[SF/OS] NCT JAEMARK - MY J

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,156 Views

  • 327 Comments

  • 701 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    202

    Overall
    12,156

ตอนที่ 12 : [OS] Would you tremble if I touched your lips? (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    9 พ.ย. 60











          โน้ตบุ๊ค สมุดเลคเชอร์ กระเป๋าดินสอจากที่อยู่บนโต๊ะเมื่อครู่ถูกกวาดลงกระเป๋าอย่างรวดเร็วเมื่อเสียงออดรอบเเรกดังขึ้น กระเป๋าผ้าสะพายขึ้นไหล่อย่างทำเวลา ผ้าใบคู่เก่งกำลังพาร่างสมส่วนของนักกีฬาเทนนิสอย่าง มาร์ค ออกจากห้องเรียนที่อีกไม่นานจะกลายเป็นพื้นที่อันตรายของเขา กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาทางหลังตึกเรียนที่มีคนสวนเข้าสวนออก สนามเทนนิสเป็นที่ 'หลบ' คนพวกนั้นได้ อย่างน้อยก็มีคนที่กล้าจะสู้กับพวกบ้านั่น ผมสีเเอชบราวน์ที่เพิ่งไปย้อมใหม่ถูกปกปิดไปครึ่งด้วยบีนสีเเดงสด  เเต่คนที่พระเจ้าไม่เคยเห็นใจอย่างเขาถึงได้หนียังไงก็ไม่รอดพ้นจากคนพวกนี้อยู่ดี เเขนขาวถูกรั้งดึงเอาไว้อย่างเเรงจนร่างทั้งร่างของมาร์คประชิดเข้ากับอกเเกร่งของเเฮชตัน เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเเต่นิสัยหยาบคายทำให้มาร์คเกลียดคนๆนี้เข้าไส้ รวมถึงพวกเพื่อนขี้หลีของเขา ด้วยนิสัยเเบบนี้ถึงคบกันได้สินะ


          "ปล่อย"


          "คนสวยจะไปไหนหรอจ๊ะ"


          "หยุดเรียกฉันเเบบนี้สักที เเล้วเอามือสกปรกๆของนายออกด้วย"  เเงะมือหนาที่เกาะเเน่นเหนียวเหมือนหนวดปลาหมึกเเต่ทำอย่างไรก็ไม่เป็นผล เเต่มาร์คก็ไม่ยอมหยุดหาทางให้ตัวเองรอดไปจากตรงนี้ สายตาหลายคู่เพียงเเค่มองมาเท่านั้นเเต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วย ในเมื่อเเฮชตันเป็นถึงหลานผู้อำนวยการ  เชื้อไม่ทิ้งเเถว ได้ยินข่าวมาอย่างหนาหูว่าปู่ของหมอนี่ก็เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าถึงอายุจะมากขนาดนี้ก็ตาม 


          "จูบฉันก่อนสิที่รักเเล้วฉันจะยอมปล่อย"  พูดจบก็หันไปหัวเราะชอบใจกับเพื่อนที่มีนิสัยหยาบคายไม่ต่างกับเจ้าตัว


          "ทุเรศ!"


          "นี่! เธอกล้าด่าฉะ  เฮ้ย ! อะไรวะยังไม่ทันที่เเฮชตันจะทำรุนเเรงกับมาร์คเข้า ร่างที่สูงใหญ่ของคนที่จับข้อมือเขาเอาไว้ก็ถูกชนจนตัวเซด้วยใครคนหนึ่งที่เดินมาทางนี้พอดี จนมาร์คต้องเอียงคอเพื่อมองฮีโร่(?)ชั่วคราวที่เข้ามาหยุดก่อนที่มือของเเฮชตันฟาดเข้าหน้าข้อหาปากดี เเละดูเหมือนหมอนั่นจะโมโหผู้ชายที่มาใหม่มากกว่าถึงได้เทความสนใจไปจนเผลอคลายมือที่จับมาร์คเอาไว้ มาร์ครีบวิ่งไปหลบข้างหลังผู้ชายกลุ่มนั้นที่มีเพื่อนอีกสามคนยืนอยู่ข้างหลัง ผู้ชายตัวเล็กที่มีจิวเกือบเต็มหู จับให้เขามายืนใกล้ๆเพื่อกันคนของเเฮชตันเข้ามาฉุดไปอีกรอบ


          "โทษที ฉันไม่เห็นว่านายยืนอยู่"


          "จะมากไปเเล้วมั้งเจย์ นายก็น่าจะรู้ว่าคนอย่างฉันไม่ใช่จะมาหาเรื่องด้วยง่ายๆ" ความขี้โอ่จนน่ารังเกียจของเเฮชตันออกมาเเล้ว เวลาเสียเปรียบหมอนี่ก็ชอบงัดมุกครอบครัวเป็นคนใหญ่โต ปู่เป็นเจ้าของมหา'ลัยเเห่งนี้ เพื่อขู่คนอื่น เเละหลายครั้งคนพวกนั้นก็ยอมเเพ้ทุกราย


          "นายจะบอกว่าปู่นายเป็นเจ้าของที่นี่ เเล้วฉากต่อไปฉันต้องทำเป็นกลัวเเล้ววิ่งหนีเพราะกลัวอำนาจของปู่นายหรือไง"


          "นะ นาย"


          "ฉันไม่กลัวหรอกนะ เเล้วถ้าอยากมีเรี่องกับฉันก็มาได้เลย"


          "เออ ฝากไว้ก่อนเถอะ"  ความขี้ขลาดถึงทำให้หมอนั่นกับฝูงเพื่อนพากันวิ่งกลับ เรียกว่าฝูงถูกเเล้ว นิสัยเเบบนี้มันหมาหมู่ ขนาดยังไม่ทันจะสู้ก็กลัวจนหาจุกตูด มาร์คมองตามกลุ่มคนพวกนั้นที่ห่างไปเรื่อยๆก็รู้ได้ว่าตัวเองคงปลอดภัยเเล้วเเต่เมื่อหันกลับมาหวังจะขอบคุณคนกลุ่มนี้ที่มาช่วยได้อย่างทันเวลา ก็ดันโดนสายตาดุๆของคนที่ทำให้พวกเเฮชตันหนีกระเจิงมองมาจนไม่กล้าขยับตัวหนี เจ้าของร่างเดินผ่านเพื่อนของตัวเองจนมาหยุดตรงหน้ามาร์ค นิ้วเรียวยาวของเจ้าตัวจับเข้าที่คางเล็กเเล้วบีบเพื่อไม่ให้มาร์คสะบัดหน้าหนี เเล้วบังคับทิศทางของใบหน้าให้หันไปตามที่เขาต้องการ


          "สวยอย่างที่เขาลือกันมั้ยล่ะเจย์ ไม่เเปลกที่เเฮชตันจะสนใจ"  ผู้ชายตัวเล็กที่จับเเขนอยู่ถามขึ้น เเถมยังดูภูมิใจกับข้อมูลที่ตัวเองได้รับมานั้นเป็นจริง


          คนที่ชื่อเจย์ไม่ได้พูดอะไรเเค่ปล่อยคางของมาร์คให้เป็นอิสระ "ได้เวลาเรียนเเล้ว ไปกันเถอะ"


          มาร์คยังยืนมองคนกลุ่มนั้นที่เดินเข้าตึกเรียน โดยที่ไม่ได้ขอบคุณ นี่เป็นคนกลุ่มเเรกเลยที่เข้ามาช่วยเขา ถ้าไม่นับพวกพี่ๆในชมรม ถึงเเม้คนที่ชื่อเจย์จะดูไม่ค่อยพอใจในตัวเขาเท่าไหร่ เเต่ก็ควรจะขอบคุณ หากเจอกันคราวหน้าเขาจะไม่ลืมขอบคุณคนพวกนี้เลยเด็ดขาด






          "ไปด้วยกันมั้ยมาร์ค"  ขณะที่มานั่งพักจากการจับเวลาซ้อม มาร์คกระดกน้ำอึกๆเพื่อทดเเทนเหงื่อที่สูญเสียไป เเล้วยื่นมือข้างที่วางรับการ์ดอะไรสักอย่างที่รุ่นพี่อย่างเเทยงส่งมาให้


          ปาร์ตี้วันเกิด? 


          ในการ์ดปรากฎเพียงเเค่ชื่อสเตซี่ ที่เป็นดาวของมหา'ลัย เเต่มาร์คก็ไม่ได้สนิทอะไรกับคนดังขนาดนั้น เขาใช้ชีวิตนักศึกษาปีสองไปกับเพื่อนสนิทสองคน ชมรมเทนนิส มัม เเละซิมบ้า ลูกหมาที่เขาเลี้ยง


          "น่าจะเชิญเเต่คนที่สำคัญหรือเปล่าครับ ผมไม่ได้รู้จักกับสเตซี่เป็นการส่วนตัว"


          "จริงๆการ์ดนี้ให้มาเพื่อยืนยันว่าเป็นเเขกของสเตซี่ต่างหาก งานจัดใน DEEP ผับที่ห่างจากมหา'ลัย 3 บล็อกถนน"


          "ไม่เป็นไรดีกว่าครับ"


          "นายไม่ดื่มเเอลกฮอลล์หรอ "


          "คะ ครับ"  ไม่ใช่ว่ามัมห้ามหรอกนะ เเต่ครอบครัวเขาไม่ดื่ม ไม่เคยสอนให้ดื่ม เลยไม่เคยดื่ม งานสังสรรค์ทีไรก็มีโคล่าเนี่ยเเหละที่ช่วยให้ปาร์ตี้ของเขาสนุกเเละปลอดภัย ไม่ต้องมาห่วงสวัสดิภาพตอนเมาอย่างดื่มเเอลกฮออล์เข้าไป


          "ลองสิ จะได้รู้ว่าเป็นยังไง"


          "ไม่ดีกว่าครับ"


          "ไม่ใจอ่อนเลยหรือไง ฉันอยากได้คนไปเป็นเพื่อนน่ะ ชวนใครในนี้ก็ไม่มีใครว่าง"  บ่นตัดพ้อเพื่อนในชมรมที่เพียงเเค่ไหวไหล่ใส่เเทยงเพียงเท่านั้น


          "ปาร์ตี้เเบบนี้พวกพี่ไม่ควรพลาดนะครับ" มาร์คช่วยชวนพี่ๆคนอื่นในชมรมอีกเเรง


          "นายก็ไม่ควรพลาดเหมือนกัน" 


          "พี่เเทยง..."


          "น่า เเค่ไปเป็นเพื่อนกัน ฉันสาบานว่าจะไม่บังคับให้นายดื่มเเอลกฮออล์เด็ดขาด เเละจะดูเเลนายอย่างดีด้วย"  เมื่อเห็นอีกคนทำท่าสาบานอย่างจริงจังมาร์คก็รีบจับมืออีกฝ่ายให้เอาลง


          "โอเคครับๆ เเล้วงานมีวันไหนหรอครับ"


          "อาทิตย์หน้าน่ะ"


          "นึกว่าจัดสองสามวันนี้ซะอีก"


          "ฉันรีบมาชวนเผื่อนายมีนัดก่อนไง"


          "ครับๆ งั้นพี่มาเตือนผมอีกทีเเล้วกันนะครับ ผมไปซ้อมต่อเเล้ว"  เเทยงพยักหน้าๆ เเล้วก็โดนดุที่ตัวเองมานั่งอู้เเทนที่จะไปซ้อมเหมือนคนอื่นเขา 


          ไม่รู้สิ มาร์คกลับรู้สึกว่าปาร์ตี้วันนั้นต้องมีอะไรเกิดขึ้นเเน่ๆ






          รถไฟฟ้าอัดเเน่นไปด้วยผู้คน เเต่มาร์คก็ต้องกลั้นใจ เขาไม่มีรถที่จะขับมาเรียนได้ เเล้วถ้าขึ้นรถประจำทางมาตอนนี้คงติดเเหง่กอยู่บนท้องถนนเป็นชั่วโมง เข้าเรียนสายกันพอดี ปกติมาร์คจะตื่นเช้ากว่านี้เเต่ดันลืมตั้งนาฬิกาปลุกไว้เมื่อคืนเลยออกมาสายกว่าปกติ เเต่จะโทษใครได้ล่ะ เเละเพราะความผิดปกติที่มาสายถึงทำให้เพื่อนสนิท1ใน2ของมาร์คโทรเข้ามา


          ดงฮยอก


          (ฮัลโหล มาร์คอยู่ไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่ถึงอีก)  คำถามที่ทั้งเร็วทั้งรัวของดงฮยอกทำให้ตอบไม่ทัน จนขอให้พูดช้าๆชัดๆเเล้วเขาจะได้ตอบคำถามนั้นอย่างถูกต้อง


          "ฉันอยู่ในรถไฟฟ้า อีกไม่กี่สถานีก็จะถึงเเล้วล่ะ"


          (ตื่นสายหรอ)  


          "อื้ม"


          (ฉันก็ตกใจหมด นึกว่าเป็นอะไร)


          "ไม่เป็นอะไรหรอกน่า"


          เเละเพราะมัวเเต่ให้ความสนใจกับการคุยโทรศัพท์เลยไม่ได้สังเกตว่ามีใครคนหนึ่งขยับมายืนประกบข้างหลังเอาไว้ มือหยาบค่อยๆวางบนกระเป๋าสะพายเเล้วไล่ลงมายังต้นขา ชะงักเมื่อรู้สึกว่ามีสิ่งเเปลกปลอมที่เริ่มลูบไล้ขาเขาอย่างถือวิสาสะ มาร์คบอกลาดงฮยอกด้วยการทำเสียงปกติที่สุด เเเล้วค่อยๆขยับหนีเมื่อจะขยับหนีก็โดนโอบรัดจนร่างทั้งร่างเข้าไปประชิดกับคนโรคจิต ลมหายใจเเรงหื่นกระหายรดต้นคอจนขนลุก ทั้งตัวสั่นเเต่ไม่กล้าเรียกให้ใครช่วยอย่างเต็มเสียง เขาเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงคงไม่มีใครเชื่อว่าจะถูกลวนลาม  เเล้วถึงดันตัวเองให้ออกมาจากสัมผัสน่าขยะเเขยง เเต่เพราะความเเน่นของพาหนะขนส่งนี้ถึงทำให้หนีหรือขยับไปไหนได้มากนะ เเม้เเต่ทางหลบหนีก็ไม่มี อีกทั้งยังมีคนจิ๊ปากไม่พอใจที่เห็นเขาพยายามจะขอความช่วยเหลือโดยการขยับตัวไปใกล้ที่เหมือนเป็นการเบียดเธอไปด้วยในตัว


          "ปะ ปล่อยนะ"  ถึงจะส่งเสียงเเต่เสียงที่เปล่งขอความช่วยเหลือก็ถูกกลบเสียงคุยกันคนในตู้ขนส่งนี้ มือเล็กตะปบมือหยาบนั้นให้ออกไป ทั้งดันทั้งฝืนตัวออกเเต่ก็ไม่เป็นผล รู้สึกกลัวจนขาสั่น เมื่อคนข้างหลังกระซิบถ้อยคำถึงความต้องการอย่างน่ารังเกียจ


          "มะ ไม่"


          "ทำอะไรน่ะ"  น้ำเสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำให้มาร์ครีบหันไปมอง ผู้ชายตัวสูงเจ้าของผมสีดำที่มีจิวคล้องหูเอาไว้  "ฉันถามว่านายทำอะไร"  คราวนี้เริ่มเร่งเสียงให้ดังจนเสียงพูดคุยที่ดังหยุดลงพร้อมกับหันมามองทางต้นเสียง ผู้ชายที่ยืนซ้อนข้างหลังได้เเต่น่าเจื่อน เมื่อเห็นว่ามือของชายคนนั้นละจากต้นขา มาร์คก็รีบวิ่งมาหลบหลังเเผ่นหลังกว้าง


          "ปะ เปล่า"


          "ยังมีน่ามาบอกว่าเปล่าอีกหรอ เเก่ป่านนี้เเล้วยังทำตัวโรคจิตอีก" เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วบริเวณราวกับกดดันให้กับชายโรคจิตที่ทำตัวไม่ถูก ได้เเต่ก้มหน้ารับคำติ คำด่าของคนในตู้โดยสาร จนกระทั่งมาเทียบสถานี ชายคนนั้นก็รีบวิ่งออกไปโดยมีเสียงตะโกนด่าจากผู้โดยสารคนอื่น มาร์คเห็นว่ายามวิ่งไล่ตามเมื่อเห็นท่าทางไม่น่าไว้ใจของชายคนนั้นก่อนประตูจะปิดลง


          "ขะ ขอบคุณนะครับ  อ้ะ!"  ไม่รู้ว่าอีกคนได้ยินคำขอบคุณมั้ยพอเจ้าตัวก้มหน้าลงมาก็กระชากเเขนมาร์คให้ตามไปด้วยกัน พื้นที่มุมอับเล็กๆเป็นที่ยืนของทั้งคู่ มาร์คถูกดันให้ไปหยุดอยู่ข้างในเเล้วตามด้วยอีกคนมายืนทาบราวกับจะกักขังเขาไว้ด้วยร่างใหญ่โตของเจ้าตัว


          "โดนเเบบนี้บ่อยหรอ"


          "ครับ?"


