พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 18 : ตอน 14 มนตราเหมันต์ < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 ก.ค. 55

 

ตอน 14

มนตราเหมันต์

คนเจ้าเล่ห์มีรอยยิ้มผุดพราย...

หลังข่มขวัญให้กลัวคนงานของตน ยังทำใจดียื่นมือเข้าช่วยแล้วชวนกลับที่พัก ช่วงเวลานั้นทำให้คนปากแข็งได้ใกล้ชิดภรรยากำมะลอของตนโดยไม่มีอะไรกั้นขวาง ร่างสูงใหญ่ก้าวไปอย่างช้าๆ เพื่อถ่วงเวลา ถือเป็นช่วงเวลาที่หาไม่ได้ง่ายๆ ที่จะได้โอบกอดร่างนุ่มนิ่ม แนบใบหน้าคมสันไปกับพวงผมละมุน จนปลายจมูกสัมผัสกลิ่นอ่อนๆ กับมีวงแขนอ้อนแอ้นคล้องท่อนแขนของเขาไว้ ในยามที่หล่อนหวาดกลัว

เมื่อไหร่จะถึงคะ?” พะวักพะวน

ดวงหน้านวลแจ่มกระจ่างจากแสงจันทร์ที่อาบไล้เพียงนิดเงยขึ้นถาม ดวงตากลมโตวาวแววเริ่มวิตก รู้สึกว่าระยะทางกลับไกลกว่าตอนขามากับราตรีเพราะเดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที แต่เตชิษฏ์ยังเฉยดูไม่เดือดร้อนกับความกังวลของอีกฝ่ายสักนิด

นั่นสินะ” เขาพึมพำเสียงเรียบ

หรือว่าเราจะหลงทาง!” หล่อนตระหนก

กรี๊ด..ดด

เตชิษฏ์ยังไม่ทันได้ตอบ เขาชะงักฝีเท้าทำให้ร่างอ้อนแอ้นหยุดยืนทื่อไปด้วย จู่ๆ เจ้ากระบอกไฟฉายในมือส่งเสียงครึ่กแล้วดับวูบพร้อมเสียงหวีดร้องของหญิงสาวดังขึ้น แสงรอบกายปลาสนาการไปแบบปัจจุบันทันด่วน ร่างเพรียวลมหน้าเหวอโผเข้าเกาะแขนกำยำด้วยความตกใจ จนไม่ทันได้ยินเสียงหึที่ลอดแผ่วจากร่างสูง

น้ำผึ้ง! น้ำผึ้งผมอยู่นี่ ไม่ต้องกลัว” เขาโอบรับร่างน้อยไว้ทั้งตัว ก้มลงกระซิบชิดหน้าผากเนียนที่แนบไปกับอกแบนราบ ชญาดาตกใจมากจากแค่คล้องวงแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามกลายเป็นพันธนาการร่างสูงไว้ในอ้อมกอดเล็กๆ ของเธอ เตชิษฏ์ยิ้มกริ่มกับอาการกอดรัดของหญิงสาว ถือโอกาสวางมือลูบเรือนผมยาวสลวย ที่ปล่อยละบ่าบางปลอบขวัญ

ไฟฉายใช้ไม่ได้แล้วล่ะ สงสัยถ่านหมด” เขารำพันแล้วถอนใจยาว

อะไรนะคะ! แล้วจะทำยังไงต่อล่ะเราจะค้างคืนกลางป่าอย่างนี้น่ะเหรอคะ” คนถามหน้าซีด ปากสั่น

แสงสว่างที่มีดวงเดียวนอกจากพระจันทร์กลางฟ้าดับวูบ ทิ้งสองร่างยืนกอดกันกลมท่ามกลางความมืด กับบรรยากาศที่ค่อยๆ เย็นลงจนกลายเป็นหนาวยะเยือก หญิงสาวสั่นสะท้านทั้งหวาดกลัว ทั้งเริ่มหนาวจับใจ

ขอผมคิดก่อน” ยิ้มมุมปาก

ครั้งนี้ชญาดาไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมชายหนุ่ม ที่กำลังประคับประคองกอดแล้วตีสีหน้าเคร่งขรึม ใครเล่าจะคิดว่าเตชิษฏ์ปรารถนาใกล้ชิดกับเธอทั้งที่เคยแสดงท่าทีขยะแขยง หญิงสาวกวาดมองไปรอบกายที่มืดตื้อ สะดุ้งไปกับเสียงร้องโหยหวนที่แว่วมาจากป่าลึก กับเสียงระงมพงไพรของหมู่แมลงกลางคืน หนทางข้างหน้าทึมทึบไปด้วยต้นไม้ใหญ่กับต้นหญ้าสูงชะลูดที่ไม่ว่ามองไปทางใดก็เหมือนกันไปหมด มือเล็กคล้องเกาะเอวสอบแนบแน่น ไม่ยอมก้าวต่อจนเขาต้องลูบต้นแขนเธอปลอบใจ

ผมก็อยากจะออกไปจากที่นี่นะ กลางคืนในป่ามีแต่อันตราย แต่คุณก็เห็นแล้วว่ามันมืดแค่ไหน เกิดเดินไปเหยียบงูเงี้ยวเขี้ยวขอจะเป็นอันตรายมากกว่า” เอ่ยเสียงขรึม ท่าทีครุ่นคิด

เจ้าหล่อนไม่เถียง...ไม่ว่าจะหลงอยู่ในป่าหรือกล้าเดินฝ่าออกไปโดยไม่มีแสงไฟนั้น อันตรายไม่แพ้กัน

แล้วเราจะทำยังไงล่ะคะ จะอยู่ที่นี่ทั้งคืนเหรอคะ?”

ตรงนี้ใกล้ธารน้ำเกินไป สัตว์ป่าจะมากินน้ำที่ต้นน้ำตอนกลางคืนอย่างพวกช้าง ไม่ก็สัตว์เล็กๆ อยู่ห่างที่นี่ไว้ดีกว่า คุณเดินตามผมมาติดๆ ก็แล้วกัน”

เตชิษฏ์เปลี่ยนมาจับจูงมือเล็ก มือหนาอุ่นส่งมาถึงเธอจนชญาดารู้สึกแปลกที่คนคนนี้จะเป็นคนปกป้อง แทนที่จะย่ำยี ดวงตาคมขลับเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างที่นำหน้าไปครึ่งก้าวเพื่อรอเธอก้าวตาม จู่ๆ ก็อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ก้าวตามก้าวต่อก้าวจนเมื่อยล้า ชญาดาเผลอใจลอยจนไม่ทันระวังว่าฝีเท้าเรียวเล็กเหยียบลงบนกิ่งไม้ท่อนโต ที่หักโค่นมาพาดทางเดิน กิ่งเล็กๆ ของมันหักดังเป๊าะพร้อมกันนั้นร่างเพรียวเสียหลัก ล้มพับลงไปข้อเท้าพลิก ชญาดาหน้าเหยเกร้องโอ้ยลั่นพลางสูดปากให้คลายเจ็บ

น้ำผึ้ง!”

บ้าจริง!” เตชิษฏ์สบถหน้าเครียด ไม่คิดว่าการถ่วงเวลาเดินวนในป่า แกล้งทำไฟฉายดับจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

อูย...

