พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 17 : ตอน 13 บ่วงกรรม < Re run 100% ka>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    29 มิ.ย. 55

ตอน 13

บ่วงกรรม

              บรรยากาศในโรงพยาบาลช่างหดหู่ เมื่อแววตาหมองเศร้าของคุณสิรินทิพย์มองลูกสาวคนเล็กนอนราบบนเตียงคนไข้ ปวริศาเข้ารับการรักษาตัว กับเอ๊กซเรย์สมองอย่างละเอียด หญิงสาวไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลนับตั้งแต่วันนั้น...วันที่เป็นลมล้มพับกลางร้านอาหาร

              ดั่งเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อสามีอาการกำเริบต้องเข้าเยียวยาโรคหัวใจกะทันหันอีกคน คุณสิรินทิพย์ร้องไห้ คร่ำครวญอยู่ท่ามกลางความทุกข์ระทมเพียงลำพัง ทั้งสามีทั้งลูกอยู่ในขั้นน่าวิตก เมื่อผละจากห้องฉุกเฉินก็มาเฝ้าปวริศาเป็นอยู่เช่นนั้นเช้าจรดค่ำ

              คุณแม่ครับ คุณพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”

              พีรยุทธตามมาที่โรงพยาบาลทันทีที่ทราบข่าวบิดาเลี้ยง นางโผเข้าหาบุตรชายร่ำไห้ เขาพามารดาไปนั่งลงปลอบประโลม ใคร่รู้ต้นสายปลายเหตุที่เกิดขึ้นในวันนั้น

              เกิดอะไรขึ้นครับคุณแม่?” มารดาเงยใบหน้าบิดเบ้ แฝงรอยแค้นและชิงชังขึ้นสบ ริมฝีปากอิ่มบิดน้อยๆ เมื่อนึกถึงชญาดา นางมารร้ายที่นางเกลียดเข้าไส้

              เพราะนังผู้หญิงคนนั้น นังน้ำผึ้งมันทำลายครอบครัวของเรา มันทำร้ายยัยรศาแล้วก็พ่อของแก” บริภาษทั้งน้ำตา แววตาเคียดแค้นลุกวาว พีรยุทธยังงุนงงว่าชญาดามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร เขารั้งร่างท้วมสั่นเทิ้มออกห่างเพื่อถามความด้วยแววตากังวล

              คุณแม่ครับผมงงไปหมดแล้ว จะเกี่ยวกับน้ำผึ้งได้ยังไงครับ บอกผมสิครับว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน”

              พีรยุทธยังเชื่อเช่นนั้น มารดาแสยะยิ้มสมเพช เมื่อเอ่ยถึงผู้หญิงที่นางเกลียดจนอยากแล่เนื้อเถือหนัง

              ไม่ผิดหรอก นังปิศาจมันแย่งนายต้นไป สองคนนั่นกำลังจะแต่งงานเย้ยยัยรศา พ่อของลูกตกใจมากจนอาการกำเริบ แม่เกลียดมัน อยากฆ่ามันให้ตาย ฮือๆๆ” คุณสิรินทิพย์ปล่อยโฮอย่างคับแค้น

              ไม่เคยต้องเจ็บแค้นเพียงนี้ ตลอดมานางมีแต่ได้ไม่เคยสูญเสีย ในยามที่ปัญหากระหน่ำจึงเกินจะรับไหว เรียวตาคนฟังตระหนกแล้วเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์กับคำบอกเล่าของมารดา เป็นอย่างที่ธวัชเคยบอกงั้นหรือ...

              ชญาดากับเตชิษฏ์!

              ไอ้ว่าที่น้องเขยมักมาก ตามตอแยหล่อนจนเรื่องบานปลายงั้นสิ

              แต่เรื่องที่น้ำผึ้งจะแต่งงานกับเตชิษฏ์ นี่เกินจะเชื่อจริงๆ แล้วเขาล่ะ ไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อนเลือกหรือยังไง!

              ไอ้เตชิษฏ์!” ขบกรามแน่น ยามเอ่ยชื่อว่าที่น้องเขย

              “ใช่ นายต้นกับนังน้ำผึ้ง”

              แม่สงสารน้อง ดูเถิดถ้าฟื้นขึ้นมารับรู้ว่าโดนแย่งคู่หมั้นไปจะเป็นอย่างไร แม่อยากฆ่านังผู้หญิงแพศยานี่นัก มันทำลายครอบครัวเราทุกคน แม่ไม่เหลืออะไรแล้วตาพี” เข่นเสียงข้นแค้นเพื่อเติมเชื้อไฟแก่พีรยุทธ ชายหนุ่มกัดกรามกรอด ตาวาวราวมีเพลิงผลาญอยู่ภายใน

              ใจเย็นๆ ไว้ครับคุณแม่ ผมจะไปลากตัวไอ้เตชิษฏ์มารับผิดชอบเรื่องรศา แต่ถ้ามันไม่มาผมจะพังชีวิตมันเอง มันต้องเลือกระหว่างผู้หญิงคนหนึ่งกับธุรกิจทั้งหมดที่มันมี” พีรยุทธแสยะยิ้มกร้าว

              วางแผนในใจว่าจะเอาอะไรไปต่อรองกับเตชิษฏ์ จะทำเพื่อทวงคืนผู้หญิงของตน ชญาดาก็อีกคนทำให้เขารู้สึกถูกหักอก หักหลัง หล่อนเหยียบหน้าจนสิ้นไร้ศักดิ์ศรีแบบที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนเคยทำมาก่อน

              ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้พวกมันต้องจมอยู่ในนรกทั้งเป็น ทำให้มันเจ็บปวดยิ่งกว่าพวกเรา ทำเพื่อแม่เพื่อน้องนะตาพี” นางแช่งชักทั้งน้ำตา พลางโอบกอดส่งแรงอาฆาตไปยังบุตรชายคนโต ที่พร้อมจะแก้แค้นแทนครอบครัวเหมรัตน์ พีรยุทธจุดยิ้มเหี้ยม

              ไม่ต้องห่วงครับคุณแม่ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”

 

