พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 6 : ตอน 4 ความหวังสุดท้าย < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    28 พ.ค. 55

ตอน 4

ความหวังสุดท้าย

                หนึ่งวันที่เหลือหลังการสัมมนาเป็นการพักผ่อนตามอัธยาศัย ชญาดากับปรียานุชจึงมีโอกาสออกไปเดินสูดอากาศ ชมคลื่นทะเลกับฟ้าสีคราม ช่วงเช้าของวันเดินทางกลับมีกิจกรรมออกกำลังกายกลุ่มเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของเหล่าพนักงาน เปิดโอกาสให้พีรยุทธเห็นชญาดาใกล้ๆ แววตาของคาสโนว่าหนุ่มไม่ปิดบังความนึกคิดที่จะทำความรู้จักกับหญิงสาวรูปร่างประเปรียว ผิวสีน้ำผึ้งคนนี้ ธวัชจึงรับหน้าที่นี้ไป

               
หลังฝึกโยคะชญาดาปลีกตัวไปจ๊อกกิ้งตามแนวชายหาด ส่วนปรียานุชแยกกลับห้องพักไปเตรียมตัวเก็บของจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในตอนสาย กลุ่มสัมมนามารวมตัวกันที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เช็กเอาท์กับคืนคีย์การ์ด ที่นั่นปรียานุชพบกับธวัชซึ่งเข้ามาทักทาย หญิงสาวถึงกับทำตาโตเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในชุดลำลองข้างกายธวัช

                พีรยุทธ ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อเจ้าของโรงแรมรอยัลปาร์ค รีสอร์ตแอนด์สปา แบงค์คอก ที่สาวๆ ต่างฝันเพ้อยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาโปรยยิ้มเรี่ยราดหว่านเสน่ห์มาถึงหญิงสาวหน้าหวานที่ยืนนิ่งอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ชญาดาน่าสนใจยิ่งกว่าหญิงสาวคนไหน ตรงดวงตาคมขำกับท่าทีไม่แยแสที่มีต่อหนุ่มหล่อดีกรีผู้บริหารอย่างเขา เป็นผู้หญิงที่แปลกและน่าค้นหานัก

                ใบหน้าสีน้ำผึ้งเชิดขึ้น ปรายตาน้อยๆ มองชายหนุ่มตรงหน้าแวบเดียวผ่านแล้วเลิกสนใจ พีรยุทธกะพริบตาเตือนให้ธวัชแนะนำเขาอย่างเป็นทางการ อย่างน้อยเจ้าหล่อนต้องหันมาใส่ใจเขามากกว่านี้บ้างล่ะถ้ารู้ว่าเขาเป็นใคร พีรยุทธยังหมายมาดทำคะแนนด้วยดีกรีความเป็นทายาทมหาเศรษฐีของตน

                อ่ะแฮ่ม คุณนุช สวัสดีครับ” ธวัชกระแอมขึ้นเรียกหญิงสาวทั้งสองอย่างรู้งาน แล้วยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย

                อ้าว! สวัสดีค่ะคุณธวัช คุณพีรยุทธ” ประชาสัมพันธ์สาวทักทายตอบ พานให้ชญาดาต้องเผชิญหน้ากับสองหนุ่มผู้ไม่ประสงค์ดี

                จะไม่แนะนำเพื่อนคุณนุชบ้างเหรอครับ เห็นกันตอนบรรยายเท่านั้นหน้าไม่คุ้นเลย อยู่แผนกไหนเหรอครับ ผมธวัช แล้วนี่เจ้านายของผมคุณพีรยุทธครับ ผู้บริหารโรงแรมในเครือของ...” ธวัชเอ่ยโอ่ถึงฐานะใหญ่โตของพีรยุทธ ทระนงว่าไม่มีหญิงสาวคนนั้นไม่สนใจฐานะมั่งคั่งที่พีรยุทธมี แต่นั่นหมายรวมชญาดาไม่ได้ คนฟังจึงแค่ฟังแล้วนิ่งเฉย ดวงตาคู่โตทอดผ่านใบหน้าหล่อเหลาของพีรยุทธไม่ได้แยแส

                แหมๆ เป็นทางการไปหน่อยไหมคะคุณธวัช คุณพีคะนี่ชญาดาเพื่อนนุชเองค่ะ ยัยผึ้งรู้จักกับคุณพีไว้สิ” ปรียานุชเอ่ยเอาใจเจ้านายหนุ่มด้วยการผายมือไปยังชญาดา แนะนำเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้มเชื่อม พีรยุทธจึงได้สบดวงตาคมหวานปานน้ำผึ้ง ที่สวนมาตรงๆ อย่างจัง

                สวัสดีค่ะ”

                ร่างแบบบางอยู่ในชุดลำลองอวดผิวเนียนสีน้ำผึ้งด้วยการสวมใส่เพียงกางเกงขาสั้นสุดๆ กับเสื้อยืดพิมพ์ลายแลทะมัดทะแมง ความไม่พิถีพิถันในการแต่งตัวทำให้เธอดึงดูดสายตาหนุ่มๆ ไม่น้อย หญิงสาวอาจคิดง่ายไปว่าประเดี๋ยวก็จะขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลแล้ว คิดผิดถนัดเมื่อเธอกำลังถูกจับตาจากพีรยุทธกับธวัช เขาคลี่ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ ผู้รับยิ้มน้อยๆ แบ่งรับแบ่งสู้แล้วสะกิดเพื่อนสาวบอกว่าควรแก่เวลาต้องไป และไม่ชอบใจเลยกับสายตาที่ธวัชมองมาราวกับจะจับหล่อนใส่พานให้เจ้านายของตน

                ยัยนุช ไปกันได้หรือยังล่ะ” พูดกึ่งกระซิบ

                อ่ะจ๊ะๆ ไปก็ไป นุชกับน้ำผึ้งขอตัวนะคะคุณพี คุณธวัชด้วยพอดีว่าต้องรีบกลับกรุงเทพฯ มีธุระต่อน่ะค่ะ แล้วพบกันที่โรงแรมนะคะ” เธอเอ่ยพร้อมติดยิ้มแห้งๆ สายตาของพีรยุทธซ่อนแววขัดใจแต่จำต้องพยักพเยิดปล่อยหญิงสาวไปต่อหน้าต่อตา

                ร่างอ้อนแอ้นลับตาจากล็อบบี้ในเวลาไม่ถึงห้านาที ชญาดาก้าวฉับๆ เดินไปบ่นไปกับการถูกมองแบบละลาบละล้วงจากธวัช คงหนีไม่พ้นมองหล่อนไม่ต่างไปจากที่ใครๆ มองกัน แววตาชายหนุ่มให้ความรู้สึกฉุนกึกจนไม่อยากอยู่ต่อสักนาที

