[SF/OS] NCT JAEMARK - MY J

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,189 Views

  • 327 Comments

  • 703 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    235

    Overall
    12,189

ตอนที่ 20 : [SF] When I First Met You

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    30 ก.ย. 61



Warning : fem! Mark

 


When I first met you



         สิ่งที่ไม่คิดไม่ฝันมักจะเกิดขึ้นจริงโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว รวมถึงหัวใจที่เต้นถี่รัวมากขึ้นเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์นั้น ชีวิตอันไม่น่าเชื่อของเธอ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว สิ่งที่ยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงนั้นก็กำลังปรากฏอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนเงินที่มีเพชรเม็ดงามขนาดกำลังพอดีส่องแสงกระทบเข้ากับตาของเธอ โอเค มันเกิดขึ้นจริงๆ และเธอไม่ได้ฝันไป

 

            เหม่ออะไร เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นจากข้างหลังทำเธอสะดุ้งตกใจอย่างคนขวัญอ่อน ทั้งๆที่เขาไม่ได้พูดเสียงดังหรือทำให้เธอกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะสติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหลังจากยืนคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่แล้ว

 

            และเพราะ เขา เข้ามาพอดีอย่างได้จังหวะ ถึงทำให้ไม่ได้กินกาแฟที่ต้องใส่น้ำตาลไปเกือบหนึ่งช้อนโต๊ะในเช้านี้

 

            จะวางแผนให้ฉันเป็นเบาหวานหรือไง ถึงตักน้ำตาลให้เยอะขนาดนั้น เขาว่าอย่างขำๆ จนมินยองต้องหันกลับไปมองคนที่ยืนซ้อนข้างหลัง โดยที่ในปากมีขนมปังปิ้งอยู่ เมื่อเห็นว่าเธอมอง เขาเลยยักคิ้วให้อย่างที่ชอบทำเป็นประจำ

 

            “…ขอโทษด้วยนะ

 

            ทันทีที่เธอพูดประโยคประจำตัว เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด ยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม จนเผลอห่อไหล่ลงอย่างลืมตัว

 

            ฉันไม่ได้จะดุสักหน่อย เขาว่าอย่างใจเย็น แล้วใช้มือข้างที่สะอาดจับไหล่ของเธอให้กลับมาตรงตามเดิม พอได้อยู่ใกล้ๆ ยิ่งรู้สึกว่าเธอตัวเล็กกว่าเขามากเลยทีเดียว ส่วนสูงของเธอถึงเพียงจมูกเขาเอง แถมตัวยังผอมจนกลัวว่าถ้าจับไปแรงๆแล้วจะเนื้อตัวบอบช้ำ สิ่งที่เขาควรจะดุน่าจะเป็นเรื่องที่เธอไม่ค่อยกินข้าว ทั้งๆที่เมื่อก่อนเป็นคนกินเก่ง จนตอนนี้แก้มกลมๆแสนน่ารักนั้นดูฟีบลงไปอย่างเห็นได้ชัด

 

            แจฮยอนลอบยิ้มมุมปากเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตัวเกร็งหลังจากที่เขาจับตัว เลยต้องเลิกแกล้งแล้วหันมาให้ความสนใจกับกาแฟร้อนบนโต๊ะที่มินยองอุตส่าห์ชงให้

 

            มือซ้ายยื่นผ่านข้างตัวของเธอจนต้องมองตาม แหวนรูปลักษณะเดียวกันแตกต่างกันแค่ขนาดที่ใหญ่กว่าอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายทำให้ใบหน้าขาวแดงเห่ออย่างคนโดนของร้อน ทั้งๆที่ตัวของเขาไม่ได้โดนตัวเธอเลยแม้แต่น้อย

 

            เธอหงุดหงิดตัวเองทุกครั้งเวลาที่ใกล้เขา ทั้งๆที่ปกติเธอจะร่าเริงและกล้าคุยมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ สถานะของเธอกับเขาไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านรั้วติดกันธรรมดาอย่างเดิม แต่ได้ยกระดับมาเป็นสามีภรรยาโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เธอถึงได้ประหม่าทุกครั้งเวลาเจอหน้าเขา และเขาก็รู้ดีเสียด้วย ถึงได้ชอบตามแกล้ง วนเวียนพาร่างสูงดูดีมาใกล้เธอเสมอ

 

            เขารู้ว่าเธอชอบเขา ชอบมานานมากแล้วด้วย

 

            วันนี้ไปไหนหรือเปล่า

 

            กะ ก็ไปบริษัทนะ วันนี้เริ่มงานวันแรกด้วย

 

            หืม ได้งานแล้วหรอ ทำไมไม่บอกฉันล่ะ

 

            เราเห็นแจฮยอนยุ่งๆ ก็เลยไม่ได้บอก เอ่อ ขอโทษด้วยนะ เธอก้มหน้างุด มันเป็นความผิดของเธอเอง ตอนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนข้างบ้านแล้ว เธอกับเขาแต่งงานกันแล้ว ดังนั้นเธอเป็นอะไร หรือทำอะไร เธอก็ควรจะบอกเขา แต่ด้วยความไม่กล้าพอถึงได้แต่อมพะนำ

 

            เฮ้อ ถ้าเกิดเธอพูดคำว่าขอโทษอีกครั้ง ฉันจะเก็บเงินเธอ ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันคิดว่าฉันต้องรวยขึ้นแน่เลย เขาแกล้งล้อเลียนเธอ ไหนๆ ก็วันนี้เริ่มงานวันแรก…”

 

            “…”

 

            งั้นฉันจะไปส่งเธอที่ทำงานแล้วกัน อยากจะเห็นที่ทำงานใหม่ของภรรยาจะแย่แล้ว

 

 

 

 

            ที่นี่เป็นที่ทำงานที่สองของเธอ ที่ต้องออกจากที่เก่า ไม่แน่ใจว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นเป็นเพราะเธอหรือเปล่า แต่เธอก็เลือกตัดสินใจลาออกมาเพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง และความสบายใจของผู้หญิงคนนั้น

 

