เปลวปรารถนา < ตอน 9 อัพ 35% >

ตอนที่ 3 : บทนำ < อัพ 100% >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    9 ก.พ. 59




แค่สบตา 'มาร' ร่างก็แทบละลาย แล้วจะพ้นมือง่ายๆ หรือ...?


เปลวปรารถนา (Devil-Angle) 

บทนำ 


กริ๊ก... 


แหวนวงน้อยถูกหญิงสาวเขวี้ยงออกไปเต็มแรง มันกลิ้งโค่โร่ กระเด็นกระดอนไปได้ไม่ไกลนักและสุดท้าย...หยุดนิ่งตรงปลายรองเท้าหนังสีดำเงาปลาบ


ปลายเท้าของใครคนหนึ่งที่มีอานุภาพมากพอจะรั้งให้ดวงตาฉ่ำหยดน้ำเงยขึ้นแล้วมองไล่ตั้งแต่รองเท้าขึ้นไปจนถึงช่วงขายาวๆ ภายใต้กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มตัวนั้น เรื่อยไปถึงแผ่นอกหนั่นแน่นใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ถูกพับแขนเสื้อขึ้นไปกองอยู่แถวๆ ข้อศอก ก่อนจะหยุดตรงปลายคางที่เชิดขึ้นนิดๆ ตามระดับความสูงชนิดที่ทำให้เธอต้องแหงนศีรษะคอตั้งบ่า 


แม้ว่าดวงตาคู่โตจะเพ่งมองเท่าไร ภาพที่เธอเห็นก็ยังพร่าเลือนเพราะอาการสะลึมสะลือกึ่งเบลอจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่หลงดื่มเข้าไปตั้งแต่ตอนหัวค่ำ หญิงสาวโยกศีรษะแรงๆ กะพริบตาถี่ๆ อยู่หลายครั้งก็ยังเห็นใบหน้าของใครคนนั้นเป็นภาพซ้อน อาการครึ่งหลับครึ่งตื่น ไม่มีสติสัมปชัญญะเพียงพอจะแยกแยะนี่เองที่ทำให้จนถึงตอนนี้เธอก็ยังนั่งพังพาบอยู่ข้างลิฟต์ตัวนั้น 


นั่นใคร...? 


ท่ามกลางความสับสน เอื้องอลิน ทำได้เพียงขยับกลีบปากนุ่มอิ่มแผ่วเบาด้วยคำถามที่ถามตัวเองซ้ำๆ แต่กลับเป็นเพียงเสียงอ่อนๆ ที่อออยู่ในลำคอ เงาไหวๆ เบื้องหน้าแสดงอาการคลอนศีรษะของคนถูกถามและเขาไม่ได้ตอบ หากแต่กำลังโน้มตัวลงมาใกล้แล้วคุกเข่าอยู่ในระนาบเดียวกันกับเธอ 


“อ๊ะ!” เสียงอุทานดังขึ้นไม่พ้นคอเช่นเดิม ทว่าการกระทำของชายแปลกหน้าทำให้ดวงตาปรือปรอยสีน้ำผึ้ง กระตุกผึงด้วยความตกใจ เมื่อเขาคนนั้นสอดฝ่ามืออุ่นๆ เข้ามากอบกุมต้นแขนกลมกลึงแล้วรั้งร่างอ่อนปวกเปียกให้หยัดยืนขึ้นพร้อมกัน 


แรงกระชากของเขาทำให้สองร่างแนบชิด พร้อมประคับประคองร่างที่ยืนง่อนแง่นข้างๆ กันด้วยการคล้องเอวคอดบางด้วยท่อนแขนกำยำที่ตอนนี้ทำหน้าที่ไม่ต่างไปจาก ‘โซ่ตรวน’ ยามที่กระชับกอดเธอไว้แนบแน่นเช่นนี้ 


