[SF/OS] NCT JAEMARK - MY J

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,223 Views

  • 327 Comments

  • 706 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    269

    Overall
    12,223

ตอนที่ 3 : [SF] SWEET TALK (1/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1032
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    30 ต.ค. 59





' คนอย่างคุณเชื่อได้เเค่ไหนเชียว'







     เสียงออดจากหอประชาสัมพันธ์ผ่านลำโพงดังขึ้นบอกเวลาเลิกเรียน เสียงเฮฮาโวยวายจากห้องอื่นเป็นการกดดันอาจารย์ที่จะขอยืดเวลาสอนต่อต้องรีบตัดจบแล้วกำชับให้ไปอ่านหนังสือเตรียมสอบย่อยที่จะมีเร็วๆนี้เเทนก่อนจะเปิดประตูเดินออกไป ทันทีที่ประตูเลื่อนปิดภายในห้องจากเงียบกริบก็กลายเป็นโหวกเวกเสียงดังทันที หลายคนที่น่าจะเตรียมเก็บกระเป๋าตั้งแต่อาจารย์เริ่มสอนก็วิ่งออกจากห้องไป ที่เหลือก็จัดของ เก็บกระเป๋าพูดคุยไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่รีบร้อน

 

          “เย็นนี้ไปไหนกันดี”

 

          เริ่มต้นด้วยเสียงของ 'ลีดงฮยอก' เด็กผู้ชายเจ้าของผิวสีแทนอารมณ์ดีที่เปิดประเด็นหลังจากที่ทนเงียบในคาบเรียนมาตั้งหลายนาที แหม่ ก็เขาคันปากจะแย่นี่ จะให้นั่งเงียบเฉยๆไม่ใช่สไตล์เขาเลยจริงๆ

 

          “อ๋อ ที่กระวนกระวายอยู่ไม่สุขเป็นเพราะอยากจะไปเที่ยวสินะ นี่ถามจริงบ้านนายผลิตเงินได้เองหรือไงห้ะ ไปเที่ยวทุกวันเลย”

 

          เสียงดุที่ดังขึ้นหลังจากที่เพื่อนตัวดีพูดจบ 'นาแจมิน' กลอกตาอย่างรำคาญใจ อดไม่ได้ที่จะบ่นให้กับคนที่ไม่สนใจอะไรยกเว้นแต่เรื่องเที่ยวนี่แหละ

 

          “แต่วันนี้เราคงไปด้วยไม่ได้นะดงฮยอก คุณแม่บอกให้เรารีบกลับบ้าน จะให้ไปลองชิมเค้กสูตรใหม่”


          เสียงหวานใสใจดีสมหน้าตา 'ลีเจโน่' เจ้าของรอยยิ้มตาหยีที่ไม่ว่าจะยิ้มให้ใครคนนั้นเป็นต้องเคลืบเคลื้มเหมือนกับลีดงฮยอกคนนี้เเน่ แต่ก็ต้องหลุดภวังค์เมื่อโดนมือหนักๆขัดกับใบหน้าหวานของนาแจมินตบเข้าที่หัวเขาอย่างจัง

 

          โหดจังวะ

 

          ดงฮยอกสะบัดหัวจากแรงพิฆาตของเพื่อนสนิทแล้วหันมาสนใจเพื่อนอีกคนที่ตอนนี้ฟุบหน้าลงไปนอนกับโต๊ะ ไร้ความกระตือรือร้นในการเก็บของกลับบ้าน มันไม่ถูกต้องเลยนะ เวลาเลิกเรียนแถมยังเป็นเย็นวันศุกร์จะมาอิดโรยแบบนี้ไม่ได้ ต้องรีบเตรียมตัวไปเที่ยวสิถึงจะถูก เลยจัดการยกมือขึ้นแล้วฟาดเข้าไปที่กลางหลังของคนที่ทำหน้าไร้วิญญาณจนเจ้าตัวสะดุ้งเพราะความเจ็บ เจ้าของใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมาดันแว่นทรงกลมที่เลื่อนลงมาสันจมูกอย่างหงุดหงิดแล้วตะโกนด่าด้วยคำหยาบเท่าที่ตัวเองรู้ตั้งแต่มาอยู่เกาหลีใส่ดงฮยอกเพื่อนเลวให้มันเจ็บแสบอย่างที่สุด แต่ก็ต้องขบฟันโมโหเมื่อด่าอีกฝ่ายแต่ตัวเองดันหงุดหงิดแทน ดูดิ ด่าแล้วยังลอยหน้าลอยตาอีก รำคาญโว้ย!!!

