พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 16 : ตอน 12 พันธะสัญญา < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    26 มิ.ย. 55

ตอน 12

พันธะสัญญา

            ชญาดาทบทวนจึงรู้ว่าเตชิษฏ์เตรียมตัวมาก่อนแล้ว เขาไม่ได้แวะมาเพื่อปะทะคารมกับเธอแล้วจากไป แต่เตรียมการณ์ไว้เมื่อเห็นกระเป๋าสองใบที่ท้ายรถ

            เขาคิดจะทำอะไร จะไปที่ไหนกันแน่ แล้วจะทิ้งปวริศาไปได้จริงๆ หรือ...

            หลายคำถามวิ่งวน มีคำตอบทันทีเมื่อเขาสั่งให้พลขับออกรถด้วยเสียงขรึมเครียด ไม่ระบุที่หมาย

            สารถีเป็นชายหนุ่มหน้านิ่งคนเดิม รู้ภายหลังว่าชื่อ เดชา เขานั่งทื่อเป็นก้อนหิน ปล่อยให้ผู้เป็นนายมีเวลาส่วนตัวที่เบาะหลัง

            รถซีดานมุ่งทะยานฝ่าความมืดออกจากคอนโดมิเนียมกลางดึก ท่ามกลางความมืดมนซึ่งไม่ต่างจากใจหม่นมัวของชญาดา ความเงียบเป็นใจให้ครุ่นคิด...ว่าตัดสินใจผิดหรือเปล่า เอาตัวเข้าแลกจะคุ้มกันไหมและสุดท้ายชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไร จะเหมือนมารดาผู้น่าสงสารของเธอหรือไม่หนอ

            ความคิดของชญาดาคงจะเตลิดไปไกลถ้าไม่มีมือหนาสะกิดเรียก เตชิษฏ์เห็นกิริยานั่งเงียบกริบ ต่างจากท่าทีช่างยั่วเมื่อชั่วโมงก่อนราวหญิงสาวผู้นี้มีสองบุคลิก

                “เป็นอะไรไปหรือเปล่าคุณ?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม

                หญิงสาวส่ายหน้า...บอกตัวเองว่าคิดมากไปก็เท่านั้น เธอมาไกลเกินไปที่จะถอยกลับแล้ว

                “เปล่านี่คะ แค่คิดว่าแฟนคุณนอนอยู่ที่โรงพยาบาล คุณทำใจจืดใจดำไม่ไปเยี่ยมเธอได้จริงๆ หรือคะ ฉันว่าคุณใจร้ายไม่เบา” ค่อนขอด

                ชายหนุ่มกระฟัดกระเฟียดต่อคำตำหนิ เขาเม้มปากน้อยๆ อย่างข่มอารมณ์ ส่วนคนช่างยั่วลอยหน้าลอยตาทำตาวาวใส่

                “ก็ใครล่ะที่ทำให้ผมใจร้าย คุณขอเองแล้วผมก็ให้ ผมไม่ชอบเผื่อใจกับอะไรไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องผู้หญิง ไม่ต้องห่วงเรื่องรศาผมจัดการได้ ส่วนคุณ...กลับไปคราวนี้คุณได้เป็นบรรณวัตรเต็มตัวแน่” เตชิษฏ์เอ่ยเรียบ ปิดประโยคด้วยน้ำเสียงเยาะ เหยียดหยามความตั้งใจของหญิงสาว หล่อนคงอยากเป็นสะใภ้คนรวยเต็มแก่ ถึงได้หว่านเสน่ห์ให้ตรีทัชกับพีรยุทธ หล่อนยอมแต่งงานรับข้อเสนอของเขาก็เพราะ เงิน ไม่ต่างจากผู้หญิงขายตัว

                ชญาดารับฟังด้วยใจพองโตแวบหนึ่งเมื่อเขาเลือกเธอแทนหลานสาวเจ้าสัวสิน ฝ่ายนั้นคงแทบใจสลายเพราะเป็นม่ายขันหมาก ส่วนคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงหัวใจแหลกลาญ เธอคิดอย่างสะใจ แม้จิตใต้สำนึกจะคอยห้ามปรามแต่ก็ฉุดไม่อยู่เมื่อภาพของแม่ย้อนมาตอกย้ำจนต้องกลืนความอ่อนแอ แปรมาเป็นเข้มแข็งเพื่อทำตามแผน ใจหายเมื่อวกมานึกถึงตรีทัช ชายหนุ่มผู้น่าสงสาร

            แล้วเรื่องตรีล่ะคะ?”

            รอยห่วงใยเอ่อล้นดวงตาคู่สวย คนฟังข่มใจ ข่มกายเดือดดาลเมื่อฟังหญิงสาวพูดถึงน้องชาย

            หล่อนยังห่วงตรีทัช จะห่วงทำไมอีก? เขาคิดฉุนๆ

            เลิกห่วงเรื่องคนอื่นได้แล้ว ตลอดหนึ่งปีนี้ไม่มีนายตรี ไม่มีนายพีรยุทธอีกแล้ว ถ้าคุณพูดชื่อชายอื่นผมจะปรับ” เตชิษฏ์ข่มขู่พร้อมโน้มใบหน้าลงใกล้ซอกคอละมุน ริมฝีปากเกือบแตะสัมผัสอย่างเอาแต่ใจ ชญาดาลืมตาโพลงรีบปัดป้องพัลวัน แล้วยอมตกปากรับคำเพราะไม่อยากเติมเชื้อไฟ

            ไม่ก็ไม่สิ ฉันเข้าใจแล้ว เราต่างคนต่างนั่งได้ไหมฉันอึดอัด” เบ้หน้าหนีจากตัวอันตรายในคราบสุภาพบุรุษ

            ดวงตาคมหวานตวัดค้อนหลายครั้งแล้วบ่ายหน้าไปทางอื่นเพื่อเลี่ยงการพูดคุยที่เธอเสียเปรียบวันยังค่ำ เตชิษฏ์ชั่งใจแล้วเลิกเซ้าซี้ เขาเองก็มีเรื่องให้คิด เรื่องการตัดสินใจที่พลิกชะตากรรมของหญิงสาวสองคน กระนั้นเขาเลือกหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ตรงนี้ ส่วนผลกระทบถึงหญิงสาวอีกคนนั้นช่างหนักหนา เพราะนั่นหมายถึงการถอนหมั้น

            กี่ชั่วโมงผ่านชญาดาไม่รู้ ความอ่อนเพลียทำให้หลับพริ้มแล้วเผลอพิงอกกว้างที่กรุ่นกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นที่เธอเริ่มคุ้นเคย แพขนตากะพริบถี่ก่อนปรือขึ้นพบใบหน้าหล่อคมอิงอยู่กับขมับเนียน หญิงสาวตกใจรีบขยับตัวให้เขารู้สึกตาม เตชิษฏ์จึงปรือตาตื่นในวินาทีนั้น วางสีหน้าปกติยามกวาดมองดวงหน้าระเรื่อของเธอที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก แท้ที่จริงกำลังอึ้งกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ก่อเกิดฉับพลันในใจหนุ่ม

            ไม่เคยคิดว่ามองดวงตาคู่นี้จะชื่นมื่นได้ ไม่เคยหวังว่าร่างนุ่มเนียนจะอุ่นละไมมือ จนไม่อยากปล่อยเพียงนี้

            ถึงแล้วนี่คะทำไมคนของคุณไม่บอกเรา ปล่อยให้นั่งหลังขดหลังแข็ง อุดอู้อยู่ในนี้อยู่ได้” บ่นอุบ เมินใบหน้าแดงซ่านไปอีกทาง ในยามใกล้เกินไปหัวใจก็เผลอไผลเต้นแรง พวงแก้มอิ่มจึงร้อนผ่าว เตชิษฏ์จุดยิ้มกับอาการขัดเขินที่ซุกซ่อนไว้ในเงามืด

            แสงไฟนวลตาที่ลอดส่องมาจากตึกปูน ท่ามกลางความมืดทำให้เห็นดวงตาวาวแววขัดเขิน ชญาดาเมินหลบมองไปรอบๆ ส่วนแวดล้อมอื่นนั้นมืดสนิท เงียบสงัดจนได้ยินเสียงแมลงกลางคืนร้องระงม เตชิษฏ์คลายวงแขนผละไปนั่งในท่าสบายขึ้น ปล่อยร่างแบบบางชะโงกตัวมองนู่นมองนี่ผ่านกระจกฉาบฟิล์มอย่างกระตือรือร้น

            ลงไปกันเถอะค่ะ”

            ใจเย็นๆ หน่อยสิน้ำผึ้ง เดชากำลังไปเคลียร์อยู่ อยากลงไปยืนรอในที่มืดๆ กลางป่านักหรือไง นี่มันจะตีสามแล้วเห็นไหม” เขาดุ

            แล้วที่นี่ที่ไหนคะ ป่าที่ไหน” หันมาคาดคั้น แต่เตชิษฏ์กลับลอยหน้าเมินๆ ไม่ตอบ

            เดี๋ยวคุณก็รู้เอง รอให้เช้าก่อนเถอะ”

            เขาชอบเก็บงำ เธอจึงหงุดหงิดเพราะไม่ได้คำตอบดังใจ เตชิษฏ์พามาทิศเหนือหรือใต้ก็ไม่รู้ กลางป่ากลางเขาลึกลับแค่ไหนไม่บ่งบอกพิกัด ชญาดาพ่นลมหายใจหน่ายๆ เมื่อไม่ได้คำตอบก็พาตัวเองออกห่างอย่างหุนหัน เชิดดวงหน้าหวานขึ้น นัยน์ตาขุ่นขัด

            บางทีกลางป่าที่เต็มไปด้วยเสือสาง อาจจะปลอดภัยกว่าการอยู่ใกล้คนอย่างคุณก็ได้” แขวะใส่ ปรายตามองชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้

            หึ! ไม่เถียง เพราะผมร้ายกว่านั้นแน่นอน” เขายิ้มยั่ว

            คุณนี่มัน...”

