[SF/OS] NCT JAEMARK - MY J

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,182 Views

  • 394 Comments

  • 750 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    201

    Overall
    14,182

ตอนที่ 15 : [SF] FREESIA (2/X) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    22 มี.ค. 62










             อึดอัด  

         

บรรยากาศภายในรถสร้างความอึดอัดจนไม่กล้าแม้จะหายใจมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังขึ้นทำให้ใจชื้นมาบ้าง มินฮยองเลยเลือกที่จะมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อเลี่ยงความสนใจจากคนข้างๆ

 


หากย้อนไปเมื่อเกือบ 20 นาทีที่เเล้ว ขณะที่กำลังจะกลับ โดยคุณนายจองให้พ่อบ้านที่ชื่อจินเป็นคนไปส่ง มินฮยองก็เจอเขากับผู้ชายร่างสูงที่คาดว่าน่าจะเป็นคนที่ปล่อยให้แขกอย่างเขารอมาเป็นชั่วโมง การพบเจอครั้งเเรกของมินฮยองกับผู้ชายคนนั้น เริ่มต้นจากการเอาหัวไปโหม่งชนเข้ากับอกเเข็งๆจนตัวเองเป็นคนเซกลับมา หลังจากนั้นเขาก็ยืนฟังคุณนายจองยืนบ่นลูกชายที่ขัดคำสั่งชุดใหญ่ และจบลงด้วยการที่เธอสั่งให้เเจฮยอนไถ่โทษโดยการรับหน้าที่ให้ไปส่งมินฮยองที่บ้านสวนของคุณยายแทน

 


            ซึ่งมันบ้ามาก ผู้ชายคนนี้อยู่ด้วยเเล้วอึดอัดชะมัด

 


ถึงจะไม่ได้พูดคุยกันเลยเเม้เเต่คำเดียว ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายไม่พอใจในตัวของเขา ถึงได้ไม่ยอมพูดด้วยตั้งเเต่ขับออกมาจากบ้านของเจ้าตัว ตอนนี้ก็ขับรถได้มาถึงกลางทาง อีกฝ่ายก็ไม่มีวี่เเววว่าจะพูดออกมา ตามความเป็นจริง มินฮยองก็ไม่อยากจะมีบทสนทนากับคนที่ไม่เป็นมิตรนี้เท่าไหร่แต่การที่ต่างคนต่างเงียบแบบนี้มันสร้างความอึดอัดอย่างมาก จนมินฮยองนั่งตัวเกร็ง ลำบากไปจนถึงการหายใจที่ต้องหายใจเข้าออกเบาๆให้เกิดเสียงรบกวนคนที่ทำหน้าที่ขับรถตอนนี้น้อยที่สุด

 


มินฮยองที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยด้วยความรู้สึกอึดอัดในใจ ก็หันไปตามเสียงของคนที่ทำหน้าที่ขับรถที่เอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน

 


"เธอเสียงนุ่มทุ้ม ที่หากว่าได้ยินคงอยากจะเห็นหน้าคนพูดอย่างเเน่นอน หากไม่ได้ฟังประโยคถัดไปที่อีกฝ่ายพูด "อยากเเต่งงานกับฉันเพราะเงินสินะ"

 


มินฮยองยอมให้เเจฮยอนเงียบปากเสียดีกว่าที่จะพูดออกมา เเค่หลุดประโยคเเรกมาก็ทำมินฮยองมองไปด้วยความไม่พอใจ

 


"คุณ... มันจะเกินไปเเล้วนะ ไม่ใช่เเม่คุณหรอกหรอที่มาขอให้ผมไปเเต่งงานกับคุณน่ะ"

 


เเจฮยอนละสายตาจนเส้นทางตรงหน้าเพื่อหันมาหาคู่สนทนา เขากระตุกยิ้มมุมปาก "เเต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ ขนาดฉันตั้งใจกลับมาช้า ก็ยังเห็นเธอรออยู่ นับถือความพยายามที่จะรวยทางลัดของเธอ"

 


"นี่น่ะหรอคนดีของคุณยาย ผมฟังที่คุณยายเล่าว่าคุณดีอย่างนู้นอย่างนี้ ที่เเท้... ก็สร้างภาพ"

 


"เเล้วเธอต่างจากฉันตรงไหนเเจฮยอนพูดขึ้นมาอย่างฉุนเฉียว ถ้าหากเวลาปกติมินฮยองจะระมัดระวังการใช้คำพูดไม่ให้หยาบคาย ยิ่งกับคนที่เคยพบเจอกันครั้งเเรก เขาไม่อยากให้ความประทับใจเเรกของเรามันเเย่หรอกนะ เเต่ตอนนี้ไม่ไหว มินฮยองที่ใครๆก็ว่าใจเย็นโดนคำพูดดูถูกของคนนิสัยแบบนั้น — มันน่าบีบคอให้ตายไปเลย

 


"อย่างน้อยผมก็ไม่คิดจะหนีปัญหาอย่างคุณ เป็นผู้ชายซะเปล่า... เฮ้ย! " ยังไม่ทันที่จะพูดจบ อีกฝ่ายก็หักรถหลบข้างทางเสียก่อน เเขนเล็กที่วางไว้ข้างตัวถูกกระชากจนมินฮยองเเทบตัวลอยถ้าไม่ติดว่าเข็มขัดนิรภัยรั้งเอาไว้ มินฮยองไม่บอกให้อีกฝ่ายปล่อย เพราะรู้ยังไงคนหน้ามึนอย่างคนตรงหน้าคงไม่ปล่อยง่ายๆ ถึงได้ออกเเรงดึงข้อมือของตัวเองให้หลุดออกมาเอง เเม้มันจะขึ้นรอยเเดงจากการยื้อก็ตามเถอะ

 


"ฉันจะไม่ถือเอาความกับประโยคที่เธอพูด เเต่เธอต้องไปบอกกับผู้ใหญ่ให้ยกเลิกงานเเต่งงานบ้าๆนี่ซะเขาตะคอกใส่ยิ่งทำให้อารมณ์โกรธของมินฮยองทวีคูณไปอีก

 


"ไม่!!"  ที่ตอบไปไม่ได้หมายความว่ามินฮยองอยากจะเเต่งงานกับคนๆนี้ เเต่หากมินฮยองเป็นคนขอยกเลิกจะเป็นการที่เขาปฏิเสธคำขอของคุณยายด้วย ซึ่งนั่นคงเป็นสิ่งสุดท้ายของชีวิตเลยที่มินฮยองจะสามารถทำให้ท่านได้ ยังไงก็ไม่มีทางที่จะทำให้คุณยายผิดหวังในตัวเขาเด็ดขาด  "ถ้าคุณอยากจะยกเลิก คุณก็ไปบอกผู้ใหญ่เอาเองสุดท้ายก็กระชากข้อมือออกมาจากมือใหญ่ที่บีบจนเจ็บไปหมด

 


เเจฮยอนพยายามพ่นลมหายใจช้าๆเพื่อระงับอารมณ์ที่เดือดปะทุจนอยากบีบไหล่คนตรงหน้าให้แหลกละเอียดคามือ ทั้งๆที่เจอกันเพียงครั้งเเรก เเต่อีกฝ่ายกลับต่อปากต่อคำเขาอย่างไม่ลดละ คุณหนูมินฮยองเเสนอ่อนโยนที่เเม่เขามักจะพูดถึง จนเผลอคิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นคนหัวอ่อน เเละคิดว่าน่าจะต่อรองเเล้วไล่ให้ออกไปชีวิตเขาง่ายๆโดยไม่ต้องออกแรงมาก — เเต่เขาคิดผิด เมื่อคนดีของคุณแม่ หน้าเงินถึงขึ้นไม่ยอมยกเลิกงานเเต่งงาน

 


"ที่คุณอยากให้ผมยกเลิก... คงไม่ใช่เเค่กลัวผมจะมาสูบเงินคุณหรอก คุณคงมีคนรักของคุณอยู่เเล้ว เเต่ครอบครัวคงไม่เห็นด้วย คุณควรไปคุยกับฝ่ายคุณมากกว่าที่จะบีบผมให้ปฏิเสธขอตกลงของผู้ใหญ่"

 


"ฉลาดดีนี่ เธอก็เเค่บอกปฏิเสธไป จะโกหกว่ามีคนรักเเล้วหรืออะไรก็ได้ ส่วนที่เหลือฉันจัดการเอง"

 


"ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่ที่ผมไม่ยอมยกเลิกเพราะไม่อยากจะผิดคำพูดกับคุณยาย เเล้วนั่นมันไม่ใช่ปัญหาของผม ปัญหาใครคนนั้นก็รับผิดชอบไปสิ"

