”พี่อัญเดินไปตบไหล่ฮายาเตะเบาๆ แล้วเดินตามพวกฉันเข้าห้องพัก
“พี่อัญค่ะ ทำไมถึงมาที่นี่ได้ มหาลัยของพี่ทำโครงการเดียวกับร.รเราหรอค่ะ?” ฉันทรุดตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆพี่อัญ
“เปล่าหรอก พี่แค่อยากมาพิสูจน์บางอย่างน่ะ..เมื่อ2ปีก่อน” แววตาของพี่อัญดูเจ็บปวดเหลือเกินที่พูดถึงเรื่องเมื่อ2ปีก่อนหน้านี้
“เกิดอะไรขึ้นหรอค่ะพี่อัญ เล่าให้มากิฟังหน่อยได้มั๊ย?ถ้าหากว่าพี่จะสบายใจขึ้นได้น่ะ” ฉันมองหน้าพี่อัญด้วยสายตาวิงวอนเพื่อหวังว่าเธอจะเล่าความจริงให้ฉันฟัง
“เมื่อ2ปีก่อนน่ะ ฉันก็อยู่รุ่นเดียวกับเธอ แล้วก็ได้มาวิจัยแบบเดียวกับเธอนี่แหละ ฉันมาที่นี่กับเพื่อนรักฉันแค่2คน แต่มันก็เกิดเรื่องบ้าอะไรไม่รู้ทุกๆคนที่มาที่นี่ต่างก็ตายกันไปทีล่ะคนฉันก็ยังไม่รู้สาเหตุ จนมีประกาศจากลำโพงว่าฉันได้เข้ามาอยู่ในเกมส์มรณะที่มันสร้างขึ้นแล้ว มันจะฆ่าทุกคนที่ท้าทาย แต่กฎหนึ่งในนั้นมีอยู่ว่า ถ้าหากว่าหาฆาตกรได้เกมส์ก็จะจบลง ที่ฉันรอดมาได้น่ะฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำเลยว่าฆาตกรเป็นใคร ตอนนั้นเราเหลือรอดอยู่3คน ซึ่งเพื่อนสนิทของฉันได้ยื่นข้อเสนอกับไอ้ชาติชั่วนั่นว่าให้ปล่อยฉันและเพื่อนอีกคนหนึ่งไปโดยแลกกับตัวเธอ และภายในอีกชั่วโมงให้หลังเพื่อนฉันก็ตายคาห้องน้ำที่นี่และในห้องนี้ 55นี่มันบ้าชัดเลยว่ามั๊ย ฮึๆ เพื่อนฉันต้องมาตายเพราะฉัน บ้าที่สุด!! โธ่เอ้ย ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยว่ะ!!!!!!! ” พี่อัญตะโกนขึ้นอย่างเดือดดาลและผลักโต๊ะที่อยู่ข้างๆล้มดังสนั่นอย่างไม่ลังเล พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่สวยนั่น
“พ..พี่อัญค่ะๆ! ใจเย็นๆค่ะตอนนี้ทุกคนก็หวาดกลัวกันทั้งนั้นนะค่ะ สงบลงหน่อยนะค่ะ” ฉันพูดด้วยเสียงที่ดังพอสมควรเพื่อที่จะให้พี่อัญสงบลง
“Ok! ได้...ได้เลยสาวน้อย เฮ้อ!” พี่อัญเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นแล้วสูดหายใจพรืดใหญ่จากนั้นก็ปาดน้ำตาออกจากแก้มใสๆผิวสีน้ำผึ้งนั้นอย่างรวดเร็ว
“เสียงดังเอะอะอะไรกันนะ!” นายฮายาเตะเดินเข้ามาในห้องเข้ามาพร้อมกับสหายอีกสองคนที่มีเลือดเปื้อนอยู่เป็นหย่อมๆ
“เฮ้!นี่ป้า ทำไรยัยพวกนี้อีกเนี่ยดูสิกลัวกันใหญ่แล้ว” นายฮายาเตะ พูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามากลางห้อง
ฉันกับพี่อัญนั่งอยู่กับพื้นใกล้ๆเตียง ส่วนยัยเกียวกิ จินนี่ หนิง แนน และลีวีเซีย นั่งร้องไห้กอดกันอยู่ที่มุมห้องอีกฟากหนึ่งอย่างหนัก
“โอ้!สาวน้อยที่น่ารักของฉันร้องไห้ทำไม?” นายเคียวตะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเกียวกิและเพื่อนๆฉันที่นั่งร้องไห้ขดตัวอยู่มุมห้อง
“นะ..นี่เคียวตะ เราจะตายกันที่นี่จริงๆนะหรอ ฮือ! ฉันกลัว” เกียวกิจับแขนเคียวตะเขย่าไปมาแล้วเอาหน้าซุกที่แผงอกกว้างของเคียวตะ
