พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 3 : ตอน 1 ผีเสื้อราตรี < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    23 พ.ค. 55

ตอน 1

ผีเสื้อราตรี

                หลังจากชลชิณีถอดชุดครุยออกพับเก็บใส่ถุงเรียบร้อยเหลือเพียงชุดนักศึกษาสมตัว เรือนร่างเล็กผอมบางกว่าผู้เป็นพี่สาวหอบดอกไม้กับถุงของขวัญพะรุงพะรังเตรียมตัวกลับบ้าน หลังผ่านความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเพราะต้องยืนนานๆ กับเดินถ่ายรูปจนทั่วมหาวิทยาลัย

                ยามนี้ชลชิณี ปวีณา กับฉัตรชนกเห็นพ้องตรงกันว่าจะกลับ หรือยอมแพ้ต่อการสรรหาจุดถ่ายภาพที่ตั้งเป็นซุ้มรอบัณฑิตใหม่แวะเวียน สามสาวเริ่มร้องโอดครวญเพราะโดนรองเท้าคัทชูสีดำกัดจนระบม ส่วนใบหน้าสวยๆ ก็เยิ้มเพราะเหงื่อซึมจนไม่น่ามอง ยุติ! พวกเธอพยักพเยิดใส่กัน แล้วหันไปชวนชญาดาออกจากมหาวิทยาลัย

                ในเวลาเย็นย่ำเช่นนี้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยกลับยิ่งครึกครื้นคึกคัก เต็มไปด้วยเหล่าบัณฑิตใหม่ที่ออกมาจากหอประชุม เพื่อนกับญาติที่มาร่วมแสดงความยินดีจนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยแลคับแคบทันตา สำหรับชลชิณี วันแห่งความสำเร็จซึ่งเป็นก้าวแรกของชีวิตมีเพียงเพื่อนสนิทกับพี่สาวเท่านั้น แต่ก็มิได้ทำให้ความสุขสำเร็จของวันจางลง ใบหน้าหวานยังอิ่มเอิมไปด้วยความสุข ปลื้มปีติกับรางวัลชีวิตที่ขวนขวายมาได้พร้อมเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

                จะกลับกันยังไงล่ะเนี่ย ดูถุงของขวัญของน้ำตาลสิ กลับรถเมล์คงไม่ไหวแน่ๆ” เพื่อนสาวคนหนึ่งกระเซ้า ยัยน้ำตาลบุ้ยใบ้ไปหาพี่สาวคนสวย

                มีพี่ผึ้งมาด้วยทั้งคน เรียกแท็กซี่แอร์เย็นฉ่ำเลยนะคะพี่ผึ้ง ตาลเดินจนขาจะหลุดเป็นเสี่ยงๆ ร้อนจนตัวจะสุกแล้วค่ะ” ชลชิณีออดอ้อน ส่งประกายตาแวววาวใส่ชญาดา ดูน่าเอ็นดู

                จ๊ะๆ ไปกันเลยสาวๆ เดี๋ยววันนี้พี่จะพาพวกเราไปเลี้ยงเอง” เจ้ามือใหญ่เอ่ยปาก เรียกรอยยิ้มจากสามสาวรุ่นน้องได้ดีโดยเฉพาะชลชิณี เธอโผเข้าซบร่างบอบบาง อ้อนพี่สาวอย่างเด็กไม่ยอมโต

                เสร็จจากงานเลี้ยงที่ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา สองศรีพี่น้องจึงเรียกแท็กซี่กลับบ้าน ระหว่างนั้นเป็นช่วงเวลาที่ชญาดารำลึกถึงเรื่องเก่า บ้านหลังเก่าที่เคยมีความผูกพันรออยู่ พร้อมกับมารดาของหล่อน คุณชุติมน

                บ้านจัดสรรซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ลึกเข้าไปในแถบชานเมือง ซึ่งบัดนี้ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้าชญาดาแล้ว รถโดยสารรับจ้างสีเขียวเหลืองจอดสนิทตรงหน้าประตูรั้วเตี้ย ซึ่งเกาะไปด้วยเนื้อสนิมสีน้ำตาลออกแดง

                แวบแรกที่หญิงสาวปราดมองลอดซี่รั้วเหล็ก นัยน์ตาคมหวานเก็บทุกรายละเอียดในความมืดสลัว กลิ่นของความเก่า ทั้งบรรยากาศเดิมๆ คืออุดมไปด้วยไม้ดอกไม้ใบ อย่างดอกแก้วกับต้นมะม่วงสูงใหญ่ยังยืนต้นแผ่กิ่งก้านปกคลุมคู่ประตูรั้วเตี้ยๆ อันเดิม ในวัยเด็กอยู่เหนือสายตาแต่เวลานี้รั้วนั้นสูงเทียบเอวของเธอเท่านั้น

                เข้าบ้านกันเถอะค่ะพี่ผึ้ง ดึกแล้ว” น้ำตาลร้องเรียกพี่สาวแจ้วๆ เมื่อคนเป็นพี่ดูใจลอย มือเรียวบางจับราวเหล็กอยู่ในท่าเดิม นานสองนาน

                จ๊ะๆ” รีบพยักหน้าแล้วตามเข้าไป ชญาดาชะงักเล็กน้อยเมื่อแสงไฟสีเหลืองนวลกระทบนัยน์ตาจนพร่างพราย ร่างแบบบางก้าวมาถึงห้องรับแขกไม่มีร่างของมารดานั่งรอการกลับมาของชลชิณี เธอหันกลับไปมองน้องสาว สบตาเป็นคำถาม

                แม่อยู่ที่ไหนล่ะน้ำตาล ในห้องรับแขกก็ไม่มี” แววตาของชลชิณีไหววูบเล็กน้อยก่อนคลี่ยิ้มบางกลบเกลื่อน มือเล็กเอื้อมมาดึงมือชญาดา พยักพเยิดไปยังชั้นบน

