พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 4 : ตอน 2 ภุมรินสีน้ำผึ้ง < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 พ.ค. 55

ตอน 2

ภุมรินสีน้ำผึ้ง

        คนรออยู่ในชุดสุภาพแบบลำลองด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำทะเลกับกางเกงยีนสีเข้ม เรียวขาเพรียวยาวยกขึ้นไขว่ห้างเอนกายกับเก้าอี้นวมในท่าสบาย ใบหน้าคมแลสะอาดสะอ้านมองผ่านบานกระจกใสแจ๋ว กำลังรอคอยใครสักคนอยู่อย่างใจเย็น

        มุมที่ตรีทัชเลือกนั่งอยู่ติดผนังกระจกทางเข้า เพื่อจะได้มองเห็นเพื่อนสาวถนัดถนี่ กาแฟร้อนหอมกรุ่นแบบเข้มข้นถูกเสิร์ฟขณะรอ ชญาดานัดพบชายหนุ่มในวันรุ่งขึ้นแทนการพูดคุยทางโทรศัพท์ตามที่สัญญาไว้ แต่เพราะเรื่องวุ่นๆ เมื่อคืนทำให้เธอเผลอหลับยาว เป็นเหตุให้มาสายกว่าเวลานัดเกือบครึ่งชั่วโมง

        น้ำผึ้ง! ทางนี้ครับ” โบกมือบอกตำแหน่ง

        ขอโทษนะตรี ผึ้งมาเลทไปหน่อย เมื่อเช้าตื่นไม่ไหวจริงๆ”

        คนพูดหอบแฮกเพราะเดินกึ่งวิ่ง กระนั้นหล่อนก็ยังช้าจนรู้สึกผิด ตรีทัชยิ้มพราย ไม่คิดติดใจพลางเชื้อเชิญเพื่อนหญิงให้นั่งลงเสียก่อน นัยน์ตาคมเข้มกวาดสังเกตดวงตาโรยๆ กับขอบตาดำคล้ำของชญาดาอย่างสนใจ

        แสดงว่าเมื่อคืนคงจะดื่มหนัก น้ำผึ้งไปกับเพื่อนคนไหนล่ะครับ ผมพอจะรู้จักไหม” ตรีทัชถามหยั่งเชิง

        หวังลึกๆ ว่าเจ้าหล่อนจะไม่ได้ไปกับเพื่อนชายคนไหน แต่ตรีทัชไม่อาจหาญแสดงความเป็นเจ้าของทั้งที่ยังไม่ใช่ จึงทำแค่เลียบๆ เคียงๆ ถาม หญิงสาวยิ้มพรายเก๋ไก๋คล้ายรู้ทัน

        ตรีไม่รู้จักหรอกค่ะเอาไว้วันหลังจะแนะนำนะ นุชเขาเป็นเพื่อนกับผึ้งตั้งแต่สมัยเรียนประถมนู่นแหน่ะ นานๆ เจอกันทีก็เลยดื่มไม่ลืมหูลืมตาไปหน่อย แถมผึ้งยังโชคไม่ดี ตอนขากลับเจอผู้ชายเข้ามาลวนลามอีก”

        คำปรารภทำให้อีกฝ่ายหูผึ่ง ตรีทัชนั่งไม่ติด ไม่ชอบเลยที่ชญาดาโดนชายหนุ่มที่ไหนเอาเปรียบจนเผลอกัดกรามกรอด คิ้วหนาเข้มขมวดขึงจ้องมองใบหน้าเนียนสีน้ำผึ้งที่คงไว้ซึ่งความเรียบเฉยขณะเล่า

        เรื่องร้ายเหล่านั้นผ่านไปแล้วและหล่อนเลือกที่จะลืมมัน ยกเว้นผู้ชายอีกคนที่โผล่เข้ามาช่วยเหลือราวพระเอกขี่ม้าขาว แล้วหยามหล่อนในภายหลังจนยับเยิน นั่นเสียอีกที่จดจำไม่ลืม

        ไม่ได้ร้ายแรงอะไรหรอกค่ะ ผึ้งเจอแบบนี้บ่อย เพียงแต่เบื่อและรำคาญที่ใครๆ ก็คิดอย่างนั้น” พูดคล้ายระบาย

        รู้อย่างนี้น่าจะให้ผมไปรับ ดึกดื่นแค่ไหนก็โทรมาได้ผมจะรีบไปหาน้ำผึ้งเลยครับ” ตรีทัชยืนยัน นึกเสียดายที่เมื่อคืนเขาไม่ได้เอ่ยปากขอตามหญิงสาวไปด้วย ใจหายเมื่อคิดว่าชญาดาจะเป็นอันตรายโดยไม่มีเขาดูแล สีหน้าของเพื่อนหนุ่มแลขรึมลง ชญาดายิ้มบางเข้าใจในทันที แววตากับท่าทีอย่างนี้ของเขาคือ ห่วง และ หวง สำหรับความอ่อนโยนที่ตรีทัชมีให้ เธอรับรู้เต็มหัวใจแต่ไม่อาจตอบรับในเวลานี้

        ตรีก็ ผึ้งไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ถึงจะเจอคนร้ายๆ ผึ้งก็พอเอาตัวรอดได้ ผู้คนสมัยนี้นี่รู้หน้าไม่รู้ใจแต่มันก็ทำให้ผึ้งรู้จักระวังตัวมากขึ้น”

        หากคิดในแง่ดีเสียว่าประสบการณ์จะช่วยสอนให้ระแวดระวัง มิให้พลาดพลั้งเช่นเดิมอีก ชญาดาจึงมองเป็นเรื่องธรรมดา ชั่งใจที่นับวันสังคมจะเสื่อมทรามลงเพราะจิตใจมนุษย์ที่แยกแยะชั่วดีไม่ออก คล้ายกับสายตาคู่หนึ่งที่มองผิวเผินแล้วตีค่าตัวเธอบิดเบือน เขาคนนั้นก็เหมือนกับคนทั่วไปนั่นแหละ

        ช่างเถิด...ใช่ว่าหล่อนจะสนใจนักนี่

        ข้ามเรื่องของเมื่อคืนไป ตรีทัชได้รู้ว่าชญาดาตัดสินใจอยู่เมืองไทยต่อ ไม่รีบร้อนกลับออสเตรเลียอย่างแผนแรก

        ดีจังครับ ผมกำลังคิดว่า...ต้องคิดถึงคุณมากๆ แน่ถ้าน้ำผึ้งบินกลับไปคนเดียว เฮ้อ...โล่งอกมากๆ เลยครับ” คนพูดฉีกยิ้มกว้าง

        เรียวตาคมเข้มเล็กหยีบนรูปหน้าคมคายจนน่าเอ็นดู ชญาดายิ้มตอบอ่อนหวาน กี่ปีแล้วนะที่หล่อนสนิทสนมกับตรีทัช ลึกซึ้งเป็นดั่งหนึ่งเพื่อนชายคนสนิท ชายหนุ่มเป็นเสมือนเงาตามตัว รู้ใจและคอยดูแลเธอมาตลอดสองปี เป็นความผูกพันเหนียวแน่นเสมือนพี่ชายคนหนึ่ง

        ชญาดายิ้มหวาน เจ้าหล่อนไม่รู้ตัวเลยว่าตรีทัชชอบรอยยิ้มนี้มากแค่ไหน และไม่รู้เลยว่าเพื่อนกึ่งพี่ชายคนนี้กำลังคิดเลยเถิด เผลอแสดงตัวตนออกมาทีละน้อยๆ โดยไม่รู้ตัว

        แหมๆ ตรีเนี่ยปากหวานนะคะ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วทำให้ผึ้งหลงคิดว่ากำลังคุยอยู่กับแฟนเสียอีก” แซวยิ้มๆ แก้มเนียนเรื่อสีขึ้นจนเป็นชมพูปลั่ง

        ก็แล้ว...เป็นได้ไหมล่ะครับ แฟนน่ะ” จู่ๆ ตรีทัชก็ย้อนถาม แววตาคมเข้มแสนขี้เล่นกลับจริงจัง มองนิ่งยังใบหน้ากระจ่างผุดผาด ค้นหาคำตอบจากหัวใจจนอีกฝ่ายอึกอักอย่างเห็นได้ชัด “เอ่อ”

        คือผึ้ง...”

