พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 7 : ตอน 5 เมื่อต้องแลก < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    2 มิ.ย. 55

ตอน 5

เมื่อต้องแลก

              กลุ่มควันโขมงพวยพุ่งผ่านฝากระโปรงที่งอคด จนน่ากังวลไปถึงหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกแรงอัดกระแทกอย่างแรงในรถ                

              ร่างแบบบางกระดอนมาชนอั้กกับพวงมาลัยแล้วทิ้งตัวฟุบหน้าอยู่เช่นนั้น ชญาดาไร้เรี่ยวแรงที่จะพยุงกายออกจากที่เกิดเหตุ ในหัวขาวโพลนคล้ายมีม่านหมอกบดบัง ทำได้เพียงเผยอเปลือกตาขึ้นมอง เห็นก็แต่กระไอขุ่นร้อนวาบทั่วห้องโดยสาร หญิงสาวกะพริบตาปริบ รู้สึกถึงของเหลวเย็นๆ ที่ไหลเป็นทางตรงขมับลงสู่ข้างแก้ม อาการเจ็บร้าวมาออที่สันหลังจนน้ำตาซึม

              ดังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่อุบัติเหตุรั้งเธอไว้ให้ห่างไกลจากมารดา ในช่วงเวลาสำคัญเท่าชีวิต                
              ดวงหน้าซีดเซียวซบนิ่งกับพวงมาลัยคล้ายต้นคอถูกตรึงไว้ เจ็บแปลบตรงหน้าผากกับต้นคอ ร้าวรวดไปถึงแผ่นหลังบอบบาง ส่วนสมองอันอึงอลเรียบเรียงได้เพียงความปรารถนาสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับมารดา

              ชญาดาอยากตะเกียกตะกายออกจากรถคันนี้เพื่อไปโรงพยาบาล แต่ไม่อาจกระดิกกระเดี้ย หยดน้ำตาที่สู้อุตส่าห์กลั้นไว้เป็นนานได้โอกาสหลั่งรินแล้วไหลล้น หลังจากหยดแรกพรั่งพรูเพราะคำพูดของชลชิณี แม่ไม่ได้รอให้เธอกลับไปดั่งคำสัญญา แม่เหนื่อยและอ่อนแอเกินไป

              แม่...สิ้นใจแล้ว

              หญิงสาวสะอื้นฮักเมื่อสมองเรียบเรียง และรับรู้โลกปัจจุบัน ท่ามกลางสติสับสน

              แม่ขารอน้ำผึ้งก่อนนะ อย่าเพิ่งทิ้งผึ้ง อย่าทิ้งน้ำตาลไปนะคะ” เสียงแหบโหยพ้นริมฝีปากแห้งผากอ้อนวอน มือน้อยเอื้อมคว้าหาหมอกควันเบื้องหน้า ที่ที่ไร้ซึ่งร่างกับจิตวิญญาณของแม่

              คุณแม่ขา คุณแม่...” ดวงตาคู่โตหรี่ปรือลงเรื่อยๆ คำเรียกหาแผ่วเบาจนกลืนหายไปกับเสียงแห่งความโกลาหล

              อุบัติเหตุรถชน!”

              เร็ว! ทางนี้มีคนเจ็บ” เสียงสุดท้ายที่ชญาดารับรู้ก่อนสติดับวูบ ไม่ใช่คำตอบรับของมารดา...ว่าจะรอ                




              คุณแม่ ไม่!” คนละเมอผวาเฮือก ประหนึ่งโผล่ขึ้นจากผิวน้ำหาอากาศหายใจ

              น้ำผึ้ง ใจเย็นๆ ก่อนครับ”

              เสียงหวีดร้องเรียกสติคนข้างๆ ที่ฟุบหน้ากับท่อนแขนของตน ชายหนุ่มถลันเข้าหาเมื่อร่างบางดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง กระตุกสายระโยงระยางตามมาด้วยทั้งแถบ ดวงตาแดงก่ำบนใบหน้าซีดเบิกกว้างคล้ายเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เหลียวหาผู้คนด้วยแววตาตระหนก

              ตรีทัชเป็นคนที่รู้ข่าวอุบัติเหตุของเพื่อนสาวเป็นคนแรกๆ และเขาอีกเช่นกันที่อาสาเฝ้าดูแลชญาดาตลอดคืนที่ผ่านมา ตั้งแต่หญิงสาวถูกนำส่งโรงพยาบาล เข้าห้องฉุกเฉินแล้วออกมาพักฟื้นที่ห้องพิเศษ ชญาดาหอบจนตัวโยนกับการบิดศีรษะรุนแรง พบว่ามันหนักอึ้งและพันไว้ด้วยผ้าสีขาวจนหนาทึบ ตอนนี้ปวดตุบๆ จนสีหน้าเหยเก หรือว่าจะเกิดอุบัติเหตุอย่างในความฝันจริงๆ หญิงสาวรำพัน

              โอย...” ครวญคราง “ผึ้งปวดหัวจัง โอ้ย!”

              น้ำผึ้ง คุณไม่เป็นอะไรแล้วนะ ผมอยู่ข้างๆ คุณแล้วครับ” ชายหนุ่มลูบเรือนผมยาวรุ่ยร่ายปลอบโยน ศีรษะเล็กถูกดันมาซบแผ่นอกราบแบนของคนที่ยืนข้างเตียง ชญาดาลำดับความเท่าที่จำได้ ทุกอย่างหยุดลงที่อุบัติเหตุกับคุณชุติมน เท่านั้นแหละร่างบางผลุนผลันจะลงจากเตียง

              แล้วแม่ คุณแม่ล่ะค่ะตรี” ชญาดาร่ำร้องหาคนเป็นแม่

              ตรีทัชทำหน้าเหมือนกลืนยาขม เขาเม้มริมฝีปากกดใบหน้านิ่ง ความเป็นความตายเป็นเรื่องที่ยากที่จะเอ่ย แล้วหญิงสาวตรงหน้าเขาจะเป็นเช่นไรถ้ารู้ชะตากรรมของมารดา ชญาดาสั่นน้อยๆ ในอ้อมกอด ความเงียบเป็นตัวกัดกร่อนลมหายใจ ทุกเสียงเคลื่อนมาจุกกลางลำคอระหงเมื่อเห็นชลชิณีก้าวเข้ามาพร้อมป้ามาลา เด็กสาวอยู่ในชุดดำทั้งส่วนบนและล่าง ไม่ต่างจากแม่บ้านใหญ่ ดวงหน้าของทั้งสองหมองเศร้า

              คำถามจึงถูกขย้อนกลับคืน กดทับด้วยความอัดอั้นภายใน นั่นหล่ะคำตอบของตรีทัช 

              น้ำตาล ป้ามาลาคะ”

              อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องอื่นเลยนะตอนนี้น้ำผึ้งต้องรักษาตัวก่อน คุณเองเจ็บไม่น้อยเลยนะครับ” ตรีทัชเอ่ยอ่อนโยน โอบรับร่างนุ่มเนียนอย่างปลอบโยน มือหนึ่งโอบบ่าบางที่เริ่มสั่น อีกมือลูบเรือนผมเบามือ ชลชิณีเบือนหน้าไปหาป้ามาลาซ่อนรอยน้ำตา สาวสองวัยกอดกันกลมแม้ไม่ต้องตอกย้ำก็รู้...ความสูญเสียได้เกิดขึ้นแล้ว

              ไม่ค่ะ ผึ้งอยากพบคุณแม่ ท่านอยู่ที่ไหนคะตรี ป้ามาลา ยัยน้ำตาลบอกมาสิว่าคุณแม่อยู่ที่ไหน” เสียงหวานสั่นสะท้าน ไฉนเลยจะทนนั่งเฉยอยู่ได้ สีหน้าลำบากใจของทุกคนยิ่งสวนทางกับการคิดในแง่ดีว่ามารดาปลอดภัยดี

              โถ คุณหนูน้ำผึ้งทำใจดีๆ ก่อนนะคะ คุณผู้หญิงท่าน...ท่านไม่อยู่กับพวกเราแล้วล่ะค่ะ”

              ผู้อาวุโสที่สุดคิดว่าควรต้องบอกความจริง เพราะอย่างไรเสียชญาดาก็ต้องรู้และยอมรับมันในโลกของความจริง ร่างเพรียวบางนิ่งอึ้งในอ้อมกอดของตรีทัช คล้ายเวลาหยุดหมุน หัวใจหยุดเต้น และยืนคว้างกลางหุบเหวที่ทรุดตัวถล่มลงกลางคัน

              หญิงสาวทั้งสามไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อสูญเสียคุณชุติมน ซึ่งเปรียบเหมือนที่พึ่งทางใจ ชญาดาเองก็มาเกิดอุบัติเหตุจึงเป็นหน้าที่ของคนที่ยังมีสติอย่างตรีทัชกับปรียานุช เขากับเธอช่วยจัดการเรื่องโรงพยาบาล ตรีทัชอยู่เฝ้าชญาดา ส่วนปรียานุชอาสาพาชลชิณีกับป้ามาลากลับไปพักผ่อนและจัดการเรื่องฌาปนกิจ

              เพราะอุบัติเหตุรุนแรงทำให้ชญาดาสลบไปสองวันสองคืน เมื่อฟื้นมารับรู้ความจริงที่โหดร้ายเธอจึงมีเวลากับมารดาน้อยนิด ชญาดาซบร่างสั่นเทากับอกเพื่อนหนุ่ม เขาปลอบโยนเธอด้วยทั้งคำพูดกับการกระทำปรารถนาปกป้องหญิงสาวที่ไร้หลักพักพิงอย่างจริงใจ ยิ่งเห็นชญาดาในสภาพนี้เขายิ่งไม่อาจปล่อยเธอไว้ตามลำพัง

              ทว่าความคิดนั้นช่างสวนทางกับใครคนหนึ่ง!