 

          “เป็นอะไรครับคุณมินฮยอง ตอนแรกก็ดีๆอยู่ไม่ใช่หรอตอนนี้เป็นไร ดูทำหน้าเข้า นี่มีวิญญาณปะเนี่ยหรือที่นั่งอยู่มีแค่กายหยาบ”

 

          “เห้อ”

 

          และนี่แหละคือคำตอบของลีมินฮยอง หรือมาร์ค ลี

 

          มาร์คถอดแว่นตัวเองออกมาเเล้วจัดการเช็ดแว่นด้วยชายเสื้อนักเรียนที่หลุดลุ่ยของตัวเอง ก่อนจับยัดเเว่นตาทรงกลมเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

 

          “นี่ โรงเรียนเรามีทางออกทางอื่นอีกมั้ยอ่ะ”

 

          คำถามที่หลุดมาจากมาร์คที่วิญญาณเข้าร่างเเล้วถาม จนเพื่อนๆที่นั่งรอเจ้าตัวเก็บของเลิกคิ้วแล้วหันมามองหน้ากัน ทุกคนทำหน้าครุ่นคิด ก็ปกติทุกคนก็ใช้ประตูใหญ่ที่ติดถนนออก ถึงแม้ว่าจะมีประตูเดียวแต่ไม่ได้ลำบากเลยแม้แต่น้อย ทำไมอยู่ๆมาร์คถึงถามขึ้นมา

 

          “จริงๆก็มีประตูนึงนะ…”

 

          “จริงหรอเจโน่”

 

          ยังไม่ทันที่เจโน่จะพูดจบ มาร์คที่เก็บของอย่างเชื่องช้าจนทำให้แจมินกับดงฮยอกหงุดหงิดจนอยากเข้าไปเขย่าคอให้รู้แล้วรู้รอดหันหน้าควับมาอย่างตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายอย่างมีความหวังแต่ก็ต้องสิ้นหวังไปพร้อมๆกันเมื่อฟังเจโน่พูดจบ

 

          “แต่ว่า ประตูหลังของโรงเรียนเราปิดไม่ให้นักเรียนออกแล้วล่ะ ดูเหมือนจะล๊อกเเล้วปิดตายไปเลยนะไม่มีคนใช้เเล้วล่ะ ออกทางเดิมนั่นแหละดีแล้ว แล้วมาร์คถามทำไมหรอ”


 

          “เอ่อ..”

 

          ทันทีที่ถูกถามก็ดันติดอ่างกะทันหัน ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆพยายามคิดหาคำตอบที่ทำให้ชีวิตและร่างกายปลอดภัยที่สุด แต่ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะไม่เข้าข้างมาร์คเลย เพราะตัวร้ายอีกสองคนที่ยืนฟังอยู่ยกยิ้มร้ายกาจแล้วหันมามองหน้ากันอย่างรู้ทัน มีแค่เขา2คนที่รู้เพราะเมื่อวานเจโน่ไม่ได้มาโรงเรียนดังนั้นคนที่กลับบ้านกับมาร์คเมื่อวานก็มีเขา 2 คนนี่แหละ หึหึ

 

          “เจโน่เมื่อวานนายพลาดมากน้า จริงๆเราก็ไม่อยากเล่าหรอก แต่ไหนๆนายก็ถามแล้ว มาร์คก็คงไม่ตอบเล่าเองแน่ๆเดี๋ยวเราเล่าให้ฟังเอง”

 

          “นาแจมิน!!”

 

          “อะไรหรอมาร์ค ทำไมต้องมีความลับกับเพื่อนด้วยล่ะ แย่จริงๆเลยน้า”

 

          รอยยิ้มอาบยาพิษถูกส่งมาให้มาร์ค ทำเอาเจโน่ถึงกลับมองหน้าแจมินกับมาร์คสลับกันอย่างสงสัย


          “เล่าเลยแจมิน มาร์คเพื่อนรักของเราอยากให้นายเล่าจะแย่แล้ว”

 

          โว้ยยยยยยยยยย ไอ้เพื่อนเฬววววว

 

          “เพราะเห็นแก่มาร์คเลยนะเนี่ย คืองี้เจโน่…”

 

          มาร์คถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เเทบจะยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากให้รู้เเล้วรู้รอด ไม่รู้ว่าชีวิตนี้เขาจะร่าเริงได้อีกหรือเปล่า นั่งฟังแจมินเล่าเรื่องสยองหลายบรรทัดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเมื่อวานก็อดจะขนลุกไม่ได้

 

          “จริงหรอแจมิน”

 

          “ช่าย มาร์คเพื่อนเราจะมีแฟนแล้วน้าเจโน่”

 