        ชญาดารู้ว่าสีหน้าหล่อนเปลี่ยนเป็นจืดเจื่อนแต่ควบคุมไม่ได้ และหล่อนกำลังทำให้เขาผิดหวัง สีหน้าของตรีทัชเก้อไปเมื่อหญิงสาวนิ่งงันไม่มีคำพูดใดๆ โต้ตอบคล้ายว่าเขาต้องผิดหวัง แต่แล้วรอยยิ้มก็กลับมาชโลมใบหน้าคมคายอีกครั้ง ชายหนุ่มยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว ตำหนิตัวเองที่บุ่มบ่ามเกินไปจนหญิงสาวตั้งตัวไม่ทัน

        ล้อเล่นน่ะครับ น้ำผึ้งนี่ไม่มีภูมิคุ้มกันเวลาโดนจีบเลยนะครับ ผมรู้แล้วล่ะว่าทำไมใครๆ ที่เข้ามาจีบถึงหน้าหงายกันไปหมด เพราะแบบนี้นี่เอง ไม่พูดแต่...ปฏิเสธด้วยสายตา” พูดปนพ้อน้อยๆ หญิงสาวยิ้มเจื่อน พลางเอื้อมมือไปแตะมือเขาทำนองปลอบใจ

        ผึ้งเปล่านะผึ้งแค่รับไม่ทัน ที่แท้ตรีก็แกล้งพูดเองหรอกเหรอ โธ่! ตกใจหมดเลยตรี”

        ผึ้งไม่อยากทำให้ใครผิดหวังหรอกนะแต่ผึ้งยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ไม่เคยคิด” ปลายเสียงเด็ดเดี่ยว ไม่ได้พูดเกินจริงเรื่องไม่เคยคิดเรื่องความรักแบบหนุ่มสาว ความรู้สึกนั้นไม่เคยก่อร่างสร้างตัวในใจที่ฝังบาดแผลของชญาดา ด้วยเข็ดขยาดจนเกลียดกลัวสิ่งที่หลายคนต่างโหยหาเพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนจอมปลอมทั้งสิ้น

        นัยน์ตาคมสวยทอประกายบางอย่างยืนยัน ไม่ได้บอกความจริงว่าหล่อนเข้าขั้นเกลียดกลัวความรู้สึกที่เรียกว่า รัก นี่ด้วยซ้ำ หวั่นเกรงว่าเมื่อใดที่หล่อนก้าวถลำตกลงไปในหลุมพรางนั่น จะต้องเจ็บเจียนตายเฉกเช่นมารดา หล่อนจึงไม่ยินยอมเปิดหัวใจตอบรับความรู้สึกจากใครทั้งนั้น

        อืม ผมเข้าใจนะไม่อย่างนั้นผึ้งจะปฏิเสธหนุ่มๆ พวกนั้นทำไม ผมเข้าใจว่าคุณยังไม่พร้อม”

        ตรีทัชบอกอ่อนโยน ชญาดาผงกศีรษะขึ้นลง เป็นความสัตย์จริงอย่างยิ่งที่ตรีทัชเข้าใจเช่นนั้น ชายหนุ่มจับกระแสความกังวลในแววตาหญิงสาวได้ ชญาดาไม่มีความสุขนักแม้ไม่อาจล่วงรู้ว่าเพราะเหตุใด แต่ไม่ว่าจะอย่างไรชายหนุ่มพร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยทุกสถานการณ์ เป็นได้ทุกฐานะที่จะปกป้องหญิงสาวตรงหน้าผู้นี้

        ขอบใจจ๊ะ เอ้อ ตรีช่วยอะไรผึ้งหน่อยสิ ถ้าเห็นงานดีๆ ก็แนะนำผึ้งด้วยนะ พอตัดสินใจจะอยู่เมืองไทยต่อผึ้งก็อยากหางานทำ เบื่อที่ต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่ที่บ้านน่ะ”

        เรื่องงานไม่ยากหรอกครับที่บริษัทพี่ชายผมยังขาดคน ก็ที่ที่ผมจะเข้าทำงานนั่นแหละ ผมจะลองเสิร์ชตำแหน่งที่เหมาะกับน้ำผึ้งให้ ไม่ต้องห่วงครับ” มือหนาเอื้อมมาเกาะกุมตอบ บีบเบาๆ ให้คลายกังวล หญิงสาวพยักหน้ากล่าวขอบคุณล่วงหน้า

        วันนี้ตรีทัชยินยอมรับสภาพแค่เพื่อน ที่หญิงสาวให้เกียรติมอบให้ วันข้างหน้าเขาเองต้องฮึดสู้เพื่อประกาศตนว่าเป็นที่รัก พร้อมยอมทำเพื่อเธอผู้นี้ วันหนึ่งเขาอาจซื้อหัวใจแกร่งกล้า แสนงดงามของชญาดาได้

 

        จุดหมายของตรีทัชเป็นตึกสำนักงานของบริษัทบีเบสท์เฟอร์นิชกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

        วันแรกของการเริ่มงานในฐานะรองผู้บริหาร ซึ่งรั้งอำนาจลดหลั่นมาจากเตชิษฏ์ผู้เป็นพี่ชาย หลังบิดาปล่อยวางอำนาจ ถอยห่างไปเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ลูกชายคนรองไม่เกี่ยงงอนที่จะเข้าช่วยดูแลกิจการของครอบครัว หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท

        รถซีดานสีบรอนซ์เงินปราดเข้าจอดยังลานโล่งที่จัดไว้เฉพาะผู้บริหารระดับสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าสู่พื้นที่ของสำนักงานด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผยในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ใบหน้าคมเข้มมีเค้าโครงใกล้เคียงกับเตชิษฏ์ แต่แววตาติดอ่อนโยนและมีลูกล่อลูกชนมากกว่า ส่วนคนพี่ดุขรึมส่อเค้าเอาจริงเอาจัง เด็ดเดี่ยวในเรื่องการตัดสินใจจึงเป็นที่เกรงใจของพนักงานทุกระดับ กระทั่งคณะกรรมการฝ่ายบริหารที่อาวุโสกว่า

        สวัสดีค่ะคุณตรี”

        สวัสดีครับ” ระบายยิ้มเป็นมิตร

        ยามที่ตรีทัชก้าวผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พนักงานต้อนรับหน้าหวานรีบประณมมือไหว้ท่านรองฯ ที่ถูกประกาศทั่วว่าจะมาเริ่มงานในต้นสัปดาห์นี้ ชายหนุ่มยิ้มพรายแปลกใจไม่น้อยที่เขาเป็นที่รู้จักเพียงวันแรกที่ก้าวเข้ามาในอาณาจักรของพี่ชาย