            เดชาเดินกลับมาที่รถพร้อมกุญแจพวงใหญ่ เป็นการยุติการโต้คารมก่อนนอนของทั้งสอง แล้วขับรถไต่ระดับสูงขึ้นๆ ผ่านสองข้างทางซึ่งครึ้มรกไปด้วยต้นไม้กับทางสูงชัน ชญาดานั่งมองข้างทางด้วยใจแป้วๆ พอเอาเข้าจริงๆ เธอก็อดระแวงไม่ได้มาดสาวแกร่งจึงหายไป เมื่อปรายตาไปมองเตชิษฏ์เห็นใบหน้าคมคายจุดยิ้มน้อยๆ เอนศีรษะทุยอิงพนักเบาะอย่างสบายใจ

            คุณจะเอาฉันมาซ่อนที่นี่หรือยังไง ถึงได้ไกลกันดารอย่างนี้ แล้วเมื่อไหร่คุณจะพาฉันกลับไปส่ง ฉันมีบ้านมีครอบครัวนะ” แหวใส่

            ประวัติของคุณผมรู้ดีน้ำผึ้งไม่ต้องย้ำ คุณมีแค่น้องสาวกับป้ามาลาแล้วก็เพื่อนสนิทอีกคน ที่เมืองนอกนั่นก็ไม่มีใครรอคุณอยู่ ส่วนเรื่องพากลับน่ะเอาไว้ผมอารมณ์ดีแล้วจะบอก”

            คุณ!”

            เอาล่ะ! นั่นถึงที่ที่คุณร่ำร้องอยากเห็นแล้ว ลงไปสิ”

            ชิ!”

            เตชิษฏ์ชี้ไปข้างหน้าซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ไม่สนใจอาการกระฟัดกระเฟียดใส่ของหญิงสาว ชญาดาสะบัดหน้าพรืดพาร่างเพรียวระหงลงไปยืนข้างรถ จ้องมองบ้านหลังใหญ่ในเงาราง ที่แวดล้อมไปด้วยป่า!

 

บ้านบรรณวัตร

            ในยามพบหน้ามารดาหัวใจของตรีทัชถูกบีบอัดยิ่งกว่า แววตาของแม่เป็นลางบอกเหตุจนเขาไม่อยากรับรู้ ตรีทัชคล้ายล้มทั้งยืนจนต้องนั่งลงเจรจา เรียวตาคมเข้มแฝงแววรวดร้าวกับคำบอกเล่าแกมขอร้องของคุณมยุริน ความจริงเรื่องเตชิษฏ์กับชญาดากำลังกลายเป็นแส้หนามที่โถมฟาดใส่เขาจนใจเยินยับ

            ตาตรี แม่รู้ว่าลูกโกรธและไม่อาจยอมรับได้ง่ายๆ แม่เข้าใจความเจ็บปวดของตรี แต่แม่ก็ทนให้พี่ชายของลูกทำผิดแล้วไม่รับผิดชอบไม่ได้ เรื่องหนูน้ำผึ้งมีทางออกอย่างที่แม่บอกไป ขอเพียงตรีทำใจ และถอยออกมาจากสองคนนั้นแล้วเริ่มต้นใหม่ สักวันหนึ่งตรีจะลืมหนูน้ำผึ้งไปในที่สุด” แม่เฝ้าปลอบโยน ลูกนั่งฟังทั้งที่กายสั่นสะท้าน ตรีทัชยิ้มหยันคิดสมเพชชะตากรรมของตนเองนัก ที่ถูกพี่ชายแย่งคนรักไปต่อหน้าต่อตา

            ถ้ามันทำใจได้ง่ายๆ เขาคงไม่ต้องเจ็บปวดเจียนตายอย่างที่เป็นอยู่ ถ้าอภัยให้พี่ชายได้ง่ายๆ แววตาของเขาคงไม่วาวโรจน์ และถ้าลืมความรักที่มีต่อน้ำผึ้งได้เพียงหนึ่งกะพริบตา เขาคงไม่คิดแค้นเตชิษฏ์เพียงนี้

            ผมยอมรับไม่ได้จริงๆ ครับ ผมรักน้ำผึ้งมากและผมจะรักต่อไป ส่วนเขา...ผมไม่นับถือว่าเป็นพี่ชายอีก เขาทำร้ายผู้หญิงที่ผมรัก”

            โธ่! ตรี ลูกจะมีแต่ความทุกข์ไปตลอด ลูกจะรอน้ำผึ้งได้อย่างไรในเมื่อเธอกำลังจะแต่งงานกับพี่ชายของลูก พวกเขาอาจจะกำลังมีทายาทด้วยกัน ลูกจะรอให้เศร้าเสียใจทำไมอีก”

            หัวใจมารดาใกล้สลายเมื่อรับรู้ความรู้สึกรักที่ตรีทัชมีต่อชญาดา มือของแม่ยื่นไปรั้งร่างสูงเข้ากอด หวังปลอบโยนบุตรชายคนเล็ก อ้อมแขนของแม่ที่ไม่ว่าเมื่อใดก็อุ่น แผ่คลุมบ่ากว้างราวเกราะกำบังเรื่องร้ายทั้งมวล และแผ่อณูความห่วงใยไปปลอบประโลมหัวใจบอบช้ำ

            แม่ครับ” เขาซบหน้ากับอกอุ่น ปล่อยความทดท้อไหลบ่าโดยไม่อาย

            ผมรักน้ำผึ้ง...ผมรักเธอ”

            ลูกเอ้ย ลูกยังมีแม่นะลูก ตรี แม่ขอโทษที่ต้องให้ตาต้นแต่งงานกับน้ำผึ้ง”

            โลกทั้งโลกคงจะถล่มทลายไปแล้วหากไม่มีกอดของแม่ที่คอยหนุนเนือง พร้อมส่งกำลังใจมาเต็มเปี่ยม แม่ที่กล้าเอ่ยคำขอโทษที่ทำร้ายจิตใจเพราะจำต้องสนับสนุนให้เตชิษฏ์แต่งงานกับชญาดาเพื่อความถูกต้อง แม่ที่ต้องบากหน้าไปเจรจากับคุณสิรินทิพย์เรื่องถอนหมั้นให้เตชิษฏ์ นั่นทำให้ตรีทัชกลับมามีสติทีละน้อย

            เขาเห็นใจมารดาไม่น้อยที่ต้องผจญกับเรื่องนี้ ชายหนุ่มสงบใจลงแล้วปลีกตัวเข้าห้องเก็บตัวเงียบจนถึงเช้า อย่างไรเขาก็ให้อภัยเตชิษฏ์ไม่ได้ และกังวลหนักหน่วงถึงชญาดาที่เขาติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อน กับเด็กสาวอีกคนที่เขาเผลอทำร้ายจิตใจ



            เช้าวันใหม่...

            ตรีทัชยืนเตร่หน้าห้องทำงานเพื่อรอพบเลขาฯ สาวแต่ต้องผิดหวัง เมื่อย่างเข้าสิบนาฬิกาเด็กสาวกลับไม่ปรากฏตัว ชายหนุ่มรู้ซึ้งว่าการกระทำของเขาเป็นเรื่องบานปลายกว่าที่คิด ร่างสูงโปร่งก้าวพรวดๆ เข้าห้องทำงานควักมือถือออกมาโทรหาชลชิณี คิดถึงคำขอโทษที่จะบอกแก่เธอ ต้องผิดหวังอีกครั้งเมื่อปลายทางไม่มีสัญญาณ หรือไม่ก็...ผู้เป็นเจ้าของตั้งใจตัดการติดต่อทุกคน

            รองผู้บริหารหนุ่มหุนหันออกจากห้องตรงไปที่รถ ถ้าไม่ยอมรับสายเขาคงต้องไปตามตัวเลขาฯ สาวด้วยตัวเอง จะไม่ยอมให้เรื่องค้างคาอย่างนี้ ไม่นานตรีทัชก็ฝ่าการจราจรช่วงเที่ยงวันไปยังบ้านเหมรัตน์ พบป้ามาลาออกมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม ส่วนคุณหนูคนเล็กของบ้านยังเก็บตัวเงียบในห้องนอน

            คุณน้ำตาลไม่สบายค่ะ ตั้งแต่เมื่อวานที่กลับจากทำงานแล้ว ประเดี๋ยวดิฉันจะไปตามเธอให้ค่ะ”

            น้ำตาลเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” กระตือรือร้นถาม แววตาห่วงใยมาออ

            เห็นบอกว่าปวดศีรษะนี่แหละค่ะแต่ไม่มีไข้ คิดว่าน่าจะดีขึ้นแล้ว คุณตรีรอสักครู่นะคะ” นางบอกแล้วผละไป ทิ้งตรีทัชไว้ในห้องรับแขกที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่ครั้งที่ชญาดายังพักอยู่ที่นี่ ร่างสูงโปร่งผุดลุกขึ้นเพราะทนนั่งกับที่ไม่ไหว กังวลไปสารพัดว่าชลชิณีจะโกรธมากแค่ไหน และเธอจะอภัยให้กับความก้าวร้าวของเขาไหม ชายหนุ่มเหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้อง

            ร่างเล็กบอบบางยืนค้างที่ทางเข้า ก่อนจะสูดลมหายใจแล้วเข้ามาเผชิญหน้า ชลชิณีอยู่ในชุดลำลองกางเกงขาสั้นสีหวาน กับเสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูน รูปลักษณ์ที่คล้ายเด็กกะโปโลต่างจากใบหน้าหวานของสาวแรกรุ่นที่น่าพิสมัยนัก

            พี่ตรีมาถึงที่นี่ มีธุระอะไรหรือคะ?”