              รูปกายผ่ายผอมนอนเหยียดยาวอย่างไร้เรี่ยวแรง ไม่มีแม้กระทั่งจะยกแขนของตนขึ้นกวักเรียกพยาบาลซึ่งเดินขวักไขว่ คุณชิตชัยขยับปากซึ่งสอดท่อพลาสติกอย่างยากลำบาก พยายามกระดิกปลายนิ้วแต่ไม่มีผล ยามนี้ร่างกายเป็นนายและสั่งให้เขานอนนิ่งๆ ไม่มีปฏิกิริยาใด

              นัยน์ตาสีหม่นเบิกโพลงเป็นการบอกว่ารู้สึกตัวแล้ว จังหวะการเต้นของหัวใจที่ถี่ขึ้น ส่งไปยังเครื่องรับสัญญาณเหนือศีรษะเรียกให้นางพยาบาลคนเดิมย้อนกลับมาดูอาการแล้ววิ่งไปรายงานคุณหมอ ชายสูงวัยนอนหอบหายใจแรงจนกลายเป็นสั่นสะท้าน สำนึกรู้ว่าพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชมาอย่างหวุดหวิด

              น่าดีใจหรือ ที่ยังมีชีวิตอยู่...ไม่เลย

              เพียงไม่กี่นาที...

              แพทย์กับพยาบาลเข้ามารุมล้อมดูอาการคุณชิตชัย แล้วแจ้งไปยังญาติสนิทว่าเขาฟื้นแล้วแต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด นายแพทย์ผู้นั้นแนะนำให้คนไข้เข้ารับการผ่าตัด เพื่อขยายหลอดเลือดที่หัวใจ โดยมีอัตราเสี่ยงถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ภรรยาหนักใจที่จะยินยอมให้สามีผ่าตัดเพราะไม่พร้อมจะสูญเสีย หรือส่งเขาไปเสี่ยง

              อาการของคุณชิตชัยจะทรงและมีโอกาสทรุด ถ้าตัดสินใจผ่าตัดน่าจะเป็นโอกาสที่ดีกว่า สุขภาพหลังการผ่าตัดก็จะแข็งแรงกว่าปัจจุบันที่ต้องระวังอาการที่เกิดฉับพลันนะครับ” นายแพทย์ท่านนั้นเปิดแฟ้มคนไข้ วินิจฉัยว่าอาการของสามีนางมาถึงปลายทาง หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการผ่าตัด ถึงแม้ทางโรงพยาบาลจะมีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย มีแพทย์ผู้ชำนาญการ ทว่าคุณสิรินทิพย์ยังไม่คลายกังวล

              โอกาสที่จะไม่สำเร็จก็มี ดิฉันไม่อยากเสี่ยง” นางกัดริมฝีปากกับการนั่งต่อรองชีวิตของสามี

              แต่ถ้าปล่อยไปนานกว่านี้ที่ร่างกายของคุณชิตชัยอ่อนแอลง จะผ่าตัดภายหลังก็จะเป็นอันตราย และฟื้นตัวยากกว่านี้นะครับ”

              ดิฉันขอไปคิดดูก่อนนะคะ ขอบคุณคุณหมอมากที่ดูแลสามีดิฉันอย่างดี”

              คุณสิรินทิพย์เป็นลูกค้าชั้นเยี่ยม ที่นอกจากใช้บริการทั้งครอบครัวแล้ว ยังมอบเงินบริจาคประสาพวกคุณหญิงคุณนายที่ต้องการหน้าตาในสังคม นางจึงได้รับการบริการระดับวีไอพีจากฝ่ายผู้บริหารโรงพยาบาล

              ทายาทเจ้าสัวสินกลับออกมาพร้อมรอยน้ำตา ยากจะตัดสินใจ แต่นางจะไม่ยอมเสียสามีสุดที่รักไป เพราะรู้ดีว่าคุณชิตชัยมีความหมายมากแค่ไหน ไม่เช่นนั้นในวัยสาวคงไม่พรากเขามาจากครอบครัว ในอดีตเมื่อหญิงสาวรู้ตัวว่ารักและต้องการ กลับเลือกที่จะแย่งชิงมิใช่ตัดใจ โทษว่าเป็นโชคชะตาที่ทำให้มาเจอกันช้ากว่าผู้หญิงอีกคน และช่วยไม่ได้หากอีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายถูกแย่ง

              เป็นเวลาเนิ่นนานจนคุณสิรินทิพย์ลืมไปแล้ว กับเรื่องราวความรักสามเส้าที่เกิดขึ้นในวัยสาว ที่มีคุณชิตชัย ตัวนางเองกับผู้หญิงจนๆ อีกคนนั่นคือ ชุติมน ต่อให้รู้ว่าผู้ชายที่ตนหลงรักมีภรรยากับลูกสาวเล็กๆ ก็ไม่สนใจ คุณสิรินทิพย์ใช้ทั้งเสน่หาทางกาย จริตหญิงและความรักเรียกร้องให้คุณชิตชัยต้องเลือกแล้วทิ้งครอบครัวนั้นมาร่วมชีวิตด้วย เขาเลือกครอบครัวใหม่ ก้าวเข้ามาในตระกูลใหญ่อย่างเจ้าสัวสินเมื่อรู้ว่าคุณสิรินทิพย์กำลังท้อง ปวริศาคือเด็กคนนั้น

              ในยามทุกข์ยาก จู่ๆ นางก็หวนคิดถึงเรื่องเก่ากับน้ำตาของผู้หญิงคนนั้น เมียเก่าที่หอบลูกสาวมาหาสามีของนางถึงคฤหาสน์เจ้าสัวสิน ร้องไห้จะเป็นจะตายขอพบคุณชิตชัยแต่ถูกคนรับใช้ของนางผลักไส สาดไล่ด้วยน้ำสกปรกครั้งแล้วครั้งเล่าโดยที่คุณชิตชัยไม่รู้ เขาออกไปทำงานเช้าจรดค่ำและอยู่กับปัจจุบันจนไม่มีเวลามองย้อนกลับไป กลับจากทำงานก็พบครอบครัวใหม่ที่แสนอบอุ่น พรั่งพร้อมด้วยสมบัติพัสถาน อีกทั้งความน่ารัก ไร้เดียงสาของปวริศาทำให้เขาค่อยๆ ลืมความคิดถึงลูกสาวไปทีละน้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชญาดาคือลูกสาวที่เขารักมากที่สุด

              ในที่สุดก็ลืมเลือนไปจนหมดหัวใจ...