        ตอนสายของวันชายหนุ่มผู้น้องจึงดิ่งไปยังชั้นยี่สิบสอง ซึ่งเป็นห้องทำงานของเตชิษฏ์ด้วยเรื่องสำคัญ อีกฝ่ายนั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ในท่าสบาย ส่วนตรีทัชกำลังนำเสนอประวัติการทำงานของหญิงสาวผู้หนึ่ง กึ่งๆ เชียร์ให้พี่ชายรับหล่อนเข้าทำงาน

        เพื่อนหรือว่าแฟนกันแน่ หืม นายตรี” เตชิษฏ์ละสายตาจากแฟ้มประวัติหนาเตอะมาถาม พลางหรี่เรียวตาสีดำสนิทมองน้องชายอย่างคาดคะเน

        เพื่อนครับพี่ต้น ผมกับเขายังไม่ถึงจุดนั้น น้ำผึ้งเธอเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นตัวของตัวเองสูง เธอเก่งพอสำหรับบริษัทของเราแน่ๆ เราจบมาจากยูเดียวกัน นั่นก็การันตีอยู่แล้ว ถ้าผมช่วยพี่ได้รับรองได้เลยว่าพี่ต้องพอใจน้ำผึ้งครับ” ตรีทัชยกยอเพื่อนสาว แววตาปลาบปลื้มนั่นผลักให้เตชิษฏ์ไม่เชื่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวคู่นี้นัก แค่เพื่อนจริงน่ะหรือ แต่เมื่อตรีทัชยืนยันเขาก็พยักหน้าน้อยๆ

        นี่ครับใบสมัครของเธอ ถ้าพี่ต้นพบน้ำผึ้งจะต้องชอบเธอแน่ๆ” บอกมั่นใจ

        คนเป็นน้องบอกอวดๆ ภูมิใจในตัวชญาดาจนออกนอกหน้า เป็นแรงกระตุ้นให้เตชิษฏ์อยากเห็นหน้าเพื่อนสาวของน้องชาย

        ดวงตาดุขรึมไล่สายตาอ่านประวัติการศึกษากับการทำงานถี่ยิบของหญิงสาว เจ้าของความสามารถระดับเอบวกที่ตรีทัชการันตีก่อนจะวางใบสมัครลงบนโต๊ะ

        ลองให้เข้ามาสัมภาษณ์ดูก่อน แต่จะได้ทำงานที่นี่ไหมค่อยตัดสินใจอีกที ไม่ใช่ว่าเป็นเพื่อนผู้หญิงของนายแล้วพี่ต้องรับทุกคนนะ บริษัทของเราก็มีมาตรฐานในการรับพนักงาน พี่เองจะทำตัวไม่เที่ยงตรงก็คงไม่ได้” เตชิษฏ์บอกตามตรง น้องชายพยักพเยิดแล้วฉีกยิ้มกว้าง

        ครับพี่ต้น เอาเป็นว่าให้พี่ต้นเห็นความสามารถของน้ำผึ้งเองก็แล้วกัน นอกนั้นผมโอเค ขอบคุณมากนะครับ”

        อืม แล้วไหนรูปถ่ายล่ะ” นอกจากเอกสารพวกนั้นเขาไม่เห็นรูปถ่ายสองนิ้วที่ควรแนบมาด้วย

        พอดีผมไปเร่งๆ ขอเธอมาเลยได้แต่เรซูมเม่ พรุ่งนี้ผมจะให้น้ำผึ้งมาสัมภาษณ์เลยล่ะกันครับ เจอแบบตัวเป็นๆ เลยดีกว่า”

        ได้สิ ว่าแต่วันนี้นายว่างไหมพี่มีเรื่องจะไหว้วานน่ะ พอดีพี่นัดกับรศาไว้แต่คุณอุเอโนะจะเลื่อนนัดจากพรุ่งนี้มาเป็นวันนี้ ถ้านายว่างคืนนี้พี่อยากฝากให้ไปรับรศาแล้วพาเธอไปทานข้าวเย็นที่บ้านเราน่ะ” คำขอร้องของพี่ชายไม่หนักหนา ตรีทัชพยักหน้ารับ ยินดีรับหน้าที่ดูแลปวริศาแทนคนรักตัวจริงโดยไม่เกี่ยงงอน ทั้งที่แปลกใจที่พี่ชายให้เขาไปเป็นตัวแทนรับแฟนตัวเองไปทานข้าว มีอย่างนี้ด้วยน่ะหรือ...

        ได้สิครับ ตอบแทนที่พี่ต้นช่วยรับน้ำผึ้งไว้พิจารณาก็แล้วกันครับ” ยิ้มกว้างอวดแนวฟันเรียงสวยเป็นระเบียบ

        ฉันเริ่มไม่เชื่อแล้วสิ ว่านายกับยัยน้ำผึ้งอะไรเนี่ยจะเป็นแค่เพื่อนกัน เห็นห่วงใยกันมากขนาดนี้ ถ้านายคิดว่าเธอใช่ก็รีบๆ พามาให้คุณพ่อคุณแม่ดูตัวเสียสิ จะซุ่มไว้ทำไมล่ะนายตรี” เตชิษฏ์เย้า สายตาผู้ชายด้วยกันอ่านออกว่าน้องชายคงไม่คิดเพียงเพื่อนกับเธอผู้นี้เป็นแน่

        ผมน่ะแน่ใจในเขา แต่เขายังไม่แน่ใจในตัวผม นั่นล่ะประเด็นครับพี่ชาย ผมต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้เร็วๆ นี้ว่าพร้อมดูแลน้ำผึ้ง และเป็นคนรักที่ดีของเธอได้ ถ้าผมพร้อมผมพาเธอไปที่บ้านแน่นอนครับ”

        คนพูดมาดมั่นในแววตา ยิ่งส่งให้เตชิษฏ์เข้าใจความรู้สึกลึกล้นที่น้องชายมีต่อหญิงสาวที่ชื่อ น้ำผึ้ง ซึ่งแผ่เต็มดวงตาสีเข้มพราวเป็นด้วยความหวัง ส่งให้พิกัดความอยากพบหน้าหญิงสาวทวีคูณขึ้น

        หญิงสาวที่น้องชายปรารถนาเป็นคนเช่นไรกันเล่า จึงอาจหาญกระชากหัวใจคนหนุ่มอย่างตรีทัชให้ถวิลหาได้มากมายเท่านี้


        ยัยรศาวันนี้ไม่ออกไปไหนเหรอ ช่วงนี้คู่หมั้นเราไม่ว่างเลยนะทำอย่างกับทิ้งๆ ขว้างๆ น้องสาวพี่แหน่ะ หรือว่าเขาจะมีกิ๊...ก”

        อย่าเดาเลยค่ะพี่พี พี่ต้นเขาไม่ค่อยว่างเพราะงานที่บริษัทกำลังยุ่งต่างหากล่ะคะ ไม่ใช่ทิ้งขว้างรศาเสียหน่อย แล้วพี่ตรีก็กำลังจะมารับรศาแทนแล้วด้วย” ปวริศาแย้งทันควัน คนพูดทำแก้มป่องใส่พี่ชายอย่างงอนๆ

        พีรยุทธ ยิ้มน้อยๆ กับข้อแก้ต่างแทนคนรักของปวริศา ชายหนุ่มมีนิสัยขี้เล่น ชอบเย้าแหย่น้องสาว รู้ทั้งรู้แก่ใจว่าว่าที่น้องเขยเป็นนักธุรกิจไฟแรงที่มีเป้าหมายเรื่องงานเป็นหลักจึงขาดเวลาดูแลปวริศา ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้ว ทว่ายิ่งเอ่ยถามยิ่งเป็นการขุดคุ้ยให้น้องสาวสะท้อนใจขึ้นมาอาการน้อยใจจึงแล่นพล่าน คนเป็นพี่เลิกแถบคิ้วกับชื่อของ พี่ตรี ที่อีกฝ่ายเอ่ยถึง