            มินยองคิดมาเสมอว่าหน้าตาเธอธรรมดามากๆ ไม่มีทางที่ใครจะเข้ามาสนใจและเธอก็ไม่คิดจะสนใจใครนอกจากเพื่อนข้างบ้านที่รั้วติดกันอย่างแจฮยอนเลย แต่ตั้งแต่เข้ามาทำงาน เรื่องที่ไม่คิดจะเกิดก็เกิดขึ้น รุ่นพี่ใจดีที่เป็นคนคอยสอนงานให้เธอกลับคิดเกินเลยไปมากกว่าคนร่วมงานกัน เขาชวนเธอไปทานข้าว ไปเที่ยวในวันหยุด ส่งข้อความมาหาเธอทุกครั้ง และเสนอมารับมาส่งเธอประจำ แต่เธอก็ปฏิเสธอยู่ทุกครั้งไป

 

            ทั้งๆที่มั่นใจแล้วว่าเธอบริสุทธิ์ใจโดยที่ไม่เคยไปตามคำนัดของรุ่นพี่คนนั้นเลยด้วยซ้ำ หรือถ้าไปก็ไปกันเป็นกลุ่ม ไม่มีทางไปกันสองคนแน่นอน แต่เรื่องมันดันไม่จบเพียงแค่นั้น วันหยุดในอาทิตย์หนึ่งช่วงเย็น อยู่ๆก็มีคนมากดกริ่งบ้าน จนเธอต้องรีบออกมาไปดู เธอพบกับผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งที่ยิ้มบางๆให้ พอเมื่อเธอเปิดประตูเพื่อจะถามถึงจุดประสงค์การมาของผู้หญิงตรงหน้า เธอก็โดนตบหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเสียหลังล้มลงกับพื้น สมองเธอยังไม่ประมวลผลเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็โดนผู้หญิงหน้าสวยแต่ใจร้ายดึงเธอขึ้นมาเพื่อทำร้ายอีกรอบ แถมยังด่าว่าที่ไปแย่งคู่หมั้นมา ในตอนแรกเธอก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น จนตัวต้นเหตุที่ขับรถตามมาเข้ามาจับทั้งเธอและผู้หญิงคนนั้นออกจากกัน

 

            มินยองกุมใบหน้าที่แดงช้ำของตัวเอง มองคนสองคนที่ยืนทะเลาะกันอยู่หน้าบ้านเธอ แม่ที่อยู่ในบ้านวิ่งออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายแล้วประคองเธอเอาไว้ เพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันก็ออกมาดู

 

            จะไปคบกับผู้หญิงหน้าด้านคนนี้ จนต้องขอถอนหมั้นกับฉัน นี่พี่คิดอะไรอยู่!!!’

 

            ก็ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว เลิกยุ่งกับฉันสักทีได้มั้ย

 

            ไม่ได้! ฉันไม่ยอมให้ผู้หญิงหน้าไหนแย่งพี่ไปทั้งนั้น ฉันไม่ให้พี่ถอนหมั้น

 

            แต่ฉันกับมินยองรักกัน ฉันบอกเธอไปกี่ครั้งแล้ว ว่าให้เลิกยุ่งกับพวกเรา อยากได้ค่าเสียหายเท่าไหร่ก็บอกกันดีๆ ไม่ใช่มาทำร้ายมินยองแบบนี้เขาไม่ว่าเปล่ายังขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อดูอาการของเธอ มินยองขยับตัวหนีคนน่ารังเกียจทันที เดี๋ยวก่อนนะ เธอไปรักกับเขาด้วยตอนไหน ในหัวใจของเธอก็มีแต่แจฮยอนเพื่อนวัยเด็กที่พ่วงตำแหน่งบ้านรั้วติดกันเท่านั้น

 

            ทุกอย่างจะบานปลายเลอะเทอะไปหมดจนเธอต้องพูดขึ้นแทรกเพื่ออธิบาย

 

            เดี๋ยว ฟังก่อนนะคะ ฉันกับพี่จีโฮเราไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรทั้งนั้นเลยค่ะ เขาคิดไปเองว่าฉันชอบเขา ฉันไม่ได้ชอบเขาเลยแม้แต่น้อย

 

            เธออย่ามาโกหก!!!’ ตอนนี้มินยองงงกับหญิงสาวตรงหน้ามาก ทั้งๆที่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้มีอะไรกับแฟนของเธอเลย แต่คนตรงหน้ายังจะยัดเยียดให้ได้ว่าเธอเป็นคนแย่งพี่จีโฮมา ให้ตายเถอะ! ผู้ชายแบบนี้ให้ฟรียังโกรธเลย แล้วรูปพวกนี้มันหมายความว่ายังไง!!!’ ดูแล้วหญิงสาวจะโมโหหึงจนหน้ามืดตามัวถึงได้หยิบรูปถ่ายที่อยู่ในซองเอกสารปาใส่หน้ามินยองอย่างแรก ส่วนพี่จีโฮที่ดูหลงใหลมินยองอย่างหนักก็เข้ามาจับตัวอย่างเป็นห่วง เรียกเสียงกริ๊ดไม่พอใจจากผู้หญิงตรงหน้า ตอนนี้เธอก็เริ่มไม่พอใจอยู่เหมือนกัน นอกจากไม่ฟังยังทำเธอเจ็บตัวหลายครั้งแล้วนะ!!!

 

            ฉันจะอธิบายให้ค่ะว่ารูปที่คุณถ่ายมาทั้งหมด มันเป็นรูปงานเลี้ยงบริษัท ถ้าคุณสังเกตเห็นมุมภาพ คุณจะเห็นเพื่อนของฉันที่เดินตามมาด้วย แต่เพราะพี่จีโฮอยู่ๆ ก็ดึงตัวฉันเอาไว้เพื่อจะคุยเรื่องที่ฉันไม่อยากจำให้มันรกสมอง คุณควรจะให้คนที่ถ่ายรูปมาถ่ายให้ครบๆนะคะ ในเมื่อฉากต่อไปฉันผลักเขาออกค่ะ!!’ มินยองพูดขึ้นอย่างเหลืออด ถ้าไม่เกรงใจก็จะเก็บรูปบนพื้นขึ้นมาปาหน้าใส่ผู้หญิงคนนี้เช่นกัน

 

            เธอก็แค่หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองรอดไปน่ะสิ สุดท้าย เธอก็เป็นคนเกลี่ยกล่อมให้พี่จีโฮขอถอนหมั้นฉัน มันเป็นเพราะเธอคนเดียว!!’

