พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 14 : ตอน 11 เล่นกับไฟ < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    23 มิ.ย. 55

ตอน11 
เล่นกับไฟ 


              “พี่ตรีบ้า! บ้าที่สุด ทำไมใจร้ายอย่างนี้ เค้าไปทำอะไรให้หรือไง ฮึกๆๆ” 


              บานประตูปิดปังไล่หลังร่างเล็กบอบบางอย่างไม่ปรานีปราศัย ในยามที่โทสะคุกรุ่น ชายหนุ่มกลับกลายเป็นตรีทัชคนละคนกับที่ชลชิณีรู้จัก 

              เขากินอะไรผิดสำแดง ถึงได้บ้าดีเดือดใส่คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างเธอ 

             นี่จะเกี่ยวกับพี่น้ำผึ้งไหม แล้วทำไมจึงมาลงที่น้องสาวอย่างเธอด้วยล่ะ คนอะไรช่างอยุติธรรมเหลือเกิน...

              
              ชลชิณีสะอื้นฮักเมื่อพ้นสายตาดุดัน ท่าทีกระฟัดกระเฟียดเอาเรื่องไม่เคยเกิดกับชายหนุ่มมาดนิ่มนิสัยดีอย่างตรีทัช เด็กสาวจึงไม่ได้คาดคิดมาก่อน บางอย่างทำให้เขาเปลี่ยนไป บางอย่างนั้นเธอรู้ดีว่าคืออะไร

              หยดน้ำตาไหลซึมผ่านร่องแก้ม ชะล้างเครื่องสำอางอ่อนๆ จากดวงหน้าหวาน ขอบตาอ่อนบางเริ่มบวมช้ำ ริมฝีปากอิ่มเบะน้อยๆ ชลชิณีเดินแกมวิ่งผ่านโต๊ะทำงานโดยไม่เหลียวหลัง คว้าได้กระเป๋าสะพายก็ตรงไปที่ลิฟต์ ความอ่อนวัย อ่อนต่อโลกทำให้เด็กสาวไม่อาจต้านทานแรงโกรธเกรี้ยว ชลชิณีรู้ว่าเธอไม่แกร่งเท่าพี่สาว และรู้อีกอย่างว่าต้นเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มเปลี่ยนไปคงไม่พ้นพี่สาวของเธอ

              เด็กสาวโบกเรียกแท็กซี่ที่หน้าตึก ไม่ปรารถนาทนอยู่กับคนใจร้ายหรือทำงานกับเขาอีก ยิ่งได้มอบหัวใจให้ตรีทัชไปแล้วยิ่งเจ็บปวดเป็นเท่าทวีเมื่อถูกเขาทำร้ายจิตใจ ชลชิณียังร้องไห้กระซิกตลอดทางกลับบ้านจนคนขับเหลียวมองที่กระจกมองหลังอย่างตกใจ

              “เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณ ไม่สบายหรือเปล่า”

              “เปล่าค่ะเปล่า” ส่ายหน้า เธอไม่อยากเอ่ยถึงสักคำ โชคดีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ถนนหมู่บ้านจัดสรรจึงค่อยๆ เงยดวงหน้าแดงก่ำขึ้น แล้วชี้ไปข้างหน้า

              “จอดบ้านหลังซ้ายมือนั่นล่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ”

              สาวน้อยหน้าหวานซับน้ำตาจนผิวหน้าแดงเถือก ก้าวลงจากแท็กซี่ไปยืนตัวตรงสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มรักก่อนปลดกลอนประตูรั้ว เดินเลี่ยงผ่านห้องรับแขกแล้วขึ้นชั้นบนไป ป้ามาลาเหลียวหาคุณหนูคนเล็กเมื่อได้ยินเสียงรถ แปลกใจที่ชลชิณีกลับมาเร็วกว่าปกติแต่ยังไม่ทันทักทายเด็กสาวก็หายเงียบเก็บตัวในห้องนอนตั้งแต่บ่ายนั้น