        พี่ตรีนี่ใครอีกล่ะ จู่ๆ ก็ส่งตัวแทนมารับเนี่ยนะ คู่หมั้นของรศาคงจะผิดปกติแล้วล่ะ” ชายหนุ่มค่อนขอด แปลกใจในพฤติกรรมของเตชิษฏ์ไม่น้อย มีอย่างที่ไหนให้ผู้ชายอื่นมารับแฟนตัวเองไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผย

        เด็กสาวตวัดค้อนใส่เมื่อพีรยุทธว่าร้ายคนรักของเธอ เตชิษฏ์ไม่ได้ผิดเสียหน่อยที่ชายหนุ่มต้องแบกรับธุกิจของครอบครัวจนไม่มีเวลาให้หล่อน ปวริศาหน้าเบ้ ส่งค้อนอีกหลายตลบจนพี่ชายมองไม่ทัน เขากลั้วยิ้มขันแต่ยังยิ้มเย้า

        พี่ตรีเป็นน้องชายพี่ต้นที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกค่ะ ถ้าไม่มีอะไรจะซักแล้วรศาขอตัวไปเปลี่ยนชุดนะคะ ไม่อยากให้เขารอนาน”

        ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็สะบัดใบหน้าพรืด พาร่างเล็กบอบบางก้าวฉับๆ ออกไปจากห้องรับแขกด้วยอาการแง่งอน ทิ้งพี่ชายนั่งหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พ้นร่างของปวริศามารดาก็ก้าวเข้ามาแทนที่พร้อมค้อนใส่ลูกชายเป็นการเข้าข้างลูกสาวคนเล็ก เพราะนางก็ชื่นชมว่าที่ลูกเขยอย่างเตชิษฏ์ไม่แพ้กัน บางครั้งทำเอาพีรยุทธนึกหมั่นไส้ที่ชายหนุ่มผู้นี้ซื้อใจสาวต่างวัยของบ้านได้อย่างไม่มีข้อแม้ แต่สำหรับผู้ชายด้วยกันกลับมองว่าไม่ว่าการงานจะมากมาย ธุระยุ่งแค่ไหนก็ต้องดูแลคนรักอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ที่เตชิษฏ์ทำคล้ายว่าโดนบังคับ ไม่ก็ทำตามหน้าที่เสียมากกว่า

        แหย่น้องอยู่ได้นะตาพี ดูสิเดินหน้าง้ำไปแล้ว ว่าแต่เราเถอะวันนี้ไม่ออกไปเดทกับสาวที่ไหนหรือ”

        มารดาย้อนถามกึ่งประชดเข้าให้ ลูกชายคนโตเปิดยิ้มกระแอมเบาๆ คล้ายมีก้อนบางอย่างจุกในลำคอ

        พีรยุทธติดอันดับคาสโนว่าตัวพ่อของแวดวงเซเลบริตี้ ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านชาวเมืองเรียกขานว่า ไฮโซ ซึ่งมักควงดาราสาวระดับแถวหน้าของเมืองไทย ลูกสาวนักการเมือง หลายรายที่เขาเป็นข่าวด้วยเพราะควงไปดินเนอร์หรือบางรายถึงขั้นลึกซึ้งชั่วข้ามคืน ก็ด้วยความพร้อมพรักของพีรยุทธซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของตระกูล พูนทรัพย์สิริ

        คุณสิรินทิพย์ ผู้เป็นมารดามีต้นตระกูลที่มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง กับธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นลำดับต้นๆ ของเมืองไทย

        เมื่อยี่สิบปีก่อน นางตกล่องปล่องชิ้นกับนักธุรกิจมือใหม่อย่างบิดาเลี้ยงของเขาแล้วร่วมสร้างฐานะจนเป็นปึกแผ่น ปัจจุบันมีโรงแรมกับรีสอร์ตทั่วหัวเมืองใหญ่ๆ ของเมืองไทยอย่างหัวหิน เชียงใหม่และพังงา โดยการบริหารของกรรมการผู้จัดการใหญ่ซึ่งก็คือมารดาของเขา ส่วน คุณชิตชัย บิดาเลี้ยงซึ่งสุขภาพร่างกายทรุดโทรมลงในช่วงสามปีหลังด้วยโรคหัวใจ ได้ผันตัวไปเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

        คุณแม่ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ เรื่องหาสาวเดทด้วยสักคนสองคนน่ะง่าย แค่ดีดนิ้ว” เขาโอ่ ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ประสาหนุ่มเพลย์บอย

        ย่ะพ่อนักรัก วันไหนเถิดคงมีผู้หญิงกระเตงลูกมาเรียกร้องกับแม่ว่าเป็นเมียแก เมื่อนั้นแม่จะจัดการแกนะตาพี แม่ต้องการลูกสะใภ้ที่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่ใช่คลำพอรู้ว่าเป็นผู้หญิงก็คว้ามาไม่เลือก จำไว้นะตาพีว่าแม่ไม่ชอบ” กำราบพร้อมสั่งสอนเสียงเข้ม

        พีรยุทธปล่อยมารดาบ่นงึมงำ ส่วนเขาตีหน้าเฉยแบ่งรับแบ่งสู้ด้วยการผงกศีรษะส่งๆ ไปก่อน ไฉนเลยจะหยุดพฤติกรรมที่ติดเป็นรากนิสัยได้เพียงข้ามวัน ผู้หญิงกับเพลย์บอยก็เป็นของคู่กันเสียด้วยสิ

        ลูกสะใภ้คุณแม่ยังไม่เกิดมั้งครับ ไอ้ที่ผมควงเล่นก็แค่ผ่านๆ อย่าคิดมากสิครับ รับรองสะใภ้คุณแม่ต้องวิเศษที่สุดแน่” อวดอ้างจนน่าหมั่นไส้ คุณสิรินทิพย์จึงตีเผียะที่ต้นแขนลูกชายพลางส่งค้อนปะหลับปะเหลือก แต่ประเดี๋ยวเดียวก็คลี่ยิ้มเมื่อใจอ่อนไปกับลูกอ้อนของบุตรชาย นางกอดตอบร่างสูงที่เอนมาซบไหล่ด้วยแววตาเอ็นดู

        ชายสูงวัยที่ก้าวเข้ามาเห็นภาพแม่ลูกกอดกันจนชินยิ้มบาง แม้ว่าพีรยุทธจะเป็นลูกติดของภรรยาแต่คุณชิตชัยก็ให้ความรักประหนึ่งเลือดเนื้อเชื้อไข ส่วนน้องนุชสุดท้องอย่างปวริศา เป็นลูกสาวคนเล็กที่เกิดกับเขาและภรรยาคนที่สอง ซึ่งถือเป็นลูกรัก

        ในอดีตเมื่อเขาได้พบกับสาวงาม บุตรสาวของเจ้าสัวสินเป็นตอนที่มีครอบครัวกับลูกสาวหนึ่งคนแล้ว เริ่มจากเรื่องธุรกิจแล้วสานสัมพันธ์จนกระทั่งลึกซึ้งกลายเป็นมีสองบ้านในเวลาเดียวกัน เมื่อถึงวันที่ต้องเลือก คุณชุติมนกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง สถานภาพครอบครัวถูกยื้อไว้นานถึงสามปีอย่างง่อนแง่นก่อนที่ภรรยาใหม่จะยื่นคำขาดให้ทิ้งภรรยาเก่า เขามีลูกสาวกับคุณสิรินทิพย์ในเวลาต่อมา ปวริศาจึงอยู่ในวัยรุ่นราวคราวเดียวกับชลชิณี ห่างเดือนกันเท่านั้น

