[SF/OS] NCT JAEMARK - MY J

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,240 Views

  • 327 Comments

  • 705 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    286

    Overall
    12,240

ตอนที่ 18 : [OS] SOULMATE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    3 พ.ค. 61











  เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศธรรมดากับเด็กมัธยมปลายปีนเกลียว!!!

 


           เช้าวันสดใส ที่พยายามจะตื่นขึ้นมาสดชื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ การกระทำแกล้งทำเป็นสดชื่นขัดกับดวงตากลมที่บวมตุ่ย และร่างกายที่เมื่อยขบจากการนอนผิดท่า มินฮยองที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เริ่มหมองเล็กน้อยจากการใส่มานาน อย่างว่าใครมีเสื้อผ้าตัวเก่งก็จะใส่บ่อย ใส่จนคนทักว่าใส่เสื้อซ้ำ อย่าได้สนใจ จงตอบอย่างภูมิใจไปว่าที่บ้านมีเครื่องซักผ้าจะใส่ซ้ำเช้า กลางวัน เย็นก็ได้!!!

 

          คนที่แกล้งทำเป็นชีวิตสดชื่น พาร่างกับกระเป๋าเป้ที่มีเอกสารมากมายที่หอบกลับมาทำที่บ้าน ทันทีที่ลงมาถึงชั้นล่างของคอนโด ท้องฟ้าที่สดใสเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วกลับมืดครึ้มผิดกัน คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปม อารมณ์ดีๆที่สร้างมาเมื่อครู่จะทำให้อารมณ์เสียอีกแล้ว ภาวนาให้ตัวเองไปถึงที่ทำงานได้ทันเวลาก่อนที่ฟ้าฝนจะลงโทษก่อน ยกแขนยาวๆที่แสนภูมิใจของตัวเองโบกรถประจำทางสายที่ขึ้นประจำเพื่อจะได้ไปถึงที่ทำงานได้ทันเวลา

 

          ไม่รู้ว่าควรจะขอบคุณใคร ต้องขอบคุณกรมการขนส่งหรือเปล่าที่ตั้งป้ายรถประจำทางไกลจากที่ทำงานของเขา จากฟ้าที่ร้องครื้นๆตั้งแต่อยู่ในรถ พอก้าวลงพื้นรองเท้าแตะฟุตปาธ ฝนห่าใหญ่ก็ทำงานอย่างขะมักเขม้น เทลงมาจนผู้ร่วมชะตากรรมอีกหลายชีวิตวิ่งหาที่หลบกันจ้าละหวั่น รวมถึงมินฮยองที่สบถด่าทุกย่างก้าวจนกระทั่งไปถึงตัวบริษัทได้ หันไปมองรอบด้าน ก็เจอผู้ที่เนื้อตัวชุ่มฉ่ำจากฝนด้านนอกกันถ้วนหน้า

 

          และนี่คืออีกหนึ่งความสดใสสำหรับวันนี้

 

          งานบริษัทก็ไม่มีอะไรมาก นั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมฯ นิ้วรัวพิมพ์ตอบลูกค้า รับสายลูกค้าที่เหงาๆก็โทรมาด่าใส่อารมณ์ วันไหนพระเจ้าเห็นใจก็เจอลูกค้าใจเย็นที่พูดน้ำเสียงเนิบนาบจนจะหลับคาสายก็มี ครั้นจะให้ลาออกก็ไม่รู้จะออกไปทำอะไร งานสมัยนี้หายากจะตาย ถึงจะเบื่อกับความจำเจและขึ้นๆลงๆตามลำดับ แต่ก็คิดว่าจะทำงานที่นี่จนกว่าตัวเองจะถูกหวยร้อยล้านนั่นแหละนะ

 

          พูดถึงอาหารกลางวัน ก็ฝากท้องกับร้านข้างทางบ้าง ในศูนย์อาหาร หรือไม่ก็ร้านสะดวกซื้อที่มีที่นั่งให้พร้อมแล้วแต่จะสะดวก แต่วันนี้หลังจากโทรนัดเพื่อนสนิทคนเดียวบนโลกอันกว้างใหญ่ตกลงกันว่าจะกินเนื้อย่างให้หัวเหม็นก่อนจะไปทำงานช่วงบ่าย โชคดีที่คนไม่เยอะ คาดว่าเขาคงไม่อยากหัวเหม็นให้เพื่อนร่วมงานทำหน้ายี้ใส่ล่ะมั้ง ดงฮยอก — ทำงานคนละที่กับเขา บริษัทเราอยู่ระแวกเดียวกัน ดังนั้น ช่วงพักกลางวันถึงได้เจอกันทุกวันแบบนี้ เรารู้จักกันตั้งแต่มัธยม เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน จนถึงวัยทำงาน ดงฮยอกให้เหตุผลที่ไม่ยอมทำงานที่เดียวกันเพราะขี้เกียจจะเห็นหน้าเขา แค่วันๆหนึ่งเจอกันชั่วโมงหนึ่งก็เกินพอแล้ว อันที่จริง มินฮยองก็คิดไม่ต่างกัน

 

          วันนี้ดูหน้าตาสดใสนะ คนที่ตาบวมมาตั้งแต่เช้าเงยหน้ามองเพื่อนที่นั่งเท้าคางสังเกตใบหน้าคนตรงข้ามมาหลายนาทีแล้ว

 

          ตาบวมแบบนี้เนี่ยนะเรียกว่าสดใส พ่นลมหายใจใส่อย่างไม่พอใจ

 

          ก็ตั้งแต่เลิกกับแฟนคนนั้นไป ก็ดูหน้าตาสดใสมากขึ้น หลังจากหมองมาเป็นเดือนๆ แฟนที่ว่าคือตัวต้นเหตุที่ทำให้มินฮยองตาบวมยิ่งกว่าลูกมะนาวนั่นแหละ ไม่ได้เพิ่งเลิกกัน เลิกกันมาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่เมื่อวานเกิดอินอะไรก็ไม่รู้ถึงได้มานั่งน้ำหูน้ำตาไหลอยู่เป็นชั่วโมง จนข้างห้องเคาะผนังถามไถ่ด้วยความรำคาญ

