[SF/OS] NCT JAEMARK - MY J

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,236 Views

  • 327 Comments

  • 705 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    282

    Overall
    12,236

ตอนที่ 21 : [OS] No matter how coincident or intended

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    12 ม.ค. 62




มีคนอยู่ 2 ประเภทบนโลกใบนี้ ได้แก่ คนที่ชอบเรื่องบังเอิญกับคนที่ไม่ชอบเรื่องบังเอิญ

สำหรับแจฮยอน เขามั่นใจเลยว่าเขาเป็นพวกประเภทแรก เพราะเป็นคนชอบเรื่องที่ไม่ได้คาดหมาย ชอบที่จะจัดการเรื่องต่างๆโดยที่ไม่ได้วางแผนหรือเตรียมการมาก่อน ชอบทั้งเป็นคนที่เจอเรื่องบังเอิญและเป็นคนที่ทำให้เรื่องบังเอิญนั้นเกิดขึ้นเอง

เเละเรื่องบังเอิญบนโลกนี้ก็มีอยู่ 2 ประเภทเช่นเดียวกัน นั่นก็ได้แก่ เรื่องบังเอิญที่ไม่ได้คาดหมายกับเรื่องบังเอิญที่เกิดจากความจงใจ

ซึ่งแจฮยอนโคตรชอบเลยเรื่องบังเอิญที่เกิดจากความจงใจนั่นนะ

 

 

 

ชั้นหนังสือโซนนิยายฆาตกรรมของร้านนี้มุมดีที่สุด ชั้นหนังสือที่สูงเพียงแค่คางของเขาทำให้มองเห็นอีกฝั่งได้โดยไม่ต้องเขย่งปลายเท้า เขามองหนังสือที่กางออก แสร้งอ่านไปเพียงบรรทัดแรกที่เปิดมาก็เจอแทงเลือดสาดน่าสยดสยอง แต่คนอ่านกลับยิ้มราวกับว่ามันเป็นนิยายรักหวานแหววเสียอย่างนั้น ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ... ก็ในเมื่อที่เขายิ้ม ไม่ได้ยิ้มกับถ้อยคำในหนังสือหรือฉากบรรยายชวนขนหัวลุกนั่น แต่เป็นผู้ชายร่างเล็กที่ยืนเยื้องอยู่โซนหนังสือฝั่งจิตวิทยาต่างหาก

 

แจฮยอนยกสายตาออกจากตัวหนังสือยาวเหยียดเพื่อแอบมองคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม ไล่สังเกตดวงหน้าเล็กราวกับตุ๊กตา ดวงตากลมโตที่ไล่มองตัวอักษรบนหนังสือปกสีน้ำเงินเข้ม จมูกทรงเล็กรับเข้ากับรูปหน้า และริมฝีปากกระจับที่เม้มและคลายสลับกันไป เขาเพิ่งค้นพบว่าใบหน้าจิ้มลิ้มที่ปากนิดจมูกหน่อยอย่างที่ผู้ใหญ่ว่ากันมันเป็นแบบนี้นี่เอง โคตรน่ารัก

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เจอคนๆนี้ เรา เอ่อ ไม่สิ เขาแค่คนเดียวต่างหากที่เป็นฝ่ายเจอคนๆนี้มาเกือบเดือนได้ แต่เจอกันแค่อาทิตย์ล่ะครั้งเท่านั้นนะ น่าตื่นเต้นไหมล่ะ แจฮยอนยังจำตอนที่เจอครั้งแรกได้อยู่เลย ตอนนั้นเขานัดกับเพื่อนเพื่อมาติวหนังสือที่นี่ แต่เพื่อนขอเลื่อนเวลานัดเพราะติดธุระด่วน ส่วนเขาที่มาถึงก่อนเวลา 15 นาทีเลยเข้ามาหาหนังสืออ่านฆ่าเวลา และถ้าเพื่อนโทรมายกเลิกนัดอีก คนต่อไปที่จะโดนฆ่าก็น่าจะเป็นมัน นิสัยอย่างหนึ่งของแจฮยอนเวลามาห้างสรรพสินค้าไม่ว่าจะตั้งใจมาซื้อของ มาทานข้าวกับครอบครัว หรือมาดูหนัง เขามักจะต้องแวะเข้าร้านหนังสือเสมอๆ เพราะเป็นคนชอบหาหนังสืออ่านยามว่าง ถึงแม้จะไม่ได้คิดว่าจะต้องมาซื้อแต่ก็ชอบแวะเข้าไปดูเผื่อจะได้ติดไม้ติดมือมาบ้าง บางทีการไม่ได้เตรียมตัวไปก่อน แล้วเจอกันในขณะนั้นอาจจะสร้างเรื่องน่าประทับใจกว่าก็ได้ เขาเคยตามมาซื้อหนังสือตามที่เคยอ่านรีวิว พอซื้อมาแล้วกลับอ่านได้ไม่เท่าไหร่เพราะไม่ใช่แนว แต่ก็ไม่ได้ตำหนิคนที่รีวิวหนังสือคนนั้นนะ เชื่อว่าความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว หลังๆมานี้เลยเลือกที่จะค้นหาหนังสือที่ชอบเอง และก็ได้เจอหนังสือที่ประทับใจตั้งแต่แรกพบจนต้องซื้อกลับไปอยู่บ่อยครั้งเลยล่ะ