              เจ้าของมือหนากำแน่น หลังกวาดดวงตาคมกริบมองรูปแอบถ่ายของช่างภาพรับจ้าง เตชิษฏ์ขบกรามกรอดกับภาพความสนิทสนมของทั้งคู่ ขุ่นเคืองที่ตรีทัชไม่เชื่อฟังคำเตือน ซ้ำถลำลึกถึงเนื้อถึงตัวเจ้าหล่อน กอดโอ้โลมกันไม่อายสายตาผู้คน นั่นโรงพยาบาลแท้ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ช่างมารยา คงหวังรวบรัดตัวน้องชายโง่ๆ ของเขา

              รนหาที่แท้ๆ เจ้าตรี โง่บรม!

              เห็นชัดแล้วว่าตรีทัชกำลังเล่นกับไฟ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเหมือนแมลงภู่ผึ้งที่ฝังพิษสงรอบตัว หล่อนชักใยพิศวาสแล้วน้องชายไม่ประสาของเขาก็หลงไปติดกับดัก ตรีทัชลุ่มหลงชญาดาอย่างหน้ามืดตามัว แล้วมีหรือที่พี่ชายจะปล่อยน้องชายให้จมปลักกับเศษสวะเน่าเหม็นในคราบเรือนร่างผุดผ่องยั่วยวน ตรีทัชจะตาสว่างเลยถ้ารู้ว่าเจ้าหล่อนประกอบอาชีพใดมาก่อน และเขาต้องเปิดโปงความสกปรกเนื้อแท้นั่นให้ได้

              ความคิดอ่านของเตชิษฏ์บิดเบือน นอกเหนือไปจากความรังเกียจเขาไม่รู้ตัวว่าสนใจชญาดา ผู้หญิงที่ก่อพรางลวงหลอมชโลมด้วยมนต์ที่เรียกว่าสิเน่หา เมื่อใดที่มีคนก้าวล่วงบ่วงที่วางไว้เพื่อล่อจะรัดรึง ผูกติดเหนียวแน่น ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายที่มั่นคงอย่างเขา ที่ไม่รู้ตัวเลยว่าติดบ่วงเสน่ห์นั้นเข้าแล้ว

              ชญาดาผู้หญิงอย่างเธอ คงต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น” เตชิษฏ์ขบกรามแน่น แววตาหมายมาด


              วันสุดท้าย...

              ชญาดากับชลชิณีตกอยู่ในความโศกเศร้า การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นกับครอบครัวเป็นครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกคือการต้องเสียคุณชิตชัยให้ไปสร้างครอบครัวใหม่ บุตรสาวคนโตยิ่งเศร้าซึมจ้องมองรูปภาพมารดาในกรอบกระจกสีดำทึม

              ภาพที่ชลชิณีเลือกมา เป็นคุณชุติมนเมื่อสองสามปีก่อน แววตาหวานปนเศร้าบอกถึงทุกอย่างที่ผ่านมาทั้งสุขทุกข์ที่เกิดแก่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ชีวิตไม่เหลืออะไรนอกจากลมหายใจที่ทรมานกายไปวันๆ ชญาดาขบเม้มกลีบปากเผือดซีดเมื่อนึกถึงตอนที่ไปบ้านเจ้าสัวสิน เขาคนนั้นไม่เหลียวแลแม้นว่ามีอีกลมหายใจต้องการเขา

              ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่สามีของแม่อีกต่อไปแล้ว เป็นแค่บุรุษไร้หัวใจคนหนึ่งที่ควรต้องลิ้มรสความปวดปร่าเสียบ้าง

              ชื่อของแม่ถูกจารึกใต้รูปภาพ นางชุติมน เหมรัตน์ นามสกุลของคนที่แม่รัก กับวันชาตะ / มรณะ

              เหมรัตน์ นามสกุลพ่วงท้ายที่ชญาดาไม่อาจทำใจใช้มันร่วมกับครอบครัวใหม่ ด้วยถือทิฐิมากมายทำให้ชญาดาเป็นคนเดียวที่ขอกลับไปใช้นามสกุลเดิมของคุณชุติมนซึ่งคือ โชติกานต์ จากการไม่ยอมรับเล็กๆ น้อยๆ ก่อตัวครอบคลุมหัวใจมิด จนกระทั่งไม่หลงเหลือความผูกพันทางใจ ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของแม่ ก็ไม่ต่างไปจากวันสุดท้ายของพ่อเช่นกัน

              ลูกทั้งสองพร้อมญาติใกล้ชิดบอกลาคุณชุติมน ต่างยืนนิ่งมองพิธีกรรมทางศาสนาอย่างสงบ น้องสาวคนเล็กยังร้องไห้กระซิกตลอดเวลา ชญาดาโอบปลอบทั้งที่ดวงตากลบไปด้วยรอยช้ำ เสียใจไม่ยิ่งหย่อน ทว่าต้องยอมรับความจริง หยัดยืนและสู้ต่อ วันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายของชญาดา โชติกานต์ หากเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างหาก

              ผมจะพาน้ำผึ้งไปเก็บของที่โรงพยาบาลแล้วไปส่งที่บ้าน แล้วคุณนุชล่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ไม่กี่วันมานี้ทำให้ตรีทัชได้รู้จักปรียานุชเพราะต่างเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของชญาดา

              ฉันจะขับรถตามไปค่ะจะพาป้ามาลากับน้ำตาลไปหาซื้อของก่อนกลับ คุณตรีพายัยผึ้งกลับไปพักผ่อนก็ดีค่ะ แล้วเจอกันตอนเย็น” หญิงสาวยิ้ม ยืนมองชายหนุ่มเข้าพยุงร่างอ่อนปวกเปียกของชลชิณีที่ร้องไห้จนใกล้ล้มพับพาไปส่งที่รถของปรียานุช ในขณะที่ชญาดาบาดเจ็บแต่ยังฝืนว่าไหว ร่างบอบบางนั่งนิ่งบนเก้าอี้รถเข็น เธอขอออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนดเพื่อมาร่วมพิธีส่งมารดาสู่สุขติโลก มือเล็กๆ ที่วางบนพนักเหล็กกำกดคล้ายกำลังสะกดทุกความเจ็บปวดนั้น แต่คราบน้ำตารื้นรินบ่งบอกว่าเธออยู่ในอาการใด

              น้ำผึ้งครับ เราไปกันเถอะ” ตรีทัชดึงสติอีกฝ่ายกลับมา

              หญิงสาวโคลงศีรษะซึ่งโพกผ้าสีขาวช้าๆ มาตามเสียง ทิ้งเมรุที่กรุ่นไปด้วยควันโขมงไว้เบื้องหลัง เขาตรงเข้าช่วยเข็นพาเธอไปยังลานจอดรถใกล้ศาลาการเปรียญ ภายในรถซีดานของตรีทัชยังคงเงียบกริบเมื่อชญาดานั่งเหม่อ เธอกวาดตามองทุกทิศทุกทางจดจำแล้วสั่งลาอย่างเงียบๆ ตรีทัชลอบถอนใจห่วงใยหญิงสาวนัก ด้วยรู้คนที่ยังอยู่ต่างหากที่อาการสาหัสมิใช่คนที่จากไปแล้ว และเขาจะดูแลเธออย่างดีที่สุด

              คุณหมอจะตรวจน้ำผึ้งอีกรอบก่อนออกจากโรงพยาบาลนะครับ ส่วนป้ามาลากับน้ำตาล คุณนุชจะพาไปส่งที่บ้าน เราไปกันเลยไหม”

