[SF/OS] NCT JAEMARK - MY J

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,236 Views

  • 327 Comments

  • 705 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    282

    Overall
    12,236

ตอนที่ 17 : [OS] SENOR

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    21 มี.ค. 61




Theme song ; 

One More Chance - Thinking about you

Standing EGG - 그 자리에 있어




 








แจฮยอน แจฮยอนอยู่ไหน!!!!

 

เสียงใสแผดเสียงดังลั่นบ้าน ทำให้เหล่าบรรดาสาวใช้ที่ทำหน้าที่ของตัวเองรีบวิ่งหน้าตาตื่นมารอรับใช้คุณหนูของพวกเธอบริเวณทางขึ้นบันไดอย่างทุกครั้ง ประตูที่ทำจากไม้ราคาเเพงถูกเปิดอย่างรุนแรงและไม่สนใจว่าการปิดกระแทกจะทำให้เกิดเสียงดังน่ารำคาญขนาดไหน ร่างเล็กที่สวมชุดนอนลายทางขายาวเดินกระแทกส้นเท้าไม่พอใจเมื่อตามหาคนที่ตัวเองเรียกหาเมื่อครู่ไม่เจอเสียที

 

เราถามว่าแจฮยอนอยู่ไหน เอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเดินมาพบสาวรับใช้นับสิบคนที่ยืนรอรับคำสั่ง พวกเธอหันหน้ามองกันเพื่อเกี่ยงไว้ใครจะเป็นคนตอบ จนผู้เป็นเจ้านายต้องย้ำอีกครั้งตามอารมณ์ทีเริ่มรุนแรงเกิดจากความไม่พอใจที่ปล่อยให้รอฟังคำตอบนาน และก่อนที่หัวหน้าแม่บ้านจะตอบเพราะอาวุโสทั้งอายุและระยะเวลาที่ทำงานอยู่ที่นี่ สาวใช้ที่สวมชุดนิฟอร์มเดียวกันก็รีบวิ่งเข้ามาในตัวบ้านแล้วกระซิบบอกถึงการกลับมาของผู้มาใหม่

 

มินฮยองขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่พอใจอีกครั้ง ก่อนที่คิ้วเรียวสวยจะคลายออกอย่างช้าๆ เมื่อคนที่ตัวเองถามหามาตลอดหลายนาทีปรากฏตัว

 

ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าผมไม่ใช่คนรับใช้ของคุณ

 

ร่างสูงใหญ่ที่สวมชุดสูทเนี๊ยบสั่งตัดราคาแพง พร้อมใบหน้านิ่งขรึมที่ไม่เคยยิ้มของคนที่อยู่ข้างล่างทำให้มินฮยองระบายยิ้มเล็กน้อย

 

เราบอกไว้แล้วไม่ใช่หรอว่าถ้าจะไปบริษัทให้รอเราก่อน เด็กหนุ่มพูดอย่างเอาแต่ใจ ใช้ศักดิ์ความเป็นเจ้านายกอดอกเชิดหน้า ไม่สนว่าคนที่จ้องมาด้วยสายตาตำหนิจะอายุมากกว่าตนตั้งหลายปี

 

กว่าคุณจะตื่น แจฮยอนก็ยังคงเป็นแจฮยอนทีมักจะตำหนิเขาอย่างสม่ำเสมอ อะไรกัน นี่เพิ่ง 11 โมงเองนะ ผิดตรงไหนที่ตื่นเวลานี้ แล้วอีกอย่างบริษัทก็ไม่ได้เปิด 8 โมง แล้วปิด 11 โมงเสียทีไหน แจฮยอนขี้บ่นชะมัด

 

ก็ตื่นแล้วนี่ไง นี่ ไปช่วยเราเลือกชุดไปทำงานหน่อยสิ

 

เด็กเอาแต่ใจเจ้าวางอำนาจออกคำสั่งเขาอีกครั้ง จนชายหนุ่มต้องถอนหายใจ เอ่ยบอกสาวรับใช้ที่ยังคงยืนอยู่ให้กลับไปรับผิดชอบหน้าที่ของตน ส่วนเรื่องคุณหนูของพวกเธอ เขาจะเป็นคนจัดการเอง ว่าจบก็เดินตามคนเอาแต่ใจที่เดินย่างก้าวกลับเข้าห้องนอนตัวเองไป

 

 

 


มินฮยองออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำ ร่างเล็กนั่งแกว่งขาอยู่ที่ปลายเตียง จับจ้องใบหน้าคมของคนที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ดูเหมือนแจฮยอนจะชั่งใจว่าจะให้เขาใส่ชุดสูทดำ เชิ้ตสีขาว กางเกงแสลทสีดำ หรือ เชิ้ตสีขาว สูทน้ำเงิน กางเกงน้ำเงินดี จนกระทั่งหันมาหาคนที่นั่งมองเพลินตาบนเตียงเพื่อเป็นการเลือกที่จะตัดสินใจครั้งสุดท้าย

 

คุณลุกขึ้นมาหน่อย…” มินฮยองยอมลุกอย่างว่าง่าย พาร่างที่สูงเพียงปลายจมูกของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ยืนเป็นตุ๊กตาตัวน้อยให้อีกฝ่ายเอาชุดทาบตัว ใบหน้าหล่อเหลาที่มินฮยองชอบมองขมวดคิ้วอีกครั้งจนอดไม่ได้ที่จะหลุดขำเบาๆ แต่โชคดีที่แจฮยอนไม่ได้ยินชุดนี้แล้วกัน แจฮยอนยื่นชุดสูทสีน้ำเงินใส่มือเล็กเมื่อตัดสินใจได้ แล้วถึงเดินออกจากห้องไปเพื่อให้เขาจัดการแต่งตัวเอง อย่างทุกครั้งที่แจฮยอนไม่เคยตามใจเขา

 

รถคันสีดำเลื่อนมาจอดตรงหน้าประตูทางเข้าบ้านบานใหญ่พอดีกับที่คุณหนูเพียงคนเดียวของบ้านเดินลงมายังบันไดขั้นสุดท้าย เจ้าตัวเดินไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับแล้วหย่อนตัวลงไปแทนที่จะไปนั่งยังเบาะหลังอย่างทุกครั้ง เมื่อคนขับรถชั่วคราวหันมามองเขาหน้านิ่ง มินฮยองถึงได้เลื่อนสายตาไปสบกับอีกฝ่าย


วันนี้เราจะนั่งตรงนี้ ไม่ได้หรือไง เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับรำคาญเขาเสียยิ่งกว่าอะไรตอบแทน ก่อนที่อีกฝ่ายเลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำแล้วขับรถออกไปโดยทันที

 

 


 

ตึกขนาดสูงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศคือที่ตั้งของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อีกรายหนึ่ง มินฮยองเลื่อนสายตามองไปยังทางเข้าด้วยความไม่คุ้นตาเท่าไหร่นัก ครั้งล่าสุดที่มินฮยองมาน่าจะประมาณสัก 5 ขวบ หรือน้อยกว่านั้น ซึ่งจำไม่ได้และไม่คิดที่จะสนใจจำมันเสียเท่าไหร่ รถคันสีดำที่คุ้นตาของราวพนักงานจอดเทียบตรงประตูทางเข้า ชายชุดสูทที่ยืนรอรับอยู่แล้วรีบวิ่งมาเพื่อเปิดประตูรถให้คุณหนูโดยทันที แสดงความเคารพถึงแม้จะอายุมากกว่าเขาอยู่หลายปี ถึงค่อยเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับเพื่อรับรถของผู้บริหารไปจอดยังที่จอดของมัน

 

สายตานับสิบกว่าคู่จับจ้องมายังทั้งมินฮยองและแจฮยอน อาการประหม่าจากการโดนจ้องนั้นทำให้มินฮยองทำตัวไม่ถูก ถึงแม้จะทำใบหน้าให้เรียบเฉยเหมือนเป็นสิ่งที่ตัวเองมักจะหยิบขึ้นมาป้องกันคนภายนอกที่มักจะคาดหวังผลประโยชน์จากตัวเขา แต่ในใจกลับกังวลเสียไปหมด ยิ่งที่เสียงซุบซิบถึงเขาตลอดทาง ยิ่งเผลอห่อไหล่ที่เล็กอยู่แล้วให้เล็กลงกว่าเดิม ท่าทางไม่มั่นใจในตัวของคุณหนูจอมเอาแต่ใจทำให้คนที่คอยสังเกตตลอดเวลาลอบหายใจ แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วกระซิบถ้อยคำอย่างแผ่วเบา

 