 

โอเค กลับเข้าเรื่องเถอะ วันนั้นช่วงเวลา 14.36 เขาเดินเข้าร้านหนังสือ เดินไปโซนต่างๆไม่ได้มีเป้าหมาย คิดอยู่ว่าถ้าชอบเรื่องไหนก็คงซื้อเรื่องนั้นไป ขณะที่เดินมาเรื่อยๆ ก็มาหยุดตรงโซนนิยายฆาตกรรม ปกติแจฮยอนไม่ได้มาสายนี้ แต่เคยยืมเพื่อนอ่านเรื่องหนึ่งแล้วคิดว่าน่าสนใจดีเลยจะลองมาดูอีกรอบ จังหวะที่แจฮยอนยืนอ่านหนังสืออยู่นั้น ก็ได้กลิ่นหอมบางอย่างผ่านมาทางด้านหลังจนต้องหันไปมองตาม เขาเห็นร่างเล็กของผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งชุดสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงขายาว และรองเท้าหนัง แต่คนๆนั้นไม่ได้มาหยุดอ่านอยู่ข้างๆตัวเขา แต่อ้อมไปอีกฝั่งต่างหากแล้วหยุดดูหนังสือเยื้องๆกับที่แจฮยอนยืนอยู่ เหตุที่อีกฝ่ายต้องอ้อมเป็นเพราะมีพนักงานกำลังจัดหนังสือเข้าชั้นอยู่ตรงทางเข้าทำให้เจ้าตัวเดินเข้ามาไม่ได้ ถึงต้องอ้อมผ่านหลังเขาไป แต่กลิ่นตัวหอมๆนั่นเรียกความสนใจได้อย่างดีเชียวล่ะ คิดว่ากลิ่นตัวหอมอ่อนๆทำให้สมาธิแตกแล้วนะ แต่ไม่ใช่แค่นั้น ในเมื่อเกิดอยากมองหน้าคนที่ทำให้แจฮยอนเทความสนใจไปให้แทนหนังสือในมือ ทันทีที่เห็นหน้า ก้อนเนื้อด้านซ้ายเกิดทำงานผิดจังหวะ กระตุกขึ้นจนตกใจ ถ้าเกิดใครเคยเจอคนที่ถูกใจเข้า คงเข้าใจความรู้สึกนี้

 

หลังจากวันนั้น ทำให้แจฮยอนยอมนั่งรถโดยสารประจำทางมาที่นี่ทุกวันเสาร์ ในครั้งแรกที่ตั้งใจไปรอก็กลัวจะผิดหวังเหมือนกัน เพราะคิดว่าใครจะมาทุกวันเสาร์ เขาก็ต้องมีธุระส่วนตัวให้อยู่บ้านหรือไปที่อื่นบ้างล่ะ ขณะที่กำลังถอดใจจากการชะโงกมองหา กลิ่นหอมอ่อนๆนั้นก็ลอยมาแตะจมูก ผู้ชายร่างเล็กคนเดิมสะพายกระเป๋าผ้ามาหยุดอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาเช่นเคย แจฮยอนที่หลุดยิ้มกว้างรีบยกหนังสือขึ้นบังหน้า ก่อนจะลอบแอบมองฝ่ายนั้นอยู่เงียบๆเช่นเคย คอยเฝ้าสังเกตคนๆนั้นมาตลอด มีบ้างที่พออ่านแล้วก็ถือหนังสือกลับไปด้วย หรือไม่ก็ไปซื้ออย่างอื่นมาก่อนแล้วก็มายืนดูหนังสือตรงนี้ เขาเคยเห็นอีกฝ่ายไปดูหนังสือโซนอื่นอีก แล้วสักพักก็แวะมายืนอ่านที่เดิมเช่นเคย

 