          มาร์คได้แต่ถลึงตาใส่แจมินกับดงฮยอกที่ตีมือกันอย่างชอบใจ อย่างให้ถึงตาเขาบ้างนะ

 

          โอเค หลายคนคงจะสงสัยว่าเรื่องที่แจมินกับเรื่องที่ทำให้เขาขนแขนแสตนอัพคือเรื่องอะไร จะเล่าย่อๆให้ฟังละกัน เมื่อวานคือวันปกติ ที่เขาใช้ชีวิตเหมือนเด็กอายุ 17 ทั่วไป พอเลิกเรียนก็กลับบ้าน โดยมีแจมินกับดงฮยอกกลับด้วย แต่ที่มันไม่เหมือนทุกวันก็คือ… เมื่อพวกเขา 3 คน เดินออกมานอกรั้วประตูโรงเรียนก็มีใครคนนึงเดินมาขวางทางเขา โอเค เขามั่นใจว่าไม่ได้ไปมีเรื่องหรือพูดจากวนอวัยวะเบื้องล่างลูกพี่ใครเเน่ๆ แล้วไอ้คนตัวสูงกว่าพวกเขานี่คือใครวะ หน้าตาก็จัดได้ว่าหล่อ ผมที่ดำไม่ได้ทุกเซตเป๊ะอะไรมากเเต่ถือว่าดูดี ร่างสูงใหญ่ที่สวมเครื่องแบบสีน้ำเงินหัวจรดเท้าไม่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกับเขาแน่นอนและดูก็รู้ว่ามาจาก 'การ์เดี้ยน' โรงเรียนที่เป็นเครือเดียวกับโรงเรียนเขาที่เครือเดียวกันไม่พอยังตั้งอยู่ระแวกเดียวกันอีกต่างหาก แค่เดินออกมาหน้าประตูโรงเรียนก็จะเจอทั้ง โคเอ็กซ์ (โรงเรียนของเขา) เเละการ์เดี้ยนเดินเต็มถนนสายนี้  เเละคนตรงหน้าที่บ่งบอกว่ามาจากการ์เดี้ยนก็ส่งยิ้มกว้างมาทางเขาจนเขาต้องเลี้ยวหลังไปมองว่ายิ้มให้ใคร

 

          ‘ยิ้มให้น้องนั่นแหละครับ’

 

          มาร์คหันกลับมา แล้วชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

 

          ‘ใช่ครับ น้อง…มาร์ค’

 

          ชะ เชี้ย รู้ชื่อได้ไงวะ

 

          อ่อ ชุดนักเรียนมีปักชื่อนี่หว่า

 

          ‘ผมไม่รู้จักคุณนะ แล้วถ้าจะมาไถตังค์ ผมไม่มีหรอกนะจะบอกให้ ถ้าอยากได้ไปไถสองคนนั้นแทน’

 

          ‘เอ้า มาร์ค มึง’  แจมินกับดงฮยอกถึงกับหน้าเหวอ

 

          ‘ฮ่าๆเปล่าหรอกครับ พี่ไม่ได้มาไถตังค์หรอก แต่พี่มาหาเราก็เพราะว่ามีเรื่องจะบอก’

 

          ‘…’

 

          ‘พี่ชอบมาร์ค…’

 

          ‘…’

 

          พี่ขอจีบเรานะ’

 

          แล้วเหตุการณ์ต่อจากนี้คืออะไรก็จำไม่ได้ รู้สึกตัวอีกทีตอนโดนดงฮยอกตบแก้มเรียกสติ สถานที่รอบๆกลายเป็นป้ายรถเมล์แทนหน้าโรงเรียน เขาโดนลากออกมาเพราะช็อคไม่รู้สึกตัว

 

          ไม่ช็อคก็แย่ละ โดนผู้ชายสารภาพรักแล้วยังขอจีบอีก

 

          บ้าไปแล้วบ้ามาก

 

          มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงแน่ๆ

 

          ‘โอ้ย มึงมาหยิกกูทำไมไอ้มาร์ค กูเจ็บบบบบ’

 

          ‘เชี่ยยยยย เรื่องจริงหรอวะเนี่ย’


          นั่นแหละ เรื่องราวบรมแย่ สุดขนลุกของเขาที่เกิดขึ้น


          ต้องไปทำบุญสะเดาห์เคราะห์ล้างซวยเเล้วใช่มั้ย

 



          “เจโน่ เปล่านะไม่ใช่แฟน โหย หยุดพูดไอ้เรื่องขนลุกนี่ทีเถอะ”


 

          ประโยคแรกพูดกับเพื่อนตาตี่ ส่วนประโยคหลังโวยวายใส่ไอ้สองนรกส่งมาเกิดที่ยืนหัวเราะคิกคัก