 

          หลายคนคงคิดว่าดงฮยอกพูดแปลกๆ มินฮยองก็เคยคิดเหมือนกัน แต่เพิ่งมารู้ว่าเพื่อนสนิทมีเซ้นส์ แถมยังดูดวงได้อีก ที่มินฮยองได้เข้ามาทำงานที่นี้ก็เพราะดงฮยอกบอกว่าถ้าได้มาทำจะเจอสิ่งดีๆอย่างที่คาดไม่ถึง ก็คิดว่าจะได้เงินเดือนเยอะอย่างที่ไม่รู้จะเอาไปถมที่ที่ไหนแล้ว แต่เปล่าเลย เงินเท่าเดิม แต่งานเยอะ และเป็นสนามอารมณ์ของลูกค้ากับเจ้านายอีก อยากจะลาออกมานั่งซักผ้าทุกครึ่งชั่วโมง

 

             มินฮยอง

 

            อะไร คนที่จ้องแต่จะกินให้มากที่สุดตอบเสียงยานคาง เรียกมาแค่ชื่อไม่น่าใช่เรื่องดีแน่ ทางที่ดีทำเป็นหูทวนลมจะดีกว่า

 

            “…อีกไม่นานจะได้เจอเนื้อคู่แล้วนะ มินฮยองยอมละสายตาจากเนื้อย่างที่นั่งพลิกไปมารอมันสุก แล้วสบตากับเพื่อนที่มองด้วยสายตาจริงจัง ยืนยันว่าเจ้าตัวไม่ได้พูดเล่น

 

             และไม่รู้ทำไม มินฮยองถึงได้รู้สึกเช่นกันว่ามันจะเป็นตามที่ดงฮยอกพูด

 

 

 


           สองทุ่ม เวลาเลิกงานกำลังดี และกำลังจะตายด้วยเช่นกัน มินฮยองพาร่างที่ไร้วิญญาณของตัวเองออกมาจากตัวบริษัทที่ปิดไฟไล่พนักงานดีเด่นที่อยู่ทำงานจนดึกเพราะอยากได้เงินเพิ่ม ไม่ใช่แค่มินฮยอง ยังมีอีกหลายคนที่ออกมาสภาพไม่ต่างกัน แต่เชื่อเถอะ คนพวกนั้นสภาพดีมากกว่ามินฮยองตอนนี้เสียอีก

 

          พี่!”

 

           “…”

 

           พี่นั่นแหละครับ

 

          มินฮยองที่ได้ยินคนเรียกหยุดยืนกับที่แล้วหันมองซ้ายขวาว่าใครเรียก ทันทีที่เห็นเด็กนักเรียนม.ปลายตัวสูงที่เดินเข้ามาใกล้ ก็ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อยืนยันว่าเด็กคนนั้นเรียกเขาจริงๆใช่หรือเปล่า

 


          เมื่อเด็กตัวสูงเดินเข้ามาใกล้ ยิ่งเห็นใบหน้าที่ถอดแบบมาจากพวกไอดอลดังๆก็ไม่ปาน รูปร่างดูดี รวมถึงส่วนสูงที่สูงเลยเขาไปอีกตั้งหลายเซนติเมตรอีก ถ้าคนตรงหน้าไม่ใส่ชุดนักเรียนก็ไม่สามารถเดาอายุได้เลย

 

          มีอะไรหรือเปล่า

 

           มีครับ  นั่นดิ ไม่มีจะเรียกเอาไว้หรอ คงไม่มีใครอยากเรียกพนักงานบริษัทสภาพเหมือนซอมบี้แบบนี้เฉยๆหรอกมั้ง

 

            “….. เด็กคนนั้นยังไม่พูด แต่ขยับเข้ามาใกล้จนมินฮยองเผลอก้าวถอยหลังอย่างระวังตัว

 

             ผม เป็นแฟนในอนาคตของพี่

 

             มินฮยองยืนนิ่งแข็งทื่อ จะบ้าไปแล้วหรือไง แฟนในอนาคตอะไรเล่า แฟนในปัจจุบันก็เพิ่งเลิกจนกลายเป็นแฟนในอดีตไปแล้ว หรือว่าอนาคตที่เด็กคนนี้จะหมายถึง....

 


             ‘…อีกไม่นานจะได้เจอเนื้อคู่แล้วนะ

 


              ไม่จริงหรอก อย่างมินฮยองเนี่ยนะ จะไปคบกับคนที่อายุน้อยกว่าตัวเอง ยังไงก็ไม่มีทางซะหรอก เด็กคนนี้ต้องไม่ปกติแน่ๆ มิจฉาชีพหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

               จะบ้าหรือไง ไปไกลๆเลยนะ ฉันไม่มีเงินให้นายหรอก หน้าตาฉันดูมีเงินหรือไง เด็กบ้า!” มินฮยองผลักอกเด็กตัวสูงให้ออกห่างแล้วรีบสับขาเดินหนีให้ไวที่สุด ถ้าไม่ติดที่ว่าประโยคถัดไปของเด็กคนนั้นทำให้ขาเล็กๆนั้นหยุดเดินทันที

 

                พี่จะไม่เชื่อก็ได้ แต่รอยตรงคอพี่ ผมเป็นคนทำเอง

 

               เจ้าของร่างบางเบิกตากว้างอย่างตกใจ รีบกระชับคอเสื้อเชิ้ตของตัวเอง มันรู้ได้ไงวะ ขนาดดงฮยอก เพื่อนสนิทเกือบสิบปียังไม่รู้เลยว่ามีคนทำรอยตรงคอของเขา เรื่องแบบนี้ใครจะกล้าไปบอก ยิ่งคนไม่รู้จักเพิ่งเห็นหน้ากันครั้งแรกอย่างเด็กตรงหน้าก็ด้วย มินฮยองหมุนตัวกลับไปหาเด็กหนุ่มตัวสูง รีบคว้ามือหนาที่ปล่อยลงข้างตัวมาจับแล้วลากให้เดินไปด้วยกัน หากมายืนคุยตรงนี้แล้วมีคนในบริษัทได้ยิน เตรียมตัวเป็นท็อปปิกหลักของกลุ่มซุบซิบพรุ่งนี้ได้เลย