แต่ที่ผ่านก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เขาเพียงแค่มอง มอง แล้วก็มองอย่างเดียว ไม่กล้าที่จะทักทาย ในเมื่อไม่รู้จักกันมาก่อนแล้วถ้าชวนคุยอีกฝ่ายต้องรู้แน่เลยว่าเขาจะจีบ ในเมื่อมองมานานแล้วมันเลยเกิดความรู้สึกดีแล้วกลายเป็นความรู้สึกโคตรชอบแทนทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักกันมากกว่านั้น

 

ปกติแจฮยอนเป็นพวกใจเย็นชาอย่างที่เพื่อนๆแซวกัน เพราะไม่ค่อยสนใจใคร วันๆ ก็มีแต่เรียน กิจกรรม กีฬา เพื่อน และครอบครัว วนๆอยู่แค่นั้น แล้วพอมีคนเข้ามาชวนคุยก็คุยไปตามประสาเพื่อน ไม่ได้ให้ความพิเศษไปกับใครสักคน จนบางคนก็ยอมถอย แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังพยายามจะคุยกับเขาต่อ ข้อเสียข้อใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มของแจฮยอนก็คือเป็นคนปฏิเสธคนไม่เป็นนั่นแหละ เลยมักเจอแต่ปัญหาวุ่นวายในเรื่องทำนองนั้น แล้วพอมีคนที่ทำให้รู้สึกได้จริงๆจังๆขึ้นมาก็ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง หรือควรปรึกษาใครดีไหม สุดท้ายก็ได้แต่มองเขาผ่านหนังสืออยู่แบบนี้

 

โทรศัพท์หรือเปล่าครับ คุณครับ เสียงจากไหนไม่รู้เรียกให้สติเขากลับมาหลังจากที่คิดไปเรื่อยเปื่อย แต่เมื่อได้สติ ก็เจอเข้ากับคนที่อยู่ตรงข้ามมองมาแล้วชี้มายังเขา แจฮยอนขมวดคิ้วก่อนจะรับรู้ถึงโทรศัพท์ที่สั่นพร้อมกับส่งเสียงริงโทนจากในกระเป๋ากางเกง เขารีบพยักหน้ารัวๆ นึกไม่ทันว่าควรจะพูดขอบคุณหรือตอบกลับอย่างไรดี ทันทีกดรับโทรศัพท์สายตาก็ยังแอบมองอีกฝ่ายที่ก้มอ่านหนังสือตามเดิมแต่มีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนริมฝีปากบางนั่น

 

โอย โคตรกากเลยว่ะแจฮยอน ให้ตายเถอะ

 

เมื่อวางสายแล้วกลับมาสู่การแอบมองอีกฝ่ายเงียบๆตามเดิม แจฮยอนก็อดคิดย้อนไปไม่ได้ที่ร่างเล็กตรงข้ามเป็นคนพูดกับเขาก่อน ดีใจแทบบ้าแต่ต้องเก็บอาการ เลยต้องมายืนคิดหนักว่าควรจะชวนคุยดีหรือเปล่า ไหนๆก็มีความกล้าเพิ่มขึ้นมา 1% ถ้วนขนาดนี้

 

เอาวะ! แจฮยอนหลับตารวบรวมความกล้าแล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะอ้าปากพูด….

 

แต่เมื่อลืมขึ้นมา คนที่ยืนอ่านหนังสืออยู่ตรงข้ามกลับเดินออกไปแล้ว แจฮยอนไม่ยอมให้ความพยายามในวันนี้ของตัวเองเสียเปล่า รีบวางหนังสือในมือแล้วใส่เกียร์วิ่งตามไปในทันที

 

คุณครับ! คุณ! คุณเสื้อเชิ้ตสีขาวนั่นแหละครับ ตัวเล็กแต่เดินโคตรไว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะหยุดเดิน เลยระบุเจาะเป็นรายบุคคลไป โชคดีที่แถวนั้นไม่มีคนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเดินมา

 

เจ้าของเสื้อเชิ้ตขาวเพียงหนึ่งเดียวในตอนนั้นหันมาด้วยใบหน้าที่สงสัยแล้วชี้นิ้วเข้าหาตัว แจฮยอนพยักหน้าเพื่อยืนยัน ร่างเล็กนั้นเลยหยุดเดินเพื่อให้เขาเดินมาถึงตัว

 

มีอะไรหรือเปล่าครับ เสียงนุ่มถามกลับจนแจฮยอนเกิดผลข้างเคียงเป็นอาการจิตหลุดระยะแรก

 

เอ่อ…”

 

“…”

 

เมื่อกี้นี้ ขอบคุณมากนะครับ

 

“… อ๋อ เรื่องแค่นั้นเองครับ ไม่เห็นต้องวิ่งมาขอบคุณขนาดนี้เลย ร่างบางยกมือขึ้นมาบังริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้น

 

ก็ เอ่อ ยังไงก็ต้องขอบคุณครับ!” แจฮยอนตอบเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ จนอีกฝ่ายต้องยอมรับคำขอบคุณนั้นไว้อย่างเสียไม่ได้

 

ไม่เป็นไรครับ เมื่ออีกฝ่ายยิ้มตอบกลับแล้วจะหมุนตัวไป มือก็คว้าเขาที่แขนของคนตรงหน้าอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว

 

เอ่อ

 

ครับ?”