 

          “ก็ไม่ได้แย่ไม่ใช่หรอมาร์ค มีคนชอบก็ดีกว่ามีคนเกลียดนะ”

 


          “โถ่ แล้วถ้าเป็นเจโน่เจอแบบนี้เจโน่จะยอมให้เขาจีบหรือไง”

 


          ใบหน้าน่ารักของเจโน่ส่ายเบาๆ

 

         

           “เห็นมั้ยล่ะ”

 

          “จะกลัวอะไรครับเพื่อน นี่มึงก็อยู่กับพวกกูเนี่ย เดี๋ยวถ้าไอ้พี่คนนั้นมา พวกกูจะจัดการให้เอง”

 

          ผมขอให้ทุกคนจำประโยคของลีดงฮยอกคนนี้เอาไว้ให้ดี!!

 

          เพราะคำพูดที่เหมือนจะผ่อนความกลัวของมาร์คได้นิดหน่อยก็ทำให้มาร์คยอมกลับบ้านสักที มาร์คเดินตามหลังแจมินกับดงฮยอก โดยข้างๆมีเจโน่ที่ต้องมารอขึ้นรถของที่บ้านตรงทางเข้าซอยโรงเรียน ตอนนี้เขาระเเวงหน้าระเเวงหลังเหมือนคนกลัวเจ้าหนี้ มือทั้งสองข้างจับเข้าที่กระเป๋าของดงฮยอกที่เดินอยู่ข้างหน้า ขอละอย่ามาอีกเลย


          หนูมีพระนะ



          เดินไปจนกระทั่งถึงหน้าโรงเรียน เเม่ของเจโน่ขับรถมารับพอดี เจโน่โบกมือบ๊ายบายเพื่อนทั้งสามอย่างน่ารักก่อนจะขึ้นรถไป มาร์คยกยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจที่ไม่เจอมนุษย์โรคจิตเมื่อวาน ไงล่ะ ไม่กล้ามาเเหยมกับพี่มาร์ค ลีสินะ


         "น้องมาร์คครับ"


          "เฮ้ยยยย"


          มาได้ไงวะเนี่ย เมื่อกี้ไม่เห็นเห็น ใช่คนเปล่าวะ


         "พี่มารอตั้งนาน นึกว่าเรากลับเเล้วซะอีก"


          "จะมารอทำไม เเจมิน ดงฮยอก เห้ย..."


          ชีวิตเเค่โดนทำร้ายเเต่ที่สุดมันก็โดนทำร้าย ไอ้เพื่อนรักที่บอกจะช่วยดูเเลความปลอดภัยของผมมันหายหัวไปตอนไหนไม่รู้ พอตอนต้องการความช่วยเหลือกับหายวับทันทีพอๆกับตอนทวงเงินมัน ตอนนี้พื้นที่หน้าโรงเรียนเหลือเเค่มาร์ค วิญญาณมาร์คที่ออกจากร่าง เเละไอ้รุ่นพี่ต่างโรงเรียนที่ยังคงยืนยิ้มค้างเป็นหุ่นขี้ผึ้ง 


          อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่โม้เอาไว้นี่หน่า


          ไอ้เพื่อนเฬวววว


          "วันนี้มาร์คกลับไง เดี๋ยวพี่ไปส่งมั้ย"


          "ไม่ต้องอ่ะกลับเองได้"


          "เย็นเเล้วนะมันอันตราย"


          "มีอะไรอันตรายกว่าพี่อีกหรอ"



          มาร์คโบกมือไปมาตัดความรำคาญก่อนรีบสาวเท้าจ้ำอ้าวเดินหนี จากที่เดินมาเรื่อยๆจนใกล้สถานีรถไฟเเล้วถึงหันไปมองข้างหลัง ก็เห็นว่าไอ้รุ่นพี่ตัวโตยังคงเดินตามเขาอยู่ คิ้วโค้งขมวดอย่างหงุดหงิดใจ หมอนี่ไม่มีอะไรทำหรือไงถึงได้มาตามคนอื่นเนี่ย โรคจิต


          "รอพี่อยู่หรอ"


          โห หลงตัวเองซะด้วย


          "เปล่าอ่ะ ผมเเค่จะเตรียมโทรหาตำรวจเเจ้งความจับโรคจิตที่เดินตามมา"


          "ฮ่าๆพี่โรคจิตขนาดนั้นเลยหรอ"


          "เพิ่งรู้ตัวหรือไง"