 


" ฮึ ดูเธออยากเเต่งงานกับฉันมากเลยนะ" แจฮยอนผ่อนลมหายใจ ดูเหมือนคุณหนูมินฮยองจะอยากลองดีกับเขาเข้าแล้ว

 


.           "… "  มินฮยองจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ถึงแม้ในใจจะเริ่มกลัว ยิ่งได้สบตากับสายตาที่เดาได้ยากนั่น

 


"ได้ งั้นเราก็แต่งงานกัน เธอจะได้รู้ว่านรกที่แท้จริงเป็นยังไง"

 

 

 




 

คำพูดของผู้ชายคนนั้นยังวนอยู่ในหัวเหมือนกรอเทป มันยังค้างอยู่หลายคืนจนนึกกังวล มินฮยองไม่เคยคิดหรือวาดฝันว่าชีวิตคู่ของตัวเองเป็นยังไง เขาเเค่อยากดูเเลคุณยายให้ดีที่สุด ทำงานหาเงินมาเลี้ยงคนที่บ้าน อยู่ดูเเลสวนดอกไม้ที่เป็นอาชีพที่เลี้ยงให้เขาเติบโตมาได้ขนาดนี้ หรือเขาควรจะปฏิเสธคุณนายจองไปดี — คิดว่าการต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักยากยิ่งกว่าการคิดบทนิยาย หรือเเม้กระทั่งการรดน้ำพรวนดิน หรือก้มตัดดอกไม้เก็บไปขายเป็นไหนๆ

 


ชีวิตเดิมอันแสนเรียบง่ายเหมาะกับมินฮยองที่สุดเเล้ว

 


"มานั่งหน้าบูดอะไรตรงนี้เเรงสะกิดเบาๆที่หลังทำให้ต้องหันไปมอง ร่างเล็กถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะขยับให้อีกฝ่ายหย่อนตัวนั่งลงข้างกัน กระติกน้ำหวานเย็นๆถูกยื่นส่งมาให้ทันทีที่บุคคลมาใหม่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว

 


"ดื่มอะไรหวานๆจะได้อารมณ์ดีขึ้น"

 


"พี่ไปเอาประโยคนี้มาจากไหนเนี่ยมินฮยองรับกระติกนั้นมาดื่ม เเล้วส่ายหัวให้กับประโยคเมื่อครู่ของยองโฮ พี่ยองโฮเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา เราสนิทกันมาก เพราะคุณยายไม่ยอมปล่อยให้เขาไปเล่นไกลบ้าน พี่ยองโฮเลยเป็นเพื่อนเล่นคนเดียวของเขา ทั้งๆที่เป็นญาติกัน เเต่พี่ยองโฮกลับมีรูปร่างตัวสูงใหญ่และเเข็งเเรงจนน่าอิจฉา คนงานในไร่ยังเอ่ยชม ผิดกลับเขา เเค่ยกตระกร้าขึ้นกระบะรถ คนงานที่เห็นยังต้องสั่งห้าม เพราะกลัวทั้งเขาและดอกไม้ในตระกร้าจะร่วงลงไปกองกับพื้นทั้งคู่

 


"เเล้วสบายใจขึ้นมั้ยล่ะ"

 


"นิดหน่อย... "

 


"เรื่องแต่งงานน่ะ จะกลับลำก็ไม่ทันเเล้วนะ มะรืนก็จะเเต่งงานเเล้ว"

 


อยู่ๆพี่ยองโฮก็พูดถึงเรื่องที่เป็นปัญหารำคาญใจในตอนนี้จนเผลอหายใจยาวเหยียดเป็นครั้งที่สองร้อยของวัน เพราะความกังวลถึงทำให้ต้องหนีคุณยายออกมาจากทางหลังบ้านเพื่อมาปลูกดอกไม้คลายเครียด ถึงเเม้คุณยายจะบอกว่าจะต้องเก็บตัวก่อนถึงวันงานก็เถอะ แต่หากปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวในห้องคนเดียวต้องขาดใจตายเป็นเเน่

 


"คิดซะว่าได้ไปอยู่กับเพื่อนใหม่" ยองโฮว่าอย่างติดตลก

 


"มันเหมือนกันตรงไหนเล่า ผู้ชายคนนั้นใจร้าย... โคตรๆใจร้าย ไม่รู้เขาจะทำอะไรผมบ้างถ้าเราเเต่งงานกัน"

 


"น้องของพี่เก่งอยู่เเล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าหมอนั่นทำร้ายเรา พี่ไม่ปล่อยไว้เเน่"

 


มินฮยองยิ้ม ก่อนจะที่สวมกอดเข้าที่เอวอีกฝ่าย ยองโฮตกใจกับการกระทำปกติมินฮยองไม่ใช่คนขี้อ้อนเท่าไหร่ เจ้าตัวเล็กที่เขาเห็นเเต่เด็กก็เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป อาจจะเรียบร้อยมากกว่าเขาที่พ่อเเม่ดูเเลรายนั้นอยู่กับคุณยายที่เป็นผู้ดีเก่า ดังนั้นก็เลยต้องอยู่ในกรอบในระเบียบ เเต่เขาไม่เคยเห็นมินฮยองไม่มีความสุขเลยสักครั้ง เด็กคนนั้นเต็มใจที่จะทำเเบบนั้นด้วยซ้ำ

 


สิ่งที่เขาจะทำให้มินฮยองได้ก็คงมีเเค่คอยดูเเลเจ้าตัวช่วยคุณยายอีกเเรง เขาสัญญาไว้เเล้วว่าจะดูเเลมินฮยองตลอดชีวิตของเขา ถึงเเม้มินฮยองจะไม่ต้องการก็ตาม

 

 

 




 

            มินฮยองเคยไปงานแต่งงานญาติหรือเพื่อนอยู่หลายครั้ง แต่ไม่คิดว่างานแต่งงานที่เขายืนอยู่ในครั้งนี้จะเป็นงานของตัวเอง

 


กระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าสะท้อนให้เห็นร่างเล็กที่สวมชุดสูทสีขาวสะอาดตา โดยตรงอกมีดอกกุหลาบสีน้ำเงินประดับเอาไว้ มินฮยองปล่อยให้ช่างทำผมและช่างแต่งหน้าทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จ โดยตลอดระยะเวลาที่นั่งอยู่เฉยๆก็คิดหาทางหนีงานแต่งงานทุกวินาที

 


แต่พอนึกถึงหน้าคุณยาย ก็ทำไม่ลง สุดท้ายถึงจำใจนั่งรอในห้องจนกว่างานจะเริ่มอย่างที่ควรจะเป็นแทน

 


ก๊อกๆ

 


              เสียงเคาะประตูที่ดังแหวกความเงียบภายในห้องทำให้คนที่นั่งเหม่ออยู่หน้ากระจกต้องเลื่อนสายตาไปยังประตุบุสีแดงบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งเท่าไหร่ ร่างเล็กลุกขึ้นแล้วเดินไปเพื่อเปิดประตูอย่างไม่เร่งรีบ

 


ทันทีที่เปิดออก ก็เจอเข้ากับร่างสูงที่สวมชุดสูทสีดำ ส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เหมือนวันแรกที่เราได้เจอกัน

 


"เจโน่? "

 


"ครับ.. เอ่อ ผมขอเข้าไปได้มั้ย"  คนที่อายุน้อยกว่าถามอ้อมแอ้ม แล้วถึงเดินเข้าไปในห้องเมื่อว่าที่พี่สะใภ้ หลีกทางให้เดินเข้ามาข้างใน

 


หากสังเกตดีๆ เจโน่ถือจานที่มีคุ้กกี้และคัพเค้กขนาดเล็ก พร้อมน้ำเปล่าหนึ่งขวดเข้ามาด้วย "คุณยายบอกพี่ยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า.. ทานขนมรองท้องไปก่อนนะครับ พอถึงเวลาพิธีจะได้ไม่หิว"

 


มินฮยองระบายยิ้มออกมาเมื่อเจโน่เอ่ยจบ ประโยคเป็นห่วงและใส่ใจถึงขั้นนำน้ำและขนมมาให้อดไม่ได้ที่จะเอ็นดู ทำไมคนน้องกับคนพี่นิสัยถึงได้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวซึ่งแน่นอนว่าจองแจฮยอนคนนั้นเป็นเหว

 


"ขอบใจมากเลยนะ แต่— " ยังไม่ทันที่จะปฏิเสธ คัพเค้กที่อยู่ในถ้วยกระดาษลายจุดก็ถูกยัดเข้ามาใส่มือ เหมือนคู่สนทนาจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าถึงได้ชิงทำแบบนี้ก่อน