            ชลชิณีกำหนดเสียงไม่ให้สั่น เพราะแค่เห็นเบื้องหลังของชายหนุ่มที่เธอหลงรัก น้ำตาก็พานจะไหล หล่อนโทษความอ่อนไหวอ่อนแอของตนเองที่เกิดกับตรีทัช ทั้งที่ชายหนุ่มตรงหน้ามีพี่สาวของเธออยู่ในใจ ตรีทัชหมุนตัวกลับมาตามเสียงเรียวตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสบตา ดวงหน้าหวานละมุนที่ยังไม่ทิ้งคราบน้ำตา ขอบนัยน์ตาอ่อนบางยังบวมช้ำ...เพราะเขา

            น้ำตาลครับทำไมไม่ไปทำงาน ทำไมปิดมือถือ รู้ไหมครับว่าพี่เป็นห่วงแค่ไหน” ตรีทัชเริ่มต้นด้วยคำถามทั้งที่รู้แก่ใจ...เพราะอะไร น้ำตาลนิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

            ตาลไม่สบายค่ะ ขอโทษที่ไม่ได้โทรไปลากับพี่” อ้อมแอ้มตอบ แล้วก้มหน้าลงเพื่อหลบเรียวตาคมคู่นั้น

            ไม่สบายหรือว่า...หนีหน้า เพราะพี่ใช่ไหมครับ พี่ไม่ได้ตั้งใจกับเรื่องเมื่อวานเลยนะครับ พี่ขอโทษ” เขาก้าวเข้ามาใกล้ รวบมือเล็กขึ้นมาเขย่าเบาๆ แนบอก ชลชิณีเบือนหน้ารื้นไปอีกทาง ค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมราวกับปฏิเสธคำขอโทษนั้นอย่างนุ่มนวล

            ไม่เกี่ยวกับพี่ตรีหรอกค่ะ ตาลไม่สบายจริงๆ พี่ตรีมาก็ดีนะคะตาลจะได้บอกเรื่องนี้กับพี่ตรีเสียเลย” เด็กสาวกลืนก้อนสะอื้นในอก

            เรื่องอะไรครับ?”

            ตาลขอลาออกนะคะ ตาลไม่เหมาะจะเป็นเลขาฯ ให้พี่ตรีอีกแล้ว ตาลอยากหางานใหม่ทำ”

            ไม่ได้นะน้ำตาล!” ชายหนุ่มคว้ามือนุ่มมากุมอีกครั้ง ตรีทัชตกใจมากที่เด็กสาวกำลังจะหนีห่าง

            หัวใจคลอนสั่นอย่างไม่เข้าใจตัวเองนัก หรือเพราะหล่อนเป็นน้องสาวของหญิงสาวที่เขารัก เขาจึงแคร์เธอ รู้สึกไปกับดวงตาคู่โตที่ไหวสั่นคู่นี้ ชลชิณีส่ายหน้าไปมาน้ำตารื้นจนฉ่ำ

            ตาลไม่เหมาะจะทำงานกับพี่ตรีจริงๆ ค่ะ ตาลไม่อยากบังคับใจตัวเอง ตาลไม่อยากต้องเห็นพี่ตรีในสภาพนี้อีก”

            หมายความว่ายังไงครับ พี่ไม่เข้าใจ” ตรีทัชงงงวย ไม่สามารถหาคำตอบจากดวงตาคู่สวยกับแววตัดพ้อนั้นด้วยตัวเอง ร่างบอบบางเริ่มสั่นเทิ้มเพราะแรงสะอื้นไห้ แหงนเงยดวงหน้าขึ้นช้าๆ กดเม้มริมฝีปากสีกลีบบัวอย่างอดกลั้น แล้วค่อยๆ คลี่ออกเพื่อเอ่ยกับเขา

            ตาล...”

            ตาลคงจะทนมองพี่ตรีหลงรักพี่น้ำผึ้งอย่างหัวปักหัวปำ และเจ็บปวดกับสิ่งที่พี่สาวของตัวเองทำกับพี่ตรีโดยไม่รู้สึกอะไรไม่ได้ พี่ตรีเจ็บตาลก็เจ็บ ตาลไม่อยากเห็นมัน ให้ตาลลาออกนะคะ”

            คำพูดกึ่งสารภาพบางอย่างทำให้ชายหนุ่มอึ้ง ไม่เคยคาดคิด ไม่เคยมองชลชิณีอย่างนี้มาก่อน ตรีทัชคลายมือที่กุมทับมือเล็กออกท่าทียังงุนงง นั่นทำให้ชลชิณีรู้สึกว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว เธอเม้มริมฝีปากอีกครั้งทำท่าจะหมุนตัวออกห่างอย่างละอายใจ

            ตาลขอโทษที่ทำให้พี่ตรีตกใจ ตาลไม่ได้ตั้งใจ ลืมมันไปนะคะอย่าให้ตาลต้องอับอายกว่านี้เลย”

            หยาดน้ำตาท่วมล้นราวทำนบน้ำพังทลาย เธอหลงรักเขายังไม่พอ ยังบอกออกไปเป็นนัยๆ แต่ที่ได้รับกลับมาเป็นความตกใจอ้ำอึ้งของตรีทัช ช่างน่าอายที่สุด!

            ตาลไม่ส่งนะคะพี่ตรี” เด็กสาวไม่ได้หันกลับไปมองจึงไม่เห็นว่าตรีทัชก้าวตามมา ส่งวงแขนแกร่งไปรั้งร่างบางให้หยุดกับที่ก่อนหมุนตัวเธอกลับมาเผชิญหน้า จนได้ยินเสียงหัวใจที่สั่นไหวของทั้งคู่ เสียงที่ไม่เคยเต้นในจังหวะเดียวกันสักครั้ง

            พี่ขอโทษนะครับที่ทำร้ายความรู้สึกของน้ำตาล เป็นเพราะพี่ไม่รู้มาก่อนเลย”

            เสียงทุ้มแผ่วข้างใบหูปลอบโยน ค่อยๆ แทรกซึมสู่หัวใจอ่อนไหว

            ร่างนุ่มเนียนยืนแนบไปกับร่างสูงโปร่ง พักพิงอิงใบหน้านองน้ำตากับอกอุ่น ร้องไห้ ตรีทัชพ่นลมหายใจยาวเหยียดวางมือหนาลูบกลุ่มผมยาวสลวยของชลชิณีปลุกปลอบ ในขณะที่จิตใจของเขาสับสนเหลือเกิน ระหว่างพะวงถึงชญาดากับสงสารชลชิณี กลัดกลุ้มใจว่าอย่างไหนมีอานุภาพมากกว่ากัน



            ห้องรับแขกอันโออ่าของคฤหาสน์เจ้าสัวสินชโลมไปด้วยความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศ แต่ยามนี้กลับร้อนเป็นไฟ!

            ครอบครัวฝ่ายชายบากหน้ามาเจรจาแทนเตชิษฏ์ คุณกอบกิจกุมมือภรรยาไว้ส่งกำลังใจให้ขณะเผชิญหน้ากับสองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน

            มีอะไรด่วนหรือริน คุณกอบกิจ ถึงมาหาถึงบ้าน ใช่เรื่องลูกชายเธอกับยัยรศาหรือเปล่า?” คุณสิรินทิพย์ถามถึงธุระ เพราะการมาเยือนครั้งนี้พ่วงคุณกอบกิจซึ่งนานๆ ครั้งจะมาเยี่ยมเยือน นางเหลือบตามองสามีคุณชิตชัยก็คงจะคิดเหมือนกันว่ามีบางอย่างไม่ราบรื่นเสียแล้ว แต่จะเป็นเรื่องใด?

            เอ้อ ใช่จ๊ะทิพย์ เรื่องของลูกๆ ของพวกเรานี่แหละ” ผู้ใหญ่ของสองครอบครัวนั่งลงพร้อมเพรียงกัน

            เรื่องตาต้นกับหนูรศา ฉันลำบากใจจริงๆ นะทิพย์ แต่จำเป็นต้องบอกความจริงกับเธอกับคุณชิตชัย คือทางเราจะขอ เอ่อ...”

