พรหมน้ำผึ้ง < ตอน 1 อัพ 70% >

ตอนที่ 2 : บทนำ : ฤดูกาลบอกรัก < อัพ 100% >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ก.ย. 58


มาทำความรู้จักกับพี่ใหญ่ของบ้านกันค่ะ
'พี่พรต'
'พลศรุต อมราวัฒน์'


บทนำ

ฤดูกาลบอกรัก


แดดยามบ่ายคล้อยของวันไม่ถึงกับร้อนอบอ้าวนัก ด้วยยังมีร่มเงาจากต้นไม้ใบบังต้นสูงเหนือศีรษะขึ้นไปหลายเมตรตั้งตระหง่านคอยคุ้มแดดคุ้มฝนปรอย กระนั้นลำแดดลำเล็กๆ เหล่านั้นก็ยังทะลุทลวงลงมาสู่ผิวดินอันแห้งระแหงซึ่งคลุมเกลื่อนไปด้วยใบแห้งกรอบของใบเรียวรีสีน้ำตาลเข้ม


...ร่วงโปรย ใบแล้วใบเล่า เมื่อสิ้นสุดวัฏจักรชีวิตของมัน


ส่วนใบที่ยังอยู่คุ้มต้นเป็นสีเขียวแก่จัดๆ ให้ความชอุ่มชุ่มชื่นแก่บริเวณหลังอาคารสีขาวขุ่นสูงเพียงห้าชั้นหลังนี้ ตึกเก่ารูปแบบเชยๆ สร้างขึ้นเกินกว่ายี่สิบปีมาแล้ว มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งขนานโรงอาหารชั้นเดียวกับอาคารเรียนสร้างใหม่ของคณะแพทย์ศาสตร์ ถัดจากแนวระเบียงที่อยู่ด้านหลังลงมาเป็นลานจอดรถจักรยานกับจักรยานยนต์ของนักศึกษากว่าสามสิบคัน


ซองจอดเหล่านั้นทำจากท่อนเหล็กกลมๆ ทากันสนิมจนมีสีดำสนิทดัดเป็นรั้วเตี้ยๆ ใช้สำหรับล่ามโซ่ล็อคกับพาหนะสองล้อ ใกล้ๆ กันเป็นฟุตบาทสูงประมาณสิบเซนติเมตรทอดตัวยาวคู่ไปกับถนนซึ่งเชื่อมไปยังอาคารอื่นๆ


ส่วนที่มองเห็นลิบๆ เรียงต่อกันเหมือนรถไฟก็คือ...พาหนะของคณาจารย์ที่ถูกจอดไว้ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ส่งเสริมให้การสัญจรระหว่างตึกสู่ตึกเป็นการใช้จักรยานมากกว่าจะขับขี่ยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน อย่างที่ทราบในปัจจุบันพลังงานสิ้นเปลืองอันเกิดจากธรรมชาติ ใช้แล้วหมดไปอย่างปิโตรเลียมมีราคาสูงลิ่วขึ้นทุกวันๆ ทางมหาวิทยาลัยจึงถือเป็นนโยบายหนึ่งในการปลูกฝังและสร้างทัศนคติของนักศึกษาให้รู้จักใช้ รู้จักประหยัดพลังงานแบบใกล้ตัวจนกลายเป็นภาพเจนตาที่ถนนภายในแคมปัสแห่งนี้จะขวักไขว่ไปด้วยรถจักรยาน


ส่วน 'เขา' ระหว่างตึกสู่ตึก เลือกที่จะเดินออกกำลังกายมากกว่า


บ่ายแก่ๆ เป็นเวลาที่อาจารย์พิเศษประจำคณะแพทย์ศาสตร์ท่านนี้เพิ่งเสร็จสิ้นชั่วโมงสอน เขาวกกลับมาที่ห้องพักอาจารย์เก็บเอกสารและอุปกรณ์การเรียนการสอนแล้วจึงลงจากตึก ที่หมายคือรถซีดานสีดำปลอดซึ่งจอดทิ้งไว้ตั้งแต่ตอนสายของวัน