 

              ร่างท้วมในชุดหรูที่ก้าวเข้ามาหยุดข้างเตียงมองสามีอย่างอาทร ความกังวลมาออเมื่อสำรวจรูปหน้าตอบ ผิวกร้านเซียวซีด ดวงตาสีเทาหม่นที่เบิกขึ้นมองเพดานอย่างเหม่อลอย แม้ว่าคนเป็นภรรยาจะวางมือทับมือเขา คุณชิตชัยฟื้นแล้วก็จริงแต่ตกอยู่ในจินตนาการของอดีต จิตใจเศร้าหมองเมื่อค้นพบความจริงว่าชญาดาเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่เข้ามาเหยียบคฤหาสน์เจ้าสัวสินในฐานะผู้หญิงของพีรยุทธ ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเมื่อพบเตชิษฏ์ หญิงสาวทำลงไปเพราะความแค้นทั้งมวล

              ชายสูงวัยกลืนก้อนแข็งที่มาจุกจนบาดลำคอ รู้ดีสาเหตุลึกๆ นั่นเป็นเขาเองที่สร้างกรรมไว้ แล้วตอนนี้กรรมนั้นก็ย้อนทะยานกลับมาทวงคืนจนปวดแปลบ ให้หลายคนรับเคราะห์ไปด้วย

              คุณคะเป็นอะไรไปหรือเปล่าคะ เจ็บตรงไหน ดิฉันเรียกหมอนะคะ” ละล่ำละลักถาม เขาส่ายหน้าช้าๆ แววตาแห้งแล้ง

              ไม่ต้องหรอก ผมไม่ได้เป็นอะไรแค่ปวดหัวนิดหน่อย” เขาปรามอย่างอ่อนล้า

              แท้ที่จริงยิ่งกว่าปวดร้าวในใจ ที่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องอดีต ปมแค้นที่ฝังลึกในใจบุตรสาวคนโตช่างแน่นหนา ชญาดากลับมาแก้แค้นครอบครัวของเขาอย่างเลือดเย็น กล้าแย่งกระทั่งคู่หมั้นไปจากน้องสาวต่างมารดา ทำทุกอย่างที่จะโยงใยความเจ็บปวดมาสู่เขา เขาเข้าใจเจตนาของเธอแล้ว

              หยดน้ำตาของคนเป็นพ่อปริ่มกับความผิดที่ตนร่วมกันก่อกับหญิงตรงหน้า คุณสิรินทิพย์ปรี่เข้ามาหาอย่างห่วงใย ไม่เข้าใจสามีที่บอกปัดทั้งที่สีหน้าไม่สู้ดี

              คุณคะดิฉันใจคอไม่ดี อย่าทำอย่างนี้สิคะ” หล่อนร้องไห้แล้วซบหน้ากับหลังมือเหี่ยวย่น โน้มตัวลงกอดร่างสูงผอมนั้น ฝ่ายสามีชำเลืองมองภรรยาด้วยแววตาเลื่อนลอย

              ช่างมันเถอะคุณ อย่างไรเสียผมก็ยังมีชีวิตอยู่ตรงนี้ ไม่เหมือน...ไม่เหมือนกับชุติมน ที่เจ็บปวดแล้วต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยว” พูดคล้ายฝันเพ้อ

              “คุณรู้ไหมว่ากรรมที่พวกเราก่อ มันย้อนกลับมาแล้ว” คุณชิตชัยพูดอย่างเหม่อลอย ดวงตาฝ้าฟางกลอกไปมายามมองเพดานโล่ง

              ชุติมน ชื่อของภรรยาเก่าผลักให้ดวงตาภรรยาคนปัจจุบันเกรี้ยวกราด นางผงะห่างจากร่างที่นอนราบจ้องมองเขาอย่างเคืองโกรธ เกี่ยวอะไรกับนังเมียเก่านั่น ไม่ว่านังชุติมนจะตายไปแล้วหรือยังอยู่ นางก็ไม่ต้องการให้สามีเอ่ยถึงด้วยความหึงหวงที่ไม่เคยเสื่อมคลาย

              คุณพูดอะไรของคุณคะ?”

              ผมพูดถึงเรื่องที่เกิดกับยัยรศา มันเป็นเพราะเราต่างหาก น้ำผึ้งแย่งนายต้นไปก็เพราะต้องการทำให้ผมเจ็บช้ำ มันเป็นการแก้แค้น”

              แก้แค้นอะไร? ดิฉันไม่เข้าใจ” ภรรยาสวนขึ้นทันควัน

              แล้วนังผู้หญิงคนนั้นมันเกี่ยวอะไรกับชุติมนไม่ทราบ บอกมาสิคะคุณชิตชัย” นางเข้าไปเขย่าร่างของสามีอย่างลืมตัว คุณชิตชัยคลี่ยิ้มไร้อารมณ์ นัยน์ตาพร่าหม่นยามวางมือบนมือเรียวเล็กกว่า บีบเบาๆ ก่อนขยับริมฝีปากซีดโพลน เอ่ยเป็นคำ

              เพราะน้ำผึ้งเป็นลูกสาวของผมกับชุติมนอย่างไรล่ะ น้ำผึ้งถึงได้ทำอย่างนี้ คุณเข้าใจหรือยังว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนผิด”

              อะไรนะคุณชิตชัย!” เสียงที่เกรี้ยวกราดเมื่อแรกสั่นพร่าอย่างคาดไม่ถึง พร้อมกับครางแผ่ว

              ลูกนังชุติมน”!!