 


"ไม่มีแต่ครับ ถ้าพี่ไม่ทานอะไรเดี๋ยวก็ได้เป็นลมพอดี" เจโน่ว่าอย่างจริงจังจนมินฮยองหลุดยิ้มออกมาอีกรอบ ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อประโยคถัดมานั้นฟังไม่ชัดเจนเท่าไหร่

 


"เป็นห่วงพี่หรอ? " มินฮยองทวนประโยคที่ตัวเองฟังไม่ชัดแต่พอจับใจความได้บ้าง คนที่โดนจับได้เบิกตากว้างแล้วส่ายหัวไปมาอย่างรวดเร็ว จนต้องหลุดขำกับความตลกของเด็กตรงหน้าอีกครั้ง



               "ผมหมายถึงคุณยายของพี่จะเป็นห่วงต่างหาก" ร่างสูงกว่าพ่นลมหายใจหลังจากแก้ตัวเป็นพัลวันแล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่าง

 


"โอเคๆ พี่กินก็ได้"  เจโน่มองว่าที่พี่สะใภ้ของเจ้าตัวกัดคัพเค้กวานิลลารสหวานเข้าปาก ท่าทางน่ารักตอนแลบลิ้นเลียครีมที่เลอะริมฝีปากทำเขาหน้าร้อนเหมือนจะไม่สบายขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าจะโทษอากาศในห้องที่ร้อน หรือเป็นเพราะคนตรงหน้าที่ทำให้เขาเกิดอาการผิดปกติแบบนี้ดี

 


ยังไม่ทันจะสั่งห้ามอีกฝ่ายที่ทำให้เขาใจเต้น ประตูที่ปิดสนิทเมื่อครู่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจนคนที่อยู่ในห้องต้องหันมองพร้อมกัน ชายร่างสูงกับชุดสูทสีกรมท่าเดินเข้ามาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่สนใจว่าน้องชายของตนจะพูดอะไรขึ้นมาเพื่อสั่งห้ามทำรุนแรงกับร่างเล็กเพียงหนึ่งเดียวก็ตรงเข้าไปคว้าแขนเจ้าสาวให้ออกมาด้วยกันเสียแล้ว

 


เสียงโวยวายตลอดแนวทางเดินของคู่บ่าวสาว เรียกความสนใจจากบรรดาแขกทั้งหลายที่อยู่ภายในงาน งานแต่งงานที่ฉุกละหุกก็สร้างความสงสัยมากพอแล้วยิ่งมาเห็นคู่บ่าวสาวที่ดูเหมือนไม่ได้เต็มใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันด้วยแล้วก็ยิ่งทวีคูณความน่าสงสัยเข้าไปใหญ่

 


มือหนาข้างที่ไม่ได้จับแขนเล็กไว้ผลักเข้าไปยังห้องว่างห้องหนึ่ง ดันตัวเจ้าสาวที่ใช้กำลังลากมาให้เข้าไปก่อนตน

 


"ไม่คิดจะเลิกงานแต่งงานใช่มั้ย"

 


"คุณยังไม่หยุดคิดเรื่องนี้อีกหรือไงผมบอกว่าไม่ก็คือไม่" มินฮยองยังคงยึดมั่นในเจตนาเดิม ถึงแม้จะภาวนาให้งานแต่งบ้าๆนี่ล่มภายในนาทีสองนาทีข้างหน้า และก่อนไปก็ขอต่อยเจ้าของใบหน้าหล่อๆที่ดันมาอยู่กับมนุษย์นิสัยเสียแรงๆสักที

 


               "ในเมื่อฉันให้โอกาสเธอแล้ว แต่เธอยังคงดื้อด้าน" มินฮยองจิ๊ปากไม่พอใจทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูด "ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"

 

 







ฉากงานแต่งงานในโบสถ์เป็นอีกฉากในนิยายที่คนเขียนจะบรรยายด้วยถ้อยคำสละสลวยจนคนอ่านจินตนาการตามถึงบรรยากาศแสนโรแมนติกที่อบอวลไประหว่างคู่พระนาง ให้มีงานแต่งงานที่สมบูรณ์จนน่าอิจฉา

              


              แต่ภาพตรงหน้าของมินฮยอง ไม่ใช่เจ้าบ่าวท่าทางใจดีสุภาพที่พร้อมจะแต่งงานและอยู่ดูแลเจ้าสาวของเขาไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต การกระทำหยาบคายตั้งแต่สวมแหวนเข้าที่นิ้วนางของเขาอย่างไม่เต็มใจเหมือนจะทำให้มันจบๆลงไปเสียทีจนดูน่ารังเกียจ หลังจากที่กล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าบาทหลวงจบ มินฮยองก็ภาวนาให้มันจบลงเพียงเท่านี้ — แต่สิ่งใดที่คาดหวัง มักไม่เคยเกิดขึ้นตามที่หวังเลยสักครั้ง ครั้งนี้ก็ด้วย...

 


ในเมื่อแขกที่มางานตะโกนให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาว ราวกับแรงกดดันที่ปฏิเสธไม่ได้ มินฮยองถอยหลังออกมาอย่างเนียนๆแต่คนตรงหน้าที่นึกสนุกกับการได้โอกาสแกล้งเจ้าสาวหมาดๆไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เขารีบคว้าเอวเล็กของมินฮยองเข้ามาทันที แล้วกดจูบลงบนริมฝีปากบางน่าทะนุถนอมด้วยความแรงจนร่างเล็กอุทานออกมาเพราะความเจ็บ และนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้คนตรงหน้าลิ้มรสริมฝีปากหอมหวานภายในที่มีรสวานิลลาติดอยู่บริเวณปลายลิ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

 


ภาพคนสองคนที่มอบจุมพิตหอมหวานในสายตาของคนทั้งงาน แต่กลับไม่ใช่สำหรับยองโฮที่ลุกขึ้นแทบจะทันทีเมื่อเห็นว่าน้องชายของตนโดนดึงเข้าไปเพื่อจุมพิต หากไม่โดนคุณแม่ที่นั่งประกบอยู่ข้างๆรั้งไว้ เขาคงได้เข้าไปดึงมินฮยองออกมาแล้วต่อยหน้าแจฮยอนให้ล้มหน้าคว่ำกลางพิธี โดยไม่คำนึงว่าหมอนั่นจะเป็นสามี ถูกตามกฎหมายของมินฮยอง



ส่วนด้านเจโน่ ที่นั่งนิ่งเงียบตั้งแต่เริ่มพิธี ถึงสมองจะสั่งให้เขาหยุดคิดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ระหว่างตนกับมินฮยอง แต่หัวใจกลับตรงข้าม มันสั่งค้านจนรู้สึกเจ็บปวด เขาเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้าทันทีเมื่อเกิดอาการโหวงและปวดหนึบก้อนเนื้อบริเวณอกข้างซ้าย

 

 

เจ้าบ่าวที่มอบจุมพิตร้อนแรงให้กับเจ้าสาวในอ้อมกอดก็ไม่ยังหยุดยั้งแม้จะล่วงเลยมาหลายนาที ความโลภสิ่งหอมหวานทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ — แจฮยอนตักตวงความหวานฉ่ำจนกว่าตนจะพอใจ มินฮยองที่เริ่มอ่อนแรง แข้งขาอ่อนยืนแทบไม่อยู่ได้แต่บีบเข้าที่ไหล่แข็งแรงจากคนตรงหน้าเพื่อเป็นที่ยึดเกาะ ยังโชคดีที่แจฮยอนยังช่วยพยุงร่างน้อยไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น อาการหายใจติดขัดนั้นยิ่งทำให้คนที่เหนือกว่าชอบใจ ยิ่งบดริมฝีปากไปแรงๆอย่างไร้ความปราณี ก่อนจะจบลงด้วยการกดจูบแรงๆที่มุมปากแล้วเลื่อนริมฝีปากหนาผ่านแก้มนิ่มเจือกลิ่นหอมมายังใบหู กดจูบอีกครั้งเพื่อแกล้งให้คนในอ้อมแขนสะดุ้งตกใจ แล้วกระซิบเข้าอย่างแผ่วเบา

 


"นี่เพียงแค่เริ่มต้นเองนะมินฮยองหลังจากนี้ เธอจะโดนอีกเยอะ เตรียมใจไว้ให้ดีล่"

 

 

 

 


 50%

 


 