            ขอถอนหมั้นจากหนูรศา”

            ธุระของญาติฝ่ายชายทำให้มารดาฝ่ายหญิงเกรี้ยวกราดลุกขึ้นเต้นผางเสมือนเล่นงิ้ว เป็นอย่างที่คิดไม่มีทางที่หญิงเจ้ายศเจ้าอย่างอย่างคุณสิรินทิพย์จะทนฟังเฉยๆ ได้ รับฟังไม่กี่ประโยคนางก็เต้นเร่าจนร่างท้วมกระเพื่อม รับไม่ได้เมื่อคุณมยุรินมาเพื่อขอถอนหมั้นปวริศาจากเตชิษฏ์ คุณชิตชัยแทบไม่เชื่อหู ไม่คิดว่าจะมีเหตุผลใดหนักแน่นพอที่เตชิษฏ์จะตัดรอนบุตรสาวของตนเช่นนี้

            ริน! เธอทำกับครอบครัวฉันอย่างนี้ได้ยังไง เธอกำลังเหยียบย่ำเกียรติของตระกูลฉัน เธอเป็นเพื่อนประสาอะไร ฮ้า!”

            เรื่องเดินมาสุดทางแล้วจริงๆ ฉันต้องขอโทษเธอกับคุณชิตชัยด้วยนะ ฉันกับลูกจำเป็นต้องขอถอนหมั้นหนูรศาเพื่อความถูกต้อง”

            เธอพูดออกมาได้อย่างไร เด็กสองคนนั่นรักกันมานมนานจะมีงานแต่งแล้วด้วยซ้ำ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” เกรี้ยวกราดลั่นห้องรับรอง

            ฉันรู้ว่าเธอกับคุณชิตชัยต้องโกรธ เรื่องที่เกิดขึ้นฉันต้องขอโทษจริงๆ ตาต้นจำเป็นต้องถอนหมั้นกับหนูรศาเพราะ...เพราะเขามีเรื่องต้องรับผิดชอบต่อผู้หญิงอีกคนหนึ่ง มันเป็นอุบัติเหตุน่ะแต่ฉันไม่อยากให้ลูกทำร้ายทั้งสองฝ่ายด้วยการคบหากับหนูรศา ทั้งที่ยังมีภาระเรื่องใครอีกคน” 

            เพื่อความถูกต้อง ต้นต้องไปแต่งงานกับเธอคนนั้น ส่วนหนูรศาฉันขอโทษที่ทำให้เสียเวลา เสื่อมเสียเกียรติของเธอ แต่ฉันคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้วล่ะทิพย์”

            เธอหมายถึงลูกชายของเธอมีผู้หญิงอื่นงั้นหรือ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันนี่ ยัยรศาต้องมานอนแหมบอยู่ที่โรงพยาบาล น่าสมเพชที่คู่หมั้นไม่ดูดำดูดีซ้ำมาขอถอนหมั้นทั้งที่ยังนอนไม่รู้ตัว เธอใจร้ายมากนะริน นี่ถ้ายัยรศาฟื้นขึ้นมารู้ความจริงจะเป็นยังไง ลูกสาวฉันมิต้องขาดใจตายหรือไง” ตะคอกลั่นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            คุณสิรินทิพย์ทั้งกรีดร้องทั้งถกเถียงแทนปวริศา ที่มากกว่าความเสียใจของบุตรสาวคือความอัปยศ อับอายที่ถูกฝ่ายชายขอยกเลิกความสัมพันธ์

            ใจเย็นๆ ก่อนเถอะครับ ผมกับภรรยาก็บอกไปแล้วว่าเรามีความจำเป็นจริงๆ เราตัดสินใจให้ต้นรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้นอย่างสุภาพบุรุษ ที่ขอถอนหมั้นเพราะอยากทำให้ถูกต้อง ไม่ติดค้างซึ่งกันและกัน แล้วยังเป็นการเปิดโอกาสแก่หนูรศาอีก นี่เป็นเหตุผลที่พวกเรามาที่นี่ แต่ถ้าคุณยังไม่เข้าใจจะเรียกร้องอะไรก็บอกมา ถ้าให้ได้ผมจะให้”

            คุณกอบกิจเอ่ยเสียงขรึม ไม่ชอบใจที่ภรรยาตกเป็นเบี้ยล่างให้เพื่อนสนิทอย่างสิรินทิพย์ตะคอกใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณสิรินทิพย์กำมือแน่นโดยมีคุณชิตชัยรั้งร่างท้วมให้นั่งลง เขาสงบสติอารมณ์ได้ดีกว่าในฐานะหัวหน้าครอบครัว เอ่ยออกไปว่า...

            พวกเราจะเรียกร้องอะไรได้ในเมื่อลูกชายของพวกคุณไม่ต้องการยัยรศาแล้ว ถอนหมั้นก็ถอนหมั้น จะได้จบๆ กันไปแต่ผมต้องการให้คุณขอโทษออกสื่อเพื่อเห็นแก่หน้าของท่านเจ้าสัวที่สิ้นไปแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ให้ยัยรศายังมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้าง” เอ่ยเสียงเครียด คุณชิตชัยต้องการให้ฝ่ายชายประกาศถอนหมั้น แล้วขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษรทางหน้าหนังสือพิมพ์หนึ่งเดือนเต็ม ว่าเป็นความผิดของฝ่ายชายทั้งสิ้น

            เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการให้” คุณกอบกิจรับปาก วางมือโอบกอดภรรยา

            คุณชิตชัยในฐานะพ่อที่รักลูกเจ็บปวดเกินจะเอ่ยออกมาเป็นคำ เขารักและทะนุถนอมปวริศาดังดวงใจ ไม่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจมาแต่เล็กแต่น้อย แต่เจ้าหญิงตัวน้อยๆ ของเขากำลังแปดเปื้อนความเสียใจจากความรัก ร่างท้วมของคุณสิรินทิพย์ไหวโยน ปล่อยให้สามีเจรจาแต่ไม่อาจกลั้นแรงโกรธที่มี แรงเคียดแค้นเป็นตัวแปรที่ทำให้ความรักของปวริศาล่มสลาย

            นังผู้หญิงหน้าด้านที่แย่งลูกชายของเธอ มันเป็นใคร?”

            เอ้อ อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลยนะทิพย์ จบแล้วก็ให้แล้วกันไปเถอะ” คุณมยุรินเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงบุคคลที่สาม แต่แววตาเคืองโกรธของเพื่อนไม่รามือง่ายๆ

            ถ้าเธอไม่บอกเรื่องนี้ไม่มีวันจบ ฉันไม่มีวันยอม บอกมาเดี๋ยวนี้ว่านังผู้หญิงแพศยาคนนั้นเป็นใคร?”

            เอ่อ”

            สะใภ้ของเราคือหนูน้ำผึ้ง ชญาดา โชติกานต์” เมื่อภรรยาอึกอัก คุณกอบกิจจึงเป็นผู้ตอบ

            อะไรนะ!”

            น้ำผึ้งงั้นหรือ...

            เสียงลมหายใจขาดห้วงประหนึ่งเป็นแรงเฮือกสุดท้าย ลอดผ่านลำคอเหี่ยวย่นของชายสูงวัยโดยไม่มีสาเหตุ คุณชิตชัยเกิดอาการเจ็บแปล๊บในอกข้างซ้ายจนต้องกุมทับ ใบหน้าบิดเบ้ ดวงตาเรียวรีโปนโตอย่างเจ็บปวด แต่รอยรวดร้าวนั้นมากกว่าเมื่อหญิงสาวที่ทำลายความรักของปวริศาเป็นลูกสาวคนโต ลูกที่เขาไม่เคยแยแส และปฏิเสธว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข

            นี่เป็นเรื่องบังเอิญ หรือการแก้แค้นจากชญาดา?

            สติของเขาดับวูบก่อนได้คำตอบ ภรรยากรีดร้องขึ้นเมื่อร่างผ่ายผอมฟุบไปข้างหน้า ยุติการถกเถียงเมื่อต้องพาคุณชิตชัยส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ดวงตาคมกรีดกรายของคุณสิรินทิพย์วาบขึ้น ไม่วายอาฆาตสองสามีภรรยาที่นำพาข่าวร้ายของปวริศา กับทำให้สามีของนางอาการโรคหัวใจกำเริบ

            ขัดแค้นยิ่งกว่าเมื่อนึกถึงหญิงสาวหน้าตาคมขำ เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำผึ้งรวงที่มาเปิดตัวในฐานะคนที่กำลังดูใจกับพีรยุทธ แต่กลับเสนอหน้าไปแต่งงานกับเตชิษฏ์ หญิงร้ายที่แทงข้างหลังจนครอบครัวของนางเกิดแผลฉกรรจ์ ริมฝีปากเคลือบสีแดงเพลิงบิดเบ้ แช่งชักหักกระดูกหญิงแพศยาผู้นั้นไปจนถึงโรงพยาบาล

            นังน้ำผึ้ง แกมันนังปิศาจชัดๆ”



            เรื่องจะจบแค่นี้ใช่ไหมคะคุณ ดิฉันกลัวว่าคุณชิตชัยจะอาการหนักเพราะเรื่องตาต้น” สีหน้าคุณมยุรินซีดลงๆ เมื่อออกมาไกลจากคฤหาสน์หลังโอ่อ่า ผู้เป็นสามีส่ายหน้าน้อยๆ กังวลไม่น้อยหน้า

            พวกเราบริสุทธิ์ใจนะคุณ ถ้าเก็บงำไว้ต่างหากล่ะผิดต่อลูกสาวเขา แล้วนี่พ่อตัวดีไปอยู่เสียที่ไหนล่ะทำไมไม่พาสะใภ้เข้าบ้านสักที”

            คุณกอบกิจประคองภรรยาลงจากรถเมื่อถึงที่หมาย พลางถามถึงเตชิษฏ์ซึ่งบอกลาพักร้อนหนึ่งสัปดาห์ไปแล้ว ภรรยาจึงยิ้มเฝื่อนฝืน

            ตาต้นพาหนูน้ำผึ้งไปที่บ้านพักของเราค่ะ ดิฉันไม่ได้ห้าม เพราะอย่างไรเสียเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้วพวกเขาคงมีเรื่องต้องตกลงกัน กลับมาเมื่อไหร่จะจัดงานแต่งงานอย่างถูกต้องให้แก ดิฉันหวังว่าเรื่องจะสงบนะคะ”

            ผมก็หวังอย่างนั้น แต่ถ้าจะมีปัญหาอะไรตามมาอีกลูกก็ต้องแก้ปัญหาเองแล้วล่ะ เป็นคนผูกปมขึ้นมาเองนี่นา ตัวผมไม่คิดมากเรื่องลูกสะใภ้หรอกนะลูกรักใครเราก็รักด้วย เพียงแต่สะใภ้คนนี้มาเหนือเมฆไปหน่อย”

            ค่ะดิฉันเองก็คิดไม่ถึง เราหลายๆ คนด้วย” คุณมยุรินรำพัน ในที่นี่หมายถึงตรีทัช กับครอบครัวเหมรัตน์ด้วย เรื่องถึงบานปลายเพียงนี้...