เขาเป็นหนุ่มฉกรรจ์ในวัยยี่สิบเก้าปี เจ้าของรูปร่างสูงสง่า สมบูรณ์แบบด้วยรูปลักษณ์หน้าตากับส่วนสูงที่กินขาดอาจารย์ท่านอื่นซึ่งส่วนใหญ่แล้วอายุอานามเกินห้าสิบ โครงหน้าเรียวยาวของเขาประดับด้วยรอยบุ๋มนิดๆ ข้างรอยหยักของริมฝีปากบางเฉียบ คิ้วเข้มหนาเป็นปื้นเหนือเรียวตาดำสนิทตัดกับผิวขาวจัดอมชมพู ดูคมคาย จมูกโด่งเป็นสันสวยรับกันดีกับดวงตายาวรีที่ฉายแววจริงจังอยู่เป็นนิจ


ยามใบหน้าคร้ามเข้มแต้มแตะด้วยระไอแดด แก้มโหนกนูนนิดๆ ของเขาเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อก็ยิ่งทำให้น่ามอง เวลานี้หากจะกล่าวขวัญถึงอาจารย์ที่ ‘ฮอต’ ที่สุดในมหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้วล่ะก็ คงจะหนีไม่พ้นเขา...


อาจารย์พลศรุต’


บุคลิกของอาจารย์หนุ่มเรียกสายตาคนที่เดินสวนกันให้ต้องเหลียวมองอยู่บ่อยครั้ง หากว่าสมาธิของเขาค่อนข้างแน่วแน่จึงยังคงก้าวต่อไปข้างหน้าโดยไม่ไขว้เขว ทุกย่างก้าวกับสายตาจดจ่อแค่เส้นทางที่เดินทำให้เขาไม่ได้สบสายตาใคร หากบังเอิญเงยหน้าขึ้นมาพอดีก็จะคลี่ยิ้มให้เห็นเพียงแวบเดียวแล้วปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยดังเดิม ทว่าเพียงแค่นั้นก็ทำให้หัวใจสาวละลายได้ราวน้ำผึ้งถูกไฟลน


บทบาทกับหน้าที่ของความเป็นอาจารย์ทำให้เขาดูสุภาพ สุขุมและมักอยู่อย่างสันโดด ไม่ค่อยสุงสิงกับใครจึงมีน้อยคนนักที่จะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา บางคนก็ว่าเป็นเพราะเรื่องเก่าที่เคยกะฉ่อนเมื่อปีก่อนที่ทำให้พลศรุตเปลี่ยนไป จากคนยิ้มง่าย ใจดีก็กลับนิ่งขรึมเข้าถึงตัวยาก แต่แน่นอนว่ายังมีสาวๆ อีกหลายคนไม่สนใจข่าวลือพวกนั้นและพยายามฝ่าด่านเข้าไปให้ถึงตัวเขาเฉกเช่นนักศึกษาสาวกลุ่มนี้


อาจารย์คะ อาจารย์จะกลับแล้วเหรอคะ?”


เด็กสาวสองคนเดินเกาะกลุ่มเข้ามาหาพลศรุตแล้วทักขึ้นในระยะประชิด ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าหยุดมองพวกหล่อนครู่เดียวก็จำได้ว่าเป็นลูกศิษย์ในชั้นเรียน นั่นล่ะอาจารย์หนุ่มจึงคลี่ยิ้มบางๆ แล้วทักตอบ


ครับ แล้วพวกคุณล่ะ?”