ไออุ่นจากลมหายใจอ่อนๆ ที่รินรดอยู่เหนือกระหม่อมบอบบาง รั้งดวงตากลมโตที่เกลื่อนไปด้วยแววตระหนกให้เงยขึ้นมองเขา ความเจ็บปวดปนความเดียดฉันท์ปรากฏในแววตาพร้อมด้วยอาการขัดขืน จู่ๆ เจ้าหนูหริ่งตัวกะจิริดที่ดูไร้เรี่ยวแรงเมื่อครู่ก็กลายร่างเป็นหนูที่ตกลงไปในน้ำเดือดที่กำลังดิ้นเร่าๆ ให้พ้นจากวงแขนของเขา 


“ปล่อยเอิง!” หล่อนกรีดร้อง หลับหูหลับตาผลักไสคนที่คิดว่าเป็น...เขา 


“ปล่อยนะ พี่ตรี ปล่อย!” 


หืม..ม อะไรนะ? 


...ดูเหมือนจู่ๆ หล่อนก็ลากเขาลงไปเกลือกอยู่ในน้ำเดือดหม้อเดียวกัน แต่มันทำให้เขาเป็นเสียยิ่งกว่าดิ้นพล่านอยู่ในนั้น 


“ไอ้ตรีงั้นหรือ...?” เสียงแหบห้าวแทบจะกลายเป็นคำราม แถบคิ้วหนาเป็นปื้นเลิกขึ้นพร้อมด้วยแววฉงนฉงาย แต่ก็เป็นแค่แวบเดียวเพราะแสงพร่างวับประหลาดเคลื่อนเข้าแทนที่อย่างรวดเร็ว เขากะพริบตาถี่ๆ มองสำทับให้มั่นใจก่อนที่รอยหยักลึกบนริมฝีปากบางเฉียบจะเหยียดออกนิดๆ แล้วกระตุกหยัน อากัปกิริยาของเขาเปลี่ยนไปในทันทีเพียงแค่อนุมานได้ว่า...หล่อนเป็นใคร 


รอยยิ้มแบบที่ไม่อาจพูดได้ว่าเขากำลัง ‘ยิ้ม’ พราวขึ้นบนใบหน้าคมคร้ามราวกับกำลังประกาศตนว่าไม่มีทางเสียหรอกที่เขาจะปล่อยหญิงสาวผู้นี้ให้หลุดรอดไปจากเงื้อมมือ 




ความร้อนที่ไหลลามไปทุกส่วนสัดบนเรือนกายในยามนี้ มันมากกว่ารอยอุ่นตรงท้องแขนตอนที่ถูกเขาคนนั้นกระชากกระชั้นให้ลุกขึ้นยืนหลายเท่า มันคือบางอย่างที่สลัดเท่าไรก็สลัดไม่ออก ต่อให้กระชากข้อแขนจนหลุดจากฝ่ามือหนาเรือนร่างเต็มตึงก็ยังไม่คลายความอึดอัด และไม่ว่าจะขยับกายหนีไปทางไหนก็เหมือนว่าเจ้าของผิวเนื้อสากกร้านจะคอยตามติดแล้วแนบชิดยิ่งขึ้นกว่าเดิม 


อืม..มม อื้อ... 


เสียงทอดถอนปนรำคาญผ่อนออกมากับลมหายใจอุ่นๆ เอื้องอลินพลิกหน้าหนีเมื่อรู้สึกว่าถูกบางอย่างไต่ตอม มันเหมือนภู่ภมรตัวโตที่โผผินมาเกาะตรงเปลือกตาบางกับผิวแก้มเนียนใส ปีกของมันยุ่บยั่บและไม่นุ่มนิ่มนัก ซ้ำยังส่งกระแสร้อนๆ ออกมาราวกับพกพาเปลวไฟติดปีกมาด้วย 


คนถูกรุกรานครางผะแผ่วเมื่อภมรตัวนั้นวนเวียนไม่ห่างจากกลีบปากนุ่่มอิ่ม เฝ้าดมดอม ดูดชิมความหวานล้ำประดุจเกษรด้วยความโหยกระหาย เอื้องอลินคิดว่าตนเองตกอยู่ในภวังค์ฝัน ฝันเลอะเทอะอันเกิดจากพิษของวิสกี้ที่ดื่มเข้าไปหลายแก้ว แปลกใจเพียงว่ามันเป็นฝันที่เหมือนความจริงมากเกินไป แต่ถึงจะคิดเช่นนั้น...เจ้าแมลงภู่ผึ้งตัวนั้นก็ยังสร้างความรำคาญด้วยการไชชอนไปตามกกหู ซุกไซ้ซอกคอขาวๆ แล้วบินปรี่ไปเกาะเหนือเนินทรวง 