      พอจบพิธีเจ้าบ่าวก็หายตัวทันทีโดยไม่จำเป็นต้องเสียแรงไล่ มินฮยองเองก็ไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะหายไปไหนแล้วก็ไม่คิดที่จะตามหาด้วย แต่มินฮยองก็ไม่ได้ยืนเคว้งเดียวดายท่ามกลางแขกที่มางาน เพราะคุณนายจองลากเขาไปนู่นไปนี่ทั่วงาน เพราะเธอเป็นคนที่รู้จักของคนในสังคมมากทีเดียว ดังนั้นแขกเกินครึ่งภายในงานเลยเป็นแขกของคุณนายจองเขา แล้วที่เหลือก็เป็นญาติพี่น้องของทั้งสองครอบครัว เพื่อนแจฮยอนและเพื่อนที่ทำงานของมินฮยอง

 

            มินฮยอง เสียงทุ้มหนักที่ได้ยินมาตั้งแต่ยังขี่จักรยานสองล้อเองไม่ได้เรียกชื่อขึ้น เจ้าสาวหมาดๆรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทั้งๆที่เพิ่งหย่อนตัวนั่งลงไปได้ไม่นาน แต่ยองโฮไวกว่ารีบกดไหล่เล็กให้นั่งลงตามเดิม เขาเห็นน้องชายของตนถูกลากไปพบแขกของคุณนายจองทั่วทั้งงานแล้วก็นึกสงสาร มินฮยองคงไม่รู้ตัวว่าเวลาตัวเองเหนื่อยแสดงออกมาทางสีหน้ามากเพียงใด ใบหน้าที่ล้าและดูอ่อนเพลียทำให้ยองโฮที่ช่วยคุณยายของมินฮยองเลี้ยงมาเองกลับมือรู้เลยว่าเมื่อคืนน้องชายคนนี้ของเขานอนไม่หลับแน่นอน

 

            มีอะไรหรอ

 

            “พี่จะกลับแล้ว จะพาคุณยายกลับแล้วด้วย ท่านบอกว่าอยากกลับไปพักแล้ว พอพูดถึงคุณยายแววตาของมินฮยองหมองลงไปอย่างเห็นได้ชัด และภายในเสี้ยววินาทีก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใสเพื่อให้คู่สนทนาคลายกังวล

 

            ฝากดูแลคุณยายด้วยนะพี่ยองโฮ ไม่รู้ว่าผมจะได้กลับไปบ้านสวนอีกเมื่อไหร่

 

            พี่ว่าคุณนายคงไม่ใจร้ายกับลูกสะใภ้หรอกมั้ง เห็นท่านดูตามใจเรามากเลยนะ สรรพนามที่เรียกทำมินฮยองหน้าแดงแปร๊ด ไม่รู้ว่าเพราะเขินอายหรือโมโหกันแน่ ทั้งคู่มองกันอยู่สักพักยองโฮถึงได้วางมือไว้บนหัวกลมๆที่เขาชอบแกล้งยีเล่นบ่อยๆเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย แล้วถึงเดินออกไปจนลับสายตาของมินฮยอง

 

            ร่างบางที่นั่งพักจนขาทั้งสองข้างหายเมื่อยดีแล้วถึงได้ลุกขึ้นเพื่อที่จะไปช่วยงานคุณนายจองต่อ ไม่รู้ว่าท่านจะต้องการความช่วยเหลืออะไรอีกหรือไม่ แต่เมื่อกำลังลุกยืนขึ้นก็มีผู้หญิงสองคนเดินผ่านหน้ามาพอดี มินฮยองเลยหยุดเพื่อให้พวกเธอได้ไปก่อน และเขาก็ไม่คิดว่าบทสนทนาของทั้งคู่จะพูดถึงบุคคลที่ถูกถามถึงเมื่อหลายนาทีที่แล้ว

 

            จะบ้าหรอ นี่งานแต่งเขานะ

 

            “ฉันก็คิดแบบนั้น แต่เมื่อกี้มีคนเห็นจริงๆนะว่าเจ้าบ่าวรีบออกจากงานเพื่อไปเจอเพื่อนสนิท แถมยังกอดกันไม่อายคนอื่นอีกด้วย ไม่สงสารเจ้าสาวหรือไงกัน

 

            แต่ฉันว่างานแต่งนี้ดูทั้งคู่ก็ไม่น่าจะเต็มใจหรือเปล่า ไม่มีทางเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำที่เขาจะแต่งงานกับคนอื่น ในเมื่อใครๆก็รู้ว่าแจฮยอนน่ะชอบเตนล์แค่ไหน ถ้าเตนล์ไม่หมั้นไปก่อนคนที่ได้แต่งเข้าตระกูลจองก็ต้องเป็นเตนล์ไปแล้ว

 

            มินฮยองยืนตัวแข็งทื่อ หน้าชา ทำตัวไม่ถูก ประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไปมา เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับแจฮยอนคนนั้นอยู่แล้วตัดไปได้เลยเรื่องที่รู้สึกน้อยใจอีกฝ่าย แต่ที่รู้สึกเจ็บปวดในใจนั้นมันเป็นเพราะเขาต้องมาแต่งงานกับคนที่เพิ่งเจอกัน หนำซ้ำไม่พอยังไม่ชอบหน้ากันและที่สำคัญเราทั้งคู่ก็ไม่ได้รักกันไม่แม้แต่จะมีสิ่งนั้นเกิดขึ้นเลยด้วย และการที่อีกฝ่ายหนีเขาเพื่อไปยืนกอดกับคนที่ตัวเองรักก็ถือว่าไม่ได้ไว้หน้ากัน มันทำเกินไปแล้ว ร่างบางพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ในหัวของเขามีแค่ทำตามที่คุณยายขอ ให้คุณยายได้สบายใจเท่านั้นก็พอไม่คิดจะสนใจคนอื่นว่าจะมองมาในความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดนี้ยังไง ในเมื่อคนพวกนั้นไม่ใช่คนที่เขารักที่สุด ทำไมจะต้องแคร์ด้วย

 

            และนั่นแหละ ขนาดหัวใจของมินฮยองเอง มินฮยองยังไม่คิดที่จะให้ความยุติธรรมกับมันเลย

 

 

 

 

            คืนนี้มินฮยองต้องย้ายเข้ามานอนบ้านตระกูลจอง คุณนายจองดูแลลูกสะใภ้อย่างดี จากที่เธอเอ็นดูมินฮยองในฐานะเด็กน่ารักคนหนึ่ง พอได้เด็กน่ารักคนนั้นเข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวเธอเลยดีใจมากกว่าเดิม อีกนิดเธอคงจะเข้าไปทำความสะอาดห้องแล้วปูผ้าปูที่นอนให้เลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดที่จิน พ่อบ้านที่พ่วงตำแหน่งผู้ช่วยคนสนิทของเธอยั้งมันเอาไว้เสียก่อน

 

            นี่ห้องแจฮยอนนะจ๊ะ ปกติเด็กคนนี้เขาไม่ค่อยกลับบ้านหรอก นอนคอนโดไม่ก็ออฟฟิศ ห้องเลยดูสะอาดสะอ้าน

 

            ครับ มินฮยองตอบรับแล้วสำรวจมองรอบห้อง ก่อนจะหันไปเจอเจโน่ที่เป็นคนยกกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นมาให้ เจโน่ไม่ต้องๆ วางไว้ตรงนั้นนั่นแหละ เดี๋ยวพี่จัดการเอง เจ้าของกระเป๋ารีบเข้าไปคว้ามาถือไว้เอง เขาเป็นคนย้ายเข้ามาเลยไม่อยากรบกวนใครในที่นี้มากนัก แค่ทุกคนเอ็นดูมินฮยองก็ซาบซึ้งมากพอแล้ว

 

            ถ้าหนูขาดเหลืออะไรบอกแม่ได้นะจ๊ะ หรือจะบอกจิน เจโน่ ไม่ก็แม่บ้านของที่นี่ก็ได้ ตอนนี้หนูเป็นอีกหนึ่งสมาชิกของครอบครัวเราแล้ว ไม่ต้องเกรงใจนะ คุณนายจองยิ้มอย่างใจดี เธอเดินเข้ามาสวมกอดลูกสะใภ้แล้วถึงลากแขนเจโน่ให้ออกไปจากห้องด้วยกัน

 

            จากใบหน้าเปื้อนยิ้มเปลี่ยนเป็นใบหน้าบึ้งตึง เธอหยุดอยู่หน้าห้องแล้วหันไปหาจินที่ยืนรอรับคำสั่งผู้เป็นเจ้านาย

 

            ตามหาลูกชายตัวดีของฉันแล้วบอกให้มันกลับมาบ้านให้เร็วที่สุด!!!!”