                ผู้ชายพวกนี้คิดว่าตัวเองเป็นใคร ใหญ่โตมาจากไหน คิดว่าเป็นผู้หญิงง่ายๆ งั้นสิ

                รีบๆ เลยยัยนุช ฉันอยากกลับบ้านเร็วๆ” เร่งเสียงขุ่น

                เออน่ะฉันรู้ โดนรังสีอำมหิตเข้าให้ล่ะสิแก ที่จริงบอสของฉันไม่ใช่พวกสมภารกินไก่วัดนะ มีครั้งนี้แหละที่ฉันเห็นเขาสนใจคนในโรงแรมออกนอกหน้า เห็นมองแกไม่วางตาเชียว สงสัยจะมีเพื่อนสนิทเป็นสะใภ้เศรษฐีก็คราวนี้แหละมั้ง หึๆ” ปรียานุชพูดจ๋อยๆ ติดสนุกแต่คนฟังหน้าเบ้

                ใช่ว่าอยากให้สนใจ และไม่ดีใจเลยที่เธอได้รับเกียรตินั้นจากไฮโซหนุ่มหล่อ ขึ้นชื่อว่าสะใภ้เศรษฐีไม่ได้การันตีว่าจะมีความสุข คนเจ้าชู้อย่างนั้นมองปราดเดียวก็รู้ไปถึงเนื้อใน แค่ผู้ชายรักสนุกคนหนึ่งเท่านั้นคงหาความจริงใจไม่เจอกระมัง ชญาดาแสยะยิ้มอย่างสมเพชยามนึกถึงผู้ชายอีกคนที่มักมากในอดีต

                ชญาดาตกอยู่ท่ามกลางวังวนที่ผู้คนมองภาพกายภายนอกแล้วประเมินจนเบื่อหน่าย ชายหนุ่มไม่น้อยให้ความสนใจเพียงพบกันครั้งแรก เป็นครั้งเดียวเช่นกันที่พวกเขาเหล่านั้นต้องกระเจิง เพราะนิสัยคิดตรงพูดตรง ตัดรอนไม่เกรงใจ ไม่ยอมลดค่าตัวเองตามคำดูถูกกับสายตามัวเมาของพวกเขา ท่าทีเก่งกล้า ไม่แยแสกลายเป็นว่าจองหองจนน่าหมั่นไส้ อีกนัยเพราะชญาดาเกลียดผู้ชายเข้าไส้เรื่องจะตอบรับไมตรีง่ายๆ จึงไม่มี

                คุณพีรยุทธเนี่ยเป็นหลานชายคนเดียวของเจ้าสัวสิน แกคงได้ยินชื่อคุณสิรินทิพย์ทางหน้าหนังสือพิมพ์มาบ้างล่ะ นั่นคุณแม่เขา และอีกเรื่องที่ถ้าแกรู้...แกอาจสนใจคุณพีขึ้นมาก็ได้”

                ปรียานุชเปรยยิ้มๆ ราวกับอ่านใจชญาดาออก เธอเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าพีรยุทธเกี่ยวดองกับคุณชิตชัย บิดาของเพื่อนสาวในฐานะลูกเลี้ยง คำพูดของเพื่อนสาวดึงดวงตากลมโตเหลือบมาข้างกายแล้วหยุดนิ่ง ปรียานุชเอ่ยเสียงเรื่อยขณะทำหน้าที่ขับรถพาชญาดาดิ่งกลับกรุงเทพฯ

                ยังไง? อย่าเปิดประเด็นแล้วเงียบสิยัยนุช เล่ามาเร็วๆ สิ” น้ำผึ้งค่อน นัยน์ตาคมขำจริงจัง

                คุณพีเป็นลูกเลี้ยงของคุณชิตชัย เขาใช้นามสกุลของเจ้าสัวสินคือ พูนทรัพย์สิริ ส่วนน้องสาวชื่อปวริศา เป็นลูกสาวที่เกิดจากคุณสิรินทิพย์กับคุณพ่อของแกน่ะ เรียกง่ายๆ ก็เป็นน้องสาวแกไงล่ะ” ปรียานุชเฉลยสายสัมพันธ์ที่จับพลัดจับผลูมาดองกันเพราะโลกกลม

                กลมจนน่าเดียดฉันท์นัก ริมฝีปากสีระเรื่อเม้มเข้าหากันก่อนเหยียดออก แวววาบวับปริ่มดวงตาคู่โตสวยบาดตา ทว่าร้อนแรง

                ยัยน้ำตาลคนเดียวที่เป็นน้องสาวของฉัน นอกนั้นน่ะคนนอก แต่ก็ขอบใจที่บอกมันทำให้ฉันลำดับญาติได้ง่ายขึ้น” ชญาดาเหยียดยิ้ม เสียงหวานกึ่งเยาะขึ้นจมูก จริงอย่างที่ปรียานุชพูด พีรยุทธน่าสนใจขึ้นเป็นกอง

                ดองกับพวกคนรวยๆ ก็ดีอย่างเสียอย่างล่ะนะ ตระกูลนี้ขึ้นชื่อเรื่องงกสุดๆ เจ้ายศเจ้าอย่างก็เท่านั้น ถ้าจะให้ดีแกอย่าไปยุ่งเลยจะดีกว่าโดยเฉพาะคุณสิรินทิพย์น่ะตัวแม่ ส่วนลูกชายก็อย่างที่เห็น เสือผู้หญิงชัดๆ ถึงครั้งหนึ่งฉันจะเคยหลงใหลได้ปลื้มคุณพีไปบ้างก็เถอะ” ปรียานุชเปิดอกยอมรับพลางเหลือบมองเพื่อนสาว กำลังเดาทางว่าน้ำผึ้งคิดอย่างไร ชญาดายังนิ่งมีเพียงรอยตาแปลกปร่าทอดมองไปเบื้องหน้าเหม่อๆ

                เรื่องร้ายกาจน่ะฉันรู้ แต่น่าดีใจไม่ใช่เหรอที่อยู่ดีๆ ก็โผล่มาทั้งพี่ทั้งน้องให้ดองด้วย ฉันกลายเป็นคนญาติเยอะไปแล้วนะนุช หึ!”

