พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 25 : ตอน 20 ความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืน < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    24 ก.ค. 55

ตอน 20

ความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืน

          หัวใจของคนเป็นแม่แทบขาดสะบั้นเมื่อเห็นน้ำตาของปวริศา เจ้าหล่อนร่ำไห้คร่ำครวญเมื่อชายหนุ่มที่สัญญาจะกลับมาเยี่ยมเยือนไม่ปรากฏตัว เตชิษฏ์ห่างหายหน้าไปเมื่อรู้ความจริง แผนที่คุณสิรินทิพย์คิดขึ้นไม่มีผลให้ชายหนุ่มกลับมาไยดีเธออีกต่อไปแล้ว ร่างเล็กบอบบางสะอึกสะอื้นจนตัวโยน ปล่อยน้ำตาหลั่งรินเสียอกเสียใจที่พลาดผิดหวัง

  การกระทำที่เหมือนหลอกลวงทำให้เตชิษฏ์มองเธออย่างดูถูก ในวันที่เขามาเยี่ยมที่โรงพยาบาลเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมบิดาของเธอเอง แล้วดูเถิดเมื่อผิดแผนความฝันที่เคยวาดหวังก็พังครืน มันเพราะใครกันเล่า ถ้าไม่ใช่...

  เด็กสาวเม้มริมฝีปากฉ่ำระเรื่ออย่างคับแค้น ดวงตากลมวาวเอาแต่ใจที่เคยสดใสขุ่นมัวยามมองมารดาอย่างหมางเมิน

  “คุณแม่เห็นไหมคะว่าเพราะแผนของคุณแม่ ตอนนี้พี่ต้นไม่มองหน้ารศาแล้ว รศากลายเป็นคนโกหกลวงโลก ชีวิตของรศาพังก็เพราะคุณแม่” เจ้าหล่อนกล่าวโทษสลับสะอื้นโศกเศร้า ขัดแค้นในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และหล่อนโทษมารดา

  แววตาคมสวยหม่นมัวด้วยม่านน้ำตา จ้องมองคนเป็นแม่อย่างเย็นชา ฝ่ายแม่ที่หวังจะทำเพื่อลูกเท่านั้นเจ็บปวด นางอาจจะพลาดท่าเสียทีจนแผนผิดพลาด แต่ทั้งหมดนั่นก็เพื่อลูกมิใช่หรือ ในอกแม่ช้ำตรมเมื่อลูกไม่เห็นความดี คุณสิรินทิพย์กลืนก้อนแข็งจนบาดลำคอ

  “โธ่รศา แม่คิดไม่ถึงว่าตาต้นจะทำอย่างนี้ แม่ดึงเขากลับมาหาลูกได้แล้วลูกก็รู้ แต่เพราะพ่อของลูกต่างหากที่ทำมันพัง พ่อแกรักนังน้ำผึ้งมากกว่าพวกเราแม่ลูก พ่อแกลำเอียงที่สุด” นางขบเม้มริมฝีปากอย่างขัดเคือง

  สามีเอาใจออกห่าง เข้าข้างลูกสาวของนังชุติมนแล้วไม่ไยดีพวกนาง ความผิดจึงเป็นที่เขา...คุณชิตชัย

  ยามนี้คนผิดต่างไม่สำนึกว่าผิด โยนว่าเป็นผลกระทบจากการกระทำของผู้อื่นทั้งสิ้น ปวริศาเม้มกลีบปากจิ้มลิ้มสั่นหน้าไปมา น้ำตายังคลอหน่วย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกลับคืนมามีเหตุผลตั้งอยู่บนความจริง หล่อนรู้ว่าเพราะใครเรื่องจึงเลวร้ายเช่นนี้

  “ไม่ใช่คุณพ่อหรอกค่ะมันเป็นความผิดของคุณแม่คนเดียว คุณแม่ทำร้ายคุณแม่น้ำผึ้งก่อนจนเขาโกรธแค้น กลับมาแก้แค้นพวกเราซึ่งเป็นลูก”

  “ถ้าคุณแม่ไม่ก่อเวรกรรมไว้ตั้งแต่แรก รศากับพี่พีก็คงไม่เดือดร้อน รศาคงไม่ต้องเสียพี่ต้นไป ตอนนี้ตำรวจมาจับพี่พีไปแล้วอนาคตของพวกเราย่อยยับก็เพราะแผนการของคุณแม่”

  “ยัยรศา!” คุณสิรินทิพย์อุทานลั่น เจ็บในอก ไม่เคยคิดว่าลูกจะโทษว่าเป็นความผิดของนาง คนเป็นแม่ยืนนิ่งงันร่างอวบท้วมโงนเงนเอามือแตะทรวงอกที่กระเพื่อมแรง เพื่อประคับประคองตัวเซแซดไปนั่งที่โซฟา แต่แล้วกายท้วมก็สั่นเทิ้มขึ้นอีกครา

  “ฉันผิดหรือ...ฉันที่ทำเพื่อแกกับพี่ของแกผิดเหรอ ถ้าฉันไม่ช่วงชิงพ่อของแกมา แกจะเกิดมาไหม?” ตวาดลั่น