          "โดนคุกคามน่ะ"


          "คุณ!"


          "ฉันก็พูดตรงๆให้เธอเข้าใจง่ายๆไง"


          "ผมคงดึงดูดพวกคนโรคจิตล่ะมั้งครับ"


          คนตรงหน้าไม่ได้พูดอะไร เเต่อยู่ๆก็ถามมาร์คตัวเเข็งทื่อเมื่อเขาโน้มหน้าลงมาใกล้เเล้วหยุดบริเวณช่วงต้นคอ ลมหายใจอุ่นๆทำให้มาร์คขนลุกเเล้วนึกถึงซ้อนกับเหตุการณ์เมื่อครู่จนเผลอผลักอกคนที่เพิ่งช่วยเหลือตัวเองอย่างเเรง


          "ทำกับคนที่ช่วยเธอเเบบนี้หรอ"


          "คะ คุณทำให้ผมตกใจ"  มาร์คหลบตาเเล้วถอนใจ ตัวยังสั่นเมื่อนึกเหตุการณ์น่าขยะเเขยงเมื่อครู่ โดยสายตาเพียงคู่เดียวของเขาจ้องมองยังคนตัวเล็กที่ยังดูหวาดกลัวถึงเเม้จะเจอปัญหาเเบบนี้ไม่เว้นเเต่ละวัน


          "ยังไงผมก็ ขอบคุณคุณนะ ทั้งเรื่องวันนี้เเละครั้งที่เเล้ว"


          "เธอขอบคุณใครน่ะ ถ้าขอบคุณฉันก็มองหน้าฉันสิ"  จนทำให้มาร์คจิ๊ปากอย่างไม่พอใจเเล้วหันมามองคนที่พูดประโยคกวนประสาทเมื่อครู่ เเต่หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อดันสบตาของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง 


          "ฉันไม่ได้ช่วยใครฟรีๆนะ ถ้าครั้งหน้าฉันเข้ามาช่วยเธออีก..."


          "..."


          "หนึ่งการช่วยของฉัน เเลกกับหนึ่งจูบของเธอ ตกลงตามนี้นะ"




50%



               กลิ่นหอมอุ่นที่ลอยเข้ามาปะทะจมูกหลังจากที่ผลักประตูบานใสของร้านคาเฟ่เล็กๆที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวมหา'ลัย เพียงเเค่ขึ้นมาจากสถานีรถไฟเเล้วเดินมาอีกนิดหน่อยก็เจอเข้ากับร้านที่ตกเเต่งน่ารักๆเเบบนี้  มาร์คเดินเข้าไปสั่งช็อกโกเเลตเย็นของโปรดเเล้วเดินมาหยุดดูเบเกอรี่ที่มีขายในโซนด้านขวาของร้าน กลิ่นหอมเนยทำให้หลับตาสูดกลิ่นหวานๆนั้นเข้าปอด มาร์คไม่ได้จะซื้อกินเองหรอก เเต่ที่หยิบคุ้กกี้ถุงใหญ่มา 2 ถุงติดมือไปจ่ายเงินด้วยก็เพื่อเป็นของเเทนคำขอบคุณที่คนกลุ่มนั้นได้เข้ามาช่วยเขาจากเเฮชตัน

 


          วันนี้มาร์คมีเรียนที่ตึกเรียนรวมอีกครั้ง ตอนที่ซื้อมาก็ลืมเสียสนิทว่าจะได้เจอคนพวกนั้นอีกเมื่อไหร่ เเละก็ไม่รู้เลยว่าความบังเอิญจะขึ้นกับมาร์คอยู่บ่อยครั้ง เมื่อสายตาของมาร์คมองไปเห็นร่างเล็กเจ้าของผมสีดำสนิทที่เมื่อขยับไปใกล้จนเห็นเสี้ยวหน้าก็ยกยิ้มออกมาอย่างดีใจ เเตะเข้าที่ไหล่ของคนที่เดินอย่างไม่สนใจใคร จนเจ้าของร่างสะดุ้งเล็กน้อยเเล้วเปลี่ยนเป็นส่งยิ้มใจดีให้

 


          "อ่า.. เจอกันอีกเเล้ว" เตนล์หยุดคุยกับมาร์ค ซึ่งก็ได้การค้อมหัวเล็กน้อยให้อีกคน คงรู้อยู่ว่าเขาเป็นรุ่นพี่ของเจ้าตัว "มีอะไรหรือเปล่า"

 


          "คือ.. นี่ครับ" ยื่นถุงพลาสติกสีใสที่บรรจุถุงกระดาษอีกสองใบไว้ด้านในให้กับเตนล์ เตนล์รับมาอย่างงงๆ "อันนี้สำหรับขอบคุณที่พวกคุณมาช่วยผมวันนั้นนะครับ"

 


          "ไม่เป็นไร.. ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อมาเลย  มันเป็นเรื่องเล็กน้อย ใครเห็นเเบบนั้นจะไม่เข้าไปช่วยกัน.." เเต่ก็คงมีหลายคนคงไม่กล้าเข้าไปช่วยเเหละ ต่างก็กลัวคำขู่ของเเฮชตันกันอยู่เเล้ว เตนล์ตั้งใจจะส่งคืนด้วยความเกรงใจไม่เเพ้กันเเต่เห็นสายตาจริงจังที่ส่งมาให้เลยยอมรับมาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ "วันนี้เรียนที่นี่หรอ"

 


          "ครับ เเล้วคุณ?"

 


          "วันนี้ฉันไม่ได้เรียนตึกนี้หรอก เเต่ว่ามาเอาเอกสารจากรุ่นพี่ที่นี่น่ะ"

 


          "อ่า ครับ"

 


          "นี่ ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณก็ได้ เรียกว่าเตนล์เฉยๆ เรียกว่าคุณเเล้วเหมือนเป็นลุงยังไงก็ไม่รู้" เตนล์พูดติดตลกเเล้วขำออกมาเล็กน้อย ผิดกับเด็กตรงหน้าที่ทำหน้าเหวอไป เหมือนกลัวว่าเขาจะไม่พอใจ

 


          "ขะ ขอโทษด้วยครับ"  ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นไม่รู้ว่าเขาล้อเล่นหรือไงถึงได้ทำหน้าสำนึกผิดขนาดนั้นจนต้องเอื้อมมือไปเขย่าเเขนอีกคน

 


          "ฉันล้อเล่น เอ้อ งั้นขอตัวก่อนนะพอดีรีบน่ะ เเล้วเจอกันคราวหน้า"  เตนล์รีบขอตัวลาถึงเเม้ตัวเองไม่รีบเเต่คนที่เป็นคนนัดมาเจอมาโทรมาจนโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นนั้นเร่งให้เขารีบไปให้ทันเวลา จึงต้องขอตัวลาทั้งๆที่อยากจะคุยกับมาร์คให้นานกว่านี้ มาร์คมองเตนล์วิ่งไปตึกเรียนรวม 2 ที่อยู่ข้างๆกันกับตึกที่เขาจะไปเรียนพอดี

 

 

 



          เสียงพูดคุยดังอย่างไม่เกรงใจทำให้เตนล์เดาได้เลยว่าอาจารย์ผู้สอนยังไม่เข้าห้อง ซึ่งเลทมา 15 นาทีเข้าให้เเล้ว สอดสายตาหากลุ่มเพื่อนของตัวเองที่คงจะจองที่นั่งเอาไว้สักที จนเห็นกลุ่มผู้หญิงที่ยืนล้อมกันอยู่ตรงโต๊ะตัวยาวทำให้ขยับปากเบาๆ 'บิงโก'  ในเมื่อเพื่อนผู้ชายของเขาอีกสามอยู่ที่ไหนก็มักมีผู้หญิงไปรวมตัวกันอยู่ตรงนั้นราวกับเป็นเรื่องปกติ เตนล์ขยับเข้าไปนั่งข้างๆโดยองที่อ่านหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุด ถัดไปเป็นจอห์นนี่ที่นั่งเล่นเกม ทั้งสองคนไม่สนใจหญิงสาวที่มายืนข้างหน้าเเม้เเต่น้อย เเถมจอห์นนี่ยังหันมาคุยกับโดยองทั้งๆที่พวกเธอยังคงพูดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการอยู่ ส่วนเจย์ที่นั่งริมสุดกำลังกอดอกนั่งถอนหายใจด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ อาการเเบบนี้คงไม่พ้นที่ผู้หญิงที่ยืนเท้าเอวอยู่เบื้องหน้าสร้างปัญหาอย่างการไปเที่ยวอวดว่าได้นอนกับเจย์เเล้วหรือไปไล่อาละวาดผู้หญิงคนอื่นที่เจย์ควงด้วย คงเป็นสักเรื่องล่ะมั้ง

 


          ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองก็เป็นเเค่คู่ควงชั่วคราว ยอมรับตัวเองไม่ได้หรือไงก็ไม่รู้

 

 

          เตนล์หยิบถุงขนมที่ได้รับมาจากมาร์ควางไว้บนโต๊ะเเล้วเอ่ยเชิญชวนเพื่อนๆทั้งสามให้มากินด้วยกัน เเม้ในใจจริงอยากเก็บไว้กินเอง นี่มันประหยัดค่าขนมได้เป็นอาทิตย์เลยนะ เเต่เห็นว่ามาร์คตั้งใจเอามาขอบคุณพวกเขา ถ้าทำเเบบนั้นคงกินไปด้วยความรู้สึกผิด เเต่ที่เตนล์ยอมชวนก็เพราะรู้ว่าเจย์กับโดยองไม่ค่อยชอบขนมหวานอย่างคุ้กกี้เท่าไหร่ ดังนั้นเลยตัดตัวหารไปได้

 


          "ขอกินด้วยดิเตนล์ เปิดถุงเเล้วป้อนฉันด้วยนะ" ขยับปากพูดเเต่ตายังจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ จนเตนล์ต้องกลอกตา ไม่คิดจะทำอะไรเลยหรอเป็นง่อยหรือไงผู้ชายคนนี้

 


          "ซื้อขนมมากินอีกเเล้ว เเค่นี้ยังอ้วนไม่พออีกหรอ" เจย์ใช้หางตามองเพื่อนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม เพราะชอบกินของไม่มีประโยชน์ตัวถึงได้เเคระเเกรนเเบบนั้น เเละคำว่าอ้วนทำเตนล์ตาเหลือก หยิบสมุดเลคเชอร์ของใครสักคนบนโต๊ะยกขึ้นเตรียมฟาดไปที่ปากหมาๆของเจย์

 


          "ฉันไม่ได้ซื้อ เด็กคนนั้นให้มาต่างหาก.. มาร์คน่ะ"  เมื่อได้ยินชื่อของเด็กคนนั้นจากคนที่ไม่คิดจะสนใจในตอนเเรกเปลี่ยนท่าที รีบลุกขึ้นคว้าถุงพลาสติกทั้งถุงเอามาไว้คนเดียวจนเพื่อนอีกสามคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว

 


          "อะไรของนายเนี่ย ส่งคืนมาเดี๋ยวนี้นะ มาร์คให้มาเพื่อขอบคุณที่พวกเราช่วยในครั้งนั้น ทุกคนต้องได้กินสิ เเล้วนายไม่ชอบกินอะไรหวานๆไม่ใช่หรอ เอามาให้ฉันกับจอห์นนี่กินเถอะ"

 


          "ไม่!"

 


          เตนล์ขมวดคิ้วเเล้วหันไปมองจอห์นนี่ที่มองมาเหมือนกัน

 


          'มันเป็นอะไรของมัน' จอห์นนี่ขยับปากไร้เสียง ซึ่งเตนล์ส่ายหัวเเล้วไหวไหล่ ไม่คิดจะทวงของที่เจย์เอาไป เพราะรู้ยังไงก็คงไม่ได้คืน เเต่เเอบเสียดายเเหะ รู้อย่างงี้เเอบเก็บไว้กินคนเดียวตั้งเเต่เเรกก็ดี

 

 

 


 

          ตั้งเเต่ที่เจย์บอกกับเขาบนรถไฟในวันนั้นก็ทำให้เขาป้องกันตัวตลอด ไม้เทนนิสที่อยู่ในกระเป๋าถูกหยิบมาเป็นอาวุธชั่วคราว ใช้ไล่ฟาดเมื่อเเฮชตันกับเพื่อนนิสัยเสียเข้ามายุ่งวุ่นวายจน จากตอนเเรกที่หวงไม้ราวกับอะไรดีเพราะไม่อยากซื้อใหม่ ก็เลือกที่จะใช้  เพื่อ... หนึ่งป้องกันตัวเองจากพวกนิสัยเสียนั่น

 


          เเละสอง เพื่อไม่ให้คนๆนั้นเข้ามาช่วยเขาโดยบังเอิญเเล้วเรียกค่าช่วยเหลือตามที่เจ้าตัวบอก

 


          พักหลังเเฮชตันเเละเพื่อนเจ้าตัวก็ไม่ค่อยตามมาก่อกวนอีก เเต่มาร์คก็ยังประมาทไม่ได้ ถึงเเม้วันนี้สนามเทนนิสจะปิดซ่อมเเซมบางส่วนเเละทำความสะอาดใหญ่ทำให้ไม่ได้ไปซ้อม เเต่มาร์คก็ยังสะพายไม้เทนนิสมาด้วยอยู่ดี

 


          มาร์คยังไม่อยากกลับบ้าน ปกติเลิกเรียนช่วงบ่าย 2 ก็จะตรงไปสนามเทนนิสเพื่อฝึกซ้อมเเต่วันนี้ไม่ได้ไป เลยโทรนัดกับเพื่อนสนิทอีกสองคนที่เรียนคนละกับเขาคณะกัน ซึ่งมาร์คส่งข้อความบอกว่าจะไปรอหน้าห้องเรียนในช่วงใกล้เลิกเรียน มาร์คไม่ค่อยได้มาบ่อย ในเมื่อดงฮยอกกับเจโน่มักจะเป็นฝ่ายมาหาเขา เเต่ช่วงก่อนหน้านี้สองคนนี้งานยุ่งทำให้เราไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ พวกเเฮชตันเลยมาก่อกวนไม่เว้นวัน เพราะรู้ว่าไม่มีคนคอยช่วยเขา มาร์คเดินทางมาถึงตึกคณะของเพื่อนทั้งสอง ไล่ดูตารางเรียนที่เเลกกันเพื่อจะได้รู้ตารางกันละกันเเล้วขึ้นมารอหน้าห้องที่ระบุว่าเพื่อนทั้งสองเรียนอยู่ เดินเข้าไปใกล้ประตูเพื่อส่องดูว่าถูกห้องหรือไม่ กวาดตาจนเจอเจโน่ที่เเอบยกมือโบกให้เมื่อหันมาเจอเขาพอดี