 

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ!” แจฮยอนรีบพูดจนเหมือนลิ้นจะพันกัน ในใจก็เต้นแรงด้วยความตื่นเต้นกับปฏิกิริยาที่อีกฝ่ายจะตอบกลับมา เมื่อเห็นคนที่ตนจับแขนไวเ้ปลี่ยนจากใบหน้าสงสัยเป็นระบายยิ้มบางๆก็ใจชื้นขึ้น ขณะที่ก็ลุ้นกับประโยคที่เขาจะตอบกลับมา

 

มินฮยองครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ

 

 

 

 

มินฮยองไม่ชอบเรื่องบังเอิญ ไม่ชอบเรื่องเซอร์ไพร์ส เขาชอบสิ่งที่คาดการณ์ได้จะได้วางแผนถูก

แต่ถ้าเกิดตั้งใจเกินไปมันจะโดนจับได้ซะก่อนใช่ไหมล่ะ แล้วถ้าเกิด ทำ ให้มันเป็นเรื่องบังเอิญขึ้นมา จงใจ ให้มันเป็นเรื่องบังเอิญ ก็ไม่ใช่เรื่องแย่สักหน่อยนี่เนอะ

 

วันนั้นมินฮยองสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าและแต่งตัวสุภาพเพราะมีคุยงานกับลูกค้านอกสถานที่ แต่การคุยงานดันเสร็จไวกว่าที่วางแผนไว้นิดหน่อย เขาเลยเลือกที่จะเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้านี้แทนที่จะเลือกกลับบ้าน มินฮยองมีนิสัยติดตัวมาตั้งแต่เด็กอย่างหนึ่งคือ ชอบเข้าร้านหนังสือ เขาชอบเข้าไปอ่าน ไปดู บางทีไม่ได้ตั้งใจจะซื้อหนังสือเล่มไหนแต่เหมือนต้องเข้าไปเพื่อซึมซับบรรยากาศ หรือ เพื่อให้ตัวเองสบายใจ เขาโกหกลูกค้าที่คุยงานคำโตว่านัดกับแฟนไว้ เลยยังไม่กลับบ้าน ลูกค้าคนนั้นเลยถอดใจที่จะชวนเขาไปทานข้าวหลังจากที่พูดชวนเป็น 10 รอบระหว่างที่คุยงานกันอยู่ มินฮยองโล่งใจที่ลูกค้าเชื่อว่าหน้าตาอย่างเขามีแฟนเหมือนคนอื่นเขาเหมือนกัน ทั้งๆที่ไม่มี แม้กระทั่งคนคุยยังไม่มีเลย แชทข้อความเป็นร้อยที่อีกฝ่ายแอบชะโงกหน้ามาดูนั้นล้วนเป็นกลุ่มพี่ๆที่ทำงานคุยกัน(ในเรื่องที่ไม่ใช่งาน)กับแชทของออฟฟิเชียลที่ส่งมาแล้วขี้เกียจลบก็เท่านั้น จะว่าไปมันก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกันนะ

 

มินฮยองเดินมายังร้านหนังสือที่ตั้งอยู่ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง เขาเลือกดูหนังสือไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย คิดว่าดูหนังสือเสร็จจะไปซื้อเครื่องเขียนที่เริ่มทยอยหมดไปตามการใช้งาน มินฮยองชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา หรือพวกหนังสือที่ให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตประเภทนั้น และก็จำได้ด้วยว่าหนังสือแนวนั้นจะอยู่โซนไหนของร้านเพราะเขามาบ่อย นาฬิกาปรากฏเวลา 14.40 เขาเดินมาถึงพอดี แต่เห็นพนักงานกำลังจัดหนังสือเข้าชั้นอยู่เลยต้องอ้อมไปอีกทาง ในจังหวะนั้นมินฮยองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเจอกับ คนที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป

 