มั่นใจหน่อยครับ ถึงยังไงที่นี่ก็เป็นที่ของคุณ มินฮยองเงยหน้ามองคนที่ตัวสูงกว่า ใบหน้าของแจฮยอนยังคงเรียบเฉยเหมือนอย่างเคย แต่สายตาคู่นั้นที่มองมา มันอบอุ่นจนรู้สึกได้

 

คุณแจฮยอนคะ เสียงหวานของหญิงสาวที่แทรกขึ้นมากลางความอบอวลที่ตั้งชื่อของมันไม่ถูกจนทั้งคู่ต้องหันไปมองผู้มาใหม่ที่เดินตรงมาทางพวกเขา เจ้าของใบหน้าสวยหวานส่งยิ้มมาทางแจฮยอนอย่างชัดเจน จนมินฮยองต้องหันไปมองคนข้างๆที่ระบายยิ้มออกมา ยิ้มที่ไม่เคยแม้แต่จะเคยปรากฏออกมาให้เขาเห็นเลยสักครั้งตั้งแต่รู้จักกันมา

 

มินฮยองรู้สึกไม่ชอบใจผู้หญิงคนนี้เข้าแล้วสิ

 

และเธอก็เพิ่งจะรู้สึกถึงการมีตัวตนของมินฮยองเมื่อแจฮยอนเป็นฝ่ายแนะนำให้รู้จัก หญิงสาวยังคงระบายยิ้มอ่อนหวานเหมือนอย่างเคย ยิ่งทำให้อกข้างซ้ายเจ็บหนึบอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

 

            คุณหนูครับ นี่คุณจีอึนนะครับ เป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นอีกรายของบริษัทเรา มินฮยองพยักหน้าเบาๆเชิงว่ารับรู้แล้ว เพราะไม่ได้สนใจกับคนตรงหน้าเสียเท่าไหร่ และอีกไม่กี่วันก็คงลืมชื่อนี้จากสมองไปแล้ว

 

 

            แทบจะทั้งวันที่แจฮยอนพาไปพบบอร์ดบริหาร ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่อายุราวรุ่นคราวเดียวกับคุณตาเขา ซึ่งดูจากสายตาก็ไม่ค่อยจะพอใจที่มินฮยองจะเข้ามารับตำแหน่งสูงสุดของบริษัททั้งๆที่ก็ไม่มีประสบการณ์แตกต่างกับแจฮยอนที่คนพวกนั้นดูมั่นใจและอยากให้มารับตำแหน่งอันสำคัญนี้มากกว่า ซึ่งมินฮยองไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไร ในเมื่อก็ไม่ได้อยากเข้ามาสืบทอดธุรกิจอันยุ่งเหยิงเสียเท่าไหร่ แต่เพราะดันเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลลี ทำให้เลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นไปได้จริงๆ เขาก็อยากให้แจฮยอนรับตำแหน่งประธานนี้ไป เขาเชื่อว่ามันเหมาะสมกับแจฮยอนมากกว่าเขาเสียอีก

 

            เวลาล่วงเลยจนไปถึงเย็นพอดี ซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน มินฮยองเดินจนขาลากมาทั้งวันเพื่อดูแผนกต่างๆ เข้าไปดูการทำงานจากตำแหน่งเล็กๆที่เป็นอีกนึงกลไลสำคัญจนไปถึงตำแหน่งใหญ่ๆ ซึ่งก็ไม่ได้สำรวจครบถ้วนในเมื่อเวลามีจำกัด แต่ถึงยังไงแจฮยอนจอมเผด็จการก็จะบังคับขู่เข็ญให้เขามาอีกเป็นแน่ กับคุณตายังไม่เคยบังคับ ลี มินฮยองขนาดนี้เลย

 

            เป็นยังไงบ้าง บริษัทเรา หลานชอบมั้ย คำถามจากผู้ที่อายุมากที่สุดถามขึ้น มินฮยองส่ายหัวหวืด จนได้รับเสียงหัวเราะตามออกมา ตาเดาไว้แล้วว่าเราคงไม่ชอบ แต่อีกสักพักก็คงชอบเองนั่นแหละเนอะ มือหยาบกร้านแนบวางไว้กลุ่มผมนุ่มของหลานชายเบาๆแล้วระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเรียกชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังให้ขึ้นไปคุยยังห้องทำงานด้วยกัน

 

            มินฮยองพาร่างอันเหนื่อยหน่ายของตัวเองขึ้นไปยังห้องนอน อาบน้ำแต่งตัวเพื่อรอลงมาทานอาหารเย็น แต่นั่งรอนานเท่าไหร่ อีกสองคนที่อยู่ชั้นบนก็ยังไม่ลงมาเสียที

 

            เดี๋ยวพี่ไปตามให้เองค่ะคุณหนู สาวรับใช้ที่ยืนรอรับคำสั่งพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคุณหนูของเธอหันไปมองยังทางบันไดอยู่บ่อยๆ คาดว่าน่าจะรอเจ้านายอีกสองคนของเธอ

 

            ไม่ต้องเดี๋ยวเราไปตามเอง พี่ไปเตรียมอาหารมาแล้วกัน ร่างเล็กลุกขึ้นแล้วสับขาเดินขึ้นบันไดไปอย่างรอช้า จนกระทั่งพาร่างของตัวเองไปหยุดยังหน้าประตูห้องทำงานของคุณตา ขณะที่จะเคาะประตู ก็ได้ยินบทสนทนาของคนข้างในท่าสนใจจนต้องลดมือลง

 

            จะว่าไปอยู่กันมาตั้งนาน ฉันไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของเธอเลยนะ เสียงแหบพร่าของคุณตาพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

 

            เรื่องอะไรหรือครับคุณท่าน

 

            เธอสนใจใครบ้างแล้วหรือยัง ถ้ามีแล้วบอกฉันนะ ฉันจะได้ไปคุยกับฝ่ายนั้นให้

 

            มินฮยองที่เอาหูแนบประตูกัดริมฝีปากล่างแน่นลุ้นกับคำตอบของอีกฝ่าย ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นรัวเมื่อเกิดอาการตื่นเต้น

 

            “… มีแล้วครับ

 

            ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ในหัวนึกถึงใบหน้าเนียนสวยของคุณจีอึนนั่นเป็นคนแรก ทั้งสวยหวาน และเรียบร้อย ยังไงก็ถูกใจผู้ชายสุขุม อยู่ในกรอบระเบียบอย่างแจฮยอนเป็นแน่แท้อยู่แล้วแหละ ยังไงแจฮยอนก็ไม่มีทางมาสนใจเด็กเอาแต่ใจ นิสัยไม่ดีที่สร้างเรื่องน่ารำคาญใจให้เสมอแบบมินฮยองหรอก

 

            มือเล็กเคาะประตูไปทั้งที่ในใจอย่างมีอารมณ์หงุดหงิดค้างอยู่ จนกระทั่งประตูบานนั้นเปิดออกโดยคนที่เป็นต้นเหตุของความรำคาญใจในตอนนี้ แต่ดวงตากลมโตเลื่อนไปมองยังคนมีอายุที่นั่งอยู่โต๊ะทำงานแล้วส่งยิ้มมาให้แทน คุณตาครับ ไปทานข้าวกัน

 

 

 


            อย่าเขี่ยข้าว คุณเป็นเด็กหรือไง เสียงเตือนจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามทำให้คนตัวเล็กเบะปาก แล้ววางช้อนกับส้อมเป็นเชิงว่าจะไม่กินต่อแล้ว ยกแก้วน้ำทางขวามือกระดกอึกใหญ่ โดยทุกการกระทำอยู่ในสายตาของคนที่ดุที่สุดในปฐพี

 

            คุณตาไม่ลงมาทานข้าว แต่ให้คนยกข้าวต้มขึ้นไปบนห้องให้แทน ดังนั้น ในห้องทานอาหารเลยมีแค่คนสองคนเพียงเท่านั้น

 

            คุณจะไปไหน

 

            ขึ้นห้องน่ะสิ ถามได้

 

            คุณยังขึ้นไปไม่ได้ ผมยังทานไม่เสร็จ

 

            มินฮยองเท้าสะเอวแล้วจิ๊ปาก สบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมกัน นี่ตกลงใครเป็นเจ้านาย ใครเป็นลูกน้องกันแน่ ถึงแจฮยอนจะถูกรับเลี้ยงเป็นเด็กในบุญธรรมของคุณตา แต่ก็ไม่ได้ความว่าเป็นญาติกับเขาไม่ใช่หรือไง ตกลงจะเอายังไงเนี่ย คนตัวเล็กเริ่มแว้ดอย่างไม่พอใจ

 

            วันนี้ผมจะสอนงานคุณ ต่อไปคุณต้องเข้ามาบริหารงานแทนคุณท่าน คุณน่าจะรู้ตัวดี มินฮยองกรอกตาเป็นเลข 8 แล้วถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนหัวฟัดหัวหวี่ยงมองอีกคนนั่งตักข้าวเข้าไปอย่างช้าๆราวกับแกล้งกวนประสาท