 


          ร่างเล็กที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียนอยู่ในสายตาของร่างสูง โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่านอกจากตัวเองที่อยู่เพียงคนเดียวตรงทางเดินมีใครอีกคนอยู่ ก้าวเท้าไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้อีกคนรู้ตัว มองท่าทางภาษามือที่ส่งสารให้กับคนข้างในเเล้วต้องกลั้นขำ จนขยับไปประชิดตัวเเล้วจับเข้าที่ไหล่เล็กนั่น

 


          มาร์คสะดุ้งตกใจเเล้วคว้ากระเป๋าไม้เทนนิสยกขึ้นเตรียมฟาดเพื่อป้องกันตัวจากอันตราย เเต่เจย์กลับจับมันได้ก่อนที่ไม้จะฟาดไปบนหน้าหล่อนั่น เมื่อตั้งสติเเล้วรู้ว่าเป็นใครก็รีบดึงอาวุธชั่วคราวของตัวเองกลับมาโดยรวดเร็ว

 


          "คิดจะทำร้ายฉันอีกเเล้ว"

 


          "ก็คุณมาเงียบๆ"  หัวใจที่เต้นระรัวตกใจค่อยๆกลับมาเต้นปกติ อย่างน้อยก็เป็นคนที่ไว้ใจได้ ทำให้มาร์ครู้สึกปลอดภัยขึ้นมาหน่อย

 


          "เเล้วมาทำอะไรที่นี่" เขาตั้งคำถามเเล้วจ้องมาทางมาร์คด้วยสายตาตำหนิ เหมือนที่ชอบมองอย่างทุกครั้ง

 


          "ผมมารอเพื่อน"

 


          "มาคนเดียวไม่กลัวหรือไง.. อ่า ไม่กลัวสินะ เพราะถ้าเกิดเธอโดนเหมือนครั้งนั้น เดี๋ยวฉันจะตามไปช่วยเอง"  ประโยคท้ายเริ่มลดเสียงลงเเล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนมาร์คต้องย่นคอหนี เจย์หัวเราะในลำคอให้กับท่าทางตลกของอีกคนเเล้วกลับมายืนตรงตามเดิม

 


          "คุณได้รับคุ้กกี้ไปเเล้วใช่มั้ยครับ"

 


          "อื้ม เเต่ฉันไม่กินอะไรพวกนั้นหรอก ให้เตนล์กินไปหมดเเล้ว"  เจย์โกหกคำโตก็ในเมื่อคุ้กกี้ถุงใหญ่ทั้งสองถุงที่บอกว่าให้เตนล์ไปเเล้วนั้นนอนยิ้มอยู่ในกระเป๋าเป้ของเขาอยู่ต่างหาก เเละเพราะประโยคเมื่อครู่จึงทำให้เด็กที่มีความตั้งใจเอามาให้หน้าจ๋อยลง

 


          "ไม่กินไม่เป็นไรหรอกครั้บ อย่างน้อยได้ให้ก็สบายใจเเล้ว"

 


          อ้าว..  จากใบหน้าจ๋องเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นปกติ เจ้าตัวเดินผ่านเขาไปนั่งตรงระเบียงที่มีลมเย็นๆพัดเข้ามาตลอด เขาคงจะได้นั่งเป็นเพื่อนเด็กคนนี้ถ้าไม่ติดที่ว่าเวนดี้เพื่อนอีกคนหนึ่งในห้องโผล่ตัวออกมาจากห้องที่อยู่เกือบสุดทางเดินตะโกนให้เขากลับเข้าไปในห้องเรียนหลังจากที่ไปถ่ายเอกสารนานเกินควร จึงตั้งใจจะอาสาไปตาม เพราะมีเวนดี้คนเดียวที่เจย์จะยอมรีบกลับไป ไม่ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เขากับเวนดี้ไม่มีอะไรในกอไผ่เเน่นอน เเต่เวนดี้เป็นเพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่สนิทเเละไม่ค่อยจะคิดขัดใจเท่าไหร่นัก เจย์พยักหน้าตอบกลับเป็นเชิงจะรีบไปเดี๋ยวนี้เเล้วหันมามองเด็กที่หันกลับมามองทางเขา

 


          "ฉันไปเเล้วนะ ดูเเลตัวเองดีๆล่ะ"  



          "ครับ"

 


          เเผ่นหลังกว้างเดินห่างออกไปไกลจากเดิมเเต่ยังอยู่ในสายตาของมาร์ค ไม่รู้ว่าทำไมคนๆนี้มักเข้ามาช่วยเขาเสมอ เเละมาได้ทันเวลาพอดีอีกด้วย มาร์คหัวเราะกับตัวเองเมื่อคิดว่ามันจะเป็นความรู้สึกที่ตัวเองปฏิเสธมาอยู่ตลอดหรือเปล่า เลิกให้ความสนใจกับคนที่เดินห่างออกไปเเล้วมาให้ความสนใจกับหนังสือที่เพิ่งยืมมาจากห้องสมุดเเทน.. เเต่ถ้าหากมาร์คยังมองไปที่เจย์ ก็คงได้สบตากับคนที่ถึงเเม้จะเดินห่างออกไปเเต่ก็คงหันกลับมามองเขาอยู่ 

 

 

 




          Stacy's Birthday



          เเจ้งเตือนในโทรศัพท์ร้องสั่นเพื่อเตือนคนเป็นเจ้าของโทรศัพท์ มาร์คที่เเต่งตัวสำหรับปาร์ตี้ในคืนนี้เดินไปปิดเสียง เเล้วเลื่อนตอบข้อความของเเทยงที่บอกว่าอีก 15 นาทีคงจะถึงบ้านของมาร์คตามที่นัดกันเอาไว้ เพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์ที่ขาดตรงช่วงขาราวกับเป็นเทรนด์ที่มาร์คเห็นเเล้วยังต้องซื้อมาใส่ตาม ยืนเช็คตัวเองหน้ากระจกเรียบร้อยเเล้วคว้าของจำเป็นใส่กระเป๋ากางเกง เเล้วถึงเดินออกมาจากห้อง สัตว์เลี้ยงสี่ขาที่วิ่งเล่นอยู่ชั้นล่างของบ้านวิ่งตรงมาทางเขาที่เดินลงบันไดขั้นสุดท้าย จนต้องอุ้มเจ้าตัวดื้อขึ้นมากอด — สุนัขพันธุ์ปอมเมเรเนียนวัยสองเดือนกระดิกหางไปมา ขนฟูฟ่องสีน้ำตาลทำให้มันได้ชื่อตามการ์ตูนที่มาร์คได้ดูตอนเด็กๆอย่างซิมบ้า นอกจากจะรับหน้าที่เป็นตัววุ่นวายประจำบ้าน ในคืนนี้มาร์คก็ได้มอบหมายให้มันอยู่ดูเเลมัมของเขาในขณะที่จะต้องออกไปข้างนอก

 


          "จะออกไปเเล้วหรอลูก"  ผู้หญิงเพียงคนเดียวในบ้าน เจ้าของใบหน้าสวยที่มาร์คถอดเเบบออกมาถามขึ้น มาร์คตอบรับเเล้วเดินอ้อมหลังโซฟาเพื่อไปหอมเเก้มฟอดใหญ่

 


          "เดี๋ยวพี่เเทยงก็ถึงเเล้วครับ.. มัมอยู่บ้านคนเดียวได้ใช่มั้ย" ถึงยังไงก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี ปกติถ้าไม่ใช่เรื่องทำรายงานกับเพื่อนหรือทำกิจกรรมจนค่ำ มาร์คก็ไม่เคยกลับดึก

 


          "ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกลูก มัมก็มีเจ้าซิมบ้าอยู่เป็นเพื่อน ไปเที่ยวให้สนุกเถอะ"  เธอส่งยิ้มให้ มาร์คค่อนข้างกังวลเรื่องเธออยู่เสมอ เป็นห่วงเธอไม่ต่างกับที่เธอเป็นห่วงมาร์คเท่าไหร่ เสียงเครื่องยนต์ดังบริเวณหน้าบ้านทำให้มาร์ควางเจ้าซิมบ้าลงพื้นเพื่อออกไป หลังจากที่ลาคนเป็นเเม่เเล้ว

 


          เเทยงอยู่หน้าบ้านพร้อมมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ กลิ่นน้ำหอมฟุ้งเเปลกกว่าทุกวัน มาร์ครับหมวกกันน็อคขึ้นมาสวมใส่เเล้วขึ้นคร่อมยานพาหนะที่มารับเข้าในวันนี้

 


          ช่วง  4  ทุ่มคนในย่านสถานบันเทิงเริ่มเยอะขึ้น เเทยงขี่ไปจอดยังลานจอดรถ เเล้วพาเขาเข้าไปในร้านโดยเเสดงการ์ดเชิญสำหรับปาร์ตี้วันนี้ที่สเตซี่ปิดร้านเลี้ยง มาร์คคิดว่าปิดร้านเลี้ยงคงมีเพื่อนไม่กี่คน เเต่เปล่าเลย คนเต็มร้านเหมือนเป็นปกติ เสียงดนตรีดังจนไม่ได้ยินว่าเเทยงพูดอะไรด้วยซ้ำ มือเล็กกำเข้าที่เสื้อหนังของเเทยงกันตัวเองหลุดเเล้วไหลไปตามกลุ่มคน จนกระทั่งเเทยงพามายังโต๊ะของคนที่คาดว่าน่าจะรู้จัก

 


          "ไฮ สเตซี่ สุขสันต์วันเกิด" วางของขวัญไว้บนโต๊ะ มาร์คเห็นเจ้าของวันเกิดเมื่อเธอลุกขึ้นเเล้วเเสงไฟส่องมาพอดี สเตซี่เป็นผู้หญิงสวยเเล้วก็ใจดีผิดกับภาพลักษณ์ของเธอที่ดูเเรงๆโดยสิ้นเชิง เธอพาเรามายังโต๊ะนั่งเนื่องจากเราไม่ได้รู้จักกับใครมากนะเท่าไหร่ เเต่เธอก็ดีใจที่เเทยงยอมมางานวันเกิดของเธอ

 


          "ตามสบายเลยนะ อยากได้อะไรสั่งได้เลย"  สาวชุดเดรสสั้นสีเเดงเดินออกไปพร้อมรอยยิ้ม เสียงเพลงในร้านยังอย่างต่อเนื่อง บนโต๊ะมีขนมเล็กๆน้อยๆกับโคล่า เเละเบียร์ของเเทยง รุ่นพี่เอี้ยวตัวมากระซิบเนื่องจากเสียงดนตรีที่ดังเกินคุยด้วยระยะปกติจะได้ยิน มาร์คพยักหน้าเเล้วมองตามเเทยงที่ลุกออกไปคุยโทรศัพท์ โดยไม่ลืมกำชับเขาราวกับเขาเป็นเด็กๆ 'ห้ามลุกตามใครไปไหนนะ' เเต่มาร์คก็พยักหน้าตกลงเพื่อให้เเทยงสบายใจอยู่ดี 



          เเรงยวบลงบนเบาะโซฟาตัวเดียวกับที่มาร์คนั่งอยู่ ผู้ชายท่าทางสุภาพใจดีส่งยิ้มให้ มาร์คขยับตัวหนีอย่างเนียนๆเพื่อไม่ให้เสียมรรยาท ถึงเเม้ว่าคนๆนี้จะไม่ได้มีเเววตาจ้องจะคิดอะไรเเบบนั้นเหมือนเเฮชตันก็เถอะ เเต่เขาก็ไม่ควรจะประมาท 





           "เป็นเพื่อนสเตซี่หรอ"  เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มสุภาพ ถ้าเป็นสาวๆคงตกหลุมรักในน้ำเสียงเขาไปเรียบร้อยเเล้ว เเต่ด้วยความดังของเสียงทำให้มาร์คจับใจความประโยคที่เขาพูดไม่ได้ จนคนมาใหม่ต้องขยับเข้าไปใกล้ร่างที่เเทบจะชิดกับเบาะอีกฝั่งเพื่อย้ำประโยคเมื่อครู่อีกครั้ง



          "เปล่าครับ มาเป็นเพื่อนรุ่นพี่"



          "งั้นหรอ.. ฉันมาที่นี่ไม่รู้จักใครเลย งั้นขอนั่งด้วยเเล้วกันนะมาร์คที่ปฏิเสธคนไม่เป็นก็ได้เเต่พยักหน้าเเล้วขยับตัวให้ชิดกับเบาะอีกฝั่งหนึ่งให้มากที่สุด จนรู้สึกอึดอัดเพราะความไม่ปลอดภัย มาร์คถึงได้ลุกขึ้นเเต่เป็นจังหวะเดียวกันกับคนที่นั่งข้างๆจะลุกขึ้นด้วยเหมือนกันทำให้มือของอีกฝ่ายที่ถือเเก้วเบียร์โดนชนจนของเหลวภายในเเก้วกระฉอกใส่เต็มเสื้อ มาร์คเบิกตากว้างเพราะความไม่ระมัดระวังของตัวเองถึงทำให้เสื้อของอีกฝ่ายนั้นเลอะ  



          "ขะ ขอโทษครับคุณ"  รีบดึงทิชชู่นั้นมาซับๆ เเต่ของเหลวนั้นก็ซึมเข้าเสื้อไปเกือบหมดกลิ่นเเอลกฮออล์ฉุนจมูก นั่นทำให้มาร์คไม่สบายใจ "ดะ เดี๋ยวผมพาไปล้างเเล้วกันนะครับ"  รีบพยุงร่างของอีกคนให้ลุกขึ้นเเล้วพาไปห้องน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ



          ภาพทั้งหมดอยู่ในสายตาของคนที่จ้องมองมาตั้งเเต่มาร์คนั่งลงบนโซฟา เเล้วรุ่นพี่ที่มาด้วยลุกออกไป เขาได้เเค่มองจากระยะที่ไม่ห่างกันมากเเต่เนื่องด้วยชั้นล่างคนเเน่นทำให้อีกฝ่ายคงไม่เห็นเขา เจย์หยิบเเก้วตรงหน้าของตัวเองเเล้วกระดกอึกใหญ่อย่างนึกหงุดหงิด คิดว่าถ้าหากตรงหน้าตัวเองคือเด็กคนนั้นจะดุให้ร้องไห้ไปเลย ก็เขาที่นั่งมองจากตรงนี้ถึงได้รู้ว่าหมอนั่นตั้งใจลุกขึ้นมาเพื่อให้มาร์คชนตัวเองเเล้วทำน้ำหกใส่ต่างหาก 



          น่าโมโหชะมัด



          กระเเทกเเก้วที่ดื่มของเหลวไปจนหมดลงบนโต๊ะกระจกเเล้วลุกขึ้นพรวด จนจอห์นนี่ที่นั่งอยู่ริมต้องเอ่ยถาม  "จะไปไหน"  เจย์ไม่ตอบเเต่เดินหัวเสียออกไป 


 




         ด้านของมาร์คที่คงลืมไปว่าเเทยงกำชับอะไรมาถึงได้พาคนเเปลกหน้ามาห้องน้ำ เเล้วอาสาช่วยเช็ดเสื้อที่เลอะนั้นด้วยตัวเอง  "เสื้อคุณอาจจะเปียกหน่อยนะครับ ผมไม่ได้พกผ้าเช็ดหน้ามาด้วยสิ" มาร์คยังขะมักเขม้นกับการใช้น้ำบนฝ่ามือเเต้มเช็ดไปตามจุดที่เลอะ โดยมีสายตาของคนที่เริ่มทำให้อุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นจ้องมองอยู่ เขารอจนกระทั่งผู้ที่ใช้บริการห้องน้ำคนสุดท้ายเดินออกไปเเล้วหันไปมองตรงทางเข้าเพื่อเเน่ใจว่าจะไม่มีใครเข้ามา