                แม่อยู่ข้างบนค่ะพี่ผึ้ง ห้องเดิมนั่นแหละค่ะ” ปลายเสียงกระตือรือร้น จับจูงมือพี่สาวขึ้นไปชั้นบนของบ้าน

                ทุกก้าวที่เหยียบย่างเข้าสู่บ้านหลังเก่าสร้างความหดหู่แก่ชญาดาทีละน้อย จนกระทั่งพอกพูนเต็มจิตใจในตอนที่จะได้พบหน้าคุณชุติมน

                ความเจ็บปวดสะท้อนแปลบปลาบจนไม่กล้าผลักประตูบานนั้น ประตูซึ่งกักเก็บความปวดร้าวของคนซึ่งถูกทอดทิ้งอย่างมารดาของเธอ ป่านนี้แล้วมารดาจะเป็นอย่างไร คลายความโศกเศร้าต่อเหตุการณ์ในครั้งนั้นแล้วหรือยัง หรือจะเป็นอย่างเธอที่เก็บทุกอณูความรู้สึกน้อยใจไว้กับตัว

                ไม่ว่าวันเวลาจะเลยผ่านไปสักเพียงไหน เด็กหญิงที่ชื่อน้ำผึ้ง ยังจดจำการสูญเสียบิดาไปอย่างแม่นยำในทุกบททุกตอน ในขณะที่ตอนนั้นชลชิณียังไม่ได้ลืมตาดูโลก เรียวขาเพรียวยาวประดุจนางแบบหยุดนิ่งที่ข้างเตียงกว้าง ตรงกลางเป็นที่ที่ร่างผ่ายผอมในชุดนอนแบบกระโปรงซุกตัวใต้ผ้านวม ทั้งยังลืมตาโพลง

                แม่...

                คุณหนูน้ำผึ้ง!” คำอุทานเป็นของ มาลา แม่บ้านเก่าแก่ที่ติดตามปรนนิบัติคุณชุติมน ตั้งแต่เพิ่งเริ่มมีครอบครัวจนถึงปัจจุบัน

                คุณชุคะ ดูสิคะนั่นคุณหนู!” นางมาลาเอ่ยบอกนายหญิงซึ่งยังนอนนิ่ง ไร้การรับรู้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี

                ชลชิณีก้าวเข้าไปนั่งลงข้างๆ มารดา พลางดึงมือของแม่มากุม ลูบไล้เบาๆ จนกระทั่งนางหันกลับมาโต้ตอบสัมผัสนั้น เรียวตาโรยราเหม่อลอยกะพริบถี่แต่ยังรับรู้ว่านั่นคือลูกสาวคนเล็กของนาง

                ตาล น้ำตาลหรือลูก”

                แม่คะดูสิคะว่าตาลพาใครมา นี่พี่ผึ้งค่ะแม่” น้องสาวทำหน้าที่แนะนำราวกับชญาดาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านก็ไม่ปาน

                คุณชุติมนเบือนใบหน้าค่อนข้างขาวจัดมองมาทางร่างโปร่งระหงช้าๆ นางจำใครไม่ได้และหลงลืมเรื่องในอดีตบางตอนไป แม้จะมีอายุเพียงห้าสิบปีเศษๆ เหตุเพราะถูกกระทบกระเทือนจิตใจในวัยสาว ตั้งแต่นั้นมาคุณชุติมนเกิดอาการทางจิตจนกระทั่งโรคร้ายเข้าครอบงำ และไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเองอีก ชญาดากัดริมฝีปากบอบบางจนช้ำ ทรุดลงนั่งข้างๆ ชลชิณี

                แม่คะผึ้งกลับมาแล้วค่ะ กลับมาหาแม่แล้วนะ” ชญาดาสะอื้นฮัก

                ร่างโปร่งเพรียวโผเข้ากอดร่างผอมเกร็งของมารดา รอยตาของนางมาลาที่ช่วยดูแลคุณชุติมนมาตลอดปลาบปลื้ม เมื่อเห็นว่าคุณหนูคนโตกลับบ้านแล้ว แม้ว่าชญาดาเคยประกาศจะเรียนต่อปริญญาโทและพำนักอยู่ที่ต่างประเทศไปตลอด เพียงเพราะเจ้าหล่อนต้องการหลบเลี่ยงที่ต้องกลับมาบ้านเกิด ความชอกช้ำทำให้อยากหนีหน้า อยู่ให้ห่างที่ที่เคยมีความสุขร่วมกันโดยไม่ได้รู้ว่าได้ละเลยมารดาไว้ตามลำพัง เป็นภาระแก่น้องสาวกับป้ามาลามาตลอดหลายปี

                น้ำผึ้งจริงๆ เหรอ ใช่น้ำผึ้งลูกแม่ใช่ไหม?” สุ้มเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม คล้ายว่าบุตรสาวคนโตดึงนางออกจากภวังค์เลื่อนลอยได้ชั่วขณะ

                ชลชิณีเผยยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเห็นมารดาโอบกอดพี่สาวไว้ ไม่ว่าคุณชุติมนจะป่วยและจดจำเรื่องเก่าๆ ไม่ได้ แต่ลูกคือตัวตนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้ชะงัด อย่างน้อยสายสัมพันธ์ระหว่างกันยังคงอยู่ ผูกพันมิอาจตัดขาด จะนานเท่าไหร่ชญาดายังมีตัวตนในหัวใจของคนเป็นแม่เสมอ

                ค่ะแม่ ผึ้งเอง น้ำผึ้งของแม่กลับมาแล้วค่ะ” สตรีทั้งสามกอดกันกลม ยังความปีติยินดีท่วมท้น