          "พี่เเค่เป็นห่วงก็เลยตามมาไง เดี๋ยวมาร์คต้องขึ้นรถไฟฟ้าไปสองสถานีเเล้วข้ามฟากเดินผ่านย่านขายอาหารไปสองบล๊อกถนนก็จะถึงบ้านใช่มั้ยล่ะ"


          เห้ย รู้ได้ไงวะ บ้านทำงานที่เขตหรอ


          "สงสัยใช่มั้ยว่าพี่รู้ได้ไง พี่เคยเจอเราบนรถไฟฟ้า เห็นเรียนโรงเรียนใกล้กันก็เลยเดินตาม เเล้วบ้านพี่อยู่เเถวนั้นพอดีด้วย"


          โห เวรกรรมจากการฆ่ามดที่มันมากินขนมเขาเมื่อวานหรือเปล่า ทำไมตามเร็วติดจรวดขนาดนี้


          มาร์คเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยซะเเล้ว หน้าตาก็ดีทำไมโรคจิตวะ ขาเล็กรีบเดินหนีอีกฝ่ายทันที เเต่อีกคนที่ขายาวก็ได้เปรียบ เดินก้าวยาวสบายๆก็เเทบจะติดหลังมาร์คเข้าให้เเล้ว





          บ้านอยู่ใกล้กันจริงหรอวะ


          มาร์คเหลือบๆไปมองคนที่สวมเครื่องเเบบสีน้ำเงินที่เดินตามหลังมา ก่อนที่จะต้องละความสนใจเพราะโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสั่น อ้าว เเม่โทรมา จากบทสนทนาไม่กี่นาทีก็สรุปได้ว่าเเม่เขาจะต้องกลับบ้านดึกเพราะเคลียร์งาน ให้เขาเเวะหาซื้ออะไรกินเข้าบ้านไปเอง ดังนั้นจากที่ต้องกลับบ้านก็เปลี่ยนเส้นทางเดินเข้าสู่ย่านที่ล้วนเป็นเเหล่งขายอาหารทันที ร้านขายไก่ทอดสุดอร่อยร้านโปรดที่กลิ่นหอมลอยออกมาข้างนอกจนมาร์คต้องเดินตามกลิ่นยั่วจนน้ำลายสอเข้าไปในร้าน ร่างเล็กเดินเข้าไปยังโต๊ะในสุดของร้านที่ว่างพอดี ถึงว่าเป็นเรื่องโชคดีของวันนี้เลยนะเนี่ย


          ครืด


          มาร์คเงยหน้าจากเมนูที่อยู่ในมือทันทีเมื่อได้ยินเสียงลากเก้าอี้ที่ดังมาจากตรงข้าม เเขกที่ไม่ได้รับเชิญส่งยิ้มมาจนเเก้มข้างนึงบุ๋มลงไป เเล้วหยิบเมนูอีกเล่มที่วางอยู่ขึ้นมาดูบ้าง


          "นี่ใครอนุญาตให้พี่มานั่งเนี่ย"


          โมโหๆไม่รู้ว่าโมโหหิวหรือโมโหคนที่นั่งตรงข้าม โรคจิตไม่พอยังไร้มรรยาทอีก


          "ก็โต๊ะมันเต็มเเล้วนี่ครับ จะให้พี่นั่งตรงไหนล่ะ"


          "โต๊ะเต็มก็ไปกินร้านอื่นสิ" 


          "ก็พี่อยากกินร้านนี้อ่ะ"


          หงุดหงิดๆถ้าอีกฝ่ายจะให้เขาพูดว่าจะเป็นคนออกไปกินร้านอื่นเเทนนี่ไม่มีทางซะล่ะ ก็บอกเเล้วว่าร้านนี้ร้านโปรดของเขา ปริมาณไก่ ปริมาณน้ำมัน ความร้อน ผงปรุงรส ต้องร้านนี้เท่านั้น!


          เหอะ เอาสิ อยากนั่งก็นั่งไป เอาที่สบายใจไปเล้ย


          เเจฮยอนยกยิ้มขึ้นมาอย่างเอ็นดูคนตรงข้ามที่เบะปากเอาเเต่ใจอย่างไม่รู้จะเถียงอะไร สุดท้ายก็ก้มหน้าดูเมนูเเทนที่จะสนใจเขา เสียงใสของคนตรงข้ามเอ่ยสั่งไก่ชุดใหญ่พร้อมข้าวทำให้เเจฮยอนต้องเงยหน้าไปมอง ตัวเล็กเเค่นี้ทำไมกินเยอะจัง เเละดูเหมือนเขาจะจ้องอีกฝ่ายนานเกินไปถึงได้รับสายตาไม่พอใจของคนต้องข้ามมาเเทน


          มองอะไร!