          "ไม่เป็นไร... พอดีฉันมีผ้าเช็ดหน้า"  เสียงโทนเย็นเเต่ไม่ทำให้มาร์คเอะใจ เจ้าตัวหยิบผ้าผืนหนึ่งที่พับเป็นทบออกมาจากกระเป๋ากางเกงเเละในขณะที่อีกคนไม่ทันได้ตั้งตัวก็โปะไปบนจมูกอย่างรวดเร็ว เเขนข้างหนึ่งล็อกโอบรัดไม่ให้ดิ้นหลุด จากที่ดิ้นขัดขืนในตอนเเรกก็อ่อนเเรงลง ร่างทั้งร่างทรุดลงไปตามสติที่ดับวูบลง เขาเก็บผ้าผืนเดิมเข้ากระเป๋า เเล้วกระชับอ้อมกอดเเล้วรั้งอีกคนเข้ามา เลือกที่จะออกไปทางประตูหลังของร้าน เพื่อจะอ้อมไปยังลานจอดรถข้างหน้าเพื่อไม่ให้คนในร้านสงสัย



          จากที่คิดว่าเเผนการณ์จะเป็นไปตามที่ตัวเองวางไว้ รอยยิ้มร้ายเมื่อครู่หุบลงเมื่อเจอร่างของใครคนหนึ่งยืนกอดอกพิงรถยนต์ของเขา เขาขยับเข้าไปใกล้หมายจะไล่บุคคลตรงหน้าให้ออกไป



          "ยังมีคนใช้วิธีโปะยาสลบคนอื่นอยู่อีกหรอ"  เจย์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับวิธีน่าโง่ เเต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนโง่เป็นเหยื่อจนเขาต้องออกมาช่วยเนี่ยเเหละ น่ารำคาญจริงๆ



          "อย่ามายุ่งดีกว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัว" 



          "ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะ เเต่นายน่ะ.. " เจย์ทิ้งช่วงเเล้วเดินเข้ามาใกล้คนที่ยังพยุงร่างเล็กไว้  ยิ่งเห็นใบหน้าอ่อนวัยนั้นก็ทำให้ยิ่งหงุดหงิด อยากระบายใส่อะไรสักอย่างเเรงๆ  "..กำลังจะพาคนของฉันไป"



          ชายคนนั้นรีบส่งหมัดไปเเต่กลับถูกดึงเอาไว้เเล้วโดนหมัดหนักๆจากคนที่ระงับอารมณ์ไม่อยู่ก็กระเเทกเข้าที่หน้าจนเซเเทนจนเผลอปล่อยร่างที่ตัวเองพามาด้วย เจย์ดึงคนที่ไม่รู้สึกตัวให้กลับมาทางตน เเล้วใช้เท้าถีบไปสุดเเรงเมื่ออีกฝ่ายจะลุกขึ้นสู้ จนล้มกระเเทกพื้นเสียหลัก เจย์ตามไปกระทืบซ้ำจนได้ยินเสียงร้องโอดครวญให้หยุด ถึงได้ยอมยกเท้าขึ้นมาเเล้วกระทืบลงไปอย่างหนักเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเป็นอิสระถึงได้รีบลุกออกไปทั้งๆที่สภาพเจ็บหนักเเต่คิดว่าถ้าหากตัวเองยังช้าอาจจะถูกกระทืบปางตายอย่างเเน่นอน



          เจย์พ่นลมหายใจถึงจะได้ระบายความหงุดหงิดนั้นไปก็ตามเเต่เขาก็ยังรู้สึกรำคาญใจอยู่ไม่นอนถึงได้หันมามองคนในอ้อมกอดที่หัวกลมๆซบเข้าที่ไหล่ของเขา เปลี่ยนจากชื่อมาร์คเป็นชื่อตัวน่ารำคาญดีมั้ย  เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเเล้วต่อสายหาคนที่คุยง่ายไม่มากความที่สุดในกลุ่มอย่างโดยอง



          "ฉันจะกลับเเล้ว ฝากบอกพวกนั้นด้วย"







          จากที่คิดจะหลับต่อเเต่ถูกรบกวนด้วยเเสงเเดดที่ลอดผ้าม่านส่องเเยงเปลือกตาสีขาวนวลที่หลับอยู่ มาร์คขยับตัวเมื่อรู้สึกการนอนท่าเดิมนั้นไม่สบายตัว "ซิมบ้า.. ซิมบ้า"  เอ่ยเรียกเจ้าสุนัขเเสนซนที่จะนอนอยู่ข้างล่างเตียงเเละจะกระโดดขึ้นมาบนเตียงเพื่อปลุกในทุกเช้า มือเล็กควานหานาฬิกาปลุกมีชีวิตเเต่กลับไม่พบ จนค่อยๆลืมตาเเล้วส่งเสียงเพื่อตามหาอีกรอบ เสียงเรียกค่อยๆเเผ่วลงไปเมื่อสายตาสอดส่องไปรอบห้อง... นั่นไม่ใช่ห้องนอนที่คุ้นเคย รีบเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นเเรงเพราะความกลัว ก้มมองเสื้อผ้าว่ายังอยู่ครบมั้ย ดวงตาเบิกกว้างตกใจหนักกว่าเดิม เมื่อเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่กลับเป็นเสื้อยืดสีขาวหลวมโคร่ง กางเกงขายาวหายไป มีเพียงเสื้อยืดตัวเดิมปกคลุมเลยต้นขามาไม่มากนะ ยังไม่ทันจะนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเองมาอยู่ที่นี้ ประตูที่ตั้งอยู่ห่างจากเตียงก็ถูกเปิดขึ้น พร้อมร่างสูงที่อยู่ในเสื้อยืดเเละกางเกงขายาวสำหรับใส่อยู่บ้านเดินเข้ามา เจย์กระตุกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของกระต่ายน้อยที่ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคอเเล้วขยับตัวเมื่อเขาเริ่มขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ



          "ทีกับฉันระวังตัวจังนะ"  เจย์หย่อนตัวนั่งตรงปลายเตียง เเล้วใช้สายตาดุเหมือนตอนเเรกที่เจอกันจ้องมองมายังมาร์ค ร่างเล็กค่อยๆถดตัวไปจนชิดหัวเตียงมากกว่าเดิม เเละด้วยความไม่ระวัง ผ้าห่มที่ห่มจนถึงต้นคอไหล่ลงจนความเย็นของเครื่องปรับอากาศกระทบต้นขาเล็ก คราวนี้หมอนที่อยู่ในมือถูกเขวี้ยงใส่เจ้าของห้องที่มองการกระทำของผู้มาใหม่ทันที เเต่ดีที่เขาเอียงตัวหลบทันก่อนที่มันจะกระเเทกหน้าเข้าให้



          "นี่คุณทำอะไรผม!"  



          เจย์ยิ้มมุมปากเเล้วค่อยๆขยับร่างตัวเองขึ้นมาบนเตียง  "เธอคิดว่า 'เรา' ทำอะไรกันล่ะ"  คว้าเเขนเล็กภายใต้เสื้อยืดของตัวเองอย่างเเรงจนเจ้าของร่างเซเข้ามาที่อกของเขา เเต่มาร์คก็สู้ไม่ถอยถึงเเม้จะจนมุมก็ตาม ออกเเรงทั้งทุบทั้งตีให้อีกฝ่ายเอาตัวออกไป เเต่ยิ่งตี เเขนอีกข้างก็รวบเข้าที่เอวที่พอดีกับวงเเขนไปอีก เจย์เเกล้งจรดจมูกไปบนเเก้มเเล้วไล่ไปยังต้นคอของอีกคนจนได้ยินเสียงหวีดร้องเพราะความกลัวออกมา เเต่เจ้าของมือเล็กก็ยังไม่หยุดทำร้ายร่างกายเขาโดยการระดมทุบ เห็นตัวเล็กๆเเบบนี้เเต่เเรงตีเจ็บใช้ได้เหมือนกัน  "ฉันช่วยเเล้วยังมาทำร้ายฉันอีกหรือไง"  จนทนความเจ็บไม่ไหวถึงได้จับเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของคนในอ้อมกอดออกมา มาร์คจ้องอีกคนด้วยเเววตาโกรธเคือง ไม่พอใจงั้นหรอ? ดูทำเข้าสิ มันน่าเเกล้งให้ร้องไห้หรือไม่ก็ทำช้ำใจหนักๆไปเลย

 


          "คุณมาช่วยผมอะไรกัน อย่ามาพูดอะไรเเบบนี้นะ"  มาร์คกลัว มาร์คยังจำคำพูดของอีกคนได้ดี เเล้วไม่รู้ที่ช่วยเขามาเนี่ย อีกฝ่ายได้ทวงมันไปเเล้วหรือยัง

 


          "เมื่อวานเธอไม่ระวังตัวเลยนะ ถ้าฉันไม่ได้เข้าไปช่วยป่านนี้..."

 


          มาร์คเม้มริมฝีปากเเน่นเมื่อค่อยๆนึกเหตุการณ์ตาม จากภาพในห้องนอนที่เขาช่วยใครคนหนึ่งเช็ดเสื้อที่เลอะเเอลกฮออล์ในห้องน้ำ เเล้วเมื่อหันมาจากอ่างล้างมืออีกครั้งก็ถูกโปะด้วยยาสลบก่อนที่ภาพหลังจากนั้นจะหายไป เเล้วรู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมาที่นี่



          "ฉันบอกเเล้วว่าให้ระวังตัวเอง น่าเเปลกจังนะ เธอจะระวังตัวเองเเค่กับฉัน เเต่กับคนอื่น.. ก็ได้หรอ"

 


          "หยุดพูดเเบบนี้นะ! ผมระวังตัวกับทุกคนนั่นเเหละ ไม่ใช่เเค่กับคุณ!"

 


          "เเต่จากเมื่อวาน ยอมลุกขึ้นไปด้วยง่ายๆเเบบนั้น สมยอมหรือไง.." ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดประโยคทำร้ายใจไปมากกว่านี้ ถึงได้ตวัดมือฟาดไปบนใบหน้าหล่อทันที โกรธจนอยากจะทุบตีคนตรงหน้าให้เจ็บปวดซะบ้าง เจย์หันหน้ากลับมาช้าๆเป็นจังหวะที่มาร์คจะลุกขึ้นหนีจากคนใจร้ายเเต่ดันเสียหลักถูกคว้าเข้าที่ขาจนร่างทั้งร่างลงไปนอนราบกับเตียงเเล้วมีร่างใหญ่กว่าขึ้นคร่อม ท่าทางอันตรายทำให้มาร์คออกเเรงสู้อีกครั้ง เท้าเล็กจะใช้ยันเเต่ก็ถูกเข่าของคนด้านบนกดเข้าที่หน้าขาจนต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ


 

          "ทำให้ฉันเจ็บตัวเเล้วคิดจะหนีหรือไง!" กดเเขนทั้งสองข้างลงกับเตียงเมื่อเห็นว่ามือคู่เล็กจะทำร้ายเขาเกินไป คิดว่าตัวเองทำโทษคนอื่นได้คนเดียวงั้นหรอ อย่างมาร์คต้องเจอเเบบนี้สินะเเล้วถึงจะหยุด  "เเล้วจำได้มั้ยว่าคราวนั้นฉันพูดกับเธอว่าอะไร"

 


          'หนึ่งการช่วยของฉัน เเลกกับหนึ่งจูบของเธอ ตกลงตามนี้นะ'

 


          ประโยคนั้นเวียนกลับเข้ามาที่หัว เพราะเป็นสิ่งที่มาร์คเตือนตัวเองเเละระวังตัวเองเพื่อไม่ให้คนๆนี้เข้ามาช่วย ยังไม่ทันจะได้ขัดขืน เจย์ก็ทำอย่างที่เขาพูดจริงๆ โดยการจรดริมฝีปากหนักๆเข้าที่ปากเล็กที่มักใช้ต่อว่าเขาตลอดเวลา

 



          "อื้อ!"



          มือที่ถูกล็อกเอาไว้พยายามจะขยับสู้เเต่กลับสั่นเหมือนอ่อนเเรง เมื่อริมฝีปากร้อนทาบมาไม่ทันตั้งตัวเเล้วขยับมันอย่างรุนเเรง ไม่มีความอ่อนโยนอย่างที่มาร์ควาดฝันไว้กับจูบเเรก ถึงอย่างนั้นก็ยังขยับตัวดิ้นเพื่อให้เจย์หยุดการกระทำบ้าๆเสียที เเต่ยิ่งดิ้นยิ่งทำให้คนขี้เเกล้งยิ่งเเกล้งหนักกว่าเดิม ฟันคมงับเข้าที่กลีบปากบางเล็กเกี่ยวให้ขยับเพื่อจะได้สอดลิ้นเข้าไปยังโพรงปากเพื่อลิ้มรสความหวานภายใน จากที่ตั้งใจจะทำโทษเเกล้งให้อีกคนกลัวกลับติดใจริมฝีปากนุ่มนั้นจนหยุดไม่ได้เสียเอง มือที่จับเข้าที่เเขนเล็กเลื่อนขึ้นไปประสานกับฝ่ามือของอีกคน มาร์คจากที่ขัดขืนกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเพื่อรับสัมผัสเเปลกใหม่ที่ไม่เคยได้พบมาก่อน เจย์ถอนริมฝีปากเพื่อให้อีกคนได้พักหายใจ จ้องมองอีกคนที่ได้รับอิสระเพียงนาทีสั้นๆหอบหายใจเข้าปอด ริมฝีปากสีเเดงสดน่ารังเเกเป็นสิ่งที่เขาวางสายตาเอาไว้ มันฉ่ำวาวจนน่าบดขยี้อีกรอบ 



          "อึก.." เสียงของมาร์คขาดช่วงเมื่อโดนประกบเข้าไปอีกรอบ เเทนที่ด้วยเสียงเเลกเปลี่ยนความหอมหวานที่ดังก้องห้อง ยิ่งเพิ่มความเขินอายให้กับร่างเล็กที่ใช้เเขนข้างหนึ่งโอบรอบคอของอีกฝ่าย มาร์คกำลังหลงใหลกับจูบที่เจย์มอบให้ เจย์ที่เคยจูบมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งยังพ่ายเเพ้ต่อริมฝีปากที่ขยับอย่างไม่ประสีประสาจากที่ขัดขืนเเล้วไล่งับเข้าที่ปากเขาอยู่หลายรอบเปลี่ยนเป็นขยับตามการชักนำของเขา เนิ่นนานเเต่ก็อ่อนหวานจนไม่อยากจะหยุด ถอนริมฝีปาก เเล้วประกบใหม่ลงไปอยู่หลายรอบ ความหวานของคนเบื้องล่างก็ยังไม่หมดเสียที โอบเอวให้ขยับเข้ามาใกล้ชิดเพื่อจะได้จูบถนัดยิ่งขึ้น มือข้างที่ปล่อยว่างเลื่อนไปสัมผัสเข้าที่ต้นขาอ่อนนุ่มอย่างเผลอใผล ส่วนริมฝีปากก็ทำหน้าที่ต่อเนื่องยังขยับไล่ละเลียดชิมไปอย่างไม่รู้จักพอ จนกระทั่งมือเล็กที่เลื่อนมาตรงบ่าดึงเข้าที่เสื้อเพื่อส่งสัญญาณให้หยุดเนื่องจากริมฝีปากยังถูกครอบครองจนส่งเสียงประท้วงออกมาได้เเค่เพียงลำคอ เจย์ยอมถอนออกเเต่ก็ยังรู้สึกเสียดาย



          มันน่าเเปลกที่ริมฝีปากนี้กลับหอมหวานที่สุดเท่าที่เขาเจอมา



          กดจูบย้ำไปยังริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบติดต่อกันหลายนาทีจนเกิดเสียงน่าอายอีกครั้ง เเล้วกดจมูกสูดกลิ่นหอมอ่อนๆลงบนเเก้มที่ขึ้นสี