 

            ผมคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันนะครับ

 

            ยังไม่ทันที่มินยองจะอ้าปากพูดกลับ อยู่ๆคนข้างบ้านที่คิดว่าจะนอนที่บริษัทอย่างทุกครั้ง ก็เดินออกมาจากบ้านรั้วฟ้าข้างๆ มินยองแทบจะยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผาก ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่อยากให้แจฮยอนรู้เลยด้วยซ้ำ ว่าง่ายๆ เธออยากเป็นผู้หญิงแสนดีที่ทำให้เขาประทับใจ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ถูกคนตราหน้าว่าเป็นชู้นะ!!

 

            หมายความว่ายังไงคะ หญิงสาวพูดเสียงเบาทันทีที่หันไปเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ ใบหน้าหล่อเรียบนิ่งดูจริงจังจนหัวใจเธอเผลอกระตุกไปหนึ่งทีแรงๆ

 

            มินยองไม่ได้ไปแย่งแฟนของคุณหรอกครับ และไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่ๆ แจฮยอนเดินเข้ามาใกล้มินยองมากขึ้นจนเธอเริ่มประหม่า ในเมื่อดวงตาเรียวของเขาจ้องสบมายังเธอ จนคาดเดาไม่ถูกว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่

 

            ‘…’

 

            ก็ในเมื่อ คนที่เป็นแฟนเธอ นั่นก็คือผม

 

            มินยองเบิกตากว้าง แต่ยังไม่ทันจะถามอะไรจากบุคคลมาใหม่ แจฮยอนก็โอบไหล่ของเธอเอาไว้แล้ว ไม่ใช่แค่เธอที่ตกใจ พี่จีโฮ ผู้หญิงคนนั้น รวมถึงแม่ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ตกใจด้วย แต่ประโยคแค่นั้นก็ไม่อาจทำให้คนขี้ระแวง ช่างจับผิดยอมเชื่ออย่างง่ายดาย ในเมื่อเธอโดน คิมจีโฮ ผู้ชายที่เธอรักมากที่สุด หลอกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแถมยังจะถอนหมั้นกับเธออีก

 

            คุณอาจจะไม่รู้ก็ได้นี่คะ ว่าแฟนคุณคบซ้อน แล้วอีกอย่างแค่เป็นแฟนกันก็เลิกกันได้ใช่มั้ยล่ะ มันไม่ได้รับประกันเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะเลิกยุ่งกับแฟนของฉัน

 

            ครับ คุณจะคิดอย่างนั้นก็ไม่ผิด แต่ผมกับมินยอง เราไม่ได้เป็นแฟนกันธรรมดาๆนี่ครับ

 

            ธรรมดา? มันมีอะไรที่พิเศษกว่านั้นได้ด้วยหรอ ไม่รู้ว่าแจฮยอนเข้ามาช่วยให้เธอหลุดจากสถานการณ์ยากลำบากนี่ หรือทำให้ลำบากกว่าเดิมกันแน่ ได้โปรดเห็นถึงความเป็นเพื่อนกันมาหลายปีด้วยนะแจฮยอน ถึงแม้เพื่อนคนนี้จะคิดเกินเลยไปหลายขุมกับเธอแล้วก็ตาม

 

            หมายความว่ายังไงคะ ที่ไม่ธรรมดา…’

 

            แจฮยอนยิ้มให้เธอตรงหน้าแล้วหันมามองมินยอง ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างคนมีความสุขทำมินยองทำตัวไม่ถูก ถึงแม้เธอจะชอบลักยิ้มสองข้างที่อยู่ข้างแก้มเขามากก็ตาม แต่ในเวลานี้มันไม่ค่อยสมควรเท่าไหร่หรอกนะ

 

            ก็ในเมื่อ เราทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกันไงครับ มันเลยไม่ธรรมดา

 

 

 

            พอนึกย้อนไปถึงตอนนั้น มินยองไม่รู้ว่าแจฮยอนพูดออกไปได้ยังไง เธอดีใจที่เขามาช่วยเธอ แต่ไปๆมาๆ มันทำให้เธอลำบากยิ่งกว่าเดิมอีก

 

            ตอนเย็นฉันมารับ ตกลงมั้ย ทันทีที่ถึงหน้าตึกบริษัท เขาจึงหันมาถามเธอ

 

            ไม่เป็นไร เรากลับเองได้ สบายมาก มินยองกระชับกระเป๋าสะพายพร้อมยิ้มไปให้เขาด้วย ก่อนจะหุบยิ้มเมื่อเขาพูดประโยคต่อมา

 

            งั้น 5 โมงครึ่งเจอกันนะ คิดว่าน่าจะมาตรงเวลา มองทำไม ลงจากรถสิ นอกจากทำหูทวนลมกับประโยคเมื่อครู่แล้วยังเร่งให้เธอลงจากรถเพื่อไม่ต้องเถียงกับเขาอีก สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินลงมาจากรถแล้วก็ต้องยอมรอให้คนที่มองออกมาจากในรถมารับกลับด้วย

 

            แจฮยอนช่างมีอิทธิพลกับเธอจริงๆด้วยสินะ

 

 

            ด้วยความเป็นน้องใหม่ในที่ทำงานใหม่ เธอเลยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เธอย้ายที่ทำงานมาตามคำแนะนำของนานะเพื่อนสนิทสมัยอนุบาลจนถึงตอนนี้ก็ยังคบกันอยู่ ดังนั้นเลยไม่มีปัญหาพี่ที่สอนงานจะมาล้ำเส้นเธออีก เพราะนานะเป็นคนสอนงานเธอเองทั้งหมด แต่มินยองคิดว่าตัวเองน่าจะสบายไม่เจอปัญหาเหมือนที่เดิมที่ลาออกมา แต่ไม่ใช่เลย พอขึ้นชื่อว่าเป็นน้องใหม่ในที่ทำงานก็กลายเป็นว่าได้รับความสนใจตั้งแต่วันแรก