  “แกจะมีครอบครัวอบอุ่นอย่างในวันนี้ไหม หรือแกต้องการให้ฉันเป็นเมียน้อย แบ่งปันพ่อแกกับนังเมียหลวงจนๆ นั่น ฉันเกลียดพวกมันและฉันจะทำอย่างไรก็ได้เพื่อครอบครัวของฉัน ส่วนนังน้ำผึ้งจะใช้แรงแค้นแค่ไหนก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก อีกไม่นานมันจะต้องเจ็บปวดและสูญเสียยิ่งกว่าแม่ของมัน” นางกัดกลืนก้อนแข็ง เปล่งเสียงหัวเราะเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว

  รอยตากร้าวน่าหวาดผวา รอยเจ็บแปลบแผ่ซ่านในดวงตาปวดร้าว เพราะต้องการชิงดีชิงเด่นจึงต้องร้ายเพื่อให้ได้มา ความรักที่นางมีต่อสามีนั้นเป็นเหมือนเปลวไฟร้อนแผดเผาจนดวงใจย่อยยับ เป็นรักที่ต้องการแก่งแย่งและช่วงชิง

  “ฉันจะไม่ยอมสูญเสียของรัก ของที่เป็นของฉัน ฉันจะทำทุกทางไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร ลูกนังชุติมนจะต้องเจ็บปวด คอยดูก็แล้วกัน”

  ปวริศาอึ้ง นี่หรือมารดาของเธอ!

  ”คุณแม่!” หล่อนครางเพราะไม่เคยเห็นด้านมืดเช่นนี้มาก่อน เด็กสาวได้รับการอบรมบ่มเพาะนิสัยเอาแต่ใจตัวเองมาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่ไม่เท่ามารดา ปวริศายังรู้ถูก รู้ผิดและยอมเป็นฝ่ายถอยเรื่องเตชิษฏ์เมื่อบิดาบอกความจริง แต่กับแม่...เกินจะเยียวยาหรือไร

  “แม่ขาพอเถอะค่ะ รศาเหนื่อยแล้ว รศาอยากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่นที่ต่างประเทศก็ได้ ไม่มีพี่ต้นรศาก็อยู่ได้ คุณแม่หยุดเถอะนะคะ”

  บอกเสียงแผ่ว แววตาของมารดาน่ากลัวเหลือเกิน ปวริศาเลือกที่จะไม่สุมท่อนฟืนใส่กองไฟร้อนให้คุโชนอีก หล่อนเลือกที่จะสงบศึก ทว่าร่างท้วมของมารดายังไหวสะท้าน ทอดสายตาว่างเปล่าผ่านบุตรสาวซึ่งนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ไม่รับรู้ ไม่ฟังเสียง อย่างเดียวที่กำลังลุกโหมในใจเป็นเพลิงแค้น

  “พวกมันจะต้องวิบัติ พวกมันจะต้องเสียใจ มันจะต้องไม่มีความสุขตลอดชีวิต” เสียงกร้าว แววตาเกรี้ยวกราด

  เพลิงร้อนที่ผลาญเผาใจคุณสิรินทิพย์นั้นโหมแรงเกินกว่าจะยับยั้ง นางแค้นเสียยิ่งกว่าเมื่อคนที่ร่วมเตียงเคียงหมอนอยู่ทุกวันคืนเป็นคนทรยศนางเสียเอง คุณชิตชัยพาตำรวจบุกจับพีรยุทธ ลูกชายของนางซึ่งเปรียบเสมือนลูกของเขาคนหนึ่ง แต่คุณชิตชัยทำได้ลงคอ นางจึงทั้งรักทั้งแค้นผู้เป็นสามี กำปั้นที่เกิดจากการกำแน่นไม่ราแรงลงจนปวริศาหวั่นใจในความคิดของมารดา

  “ถ้าแกอยากจะโง่ก็ตามใจแก แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้พวกมันเด็ดขาด”

  “โธ่...คุณแม่ขา ฟังรศาก่อน”

  หลังจากคุณสิรินทิพย์กลับไป อทิตยะเข้ามาเยี่ยมเยียนคนไข้สาว เขากับเธออยู่ในฐานะหมอกับคนไข้ที่มักคุ้น ซ้ำยังร่วมมือกันทำตามแผนของคุณสิรินทิพย์ ชายหนุ่มรู้แก่ใจว่าผิดจรรยาบรรณแพทย์แต่เพราะอีกฝ่ายคือปวริศา เด็กสาวที่เขาเอาใจเข้าใกล้จนผูกพัน เขาอยากเห็นหล่อนมีความสุข ครั้งนั้นนายแพทย์หนุ่มยอมโป้ปดเรื่องอาการป่วยของปวริศา เพื่อตบตามารดาของเตชิษฏ์จนเกิดความเวทนาสงสาร แต่ครานี้ปวริศาไม่ต้องการหลอกลวงใครอีกแล้วจึงปรึกษาอทิตยะ

  “พี่หมอคะรศากลัวว่าเรื่องจะร้ายแรงไปกันใหญ่ คุณแม่ดูโกรธแค้นฝ่ายนั้นมาก แต่รศาอยากยุติเรื่องนี้”

  “อย่างไรเสียเธอคนนั้นก็มีคุณพ่อคนเดียวกับรศา และรศาต้องการอยู่กับคนที่รักรศาจริงๆ พี่ต้นไม่ได้รักรศาแต่รักพี่น้ำผึ้ง รศาอยากให้เรื่องนี้จบลงแบบดีๆ ค่ะพวกเราต่างก็เจ็บปวดมามากแล้ว ทั้งครอบครัวพี่น้ำผึ้ง ทั้งคุณแม่”