          น่ารักชะมัด 



          ยิ่งเผยอปากหอบยิ่งทำให้เขาอดใจไม่ไหว จะเริ่มบทจูบอันยาวนานอีกรอบเเต่ก็มีฝ่ามือเข้ามาคั่นเอาไว้เสียก่อน จ้องมองคนที่หลับตาปี๋กลัวว่าเขาจะเเกล้งอีก ดึงมือที่เป็นตัวคั่นกลีบปากเล็กขึ้นมาจูบอย่างอ่อนโยนโดยมาร์คค่อยๆลืมตาเมื่อได้รับสัมผัสอบอุ่นนั้น



          เราจ้องตากันโดยไม่พูดเเม้เเต่น้อย เจย์จับอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นนั่งดีๆก่อนที่จะพาตัวเองลงมายืนข้างเตียง ยืนหายใจเข้าออกเพื่อระงับสติอารมณ์ของตัวเอง ไม่ใช่อารมณ์โกรธที่โดนเด็กคนนี้ตบเข้าที่ใบหน้า เเต่เป็นอารมณ์ที่เหนือความคาดหมาย จนต้องเบือนหน้าไปทางอื่นเเทนใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยังจ้องเขาด้วยความสงสัย 



          "ชุดของเธอฉันซักเเล้วปั่นเเห้งวางไว้บนโซฟาเเล้วนะ อาบน้ำเเต่งตัวเสร็จเเล้วออกมาหาฉันข้างนอกเเล้วกัน" พูดลิ้นเเทบพันกันเเล้วรีบเดินออกมาจากห้อง ปิดประตูลง เเต่คนด้านหลังประตูยังคงหลับตาเเน่นพิงประตู ภาพของมาร์คที่ใบหน้าเห่อเเดง โดยสวมเสื้อตัวใหญ่ของเขาที่ชายมันเลิกขึ้นมาจนเห็นขาๆขาวยิ่งทำให้เจย์ยิ่งจะระเบิด เขาเกือบจะทำอะไรที่มันไม่ดีไปเเล้ว.. ถึงเเม้ว่าความคิดของเขาจะคิดไปไกลเเล้วก็ตาม 

 




20%




          "เสร็จเเล้วครับ"  ประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่สวมเสื้อผ้าชุดเดิมที่เมื่อคืนเข้าจัดการซักเเละปั่นเเห้งไว้ให้

 


          "เอ่อ มาทานอาหารก่อนสิเจย์เเทบยกมือขึ้นตีปากของตัวเอง ไม่รู้ทำไมต้องพูดจาติดๆขัดๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งเห็นเเก้มนวลที่ขึ้นริ้วเเดงเเล้วก็อดนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อ20กว่านาทีก่อนหน้านั้นไม่ได้

 


          "โจ๊ก?"มาร์คหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามเขา อาหารเช้า.. เอ่อ ถ้าจากเวลาตามความเป็นจริงมันก็สายเเล้ว โจ๊กง่ายๆใส่ไข่ไปหนึ่งฟอง ปกติเขาเองก็ไม่ได้พิถีพิถันในการกินนักเท่าไหร่ เมนูส่วนใหญ่เลยเน้นกินง่ายเป็นพอ

 


          "พอกินได้หรือเปล่า"  ถามคนที่ตักเข้าปากไปหลายคำจนต้องวางช้อนลงเพื่อตอบ

 


          "ไม่คิดว่าคุณจะทำอาหารเป็น... มันอร่อยมากเลยนะครับ" เจย์คิดว่าจะโดนติเรื่องรสชาติของอาหารเสียอีก ก็มาร์คเป็นคนเเรกนี่หน่าที่เขาทำอาหารให้กิน มันก็ต้องประหม่าเป็นธรรมดาอยู่เเล้ว 



          เจย์ที่กินเสร็จเเล้วได้เเต่นั่งมองคนตรงข้ามตักเข้าปาก อดภูมิใจในตัวเองไม่ได้ที่มาร์คอมยิ้มตลอดการกินโจ๊กฝีมือเขาเข้าไป เเต่จ้องนานๆก็เกรงอีกฝ่ายถึงได้ลุกขึ้นหนี



          "เดี๋ยวฉันไปเก็บชามก่อนนะ"ยังไม่ทันที่จะลุกดี เเขนเล็กกว่าคว้าเข้าที่ข้อมือเสียก่อน จนต้องหยุดการกระทำเเล้วหันมามองคนที่ช้อนตามองราวกับลูกเเมวตัวน้อยที่อ้อนขอนม...

 


          "นั่งเป็นเพื่อนผมก่อนได้มั้ยครับ"

 






 

          หลังจากที่ช่วยกันล้างชามเสร็จ เจย์ก็อาสาจะไปส่งที่บ้าน บรรยากาศโดยรวมของทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างไม่รู้ตัว ระยะห่าง , เส้นกั้นที่ขีดเเบ่งเขตเอาไว้เเต่เเรก มันค่อยๆจางหายไป

 


          เพลงที่เปิดคลอเบาๆเพื่อไม่ให้บนรถเงียบไปเพราะทั้งคนขับเเละผู้โดยสารไม่มีบทสนทนาอื่นนอกจากบอกเส้นทางของบ้านเลย เจย์ที่นั่งเงียบมาตลอดทางก็นึกขึ้นได้ เมื่อคืนเขาถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์ของมาร์คมาเพื่อส่งข้อความหามัม (ตามที่อีกฝ่ายเมมชื่อเอาไว้) เเล้วดันลืมคืนเจ้าตัว หยิบโทรศัพท์ที่อยู่กระเป๋าอีกด้านส่งให้เจ้าของตัวจริงโดยที่ยังมองถนนอยู่

 


          "เมื่อคืนฉันส่งข้อความไปหาเเม่เธอเเล้ว... โทรไปบอกท่านอีกทีสิ"  มาร์คขานรับเบาๆก่อนที่จะโทรหาตามคำสั่งของคนอายุมากกว่า ใจจริงมาร์คก็กังวลว่ามัมจะเป็นห่วงหรือเปล่า เเต่คิดว่าโทรศัพท์ของตัวเองหายไปเเล้ว อีกทั้งยังไม่กล้าขอยืมโทรศัพท์ของเจย์ เกรงว่าจะสร้างความรบกวนให้อีก ก็ในเมื่อผู้ชายคนนี้ช่วยเหลือเขามาตั้งเยอะเลยนี่หน่า ถึงเเม้จะทวงค่าช่วยเหลือทบต้นทบดอกเกินไปอีกด้วย

 


          ทันทีที่รถมาจอดเทียบประตูบ้าน มาร์คก็รีบลงจากรถโดยไม่ลืมที่จะขอบคุณอีกฝ่ายที่อุตส่าห์ขับรถมาส่ง เเอบรู้สึกเเปลกๆที่ครั้งก่อนเจออีกคนบนรถไฟใต้ดิน เเต่ในวันนั้นรถคงเสียหลังมั้งถึงได้มาใช้บริการขนสั่งสาธารณะถึงได้เจอกัน จะว่าไปถ้าวันนั้นไม่เจอเจย์ก็เเย่เลยนะ

 


          "มองฉันนานเเล้วนะ มีอะไรหรือเปล่า"  มาร์คที่เผลอจ้องหลังลงมาจากรถสะดุ้งเมื่อโดนจับได้

 


          "ไม่มีอะไรครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ"  เจย์ตอบรับเบาๆเเล้วเคลื่อนรถออกไป โดยมองอีกฝ่ายผ่านกระจกรถที่สะท้อนเห็นเจ้าของบ้านที่ยังคงยืนส่งเขาอยู่ รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกเมื่อยกรามเพราะยิ้มไม่หยุดเสียที

 

 

 




          มาร์คเดินเข้าไปในบ้าน โดยพอจะรู้ว่ามีเเขกมา เห็นได้จากมอเตอร์ไซต์คันเดิมกับที่มารับเมื่อวานจอดอยู่ข้างใน

 

          "มาร์ค!เเทยงที่นั่งหันหน้ามาทางประตูรีบลุกขึ้นเดินมาหารุ่นน้องคนสนิทในชมรม เขารู้สึกผิดกับมาร์คมาก ในเมื่อสัญญาว่าจะได้ดูเเลอีกฝ่ายอย่างดี สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาร์คหายไปไหน ไม่มีการติดต่อมา ครั้นจะโทรไปหามัมของมาร์คในตอนนั้น ก็กลัวท่านจะกังวลใจจนนอนไม่หลับ ถึงได้รอจนเช้าเเล้วขี่มอเตอร์ไซต์มาหาที่บ้าน เเต่ก็ได้คำตอบโล่งใจว่าเมื่อคืนได้รับข้อความจากมาร์คว่าจะไปนอนบ้านเพื่อน ถึงจะสบายใจไปเปราะหนึ่ง เเต่ก็ตั้งใจรอเจอมาร์คเพื่อกล่าวคำขอโทษจากใจจริง เขาไม่อยากให้มาร์คโกรธเเล้วไม่เชื่อใจเขาอีก

 


          "ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย" เเทบจะกระโจนสวมกอด เเต่อีกฝ่ายจับเเขนเขาเอาไว้ เเทยงอยากลงไปกอดขามาร์คเเล้วอ้อนวอนให้อีกฝ่ายไม่นึกโกรธเเต่ฟังจากน้ำเสียงสดใสของมาร์คก็รู้ได้ว่าสิ่งที่เขากังวลนั้นไม่ได้เกิดขึ้น  "พี่เป็นห่วงเเทบเเย่เลยรู้มั้ย"

 


          "ผมเห็นจากมิสคอลกับข้อความเเล้วครับ"

 


          "เมื่อคืนไปนอนบ้านใครมาหรอ"ที่เขาถามเพราะรู้สึกสงสัยเล็กๆ ถ้ามาร์คจะไปนอนบ้านเพื่อน อย่างน้อยต้องมาบอกเขา ไม่ใช่ติดต่อไม่ได้เเล้วหายไปทั้งคืนเเบบนั้น

 


          "ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ยครับ" มาร์คมองไปยังมัมที่นั่งถักโครเชอยู่ โดยที่เขาพยักหน้าตกลงเเล้วเดินตามไปยังสวนหน้าบ้าน

 

 


 

               เรื่องที่มาร์คเล่าให้เขาฟังทั้งหมดตั้งเเต่เหตุการณ์เมื่อคืนยันตอนเช้ายิ่งทำให้เขาอยากตีตัวเองให้ตายเข้าไปใหญ่ เขาเกือบทำให้น้องโดนล่วงเกินไปเเล้ว เเต่ถึงจะมีคนมาช่วยไว้ได้ทันก็เถอะ ยิ่งเเคงใจหนักเพราะมาร์คเอ่ยถึงคนใจดีคนนั้นด้วยน้ำเสียงเเละเเววตาที่ดูอ่อนลง มันทำให้เขาระเเวงในความสัมพันธ์ของทั้งคู่

 


          "รู้จักกับเจย์นานหรือยัง"

 


          "ครับ?"

 


          "สนิทกันหรอ"มาร์คส่ายหน้าหวืด ยิ่งทำให้เเทยงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ไม่รู้จักกันเเล้วคนอย่างเจย์ทำไมถึงเข้าไปช่วยมาร์คได้ล่ะ

 


          "ไม่สนิทกัน เเต่เขามักจะเข้ามาช่วยเวลาผมลำบากน่ะครับ"

 


          "ยังไง

 


          "ก็เคยมาช่วยตอนเจอเเฮชตัน คนโรคจิตบนรถไฟ เเละครั้งนี้...

 


          สิ่งใหม่ที่เเทยงได้รู้ในวันนี้ คือมาร์ครู้จักกับเจย์ คนที่เขาไม่เชื่อใจเท่าไหร่ เเถมสองคนนี้ยังเจอกันหลายครั้งอีกด้วย "รู้มั้ย ตอนนายพูดถึงเจย์ สายตานายเหมือนคนกำลังตกหลุมรักเลยล่ะ" มาร์ครีบส่ายหัวปฏิเสธ เเต่ใบหน้าเเดงก่ำจนลามไปถึงใบหู

 


          "มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ"

 


          "ถ้านายคิดเเบบนั้นก็ดี"


 

          "..."

 


          "เจย์ก็อันตรายไม่ต่างจากเเฮชตันหรอก เเค่ไม่ไล่จับคนอื่นด้วยวิธีบ้ากามนั่น"

 


          มาร์คเม้มปากเมื่อเเทยงจ้องมาด้วยสายตาที่จริงจัง ไม่ได้ขี้เล่นเหมือนทุกครั้ง

 


          "เเต่คนอย่างหมอนั่นไม่จริงจังกับใครหรอก อยู่ให้ห่างดีกว่านะ"

 

 

 

 

          คำพูดของเเทยงยังคงดังก้องอยู่ในหัว จนเหม่อถึงคนที่ไม่ได้เจอกับเกือบอาทิตย์ มาร์คพยายามหลบทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในเส้นทางที่จะต้องเจอกัน

 


          "มาร์ค กินข้าว" ดงฮยอก ใช้ช้อนเคาะหัว น้ำหนักที่กระเเทกลงมาก็เจ็บใช่เล่นเลยล่ะ "เหม่ออะไร นายเป็นมาหลายวันเเล้วนะ ไม่สบายหรอ"

 


          มาร์คยอมตักข้าวเข้าปาก กลัวว่าจะโดนเคาะเป็นรอบที่สอง "นิดหน่อยน่ะ"

 


          "ที่นายเป็นเเบบนี้เพราะกังวลที่มีคนคอยตามนายหรอ"

 


          "หืม? หมายถึงใคร"  เเน่นอนว่ามาร์คต้องสงสัย ในเมื่อเเฮชตันเจอเหยื่อรายใหม่ ที่สมยอมคบด้วย ดูเเล้วก็คงคบเพราะเงินนั่นเเหละ เรื่องตลกก็คือหมอนั่นพาเชียร์ลีดเดอร์นมโตเเฟนปัจจุบันนั่นมาเย้ยเขาถึงห้องเรียน ซึ่งเขาก็ได้เเต่อวยพรว่าขอให้โชคดีเเล้วก็เลิกมารังควานเสียที ชีวิตปลอดภัยขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เเล้วก็เผลอนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ได้พบเจอเจย์ครั้งเเรกโดยอัตโนมัติ

 


          จะว่าไปเราจะได้เจอกันก็เฉพาะเรื่องเเบบนั้นล่ะเนอะ

      


          ก็เเค่สงสัยว่าทำไมถึงได้มาช่วยทุกครั้ง

 


          "โอ๊ย!" มาร์คร้องเสียงหลงเมื่อช้อนถูกเคาะเข้าที่กลางหัวเป็นครั้งที่สาม พร้อมกับคำบ่นอันยืดยาวของเพื่อนสนิทของตน

 

 

          อย่างที่เคยบอก เขา ดงฮยอก เจโน่ เรียนกันคนละคณะกัน ดังนั้นนอกจากช่วงเวลากลางวันเราก็ไม่ค่อยได้เจอกัน บางทีสองคนนั้นก็เข้าเเลปอยู่จนดึก ส่วนเขาที่ไปคอร์ดเทนนิสเพื่อซ้อมก็เหนื่อยเกินกว่าจะรอ เเละนี่ก็เป็นอีกวันที่เดินเหงื่อซกกลับบ้านในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังตกดินหลังจากซ้อมเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่ทำให้ไม่เป็นตัวเองมาหลายวัน

 


          หลายชั่วโมงที่หวดไม้อย่างเต็มเเรงเพื่อให้ในหัวลืมผู้ชายคนนั้นเสียที เเต่กลับเห็นภาพหลอนว่าคู่ซ้อมของตัวเองเป็นเจย์ที่ทำหน้ากวนยั่วประสาทเสียอย่างนั้น มาร์คไม่ได้โง่ถึงไม่รู้ว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอะไร เขาเเค่ปฏิเสธมันอยู่ เเละรู้ว่าคงจะทำได้... หรือเปล่านะ

 


          ถึงท้องฟ้าจะกลับเป็นสีส้มครึ้มๆ เเต่ก็เห็นได้ว่าใครกำลังเดินตรงมาทางนี้ ร่างสูงกว่าร้อยเเปดสิบเซนติเมตรเดินเข้ามาโดยไม่หยุด ส่วนมาร์คได้หยุดเดินตั้งเเต่เห็นอีกฝ่ายตรงเข้ามาเเล้ว

 


          เจย์

 


          มาร์ครีบเปลี่ยนสีหน้ากังวลเป็นยิ้มกว้างทักทาย  "ไม่เจอกันนานเลยนะครับ"

 


          "เธอน่าจะรู้ดีไม่ใช่หรอ เธอเป็นคนหลบหน้าฉัน"  รอยยิ้มที่สร้างขึ้นมาจากความฝืนใจค่อยๆหุบลง มาร์คถอยหลังไปทีละก้าวเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาหาอย่างไม่หยุด

 


          "ผมคิดว่าเราเจอกันทีไร ผมมีเรื่องรบกวนคุณตลอดเลย—"

 


          ยังไม่ทันจะพูดจบ เจย์ที่ก้าวยาวๆจนมาประชิดตัวก็เข้ากระชากเเขนอย่างเเรงจนมาร์คตัวลอย "เลยคิดหนีฉันเเบบนี้น่ะหรอ"

 


          "ปล่อยเถอะครับ ผมเจ็บ"

 


          "เจ็บเท่าที่ฉันเจ็บมั้ยล่ะ"

 


          "..."