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ทุกคนก็เหมือนกันนะครับ เราจะแก้ปัญหาด้วยกันครับ^^” เคียวตะส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังหวาดกลัวอยู่
“ขอบคุณมากนะเคียวตะT^T”พวกเราส่งเสียงพร้อมกันขอบคุณเคียวตะที่พร้อมจะยืนข้างเรา
“โอ้ยๆ! ซึ้งกันอยู่นั่นแหละ มาประชุมกันได้แล้วก่อนสัญญาณเกมส์จะเริ่มขึ้นแล้วจะไม่ทัน”นายฮายาเตะบ่นออกมาเสียงดัง ไร้มารยาทจริงๆเลยตานี่นะ
“รู้แล้วล่ะน่า-*- อืมนี่พวกเรามานั่งตรงนี้กันเถอะนะ^^” ฉันเดินไปจูงแขนเกียวกิ จินนี่ หนิง ลีวีเซียและแนนมานั่งอยู่ใจกลางห้องเป็นวงกลม
“ผมขอชี้แจงกับทุกคนก่อนนะครับ ว่าพวกผมมาที่นี่กับคุณอัญเพราะเหตุผลของเกมส์นี้เราต้องการมาสืบสวนการตายของทุกคนที่นี่และตามหาฆาตกร ซึ่งเกมส์ก็จะเริ่มภายในอีก1ชั่วโมงข้างหน้านี้ผมจึงต้องแจกอุปกรณ์เสริมให้ทุกคนป้องกันตัว คือ มีแผนที่ อุปกรณ์ผ่าตัด....” คาโอะพูดขึ้นเรื่อยๆแต่ต้องชะงักเมื่อลีวีเซียพูดขัดจังหวะเสียก่อน
“เราจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ผ่าตัดด้วยหรอ?” ลีวีเซียเอ่อแล้วจ้องหน้าคาโอะอย่างสงสัย
“ครับ ตามจริงอาจเรียกว่าเป็นอุปกรณ์ยาบวกเอาไว้ด้วยเพราะเราจำเป็นต้องใช้เนื่องจากเราออกจากที่นี่ไม่ได้อีกอย่างถ้าหากว่าเราเกิดอันตรายไม่ว่าจะจากทางปืน ทางมีด หรือไม่สบายเล็กๆน้อยๆเราก็จะได้ช่วยกันรักษาได้ทัน ซึ่งผมเตรียมมา5ชุด นะครับกระเป๋าหนึ่งใช้2คนนะครับ ส่วนเรื่องการใช้งานทางนี้พี่อัญต้องเป็นคนช่วยสอนแล้วล่ะครับ เพราะพี่อัญกำลังศึกษาในด้วนนี้ มาต่อกันที่อุปกรณ์ชิ้นต่อไปเลยนะครับ คือ เครื่องช๊อตไฟฟ้าจะได้คนละเครื่องนะครับ แล้วก็ปืนคนละกระบอก ส่วนลูกมีไม่อั้นเลยฮะ^^” คาโอะพูดไปด้วยแล้วก็ล้วงอุปกรณ์ป้องกันตัวต่างๆออกจากกระเป๋าเป้ใบใหญ่
“โหย! ยอดไปเลยอ่ะคาโอะ เจ๋งง่ะ555 เหมือนจะไปปราบผู้ร้ายเลย><”ยัยลีวีเซียตาแพรวพราวเมื่อเห็นอุปกรณ์ต่างๆที่ยังใหม่เอี่ยมอยู่วางตรงหน้า
“นี่ยัยลีวีเซีย เงียบแล้วเก็บของซะ ไม่มีเวลามานั่งชื่นชมอีกแล้วนะ!” เกียวกิส่งเสียงปรามลีวีเซียที่ทำตัวเสียเวลาอยู่กับการชื่นชมของต่างๆอยู่ ส่วนฉัน และยัยเกียวกิก็กำลังเก็บของใส่เป้อย่างเร่งรีบ
“ฉันจะแบ่งคู่ให้พวกเธอก็แล้วกัน เพื่อที่จะทำอะไรได้สะดวกขึ้น อืม เริ่มจากหนิงคู่กับแนน เกียวกิคู่กับเคียวตะ ลีวีเซียคู่กับคาโอะ มากิคู่กับฮายาเตะ ส่วนจินนี่คู่กับพี่แล้วกันนะ พี่หวังว่าคงจะไม่มีใครคัดค้านนะ^^” พี่อัญพูดแล้วส่งสายตาเชิงให้เดินไปจับคู่กัน ซึ่งนั่นทุกคนก็ไม่ขัดขืน ยัยเกียวกิและยัยลีวีเซียดูจะระริกระรี้ใหญ่ที่ได้คู่กับชายผู้หล่อเหลากรี๊ส!! แต่นั่นมันไม่ใช่ช้าน!! อะไรกันเนี่ย ทำไมถึงได้คู่กับไอ้คนป่าเถื่อนนี้ได้อ่ะT^T ไม่จริงม้าง!!!!!
ความคิดเห็น