 


            หนุ่มสาวที่ถูกเอ่ยถึงไม่ได้รับรู้เหตุการณ์วุ่นวายที่ทางไกล ชญาดากับเตชิษฏ์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร ท่ามกลางหุบเขา กลางป่าลึก ภายในบ้านไม้สักสองชั้นในจังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่เป็นบ้านพักส่วนตัวของครอบครัวบรรณวัตร ที่บิดาของเขาซื้อที่ดินแล้วปลูกบ้านพักไว้เมื่อสี่ห้าปีก่อน

            เป็นความตั้งใจของเตชิษฏ์ที่จะหลบเลี่ยงเรื่องวุ่นวาย มาตั้งหลักไกลถึงที่นี่เพื่อกลับไปอีกครั้งพร้อมภรรยาที่ถูกต้อง ทั้งนิตินัยและพฤตินัย

            เตชิษฏ์ยืนนิ่งที่ปลายเตียง จ้องมองร่างเพรียวบางที่นอนขดตัวใต้ผ้าห่ม หลังจากมาถึงในตอนเกือบเช้ามืด ต่างก็หมดแรงไปกับการเดินทางและต่อล้อต่อเถียง จึงแยกกันเข้าห้องพักผ่อน ซึ่งมีถึงสามห้องนอนใหญ่ที่ชั้นสองของบ้าน

            ชญาดาสิ้นฤทธิ์ด้วยความอ่อนเพลีย เจ้าหล่อนหลับสนิทโดยไม่รู้ว่ามีชายหนุ่มมายืนจ้องมองอากัปกิริยาของเธอเป็นนานสองนานแล้ว เขายืนตรงแลสง่า กอดอกผึ่งผายมองหญิงสาวดื้อรั้น ปากเก่งเพลินๆ เมื่อหล่อนขยับตัวก็หันหลังให้แล้วปรับสีหน้า เสี้ยววินาทีที่หญิงสาวเห็นเตชิษฏ์อยู่ในห้องก็โวยวาย พร้อมกับปาหมอนใส่แผ่นหลังตั้งตรงดังปุ่

            น้ำผึ้ง พาลใหญ่แล้วนะ” เขาตีหน้าดุแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า วางมาดนิ่ง

            เข้ามาได้ยังไง ออกไปเลยนะคุณเตชิษฏ์”

            กุญแจนี่ไง ผมจะเข้านอกออกในห้องไหนก็ได้ทั้งนั้น” ชูพวงกุญแจอวดๆ ยิ้มเจ้าเล่ห์

            ไร้มารยาท ฉันหลับอยู่คุณไม่ควรเข้ามา ออกไปเลยนะ” แหวใส่

            เฮ้! คำก็ไล่สองคำก็ไล่ แล้วถ้าผมดื้อด้านไม่ออกไปคุณจะทำอะไรผมล่ะหืม ที่นี่ถิ่นของผมทั้งในบ้านหลังนี้ และป่าทึบข้างนอกนั่น”

            กรุณาทำตัวน่ารักอ่อนหวานไม่อย่างนั้นผมจะโยนคุณเข้าป่า ให้เสือสางมันเอาไปตะปบเล่น อ้อ! ท้ายไร่มีพวกคนงานกระหายผู้หญิงอยู่เป็นฝูง พวกนั้นยินดีได้คุณไปกกกอดเหมือนกัน ฉะนั้นพูดอะไรก็ให้เกียรติกันหน่อย อย่ายั่วโมโหผมดีกว่า”


            ขู่ฉันเหรอ ไอ้คนโรคจิต ฉันเจอคนเลวๆ มาก็เยอะ ฉันไม่กลัวหรอกไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าคุณอีกแล้ว”

            ปากเก่งจริง ไม่กลัวก็ไม่กลัว อยากลองก็ไม่ว่ากันแต่ต้องทำใจหน่อยนะคนงานพวกนั้นกักขฬะกว่าผม รสชาติอาจจะดุเด็ดเผ็ดมันและซาดิสม์กว่า เอาล่ะลุกขึ้นแล้วก็เปลี่ยนชุดหวิวๆ นี่ออกซะแล้วออกมากินข้าวเช้า”


            เขากระชากร่างแบบบางจากผ้าห่มที่ถูกกำชายไว้แน่น ชุดนอนบางเบาปลิวมาแนบตัวแลวาบหวิว ชญาดาหน้าเสียไม่คิดว่าจะมีใครอุตริเข้ามาอยู่ร่วมห้อง หล่อนกดใบหน้าลงมองสภาพตัวเอง หน้าแดงซ่านจนชายหนุ่มหัวเราะหึๆ ลงคอ

            ฉันเดินเองได้ คุณออกไปรอข้างนอกนั่นเลย ไปสิ ไป้!” ไล่ทางสายตาแล้วหลบเลี่ยงเข้าห้องน้ำไป

            เมื่อออกจากห้องนอนจึงพบบรรยากาศคลาสสิคของบ้าน ซึ่งตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ตั้งแต่ชุดรับแขกไม้สัก โต๊ะตู้วางของประดับเน้นเป็นไม้ทั้งสิ้น

            ห้องรับแขกโอ่โถง แลโล่งสบายเพราะเป็นเพดานสูง ติดพัดลมทองเหลืองที่ด้านบน ติดกับห้องรับแขกเป็นห้องรับประทานอาหารพร้อมครัวที่มีชายหนุ่มนั่งรอท่าที่โต๊ะไม้สักตัวยาว เมื่อปรายตามาพบชญาดาเขาก็ผายมือเชื้อเชิญด้วยมาดเจ้าของบ้าน

            นั่งก่อนสิครับ”

            เตชิษฏ์อยู่ในชุดลำลอง แตกต่างจากมาดนักธุรกิจที่ทรงผมเปียกหมาดปล่อยเป็นธรรมชาติ สวมเสื้อยืดกางเกงยีนเหมือนคนหนุ่มทั่วไป ส่วนชญาดาอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวเล็กกับกางเกงสามส่วนสีฟ้า สลัดภาพลักษณ์ที่ต่างฝ่ายคุ้นชินออกไป เธอขยับเก้าอี้แล้วนั่งลง

            ข้าวผัดแฮมตรงหน้ายั่วน้ำลายจนหญิงสาวละสายตาจากใบหน้าหล่อคม ที่คอยแต่จะมองเธอขึ้นๆ ลงๆ แล้วรับประทานเงียบๆ น้ำอีกแก้วเป็นอันอิ่มท้อง ก่อนที่หญิงสาวจะผละไปเตชิษฏ์ก็รั้งฝีเท้าเธอไว้

            เดี๋ยวเราจะออกไปจดทะเบียนสมรสกัน” คนฟังหันขวับ

            อะไรนะ!”

            ก็ตามสัญญาไง หนึ่งปีคุณเป็นผู้หญิงของผม เป็นคนของบรรณวัตรเต็มตัว” ชญาดาตกใจ ไม่คิดว่าเตชิษฏ์จะรวบรัดด้วยการจดทะเบียนสมรสจริงๆ


            ตาคนนี้ไม่บ้าก็เมา ที่พาตัวเองมาผูกพันกับเธอ ผูกมัดทางนิตินัยทั้งที่นี่ก็แค่การแต่งงานชั่วคราว เขากระตุกยิ้มมุมปากราวกับอ่านใจเธอออก

            คุณจะกอบโกยอะไรไปมากแค่ไหน ผมจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นถือเป็นค่าเสียเวลา ผมหย่าให้ถ้าคุณไม่ได้ท้อง คุณจากไปพร้อมใบหย่ากับเงินไปตั้งตัวได้เลย”

            ชญาดาเม้มริมฝีปากอย่างอดกลั้น อีกแล้ว...เงินค่าตัวที่เขายัดเหยียด พร้อมใบหย่าเพื่อซื้อเรือนร่าง ซื้อตัวเธอให้ห่างจากตรีทัช แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง ยอมเป็นนางบำเรอผู้ชายคนนี้ เพื่อแย่งชิงเขาจากน้องสาวนอกไส้ นี่ต่างหากล่ะที่เธอต้องการ

            ค่ะหนึ่งปี ฉันจะไปจากนรกขุมนี้พร้อมกับสมบัติของบรรณวัตร ไม่ต้องกลัวเรื่องท้องเพราะฉันไม่มีวันสร้างภาระด้วยการกระเตงเด็กอีกคนไปด้วย ฉันโตพอฉันคุมเป็น คุณต่างหากล่ะอย่าเผลออยากนอนกับฉันจนลืมป้องกันก็แล้วกัน” จุดยิ้มมุมปาก ทำท่าว่ากร้านโลก


            น้ำผึ้ง!”

            ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นอย่างเดือดดาล ไม่มีสักครั้งล่ะที่หล่อนจะยอมอ่อนข้อให้เขา ชอบแสดงท่าว่าผ่านร้อนหนาวมามาก ทั้งที่เขารู้ว่าไม่ใช่ และอยากรู้ว่าทำไมหล่อนต้องตบตาเขาว่าเป็นผู้หญิงสกปรกมีราคีคาว

            ฉันพร้อมแล้ว เราจะไปกันได้หรือยังล่ะคะ คุณสามี...” เชิดดวงหน้าสะคราญยั่วยวน “...กำมะลอ”

            เดชาทิ้งรถไว้ให้ผู้เป็นนาย ส่วนเขาไปพักค้างคืนที่ตึกเก่าซึ่งอยู่ตรงทางเข้าสู่ไร่ของตระกูลบรรณวัตร เตชิษฏ์ทำหน้าที่สารถีโดยมีชญาดานั่งข้างๆ เดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอเพื่อไปจดทะเบียนสมรส เขาต้องการให้เรื่องเอกสารเรียบร้อยที่นี่ เมื่อกลับไปจะไม่มีงานแต่งงานให้เอิกเกริกเพราะเห็นใจปวริศา

            พิธีการทางกฎหมายผ่านไปอย่างเรียบง่าย แค่จรดปากกาเซ็นชื่อของทั้งสอง ได้ใบทะเบียนสมรสคนละใบ ชญาดาเดินตัวปลิวไม่รอสามีหมาดๆ ที่ก้าวเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้

            จะรีบร้อนไปไหนไม่ทราบ แสดงไม่แนบเนียนเอาซะเลยนะคุณ สามีภรรยาคู่ไหนที่เพิ่งออกจากอำเภอเดินลิ่วๆ ไปคนละทางแบบนี้”

            คิดอะไรมากคะคุณเตชิษฏ์ นี่มันละครทั้งนั้น ที่นี่ไม่มีใครรู้จักฉันกับคุณจะต้องใส่หัวโขนหลอกใครทำไมกัน กลับกันเถอะค่ะฉันอยากพักผ่อนแล้ว”

            ที่บอกอย่างนั้นเพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนหล่อนขนลุกซู่ ภายในตัวอำเภอร้อนจัด อุณหภูมิเฉียดสี่สิบองศา แต่ในไร่กลับหนาวเย็นเพราะอยู่ในเขตป่าทึบ ตกดึกยิ่งเย็นยะเยียบ ร่างกายบอบบาง ภูมิต้านทานต่ำอ่อนแอลงแล้วเริ่มจะเป็นไข้โดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกเพลียแทบขาดใจจึงขอกลับไร่

            เตชิษฏ์พยักหน้าหงึก คิดจะพูดจาดีๆ ต่อกันบ้าง เมื่อเหลือบไปเห็นแก้มปลั่งระเรื่อสี จึงยื่นมือหนาจะสัมผัสแต่เจ้าตัวเขยิบออกห่างเดินเลี่ยงไปขึ้นรถอย่างถือตัว เขาส่ายหน้ากับหญิงสาวเจ้าพยศที่ไม่ยอมรับความใส่ใจอาทร หล่อนทำเก่งเสมอทั้งที่ลับหลังสีหน้าไม่ดี ปลายจมูกเริ่มแดงแปร๊ดกับต้นคอที่ร้อนผะผ่าวไปถึงใบหน้า

            ก่อนกลับผมจะพาไปเลือกซื้อเสื้อผ้าเพิ่ม ตอนกลางคืนอากาศหนาวมาก และคืนนี้จะหนาวกว่าเดิมอีก”

            ค่ะ” ริมฝีปากเรื่อสีตอบสั้นๆ แล้วกระชับเสื้อคลุมเนื้อบางเข้าหาตัว

            เรื่องอาหารผมมีคนทำให้สามเวลา เป็นแม่บ้านของคนงานในไร่ ส่วนอาหารสดกับผลไม้เราต้องซื้อเข้าไปเอง คุณอยากกินอะไรก็บอกเดี๋ยวจะแวะซุปเปอร์มาเก็ต” เขายังคงพูดต่อเรื่อยๆ น้ำเสียงราบเรียบคล้ายบทสวดขับกล่อมชญาดาทีละน้อยๆ เมื่อหันไปอีกที ร่างโปร่งระหงอิงเบาะที่ปรับเอน หลับตาพริ้ม ชายหนุ่มยิ้มบางๆ มีโอกาสยื่นมือไปอังหน้าผาก หล่อนมีไข้แต่ไม่ปริปาก เขาบ่ายหน้าไปร้านขายยาอีกแห่งก่อนจะกลับไร่บรรณวัตร



            ร่างอ้อนแอ้นถูกวางลงบนเตียงกว้าง หล่อนแลเปราะบาง ต่างจากเกราะแกร่งที่สร้างไว้กำบังตัวเองจากอะไรบางอย่าง ช่างอ่อนแอและน่าทะนุถนอม ปกป้อง กระนั้นถ้อยคำส่อเสียดวาจาร้ายๆ กลับเปล่งออกมาตีค่าตัวเองจนต่ำต้อย เป็นผู้หญิงชั้นเลว

            ทำไมน้ำผึ้งถึงทำอย่างนั้น ทำไมถึงทำให้ใครต่อใครเข้าใจตัวหล่อนผิดว่าเหลวแหลก

            เตชิษฏ์นั่งลงตรงขอบเตียง จับตาร่างบางที่ซุกตัวเข้าหาผ้านวมอุ่นจนขยับมาใกล้เขา มือหนายื่นออกมาลูบไล้พวงผมสีเข้มที่ละดวงหน้าจับทัดหูให้อย่างแผ่วเบา คนตรงหน้าทำให้เขาดิ่งลึก...อยากค้นหาให้ลึกลงไปในตัวหญิงสาวผู้นี้ อยากช่วงชิงความรู้สึกของเธอที่มีต่อผู้ชายทุกคน อยากได้มาซึ่งสิทธิ์พิเศษ ที่ไม่มีชายหน้าไหนได้ไป และสุดท้ายเขาอยากได้หัวใจของเธอ เตชิษฏ์คิดเตลิดแล้วดึงตัวเองกลับมาก่นด่า...ว่าคิดไปได้อย่างไรถึงขั้นนั้น

            หญิงสาวซึ่งซุกตัวใต้ผ้าห่ม ม้วนตัวจนกลมดิกเริ่มกระสับกระส่าย เหงื่อกายแตกพลั่ก ชญาดาพลิกใบหน้าไปมากับวาดแขนสะเปะสะปะแล้วพร่ำเพรียก...

            แม่! คุณแม่” ในยามที่พิษไข้ครอบงำ หล่อนละเมออย่างโหยหา

            แม่ขา รอผึ้งก่อน”


            น้ำผึ้งครับ น้ำผึ้ง เฮ้! ลืมตามองผมสิ” เขาตบหน้าเธอเบาๆ ปลุกเรียก ทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรั้งหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด กายหนั่นแน่นจึงซึมซาบถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจากกายบอบบาง เขย่าร่างเล็กเบาๆ

            น้ำผึ้งครับ”

            แม่อย่าทิ้งผึ้งไป ผึ้งจะไปตามเขา จะพาเขามาหาแม่” สะอื้นกับอกแกร่ง เขาเฝ้ามองอย่างงุนงง


            เขา นี่ใคร?

            เตชิษฏ์อึ้งไปกับดวงหน้านองน้ำตาของหญิงสาว คร่ำครวญในยามไร้สติสัมปชัญญะ แต่จับความได้อีกหลายประโยคว่าเกี่ยวกับคนคนหนึ่ง คนที่ชญาดาต้องการพามาพบมารดาของเธอในวาระสุดท้าย ชายหนุ่มถอนใจเฮือกเมื่อกอดร่างนุ่มแนบอก อยากปลอบโยน ซับหยาดน้ำตาจนเหือดแห้ง ชญาดามีแผลใจที่เขาไม่รู้ที่มา ไม่รู้จะเยียวยาอย่างไร

            คนใจร้าย ใจร้ายที่สุด ฮือๆๆ ฉันเกลียด...”