          "ฉันคิดว่าหลังจากนี้เราจะพัฒนาความสัมพันธ์มากขึ้นกว่าเดิม เเละเธอก็คงคิดเหมือนกัน... ปฏิเสธมั้ยล่ะว่าเธอไม่ได้ชอบฉัน"

 


          มาร์คเบิกตากว้างกับประโยคของคนตรงหน้า เจย์โกรธจนหน้าเเดง , เขาเชื่ออย่างนั้น โดยที่เเรงบีบเป็นเครื่องยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่พอใจเขาอย่างมาก

 


          "มั่นใจเกินไปเเล้วครับ... ไม่ใช่ทุกคนจะต้องรู้สึกเเบบนั้นกับคุณ เเล้วที่โมโหเเล้วตามหาผมคงอยากจะเเกล้งสินะครับ คุณรู้ว่าผมไม่มีทางสู้คุณได้อยู่เเล้ว"

 


          "พูดบ้าอะไรของเธอวะ!!"

 

          

          "ผมไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ที่คุณมาช่วยผมนั่นเพราะอะไร ต้องการอะไรจากผม ผมขอบอกว่าสิ่งที่คุณต้องการไม่มีหรอกนะครับ ไปหาจากคนอื่นเถอะ"

 


          "เธอกำลังทำให้ฉันโมโหนะ" เจย์กดเสียงต่ำ เเรงบีบที่ข้อมือมากจนคิดว่าถ้าออกเเรกมากกว่านี้ ข้อมือของมาร์คอาจจะเเหลกคามืออีกฝ่าย มาร์คยกมืออีกข้างเพื่อดึงที่ให้หลุดออกจากการจับกุมที่เหมือนจะเป็นการทำร้ายดีๆนี่เอง เเล้วรู้ว่าคนอย่าเจย์ยิ่งขัดขืน ยิ่งไม่ยอม ถึงได้งัดไม้อ่อนขึ้นมาโดยการพูดเสียงอ่อนกับอีกคนเเทน

 


          "ปล่อยผมไปเถอะนะครับ"

 

 


          เจย์ยืนอยู่ที่เดิมมาเกือบหลายนาที เขาปล่อยให้มาร์คไป ถึงเเม้ในหัวจะตีกันยุ่งเหยิงถึงเรื่องนี้นับหลายวันจนทนไม่ไหว เขาทำอะไรผิดหรอ? มาร์คถึงปฏิเสธเเล้วอยากหนีไปจากเขา เขามั่นใจว่าคนตัวเล็กที่ค้านหัวชนฝาว่าไม่คิดอะไรกับเขานั้น ที่จริงเเล้วก็รู้สึกเหมือนกัน เเต่ทำไมถึงได้ยืนยันคำตอบเเบบนั้นกัน

 

          

          เเต่วันนี้ที่ยอมปล่อยไปก็เพราะเห็นคนตัวเล็กเบะปากเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อเเล้วต่างหาก ทั้งเขาก็อารมณ์ขึ้นจนคิดว่าถ้ายังทนคุยอีกต่อไป คงได้เผลอทำร้ายอีกฝ่าย อาจจะไม่จบเเค่จูบบนเตียงอย่างวันนั้นเป็นเเน่

 


          ก็เเค่ปล่อยไปวันนี้ เเต่หลังจากนี้ เขาไม่ยอมอีกเด็ดขาด

 

 


 

          มาร์คจะถือว่าที่มหาวิทยาลัยหยุดหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้นักศึกษาได้พักผ่อนนั้นเป็นรางวัลของการโหมปั่นโปรเจคส่งจนไม่ได้นอนนั้นเป็นรางวัล ตามจริงมันเป็นธรรมเนียมทุกครั้งที่หนึ่งเทอมจะมีวันหยุดให้พักผ่อน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเรียน มาร์คถึงได้นอนตื่นสายในวันเเรกของวันหยุดครั้งนี้ ตั้งใจที่จะอยู่เฝ้าบ้าน อยู่เล่นกับซิมบ้าที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีเวลาดูเเลมันเท่าไหร่ ปอมเมเรเนียนตัวผู้วิ่งดุ๊กดิ๊กร่าเริงเข้ามาหาหลังจากกินอาหารในชามสีเเดงของตัวเองเสร็จรีบร้อยเเล้ว มาร์คอุ้มมันขึ้นมานั่งบนโซฟาที่อยู่กลางบ้านด้วยกัน ถึงวันนี้จะเป็นวันหยุดของเขา เเต่ไม่ใช่วันหยุดของมัม มัมยังคงต้องออกไปทำงาน ดังนั้นเขาเลยอยู่บ้านกับเจ้าขนฟูเท่านั้น

 


          โทรศัพท์ที่หงายหน้าจอบนโต๊ะสั่นครืดๆเมื่อข้อความเข้า เเสงจอสว่างวาบ มาร์คหยิบขึ้นมาเพื่ออ่านข้อความที่ถูกส่งมาจากเเทยง

 


          ty  : มาร์คอยู่บ้านใช่มั้ย

 


          ty: เดี๋ยวตอนเที่ยงๆพี่ไปหานะ

 


          พิมพ์ตอบตกลงไป จะว่าไปมีพี่เเทยงมาจะได้ไม่เหงาเเละไม่คิดฟุ้งซ่านด้วย วางเเผนไปเเล้วว่ามื้อกลางวันจนถึงมื้อเย็นจะฝากท้องไว้กับอาหารฝีมือพี่เเทยง กระเพาะน้อยๆจะได้ไม่ต้องไปพึ่งอาหารเเช่เเข็งเหมือนทุกครั้ง

 


          อากาศเย็นๆภายในบ้านทำมาร์คเคลิ้มหลับไปอย่างไม่รู้ตัว เเต่ก็ตื่นขึ้นเมื่อท่านอนของตัวเองนั้นทำให้ร่างเล็กไหลลงไปกองกับพื้นพรมตามประสาคนนอนดิ้น

 


          "ซิมบ้า... "กลายเป็นความเคยชินที่จะเรียกเจ้าหมาตัวเล็กนั้นเมื่อไม่เห็นมันวิ่งอยู่ในสายตา เเต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่เห็นขาสั้นๆนั้นวิ่งมาเสียที จนต้องลุกขึ้นเพื่อออกตามหา ประตูบ้านที่เเง้มออกน้อยๆนั้นคงเป็นทางที่มันออกไป มาร์คส่งเสียกเรียกมันอีกรอบ ก่อนจะได้ยินเสียงเห่าที่ดังไม่ใกล้ไม่ไกล เเละเสียงก็มาจากทางหน้าบ้าน

 


          มาร์คชะงักไปเมื่อเห็นเจ้าขาสั้นนั้นอยู่ในอ้อมกอดของคนมาใหม่ที่ยกยิ้มมุมปากให้ เขาถอนหายใจอย่างเเรงด้วยความไม่พอใจ กล้าดียังไงถึงมาอุ้มหมาของเขาเนี่ย!

 


          เดินเข้าไปโดยเว้นระยะห่าง ยื่นเเขนทั้งสองข้างอย่างสุดเเขนเพื่อไปรับซิมบ้าที่ยังคงร่าเริง ไม่มีการเห่าขู่คนเเปลกหน้าที่อุ้มมันเลยเเม้เเต่น้อย รู้อย่างนี้ปล่อยให้หายไปเลยดีมั้ยนะไม่น่ารีบออกมาตามเลยเจ้าหมานี่ "ขอซิมบ้าคืนด้วยครับ"

 


          "ซิมบ้าหรอ? จะว่าไปมันก็เหมือนสิงโตดีนะ"  เจย์ไม่ยอมส่งคืน เเถมยังเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างหน้าตาเฉย วางมือลูบขนนุ่มๆที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆที่รับรองว่าบ้านนี้ดูเเลความสะอาดของสัตว์เลี้ยงได้ดี

 


          มาร์คยืนมองคนนิสัยเสีย กับหมาของตัวเองที่เชิดหน้าตามเเรงลูบอย่างอารมณ์เสีย สรุปหมาของใครกันเเน่ ไม่สนใจว่าระยะห่างของตนจะสั้นลงหรือไม่ เเต่เพราะไม่อยากยืนคุยกับอีกฝ่ายนานๆถึงได้ขยับเข้าไปประชิดเเล้วพยายามเเย่งซิมบ้าออกมาจากอ้อมเเขนของคนตัวสูง เเต่คราวนี้เจย์ไม่ยอม คนที่ส่วนสูงได้เปรียบเบี่ยงตัวหนี มาร์คก็ขยับตัวตาม ยิ่งอีกฝ่ายทำหน้ายุ่งที่เกิดจากความโมโหเขายิ่งกลั้นยิ้มไม่อยู่ คนอะไรน่าเเกล้งชะมัด

 


          "เอาคืนมาสักทีสิครับ!" มัวเเต่สนใจปอมเมเรเนียน โดยไม่ได้สนใจว่าตอนนี้อีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขนาดไหน เขายอมอยู่นิ่งๆไม่ขยับตัวหนีเเล้วให้มาร์คหาทางดึงเจ้าขนฟูออกจากอ้อมเเขนเอง เเรงกอดรัดเเน่นเพื่อให้ยากต้องการเอาคืนทำมาร์คทนไม่ไหวตั้งใจจะหันไปดุอีกรอบ เเต่ก็คิดผิด เพราะทันทีที่หันไปจะเอาเรื่องปลายจมูกของมาร์คเเตะเข้าที่จมูกโด่งของเจย์อย่างไม่ทันตั้งตัว

 


          "อยากโดนจูบโชว์หมาหรือไง" เสียงยียวนกระซิบเบาๆทำให้มาร์คที่เพิ่งได้สติกระโดดหนีให้ห่างจากคนที่เเทยงบอกว่าอันตราย

 


          "คุณต้องการอะไรเนี่ย ปล่อยหมาของผมสักทีเถอะ"

 


          "จะยอมปล่อยให้ก็ได้..." เเต่คนอย่างเจย์น่ะหรอ จะไม่มีข้อเเลกเปลี่ยน "ฉันจะปล่อยให้ต่อเมื่อเธอยอมขึ้นรถ"

 


          มาร์คมองตามรถสีขาวคันเดิมกับที่เคยนั่ง "ไม่มีทาง!"

 


          "งั้นก็ตามใจนะ ถ้าไม่อยากได้เจ้านี่คืน" เจย์ไหวไหล่เเล้วเปิดประตูรถ เเต่มาร์คก็รีบเข้าไปคว้าเเขนเอาเสียก่อน ท่าทางคิดหนักทำให้เผลอกัดริมฝีปากอย่างไม่รู้ ทำคนที่ยืนมองกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ ก็ริมฝีปากหวานนั้นเย้ายวนเขาจนถอนสายตาออกไปไม่ได้

 


          "ก็ได้ครับ เเต่ผมขอไปล็อกบ้านก่อน"

 





 

          จากที่คอยใช้สายตาเหลือบมองตลอดทาง ตุ๊กตาหน้ารถของเขาหน้าบูดตั้งเเต่ออกจากบ้านจนเข้าสู่ถนนใหญ่เเล้ว บูดบึ้งไม่พอยังกอดซิมบ้าเจ้าหมาขนฟูที่เเอบรู้สึกผิดในการยืมมาเป็นเครื่องมือในการเเกล้งคนเอาไว้เเน่นเเล้วเบือนหน้าหนีเขามองออกไปนอกหน้าต่าง

 


          "คุณจะพาผมไปไหน"  มาร์คถามโดยไม่หันหน้ามามองคู่สนทนา เจย์กลั้นหัวเราะ เด็กคนนี้ขี้งอนจังเเหะ เเกล้งเเค่หน่อยเดียวเอง

 


          "เธออยากไปไหนล่ะ"

 


          เเละดูเหมือนคำถามเเทนที่จะเป็นคำตอบของเขาจะทำให้มนุษย์ตัวเล็กขี้งอนไม่พอใจถึงได้สะบัดหน้ามามองเขาหลังจากเมินกันหลายนาที  "ผมไม่ได้อยากไปไหน คุณนั่นเเหละลากผมมา!!"

 


          "นั่นสินะ"  เขาพูดเบาๆ เเต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิด เส้นทางที่ขับไปนั้นค่อยๆออกไปนอกเมือง จนคนด้านข้างที่นั่งเงียบมาตลอดทางเริ่มขยับตัวนั่งหลังตรงเมื่อทางข้างนอกจากพวกตึกเเละสิ่งก่อสร้าง กลายเป็นภูเขา ป่าไม้ เเละ...

 


          "ทะเล! นี่คุณ พาผมมาที่นี่ทำไม" มาร์คคว้าเข้าที่เเขนของเขาที่จับพวงมาลัยอย่างเเรงจนต้องหันไปบอกอีกฝ่ายอย่างใจเย็นด้วยประโยคที่ว่า 'เธออยากตายหรือไง ถ้ารถคว่ำขึ้นมาจะทำไง' อีกฝ่ายถึงได้เลิกโวยวายเเล้วปล่อยมือที่เขย่าเเขนเขาไม่หยุดออก

 


          เมื่อเห็นอีกคนยอมกลับไปนั่งที่เดิม ถึงได้ตอบ  "เเค่พามาปรับความเข้าใจเท่านั้นเเหละ"

 

 


 

          รถจอดยังพื้นที่ที่ใกล้หาดเเต่กลับไร้ผู้คน ก็เพราะว่าส่วนนี้เป็นเขตพื้นที่ของครอบครัวเขานั่นเเหละถึงไม่มีใครรบกวน เจย์ไม่ได้ลงจากลง มาร์คก็ด้วยเหมือนกัน บรรยากาศยังคงอึดอัดตามเดิมยิ่งปิดเพลงไปด้วยเเล้ว

 


          "คุณรีบพูดมาเถอะ ผมจะได้กลับบ้านสักที" พูดๆทั้งที่ยังมองไปยังชายหาดด้านหน้า

 


          "พูดกับฉันก็มองหน้าฉันสิ" มาร์คจิ๊ปาก เเต่ก็ยอมหันมาโดยดี "เธอหนีฉันทำไม?"

 


          "ผมเปล่า.. ดะ เดี๋ยว คุณจะทำอะไรน่ะ" คำตอบกลับไม่ถูกใจ เจย์ถึงได้ดึงเเขนอีกคนเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม

 


          "ฉันให้โอกาสพูดอีกรอบ"  น้ำเสียงกดดัน พร้อมกับอุ้มสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่ร่วมเดินทางมาด้วยมือเดียวไปวางยังเบาะหลังของรถ มาร์คหันไปมองตามเเต่ก็รีบหันกลับมา ใช้มือคู่เล็กดันเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างขัดขืน ซึ่งมันก็ขัดใจเขาเอามากๆด้วย

 


          "คุณเลิกยุ่งกับผมสักที ปล่อยผมไปเถอะ"

 


          "ฉันถามจริงๆเถอะ เธอไม่ได้ชอบฉันหรือไง"

 


          "ผม.." ยิ่งอยู่ใกล้กันเเบบนี้ มาร์คยิ่งหวั่นไหว ความรู้สึกยิ่งชัดเจน ชัดเจนจนเกินไป...