          "ไม่สนใจสั่งชุดนี้หรอคะน้องมาร์ค เนี่ยมากันสองคนด้วย มีโปรโมชั่นด้วยนะ"


          "ไม่อ่ะ ผมไม่รู้จักเขา เเยกกันกินอ่ะดีเเล้ว"


          "อ่า โอเคจ้ะ งั้นคุณรับอะไรดีคะ"


          "งั้นเอาเหมือนกันเเต่ขอเป็นขนาดกลางละกันนะครับ"


          "ได้ค่ะ รอประมาณ20นาทีนะคะ"



          ยิ้มอีกละ โรคจิตจริงๆ


          มาร์คส่ายหัวให้กับคนตรงหน้าที่มองเข้าเเล้วก็ยิ้มจนเเก้มทั้งสองข้างบุ๋มลงไปอย่างน่าหมั่นไส้ ทำหน้าตาน่าหมั่นไส้ไม่พอยังทำตัวน่าหมั่นไส้อีก ที่หมั่นไส้ก็เพราะผู้หญิงโต๊ะข้างๆกำลังกริ๊ดกร๊าดคนตรงข้ามเขาไม่พอ ยังยกโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายรูปอย่างเนียนๆด้วย


          หล่อตรงไหนวะเนี่ย หล่อไม่ได้ครึ่งเขาเลยอ่ะ ถ่ายรูปไปก็เปลืองเมมนะบอกเลย


          เอ้า เเล้วนี่ก็ยังมองไม่หยุดอยู่นั่นเเหละ ฮึ่ย!


          "มองทำไมหนักหนาหน้าผมเหมือนแฟนเก่าพี่หรือไง!"


          "ไม่เหมือนแฟนเก่าหรอกครับ เเต่เหมือนว่าที่แฟนคนปัจจุบันมากกว่า"


          "รำคาญพูดจาเลอะเทอะ"


          พูดบ้าอะไรเนี่ย เอ้าเเล้วผู้หญิงโต๊ะข้างๆทำไมต้องทำท่าเขินเเบบนั้นด้วยอ่ะ ควรกลัวนะ หมอนี่มันโรคจิตตตต



          เป็นครั้งเเรกเลยที่เขามากินไก่ร้านนี้เเล้วรู้สึกว่าไก่ไม่อร่อย กินไม่ค่อยลง (เเต่ไก่หมดไป4ชิ้นเเล้ว) ก็เพราะว่าตลอดเวลาในการอ้าปากส่งไก่เข้าไปลิ้มลองรสชาติโปรดก็รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องมอง เเละก็จริงๆด้วย ไอ้มนุษย์หน้าขาวจ้องหน้าเขาไม่ยอมกิน เเถมยังนั่งยิ้มเหมือนคนบ้า


          โรคจิต ไร้มรรยาทเเล้วยังเป็นบ้าอีกหรอ


          "ไม่รู้หรือไงว่านั่งจ้องคนอื่นกินข้าวมันเสียมรรยาทน่ะ"


          "รู้ครับ เเต่น้องมาร์คกินน่ารักเองนี่ครับ"


          อ้าว กรรม นี่เขาผิดหรอเนี่ย


          เลิกให้ความสนใจกับคนตรงข้ามเเล้วจัดการกินไก่ต่อ เเล้วดูเหมือนคนตรงข้ามจะเริ่มหิวเเล้วถึงได้หยิบไก่ขึ้นมากินบ้าง เราทั้งสองนั่งกินไปเงียบๆจนอาหารหมด... ซะที่ไหนล่ะ คนที่กินหมดคือไอ้รุ่นพี่ตัวขาวนั่นต่างหากส่วนเขาดันอิ่มก่อนเลยเหลือไก่อีก 3 ชิ้นในจาน เสียดายอ่ะ เเต่ตอนนี้กินไม่ไหวเเล้ว ท้องจะเเตก เเอ้ก


          "อิ่มเเล้วหรอครับ เเต่ไก่เหลือตั้ง 3 ชิ้นเลยนะ"


          "จะให้กินอีกก็ท้องเเตกกันพอดี ฮื้อ ไม่ไหวเเล้ว" เอามือลูบท้องที่เริ่มนูนของตัวเอง


          เเต่เสียดายง่ะ ถ้าจะให้เขากลับไปกินที่บ้านก็คงไม่ไหว ดันสั่งมาไม่ประมาณตัวเลยมินฮยอง


          "งั้นพี่ช่วยกินมั้ยครับ"


          "กินของเหลือเนี่ยนะ"