...กระทั่งความปั่นป่วนวิ่งวนตรงท้องน้อยรุนแรงขึ้น ความอบอุ่นกลับกลายเป็นไฟร้อนที่กำลังแผดเผาจนร้อนรุ่มไปทั้งร่าง ความรู้สึกนั้นทำให้เธอสำเหนียกและตระหนกสุดตัว หญิงสาวลืมตาโพลงกับผวาเฮือกเหมือนคนที่เพิ่งผุดขึ้นจากการจมน้ำ 


ใครเล่าจะคิดว่าโลกความฝันของเธอจะพลิกเปลี่ยนราวพลิกฝ่ามือ แค่เสี้ยววินาทีที่มองเห็นภาพแรกหญิงสาวก็งุนงงเกินกว่าจะเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดได้ ที่นี่เป็นห้องกว้าง มีเพดานโค้งสูงกับกึ่งกลางห้อยระย้าด้วยโคมไฟคริสตัลขนาดมหึมา เหลี่ยมมุมจากผลึกใสๆ ของมันเป็นประกายระยิบระยับรับกับแสงสว่างโร่ที่สาดเข้าบาดนัยน์ตาคู่นั้น 


หนะ นี่...ที่ไหนกัน? 


เสียงครางคล้ายถามตัวเอง คำตอบที่ได้ก็คือ...ไม่รู้ เธอแน่ใจว่าไม่คุ้นกับห้องหรูประหนึ่งห้องสวีทห้องนี้แน่ 


ดะ เดี๋ยว ห้องสวีทงั้นหรือ...? 


ความคิดที่กลายเป็นเสียงในหัวทำให้ดวงหน้าอ่อนใสพลันซีด ลมหายใจเริ่มหอบระรัวตามด้วยความรู้สึกอึดอัดตั้งแต่...ช่วงเอวขึ้นมาถึงทรวงอก ก็ด้วยมีอะไรบางอย่างกดทับตัวเธอไว้ 


“......!” แล้วหญิงสาวก็ต้องผวาเฮือก ลืมกระทั่งวิธีหายใจเมื่อไล่สายตาไปหยุดที่เหนือทรวงอกอิ่มของตน ดวงตาคู่โตประดุจลูกกวางป่าเบิกโพลงราวกับเห็นผี เมื่อเห็นศีรษะทุยกับกลุ่มผมดกดำกำลังก้มลงซุกซอนดื่มด่ำความหอมหวานจากกายสาว 


“กรี๊ด..ดด” เสียงกรีดร้องสนั่นหวั่นไหว 


“ออกไปนะ ออกไปให้พ้นตัวฉัน” 


เอื้องอลินผลักร่างบึกบึนออกจากตัว ลนลานเสือกตัวหนีไปนั่งตัวสั่นงันงกชิดขอบเตียง มือเล็กคว้าหมอนใบโตมากอดหมับหวังให้มันบดบังเรือนร่างที่ต้องสงวนแต่แค่นั้นไม่ได้ทำให้เธอพ้นจากสายตาคมกริบวิบวับ เรียวตาดุดำคู่นั้นยังคงจ้องเขม็ง ประหนึ่งไม่มีสิ่งใดจะกั้นขวางสายตาของเขาได้ 


หญิงสาวหน้าเหวอสลับกับแก้มแดงแจ๋เมื่อพบว่าตัวเธอเองก็มีสภาพไม่ต่างจากเขานัก ไม่หลงเหลืออะไรให้ปกปิดกายสักชิ้น หากว่าเขาคนนั้นดูจะไม่ได้แยแสต่อท่าทางตระหนกเพราะกำลังกระถดตัวยืนขึ้นโดยไม่สนว่ากายกำยำจะเปล่าเปลือยจนอวดความแกร่งของกายหนุ่มแทบจะทุกตารางนิ้ว แรงกระดากทำให้เธอเบือนหน้าหนีจึงไม่ได้เห็นแววตาของคนที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหา 