 

            แล้วพี่ถามได้มั้ยครับว่าน้องมินยองมีแฟนหรือยัง อ่า ที่ถามนี่ก็เผื่อแฟนน้องมินยองจะมาว่าพี่เอาได้นะ รุ่นพี่หน้าหม้อเบอร์ 1 พูดขึ้น มุกนี้ร้อยทั้งร้อยจะตอบกลับมาว่ายังไม่มีแฟน เพื่อเปิดทางให้เขาจีบได้

 

            ไม่มีแฟนค่ะ นั่นทำให้เขายิ้มขึ้นมา ก่อนจะรีบหุบยิ้มลงไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวคนเห็น เมื่อได้ยินประโยคถัดไปของเธอที่ดังก้องไปถึงในใจเขา รวมถึงพนักงานชายคนอื่นๆที่เงียหูฟังกันอย่างเต็มที่ ไม่มีแฟน แต่มีสามีแล้วค่ะ และนั่นถึงกับคำให้วงแตกในทันที เหลือแต่นานะที่นั่งกุมท้องขำให้กับเหตุการณ์ราวกับซิทคอมเมื่อครู่

 

 

            นานะกลับด้วยกันมั้ย

 

            4 โมงครึ่งเป็นเวลาเลิกงาน หลังจากที่เก็บของบนโต๊ะทำงานของตัวเองเสร็จ ก็เข้ามาช่วยเพื่อนสนิทที่งานกองเต็มโต๊ะอีกที แต่นานะส่ายหัวปฏิเสธ เพราะว่าเธอก็มีคนมารับด้วยเหมือนกัน จึงต้องแยกย้ายกันตรงหน้าบริษัท แล้วต้องหาพื้นที่นั่งรอคนที่บอกจะมารับ โชคดีที่ด้านหน้ามีม้านั่งอยู่สองตัว เธอเลยไม่ต้องยืนรอเขาจนขาแข็ง

 

            ขับรถออกมาแล้วนะ อยากกินอะไรคิดไว้เลย เดี๋ยวจะพาไป – J’

 

            มินยองส่งข้อความตอบกลับไปในทันที สำหรับเธอไม่มีคำว่าอะไรก็ได้ เพราะถ้าบอกว่าอะไรก็ได้กับเขาไป แจฮยอนก็จะพาเธอไปกินในของที่เธอไม่ชอบเพื่อแก้เผ็ดคำว่า อะไรก็ได้ ของเธอ มินยองหยิบหนังสือเล่มขนาดกลางที่พกใส่กระเป๋าไว้สำหรับอ่านฆ่าเวลาขึ้นมา จากที่อ่านไปไม่กี่บรรทัด ก็มีเสียงของใครคนหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยเรียกให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

 

            ขอนั่งด้วยได้มั้ยครับ

 

            มินยองพยักหน้า ถึงแม้จะสงสัยว่า ม้านั่งก็มีอยู่สองตัว ซึ่งตัวหนึ่งเธอนั่ง อีกตัวว่าง ทำไมเขาต้องมาขอเธอด้วย แต่มินยองก็เลือกที่จะไม่สนใจแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือบนตักต่อ

 

            คุณชอบอ่านหนังสือหรอครับ

 

            ค่ะ เธอเลือกที่จะตอบกลับไปสั้นที่สุด เพื่อให้บทสนทนาจบไวที่สุด แต่ดูเหมือนคนข้างๆ จะไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้น

 

            อ่า คุณ ผมไม่ค่อยคุ้นหน้าเลย เข้ามาทำงานใหม่ใช่หรือเปล่าครับ คุณ ลี มินยอง?”

 

            ใช่ค่ะ เพิ่งมาทำงาน เธอตอบๆทั้งที่ยังก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ ไม่สนใจจะถามว่าเขารู้ชื่อเธอได้ยังไง และเลือกที่จะเสียมรรยาทเพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก

 

            ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมชื่อ—”

 

            โชคดีที่โทรศัพท์ดังขึ้นได้จังหวะพอดี มินยองกดรับทันทีเพื่อตัดโอกาสการสานสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมบริษัท แต่เขาก็ยังไม่วายเดินตามเธอมาจนถึงรถ และเมื่อเห็นว่ารถคันสีดำราคาแพงตรงหน้าเป็นจุดที่เธอจะเดินไป ถึงได้รีบวิ่งไปเพื่อเปิดประตูข้างคนขับให้ เรียกความฉงนจากเจ้าของรถไม่น้อย

 

            มินยองไม่รู้จะปฏิเสธยังไง เลยปล่อยเลยตามเลย ขึ้นไปนั่งบนรถที่มีคนเปิดประตูให้ โดยชายหนุ่มคนเดิมไม่ลืมที่จะชะโงกหน้าเข้ามาทักทายสารถีประจำรถที่เริ่มจะอารมณ์เสียตามลำดับ

 

            พี่ชายมินยอง สวัสดีครับ

 

            เขามั่นใจอย่างมากว่าคนที่มารับผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนี้ น่าจะเป็นพี่ชายหรือเป็นญาติคนสนิท ที่คิดแบบนั้นก็เพื่อไม่ตัดกำลังใจตัวเองมากเกินไป

 

            มินยองคิดว่าเรื่องคงจะจบหลังจากที่แจฮยอนออกรถ แต่เปล่าเลย เขาลดกระจกฝั่งมินยองลงเพื่อเรียกผู้ชายที่เธอไม่รู้จักชื่อคนนั้นเอาไว้

 

            ทำไมถึงคิดว่าเป็นพี่ชายหรอครับ เราทั้งคู่หน้าเหมือนกันหรอ น้ำเสียงติดหงุดหงิดนั่นทำให้มินยองกลืนน้ำลายลงไปอย่างยากลำบาก รู้สึกเห็นใจชายหนุ่มที่ตอนนี้หน้าซีดไปกับคำถามที่เขาไม่คาดคิดว่าจะโดนถาม และต้องตอบภายในเวลานั้น

 

            แค่คล้ายๆกันน่ะครับ เอ่อ หรือว่า เป็นแฟนกันหรอครับ

 

            แจฮยอนส่ายหัว นั่นทำให้ชายหนุ่มมีหวัง แต่เขาคิดผิด

 