                หัวเราะหยันๆ ทั้งที่สีหน้าไร้อารมณ์ขัน บางครั้งชญาดาดูน่ากลัว ปรียานุชเข้าใจเพื่อนสาวเพราะบาดแผลเก่า บาดแผลเหล่านั้นอาจสอนให้คนเข้มแข็ง แต่ผลข้างเคียงทำให้แข็งกระด้างและไม่ไว้ใจใคร

                ตี๊ด ตี๊ด

                อ้อ ยัยน้ำตาลน่ะ” ชญาดาพึมพำชื่อน้องสาว รับสายพร้อมยิ้มจางๆ

                ว่ายังไงจ๊ะน้ำตาล พี่กำลังกลับจ๊ะ” บทสนทนาถูกขัดกลางปล้อง ชญาดากดรับสายชลชิณีกรอกเสียงชื่นมื่นลงไป อีกฝ่ายละล่ำละลักขยับปากจิ้มลิ้มเมื่อพี่สาวตอบรับ ใบหน้าเล็กเคลือบสีระเรื่อ ดวงตาตื่นตระหนก เหงื่อแตกซิกไหลรื้นข้างขมับยามที่หันไปมองร่างผอมบางในอ้อมแขนของนางมาลา แค่ได้ยินเสียงพี่สาวชลชิณีก็ปล่อยโฮ

                พี่ผึ้ง! คุณแม่กำลังแย่ ฮือๆๆ” ชลชิณีสะอื้น ชญาดาขมวดคิ้วมุ่น ฟังซ้ำอีกครั้งด้วยลมหายใจขาดห้วง

                อะไรนะ! คุณแม่เป็นอะไร” คนข้างๆ เงี่ยหูฟังตื่นตัวตามไปด้วย ได้ยินแว่วๆ ว่าเกี่ยวกับมารดาของเพื่อนก็ใจหาย

                ใจเย็นๆ นะน้ำตาล บอกพี่สิว่าคุณแม่เป็นอะไร ยายังมีไหม”

                บอกป้ามาลาให้เรียกรถแท็กซี่เข้ามารับคุณแม่ไปโรงพยาบาลเลยนะ น้ำตาลมีสติเข้าไว้ พี่กำลังกลับไปให้เร็วที่สุด” หญิงสาวควบคุมสติที่แตกกระเจิงตั้งแต่น้องสาวร้องไห้ไว้ในกรอบ ที่พึ่งเดียวของชลชิณีคือหล่อน ชญาดานั่งทื่อข้างปรียานุช หลังวางสายจากน้องสาว ขอบตาแดงก่ำ แต่ไม่มีน้ำตา มือเรียวบางกำแน่นถ่ายทอดความรู้สึกข้างใน

                คุณป้าเป็นอะไรยัยผึ้ง?”

                คุณแม่อาการไม่ดีตั้งแต่เมื่อคืนน่ะ ท่านเป็นไข้ตอนฉันออกเดินทาง ไม่คิดว่า...” ชญาดาเอ่ยแผ่ว ขอบตาร้อนผ่าวราวรนเผาด้วยเปลวร้อน เพื่อนสาวผงกศีรษะรับ มารดาของชญาดาเปรียบเสมือนหนึ่งญาติผู้ใหญ่ของเธอ เพียงเท่านั้นรถยนต์ของปรียานุชก็พร้อมทะยานด้วยแรงเหยียบคันเร่งเร็วเป็นสองเท่าตัว พาชญาดาไปให้ถึงโรงพยาบาลเพื่อดูอาการของคุณชุติมนให้เร็วที่สุด

                ภายในเวลาสองชั่วโมงเศษสองสาวก็มาถึงโรงพยาบาลเอกชน ได้ความว่ามารดาล้มป่วยด้วยโรคปวดบวม คงจะตั้งแต่วันนั้นที่คุณชุติมนกลับจากโรงพยาบาลแล้วเป็นไข้อ่อนๆ แต่ไม่รู้ว่าลามไปเป็นไข้หวัดใหญ่กับปอดบวมตอนไหน อาจเพราะสุขภาพที่ไม่ใคร่แข็งแรง หลายโรคจึงรุมเร้า

                น้ำตาหยดแรกที่เอ่อซึมของบุตรสาวคนโตถูกกักเก็บไว้เมื่อเห็นสภาพชลชิณี หญิงสาวสัญญากับตัวเองว่าต้องเข้มแข็งเป็นที่พึ่งของทุกคนจึงไม่มีใครเห็นน้ำตาหยดนั้น บ้านที่มีแต่ผู้หญิงอยู่กันตามลำพังโดยขาดพ่อบ้านก็คล้ายปราศจากเสาหลัก ไม่มีที่ยึดโยง และพร้อมหักโค่นล้มครืนลงตลอดเวลา แต่นี่ไม่ใช่เวลาเรียกร้องหาเสาหลักต้นนั้น ไม่ใช่...

                แค่ปอดบวม คนเค้าเป็นกันได้ รักษาหายได้อยู่แล้ว ชญาดาปลุกปลอบตัวเอง

                แต่ไม่ใช่กับร่างกายกระปลกกระเปลี้ยมาแรมปี ไร้ภูมิต้านทานอย่างคุณชุติมน สองพี่น้องรวมปรียานุชกับป้ามาลาจึงนั่งกุมขมับ เฝ้าดูอาการอย่างกังวล ชลชิณีร้องไห้กระซิกด้วยนิสัยอ่อนไหวใจอ่อน ลูกสาวคนเล็กโอบกอดมารดาตรงเอวผ่ายผอมไม่ยอมไปไหน พี่สาวคนโตทอดดวงตาเบิกโพลงมองร่างสลบไสลเงียบๆ ในใจคนเป็นลูกสั่นพร่า หายใจไม่ทั่วท้องสักนาที

                ยามอยู่ต้องอยู่อย่างเดียวดาย ยามป่วยไข้ไร้คนถนอมดูแล

                มารดาของเธอเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารนัก เจ็บช้ำลำพังขาดคนดูดำดูดี ทั้งหมดเพราะบิดาที่ไร้ความรับผิดชอบ ทั้งหมดเพราะเขา...

                ความโกรธเกรี้ยวเข้าหลอมรวมในดวงตาสีน้ำตาลไหม้ แผ่พล่านเป็นแรงช้ำ ข้นแค้นที่ยากเยียวยา

                ฉันเกลียดคุณที่สุด เกลียด...

                คุณแม่ขา คุณแม่ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อผึ้ง เพื่อน้องนะคะ” คำรำพันสะอื้นล้นอก ไม่อาจเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นรู้ว่าเจ็บปวดสักเท่าใด ชญาดาทำได้แค่เก็บกลั้น สร้างเกราะแข็งแกร่งเพื่อปกป้องทุกชีวิตที่เหลือ จนหลงลืมว่าตัวเธอเองนั้นเปราะบางนัก ที่ห่อหุ้มดวงใจบอบช้ำเป็นเพียงความแค้นเคืองที่เกาะลึก

                ร่างแบบบางลุกขึ้นเมื่อตรีทัชโทรศัพท์เข้ามา ยามยากชญาดามีอีกหนึ่งที่พึ่งนั่นคือเพื่อนหนุ่มที่พร้อมช่วยเหลือ และให้เธอได้พักพิงหัวใจที่อ่อนล้า ตรีทัช เพื่อนผู้แสนดี

                น้ำผึ้ง!”