  ปวริศาทอดถ่ายความกังวลอย่างตรงไปตรงมา นายแพทย์หนุ่มก้าวเข้าไปใกล้รั้งร่างเล็กบอบบางเข้ามากอดปลอบใจ ใกล้ชิดกันขนาดนี้ได้อย่างไรไม่รู้ แต่ปวริศาอุ่นใจในอ้อมกอดของอทิตยะจึงซบนิ่งอยู่นาน อกกว้างของคุณหมอหนุ่มทรงอานุภาพอุ่นพอที่จะดับความว้าวุ่นใจแก่เธอ

  “เรื่องครอบครัวเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งนะครับ ปัญหาที่หลายๆ บ้านมีพี่เข้าใจ บางทีคุณแม่ของรศาอาจต้องการคำแนะนำจากจิตแพทย์บ้างเพื่อความสบายใจ ไม่อย่างนั้นท่านจะเครียดเกินไปนะครับ”

  “คุณหมอโรคจิตน่ะเหรอคะพี่หมอ” อุทานแผ่ว

  คำพูดของคุณหมอหนุ่มส่อเค้าความกังวลยิ่งกว่าเดิม แววตาของปวริศาเคร่งเครียดเมื่อมารดาเข้าข่ายป่วยทางใจมานานนับปี ก็เพราะความรักความหึงหวงนี่แหละที่บั่นทอนผู้หญิงคนหนึ่งจนหวาดระแวง กลัวใครจะมาแย่งคนที่นางรัก แล้วความรักก็ทำร้ายมารดาของเธอจนจมอยู่กับแรงริษยาจวบจนวันนี้

  ครอบครัวเหมรัตน์ ภายใต้ความยิ่งใหญ่ของตระกูลเจ้าสัวสินเข้าสู่วิกฤตหรือไร ทั้งทายาทรุ่นแรกอย่างคุณสิรินทิพย์ และรุ่นหลานอย่างพีรยุทธจึงถลำลึกในอำนาจ กล้าก้าวล้ำสิทธิ์ของผู้อื่นจนถึงขั้นทำร้าย เหตุที่ก่อนำพามาซึ่งผลกรรมการที่พีรยุทธถูกจับกุมตัวก็เพราะทำผิดจริง ปวริศาคิดอย่างเป็นกลาง หล่อนเข้าใจทั้งสองฝ่าย ทั้งบิดามารดา แต่ยังมองไม่เห็นหนทางเยียวยาปัญหานี้

 

  “น้ำผึ้ง โธ่เว้ย!” เตชิษฏ์ปัดป่ายมือออกไป ไขว่คว้าได้แค่อณูอากาศ...

  ร่างสูงใหญ่หยุดหอบตัวโยน ย่อกายสูงสง่าลงค้ำหัวเข่าทั้งสองหลังวิ่งตามฝุ่นควันขาวตลบ ผู้ขับขี่พารถซีดานสีบรอนซ์พุ่งทะยานออกตัวแรงจนเครื่องยนต์ส่งเสียงครางกระหึ่ม ขับเคลื่อนไกลออกไป...ออกไปจนกระทั่งไม่เห็นฝุ่น

  หญิงสาวไม่ฟังเสียงห้ามปราม ขับปราดออกไปทั้งที่ไร้จุดหมาย ดวงหน้าเห่อร้อนอาบฉ่ำไปด้วยน้ำตา เฝ้าตัดพ้อการกระทำของชายหนุ่มเขาจะติดตามเธอมาเพื่ออะไรในเมื่อทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว ชญาดาออกแรงมือกดลงบนพวงมาลัยหุ้มหนัง ริมฝีปากสีกลีบบัวบิดเบ้อย่างเจ็บช้ำ คำสารภาพของเตชิษฏ์ก็แค่คำขอลุแก่โทษที่เผลอทำร้ายจิตใจ ที่ไม่มีวันเชื่อมั่นได้ว่าเขาจะหูเบา และทำให้หล่อนผิดหวังซ้ำสองหรือไม่

  ชญาดาเจ็บปวดเพราะความรัก ตัวการเดียวที่หล่อนอยากหลีกหนี ทว่าทำเช่นไรภาพของเขาก็ยังแจ่มชัด

  “ไม่...พอแล้ว หายไปสักทีเถอะ ฉันไม่ต้องการคุณ” สะอื้นไห้

  เจ้าหล่อนสะบัดใบหน้าปัดไล่ภาพของเขากับความอ่อนโยนที่บังเกิด จูบละมุนที่คอยแต่จะบั่นทอนทิฐิ กำลังกำซาบไปหล่อเลี้ยงดวงใจที่แห้งผาก กระนั้นหญิงสาวเลือกปัดมันทิ้ง ยามนี้ที่ต้องทำคือแค่อยากหนีห่างเสียงหัวใจที่เต้นตึ่กตั่ก ไม่อยากได้ยินคำว่ารักให้ปวดปร่าในอก และไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายที่ทำร้ายจิตใจอย่างเลือดเย็น เขาไม่เคยเห็นค่า มาวันนี้จะเรียกร้องอะไรจากหล่อนเล่า...