ร่างบางมาหยุดที่ชั้นหนังสือโซนจิตวิทยา ยืนเลือกอยู่สักพักก็ถูกใจเข้ากับหนังสือปกสีน้ำเงินจนต้องลองหยิบมาเปิดอ่าน ขณะที่จะเปิดอ่านสายตาดันเหลือบไปเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่ฝั่งกันข้าม โซนนั้นน่าจะเป็นโซนสยองขวัญหรือฆาตกรรมอะไรประมาณนั้น มินฮยองไม่ค่อยกล้าเดินไปเฉียดใกล้เลยด้วยซ้ำ เพราะปกหนังสือน่ากลัวชวนสะดุ้งโหยงเอามากๆ

 

แต่วันนี้โซนนั้นกลับน่าสนใจกว่าวันไหนๆเลยด้วยซ้ำ ชั้นหนังสือของร้านนี้สูงถึงเพียงแค่จมูกเขาเลยทำให้เห็นคนที่ยืนเยื้องอยู่อีกฝั่งได้ ร่างสูงที่สวมเสื้อยืดแขนยาวสีพื้นดูเหมือนเป็นเด็กมัธยมหรือเด็กมหาวิทยาลัยมากกว่าวัยทำงานเหมือนเขา แต่รูปร่างและส่วนสูงดูดีเสียจนอิจฉา ใบหน้าก็ราวกับหลุดออกมาจากจอทีวี หล่อไม่หล่อก็ให้สังเกตพนักงานกับลูกค้าแถวนั้นที่สะกิดเรียกให้มามองกัน เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดจุดรวมสายตา เมื่อคนอื่นมองมีหรือมินฮยองจะไม่มองแต่เพราะอยู่ใกล้เกินไปเลยทำได้เพียงแค่แอบมองนิดๆไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ แล้วเขาที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ถ้าโดนจับได้มันจะน่าเกลียดเอาน่ะสิ เลยได้แต่เหลือบมองสลับกับอ่านหนังสืออยู่เงียบๆแทน

 

บ่าย 2 โมงวันเสาร์ มินฮยองมาหยุดที่เดิม หนังสือโซนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคืออาการไม่ปกติ เพราะใจไม่ได้อยู่ที่หนังสือในมือแต่อยู่ที่เด็กคนนั้นต่างหาก ร่างเล็กที่ถือหนังสือชะโงกหน้ามองตรงทางเข้าว่าจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า ขณะที่กำลังจะถอดใจอยู่ๆร่างสูงก็ปรากฏขึ้น มินฮยองรีบวางหนังสือแล้ววิ่งอ้อมออกไปยังด้านหลังเพื่อหาทางออก ยืนแอบมองอยู่ข้างนอกร้าน จับเวลา 5 นาที แล้วถึงได้ทำตัวปกติเดินเข้าไปราวกับไม่เกิดอะไรขึ้น อะไรกัน นี่เขาเพิ่งเข้ามาเองนะ

 

มินฮยองไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่าที่เราจะต้องเจอกันทุกวันเสาร์ เขาไม่รู้ว่าวันอื่นเด็กคนนั้นจะมาอีกไหม แต่การได้เจออาทิตย์ละครั้งมันก็กระตุ้นความอยากเจอได้ทุกครั้งเหมือนกันนะ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่เด็กคนนั้นมาร้านหนังสือทุกวันเสาร์ แต่การที่มินฮยองมาเพื่อเจอนั้น ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจล้วนๆเลย

 

วันเสาร์ที่ใกล้จะขึ้นเดือนใหม่ มินฮยองใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแต่งกายสุภาพเพราะมีนัดคุยงานกับลูกค้าคนเดิม เพิ่มเติมหมอนั่นเอาภรรยามาด้วย การคุยงานครั้งสุดท้ายจบลงอย่างราบรื่นและรวดเร็วกว่าที่วางแผนเอาไว้ ก่อนจากมินฮยองเลยภาวนาว่าขอให้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอกันอีก หลังจากแยกย้าย ร่างเล็กก็ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมายังร้านหนังสือร้านเดิม เมื่อเดินมาเรื่อยๆก็ชะโงกมองว่าคนที่ยืนอ่านหนังสืออยู่โซนฆาตกรรมเป็นประจำวันนี้มาอีกไหม

 

นึกว่าไม่ทันซะแล้ว มินฮยองพูดกับตัวเองเบาๆ เมื่อเจอร่างสูงที่สวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อยีนส์ยืนอ่านหนังสืออยู่ก่อนแล้ว ร่างเล็กทำหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินไปยังโซนจิตวิทยาอย่างเงียบๆ ตามเดิม

 