                ตรี...” ตรีทัชเปิดวงแขนรับร่างแน่งน้อยที่โผเข้าหา ความสนิมสนมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจจนชญาดายอมอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ เธอซบหน้ากับอกกว้างหาพื้นที่อบอุ่นในยามอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว

                ขอบใจมากนะที่มา” น้ำผึ้งเอ่ยเสียงเครือ

                คุณแม่น้ำผึ้งเป็นอย่างไรบ้างครับ คุณหมอว่าอย่างไรบ้าง”

                อาการไม่ค่อยดีค่ะเป็นปอดบวม ตรี ผึ้ง...จะทำอย่างไรดี ผึ้งกลัวว่าคุณแม่จะไม่ไหว” ชญาดากลืนก้อนสะอื้น กดดวงหน้าแดงก่ำลงกับบ่าแกร่ง น้ำตาที่กลั้นเก็บหยดซึมยังเสื้อเชิ้ตเนื้อดี เสียงสะอื้นครางในลำคอเบาแผ่ว สุดท้ายแล้วเธอก็กลั้นมันไม่ไหว

                เสียงแชะที่แทรกขึ้นไม่ได้ทำให้หนุ่มสาวรู้สึกตัว ชญาดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาฉ่ำถูกป้ายเช็ดแรงๆ เมื่อถอนใบหน้ารื้นออกห่าง หญิงสาวหลอกตัวเองว่าเข้มแข็งยามสบนัยน์ตาคมขลับ ตรีทัชรู้นิสัยหล่อนดี ฝืนว่าเข้มแข็งอยู่เสมอ เขายิ้มบางเคลื่อนมือไปซับน้ำตาที่ยังเหลือคราบอย่างอ่อนโยน

                เราจะทำทุกทางเพื่อให้คุณแม่ของน้ำผึ้งหายดี ท่านต้องหาย เชื่อผมนะ”

                ตรีทัชปลอบโยน ยินดีที่จะหยัดยืนเคียงข้างในวันนี้และวันหน้าอย่างไม่มีข้อแม้ ประกาศตนอย่างลูกผู้ชายพร้อมเสมอที่จะดูแลชญาดา น้ำใจถือเป็นสิ่งที่หายากในทุกวันนี้ ทว่าตรีทัชมีมันอยู่เต็ม เขาลูบเรือนผมยาวสลวยเบามือ พยักหน้าให้กันก่อนประคองร่างบางไปพบนายแพทย์เจ้าของไข้ จากปากของคุณหมอ มารดาของเธอสุขภาพอ่อนแอ ทำให้โรคแสดงตัวชัดและกำลังเป็นใหญ่เหนือร่างกาย

                ชญาดากลับเข้ามาเฝ้าคุณชุติมนโดยให้ป้ามาลากับชลชิณีกลับไปพักผ่อน เพื่อกลับมาผลัดเปลี่ยนในวันรุ่งขึ้น หญิงสาวมีตรีทัชกับปรียานุชอยู่เป็นเพื่อนจนบ่ายคล้อย นอกนั้นเป็นเวลาของแม่กับลูก ชญาดาฆ่าเวลาไปกับการนั่งทอดอาลัย มองมารดาที่หลับลึกเพราะฤทธิ์ยา อย่างเดียวที่บ่งบอกว่าแม่ยังอยู่กับเธอคือแผ่นอกยวบขึ้นลงแผ่วๆ ที่ทำให้สะดุ้งตามทุกครั้งเมื่อร่างบนเตียงเอื้อมมือไขว่คว้าไปในอากาศ คนเป็นลูกเผ่นโผนเข้าไปหาอย่างมีหวัง ว่าแม่อาจจะฟื้น

                คุณแม่คะ คุณแม่”

                คุณคะอย่าทิ้งชุไป อย่าไปนะคะ ฮือๆๆ” ชญาดาสะท้อนในอกกับคำเพ้อพกเลื่อนลอย แม่กำลังไขว่คว้าหาพ่อ ผู้ชายใจร้ายคนนั้น

                แม่...” 

                มือเรียวบางเอื้อมไปรับมือของนาง กุมทับไว้หวังจะแทนที่ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางทดแทนสิ่งที่ขาดหาย ไม่มีสิ่งใดแทนช่องว่างความรักที่หล่นหายอย่างไร้หนทางเรียกคืน ช่วงชีวิตทั้งหมดของคุณชุติมนย้ำให้เห็นว่า หากมีรักจะต้องทุกข์ทนอย่างแสนสาหัสเท่านั้น

                คุณแม่คะ ผึ้งอยู่ตรงนี้กับแม่แล้วนะ แม่ขา...ได้ยินผึ้งไหม” สะอื้นแรง กอบกุมมือมารดาหวังจะหยุดการไขว่คว้าหาคนที่ไม่อยู่แล้ว

                คุณคะกลับมาหาชุเถอะ อย่าไปนะคะคุณ ได้โปรดเถิดค่ะ” พร่ำเพ้อทั้งสะอื้น 

                ชญาดากัดริมฝีปากนุ่มหยุ่นจนเจ่อช้ำเป็นห้อเลือด วางมือที่สั่นพั่บๆ ลงบนอกที่หายใจรวยระริน ดวงตาสีเข้มฉายวับนี่เป็นสิ่งเดียวที่มารดาต้องการกระมัง เธออาจต้องเป็นตัวแทนโน้มฝันมาให้ใกล้หัวใจแห้งผากของแม่ อาจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหมดซึ่งลมหายใจ คุณชิตชัยจะต้องกลับมายืนที่เดิมเพื่อรับรู้ รับโทษทัณฑ์ที่ได้พรากหัวใจ ความรัก ความหวังของผู้หญิงคนหนึ่งกับลูกๆ ของเธอไป

                คุณแม่ขารอผึ้งสักนิดนะคะ ผึ้งจะพาเขามาหาคุณแม่ที่นี่ ผึ้งสัญญา...”

                สัญญาปากเปล่ากำลังกัดกินดวงใจทระนงของคนเป็นลูก สัญญาที่ว่าจะให้คุณชุติมนได้พบสามีของนางอีกครั้ง

                ครั้งสุดท้าย...

 

                รอยแดงก่ำกลบขอบตาบางเมื่อต้องเก็บกลั้น ชญาดาตระหนักว่าไม่เหลือเวลาให้เอ้อระเหย หรือร้องไห้คร่ำครวญอีกต่อไป หากว่าเข็มนาฬิกายังเดินต่อ...