              แล้วแม่ล่ะ” ชญาดาเอ่ยเบาแสนเบาราวละเมอ

              เอ่อ คุณป้ายังอยู่กับน้ำผึ้งกับน้ำตาลเสมอนะครับ ท่านจะอยู่เพื่อปกป้องคุ้มครองคุณ” ตรีทัชให้กำลังใจ น้ำตาหยดใสๆ ร่วงเผาะกับคำปลอบแสนอ่อนโยน

              ตรี” ชญาดาโผหาเพื่อนหนุ่ม จะกี่ครั้งที่ต้องอดกลั้นมักถูกปลดปล่อยต่อหน้าคนซึ่งหล่อนไว้ใจ ตรีทัชได้รับตำแหน่งกิตติมศักดิ์นั้นตลอดมา วงแขนแข็งแรงอ้ารับเมื่อร่างสั่นเทาโถมเข้าหา กดดวงหน้าลงยังอกกว้างสะอื้นฮักอย่างไม่อดกลั้นอีกต่อไป

              โอ๋ๆ คนดีของผม ผมจะอยู่เคียงข้างคุณไม่มีวันทิ้งไปไหนแน่ครับ” เขากระซิบชิดริมหู อ่อนโยนน่าเชื่อถือนักหรือว่าเธอควรต้องมองเพื่อนหนุ่มเสียใหม่ คงไม่มีใครจริงใจเท่าเขาอีกแล้ว

              ผึ้งขอบคุณตรีมากนะ สำหรับทุกอย่างที่ตรีทำเพื่อผึ้ง” ชญาดาเอ่ยเสียงเครือ

              ภาพบาดตานั้นไม่รอดพ้นสายตาดุดันที่จ้องเขม็งนานสองนาน จากรถซีดานสีดำทะมึน ใต้สุมทุมพุ่มไม้ดกหนาด้วยใบ ต้นโพธิ์ต้นนี้คุ้มแดดลมจนคนรถของเตชิษฏ์ยึดมันเป็นที่มั่น เพื่อที่เจ้านายจะได้เฝ้าดูถนัดถนี่ ชายหนุ่มไม่ซึ้งด้วยที่เห็นตรีทัชเข้าไปประคองกอด ประคบประหงมหญิงสาวร้อยเล่ห์ผู้นั้น แม้ว่าที่นี่จะเป็นวัด และผู้สูญเสียอาจเป็นชญาดา เขาก็ไม่สน!

              จำหน้าผู้หญิงคนนั้นไว้ให้ดี นายมีหน้าที่พาเธอมาหาฉัน”

              เตชิษฏ์ออกคำสั่งกร้าว เดชา รับคำสั่งด้วยการสบตาผู้เป็นนายทางกระจกมองหลัง แวบเดียวก็จำติดตาเพราะหญิงสาวผู้นี้สวยสะดุดสายตาเหลือเกิน


              

              ยังไม่ทันหายดีแกก็จะตะลอนๆ ออกหางาน จะดีเหรอผึ้ง เรื่องเงินๆ ทองๆ ถ้าขาดเหลือแกบอกฉันได้ ยังไม่ต้องทำงานตอนนี้หรอกนะ”

              ปรียานุชท้วง ชญาดาเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้สามสี่วัน เพิ่งจะเอาผ้าพันศีรษะออกแล้วเริ่มเดินกะโผลกกะเผลก กลับพูดถึงเรื่องหางานทำเสียแล้ว ชญาดานั่งเอกเขนกที่โซฟาเบือนมาสบตาเพื่อนสาว มองเผินๆ อาการบาดเจ็บภายนอกทุเลา แต่ที่ปวดศีรษะหนักๆ ยังมีบ่อยครั้ง แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค การไม่ยอมลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มต้นใหม่นั่นหละอุปสรรคต่อความตั้งใจแรงกล้าของเธอ

              ช้าไม่ได้หรอกนุช ฉันอยากทำงานที่โรงแรมที่แกทำอยู่ พอจะหาทางช่วยได้ไหม” ออกปาก

              ปรียานุชถอนใจ เคยปฏิเสธเพื่อนไหมก็ไม่เคย...ครั้งนี้ล่ะใครจะกล้าบอกปัดเพื่อนรักได้ ทั้งที่รู้ว่าสนับสนุนผิดทางไปสักหน่อย

              คิดจะทำอะไรอีกล่ะแก ทำไมจู่ๆ อยากเข้าไปทำงานที่โรงแรม แกก็เห็นแล้วว่าบอสของฉันเป็นคนยังไง หรือว่าแกตั้งใจจะ...”

              แล้วถ้าบอกว่าตั้งใจล่ะ” ชญาดาทิ้งประโยคเริ่มต้นให้คิดแล้วยิ้มเหยียด ปรียานุชกลอกดวงตาไปมา

              นั่นปะไร! เดาอย่างไรก็ถูก ชญาดาไม่ได้เดือดร้อนสักเท่าไหร่เพราะยังมีเงินเก็บในบัญชีจากตอนเรียนปริญญาโทกับทำงานที่ออสเตรเลียก้อนหนึ่ง แต่จุดมุ่งหมายอื่นชัดกว่านั่นก็คือพีรยุทธ ทายาทหนึ่งตระกูลเจ้าสัวสิน

              แกจะทำอะไร บอกมานะยัยผึ้ง เอาเคลียร์ๆ” ปรียานุชคาดคั้น ดวงตาคมหวานเป็นประกายเมื่อเงยขึ้นสบ ส่งยิ้มนิดๆ แลเย็นเยือก

              ก็แค่ทำความรู้จักกับคุณพีรยุทธให้มากกว่านี้ไงล่ะ เขาเป็นญาติต่างสายเลือดของฉันนี่นา อ้อ ถ้าจะแต่งงานกันก็ได้ใช่ไหม เพราะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ กันสักหน่อย” คำพูดของชญาดาทำให้กาแฟเดือดปุด ที่ปรียานุชกำลังยกดื่มเกือบลวกปาก หล่อนร้อง 'เฮ้ย' ลั่น

              พูดอะไรของแกน่ะผึ้ง เอาจริงหรือเนี่ย”

              ตกใจอะไรน่ะยัยนุช เรื่องธรรมดาเลยนะ” พูดอย่างไม่ยี่หระ

              บอสน่ะเจ้าชู้ตัวพ่อ ฉันกลัวว่าแกจะเสียท่ามากกว่าได้อะไรจากเขาน่ะสิ คิดดูดีๆ เถอะผึ้ง หาทางอื่นเถอะฉันขอร้อง”

              คิดดีแล้วล่ะนุช พวกเขาทั้งครอบครัวนั่นแหละทำร้ายครอบครัวฉัน แล้วผิดหรือถ้าฉันอยากให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดบ้าง นี่แค่เบาะๆ เท่านั้นถ้าจะร้ายกว่านี้ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตถึงจะคุ้ม แต่ฉันมันผู้หญิงตัวเล็กๆ แกคิดว่าฉันจะทำอะไรได้สักแค่ไหนกันเชียว” ปลายเสียงกระด้างเปลี่ยนเป็นขันในตอนท้าย ดวงตาคมขำทอระยับ ชญาดารู้ว่าปรียานุชกำลังเป็นห่วงจึงลดท่าทีลง คนฟังพยักพเยิดแล้วถอนใจ ไม่อยากให้ชญาดาเอาตัวเข้าเสี่ยงกว่านี้

              ฉันก็แค่ห่วงแก เอาเป็นว่าฉันขอไปคุยกับฝ่ายบุคคลก่อนเพราะเขาเองก็พอใจงานสัมมนาครั้งที่แล้ว แต่ผลจะได้หรือเปล่านั้นฉันก็ไม่รู้นะ” แบ่งรับแบ่งสู้ ชญาดาคลี่ยิ้มหวานประจบ

              แค่นั้นก็พอแล้ว ขอบใจจ๊ะเพื่อนรัก”

              จ้าเพื่อน ขออย่างเดียวอย่าเอาแต่ทิฐิ คิดดีๆ ก่อนค่อยเสี่ยงนะ ฉันเป็นห่วงแกจริงๆ”

              ชญาดาฝากความหวังไปยังเพื่อนสาวเต็มร้อย และด้วยคุณวุฒิวัยวุฒิที่มีก็ทำให้หญิงสาวได้เข้าทำงานที่โรงแรมรอยัลปาร์ค รีสอร์ตแอนด์สปา แบงค์คอก ในตำแหน่งนักพัฒนาศักยภาพบุคลากร สังกัดฝ่ายบุคคล ง่ายดายนักที่พีรยุทธกับเธอจะโคจรมาพบกัน และเข้าใกล้ถึงครอบครัวของเขา