        คุณชิตชัยออกจากบ้านมาตัวเปล่า ทิ้งขว้างคุณชุติมนกับลูกสาวอย่างไม่ดูดำดูดี และไม่เคยติดตามข่าวคราวของครอบครัวเก่าอีก ตัดอดีตทิ้งจากชีวิตเสมือนว่าตายจากทั้งที่ยังมีลมหายใจ ทุกวันนี้เขามีพร้อมทั้งครอบครัว ธุรกิจที่มั่นคงอีกทั้งลูกชายหญิงจนลืมสิ้นเรื่องเก่า และไม่มีวันย้อนรอยคิดถึงมันอีก


        พี่ผึ้งเก่งจังค่ะพอหางานปุ๊บก็ได้ปั๊บเลย” ชลชิณีอวดยิ้มจนแก้มนวลสีชมพูระเรื่อบุ๋มลง

        สองพี่น้องออกมาเลือกซื้อของใช้กับอาหารที่แผนกซุปเปอร์มาเก็ตในห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน ชญาดายิ้มบางพลางเอื้อมหยิบแพ็กอาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีทั้งขนมจีนแกงเขียวหวาน ข้าวผัดทะเลกับกระเพาะปลาน้ำแดงใส่รถเข็น

        ยังไม่ได้จ๊ะ เขาแค่เรียกพี่ไปสัมภาษณ์พรุ่งนี้ เป็นบริษัทของครอบครัวเพื่อนพี่เอง”

        แต่ตาลเชื่อค่ะว่าเขาต้องรับคนเก่งๆ อย่างพี่ผึ้งแน่ค่ะ เอ๊...แล้วนั่น ทำไมหยิบแต่อาหารกล่องพวกนั้นล่ะคะ” น้องสาวสงสัย ชญาดาชะงักเล็กน้อย ด้วยความเคยชินยามพำนักในต่างประเทศตามลำพังหล่อนพึ่งอาหารสำเร็จรูปประทังชีวิต ไม่ก็บะหมี่ซอง หญิงสาวอยู่ง่ายกินง่ายเป็นนิสัยเพื่อความสะดวกรวดเร็วแบบสาวยุคใหม่ ที่ห่างครัวและอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นต์

        เดี๋ยวนี้พี่ผึ้งไม่ต้องทานอาหารพวกนี้แล้วล่ะค่ะ ไม่อร่อย คุณประโยชน์ก็ไม่ค่อยมี เดี๋ยวตาลกับป้ามาลาจะดูแลอาหารการกินของพี่ผึ้งเอง” เสียงหวานสัญญามั่นเหมาะพลางหยิบอาหารกล่องออกจากรถเข็น ใบหน้าเรียวสีน้ำผึ้งอมยิ้ม ตื้นตันเมื่อมองเห็นความอาทรอ่อนโยนของน้องสาว

        หล่อนไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้วสินะ ยังมียัยน้ำตาล แม่แล้วก็ป้ามาลาอีกคน

        จ๊ะๆ แม่นักโภชนาการคนเก่ง ยังไงก็ช่วยควบคุมน้ำหนักพี่หน่อยก็แล้วกันจ๊ะ อร่อยมากไปพี่คงอ้วนฉุ” ชญาดากลั้วหัวเราะประสานกับเสียงกังวานใสของชลชิณี จากนั้นสองพี่น้องจึงไปยังโซนอาหารสด เลือกซื้อปลากับผักสดเพื่อนำกลับไปทำอาหารเย็น

        หัวค่ำวันนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่คุณชุติมนยอมลุกจากเตียง ลงมาร่วมรับประทานอาหารกับลูกสาวทั้งสอง ความอิ่มเอมหัวใจเกิดแก่ชญาดา ไม่น้อยไปกว่าชลชิณี เพราะเป็นสัญญาณที่ดีว่ามารดาจะอาการดีขึ้นเป็นลำดับเมื่อถูกห้อมล้อมด้วยความรัก และความอบอุ่นของลูก เสร็จจากรับประทานอาหารเย็นจึงแยกย้ายกันไป

        ห้องนอนของชญาดาเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัด เตียงเดี่ยวตั้งอยู่ที่เดิม เฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งยังอยู่ในสภาพเดิม ทั้งกรอบรูปที่เป็นภาพถ่ายคู่กับชลชิณี รูปภาพสามคนแม่ลูกและรูปเก่าๆ สมัยเด็กของเธอ แต่ไม่เคยมีรูปภาพของพ่อในห้องนี้ กระจกเงาตรงโต๊ะเครื่องแป้งสะท้อนเงาวาบเป็นดวงตาสีน้ำตาลเข้มแสนหม่นมัวจากวงหน้าสีน้ำผึ้ง หญิงสาวสะท้อนใจ

        ทุกคน ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ผ่านร้อนผ่านหนาว ตกผลึกเป็นตะกอนของอดีตหม่นเศร้า และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่คิดถึง ทั้งที่ชญาดาอยากลืมความปวดปร่าทั้งหมดนั้นเหลือเกิน...


        เช้าวันใหม่...

        ล๊อบบี้ของตึกสำนักงานสูงชะลูดกลางกรุง คลาคล่ำเป็นด้วยหนุ่มสาวออฟฟิศ ซึ่งเป็นทั้งพนักงานกับผู้มาติดต่อ ชญาดานั้นเป็นอย่างหลัง

        เจ้าหล่อนมาตามนัดของตรีทัช นัดสัมภาษณ์งานที่บริษัทบี เบสท์เฟอร์นิชกรุ๊ป ร่างเพรียวระหงก้าวมาดมั่นไปหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แจ้งความประสงค์ขอเข้าพบบุคคลที่ตรีทัชนัดไว้ให้ ชญาดาเหลือบดูนามบัตรแล้วทวนชื่อของเขาชัดถ้อยชัดคำ

        เตชิษฏ์ บรรณวัตร’

        ดิฉันมาสัมภาษณ์งานค่ะ คนที่ดิฉันต้องมาพบชื่อคุณเตชิษฏ์ ไม่ทราบว่าต้องไปที่ชั้นไหนคะ?” เอ่ยถามสุภาพและเป็นมิตร ต้องแปลกใจกับท่าทีของเจ้าหน้าที่สาวรายนั้น ที่มองหล่อนแปลกปร่า

        มาพบท่านประธาน! เอ่อ รอสักครู่ค่ะ”

        ประชาสัมพันธ์สาวตอบรับเสียงเบา ดวงหน้าฉาบเครื่องสำอางแลลอกแลกยามเหลือบมองชญาดา เธอต่อสายภายในไปที่โต๊ะของเลขาฯ ท่านประธาน ชำเลืองมองชญาดาเป็นระยะแล้วสนทนากับคนในสายอย่างกระซิบกระซาบ

        เชิญนั่งรอที่โซฟาสักครู่ค่ะ ท่านกำลังประชุมจะเสร็จในสิบนาทีนี้ค่ะ” เธอผายมือแล้วระบายยิ้มอิหลักอิเหลื่อ น่าสงสัย