              ดวงตาคมกริบที่กรีดด้วยอายไลน์เนอร์สีดำเบิกกว้าง ตระหนกไปกับเรื่องใหม่ ชญาดาเป็นลูกสาวของผู้หญิงที่เป็นหอกข้างแคร่ในชีวิตคู่ของนาง คุณสิรินทิพย์เก็บกั้นไม่อยู่จึงกรีดร้องราวคนเสียสติ พลางถอยร่นออกห่างร่างบนเตียงเหล็ก ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยอมรับว่าเรื่องเก่าจะย้อนมาสร้างความวุ่นวายถึงเพียงนี้

              ไม่จริง! นังเด็กบ้านแตกสาแหรกขาดนั่นน่ะหรือจะกลับมาแก้แค้น มันตั้งใจทำลายพวกเราเพื่อแม่ของมันงั้นหรือ”

              “ไม่...ไม่จริง”

              “จริงสิ นั่นล่ะยัยน้ำผึ้งลูกสาวของผม” ตอกย้ำฐานะที่เขาเคยปฏิเสธชญาดาอย่างไร้เยื่อใย

              อาการที่ภรรยาเป็นเข้าขั้นน่าวิตก คุณชิตชัยมองว่านางกำลังป่วยมากกว่าเขาซึ่งนอนพังพาบด้วยโรคร้าย ป่วยทางจิตใจที่ไร้คนเยียวยา แรงอิจฉาริษยาเป็นตัวชักพาให้คุณสิรินทิพย์ทำเรื่องร้ายๆ ทั้งต่อหน้าและลับหลังสามี เขาเองมารู้เรื่องเหล่านี้ภายหลังจากนั้นหลายปี ซึ่งก็สายเกินไปที่จะกลับไปหาภรรยาเก่ากับลูกสาวทั้งสองแล้ว

              ผู้เป็นสามีหลับตาลงช้าๆ หวังสงบจิตใจ หนีจากภาพและเสียงแห่งความโกลาหล หางตาเหี่ยวย่นขังคลอหยาดน้ำที่พร้อมไหลรินเมื่อหวนคิดถึงความผิดมหันต์ของตน ถ้าวันเวลาเหล่านั้นย้อนคืนกลับมาได้คงไม่มีวันนี้ ทว่าเวลาเปรียบเสมือนสายน้ำไม่หวนกลับ

              “ผมขอโทษชุ ผมมันเลว ผมเองที่ผิด” เขากล้ำกลืนคำนั้นในอกจนยอกปวด

              ย้อนคิดถึงอดีตแสนขมปร่า...

              คุณชิตชัยในตอนนั้นได้พบลูกสาวเพียงคนเดียวของเจ้าสัวสิน ซึ่งเพียบพร้อมทั้งความงามลออ การศึกษา ฐานะชาติตระกูลสูงส่งในงานเลี้ยงทางธุรกิจคืนหนึ่ง หนุ่มสาวผูกสัมพันธ์อย่างรวดเร็วราวน้ำมันราดรดกองไฟ เพราะอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์กับนิสัยเจ้าชู้ทำให้เขาหลงระเริงไปกับหญิงสาวหน้าใหม่ซึ่งเป็นม้ายลูกติดจนถึงขั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง เมื่อถึงวันที่คุณสิรินทิพย์เรียกร้องต้องการตัวเขาแต่ผู้เดียว ก็ถึงคราวตกที่นั่งลำบากเมื่อเขามีครอบครัวเล็กๆ ซุกซ่อนอยู่ข้างหลัง

              เขาถูกบีบให้รับผิดชอบเมื่อคุณสิรินทิพย์กำลังตั้งครรภ์ อีกทั้งอิทธิพลของเจ้าสัวสินทำให้ต้องเลือก แล้วทางเลือกก็มีอยู่ทางเดียวนั่นคือทิ้งภรรยาเก่ากับลูกสาวไว้เบื้องหลัง ทั้งๆ ที่ในครรภ์ของคุณชุติมนมีอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโต มาแต่งงานกับทายาทเจ้าสัวสิน เขาเคยกลับไปพบภรรยาเก่าอีกสองสามครั้ง หารู้ไม่ว่าทุกครั้งคุณสิรินทิพย์จะส่งคนไปเกะกะระรานจนแม่ลูกเดือดร้อน คุณสิรินทิพย์ใช้อำนาจที่มีของเจ้าสัวสินส่งชายฉกรรจ์ไปรังควานทั้งข่มเหง ทำร้าย ขู่ลักพาตัวบุตรสาวไปจากอกแม่จนคุณชุติมนอยู่อย่างหวาดกลัว ประสาทเสียกับการถูกคุกคามที่มาจากโทรศัพท์และกลุ่มคนจนเกิดอาการจิตตก เข้าสู่อาการเซื่องซึมจนป่วยทางจิตในที่สุด

              ครั้งสุดท้ายที่คุณชิตชัยไปพบสามแม่ลูกเป็นวันที่ชลชิณีถือกำเนิด อาการของคุณชุติมนไม่สู้ดี จิตใจอ่อนแอ ร่างกายฟื้นตัวยาก ยังดีที่มีแม่บ้านมาลาคนเก่าคนแก่เฝ้าดูแล นางเป็นคนเล่าถึงเหตุการณ์ที่บีบคั้นจิตใจจนนายสาวล้มป่วย ตั้งแต่บัดนั้นเขาตัดสินใจไม่ไปพบหล่อนกับลูกอีก เพื่อกันให้อยู่ห่างจากคนของคุณสิรินทิพย์

              เขาปกป้องสามชีวิตด้วยวิธีแสนเย็นชาและเลือดเย็น เลือกที่จะลืมสามแม่ลูกเพื่อความปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าความเอาแต่ใจของภรรยาใหม่จะกล้าทำเรื่องร้ายถึงขั้นไหน ทว่าความหวังดีกลายเป็นประสงค์ร้ายเมื่อชญาดาไม่เข้าใจ ลูกจงเกลียดจงชังพ่อแล้วจากเมืองไทยไปร่ำเรียนที่ออสเตรเลียตั้งแต่วัยรุ่น เพื่อหนีจากอดีตดำมืดของครอบครัว และกลับมาเพื่อเอาคืนคนเป็นพ่อ พ่อที่ไร้คุณธรรมอย่างเขา

              “ผมเสียใจชุ ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมด้วยเถิด”

              “ชุ...” เสียงแหบโหยจวนเจียนขาดใจ ไม่อาจส่งไปถึง...ร่างไร้วิญญาณของหญิงผู้อาภัพ

 

 

              กระดาษใบนี้ใบเดียวที่เปลี่ยนชีวิตกับสถานภาพของ ชญาดา โชติกานต์ ไปเป็น บรรณวัตร อย่างเต็มตัว

              หญิงสาวนั่งจุ้มปุ๊กที่เก้าอี้หวายซึ่งมีพนักเป็นทรงกลมอยู่ในห้องนอน จ้องมองใบทะเบียนสมรสจนแทบทะลุปรุโปร่ง ชั่งใจด้วยไม่เคยคิดจะเข้าไปเป็นสะใภ้บ้านไหนเพราะเกลียดกลัวชีวิตคู่อย่างที่สุด แต่ดูวันนี้สิ เธอกลับเลือกกระโจนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบรรณวัตร

              แค้นที่โถมทับ หล่อหลอมจิตใจบอบช้ำจนสุมไปด้วยเพลิงแค้น ปรารถนาเอาคืนจากเขาคนนั้นกับครอบครัว ภวังค์ของเธอถูกรบกวนเมื่อได้ยินเสียงแกรกกรากนอกห้อง ชญาดาแสดงสีหน้าเหนื่อยหน่ายเมื่อคิดว่าเป็นเตชิษฏ์ คนเอาแต่ใจที่พบหน้ารังแต่จะทะเลาะและบังคับไปเสียทุกเรื่อง ย้อนคิดถึงเรื่องป้อนยาเมื่อคืนหน้าก็ร้อนวูบวาบ

              ก๊อกๆๆ

              มือเล็กผลักบานประตูออกอวดสภาพภายในห้องนอน โล่งอกที่เป็นหญิงสาววัยละอ่อนประจำบ้านไร่ ที่มารับใช้ตามคำสั่งของเตชิษฏ์

              “คุณน้ำผึ้ง อาหารเช้าเสร็จแล้วค่ะ” หญิงร่างเล็กยิ้มรับหน้านายผู้หญิง หลังทำอาหารอ่อนๆ แล้วตั้งโต๊ะเตรียมไว้ตามนายผู้ชายสั่ง ชญาดายิ้มบางๆ พลางผงกศีรษะเล็ก เหลียวหาจนเป็นชะเง้อเมื่อไม่พบชายหนุ่มบ้าอำนาจก็สงสัย

              “แล้วคุณเตชิษฏ์ล่ะจ๊ะ ไม่อยู่เหรอ”

              “นายเข้าไร่ไปพร้อมแฟนหนูตั้งแต่เช้าแล้ว มาเถอะจ๊ะข้าวต้มกำลังร้อนๆ แล้วนี่ก็ยา นายสั่งไว้ว่าให้คุณกินให้ครบทุกเม็ดจ๊ะ”

              ราตรี ถือคำสั่งเคร่งครัด ชญาดานิ่วหน้านึกหมั่นไส้คนสั่ง ตัวไม่อยู่ก็ยังฝากราตรีมาบังคับเธออีก

              ร่างเพรียวเดินนำไปที่โต๊ะอาหาร พบถ้วยข้าวต้มเครื่องตั้งรอท่า ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนท้องร้องโครกคราก ที่กลางโต๊ะอาหารมีถาดผลไม้ปลอกเปลือกเรียบร้อยน่ารับประทาน หญิงสาวนั่งลงละเลียดข้าวต้มกุ้งจนหมด แล้วบ่ายหน้าไปหายาเม็ดโตก่อนฝืนใจโยนเข้าปากตามด้วยน้ำเปล่าอึกใหญ่ ยอมกลืนรสเฝื่อนๆ จนน้ำหูน้ำตาไหล

              ยามว่างทำให้ชญาดาเริ่มคิดหากิจกรรมทำแก้เบื่อ แต่ดูเหมือนจะไม่มี ที่นี่มีแต่บ้านป่ากับธรรมชาติเท่านั้น

              “ราตรีจ๊ะแถวนี้มีอะไรให้เดินเที่ยวไหม ฉันเบื่อนั่งๆ นอนๆ จะแย่อยู่แล้ว”

              “น้ำตกจ๊ะนายหญิง ต้นน้ำอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ดอกไม้ป่าก็สวย เป็นกล้วยไม้แปลกๆ ที่ในเมืองไม่มี”

              เมื่อนึกภาพตามจึงตกลงใจไปเที่ยวชมน้ำตกทันที ไม่มีใครอยู่ห้ามปราม ชญาดาไม่สนใจหากเขาจะโวยวายที่เธอไปเดินเตร็ดเตร่กลางป่าโดยไม่ขออนุญาต

              “ถ้าอย่างนั้นราตรีนำทางไปได้ไหม ฉันอยากเห็นน้ำตก ไหนๆ ก็มาเที่ยวบ้านไร่ทั้งที นะจ๊ะ” ยิ้มอ้อนๆ

              “ค่ะนายหญิง”

              สาวใช้ว่าง่ายรับคำ หารู้ไม่...ว่าไม่ควรอย่างยิ่ง ถ้าผู้เป็นนายกลับมาไม่พบภรรยาสาวจะเป็นอย่างไร

              เดชารับหน้าที่มาเฝ้าชญาดาอยู่ห่างๆ ตามคำสั่งในตอนที่เตชิษฏ์เข้าไร่กับแฟนหนุ่มของราตรี นายแผนไปกับเตชิษฏ์ เข้าไปตรวจดูผลไม้ที่ท้ายไร่ ด้วยไร่บรรณวัตรเพิ่งพลิกผืนป่าขจีมาปลูกพืชไร่กับผลไม้จึงจ้างคนงานไว้ดูแลในยามที่เจ้าของไร่ไม่อยู่ สองสาวคลาดสายตาชายหนุ่มไปฉิวเฉียดเมื่อเดชามาถึงบ้านพักแต่ไม่พบใคร ชายหนุ่มจึงรีบเร่งตามหาตัวชญาดาก่อนที่ความซวยจะมาเยือน

 

 

              น้ำใสยามสาดกระเซ็นจากแอ่งน้ำชั้นบนลงกระทบผิวน้ำดังซู่ เรียกความสดชื่นกับละอองฝอยปะทะใบหน้านวล ชญาดาคลี่ยิ้มเมื่อก้มลงดูดอกไม้ที่ขึ้นแซมซอกหิน ดอกเล็กๆ เกาะกลุ่มเหมือนดาวกระจายสีขาวบ้าง ม่วงอมชมพูบ้างครอบคลุมโขดหินที่ทึบหนาไปด้วยตะไคร่เขียว หญิงสาวเงยใบหน้าขึ้นชื่นชมกล้วยไม้รูปลักษณ์แปลกตา ที่ไม่รู้จักสายพันธุ์เลยเรียกรวมๆ ว่าดอกไม้ป่า เด็ดมาแซมผมหนึ่งดอก แล้วยิ้มน่ารัก