 

         


 

 

           พี่จะพาผมไปไหนเนี่ย

 

           ไปโยนทิ้งมั้ง เลิกถามมากสักที

 

          คนร่างเล็กยังไม่ลดความพยายามที่จะลากคนตัวสูงใหญ่กว่าตัวเองให้เดินไปด้วยกัน ยังไม่คิดว่าจะพาไปคุยตรงไหนดี คิดแค่หาพื้นที่เงียบๆ ไม่มีผู้คนเดินผ่านมาได้ยินก็พอ

 

          ทันทีที่ถึงจุดหมาย มินฮยองก็สะบัดมือทิ้งอย่างนึกรังเกียจ ผิดกับคนตัวสูงที่ยิ้มตาหยีจนลักยิ้มทั้งสองข้างบุ๋มลง ตากลมโตไล่มองไปยังป้ายชื่อตรงอกที่เขียนตัวอักษรสามตัวบนนั้น จอง แจฮยอน

 

          มินฮยองขมวดคิ้ว พยายามนึกว่าวันที่เพิ่งเลิกกับแฟนแล้วไปเมาหัวราน้ำทั้งๆที่ดื่มครั้งแรกนั้น เคยเจอเด็กคนนี้หรือเปล่า ไม่รู้ว่าเคยเจอมั้ย แต่วันนั้นที่ตื่นมาตอนเช้าพร้อมกับหัวที่หนักเหมือนสิบห้าโล มินฮยองตื่นขึ้นมาในห้องพักหนึ่ง มันไม่ใช่โรงแรม แต่เป็นห้องพักที่เป็นห้องชุดของพวกคนรวยเลยล่ะ ทันทีที่กวาดสายตาไปมองรอบห้องก็ตกใจรีบคว้าโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินที่วางอยู่หัวเตียงแล้ววิ่งออกจากห้องมาเลย ไม่ได้นั่งรอเจ้าของห้องมาเจอ แต่ก็ยังดีที่วันนั้นไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น เสื้อผ้าเขายังอยู่ครบ ยกเว้น กระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนที่ปลดออกไปเมื่อไหร่ โดยใครก็ไม่รู้

 

          รู้อีกที ก็ตอนที่เปิดดูตรงคอที่รู้สึกเจ็บหน่อยๆแล้วเจอรอยปริศนาประทับอยู่


           และเจ้าของฝีมือก็ยืนฉีกยิ้มอยู่ตรงหน้าเขาเนี่ยแหละ

 

          อยากทึ้งหัวตัวเองชะมัด ทำไมต้องเด็กม.ปลายด้วย!!!!

 


          นาย นายคือคนที่ทำรอยนี่จริงๆหรอ

 

          ใช่ครับ

 

           แล้วทำไมถึงทำล่ะโว้ย!!! นายเห็นคนแปลกหน้าก็เที่ยวไปจุ๊บคอเขาอย่างนี้น่ะหรอ เป็นเด็กประสาอะไร

 

           ไม่รู้ว่าเขาพูดผิดตรงไหน มนุษย์ตัวโตตรงหน้าถึงได้หัวเราะออกมา แล้วยิ้มด้วยความเอ็นดูใส่คนอายุมากกว่า พี่ต้องโทษตัวเองมากกว่านะ ที่ตัวหอมเกินไป

 

          มินฮยองแทบกระโจนกระโดดกัดหัวเด็กตรงหน้า ถ้าไม่ติดที่ว่ามีคนเดินผ่านมาทางนี้พอดี ไม่งั้นพรุ่งนี้ได้ออกหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งพาดหัวว่า  พนักงานซอมบี้ดีเด่นกระโดดกัดหัวเหยื่อ สาเหตุเพราะเหยื่อกวนประสาท ทำนองนั้น

 

          นายเล่าเรื่องคืนวันนั้นให้ฉันฟังมาทั้งหมดซะ

 

           รูปประโยคเหมือนเป็นประโยคคำสั่ง แต่ดวงตากลมโตที่ช้อนขึ้นมาสบตากับคนที่สูงกว่ากลับเหมือนลูกแมวตัวน้อยกำลังอ้อนขออาหารเสียมากกว่า แล้วนักล่าอย่างเขาจะไม่ช่วยเหลือได้ยังไงล่ะ

 

 


          ย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

 

          แหล่งสถานบันเทิงที่อัดแน่นไปด้วยนักเที่ยวกลางคืน เสียงดนตรีของแต่ละร้านดังลอดออกมาจากประตู แจฮยอน วัยมัธยมที่ไม่ใช่เด็กเรียนเท่าไหร่นัก เขาดื่มเป็น มีวันไนท์แสตนกับคนรุ่นราวเดียวกันบ้าง กับคนอายุมากกว่าบ้าง และวันนั้นเป็นอีกวันที่เขาจะเข้าไปสังสรรค์กับเพื่อนที่มีเส้นพอจะเข้าไปทั้งๆที่พวกเราก็อายุยังไม่ถึง แจฮยอนที่เข้าไปนั่งอยู่ด้านในโซนวีไอพี กวาดตามองรอบๆร้าน เขายกแก้วให้กับหญิงสาวที่ดูเหมือนอายุมากกว่า และสุดท้ายเราก็ไปต่อกันที่ห้องน้ำ ห้องในสุด

 