  แรงมือที่กดลงไม่มากเท่าแรงฝ่าเท้าที่เหยียบคันเร่งจนเข็มความเร็วพุ่งพรวด ชญาดาปาดเช็ดรอยพรั่งพรูของม่านน้ำตารวกๆ แก้มนวลปลั่งเปรอะเปื้อนเป็นที่รองรับแอ่งน้ำตาแห่งความเสียใจ กว่าจะรู้ตัวหญิงสาวขับมาไกลจากหมู่บ้านเข้าสู่ถนนใหญ่ เมื่อมองกลับไปที่กระจกหลังพบรถกระบะคันหนึ่งเร่งความเร็วมาจ่อท้าย ดวงตาคมสวยเหลือกลานเมื่อพบว่าชายหนุ่มในรถนิรนาม กำลังเบียดใกล้จนชนท้ายดังโครม!

  “โอ้ย!” ไม่ทันได้ระวังตัว ร่างโปร่งเพรียวกระดอนไปข้างหน้า

  “นี่มันอะไรกัน!”

  เอี๊ยด / โคร้ม!

  คำถามยังไม่ทันพ้นริมฝีปากระเรื่อสี หญิงสาวพบว่าเจ้ารถนิรนามคันนั้นถูกบังคับให้เบียดเข้ามาทั้งด้านหลัง ด้านข้างเพื่อให้เธอตกไหล่ทาง หาโอกาสชนจนหล่อนเสียหลัก วินาทีนั้นมากกว่าความตกใจชญาดาตั้งสติ ประคับประคองรถฝ่าความมืด หวังจะมีใครหยุดยั้งเจ้ารถกระบะบ้าบิ่น ที่แซงซ้ายแซงขวาจนเธอไม่อาจบังคับทิศทาง

  แล้วพาหนะคันหรูของเตชิษฏ์ก็แฉลบออกข้างทาง แรงเหยียบจากคันแร่งยังค้างพารถพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง น้ำผึ้งหักพวงมาลัยหลบรถจักรยานยนต์ที่วิ่งมาตามไหล่ทางอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ เปลี่ยนทิศพุ่งเข้าหาเสาซีเมนต์สูงที่ตั้งโดด

  “กรี๊ด..ดด คุณแม่ช่วยผึ้งด้วย”

  ทุกอย่างสงบลงพร้อมเสียงดังลั่นของการปะทะโครมระหว่างเสาปูนกับเหล็ก สงบลงพร้อมเสียงกรีดร้องอย่างตกใจสุดขีดของ เหยื่อสาว หากชญาดายังมีสติรับรู้เธอจะเห็นชายร่างกำยำก้าวลงมาจากรถกระบะมรณะ ทำตนเป็นดั่งมัจจุราชเมื่อกระชากประตูรถเปิดออกดึงร่างกระปลกกระเปลี้ยที่ซบหน้ากับพวงมาลัยเงยขึ้น ก้มลงมองดูผลงานของตน

  ลมหายใจรวยระรินขาดห้วง...เป็นสัญญาณให้นักฆ่ายิ้มแสยะว่าหล่อนจะทนได้อีกไม่นาน

  เรือนร่างอ้อนแอ้นถูกปล่อยมืออย่างกระชากกระชั้น ศีรษะที่นองไปด้วยโลหิตผุดไหลเยี่ยงธารน้ำเอนพิงพนักเบาะ มือเรียวบางกุมทับที่แผ่นท้อง กำแน่นรองรับทุกแรงกระแทก หล่อนสลบเหมือดแม้ลมหายใจก็อ่อนเต็มที เป็นผลให้เขา...เงาแห่งมัจจุราชกดโทรศัพท์หาผู้เป็นนาย

  “เหยื่อไม่รอดแน่นอน ครั้งนี้ผมเอาหัวเป็นประกัน ชนแรงอย่างนี้ผมรับรองผล หึ!”

  “ดี” ผู้รับฟังจุดยิ้ม อยากป่าวประกาศให้ทั่วว่าบัดนี้ ตัวมาร ได้อันตรธานไปจากชีวิตสมรสของนางแล้ว

 

  เกิดอะไรขึ้นไม่รู้ได้...

  ชญาดารู้เพียงศีรษะหนักอึ้ง เปลือกตาหนาหนักราวมีวัตถุถ่วงไว้ หัวไหล่ยกไม่ขึ้นและเจ็บร้าวไปถึงแผ่นหลังบอบบาง เธอเป็นอะไรไป?

  แล้วที่เจ็บปวด ทว่าว่างโหวงไปทั่วส่วนกลางของลำตัว หมายความว่าอย่างไร?

            กลางห้องโล่ง กึ่งกลางเตียงกว้างเป็นที่ที่ร่างแบบบางนอนเหยียด ทุกอย่างอยู่ในความสงบนิ่งไม่มีแม้กระทั่งลมที่พลิ้วผ่าน

            ห้องทั้งห้องขาวโพลน คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นยา ขวดน้ำเกลือหยดเป็นจังหวะเทียบเคียงลมหายใจเข้าออกของคนไข้ ศีรษะคนเจ็บพันไว้อย่างประณีตด้วยผ้าขาว แขนขวาหัก แต่ไม่มีอะไรร้ายแรงเท่าการเปลี่ยนแปลงของร่างกายบอบช้ำ

  สิ่งมีชีวิตหนึ่งพลันอันตรธานหายไป จนหัวใจสองดวงที่เคยเต้นคู่ขนานช่างเปล่าเปลี่ยว...