              ในห้องรับแขก ชลชิณีนอนราบคว่ำหน้าไปบนเตียงไม้ปูทับด้วยเบาะสีหวาน ศอกทั้งสองยันเบาะนุ่ม มือเล็กพลิกหน้าหนังสือหางานไปพลางหยิบขนมขบเคี้ยวรับประทานไปพลางโดยมีป้ามาลาอำนวยความสะดวก แม้ว่าคุณผู้หญิงของบ้านจะจากไปแล้วแม่บ้านใหญ่กลับปักหลักอยู่ดูแลลูกสาวของคุณชุติมนต่อ เพราะผูกพันกับบ้านหลังนี้กับเลี้ยงดูชลชิณีมาตั้งแต่แบเบาะ นางจึงดูแลหญิงสาวประหนึ่งบุตรของตนเอง

              เสียงเครื่องยนต์สงบลงทำให้ชลชิณีชะเง้อตัว เยื้องๆ กับประตูรั้วเห็นเป็นรถซีดานคุ้นตาตามด้วยร่างสูงโปร่งที่ก้าวลงมา ตรีทัชแวะมาเยี่ยมชญาดาแต่ต้องผิดหวังเมื่อหญิงสาวออกไปข้างนอก ร่างเล็กบอบบางราวเด็กมัธยมกลายเป็นเจ้าบ้านมาเชื้อเชิญแขกของพี่สาวเข้าข้างใน เธอเรียกเขาว่า พี่ตรี อย่างสนิทสนม

              พี่ผึ้งออกไปกับพี่นุชตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ พี่ตรีเข้ามาก่อนสิคะตาลอยู่คนเดียว” เธอบอกพลางเดินนำเข้าไปยังห้องรับแขกที่เขาคุ้นอยู่แล้ว

              บ้านหลังย่อมดูเงียบสงัด มีเพียงเสียงโทรทัศน์ที่เด็กสาวเปิดไว้เป็นเพื่อน ครู่เดียวป้ามาลาเป็นคนนำน้ำดื่มกับของว่างมาเสิร์ฟแล้วเลี่ยงไปทำงานในครัวต่อ

              แล้วนั่นกำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ?” ถามสุภาพแม้อีกฝ่ายเด็กกว่าหลายปี เขามองหล่อนอย่างน้องสาวอีกคน

              ตาลกำลังหางานทำค่ะ จะให้พี่ผึ้งเหนื่อยคนเดียวได้ยังไงล่ะคะ ตาลสงสารพี่ผึ้ง” ปลายเสียงหวานสั่นนิดๆ

              ชลชิณีอ่อนหวานน่ารัก คล้ายดอกไม้บอบบางที่ต้องการการปกป้องไม่เหมือนชญาดา หล่อนอาจเปรียบได้ดังกุหลาบดอกใหญ่กลีบหนา งดงามราวกำมะหยี่ และมีหนามไว้ป้องกันตัว ไม่แปลกหากพี่น้องจะต่างกันสุดขั้วอย่างเขากับเตชิษฏ์ก็คลานตามกันมา ยังหานิสัยคล้ายกันไม่พบนับประสาอะไรกับชญาดากับชลชิณีเล่า

              ชายหนุ่มนั่งฟังเด็กสาวคุยเจื้อยแจ้ว จับทางได้ว่าชลชิณีช่างเจรจากว่าพี่สาว น่ารักสมวัย ดวงหน้าขาวเนียนไร้เครื่องเติมแต่งปรากฏเลือดฝาด เรือนร่างเล็กอ้อนแอ้นก็จริงทว่าสมส่วน จะว่าไปสะสวยสมตัวจนตรึงสายตาของเขาได้

              เรื่องงาน น้ำตาลอยากทำงานด้านไหนล่ะครับ”

              ตาลยังไม่ได้คิดเลยค่ะ เพิ่งจบมาหมาดๆ แบบนี้จะมีที่ไหนรับเข้าทำงานไหมคะพี่ตรี ตาลกลัวว่าจะทำงานเขาเสียน่ะสิ” หล่อนบอกยังกังวลเรื่องที่ไม่มีประสบการณ์ เท่าที่พอมีก็แค่ฝึกงานไม่กี่ชั่วโมง ตรีทัชนิ่งคิดหากเขาดันเด็กสาวเข้าทำงานที่บริษัทจะมีปัญหากับพี่ชายหรือไม่ ถ้าฝ่ายนั้นรู้ว่าชลชิณีเป็นน้องสาวของชญาดา

              ไปทำงานกับพี่ไหมครับ พี่ยังขาดเลขาฯ เพราะถ้ากับพี่ น้ำตาลไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องกลัวว่าจะทำอะไรผิด” ตรีทัชตั้งข้อเสนอด้วยความอยากช่วยเหลือ ชญาดาคนหนึ่งล่ะที่ปฏิเสธงานที่บริษัทบี เบสท์เฟอร์นิชกรุ๊ปไปแล้ว แต่กับชลชิณีอาจพาเข้าฝากงานได้โดยปิดปากให้สนิทเรื่องที่มาที่ไปของเด็กสาว

              ขอบคุณพี่ตรีนะคะ แต่ตาลคงต้องปรึกษาพี่ผึ้งก่อน”

              ได้สิ ตัดสินใจได้เมื่อไหร่ก็บอกพี่นะ พี่ยินดีช่วย” ตรีทัชยิ้มอ่อนโยน ยิ้มซึ่งลามลึกไปถึงหัวใจสาวที่เต้นไม่เป็นส่ำ ชลชิณีหลบตาวูบเมื่อสะกิดใจ ทำไมต้องใจเต้นตุบตับไปกับเพื่อนของพี่สาวขนาดนี้ สนทนาต่อไม่นานชายหนุ่มขอตัวกลับทิ้งชลชิณีไว้กับน้ำใจเอื้อเฟื้อดังกล่าว ถ้าถามชลชิณีลำพังคนเดียวมีคำตอบว่า อยาก อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าปรึกษาชญาดาคำตอบคือ ไม่ โดยไม่ต้องคิด

              ป้ามาลาถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านที่สองสาวนับถือ เป็นคนเดียวที่ชญาดาพอจะเชื่อฟัง เมื่อมีการปรึกษาหารือนางจึงนั่งอยู่ด้วย ท่าทีคุณหนูคนเล็กของบ้านแสดงออกว่าอยากทำงานกับตรีทัช ขณะที่ชญาดาคัดค้านกลัวว่าน้องสาวจะพบคนหยาบคายอย่างเตชิษฏ์ ประสบการณ์นั้นยังเป็นแผลลึกในใจ แต่ดวงตากลมโตแฝงแววกระตือรือร้นของชลชิณีทำให้เธอใจอ่อน พร้อมการสำทับด้วยความเห็นของป้ามาลาว่าให้ลองดู

              ยามนี้การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย คุณชุติมนไม่อยู่บนโลกนี้แล้วแต่ภาระการเงินทั้งหมดยังคงอยู่ ชลชิณีเองก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระจึงพยายามหางานทำ ชญาดาจึงไม่อาจปฏิเสธด้วยอีกไม่นานเธออาจจะต้องจากไป ชลชิณีต้องรู้จักพึ่งพาตัวเองก่อนจะถึงเวลานั้น

              ก็ได้ แต่พี่มีข้อแม้...” ชญาดาตกลงปลงใจในตอนท้าย ทำให้ชลชิณีกับป้ามาลาผ่อนลมหายใจ แต่ไม่วายตั้งแง่

              ที่นั่นมีคนอยู่หลายแบบ ทั้งดี ทั้งร้ายโดยเฉพาะผู้ชาย น้ำตาลจะต้องระวังตัวมากๆ นะ สัญญากับพี่สิ อย่าไว้ใจใครง่ายๆ ไม่ว่าคนคนนั้นจะน่าเชื่อถือแค่ไหนก็ตาม” หล่อนเตือนเสียแต่เนิ่นๆ คนน้องพยักหน้าหงึกแล้วเข้าไปนั่งลงข้างพี่สาว โอบเอวบางนั้นไว้อย่างประจบ เอียงศีรษะเล็กซบลงบ่าบาง พยักหน้ารับเพื่อความสบายใจของพี่สาว

              รับรองค่ะว่าตาลจะตั้งใจทำงาน และไม่ไปยุ่งกับคนไม่ดี”

              เด็กสาวสัญญาด้วยเสียงแจ่มใส หน้าตาใสซื่อ มองโลกในแง่ดีถอดแบบมารดามานี่แหละที่ชญาดากังวล เด็กสาวอย่างชลชิณีจะทันคนหรือโดยเฉพาะนายคนนั้น ยิ่งร้ายๆ อยู่ด้วย

              เพียงไม่นานชลชิณีก็ได้รับเข้าทำงานที่บริษัทบี เบสท์เฟอร์นิชกรุ๊ป โดยความช่วยเหลือของตรีทัช ส่วนชญาดาเองก็ได้รับเข้าทำงานที่โรงแรมของพีรยุทธในเวลาไล่เลี่ย ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่ตั้งใจไว้