      จังหวะที่เขาออกมาหลังจากแยกย้ายกับหญิงสาวเมื่อครู่ สายตาคมดันไปสะดุดเข้ากับผู้ชายร่างบางคนหนึ่งที่ดูไม่ค่อยเข้ากับสถานที่นี้เท่าไหร่ ที่ว่าดูไม่เข้าไม่ได้หมายถึงเขาดูเด็กเกินไป หรือแก่เกินไป แต่ท่าทางที่ดูอ่อนต่อโลกแบบนั้น ไม่น่าพาเขามาอยู่ที่นี่ได้ ความสงสัยถึงได้พาแจฮยอนไปหยุดยังโต๊ะนั้นที่คนๆนั้นนั่งอยู่คนเดียว หัวกลมๆทิ่มลงโต๊ะ ตัวสั่นจนไม่รู้ว่าหนาว หรือว่ากำลังหัวเราะอยู่ แต่พอเมื่อเงยหน้ามา ใบหน้าที่เขาเห็นครั้งแรกก็ใจเต้นจนเผลอหลุดชมว่าน่ารักนั้นเคลือบน้ำตาฉ่ำคลอหน่วย อีกทั้งเลอะเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้า ตา จมูก และแก้มแดงก่ำไปหมดจนนึกสงสาร เขาสะกิดเรียกสติจากอีกฝ่าย แต่คนที่มือกำแก้วแอลกฮออล์แน่นไม่ตอบรับเลย เอาแต่ร้องไห้โฮอย่างเดียว แจฮยอนเลยตัดสินใจพาคนๆนี้ออกมา เพราะดูไม่ได้สติอย่างเต็มขั้น หากปล่อยไว้ ไม่รู้จะมีใครมาลากเจ้าตัวไปไหนต่อไหนหรือเปล่า

 

          แจฮยอนพามายังห้องพักที่เขาอยู่ประจำแทนการกลับบ้านเมื่อไม่สบายใจ จะว่าไปก็เป็นที่ที่เขาพาผู้หญิงขึ้นมามีความสุขที่นี่ แต่กับคนนี้

 

      หลังจากพาคนที่ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อขึ้นไปบนเตียง แจฮยอนก็ได้แต่ยืนมอง ร่างเล็กที่สวมเสื้อเชิ้ตติดกระดุมไปจนสุด กับกางเกงสเเลคสีดำขายาว เขาก้มตัวเพื่อถอดรองเท้าให้อีกฝ่าย หวังว่าให้คนที่นอนอยู่บนเตียงจะได้หลับสบาย ทันที่ที่ถอดรองเท้าให้เรียบร้อย คนบนเตียงก็พลิกตัวหันหลังให้เขา กวาดแขนเล็กๆไปบนเตียงแล้วคว้าหมอนบนหัวนอนมากอด

 

          เหมือนเด็ก ในหัวของแจฮยอนคิดแบบนั้น

 

          ความหวังที่จะพาอีกฝ่ายมาต่อที่นี่คงสานต่อไม่ได้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้สติแบบนี้ ยังไงเขาก็ไม่กล้าทำ หากอีกฝ่ายไม่ยินยอม ร่างสูงหย่อนตัวนั่งบนเตียงจับอีกฝ่ายพลิกหันกลับมา ยกตัวให้ร่างบางพิงกับหัวเตียง เพื่อเขาจะได้เช็ดตัวได้สะดวก

 

          เนื้อตัวแดงก่ำจนน่าสงสาร ไม่รู้ว่าแพ้หรือเป็นปกติเมื่อดื่มแอลกฮออล์อยู่แล้ว หัวกลมๆ เอียงจะล้มตัวนอนอย่างเดียว จนเขาต้องคอยประคองเอาไว้ เอาผ้าขนหนูซับบนใบหน้าเบาๆ ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งหลงใหล เขาเจอคนตั้งมากมาย แต่ไม่เคยเจอคนไหนที่ทำให้อยากหยุดสายตาไว้เท่านี้มาก่อน มือหนาที่คอยเช็ดเลื่อนลงมายังต้นคอขาว ความคิดด้านชั่วร้ายสั่งให้เขาสร้างรอยแสดงความเป็นเจ้าของบนคอเนียนนั้น จะโทษเขาเลยก็ได้ที่ยอมทำตามมันอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

          กดริมฝีปากบนต้นคอด้านใน ขบลงไปเบาๆเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว แต่กลิ่นหอมประจำตัวของคนในอ้อมกอดมัวเมาให้เขาขบริมฝีปากลงไปแรงมากกว่าเดิม จนร่างเล็กสะดุ้งตกใจเพราะความเจ็บจี๊ด แจฮยอนกดจูบเบาๆบนต้นคอเพื่อปลอบใจ แล้วจัดท่านอนอีกฝ่ายให้เรียบร้อย โดยไม่ลืมคลุมผ้าห่มให้ถึงคอ ป้องกันตัวเองที่นึกอยากไปทำรอยอีกข้างขึ้นมาอีก

 

 


          แจฮยอนนอนบนโซฟาตั้งแต่เมื่อคืน แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาตอนสาย ไม่พบร่างบางที่นอนอยู่เตียงแล้ว กระเป๋าเงินกับโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนหัวเตียงก็หายไปเช่นกัน

 

          แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความโชคดีอยู่ แจฮยอนคิดไว้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องหนีออกไปก่อน เมื่อคืนเขาถึงได้แอบเปิดกระเป๋าเงินเพื่อดูชื่อจากบัตรประชาชน และไม่ลืมดึงนามบัตรที่มีที่ทำงานของอีกฝ่ายระบุเอาไว้ ใครมาเห็นต้องคิดว่าแจฮยอนเป็นบ้าแน่ๆ ที่นั่งยิ้มให้กับนามบัตรธรรมดาๆในมือ

 

 



           มินฮยองอ้าปากค้างหลังจากฟังแจฮยอนเล่าจนจบ ไม่รู้ว่าควรขอบคุณเด็กตรงหน้าที่ไม่ปล่อยให้คนเมาหัวทิ่มโต๊ะโดนลากไปไหนต่อไหนดีมั้ย จะว่าไป เขาก็ไม่ระวังตัวเองจริงๆแหละ

 

          ขอบใจนะที่มาช่วย แต่ไม่เห็นต้องทำ เอ่อ รอยบนคอเลย อยากได้เงินก็บอกดีๆดิ

 

          แจฮยอนขมวดคิ้ว คำก็เงิน สองคำก็เงิน คนตรงหน้าเห็นว่าเขาเป็นคนยังไงเนี่ย ผมไม่ได้อยากได้เงินจากพี่

 