ขณะที่แอบมองอีกฝ่าย อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ที่มั่นใจว่าไม่ใช่ของตัวเองก็ดังขึ้น มันใกล้ตัวจนมินฮยองต้องหันไปมองว่าเป็นของใคร ก่อนจะพบว่าเสียงมันมาจากคนที่ยืนเยื้องกันอยู่ตรงข้ามนี่เอง

 

โทรศัพท์หรือเปล่าครับ คุณครับ มินฮยองส่งเสียงเรียกเมื่ออีกฝ่ายเหมือนยืนเหม่อเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ตัวเอง เมื่อหลุดจากอาการเหม่อแล้วมองมาทางเขาที่ชี้ไปยังเจ้าตัว ร่างสูงที่ได้สติพยักหน้ารัวๆแล้วรีบรับสายโทรศัพท์นั้น เขากลับมา(แสร้ง)อ่านหนังสือในมือต่อ ที่อ่านมาเป็น 10 รอบ ทั้งๆที่ก็ซื้อไปแล้วแต่ก็ต้องมายืนอ่านเหมือนทวนความจำตัวเองอีกครั้ง มินฮยองไม่ได้ตั้งใจฟังอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์เลย เพียงแต่ได้ยินบทสนทนานั้นไปโดยปริยายเพราะยืนอยู่ใกล้กัน มินฮยองได้ยินเด็กคนนั้นๆพูดถึงอาจารย์ ส่งงาน อะไรทำนองนั้นเลยยืนยันว่าคนตรงหน้าต้องอายุน้อยกว่าเขาที่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาแล้ว 2 ปีแน่นอน

 

มินฮยองยืนอ่านหนังสือเสียจนเมื่อยและเริ่มหิวเลยคิดที่จะกลับ แล้วภาวนาในใจให้วันเสาร์เราได้เจอกันอีก ถึงแม้จะรู้สึกแปลกๆที่อีกฝ่ายอายุน้อยกว่าเขาขึ้นมาจริงๆ และที่รู้สึกแปลกก็เพราะดันไปรู้สึกดีด้วย ทั้งๆที่ไม่เคยคุยกัน ในตอนนี้ทั้งรู้สึกแปลกๆทั้งปั่นป่วนไปหมดจนต้องกลับไปทบทวนใจตัวเองที่บ้าน ขณะที่เดินออกมาและคิดว่าจะเอายังไงกับความรู้สึกนี้ดี อยู่ๆก็มีเสียงทุ้มที่คุ้นๆว่าได้ยินเมื่อไม่นานมานี้เรียกขึ้น จนต้องหันไปมอง

 

คุณครับ! คุณ! คุณเสื้อเชิ้ตสีขาวนั่นแหละครับมินฮยองกวาดสายตามองยังละแวกนั้นว่ามีคนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเหมือนกับเขาหรือเปล่า แต่กลับไม่มี


มีอะไรหรือเปล่าครับ มินฮยองถามกลับอย่างสงสัย ก็เต้นตึกตักเหมือนเด็กวัยรุ่นมีรักแรก

 

เอ่อ…”

 

“…” อีกฝ่ายประหม่า ซึ่งไม่ต่างกับเขาที่ซ่อนมือที่กำแน่นเอาไว้ด้านหลัง

 

เมื่อกี้นี้ ขอบคุณมากนะครับเด็กหนุ่มคนนั้นพูดแล้วยิ้ม มินฮยองเพิ่งสังเกตว่ามีลักยิ้มด้วย ดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก

 

“… อ๋อ เรื่องแค่นั้นเองครับ ไม่เห็นต้องวิ่งมาขอบคุณขนาดนี้เลย ที่รู้ว่าวิ่งมาเพราะตอนพูดหอบเล็กน้อยด้วย

 

ก็ เอ่อ ยังไงก็ต้องขอบคุณครับ!” ถึงเขาจะตอบไปแบบนั้นเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่คนตรงหน้ากลับพูดจริงจังจนอดไม่ได้ที่ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

 

ไม่เป็นไรครับ มินฮยองยอมรับคำขอบคุณครั้งที่สองเอาไว้เพราะกลัวว่าจะมีการขอบคุณครั้งสามครั้งที่สี่มาเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีเรื่องจะพูดต่อ เลยหมุนตัวกลับ แต่เดินไปได้เพียงแค่ก้าวเดียว ก็ถูกคนที่เพิ่งคุยด้วยเมื่อครู่ดึงแขนเอาไว้เสียแล้ว

 

มินฮยองรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู แต่กลับต้องทำหน้าตาปกติให้มากที่สุด เมื่อสบตาเข้ากับเด็กตัวสูงตรงหน้าก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกไปใหญ่

 

เอ่อ

 