หญิงสาวกัดริมฝีปากเมื่อสะกดเสียงร้อง อดกลั้นเต็มที่แสดงให้เห็นความเข้มแข็งในจิตใจ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาแล้วหล่อนต้องดูแลตัวเอง ไม่มีบิดาคอยประคบประหงม ซ้ำมีมารดากับน้องสาวให้ต้องปกป้อง แค่เจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ จึงเก็บกลั้นทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ

คุณเจ็บมากไหม ลุกขึ้นไหวไหมจับแขนผมไว้นะ” เธอพยักหน้าแล้วหยัดกายลุกขึ้น

โอ้ย!”

อาการเจ็บแปลบที่ข้อเท้าพุ่งเข้าใส่จนสะดุ้ง นั่งลงไปที่เดิมแล้วลูบข้อเท้าข้างขวาป้อยๆ เจ็บจนน้ำตาซึม อึดใจเดียวอีกเหมือนกันที่ร่างอรชรลอยหวือขึ้นจากพื้น ตกอยู่ในอ้อมกอดของร่างแกร่งที่มองเห็นใบหน้าหล่อคมลอยอยู่เหนือดวงหน้า ชญาดารีบคล้องมือกับต้นคอหนาด้วยกลัวจะตกจากที่สูง ชายหนุ่มยิ้มนิดๆ ในเงามืด

สงสัยเราคงต้องเปลี่ยนแผน คุณเดินไม่ไหวแล้วระยะทางกว่าจะพ้นป่านี้ก็อีกตั้งไกล”

แล้วเราจะทำยังไงล่ะคะ?”

เอาเถอะขอให้ไว้ใจผม ผมจะพาคุณไปที่ที่ปลอดภัยก็แล้วกัน ระหว่างนี้ก็กอดคอผมไว้แน่นๆ ตัวคุณหนักจะตาย เดี๋ยวจะหล่นกลิ้งไปนอนเล่นบนดินซะเปล่าๆ” เขายิ้มขัน แววตาแพรวพราวใส่ใบหน้าระเรื่อที่ถูกกล่าวหาว่า...หนัก ชายหนุ่มพูดคำหยาบใส่ผู้หญิงได้สบายปาก ทั้งที่เรื่องตัวเลขอายุกับน้ำหนักใครเขาพูดกัน ชญาดาค้อนขวับ อยากทุบแผ่นอกเขาสักหลายอั้ก

ชิ! คุณตัวเบานักนี่พ่อหุ่นนายแบบ ตัวเองตัวบะเริ่มอย่างกับยักษ์ ยักษ์วัดแจ้งหน้าตาบูดบึ้งน่ะเคยเป็นไหมคะ”

ยักษ์! ผมน่ะเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณเป็นนางเมขลา ผมจะเป็นรามสูรก็แล้วกัน” หัวเราะหึๆ นึกขัน

ทั้งสองต่อปากต่อคำจนหญิงสาวลืมความเจ็บปวดลงบ้าง เขาอุ้มหล่อนสืบเท้าไปเรื่อยๆ จนเม็ดเหงื่อชุ่มแฉะเสื้อยืด แต่ไม่ระย่อกระทั่งถึงที่โล่งเตียนกลางเงามืดของผืนป่า ชญาดามองหาที่พักชั่วคราวถ้าไม่กลับออกไปก็น่าจะมีเพิงหรือกระท่อมให้ค้างคืนมิใช่หรือ ทว่ากลับไม่เห็นอะไรนอกจากแสงไฟลิบๆ ในความสลัว

ที่นี่เหรอคะคุณเตชิษฏ์”

เสียงสวบสาบที่ใกล้เข้ามาทุกขณะเรียกจังหวะหัวใจให้ระทึก หล่อนซุกหน้ากับอกกว้างยิ่งขึ้นเมื่อถูกแสงสีส้มสาดเข้ามาเต็มที่ เจ้าของมือดีแกว่งกระบอกไฟฉายอันเขื่องเข้าหาใบหน้าหล่อคมของผู้เป็นนาย กับร่างอ้อนแอ้นในวงแขน

นาย!” สิ้นเสียงคุ้นทักทายจึงโล่งอกขึ้น

นายแผน ลูกน้องหนุ่มเพิ่งเข้าไร่พร้อมเตชิษฏ์แยกกันเมื่อตอนบ่ายคล้อย แปลกใจเมื่อพบทั้งสองกลางป่า ทั้งที่ราตรีแยกจากนายหญิงนานแล้ว ส่วนเขาออกมาเดินสำรวจพื้นที่ใกล้น้ำตกตอนหัวค่ำเป็นนิจจึงมาพบเข้า

เกิดอะไรขึ้น...ทำไมนายของเขาจึงอุ้มภรรยาสาวไว้ แผนกราดไฟฉายไปยังร่างตรงหน้าขึ้นๆ ลงๆ แล้วหยุดลงที่ร่างในอ้อมกอด

เกิดอะไรขึ้นครับนาย แล้วนั่นนายหญิงเป็นอะไรไป?”

นิดหน่อย นายมาก็ดีแล้วนายหญิงข้อเท้าพลิก ตอนนี้ฉันต้องการที่พักกับยาด่วน” ออกคำสั่งเสียงเฉียบ ตวัดนัยน์ตาคมมองชญาดาที่เจ็บระบมข้อเท้าขึ้นทุกที แต่ไม่ปริปาก แผนผงกศีรษะแล้วชี้ไปเบื้องหลัง

ครับนาย เดินลึกเข้าไปอีกหน่อย ทางนู้นมีกระท่อมเก่าที่ผมกับพวกเคยอาศัยนอนกลางป่า นายกับนายหญิงไปพักได้เลย เรื่องหยูกยากับเสื้อผ้าผมจะให้ราตรีจัดหาไปให้ นายนำไปก่อนได้เลย” แผนบอกแก่เตชิษฏ์ พลางชำเลืองมองหญิงสาว นึกอยากยลโฉมภรรยาของเจ้านายก็ไม่ถนัดถนี่ เพราะเจ้าหล่อนซุกหน้าหลบแสงไฟ คล้อยหลังหนุ่มสาวแป๊บเดียวแผนก็ไปจัดการตามนายสั่ง เขาจ้ำพรวดๆ หายลับไปในความมืด

 

ข้างหน้านั่น...