 

 

 

 

            ห้องหนังสือของบ้านที่มีขนาดสองชั้นเป็นสถานที่ สอนงานตามที่แจฮยอนว่า ถึงแม้เขาจะอ้างว่าพรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้า แต่ก็ไม่ได้รับการปรานีแต่อย่างได้ คนอายุมากกว่าบอกว่าสำหรับวันนี้จะใช้เวลาไม่มากนัก ซึ่งหมายความว่า ไม่มีทางไหนที่จะหาทางปฏิเสธได้

 

            มินฮยองมองแฟ้มเอกสารในมือด้วยความเหม่อลอย ฟังแจฮยอนพูดหูซ้ายทะลุหูขวา พอโดนอีกฝ่ายถามซ้ำก็ตอบไม่ถูกเพราะไม่ตั้งใจฟังแม้แต่เพียงนิดเดียว จนคนความอดทนต่ำต้องเอ่ยประโยชน์ที่ทำให้คนตัวเล็กดีดตัวขึ้นมานั่งดีๆทันที

 

            ถ้าคุณไม่ตั้งใจ งั้นคืนนี้ก็นอนที่นี่ไปแล้วกัน

 

            แจฮยอนย้ายที่นั่งจากโซฟาเดียวมานั่งข้างๆ เพื่อค่อยสะกิดเมื่อร่างเล็กเหมือนใกล้จะเคลิ้มหลับ จนกระทั่งความง่วงอย่างฉุดไม่หยุดถึงทำให้หัวกลมๆนั้นเอนลงมาซบยังไหล่กว้างของคนที่นั่งข้างๆ แจฮยอนหันไปจ้องมองใบหน้าน่ารักที่มีแก้มกลมๆของคุณหนูของตนวางไว้อยู่ ส่ายหัวให้กับความไม่สนใจอะไรทั้งนั้นของคนตัวเล็ก แต่จะให้ปลุกขึ้นมาตอนนี้ก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่ม แล้วมินฮยองก็มีเรียนพรุ่งนี้แต่เช้า ซึ่งเขาก็เป็นคนที่ขับรถไปส่งอีกฝ่ายที่มหาวิทยาลัยอยู่ดี แจฮยอนค่อยๆปิดแฟ้มเอกสารในมือแล้ววางมันลงยังเบาะข้างๆแทนที่จะโน้มตัวไปวางยังโต๊ะไม้ข้างหน้า มือใหญ่ประคองหัวกลมๆวางไว้บนพนักโซฟาอย่างเบามือ แล้วลุกขึ้นยืนเพื่อช้อนร่างเล็กอุ้มขึ้นให้ถนัดมากขึ้น มินฮยองถึงดูมีน้ำมีนวลแต่ตัวก็แทบจะเบาหวิว โชคดีที่อีกฝ่ายเป็นคนหลับลึก ขนาดที่เขาอุ้มเจ้าตัวขึ้น อีกฝ่ายก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย

 

            จนกระทั่งถึงห้องนอนที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำค้างเอาไว้ วางร่างเล็กบอบบางลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนการนอน คว้าผ้านวมคลุมขึ้นมาถึงคอ ทันทีที่ร่างกายได้รับความอบอุ่น ร่างบนเตียงก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาแล้วพลิกตัวหันข้างหนีคนที่นั่งมองอยู่บนเตียง แจฮยอนคว้านาฬิกาบนหัวเตียงขึ้นมาปรับเพื่อตั้งเวลาปลุกอย่างทุกครั้ง อย่างทุกครั้งที่หมายถึงก็คือ ทุกคืนเขาจะเข้ามาตรวจความเรียบร้อยในห้องนี้ ดูว่าฝ่ายตั้งนาฬิกาปลุกไว้มั้ย จัดเตรียมข้าวของไว้อย่างไรบ้าง โดยทั้งหมดนั้นเจ้าของไม่เคยรู้ตัวเลย

 

            ถึงแม้แจฮยอนบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนดูแลหรือคนรับใช้ส่วนตัวของมินฮยอง แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะคอยดูแลเด็กคนนี้อยู่เสมอ

 

 

            เขาเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ตอนอายุ 11 ปี เพราะครอบครัวประสบอุบัติเหตุกันทั้งหมด มีเพียงแค่เขาที่รอด เด็กอายุน้อยที่ไม่มีแม้ที่พึ่ง ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครรับเขาไปดูแลสักคน อยู่ๆก็มีคนใจดีมารับเขาไปเลี้ยง โดยที่ท่านเป็นเพื่อนสนิทกับคุณตาของเขาที่เสียไปเพราะโรคร้าย คุณท่านรับแจฮยอนเข้ามาเลี้ยงเหมือนเป็นหลานอีกคนหนึ่ง ไม่ได้แบ่งชนชั้นเลยแม้แต่น้อย แต่เด็กวัยกำลังโตที่มีความคิด กลับไม่คิดจะเทียบชั้นและไม่อาจจะปฏิบัติตัวเป็นหลานอีกคนของผู้มีพระคุณได้ แจฮยอนมักจะเจียมตัวอย่างที่ทุกๆคนว่ากัน เขาพยายามทำงานเพื่อตอบแทนที่คุณลีส่งเสียเพื่อให้เขาเรียนหนังสือสูงๆ ได้มีที่อยู่อาศัยโอ่อ่า จนไม่นึกไม่ฝันว่าบนโลกใบนี้จะมีคนใจดีได้ถึงเพียงนี้

 

            จนเขาอายุได้ 15 ปี ก็พบกับเด็กผู้ชายตัวเล็กน่าเอ็นดู ทั้งยังมีใบหน้าน่ารักที่ยิ้มกว้างน่ารักสดใส ราวกับยกพระอาทิตย์ดวงโตมาตั้งไว้ในบ้าน — แจฮยอนเรียกตามสาวใช้ในบ้านว่า คุณหนู ส่วนอีกฝ่ายที่อายุน้อยกว่าเขาเกือบ 5 ปีเรียกเพียงแค่ชื่อเท่านั้น

 

            นิสัยเอาแต่ใจของมินฮยองเริ่มมาเป็นช่วงหลังๆ เจ้าตัวมักชอบเรียกใช้ให้เขาไปทำนู่นทำนี่ให้ พูดอะไรก็มักไม่ฟัง ดื้อรั้นจนอยากนึกตีให้ก้นลายเสียบ้าง เขาก็มักจะย้ำเตือนอยู่บ่อยครั้ง ว่าเขาจะทำงานให้คุณลีเพียงแค่คนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิสั่งให้เขาไปคอยรับใช้ หลังจากที่โดนแผลงฤทธิ์เอาแต่ใจบ่อยๆ กลายเป็นว่าแจฮยอนไม่ค่อยอยากเอาตัวเข้าไปใกล้เท่าไหร่นัก แต่ดูเหมือนว่าช่วงนี้คุณหนูของเขาจะลดระดับมันลงได้บ้างแต่ก็ยังถือว่ามากกว่าคนปกติอยู่ดี เขาสังเกตช่วงที่รู้สึกว่ามินฮยองเปลี่ยนไปไม่ยิ้มแย้มเหมือนเมื่อตอนเยาว์วัย เจ้าตัวหน้าบึ้งตึงอีกทั้งยังเอาแต่ใจ นิสัยเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ จนเขาได้ไปรู้ถึงสาเหตุเล่านี้เพราะเกิดจากเพื่อนๆของคนตัวเล็กที่พอรู้ว่ามินฮยองเป็นหลานของเจ้าสัวใหญ่ก็เข้ามาตีสนิทเพื่อหวังผลประโยชน์ไม่มีใครจริงใจ หลังจากโดนหักหลังไปครั้งนั้น เจ้าตัวก็ไม่เคยไว้ใจใครนอกจากตัวเอง แต่เขารู้ว่าพื้นฐานจิตใจของมินฮยองเป็นเด็กจิตใจดี มินฮยองก็ยังเป็นมินฮยองคนเดิม ไม่ใช่คนที่สร้างเกาะป้องกันขึ้นมาอย่างที่เป็นอยู่

 

 

            แจฮยอนขับรถมาจอดเทียบยังหน้าคณะที่คุณหนูของเขาเรียน เดินอ้อมจากที่นั่งคนขับเพื่อไปเปิดประตูให้ คนตัวเล็กยู่หน้าไม่พอใจเล็กน้อยที่เพื่อนๆในคณะแสดงอาการว่าพึงพอใจในตัวแจฮยอนมากเกินไป  เลิก 5 โมงเย็นใช่มั้ยครับ เดี๋ยวผมมารับ