              สาวรับใช้ร่างเล็กยืนมองนายหญิงชื่นชมธรรมชาติอย่างเพลิดเพลิน จนเวลาล่วงเลยสู่ยามบ่ายคล้อยก็ยังไม่มีทีท่าว่านายหญิงจะร่ำร้องกลับที่พัก สีหน้าของราตรีเริ่มกังวลเมื่อความมืดโรยตัวสู่ผิวดิน ตวัดมองไปรอบบริเวณที่ครึ้มลงและสงัดเงียบ หล่อนเงี่ยหูฟังเสียงแกรกกรากที่แว่วมาราวกับมีสิ่งมีชีวิตคืบคลานเข้าใกล้ แต่มองไม่เห็นตัว

              “นั่นใคร!” ราตรีถามขึ้น หมุนตัวไปรอบๆ อย่างระวังภัย

              “คุณน้ำผึ้งได้ยินเสียงอะไรไหมจ๊ะ”

              “ไม่นี่จ๊ะ เสียงอะไรล่ะ?”

              “จะใช่สัตว์ป่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ เย็นแล้วกลับบ้านกันเถอะค่ะ นะคะนายหญิง”

              “จะมีได้ยังไงล่ะจ๊ะราตรี อาจจะเป็นแค่สัตว์ตัวเล็กๆ อย่างกระต่ายมากกว่ามั้ง”

              ชญาดาไม่คิดหวาดกลัว มัวหลงใหลในเสน่ห์ของผืนป่ากับน้ำตกเสียมากกว่า ผู้ติดตามสาวผงกศีรษะหงึกๆ ถ้านายหญิงไม่กลับหล่อนก็กลับไม่ได้ แล้วออกเดินดูรอบๆ เท้าเรียวที่สวมรองเท้าแตะสืบเท้าไปยังพงหญ้ารกเพื่อสำรวจให้มั่นใจ มือก็แหวกออกไปข้างหน้าปัดกิ่งไม้ไปด้วย

              ร่างเล็กผงะหงายเตรียมหวีดร้อง ตกใจเมื่อมีมือหนึ่งยื่นออกมาจากเงาทึมทึบของต้นไม้ใหญ่ ราตรีกรีดร้องแต่สุ้มเสียงถูกปิดป้องไว้ด้วยอุ้งมือหนาหยาบ ดวงตากลมโตเหลือกขึ้นจนถลนแล้วดิ้นอึกอัก เมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของมือดีที่บังอาจเข้าล็อกตัว หล่อนถึงกับเป่าปากดังฟู่

              “พี่แผน โธ่เอ้ย!”

              “จุ๊ๆ อย่าเสียงดังไปราตรี ไปกับพี่” แฟนหนุ่มลากสาวร่างเล็กเข้าไปหลบมุมยังต้นไม้ใหญ่ จนบดบังร่างหนุ่มสาวมิด

              “ทำอะไรของพี่อ่ะ ฉันตกใจจะแย่ แล้วนี่จะพาฉันไปไหน ฉันจะกลับไปหานายหญิง” ราตรีแหวใส่

              “ไม่ต้องไปแล้วล่ะ นู่นนายไปรับนายหญิงด้วยตัวเองแล้ว เอ็งไปกับพี่เถอะทางนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องเจ้านาย ไปๆ” นายแผนจูงมือแฟนสาวก้าวไปอีกทาง ราตรีไม่วายเหลียวมองไปทางที่ชญาดานั่งเอ้อระเหยอย่างเป็นห่วง หญิงสาวยังไม่รู้ว่ามีใครอีกคนกำลังเดินดุ่มเข้าไปหาอย่างหัวเสีย

              เตชิษฏ์ขบกรามแน่นหลังเดชามาสมทบที่ไร่แล้วรายงานเรื่องของภรรยาสาว เจ้าหล่อนไม่ได้อยู่ที่บ้านพักแต่หายตัวไปเที่ยวเล่นกับราตรีจนเย็นย่ำ ร่างสูงใหญ่ย่างสามขุมแต่เงียบกริบเข้าหา นัยน์ตาคมกริบดุดันยามกวาดมองเรือนร่างบอบบางที่นั่งยังโขดหิน มือเล็กวักน้ำใสที่ไหลแรงข้างตลิ่งเล่น ไม่สนใจรอบข้างว่าบรรยากาศมืดลงและดูเปลี่ยวแค่ไหน

              ป่าก็คือป่า

              ที่ที่อันตรายอยู่วันยังค่ำ ทว่าหญิงสาวกลับนั่งเอื่อยเฉื่อย จู่ๆ เอวคอดเล็กถูกคล้องจากเบื้องหลัง ดึงขึ้นจนร่างบางผุดลุกตามแรงมือ ชญาดากรีดร้องลั่น เมื่อแผ่นหลังกระแทกอกกระด้างราวไม้กระดานดังอั้ก

              “ว้าย!” เมื่อเหลียวหลังไปพบชายหนุ่ม ความหวาดกลัวก็กลายเป็นโกรธ

              “ทำอะไรของคุณ! มาก็ไม่ให้สุ้มให้เสียง ฉันตกใจนะ” เสียงเขียวใส่ เตชิษฏ์ส่งแววตาดุวับแทนคำขอโทษ

              “แค่ตกใจแต่ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้ายังนั่งอยู่ที่นี่ตรงนี้ รับรองว่าไม่ใช่แค่อันตรายอย่างเดียวแต่จะโดนลากไปทำเมียกลางป่า กลับเดี๋ยวนี้เลยน้ำผึ้ง” เขาตวาดกลับ ชญาดาสะดุ้งโหยงแต่ยังฮึดเชิดหน้าสู้ เตชิษฏ์ตวัดเรียวตาดุกราดไปรอบตัว บรรยากาศขมุกขมัวจนกลายเป็นสีเทาทึมแล้วแสยะยิ้มน่าขนลุก

              “อยากลองไหมว่ากลางป่ามันจะได้อารมณ์ดิบเถื่อนแบบไหน หึๆ” คำพูดของเขายั่วโทสะจนแปรขึ้นมาเป็นริ้วๆ ที่ขมับบาง พวงแก้มทั้งสองแดงก่ำ

              “ฉันไม่เห็นว่ามันจะอันตรายตรงไหน ชิ! อย่ามาขู่กันหน่อยเลย” หล่อนยักไหล่ไหวๆ แล้วผลักอกเขาออกห่าง

              “แน่ใจเหรอที่พูดน่ะ นั่งอยู่ที่เปลี่ยวๆ คนเดียวกลางป่าดงดิบแบบนี้ มั่นใจได้ยังไงว่าคุณอยู่คนเดียว” หญิงสาวหันขวับจ้องตาไม่กะพริบ

              “หมายความว่ายังไง?”