“หยะ อย่าเข้ามาใกล้ฉัน” 


เสียงนั้นค่อนไปทาง ‘สั่น’ หากเงยหน้าขึ้นมองเอื้องอลินจะรู้ว่าฝ่ายนั้นไม่ได้ปฏิบัติตามคำพูดของเธอแม้แต่น้อย เวลานี้เจ้าของร่างสูงใหญ่ในคราบเด็กแรกเกิดยังคงก้าวอาดๆ เข้ามาหาจนใกล้พอจะมองหน้าเธอได้ชัดก็ยื่นปลายนิ้วเรียวยาวออกมาแตะปลายคางนุ่มนิ่ม เชยขึ้นจนสบตากันได้ถนัดถนี่ 


“อย่านะ!” เสียงห้ามสั่นสะท้าน 


“...เห็นจะไม่ได้” 


นั่นเป็นประโยคแรกที่ได้ยินจากเขา เสียงแหบห้าวชวนผวาไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ารูปลักษณ์ที่กำลังจ้องมองเธออยู่ ใบหน้าของเขาช่างเหี้ยมเกรียมโดยเฉพาะที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเคราจนมองไม่เห็นเค้าหน้าจริง ส่วนเรียวตาก็ดุวับไร้วี่แววว่าจะปรานีใครเป็น 


“ทะ ทำไม?” 


เสียงที่เอ่ยสวนออกมาสั่นเครือ เอื้องอลินไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากไปกว่าวิงวอน ขอร้องให้เขาหยุด ถึงจะรู้ว่าไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นก็ต้องทำใจดีสู้เสือลองเกลี้ยกล่อมเขาดู หากว่า เสือร้าย ที่กำลังจ้องจะขย้ำ เหยื่อ มองตอบเขม็ง มิได้หวั่นไหวไปกับถ้อยคำเหล่านั้นแม้สักน้อย 


“ไม่รู้หรือ...ว่าอะไรๆ ที่มันเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้หรอกสาวน้อย หึๆ” 


‘เสือ’ ส่ายหน้าไปมาแล้วหัวเราะต่ำๆ เรียวตาคมวับเป็นประกายจ้ายามจับจ้องเรือนร่างเปลือยเปล่า ไม่คิดว่าจะมีประโยคสนทนาใดน่าสนใจไปกว่าเรือนร่างเย้ายวนตรงหน้า วินาทีถัดมาเขาก็โถมตัวตามติดพอดีกับเจ้าหล่อนพลิกตัวหนีจึงล้มคะมำลงไปด้วยกัน ฟูกหนาบุ๋มลงตามน้ำหนักของคนทั้งสองที่ฝ่ายหนึ่งพยายามตะเกียกตะกายหนี อีกฝ่ายหนึ่งตามไปล็อคเอวบางแล้วปิดปากหมับเมื่อหล่อนกรีดร้อง 


“ไม่เอาน่าเด็กดี อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากสิ อยากให้คนรู้เห็นกันทั้งโรงแรมรึไงว่าเรากำลังทำ...อะไรกันอยู่” เขาเอ่ยเหนือศีรษะเล็กที่สะบัดพรืด หล่อนหลับตาปี๋ พลิกหนีจนเห็นแค่แพขนตาชุ่มเปียกทาบทาพวงแก้มอิ่ม 


ลมหายใจของหญิงสาวเต้นระรัวท่ามกลางปลายทางมืดสนิทที่มองไม่เห็นทางรอด อย่างเดียวที่เธอมีก็คือขุมพละกำลังอันน้อยนิดซึ่งเขาก็คงจะรู้เช่นกันจึงวางสองแขนเปี่ยมมัดกล้ามค้ำคร่อมลงเหนือร่าง กักกันเธอไว้พร้อมกับโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วแค่ถอนมือออกปากก็โฉบลงมาปิดปาก มอบจูบเล้าโลมอย่างคนเจนเวที มือสากร้อนกดลงบนบ่าบอบบางจนร่างน้อยกระถดต่ำจมหายไปกับหมอนนุ่มแล้วเคลื่อนกายลงมาทับทาบไว้ทั้งตัว 


“อย่า! ขอ ร้อ...” 