          "น้องมาร์คยังไม่ได้กัดไม่ใช่หรอครับ เเล้วถ้าเอากลับบ้านมันจะเย็นเเล้วก็ไม่อร่อยใช่มั้ยล่ะ เหลือตั้ง 3 ชิ้นใหญ่เเบบนี้เสียดายเเย่ ให้พี่ช่วยกินดีกว่า"


          "ละ เเล้วเเต่ อยากกินก็กินสิ"


          เเจฮยอนยิ้มจนตาหยีเเล้วเอื้อมมือมาหยิบจานไก่ของเขาไปกินต่อ จริงๆเขาควรลุกขึ้นจ่ายตังค์เเล้วกลับบ้านเลยก็ได้นะ เเต่ก็ไม่อยากให้อีกคนนั่งกินคนเดียว ยอมนั่งเป็นเพื่อนก็ได้


          "กินเสร็จเเล้วครับ" เสียงทุ้มของคนตรงข้ามทำให้มาร์คเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ เหย เเล้วนั่นอะไรอ่ะ กินยังไงของเขา คราบซอสไก่ถึงได้เลอะตรงมุมปากเเบบนั้น


          "โตเเล้วจริงปะเนี่ย กินเลอะยังไม่รู้ตัวอีก"


          "ห้ะ! จริงหรอครับ ตรงไหนเลอะ..."


          เเจฮยอนตาโตทันที คว้าทิชชู่ขึ้นมาเช็ดทั่วปาก เเต่ก็ได้สายตาขัดใจของอีกคนมาเเทน มือเล็กส่งไปทับกับมือใหญ่เพื่อบังคับทิศทางมือให้ไปยังตำเเหน่งที่เลอะอย่างถูกต้อง เเล้วขยับมือให้กดลงเช็ดคราบที่เลอะจนมั่นใจว่าสะอาดเเล้ว เเละเหมือนมาร์คจะเพิ่งรู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป ถึงรีบชักมือออกจากการเกาะกุมมือใหญ่เอง


          เวร เมาผงชูรสหรือไงเนี่ย ดันเผลอช่วยคนเเปลกหน้าเช็ดปากอีก


          "กะ กินเสร็จเเล้วก็จ่ายเงิน เเล้วเเยกย้ายกันกลับบ้านเถอะ"


          "ครับ พี่ครับช่วยคิดเงินโต๊ะนี้ด้วยครับ"


          มาร์คมองคนตรงข้ามที่ยกมือเเละเรียกพี่พนักงานอย่างสุภาพ มาร์คกำลังงง คนที่เรียนโรงเรียนการ์เดี้ยนส่วนจะมีนิสัย ดิบ เถื่อน พูดจากระโชกโฮกฮาก ไม่น่าเสวนาเท่าไหร่ หรือไม่ก็เป็นพวกหยิ่ง เหยียดชาวบ้านเขาไปทั่ว เพราะส่วนใหญ่คนที่เรียนโรงเรียนนี้ต้องมาจากครอบครัวที่มีหน้ามีตาในสังคมระดับหนึ่งล่ะ เเละต้องเป็นลูกหลานของพวกรัฐมนตรี ทูต ทหาร ตำรวจ เพราะเรียนจบไปจะได้ทำงานในสายนั้น เเต่คนตรงข้ามนี่เเปลกมาก พูดจาสุภาพ พูดเพราะกับเขาทั้งๆที่เขาเด็กกว่า หมอนี่สามารถอยู่ในสังคมเเบบนั้นได้ไงอ่ะ


          "ไปกันครับมาร์ค"


          มาร์คหลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเรียก

 

          "เราไม่ต้องจ่ายค่าอาหารนะครับ พี่จ่ายเงินให้เเล้ว"


          "เห้ย ไม่ต้องอ่ะ เอาตังค์ไป ผมไม่อยากติดค้างเงินใคร"


          "ไม่เป็นไรหรอกครับ"


          "ไม่ได้! เอาไปเดี๋ยวนี้"


          "พี่ขอไม่รับเงินได้มั้ย เปลี่ยนเป็น... ครั้งหน้าเจอกันเราเลี้ยงข้าวพี่เเทน"


          ให้เงินก็ไม่เอาเเล้วยังมีหน้ามาชวนเขากินข้าวอีกรอบเเบบเนียนๆอีกเรอะ


          "ผมไม่รับปากนะว่าพี่จะได้เจอผมอีกหรือเปล่า"


          "ได้เจอเเน่ๆสิครับ"



          มาร์คเดินมาเรื่อยๆโดนมีเงาตัวขาวตามอยู่ข้างหลัง ไม่กลับบ้านกลับช่องหรือไง เดินตามอยู่ได้ เดินจนมาหยุดตรงทางซุปเปอร์ซึ่งเป็นหัวมุมถนนเเรก คนข้างหลังก็เรียกเขา