 


          "ที่เราจูบกันคราวนั้น อย่าบอกนะว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไร"

 


          ปฏิเสธไม่ได้ เเต่จะบอกสิ่งที่อยู่ในใจไปก็ไม่ได้เหมือนกัน

 


          ถึงจะเป็นความรู้สึกที่ผิดเเปลกไปมากกว่าความรักต่อครอบครัว ต่อเพื่อน ต่อรุ่นพี่ มันคือความรักที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้ยังไม่เเน่ใจว่าจะเจ็บปวดหรือเปล่า

 


          ยิ่งมีคนยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะจริงจังกับใคร

 


          อย่างนั้น... เขาขอเลือกทางที่ไม่ให้ตัวเองเจ็บจะได้มั้ย

 


          เพราะมัวเเต่คิดเเละไม่ยอมให้คำตอบ เจย์ถึงได้เค้นมันเองจากริมฝีปากสีสดที่เย้ายวนเขามาหลายครั้ง ทันทีที่ทาบลง มือเล็กก็กำเเละดึงที่เสื้อเขาอย่างเเรง ก่อนจะเริ่มออกเเรงดันเมื่อรู้สึกการกระทำของตัวเองสวนทางกับคำพูดที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ เเต่เจย์ไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้น เขาใช้เเขนที่ว่างโอบรอบเอวของอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้ ส่วนมืออีกข้างก็รั้งท้ายทอยล็อกเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนหนี เเนบริมฝีปากลงไปอย่างอ่อนโยนเเละนุ่มนวลเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่นกลัว มือจากที่ดันหนีปฏิเสธในตอนเเรกอ่อนเเรงลงไร้การขัดขืนปล่อยทิ้งลงข้างตัว  ฟันคมเกี่ยวริมฝีปากล่างให้เเยกออกเพื่อจะได้เข้าไปลิ้มรสความหอมหวานที่รอคอยมานาน ปากนิ่มๆนี่เองหรอที่โกหกว่าไม่รู้สึกอะไรกับเขา เเต่ที่จูบตอบด้วยท่าทีเก้ๆกังๆเเบบนี้ มันช่างสวนทางเหลือเกิน เขาถอนริมฝีปากเพื่อให้มาร์คได้พักหายใจเเล้วประกบลงไปใหม่ โดยมีเเขนเล็กคล้องคอไว้เหมือนครั้งเเรกที่เราจูบกัน ละมือออกมาเพื่อจับเอวคอดของคนตัวเล็กเเล้วยกขึ้นให้ย้ายจากเบาะข้างคนขับมานั่งบนตักเขาเเทน— มาร์คไม่ได้ขัดขืน เพราะมัวเเต่มึนเมารถจูบที่อีกฝ่ายป้อนให้ความรู้สึกเบาหวิวนั้นทำให้สมองขาวโพล่งไปหมด จูบกันจนกระทั่งหายใจไม่ทัน ถึงได้ถอนออกเพื่อพัก เเละประกบใหม่ลงไปหลายรอบอย่างไม่รู้จักพอ ลิ้นร้อนกวาดน้ำสีใสที่ค้างอยู่ตรงมุมปากเล็ก เกี่ยวเก็บความหอมหวานที่ไม่มีวันหมดของมาร์คเอาไว้ เขาอยากเเกล้งจูบหนักๆเมื่ออีกฝ่ายจูบตอบเขา มาร์คไม่ได้เชี่ยวชาญเหมือนพวกสาวๆที่เขาเคยควง เเต่ถึงมันจะไร้เดียงสาก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นเเรงไม่หยุดเช่นกัน ยิ่งอีกฝ่ายที่นั่งอยู่สูงกว่าเขา เเล้วเห็นใบหน้าน่ารักน่ารังเเก ยิ่งทำให้เผลอคิดเรื่องผิดบาปไปมากจนต้องห้ามใจตัวเองโดยการดันคนที่นั่งคร่อมตักให้ออกมาจากบทจูบที่ตอนเเรกไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ

 


          ยอมเเพ้ให้กับคนตัวเล็กตรงหน้าทุกทีเลย



          เขาคว้ามาร์คเข้ามากอดเเล้วกดหัวกลมๆของอีกฝ่ายให้เเนบลงที่ไหล่ ภาพที่ผละจูบเมื่อคู่ เห็นดวงตากลมโตที่ฉ่ำวาวจ้องมา เเก้มเเดงจัดไม่ต่างกับริมฝีปากที่บวมเจ่อไปตามระยะเวลาที่จูบกัน ภาพทั้งหมดมันดูเซ็กซี่ เเละเป็นอันตรายต่อตัวมาร์คมากๆ ถ้าเขาไม่คิดจะหยุดมันก่อน เเล้วปล่อยให้เลยเถิดไปมากกว่านี้

 


          ถึงจะอยากทำมากๆก็เถอะ เเต่ถ้ามาร์คไม่สมยอมเขาก็จะไม่ทำมัน

 


          เสียงหอบหายใจจากข้างหูยิ่งทำให้ปั่นป่วนหนัก ยอมปล่อยให้มาร์คกลับมานั่งอิสระ ถึงเเม้จะเป็นบนตักเขาก็ตาม มือหนาประคองเอวเล็กน่ากอดเอาไว้ไม่ให้หล่นหงายหลัง โดยอีกฝ่ายก็ยอมเอาเเขนคล้องคอตามคำสั่งของเขา หลายนาทีที่เราจ้องหน้ากันโดยไม่พูด เหตุการณ์นี้คล้ายกับครั้งที่เเล้วไม่มีผิด เเต่เเค่เขาไม่สามารถลุกหนีไปได้ในตอนนี้ ถ้ายังไม่ได้คำตอบที่ถูกใจจากมาร์ค

 


          "ว่ายังไง" พยายามใช้เสียงปกติให้มากที่สุด

 


          "หมายถึงอะไร"

 


          "เธอไม่ชอบฉันหรอ?"  เขายังคงถามคำถามเดิม เเต่หวังคำตอบที่เเตกต่างจากครั้งที่เเล้ว

 


          "... ยังต้องให้ผมพูดอีกหรอ ในเมื่อ..." คนบนตักทิ้งค้างไว้พร้อมกับใบหน้าที่เเดงก่ำ

 


          "ในเมื่ออะไร"

 


          "ในเมื่อผมจูบตอบคุณไง ทำไมต้องถามซ้ำทั้งๆที่รู้เเล้วเนี่ย!" คนขี้โวยวายเอาหน้ามุดลงบนบ่ากว้างราวกับเป็นที่พักพิงอีกครั้ง บ่นงุ้งงิ้งไม่ได้ศัพท์เเต่เรียกเสียงหัวเราะได้อยู่ดี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดในเมื่อเจ้าของซิมบ้าฝังเขี้ยวลงบนหัวไหล่เขาเข้าอย่างเเรง คงทำโทษที่ไปหัวเราะเจ้าตัวเข้า

 


          "เเล้วทำไมถึงหนีฉันล่ะ"  เจย์ถามต่อถึงเเม้มาร์คจะไม่ยอมผละออกมาคุยดีๆเเล้วยังซบใบหน้าลงที่หัวไหล่เขาอยู่

 


          "ผมขอถามคุณกลับได้มั้ย?" เสียงเล็กนั้นอ่อนลงจนเขานึกเป็นกังวลว่าเรื่องที่มาร์คพูด เป็นเรื่องที่มาร์คไม่สบายใจหรือเปล่า  "คุณจะไม่ทิ้งผมไปใช่มั้ย"

 


          "ทำไมคิดอย่างนั้น"

 


          "มีคนบอกว่าคนอย่างคุณไม่จริงจังกับใคร"

 


          เรื่องนี้นี่เองที่ทำให้เด็กคนนี้ดื้อขึ้นมามากกว่าเดิม เเเถมยังดุผิดวิสัยอย่างไม่น่าเชื่อ

 


          "คุณเข้ามาช่วยผมเพราะอยากช่วยจริงๆใช่มั้ย ไม่ใช่เพราะต้องการอะไรจากตัวผม"

 


          อีกเรื่องเป็นสิ่งที่มาร์คกังวลใจ เขาไม่คิดว่าหน้าตาตัวเองจะดึงดูดคนอื่นได้ขนาดนี้ ใบหน้าที่สวยหวานเพราะได้เเม่มานั้นกลายเป็นปัญหาที่ทำให้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ปลอดภัย เขาโดนพวกผู้ชายตามจีบ ตามเเซว ช่วงเเรกๆก็ได้ดงฮยอกกับเจโน่ช่วย เเต่ทั้งคู่ก็ไม่ค่อยว่าง อีกทั้งยังเรียนตึกไกลกัน เเต่อย่างน้อยก็ยังมีพี่เเทยงคอยมาช่วยกันคนพวกนั้น จนกระทั้งเเฮชตันเข้ามายุ่งวุ่นวาย คนอื่นที่เคยเข้ามาก็ห่างๆไปเพราะโดนคำขู่ของหมอนั่นจนยอมถอย เเถมการใช้ชีวิตข้างนอกก็น่ากลัวจนต้องระวังตัวเอง บางทีก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปอยู่ในสถานการณ์เเบบนั้น

 


          เเต่เเล้วก็เจอเจย์ การที่มีคนมาทำให้รู้สึกว่าถูกคุ้มกันจนเรารู้สึกปลอดภัยในตอนนั้นมันเลยไม่เเปลกที่คนไม่เคยมีความรัก จะตกหลุมรักใครเข้าง่ายๆเพราะความหวั่นไหว มาร์คเคยคิดว่าที่เขารู้สึกกับเจย์ไม่ใช่ความรัก มันคงเป็นความเคยชินเวลาที่ต้องการความปลอดภัยก็เท่านั้น เเต่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ถึงจะไม่มากนัก ทำให้มาร์ครู้ว่ามันไม่ใช่...



           เเต่การที่เจย์มักมีข้อเเลกเปลี่ยนตามที่บอกนั่นกลับทำให้มาร์คคิดสับสนเเละไม่ไว้ใจ ว่าเจย์ต้องการอะไรจากตัวเขาหรือเปล่า ของเล่น คู่ควงหรือคู่นอนชั่วคราว

 


          "ถ้าเธอกังวลเรื่องที่ฉันจูบเธอครั้งที่เเล้ว... อยากให้รู้ไว้นะ ผู้ชายเวลาชอบใครก็หาวิธีเข้าใกล้คนที่ตัวเองชอบด้วยวิธีเเปลกๆทั้งนั้น เรื่องที่ฉันขอจูบ ตอนเเรกเเค่อยากเเกล้ง เเต่ที่จูบไปวันนั้น เพราะรู้สึก ฉันถึงอยากจูบเธอจริงๆ"

 


          เเรงกัดครั้งที่สองเกิดขึ้นจุดเดิม ก่อนที่เจ้าตัวจะผละออกมาเเล้วยอมนั่งตรงๆเเทนการซบเมื่อครู่ "คุณพูดจริงๆใช่มั้ย"

 


          "ที่เธอไปได้ยินมาว่าฉันไม่จริงจัง ก็เป็นเพราะผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่จริงจังกับฉันเหมือนกัน พวกเธอเเค่ต้องการคนควง เเล้วไปเที่ยวอวดเสียมากกว่า ไม่เห็นตั้งใจจะมาคบกับฉันสักนิด ถึงจะตามหึงหวงเหมือนเป็นเจ้าของก็เถอะ เเต่ก็ตกลงกันเเล้วว่าจะไม่คบจริงจัง"



          "..."



          "เธออาจจะยังไม่เชื่อใจฉันก็ได้ ฉันไม่บังคับ เเต่ขอให้ลองได้ศึกษากันก่อน เเล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะหวังอะไรจากตัวเธอ เพราะตอนนี้ฉันหวังเเค่ให้เธอยอมรับมาว่าชอบฉันเหมือนกันก็พอ"

 


          "..."



          "เเต่เดี๋ยวนะ"

 


          "อะไร?"

 


          "ใครเป็นคนบอกเธอเรื่องนี้"

 


          "พี่เเทยง"

 


          "เเทยง? คนที่อยู่ชมรมเทนนิสใช่มั้ย"

 


          "ใช่"

 


          "หมอนั่นพูดเพื่อไม่ให้เธอมายุ่งกับฉัน?"

 


          "ที่เขาพูดก็เพราะหวังดีกับผม"

 


          "เฮ้อ ไม่รู้จริงๆหรือไง"

 


          "รู้อะไร?"

 


          "หมอนั่นน่ะชอบเธอ"

 


          "ห้ะ? คุณ อย่ามาล้อเล่น"

 


          "เธอลองนึกย้อนไปนะ หมอนั่นตามไปช่วยเธออยู่บ่อยๆ ชวนเธอไปงานวันเกิดสเตซี่ ตอนเธอหายก็รีบตามมาที่บ้าน เเถมยังโทรมาสิบๆสาย เเล้วยังบอกไม่ให้ยุ่งกับฉันอีก" เจย์ไปรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับพี่เเทยงได้ยังไงกัน เเต่ตอนนี้มาร์คจะไม่ถาม เพราะมีสิ่งที่สงสัยมากกว่า

 


          "ห่วงเเบบพี่น้องไงคุณ ก็ผมกับพี่เเทยงสนิทกัน"

 


          "ถ้าเธอฟังที่ฉันเล่าเธอจะเปลี่ยนความคิด..."

 


          "..."

 


          "วันก่อน ฉันไปหาเธอที่คอร์ด ตอนนั้นไม่มีคนเเล้ว เหลือเเต่พี่เเทยงของเธอเเละเธอเเค่สองคน" มาร์คคิดตามย้อนไปยังเหตุการณ์วันนั้น ทุกคนทยอยกลับกันหมด เหลือเขากับพี่เเทยงที่อยู่คอยเก็บลูก เเต่พี่เเทยงขอซ้อมต่อ เลยยอมนั่งเป็นเพื่อน เเละก็เผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยที่สะสมมาทั้งวัน

 


          "เธอหลับ เเล้วหมอนั่นก็เดินมาหาเธอ เหอะ ถ้าเป็นพี่น้องกันจริง คงไม่ลักจูบตอนหลับหรอกมั้ง"

 


          "!"