  ดวงหน้าโพลนซีดพลิกช้าๆ ลำแสงอ่อนของยามสายทอดเป็นลำ เล็ดลอดจากม่านสีอ่อนตรงช่องระเบียงสู่เปลือกตาจนเต้นกระตุก ร่างอ่อนแรงพยายามจิกมือกับฟูก เรียกเรี่ยวแรงกลับมาไม่ได้ดังใจจนกลีบปากแห้งผากเม้มแน่น อากัปกิริยาที่ฝืนตัวเองอยู่ในสายตาของคนเฝ้าไข้พวกเขาต่างลิงโลด ปรียานุชกับชลชิณีลุกพรวด ถลันเข้าไปใกล้เกาะราวเหล็กทั้งสองฝั่งเมื่อเห็นหญิงสาวกระดิกปลายนิ้ว สองสาวตื่นเต้นกว่าครั้งไหนเมื่อเห็นชญาดากะพริบเปลือกตาคล้ำหมองนั่น หล่อนกำลังจะฟื้น!

  “ยัยผึ้ง!”

  ชญาดาได้ยินเสียงเรียกแว่วมาไกลๆ จึงพยายามที่จะลืมตาและขยับตัว พบว่าทั่วกายร้าวระบมโดยเฉพาะช่วงท้อง ที่ร้อนรุมและเจ็บปวดเกินบรรยาย นี่เธอเป็นอะไรไป?

  “คุณลุงคะ คุณตรี น้ำผึ้งรู้สึกตัวแล้วค่ะ” ปรียานุชร้องบอก

  “พี่ผึ้ง! พี่น้ำผึ้งได้ยินตาลไหมคะ” เสียงแจ้วๆ เป็นของชลชิณี นำพาตรีทัชกับคุณชิตชัยเข้ามารุมล้อมเตียงคนไข้ด้วยความตื่นเต้น ตามด้วยความปีติเมื่อเห็นหญิงสาวพลิกตัว และฝืนปรือตามองหาต้นตอของเสียงอย่างอ่อนล้า

  หญิงสาวข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้มาได้อย่างปาฏิหาริย์ กว่าที่ทุกคนจะรู้ข่าวชญาดาถูกทิ้งอยู่เช่นนั้น ท่ามกลางเลือดโซมกาย แต่สวรรค์ยังปรานีที่ไม่พรากเธอจากไป คุณชิตชัยมองร่างโปร่งบางผ่านม่านตาหม่น หวังจะเห็นชญาดาฟื้นคืนสติ เพราะคงไม่ยุติธรรมเลยที่เธอจะถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว

  ยิ่งสะท้อนใจกับลำคอแห้งผากด้วยรู้แก่ใจว่าเป็นเพราะใคร ต้นตอของเรื่องคงจะรอเขาอยู่ที่คฤหาสน์เจ้าสัวสิน นอกจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับชญาดา เมื่อนำรถยนต์ของเตชิษฏ์ไปตรวจเช็กพบว่ามีความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนเร้น ความบังเอิญดังกล่าวถูกขุดคุ้ยต่อทันทีตามความปรารถนาของคุณชิตชัย เขาจะจับตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่เขารักยิ่งเท่าไรก็ตาม

  “น้ำ...ตา ล” ขยับเรียวปากแห้งผากเรียกน้องสาว ร่างบนเตียงกลอกดวงตาไปยังหญิงสาวอีกคน เห็นรอยยิ้มคละน้ำตาของปรียานุช

  “นุช”

  “ผึ้งแกปลอดภัยแล้วนะ ยัยผึ้งเอ้ย...พ้นทุกข์พ้นโศกแล้วนะ”

  เพื่อนสาวน้ำตาปริ่มเมื่อเข้าโอบกอดชญาดา อีกข้างของอ้อมแขนเป็นที่ของชลชิณี ที่ยืนร้องไห้จนแก้มแดงปลั่ง สามสาวกอดกันกลมนึกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้แคล้วคลาด ไม่ได้ตายตกสมดังใจอาฆาตแค้นของศัตรู ชญาดาสะอื้นแผ่ว มันคงเป็นโชคชะตาที่เธอรอดมาได้ถ้าย้อนไปดูภาพข่าวจะรู้ว่าเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ รถคันนั้นถูกแรงกระแทกจนเสาไฟฟ้าหักโค่น กระโปรงหน้ายุบยวบ กระจกหน้าแตกยับเป็นช่องโหว่จนชะโงกหน้าออกมาได้ แล้วนับประสาอะไรกับร่างน้อยที่จะไม่บอบช้ำ

  “น้ำผึ้ง...” ชายสูงวัยบังคับรถเข็นเข้ามาใกล้ หางตาฝ้าฟางของคนเป็นพ่อรื้นฉ่ำ

  คุณชิตชัยยื่นมือเหี่ยวย่นออกไปแตะมือบุตรสาวที่ห่างเหิน เขาไม่เคยได้จับจูง ประคับประคองดูแลในวัยที่หล่อนต้องการมือของพ่อ เขาวางทาบทั้งที่สั่นระริกกลัวว่าชญาดาจะกระชากออก ทว่ามือเล็กกว่าวางนิ่งยินยอมให้เขาบีบเบาๆ ดวงตาคมสีน้ำผึ้งมองสบ มันช่างอ่อนล้าเต็มทีแววโกรธขึ้งที่เคยมีอันตรธานไป เหลือก็แต่...ร่องรอยปวดร้าวที่ยากอธิบาย