                สำหรับชลชิณีแล้วมากยิ่งกว่าการได้รับปริญญาบัตรพร้อมเกียรตินิยมในวันนี้เสียอีก สำหรับชญาดามากยิ่งกว่าความสำเร็จครั้งใดในชีวิตของหล่อน แต่เป็นความสุขทางใจที่ครอบครัวเหมรัตน์ห่างเหินมองข้ามมาตลอดเจ็ดปี

                แม่คะผึ้งจะกลับมาอยู่ที่บ้านของเรา น้ำตาล พี่จะกลับมาทำงานที่เมืองไทยจ๊ะ”

                ชญาดาตัดสินใจได้โดยง่าย ยังความปลาบปลื้มมาสู่หัวใจทั้งสามดวง ต่อจากนี้บ้านจะกลับมาเป็น บ้าน อีกครั้ง

 

                ชลชิณีดุนหลังพี่สาวต่างวัยเพียงสามปีไปยังห้องนอนของเธอ ซึ่งอยู่ติดกับห้องของคุณชุติมน เนื่องจากห้องเดิมของชญาดากลายเป็นห้องเก็บของไปแล้ว ป้ามาลาต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันในการจัดเก็บ แปรสภาพพร้อมเข้าอยู่ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งไม่เป็นปัญหาต่อชญาดา ที่ต้องอาศัยนอนกับชลชิณีในคืนแรก

                ห้องนอนสีหวานค่อนไปทางกุ๊กกิ๊กน่ารัก ตกแต่งด้วยสีชมพูกับตุ๊กตาหมีทำให้พี่สาวอดยิ้มไม่ได้ ชลชิณียังอ่อนวัยและไร้เดียงสาแม้ว่าเธอจะล่วงเข้าวัยยี่สิบปีเต็มแล้วก็ตาม สองพี่น้องช่วยกันรื้อค้นชุดที่นอนสำรองออกมาปูข้างเตียงเดี่ยวของน้องสาว ซึ่งก็น่านอนเพราะหนานุ่มด้วยผ้านวมสีหวานกับหมอนนุ่มนิ่มใบโต สำหรับคนที่กำลังเหนื่อยล้า แค่นี้ก็มากพอแล้ว ชญาดาทรุดกายโปร่งเพรียวลงนั่งบนเตียงนุ่มหยุ่น ถอดกระเป๋าหนังกลับสีน้ำตาลที่ตนสะพายออกจากตัว ชลชิณีนั่งลงข้างๆ มองด้วยความสนใจ

                “แล้วเสื้อผ้าของพี่ผึ้งล่ะคะ ตาลลืมถามไปเลยยังไม่เห็นกระเป๋าเดินทางสักใบ”

                “ไม่มีหรอกจ๊ะ ที่จริงแล้วพี่ตั้งใจจะมางานของตาล เสร็จแล้วจะบินกลับวันพรุ่งนี้กะว่าเสื้อผ้าก็มายืมน้ำตาลใส่เอา แต่ถ้าต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อยก็ค่อยไปหาซื้อเอาทีหลังก็ได้”

                แต่ที่พี่ผึ้งบอกแม่กับตาล เป็นการเปลี่ยนแผนขนานใหญ่ไม่ใช่เหรอคะ” ดวงตากลมโตพร่างพรายยามจ้องมองใบหน้าคมขำของชญาดาอย่างค้นหา นี่พี่สาวของเธอไม่อยากอยู่เมืองไทยเพียงนี้เชียวหรือ...

                “ใช่จ๊ะ ไม่อยู่ในหัวพี่เลย แต่เพื่อแม่ พี่จะชดเชยให้แม่กับน้ำตาล หลายปีมานี้พี่เห็นแก่ตัวมากจนไม่รู้เลยว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง พี่จะอยู่ที่นี่เท่าที่พี่สามารถ จนกว่าจะถึงเวลาที่จะกลับไปเรียนต่อปริญญาเอกเพื่อดูแลแม่กับน้ำตาลบ้าง”

                ชญาดาบอกเล่าเรื่องในใจอย่างอ่อนโยน ก่อนหน้านี้เจ้าหล่อนตั้งใจเพียงแวะมาเยี่ยมบ้าน ใจร้ายขนาดที่จะกลับเพียงแค่เหยียบถึงเมืองไทยยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะมารดา ชญาดาหันมายิ้มให้น้องสาวพลางลูบเรือนผมยาวสลวยนุ่มนิ่มเบามือ

                “ต่อไปนี้พี่จะทำเพื่อครอบครัวของเรา อะไรที่เราสูญเสียไปเราจะต้องได้คืน อะไรที่เราควรต้องได้พี่จะหามาให้ น้ำตาลเชื่อพี่นะ”

                “ค่ะ” น้ำตาลยิ้มกว้าง โอบรอบเอวพี่สาวไว้แน่น เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ชญาดารู้สึกว่าอบอุ่นหัวใจ


                คนเป็นพี่กำลังปฏิญาณหนักแน่น หมดเวลาเสียใจ คร่ำครวญต่ออดีตที่ชายคนนั้นไม่รู้สึกรู้สา หมดเวลาเศร้าสร้อยหม่นเศร้า

                นี่เป็นเวลาของวันใหม่ที่ ชญาดา เหมรัตน์ จะประกาศตนเป็นผู้ได้ มิใช่สูญเสีย...