          โอเค ไม่อยากก็ไม่อยากสิ แล้ววันนี้มาทำไม มาพูดจาแปลกๆอีก แฟนในอนาคตอะไร นายย้อนเวลามาหรือไง จะเพิ่มเด็กที่ชื่อจองแจฮยอนเขาไปในคลังคนพูดอะไรไม่รู้เรื่องไปด้วยอีกคน ประเภทเดียวกับดงฮยอกเลย

 

          ผมไม่ได้ย้อนเวลา ผมก็คือผมตอนอายุ 18

 

           ฉันชักจะงงแล้วนะ

 

           อีก 2 เดือนข้างหน้า พี่ก็จะรู้เอง

 

 

          จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอีก 2 เดือนข้างหน้าจะมีอะไรที่ว่าจริงหรือไม่ กลับกลายเป็นว่า อยู่ๆมินฮยองก็สนิทกับแจฮยอนเสียอย่างนั้น เลิกงานเมื่อไหร่ก็จะเจอแจฮยอนกดโทรศัพท์อยู่ข้างหน้าทางเข้าบริษัท มีบ้างที่ทั้งคู่จะไปหามื้อเย็นกินด้วยกัน ส่วนใหญ่มินฮยองจะเป็นคนจ่าย โดยแปะเงื่อนไขความเป็นพี่ เกิดก่อน ก็ต้องเป็นคนเลี้ยง อีกอย่างแจฮยอนยังไม่มีเงินเดือนจะให้มาออกเงินแทนตนได้ยังไง แจฮยอนก็หยุดเที่ยวกลางคืนไปเลยตั้งแต่เจอมินฮยอง เขากลับบ้านบ่อยขึ้น ไม่รู้ว่าจริงแค่ไหน แต่มันก็ออกมาจากปากของแจฮยอนทั้งหมด เขาเลยจะยอมเชื่อก็ได้

 

          กินนี่มั้ย นายเคยบอกว่าชอบเมล่อนปัง มินฮยองสะกิดหลังเรียกคนที่อยู่คนข้างหน้าให้หันมา แจฮยอนเลิกคิ้วอย่างประหลาด เมื่อคนที่เจอกันได้ไม่นานจำว่าเขาชอบกินอะไรได้แม่นยิ่งกว่าคนในครอบครัวของเขาเองเสียอีก

 

          เขาหันตัวมาแล้วยืนรอให้มินฮยองคีบขนมปังชิ้นใหญ่สุดวางลงในถาด ตอนนี้เราอยู่ในร้านขนมปังที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าอีกที วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ทั้งมนุษย์เงินเดือนรวมถึงเด็กวัยมัธยมก็ว่างตรงกันพอดี หนังเรื่องหนึ่งที่เอาค่าตั๋วกับค่าป๊อปคอร์นเครื่องดื่มมารวมกันแล้วจ่ายกันคนละครึ่ง แจฮยอนรู้สึกไม่แฟร์เท่าไหร่หากจะให้มินฮยองออกอยู่ฝ่ายเดียว

 

          แจฮยอนยังไม่รู้จักมันมากนักหรอกเรื่องความรัก เขาแค่รู้จักความหลง หรือเห็นอะไรที่พอใจเพียงผิวเผินก็เท่านั้น ครอบครัวเขาไม่ได้อบอุ่นอย่างที่คิด ถึงแม้จะเกิดบนกองเงินกองทองอย่างที่ใครว่ากัน เลยเลือกตัดสินใจหาความสุขจากคนอื่น สถานบันเทิง รวมถึงนอนกับผู้หญิงบ้างเป็นครั้งคราว จนกระทั่งมาเจอมินฮยอง อยู่ๆเขาก็รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า ใบหน้านั้นคุ้นเคยเหมือนเจอที่ไหนมาก่อน ถ้าไม่ในฝันก็คงเป็นสักที่ที่ไม่มีอยู่จริง เขาคิดว่าอย่างนั้น คนที่ตัวเล็กกว่าเขาตั้งมาก แต่ใจกว้างและอบอุ่นอย่างเหลือเชื่อ มินฮยองสอนเขาในการใช้ชีวิตอย่างที่ผู้ใหญ่สอนเด็ก โดยย้ำว่าถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องเชื่อฟังครอบครัวมากที่สุดอยู่ดี เปิดใจให้คนที่บ้านบ้าง อย่ามัวแต่คิดค้านว่าไม่มีใครฟังตน ทั้งๆที่ตนก็ไม่ฟังใครเหมือนกัน พอต่างคนต่างไม่เข้าใจถึงแตกหักกันอย่างที่เป็นปัญหาอยู่ พอเขาได้กลับบ้านไปวันนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากหลังมือเป็นหน้ามือเลยด้วยซ้ำ

 

          แล้วพี่ชอบกินอะไร ตั้งแต่รู้จักกันมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ผมยังไม่รู้เลย มินฮยองที่กำลังจัดขนมปังในถาดเงยหน้ามองเด็กหนุ่ม แล้วยิ้มออกมาบางๆ

 

          ฉันก็ชอบเหมือนนายนั่นแหละ ใจตรงกันเลยเนอะ

 

 

 

          มินฮยองไม่รู้ว่าสถานะตอนนี้คืออะไร ไม่ใช่แฟน ไม่ใช่พี่น้อง แต่รู้สึกผูกพันกัน ปฏิทินตั้งโต๊ะถูกขีดฆ่านับวันอย่างตื่นเต้น เขากะไม่ถูกด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดขึ้นวันไหน แต่แค่คิดว่าแจฮยอนในอนาคตจะเป็นแฟนของเขาก็อดจะรู้สึกดีไม่ได้ ถ้าตามหลักความเป็นจริง มันเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเฝ้ารออย่างมีความหวัง

 

          มินฮยอง เสียงเรียกจากข้างหลังทำให้คนสองคนที่เดินขนาบข้างกันต้องหันมามอง แจฮยอนเหลือบมองร่างเล็กข้างๆที่เงียบนิ่งไปแล้ว เดาได้ไม่ยากเลยว่าคนตรงหน้าต้องเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้มินฮยองร้องไห้อย่างหนักในคืนนั้น

 