            ไม่ได้เป็นแฟน แต่เป็นสามีครับ ชัดนะครับ ว่าแค่นั้นก็ยอมเคลื่อนรถออกไป ดีขึ้นมาหน่อยที่ไม่บ้าจี้รอเอาคำตอบ ไม่งั้นมินยองได้ประสาทกินแน่

 

 

 

 

 

            เธอช่วยกินเยอะๆหน่อยได้มั้ย แม่ฉันบ่นแล้วว่าแย่งข้าวเธอกินหรือเปล่า ถึงทำให้เธอผอมขนาดนี้ แจฮยอนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคีบเนื้อหมูใส่ถ้วยชามของเธอหลายชิ้น จนเธอต้องจับมือเขาเอาไว้เพื่อบอกให้พอกับการขุนเธอให้อ้วนด้วยหลักสูตรเร่งรัด

 

            โอเคๆ จะกินให้เยอะกว่านี้ ขอโทษด้วย…” มินยองรีบตะครุบปากของตัวเองเมื่อหลุดคำพูดที่จะนำพาไปสู่การเสียเงิน

 

            เฮ้อ ฉันว่าเธอต้องหมดตัวเข้าสักวันเพราะพูดขอโทษฉันในทุกประโยคแน่ มินยอง

 

 

            เราทั้งคู่แต่งงานกันจริงๆ ไม่ได้ฝันไป หรือถ้าฝัน ก็อย่าให้ใครได้มาปลุกเธอจากฝันดีนี้เลยนะ

 

            ใครจะไปคิดว่าชีวิตนี้จะโชคดียิ่งกว่าถูกหวยที่ทุกเช้าตื่นมาเจอใบหน้าของคนที่ตัวเองตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน

 

            สาวน้อยมินยองอายุ 10 ขวบ ย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของหมู่บ้านย่านชานเมือง ซึ่งเป็นบ้านที่รั้วติดกันกับแจฮยอน แถวนั้นมีแค่เราที่รุ่นราวคราวเดียวกัน เลยถูกจับให้เป็นเพื่อนเล่นกันกับแจฮยอน รวมถึงพี่สาวกับน้องสาวของแจฮยอนด้วย เราเข้ากันได้ดี ไม่มีครั้งไหนเลยที่ทะเลาะกัน และที่เป็นแบบนั้น ถึงทำให้เธอยิ่งตกหลุมรักเขาไปลึกเรื่อยๆ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น มารู้ตัวอีกทีก็มีเขาทั้งใจไปแล้ว ถึงจะดูเลี่ยนไปหน่อย แต่นั่นก็คือความจริงที่เธอยอมน้อมรับมัน

 

            แต่การที่อยู่บ้านข้างกันก็เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน เธอมักจะเห็นผู้หญิงสวยๆที่เป็นดาวเด่นของโรงเรียน จนลามมาถึงช่วงอยู่มหาวิทยาลัยมาหาเขาที่บ้านบ่อยๆ พวกเธอสวยไร้ที่ติจนเธอนึกอิจฉา และคิดว่าต้องมีสักคนที่แจฮยอนสนใจ ถึงอย่างนั้นก็ไม่เห็นว่าเขาจะคบกับใครจริงจังเลยสักคน ตอนคุยถึงเรื่องส่วนตัว แจฮยอนก็มักจะบอกว่าเขาแค่ปฏิเสธคนไม่เป็นถึงยอมให้พวกเธอควงเขาไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบและก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องเสียหายอะไร พอเขาได้คุยกับเธอ เขาก็มาคิดอีกทีว่าควรจะเริ่มปฏิเสธคนเป็นได้แล้ว มินยองไม่รู้ว่าทำไมแจฮยอนถึงคิดแบบนั้น แต่นั่นก็ทำให้เธอดีใจอย่างบอกไม่ถูก

 

            จนถึงช่วงทำงาน มินยองแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนข้างบ้านของเธอเลย เจอแต่พี่สาวและน้องสาวของเขามากกว่า ซึ่งพวกเธอก็บอกว่าผู้ชายคนเดียวของบ้านนั้นได้ย้ายที่นอนไปนอนที่บริษัทแล้ว เห็นช่วงนี้ทำงานหนักเพื่อจะได้เก็บเงินไว้เยอะๆ แต่เพื่อจุดประสงค์อะไรก็ไม่มีใครรู้ได้ และเพราะปกติเขาไม่ค่อยได้กลับบ้าน วันนั้นที่เจอแจฮยอนเข้ามาช่วย เลยเป็นวันที่เธอแปลกใจที่สุด และแปลกใจโชคสองชั้นเมื่อเขาบอกว่าเราทั้งคู่จะแต่งงานกัน

 

            มินยองคิดว่าเขาพูดเล่น แต่เมื่อเหตุการณ์วุ่นวายนั้นจบ เขาเชิญแม่ของเธอไปที่บ้าน แล้วยังลากเธอให้ตามไปด้วย วันนั้นมินยองตั้งตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเพราะโดนตบหน้าจนมึนหรือเปล่า เมื่อได้ยินประโยคที่เขาบอกกับครอบครัวเขา รวมถึงเธอและแม่ของเธอว่า

 

            ผมจะแต่งงานกับมินยอง

 

            แจฮยอนเป็นคนจริงจัง แต่ก็ยังมีความขี้เล่นอยู่เช่นกัน แต่ในตอนนั้น มินยองไม่คิดว่าที่เขาพูดออกมาจะเป็นเรื่องล้อเล่น ยิ่งน้ำเสียงหนักแน่น กับดวงตาคมที่สบมาทำเธอใจเต้นอย่างแรง เธอสับสนอย่างมากจนต้องดึงเขาออกมาเพื่อคุยเป็นการส่วนตัว

 

            เธอพูดอะไรออกไปเนี่ยแจฮยอน ตั้งสติหน่อย นอนน้อยหรือไง

 

            ฉันว่าฉันสติดีกว่าเธอนะมินยองพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดเมื่อเขายังไม่ยอมเฉลยว่าทั้งหมดก็แค่แกล้งอำเธอเล่น

 