ครับ?” เด็กคนนั้นเหมือนจะพูดอะไรแต่กลับอ้ำอึ้งจนมินฮยองสงสัย และลุ้นกับสิ่งที่จะพูดด้วย

 

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ!” มินฮยองหัวใจกระตุกแรงๆหนึ่งที ถึงแม้มันจะเป็นประโยคที่คนทั่วไปพูดกัน แต่กับคนที่มารอเจอกันทุกวันเสาร์ แล้วเพิ่งจะได้มีบทสนทนากันมันก็อดจะรู้สึกดีแล้วใจเต้นไม่ได้ และเมื่อเห็นสายตาจริงจังของคนที่จับแขนอยู่ มินฮยองเลยหลุดยิ้มออกมา

 

และสุดท้ายก็พังทลายกำแพงของตัวเองลงจนได้

 

ในเมื่อมีโอกาสเข้ามาแล้วเขา จะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆหรอกนะครั้งนี้

 

มินฮยองครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ

 

.

.

.

.

ยินดีที่รู้จักครับมินฮยอง ผม แจฮยอนนะครับ


 

และใครจะไปคิดล่ะว่าความบังเอิญในความไม่บังเอิญครั้งนั้น จะทำให้มินฮยองได้รู้จักความรักดีๆ จะทำให้แจฮยอนเปิดใจ จะทำให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้กับความรัก

 

แล้วคุณล่ะ เจอความบังเอิญในความไม่บังเอิญนั้นหรือยัง





THE END.




TALK

มาเจอกันในยามดึกอีกแล้วค่ะ55555 คิดถึงการเขียนบรรยายเอามากๆ ช่วงหลังก็ไม่ค่อยได้อัพบ่อยต้องขอโทษด้วยนะคะ เห็นคนอ่านเม้นท์ถึงตอน freesia กันบ่อยมากเลย จะพยายามเขียนต่อให้ได้นะคะ เกรงใจที่ทุกคนรอกันนานมากๆเลยค่ะ ขอเวลาอีกนิดจะรีบกลับมาต่อให้นะคะ ขอบคุณที่ยังติดตามกันค่ะ