พลศรุตถามกลับตามมารยาท เรียวตาคมหรี่ลงเล็กน้อยยามมองย้อนเปลวแดด ระบายยิ้มเป็นมิตรตอนหมุนตัวกลับมาแล้วยืนในท่ามือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปนอนนิ่งในกระเป๋ากางเกงสแลก แผ่นหลังของเขาตั้งตรงดูสง่าผ่าเผยอวดความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรซึ่งมากกว่าพวกหล่อนอยู่มากจนพวกสาวๆ ต้องเงยหน้าขึ้นตอนสนทนา


รีบกลับจังนะคะอาจารย์ หรือว่า...วันนี้มีนัดกับแฟนกันคะ” สโรชา นักศึกษาสาวหนึ่งในกลุ่มถามขึ้น คำพูดทีเล่นทีจริงทว่าแววตาของหล่อนจริงจังและจดจ่อรอคำตอบจากเขา คนถูกถามกะพริบตาน้อยๆ กับความกล้าชนิดที่เขาคาดไม่ถึงแต่ก็ยังรักษาอาการด้วยการนิ่งเฉยมิได้ตอบกระไรกลับมา


อาจารย์ไม่ตอบเสียด้วย แสดงว่าเรื่องนี้เป็นความลับ เอ หรือว่า...หมายถึงอาจารย์ยังไม่มีแฟนกันคะ?”


ดูท่าเจ้าหล่อนจะยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ สโรชาซักไซ้พลางเหลือบไปมองคนข้างกาย ขยิบตายิบๆ ส่งสัญญาณบางอย่างให้เธอคนนั้น พลศรุตมองตามไปแล้วก็พบว่าหล่อนเป็นนักศึกษาสาวรูปร่างบอบบาง สูงเสมออกของเขาเท่านั้น เขาพยายามนึกชื่อของหล่อนตอนสอนในชั้นเรียน


...ศศิริษา ใช่! หล่อนชื่อ 'ริษา'


เอ๊ มีหรือไม่มีกันแน่คะอาจารย์ คือ แบบ...มีคนอยากรู้น่ะค่ะ”


ดวงตาคนถามเป็นประกายวิบวับ นึกพอใจที่ลากบทสนทนาเข้าใกล้เรื่องที่เพื่อนของหล่อนอยากรู้ อาจารย์หนุ่มมองพวกหล่อนแค่ปรายตาเดาเอาเองว่าคงมีใครสักคนแอบปลื้มเขามากกว่าในฐานะอาจารย์ แต่เขากลับมิได้รู้สึกยินดียินร้ายกับเรื่องนี้แม้แต่น้อยเลยน่ะสิ พลศรุตทำเพียงหลุบเปลือกตาต่ำลงแล้วปรือขึ้นใหม่เหมือนจะไขข้อข้องใจให้ทุกคน


เรื่องของผมไม่น่าสนใจอะไรหรอก แล้วผมก็ไม่มีความลับอะไรด้วย เอาเรื่องของพวกคุณดีกว่า นี่กำลังจะไปไหนกันต่อหรือเปล่าครับ”


ดูเถอะ เธอรึอุตส่าห์เริ่มต้นแบบสวยๆ อาจารย์พรตก็ดันเปลี่ยนเรื่องแบบเนียนๆ ไปเสียได้ สโรชานึกค่อน


พวกหนูกำลังจะไปติวกันค่ะ เรื่องที่อาจารย์เพิ่งสอนเมื่อกี้ย้ากยาก อาจารย์ว่างไหมคะ ถ้าจะรบกวนให้ช่วยติวนอกเวลา...”


เด็กสาวหัวโจกของกลุ่มเอ่ยชวนง่ายๆ จนเขารู้สึกว่าง่ายเกินไป คนเป็นอาจารย์นิ่งไปครู่หนึ่ง ทว่ามีคำตอบพร่างพรายในหัว