 


          "ตกใจล่ะสิ ตอนเเรกฉันก็คิดว่าเธอก็ชอบหมอนั่น... ถึงจะชอบจริง ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไปหรอก ถึงได้ลากออกมานี่ไง"



          มันก็น่าเหลือเชื่ออยู่เหมือนกัน เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ารุ่นพี่คนสนิทจะคิดเกินเลย เเต่ถึงยังไง เขาก็ไม่ได้นึกโกรธหรือเกลียด เเค่ขอรับรู้ไว้เพียงเท่านั้นก็พอ



          เเเต่ที่เจย์พูดถึงพี่เเทยงเเบบนั้น ทำมาร์คอยากจะกัดอีกคนเข้าอีกรอบด้วยความหมั่นไส้ เเต่อยู่ๆก็นึกขึ้นได้ "เเย่เเล้ว ผมนัดกับพี่เเทยงไว้"

 


          "นัดทำไม" เจย์จิ๊ปากหงุดหงิด เเล้วยืดตัวไปจูบเข้าที่ปากนิ่มๆนั่นเเรงๆ โทษฐานนัดผู้ชายคนอื่นมาหา

 


          ไม่รู้ล่ะ ถึงยังไม่ได้เป็นอะไรกันเเต่เขาก็หวง

 


          เพราะถึงยังไง ในไม่กี่นาทีนี้ เขากับมาร์คจะมีสถานะที่ชัดเจน

 


          "เลิกสนใจเรื่องคนอื่นก่อนได้มั้ย"

 


          "เเต่ผมทำให้พี่เเทยงรอนานเเล้ว" มาร์คเป็นกังวลในเมื่อเขาไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือออกมาจากบ้านเพราะรีบ อีกทั้งก็จำเบอร์ของเเทยงไม่ได้เสียด้วย เเละเจย์ก็คงไม่ยอมให้เขาโทรไปอยู่ดี

 


          "มันคงรอยันพรุ่งนี้เช้าเเน่นอน ถ้าเธอยังพูดถึงมันอยู่"

 


          "งั้นคุณรีบพาผมกลับเถอะ"

 


          "มาร์ค"

 


          "อะไร"

 


          "เรื่องของเรายังไม่จบนะ"

 


          "เเต่ผมบอกว่าชอบคุณไปเเล้วนะ"

 


          ไม่รู้ว่ามาร์คพูดออกมาด้วยใบหน้าใสซื่อไม่เคอะเขินเหมือนก่อนหน้านี้ได้ยังไง



          "เธอบอกตอนไหน"



          "อย่าเเกล้งกันได้มั้ย ถือว่าผมพูดไปก็เเล้วกันน่า"

 


          "ก็ได้ๆ... ถ้าเธอเเน่ใจเเบบนั้น งั้นเรามาคบกันมั้ย?"

 


          "..."

           


          "คบเเบบจริงจัง"

 


          มาร์คมองเจย์ที่จ้องมองอย่างอ้อนวอน นึกถึงวันเเรกที่อีกฝ่ายขยันหาเรื่องเเกล้งบ่อยครั้งจนเขากลัว เเละคิดว่าคนๆนี้คงต้องการเขาเเบบที่ผู้ชายคนอื่นต้องการ ไม่คิดเลยว่าจะมาถึงจุดที่ขอคบกันเเบบนี้

 


          "ถ้าคุณมั่นใจว่าอยากจะคบใครจริงจัง.. ผมจะเป็นคนนั้นให้ก็ได้"

 


          "เเต่ต้องสัญญาว่าคุณจะไม่ผิดคำพูดที่ให้กับผม"

 


          "ได้ ฉันสัญญา

 


          มาร์คยิ้มกว้างเเล้วสวมกอดอีกคนเเน่น ก่อนจะกระซิบเบาๆที่ข้างหู โดยที่เจย์เเอบคิดว่ามันคงเป็นคำบอกรักหวานๆสักคำ เเต่ไม่ใช่อย่างที่คาดหวังสักนิด



           "เเต่ตอนนี้คุณจะต้องพาผมไปส่งผมที่บ้านก่อนนะ"

 

 

          มาร์ค เด็กตัวเเสบ!



          เจย์กัดฟันกรอดอย่างคนทำอะไรไม่ได้ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายหัวเราะเสียงใสตอนที่เห็นเข้าทำหน้าบูดก็ยิ่งโกรธไม่ลง ถึงอย่างไร วันนี้มาร์คก็ยอมตกลงคบกับเขาเเบบจริงจัง สถานะที่เขาไม่คิดจะมอบให้ใครมาก่อน เเต่ตั้งเเต่มาเจอมาร์ค ก็ตั้งใจกำหนดเอาเเล้วต้องเป็นคนนี้ที่จะได้มันไป 



          คนนี้เท่านั้น....


          

          

 

 

 





talk

          จบเเล้วววววว เหมือนรู้สึกว่าจะเกิน 20% ไปด้วยนะคะ555555 เเต่กลัวว่าจะสั้นเกินไป ไม่ได้เเต่งนานจนลืมเนื้อเรื่องไปเเล้วบ้างเหมือนกันค่ะ เเต่หวังว่ายังมีคนรออยู่บ้างนะคะ ภาษาอาจจะเเปลกๆไปนิดหน่อย ถ้าอ่านเเล้วไม่เข้าใจส่วนไหนบอกได้เลยนะคะจะได้เเก้ไขให้ได้ หากมีผิดตกหล่นหรือผิดพลาดตรงไหนก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ รีบพิมพ์เเล้วรีบลงให้ได้อ่านกันก่อนเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นด้วยนะคะ เราอ่านของทุกคนเลย เป็นกำลังที่สำคัญของเรามากๆ ถึงจะท้อหน่อยๆเเต่พอเปิดอ่านเเล้วเห็นว่ายังมีคนรออ่านอยู่ก็ชื่นใจเเล้วค่ะ ถ้ามีข้อเสนอเเนะอยากให้ปรับปรุงเเก้ไข หรืออยากให้เขียนเเนวไหนคอมเม้นมาได้เลยนะคะ ถ้าพอจะทำได้จะทำให้เลยค่ะ ขอโทษที่มาต่อช้า ปีนี้ปี3เเล้วเรียนหนัก ต้องอ่านหนังสือหนักกว่าเดิมด้วยค่ะ เเต่ถ้าว่างจะรีบมาต่อให้เลยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่า


 

                                                                        talk 

                    ตอนนี้จะยาวหน่อยนะคะ เเต่เหลืออีกนิดเดียวเลยค่อยๆทยอยลง จะได้อ่านกันง่ายๆเนอะ หรือไม่ง่าย5555 เรื่องนี้อ่านเเล้วอาจจะงงกับอารมณ์ขึ้นๆลงของเจย์ เเต่ก็เป็นเเบบนี้เเหละ พอได้มาเจอคนถูกใจก็ทำอะไรไม่ถูกเนอะ5555 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นด้วยนะคะ เราอ่านทุกอันเลย เป็นกำลังใจมากๆ ถ้าหากพิมพ์ผิดพลาดตรงไหนก็ขอโทษด้วยนะคะ อยากให้ปรับปรุงตรงไหนก็บอกได้เลยนะจะได้ทำให้อ่านง่ายขึ้นกว่าเดิม ขอให้มีความสุขในการอ่านค่า เจอกันตอนที่เหลือเน้ออ



 

 

 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #250 Impeach (@mir_oku) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 10:22
    บร้าาาาา เขินนนนนนนน น้อนมาร์คน้อนน้อยของพิเจย์ เขินพี่เจย์ ปากร้ายแต่อ่อนโยนงี้ ฮื่อออออออ
    #250
    0
  2. #234 ninjj (@khunjara) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 03:45
    โฮเขินจังเลย เจย์อย่างฮอตเลยเนี่ย แงงงงง
    #234
    0
  3. #179 SAYRUNG (@rung-fantasy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 23:01
    งื้อออออ เขินนนนนนนน
    #179
    0
  4. #168 ||ม่บ้ๅนมิง (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 17:53
    อร๊ายยยยย ตามมาอ่านจนจบจนได้ คือแบบ ฮื่ออ เขินอ่ะ พูดไม่ถูกเหมือนกัน แบบว่ามันอบอุ่นอ่ะ เจย์ดีมากนะ เป็นผช.ที่ถึงจะเหมือนเพลย์บอยแต่จริงจังกับมะลิมากๆ ไม่คิดปล้ำด้วยถึงแม้จะอยากก็เถอะ วรั้ยย พ่อทูนหัวของนุ้งมะลิ น่ารักจริงจริ๊งงง
    #168
    0
  5. #167 Tukta_a (@Tukta_a) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 18:50
    อ่านแล้วเขินปนฟินมากๆขอขยายเป็นเรื่องยาวเลยได้ไหมคะ น้องมาร์คน่ารักมากๆ พี่เจย์ก็โคตรเท่ห์เลยอ่ะ แบดบอยมากๆ
    #167
    0
  6. #166 dereine_i (@miii_i) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 14:40
    อันดับแรกขออนุญาตเขินก่อน จูบกันแต่ละครั้งเราเขินจิกหมอนแทบขาดทุกที ฟหกด่าสว#&#8**-฿^;*(# >< แอบชอบพี่เจย์แนวคูลๆแบดๆแบบนี้นะคะ รุกแรงแต่ก็แอบมีความอ่อนโยน คนน้องก็ไม่รู้จะน่ารักไปไหน ถ้าจะทั้งเด๋อทั้งอินโนเซนท์ได้น่ารักมากมายขนาดนี้ถ้าเราเป็นพี่เจย์เราก็จะหวงมากๆเหมือนกัน เอ็นดูเบอร์แรง พอคบกันแล้วต้องรักน้องให้มากๆเลยน้าาา

    สุดท้ายนี้ สู้ๆนะคะไรท์เตอร์ ปีสามแล้วเป็นช่วงรอยต่อเรื่องเรียนที่ค่อนข้างหนักแต่ยังไงเราเชื่อว่าไรท์จะผ่านมันไปได้ เกท A ทุกวิชาเลยนะคะ ^^
    #166
    0
  7. #165 ✖ Psчcнo. (@giftss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 11:03
    ฮือน่ารักมากๆเลยยยย
    อ่านแล้วเขินตัวบิดดดดดด
    ตะม้าคน่าเอ็นดู เป็นเด็กเด๋อที่ไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเล้ยยย
    ฮือ เจย์อบอุ่นมาก ดูแลมาร์คดีสุดๆ
    และเชื่อว่าจะดูแลแบบนี้เรื่อยๆไปจนแก่

    ขอบคุณสำหรับฟิคเขินๆนะคะะะ ฮื่อ
    #165
    0
  8. #164 supisa_n (@supisa_n) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 08:45
    น่าร้ากกกกก ชอบความขี้เขินของมัค5555555555555 เด็กแสบคู่กับคนขี้แกล้งก็เหมาะดีนะ55555555555555
    #164
    0
  9. #163 peachmelonjm (@peachmelonjm) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 07:08
    น่ารักมากเลยค่า ฉากในรถนี่ถ้าเป็นพี่เจย์คงจับน้องฟัดไปแล้วค่ะ อ่านไปจิกหมอนไปค่ะเขินความน่ารักของทั้งคู่ ชอบมากเลยค่ะ
    #163
    0
  10. #162 Never (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 03:12
    โอ้ยยยย...น่ารักมากกกกหวานเวอร์แต่ชอบอะ สมกับที่รอคอยคุณไรท์อุตสาห์มาต่อให้ เป็นกำลังใจให้คะทั้งเรียนและฟิคทุกเรื่องนะคะ
    #162
    0
  11. #161 Melon_M (@Melon_M) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 23:12
    อ่านจบละเขินหนักมาก ฮือๆๆเขินเด้อออ เข้าใจเจย์เจอแบบนี้ยิ่งรักเลย ทำไมมัคใสซื่อน่ารักแบบเน้
    #161
    0
  12. #160 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 23:02
    เขินมากเด้อออออออ เขินแบบบไม่ไหวแล้ววว ฮือออออออออ ชอบคาแรคเตอร์ตัวละครมาก ชอบมากๆๆๆๆๆๆ ?????
    #160
    0
  13. #159 Ninkz\'gz Lyk (@nleeyk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 23:01
    ฮือ ดีงามมากจริงๆ ตอนแรกนึกว่าเจย์จะมาร้ายใส่มาร์คซะอีก ที่ไหนได้ เจย์อยากจะดีกับมาร์คมากเลย เจ้ามาร์คก็น่ารักซะขนาดนี้เนอะ อินโนเซนท์จนถ้าเราเป็นเจย์ยังไงก็หวงอะ เขินตามมาร์คหลายครั้งมาก ทำไมเจย์รุกน้องแรงขนาดนี้ ทุกอย่างมันปริ่มไปหมดเลย ชอบ vibe แบบนี้จัง ผสมความเป็นตะวันตกหน่อยๆ แต่เข้าใจง่าย มีความวัยทีนอเมริกัน >_<
    #159
    0
  14. #158 Palmexol (@Palmexol) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 10:38
    โอ้ยยยยยยย หสกานกยหยฟมฟผนาหหใหาหให แวพสดากทดยกสสำ ชอบตอนนี้มากกรี้ดดดดดดดดดดดดดด ตัวจะลอยฮืออออแแ;////;
    #158
    0
  15. #153 Never (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 12:32
    อ๊ากกกกกพึ่งเจอคะ หวังว่าจะได้อ่านจนจบชอบมากๆ น้องก็น่ารักน่ารังแกซะด้วย ไม่เป็นเจย์ไม่รู้หรอกมันห้ามใจลำบาก
    #153
    0
  16. #147 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 01:43
    โอ้ยยยยยยยย เขินมากกกกกกกกกก เขินแบบไม่ไหวแล้วววววววว ฮือออออออ
    #147
    0
  17. #146 SAYRUNG (@rung-fantasy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:45
    เขินมากกกกกกกกกกกกกกก ชอบแนวนี้มากเลยตั้วแต่อ่านมา ชอบพี่เจย์แบดบอยแบบนี้ มัคก็น่าขย้ำมากจริงๆ งืออ เขินตั้งแต่บนรถไฟฟ้า ยิ่งตอนเค้าจูบกันนะ นี่บั่บ อ่านละเหนื่อยมากกกก คือกชั้นกรี๊ด เขินเว่อร์ โอ้ยยยย มาต่อเร็วๆนะค้าาา มันดีงามมากกกกกกกกก
    #146
    0
  18. #142 :pumpkin's (@prom-pink) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 10:13
    ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออ เขินมากกกเขินมากๆๆเลย พี่เจย์นี่สนใจมาร์คเข้าแล้ว คิดภาพมาร์คตามที่เจย์บอกนี่ก็ใจไม่ดีเหมือนกัน มาร์คน่ารักจนเจย์อยากรัก ฮืออออ เขินที่เจย์บอกว่า คนของฉัน มันดีมากจริงๆ
    #142
    0
  19. #137 ||ม่บ้ๅนมิง (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 01:28
    อ๊ากกกกกกกกก หวิวมากค่ะบอกตรง นี่ขนาดฉันอ่านนะยะ แล้วคนตรงนั้นจะหวิวแค่ไหน กรี๊ดดดดดดด ไม่ไหวแล้ว นี่แลกกับจูบเดียวจริงเหรอ นานเหลือเกินจนต้องขอชีวิต เพราะฟินจะขาดใจตาย ฮืออออ
    #137
    0
  20. #136 slotty1357 (@slotty1357) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 22:28
    อื้อหือชอบมัคเจย์แนวนี้มากกกกกก ไรท์สู้ๆแต่งอีกเยอะๆนะค้าาา
    #136
    0
  21. #134 ึ_peachmelon_ (@nanice42) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 16:33
    คุณเจจจจจจย์ ช่วยน้องแลกกับหนึ่งจูบฮื่ออ เขินน/-\ ช่วยน้องบ่อยๆไปเลยค่ะ ช่วยบ่อยๆเลย จูบให้ปากน้องช้ำไปเลยค่ะ;//;
    #134
    0
  22. #133 TammaOfficial (@tammudblood) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 08:54
    โอ๊ยคุณเจยยยยยยยย์ *กุมใจ* หล่อแบ๊ดงะ 5555555 น้องมัคเรื่องนี้ค่ดน่ารัก เอ็นดู๊ เขินฉากจูบมากอยากเอามือฟาดเจย์แรงๆซักสามสี่ที -บ้าเอ๊ย ฮื่อ
    #133
    0
  23. #132 supisa_n (@supisa_n) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 08:01
    โอ่ยยยย เจย์พ่อฮีโร่ แต่แบบทำไมเป็นฮีโร่ที่น่าดลัวอย่างนี้5555555555555 แต่แบบกร๊าวใจดีค่ะ ชอบ555555555555
    #132
    0
  24. #124 AnyJinie (@minny-kyu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 12:38
    โอยยยย กร๊าวใจมากเด้อ
    พี่เจย์แมนมาก แบดมากกกก ถถถถ พ่อฮีโร่ของน้อง
    ทำไมตอนแรกเรานึกว่าแฮชตันเป็นแฮชานอ่ะ ขรรม 5555
    #124
    0
  25. #119 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 11:29
    ตายแล้ววววววว น้องมาร์คสวยอะไรเบอร์นั้นคับบบ
    #119
    0