                มะรืนนี้ พรุ่งนี้ หรือชั่งโมงถัดไป ไม่มีใครกะเกณฑ์ชะตาที่ฟ้ากำหนด เธอจะต้องเร่งทำทุกอย่างเพื่อแม่

                เบอร์โทรศัพท์บ้านเจ้าสัวสินหาได้ไม่ยากโดยความช่วยเหลือของปรียานุช ที่ทั้งช่วย ทั้งเตือนไม่ให้เพื่อนสาวมุทะลุ ชญาดาจดจ่อกับหมายเลขเก้าตัวบนกระดาษแผ่นเล็กอึดใจหนึ่ง เม้มเรียวปากขณะลงมือกดหนักหน่วงบนแป้นมือถือปลายทางจึงเกิดเสียงกริ๊งลั่น ร่างเล็กบอบบางวิ่งผลุนผลันมารับสายหลังวางมือจากไม้ขนไก่ปัดฝุ่น

                สวัสดีค่ะที่นี่บ้านพูนทรัพย์สิริ จะเรียนสายกับใครคะ?”

                ผู้รับกรอกเสียงเหน่อๆ ลงไป อีกฝ่ายตกตะลึง กะพริบตาถี่ไม่คิดว่าจะมีผู้มารับสายเร็วนัก

                เอ่อ คุ คุณชิตชัยอยู่หรือเปล่าคะ” หญิงสาวกดเสียงไม่ให้สะท้านตอบกลับไป สาวรับใช้ที่กำลังจะตอบคำเป็นต้องชะงัก เพราะผู้ที่เดินเข้ามาในห้องรับแขก หล่อนป้องมือปิดกระบอกโทรศัพท์แล้วรายงานคุณผู้หญิงว่า...

                มีคนขอสายคุณผู้ชายค่ะ เอ้อ เป็นผู้หญิงด้วย เสียงยังสาวๆ อยู่น่ะค่ะ”

                ดวงตาแทนรหัสบางอย่างส่งถึงคุณสิรินทิพย์ ร่างท้วมสมวัย ใบหน้าอิ่มเคลือบเครื่องสำอางชั้นดีกดลงนิดหนึ่งพินิจเจ้ากระบอกโทรศัพท์ในมือสาวใช้เหยียดๆ นางหวังว่าจะไม่ใช่ อีหนู ของสามี

                ฉันรับเอง ไปได้แล้ว” เสียงเยียบทรงอำนาจสั่งการ


                ร่างบางยอบกายลงเมื่อประสานสายตากับคุณสิรินทิพย์ คุณผู้หญิงของบ้านที่ทั้งดุ ทั้งทรงอำนาจมากกว่าผู้เป็นสามี นางขมวดเรียวคิ้วโค้งซึ่งบรรจงวาดบางๆ ด้วยสีน้ำตาลแก่ เอะใจ ด้วยนิสัยเจ้าชู้ที่ติดตัวสามีมาตั้งแต่วัยหนุ่มทำให้นางอดสนใจคนปลายสายไม่ได้ ผู้หญิงที่ไหนที่กล้าตอแยกับสามีของนางเป็นได้เห็นดี

                คุณสิรินทิพย์ส่งสายตาดุๆ ไล่สาวรับใช้ พลางเอื้อมมือประดับกำไลแพรวพราว กับประกายระยับของแหวนทับทิมล้อมเพชรรับช่วงต่อ

                ใครจะพูดกับคุณชิตชัย ดิฉันสิรินทิพย์เจ้าของบ้าน” สาวใหญ่สยบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงกระด้าง ข่มเหงในที ไม่รวมดวงตาเกรี้ยวกราดที่อีกฝ่ายไม่ได้เห็น

                เอ่อ...” ชญาดาชะงัก คล้ายมีก้อนแข็งเคลื่อนมาติดตรงคอหอยประเดี๋ยวนั้น มือเรียวบางชื้นเหงื่อ สุ้มเสียงที่เคยมีพร่าหายไปในลำคอ สุดท้ายเลือกที่จะตัดสายทิ้งแล้วพ่นลมหายใจที่ติดค้างจนพ้นอก

                ตึ่ก!

                เอ๊ะ! อะไรของเขานะ ไร้มารยาทซะจริง”


                คุณสิรินทิพย์เอ่ยอย่างหัวเสีย แต่เมื่อหันไปพบสามีก้าวลงมาจากบันไดวนสีงาช้าง สีหน้าเกรี้ยวกราดถูกกลบเกลื่อนจนสิ้น ต่างจากหญิงสาวที่โรงพยาบาลที่ทรุดลงนั่งอย่างอ่อนแรงเมื่อปิดการสนทนา ความเจ็บช้ำในใจมาเอ่อในดวงตา

                น้ำผึ้งเธอมันขี้ขลาด ไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับเขา จะกลัวอะไรเล่านั่นก็แค่ผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ไม่เห็นจะต้องแคร์

                ชญาดาปลุกปลอบตัวเอง หัวใจสั่นไหวแค่ไหนรู้แก่ใจ ทว่าต้องทำกล้าแกร่งเพียงเพื่อหาเกราะกำบังความอ่อนแอแท้จริง เมื่อกลับเข้ามาในห้องผู้ป่วยภาพของแม่ที่นอนซมบนเตียงย้ำเตือน เหมือนถ่านหินร้อนวาบที่รอการเผาไหม้เป็นจุณ ความโกรธสั่งสมปะทุผลักให้หญิงสาวก้าวสู่วังวนแค้น จากนี้จะไม่มีใครสูญเสียเท่า...คนที่เป็นผู้ได้มาตลอด ชีวิตของคนเหล่านั้นจะต้องพลิกผัน หลังยิ้มบนความทุกข์ของเธอแม่ลูกมาตลอดยี่สิบปีเต็ม

 

                บริ้น..นน

                รถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ที่แล่นเข้ามาจอดหน้าประตูรั้วอัลลอยด์สีงาช้างนิ่งอยู่เช่นนั้น สารถียังนั่งสงบใจในห้องโดยสารเป็นนาน ก่อนปลดแว่นกันแดดออกจากรูปหน้าเรียวสวย เตรียมเผชิญหน้ากับชายคนหนึ่งที่เธอเคยเรียกว่า พ่อ

                คฤหาสน์หลังดังกล่าวเป็นของมหาเศรษฐีระดับท้อปเทนของเมืองไทย ประตูรั้วสูงตระหง่านส่งให้คนมองต้องแหงนคอตั้งบ่า รอไม่นานประตูรั้วเคลื่อนออกด้วยรีโมท ชญาดามองเห็นความโอฬารเต็มตาจนต้องเหยียดยิ้ม นึกเปรียบเทียบคฤหาสน์หลังมหึมากับบ้านจัดสรรเก่าคร่ำคร่าที่คุณชุติมนอยู่กับชลชิณีมากว่ายี่สิบปี เรียกว่าเป็นแค่เศษเสี้ยวธุลีของที่แห่งนี้ก็ว่าได้

                ดวงตาคมหวานแฝงแววก้าวร้าวเมื่อขับเคลื่อนเข้ามาถึงหน้าตึกหลังใหญ่ ร่างโปร่งเพรียวในชุดแส็กรัดรึงสีดำสนิทก้าวลงมายืนมาดมั่น สาวรับใช้ทำตาโตทึ่งในความสวยกับวาบหวามของแขกสาว คิดไปต่างๆ นานาว่าหล่อนเป็นดาราไม่ก็นางแบบแถวหน้าในจอ น่าจะเป็นแฟนสาวของคุณพีรยุทธ

                คุณมาพบใครหรือคะ?” ชญาดาโปรยตามองไปรอบๆ อย่างสังเกต ท่วงท่าสง่าราวนางหงษ์เบือนกลับมาหยุดนิ่ง แล้วบอกจุดประสงค์

                คุณชิตชัยค่ะ ดิฉันมาพบท่าน ท่านอยู่ไหมคะ?”