        หลังจากตรีทัชทราบว่าเพื่อนสาวกำลังหางานจึงออกปากช่วยเหลือด้วยการเสนองานให้ทำ เหลือเพียงผ่านการสัมภาษณ์จากผู้บริหารกับฝ่ายบุคคลตามกฎของบริษัท ด้วยความสามารถกับประวัติการศึกษาของชญาดา ทำให้ตรีทัชเชื่อแน่ถึงเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เพื่อนสาวจะได้รับเลือก

        เรือนร่างสะโอดสะองในชุดแส็กสีออฟไวท์สั้นเหนือเข่า อวดเรียวขาเพรียวสวย ทับด้วยเสื้อคลุมแขนกุดตัวสั้น ปกปิดส่วนเว้าลึกตรงช่วงแขนกลมกลึงกับอกอิ่ม ชญาดาย้ายไปนั่งรอที่ชุดโซฟาซึ่งจัดไว้รับรองกลางโถงกว้าง หญิงสาวนั่งตัวตรง มีบุคลิกสง่าราวนางพญา ผิวหน้าสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดฉาบด้วยเครื่องสำอางโทนน้ำตาลทอง เรียวปากหยักสวยมันวาวด้วยลิปกรอสสีโอลโรสกับตวัดมาสคาร่าสีดำเพิ่มความโฉบเฉี่ยวแก่ดวงตาจนมีเสน่ห์ลึกล้ำ

        ทุกอย่างลงตัวในสายตาของผู้พบเห็น ทำให้ชญาดาถูกมองจนเหลียวหลัง หากมองเผินๆ หล่อนเป็นหญิงสาวที่มีรูปลักษณ์งดงามชวนมอง เสน่ห์ล้ำด้วยใบหน้าหวาน ทว่าโดยรวมแล้วทั้งรูปร่างโปร่งเพรียวกับสีผิวก็พาให้ผู้คนคิดเตลิดไปได้เช่นกัน

        นั่นเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วกับสายตาที่มองมาแล้วประเมิน ชญาดาจึงไม่ยี่หระต่อสายตาอคติที่มีต่อเธอ

        คุณชญาดาใช่ไหมคะ เชิญทางนี้ค่ะ” หญิงสาวคนเดิมก้าวเข้ามาถามไถ่ แล้วเชื้อเชิญให้หญิงสาวเปลี่ยนสถานที่รอ

        เมื่อชญาดาก้าวพ้นไปจากล๊อบบี้ จังหวะเดียวกับที่ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลสีดำสนิทหมุนตัวออกห่างจากกระจกใสบานใหญ่ซึ่งตั้งฉากขึ้นเป็นผนังกั้นระหว่างชั้นลอยกับโถงสูงของล๊อบบี้ หญิงสาวอยู่ในสายตาของเขานานสองนานแล้ว นานพอจนมั่นใจว่าเป็นหญิงสาวคนเดียวกับที่พบคืนนั้น ท่ามกลางสถานการณ์ล่อแหลม มืด เปลี่ยว ในย่านสถานที่อโคจร แววตาคมกริบฉายแววดูถูกอีกครั้ง

        นี่น่ะรึผู้หญิงของนายตรี ไก่แก่แม่ปลาช่อนดีๆ นี่เอง

        ความคิดพร่างพรายเป็นไปในทางลบ เตชิษฏ์เหยียดยิ้มตรงมุมปาก อย่างไรก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิดแรกที่ฝังลึก

        ตั้งแต่คืนนั้น...

        ชญาดากลายเป็นหญิงสาวใจแตกที่พร้อมบริการซ้ำยังโก่งค่าตัว ซึ่งเท่ากับว่าผู้หญิงคนนี้หลอกลวงตรีทัชอย่างไม่ต้องสงสัย เขามั่นใจว่าน้องชายจะต้องไม่รู้ที่มาที่ไปกับอาชีพเสริมที่เจ้าหล่อนทำเป็นแน่ เตชิษฏ์คิดเป็นตุเป็นตะ ส่ายหน้าไปมากับความเป็น ไก่อ่อน ของน้องชาย และเขานี่แหละจะทำหน้าที่พี่ชายที่ดี วันนี้นอกจากหญิงสาวผู้นี้จะไม่สมปรารถนา ไม่ได้งานทำ หล่อนจะต้องระเห็จออกไปจากชีวิตของตรีทัช น้องชายเพียงคนเดียวของเขาด้วย

        เตชิษฏ์ก้าวดุ่มๆ ตรงไปยังห้องประชุมส่วนตัวที่ชั้นยี่สิบสอง ซึ่งเปิดเพื่อรับรองชญาดาโดยเฉพาะ


        ตึ๊ง!

        ลิฟต์สำหรับพนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไป นำพาผู้มาสัมภาษณ์ขึ้นไปยังชั้นยี่สิบสองของตัวอาคารสูง ประชาสัมพันธ์สาวต้องทำหน้าที่มากกว่าทุกครั้งด้วยการพาชญาดามาส่งตามคำสั่งของ ภาวิณี เลขานุการส่วนตัวของท่านประธาน

        ที่นี่ล่ะค่ะ เดี๋ยวคุณภาวิณี เลขาฯ ของท่านประธานจะพาคุณไปเอง ดิฉันขอตัวค่ะ” เธอบอกอย่างนุ่มนวล ทว่านัยน์ตาซ่อนรอยแปลกปร่าชอบกล แต่ไม่อยู่ในวิสัยที่ชญาดาจะสนใจ จึงพยักหน้าน้อยๆ พร้อมเอ่ยขอบคุณ เมื่อถูกส่งต่อให้หญิงสาวอีกคน

        ชญาดาไม่แน่ใจนักกับแค่การมาสัมภาษณ์งานทำไมต้องลึกลับซับซ้อน ถูกมองแปลกๆ เมื่อก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเตชิษฏ์ ผู้มาส่งจากไปพร้อมกับความคิดต่างๆ นานา เดาไปเองถึงความสำคัญของหญิงสาวสวยเฉี่ยวคนนี้กับผู้เป็นนาย

        สีหน้าของชญาดาแปลกปนประหม่าน้อยๆ เมื่อมาถึงห้องรอสัมภาษณ์ ด้วยไม่เป็นอย่างที่คิด ที่นี่ไม่ใช่ห้องประชุมโอ่อ่ามีเพียงชุดโซฟาหรูสีครีมกลางห้องกว้าง จัดวางเป็นระเบียบท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์โทนขาวดำ ชั้นวางติดผนังแบบบิวท์อินขนาบคู่ตู้โชว์วางกรอบประกาศนียบัตรหลายใบอวดสายตา แสดงศักยภาพของบริษัทบี เบสท์เฟอร์นิชกรุ๊ป

        ชญาดามิได้คาดเดาไปเองล่วงหน้าว่าพี่ชายของตรีทัชจะเป็นคนเช่นไร จะเหมือนหรือต่างจากตรีทัช ร่างโปร่งระหงก้าวสง่าเข้าไปภายในซึ่งปราศจากเงาของเจ้าของห้อง ภาวิณีผายมือไปยังโซฟาเชื้อเชิญให้นั่งรอนายของเธอแล้วนำกาแฟร้อนมาเสิร์ฟ

        แม้จะรู้สึกว่านานกว่าที่ควร ดวงหน้าเรียวรูปไข่ยังคงนิ่ง ทอดดวงตาคู่คมไปรอบห้องนั้นอย่างพินิจ เดาบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของว่ารักความสะอาดเอี่ยมและเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่น้อยไปกว่าผู้หญิง ทุกอย่างจึงดูเข้าที่เข้าทาง โทนสีขรึมกับของประดับไร้ชีวิตชีวาอย่างรูปปั้นประติมากรรมแอบสแตกสีดำ หรือว่าพวกผู้บริหารที่ถูกงานกับภาระหน้าที่ดูดกลืนจะต้องไร้สีสันเช่นนี้ทุกคน ไม่ต่างไปจากเจ้านายคนก่อนของเธอที่กว่าจะปรับตัวเข้าหากันได้ใช้เวลาร่วมเดือน

        ความคิดของชญาดาหยุดชะงักลงเมื่อปรายตาไปเห็นรูปถ่ายของเจ้าของห้อง หนึ่งในนั้นเป็นตรีทัช แล้วข้างๆ ก็คงเป็น...