กระท่อมหลังเล็กเลือนรางใต้เงาครึ้ม ดวงจันทร์ลอยเคลื่อนสู่กึ่งกลางศีรษะ ส่องแสงนวลตาไปยังที่พักพิงชั่วคราว กระท่อมหลังเก่าผุพังที่พอกันลมหนาวยามค่ำคืน เตชิษฏ์ผลักบานประตูออก ก้าวเข้าไปวางร่างเพรียวลงบนเบาะสีมอมซึ่งเป็นที่นอนเก่าเก็บ กับมีมุ้งเก่าๆ ที่เปลี่ยนจากสีขาวเป็นขุ่นห้อยสองหูค้างไว้ ชญาดาเหลียวมองไปรอบกาย พลางวางมือตบปุไปบนเบาะไล่ไรผุ่น แล้วเบือนหน้าหนีเพราะฉุนกึก

พอไหวไหมคุณ มันเก่า ฝุ่นก็เยอะอย่างนี้แหละ” เขาพูดพลางจ้องมองหญิงสาวขยับตัวไปอิงผนังไว้ เหยียดเรียวขาเพรียวไปอีกทางแล้วก้มลงดูข้อเท้าตัวเอง มือเล็กลูบไปมาหวังปัดเป่าความเจ็บปวดกับบวมแดงที่เกิดขึ้นทันตา น้ำผึ้งผงกศีรษะว่าอยู่ได้เธอไม่เรื่องมากในสถานการณ์อย่างนี้ เท่านี้ก็ถือว่าโชคดีแล้วที่ยังมีที่พักให้ค้างคืน

ฉันนอนได้ ยังไงก็ดีกว่าต้องนอนกลางป่านี่คะ ที่นี่มีเบาะให้เอนหลัง มีผนังกันลมหนาวได้แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ”

ชญาดาบอกอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสลักสำคัญ เตชิษฏ์ยืนกอดอกมองหล่อนเขากลับออกไปข้างนอกแล้วกลับเข้ามาพร้อมยากับเสื้อผ้า ร่างสูงใหญ่ก้าวมานั่งตรงหน้าเอื้อมมือไปคว้าข้อเท้าที่คอยแต่จะหดหนีมาดูใกล้ๆ เธอหน้าเบ้แต่ไม่ยอมร้องโอดโอยออกมาจนเขานึกชมในใจว่าอดทนเก่ง แต่ที่ซ่อนไม่ได้คือ หยดน้ำตาที่ปริ่มหางตาแต่ไม่ไหลมาอวด

ดูสิ ข้อเท้าคุณคงจะพลิก เจ็บมากไหม?”

ฮื่อ“ ผงกศีรษะรับว่า มาก

เตชิษฏ์ขยับตัวใกล้ชิดขึ้น คุกเข่าลงตรงหน้าพลางรั้งข้อเท้าเรียวบางมาวางบนตักแล้วแตะเบาๆ ใบหน้าหล่อคมกดลงเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวคิ้วดกหนากับสันจมูกได้รูปสวย รอยร้อนวาบฉาบทั่วดวงหน้าหวาน สองแก้มปลั่งเกิดกระแสไฟอ่อนๆ พลุ่งพล่านเมื่อเขาเงยรูปหน้าประดับนัยน์ตาคมกริบขึ้นมองเธอ เรียวตาคมเข้มที่มีเสน่ห์เหลือร้ายกำลังละลายทุกความรู้สึกจนชญาดาต้องเมินหนี

เจ็บแต่ก็อดทนดีมาก นี่ยาแก้ปวดกินเสียหน่อยจะได้บรรเทาปวด”

ฉันทนได้“ พูดพลางเม้มเรียวปากอดกลั้นแต่น้ำตาคลอหน่วย มันดูแปลกๆ ที่จะให้เตชิษฏ์วางมือหนาไล้ไปบนผิวกายอ่อนบางของเธอ ไม่ว่าส่วนใดหล่อนก็ร้อนวูบวาบจนต้องชักเท้าหนี ทว่าเขายื้อไว้

ให้ผมดูข้อเท้าคุณก่อน พูดง่ายๆ สักวันเถอะเราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันไงล่ะ”

ฉันก็ไม่ได้อยากทะเลาะกับคุณนี่ ฉันไม่ใช่พวกโรคจิตเสียหน่อย” แหวใส่ ตวัดดวงตาขัดเคือง

นั่นไง ยังไม่ทันไรคุณก็เริ่มแล้ว” เอ่ยแค่นั้นแล้วปล่อยความเงียบครอบงำเป็นนาที เตชิษฏ์ใส่ความตั้งใจลงไปขณะบีบนวดข้อเท้าจนคนเจ็บไม่กล้าดื้อดึงอีก ยามนี้ภายนอกเกิดเสียงกรูเกรียวของสายลมหนาว อื้ออึงไม่ต่างจากภายในหัวใจของหญิงสาว และภายในกระท่อมเริ่มอึดอัดจากนัยน์ตาคมกริบทรงอานุภาพร้อนแรงที่ปรายมองชญาดาในระยะใกล้

คุณเตชิษฏ์ พอแล้ว” มือเล็กดึงมือเขาออกเพราะเกินจะต้านทานแล้วปัดอาการร้อนวูบออกไป

น้ำผึ้ง ผมอาจจะพูดในเวลาไม่เหมาะ แต่ผมอยากจะขอ...”

ขออะไร?

ริมฝีปากหยักสวยขยับเอื้อนเอ่ย แววตาเว้าวอนจับจ้องเพียงรูปหน้าเรียวสวยจนชญาดาไหวสั่น ดวงตาคมสีน้ำผึ้งไหวระริกกับคำขอแรกที่ไม่อาจคาดเดา

ผมอยากให้เราคุยกันดีๆ บ้าง อยากอยู่กับวันนี้ไม่ใช่เมื่อวาน อยู่กับคุณในฐานะสามีไม่ใช่ผู้ชายคนหนึ่งที่เคยทำผิดร้ายแรงต่อคุณ น้ำผึ้งคุณจะให้โอกาสผมได้ศึกษาคุณใหม่ได้ไหม ผมอยากรู้จักตัวคุณให้มากขึ้นเพราะจากนี้ไปคุณเป็นภรรยาของผม”

คุณเตชิษฏ์...” อึกอักและรับไม่ทัน

ผมจะเป็นสามีที่ดีตลอดเวลาหนึ่งปีที่เราอยู่ด้วยกัน แล้วคุณล่ะน้ำผึ้ง?”

ฉะฉัน”

ชญาดาอึ้งกับปฏิกิริยาที่ไม่ควรเกิด เขาใช่เตชิษฏ์คนเดียวคนเดิมที่เคยสาดคำพูดเป็นอาวุธใส่เธอไหม เขาคือคนเดียวกับที่ยัดเยียดความสกปรก ตีค่าว่าเธอต่ำต้อยด้อยคุณค่าอย่างผู้หญิงชั้นต่ำมิใช่หรือ และเขาเป็นคนคนเดียวที่ทำให้หัวใจที่เคยแล้งไร้จากรัก ได้ชุ่มชื้นในบางคราโดยไม่รู้ตัว

ฉันไม่...” ดวงตาคู่โตพราวไหว อึดอัดสับสน กลีบปากบอบบางสั่นน้อยๆ เกินจะเอ่ยเป็นคำ

เตชิษฏ์เสนอตัวเป็นสามี ส่วนเธอเป็นภรรยากำมะลอเป็นระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม แล้วเหมาะหรือที่จะมานั่งอ้างถึงความรู้สึก จะรักหรือชังใช่ว่าสำคัญ ในเมื่อไม่นานมันก็จบลงแล้ว ชญาดาหลุบเปลือกตาลงต่ำไม่อยากนึกถึงวันนั้น วันที่สัมพันธภาพเปลี่ยนไป...

ดวงหน้านวลเนียนกดลงต่ำจะเมินหนีเรียวตาวอนหวาน ทว่าไม่อาจทำเช่นนั้นเมื่อปลายคางมนถูกเบือนกลับมาเพื่อรับริมฝีปากหยักร้อนแม่นยำ ไอละมุนที่ไม่คิดว่าจะได้รับกลับแตะแต้มยังเรียวปากสีกลีบบัวอ่อนหวาน ละมุนละไมก่อนจะลิดรอนอย่างเรียกร้อง ชายหนุ่มผละออกห่างเพียงนิดเพื่อเอ่ย...