 

            มินฮยองพยักหน้าเล็กๆแล้วรับกระเป๋าผ้าสำหรับใส่หนังสือจากแจฮยอนมาสะพายเอง ก่อนจะยืนรอจนกระทั่งรถคันนั้นเคลื่อนออกไป ดวงตาสดใสที่หม่นลงตั้งแต่เมื่อวานกลับมาอีกครั้ง คนตัวเล็กพ่นลมหายใจเบาๆอย่างรู้สึกผิดหวังระคนน้อยใจกับสิ่งที่ตีเข้ามาจนใจดวงน้อยเริ่มท้อ

 

 


 

            5 โมงครึ่งแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววที่คนบอกว่าจะมารับจะมาเสียที ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มเรื่อยๆ มินฮยองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเบอร์ล่าสุดอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ไม่รับจนเป็นฝ่ายตัดสายไปเอง สุดท้ายความหิวที่เริ่มประท้วงจนเกิดเสียงร้องน่ารำคาญถึงทำให้ต้องจำใจโทรให้คนขับรถมารับแทน

 

            มินฮยองเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องหลังจากทานมื้อเย็นแล้ว ความท้องอิ่มทำให้หนังตาหย่อนตามลำดับ หนังสือในมือที่เปิดอ่านค้างไว้ค่อยๆไล่ลงจากมือแล้วหล่นกระทบกับเตียงหลังกว้าง จังหวะเดียวกับที่มีเสียงเคาะประตูเรียกจากคนข้างนอก คนที่แค่มีอาการเคลิ้มใกล้กลับสะดุ้งตื่นเต็มตา แต่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงนิ่งด้วยความคิดที่ว่าตนหูฝาด จนมีเสียงเคาะเรียกอีกรอบ

 

            ไม่รอให้อีกฝ่ายแจ้งว่าเป็นใคร ก็พาร่างสมส่วนของตนลงจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตู และแทบจะปิดประตูทันทีเมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หลังประตู แต่มือหนาดันมันเอาไว้เสียก่อนแล้วดันจนทั้งคนตัวเล็กทั้งตนเข้าไปอยู่ในห้องนอนพร้อมกัน ประตูห้องนอนกดถูกปิดลงพร้อมกดล็อค เจ้าของขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เจตนาแบบนี้เพื่อไม่ให้เขาหนีออกจากห้องไป สองขาเรียวเลยตั้งใจจะหนีเข้าห้องน้ำถ้าไม่ติดที่อีกฝ่ายรู้ทันแล้วพาตัวเองมาขวางทางไว้ก่อน

 

            ผมมีธุระด่วนเลยไปรับคุณไม่ได้

 

            “…”

 

            ผมไม่ตั้งใจให้คุณรอนาน ทันทีที่ผมเสร็จธุระก็รีบไปหาคุณเลย แต่คนที่บ้านโทรมาบอกว่าคุณถึงบ้านแล้ว

 

            มินฮยองมองคนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยเชื่อใจ แต่เห็นเหงื่อที่ซึมบนหน้าผากรวมถึงลมหายใจที่หายใจเร็วถี่มันเป็นอาการของคนที่เร่งรีบเอามากๆ

 

            อย่างน้อยก็ควรโทร.มาไม่ใช่หรือ เรารอตั้งนาน เราคิดว่ายังไงแจฮยอนก็ต้องมารับเรา ถึงแจฮยอนจะไม่ชอบเรา ก็ไม่ควรปล่อยให้เรารู้สึกไร้ตัวตนแบบนี้ ดวงตากลมโตตัดพ้อยิ่งกดดันคนตัวสูงให้รู้สึกผิดมากกว่าเดิมอีก

 

            ถ้าเป็นเมื่อก่อน มินฮยองคงส่งเสียงไม่พอใจ แผดเสียงดังอย่างทุกครั้ง แต่ความรู้สึกที่เหนื่อยจากการที่อีกฝ่ายไม่เห็นคุณค่าของตัวเขายิ่งทำให้บั่นทอนใจ เห็นหน้าคนตรงหน้าทีไรหัวใจก็ปวดหนึบทุกที

 

            อาการของคนอกหัก รักเขาแต่เขาไม่รัก

 

            กลับห้องไปเถอะ เราจะนอนแล้ว พรุ่งนี้มีสอบ มินฮยองหมุนตัวเดินกลับไปยังเตียง เอาผ้าห่มคลุมถึงคอแล้วพลิกตัวหนีคนที่ยังยืนอยู่ในห้อง ข่มตาให้หลับลง จนกระทั่งเสียงปิดประตูที่ไปพร้อมกับการจากไปของอีกคน

 

 

 

 

            มินฮยองไม่รู้ว่าแจฮยอนประชดหรือต้องการที่จะไถ่โทษถึงได้ลางานแล้วรอรับเขาเลิกเรียน เพียงแค่ลงมาจากตึก ก็มีเจ้าของชุดสูทสีดำเดินมารับทันที

 

            บางทีก็ไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของคนๆนี้ ไหนบอกไม่ได้เป็นคนรับใช้ของเขาไง แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้เล่า

 

            คุณอยากไปไหนหรือเปล่า คนขับรถที่ใกล้จะถาวรเข้าไปทุกวันเอ่ยถาม


            จะพาไปไหน

 

            เดี๋ยวคุณก็รู้

 

 

            มินฮยองน่าจะปฏิเสธคำชวนของคนใจดีที่จะพามาเปิดหูเปิดตาตั้งแรก คนตัวเล็กทำหน้าเหวอเมื่อร่างสูงยัดถุงขนมปังใส่มือ แล้วลากแขนเขาให้ตามไปด้วยกัน แม่น้ำที่ตั้งอยู่ข้างหลังตึกใหญ่กลับมีปลาอยู่มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ยืนมองอีกฝ่ายที่ดึงขนมปังเป็นชิ้นเล็กแล้วโยนลงไปในน้ำ ปลาเล็กปลาใหญ่ต่างเข้ามารุมกินอาหารราวกับหิวโหย ภาพที่ไม่เคยเห็นยิ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมา เนื้ออุ่นๆของคนข้างๆกระทบยังต้นแขนหนา แจฮยอนลอบมองเสี้ยวหน้าน่ารักที่ตาโตเป็นประกายจนอดจะยิ้มจนแก้มบุ๋มลงไปไม่ได้ และพลาดมากที่มินฮยองไม่ได้หันมาเห็นรอยยิ้มอบอุ่นนั่น

 

            ลองหน่อยมั้ย หัวกลมๆปฏิเสธทันที แต่กลับโดนดึงมือเอาไว้ มือหนาทาบบนมือเล็ก หยิบขนมปังเนื้อแข็งกว่าปกติที่กินกันดึงออกมาเป็นชิ้นเล็ก แล้วบังคับมือน้อยนั้นให้โยนมันลงไปตามที่เขาทำ ทันทีที่ฝูงปลามารุมกิน เสียงใสก็ร้องว้าวราวกับเด็กเล็กยิ่งเพิ่มความเอ็นดูให้กับคนที่แอบมองอยู่ข้างหลัง แจฮยอนถอยหลังออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายได้ทำเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายวิดีโอเอาไว้ เขามั่นใจว่าหากคุณท่านได้เห็นว่าหลานชายเพียงคนเดียวของตนมีรอยยิ้มที่สดใสจากที่ห่างหายไปนานท่านต้องดีใจมากกว่าเขาเป็นแน่

 


 

            เพราะความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ถึงทำให้ร่างบนฝั่งที่นั่งข้างคนขับผล็อยหลับ หัวกลมตะแคงเอียงมาทางเขา รวมถึงใบหน้าขาวสะอาดนั่นด้วย ท้องฟ้ามืดครึ้มลงเมื่อมาถึงบ้านหลังใหญ่ตามเดิม โรงจอดที่มืดสนิทจนต้องอาศัยไฟภายในรถ แจฮยอนปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกแล้วถึงหันมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้คนที่หลับสนิทไปแล้ว

 

            ใบหน้าคมอยู่ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายจนเกินจนไป แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาย้ายใบหน้าหนีทั้งๆที่ปลดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว ไล่สายตาสำรวจองค์ประกอบบนใบหน้าที่สมบูรณ์ของมินฮยอง ทั้งดวงตากลมโตที่ปิดสนิท จมูกเล็กที่ปลายเชิดรั้นตามระดับความดื้อของเจ้าตัว จนไปถึงริมฝีปากกระจับเล็กที่มักเอ่ยถ้อยคำเอาแต่ใจแล้วออกคำสั่งให้คนอื่นไปทำตามที่ตนเองสั่ง ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มเมื่อนึกถึงตอนที่ร่างกะทัดรัดเท้าสะเอวต่อว่าเขา ยิ่งริมฝีปากสีสดขยับไปมายิ่งหมั่นเขี้ยวจนอยากบีบให้เป็นปากเป็ดไปซะ มือใหญ่เลื่อนขึ้นไปปิดไฟในรถ จนกระทั่งรอบด้านมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากตัวบ้านที่ตั้งห่างออกไปทำให้เห็นใบหน้าของคนตรงหน้า