              ป้ามาลาคะจากนี้ไปผึ้งคงต้องฝากป้าดูแลน้ำตาลด้วยนะคะ พอเริ่มงานแล้วผึ้งต้องย้ายไปอยู่คอนโดเพราะใกล้ที่ทำงานมากกว่า แต่จะกลับมาเยี่ยมทุกคนบ่อยๆ วันหยุดเสาร์อาทิตย์” ชญาดาเอ่ยขึ้น เธอตัดสินใจหลังมารดาเสียได้ไม่นานเพราะไม่อาจทนอยู่ในบ้านซึ่งไม่ใช่บ้าน ที่ที่สั่งสมความระทมทุกข์ของมารดาจวบจนลมหายใจสุดท้าย การหนีไปอยู่ให้ห่างอาจช่วยเยียวยาได้เธอหวังเช่นนั้น ชลชิณีทำตาโตไม่คิดว่าพี่สาวจะแยกตัวออกไปเร็วเช่นนี้

              อะไรนะคะ! ทำไมพี่ผึ้งไม่อยู่กับพวกเราที่นี่ล่ะคะ แล้วตาลจะทำยังไง” เด็กสาวโอดครวญ เท่านี้บ้านก็เงียบเชียบถ้าชญาดาไปอีกคนล่ะก็คงเหงาน่าดู ชลชิณียึดโยงมือเล็กของพี่ไปกุมไว้แน่น น้ำผึ้งคลี่ยิ้มบาง

              พี่ต้องหาที่พักใกล้ๆ ที่ทำงานน่ะ สะดวกและประหยัดกว่า ส่วนรถยนต์นี่จะทิ้งไว้ให้น้ำตาลกับป้ามาลาใช้ หาเวลาไปสอบใบขับขี่ซะนะน้ำตาล”

              แต่...” อิดออด

              นะจ๊ะอย่าดื้อสิ พี่ไม่หนีไปไหนแน่ๆ พี่สัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมน้ำตาลกับป้ามาลาบ่อยๆ พอถึงวันหยุดเราก็อยู่พร้อมหน้าเหมือนเดิม”

              เมื่อตัดสินใจแล้วยากที่จะเปลี่ยนความคิดของชญาดาได้ ป้ามาลาเป็นคนที่รู้อุปนิสัยของคุณหนูคนโตดีจึงแตะมือชลชิณีปรามไว้ นางพยักหน้ารับรู้แต่เอ่ยอย่างผู้ใหญ่สอนเด็กว่า...

              ป้ารู้ว่าคุณหนูน้ำผึ้งโตแล้ว เข้าใจอะไรๆ ดี แต่โลกภายนอกที่คุณหนูออกไปอยู่มันไม่เหมือนเมื่อครั้งไปอยู่เมืองนอกเมืองนา ป้าเป็นห่วงอย่างที่คุณผู้หญิงเป็นห่วง ห่วงในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งห่วงลูกหลานที่เห็นกันมาแต่อ้อนแต่ออก แต่ป้าเข้าใจว่าทำไมคุณหนูต้องไปค่ะ”

              เรื่องคุณผู้ชายก็เหมือนกันนะคะ ป้าได้ยินจากคุณนุชมาว่าคุณหนูน้ำผึ้งไปพบเขา ปล่อยให้เรื่องนี้จบลงเถอะนะคะ เขากับเราขาดกันนานแล้วไม่อย่างนั้นคุณผู้หญิงคงไม่ต้องอยู่ตามลำพังจนทุกวันนี้ ปล่อยวางนะคะยกโทษให้เขาซึ่งเป็นพ่อเถอะค่ะ” ป้ามาลาเอ่ยนุ่มนวล นางไม่อยากให้ชญาดาจมปลักกับความแค้น จากที่ปรียานุชเล่าให้ฟังคุณหนูของนางไม่ลืมเรื่องเก่าและกำลังวางแผนบางอย่าง หญิงสาวร้อนใจด้วยอยากเตือนแต่ก็ไม่กล้า จึงอาศัยความอาวุโสของป้ามาลาช่วยเกลี้ยกล่อม

              ผึ้งเข้าใจค่ะ” ชญาดาตอบฉะฉาน ไฉนเลยดวงตาแวววาวกร้าวขึ้น

              ผึ้งเข้าใจดีค่ะว่าเรากับเขาขาดกันอย่างสมบูรณ์แล้ว ผึ้งไม่ใช่ลูกของผู้ชายใจร้ายคนนั้น และเขาไม่ใช่พ่อของผึ้งอีกต่อไปแล้ว ผึ้งเหลือแค่น้ำตาลกับป้ามาลาเท่านั้น ผึ้งจะคิดก่อนทำ ไม่ต้องห่วงนะคะผึ้งดูแลตัวเองได้” เอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

              แววตามุ่งมั่นจนคนเตือนรู้สึกถึงกระแสเข้มข้นจนประหวั่นในใจ เสียงหวานที่เย็นยะเยียบกลับยิ่งทำให้นางมาลากังวล จนต้องภาวนาไปถึงคุณชุติมนผู้จากไป ให้คุ้มครองบุตรสาวที่กำลังจะโผผินออกสู่โลกกว้างด้วยทิฐิกับความแค้นใหญ่หลวง


              

              วันแรกของการทำงานที่โรงแรมรอยัลปาร์ค รีสอร์ตแอนด์สปา แบงค์คอก เป็นวันแรกเช่นกันที่ชญาดาย้ายเข้าพักที่คอนโดมิเนียมขนาดสามสิบตารางเมตรที่ปรียานุชแนะนำให้ พื้นที่ขนาดกะทัดรัดเหมาะสำหรับหนึ่งชีวิตซึ่งใกล้เคียงกับห้องพักตอนพำนักที่ประเทศออสเตรเลีย

              การทำงานวันแรกไม่มีอะไรมากไปกว่าถูกพาแนะนำตัว กับเซอร์เวย์พื้นที่ทั่วทั้งโรงแรม และคนที่ถูกส่งมาดูแลเธอก็เป็นคนสนิทของพีรยุทธ ซึ่งคล้ายว่ารอการมาของเธออยู่ก่อนแล้ว ชญาดาไม่ได้รังเกียจซ้ำยินดีที่พีรยุทธมอบสิทธิ์พิเศษแก่พนักงานใหม่อย่างเธอด้วยการเชิญรับประทานมื้อเที่ยงตั้งแต่วันแรก

              บอสหนุ่มคงจะติดใจมากจนถึงขั้นชวนเดทในคืนวันพรุ่งนี้ หญิงสาวยิ้มรับกับความรวดเร็วทันใจของแผนการที่วาดหวัง ยิ้มเหยียดกับตัวเองขณะเลือกเดรสจากตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อิน สำหรับไปดินเนอร์กับพีรยุทธที่ชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรู

              ชญาดาทาบชุดราตรีสีม่วงระยับเนื้อผ้าราวกำมะหยี่ ด้านหน้าคว้านลึกเป็นรูปตัววีอวดช่วงอกอิ่ม เอวคอดบางรัดรึงแนบรูปร่างอ้อนแอ้นจนโค้งเว้า แผ่นหลังเปิดเกือบถึงเอวคอดจงใจอวดผิวพรรณขาวผุดผาด ชุดนั้นเข้าคู่กับรองเท้าส้นสูงสีดำปลาบ ทุกอย่างเป็นที่น่าพอใจ เรือนร่างนี้จะทำให้ชายหนุ่มลุ่มหลงหัวปักหัวปำ หญิงสาวต้องออกจากภวังค์เมื่อเสียงเรียกเข้าจากมือถือเครื่องบางร้องระงม

              จ๊ะ ว่ายังไง”

              ถึงห้องแล้วใช่ไหมยัยผึ้ง ไหนว่าจะกลับพร้อมกันไงล่ะหรือว่ากลับแท็กซี่” ปรียานุชโทรตามถึงห้องพัก เมื่อไม่พบเพื่อนสาวที่โต๊ะทำงานหลังสิบแปดนาฬิกา นัดกันไว้แล้วแท้ๆ แต่คลาดกันเสียได้

              เปล่าจ๊ะ คุณพีให้คุณธวัชมาส่งน่ะ” เสียงหวานตอบอย่างไม่ยี่หระ พลางทรุดร่างเพรียวบางนั่งบนเตียงกว้าง หงายผึ่งนอนสนทนาไปด้วยอย่างอารมณ์ดี

              คืบหน้าเร็วจริงนะ ระวังตัวบ้างก็ดีนะน้ำผึ้ง ฉันบอกแล้วไงว่าบอสเขา...” ปรียานุชไม่วายเตือนซ้ำถึงกิตติศัพท์เสือผู้หญิงของพีรยุทธ

              รู้แล้วๆ บอกมากี่ครั้งแล้วล่ะ ครั้งนี้ก็แค่กินข้าวไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกน่ายัยนุช เขาคงไม่บ้าขนาดใส่ยานอนหลับให้ฉันกินแล้วพาไปปล้ำหรอกมั้ง” พูดติดตลก