ผมรักคุณ น้ำผึ้ง ให้โอกาสผมนะครับ”

หูอื้อ ดวงตาพร่าลายเป็นอาการเกิดขึ้นทันทีที่คำรักโบยบินจากหัวใจ ผ่านเรียวปากสีอ่อนของเตชิษฏ์ ชญาดางุนงง หัวหมุนคว้างยิ่งกว่าเมื่อถูกรั้งเข้าสู่อ้อมอกกว้างจนเรือนร่างแนบชิด ทรวงอกนุ่มหยุ่นนาบไปกับแผ่นอกแบนราบ ตักแข็งๆ กลายเป็นที่รองรับตัวหญิงสาว วงแขนแกร่งโอบรับกดเอวคอดเข้าหาเพื่อมอบไออุ่น สานต่อรอยจุมพิตร้อนที่แนบยังกลีบปากหอมหวาน

คุ คุณ... ” เรียวตาคมหวานสีน้ำผึ้งเบิกกว้างเพราะความตระหนก

ร่างกายแข็งขืนเพราะตื่นกลัว แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายลงจากการถูกลูบไล้ด้วยความชำนาญกว่า มือหนาสากไล้ผ่านไปยังรูปหน้าผุดผาด เลื่อนต่ำสู่ลำคอระหง ไหล่ลาดเนียนแล้วเชยดวงหน้างามขึ้นรับสัมผัสที่เร่าร้อนขึ้น จุมพิตลิดรอนวิญญาณจนร่างขาวโพลนสั่นไหว เธอกำลังจะแพ้ต่ออำนาจใฝ่ต่ำทางกายเมื่อถูกเล้าโลมอ่อนหวาน

รักหรือ...

เป็นความรู้สึกที่เชื่อถือไม่ได้เอาเสียเลย ตั้งแต่รุ่นบิดามารดามาแล้ว พ่อกับแม่เป็นบทเรียนสำคัญให้ไม่เชื่อถือในความรักจนชั่วชีวิต รักก็แค่คำลวงโลกให้โอนอ่อนไปกับกระแสพิศวาสที่ร้อนรุม คำรักที่ออกจากปากสามีชั่วคราวคนนี้ไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อย แต่ไยหัวใจเจ้ากรรมกลับระรัว หวั่นไหวไปกับเสียงทุ้มอบอุ่นกับกอดหวาม จากพลิกหน้าหนี มือปัดป้องสุดกำลังค่อยๆ หล่นลงข้างกาย

ที่สุด...จิตใจก็แพ้ร่างกายที่สุมทับด้วยไฟรักไฟร้อน ที่กระหน่ำโหมพัดด้วยชายหนุ่มที่เปรียบดั่งพายุ

น้ำผึ้งของผม” เสียงทุ้มพร่ำเพรียก ตีสติหล่อนจนกระเจิง น้ำตาหยดใสร่วงรินลงสู่ผิวแก้มเรื่อ ชญาดาหลับตาสนิทปล่อยสายลมพัดพลิ้วครึกโครมภายนอก ปล่อยเรือนร่างล่องลอยไปกับอารมณ์ฝัน ร่างบอบบางที่ต้องการใครสักคนปกป้องมาตลอดยามนี้เปิดรับเตชิษฏ์เข้าถึงและโอบล้อมด้วยรัก

วันข้างหน้าจะเป็นเช่นไรนั้น เธอกับเขาปล่อยวางไว้ก่อนเพื่ออาศัยช่วงเวลาที่ลมหนาวโชยพัด มอบไออุ่นสู่กันและกันโดยไร้สิ่งกีดกั้น

หวัง...

ค่ำคืนนี้จะเป็นคืนหวานที่จะแปรเปลี่ยนสัมพันธภาพสีดำไปสู่สีรุ้ง ที่พาดผ่านกลุ่มดาวระยิบกลางฟากฟ้า กลบความเกลียดชังที่มีสู่ความรักที่จะเติมเต็มในช่วงเวลาหนึ่ง มือเรียวบางถูกวางทาบ ประสานนิ้วมือทั้งห้าแล้วกดแนบลงข้างตัว ขับเคลื่อนกายไปตามอารมณ์เคลิ้มฝัน เตชิษฏ์ไม่อาจผละจากความละมุนหวานของเรือนกายนุ่มหยุ่น ไม่อาจจากไปตลอดคืนนั้น ร่างแกร่งกำยำกอดก่ายมอบหัวใจและกายหนุ่มแก่เธอทั้งหมด

ราตรีนี้ชายหนุ่มมอบคำรักพร่างพรายหลายครั้งหลายหน ก่อนที่แสงเช้าของวันใหม่จะมาเยี่ยมเยือน

 

เสียงจิ๊บๆ ของนกน้อยแว่วมา แสงสีส้มสาดเข้ามาทางหน้าต่างที่เผยอเป็นช่อง ลอดผ่านวัสดุธรรมชาติกรุผนังอย่างหญ้าแฝก ประกายสีอร่ามรำไรไล้ทาบเปลือกตาบอบบางปลุกหญิงสาวจากความง่วงงุน และหนักอึ้งจากการโถมทับด้วยท่อนแขนบึกบึน ร่างเพรียวเผลอตัวกระตุกข้อเท้าจนสะดุ้งวาบ พบว่ากายนุ่มเนียนนอนตะแคงแนบร่างแกร่งของผู้ซึ่งยังหลับพริ้ม

ตายแล้ว! เขา...นี่มันตัวเป็นๆ ไม่ใช่ความฝัน

ดวงตาคมขลับเบิกขึ้นเมื่อรู้ว่าตกอยู่กลางวงแขนของเตชิษฏ์ ไอร้อนกระจายทั่วแก้มปลั่งลามไปถึงลำคอจนแดงก่ำ ความกระดากอายไหลลามจนอยากผลักเขาออกห่าง ติดก็แต่ท่อนแขนที่รัดรึงแน่นหนายิ่งกว่าโซ่ตรวน

อือ” ครางงึมงำ

คางสากไรเคราสั้นของเขากดแนบหน้าผากเนียนจนอุ่นร้อน เพราะลมหายใจเป่ารดสม่ำเสมอ ดวงหน้าอ่อนบางถูกสีจัดแปรขึ้นมาเป็นริ้วๆ เมื่อทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อคืน สะท้านอาย ก้มหน้างุดกับอกกว้างที่เปล่าเปลือย

เขาไม่หนาวหรือไรไม่รู้ จึงกล้าอวดแผงอกล่ำสันท่ามกลางอากาศเย็นเยียบของเมื่อคืน ได้คำตอบว่า ไม่ เพราะได้อุ่นไอจากร่างงามให้กกกอด ถ่ายทอดอุณหภูมิซึ่งกันและกัน