 

 

            เสียงเอะอะโวยวายข้างล่างบ้านแต่ได้ยินมาถึงข้างบน คนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จรีบเดินไปเปิดประตูห้องแล้วชะโงกดูว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเสียงดังเมื่อครู่ดังมากขึ้นเรื่อยๆเพราะต้นต่อเสียงขึ้นมายังชั้นบน แล้วเป้าหมายก็คือห้องที่มินฮยองอยู่

 

            ไปไหนมา!!! กล้าดียังไงถึงปล่อยหนูมินฮยองเอาไว้คนเดียว

 

            “แม่ก็อยู่กับเขานี่ครับ ไหนจะเจโน่ จินอีก ไม่เห็นเขาจะอยู่คนเดียวตรงไหน มินฮยองที่แค่ยืนฟังยังขมวดคิ้ว แล้วคิดดูว่าคุณนายจองจะปริ๊ดขนาดไหนที่ได้ยินคำพูดไร้ความรับผิดชอบของลูกชายคนโต

 

            มันจะเป็นจะตายหรือไงถ้าไม่ได้ไปเจอกัน อีกฝ่ายเขาก็หมั้นไปแล้ว อีกไม่นานก็คงแต่งงานกัน แม่ไม่เข้าใจเลยว่าเราจะเข้าไปยุ่งกับเขาอีกทำไม

 

            หมั้นได้ ก็ถอนหมั้นได้

 

            เอ้า ไอ้ลูกคนนี้

 

            เจ้าของบ้านทั้งคู่เดินมาจนถึงหน้าห้องพอดี เจ้าของห้องตัวจริงบังเอิญสบตากับมินฮยองเข้าแล้วก็เดินผ่านไหล่เข้าห้องนอนไปโดยไม่คิดจะพูดคุยหรือขอโทษที่ปล่อยให้เขาตอบคำถามของคนทั้งงานโดยที่ตนเองเป็นต้นเหตุทั้งหมด เขามองตามแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตอย่างหงุดหงิด

 

            หนูมินฮยองพักผ่อนเถอะนะจ๊ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จัดการให้ เธอแตะที่ไหล่บางของมินฮยองแล้วหมุนตัวออกไป

 

            คนที่ยืนอยู่หน้าห้องพ่นลมหายใจทิ้งไปอีกครั้งแล้วถึงปิดประตูแล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง เสียงเปิดน้ำทำให้รู้ว่าแจฮยอนได้เข้าไปห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ดี เวลานี้แหละจะได้แกล้งหลับ หมดเวลาแล้วที่วันนี้จะได้เห็นหน้ากัน

 

 


            มินฮยองเผลอเคลิ้มหลับไปจริงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็มีเงาดำทาบด้านบนพร้อมก็ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดใบหน้า ดวงตากลมโตค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบใบหน้าของแจฮยอนในระยะประชิด

 

            ออกไปนะ เมื่อรู้สึกตัวก็ผลักให้อีกฝ่ายถอยออกไป รีบเด้งตัวขึ้นจากท่านอน ขยับหนีรัศมีที่อีกฝ่ายจะเอื้อมมือมาจับได้ คิดจะทำอะไร

 

            “แค่อยากเห็นหน้าชัดๆ ถึงจะตอบด้วยใบหน้าไม่แสดงความรู้สึก แต่คำตอบเมื่อครู่เรียกเลือดที่สูบฉีดทั่วทั้งร่างกายให้มากองบนใบหน้าของมินฮยองได้ไม่ยาก

 

            จะบ้าหรือไง

 

            ทำไม มองไม่ได้หรือไง เธอหวงหรอ…” คนที่มีประสบการณ์มากกว่ามองแป๊บเดียวก็รู้ว่าคนบนเตียงอ่อนต่อโลกขนาดไหน แค่เขาพูดหยอดนิดเดียวก็หน้าแดงเสียแล้ว แจฮยอนแกล้งพูดช้าๆให้อีกฝ่ายตั้งใจฟังแล้วอาศัยจังหวะนั้นขยับตัวขึ้นไปบนเตียง เขาไล่สายตามองยังหน้าผากเนียน ดวงตากลมโตที่จ้องมองมาทางเขาอย่างระแวง จมูกทรงเล็กรับกับรูปหน้าเรียว และที่สำคัญคงไม่พ้นริมฝีปากบางสีสดธรรมชาติที่เขาได้ลิ้มลองแล้วค้นพบว่ามันนุ่มนิ่มกว่าที่คิดไว้เยอะ ร่างหนาขยับไปจนใกล้คนที่นั่งกอดหมอนตัวแข็งทื่ออยู่มุมหัวเตียง “…ริมฝีปากของเธอนี่ชมพูจังเลยนะ แจฮยอนโน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายจนปลายจมูกชนกัน เมื่อเห็นว่ามินฮยองไม่ขัดขืนกับนั่งนิ่งทำตัวว่าง่ายเขายิ่งหยามใจ ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจที่อีกฝ่ายเป็นเด็กดี ก่อนที่จะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้อีกรอบหมายจะชิมริมฝีปากเล็กที่ตนเพิ่งเอยชมมันเมื่อครู่ ถึงแม้ในงานแต่งเขาจะได้ลิ้มลองชิมไปแล้วแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยากลิ้มลองมันอีกครั้ง

 

            และแจฮยอนก็ตายใจตามที่มินฮยองคิดเอาไว้ไม่มีผิด

 

            มือเล็กที่กอดหมอนเลื่อนมาวางไว้บนหน้าท้องแข็งแรงของอีกฝ่าย แล้วบิดไปยังเนื้อตรงนั้นอย่างแรง บิดไปจนเกือบรอบจนคนขี้แกล้งร้องเสียงดังออกมา เมื่อเห็นคนที่โดนหยิกถอยตัวออกไปถึงได้ยกหมอนขึ้นฟาดไปยังร่างนั้นอย่างไม่ยั้งมือ ถือแม้จะถูกสั่งให้หยุดแต่มินฮยองก็ไม่ฟัง จะตีอีกฝ่ายจนให้ขนเป็ดในหมอนนั้นกระจายออกมาเลย คนแบบนี้ต้องตายสถานเดียว

 

            โอ๊ย!! เจ็บนะเว้ย บอกให้หยุดไง!! มินฮยอง!!!!”

 

            คนอย่างคุณมันต้องโดนตีซะบ้างจะได้รู้ว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง รู้สึกยังไงบ้างล่ะ เป็นฝ่ายถูกกระทำเจ็บมั้ยล่ะ มินฮยองฟาดครั้งสุดท้ายไปสุดแรงจนขนเป็ดในหมอนกระจายออกมาลอยเกลื่อนเต็มเตียง

 

            มันเกี่ยวอะไรกับฉันวะ

 

            “ผมไม่ได้อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณหรอกนะคุณจะไปทำอะไรที่ไหนผมไม่ได้สนใจ แต่วันนี้จู่ๆคุณก็หายไปจากงาน ผมต้องตอบคำถามคนมากมายว่าเจ้าบ่าวไปไหน คุณจะเห็นแก่เรื่องส่วนตัวแล้วทำให้คนอื่นเขาลำบากไม่ได้ โตขนาดนี้คิดไม่ได้หรือไง

 

            แจฮยอนฉุนกึก เด็กคนนี้กล้าดียังไงถึงมาสอนเขา เห็นว่าตัวเองเป็นคนโปรดของคุณแม่แล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือไง

 

            จะมากไปแล้วนะคนที่ถูกตำหนิอย่างแรงกดเสียงต่ำ ถ้าเกิดวันนี้เขาสั่งสอนคนปากดีตรงหน้าไม่ได้ เขายอมให้เหยียบหน้าเลย!