 

                สองหนุ่มทายาทแห่งตระกูลบรรณวัตรนั่งอยู่พร้อมหน้า เรียกรอยยิ้มปีติจากใบหน้าของบุพการี คุณกอบกิจกับคุณมยุริน เนื่องจาก ตรีทัช บุตรชายคนเล็กที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากประเทศออสเตรเลียเดินทางกลับเมืองไทย เพื่อช่วย เตชิษฏ์ พี่ชายบริหารงานส่งออกเฟอร์นิเจอร์

                ครอบครัวบรรณวัตรเป็นเจ้าของกิจการ ธุรกิจส่งออกในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ระดับชั้นนำ ซึ่งกำลังขยายสายการผลิตสู่ตลาดในโซนเอเชียกับยุโรป สินค้าออกแบบภายใต้แบรนด์ไทยโดยใช้วัตถุดิบจากในประเทศ เกิดเอกลักษณ์โดดเด่นไม่แพ้แบรนด์นอก ภายใต้การบริหารงานโดยคุณกอบกิจ ซึ่งเพิ่งจะโอนถ่ายอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดสู่ผู้บริหารคนใหม่ นั่นก็คือบุตรชายคนโต

                เตชิษฏ์ บรรณวัตร’

                นักบริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จในการนำ บริษัทบีเบสท์เฟอร์นิชกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จนสามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เป็นหนึ่งในแบรนด์เฟอร์นิเจอร์แถวหน้าของเมืองไทย

                ค่ำคืนนี้งานเลี้ยงต้อนรับตรีทัชจัดขึ้นที่บ้านบรรณวัตรเป็นการส่วนตัว คนในครอบครัวพร้อมหน้ากับอีกหนึ่งเป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวย มารยาทงดงาม ทำให้ตรีทัชเหลือบมอง ปวริศา บ่อยครั้ง เขาไม่อยู่เมืองไทยเกือบสองปี ระหว่างเตชิษฏ์กับหญิงสาวผู้นี้คืบหน้าขนาดเป็นคู่หมั้นคู่หมาย พี่ชายเขาเองนี่ไวไฟไม่น้อย

                คนน้องคิดในใจเรื่อยเปื่อย พี่ชายต่างจากเขาในเรื่องความรัก เตชิษฏ์เป็นคนหนุ่มที่จริงจังทั้งเรื่องงาน เรื่องความรักและปวริศาดูจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เตชิษฏ์ให้ความสนใจ ทั้งที่ตอนแรกคล้ายการคลุมถุงชนมากกว่า เมื่อมารดาของเด็กสาวคุ้นเคยกับมารดาของเขาจึงนัดแนะให้ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกัน จนกลายเป็นความสนิทสนมและถึงขั้นหมั้นหมาย

                ส่วนเขาแม้ว่าจะพบเจอหญิงสาวหลายชาติหลายภาษา ไม่มีหญิงสาวคนไหนฝ่าหัวใจหนุ่มโสดได้เหมือนชญาดา แต่เขากลับไม่กล้าบอกความในใจจึงวางหล่อนไว้แค่เพื่อนสนิท หากวันใดผลีผลามเขากลัวว่าจะสูญเสียเพื่อนสาวไป ชญาดาไม่เหมือนใคร นับครั้งไม่ถ้วนแล้วที่เจ้าหล่อนปฏิเสธชายหนุ่มที่เข้ามาเกาะแกะ ตั้งแต่นั้นมาตรีทัชปณิธาน เขาจะต้องรอเวลาที่ต่างคนต่างพร้อม รอจนวันหนึ่งเพื่อนสาวหันมามองเขาอย่างผู้ชายคนหนึ่ง กว่าจะถึงวันนั้นเขาไม่เดือดร้อนเพราะให้อิสระตนเองกับอีกฝ่ายอย่างยุติธรรม

                หนูรศาเองก็เพิ่งจะรับปริญญา ถือเสียว่าวันนี้เลี้ยงต้อนรับตาตรี กับเลี้ยงแสดงความยินดีให้หนูรศาไปพร้อมกันเลยนะจ๊ะ”

                เจ้าภาพเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ปวริศาหันมายิ้มอ่อนหวานสบตาคนรัก ประณมมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่เอ็นดูหล่อนดุจลูกสาว ตรีทัชยิ้มมุมปากกับนัยน์ตาหวานๆ ที่พี่ชายส่งตอบคู่หมั้น แอบอิจฉาแถมยังพานไปคิดถึงหญิงสาวอีกคน

                อิจฉาพี่ต้นแล้วสิครับ มีคู่หมั้นน่ารักๆ อย่างน้องรศา สงสัยว่าผมจะต้องเร่งหาแฟนด่วนแล้ว” คนพูดกลั้วยิ้มขัน

                แม่ไม่เอาแหม่มผมทองนะตาตรี ไม่ชอบ คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก” มารดาดักคอทันควัน

                กลัวใจเหลือเกินว่าการกลับมาครั้งนี้ของตรีทัช จะหอบหิ้วอะไรที่ท่านไม่ปรารถนามาด้วย ลูกชายหัวเราะขันกับสายตาค้อนปะหลับปะเหลือกของมารดา ไม่มีปัญหา...เพราะนั่นไม่ใช่สเป็กของเขา จะว่าไปที่เขาถูกใจก็มีแต่ใบหน้าคมหวานสีน้ำผึ้ง เรียวตาคมเฉี่ยว มีความจริงใจกับอุปนิสัยพูดจาตรงๆ แบบชญาดานั่นต่างหาก

                ผมนิยมของไทย สาวไทยครับแม่ ลูกสะใภ้คุณแม่เป็นสาวไทยแท้แน่นอน แต่ตอนนี้ผมยังไม่มีฝีมือจีบเธอมาเป็นแฟน เลยพามาอวดอย่างพี่ต้นไม่ได้” หันไปกระแซะไหล่พี่ชาย ยิ้มเย้าอย่างอารมณ์ดี เตชิษฏ์ส่ายหน้าน้อยๆ ข่มตาปรามน้องชาย เพราะแฟนสาวขี้อายเริ่มขัดเขิน ปวริศาก้มดวงหน้าเห่อแดงลงเล็กน้อย หล่อนเรียบร้อยน่ารักในสายตาผู้ใหญ่ วางตัวดีมีมารยาทในวงสังคมจนคุณมยุรินหลงรัก ความที่ไม่มีลูกสาวท่านจึงเอ็นดูปวริศาราวบุตรีแท้ๆ