ค่ำคืนที่ผ่านผันย้ำเตือนให้อับอายเมื่อชญาดาไม่ได้ปัดป้อง หล่อนเผลอไผลดื่มด่ำไปกับสัมผัสรักอ่อนโยน จนหลงลืมทุกอย่างกระทั่งทิฐิที่สั่งสมตั้งแต่เยาว์วัย ดวงหน้าร้อนจัดกับทุกอากัปกิริยาที่ติดตรึงหัวใจ หญิงสาวขยับออกห่างอย่างช้าๆ แต่คนหูตาไวปรือตาทันทีแล้วรั้งเอวคอดเล็กลงนอนที่เดิม รองรับร่างนุ่มด้วยอ้อมแขนแล้วพลิกตัวกลับมากักขังหล่อนไว้ในอ้อมกอด สองแขนกำยำค้ำร่างหนาหนักเอาไว้ ใบหน้าหล่อคมกับทรงผมยุ่งเหยิงทำให้ดูแปลกตา โน้มลงมาเกือบชิด นี่ไม่ใช่มาดนักธุรกิจหน้าขรึมคร่ำเคร่งเรื่องงาน แต่เป็นชายหนุ่มนัยน์ตากรุ้มกริ่มที่จ้องมองแบบจะกลืนกินเธอทั้งตัว

จะไปไหนครับน้ำผึ้ง” ถามเบาเท่ากระซิบ

เช้าแล้วนี่คะ ให้ฉันลุกไปใส่เสื้อผ้านะคะ”

เสียงหวานวิงวอน เพราะร่างอรชรล่อนจ้อนภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่มีอีกร่างสอดตัวอยู่ข้างๆ เตชิษฏ์ตีหน้ายุ่งแล้วส่ายหน้า กักกันหล่อนไว้เช่นเดิม

ไม่เห็นต้องใส่ ถ้าหนาวผมจะกอดไว้แน่นๆ ตัวผมอุ่นกว่าเสื้อผ้าพวกนั้นตั้งเยอะผมจะพิสูจน์ให้ดู” ส่งรอยตากรุ้มกริ่มสำทับ พลางโฉบริมฝีปากหยักสวยยังพวงแก้มนุ่มนิ่มอย่างเอาแต่ใจ ชญาดาหน้าแดงซ่านกับการถูกเอาเปรียบ รีบหลุบแพขนตาลงต่ำหลบสายตาคมกริบจนเห็นไรขนอ่อนๆ ประปรายแผงอกแกร่ง

ฉันอยากกลับออกไปจากที่นี่แล้ว” เอื้อนเอ่ย

จะรีบกลับออกไปทำไมล่ะครับ ผมว่าอยู่อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะตัดขาดจากผู้คน ไม่วุ่นวายดี ที่นี่มีแต่ป่ากับป่า มีแค่คุณกับผม” เตชิษฏ์ไม่พูดเปล่า เรียวตาวอนหวานส่งมาหว่านเสน่ห์เหลือร้าย แล้วโน้มใบหน้าลงจุมพิตริมฝีปากระเรื่อที่ช้ำอยู่ก่อนเพราะจูบเมื่อคืน

ใครว่า ที่นี่ยังมีลูกน้องของคุณกับราตรีอีก ฉันอายนี่นาปล่อยฉันเถอะค่ะคุณเตชิษฏ์” พ้อเสียงอ่อน ผลักไสใบหน้าคมคล้ามออกห่าง

ก็ได้ แล้วลุกไหวเหรอ มาๆ ผมช่วย”

เตชิษฏ์ผุดลุกขึ้นก่อนพาร่างแกร่งกำยำซึ่งมีกางเกงเลตัวเดียวปกปิด ไปหยิบเสื้อกับผ้าถุงที่ราตรีจัดมาให้นายหญิงเมื่อคืนวางลงตรงหน้า จุปากพร้อมยกหนีเมื่ออีกฝ่ายจะลงมือผลัดเปลี่ยนชุด

เอ๊ะ! คุณเตชิษฏ์เอามาให้ฉันนะ” แหวเอา

ร่างเพรียวบางม้วนตัวซ่อนในผ้าห่มหนีสายตาคมกริบ ยื้อยุดเสื้อผ้ากันอย่างเด็กๆ แล้วฝ่ายหนึ่งก็ถูกรวบตัวในวงแขน ชญาดาอึ้งเมื่อตกอยู่ในอาณัติคนร่างใหญ่ ดวงหน้าหวานลอยเด่นอวดริมฝีปากน่าจูบที่เตชิษฏ์ไม่มีวันปล่อยลอยนวล ชายหนุ่มรั้งร่างอรชรเข้าชิดแล้วบดเบียดแนบเรียวปากสีกุหลาบ มอบจูบหวานล้ำต้อนรับเช้าวันใหม่แล้วยิ้มอวดอย่างพอใจ

ผมเป็นคนถอด ผมจะใส่ให้เอง ห้ามคุณดื้อเด็ดขาดเข้าใจไหมภรรยาคนสวย”

บ้า!”

แต่จะว่าไปตอนไม่ใส่คุณสวยกว่านะน้ำผึ้ง สวยไปทั้งตัว แล้วก็หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งป่าซะอีก” ยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาแวววาว

น้ำผึ้งผลักเขาออกห่างเมื่อเจอสายตาโลมเลีย ร้อนแรง ก่อนจะถูกรวบกอดเพื่อสวมเสื้อผ้าให้หญิงสาวอย่างปากว่า กว่าที่ทั้งคู่จะได้กลับออกจากที่แห่งนี้ก็เป็นเวลาพลบค่ำของอีกวัน ราวกับเป็นช่วงเวลาส่วนตัวที่ไม่มีผู้ใดแทรกแซงได้ ไม่ว่าสุริยันหรือจันทราจะเคลื่อนคล้อยแทนที่ ที่นี่คงมีมนตราที่พาให้หัวใจสองดวงเปิดเผย สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวในกันและกัน

บรรยากาศภายในกระท่อมเหมือนห้องหอของคู่รัก คู่ข้าวใหม่ปลามันเมื่อได้ยินเสียงเจรจาเจื้อยแจ้วของฝ่ายภรรยากับเสียงหัวเราะของสามียามหยอกล้อ ยามนี้มีเพียงคนสองคนกับความรักที่ผลิบาน แต่ไม่มีใครรู้ว่าบรรยากาศหวานอบอุ่นจะคงอยู่นานเท่าใด ชญาดากับเตชิษฏ์จะได้สัมผัสชีวิตคู่เนิ่นนาน หรือถูกทำลายลงเพียงออกจากดินแดนแห่งนี้

ความสุขสวนทางกับความจริง หนุ่มสาวจำต้องเดินทางออกจากไร่บรรณวัตรมุ่งสู่กรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้น

โลกของข่าวสารกลับมาเมื่อโทรศัพท์มือถือรับสัญญาณได้ เดชาทำหน้าที่สารถีเช่นเดิมปล่อยให้สามีภรรยาได้นั่งอิงกันและกันเงียบๆ ที่เบาะหลัง ดวงตาคมเข้มของเตชิษฏ์ซ่อนรอยกังวล เมื่อยิ่งใกล้บ้านบรรณวัตร นับเป็นการพาลูกสะใภ้เข้าไปพบคุณมยุรินกับคุณกอบกิจอย่างเป็นทางการ

อีกคนคือ ตรีทัช ที่ไม่รู้ว่าหักห้ามใจได้หรือยัง กระนั้นเขากับเธอพร้อมจะกลับไปเผชิญหน้ากับความจริง

 

โรงพยาบาลเวชวรรธณ์

ห้องพักฟื้นแบบพิเศษแลโล่งด้วยสีขาวสะอาดสะอ้าน กลางห้องเป็นที่ตั้งของเตียงเหล็ก มีเบาะหนาปูผ้าลายตราโรงพยาบาล รอบๆ ห้องเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกไม่ต่างไปจากห้องชุดในโรงแรมหรู

คนไข้สาวกวาดดวงตาอ่อนล้าไปรอบกายอย่างเหงาหงอย ด้วยอาการยังทรงตัวจึงต้องอยู่โยงที่โรงพยาบาลโดยมีคุณสิรินทิพย์กับพีรยุทธผลัดกันมาเยี่ยม ที่ตกอยู่ในอาการเช่นนี้ก็เพราะคิดถึงเตชิษฏ์ คู่หมั้นหนุ่มหายหน้าไปทั้งที่เธอกับบิดาเข้าโรงพยาบาลมาร่วมหนึ่งสัปดาห์แล้ว จากคิดถึงจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นกังวล ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา?