              อย่างไรก็ผู้ชาย ประมาทได้ที่ไหนกันล่ะ

              ปรียานุชคิดว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ คนอย่างพีรยุทธหรือผู้ชายคนไหนๆ ก็เดาใจไม่ได้ทั้งนั้น เรื่องราคะไม่เข้าใครออกใครแต่ชญาดากลับไม่คิดใส่ใจ คิดว่าตนเองฉลาดเฉลียวพอจะเอาตัวรอดจากเงื้อมมือคาสโนว่าหนุ่มได้

              จะกล้าหรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่หน้าตาแบบแก สวยไปทั้งตัวแบบแกมันล่อตาล่อใจจะตาย ยังไงก็อย่าประมาทไว้ก่อนดีกว่า”

              จ๊ะๆ ไม่ลืม” รับคำก่อนกดวางสาย

              ใครต่อใครเป็นห่วงหล่อนทั้งนั้น แต่ไม่มีใครหยุดยั้งความคิดเวลานี้ได้ จะดีแค่ไหนถ้าได้เข้าไปยืนผงาดในบ้านหลังนั้น ในฐานะลูกสะใภ้ของบิดาตัวเอง เขาจะรู้สึกอย่างไรที่ลูกสาวในไส้กลายไปเป็นลูกสะใภ้ ความคิดของชญาดาพร่างพรายแล้วหยุดลงเมื่อภาพของใครอีกคนปรากฏ

              แล้วตรีทัชเล่าเขาจะเป็นอย่างไรถ้ารู้ว่าหล่อนผลีผลามเพราะความคั่งแค้น เขาจะเสียใจแค่ไหนกับการกระทำของเธอ ดวงตาคู่สวยหม่นลงแล้วกลับมาโชนแสง

              ขอโทษนะตรี ผึ้งจำเป็นจริงๆ” ชญาดาเลือกเอาความโกรธเกลียดเป็นที่ตั้ง แค่บิดาเจ็บบ้างหล่อนอาจรู้สึกดี เรื่องของตรีทัชจึงกลายเป็นเรื่องรองและหายไปในที่สุด                




              ค่ำคืนที่พีรยุทธรอคอยมาถึงในไม่ช้า น่าแปลกที่มนุษย์เจ้าสำราญอย่างเขาตื่นเต้นเพียงแค่ชญาดารับนัด ชายหนุ่มบอกปัดนัดนางแบบสาวเพื่อคู่ควงคนใหม่ สั่งให้ธวัชเตรียมทุกอย่างรวมถึงดอกไม้ช่อใหญ่เพื่อเอาใจหญิงสาว เมื่อได้พบยิ่งตอกย้ำว่าสายตาของเขาไม่ผิดพลาด ชญาดาสวยไปทั้งตัว ยิ่งอยู่ในชุดเดรสสีม่วงนั่นขลับผิวสีน้ำผึ้งให้น่าไล้เบาๆ ดวงหน้าที่แต่งแต้มลงตัวด้วยโทนชมพู เรียวปากแวววาวด้วยลิปกลอสกับแพขนตาหนางอนราวปีกผีเสื้อที่ปัดช้อนขึ้น สองแก้มปลั่งระเรื่อยามเจ้าหล่อนยิ้มเยือน

              พีรยุทธยิ้มกว้างเมื่อแรกพบ ก้าวเข้ามารับร่างโปร่งเพรียวที่ก้าวตามธวัชออกมาจากลิฟต์ เธอยิ้มมีจริต ดวงตาแพรวพราวเมื่อส่องกระทบแสงไฟระยับที่ประดับประดา มีเสน่ห์จนตรึงทุกความรู้สึกของเขาชะงัด

              นี่ครับ สำหรับผู้หญิงที่สวยที่สุดของคืนนี้ ชอบไหมครับคุณน้ำผึ้ง”

              หลังมอบกุหลาบแดงช่อใหญ่ ชายหนุ่มเอ่ยทักทายเล็กน้อยที่พอทำให้ชญาดาเขินอาย ตามสูตร ดอกไม้ ความเอาใจเก่ง ทุกรายสยบ...

              ชอบค่ะ ขอบคุณนะคะ ผึ้งสวยที่สุดเพราะคืนนี้มีผึ้งเป็นผู้หญิงคนเดียวนี่คะ” หล่อนบอกยิ้มๆ เขาหัวเราะขันในลำคอกับคำยอกย้อน

              เชิญนั่งครับ”

              ชายหนุ่มเป็นฝ่ายบริการ เอาใจไม่มีขาดตกบกพร่อง มื้อค่ำผ่านไปช้าๆ เพราะชายหนุ่มนั่งละเลียดอาหารไปพลางมองดวงหน้าหวานไปพลาง ชญาดาช้อนดวงตากลมโตขึ้นสบหล่อนไม่ได้เคอะเขินแม้แต่น้อย เพราะนัยน์ตาคู่นั้นคมกล้าแล้วแปรไปอ่อนหวานในทีจนไม่รู้ได้ว่าใครเป็นฝ่ายสยบกันแน่ แชมเปญถูกเปิดแล้วรินให้เขากับเธอ ชญาดาจิบทีละน้อยอย่างประมาณตน อย่างน้อยๆ คำเตือนของปรียานุชก็เข้าหู

              ผมดีใจที่คุณน้ำผึ้งให้เกียรติ แล้วครั้งหน้าผมจะมีโอกาสแบบนี้อีกไหมครับ เราจะพบกันอย่างนี้อีกได้หรือเปล่า?”

              แน่นอนสิคะถ้าคุณพีต้องการ ผึ้งหรือจะกล้าปฏิเสธ ผึ้งเองก็ต้องขอบคุณที่คุณให้เกียรติเชิญผึ้งมาดินเนอร์ด้วย” ยิ้มหวาน

              ดวงหน้ากับลำคอระหงเริ่มจะร้อนผ่าวๆ เขายิ้มถูกใจการเจรจาฉะฉาน ไม่แสร้งว่าเดียงสาอย่างผู้หญิงหลายคนที่อยากยกระดับตนว่าบริสุทธิ์ผุดผาด แต่ที่ชญาดาแสดงเธอไม่ได้ปิดบังตีหน้าใสซื่อ ดื่มคุยอย่างออกรสและคอแข็งพอตัว บางทีเขากับเธออาจเข้ากันได้ดีกว่าที่คิด ไม่ต้องป้อยอมากมายหญิงสาวอาจตกลง...กับเขาคืนนี้

              พีรยุทธไม่ใช่ชายหนุ่มที่อดทนนานนัก เขารุกอย่างสุภาพและมือถึงเมื่อสร้างความสนิทสนมระดับหนึ่ง ชายหนุ่มวางมือทับมือหล่อนบนโต๊ะอาหาร สายตาของบริกรกับธวัชที่จ้องมาจึงเมินไปทางอื่นอย่างรู้มารยาท ดวงหน้าเล็กเรื่อสีแต่ไม่ได้เกิดเพราะสะท้านอาย เธอช้อนดวงตาขึ้นมองไม่พอใจแต่ยังคลี่ยิ้มบาง แล้วดึงมือออกอย่างสุภาพ

              ผึ้งคิดว่าคุณคงไม่อยากให้เรื่องของ เรา กลายเป็นขี้ปากคนทั้งโรงแรมใช่ไหมคะ ผึ้งเองเพิ่งจะมาทำงานไม่ถึงอาทิตย์เลยนะคะไม่อยากถูกมองไม่ดี และไม่อยากให้ผู้บริหารใหญ่อย่างคุณเสียไปด้วย” หญิงสาวเอ่ยอ้างว่าห่วงชื่อเสียงของเขาไม่ใช่ผู้หญิงโนเนมอย่างเธอ หญิงสาวมากหน้าต่างก็อยากนั่งตำแหน่งผู้หญิงของบอส หรืออีกฐานะหนึ่งเป็นหลานสะใภ้เจ้าสัวสินผู้มั่งคั่ง

              ผมไม่มีอะไรจะเสีย คุณต่างหากล่ะครับเป็นฝ่ายหญิงอาจจะรำคาญข่าวซุบซิบ ถ้าอย่างนั้นผมว่าเราน่าจะหาที่คุยกันเป็นการส่วนตัวนะครับ จะได้ไม่ต้องแคร์สายตาคนอื่น อ่า เป็นที่ห้องชุดของผมดีไหม” เขาเอ่ยชวนอย่างปกติ อย่างที่ปรียานุชเล่าว่าบอสของเธอไม่ธรรมดา เขากำลังชวนหล่อนไปต่อ...