 

            เขาเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนไม่มีแม้แต่ช่องว่างเล็ดลอด แนบริมฝีปากหนาลงไปยังอวัยวะเดียวกัน กดค้างไว้ไม่มีการรุกล้ำเพื่อกันอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาเสียก่อน เพียงชั่วครู่ก็ผละใบหน้าออกมา แล้วถึงระบายยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนทำไปเมื่อครู่ที่เกิดจากความตั้งใจล้วนๆ

 

 




          ช่วงนี้มินฮยองดูทุ่มเทและตั้งใจที่จะเรียนรู้งานบริษัทเป็นพิเศษจนเขาและคุณลีแปลกใจไปพร้อมๆกัน จนตอนนี้รู้จักสถานที่ ตำแหน่งที่ตั้งของแต่ละแผนก ถึงแม้จะยังไม่สามารถดำรงได้อย่างเต็มที่แต่พอเรียนรู้งานได้มากขึ้นแล้ว เหลือสิ่งสุดท้ายคือทำให้คนภายในเชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าตัวก็พอ



            นับวันเวลานั้นก็ยิ่งใกล้มาถึง เขาวางแผนไว้แล้วว่าหากคุณหนูมินฮยองได้รับตำแหน่งประธานบริษัทอย่างเต็มตัว เขาก็จะหมดห่วงแล้วลาออกจากงานที่ทำอยู่ ซึ่งหมายถึงว่าเขาจะออกไปใช้ชีวิตของตัวเองข้างนอกแจฮยอนคิดว่าตนได้ตอบแทนพระคุณของคุณลีไปเยอะอยู่เหมือนกันแต่ถึงอย่างไรก็คงตอบแทนพระคุณที่ท่านมีให้ไม่หมดเสียที แต่เขาคิดว่าชีวิตหนึ่งคงต้องก้าวออกมาเองจะให้พึ่งท่านเพียงอย่างเดียวก็คงไม่ได้ และประการที่สองที่เขาคิดออกมาจากการทำงานให้ตระกูลลีก็คงเป็นเพราะ เขาตกหลุมเด็กเอาแต่ใจคนนั้นเข้าให้แล้ว ดังนั้น เขายิ่งอยากให้ความรู้สึกนี้หายไป จะได้ไม่คิดไขว่คว้าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เสียที เรื่องที่เขาจะลาออก เคยลองคุยกับคุณลีแล้ว ท่านไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่เสียดายที่คนที่ไว้ใจมากๆต้องออกไป ซึ่งประโยคนั้นก็ทำให้เขารู้สึกใจหายอยู่เหมือนกัน ช่วงที่ทำงานให้คุณลีอยู่เขาก็ไปหางานแล้วบ้างมีหลายที่ที่น่าสนใจ แต่เขาเลือกที่จะคำนึงถึงสถานที่ยิ่งไกลจากมินฮยองยิ่งดี

 

 

 

            เหนื่อยมั้ยครับ แจฮยอนเอ่ยขึ้นเมื่อคนเป็นเจ้านายทิ้งตัวลงบนโซฟาทันทีที่ถึงห้องพัก ใบหน้าอ่อนวัยเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

 

            ไม่อยากลุกไปไหนแล้ว…” เอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรงจนเขานึกขำท่าทางตรงหน้า

 

            ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องพับโครงการที่จะพาคุณไปเที่ยวแล้วล่ะสิ  ทันทีที่คำว่า เที่ยว สะกิดเข้าที่หู คนที่ดูเหมือนหมดแรงไปเสียดื้อๆก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ส่งตาแป๋วๆเหมือนลูกแมวมาทางเขาที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่

 

            ไปสิ ไปๆ ราวกับเด็กเล็กถึงได้แสดงท่าทางน่าเอ็นดู แต่ถ้าไปให้อาหารปลาอย่างวันนั้นไม่เอาแล้วนะ

 

            “ไม่ชอบหรอครับ

 

            ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่อยากไปเที่ยวที่อื่นกับแจฮยอนต่างหาก

 

            เขาระบายยิ้มให้กับประโยคเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ตัวหรือเปล่าที่พูดมันออกมา แต่สิ่งนั้นมันทำให้เขารู้สึกผิดกับมินฮยองมากๆเลย แต่ถึงยังไง เขาก็จะทำวันสุดท้ายในการดูแลมินฮยองให้ดีที่สุด

 

            คราวนี้ผมตามใจคุณเลย

 

 

 

            แจฮยอนไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ต่างกับมินฮยองเท่าไหร่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เรามาเที่ยวอย่างคนธรรมดาด้วยกัน ดังนั้น เขาเลยไม่คิดจะปฏิเสธเมื่ออีกฝ่ายยื่นโจทย์ในการชวนไปดูหนัง แจฮยอนเห็นท่าทางตื่นเต้นไม่คุ้นชินกับสถานที่ยิ่งแปลกใจ เคยคิดว่าอย่างน้อยมินฮยองคงเคยได้มาสถานที่แบบนี้กับเพื่อนบ้าง แต่พอนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจจนเจ้าตัวกลายเป็นมองโลกในแง่ร้ายแบบนี้ถึงทำให้เลิกสงสัยไป ร่างสูงเดินนำโดยมีมือเล็กจับเข้าที่แขนเพราะกลัวล้มในการเดินบนบันไดในโรงหนังที่ปิดไฟมืด มีเพียงแสงของหน้าจอที่ส่องมา 


            ภาพยนตร์ที่เลือกเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ ซึ่งเขาก็แปลกใจอยู่เหมือนกันทำไมมินฮยองถึงเลือก ปกติเจ้าตัวมักกลัวอะไรแบบนี้จะตาย แต่เมื่อถามไปแล้วได้คำตอบกลับมาก็ทำให้อดยิ้มไม่ได้ภายใต้ความมืด

 

            กลัว แต่ถ้าได้มาดูกับแจฮยอนมันก็อุ่นใจไง

 


            ขึ้นชื่อว่าหนังสยองขวัญ ก็มักมีจัมพ์สแกร์ให้ตกใจเป็นช่วงๆ ร่างเล็กข้างๆสะดุ้งไปหลายรอบจนนึกเป็นห่วง มือเล็กยกขึ้นมาปิดใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงรูเล็กๆให้เห็นจอ แจฮยอนคาดเดาถึงฉากต่อไปว่ามันต้องเกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิมแน่ ถึงได้ค่อยๆขยับตัวไปทางซ้ายมืออย่างเนียนๆ แล้วเป็นดั่งที่คิดเสียงประตูปิดดังสะเทือนแทบทั้งโรงเเละมีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาเรียกเสียงกริ๊ดของคนในโรงรวมถึงคนข้างๆที่ตกใจสะดุ้งโหยงแล้วเอาใบหน้าซุกเข้าที่แขนเขา มือทั้งสองจับแน่นอย่างคนตกใจกลัวสุดขีด... ถือว่ายังโชคดีที่มินฮยองไม่ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเขา

 


            สนุกมั้ย เสียงใสเอ่ยถามหลังจากออกจากโรง เขาพยักหน้าตอบรับถึงแม้ตลอดเกือบ ชั่วโมงกว่าที่อยู่ในนั้น นอกจากใบหน้าน่ารักของคนข้างๆเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกเลย


            “คุณอยากไปไหนต่อมั้ย

 

            หัวกลมๆพยักขึ้นลงอย่างเร็ว แต่ก็ยกมือขึ้นลูบท้องแสดงอาการของคนหิวข้าว หลังจากที่ทั้งวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้อง หิวข้าว แต่ไม่อยากกินที่นี่

 

            เขาทำตามที่อีกฝ่ายสั่งโดยไม่คิดจะแย้ง ตามจริงก็วางแผนไว้แล้วหลังจากดุหนังเสร็จจะพาคนตัวเล็กไปไหน ซึ่งเขาก็แอบคิดว่ามินฮยองน่าจะประทับใจ

 