                งั้นก็รีบๆ หาจะได้ทันใจคุณแม่เขา อย่าลืมพาคนที่ใช่มาให้พ่อเจอบ้างล่ะ” คุณกอบกิจบอกตรีทัช เขาพยักหน้ายิ้มพราย

                ครับพ่อ” ตรีทัชพยักพเยิด ใจอยากทำอย่างนั้นอยู่หรอก แต่ชญาดากำลังจะบินกลับออสเตรเลีย คิดได้อย่างนั้นร่างสูงก็เคลื่อนกายลุกขึ้น

                คุณพ่อพูดปุ๊บ ผมก็คิดถึงเขาปั๊บเลยครับ ขอตัวไปโทรหาเธอก่อนนะครับคุณพ่อคุณแม่” ยิ้มทะเล้น

                ใครกันล่ะ ผู้หญิงที่ทำให้นายตรีผลุนผลัน ใจร้อนโทรศัพท์ไปหา ไม่ใช่แฟน แต่เป็นคนสำคัญเท่านั้นรึ!

                เตชิษฏ์ปรายตามองร่างไหวๆ ของน้องชาย อึดใจก็แวบหายไปทางหน้าบ้าน ใจหนึ่งอยากเห็นหน้าค่าตาเธอคนนั้นขึ้นมาบ้าง ว่าเป็นใคร

                บทสนทนาดึงชายหนุ่มกลับมา เขาจึงให้ความใส่ใจต่อปวริศาแทนผู้หญิงของน้องชาย ตรีทัชทิ้งให้คนในครอบครัวคุยเรื่องสัพเพเหระในห้องรับแขก ส่วนเขาเดินเตร่รับลมเย็นในสวนขณะต่อโทรศัพท์มือถือถึงน้ำผึ้ง

                ตรี!” คนปลายสายส่งเสียงสูงทักทาย ประหลาดใจนัก ตรีทัชเลิกแถบคิ้วเข้มเพราะได้ยินเสียงดนตรีอึกทึกแทรกเข้ามา

                น้ำผึ้งอยู่ที่ไหนเหรอครับ เสียงดังจัง”

                ผึ้งออกมาดื่มกับเพื่อน ตรีมีอะไรหรือเปล่า ด่วนไหมจ๊ะ” สุ้มเสียงอ่อนหวานดึงความคิดถึงหนักหน่วง สงสัยจะเพราะอิจฉาที่พี่ชายควงแฟนสาวออกนอกหน้า เขาเลยคิดเตลิดอยากมีคู่ควงขึ้นมาบ้าง ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมากับอารมณ์ลุ่มๆ ดอนๆ ของตน คลี่ยิ้มบาง

                เปล่าครับ แค่คิดถึง” ตอบตรงพาให้ใบหน้าคนฟังแดงแปร๊ดกะทันหัน เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนหนุ่มที่จู่ๆ ก็โปรยคำหวานหว่านไม่เลือกเวล่ำเวลาเช่นนี้

                อื้อ ผึ้งก็คิดถึงตรีนะ เอาไว้พรุ่งนี้เช้าผึ้งโทรไปหาตรีล่ะกันนะจ๊ะ” ชญาดาบอกอ้อนๆ

                ครับ” บรรยากาศไม่เป็นใจจะให้หวาน เพราะดังอึกทึกจนต้องตะโกนคุยกัน อีกทั้งชญาดายังรู้สึกแปลกจนใจเต้นตึกตัก หญิงสาวพ่นลมหายใจเฮือกยาวเมื่อชายหนุ่มรับคำแล้ววางสายไป แต่ชญาดายังไม่วายเก็บมาคิดต่อ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนหนุ่มสิน่า ทั้งที่ปกติแล้วตรีทัชไม่เคยแสดงออกอะไรเช่นนี้ วันนี้กลับเอ่ยคำหวานหูที่ไม่คุ้นเอาเสียเลย

                ตั้งแต่กลับมาถึงเมืองไทย อะไรๆ ก็แปลกไปเสียหมดรวมไปถึงตรีทัชด้วย ถึงกับทำให้หล่อนเสียกระบวน ความคิดวับหายเมื่อถูกมือเล็กขยุ้มที่หัวไหล่เปล่าเปลือย ปรียานุชสะกิดเรียกคนในภวังค์จนหันขวับ

                โธ่นุช ตกใจหมด”

                ใครโทรมาเหรอผึ้ง แล้วนั่นเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแปลกๆ”!!

                คนถามวางขวดเบียร์เย็นเฉียบสองขวดลงบนโต๊ะกระจกสีเทาเข้ม หลังเดินเซแซดฝ่าฝูงชนจากเคาน์เตอร์จนมาถึงตัวชญาดา

                เพื่อนน่ะ ไม่มีอะไรหรอกนุช” ชญาดาปัดทิ้ง แล้วหันมาหาเพื่อนสาวคนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนระดับประถม ต้องห่างกันเมื่อหล่อนไปเรียนต่อต่างประเทศเมื่อหลายปีก่อน เมื่อกลับมาจึงติดต่อหาปรียานุชเป็นคนแรก แล้วการนัดพบก็เป็นที่ผับแห่งหนึ่งในย่านสถานบันเทิงของคนนอนดึก

                โถๆ ไอ้เราก็คิดว่าแฟน ไปอยู่เมืองนอกตั้งนมนาน ไม่คบใครเลยจริงๆ น่ะเหรอผึ้ง รู้ป่ะว่ามันผิดปกติ เดี๋ยวก็ไม่พ้นขึ้นคานหรอกแก”

                อายุเท่านี้ฉันไม่กลัวเรื่องขึ้นคานหรอก ที่กลัวน่ะเรื่องเจอคนเลวๆ มากกว่า” ทั้งแววตากับเสียงเข้มข้นขึ้น