              คุณพีคงไม่อยากทำลายมิตรภาพดีๆ ที่เพิ่งเกิดเพียงข้ามคืนใช่ไหมคะ ผึ้งเองก็อยากรักษาไว้ หากว่าเราจะมองไกลๆ ไม่ใช่จบแค่คืนนี้”

              ชญาดาฉลาดสำหรับผู้ชายที่ผ่านผู้หญิงมามากอย่างเขา นั่นทำให้พีรยุทธจำต้องถอยมาหนึ่งก้าว หัวเราะเบาๆ น้อยรายนักจะปฏิเสธการขึ้นเตียงกับผู้ชายอย่างพีรยุทธ ชญาดาเป็นหนึ่งในร้อยที่ปฏิเสธ ความน่าสนใจในตัวหญิงสาวทวีเป็นหลายเท่าเมื่อเขาไม่อยากจบแค่คืนนี้แต่อยากพิสูจน์ว่าหญิงสาวอย่างเธอเป็นอย่างไรกันแน่ ดวงตาคมมีเสน่ห์รั้งเขาให้หลงและอยากแฝงกายไปกับหล่อนทุกที่ เฝ้าดูอย่างลึกซึ้งว่าชญาดาคนนี้มีดีแค่ไหนกัน

              ธวัชเองก็แปลกใจที่ถูกคำสั่งให้ไปส่งหญิงสาวที่คอนโดมิเนียม ไม่ใช่จบที่ห้องชุดของเจ้านายอย่างรายอื่น หรือว่าชญาดาไม่เป็นที่พอใจของพีรยุทธ กลับกัน...เจ้านายหนุ่มพอใจอย่างมากจนอยากค้นหาเสน่ห์นั้น และครอบครองไว้อย่างถาวร ไม่นานธวัชพาผู้เป็นนายกับคู่เดทมาถึงคอนโดมิเนียม เร็วจนเขานึกเสียดายเวลาที่อยู่ใกล้กัน

              ดวงหน้างดงามก้มลงกล่าวคำลาใกล้ๆ แก้มสากเมื่อรถซีดานจอดสนิท ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดผิวหน้าจงใจเว้นช่องว่างเพียงนิดเพื่อสร้างแรงกระตุ้น แล้วก็ทำสำเร็จเมื่อพีรยุทธไม่อาจห้ามใจ เขายื้อข้อมือเล็กก่อนหล่อนก้าวลงจากรถ ปลายจมูกโด่งของเขาปัดเฉียดผิวแก้มผุดผาดไปนิดเดียวเท่านั้น ชญาดาหน้าร้อนวูบแต่เก็บอาการแล้วหันมาบอกลาด้วยรอยยิ้มหวานหยด ก้าวลงไปยืนโบกมือข้างๆ ประตูรถ

              กู๊ดไนท์นะคะคุณพี”


              
              ผู้หญิงหน้าด้าน นั่นหรือคนที่นายตรีคลั่งไคล้ นั่นเรอะผู้หญิงดี ฮึ!”

              ผู้เป็นนายสบถกร้าว ขัดเคืองสายตากับภาพพะเน้าพะนอของหญิงสาวกับชายหนุ่มในรถซีดานหรูคันนั้น เห็นทุกภาพทุกตอนชัดเจนกระทั่งจูบร่ำลาที่แก้มสาก ท่าทีไม่อยากจากกับดวงตาวอนหวานยั่วยวนของชญาดา

              นี่รึนางฟ้าของเจ้าตรี นางมารร้ายยั่วสวาทชัดๆ

              หมดเวลาสนุกแล้ว ไปลากตัวหล่อนมา” เตชิษฏ์คำรามกร้าว

              จบคำคนที่ถูกสั่งก็ก้าวอาดๆ ลงจากรถซีดานสีดำปลาบ เมื่อเห็นรถที่มาส่งหญิงสาวขับพ้นไปจึงตรงเข้าไปกระชากร่างบาง พันธนาการร่างนั้นด้วยวงแขนเดียว เพียงไม่ถึงนาทีเตชิษฏ์ได้ตัวชญาดามาในสภาพกึ่งโป๊ด้วยชุดที่หล่อนสวมใส่ มันพร้อมใจไหลร่นเหนือเนินเข่าจนอวดผิวขาวผ่องตรงต้นขาเมื่อเดชาอุ้มเธอมา ด้านหน้าของชุดที่เว้าลึกอยู่แล้วยิ่งบิดเบี้ยวเมื่อผู้ใส่ดิ้นรนจนลึกไปถึงไหนๆ ร่างแบบบางถูกวางลงบนเบาะหลังไม่เบามือ แรงส่งให้หญิงสาวไถลเข้าไปหาผู้ซึ่งนั่งอยู่ก่อน

              โอ้ย!

              เสียงตุ้บตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยเพราะแรงกระแทกจนจุก ชญาดาผลุบลุกขึ้นนั่งแล้วก็ตาโตเมื่อเผชิญหน้ากับชายคนนั้น ที่คว้าหมับเข้าที่เอวคอดบางทันทีที่หล่อนทรงตัว

              นายเตชิษฏ์! ไอ้พี่ชายบ้ากามของตรีทัช เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

              ปล่อยฉันออกไปนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนแตกตื่นทั้งคอนโดเลย”

              กรี๊...” ทำท่าจะตะเบ็งเสียงร้อง

              ชญาดาดิ้นรนปัดมือหนาพัลวันจึงโดนยึดไว้ด้วยฝ่ามือเดียว เตชิษฏ์โดนลูกหลงไปทีสองทีจนหน้าตึงๆ เธอมือไวและตบเฉียดใบหน้าคมคร้าม ฝากปลายเล็บจนแก้มตอบแสบวาบ และยังดิ้นขลุกขลักแม้ชายหนุ่มจะกดวงแขนรั้งร่างอ้อนแอ้นมาชนอก หญิงสาวเม้มริมฝีปากแนบสนิทนึกชิงชังเตชิษฏ์ที่มีพฤติกรรมเถื่อน ละเมิดสิทธิ์คนอื่นได้หน้าตาเฉย

              เฮ้! เมื่อกี้ไม่เห็นดิ้นรนเท่านี้ หรือว่าคุณมีเลเวลลูกค้าต่างกัน เลือกปฏิบัติอย่างนี้ไม่ดีนะน้ำผึ้ง” เขาปรามยิ้มๆ เอ่ยชื่อหญิงสาวราวสนิทชิดเชื้อ

              ตามฉันมาตลอดเลยหรือไอ้โรคจิต แถมยังเป็นมากซะด้วยทั้งนายทั้งลูกน้องเลย คิดว่านี่มันประเทศของนายคนเดียวหรือไง ถึงได้อุกอาจจับฉันมา ปล่อยฉันนะ” แหวใส่ ดวงตาถมึงทึง

              ไอ้โรคจิต ฟังแล้วระคายหูชอบกล แต่เตชิษฏ์สะกดอารมณ์เดือดดาลได้ดี เขาออกแรงกดอีกนิดร่างแน่งน้อยก็แทบบี้แบนคาอกแกร่ง

              โอ้ย! ฉันเจ็บนะ” อุทธรณ์

              นึกว่าเนื้อหนังมังสานี่กร้านไปซะหมดแล้ว แค่ถูกเนื้อต้องตัวไม่ทำให้คุณเสียสาวหรอก อ้อ! ลืมไปว่าชาตินี้คุณคงไม่เหลืออะไรดีๆ ไว้ให้เสียแล้วละมั้ง” เสียงหัวเราะของเขากรีดเฉือน ตีความว่าหล่อนเคย...มาตั้งมากมาย ชญาดาเกลียดนักคนไร้หัวคิดแล้วพูดเองเออเอง กระนั้นเธอฉีกยิ้มรับหน้าชื่น

              รู้อยู่แล้วจะถามทำไมคะคุณพี่ชาย แต่อย่างน้อยๆ ตรีเขาก็พอใจ และคงไม่ต้องให้คุณตรวจสอบคุณภาพซ้ำ บางทีสิ่งที่ฉันเป็นอาจจะดีเพราะไม่ต้องสอนกันใหม่หมด น้องชายคุณเขาชอบแบบนี้คุณก็อย่าขัดขวางสิคะ เคยได้ยินไหมคะหมูเขาจะหามอย่าเอาคานเข้ามาสอด” ปลายเสียงเอ่ยยั่วยวนทั้งปาก ทั้งตา

              เธอนี่มันไร้ยางอายสิ้นดี ทั้งเนื้อทั้งตัวเธอคงไม่เหลือชิ้นดีแล้วน้ำผึ้ง ผู้หญิงดีๆ เขาไม่ทำตัวอย่างนี้หรอก”

              เตชิษฏ์ปรามาส ท่ามกลางดวงตาคมหวานตอบรับ ยิ้มหวานบาดใจ

              หึ! แล้วใครว่าฉันมีล่ะคุณเตชิษฏ์”

              น้ำผึ้ง เธอ!”