พลศรุตยังคงยิ้มพราวบนใบหน้าหล่อคม เรียวตายาวรีลดระดับลงเล็กน้อยยามครุ่นคิด ใจเขาอยากช่วยเหลือลูกศิษย์อยู่หรอกแต่ถ้าไปก็คงไม่เหมาะนัก ใบหน้าคร้ามสะอาดของเขาผงกขึ้นลงว่ารับรู้แล้วจึงส่ายหน้าท่ามกลางแววตาแสนเสียดายของพวกหล่อนโดยเฉพาะสาวร่างบางที่หลบอยู่ข้างหลังเพื่อนคนนั้น


ผมขอโทษจริงๆ วันนี้ไม่สะดวก เอาอย่างนี้ดีไหม...พวกคุณจดข้อสงสัยไว้แล้วผมจะมาตอบในคลาสเรียนครั้งหน้า”


อาจารย์หนุ่มเลี่ยงไปด้วยเหตุผลที่คิดว่าเรียบง่ายและดีสำหรับทุกคน สโรชาพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับลอบถอนใจเธอยอมรับล่ะว่าอีกฝ่ายใจแข็งกว่าที่คิดไว้มาก ข่าวที่ว่าอาจารย์พลศรุตไม่สุงสิงกับลูกศิษย์คนไหนเป็นพิเศษเป็นเรื่องจริงซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้เสียแล้วเรื่องที่ยัยริษาคิดก็คงจะเป็นไปได้ยาก


ขอบคุณค่ะอาจารย์ น่าเสียดายจังที่อาจารย์ไม่ว่างไปกับพวกเรา เนอะริษา” หันไปพยักพเยิดกับเพื่อนสาว


งั้นก็ขับรถดีๆ นะคะอาจารย์ แล้วพบกันค่ะ”


โชคดีเช่นกันครับ” อาจารย์หนุ่มผงกศีรษะหงึกแล้วหมุนตัวกลับในทันที ร่างสูงโปร่งเดินห่างออกไปโดยไม่ได้หันกลับมามองลูกศิษย์ของตนอีกหากว่ายังไม่ถึงสิบก้าวก็ต้องชะงักฝีเท้าแล้วผงะตามแรงกระชาก เอ๊ะ! เขาอุทานในลำคอ เลิกแถบคิ้วด้วยความฉงนเมื่อหมุนตัวกลับมาพบใบหน้าแบบที่คล้ายจะร้องไห้เต็มแก่ของเธอ


คุณ!” ศศิริษางั้นหรือ...


มีอะไรหรือเปล่าครับ?”


อาจารย์อย่าเพิ่งไปนะคะคือหนู เอ่อ หนูมีเรื่องจะคุยกับอาจารย์” ศศิริษารวบรวมความกล้าบอกออกไป ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ดวงตาก็รื้นหยดใส


น้ำตาทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนความตกใจไปเป็นความลำบากใจทั้งสีหน้า แววตา อย่างแรกที่เขาทำเมื่อตั้งสติได้คือการเหลียวมองไปรอบๆ ว่ามีใครกำลังมองพวกเขาอยู่หรือไม่ด้วยไม่ใช่เรื่องดีที่เขากับเธอยืนคุยกันในจุดซึ่งคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาชายหญิงที่กำลังกรูกันลงมาจากตึกเรียน


เดี๋ยวนะ วันนี้ผมว่าคงไม่เหมาะ” ชายหนุ่มคลอนศีรษะน้อยๆ ถอยห่างออกมาก้าวหนึ่ง


ถึงคนอื่นจะไม่รู้แต่เขารู้ว่านี่ไม่ใช่การพูดคุยธรรมดาๆ ระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์อีกทั้งคนที่มีชนักติดตัวแบบเขาไม่สมควรยืนอยู่ในจุดเสี่ยงต่อคำครหาเป็นครั้งที่สองหากว่าหญิงสาวก็ไม่รับฟังเขาเช่นกัน เขาเม้มริมฝีปากนิดๆ เต็มไปด้วยความหนักใจ


แต่หนูจะไม่ยอมให้โอกาสผ่านไปง่ายๆ อย่างนั้น มันยากแค่ไหนรู้ไหมคะกว่าที่หนูจะกล้าพอจะบอกเรื่องนี้กับอาจารย์”


ผมเข้าใจนะริษา แต่...” ความอัดอั้นนั้นคงเต็มกลืน เขารู้...