                บ้าน่ายัยผึ้ง ของแบบนี้มันก็ต้องเสี่ยง ถ้าแกกลัวเจอคนไม่ดี ชาตินี้คงไม่ต้องคบใครแล้วล่ะฮึ”

                ปรียานุช จิ้มแก้มใสๆ ของเพื่อนสาวคาดคั้น ชญาดาส่ายหน้าหัวเราะคิก แต่เป็นเยาะหยันกับคำนั้น แฟน คนรัก กระทั่งสามี

                ถ้ามีแล้วต้องตกนรกโลกันต์ดังที่มารดาของหล่อนเป็น ชญาดาขอเลือกอยู่ตามลำพังตลอดชีวิต หญิงสาวไม่ได้โต้ตอบว่าเลือกอย่างไหน ระหว่างโสดสนิท หรือสมรสกับคนเลวๆ ให้ปรียานุชต้องตกใจในความคิดขวางๆ ทั้งที่ยังไม่ถึงวัยเบญจเพศ

                ดื่มเถอะน่ายัยนุช ฉันไม่อยากพูดเรื่องพวกนี้ ไร้สาระหรือแกว่าสำคัญนักกับการต้องมีใครมารัก ฮึ!” เริ่มมึนเมา ชญาดาก็พรั่งพรูความในใจออกมาไม่น้อย แต่คนฟังเข้าใจดีว่าเหตุใดเพื่อนสาวจึงไม่ศรัทธาเลยในความรัก

                ความรักของพ่อกับแม่เป็นดั่งประสบการณ์สีดำมืด เมื่อรักจางหาย หลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวธุลีของหัวใจที่ร้าวรานสำหรับฝ่ายที่ยังรัก ตัดใจไม่ลงและเป็นแค่ซากอากาศสำหรับคนที่ลืมละทิ้งซึ่งทุกอย่าง ผลพวงของการแตกแยกคือลูกที่ไม่อาจหันหน้าไปทางไหน เกิดเป็นเคราะห์กรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หล่อนจึงไม่เชื่อในรักแท้ และยิ้มเยาะเสมอกับคนที่พร่ำเพ้อในสิ่งนั้น ไม่มีหรอกในโลกนี้ ไม่มี...

                หัวใจตายด้าน อาจไม่ใช่การกล่าวเกินจริงสำหรับหัวใจของชญาดา

                แน่ใจนะว่าไม่ให้ไปส่ง จะตีหนึ่งแล้วนะผึ้ง ฉันเป็นห่วงนะแก”

                แน่สิ เดี๋ยวเรียกแท็กซี่แถวนี้แหละ บ๊ายบาย” ชญาดายืนยันแม้จะเดินเป๋ไปบ้าง แต่บ้านของเธออยู่คนละทางกับปรียานุช แยกกันกลับจึงสะดวกกว่า ร่างโปร่งเพรียวในชุดรัดติ้วสีดำสนิทแบบสาวเปรี้ยว ที่ซื้อหาได้แบบกะทันหันเมื่อตอนเย็นดึงสายตาร้อนๆ หลายคู่ตั้งแต่หัวค่ำ โดยไม่รู้ตัวว่าเรือนร่างอรชรดึงดูดแก่นักเที่ยวหื่นกระหายที่คอยจับตา จนกระทั่งชญาดาก้าวออกจากผับชื่อดังตามลำพังร่างสูงจึงก้าวตาม เขาหยุดเมื่อหล่อนหยุด ก้าวต่อเมื่อหล่อนเดินเซแซดออกไปเกือบกลางถนนเพื่อเรียกแท็กซี่

                เอี๊ยด...ดด

                เสียงรถยนต์แล่นผ่านวูบ ร่างน้อยเซหลุนขาแทบพลิก วงแขนกว้างเข้าคว้ากอดรัดรึงจนชญาดาสะดุ้ง สะดุดกับกลิ่นแอลกอฮอล์แรงๆ จากเบื้องหลัง หญิงสาวบ่ายหน้าขึ้นมอง พบฝรั่งตาน้ำข้าวตัวสูงกว่ามากอยู่ชิดแผ่นหลัง อีกแล้วงั้นรึ!

                ปล่อยฉันนะ” คนมองขยะแขยงหนัก ดิ้นพล่าน

                เท่าไหร่? ไปกับผมคืนนี้” สำเนียงต่างชาติทักทายได้บาดหูดีแท้

                คนฟังขบเม้มเรียวปากเลือดแทบซิบ โดนดูถูกเพราะผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้าคมหวานกับการแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด อีกครั้งที่โดนเหมาว่าเป็นผู้หญิงพรรค์นั้น เมื่ออีกฝ่ายเกาะกุมเอวคอดแน่น รั้งชิดอกแกร่งประดับขนยุ่บยั่บ ชญาดาข่มใจที่กำลังพุ่งปรี๊ด เรียวเท้าที่หุ้มด้วยส้นสูงสีเงินวาวจึงยกขึ้นกระทุ้งลงบนรองเท้าหนังเต็มแรง ได้ผล! ฝ่ายนั้นร้องโอ้ย หล่อนเป็นอิสระต่ออ้อมกอดน่าสะอิดสะเอียนนั่นทันที ร่างบางถอยกรูดมายืนโย้เย้ ประคองตนไว้

                อย่าเล่นตัว เท่าไหร่ก็จ่ายไม่อั้น บอกมาสิ”

                ไม่!” หญิงสาวออกวิ่ง แม้สภาพชุดแส็กกับรองเท้าส้นเข็มจะไม่อำนวย อีกฝ่ายไม่ลดละเพราะฤทธิ์สุราพาให้กล้าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เข้าใจเต็มประตูว่าหล่อนพร้อมบริการตามอาชีพ แต่ไฉนกลับเล่นตัวจึงคิดแค้น