              ที่เขามาวันนี้เพราะหวังจะโยนเงินใส่หน้าก้อนหนึ่งแล้วสั่งให้หญิงสาวออกไปจากชีวิตตรีทัช แต่กลับยังไม่ได้เริ่มอะไรสักอย่างนอกจากปะทะคารมจนภายในรถร้อนฉ่า ผู้หญิงคนนี้รนหาที่ ปากเก่งอวดดีก็เท่านั้น สมควรแล้วที่เขาต้องสั่งสอนให้หล่อนหลาบจำเสียบ้าง

              พูดพอหรือยัง อวดอ้างสรรพคุณอย่างนี้ทำให้ผมชักอยากใช้บริการคุณบ้างแล้ว จะหวานหยดอย่างน้ำผึ้งหรือว่าสกปรกจนคาวคลุ้งเราจะได้เห็นกัน” ชายหนุ่มคำรามใกล้ดวงหน้าหวาน ใบหน้าที่โน้มลงมาไม่แคร์แม้ว่าจะมีบุคคลที่สามร่วมห้องโดยสาร เดชาหลุบสายตาลงต่ำ ไม่รู้ไม่เห็นสิ่งที่ผู้เป็นนายกระทำ

              คุณ...อย่านะ อย่า!” ละล่ำละลักห้าม

              สีหน้าถือดี ดวงตาตื่นตระหนกแบบที่เตชิษฏ์ไม่มีวันได้เห็นเพราะหลุบเรียวตาสีเข้มลงต่ำเพื่อหาตำแหน่งจับจอง เรียวปากอิ่มที่เผยอค้างเป็นเป้านิ่งโดยปราศจากเสียงคัดค้าน เพราะถูกประกบปิดแม่นยำ 

         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #662 respiration (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 22:48
    อีตาต้นเนี้ยตัดสินคนแค่สิ่งที่เห็นจริงๆ
    #662
    0
  2. #612 mosuka (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2555 / 15:47
    ชอบมากค่ะ ติดตามอยู่ตลอด
    #612
    0
  3. #588 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 10:09
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก *_____*
    #588
    0
  4. #498 suphansa-v (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 / 22:01

    อยากให้เปลี่ยนพระเอกเป็นนายตีได้มั้ย ผู้ชายอะไรดีมากๆ ซึ่งหายากในไทย

    #498
    0
  5. #424 pharahoo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 16:47
    อ๊ากกกก นายนั่นแหละโง่นายต้น แค่นี้เค้าก็รัดทดพอแล้วยังจะ เฮ้ออ

    สงสารแม่นางเอกอ่ะแม้แต่นาทีสุดท้ายของชีวิตผู้ชายใจดำคนนั้นก็ไม่เหลียวแล
    แล้วมันจะรู้อ่ะป่าว ว่าแม่นางเอกตายแล้ว
    #424
    0
  6. #124 koonja-jaa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 21:03
    นายต้นกำลังผลักนายตรีไปให้พ้น แล้วก็พาตัวเองมาใกล้น้ำผึ้งเสียเองนี่ อิอิ
    #124
    0
  7. #114 mommam_d (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 17:03
    ตอบเม้นต์จากตอน 7 ค่ะ
    ความคิดเห็นที่ 25 
    คุณ nidaming

    ยินดีมากค่ะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ ^ ^
    สุดท้ายเตชิษฏ์ต้องติดกับเสน่หาแน่จ้า

    ความคิดเห็นที่ 26 
    คุณ bo_@ 
    จะดุเด็ดเผ็ดมันขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ หวังว่าจะชอบนะคะ หุหุ

    #114
    0
  8. #65 naowarat_epp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 21:36
    วันนี้เข้ามาแล้วตกใจมากๆ ดาลันอัพเรื่องนี้ไว้หลายตอน หุหุ
    ท่าทางนายต้นว่าน้องชายไว้มาก ทำไปทำมาเข้าตัวหมดเลย หุหุ
    #65
    0
  9. #31 Janai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2553 / 14:25
    เอ้อ!! มีปัญญาจ้างช่างภาพ แต่ไม่มีปัญญาจ้างนักสืบนะคุณต้น รวยออกขนาดนั้น สืบประวัติผู้หญิงคนเดียวไม่ใช่เรื่องยากอะไรเล๊ยยย.. คอยดูเหอะ สักวันนึง คุณเองแหละที่จะรู้สึก (โกรธแทนน้ำผึ้งอ่ะ)

    สงสารน้ำผึ้งมาก ชีวิตรันทดได้อีก ชอบค่ะ โหดร้ายดี
    คนๆนึงต้องเผชิญชะตากรรมตั้งแต่ถูกพ่อทิ้ง แล้วยังถูกพ่อแกล้งลืมในวันที่ยอมบากหน้าไปขอร้อง แถมแม่ยังมาเสียชีวิตทั้งที่ไม่ได้ดูใจ ตัวเองก็ยังเกิดอุบัติเหตุอีก ไม่ได้แม้แต่จะพบหน้าแม่ถึงแม้ท่านจะหมดลมหายใจ สุดยอดอ่า! คุณแหม่มทำให้ชีวิตน้ำผึ้งขมแล้วขมอีกดีจริงๆค่ะ 555++

    คุณตรีนี่ก็แสนดี๊แสนดี อ่านไปอ่านมา เคมีเข้ากับหนูน้ำตาลพิกล ฮ่าๆๆ (แอบเชียร์เบาๆได้มั้ยคะเนี่ย? lol)

    น้ำผึ้งเหมือนคนเข้มแข็งนะคะ แต่จริงๆแล้วอ่อนแอ(ข้างใน) เพราะไม่อาจทนอยู่กับความเจ็บปวดต่างๆได้ จึงต้องหนีห่าง ทั้งเรื่องพ่อเรื่องแม่ คนอย่างน้ำผึ้ง ต้องการคนที่สามารถเยียวยาความเจ็บปวดภายในได้ เหมือนเธอสร้างเกราะขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความผิดหวังเจ็บปวดทั้งปวง ขอเลือกที่จะอยู่ห่างๆมากกว่าจะเข้าไปเผชิญหน้ามัน จึงไม่ยอมรักใครเพราะกลัวเจ็บ ไม่อยากเป็นแบบแม่ กลัวเจอคนแบบพ่อ ก็ได้แต่หวังว่าจะมีใครสักคนทำให้เธอพร้อมที่จะเปิดใจให้นะคะ (ไม่ค่อยอยากหวังกับคุณต้นเท่าไหร่ อีตานี่น่าจับมาตีสักทีให้หายคิดเองเออเอง ฮ่า!!)

    สนุ๊กสนุก มันส์ดีค่ะ .. แค้นฝังหุ่นแบบนี้แหละ ชอบเลย เอาให้สาสมนะผึ้งนะ 5555++ (แต่กลัวอีตาต้นจะทำเสียเรื่องน่ะสิ =__=)

    สุดท้าย.. นี่ขนาดไม่ชอบเขานะ แต่ยังไปลักจูบเขาถึงสองครั้งสองครา ร้ายจริงนะพ่อคุณ ฮิ๊ววว~




    **แก้สีตัวอักษรค่ะ**

    (เม้นท์เพลินซะยาวจนตกใจเอง =_=)

    เพิ่มเติม :: เอ่อ... อ่านถึงคุณต้นทีไร หน้าน้องหมากลอยมาทุกทีเลยค่ะ สงสัยติดมาจากเตชิตในเงารักลวงใจแน่เลย 555++



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 ตุลาคม 2553 / 14:25
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 4 ตุลาคม 2553 / 14:31
    #31
    0
  10. #30 9647 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2553 / 11:05

    ตามอ่านค่ะ

    #30
    0
  11. #29 nidaming (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2553 / 22:41
    อัฟไวไวน้า เค้าติดตามขอบคอมเรยทีเดียวเชียว
    #29
    0
  12. #28 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2553 / 13:46
    น้ำผึ้งกำลังเล่นกะไฟอยู่หรือเปล่าเนี้ย สงสารอะคิดดีๆนะหนูน้ำผึ้ง อีตาเตนี่ก็นะคิดเองเออเองอยู่ได้ ระวังเถอะจะกลายเปนว่า เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง
    #28
    0
  13. #27 nidaming (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2553 / 10:56
    ซักวันพี่เตของเรา จะรู้ว่าไม่อาจปล่อยเธอไปได้
    #27
    0
  14. #26 boambo0220 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2553 / 22:42
    ดูค่นี้เผ็ดร้อนจัง อ่านๆไปก็สงสาร น้ำผึ้งนะ สู้ๆ นะจ๊ะ เค๊าเอาใจช่วย
    #26
    0
  15. #25 nidaming (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2553 / 22:33
    ชอบมากค่ะ ขอเป็นแฟนคลับคุณดาลันด้วยคนค่ะ
    #25
    0