              แทนคำตอบ...เตชิษฏ์หันไปดีดนิ้วดังป๊อก สอดส่ายสายตาคมไปรอบๆ ครู่เดียวชญาดาได้ยินเสียงสวบสาบเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดจนกิ่งไม้ไหวสั่น

              “นั่นมัน...”

              ดวงตาคู่หวานเบิกโพลง เมื่อเห็นชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ ผิวกร้านแดดเดินอาดๆ ออกมาจากพุ่มไม้ ซึ่งหล่อนไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครแอบซุ่ม ไม่ใช่แค่หนึ่งแต่เป็นสี่คน ร่างโปร่งเพรียวถึงกับผงะถอยห่างจนชนเข้ากับอกแกร่งอีกหน ชายหนุ่มรวบตัวไว้ทัน

              ให้ตายเถอะ! นี่เธอตกอยู่ในสายตาคนพวกนี้นานแค่ไหนแล้ว

              “เห็นหรือยังว่าผู้ชายกลัดมันพวกนี้พร้อมจะกระชาก แล้วลากผู้หญิงที่มาอยู่กลางป่า แบบไม่ดูตาม้าตาเรืออย่างคุณไปทำเมีย”

              “ถ้าไม่อยากเป็นเมียคนงานทั้งโขยงก็กลับกับผม เดี๋ยวนี้!” เตชิษฏ์กระชากข้อมือเล็กรั้งร่างบางไปติดตัว หญิงสาวยังยืนทื่อก้าวขาไม่ออกแต่ใจสั่น เมื่อเห็นแววหื่นกระหายในเรียวตาหลายคู่ ชายหนุ่มเหลือบมองจุดยิ้มมุมปาก คนงานของเขาทำชญาดากลัวจนกุมทับมือเขาแล้วรีบก้าวตามไปติดๆ โดยไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายมุมปาก

              “เอ้า เร็วๆ หน่อยสิไม่อย่างนั้นจะทิ้งไว้ที่นี่” เตชิษฏ์หัวเราะหึๆ ในลำคอ

              “คนบ้า! อย่าทิ้งฉันนะ” ร้องเสียงหลงพาตัวไปชิดกับเขา

              “ก็เดินเร็วๆ สิคุณ เดินชิดๆ ผมนี่” เขายิ้มในความมืด ย่ามใจยามร่างอ้อนแอ้นเบียดเข้าหาหัวไหล่เมื่อหนทางขรุขระที่ก้าวไปมืดสนิท มีไฟฉายเพียงกระบอกเดียวนำทาง เป็นโอกาสให้ชายหนุ่มแสนเจ้าเล่ห์วางวงแขนแกร่งทาบไปบนแผ่นหลังบอบบางประคองน้ำผึ้งเดินไปด้วยกัน


ดาลันขอเวลานอก สร้างช่วงเวลาหวานเล็กๆ น้อยๆ ให้คู่กัดคู่นี้
และมีต่อในตอนหน้า "มนตราเหมันต์" 
ก่อนกลับไปรับศึกหนักที่รออยู่ ทั้งแม่ทั้งลูกที่สุดร้ายกาจ
รอเวลาขย้ำตัวการอย่างหนูน้ำผึ้งอยู่ทุกลมหายใจ
อย่างไรต้องเอาใจช่วยกันด้วยน้า ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^ ^
                                                             ดาลัน   

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #669 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 23:59
    จัดหนักๆกับชิตชัยที
    #669
    0
  2. #625 flower (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2555 / 04:16
    สนุกอ่ะ
    #625
    0
  3. #596 keepwalkinggirl (@keepwalkinggirl) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 11:31
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก *_____*
    #596
    0
  4. #430 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 19:57
    เพิ่งจะมาคิดได้เอาตอนนี้เนี่ย ช่างเป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวจริงๆ
    ทิ้งมาเพื่อปกป้อง? แต่กลับลืมเลือน 3 แม่ลูกไปเสียสนิท มีความสุขกับครอบครัวใหม่ นี่นะปกป้อง
    แถมวาระสุดท้ายของชีวิตก็ไม่ได้กลับไปดูดำดูดีเลย ปกป้องตรงไหน
    แล้วผู้หญิงอย่างยัยสิรินนี่นะที่ยอมทิ้งผู้หญิงที่น่าสงสารไว้ มิน่าอยู่ด้วยกันได้เลวทั้งคู่
    #430
    0
  5. #190 PNN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 13:06
    เห็นด้วยกับ คุณโอเล่รสส้ม ค่ะ

    คนเรามองไม่เห็นความทุกข์ของคนอื่น

    จนกว่ามันจะมีผลกับตัวเอง



    ดาลันค่ะหนูอ่านจนนำ้ตาไหลคิดว่าตัวเองเปนนางเอกไปแล้วค่ะ



    ทำไมจิตใจมนุษย์มันรันทดขนาดนี้
    #190
    0
  6. #184 porb (@porb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 20:20
    รอต่อคร่า
    #184
    0
  7. #182 จี๊ด (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 17:38
    ฟังดูดีเนอะ กลัวลูกเมียถูกทำร้าย เลยชิงทำร้ายซะเองเลยเห็นใจจะอ้วกอยู่แล้ว
    #182
    0
  8. #181 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 11:44
    ทิ้งลูกกับเมียเพื่อปกป้อง
    แหม...ฟังดูดี แต่ตัวเองสบายอยู่คนเดียว
    ลูกกับเมียทั้งลำบาก ทั้งช้ำใจ
    #181
    0
  9. #180 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 02:00
    ยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับช่วงเวลาหวานๆ แม้จะเล็กๆน้อยๆก็ตาม แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วค่ะ



    อ่านแล้วเกลียดนังแม่จริงๆ ร้ายไม่มีใครเกิน ส่วนคุณชิดชัยก็น่าสงสารนะคะ แต่เขาเลือกของเขาเองนี่นา ถ้าไม่เล่นกับไฟ แล้วจะถูกไฟเผาเหรอ จริงมั้ยล่ะคะ