ไม่ค่ะ อาจารย์ไม่เข้าใจ”


...แล้วกันสิ ทำไมเขาถึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยนะ


เขาคิดว่าเข้าใจและเห็นใจหล่อนนะ แต่ถึงอย่างไรก็คงตอบสนองความรู้สึกของหล่อนไม่ได้


พลศรุตมองเห็นความยุ่งยากอยู่รำไร สายตาคือตัวบีบให้เขาต้องทำอะไรสักอย่างก่อนจะกลายเป็นเป้าสายตาผู้คน ทำอย่างไรก็ได้ให้เขากับเธออันตรธานไปจากตรงนี้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกๆ สร้างแรงฮึดก่อนจะเปลี่ยนสถานะของตนมาเป็นคนกุมมือ พาศศิริษาเดิมแกมวิ่งออกไปจากตรงนั้น


เอ๊ะ! อะไรกันนี่


เดี๋ยวค่ะ นี่อาจารย์จะไปไหนกันคะ”


มาเถอะ” สีหน้าค่อนข้างเครียดของอาจารย์หนุ่มทำให้เธอปิดปากจนสนิทแล้วเดินไปตามแรงฉุด พวกเขาผลุบหายเข้าไปในซอกตึกช่องแคบๆ ที่ปราศจากผู้คนแล้วหยุดหอบเบาๆ


“...แฮ่ก”


ยามนี้ลูกศิษย์สาวกับอาจารย์หนุ่มเผชิญหน้ากันภายในซอกเล็กๆ ที่ขนาบด้วยกำแพงอิฐบล็อคสีน้ำตาลอมแดง เมื่อหายใจเป็นปกติดังเดิมจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นประสานสายตา อา...เท่านั้นเองหัวใจหญิงสาวก็เต้นแรง ลมหายใจพานติดขัดเมื่อรู้ถึงระยะห่างที่แค่เอื้อมก็สัมผัสถึง...เขา


หัวใจของศศิริษาเต้นไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย รับรู้เสียงถอนใจกับลมอุ่นๆ รินรดเหนือหน้าผากนวล เธอหลุบเปลือกตาลงต่ำหลบเรียวตาคู่คมที่ปรายมองเมื่อรู้สึกร้อนที่แก้ม ชายหนุ่มกะพริบตาน้อยๆ เมื่อรู้ถึงสภาพของตนชักไม่แน่ใจว่าเขาคิดถูกที่หนีจากผู้คนมากมายเพื่ออยู่ตามลำพังกับเธอ


“...เมื่อกี้คุณบอกว่า มีเรื่องจะคุยกับผม” เขาเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ทวงถามเมื่อเหลียวมองไปรอบๆ คิดว่าปลอดคนแล้ว


ตรงนี้น่าจะโอเค ว่าไปสิครับ” คนตรงหน้าค่อยๆ เงยใบหน้าที่ยังผ่าวร้อนขึ้นมองสบ พวงแก้มของเธอแดงแจ๋ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบไหว ยังไม่ได้ตอบอะไรในทันที เขาเลิกแถบคิ้วนิดๆ รอฟังธุระของเธอ


แน่ล่ะ ว่าเขาอ่านใจเธอไม่ออกและไม่คิดฝันว่าจู่ๆ สาวน้อยจะโผเข้ากอด ซบใบหน้ากับอกแกร่ง


ริษา คุณ...!” พลศรุตอุทานไม่เป็นคำ ถอยกรูดจนข้อศอกครูดกับผนังแต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาสะดุ้งเท่ากับการถูกหญิงสาวคล้องแขนเรียวบางกับเอวสอบ