ลูกบิดสีเงินหมุนดังกริ๊กแล้วผลักเข้ามาโดยแพทย์หนุ่มหน้าตาคุ้นเคย อทิตยะ เป็นเจ้าของไข้ปวริศา ซึ่งได้รับการฝากฝังจากผู้บริหารฯ ซึ่งเป็นคุณลุงคุณป้าให้ดูแลทายาทตระกูลดังอย่างดี อทิตยะจึงแวะเวียนมาเยี่ยมดูอาการ จนเกิดเป็นความคุ้นเคยมากกว่าแค่หมอกับคนไข้ วันนี้ก็เช่นกันคุณหมอหนุ่มเห็นสีหน้าของปวริศาไม่สู้ดี จึงถามไถ่อย่างอาทร

คุณรศาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เอ ตัวก็ไม่ร้อนนี่ครับ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ?”

ร่างสูงโปร่งถือวิสาสะวางมือลงอังหน้าผากมน เด็กสาวปรือตาแป๋วแล้วส่ายหน้าน้อยๆ เธอไม่ได้ป่วยที่กายแต่เป็นทางใจต่างหาก

รศาแค่เวียนศีรษะค่ะ” อ้างออกไปอย่างนั้น แล้วหลบสายตาอ่อนโยน

ถ้าอย่างนั้นผมจะให้พยาบาลจัดยามาให้ นอนลงดีกว่าครับ ผมช่วย”

อทิตยะเข้าประคองร่างเล็กบอบบางให้นอนลง ปวริศาตะแคงไปด้านหนึ่งกดซุกดวงหน้ากับหมอน นอนมองคุณหมอหนุ่มตรวจเช็คระดับน้ำเกลือ เพราะเขามีอายุห่างจากเธอไม่กี่ปีทำให้ปวริศาคุ้นเคยและสนิทสนมเป็นการส่วนตัว เด็กสาวจึงกล้าที่จะคุยเรื่องนี้ด้วย

คุณหมอมีคนรักหรือยังคะ?”

อ่า อะไรนะครับ”

จู่ๆ คนไข้สาวก็ทำให้หมอหนุ่มชะงัก ผิวขาวๆ แดงระเรื่อเกลื่อนใบหน้าขาวสะอาด ปวริศายิ้มหวานเมื่อเห็นเขายิ้มเก้อดูน่ารัก

เคยมีครับ” ตอบสั้นแล้วหลุบเปลือกตาลงต่ำ อทิตยะถือเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง มีความเอื้ออาทรอ่อนโยนต่อปวริศาด้วยญาติผู้ใหญ่รู้จักกับมารดาของหญิงสาว ชายหนุ่มปรายตามองผิวแก้มใสๆ นั่นอีกครั้ง แล้วพ่นลมหายใจแผ่วเบาเมื่อต้องเอ่ยถึงอดีต

แล้วคนรักของคุณหมอโกรธไหมคะเวลาที่ไม่มีเวลาให้ เธองอนหรือเปล่า?”

ก็มีบ้างครับ เธอเป็นสถาปนิกงานยุ่งพอๆ กับผม เราต่างก็ทำงานหนักจนสุดท้ายก็เลิกรากันเงียบๆ ทำไมคุณรศาถามผมเรื่องนี้ล่ะครับ”

เอ่อ คือรศาแค่คิดว่ารศาเอาแต่ใจตัวเองไปหรือเปล่าที่อยากให้คนรักมาดูแล รศาน้อยใจค่ะแต่ไม่กล้าบอกเขา จนวันนี้ที่รศาป่วยเขาก็คงติดงานจนไม่มีเวลาเหมือนทุกครั้ง” เสียงหวานสั่นไหวน้อยๆ ปวริศาซ่อนความน้อยใจมาโดยตลอด ที่บอกว่าเข้าใจทำใจได้นั้นแท้จริงไม่ใช่ ยิ่งครั้งนี้ด้วยแล้วการที่เตชิษฏ์ไม่มาเยี่ยม ใจก็ยิ่งหดหู่คิดไปต่างๆ นานา

อย่าคิดมากเลยครับ ลองคุยกับเขาดูก่อนสิครับว่าคุณรศาคิดยังไง อย่าเก็บไว้คนเดียว”

ค่ะ รศาจะลองดู”

เด็กสาวผงกศีรษะยิ้มรับน้อยๆ กับคำปลอบโยน ไม่ทันสังเกตว่าแววตากับคำปลอบของอทิตยะมีอานุภาพมากมายทำให้เธอคลายเศร้าได้บ้าง หรือเพราะเธอโหยหาความเอื้ออาทรมากเกินไป หรือเพราะไม่เคยได้รับเลยจากคู่หมั้นหนุ่มก็ไม่รู้ได้ เตชิษฏ์ไม่เคยอยู่ข้างเธอในยามที่ทุกข์ใจ เขาอยู่ไกลเกินเอื้อมเสมอ ต้องเรียกร้องนั่นแหละชายหนุ่มจะปรากฏตัว มันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นอย่างที่พี่ชายของเธอค่อนขอดเธอไม่ได้รับการเอาใจใส่ แต่เธอก็รักเขาจนมองข้ามเรื่องนี้ไป

เขาใช่คุณเตชิษฏ์ บรรณวัตรไหมครับ ผมเคยได้ยินมาบ้าง” อทิตยะตามกระแสไม่น้อย

ตั้งแต่รับผิดชอบดูแลเคสนี้ ก็สืบเสาะเรื่องของปวริศามาบ้าง เด็กสาวที่เพียบพร้อมอย่างเธอ มีเจ้าของหัวใจเป็นทายาทธุรกิจส่งออกเฟอร์นิเจอร์ระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่ลงข่าวหน้าสังคมบ่อยครั้ง เธอพยักหน้ารับ

ค่ะพี่ต้นเป็นคู่หมั้นของรศา แต่ตอนนี้...” เอ่ยแผ่ว

ยังไม่ทันที่จะได้สนทนาลึกลงไปประตูเปิดออกอีกครั้ง ร่างท้วมของสตรีในชุดหรูก็ก้าวเข้ามา คุณสิรินทิพย์รับไหว้อทิตยะแล้วเข้าไปสวมกอดบุตรสาว นายแพทย์หนุ่มจึงปลีกตัวออกไปตามมารยาท สีหน้าของมารดาไม่สู้ดีจนปวริศาสั่นคลอน เธอถูกโอบกอดแล้วลูบเรือนผมเมื่อแรกเบาแล้วกดหนักลงที่บ่าไหล่บางอย่างไร้เหตุผล