    เชื่อว่าสักวันนึง น้ำผึ้งจะให้อภัยพ่อ ถึงจะเคียดแค้นแค่ไหน แต่เนื้อแท้ของน้ำผึ้งเป็นคนดี จิตใจดี



    หวังว่าคุณต้นจะปกป้องน้ำผึ้งได้นะคะ :)
    #180
    0
  10. #179 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 23:28
    หวังว่าสองแม่ลูกที่ว่าร้าย คงเป็นสิรินทิพย์กับนายพีนะคะ
    ถ้าร้ายยกครัวเดี๋ยวน้ำผึ้งจะแย่ แค่นายต้นลากไปก็พอแล้ว หุหุ
    #179
    0
  11. #178 คุณเจ้ (@koonja-jaa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 22:43
    หา อะไรน่ะ ยัยรศาร้ายด้วยเหรอค่ะ
    #178
    0
  12. #176 Elaine (@Elaine) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 21:41

    สู้ต่อไปนะคะดาลัน

    #176
    0
  13. #175 porb (@porb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 21:36
    ยัยสิรินทิพย์นี่ร้ายกาจจริงๆ ไม่ได้นึกเสียใจในสิ่งที่ตัวเองเคยทำเลยรึไงนะ  
    #175
    0
  14. #174 preppy _G (@felionaclub) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 13:30
    ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าน้ำผึ้งน่าสงสารมาก คนผิดคือพ่อตัวและสิรินทิพย์ 
    ร้ายมากมาย และไม่สำนึกด้วยนี่สิ
    #174
    0
  15. #173 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 11:17
    อ่านแล้วก็ยังไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่

    น่าจะมีอะไรมากกว่านี้

    น้ำผึ้งก็น่าสงสาร ตัวเองก็ต้องเจ็บปวด

    คุณต้นก็ยังไม่เลิกอคติซักที
    #173
    0
  16. #172 porb (@porb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 01:44
    ยังงี้เค้าเรียกเวรกรรมตามทัน  
    #172
    0
  17. #171 จ๊ะ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 23:33
    ยัยเมียใหม่ก็น่าจะโดนหนักๆบ้าง ดูซิเวลาเสียของรักแล้วมันรู้สึกยังไง อย่าลืมให้โดนของสกปรกสาดใส่บ้างนะจ๊ะ เคยทำอะไรไว้ให้ย้อนกลับมาให้หมด จะได้สำนึก
    #171
    0
  18. #170 ที่ตักดิน (@bonggee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 21:02

    สู้เค้าคะนางเอกๆ

    #170
    0
  19. #169 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 17:52
    สิรินทิพย์นี่ร้ายตัวแม่ของจริง ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้เป็นตัวแปรสำคัญ เรื่องทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้



    ยิ่งส่งพีรยุทธไปแก้แค้น ยิ่งเป็นการทำให้คุณต้นหวงและห่วงน้ำผึ้งมากขึ้น เชื่อว่าคุณต้นไม่ยอมง่ายๆหรอกค่ะ หุหุ



    และแล้วกรรมก็มาตกที่สุด ชอบอ่ะ กฎแห่งกรรมมันมีจริงๆนะเออ แต่ไม่รู้สิ่งที่น้ำผึ้งทำมันจะเป็นการก่อกรรมเพิ่มขึ้นหรือเปล่า แล้วถ้าคุณต้นรู้ความจริงทั้งหมดจะเป็นยังไงหนอ น่าสนใจและน่าติดตามมากมาย



    ชอบจังค่ะคุณแหม่ม อ่านแล้วเกลียดนังแม่สุดๆ แถมแอบสะใจเล็กๆกับเรื่องรศาด้วย ลูกสาวคนเล็กที่ได้รับการประคบประหงมอย่างดี คุณหนูเอาแต่ใจแน่นอนยัยคนนี้ แย่ทั้งบ้าน ไม่ชอบเลยจริงๆ



    สู้ๆค่า!!
    #169
    0
  20. #168 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 17:02
    เหมือนกับว่าพอใกล้จะตาย เลยคิดถึงบาปบุญคุณโทษที่ได้ทำมา
    อ่านแล้วเกลียดนายชิตชัยไปเลยค่ะ บวกสิรินทิพย์ไปด้วยเลย
    ตัวเองทำผิดมาตั้งแต่ต้น ยังไม่สำนึก แถมยังสั่งสอนให้นายพีเอานิสัยตัวเองไปใช้
    #168
    0
  21. #167 :: it } DomiNatE :: (@enjoy-everning) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 16:58
    ไม่ได้ใจร้ายใจดำนะค่ะ
    แต่ตอนนี้ไม่อยากให้ชิตชัยตายเลย
    ให้อยู่ต่อไปอีกนานๆ เจ็บอีกเยอะๆ ให้กระอักเลือดตายไปเลยก็ยิ่งดี
    ผู้ชายแบบนี้ไม่มีค่าพอที่จะเรียกตัวเองว่า "พ่อ" หรอกค่ะ
    ทิ้งครอบครัวที่ร่วมทุกข์ยากกันมา ทิ้งลูก อีกทั้งลูกอีกคนที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลกได้อย่างเลือดเย็น
    แต่ลูกอีกคนที่เกิดกับเมียใหม่กลับรักเหมือนแก้วตาดวงใจ
    หึ โดนแค่นี้มันยังน้อยไป!!!
    #167
    0
  22. #166 อ้วนน้อยๆ (@chobi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 16:36
    อ้อ อย่าเพิ่งให้พ่อนางเอกตายนะคะ อยู่เจ็บปวดไปอีกนานๆ 555+
    #166
    0
  23. #165 อ้วนน้อยๆ (@chobi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 16:34
    สู้ๆค่ะ เอาให้เจ็บจนกระอักเลือดเลยทีเดียว เอาแบบสะใจๆเลยนะคะ อ้วนน้อยชอบ
    #165
    0
  24. #164 Phai0911 (@phai0911) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 15:46
    สู้ตายไรเตอร์
    #164
    0
  25. #162 Elaine (@Elaine) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 13:34

    มาจุดไฟด้วยคน เย้ ๆ ๆ ...

    #162
    0