            โอ๋ๆ น้ำผึ้งนิ่งซะ นิ่งนะครับ” เตชิษฏ์ปลอบโยนอย่างที่ไม่เคยต้องทำ แม้กับคู่หมั้นสาว เป่าปากดังฟู่เมื่อเธอเงียบลงกลายเป็นสะอื้นแผ่วแล้วหลับสนิทในวงแขนของเขา

            หลับเสียคนดี” ชายหนุ่มเอ่ยกับหน้าผากกลมมน กดจูบอ่อนโยน อยากปัดป้องเรื่องร้ายให้พ้นไป


            ในคืนนั้นชญาดาถูกปลุกขึ้นมารับประทานยาลดไข้จนไข้ลดลงเกือบเป็นปกติ เตชิษฏ์ไม่เพียงเฝ้าดูแลเรื่องยา แต่ชุดที่ถูกปลดเปลื้องออกจากตัวแล้วเปลี่ยนเป็นชุดนอนแบบกระโปรงนั่น ก็เป็นฝีมือของเขา

            ความอุ่นแปรมาเป็นร้อน เมื่อตกอยู่ในกองผ้าห่มหลายชั้น เหงื่อแตกซิกเมื่อไข้ลดลง ชญาดาเริ่มรู้สึกตัว กะพริบดวงตาคมขำมองเพดานโล่งแล้วปรายมาพบชายหนุ่ม ยากจะเชื่อว่าคนทระนงที่จงเกลียดจงชังเธอราวเศษสวะจะอยู่ตรงนี้ ภาพที่ปรือตาเห็นในขณะที่สะลึมสะลือ คือ...

            ชายหนุ่มซึ่งนั่งสัปหงกอยู่ที่เก้าอี้นวม พาดปลายขาไปยังปลายเตียง มือของเธอถูกเขากุมทับไว้อย่างแนบแน่น เมื่อกระตุกกลับเบาๆ ร่างสูงก็รู้สึกตัวทันที เขาผวาเข้าหา ชญาดาเมินหน้าเห่อร้อนหนีไปอีกทาง หลุบเปลือกตาลงต่ำซ่อนอาการแปลกปร่าในหัวใจ

            ตัวไม่ร้อนแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อย” เขาเป่าปากโล่งอก สัมผัสตัวเธออย่างใส่ใจ ทั้งแก้มปลั่ง ต้นคอนุ่มเนียน หญิงสาวพลิกหน้ากลับมามองคนพูดประหลาดใจที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มนวลนั้น

            คนอย่างนายเตชิษฏ์น่ะหรือเป็นห่วงเธอ ละเมอไปแล้วหรือไง


            ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ คุณอยู่ในนี้ตลอดเลยเหรอคะ?”

            ก็ต้องคอยดูว่าคุณตัวร้อนไหมนะสิ อากาศที่นี่ก็แบบนี้แหละใครไม่คุ้นก็ล้มป่วยทั้งนั้น อย่างนายตรี ตอนเด็กๆ มาทีไรเป็นต้องเป็นไข้”

            เตชิษฏ์เผลอพูดคุยอย่างปกติ ชะงักเสียเองเมื่อเอ่ยถึงน้องชาย ดวงตาคู่หวานหม่นมัว แล้วปิดเปลือกตาช้ำลงอีกครั้งเหนื่อยอ่อนจนไม่อยากนึกถึงใครอีก

            ฉันอยากพักผ่อนอีกหน่อยค่ะ” บอกเบา

            ก็ได้ เดี๋ยวผมจะให้แม่บ้านทำข้าวต้มรอไว้ คุณนอนต่อเถอะ”


            ดวงตาคมขลับกะพริบถี่อย่างไม่อยากเชื่อหู ที่ได้ยินเสียงทุ้มอ่อนโยน ได้เห็นเรียวตาอาทรจากเตชิษฏ์ บางทีอาการไข้อาจจะหลอกหลอนให้เธอเห็นอย่างนั้น

            มันคงเป็นภาพลวงตา...

            น้ำผึ้งผินใบหน้าไปอีกทาง นอนฟังเสียงฝีเท้าที่ก้าวออกไปจากห้องแล้วปิดประตูเบาๆ ของเขา


            เขาคือใคร?

            เรื่องที่ยังค้างคาใจเป็นถ้อยคำที่ชญาดาพร่ำเพ้อ ตัดรอนใครคนนั้น และกล่าวหาว่าเป็น ฆาตกร ทำให้มารดาของหล่อนจากไป

            เตชิษฏ์คิดวกวนเพื่อหาคำตอบ อยากรู้เรื่องราวในใจของหญิงสาวซึ่งเป็นภรรยาในนาม ธุระหรือก็ไม่ใช่ แต่เขาอยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชญาดาไปเสียแล้ว

            ชายหนุ่มนั่งดื่มกาแฟร้อนอยู่ที่ระเบียง ซึ่งต่อยื่นออกไปทางทิศตะวันออกของตัวบ้าน มีโต๊ะสนามพร้อมกางร่มผ้าฝ้ายเพื่อรับแดดอุ่นยามเช้ากับลมหนาวที่พัดโชยเป็นระลอก มื้อเช้าเสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้งหอมกรุ่น เตชิษฏ์วางมือจากแก้วเซรามิก ทอดสายตาไปยังทิวเขาไกลๆ เลือนรางคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาอยู่เฝ้าชญาดาตลอดคืน

            การกระทำที่ตรงข้ามกับปากร้ายๆ แต่เชื่อมต่อกับหัวใจเป็นหนึ่งเดียว เรียวตาคมขลับละสายตาจากทิวทัศน์เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา เห็นร่างอ้อนแอ้นก้าวออกมาอย่างสะโหลสะเหล คลุมไหล่ด้วยผ้าผืนหนา กลุ่มผมยาวแลยุ่งเหยิงแต่ดูเซ็กซี่นิดๆ กลีบปากอิ่มของหล่อนเรื่อสีเพราะพิษไข้ ขยับเรียกเขา

            คุณเตชิษฏ์”

            เฮ้! เดี๋ยวก็ล้มไปหรอกน้ำผึ้ง” เตชิษฏ์เข้าถึงตัวอย่างรวดเร็ว รับร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดก่อนน้ำผึ้งล้มไปกองกับพื้น ดวงหน้าระเรื่อที่เงยขึ้นพานให้สบประสานกับดวงตาคู่คม ที่แฝงรอยห่วงใยของเขา


            ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กระแสบางอย่างไหลวนแล้วพุ่งปรี๊ดขึ้นมาที่ใบหน้า พาสีแดงก่ำมาด้วย เตชิษฏ์กอดเธอไว้อย่างหลวมๆ แล้วปล่อยมือให้ยืนเองเมื่อเกิดอาการหน้าชาหนึบ เขาหลบตาวูบ

            ขะขอโทษค่ะ ฉันแค่...”

            ไม่ระวัง” เขาบ่นหน้าขรึม

            ร่างสูงใหญ่พยุงชญาดาเข้าไปนั่งใต้เงาของชายคาร่ม เห็นดวงหน้าหวานแจ่มกระจ่างคละเลือดฝาดที่ดูดีขึ้นจากเมื่อคืน บรรจงรินกาแฟร้อนแล้วเลื่อนไปตรงหน้า สั่งขนมปังปิ้งมาเพิ่ม ชญาดากล่าวขอบคุณในลำคอ ดวงหน้ายังร้อนเพราะการใกล้ชิดเมื่อครู่

            นี่อาจเป็นเช้าแรกที่เริ่มต้นด้วยคำพูดปกติ ไม่ใช่ถกเถียงอย่างที่แล้วมา ชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่ได้จ้องจับผิดจนเธอต้องตั้งท่าเป็นศัตรูด้วย มันคงจะดีไม่น้อยถ้าเป็นอย่างนี้ตลอดไป

            เตชิษฏ์มองคนตรงหน้าขณะละเลียดกาแฟดำ ดวงตาคู่คมจ้องมองดวงหน้าเนียนสวยทั้งคิ้วคาง ริมฝีปากจิ้มลิ้มและดวงตาสีน้ำผึ้งน่าหลงใหล ชญาดาดูไร้พิษสงในยามป่วยไข้ หล่อนนั่งซุกตัวใต้ผ้าคลุมไหล่และห่อตัวเสมอเมื่อลมหนาวยะเยือกพัดผ่าน

            เข้าไปข้างในกันเถอะ อย่าประมาทอากาศหนาวของที่นี่ ไป...”

            เขาลุกขึ้นยืนก้าวไปรั้งร่างอรชรยืนขึ้นคู่กัน ดึงเอวคอดเล็กมาแนบชิดแผ่นอก พากลับเข้าไปในห้องรับแขกโดยไร้การขัดขืนจากหญิงสาว เธอหนาวจนสั่น จำต้องอาศัยไออุ่นจากอกกระด้างเป็นที่พักพิง

            เดี๋ยวกินยาแก้ไข้ต่อเนื่องอีกหน่อย ถ้าไข้กลับมาล่ะยุ่งแน่ นี่ครับยา” เขาแบมือออกอวดยาเม็ดโต

            หญิงสาวทำหน้าเบ้ จ้องมองยาเม็ดเบ้อเริ่มในมือเขาอย่างขยาด เมื่อคืนไม่รู้ว่าเขาป้อนยาเธออย่างไร ปกติถ้ามีสติแล้วล่ะก็ ยากที่จะกลืนยาพวกนี้ง่ายๆ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับเตชิษฏ์ก็ตีหน้ายุ่ง ทำตาดุใส่

            ทำไมล่ะ อย่าบอกว่าคุณจะไม่กินยาพวกนี้” ถามเสียงขรึม

            ก็ฉันไม่ชอบนี่ ขมจะตายเม็ดก็ใหญ่ คุณกินเองเถอะ” น้ำผึ้งผลักมือหนาออกห่างตัว ทำท่าจะลุกหนีแต่เตชิษฏ์ไหวตัวทัน คล้องท่อนแขนกำยำกับเอวคอด ดึงหญิงสาวกลับมานั่งแหมะบนตักแข็งๆ ดังตุ้บ

            ไม่ได้! คุณต้องกินยานี่ก่อน”

            ฉันไม่กิน ฉันดีขึ้นแล้ว หายแล้วจริงๆ” ปัดมือเขาพัลวัน พลิกหน้าหนี


            ถ้าคุณไม่กินดีๆ ผมก็จะจัดการด้วยวิธีของผม” คนพูดแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์

            ดะเดี๋ยว!”