          พี่ไปคุยกับเขาเถอะ เดี๋ยวผมยืนรอแถวนี้ แจฮยอนตัดสินใจดึงถุงในมือของมินฮยองมาถือเอง แล้วดันหลังเล็กให้ขยับไปข้างหน้า มินฮยองหันกลับมามองเขาอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจนัก ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินไปกับผู้ชายคนนั้น คนที่ยังติดอยู่ในใจของมินฮยองเสมอ

 

 

 

           มินฮยองกลับมาที่เดิม แต่เดินหาจนทั่วก็ไม่พบแจฮยอน เบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางติดต่ออื่นก็ไม่มี ร่างบางเดินหาจนปวดเท้าไปหมด ก็ยังไม่พบคนที่บอกว่าจะยืนอยู่แถวนี้ ไม่รู้ว่าแถวนี้ของแจฮยอนไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงหาไม่เจอสักที

 

     

           เกือบเดือนแล้วที่ไม่เจอเด็กชุดนักเรียนตัวสูงมายืนกดโทรศัพท์รอเขาเลิกงานอย่างทุกครั้ง มินฮยองต้องคอยตอบคำถามเพื่อนที่ทำงาน เจ้านาย หรือแม้กระทั่งดงฮยอก เขาหมดหนทางจริงๆที่จะตามหาเด็กคนนั้น เมื่อกลับไปหายังห้องพักที่แจฮยอนเคยพาไปตอนที่เมา ก็พบว่าเจ้าของเก่าขายไปแล้ว เพราะเจ้าตัวจะไปอยู่ที่บ้าน และไม่ได้ให้เบอร์ติดต่ออะไรไว้เลย พอหลายวันหลังจากนั้น แจฮยอนค่อยๆหายไปจากความคิดของคนใกล้ตัวมินฮยองอย่างไม่ทราบสาเหตุ กลายเป็นว่าคนที่ชื่อแจฮยอนเป็นบุคคลใหม่ที่ดงฮยอก หรือ เพื่อนร่วมงานเพิ่งเคยได้ยิน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยถามหา มินฮยองไม่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรตั้งแต่ที่แจฮยอนหายไปจากชีวิตของเขา ไม่มีการติดต่อกลับมา ไม่มีการมาหา รวมถึงคนรอบข้างก็เริ่มลืมเลือนแจฮยอนราวกับถูกลบความจำกันไปหมด

 

               มินฮยองไม่น่าเชื่อคำเด็กคนนั้นเลย ไม่น่าเชื่อคำของดงฮยอกด้วย ไม่น่าเชื่อใครทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องมาเจ็บปวดแบบนี้

 

 

 


          ผ่านไปสองเดือนเต็ม ปฏิทินที่เคยขีดฆ่า หยุดขีดไปตั้งแต่วันที่แจฮยอนหายไป เพราะทุกวันนั้น มินฮยองคอยออกตามหาหรือหาทางติดต่อเด็กคนนั้นมาตลอดจนสิ้นหวัง จากที่เคยตื่นไปทำงานด้วยใบหน้าสดใส อยากจะทำงานเต็มที่ กลับมาห่อเหี่ยวเหมือนเมื่อสองเดือนก่อนอีกแล้ว

 

          เจ้าของดวงตาบวมตุ่ยยืนโหนรถประจำทาง ตำแหน่งเดิมในทุกๆเช้าที่ไปทำงาน มองผ่านกระจกรถก็พบว่าท้องฟ้าที่สดใสเมื่อเช้ามืดครึ้มอย่างที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น และอีกครั้ง เมื่อก้าวลงจะรถ ฝนห่าใหญ่ก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยมยิ่งกว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างมินฮยองเสียอีก ออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดีแต่ต้องไม่ใช่การวิ่งเข้าบริษัทเพื่อหลบฝน เครื่องปรับอากาศของบริษัทก็ทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพสมราคา มินฮยองที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่มจนแนบเนื้อยืนตัวสั่นงึกๆ ใบหน้าขาวซีดเพราะความหนาว ทันทีที่ถึงชั้นที่เขาทำงาน ขาเล็กๆก็รีบวิ่งไปตอกบัตรก่อนที่จะสาย หลังจากทำภารกิจสำคัญของช่วงเช้า ก็พาร่างเล็กของตัวเองเดินมายังโต๊ะทำงาน เสียงเอะอะของเพื่อนร่วมงานดังอย่างมีความสุขกับการตื่นมาคุยกับลูกค้า ขัดกับคนที่ตัวสั่นปากซีดเพราะหนาว เมื่อไหร่จะนึกได้เองบ้างว่าต้องพกร่มใส่กระเป๋ามา จะได้ไม่ต้องมาเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำแบบนี้ หัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียว แต่จากอารมณ์หงุดหงิดจนอยากทุ่มเก้าอี้ลงบนโต๊ะ หางตาก็ดันไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่ไม่น่าจะมาอยู่โต๊ะทำงานของเขาได้ มินฮยองวางกระเป๋าเป้ของตัวเองลงข้างๆ แล้วถึงหย่อนตัวลงนั่ง หยิบถุงกระดาษนั้นขึ้นมาดู

 

          เมล่อนปัง

 

          กลิ่นหอมหวานของขนมปังลอยขึ้นเตะจมูกโดยทันทีแม้ยังไม่ได้ลองชิม ริมฝีปากบางขยับยิ้มอย่างดีใจเมื่อนึกถึงเรื่องราวของเมื่อสองเดือนที่แล้ว มินฮยองหันไปถามเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ระแวกใกล้ๆเพื่อถามหาเจ้าของที่อาจจะเผลอมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานเขาหรือเปล่า แต่ทุกคนก็ปฏิเสธ อีกทั้งยังไม่มีใครเห็นเลยด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนเอามาวาง

 

          มินฮยองจะคิดว่านี่คือสิ่งที่ดีของวันนี้ก็แล้วกัน

 



          อยู่ๆห้องทำงานที่ส่งเสียงดังเหมือนจัดคอนเสิร์ตอย่างทุกวันก็เงียบกริบเหมือนใครมาลดเสียง ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีเสียงซุบซิบเบาๆที่พอให้คนในแผนกเดียวกันได้ยินอยู่บ้าง

 

           ได้ข่าวว่าลูกชายของท่านประธานที่เพิ่งได้รับตำแหน่งจะเข้ามาทำงานวันนี้วันแรกนะ

 

           ใช่คนที่เราเจอกันตรงหน้าลิฟต์หรือเปล่า?”