                ค่ะๆ เชิญทางนี้”


                สาวรับใช้ผงกศีรษะรับหงึกๆ ผายมือออก ผิดคาดไปหน่อยที่หญิงสาวคราวลูกมาขอพบคุณผู้ชาย หล่อนเสียวสันหลังวาบเพราะคฤหาสน์เจ้าสัวสินกำลังจะร้อนเป็นไฟเพราะความหึงหวง

                หญิงสาวก้าวตามหลังสาวรับใช้ไปยังห้องรับแขกโอ่อ่า ประดับประดาด้วยเครื่องเรือนราคาแพงระยับ ดวงตาคมหวานปราดมองทุกสิ่งอย่างที่ตั้งวางลงตัว หยุดลงที่รูปครอบครัวบานใหญ่ รูปแห่งความทรงจำซึ่งเธอกับน้องไม่เคยมี ก้อนแข็งก่อตัวขึ้นอีกครั้งด้วยรอยริษยาปนตัดพ้อ ดวงใจสั่นคลอน อยากตรงเข้าทำลายทุกอย่างที่แสดงถึงความเพียบพร้อม อบอุ่นของครอบครัวเหมรัตน์

                เสียงฝีเท้าเบื้องหลังฉุดหญิงสาวออกจากภวังค์ ชายสูงวัยในชุดสุภาพก้าวเข้ามาในห้องรับแขก แม้จะแปลกใจที่มีหญิงสาวมาขอเข้าพบโดยไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม แต่ไม่มีวันคิดไปถึงว่าจะเป็น...เธอคนนี้ไปได้

                คุณ...”

                เสียงทุ้มที่ห่างหายไปจากโสตประสาทนานนม นานจนไม่รู้ได้ว่านั่นใช่เขาไหม ชญาดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า...พ่อ ชายชราเจ้าของผมสีดอกเลาจ้องมองผู้มาเยือนนิ่งนาน เค้าหน้ากับดวงตาคมสีน้ำตาลไหม้ ให้ฉุกคิดว่าหล่อนเป็นใคร?

                แล้วดวงตาคมหวานก็กระตุ้นเตือนว่าคุ้น ทว่าคุณชิตชัยยังไม่อยากเชื่อสายตา หญิงสาวยกมือขึ้นประณมไหว้อย่างปกติวิสัย ช้อนดวงตาคมขำมองเขาอย่างเย็นชา อีกฝ่ายรับไหว้ด้วยสีหน้างุนงงแล้วพยายามจับต้นชนปลาย ชญาดาขยับริมฝีปากอิ่มที่คล้ายถอดแบบกันมาจากทั้งบิดามารดาดูปฏิกิริยาของเขา

                หนูมาพบฉันหรือ นั่งก่อนสิ” เอ่ยถามเบาๆ ด้วยไม่แน่ใจในสายตา ทั้งไม่คิดว่าเป็นไปได้

                มันไม่ใช่หรอก...ชายสูงวัยปฏิเสธในใจ ความเมินเฉยและห่างเหินทิ่มแทงชญาดาจนระบมร้าวในหัวอก เมื่อบิดาทำราวกับเธอเป็นคนอื่น รู้สึกแค่คลับคล้ายคลับคลาจนเธอต้องบอกฐานะของตัวเอง

                หนูเองค่ะน้ำผึ้ง ท่านยังจำลูกสาวที่เกิดจากแม่ชุติมนได้ไหมคะ”


                หญิงสาวไม่เสียเวลาอ้อมค้อม คำพูดเพียงประโยคเดียวผลักให้นัยน์ตาโรยราไหวระริก ร่างผ่ายผอมทรุดลงนั่งช้าๆ ยังโซฟาหลุยซ์พร้อมกับผายมือเชิญหญิงสาวซึ่งอ้างตนเป็นลูกให้นั่ง เวลาเนิ่นนานก็จริงไม่ได้ทำให้หูตาของเขาฝ้าฟาง พินิจไม่นานชายสูงวัยก็นิ่งงัน ใบหน้าตอบเซียวกดกรามแน่นหลุบเปลือกตาลงต่ำอย่างหนักใจ อาการนิ่งงันตอกย้ำให้ชญาดาเจ็บปวด

                คุณพ่อจำหนูได้ใช่ไหมคะ?”

                ก้อนแข็งก่อตัวเท่าภูเขาเลากา ล้นแน่นในอกเมื่อปราศจากการตอบรับในเรียวตาคู่นั้น คนเป็นลูกหน้าร้อนฉ่าสบตาจริงจังเมื่อบิดาเงยขึ้นช้าๆ อีกครั้ง แววหม่นหมองฉายชัดแต่ไม่มีแววคุ้นเคยอ่อนโยนในนั้น หรือจำกันไม่ได้!

                ขอโทษเถอะนะ ฉันไม่รู้จักหนูจริงๆ หนูว่า...คุณแม่ของหนูชื่ออะไรนะ” คุณชิตชัยเปิดปากด้วยเสียงทุ้มต่ำเกือบสั่น

                ไม่รู้จัก!


                คำนั้นเป็นดังแส้ร้อนฟาดใส่หัวใจจนเลือดซิบ ด้วยไม่ทันคิดว่าหากถูกปฏิเสธจะเจ็บปวดเท่าไร

                ชญาดาคิดแค่...บิดาอาจจะตกใจ ไม่ใช่ทำท่าไม่รู้จักเธอ เวลานี้แม้แต่การยอมรับว่าเป็นลูก ผู้ชายคนนี้ยังไม่ทำ ร่างเพรียวลมสั่นเทิ้มเริ่มจากบ่าบางไปสู่แผ่นหลังบอบบาง ดวงตาคมวับวูบไหวคล้ายมีหยดน้ำตามาเอ่อแต่ไม่มี ไม่มีทางที่ชญาดาจะร้องไห้เพราะเรื่องนี้อีก เธอเชิดใบหน้าระเรื่อขึ้นสูง กวาดไล่รอยน้ำตาที่พร้อมไหลบ่ามาอวด