  “คุณพ่อ...” เสียงหวานแหบหาย แต่คุณชิตชัยกลับได้ยินกึกก้องหัวใจ

  “น้ำผึ้งลูกพ่อ โธ่ลูก” เขาโน้มตัวเข้าหา เอื้อมโอบท่อนแขนไปยังบุตรสาวเท่าที่จะทำได้ นับเป็นอ้อมกอดที่ชญาดาโหยหามาตลอดชีวิต

  ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นผ่อนลมหายใจ โล่งไปหนึ่งเปลาะเมื่อความขัดแย้งระหว่างพ่อลูกคลายลง แม้แก้วที่ร้าวแล้วจะยากประสานเป็นเนื้อเดียวเนื้อเดิม แต่ยังดีกว่าปล่อยให้ร้าวลึกจนกระทั่งแตกไปในที่สุด

  ความคั่งแค้นที่ชโลมดวงใจมานานนับสิบปีของชญาดา ไม่ได้ทำให้จิตใจที่ปวดร้าวกลัดหนองถูกเยียวยา มีแต่ร้าวฉานเสียยิ่งกว่า การเดินทางที่ยาวไกลของความโกรธแค้นจึงควรยุติ เมื่อเขาผู้นี้ได้สำนึกต่อความผิดที่ได้กระทำต่อมารดาของเธอ เพราะเขาต้องรับความทุกข์ทรมานใจอยู่แล้ว ชญาดาสะอื้นฮักกับความอบอุ่นเกินจะเอ่ย

  หญิงสาวตระหนักได้ว่าเธอได้พ่อกลับมาแล้ว ชลชิณียิ้มทั้งน้ำตาโผเข้าหาสองพ่อลูก เข้าซุกที่อกอีกข้างจนกลายเป็นภาพที่ปรียานุชกับตรีทัชพานเต็มตื้น...สุขใจ แต่คุณชิตชัยไม่ลืมเรื่องสำคัญ เขากลืนก้อนแข็งที่ติดขัดลำคอ ยังมีอีกเรื่องที่เก็บงำและไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าชญาดาจะทนรับความสูญเสียได้หรือไม่

  “น้ำผึ้ง ยังมีอีกเรื่องที่ลูกยังไม่รู้ คือ เอ้อ...ทำใจดีๆ แล้วฟังพ่อนะลูก” คนจะพูดหนักใจ หากปัดเป่าได้จะทำก่อนที่ชญาดาต้องรับรู้

  “อะไรเหรอคะ?” หล่อนเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ดวงตากลมโตใสแจ๋วต่างไปจากหญิงสาวคนเดิมที่ทุกคนรู้จัก

  ก๊อกๆๆ

  ยังมีใครอีกคนที่พลาดช่วงเวลาดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยังอยู่ในชุดเดิม ตั้งแต่ออกจากสำนักงานไปที่บ้านของชญาดา จนถึงขณะนี้ที่ตามมาที่โรงพยาบาล หัวใจของเขาร้อนรนดั่งไฟ อาจมากยิ่งกว่าทุกคนก็เป็นได้เมื่อภรรยาสาวขับรถหนีเขาไปประสบอุบัติเหตุ

  เตชิษฏ์เป็นคนแรกที่รับรู้ และจัดการทุกอย่างที่โรงพยาบาลจนเสร็จสิ้น มือหนาผลักประตูเข้ามาอย่างร้อนใจ ใบหน้าหล่อเหลามีเหงื่อผุดพราย ชุดสุภาพอย่างเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแลกยับย่น แขนเสื้อถูกพับขึ้นรวกๆ ยามก้าวฉับๆ เข้ามากลางวง รอยยิ้มคลี่คลายบนรูปหน้าเรียวยาวเมื่อเห็นชญาดาฟื้นแล้วเอนร่างอิงหมอนใบใหญ่ ปรารถนารั้งหล่อนเข้าสู่อ้อมกอด

  “พี่ต้นมาก็ดีเลยครับ น้ำผึ้งฟื้นแล้ว” ตรีทัชบอกพี่ชายด้วยรอยยิ้ม

  “น้ำผึ้ง...” เขาเอ่ยได้แค่นั้นตรงเข้าสวมกอดร่างอ้อนแอ้น ซุกใบหน้าคมคายกับบ่าบางโดยไม่สนใจท่าทีตกใจของหญิงสาว ชญาดานิ่งงันแทบลืมหายใจเมื่อถูกกอดซบ ประหม่าราวถูกสะกดเมื่อลมหายใจร้อนผะผ่าวของเขารินรดผิวแก้มปลั่ง

  เสียงหัวใจของชายหนุ่มเต้นตุ้บๆ แนบนาบไปกับอกสล้างของเธอ น้ำผึ้งตั้งสติ คิดวกกลับไปกลับมาอย่างงุนงง ยอมปล่อยให้เขาผู้นี้ได้อยู่ในภวังค์แห่งความซาบซึ้งชั่วอึดใจ ก่อนที่จะวางมือกับอกแกร่งผลักชายหนุ่มออกห่างอย่างช้าๆ