 

          ใช่…”

 

          จู่ๆเสียงซุบซิบเหมือนแมลงหวี่บินก็เงียบไป คนที่เงียหูคอยฟังอย่างมินฮยองถึงกับหยุดพิมพ์อีเมลที่คุยกับลูกค้า ขมวดคิ้วแล้วหันไปทางต้นเสียงที่ตอนนี้นั่งนิ่งแล้วมองมาทางเขาเช่นกัน

 

          มองทำไม หรือรู้ว่าเราแอบฟังอยู่

 

          และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่หันหน้ามา มินฮยองก็ช็อคไม่ต่างกัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างตกใจ ราวกับโลกหยุดหมุน เวลาหยุดเดิน รถหยุดวิ่ง หรืออะไรก็ได้ที่จะยกมาเปรียบความรู้สึกในตอนนี้

 

          ผิดกับร่างสูงในชุดสูทภูมิฐานระบายยิ้มออกมาบางๆ ลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไปเป็นภาพที่เคยคุ้นตา ผิดแค่กับเด็กมัธยมในวันนั้น มาอยู่ในคราบของประธานบริษัทคนปัจจุบัน

 

          เขาเดินมาหยุดตรงหน้าของมินฮยองท่ามกลางสายตาของหลายคนที่จ้องมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น มินฮยองกลืนน้ำลายลงคออย่างช้าๆ มองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง คนที่หายไปเป็นเดือน ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว มาโดยที่เขาไม่ต้องตามหา มาโดย

 


            ผม เป็นแฟนในอนาคตของพี่ไงครับ


 

           บ้าไปแล้ว หมายถึงมินฮยองนี่แหละที่บ้า

 

          แล้วหัวใจทำไมถึงเต้นแรงขนาดนี้ และมันเต้นแรงขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าขยับปากพูดประโยคที่เหมือนย้ำเตือนอีกครั้งว่า เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นความจริง….

 

 

 


 


             คุณมินฮยอง ยังชอบเมล่อนปังอยู่มั้ยครับ?

 






     THE END.




TALK

          กลับมาในเด็กดีเเล้ว รู้สึกไม่ได้เขียนบรรยายนานเลย เหมือนอัพเเค่เดือนละตอนเลย555555 ไม่มีเพลงเเนะนำอย่างทุกครั้งนะคะ ตอนเริ่มเขียนไม่ได้เปิดเพลงเลย ตอนนี้มีความตั้งใจอยากเขียนให้น้องมาร์คอายุน้อยกว่าเเจฮยอน สำเร็จเเล้ว!!! เขียนตั้งเเต่ 3 โมงกว่าจนถึงตอนนี้ถึงจะสั้นไปหน่อยนะคะ เเต่ตั้งใจเขียนให้ได้อ่านจริงๆค่ะ!!! เรื่องนี้ออกเเฟนตาซีนิดๆนิดจริงๆ เลยมีเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามความเป็นจริงเข้ามาค่ะ ผิดพลาดตรงไหนก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ หากเราเขียนไม่ชัดเจนต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าสงสัยทักมาถามได้เลย 

      ขอบคุณทุกคอมเม้นล่วงหน้าเลยค่ะ พวกคุณทำให้เรามีกำลังใจเขียนจริงๆ จะพยายามเขียนให้ดีกว่านี้นะคะ ขอให้ชอบกันนะคะ ขอบคุณมากค่า







* ทำไมเเจฮยอนมี 2 คน

เหมือนกับเเจฮยอนตอนอายุ 18 ปีมาปรากฎให้มินฮยองเห็น คล้ายๆกับมาบอกล่วงหน้าว่า ตอนที่เเจฮยอนอายุ 27 จะได้เป็นเเฟนมินฮยองประมาณนี้ค่ะ ส่วนเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเเจฮยอนอายุ 18 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เเจฮยอนอายุ 27 เลยจำได้

ถ้าใครสงสัยอะไรเพิ่มเติมทักมาถามเราได้เลยนะคะช่องทางติดต่ออยู่ที่ข้อมูลเบื้องต้นเลยค่า  :)))


*เพิ่มเติมค่ะ

เเจฮยอนอายุ 27 (ปัจจุบัน) ก็มีชีวิตอยู่อีกที่หนึ่งนะคะ คล้ายๆกับโลกคู่ขนานหน่อยๆ เเค่รอเวลามาเจอมินฮยองอีกครั้งหลังจาก 2 เดือนที่บอกไป เราอยากให้คนอ่านได้ลองจินตนาการไปว่าเเจฮยอนมาได้ยังไง เเล้วที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น เลยเขียนออกมาไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ขอโทษที่ทำให้งงด้วยนะคะ .__.







 

 

 

     

 

 

 

 

         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #274 dereine_i (@miii_i) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 23:00
    แงงงงงง้คุณไรท์ ขอสารภาพก่อนเลยว่าแอบบงงนิดๆจนต้องย้อนอ่านใหม่อีกรอบ แต่พออ่านแล้วเก้ทก็รู้สึกอยากมีแฟนเด็กเลย 555 มันต้องเป็นดีมากๆแน่ๆถ้ามีแฟนเด็กมารอรับหน้าออฟฟิศทุกวัน เราขอแอบอนุญาตอิจฉามินฮยองนิดนึงนะคะ 5555

    อ่านช่วงแรกๆตอนที่คุณแฟนเก่าทิ้งน้องไปแล้วอยากตีมากๆเลย เทอบังอาจมากที่บอกเลิกลูกชั้น เทอต้องโดน!! แต่ก็ดีแล้วนะคะที่บอกเลิกไปเพราะมินฮยองจะได้เจอคนที่ดีกว่ามากๆๆๆๆอย่างแจฮยอน ถึงจะแอบร้ายจุ๊บคอพี่เค้าตั้งแต่ที่เจอ แถมยังหายไปไม่บอกไม่กล่าวให้พี่เค้าคิดถึงด้วยเถอะ 555