เดี๋ยว! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะริษา ถ้าใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี ปล่อยผมก่อนเถอะ” หล่อนส่ายหน้าหงึกหงัก ไม่ฟังเสียง


แต่หนูรอวันนี้มาเป็นปีๆ แล้วนี่คะ” เจ้าหล่อนซวนซบยึดเอวสอบด้วยการเป็นฝ่ายกอดเขาไว้ ชายหนุ่มขืนตัวออกห่างคอยปลดเปลื้องมือเล็กออกเป็นพัลวัน


ก่อนหน้านี้เพราะหนูขี้ขลาด แคร์สายตาคนอื่น เอาแต่กลัวว่าจะเสียอาจารย์ไปถ้าสารภาพจึงเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้คนเดียว”


แต่ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของหนูแล้วก็เป็นโอกาสเดียวที่จะได้บอกความรู้สึกกับอาจารย์ ความรักของหนูจะไม่มีค่าเลยถ้าอาจารย์พรตไม่ได้รับรู้ หนูกลัวโดนปฏิเสธมากที่สุดก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าจะยอมรับยอมตัดใจสักทีถ้าอาจารย์บอกว่ามีคนรักอยู่แล้ว” ศศิริษากดกลืนก้อนขื่นให้ไหลผ่านลำคอคลี่ยิ้มบางๆ พร้อมกับสบสายตาเขาตรงๆ


แต่นี่ไม่ใช่ ในเมื่ออาจารย์ยังไม่มีใครหนูก็มีสิทธิ์ไม่ใช่เหรอคะ” เธอทวงถาม 'ตรง' เสียจนพลศรุตหาลิ้นตัวเองไม่เจอ


เรื่องนั้นมัน...” เขายกมือขึ้นป้องริมฝีปากแล้วคิ้วเข้มขมวดเป็นปม เป็นกิริยาที่ชายหนุ่มมักทำในเวลาหนักใจ


...ถึงเขาจะยังไม่มีใคร เขาก็ยอมให้เรื่องแบบนี้กะฉ่อนขึ้นมาอีกไม่ได้


ลูกศิษย์กับอาจารย์งั้นรึ บ้า! นี่มันบ้าชัดๆ


ใจเย็นๆ ผมคิดว่านี่ไม่ถูกต้อง คุณกับผม...แล้วยังเป็นในมหาวิทยาลัยอีก บอกตามตรงว่าผมคงให้คำตอบอย่างที่คุณต้องการไม่ได้” สุ้มเสียงที่ตอบกลับมาเรียบเรื่อยเป็นโทนเดียว เรียวตาคมมิได้ไขว้เขวแม้แต่น้อยด้วยเขาเป็นคนชัดเจนรู้ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่และรู้ว่าไม่สามารถจะเทหัวใจให้ผู้หญิงคนไหนได้อีก ไม่มีทาง


หมายความว่า...ถ้าเป็นที่อื่น ที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัย ถ้าหนูไม่ใช่ลูกศิษย์ของอาจารย์ อาจารย์จะพิจารณาหนูใช่ไหมคะ”


คราวนี้ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เห็นทีว่าถ้าไม่พูดตรงๆ ศศิริษาคงไม่ยอมรับความจริง


ขอโทษที่ผมต้องพูดตรงๆ นะริษา ไม่ใช่ว่าคุณกับผมจะอยู่ในฐานะไหนไม่ว่าผมจะเป็นอาจารย์หรืออะไรก็ช่าง มันอยู่ตรงนี้ที่ หัวใจ นี่ต่างหากถ้าหัวใจบอกว่าไม่ใช่เสียแล้วต่อให้คุณอยู่ในสถานะไหนคำตอบของผมก็เหมือนกับวันนี้ หากคุณติดตามเรื่องของผมก็น่าจะรู้ดีว่าไม่ควรพาตัวมาอยู่ใกล้ผม อย่าทำให้ตัวเองต้องเสื่อมเสียเพราะคนอย่างผม”