 

            มินฮยองมองคนตรงหน้าที่ดูท่าแล้วน่าจะเอาจริงเลยรีบหนีลงเตียง แต่ช้าเกินไป แจฮยอนรู้ทันรีบคว้าแขนเรียวเอาไว้แล้วดึงลงมาให้อยู่ใต้ร่าง มินฮยองหวีดร้องออกมาอย่างตกใจมือก็ทุบตีอย่างไม่ยั้งมือ แต่แจฮยอนที่โกรธเคืองไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเลยราวกับดูถูกว่าแรงจากกำปั้นเล็กๆนั้นแค่กำปั้นของลูกแมวเพิ่งคลอดเท่านั้น ขณะที่แจฮยอนกำลังจะลงโทษเด็กดื้อที่กล้ามาสั่งสอนเขา โทรศัพท์มือถือที่วางเอาไว้หัวเตียงก็ดังหยุดการกระทำของเขาเอาไว้เสียก่อน คนขี้โมโหจิ๊ปากออกมาอย่างหงุดหงิดแต่ก็เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์นั้นลงมา พอได้เห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอจากที่อารมณ์เสียเมื่อครู่ก็จางหายไป แต่ถึงอย่างนั้นแจฮยอนก็ไม่ยอมปล่อยให้คนใต้ร่างได้เป็นอิสระ

 

            ว่าไง เตนล์ มินฮยองที่ดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากการเกาะกุมอันแน่นหนาหยุดการกระทำลงเมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นเหมือนเคยได้ยินมาก่อน

 

            “…”

 

            “อืม ถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว คนที่ลอบมองคนที่คุยโทรศัพท์อยู่เลิกคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัยและรู้สึกแปลกประหลาด เพราะตั้งแต่เจอกันเขายังไม่เคยเห็นแจฮยอนยิ้มเลยสักครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็น พอยิ้มแล้วดูดีกว่าตอนทำหน้าบึ้งตั้งเยอะ ลักยิ้มข้างแก้มมีเสน่ห์จนละสายตาไปไม่ได้เชียวล่ะ

           

            อีกฝ่ายยังคงตอบกลับกับปลายสายอย่างต่อเนื่อง มินฮยองเลยอาศัยจังหวะที่แจฮยอนเผลอมุดตัวออกมา คนขี้แกล้งแค่มองตามแล้วหัวเราะออกมาเบาๆอย่างชอบใจ

 

            อ๋อ เปล่าน่ะ ไม่มีอะไร ไปนอนได้แล้วครับ ฝันดี แจฮยอนวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิม เขาหันไปมองมินฮยองที่ไปหลบอยู่อีกมุมห้องที่ไกลจากเตียง แจฮยอนยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะแกล้งเจ้าลูกแมวตัวน้อยที่ยืนสั่นอยู่ข้างโซฟา ถ้าเกิดประตูไม่ได้ล็อกจากข้างนอกมินฮยองคงไม่ลังเลเลยที่จะออกไปเพื่อหนีจากเขา เขาก็คิดแบบเดียวกันเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วคิดว่าคืนนี้จะไปอาศัยห้องเจโน่นอนแต่พอหมุนลูกบิดประตูพบว่าถูกล็อก เดาได้ไม่ยากเลยว่าใครเป็นคนทำ

 

            แจฮยอนย่างก้าวไปอย่างช้าๆ แต่เมื่อขยับเข้าไปในระยะที่ใกล้จะถึงโซฟายาวตัวใหญ่ หมอนขนาดกลางก็ฝ่าอากาศมากระแทกหน้าจนเขาเซเสียหลัก ใบเดียวไม่พอ ยังมีใบที่สามสี่ห้าลอยมาอย่างต่อเนื่อง จากที่จะมาแกล้งเขากลายเป็นว่าโดนทำร้ายร่างกายก่อน และดูแล้วมินฮยองจะไม่ยอมหยุดง่ายๆยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับแจฮยอนหนักจนเจ้าตัวรีบจ้ำอ้าวมาตรงหน้าคนที่ยกหมอนใบถัดมาขึ้น พอเห็นว่าแจฮยอนไม่มีทีท่าจะกลัวว่าจะโดนหมอนปาใส่ ถ้าเกิดเป็นอย่างนั้นตัวเองก็จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบและหากพลาดครั้งนี้อาจจะโดนแก้เผ็ดแรงกว่านี้เป็นแน่ ร่างเล็กถึงได้ปีนขึ้นไปยืนบนโซฟาโดยในมือมีโน้ตบุ๊กราคาแพงที่ก่อนหน้านี้วางอยู่บนโต๊ะกระจกตรงหน้า แถมถือขึ้นพร้อมจะฟาดเขาหัวแตกได้ทุกเมื่อเกิดเข้าไปใกล้มากกว่านี้

 

            แจฮยอนยอมถอยเพราะกลัวว่าหัวจะแตกและกลัวว่าถ้าเกิดโน้ตบุ๊กพังขึ้นมาจะต้องเสียเวลาไปซ่อมแล้วกู้ข้อมูลสำคัญที่มีอยู่เต็มเครื่องอีกจึงพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกมือขึ้นสองข้างแล้วถอยหลังจนไปชิดโต๊ะที่ตั้งห่างออกไปจากโซฟาชุดกลางห้อง

 

            เมื่อเห็นว่าตัวเองปลอดภัยดี มินฮยองถึงได้ยอมลงจากโซฟาแล้ววางโน้ตบุ๊กลงกับที่ของมัน โดยไม่ลืมทิ้งข้อความข่มขู่ให้เจ้าของตัวจริงได้จำใส่ใจ

 

            ถ้าคุณกล้าเข้ามายุ่มย่ามกับผมอีก จะไม่แค่โดนหยิกพุงแต่หัวจะได้แตกเพิ่มอีกแผลแน่!!”

 

 


            ถึงแม้จะผ่านไปหลายวันหลายคืนแต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ห้องริมขวามือของตัวบ้านจะไม่มีเสียงทะเลาะของคู่ข้าวใหม่ปลามัน คุณนายจองจากภาวนาให้ทั้งคู่มีหลานให้ตนได้อุ้มสักคนแต่จนถึงตอนนี้ขอเปลี่ยนเป็นให้ยุติสงครามกลางบ้านให้ได้เสียทีดีกว่า หลังจากงานแต่งงานของลูกชายคนโตของบ้านได้ผ่านไป แน่นอนว่าคุณนายจองวางแผนทริปฮันนีมูนให้ทั้งคู่ทันที แต่ติดที่ลูกชายคนโตของเธอกลับพูดขัดขึ้นมาก่อนว่าหลังจากนี้ต้องเคลียร์งานอีกยาว ไหนจะเดินทางไปคุยกับลูกค้ารวมถึงไปดูพื้นที่ใหม่ที่จะสร้างรีสอร์ตอีก ยังไงก็ไม่มีเวลาว่างพอสำหรับกิจกรรมงี่เง่าแบบนั้น แผนที่ปูมาซะดิบดีพังไม่เป็นท่าทั้งที่ยังไม่ได้แม้แต่จะเริ่มด้วยซ้ำจึงต้องพับโครงการเฉพาะกิจนั้นไปก่อน ส่วนลูกสะใภ้คนเก่งของเธอก็ดูไม่ได้จะรู้สึกผิดหวังอะไร ออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่ไม่ต้องไปนอนค้างคืนดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์กับคนที่ชอบพูดจาขู่เหมือนจะฆ่าแกงกันตลอด

 

            ชีวิตคู่ของทั้งสองคนภายนอกห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่เป็นการอยู่กันคนละมุม แจฮยอนนั่งเคลียร์เอกสาร ติดต่อลูกค้ากลางห้อง ส่วนมินฮยองก็เอาโน้ตบุ๊กคู่ใจออกมาพิมพ์งานนอกระเบียง ถ้าเป็นวันปกติที่แจฮยอนใช้เวลาอยู่ที่บริษัทเกือบทั้งวัน มินฮยองก็นั่งแต่งหนังสืออยู่ที่บ้านหรือไม่ก็ออกไปข้างนอกเพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำงาน คุณนายจองเห็นทั้งคู่ห่างเหินเลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก หลายวันเลยที่เธอต้องโทรหาคุณยายของมินฮยองเพื่อปรึกษา แต่ท่านก็พูดปลอบใจกลับมาพอให้เธอได้หายกลุ้มบ้าง แต่คุณนายจองไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปแน่ ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องใช้วิธีเผด็จการตามแบบฉบับของเธอ

 

            ก๊อก ๆ

 

            ประตูบานหนักแง้มออก โดยที่คนอยู่ข้างในยังไม่ทันจะได้ออกไปเปิดต้อนรับด้วยตัวเอง มินฮยองรีบลุกขึ้นมาหาคุณนายจองที่ส่งยิ้มใจดีให้เธอ

 

            คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ สรรพนามที่ได้ฟังจากปากมินฮยองเมื่อไหร่ก็ทำให้หญิงวัยสี่สิบปลายยิ้มอย่างไม่เกรงกลัวว่าริ้วรอยจะผุดขึ้นมาบริเวณหางตาเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากยิ้มหวานแต่ในหัวมีการวางแผนอย่างชั่วร้ายที่ทับซ้อนปิดบังคนใสซื่อตรงหน้าที่ส่งยิ้มอย่างไร้เดียงสาไม่รู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง

 