            ท้องฟ้ามืดลง แต่ไม่ได้ทำให้สถานที่ข้างนอกนั้นเงียบเหงา กลับครึกครื้นเสียด้วยซ้ำ มือเล็กที่เกาะแขนจับแน่นขึ้นอย่างตื่นเต้น น่าจะลืมความหิวไปแล้วด้วยซ้ำ ดวงตากลมโตไล่มองรอบด้านเพื่อสำรวจ จนกระทั่งแจฮยอนพาออกเดินไปข้างหน้าเจ้าตัวถึงได้เลิกกวาดสายตามองแบบนั้น ร้านอาหารข้างทางที่มินฮยองไม่เคยจะมากิน ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรก ถึงจะตั้งอยู่ข้างทางแต่ก็สะอาด ยังไงเขาก็รู้ว่าแจฮยอนมักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาเสมอแต่บางครั้งก็แฝงบางสิ่งให้เขาได้เรียนรู้ไปด้วย

 

            หลังจากทานอาหารเสร็จ ตลาดที่ตั้งอยู่ไม่ห่างที่มินฮยองให้ความสนใจเมื่อครู่ก็ได้เข้ามาเดินดูตามที่ใจหวัง มือเล็กคอยดึงแขนที่ตัวเองจับไว้กันหลงแทบตลอดทาง จนคนตัวสูงต้องจับมือนุ่นนิ่มนั้นออกจากแขนแล้วเปลี่ยนมาเป็นจับประสานมือกันแทนเพื่อไม่ให้หลุดออกจากกัน

 

            แจฮยอน ชอบอันนี้มั้ย สร้อยข้อมือขนาดผู้ชายถูกยื่นมาตรงหน้า จะให้ปฏิเสธก็คงจะไม่ได้ ในเมื่อเห็นเขาเงียบเป็นการตอบรับไปโดยปริยาย คนตัวเล็กก็ยื่นเงินจ่ายให้เสียแล้ว "มา เดี๋ยวเราใส่ให้"

 

            คุณอยากได้อะไรมั้ย

 

            กลุ่มผมนิ่มส่ายหวืด ไม่อยากได้ของ คราวนี้แจฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ไม่ทันที่จะพูดประโยคอื่นขึ้นมา คนตรงหน้าก็พูดขัดเข้าเสียแล้ว แต่เราขอให้แจฮยอนอยู่กับเราไปแบบนี้เรื่อยๆเลยได้มั้ย


            “…” เขาไม่คิดว่ามินฮยองจะพุดมันออกมา

 

            ตอบสิ เงียบแบบนี้ใจคอไม่ดีเลยนะ

 

            ผมจะอยู่กับคุณตลอดนั่นแหละ”… ถึงแม้ตัวจะไม่ได้อยู่ใกล้เหมือนเดิมก็ตาม

 

            มันต้องแบบนี้สิ เวลาเชื่อฟังเราน่ารักจะตาย คนที่มักชอบทำหน้าบึ้งยิ้มจนตาหยี เขาอยากเก็บภาพตรงหน้าให้มากที่สุด เพราะอีกไม่นานคงไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว

 

 

 

           

            แจฮยอน แจฮยอนไปไหน เจ้าของร่างเล็กที่สวมชุดนอนลายทางขายาวถามขึ้น เมื่อคนที่มักจะมาปลุกให้ไปมหาวิทยาลัยทุกเช้าไม่มาทำหน้าที่ สาวรับใช้นับสิบที่นั่งอยู่ตรงทางขึ้นอึกอักไม่ยอมตอบ จนมินฮยองเริ่มรำคาญใจ หัวหน้าเเม่บ้านที่โดนผลักให้ออกมาจากการกลุ่มจึงต้องยอมบอก

 

            คุณแจฮยอนลาออกไปแล้วค่ะ

 

            “…”  เหล่าสาวใช้หลับตาปี๋กลัวว่าคุณหนูอารมณ์ร้อนของเธอจะเกิดขว้างข้าวของลงมาหลังจากโดดขัดใจ แต่เปล่าเลย คุณหนูของเธอมีท่าทางเหม่อลอย ริมฝีปากก็ขยับพูดถึงประโยคเดิมไปมา

 

            ไหนบอกจะอยู่ด้วยกันล่ะ ทำไมถึงทิ้งกันแบบนี้

 

 




            เรียบร้อยดีครับคุณท่าน ขออภัยที่รบกวนด้วยนะครับ ครับ... สวัสดีครับ แจฮยอนกดวางสายจากคุณลีที่โทร.มาถามถึงการย้ายออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียวของเขา แจฮยอนหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟากลางห้อง มันไม่ได้ใหญ่เหมือนที่บ้าน แต่มันก็พออยู่ได้ เขาคิดว่าการย้ายออกมาเหมือนจะยิ่งเป็นการรบกวนคุณลีขึ้นไปใหญ่ อย่างห้องพักนี้คุณลีก็เป็นคนจัดการ ท่านบอกว่าเป็นสิ่งสุดท้ายที่อยากจะทำให้กับเขา

 

            ดวงตาเรียวปิดลงอย่างเหนื่อยล้าจากการจัดของให้เข้าที่เข้าทางเพื่อพร้อมกับการอยู่อาศัย หลับตาลงไปไม่ได้มีเพียงแค่ความมืดที่เขาเห็น แต่มันกลับมีใบหน้ายิ้มสดใสของใครคนหนึ่งที่เขาจำมันใส่ใจ ยิ่งรู้สึกผิดกับอีกฝ่ายที่เขาไม่สามารถรักษาสัญญาได้ สิ่งที่ย้ำเตือนความคิดถึงก็มีสร้อยข้อมือที่ยังคงใส่อยู่ รวมถึงวิดีโอในโทรศัพท์ ไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะลืมใบหน้านั้นไปได้

 

 

            เกือบ 4 เดือน ที่เขาแยกออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง งานที่ได้รับก็คือได้เป็นอาจารย์สอนเด็กมัธยมโรงเรียนที่ตั้งออกไปไม่ไกลจากที่พัก หลังเลิกงานเขามักจะแวะร้านหนังสือเพื่อเก็บไปศึกษาต่อ แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิม ในเมื่อสายตาดันไปสะดุดเข้ากับนิตยสารเล่มหนึ่ง ที่ปรากฏรูปมินฮยองกับลูกชายนักการเมืองคนดังที่เขาเคยพบเจอเมื่อไปออกงานเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พาดหัวใหญ่โตว่าทั้งคู่กำลังคุยกันเรื่องหมั้นหมายที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ มือหนาที่จับหนังสืออยู่สั่นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คว้านิตยสารเล่มนั้นติดมือไปจ่ายเงินด้วย

 

 


 

            ที่เราให้ไปจัดการได้เรื่องอะไรบ้าง เสียงใสแต่ติดแข็งกร้าวของคุณหนูตระกูลลีเอ่ยถามคนตรงหน้าสองคนที่เจ้าตัวใช้ให้ไปสืบเรื่องที่อยู่ของแจฮยอน

 

            มินฮยองรู้ว่าคุณตารู้ว่าแจฮยอนอยู่ที่ไหน แต่ท่านไม่ยอมบอก เวลาถามก็มักจะเลี่ยงแล้วหนีไปทำงานเสมอๆ ปล่อยให้มินฮยองยืนทึ้งหัวอย่างหงุดหงิดใจ ไม่รู้เลยว่าตัวเองไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจถึงได้ย้ายหนีออกไปโดยไม่มีการบอกลาเลยแม้แต่น้อย แจฮยอนคนใจร้าย ใจร้ายอย่างไรก็อย่างนั้น ไม่คิดจะใจดีกับมินฮยองสักนิดเลยแม้แต่น้อย คนตัวเล็กรู้ดีว่าแจฮยอนไม่ค่อยชอบใจเขาเท่าไหร่ ทั้งเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย แต่ไม่เห็นต้องทำร้ายจิตใจถึงขั้นหนีไปอยู่ที่อื่นเลย ถ้าบอกกันดีๆ เขาอาจจะทำตัวให้ดีขึ้นกว่านี้ก็ได้ และไม่รู้กับการที่แจฮยอนหายไปจะทำให้โล่งใจได้หรือเปล่า คุณจีอึนที่ดูชอบพอกับแจฮยอนถึงได้ไปตกลงหมั้นกับลูกชายนักการเมือง ทำให้ตัดศัตรูหัวใจไปได้โดยไม่ต้องมานั่งระแวงทีหลัง

 

            ชายร่างสูงสูทดำวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปหายังคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกอยู่ มือเล็กดึงเอกสารในซองออกมา จนกระทั่งเจอรูปถ่ายของคนที่หายตัวไปเกือบ 4 เดือน ใบหน้าที่บึ้งตึงก็แต้มยิ้มน้อยๆ เรียกให้ชายร่างสูงสองคนที่เห็นถึงกับประหลาดใจ ตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานก็ไม่เคยเห็นเจ้านายของตนยิ้มเลยสักครั้ง

 

 

           