            ขอบใจนะที่มาช่วย แต่เธอไม่ถึงขั้นต้องทำแบบนี้ ยังไงเราก็ตั้งใจที่จะไปลาออกจากที่นั่นอยู่แล้ว เราจะไม่กลับไปเจอคนพวกนั้นอีก แล้วคนพวกนั้นจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่าเราคบกันจริงมั้ย ก็เรื่องของพวกเขา เธอไม่ต้องจริงจัง

 

            ฉันไม่ได้กลัวคนพวกนั้นจะไม่เชื่อ

 

            แล้วหมายความว่ายังไง ถ้าเธอบอกเราว่าเธอแค่แกล้งเล่นตอนนี้ เราจะไม่โกรธนะ แต่ถ้าเธอไม่ยอมพูด เราจะโกรธเธอจริงๆด้วย

 

            เฮ้อ…’ แจฮยอนไม่ยอมตอบแต่จะเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้งจนต้องรั้งแขนเอาไว้ เขาจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้ายังคุยกันไม่รู้เรื่อง!!!

 

            ยังไงกันแน่แจฮยอน คุยให้รู้เรื่องก่อนนะ

 

            ที่บอกจะแต่งงานด้วยมันเข้าใจยากตรงไหน

 

            ก็ นั่นแต่งงานเลยนะ ถ้าเราไม่ได้รักกันก็แต่งไม่ได้

 

            เธอชอบฉันไม่ใช่หรือไง

 

            คำพูดของแจฮยอนทำเธอสะอึก ดวงตากลมโตสุกใสเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ ‘…เธอรู้ได้ไง

 

            รู้ได้ไงไม่สำคัญ สำคัญแค่ว่าเธอชอบฉัน ดังนั้น เราเลยแต่งงานกันได้

 

            เดี๋ยวสิ โอเค เรายอมรับว่าเราชอบแจฮยอน แล้วแจฮยอนล่ะ รู้สึกยังไงกับเรา เริ่มต้นประโยคด้วยเสียงดัง ก่อนจะแผ่วลงอย่างคนไม่มั่นใจกับคำตอบที่จะได้มา

 

 และสิ่งที่เขาตอบมา ไม่ได้ช่วยทำให้เธอกระจ่างเลยแม้แต่น้อย

 

            เธอรู้แค่ว่าฉันโหมทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาแต่งงานกับเธอก็พอ

 

 

 

 

            จนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยหลุดปากพูดแม้กระทั่งว่าชอบเธอออกมาเลยด้วยซ้ำ ยิ่งคำว่ารักก็อย่างหวังเลย ถึงมินยองจะดีใจที่ได้แต่งงานกับคนที่ชอบมาตั้งสิบกว่าปี แต่มันก็ไม่ทำให้เธอมั่นใจได้เลยว่าเขาก็รู้สึกแบบเดียวกับเธอ แล้วก็เกิดกลัวด้วยว่าเขาจะทิ้งเธอไป ยิ่งตอนนี้เธอก็ตกหลุมรักเขามากขึ้นไปมากกว่าเดิมอีก

 

            นิ้วเรียวจิ้มไปยังจมูกของคนที่นอนข้างกันอย่างหมั่นไส้ ถ้าไม่กลัวว่าคนทำงานหนักจะตื่นก็จะบีบจมูกให้หายหมั่นเขี้ยวไปเลย

 

            เธอรู้ตัวมั้ยว่ากำลังกวนคนที่กำลังนอนอยู่ เขาพูดเสียงเนือยๆ ฉันเพิ่งได้นอนตอนตี 5 เองนะ อยากบอกให้รู้

 

            โอเค ขอโทษ

 

            เสียงพ่นลมหายใจหงุดหงิดออกมาทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ลืมตาขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ เขาพาดแขนยาวของตัวเองลงบนหน้าท้องแบนราบของเธอแล้วรั้งเอวเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้ๆ จนเขากอดรวบร่างทั้งร่างของเธอมาไว้ในอ้อมกอดอุ่น

 

            ครั้งนี้ไม่เก็บเงิน แต่ต้องมาเป็นหมอนข้างให้ฉันจนกว่าจะตื่นแล้วกัน

 

 

 

ตั้งแต่แต่งงาน ทั้งคู่ย้ายออกมาจากบ้านแถบชานเมืองเพื่อมาอยู่คอนโดที่ใกล้ที่ทำงานของแจฮยอน ลำบากหน่อยที่มีเพียงห้องนอนเดียว และแจฮยอนก็ไม่ยอมนอนพื้นด้วย จึงทำให้เขาและเธอต้องนอนเตียงเดียวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรเกินเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเธอก็สบายใจที่มันเป็นเช่นนั้น ไม่งั้นก็คงเป็นมินยองเองที่จะหอบข้าวของออกมานอนที่โซฟาด้านนอก

 

เพราะเป็นวันหยุด เลยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรีบตื่นออกไปทำงาน มินยองที่โดนรวบไปกอดจนเผลอหลับไปตื่นขึ้นมาอีกทีตอนใกล้จะ 11 โมง และเธอคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาอาบน้ำแล้วเตรียมทำอาหารเที่ยงได้แล้ว ฝีมือทำอาหารของเธอแพ้แจฮยอนอย่างราบคาบ รายนั้นไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้สักอย่าง อ่า ยกเว้น เรื่องที่ไม่ยอมบอกว่ารักเธอสักทีนั่นแหละ ที่เขาทำไม่ได้ สุดท้ายเธอก็หาข้อบกพร่องของคนเพอร์เฟคอย่างแจฮยอนเจอสักทีนะ

 

            ร่างเล็กค้นของในตู้เย็นที่เธอสามารถนำออกมาทำเมนูง่ายๆได้ เมินวัตถุดิบดีๆแล้วเก็บไว้ให้แจฮยอนทำจะไม่เป็นการเสียของมากกว่า

 

            และแล้วก็จบลงด้วยไส้กรอกกับเบคอนทอด ที่กินกับข้าวสวยร้อนๆก็พอ ขณะที่เธอจดจ่อกับสิ่งที่ไม่ถนัดและต้องระมัดระวังไม่ให้น้ำมันกระเด็นใส่ เลยไม่รู้ตัวว่าเจ้าของห้องที่แท้จริงกำลังเดินตามกลิ่นหอมมายังในครัว และเขาก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นบ้างสิ่งที่ขัดใจ