        เอ๊ ทำไมดูคุ้นนัก

        บางอย่างสะกิดใจจนดวงตาคู่โตหยุดนิ่งยังตำแหน่งของใบหน้าเรียวยาวได้รูป ซึ่งประดับยิ้มนิดๆ นั่น เรียวตาคมเข้มคู่นั้นกับรอยหยักลึกของรูปปากบางเฉียบที่จัดว่าสวยเกินอิสตรี คล้ายว่าเคยเห็นที่ไหนแล้วติดตา ความสงสัยผลักร่างแบบบางให้ก้าวไปใกล้ เพ่งพินิจแล้วก็เบิกดวงตาคมหวานขึ้น

        หมอนั่น!

        ยังไม่ทันที่ชญาดาจะได้ครางคำนั้นพ้นริมฝีปาก หญิงสาวเป็นต้องหันขวับเมื่อเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งย่างสามขุมเข้ามาใกล้

        ชายหนุ่มร่างสูงกว่าชญาดาเกือบยี่สิบเซนติเมตรยืนโดดเด่นในชุดสูทสากลสีดำสนิท ส่งแววตาดุดันมายังเธอแบบที่เรียกว่า จ้องเขม็ง แล้วยิ้มเหยียดบนเรียวปากสีอ่อนเมื่อหญิงสาวหันกลับมาพร้อมอาการอ้าปากเหวอ เมื่อคนในรูปภาพยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง แต่เสี้ยววินาทีสีหน้าเหลอหลอก็จางหายแทรกด้วยรอยขุ่นมัวในนัยน์ตาคู่สวย

        นั่งก่อนสิ ไม่คิดว่าจะเจอกันเร็วอย่างนี้เลยนะคุณชญาดา ไม่สิต้องเรียกว่าคุณน้ำผึ้ง วันนี้คุณจะมาขายอะไรผมล่ะ”

        เสียงทุ้มต่ำที่ทักทายยิ่งคุ้น ซ้ำเน้นย้ำชื่อหล่อนให้แสลงหูด้วยแววตาไร้ความเป็นมิตร เจ้าของร่างสูงโปร่งพาตัวไปทรุดลงนั่งยังโซฟายาว เอนกายเอกเขนกแล้วยกเรียวขาขึ้นไขว่ห้าง มองมาที่หญิงสาวอย่างท้าทายปนเหยียด

        เจ้าของชื่อ น้ำผึ้ง เม้มปากแน่นเผลอแสดงสีหน้าบูดบึ้งเมื่อถูกคนแปลกหน้าเรียกชื่ออย่างสนิทสนม หล่อนตวัดค้อนใส่ไม่ยั้งเมื่อต้องพบกับเจ้าชายขี่ม้าขาวในคราบคนปากเสียคืนนั้นอีกครั้ง ดวงหน้ากับรอยตาเย่อหยิ่งเชิดขึ้นมองตอบไม่ลดละ แต่ที่ได้รับกลับมาคือการมองอย่างดูถูกหยามเหยียดในเรียวตาสีดำสนิท ร่างระหงยืนนิ่งมองเตชิษฏ์อย่างดูเชิง

        ใครจะรู้เล่าว่าโลกจะกลมดิกจนน่าเกลียดเช่นนี้ บางครั้งหล่อนหวังว่ามันจะบิดเบี้ยว บู้บี้ไปบ้าง แต่ก็ไม่ทันกาลเสียแล้วเพราะที่สุดทั้งสองต้องโคจรมาพบกันอีกครั้งในสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อ น้ำผึ้งเหยียดริมฝีปากอิ่มส่งสายตาดูแคลนเจ้าของสถานที่อย่างไม่ยี่หระบ้าง

        เรื่องงงเรื่องงานหล่อนไม่คาดหวังอีกต่อไปแล้ว กลับซะเลยดีกว่า

        ฉันก็ไม่คิด และกรุณาอย่าคิดว่าฉันตั้งใจจะมาพบคุณอีก คืนนั้นก็ถือว่าเกินพอกับผู้ชายอ่อนโลกที่กลัวว่าจะโดนผู้หญิงอย่างฉันจับ เอาเถอะถือเป็นโชคร้ายซ้ำสองของฉันก็แล้วกันที่ดันต้องหลุดมาอยู่ในวงโคจรของคนที่แยกแยะอะไรไม่ออกอย่างคุณ” หล่อนเบะริมฝีปากหลังโต้ตอบร้อนแรง คนฟังระงับกายสั่นเทิ้มแทบไม่อยู่ ไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจว่าจะพบผู้หญิงกร้าน กล้าต่อล้อต่อเถียงทั้งที่อยู่ในถิ่นเขาเหมือนกัน

        ชญาดา...ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา

        ฮึ่ม..มม

        เตชิษฏ์คำรามลั่นในลำคอ มาดนักธุรกิจหนุ่มแสนเยือกเย็นมลายวับไปกับดวงตาวาวแววท้าท้าย ดวงหน้าผุดผาดเชิดขึ้นจนน่าหมั่นไส้ ชญาดาเองก็ต้องสงบสติอารมณ์ หวั่นเกรงอยู่บ้างเพราะรู้ว่าเสียเปรียบ ที่นี่ที่ของเขา ห้องของเขาและไม่รู้ว่าเนื้อแท้ชายหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างไรกันแน่ แต่แน่นอนว่าต่างจากตรีทัชชนิดไม่เห็นฝุ่น หญิงสาวสัมผัสได้ถึงอานุภาพร้อนของเรียวตาคมกริบ เขาชิงชังดังว่าหล่อนเป็นผู้หญิงสกปรก ชญาดารู้ว่าคนตรงหน้ากำลังตราหน้าว่าหล่อนเป็นอะไรในสายตาเขา คงไม่พ้นผู้หญิงพรรค์นั้นนั่นแหละ

        ถ้าผมเป็นผู้ชายอ่อนโลก คุณก็คงจะเป็นไก่แก่กร้านโลกสินะ หึๆ บอกความต้องการของคุณมาตรงๆ ดีกว่า นอกจากต้องการแสดงตัวว่าเป็นคนสำคัญของนายตรีแล้ว ยังหลอกเจ้านั่นจนหัวปักหัวปำอีก เคยคิดจะทำงานสุจริตแบบที่ใช้สมองมากกว่าใช้ตัวเข้าแลกบ้างหรือเปล่า มันอาจทำให้คุณดู สูง ขึ้นอีกนิดหนึ่งนะ” ปรามาสเสียงหยัน

        ถ้าคุณอยู่สูงจริง ฉันอาจพยายามดันตัวเองให้สูงตาม แต่ฉันว่าระดับเราใกล้กันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ส่วนเรื่องฉันกับตรีคุณไม่เกี่ยวไม่ใช่กงการอะไรของพี่ชาย คุณเป็นแค่พี่ไม่สำคัญไปกว่าคนรักหรอก ไม่เชื่อไปถามตรีดูก็ได้ว่าฉันสำคัญแค่ไหนสำหรับเขา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ตามเทคแคร์กระทั่งเรื่องงานให้ฉันหรอก อย่าพยายามให้ลำบากเลยค่ะคุณเตชิษฏ์” หล่อนเหยียดยิ้มบ้าง