            อาจารย์หนุ่มที่เหนื่อยล้าจากการสอนรวมถึงประชุมพาตัวเองกลับมายังห้องพักด้วยความเหน็ดเหนื่อย มือหนาที่กำลังจะแสกนคีย์การ์ดเข้าห้องหยุดชะงักเมื่อพบสิ่งผิดปกติ อาการง่วงจากการทำงานหนักหายเป็นปลิดทิ้ง หัวใจเต้นรัว ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะโดนโจรบุกเข้าห้อง ใช้มือผลักประตูที่ถูกปลดล็อกไว้แล้วดันมันเข้าไปและทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุด วางกระเป๋าที่ถือมาลงกับพื้นแล้วคว้าไม้เบสบอลที่อยู่ในตระกร้าใส่ร่มขึ้นมาถือเป็นอาวุธป้องกันตัว กลืนน้ำลายนิ้วเหนียวลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆอย่างก้าวไปอย่างช้าๆ ถึงท้องฟ้าที่มืดครึ้มแต่ก็ยังมีแสงจากตึกพักที่ตั้งไม่ห่างกันส่องเข้ามาจนเห็นภายในตัวห้องลางๆ คิ้วเรียวขมวดเมื่อข้าวของไม่ได้กระจัดกระจายอย่างที่คิดไว้ มันยังอยู่ที่เดิม ข้าวของมีค่าอย่างโทรทัศน์ โน้ตบุ๊คที่วางไว้บนโต๊ะในห้องรับแขก ไม่ได้หายไป แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องรู้สึกแปลกประหลาดคงเป็นร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงของเขาต่างหาก

 

 

            คนที่เผลองีบหลับหลังจากการรอคอยให้เจ้าของห้องกลับมาค่อยๆลืมตาเมื่อรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังจับจ้องตนอยู่ ทันทีที่ลืมตาก็สบเข้ากับใบหน้าดุที่คุ้นเคยกำลังมองมาด้วยความไม่ชอบใจ มินฮยองคิดว่า ถ้าแจฮยอนได้เห็นหน้าเขา เจ้าตัวต้องดีใจมากแน่ๆ แต่กลับกันเลย ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งบนเตียงและเกิดอาการทำตัวไม่ถูกเมื่อสิ่งที่ตัวเองคิดผิดคาด

 

            คุณมาที่นี่ได้ยังไง เสียงทุ้มดุนั้นพูดขึ้นจนคนทำความผิดสะดุ้งโหยง

 

            ก็ นั่งรถมาไง ถามแปลกๆ

 

            “ผมไม่ตลกด้วย น้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งทำให้รู้ว่าแจฮยอนจริงจังอย่างที่เจ้าตัวว่า

 

            ทะทำไมเราจะมาไม่ได้เล่า

 

            “ผมลาออกแล้ว แล้วอีกอย่างคุณก็เข้ามาที่ห้องผมแบบนี้มันบุกรุกนะ

 

            “เราก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก แต่ไม่ใช่แจฮยอนหรือไง ที่ผิดสัญญากับเรา บอกจะอยู่ด้วยกันแต่ก็มาทิ้งกัน— ฮะ เฮ้ย จะพาเราไปไหน เราไม่ออกไปนะ!!” อยู่ๆคนตัวเล็กที่พูดเจื้อยแจ้วน่าหงุดหงิดก็โดนดึงขึ้นจากเตียง หมายจะพาออกไป แต่คนดื้อก็คือคนดื้อวันยันค่ำ เจ้าตัวยื้อตัวไว้ไม่ยอมออกไปโดยง่าย จนความอดทนเขาถึงขีดสุด ถึงได้เปลี่ยนเส้นทางจากทางประตูห้องเป็นชั้นหนังสือที่อยู่ด้านหลัง ดันให้อีกฝ่ายเข้าไปอยู่ข้างใน แล้วประกบจูบลงไปเพื่อปิดกั้นเสียงโวยวาย และเพื่อปิดเสียงหัวใจที่มันโหยหายอีกฝ่ายเพราะความคิดถึงไม่แพ้กัน

 


            มินฮยองยอมจำนนแต่โดยดี เพราะอึ้งกับการกระทำของคนตรงหน้า หลับตาปี๋เมื่อความรู้สึกอุ่นตรงริมฝีปากขยับไปมาอย่างช้าๆเเละนุ่มนวล แต่ก็หนักหน่วงสลับกันไป คนที่ปล่อยให้อีกฝ่ายกลืนกินเก็บความหอมหวานจากริมฝีปากเริ่มทรงตัวไม่อยู่ แต่ยังดีที่ใช้มือดึงเสื้อเชิ้ตสีเข้มของคนตรงหน้าเป็นที่ยึดไม่ให้ทรุดตัวเข่าอ่อนลงไป มือหนารั้งท้ายทอยให้เข้ามาใกล้มาขึ้นเพื่อจูบได้ถนัดมากขึ้น ระบายความคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันตั้งนาน การจูบในครั้งนี้ไม่ใช่การลักจูบคนตัวเล็กอย่างที่เขาเคยทำ เขากังวลด้วยซ้ำว่าตอนที่จูบไป จะโดนปฏิเสธผลักออกมาหรือเปล่า แต่ริมฝีปากเล็กที่จูบตอบอย่างไม่ประสาคงเป็นคำตอบที่ช่วยยืนยันคำตอบให้เป็นอย่างดี  แจฮยอนผละริมฝีปากออกมาเพราะกลัวอีกฝ่ายจะหายใจไม่ทัน ได้แต่เพียงโอบกอดเอวบางไว้หลวมๆ ไล่จมูกโด่งไปยังแก้มเนียมหอมที่ขึ้นริ้วแดง กดจูบไปยังเนื้อนุ่มนั้นแล้วลากมายังมุมปาก กดจูบย้ำไปอย่างช้าๆแล้วเลื่อนออก ก่อนจะย่อตัวเพื่อช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมกอด คนที่ถูกอุ้มขึ้นเบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น มารู้สึกอีกที่ตอนที่แผ่นหลังสัมผัสเข้ากับเตียง และริมฝีปากถูกประกบอีกครั้ง

 

            คราวนี้ดูดดื่มจนปฏิเสธไม่รับมันไม่ได้ แขนเรียวโอบรอบคอราวกับกลัวอีกฝ่ายจะถอนจูบออก เสียงแลกเปลี่ยนความหอมหวานปนความคิดถึงดังทั่วห้อง แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจ สนใจเพียงแต่แลกสัมผัสอบอุ่นไปอย่างนุ่มนวล เป็นการจูบที่ไม่ได้รุกล้ำอย่างที่คิดแต่ทำให้ใจเต้นแรงไม่แพ้กัน เขาไม่รู้เลยว่าการที่แค่จูบกันแต่กลับรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายโดยไม่ต้องพูดด้วยประโยคยืดยาวว่าเราคิดถึงกันขนาดไหน และหัวใจเราก็รู้สึกตรงกัน

 

            หลังจากถอนจูบ แจฮยอนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปยังริมฝีปากสีสดเบาๆขณะที่สายตายังคงสบกันคนข้างใต้ ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น จนกระทั่งคนตัวเล็กดันตัวเองขึ้นมากดจูบจนเกิดเสียงดังบนริมฝีปากเขา บทจูบครั้งที่สาม สี่ และห้าถึงได้เริ่มขึ้นตามลำดับ

 

            ริมฝีปากบางบวมเจ่อจนน่าสงสาร เขาถึงยอมหยุดพัก ทั้งคู่นั่งกอดกันอยู่บนเตียง หัวกลมๆของคนในอ้อมแขนวางไว้บนบ่ากว้างของเขา ส่วนเขาก็จับอีกฝ่ายโยกไปมาราวกับกล่อมเด็ก แจฮยอนและมินฮยองใช้เวลาตรงนี้ปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน เผยความลับที่ทั้งคู่เก็บไว้ไม่ยอมบอก สุดท้ายต้องยอมพูดออกมาเพราะไม่อยากจะห่างกันอีกแล้ว

 

            แจฮยอนคิดถึงเด็กเอาแต่ใจคนนี้เอามากๆ เหมือนกับที่มินฮยองคิดถึงเสียงบ่นแต่เอาใจใส่ของอีกฝ่ายเหมือนกัน เราคงขาดกันไม่ได้แม้เพียงวินาทีเดียวล่ะมั้ง

 

 

           

 

            ดวงตากลมโตมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายตัวเองอย่างหลงใหล ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่เพียงคนเดียวโดยไม่ได้สนใจเลยว่าใครมาทางข้างหลังแล้วขโมยหอมเนื้อเนียนนุ่มไปฟอดใหญ่

 

            “ผมจะทำงานให้หนัก คุณจะได้ใส่สิ่งที่ดีกว่านี้ แจฮยอนเอ่ยขึ้น เขาวางคางไว้บนกลุ่มผมหอมของคนตัวเล็กกว่า