          "มาร์คครับ ถึงทางเข้าบ้านพี่เเล้ว"


          "อื้ม โชคดี ขอให้เราเจอกันครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะครับ บาย"



          "เดี๋ยวครับ" ไม่ว่าเปล่า มือหนาก็คว้าเขาที่เเขนเล็กอย่างรวดเร็วเพราะกลัวมาร์คจะเดินหนี


          "อะไรอีก"


          "พรุ่งนี้โรงเรียนพี่จัดนิทรรศการ มาดูพี่เล่นดนตรีหน่อยนะ"


          "ทำไมต้องไปดู กีต้าร์ผมก็เล่นเป็น"


          "พี่อยากได้กำลังใจ นะครับ นะ ถือว่าเราตกลงเเล้วนะ เเล้วพรุ่งนี้เจอกันนะครับ บ๊ายบาย" โบกมือขาวๆเเล้วยิ้มตาหยีจนเเก้มบุ๋มลงไปเเล้วหันหลังเดินเข้าไปในซอย 



          เหอะ ฝันไปเถอะ ไม่ไปหรอก เจอกันเเค่ครั้งเดียวก็เกินพอเเล้ว



          ชื่อก็ยังไม่รู้ ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลย





TBC.


#myjmark







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #150 Palmexol (@Palmexol) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 10:50
    เขาจีบขนาดนี้ทำมาเปงเกรี้ยวกราดใส่เขา ไปให้กำลังใจพี่เขาหน่อยรู้กกกกกกกกกห อย่าลีลาเดี๋ยวนกเหมือนแม่55555555555
    #150
    0
  2. #128 ||ม่บ้ๅนมิง (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:05
    ไปเถอะหน่าาาาาา อย่าลีลานะมะลิ เดี๋ยวคนอื่นแย่งพี่เค้าไปซะก่อน
    #128
    0
  3. #91 Suthasinee Pongsai (@baekteoy2542) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 10:57
    เขิงงงงงงงงงงง
    #91
    0
  4. #79 LittleSehun (@byunmoonlight) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 23:57
    มาร์คคคค ซึนจริงไปลูบพุงต่อหน้าพี่เขาเนี้ย ยัยเบ๊อะ
    #79
    0
  5. #50 wareeandsoul (@myladywa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:04
    ทำไมพี่เค้ารุกแรงจังเลยคะ ฮื้ออออ
    #50
    0
  6. #45 AnyJinie (@minny-kyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:39
    ต๊ายย นุ้งโดนตามจีบ 55555
    น้องมาร์คคนซึนนน เดี๋ยวก็ไป เชื่อสิ
    #45
    0
  7. #30 ryxia (@chocoyuki) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 14:14
    ชอบแบบนี่อะไรท์ฮื้ออ พี่แจเชาอาจจะสุภาพกับยัยมัคไงแต่ดิบเถื่อนกับคนอื่นไรงี้โธ่ อ่านไปเขินไปแล้วฮืออ
    #30
    0
  8. #14 KMichael (@KMichael) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 23:21
    มาร์คทำเป็นไม่ ไล่เขาระวังนะ.....สักวันจะได้เป็นแฟน~ แจฮยอนเองก็ตามจีบไปเรื่อยๆเนอะ ชอบอ่ะ >_<
    #14
    0
  9. #13 Ruthh (@iloveeunhae) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 05:42
    ฉากเช็ดปากให้กันนี่กร๊าวใจมากค่ะ ฮืออ ไม่ไหวแล่ว ?? น้องมาร์คเดี๋ยวก็ตกหลุมรักพี่เขาเข้าสักวันแหละ ทำมาเป็นไล่ๆเขา
    #13
    0
  10. #12 KayEhEm (@kamiiiz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 18:53
    มาร์คนี่ปากคอเราะร้ายดีจังค่ะ ช้อบชอบ(จิต) แต่ก็นั่นแหละ สเปคแจฮยอนเค้า อยากให้น้องมาร์คไปดูพี่เขาเล่นจังเยยยยยยยย
    #12
    0
  11. #11 Koo เป็นนามสกุล (@LeeMe) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 13:06
    พี่เจย์มาอ้อนเราแบบนี้มั่งสิคะ
    #11
    0
  12. #10 0627 (@nicejubjub) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 02:43
    นุ้งมัคหนูอย่าเล่นตัวสิลูก พี่แจเสียดายไก่หรือไก่ที่ตัวเองสั่งไม่อิ่ม 55555 รอนะค้า
    #10
    0