 

            มียางรัดผมมั้ย

 

            คนที่ชอบมาไม่ให้สุ่มให้เสียงทำมินยองสะดุ้งอีกครั้ง และก็ร้องโอ๊ยออกมาเมื่อน้ำมันบนกระทะกระเด็นใส่ ยังไม่ทันที่เจ้าของมือจะได้ดูบาดแผลของความไม่ระมัดระวัง แจฮยอนก็ดึงมือเธอเข้ามาดูเสียก่อน รอยแดงบนมือทำให้เขาหงุดหงิดใจที่มันกล้าทำให้ผิวสวยๆของมินยองเป็นแผล เขาเป่าลมร้อนไปยังรอยแดงนั้นหวังให้มินยองหายแสบร้อน

 

            มินยองหายเจ็บอย่างที่แจฮยอนตั้งใจ เผลอๆ ลืมไปเลยว่ามือตัวเองโดนน้ำมันกระเด็นใส่ ถึงได้ไม่รู้สึกเจ็บ แต่เจ็บที่ใจต่างหากที่กำลังรู้สึกว่ารักคนตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ

 

            เธอไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันทำต่อเอง ถ้าให้เธอทำวันนี้คงไม่ได้กิน เขาดึงตะหลิวในมือเธอออกมา แล้วจัดการยืนหน้าเตาให้แทน จนไส้กรอกเหลืองกรอบกำลังดี เช่นเดียวกับเบคอนที่หอมยั่วน้ำลายให้สอ มินยองรีบไปตักข้าวสำหรับสองคน ก่อนจะเดินตามแจฮยอนที่ยกจานไปยังโต๊ะญี่ปุ่นขนาดเล็กหน้าทีวี ที่เป็นที่นั่งกินข้าวประจำของทั้งคู่

 

            แจฮยอนนั่งมองมินยองลงมือกินมื้อเที่ยงก่อนเขาอย่างขัดใจกับเธอบางอย่าง จนเขาต้องเอ่ยขอสิ่งที่เขาต้องการอีกรอบ

 

            ขอยางรัดผมหน่อยสิ

 

            มินยองเลิกคิ้วอย่างสงสัย แต่ก็ยอมเอายางรัดผมที่เธอใส่ไว้ที่ข้อมือให้เขา แจฮยอนย้ายที่จากนั่งตรงข้ามเธอมาเป็นนั่งข้างหลังแทน

 

            จะ จะทำอะไรน่ะ มินยองเอี้ยวตัวไปทางด้านหลังแต่ก็โดนอีกฝ่ายจับไหล่ให้หันหน้ากลับไปทางเดิม ถ้าให้เธอหันหน้ามาแล้วเขาจะมัดผมเธอให้ถนัดได้ยังไงล่ะ

 

            นิ้วเรียวสางผมหนานุ่มเจือกลิ่นหอมของเธออย่างทะนุถนอม ตรงข้ามกับมินยองที่นั่งหลังตรงแข็งทื่อตัวเกร็ง เธอมัดผมเป็นหรอ เสียงใสถามอย่างแผ่วเบา

 

            อืม ฉันก็เคยถักเปียให้เธอนะ จำไม่ได้หรอ

 

            นั่นสิ ลืมไปเลย มีครั้งหนึ่งตอนประถมปลาย ยางรัดผมของเธอขาด เขาที่นั่งเล่นอยู่กับเธอ อยู่ๆก็หยิบยางรัดผมออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วสั่งให้เธอหันหลังให้ เพื่อเขาจะได้ถักเปียให้เธออย่างถนัด แน่นอนว่าสิ่งที่เธอสงสัยก็คือทำไมเขาถึงพกยางรัดผม และทำไมถึงถักเปียได้ แจฮยอนให้คำตอบกลับมาว่า

 

            ฉันพกไว้เผื่อจีซอนทำยางรัดผมขาด

 

            ‘…’

 

            แล้วที่ฉันถักเปียเป็นก็เพราะแม่สอน ฉันเป็นผู้ชายคนเดียวของบ้าน ฉันจึงต้องทำเป็นทุกอย่างเพื่อดูแลคนในบ้านให้ได้ กับแค่เรื่องถักเปีย มัดผม มันไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย

 

            พอได้ยินสิ่งที่เด็กอายุ 12 คนนั้นพูดออกมา ก็ทำให้เธอประทับใจเขาอย่างมาก จนมันค่อยๆกลายเป็นความรักที่เกินคำว่าเพื่อนโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

            เธอเจ็บหรือเปล่า เขาถามขณะที่ถักเปียให้ เธอรู้ได้จากการที่เขามัดมันนานเกินกว่าปกติ

 

            ยังจำวิธีถักเปียได้อยู่อีกหรอ

 

            ฉันถักให้จีซอนประจำนั่นแหละ สัมผัสหนักๆตอนรัดตรงปลายผม เป็นการจบวิธีถักเปียอย่างสมบูรณ์ เขาถึงย้อนกลับมานั่งตรงข้ามเธอดังเดิม

 

            ขอบคุณนะ

 

            ไม่ขอโทษแล้วหรอเขาแกล้งแหย่เธอเล่น จนเธอหลุดหัวเราะ

 

            ไม่แล้วแหละ เดี๋ยวฉันก็ไม่มีเงินกินข้าวพอดีน่ะสิ เธอตอบกลับ เรียกเสียงหัวเราะของคนตรงข้ามเป็นอย่างดี

 

            เธอนั่งมองรอยยิ้ม ฟังเสียงหัวเราะของเขาแล้วหัวใจพองโตมีความสุขอย่างมาก เธอไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หายไปเลย แต่เธอก็ไม่สามารถบังคับให้เขามารักเธอได้ ถ้าเกิดเขาไม่รักเธอก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ถึงไม่รู้จุดประสงค์ของการแต่งงานในครั้งนี้ แต่เธอก็ได้แต่หวังว่าช่วงเวลาต่อไปนี้ จะทำให้เขารักเธอได้บ้าง เพียงสักนิดก็ยังดี

 

แต่เธอลืมไปหรือเปล่าว่าความรัก ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาเพียงอย่างเดียว แต่การกระทำนั้นก็สำคัญด้วยเช่นกัน

           



 TBC.