        เพราะถ้อยคำหมิ่นแคลนอย่างรุนแรงจากเรียวปากหยักสวย กดหล่อนเสียต่ำชนิดหมดโอกาสอธิบายความบริสุทธิ์ใจ จึงไม่จำเป็นต้องประกาศความจริงให้คนเช่นนี้ล่วงรู้ เตชิษฏ์จะได้รู้ก็แค่เรื่องราวบาดหู เหตุการณ์บาดใจ ชญาดากัดฟันกรอดเมื่อมองตอบชายหนุ่ม ซึ่งถูกยกฐานะเป็นคู่อริอย่างเต็มตัวแล้ว

        ชิ! นายเตชิษฏ์ เราจะได้เห็นดีกัน

        มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ นายตรีจะต้องหลุดพ้นจากปลิงสวะน่าขยะแขยงอย่างคุณ เพราะผมจะไม่ยอมให้น้องชายกลายเป็นไอ้งั่งรับเดนเหลือทิ้งของผู้ชายนับร้อยที่คุณผ่านมาหรอกนะ อย่าคิดว่าทุกอย่างจะง่ายสิชญาดา” เตชิษฏ์ข่มขู่ คนฟังยิ้มหยันไร้แวววิตกหวาดกลัว

        ง่ายหรือไม่ง่ายฉันจะสู้ยิบตา อำนาจของพี่ชายคงไม่มากไปกว่าเสน่หาที่ไม่เข้าใครออกใครหรอกนะ แล้วคุณจะรู้คุณเตชิษฏ์ว่าคุณแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม รออ้าแขนรับสะใภ้สกปรกๆ ที่ผ่านมือชายมาเป็นร้อยอย่างฉันได้เลย” ปลายเสียงกร้าวกระด้าง หมายมาดเพียงเอาชนะ

        จบคำร่างระหงก็หมุนตัวจะจากไป หลังสาแก่ใจที่ได้สาดถ้อยคำโกหกคำโตใส่พี่ชายของตรีทัชจนเขาเต้นผาง แต่ด้วยสัมพันธภาพที่มีอยู่จริงระหว่างเธอกับตรีทัชเป็นแค่เพื่อนสนิท และเธอไม่ใช่ผู้หญิงรายทางหาซื้อได้ด้วยเงินอย่างที่เขาเข้าใจ แต่ป่วยการที่จะอธิบาย เตชิษฏ์ก็เหมือนคนป่วยหนักที่ยากเยียวยาในสายตาของชญาดา

        ชญาดา!” ตวาดลั่นห้อง

        ร่างสูงโปร่งผุดลุกจากท่านั่งเอกเขนก ก้าวพรวดเดียวไปถึงตัวก่อนที่หญิงสาวจะก้าวไปถึงประตู กระชากทีเดียวร่างอรชรเซมากระแทกแผ่นอกแข็งๆ เขาหมุนตัวหล่อนกลับมาเผชิญหน้า จ้องมองด้วยแววตาดุดัน

        ถ้าหากคุณจะเอาชนะผมด้วยเสน่ห์ยั่วยวนกับจริตมารยาหญิง ผมก็คงต้องใช้เสน่หาร้อนแรงของผู้ชายกับคุณเหมือนกัน และผมเชื่อแน่ว่าผมจะชนะ หึๆ”

        เรียวปากหยักสวยซึ่งอยู่เหนือหน้าผากกลมมนเมื่อครู่โฉบลงมาชิดอย่างรวดเร็ว แนบปิดริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังจะประท้วง กลืนกินลมหายใจติดขัดของชญาดาจนสิ้นด้วยจูบร้อนแรง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #660 respiration (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 22:02
    ผึ้งสู้ๆ
    #660
    0
  2. #607 fuengfahrainbow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2555 / 22:50
    โอ้ปากดีทั้งคู่ เป็นคู่กัดตั้งแต่ต้นตอนจบเป็นคู่รักที่หวานชื่นรึป่าวเนี่ยยย
    พระเอกมีนิสัยไม่ดีอย่างหนึ่ง ตัดสินใจคนเพราะรูปภายนอกทั้งยังไม่รู้นิสัยใจคอเขาเลย...ไม่น่ารักเลยนะคะ
    พ่อนางเอกเห็นแกตัว เลวจริงๆ
    #607
    0
  3. #419 pharahoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 16:00
    สงสารครอบครัวนางเอก พ่อนางเอกเลวอ่ะ รับไม่ได้ นี่ก็ลูกเหมือนกัน
    #419
    0
  4. #149 bua-dan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2553 / 15:15
    เข้ามาอ่านครั้งแรกค่ะ
    ถูกใจมาก
    5555555555555555
    #149
    0
  5. #108 mommam_d (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 13:47
    ตอบเม้นต์จากตอน 4 จ้า 
    ความคิดเห็นที่ 12
     
    ใช่เล้ย สู้ๆ ค่า

    ความคิดเห็นที่ 14
    คุณช่อชะเอมคะ เตชิษฏ์ใจแคบมากอ่ะค่ะ น่าหมั่นไส้ที่สุด หุหุ

    ความคิดเห็นที่ 15
    คุณ lovely ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ 

    ความคิดเห็นที่ 16 
    จริงจ้า คริคริ

    ความคิดเห็นที่ 18
    พี่แป๊ดคะ 
    คุณชิตชัยใจร้ายมากจริงๆ ไม่รับเป็นลูก ไม่ไยดีครอบครัว 
    โอว สงสารคนเป็นลูก * _ *

     
    #108
    0
  6. #18 naowarat_epp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 22:03
    ทำไมนายชิตชัยถึงไม่ไปดูดำดูดีลูกๆบ้างเลย ยังไงก็ลูกเหมือนกัน
    เลือกคนใหม่เพราะเงินด้วยหรือเปล่า เป็นพ่อประสาอะไร รักลูกคนอื่นได้แต่ลูกตัวเองทิ้งขว้าง
    พอมาอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่าชอบๆที่มาอัพใหม่มากๆจริงๆค่ะ
    #18
    0
  7. #16 koonja-jaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 11:57
    โอว คุณต้นปากว่าปากถึงดีแท้ อิอิ
    #16
    0
  8. #15 lovely (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 04:34
    เก่งจัง



    ขอชม writer จากใจเลยค่ะ



    บอกตามตรงน่ะค่ะเพิ่งเข้ามาอ่านนิยายของ writer เรื่องแรก



    ถึงขั้นติด สงสัยต้องตามอ่านเรื่องอื่นด้วย......อิอิ
    #15
    0
  9. #14 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 01:57
    เริ่ดอะไรเช่นนี้ มันส์มากกกกก...



    ชอบอ่ะค่ะ สุดยอดเลย 555++ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อ แต่คุณต้นน่าหมั่นไส้จริงๆอะ ใจแค๊บแคบ ไม่กะฟังคำอธิบายอะไรก็ตัดสินเพียงเพราะภาพที่เห็นแล้ว



    คอยดูเถอะ มารู้ทีหลังแล้วจะเสียใจที่ทำกับเค้าแบบนั้น



    น้ำผึ้งสู้ๆ คุณแหม่มสู้ๆ ^0^
    #14
    0
  10. #12 MeMe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2553 / 12:55
    สะใจมากเลยค่ะหนูน้ำผึ้ง อย่ายอมแพ้นะ
    #12
    0