                ช่วยด้วย!” มือเล็กทุบลงบนกระจกติดฟิล์ม รถซีดานยี่ห้อหรูถูกเคาะรัวตุบตับ

                ตรงสี่แยกไฟแดง ภายในรถซีดานเปิดแอร์ฉ่ำกับคลอเสียงเพลงคลาสสิคเบาๆ แต่หญิงสาวแปลกหน้ากำลังทำลายบรรยากาศนั้นลง เรียวตาคมสีเข้มจริงจังเป็นนิจปรายมอง ตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ ก็มีหญิงสาวมาขวางหน้า แถบคิ้วหนาเป็นปื้นเลิกขึ้นสูง สัญญาณไฟแดงโร่เป็นจังหวะที่ชายหนุ่มจอดสนิทแล้วเธอผู้นี้ก็โผล่มาในความมืด เตชิษฏ์เพิ่งกลับจากไปส่งปวริศา เขาพ่นลมหายใจเหนื่อยหน่าย ควรหรือที่จะหยุดช่วยเหลือ หล่อนอาจเป็นนกต่อไม่ก็มิจฉาชีพที่มีหลากรูปแบบในปัจจุบัน แต่เมื่อปรายตาไปเห็นร่างยักษ์ของชายฉกรรจ์ต่างชาติวิ่งตามมา วินาทีนั้นมือหนาปลดล็อกยอมช่วยลูกนกลูกกาที่ไม่รู้ว่ามีพิษสงหรือไม่

                กรี๊ด..ดด ช่วยด้วย” ชญาดาหวีดร้องสุดเสียงเมื่ออีกฝ่ายเกือบถึงตัว จากเมากลายเป็นตาสว่างในบัดดล

                ขึ้นมา” เสียงทุ้มสั่งการ ก่อรอยหงุดหงิดในแววตาขณะยื่นมือเข้าช่วย

                หญิงสาวนั่งสั่นพั่บๆ เมื่อสอดตัวผ่านประตูรถหนักอึ้ง นั่งเคียงข้างเจ้าของรถ ประตูปิดปังเป็นจังหวะที่สัญญาณไฟเปลี่ยน ชายหนุ่มจึงกระชากตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ขับมาได้สักพักจึงเหลือบชำเลืองยังร่างอ้อนแอ้นในชุดหมิ่นเหม่ สมองครุ่นคิด

                คิดผิดใช่ไหมที่รับ ผู้หญิงอย่างว่า ขึ้นรถมาด้วย เตชิษฏ์บ่นงึมงำกับตัวเอง

                คนข้างกายหายใจแผ่วหวิว แววตาไหวระริกยังตระหนกไม่คลาย ร่างน้อยยวบสั่นเกิดปฏิกิริยากับแอร์เย็นฉ่ำภายในรถหรู ขนอ่อนๆ ลุกเกรียว กลิ่นกายหอมอวลด้วยน้ำหอมผสมกลิ่นแอลกอฮอล์โชยมา เตชิษฏ์ยกมุมปากนิดๆ ตีความในใจประณามได้ว่าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงดีนัก

                ยามนั่งห่อตัว ชุดแส็กสีดำไหลร่นอวดเรียวขาเพรียวยาว เกาะอกช่วงบนไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจเป็นภาพที่ยั่วยวนสายตานัก แต่ไม่ใช่กับเขา คนมองจึงผลักสายตาไปทางอื่นอย่างเดียดฉันท์

                จะเอายังไงต่อล่ะ ผมไม่ใช่แท็กซี่ จะส่งลงที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็แล้วกัน”

                ฉะฉัน ฉัน...”

                ชญาดายังสั่นจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก ระบบประสาทอื้ออึงพักใหญ่ เตชิษฏ์ตีสีหน้ารำคาญคิดว่าเจ้าหล่อนเล่นแง่ หรือว่าจะต้องการอะไรจากเขาอีก?

                อย่ามาลูกไม้ อย่าคิดว่าขึ้นรถมาแล้วผมจะพาคุณไปค้างคืนด้วย จะเท่าไหร่ ลดแลกแจกแถมก็ไม่ล่ะผมไม่นิยมของประเภทนี้ ลงไปซะ”

                เตชิษฏ์เอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ผู้หญิงที่เขารับขึ้นมามองว่าดีไม่ได้กับสภาพที่เห็น ช่วงเวลาดึกสงัดในสถานที่อโคจร ชญาดากลายเป็นแค่ผู้หญิงเก็บตกที่ผู้ชายอย่างเขามองเหยียดหยาม ไม่อยากแตะต้อง หล่อนเกลียดแววตาแบบนี้ซะจริง แบบที่คิดว่าตัวเองดีเด่ เหนือกว่าคนอื่น

                ฉันไม่ได้...”

                ตรงนั้นพอมีแสงไฟ ผมจะจอดรอจนกว่าคุณจะขึ้นแท็กซี่ก็แล้วกัน คงช่วยได้เท่านี้ เชิญ...” น้ำเสียงเย็นๆ เอ่ยไล่ชญาดาลงจากรถ หญิงสาวขบเม้มกลีบปากจนช้ำ

                ต่อให้เชื้อเชิญไปด้วย ก็ใช่ว่าหล่อนจนหนทางหรืออยากไปด้วยนักนี่ ชิ!