            มินฮยอง ว่างหรือเปล่าลูก ไปช่วยแม่หน่อยได้มั้ยจ๊ะ

 

 

 

           

            ถ้ามินฮยองรู้จักที่จะปฏิเสธป่านนี้ก็รอดไปแล้ว หลังจากโดนจูงมือมาในครัวพร้อมเห็นอุปกรณ์ทำอาหารที่วางบนโต๊ะก็เผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มินฮยองทำอาหารไม่เป็นและไม่คิดจะทำเลยสักนิด เพราะเคยทำครัวไหม้ที่เกิดจากความไม่ระมัดระวัง ดังนั้นห้องครัวที่บ้านสวนจึงเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับมินฮยอง

 

            แต่ผมทำไม่เป็นนะครับ หันไปส่งยิ้มแห้งให้คนข้างๆ แต่เธอกลับส่ายหัวเชิงไม่เป็นไร

 

            ดีเลย เดี๋ยวแม่จะได้สอนให้

 

            อย่างน้อยเมนูที่ได้ฝึกทำด้วยตัวเองเป็นเมนูที่ไม่ได้ยาก ไม่ต้องเปิดแก๊ส เปิดเตา หรือจุดไฟอย่างที่คิด คุณนายจองสอนการทำคิมบับง่ายๆที่ใส่ไส้หลายๆอย่างเพียงเท่านั้น มินฮยองรู้สึกสนุก การทำอาหารก็ถือเป็นกิจกรรมช่วยผ่อนคลายอย่างหนึ่ง หลังจากที่อุดอู้อยู่ในห้องเพื่อปั่นงานถึงใจจริงอยากจะออกไปนั่งทำงานข้างนอกแต่ก็เกรงใจเจ้าบ้านเลยตัดสินใจอยู่เป็นเพื่อนคุณนายจองที่นี่ดีกว่า

 

            ทำเยอะเลย ทำไปให้ใครหรือเปล่าครับ มินฮยองถามอย่างสงสัย เพราะปริมาณมันเยอะไม่น่าจะทานเพียงแค่สองคนแน่

 

            ว้า รู้ทันซะแล้วหรอเนี่ย

 

            “หมายความว่าไม่ได้ทำทานเองหรอครับ

 

            ใช่จ๊ะ เราจะทำไปให้พี่แจฮยอนทาน

 

            สิ้นเสียงคุณนาย มินฮยองแทบโยนแครอทในมือทิ้งทันที

 

            คุณนายจองใช้คำว่า เรา แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจริงๆ เพราะคนที่เอาคิมบับใส่กล่องที่ห่อผ้ามาอย่างดีก็คือมินฮยองคนเดียว เมื่อรถคันหรูจอดยังหน้าบริษัทดัง มือเรียวของคุณนายจองก็ดันหลังให้มินฮยองลงจากรถโดยไม่ทันตั้งตัว และไม่ทันจะพูดอะไรสักคำ รถก็เคลื่อนออกไปเหลือเพียงคนร่างเล็กที่ยืนมองตามไปจนละสายตา

 

            ให้ตายเถอะ คนบ้านนี้ยังไงเนี่ย

 

            มินฮยองเดินเข้าบริษัทไปอย่างเก้ๆกังๆ สอบถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นเพื่อสอบถามถึงห้องทำงานของประธานของปัจจุบัน ตอนแรกพวกเธอก็ทำหน้าแปลกๆ แต่หลังจากหันไปซุบซิบถามกันก็แทบจะอุ้มมินฮยองขึ้นรถเข็นแล้วมาส่งยังหน้าห้องเลยทีเดียว

 

            ชั้น 14 เป็นชั้นของประธานบริษัทโดยเฉพาะ มินฮยองเดินตามคนที่คาดว่าน่าจะทำหน้าที่รับแขกที่นี่ไปจนถึงหน้าประตู เขาเคาะประตูให้เสร็จสรรพแล้วถึงเชิญคนที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างหลังให้เข้าไป

 

            ภายในห้องกว้างไม่ได้มีเพียงแค่ประธานบริษัทที่หันมามองทางคนมาใหม่ด้วยสายตาแปลกๆ แต่มีอีกคนที่อยู่ร่วมอยู่ในห้องนั้นด้วย เจ้าของร่างเล็กที่ยังมีรอยยิ้มบางๆอยู่บนใบหน้าก็หันมาด้วยเช่นกัน  ก่อนจะหันกลับไปมองแจฮยอนสลับกับร่างบางที่ยืนถัดออกไปไม่ไกล

 

            เราว่าเรากลับก่อนดีกว่า กลัวว่ามันจะดูไม่ดีน่ะ เตนล์รีบบอกลาแจฮยอน แล้วเดินมาหยุดตรงหน้ามินฮยองเพื่อที่จะทักทาย สวัสดีครับคุณมินฮยอง ผมเตนล์นะครับ เป็นเพื่อนของแจฮยอน แต่จริงๆแล้วเป็นรุ่นพี่ของหมอนั่นต่างหาก ขอโทษด้วยนะครับที่งานแต่งของคุณผมไม่ได้เข้าไปแสดงความยินดีร่างที่เล็กกว่ามินฮยองรู้สึกผิด แต่มินฮยองกลับส่ายหัวเชิงว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก่อนที่จะหลบทางให้รุ่นพี่ตัวบางของแจฮยอนได้ออกไป

 

            มาทำไม คนที่จ้องอยู่นานเป็นฝ่ายเอ่ยถาม เจ้าของร่างสูงลุกจากโต๊ะทำงานแล้วเดินตรงมาทางภรรยา ของตน

 

            คุณแม่ให้เอามาให้ แจฮยอนขมวดคิ้วแต่ก็ยอมรับห่อผ้านั้นมาแต่โดยดี จากน้ำหนักคิดว่าน่าจะเป็นอาหาร ประจวบกับเวลาที่ใกล้จะเที่ยงแล้ว เมื่อเห็นมินฮยองที่ทำหน้าที่เสร็จสิ้นกำลังหมุนตัวกลับ ไม่รู้ว่าสมองส่วนไหนสั่งการให้มือข้างขวาที่ว่างยื่นมือออกไปดึงข้อมือเล็กของคนตรงหน้าเอาไว้เสียก่อน ยิ่งเห็นเจ้าของใบหน้าของมินฮยองที่ทำหน้าไม่เข้าใจยิ่งรู้สึกคิดผิดที่ทำแบบนั้น แต่จะให้สะบัดมือคนที่อุตส่าห์เอาอาหารกลางวันที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาได้ทานมาให้ก็จะดูเป็นคนนิสัยแย่ไปหน่อย

 


            “จะรีบไปไหน อยู่ทานด้วยกันก่อนสิ

 

 


 TBC.




TALK

               มาอัพตอนเช้ามืดอีกเช่นเคย รู้เลยว่ายังไม่ได้นอน55555 เย้ ครบ 100%สักทีนะคะรอกันนานเลยสำหรับเรื่องนี้ หวังว่าจะ 100% ;----; หายไปนานเลยทีเดียว ยังกลับมาแต่งอยู่นะคะ เผื่อบางคนกลัวจะไม่กลับมาแต่งต่อแล้ว555555 เห็นหลายคนชอบเรื่องนี้เลยรีบมาแต่งต่อให้ จริงๆเราก็อยากรีบมาแต่งให้ทุกเรื่องที่ค้างเอาไว้มาก5555 แต่พอถึงตอนจะเขียนจริงเขียนได้ไม่ค่อยน่าพอใจเลยไม่อยากรีบลงให้ทุกๆคนอ่านกันค่ะ ตอนนี้หวังว่าจะถูกใจใครหลายๆคนนะคะ แนะนำเพลงตามไลฟ์ของแจฮยอนที่เราเปิดระหว่างที่เขียนตอนนี้ Hard Place - H.E.R. ค่ะ เหมือนจะไม่ได้แนะนำเพลงมาสักพักเลยหรือเปล่า5555  ใครมีเพลงที่ชอบมาแนะนำก็ได้นะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและขอบคุณทุกคอมเม้นด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนอ่านอย่างสนุกค่า

 

talk


         สวัสดีปีใหม่ค่า  กลับมาอีกครั้งกับเรื่องนี้ที่ค้างนานเป็นเดือนเเต่เห็นว่ามีถามถึง เราเลยขอกลับมาเเต่งอีกรอบหลังจากหมดไฟกับเรื่องนี้ไป5555 ยังไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่ตอนนะคะ เเต่จะพยายามเเต่งให้จบคนอ่านจะได้ไม่รู้สึกคาใจ จะไม่ปล่อยไว้กลางทางเเน่นอนค่ะ .___. 