ตอนนี้เรานึกได้ตอนไปยืนซื้อหนังสือวันนี้ค่ะ เลยรีบมาเขียนเพราะอยากเขียนอะไรแบบนี้เอามากๆ บรรยากาศคล้ายๆกับ soulmate แต่เป็นพาร์ทปัจจุบัน และ ได้เขียนแจฮยอนเด็กกว่าอย่างที่ตั้งใจที่อยากจะเขียนด้วยค่ะ5555 ดีใจจัง เราหวังว่าตอนนี้จะทำให้คนอ่านยิ้มเล็กๆได้บ้างนะคะ ตั้งใจเขียนไม่แพ้เรื่องอื่นๆเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ทุกเรื่องที่ผ่านมาและขอบคุณคอมเม้นท์ล่วงหน้าด้วยนะคะ จะว่ายังไงดี ทุกคอมเม้นท์เป็นกำลังใจที่ดีในทุกๆการเขียนของเราเลยค่ะ พอเห็นว่ามีคอมเม้นท์ก็มีกำลังใจในการเขียนเอามากๆ อย่างน้อยก็รู้ว่ายังมีคนที่อ่านไปกับเราด้วย ไม่เหงาแล้ว55555 มีช่วงที่เราปิดไปช่วงหนึ่งด้วยนะคะ ถ้าเกิดใครย้อนกลับมาอ่านไม่เจอในช่วงนั้นก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ เราอาจจะใช้พื้นที่เขียนความในใจที่อยากจะบอกไปเยอะเลย55555 ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและที่เข้ามาคอมเม้นท์ด้วยนะคะ เราจะพยายามเขียนให้ดีขึ้นกว่านี้นะคะ หากมีตรงไหนผิดพลาดก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนอ่านอย่างสนุกค่า แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ ขอบคุณค่า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #326 ikxxcyy (@ikxxcyy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:03
    เราชอบนะคะ อาจะจไม่ได้เม้นบ่อยแต่อ่านบ่อยมาก เข้ามาอ่ายของคุณตลอดทั้งในจอยและในเด็กดี พูดตรงนี้ก็รู้สึกผิดเลยที่ไม่ค่อยได้เม้น ขอโทษนะคะ แต่เราชอบงานเขียนของคุณ เรามาคิดดูว่าถ้าการที่เราขก.กดแป้นพิมจะทำให้สิ่งที่เราชอบหายไปเราก็ทำใจไม่ได้ค่ะ ㅠㅠ อย่าหายไปอีกเลยนะคะ คุณคือไรต์ที่ยังอยู่มาจนถึงตอนนี้กับเรือลำนี้ แง เราชอบคุณค่ะ !
    #326
    0
  2. #325 szbH (@exomelo_baby) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:21
    แงงงงง เป็นความบังเอิญที่น่ารักมากๆๆๆๆๆ แต่บังเอิญแค่ครั้งแรกเพราะต่อจากนั้นก็กลายเป็นจงใจ อ่านพาร์ทของแต่ละคนแล้วก็เหมือนได้แอบมองทั้งแจฮยอนทั้งมินฮยองไปด้วย ชอบภาษาของคุณไรท์มากๆ อ่านแล้วเห็นภาพเขินตามเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ
    #325
    0
  3. #324 _tubtim (@tubtimmy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:31
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก มันน่ารักมากๆ อ่านแล้วแบบต้องไปร้านหนังสือบ้างแล้ว เป็นการอ่านที่ยิ้มตลอดเวลาอ่านจริงๆค่ะ ทุกอย่างมีเหตุผล จินตนาการภาพออกมาเป็นฉากๆ น่ารักมากๆ โอ้ยย น่ารักมากๆ 555555555
    #324
    0
  4. #322 Jun_Jao (@Jinyoung_gi) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:33
    นี่มันความบังเอิญที่ไม่บังเอืญ~ 😆
    #322
    0
  5. #321 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 10:45
    น่ารักมากกกกกกกกกเลยค่ะ เป็นความบังเอิญที่ตั้งใจทั้งคู่เลย มันน่ารักมากๆ เป็นเหตุการณ์ธรรมดาที่ชวนใจเต้นตึกตักได้ดีเลยค่ะ ฮือ เขินมากเลย ตอนแจฮยอนวิ่งตามไปนี่รู้สึกดีมากเลยค่ะ ได้คุยกันสักทีเนอะ5555555 เป็นกำลังใจให้นะคะคุณไรท์
    #321
    0
  6. #320 yellownme (@_taQxt) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 10:21
    น่านักมากกกกกสรุปก็คือจงใจกันทั้งคู่55555555
    #320
    0
  7. #319 Gaembenjii (@Gaembenjii) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:52
    ครั้งแรกมักบังเอิญเสมอ น่ารักอะความบังเอิญในความไม่บังเอิญ ชอบมากเลยค่ะดูเป็นอะไรที่ธรรมดาแต่ดูมีอะไรๆซะงั้น ฮือออ กว่าจะได้คุยกันแอบมองกันไปมา เอ็นดูมินฮยองมีการไปแอบละเดินเข้ามาใหม่ 555555 อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ ละมุนต่อหัวจิตหัวใจ ดีใจที่ไรท์มาอัพน้า เราติดตามทุกเรื่องของคุณเลย กลับมาอ่านวนๆซ้ำๆหลายเรื่องหลายรอบมากๆ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ คุณจะมีเราเป็นผู้อ่านที่รักเสมอสัญญาเลย อิอิ สู้ๆค่า
    #319
    0
  8. #318 gttnpp❊ (@gor_toey) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:27
    เป็นความบังเอิญแบบตั้งใจล้วนๆทั้งคู่เลย เป็นโมเม้นท์ที่น่ารัก อ่านไปแอบอมยิ้มไป แอบอิจฉาเบาๆ 555 แต่ตอนที่แนะนำตัวกันนี่แบบในที่สุด! ก็จะได้รู้จักกันสักที ps. เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ <3
    #318
    0
  9. #317 Nevermind (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 06:37

    ดีใจจังคุณไรท์กลับมาแล้วในบรรยาย ติดตามคุณไรท์อยู่ค่ะ ยังรอเสมอ...แล้ววันนี้ก็มีเรื่องน่ารักๆ ให้อ่านเหมือนเดิม????????????????

    #317
    0
  10. #316 by.tong (@mondenschein) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 06:15
    ความบังเอิญที่ไม่บังเอิญ อ่านไปยิ้มไปอีกแล้วค่ะ ชอบความกลิ่นหอมลอยมา แอร๊ยยยย ละมุนมากกกกก หลังจากนี้จะเป็นยังไวต่อน้า คุณนักศึกษาที่ชอบเรื่องบังเอิญแบบตั้งใจกับคุณพนักงานออฟฟิศคนน่ารักกกกกกกก
    #316
    0
  11. #315 my_happiness2 (@My_Happiness) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 04:38
    ครั้งแรกเรียกบังเอิญ ครั้งต่อไปคือตั้งใจล้วนๆ น่ารักจัง~ ปนอิจฉาเบาๆ 5555555
    #315
    0