TALK

          สวัสดีค่า ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรมากนะคะ คิดว่าสองตอนจบ เเต่ไม่รู้จะมาต่ออีกเมื่อไหร่ เเง้ จุดประสงค์อยากให้อ่านเเบบสบายๆคลายเครียดมากกว่า55555 อ่านเพลินๆกำลังดี ถ้าหากพิมพ์ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นเลยนะคะถึงได้มีกำลังใจเขียนจนถึงตอนนี้ ขอให้อ่านอย่างสนุกค่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #313 sweeten_j (@sweeten_j) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 11:51
    แง้ทสุดยอดแห่งความน่ารักมากๆๆๆๆๆ 😭 อิสสาตอนทักเปียให้กันจัง นี่อยากเปนจีซอนอ่ะ ฮือออ อยากเปนน้องงเขาาาสสา
    #313
    0
  2. #309 ninjj (@khunjara) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 16:35
    แจฮยอนคนดี ฮืออ อิจฉามินยองงง
    #309
    0
  3. #308 Sasi03878454 (@Sasi03878454) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 07:42
    พี่แจยอนน่ารักมากคับบบ ก็คือรักน้องเหมือนกันใช่ไหมอะ;-; การกระทำสำคัญกว่าคำพูด! รู้สึกว่าแจยอนอบอุ่นมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เขินนนนน
    #308
    0
  4. #307 my_happiness2 (@My_Happiness) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 06:04
    อิจฉาาาาา ตาร้อนนนนนนนนน

    มินยองเธอคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกอ่ะ ฮือออออออออ;-;
    #307
    0
  5. #306 Gaembenjii (@Gaembenjii) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 01:06
    โหยยยผู้ชายแบบนี้เซเว่นมีขายมั้ยคะอยากได้ แง ตาบ้าทำไมน่ารักงี้อ่ะ ถึงการกระทำจะสำคัญกว่าคำพูดแต่คนเราก็ความพูดด้วยไงแจฮยอน บอกว่ารักเค้าให้เค้ารับรู้ รับรู้ทั้งคำพูดทั้งการกระทำ ฮือออ น่ารักอ่ะ ชอบมากเลยค่ะ รอไรท์มาต่อนะคะ
    #306
    0
  6. #305 gttnpp❊ (@gor_toey) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 19:25
    โอ้ยยยว แจฮยอนคือเธอแบบ ดีมากๆๆๆๆๆ ดีมากจนแบบ เข้าใจเลยทำไมมินยองถึงชอบ แต่เธอต้องพูดว่ารักให้มินยองฟังบ้าง มินยองจะได้รู้ บางครั้งการกระทำก็ไม่สำคัญเท่าคำพูดนะ
    #305
    0
  7. #304 bichidyo (@zm96) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:59
    น่ารักมากกกก น้องมินยองขี้เกรงใจมากๆ ส่วนแจฮยอนต้องบอกรักน้องบ้างนะ ไม่งั้นน้องน้อยใจแย่เลย
    #304
    0
  8. #303 nachyxm (@tangmo1512) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:54
    โอ้ยยย แจยอนนนน คือดีมากเลยจะหาผู้ชายแบบนี้ได้จากที่ไหนนนน อ่านไปเขินไปมากๆมินยองมั่นใจในตัวเองหน่อยยย รอติดตามนะคะ
    #303
    0
  9. #302 Fah"still the same about u (@skyandstar) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:32
    พื้นฐานน้องไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเอง แจฮยอนต้องพูดอ่ะ น้องถึงจะเข้าใจ
    #302
    0
  10. #301 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:38
    คือแจฮยอนอบอุ่นมากกกกกกก ชอบมากตรงประโยคที่บอกว่า โหมทำงานเก็บเงินมาแต่งงาน มันยิ่งกว่าคำว่ารักอีกมินยองงงงงง ถึงการกระทำจะชัดเจนมากๆ แต่ถ้าแจฮยอนไม่พูดน้องก็ไม่รู้นะ รอติดตามนะคะ อยากรู้ว่าบอกรักน้องสักครั้งน้องจะดีใจขนาดไหนน ฮือ
    #301
    0
  11. #300 ilfernll (@ilfernll) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:15
    ความ Boyfriend Material ของแจฮยอนนี่มันทะลุหน้าจอมือถือออกมาเลยค่ะ ถักเปียได้ ทำอาหารได้ ขยันทำงาน ดูแลดี อบอุ่น ขี้หึง ขาดก็แค่ไม่ยอมบอกรัก บอกชอบคนที่ตัวเองชอบซะที
    ก็นะแจฮยอน ต่อให้ความรักมันมองจากการกระทำได้ คนเราก็อยากจะได้ยินจากปากซักครั้งแหละ
    มินยองจะไม่มั่นใจก็ไม่แปลกนะ ใครจะกล้าคิดไปเอง ถ้าตัวเองไม่เคยพูดให้ฟังล่ะะะ
    รอติดตามต่อนะคะ เอาใจช่วยให้แจฮยอนเลิกปากแข็งซะที
    #300
    0
  12. #299 Nevermind (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 08:51

    แจฮยอนช่างเป็นผู้ชายที่อบอุ่น อ่อนโยนเหลือเกินแอบอิจฉามินยองเบา ๆ ชอบจังมันละมุนอ่านแล้วจรรโลงใจมาก ๆ

    #299
    0
  13. #298 by.tong (@mondenschein) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 05:15
    ละมุนมากค่ะ พิแจฮยอนคนอบอุ่นนน ถักเปียให้ภรรยาฮือออ น้องก็รักของน้องมานานเนาะ ส่วนคัวพี่ก็แสดงออกด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด ยัยน้องมินยองเลยไม่ค่อยมั่นใจเลยทีนี้ เอาใจช่วยค่ะมินยอง แม่เชื่อว่าเขารักหนูามากกก แต่เขาซึนนนน55555555 /ติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ ภาษาสวย เรื่องดี อ่านลื่นมากค่ะ :)
    #298
    0