คุณแม่มากับพี่พีเหรอคะ?” นางถอนตัวออกห่าง มาลูบไล้ดวงหน้าบุตรสาวอย่างเอ็นดู

เปล่าจ๊ะแม่มากับคนรถ รศาคุยกับพี่หมอเขานานหรือยังลูก”

ปวริศาส่ายหน้าน้อยๆ ไม่เข้าใจหูตาแพรวพราวของมารดาที่วาบขึ้น เมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ แล้วมองตามเบื้องหลังของอทิตยะไป

มีอะไรหรือเปล่าคะคุณแม่ แล้วอาการของคุณพ่อล่ะคะ”

คุณพ่อของลูกอยู่ในความดูแลของคุณหมอ ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกจ๊ะ อาการของหนูยิ่งไม่ค่อยดีอยู่”

ว่าแต่...คุณหมอเนี่ย แม่รู้สึกว่าเขาดูเป็นห่วงเป็นใยลูกของแม่มากนะ อทิตยะเป็นคนน่ารัก สุภาพและเพียบพร้อมทุกอย่างจริงๆ”

มารดาตอบเรื่องของคุณชิตชัย เว้นระยะแล้วกลับมาชื่นชมนายแพทย์หนุ่มออกนอกหน้า

คุณแม่ขา ทำไมพี่ต้นไม่มาเยี่ยมรศาเลยล่ะคะ โทรไปก็ติดต่อไม่ได้ รศาเป็นห่วงเป็นพี่ต้นค่ะ”

คุณสิรินทิพย์สะดุดลมหายใจ แววตาของมารดาเรืองโรจน์เมื่อคิดไปถึงชญาดา ตัวการของเรื่องทั้งหมด เมื่อมองสบดวงตากลมวาวของลูกสาวยิ่งคับแค้น นางขยับริมฝีปากจะเปิดเผยเรื่องอัปยศของเตชิษฏ์กับน้ำผึ้ง หลังขบกรามแน่นดังกึก

นายต้นน่ะรึ” ปลายเสียงแห้งแล้งกึ่งสมเพช ใบหน้าอวบอูมบิดเบ้ ดวงตาคมวาบสั่นสุมไปด้วยเพลิงแค้น นางขบเม้มริมฝีปากสีแดงเพลิงแล้วรั้งร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมอก กอดปวริศาไว้แน่น

รศา แม่มีเรื่องต้องบอกลูก เรื่องของเตชิษฏ์กับนังผู้หญิงหน้าด้าน นังน้ำผึ้งมันแย่งเตชิษฏ์ไปแล้ว เขาหลงเสน่ห์จนขอถอนหมั้นแล้วไปแต่งงานกับมัน ลูกเอ้ย...นังน้ำผึ้งมันเป็นนางมารร้ายจริงๆ”

ถ้อยคำที่คุณสิรินทิพย์พร่ำพูดอย่างเคียดแค้นเสียดแทงหัวใจบอบช้ำจนยับเยิน ปวริศาไม่อยากเชื่อเรื่องที่ได้ยิน แต่มารดาจะหลอกให้เธอเจ็บช้ำทำไมถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ปวริศานิ่งงันตกอยู่ในภวังค์น้ำตา

เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ความรักที่หล่อนเฝ้าประคบประหงมมาแรมปี กับเตชิษฏ์เล่า...มันปลาสนาการไปได้อย่างไร?

หยดน้ำตาไหลอาบดวงหน้าโพลนขาว ริมฝีปากซีดสั่น ร่างแบบบางหอบสั่นจนตัวโยนเมื่อฟังคำพูดเสียดแทงอีกหลายประโยคจากปากมารดา นางพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอชิงชังชญาดา ให้จงเกลียดจงชังเข้ากระดูกดำเยี่ยงที่นางทำมาแล้วกับพีรยุทธ

รศาไม่เชื่อ!”

พี่ต้นรักรศา ไม่จริงใช่ไหมคะคุณแม่” เอ่ยเสียงสั่นเครือ สะบัดใบหน้าไปมาแล้วกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง คุณสิรินทิพย์ตกใจไม่น้อยไม่คิดว่าปวริศาจะรักเตชิษฏ์เพียงนี้ แต่ความรักนี่แหละจะแปรเป็นความแค้น...แค้นที่ต้องเอาคืนกับลูกของนังผู้หญิงคนนั้น ความเห็นแก่ตัวทำให้นางคิดว่าเป็นผู้ถูกกระทำจึงต้องเอาคืน ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้นางกระทำให้ผู้ใดเจ็บช้ำบ้าง

รศาไม่ยอม รศารักพี่ต้น...รักที่สุด”

เด็กสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อ ชาหนึบทว่าปราศจากความเจ็บปวด คนเป็นแม่รวบกอดร่างเล็กปลอบประโลม ขณะที่ลูบกลุ่มผมอย่างอ่อนโยน นางกระซิบ...

รศาหนูจะต้องสู้ อย่าปล่อยให้พี่ต้นไปอยู่กับนังน้ำผึ้ง อย่ายอมแพ้อย่างเด็ดขาดนะลูกรัก”

นางเอ่ยพร้อมกดจูบลงยังกระหม่อมบอบบาง ฝากรอยแค้นสาหัสไปยังสาวน้อย ปวริศาผงกศีรษะทั้งที่น้ำตานองหน้า ซึบซับทุกถ้อยคำสั่งสมเป็นความโกรธแค้นจนปริ่มล้นสมใจมารดา

 

 

 

คำว่า "พ่อแม่รังแกฉัน" ใช้ได้กับแม่แบบคุณสิรินทิพย์ค่ะ 

ขอบคุณกำลังใจที่เทมาให้หนูน้ำผึ้งสู้ๆ เพราะศึกหนักหลายด้าน 

หนูน้ำผึ้งจะผ่านไปได้ไหม เตชิษฏ์จะเป็นตัวช่วยหรือซ้ำเติม มาลุ้นกันจ้า

พรุ่งนี้จะแอบแวบไปงานหนังสือ จะอัพโดยไวเมื่อมีเวลา 

ใครรอ...ขอเสียงหน่อยจ้า
                                               ดาลัน  
 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #670 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 00:04
    แม่มันร้ายจริงๆขอให้รศาอย่าร้ายตาม
    #670
    0
  2. #626 flower (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2555 / 06:29
    ขอบคุณค่ะ



    ชอบๆแต่งได้ดีมากค่ะ
    #626
    0
  3. #597 keepwalkinggirl (@keepwalkinggirl) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 11:39
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก *_____*
    #597
    0
  4. #431 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 20:09
    ตัวเองเลวไม่พอยังสอนลูกเลวด้วย ร้ายเกินไปแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่สำนึกเอาเสียเลย
    #431
    0
  5. #216 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2553 / 18:22
    มารออ่านค่ะ
    #216
    0
  6. #215 porb (@porb) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2553 / 00:06
    รอต่อคร่า
    #215
    0
  7. #212 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2553 / 09:51
    รอๆอ่านค่ะ
    #212
    0
  8. #211 PNN (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 13:32
    โอ้โห นี่หรือ จิตใจมนุษย์