 

            ได้มาเป็นประธานบริษัทแบบนี้ เราคงได้ใส่ครบทุกนิ้วเลยล่ะมั้ง

 

            ใช่ ตั้งแต่มินฮยองไปตามตัวกลับมาในวันนั้น แล้วได้พูดคุยกับคุณตา คุณตาก็เห็นด้วยที่จะให้แจอยอนรับตำแหน่งนี้ เพราะเจ้าตัวเหมาะสมที่สุด และท่านจะได้หมดห่วงทั้งบริษัท ทั้งหลานชายเพียงคนเดียวที่จะได้อยู่อย่างสุขสบาย

 

            รอให้คุณเรียนจบก่อนแล้วผมจะขอคุณแต่งงาน

 

            “พูดอะไรตอนนี้เล่า ไม่เห็นเซอร์ไพรส์เลย

 

            “มันต้องมีการวางแผนก่อนไม่ใช่หรือไง คนเจ้าหลักการว่าให้ ก่อนจะโดนคนตัวเล็กที่พลิกตัวหันหน้ามาขโมยหอมเข้า คุณ อย่าทำแบบนี้

 

            “ทำไม

 

            เพราะว่าคุณจะโดนแบบนี้ไง เด็กดื้อ แจฮยอนบีบจมูกเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว แล้วประกบริมฝีปากไปยังอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่าย มินฮยองจูบเก่งขึ้นซึ่งไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือเปล่า เพราะมันทำให้เขาเสพติดการจูบคนตัวเล็กมากกว่าเดิมเสียอีกนะเนี่ย

 

 




THE END.







TALK


          เย้ เรื่องนี้เกิดจากการตั้งใจที่จะเเก้บนที่เเจมัคมีโมเม้นค่ะ5555 หลังจากที่ทวิตไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง โมเม้นก็มาวันรุ่งขึ้น คิดว่าคงเเต่งได้ไม่กี่เรื่อง  เพราะก็ค้างตอนอื่นไว้ตั้งเยอะ เเง้ เราหวังว่าตอนนี้จะเป็นอีกตอนที่ชอบกันนะคะ ตอนเเรกว่าจะลงครึ่งหนึ่งเมื่อวาน เเต่ไม่อยากให้ติดขัดเลยลงทีเดียวเลยดีกว่า เรารีบลงหลังเเต่งเสร็จเลย หากมีการพิมพ์ผิดตรงไหนก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ 

          ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนๆ คอมเม้นเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับเรามากๆที่ยังเเต่งต่ออยู่ทุกวันนี้ อยากจะให้เเก้ไขหรือเพิ่มเติมอะไรก็มาพูดคุยกันได้นะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่า ขอให้อ่านอย่างสนุกนะคะ


          ปล. เเปะเพลงไว้ข้างบนด้วย ถือว่าเเบ่งปันเพลงนะคะ ใครว่างลองไปฟังกันนะคะ ลองค้นที่เป็นซับเเล้วดูคำเเปลน่าจะเข้ากับเรื่องนี้อยู่บ้างนะคะ

 

           

 

 

           

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #310 mondaytosunday (@beambi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 23:42
    น้องงงงงงงง เด็กดื้อออ ฮือ น่ารักมาก T v T
    #310
    0
  2. #287 Abcdmonx (@Daoheuang15) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 21:21
    เจ้ามินฮยอง เจ้าเด็กดื้ออออออ
    #287
    0
  3. #273 puzzle97 (@jktfb97) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 22:36
    ชอบนะคะๆๆๆ มินฮยองดื๊อดื้อ แต่น้องน่ารักกกกก
    #273
    0
  4. #271 nachyxm (@tangmo1512) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 16:58
    บรรยายดีมากๆเลยค่ะ แบบดีมากๆมาร์คถึงจะดื้อแต่ก็น่ารัก ส่วนแจยอนก็เอาเด็กดื้ออยู่จริงๆ อ่านไปเขินไป ชอบมากๆเลยค่ะ
    #271
    0
  5. #251 nnnmk (@nnnmk) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 01:17
    ชอบมาก จนอยากอ่านไปเรื่อยๆ คิดถึงตอนม้าคทำหน้าเบะเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิกดีๆ นะคะ
    #251
    0
  6. #249 SL04HH (@koblovepft) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 19:23
    ชอบมากเลยค่ะ. เขินนนนนน น่ารักกก
    #249
    0
  7. #248 Impeach (@mir_oku) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 00:16
    ทำไมเขินแรง บร้าาาา อบอุ่นละมุนอะไรอย่างนี้ คนพี่ก็ดี๊ดี คนน้องก็น่าเอ็นดู ทำไมพี่แจเขาดีแบบนี้ โอ๊ยยยย ชอบนะคะ
    #248
    0
  8. #247 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 10:22
    เขินหนักมากกกกกกกกด มันละมุนละไมมากเลย สุดท้ายก็ขาดกันไม่ได้จริงๆสินะ
    #247
    0
  9. #245 xxmaarnficxx (@xxmaarnficxx) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 07:51
    มันดีมากๆๆๆๆๆดีใจที่กดเข้ามาอ่าน สุดท้ายก็กลับมาอยู่ด้วยกันจนได้ เย้
    #245
    0
  10. #244 NeverMind (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 09:34
    คุณแม่เรือJaemark ตายสงบศพสีชมพูค่ะ...จะให้ดีไรท์โปรดบนขอโมเมนแบบวันเว้นวันเถอะเจ้าค่ะ

    เป็นกำลังใจให้ไรท์ต่อไปค่ะ😍😘🤗🤗
    #244
    0
  11. #242 ||ม่บ้ๅนมิง (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 18:37
    ฆ่าฉันให้ตายเถิดหมอ.. โอ้ยยว ใจจะขาดรอนรอน เขินหนักมากค่ะ ตอนเค้าแยกกันเรามาม่าแทบจะขาดใจ พอเจอกันทีนี่แหมมมม... ชั้นคือคนนอกดีๆนี่เอง ปล่อยเค้าหวายกันไป คนอ่านก็เขินสิคะ แถมเหม็นความรักไปกันถ้วนหน้า โอ้ยยยย 5555 น่ารักมากๆ บรรยายดี อบอุ่นจนเราอินตาม น่ารักมากๆๆ แบบมากๆๆ อ่ะ ฮื่ออ พูดไม่ถูกแต่ชอบความพี่เจย์กระแทกน้องกับชั้นวางหนังสือ แงงงง๊ ตอนจูบกับจบแล้วพี่เจย์มีกอดเอวน้องไว้คอเขินมาก โว้ยยส ฟุ้งซ่านนะแก๊ หยุดคิดๆๆ 555
    #242
    0
  12. #240 mlxinie (@mlxinie) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 21:24
    แงงงงงงง เขินมากๆ มากกกกกกๆ อยากมีแจฮยอนเป็นของตัวเองบ้าง5555555 คุณหนูก็น่ารักกกชอบน้องมาร์คเวอร์คุณหนูเอาแต่ใจอะ555555 คือดี ชอบมากค่า
    #240
    0
  13. #239 szbH (@exomelo_baby) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 13:00
    ฮืออออออออ น่ารักมากกกก ตอนจูบนี่เขินมากให้ตายเถอะ >/////<
    #239
    0
  14. #238 Coffee Latte' (@Kingaor1Kingaor) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:04
    นานๆจะได้เห็นคุณหนูขี้เหวี่ยงน่ารักดี
    #238
    0
  15. #237 gttnpp❊ (@gor_toey) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 10:37
    ตอนแรกคือคุณหนูเอาแต่ใจมาก ส่วนแจฮยอนนี่คือโอ้โห อบอุ่น คนดี อ่านจบแล้วเขินอยู่คนเดียวเฉยเลย
    #237
    0
  16. #236 Sasi03878454 (@Sasi03878454) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 10:20
    แง้ น่ารัก น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คุณหนูมินฮยอง ฮืออออออออออ พี่แจฮยอนแบบอบอุ่นอะไรเบอร์นี้ เขิน555555
    #236
    0
  17. #235 by.tong (@mondenschein) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 05:48
    น่ารักมากกกกกก พิแจฮยอนดีมาก สุขุมนุ่มลึก ปราบยัยมัคคุณหนูจอมเอาแต่ใจซะอยู่หมัด เอ๊ะ หรือโดนคุณหนูปราบ 65555555555 อบอุ่นดีค่ะ อ่านแล้วยิ้มตาม มีแอบหน่วงตอนต่างฝ่ายต่างไม่ยอมบอกกันซะที แล้วพระเอกก็ตีตัวออกห่าง สุดท้ายแล้วก็เข้าใจกันซะทีน่อวววว
    #235
    0