  “เดี๋ยวค่ะคุณ!” เรียวคิ้วโค้งขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด กัดเม้มริมฝีปากอย่างหนักใจ เตชิษฏ์เลิกคิ้วคมเข้มกับปฏิกิริยาแปลกใหม่

  “ผมเป็นห่วงคุณมากรู้ไหมน้ำผึ้ง คุณอย่าทำอย่างนี้อีกนะอย่าหนีผมไปอีก ผมขอโทษเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด” เขาพึมพำ ใจหายเมื่อเธอตกอยู่ในอันตราย ถ้าชญาดาเป็นอะไรที่ไม่ใช่แค่ศีรษะแตก แขนหักแล้วล่ะก็เขาจะทำเช่นไร จะมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างไร ดวงตาคู่คมประดับรูปหน้าสวยยังแปลกปร่า แววว่างเปล่าปรากฏเมื่อหล่อนมองเขาเขม็ง เตชิษฏ์ต้องใจหายวาบเมื่อพบเพียงความนิ่ง ไร้วี่แววโกรธขึ้ง และที่สูญสลายไปเป็นความคุ้นเคย

  “น้ำผึ้งพูดกับผมสักคำสิ ทำไมคุณมองผมอย่างนั้น” ร้องขอด้วยความอึดอัด หัวใจโดนบีบคั้นจนหายใจไม่ออก ชญาดาขยับตัวออกห่างเพื่อจ้องมองรูปหน้าเรียวยาว นัยน์ตาคมกริบกับรูปลักษณ์หล่อเหลา ที่เสียงในสมองสั่งการว่า...ไม่รู้จัก

  “คุณเป็นใครหรือคะขอโทษนะคะที่ผึ้งจำคุณไม่ได้ คุณเป็นเพื่อนของผึ้งเหรอคะ?”

  “น้ำผึ้ง” เตชิษฏ์ครางอย่างงุนงง

  ชายหนุ่มนิ่งอึ้งราวถูกฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางศีรษะ ดวงตากลมแป๋วของหญิงสาวมองตอบไม่หนีหน้า บ่งบอกว่าเจ้าหล่อนไม่ได้ล้อเล่น ร่างสูงใหญ่คลายวงแขนแล้วเซแซด ยืนตะลึงกับคำทักทายแสนห่างเหินของชญาดา หล่อนจำเขาไมได้!

  “ผมเป็นสามีของคุณ”

  เขากัดกรามกรอด สีหน้าคนเจ็บเรียบเรื่อย แววตาว่างเปล่าจับจ้องเตชิษฏ์แล้วส่ายหน้าไปมาแรงๆ ปฏิเสธ

  “ไม่จริงค่ะคุณเอาอะไรมาพูด ฉันยังไม่ได้แต่งงาน คุณจะเป็นสามีฉันได้ยังไง” หล่อนค้านหัวชนฝา พลางหันมาหาทุกคนที่ยืนหลบฉาก ชญาดาต้องการคำตอบและไม่มีวันยอมรับ ผู้ชายคนนี้น่ะหรือสามี!

  “คุณโกหก! คุณพ่อ ยัยน้ำตาล นุช ตรี บอกผึ้งสิคะว่าเขาโกหก ผึ้งจะแต่งงานได้ยังไงในเมื่อผึ้งเพิ่งจะกลับมาเมืองไทย ผึ้งไม่รู้จักคนคนนี้”

  ใบหน้าหวานร้อนผะผ่าว ซีดลงทุกขณะ หล่อนส่ายหน้าอย่างแรงปฏิเสธสัมพันธภาพลึกซึ้งที่มีต่อเขาจนเตชิษฏ์หน้าชาหนึบ

  “ฟังผมนะเราแต่งงานกันแล้ว จดทะเบียนสมรสกัน ถ้าไม่เชื่อผมจะเอามาให้ดู และถ้าคุณไม่ได้แต่งงานกับผม แล้วคุณจะท้องได้ยังไง”

  “ท้อง!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #676 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 00:42
    เกิดไรขึ้นนนน
    #676
    0
  2. #640 รินธาร (@reerin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2555 / 02:45
    อ้าาา ผิดคาดนางเอกลืมพระเอก
    #640
    0
  3. #639 flower (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2555 / 10:01
    จำพระเอกไม่ได้แล้วเหรอ
    #639
    0
  4. #438 พี่หริ (@mangosteen) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 / 06:49
    กลับมาอ่านก็เจอแต่ละตอนที่ทั้งบีบทั้งคั้นสุดๆ พระเอกยิ่งเจ็บปวดสุดๆที่น้ำผึ้งจำทุกคนได้ยกเว้นตัวเอง เวรกรรมจริงๆ....แต่ดีใจที่พ่อกับลูกเข้าใจกันได้ แม้จะเกือบสายเกินไปก็ตาม......