เอื้องอลินดิ้นเร่าทั้งน้ำตาแต่ไม่มีสักสุ้มเสียงหรือลมหายใจได้เล็ดลอด กลีบปากสีบัวถูกตะโบมจูบจนเจ่อช้ำและเกิดรสเค็มปะแล่มๆ เมื่อแนวฟันแข็งๆ กระทบเนื้อนุ่มหยุ่นยามต่อต้าน มือไม้ที่ยังพอมีกำลังก็ปกป้องตัวเองสุดตัว 


อีกฝ่ายมิได้อนาทรร้อนใจที่ไม่ได้รับความร่วมมือ มั่นใจว่าอีกไม่นานหรอกรอยจูบคลุกเคล้าจากบทรักของเขาจะเปลี่ยนหล่อนให้เป็นคนละคน 


...แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิด คนที่ดิ้นรนสุดแรงต่อต้านจนริมฝีปากอิ่มซิบเลือดเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงๆ คนไม่ประสาต่อบทรักงุนงงราวถูกมนตราบางอย่างครอบงำ ไม่อาจทานต่อแรงปรารถนาที่วิ่งวนเหมือนผีเสื้อ ขยับปีกวับๆ บินไหวในช่องท้อง มันเป็นความรู้สึกประหลาดที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตสาว 


ร่างน้อยระทวยอ่อนไม่เหลือความเป็นตัวเองอีก ยามนี้สมองของเธอขาววับ เรื่องราวก่อนหน้าที่จะมาอยู่บนเตียงหลังนี้กับคนแปลกหน้ากลายเป็นความว่างเปล่า เอื้องอลินปิดเปลือกตาลงทั้งน้ำตายังคลอ ไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงต้านทานใดๆ 


ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือ...เรียวตาดุดันสีสนิม ใบหน้าคร้ามคมกับไรเคราอันน่าหวาดผวา กับยินเสียงลั่นดัง ‘กริ๊ก‘ ของแหวนวงน้อยที่ถูกเขวี้ยงไปตกลงบนพื้น 


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทนำ บทใหม่ ส่งพร้อมอ่านวันนี้เลยจ้า
เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร ฝากเม้นต์ไว้ให้เค้านะ ชอบไม่ชอบบอกเค้าด้วย 
เพราะเม้นต์คือกำลังใจสำหรับคนเขียนเนาะ 
เดี๋ยวปรับบทแล้ว จะรีบมาลงตอนถัดไปเลยค่ะ 
วันนี้...ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านกันค่ะ 

                                                 อ่านจบ..รักเลย (คริคริ) 
                                                 ดาลัน :) 

ปล. Credit ภาพจาก Internet ค่ะ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

99 ความคิดเห็น

  1. #72 ลำหับ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 12:14
    ชอบสิคะ ยังชอบผลงานของดาลันเหมือเดิม เดาทางกับตอนแรกไม่ถูกเลย ว่าแต่พระเอกหรือเปล่าเนี่ย ?
    #72
    0
  2. #20 tungkn4841 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 23:42
    สาวน้อยผู้นี้ยังโชคดี รถของปรมัตถ์เกิดชนกับพัศพิมุขพอดี
    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #20
    0
  3. #19 เดือนเสี้ยว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 / 19:46
    ดีใจเช่นกันค่ะที่ได้อ่านงานเขียนของดาลันอีก หายไปนานเลยนะคะ
    #19
    0
  4. #17 punnadara (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 23:20
    กลับมาแล้ว หายไปนานเลยค่ะ ดีใจที่จะได้อ่านผลงานคุณดาลันอึก รออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #17
    0