กรุณาอย่าทำให้ผมต้องลำบากใจมากไปกว่านี้เลย ถือเสียว่า...ผมขอร้อง” ปลายเสียงทอดแผ่วเบา เรียวตาคมเข้มหม่นลงเมื่อต้องเอ่ยถึงเรื่องเก่าซึ่งเขาเชื่อว่าไม่มีนักศึกษาคนไหนไม่เคยได้ยิน อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่เขาเองไม่เคยลืมหรือไม่ก็ไม่สามารถลบทิ้งจากความทรงจำได้สักที


เพราะวันเวลาที่ว่า...คือความสุขบนกองทุกข์ เป็นความสุขบนคราบน้ำตาแต่ก็ทำให้เขามีโอกาสได้สัมผัสคำว่ารัก เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีได้ซึ่งต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้เขาก็ยังจะทำเช่นนี้ เต็มใจจะรักเธอผู้นั้นโดยไม่มีข้อแม้ ต่อให้เขาต้องแลกมาด้วยคำติฉินนินาโดนตราหน้าว่าเป็นผู้ชายอันตราย มีตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิตก็เถอะ เขายอม...


ทำไมอาจารย์ต้องมาห่วงหนูด้วย ทำไมอาจารย์ต้องอ่อนโยนมากมาย อย่างนี้แล้วหนูจะตัดใจจากอาจารย์ได้ยังไง ฮือ”


เสียงหวานเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา ปนสะอื้น ศศิริษายอมรับว่าความรักที่ก่อนหน้านี้ออกจะเลือนราง วันนี้สลายลงไปกับตาเสียแล้ว


หัวใจดวงน้อยยอมจำนนต่อคำพูดของเขาไม่ว่าจะเรื่องสถานะอาจารย์กับลูกศิษย์ เรื่องที่เธอเป็นฝ่ายแอบรักข้างเดียวมาโดยตลอดความรักครั้งนี้จึงเป็นไปไม่ได้เลย อาจารย์พรตเป็นคนจริงจังและจริงใจมากเหลือเกิน เขาสอนให้เธอลืมตามองดูโลกแห่งความเป็นจริงแม้ว่ามันจะโหดร้ายเหลือเกินก็ตามที


“...แต่ไม่ว่ายังไงหนูก็จะยังรักอาจารย์ จะขอมองอยู่ห่างๆ อาจารย์ก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” เธอยิ้มทั้งน้ำตา


ขอโทษนะริษา ที่ทำให้คุณต้องร้องไห้” เขาหยุดกลืนลมหายใจอึดใจหนึ่ง แล้วพูดต่อ “และขอบคุณ...ที่มอบความรู้สึกที่มีค่าขนาดนี้ให้คนอย่างผม” อาจารย์หนุ่มค้อมศีรษะลงน้อยๆ ด้วยนับถือในน้ำใจของเธออย่างแท้จริง


พลศรุตอ่อนโยนกับหล่อนให้มากเท่าที่เขาทำได้ รู้ดี...ว่าอีกฝ่ายเจ็บปวดมากมายแค่ไหนเมื่อต้องถูกปฏิเสธจากคนที่ตนรัก กับบางคนเหมือนชีวิตแทบจะถล่มทลายลงเพราะคำปฏิเสธไม่กี่คำ พูดได้เต็มปากเพราะเขาคุ้นเคยกับความเจ็บปวดชนิดนี้ดีและไม่ต้องการเป็นคนสร้างแผลใจให้คนอื่นแม้สักคน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คงทำได้แค่จริงใจกับความรู้สึกของตนเองให้มากที่สุด



เฮ้ย! กลางวันแสกๆ เนี่ยนะ เอาจริงดิ่”


หญิงสาวพึมพำ พร้อมกับกะพริบตาปริบๆ ถัดจากนั้นดวงตาคู่โตก็ถูกตรึงกับที่ เธอไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปมีส่วนรู้เห็นเรื่องของคนอื่นโดยเฉพาะเรื่องนี้