    เศร้าจริงๆจ้ะ น้องแหม่ม....รออ่านตอนต่อไปนะจ๊ะ
    #438
    0
  5. #437 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 21:36
    โอ้วววว ความจำเสื่อม แต่ดันจำไม่เอกไม่ได้อยู่คนเดียว 555 สมน้ำหน้า
     ยังดีที่รศายังเป็นคนดีอยู่บ้าง ว่าแต่เรื่องที่หมอทำถือว่าผิดจรรยาบรรณอย่างแรงอ่ะ ไม่ดีมั้ง
    #437
    0
  6. #420 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 16:10
    มารออ่านค่ะ
    #420
    0
  7. #414 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 10:08
    น้ำผึ้งตกใจใช่ไหมค่ะเลยเหยียบแต่คันเร่งหลบมอไซค์ ก่อนที่รถจะไปชนเสา น้ำผึ้งไม่เหยียบเบรคเลย
    สงสัยเห็นเสาไฟเป็นเบรคที่ดีเยี่ยม ครั้งเดียวจอดสนิท เอาใจช่วยน้ำผึ้ง ส่วนนายต้นเขี่ยไว้ขอบๆพอ หุหุ
    ข้อหาคิดน้อยไปหน่อย สิรินทิพย์ร้ายได้ใจจริงๆ รออ่านต่อค่ะ
    ว่าน้ำผึ้งจะแกล้งหรือไม่แกล้งความจำเสื่อม ^^
    #414
    0
  8. #409 meaw-ja (@meaw-ja) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 21:22
    น้ำผึ้งแกล้งจำพระเอกไม่ได้รึเปล่านะ เพราะบอกเพิ่งกลับมาเมืองไทย ซึ่งถ้าจำเฉพาะช่วงนี้ ต้องยังโกรธพ่ออยู่ แต่นี่ดีกับพ่อแล้ว แสดงว่าแกล้งความจำเสื่อมแหง
    #409
    0
  9. #408 porb (@porb) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 20:06
    ต่ออีกน๊า
    #408
    0
  10. #407 mo2may (@mo2may) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 18:15
    ทำกับเขาไว้เยอะนี่
    ผึ้งเรยไม่อยากจำ
    สมน้ำตา

    แต่อ่านแร้วหายใจขัดๆเรยอ่ะ
    ลุ้น เหมือนหัวใจถูกบีบไปด้วยเรย >> เวอร์ (' ' )
    55
    #407
    0
  11. #405 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 16:06
    เออ เริ่ด! ให้มันได้อย่างนี้สิ 5555++



    ไปต่อไม่ถูกเลย ความจำเสื่อมระยะสั้น แต่ก็ดีค่ะ มีอะไรให้ลุ้นดี ชอบๆ



    #405
    0
  12. #404 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 13:42
    อ๊ากกกก ยังไม่ทันได้แก้ตัวน้ำผึ้งก็มาลืมพี่ต้นไปแล้ว เศร้า
    #404
    0
  13. #403 vivii_89 (@vivii89) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 12:59

    สงสารอ่ะ...มาอัพไวๆนะคะ

    #403
    0
  14. #402 preppy _G (@felionaclub) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 11:02
    สงสารน้ำผึ้งอ่า แล้วตอนนี้ก็สงสารคุณต้นด้วย
    แต่ว่าลืมก็ดีนะน้ำผึ้ง จะได้เริ่มต้นกันใหม่
    #402
    0
  15. #401 namtal-1 (@namtal-1) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 10:59
    ทีน้ำผึ้ง เจอแต่เรื่องเลวร้าย

    ทีคุณสรินทิพย์ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

    สวรรค์....

    #401
    0
  16. #400 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 10:34
    วีธีลบความเจ็บปวดคือการลืม คนที่ทำให้เจ็บที่สุด
    ใช่มั้ยน้ำผึ้ง
    คห.397 อ่านว่า สมน้ำหน้าน้ำผึ้งใช่มั้ย ทำไมล่ะ สิรินทิพย์ส่งเม้นมาเหรอ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัย
    #400
    0
  17. #398 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 09:48
    นางเอกความจำเสื่อมหรือว่าแกล้งคะ

    น่าจะความจะเสื่อมนะคะเพราะหัวกระแทกกับพวงมาลัย

    สงสารๆๆๆๆๆๆๆค่ะ
    #398
    0
  18. #397 p-nam (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 01:25
    Sam nam na Nam-pung.
    #397
    0
  19. #396 vivii_89 (@vivii89) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 20:17
    อย่าแท้งน๊าเค้าสงสารน้ำผึ้ง............
    #396
    0
  20. #394 porb (@porb) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 19:45
    อย่าแท้งน๊า
    #394
    0
  21. #393 tuatoto (@tuatoto) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 18:49
    อย่าบอกนะว่าเเท้ง 
    ม่ายยยยยยเอาาาาาาาาา
    #393
    0
  22. #392 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 10:38
    เวลาไม่ได้แตกต่างกันเลยนะยะ green

    อัพ อัพ อัพ
    #392
    0
  23. #389 che_ii (@che_ii) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 09:03
    ลูกจะรอดไม๊เนี่ย ?  ลุ้นๆๆๆ
    #389
    0
  24. #388 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 08:21
    รออ่านค่ะน้ำผึ้งจะเป็นไรใหมคะ

    สงสารๆๆๆๆๆๆๆค่ะ
    #388
    0
  25. #387 mo2may (@mo2may) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 04:29
    อะไรจะเลวได้ปานนี้

    น้ำผึ้งจะรอดมั้ยอ่ะ แต่ที่แน่ๆคงแท้ง
    #387
    0