                ท่านความจำเสื่อมไปแล้วหรือคะถึงลืมได้กระทั่งลูก ดิฉันไม่ได้มาเรียกร้องเงินทองที่ท่านนอนกอดสักบาทเดียว แค่จะมาบอกข่าวเท่านั้น”

                ข่าวอะไร?” ผู้ฟังหวั่นใจกับ ข่าว ที่ว่าไม่น้อย ยิ่งสบตาชญาดายิ่งประหวั่นว่าจะเป็นเรื่องร้าย

                แม่ของดิฉันกำลังป่วยหนัก แม่ต้องการกำลังใจ ดิฉันมาขอร้องท่านครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย ท่านไปพบแม่กับดิฉันได้ไหมคะ”

                ชญาดาขบเม้มริมฝีปากสั่นเทายากเย็น กำหนดทุกคำอย่างหนักแน่นยามร้องขอ ไม่มีลูกคนไหนพูดอย่างเต็มปากเต็มคำได้ว่า...แม่กำลังจะตาย นัยน์ตาขุ่นสั่นคลอนตามคำบอกเล่า เรื่องราวเก่าเก็บของครอบครัวเล็กๆ กระจ่างในความทรงจำ มีคุณชุติมน ชญาดากับชลชิณีซึ่งยังอยู่ในครรภ์ ทว่าเขายังนั่งนิ่งทอดแววตาเฉยเมยอีกครั้ง


                ขอโทษจริงๆ นะหนู ฉันไม่รู้จักพวกหนู ถ้าจะให้ฉันไปเยี่ยมแม่ของหนูก็กระไรอยู่ บางทีอาจเข้าใจผิดกันก็ได้”

                ท่าน!”

                ความอดทนขาดผึง ชญาดาผุดลุกราวเบาะโซฟานั้นไหม้ไฟจนนั่งไม่ติด คุณชิตชัยยืนยันว่าไม่รู้จักหล่อนกับมารดา ช่างคุ้มค่าเหลือเกินกับการมาเยือนที่นี่ เพราะนอกจากจะได้รู้น้ำใจที่ขาดหายจากมโนสำนึกของเขา ยังได้รับรู้ว่าพวกเธอได้ตายจากไปจากชีวิตของนายชิตชัย นิจนิรันดร์แล้ว

                ค่ะ ดิฉันอาจจะเข้าใจผิดถ้าท่านไม่ใช่ นายชิตชัย เหมรัตน์ เขาที่เป็นสามีของแม่ กับเป็นพ่อของดิฉันกับน้อง”

                ผู้ชายคนนั้นเขาคงจะตายไปจากโลกใบนี้แล้วจริงๆ ดิฉันขอโทษที่มารบกวนเวลา ขอบคุณที่ท่านสละเวลาอันแสนมีค่านั่งคุยกับผู้หญิงแปลกหน้าอย่างดิฉัน วันหนึ่งท่านกับคนในครอบครัวจะต้องรู้ซึ้งกับความเจ็บปวดที่ดิฉันได้รับ มันจะมากเป็นเท่าทวีคูณจนท่านไม่อาจมีลมหายใจอยู่ต่อ ดิฉันขออวยพรให้วันนั้นมาถึงเร็ววันนะคะ” คำอวยพรนั้นทิ่มแทงคุณชิตชัยราวแท่งเข็มนับพัน เขาขบเม้มเรียวปากอย่างอดกลั้นกับคำตัดพ้อและความผิดบาปทั้งหมด

                ฉันขอโทษ” เสียงแผ่วหายไปในลำคอเหี่ยวย่น ขอลุแก่โทษทั้งที่ไม่ยอมรับความจริงว่าเป็นผู้กระทำ


                ความเจ็บปวดแผ่ซ่านทั่วสรรพางค์ ฝ่ามือกับฝ่าเท้าเย็นเฉียบในยามยืนค้ำศีรษะบิดา ชญาดาจ้องมองใบหน้าของพ่อด้วยนัยน์ตากร้าวที่เอ่อหยาดน้ำ ความหวังสุดท้ายริบหรี่แล้วมอดลงดังเปลวไฟ ไม่ต้องหวังว่าคนคนนี้จะเวทนาสงสาร ไม่มีประโยชน์ใดที่จะยืนกรานสู้กับคนไม่มีหัวใจผู้นี้

                ดิฉันลา หากต้องพบกันอีกดิฉันกับท่านถือเป็นคนแปลกหน้า แต่ดิฉันหวังว่าจะไม่ต้องพบจนกว่าต่างฝ่ายจะตายจากไป” น้ำเสียงเย็นชาเกาะกุมหัวใจแห้งผาก ความผิดหวังเอ่อล้นส่งผ่านอานุภาพไปกรีดเฉือนหัวอกบิดาชำแรกเป็นริ้วๆ ชญาดาสาบาน...ไม่มีอีกแล้วคนที่เธอจะเรียกว่า พ่อ ต่อจากนี้ขาดกันอย่างถาวร

                น้ำผึ้ง...”

                น้ำผึ้ง ชื่อเรียกขานที่เขาเป็นคนตั้งให้บุตรสาวในวัยเยาว์แผ่วหายไปในลำคอ คุณชิตชัยทำได้เพียงมองร่างโปร่งระหงเดินจากไป ลูกสาวคนโตที่จากกันเกือบยี่สิบปีโผล่มาทวงถามความยุติธรรมที่เขาไม่อาจแบ่งปันให้ได้ คุณชิตชัยเลือกครอบครัวใหม่มาแต่ไหนแต่ไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน ชายสูงวัยหอบหายใจตัวโยนพลางหลับตาช้าๆ เมื่อได้ยินเครื่องยนต์สตาร์ทกระหึ่ม ตามด้วยเสียงบรืนยาวๆ จากการกดรองเท้าส้นสูงปรี๊ดที่เหยียบคันเร่งจนมิด ชญาดาจากไปพร้อมแรงทิฐิแรงกล้าที่ปะทุเป็นไฟแค้น

                ตี๊ด ตี๊ด...

                เสียงเรียกเข้าพร้อมสั่นจากมือถือดึงหญิงสาวออกจากภวังค์เสียใจ กลายเป็นสะดุ้งสุดตัว ชญาดาควานหามือถือด้วยมือเดียวแล้วกดรับ หมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอเล็กๆ ส่งให้หัวใจเต้นรัวแรง เสียงร้องไห้ของชลชิณีแว่วมาเป็นลางร้ายจนดวงตาคู่โตหวั่นไหว ทั้งรถ ทั้งคนกระตุกอย่างคนหลงทาง

                พี่ผึ้ง คุณแม่ๆ” เท่านั้น...ชญาดาคล้ายร่างกายถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แหลกเหลวด้วยคำเพียงคำเดียว

                พี่ผึ้งกลับมาด่วนนะคะ คุณแม่...ฮึกๆๆ”

                ไม่จริงใช่ไหมน้ำตาล บอกพี่สิว่าไม่จริง”

                เอี๊ยด..ดด / ครืด


                ปลายเท้าเหยียบเบรกตัวโก่งจนหน้ารถสะบัด ก่อนแถเข้าข้างทางด้วยความเร็วแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงกระแทกส่งให้รถยนต์พุ่งเข้าหาเสาไฟฟ้าชะลูด อัดแรงจนบี้แบน วินาทีนั้นดวงตาคู่หวานเบิกโพลงพยายามบังคับพวงมาลัยที่หมุนควง ทว่าไม่ทันเสียแล้ว

                โครม!