                ใบหน้าคมหวานสะบัดพรืดก่อนก้าวลงจากรถ ก้าวแรกข้อเท้าแทบพลิกเมื่อส้นรองเท้าหักหลุด ชญาดาชะงักหันกลับไปสบตาชายแปลกหน้าแวบหนึ่ง จะขอบคุณเขาดีไหมคง ไม่ เพราะแววตาเหยียดเยาะคิดว่าหล่อนต้อยต่ำ จนอยากประชดใส่เสียมากกว่า

                หึ! หญิงสาวโน้มตัวกลับเข้าไปในห้องโดยสารอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้ทำท่ารังเกียจกันเหลือเกิน ยั่วให้หล่อนเอาคืนเพื่อความสะใจ

                ดวงหน้าคมหวาน นัยน์ตาคมเฉี่ยวสีน้ำผึ้งวาวใสอยู่ตรงหน้าเตชิษฏ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มือเล็กๆ ของหล่อนรั้งใบหน้าขาวสะอาดมาใกล้ แกล้งปัดจูบข้างแก้มสากไปแบบเฉียดๆ ปล่อยลมหายใจร้อนๆ รินรด

                แทนคำขอบคุณจากผู้หญิงต่ำๆ จากฉัน วันหนึ่งฉันจะไปบริการให้ถึงที่ เป็นการตอบแทน” ถ้อยคำฝากฝัง แววตาเชือดเฉือน

                เธอ!” คนถูกพิษจูบเล่นงานเลิกเรียวตาถมึงทึงใส่ ชญาดาอวดยิ้มเก๋ไก๋ไม่ยี่หระ หล่อนกล้าท้าทาย ยิ้มเยาะทั้งปากและตาเมื่อเห็นท่าทีกระดากเก้อปนรังเกียจของเขา

                ท่าจะไม่เคยใช้บริการผู้หญิงข้างทางเลยกระมัง ผู้ชายอะไร!

                เจ้าของใบหน้าสีน้ำผึ้งยิ้มหยันทำไปเพื่อความสะใจทั้งสิ้น รอยยิ้มยั่วยิ่งกวนโทสะเป็นทวีคูณ เมื่อชายหนุ่มยกมือหนาขึ้นลูบข้างแก้มสากราวกับจะลบทิ้งซึ่งรอยมลทิน แววตาขยะแขยงปรายมาที่เธออย่างเดียดฉันท์

                บ๊ายบายนะคะที่รัก”

                หญิงสาวในคราบนักบริการส่งยิ้มหวาน จูบจุ๊บๆ ใส่ฝ่ามือตัวเองด้วยท่าทีก๋ากั่น ก่อนปิดประตูปังใส่หน้าชายหนุ่ม


ข้าพเจ้าขอฝาก "พรางภุมริน" ไว้อีกหนึ่งเรื่องนะคะ
ฝากติดตามแนวนางเอกสู้คน เข้มแข็ง แบบหนูน้ำผึ้งไว้หนึ่งคน 
ส่วนคุณเตชิษฏ์นี่ปากใช่ย่อย ปะทะกันแหงๆ จ้า
เมื่อลิ้นกระทบกับฟันอะไรจะเกิดขึ้น? ศึกพี่น้องกำลังจะคุ ^ ^  
ขอบคุณทุกคนที่คลิกเข้ามากันค่ะ 
                                                  ดาลัน  
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #681 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 15:01
    น้ำผึ้งแรงเกิ้น
    #681
    0
  2. #656 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 14:12

    นางเอกเริ่ดอ่ะ^____*

    #656
    0
  3. #606 Fuengfahrainbow.. (@fuengfahrainbow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2555 / 22:19
    555+เจอกันอีกแน่นอนล่ะจิ
    คนรักของพระเอกเป็นพี่น้องคนแม่แน่ๆเลยใช่มัยค่ะ
    ขอบคุณค่ะ สำหรับนำมาอัพใหม่ให้โอกาสได้อ่านอีกผลงานของคุณดาลัน
    น่าสนใจมากๆค่ะ ลุ้นๆ
    #606
    0
  4. #585 keepwalkinggirl (@keepwalkinggirl) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 09:26
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก อัพตอนต่อไปไวๆ นะค่ะ
    #585
    0
  5. #495 kitty2931 (@suphansa-v) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 / 20:29
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก
    #495
    0
  6. #418 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 15:16
    สงสัยคนรักพระเอกเป็นลูกของงพ่อนางเอกที่ครอบครัวใหม่
    #418
    0
  7. #368 somoo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2553 / 11:21
    เจอกานแล้น
    #368
    0
  8. #223 ลำหับ (@arnomatan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2553 / 13:31
    ฤทธิ์แรงได้ใจจริงๆ สำหรับนางเอกคุณดาลันเรื่องนี้

    แอบชอบแล้วค่ะ ปั่นเร็วๆ น้า..
    #223
    0
  9. #107 mommam_d (@mommam_d) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 13:31
    ตอบเม้นต์จากตอน 3 จ้า
    ความคิดเห็นที่ 6

    ขอบคุณค่ะคุณ MeMe ^ ^

    ความคิดเห็นที่ 8 
    แอบเขิน ^ ^ 
    ขอบคุณค่ะที่ชอบ ดีใจจัง 

    ความคิดเห็นที่ 11 
    มีหลงค่ะพี่ บางทีก็มึนมากถึงปานกลาง หุหุ
    #107
    0
  10. #11 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2553 / 23:19
    ยังแอบคิดเลยนะคะว่า ดาลันเขียนหลายเรื่องแบบนี้ แอบหลงเรื่องบ้างหรือเปล่า
    #11
    0
  11. #8 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2553 / 14:47
    สุดยอดดด!! เลยค่ะตอนนี้



    ชอบงานเขียนของคุณดาลันนะคะ

    เพราะทั้งละเอียดลออ อ่านแล้วเห็นภาพชัดเจนทั้งฉาก กิริยาท่าทางและอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร ภาษาก็สวยค่ะ



    เรื่องนี้น่าสนใจมากๆ จะเป็นอีกเรื่องที่ติดตามก็แล้วกันนะคะ ^^



    เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
    #8
    0
  12. #6 MeMe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2553 / 12:51
    สนุกมากเลยค่ะ ชอบแนวนี้มากกกกก นางเอกเข็มแข็งไม่ยอมใครดี
    #6
    0