    แต่สุดท้ายแล้วด้วยแรงและพลังแห่งรักของเมลอนปังก็ทำให้กลับมาเจอกันอีกครั้งนะคะ คู่กันแล้วก็ย่อมไม่แคล้วกันเงี้ย โดยเฉพาะกับประโยคสุดท้ายที่ทำให้รู้สึกเขินมากๆเลย ถ้าถามว่ายังชอบเมลอนปังอยู่มั้ย ก็จะขอตอบแทนดังๆว่า ชอบคร่าาา คุณมินฮยองยังชอบคุณแจฮยอนเหมือนเดิม ><

    ปล. ยังมีกำลังใจอยู่ทางนี้นะคะคุณไรท์ ไฟท์ติ้ง!!

    #274
    0
  2. #272 puzzle97 (@jktfb97) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 22:15
    แฟนตาซีนิด ๆ น่ารักกกกกกกกก
    #272
    0
  3. #264 mondaytosunday (@beambi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 12:04
    สุ๊ดดดดดดดดดดดสุดมากกกกแงงงงงงงงงงงงงง้ น่ารักกก และถ้าคุณไรต์ใจดี น้งก็อยากอ่านสเปเรื่องนี้ค่ะ คิคิ
    #264
    0
  4. #263 Impeach (@mir_oku) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 10:41
    คือแบบ หูยยยยยย ชอบมากค่ะ เป็นแฟนตาซีที่น่ารักมาก ประโยคสุดท้ายแบบ อึ้งไปเลยจ้า ฮื่อออ เขินนนน
    #263
    0
  5. #262 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 23:38
    โอ้ยๆๆๆ พล็อตดีมากๆเลยค่าา เราชอบมากกกก น่ารักมากๆด้วย ฮือออ
    #262
    0
  6. #260 LK_8807 (@alice59) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 17:40
    ทีแรกก็ไม่เข้าใจจนอ่านจบละนึกดูอีกทีก็เข้าใจ มันน่ารักมากเลยชอบบบบบ
    #260
    0
  7. #259 ilfernll (@ilfernll) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 16:35
    ชอบอะไรที่เป็นแนวโลกคู่ขนานมากๆค่ะ มันอาจจะงงนิดๆหน่อย แต่พอเข้าใจแล้วก็เข้าใจเลย

    อ่านชีวิตพนักงานออฟฟิศของมินฮยองแล้ว รู้สึกเหมือนชีวิตตัวเองเลยค่ะ เหน่ยๆ ต่างกันแค่ไม่มีเด็ก ม ปลาย มายืนรอรับหลังเลิกงานกะเค้าบ้าง เห้ออ TT

    แจฮยอนเวอร์ชั่น 18 นี่น่าจะแซ่บไม่เบสเลยนะคะ ชอบค่ะ 55
    แต่แจฮยอนเวอร์ชั่น 27 ก็ดูจะอบอุ่นๆ นุ่ม เหมือนเมล่อนปังรัยงี้ รึเปล่าน้า

    ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นไหนก็ชอบ และก็อิจฉามินฮยองอยู่ดีค่ะ

    ถ้ามีโอกาส คุณไรท์อยากแต่งสเป ก็อยากเห็นว่า แจฮยอนเวอร์ชั่น 18 กับเวอร์ชั่น 27 จีบมินฮยองต่างกันยังไงบ้างนะคะ อิอิ
    #259
    0
  8. #258 INK-arth (@inkarth) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 14:19
    แบบเหมือนเกิดมาเพื่อกันและกันเลย น่ารักมากๆอะไรที่ชอบเหมือนกันเนี่ย แง
    #258
    0
  9. #257 BABY_PORPER (@sunggyupoelove) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 03:17
    แงงงง น่ารักจัง
    #257
    0
  10. #256 marklee's girl (@elfjunior) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 00:45
    ชอบพล็อตนี้จังเลยค่ะ ฮือ ใจเต้นแรงเลย ถ้าไม่จั่ว os จะถามว่ามีต่ออีกไหมคะ แง
    #256
    0
  11. #255 พิหมีนะเออ (@krisloveyeol) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 00:15
    แงงงงงง เราเข้าใจค่ะๆๆๆ อ่านแล้วโอ้โหแฟนตาซี แต่ชอบมากเลย น่ารักที่สุด ยิ่งตอนสุดท้ายที่พูดว่ายังชอบเมล่อนปังอยู่มั้ย ฮื่อออออ
    #255
    0
  12. #254 ตะอุน (@123094) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:47
    สุดยอดดดดด อ่านจบแล้วอึ้ง น่ารักมากๆๆๆ ชอบที่สุดเลย555 เราก็ว่าเอ๊ะ แบบแจฮยอนจะแค่อายุ18 เองเหรอเนี่ย พล็อตดีเว่อ
    #254
    0
  13. #253 Sasi03878454 (@Sasi03878454) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 22:25
    ชอบบบบบ แง้ แต่งงๆคือแจฮยอนย้อนไปเหรอหรือยังไง5555 หรือเราไม่รู้เองเนี้ย แต่ตอนที่พูดว่ายังชอบเมล่อนปังเหมือนเดิมไหมคือ เขินนนนนนน
    #253
    1
    • #253-1 mommyslittlelion (@mommyslittlelion) (จากตอนที่ 18)
      27 เมษายน 2561 / 22:40
      ขอโทษที่เขียนไม่ชัดเจนนะคะ ฮื้อ ไม่ได้ถึงกับย้อนเวลามาค่ะ เหมือนเเค่เเจฮยอนตอนอายุ18มาหามินฮยอง เเต่เเจฮยอนปัจจุบันก็มีชีวิตอยู่อีกที่เหมือนกัน เเล้วเพิ่งได้เวลามาเจอมินฮยองหลังจาก2เดือนเเล้วฮับ
      #253-1