                ดวงหน้าซีดเผือดโถมกระแทกไปเบื้องหน้าโดยไร้สิ่งใดรองรับ เสียงปึ้กกึกก้องแต่ไม่ดังเท่าเสียงโครมครามสนั่นที่เกิดจากการปะทะของกระโปรงรถกับแท่งปูนซีเมนต์หยาบ ทุกภาพก่อนหน้าที่โรงพยาบาล กับที่บ้านเจ้าสัวสินไหลวนเป็นคลื่นใต้น้ำ หมุนติ้วในหัวแล้วหยุดลงพร้อมกับหยดเลือดข้นคลั่กที่ไหลรินจากขมับบอบบาง

                พี่ผึ้งๆ ยังฟังตาลอยู่หรือเปล่าคะ พี่ผึ้ง!”

ติดตามข่าวสาร ข่าวนวนิยายอัพเดต ได้ที่หน้าเพจดาลัน (นักเขียน)
ฝากกด Like ด้วยค่ะ
http://www.facebook.com/pages/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/257580277623918

                                                                                     ดาลัน  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #661 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 22:39
    พ่อแบบนี้ก็มีด้วย
    #661
    0
  2. #610 Fuengfahrainbow.. (@fuengfahrainbow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 / 23:29
    คุณเป็นพ่อที่ใจร้ายใจดำมากๆเลยค่ะ
    น่าสงสารครอบครัวนํ้าผึ่งจัง ...
    นี่ยังต้องมาเจอนายต้นอีก  รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #610
    0
  3. #609 zydies (@zydies69) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2555 / 09:15
     ตัวอักษรเล็กมากเลยค่ะ
    #609
    0
  4. #587 keepwalkinggirl (@keepwalkinggirl) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 09:59
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก *_____*
    #587
    0
  5. #497 kitty2931 (@suphansa-v) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 / 21:36

    ทำไมคุณพ่อใจร้ายจังเลยอ่ะ เห็นแก่ตัวที่สุด

    #497
    0
  6. #423 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 16:34
    โอ้ย สะเทือนใจ เศร้าอ่ะ ถ้าเราเจอพ่อแบบนี้ก็โกรธเหมือนกัน
    คนอะไรมีหัวใจหรือป่าว ลูกนะ ช่างเป็นคนที่เห็นแก่ตัวใจดำมากกกก
    ทิ้ง 3 ชีวิตไว้ข้างหลังโดยไม่สนใจดูดำดูดี ช่างเป็นคนที่โหดร้ายเลือดเย็นมาก เกลียดดดด
    #423
    0
  7. #123 คุณเจ้ (@koonja-jaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 20:29
    เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆเลยนู๋ผึิ้งเอ๋ย
    #123
    0
  8. #110 mommam_d (@mommam_d) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 13:53
    ตอบเม้นต์จากตอน 6 ค่ะ 
    ความคิดเห็นที่ 20

    คุณแสงจันทร์ ครอบครัวน้ำผึ้งน่าสงสารที่เจอพ่อ สามี แบบไร้ความรับผิดชอบค่ะ 
    งานนี้ต้องเอาคืนใหสาสม เอาให้หนักค่ะ เห้อๆ โกรธแทนน้ำผึ้งจริงเชียว ^ ^

    ความคิดเห็นที่ 22 
    คุณ baby รอโอกาสที่เหมาะ โดนแน่ค่ะ อิอิ

    ความคิดเห็นที่ 24
    คุณ Phai0911 แน่นอนค่า รอติดตามนะคะ

    ความคิดเห็นที่ 63
    เห็นด้วยกับพี่แป๊ดค่ะ คนอย่างสิรินทิพย์รักหน้า รักเกียรติที่สุดค่ะ 
    เพราะความหึงหวงสามี รักลูกแลยทำทุกอย่างโดยไม่คิดถึงคนอื่นค่ะ 
    #110
    0
  9. #63 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 20:15
    สงสัยกับนายชิตชัยมากๆ เป็นพ่อแต่ไม่ยอมรับ ต้องมีเหตุผล อย่างสิรินทิพย์เหมือนเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกแปลกๆประมาณนั้น อ่านแล้วมีความรู้สึกแบบนี้จริงๆ
    #63
    0
  10. #24 Phai0911 (@phai0911) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 21:39
    น้ำผึ้ง ขอแรงๆๆ เอาไห้น้ำตาร่วงทั้งบ้านได้ยิ่งดี
    #24
    0
  11. #23 LittleNan (@nan-chalunda) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 14:40
    ทำไมพูดแบบนั้นว่ะ
    เป็นพ่อประสาอะไรเนี่ย
    มีเหตุผลอะไรให้พูดแบบนั้นออกมา
    #23
    0
  12. #22 baby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2553 / 22:22
    บ้านนี้ จัดหนักไปเลยนะน้ำผึ้ง หุหุ เอาให้สาสม อ่านแล้วคับแค้นใจแทนเลย ทารุณความรู้สึกมากๆ
    #22
    0
  13. #21 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2553 / 18:55
    อ่านแล้วอึดอัดคับแค้นเหมือนตัวเองเป็นน้ำผึ้งเลยค่ะ



    น่าสงสารนะคะ เกิดมาต้องพบเจอกับชะตากรรมอันโหดร้ายหลายๆอย่าง ทำเอาเกลียดคุณต้นไปด้วยเลยทั้งที่ตอนนี้ไม่ได้เกี่ยว ฮ่าๆ



    แล้วน้ำผึ้งจะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย? ...เฮ้อ!!



    คุณแหม่มสู้ๆค่ะ ^^
    #21
    0
  14. #20 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2553 / 18:40
    ชิตชัย บ้านนี้สมควรโดนเอาคืนให้หนัก โดยเฉพาะคุณหญิงกับชิตชัยเอาให้หนัก

    สงสารแม่นางเอกอะ นางเอกก็น่าสงสาร

    จะแก้แค้นเอาคืนมันจะย้อนเข้าตัวหรือเปล่าหนอ ถ้าเข้าตัว น้ำผึ้งก็น่าสงสารที่สุดในเรื่องนี้แล้วหล่ะ
    #20
    0