            วิธีไหนอีกล่ะ?


            มือหนาข้างหนึ่งกดร่างอ้อนแอ้นให้นั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับที่ บนตักอุ่น มืออีกข้างยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเองอึกใหญ่ หย่อนเม็ดยาลงไปแล้ววกกลับมาจ้องหน้าหญิงสาวด้วยแววตาพริบพราว เตชิษฏ์กดน้ำหนักมือที่ข้างแก้มปลั่งจนริมฝีปากบอบบางเผยอขึ้น ทั้งน้ำ ทั้งยาไหลผ่านจากริมฝีปากหยักสวย สู่โพรงปากนุ่มหยุ่นโดยไร้การปัดป้อง

            ฮึก...”

            ดวงตาคู่สวยตะลึงลานกับวิธีป้อนยามหาโหด ที่มาพร้อมกับความวาบหวามในหัวใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #624 flower (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2555 / 22:02
    ชอบๆๆๆ
    #624
    0
  2. #623 fuengfahrainbow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2555 / 20:08
    อิจฉาอ่ะ อยากเป็นไข้ใครจะป้อนยาแบบนี้บ้างค่ะ 555+
    อยากให้นายต้นอ่อนโยนแบบนี้ต่อไป ไม่ใช่ใช้แต่กำลังหรือขู่อย่างเดียว...
    รอตอนต่อไแนค่ะ สนุกมากๆลุ้นคู่หนูตาลอีกคน...สู้ๆนะคะ
    #623
    0
  3. #595 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 11:28
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก *_____*
    #595
    0
  4. #429 pharahoo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 19:42
    มันก็เหมือนที่แกเคยแทงข้างหลังแม่นางเอกนั้นแหละยัยสิริน
    #429
    0
  5. #230 moo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2553 / 23:49
    เรียงตอนผิดป่าวอะ

    รู้สึกตอนที่ 7 มันจะซ้ำกันนะ



    ตอนนี้ต้องเป็นตอนที่ 12 แล้วดิ

    #230
    0
  6. #177 koonja-jaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 22:34
    เวร กรรม ตามทันนายชิตชัยแล้ว
    #177
    0
  7. #163 namtal-1 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 14:28
    เกลียด พ่อใจร้าย(รักลูกไม่เท่ากัน) ขอให้มีบทลงโทษสำหรับคนไม่มีคุณธรรม 555(อินเจ้าค่า)

    #163
    0
  8. #158 9647 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 08:57
    รออ่านค่ะ
    #158
    0
  9. #157 felionaclub (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2553 / 23:31
    ขอให้คุณต้นทั้งรัก ทั้งหลง และปกป้อง หนูน้ำผึ้งด้วยเถอะค่ะ
    เพราะดูท่าว่าเมียใหม่พ่อจะร้ายน่าดู
    #157
    0
  10. #156 Elaine (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2553 / 23:13

    วันที่ 18 เลยค่ะ มามะๆ แหะ ๆ ๆ

    #156
    0
  11. #155 bonggee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2553 / 19:42
    หวานมากๆ
    #155
    0
  12. #154 naowarat_epp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2553 / 19:33
    คิดว่านายชิตชัยคงไม่เป็นอะไรง่ายๆ นะคะ เกิดตายมาเดี๋ยวเรื่องจบ หุหุ
    ยังติดใจเรื่องนายชิตชัยที่ทิ้งครอบครัวเก่ามากๆ มีใหม่ก็น่าจะดูแลได้หรือว่ากลัวสิรินทิพย์
    หรือว่าเข้าทางจำพวกได้ใหม่ลืมเก่า...
    #154
    0
  13. #153 9647 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2553 / 16:21
    หวานมากๆๆเลยค่ะ

    รออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #153
    0
  14. #152 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2553 / 16:02
    กรี๊ดอีกแล้วววว!! ชอบมากมาย เขินๆ



    ไม่สงสารพ่อใจร้ายอย่างนายชิดชัยเหมือนกันค่ะ แต่เกลียดนังแม่มากกว่า คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสสินะ หึหึ



    คุณต้นหนอคุณต้น ด่าว่าเขาเอาไว้เยอะ ตัวเองกลับเป็นฝ่ายตกหลุมเขาเสียเอง น่ารักดีค่ะสองคนนี้ เหมาะกันที่สุดแล้ว ต่อไปในอนาคตคงมีเรื่องให้เจ็บปวด แต่ระหว่างหนึ่งปี เชื่อว่ามีเรื่องดีๆที่สร้างความผูกพัน จากระยะเวลาสั้นๆให้กลายเป็นนิจนิรันดร์ได้อย่างแน่นอน วิฮิ๊ววว~



    สู้ๆค่ะคุณแหม่ม เป็นกำลังใจให้เสมอ ..สนุกมาก ติดสุดๆเลยค่ะ
    #152
    0
  15. #151 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2553 / 15:32
    โอ้ ชิตชัยช็อก!!! แต่ไม่สงสารอะ เปนไงละรักลูกใหม่มาก จนลืมลูกเก่า

    คุณหญิงก็น่าจะเข้าใจนะว่ากรรมมีจิง เพราะตอนคุณหญิงสาวๆ คุณหญิงก็แย่งชิตชัยมาจากแม่ของหนูน้ำผึ้งเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ถึงจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามที

    หวังว่ารศาจะไม่ร้ายเหมือนแม่ แต่ก็ 'ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่' ระวังไว้ก็ดี
    #151
    0
  16. #148 prarotna (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 20:55
    โอ๊ย......
    อยากอ่านต่อ สะใจ
    #148
    0
  17. #147 naowarat_epp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 20:09
    อย่างสิรินทิพย์รักลูกตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลก แต่นายชิตชัยน่าเกลียดเลยรักแต่รศา
    น้ำผึ้งกับน้ำตาลก็ลูกเหมือนกัน ไม่เห็นห่วงใยแบบรศาเลย เป็นพ่อที่แย่สุดๆ
    #147
    0
  18. #146 koonja-jaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 18:56
    ใช่ๆๆๆๆ สะใจมากมาย
    #146
    0
  19. #145 p-nam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 18:09
    Tam roo lun na kaa!
    #145
    0
  20. #144 อ้วนน้อย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 17:48
    สะใจจริงจริ๊ง
    #144
    0
  21. #143 phai0911 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 17:47
    เอาแรงกว่านี้อีกน้ำผึ้ง สะใจ
    #143
    0
  22. #142 bonggee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 16:49
    สะใจแทนนางเอกคะ
    #142
    0
  23. #141 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 16:23
    เอาอีกละคุณต้น คิดอะไรบ้าบอคอแตกได้ตลอด =_=" ถ้าน้ำผึ้งไม่ยอมแต่งด้วย คุณก็ตามราวีไม่เลิก แล้วคุณเองนั่นแหละที่ใช้เงินฟาดหัวเค้า วุ้ย! หมั่นไส้ น่าเอาหนังยางดีดปากจริงๆ



    เริ่มแล้วเนอะ ความรู้สึกที่มีต่อกัน... ต่อไปจะต้องสนุกขึ้นเรื่อยๆแน่นอน เข้มข้นมากมาย อิอิ



    สงสารคุณแม่จัง เจ็บปวดที่เห็นลูกคนเล็กเจ็บขนาดนี้ แต่จะทำยังไงได้ หัวอกคนเป็นแม่นะคะ ทั้งสองคนก็เป็นลูก แม่ก็อยากให้ลูกทั้งสองได้พบสิ่งที่ดีที่สุด เศร้าแทนค่ะ



    ชอบน้ำตาลกับตรี เพราะตรีอ่อนโยนและน้ำตาลก็บอบบางใสซื่อ น้องออกจะรักเธอขนาดนี้นะตรี ก็แล้วแต่จะตัดสินใจแล้วกัน ..จริงๆแอบอยากให้น้ำตาลเจอกับพีรยุทธเหมือนกันนะคะ คงจะสนุกดี แต่อย่าเลย เดี๋ยววุ่นวายเข้าไปใหญ่ ฮ่าๆ



    เกลียดพวกบ้านเจ้าสัวสินจริงๆ ทั้งผัวทั้งเมียเลย สมน้ำหน้ายัยรศา รับกรรมไปก็ดีนะคะ จะได้เห็นว่ากรรมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก่อ มันตกถึงลูกได้ บางทีถ้าไม่ตกถึงลูกก็ตกถึงหลาน มันเป็นเช่นนั้นแล.. เฮ้อ! เห็นแก่ตัวจริงจริ๊ง คนบ้านนี้



    มันเริ่ดตอนตอบนี่ล่ะค่า!! 5555++ ..รออ่านอีกครึ่งนะคะคุณแหม่ม สนุกเว่อร์อ่ะ ชอบ
    #141
    0
  24. #140 puaksinee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 16:06
     กำลังเข้มข้นเลย 
    นางเอกร้ายนะ แต่พระเอกร้ายกว่าซะนี้
    เป็นว่ากลืนกันไม่ลงเลย
    #140
    0
  25. #139 9647 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 14:59
    กำลังสนุกค่ะลุ้นๆๆค่ะ
    #139
    0