        ขอบคุณคนที่ยังติดตามอ่านงานของเรานะคะ เรามีกำลังใจมากๆเลย บางทีมีท้อๆไปด้วยเพราะคิดว่าไม่มีคนอ่านเเล้ว เเต่ก็มีคนอ่านมาคอยให้กำลังใจ เราถึงเเต่งฟิคมาจนถึงตอนนี้ได้ถึงจะอัพไม่ค่อยบ่อย ต้องขอโทษด้วยนะคะที่อัพเเต่งละเรื่องเเต่ละตอนช้า รีบเอามาลงให้อ่านกันก่อนคืนนี้ พรุ่งนี้จะมาตรวจคำผิดอีกรอบนะคะ อยากให้เเก้ไขหรือปรับปรุงส่วนไหนคอมเม้นมาบอกได้เลยค่ะ สุดท้ายนี้ขอให้อ่านอย่างสนุกนะคะ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #382 wsjoom (@wsjoom) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 09:14
    พี่เชียร์น้องเจโน่สุดใจเลยคับ คนพี่นะน่าตีจริงๆ
    #382
    0
  2. #367 Nevermind (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:29

    ดีใจมากๆที่ไรท์กลับมาต่อ..ก็ชอบเรื่องนี้จริงอยากจะตีพระเอกเพลี๊ยะๆ????????????

    #367
    0
  3. #350 meoli (@meoli) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 23:59
    รออออออออ เรื่องนี้สนุกกกกก
    #350
    0
  4. #349 Sasi03878454 (@Sasi03878454) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 06:14
    สู้ๆนะคะ
    #349
    0
  5. #348 ikxxcyy (@ikxxcyy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 01:28
    จะขอเกลียดพระเอกตลอดไป ไม่มีอำนาจใดมาลบล้างได้ อ่านแล้วปวดใจอ่ะ นิสัยไม่ดีเลยแม่ง อยากให้มินฮยองเลิกกับมันเลยอะ เลิกไม่ได้หรอ ไม่เห็นต้องทนกับคนแบบนี้เลย ฟึดฟัดมาก แม่งๆๆๆๆๆๆๆๆไไๆไ
    #348
    0
  6. #346 jesussaveme (@prom-pink) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 01:32
    เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเป็นไรมากป่ะถามจริงง มินฮยองคงงงอ่ะ แจฮยอนผีเข้าแน่ๆ แต่ตอนแกล้งกันน่ารักมากเลย ชอบน้องที่ไม่ยอมคนพี่ จัดการไปเลยมินฮยองอย่าให้เขาทำอะไรหนูได้นะ !! / ขอบคุณที่แต่งฟิคเรื่องนี้นะคะ รอติดตามทุกๆเรื่องของคุณไรท์เลย กด 99 ให้กำลังใจรัวๆเลยค่ะ
    #346
    0
  7. #345 supisa_n (@supisa_n) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 00:41
    อห ช้อคอ่ะ เป็นมินฮยองก็คิดว่าผีหลอกอ่ะ คนที่แบบขู่ทุกวันมาชวนกินข้าว ผีเข้าแน่ๆ ส่วนเตนล์นี่คือไงอ่ะ หมั้นแล้ว แต่ไปกอดกับแจฮยอน โทรหา อยู่ออฟฟิศด้วย งงไปหมด
    #345
    0
  8. #344 my_happiness2 (@My_Happiness) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:16
    อึดอัดแทนน้องนะเอาจริง ดูเหมือนทุกคนจะไม่ค่อยสนใจความรู้สึกน้องเลย สะมีน่ะไม่เท่าไหร่เพราะก็เข้าใจว่านังไม่ได้เต็มใจจะแต่งอยู่แล้ว แต่เแม่สะมีนี่สิก็รู้นะว่าชอบน้องอยากได้น้องแต่ที่ทำอยู่ตั้งแต่บังคับให้แต่งงานแล้วดูนังทำเพื่อสนองนี้ดตัวเองมากกว่าโดยไม่สนความรู้สึกของลูกหรือน้องเลยสักนิดเดียว เอาแต่ที่ตัวเองพอใจ คนจะยังไงก็ช่าง
    //นี่ดูอินไปไหมอ่ะ55555 แต่เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ😂
    #344
    0
  9. #343 พี่โจ้คนคูล.🌿 (@mtuanna93) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 20:24
    สงสัยผีเข้าว่ะชวนมินฮยองกินข้าว
    #343
    0
  10. #342 gttnpp❊ (@gor_toey) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 20:12
    นายคนนี้คือยังไง อยู่ดีๆก็ชวนน้องกินข้าวด้วย นายไม่มีแผนไรใช่มั้ย หรือแค่ไหลไปตามน้ำเพราะเผลอดึงแขนน้องไว้ ปล. คิดถึงเรื่องนี้มากเลยค่ะ ดีใจที่กลับมาอัพนะคะ
    #342
    0
  11. #341 fluffylioncub (@mondenschein) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 19:56
    คิดถึงเรื่องนี้จังเลยค่า ดีใจมากที่มากต่อน้าาา แบบว่าเฝ้ารอพี่เจย์ตกหลุมรักน้องจะไม่ไหว เธอจะทำท่าเย่อหยิ่งไปได้ถึงไหนกันนายแจฮยอน จะคอยดูวววว เป็นกำลังใจให้คุณภรรยาตัวเล็กนะคะ อดทนไว้คนเก่งของคูมแม่ และเป็นกำลังใจให้คุณคนเขียนด้วยค่า รักน้า <3
    #341
    0
  12. #340 mustage (@mustage) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 18:35
    ผีเข้าหรอ ชวนน้องกินข้าวด้วยกันน่ะห้ะะ
    ฮือออ น้องมินฮยองน่ารักมากเลยคับบบบบ
    #340
    0
  13. #339 BABY_PORPER (@sunggyupoelove) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 17:04
    พี่แจคะ เดี๋ยวเราจะตีเธอ ใจร้ายจัง
    #339
    0
  14. #338 naamfahhh (@naamfahhh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 12:45
    สู้ๆ นะคะ &#128147;&#128147;&#128147;&#128147;
    #338
    0
  15. #337 Gaembenjii (@Gaembenjii) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 12:29
    เฮ้อออ รู้ว่าไม่ได้รักกันแต่เธอช่วยให้เกียรติน้องในฐานะภรรยาหน่อยได้มั้ยแจฮยอน นิสัยไม่ดีจริงๆ แล้วอย่ามาตกหลุมรักลูกชั้นทีหลังก็แล้วกัน อุแง ไรท์มาอัพแล้วดีใจจนน้ำตาแทบริน คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ ไรท์เตอร์สู้ๆน้าเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #337
    0
  16. #336 cresntMoon (@falove11) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 11:47
    อย่ามาหลงลูกเราทีหลังนะ
    #336
    0
  17. #335 MORINGA (@tgmelonnn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 10:47
    คิดถึงเรื่องนี้มากเลยค่ะ
    #335
    0
  18. #333 Coffee Latte' (@Kingaor1Kingaor) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 05:55
    แจฮยอนเริ่มใจดีกับมินฮยอนจริงรึเปล่า
    #333
    0
  19. #332 sherlockmie (@dujdara) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 05:32
    ทำดีกับภรรยาหน่อยเถอะนะแจฮยอน ไม่งั้นอิฉันจะเอาลูกอิฉันคืนจริงด้วย!
    #332
    0
  20. #330 meoli (@meoli) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 13:25
    โอ้โหหหหห มันแซ่บๆมาก รอเลยยยยย อยากให้แต่งยาวเลย
    #330
    0
  21. #327 naamfahhh (@naamfahhh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:10
    เหย เอาแต่ใจจังเลยน้า
    #327
    0
  22. #314 so much to me! (@deerbarkyu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 03:12
    อยากอ่านอีกกกกกกกมาต่อไวๆนะคะ
    #314
    0
  23. #291 nachyxm (@tangmo1512) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 15:53
    จองใหญ่ไม่อ่อนโยนเลยยๆ น้องช้ำหมดแล้วๆ สงสารจองเล็กเลยย โอ๋ๆนะเจโน่ รอติดตามนะคะ
    #291
    0
  24. #283 Nbtk0115hwh0301 (@Nbtk0115hwh0301) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 19:40
    เจย์อย่าทำน้องนะ แต่เขินมากจีงงงง
    #283
    0
  25. #261 papapaphung (@pheephung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 23:06
    อ๊อยยยยย เจย์อย่าแกล้งน้องงงงงงงงง (ทำน้องแรงๆๆๆ)
    #261
    0