...ใช่ว่าเธอตั้งใจนี่นะ แต่เพราะความจำเป็นทำให้ต้องเดินไปลานจอดรถหลังอาคารที่ตั้งของชมรมวารสาร ตอนเย็นหลังเวลาเลิกเรียนตามปกตินั่นแหละ ก็แล้วใครจะไปรู้ว่าจะมีคนอุตริหลบมุมใช้พื้นที่แคบๆ เล็กๆ ในซอกอาคารพลอดรักกัน


ให้ตายเถอะ! มันโจ่งแจ้งชะมัด นี่ถ้าเธอเป็นหญิงสาวคนนั้นจะไม่ทำอย่างนี้เด็ดขาด


พวกเขาไม่กลัวความยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีโลกโซเชียลหรือไงนะ ไหนจะเฟสบุ๊คเอย อินสตราแกรมแล้วก็ลายน์ เพียงไม่กี่วินาทีภาพเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ออกไปท่องอยู่ในโลกอินเทอร์เนต มีคนเห็นเป็นหมื่นเป็นแสนแล้ว


แม้เธอจะไม่ใช่พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านก็เถอะ หากสายเลือดเข้มข้นกับคุณสมบัติของช่างภาพประจำชมรมวารสารซึ่งมีกล้องถ่ายภาพติดตัวอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้เธอเผลอตัวกดชัตเตอร์ลงไปเสียแล้ว


แชะ...! แต่ก็เป็นครั้งเดียวเท่านั้น สำนึกบอกให้เธอหยุดการกระทำนี้ซะ


พอๆ ไม่มีใครอยากอ่านข่าวแบบนี้ในมหาวิทยาลัยหรอก ยัยหว้าเอ๋ย...


หญิงสาวชะงักมือ พลางปลดกล้องดิจิตอลสีดำตัวเขื่อง พร้อมเลนส์ซูมระยะไกลออกจากใบหน้า


วาดฝัน บอกตัวเอง พร้อมกับเบ้ปากนิดๆ ถึงจะไม่ชอบใจที่พวกเขาทำตัวประเจิดประเจ้อ นึกตำหนิฝ่ายชายที่น่าจะปกป้องเกียรติของแฟนสาวด้วยการไม่มายืนกอดกันกลมแบบนี้ แต่ก็ไม่คิดนำภาพไปเผยแพร่ให้กลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ขึ้นมา


หญิงสาวละสายตาจากหนุ่มหล่อสาวสวยคู่นั้นหันไปหยิบหมวกกันน็อคมาสวม กระชับสายคาดตรงปลายคางแล้วสตาร์ทรถเวสปาสีพาสเทลขับออกจากลานจอดรถ ทิ้งภาพคู่รักคู่นั้นไว้ข้างหลังโดยไม่คิดจะเก็บมาอยู่ในความสนใจอีก



 

ส่งบทนำ บอกเล่าความเป็นไป...จากอดีตสู่ปัจจุบันของอาจารย์พรต
หากอยากรู้ว่าอดีตรักที่เป็นความลับของเขาเป็นอย่างไร
ติดตามเนื้อหาได้จากภาคแรก "บ่วงไฟ" 
http://my.dek-d.com/mommam_d/writer/view.php?id=807210

แล้วผู้ชายคนนี้จะเข้าไปอยู่ในหัวใจของคุณได้ไม่ยากเลยค่ะ
ฝากติดตาม "พรหมน้ำผึ้ง" กับพิษรักครั้งใหม่ที่จะหล่อหลอมให้ 'พลศรุต' คนเดิมกลับมา
อย่าลืมแอด FAV. เพื่อติดตามกันแบบไม่พลาดสักตอน
แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ Good Night
                                                        ดาลัน | นฎา   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #84 tungkn4841 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 22:10
    งานเข้าแล้วซิ ...พลศรุต
    #84
    0