    มันน่าจะมีมุมดี เป็นของตัวเองบ้างน่ะ

    ไม่ใช่ว่าจะเอาให้ได้ซะทุกอย่าง

    แม้มันจะเพื่อความสุขของตนก็เถอะ



    #211
    0
  9. #207 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 10:23
    ดันมาหวานตอนนางเอกป่วย

    รออ่านค่ะ
    #207
    0
  10. #206 จี๊ด (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 01:22
    แม้แต่ลูกของตัวเองก็ยังใช้ไปฟาดฟันศัตรู อยากรู้จริงๆว่าตอนท้องนี่ยายของรศากินอะไรเข้าไป ถึงได้มีลูกสวะขนาดนี้ สงสัยจะกินอาจม ลูกถึงได้โสมมนัก
    #206
    0
  11. #205 คุณเจ้ (@koonja-jaa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 20:56
    ครอบครัวนี้เป็นแหล่งรวมคนชั่วเนอะ
    #205
    0
  12. #203 porb (@porb) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 00:13
    ดู ยัง จะ สอน ให้ ลูก เลว เหมือน ตัว เอง อีก นะ
    #203
    0
  13. #202 mo2may (@mo2may) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 22:39
    สอนให้ลูกชั่วตามตัวอีก เฮ้อ คนเรา
    #202
    0
  14. #201 :: it } DomiNatE :: (@enjoy-everning) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 20:58
    แบบยัยคุณหญิงนี่หรือเปล่าค่ะที่เรียกว่า "เลวโดยสันดาน"
    ไม่สำนึกเลยจริงๆนะเนี่ย
    #201
    0
  15. #199 อ้วนน้อยๆ (@chobi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 17:47
    ขอให้นางเอกเข้มแข็งมากๆ อย่าให้สองแม่ลูกทำอะไรนางเอกได้เลยสาธุ!
    #199
    0
  16. #198 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 17:31
    จะร้ายยกครัวจริงๆหรือค่ะเนี้ย สอนลูกได้ดีจริงๆ คิดแค้นน้ำผึ้งแต่ไม่มองตัวเอง
    #198
    0
  17. #197 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 17:14
    ตบเข้าฉาด!!



    คิดแล้วไม่มีผิดว่าจะออกมาอีหรอบนี้นะยัยรศา ดูนางให้ดูแม่จริงๆ มองเห็นอะไรหลายๆอย่างในอนาคตเลยค่ะ แม่ลูก 3 คนคงป่วนน่าดู ส่วนคุณชิดชัยก็ไม่รู้จะอ่อนแอไปจนวันตายหรือเปล่า เชื่อว่าเขาคงเลือกที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องสักครั้ง เพื่อลูกที่เขา 'เคยรัก' มากที่สุด..



    ส่วนตรี ขออย่างี่เง่าโหวกเหวกให้มากนะจ๊ะ แค่นี้น้ำผึ้งก็ทุกข์ใจมากพอแล้ว ศัตรูรอบด้านอีก หุหุ



    สนุกสนานค่ะ มันส์อ่ะ ยิ่งคาดเดาไปต่างๆนาๆ รอลุ้นแต่ละตอนยิ่งมันส์



    เป็นกำลังใจให้คุณแหม่มค่ะ
    #197
    0
  18. #196 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 16:31
    โอ้โห เสี้ยมสอนลูกอย่างนี้ เจริญละ นึกว่ารศาจะเปนแกะดำของบ้าน อาจจะเปนคนดี ที่ไหนได้...อย่างนี้เขาเรียกว่าพ่อ แม่รังแกฉันหรือเปล่า อนาถใจกับครอบครัวนี้จิงๆ เมื่อไหร่จะสำนึก
    #196
    0
  19. #194 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 19:40
    วันนี้มาแบบหวานละมุนเชียว หุหุ
    #194
    0
  20. #192 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 14:32
    กลัวแค่ว่าบรรยากาศพาไป เพราะอยู่กันแค่สองคน

    แต่พอออกจากกระท่อม แล้วกลับไปบ้านแล้วเจอคนอื่น ๆ

    คุณต้นก็จะกลับไปเหมือนเดิม ใจแคบ

    คนที่ช้ำใจที่สุดก็คือ น้ำผึ้ง

    ขอพูดถึงเรื่องนางเอกขาพลิกนิดนึงนะคะคุณดาลัน

    เห็นคุณต้นนวดข้อเท้าให้แล้วคิดว่าไม่น่าจะหายนะคะ

    จริง ๆ แล้วน่าจะแค่ทายาแล้วพันผ้าไว้แค่นั้น

    เพราะตัวเองเคยขาพลิกแล้วไปนวดยา อาการหนักเลยค่ะ

    จากที่พอเดินได้ มันจะเดินไม่ได้เลยนะคะ เลยไปหาหมอ

    หมอก็บอกว่าห้ามนวดเด็ดขาด เพราะข้อเท้าบวมอักเสบถ้าเราไปนวดมันก็จะยิ่งอักเสบ

    ให้ทายาแล้วพันผ้าไว้คืนนึงก็จะดีขึ้นค่ะ

    แค่บอกเล่าจากประสบการณ์ตัวเองนะคะ หวังว่าคงไม่โกรธนะ
    #192
    0
  21. #191 ช่อชะเอม (@Janai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 13:54
    กรี๊ดดด!! คุณต้นร้ายกาจอ่า มีแอบยิ้ม น่าตีจริงๆเลย..

    แล้วทั้งหัวใจของทั้งคู่ก็มอบให้กันและกันในที่สุด เหมือนจะราบรื่น แต่อุปสรรคขวากหนามในอนาคตยังมีอยู่เพียบเมื่อกลับไป ได้แต่หวังว่าความรักของคุณต้นที่มอบให้น้ำผึ้งนั้น จะช่วยปกป้องให้น้ำผึ้งรอดพ้นจากพวกผีห่-ซาตานที่คอยตามทึ้งก็แล้วกันนะคะ

    น้ำผึ้งไม่มีใครเลยนะ มีแต่คุณต้นคนเดียว.. ดูแลเธอดีๆนะคะ ^^

    คุณแหม่มสู้ๆค่ะ สนุกสนาน วี๊ดวิ้ววว~
    #191
    0
  22. #189 PNN (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 12:16
    จะเป็นวันหวาน ที่รอ

    ความขม รึป่าวค่ะ

    #189
    0
  23. #188 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 11:23
    ห๊ะ!!! ผมรักคุน อีตาเตหลุดเก๊กเหรอ ว๊าว...รู้ตัวมั้ยเนี้ย ว่าพูดอะไรออกมา หรือว่าบรรยากาศมันพาไปจนลืมตัว

    รออีก50%ที่เหลือค่า อยากรู้ว่าหนูน้ำผึ้งจะทำยังไง
    #188
    0
  24. #187 นู๋อิ๊วจัง (@katop_11) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 11:19
    หวานอ่ะ
    อยากอ่านตอนต่อไปเรวๆจังเลย
    #187
    0
  25. #186 นิ้งหน่อง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 11:16
    นั่งรอ.ๆๆๆๆๆๆๆทำงานรอจ้า
    #186
    0