              อาการกระฟัดกระเฟียดยังคงค้างหลังระบายใส่ชลชิณี ตรีทัชผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่นั่งจมอยู่กับตัวเองเป็นนาน วังวนของความโกรธยังสุมในอก นัยน์ตาขุ่นข้องเมื่อครู่คลายลงเมื่อเวลาผ่านไปด้วยพื้นนิสัยมิใช่คนอารมณ์ร้าย วู่วาม ตรีทัชหมุนร่างสูงก้าวไปทิ้งน้ำหนักยังเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน เอนกายหนาเต็มที่แหงนเงยศีรษะทุยที่ก่อความตึงเครียดจนขมับปูดโปนมองเพดานโล่งแล้วหลับตาลง 

              ความหงุดหงิดมิได้น้อยลงมีแต่มากขึ้น...มากขึ้น ซ้ำร้ายแฝงไว้ด้วยรู้สึกผิดที่เขาประโคมความเกรี้ยวกราดใส่ชลชิณี เธอไม่ได้ทำผิดอะไรสักนิดเดียว หัวใจกำลังโยนโทษตำหนิตัวเองเมื่อแววตาของชลชิณีแวบเข้ามาประท้วง เธอห่วงใยแต่เขากลับทำร้ายด้วยวาจา พาลใส่เธอ ต่อว่าไม่ไว้หน้า ไม่นานดวงตาคู่คมปรือขึ้นเมื่อดับอารมณ์ก้าวร้าวลง ร่างสูงโปร่งลุกพรวดหมายจะพบชลชิณีที่หน้าห้อง

              “น้ำตาล พี่...” ชะงัก กลับว่างเปล่า...

              อิสรภาพของหญิงสาวกำลังจะหมดลง พรุ่งนี้ผู้ชายหน้าเนื้อใจเสือคนนั้นจะมาทวงสัญญา!!

              เทรนเนอร์สาวคนเก่งหมดเวลาไปกับการมุทำงาน หาโปรแกรมพัฒนาศักยภาพของฝ่ายการตลาด วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่จบลงด้วยความเหนื่อยอ่อน ร่างโปร่งเพรียวชะโงกตัวจากหน้าต่างสูง ภายนอกอาคารชะลูดผืนฟ้าเริ่มมืดลงทีละน้อย เปลี่ยนจากฟ้าหม่นเป็นสลัวอึมครึมเมื่อจันทร์ข้างแรมแทนที่บอกเวลาเลิกงาน ชญาดาจึงเดินลิ่วๆ ไปหาปรียานุชที่ล็อบบี้

              พีรยุทธเหลือบดูนาฬิกาข้อมือยี่ห้อหรู ยิ้มหยักตรงมุมปากอย่างย่ามใจคิดจะไปรับชญาดาที่แผนกงาน แต่ก่อนที่ผู้บริหารหนุ่มจะก้าวพ้นจากห้อง ลูกน้องคนสนิทก็ปรี่เข้ามาห้ามเสียก่อน เขากระตุกแถบคิ้วขัดใจ นัยน์ตาขุ่นข้องเมื่อธวัชยืนดักหน้า

              “มีอะไรธวัช ฉันรีบ...”

              “ผมรู้ครับแต่คุณพีมีประชุมด่วน ถ้าจะไปหาคุณน้ำผึ้งล่ะก็คงไม่ต้องรีบร้อนแล้วล่ะครับ” คำพูดของธวัชเรียกรอยขุ่นในนัยน์ตาคมอีกรอบ

              “หมายความว่ายังไง?” เสียงกระด้างถามขึ้น ลูกน้องหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้รั้งให้พีรยุทธนั่งลงที่เดิมอีกครั้ง

              “อะไรนะ!”

              จากถ้อยคำที่ธวัชบอกเล่าทำให้ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลสีดำเริ่มสั่นเทิ้ม แผ่นหลังที่เอนสบายๆ กับพนักเก้าอี้ในตอนแรกกลับมาตั้งตรงแน่ว เรียวตาดุดันเมื่ออีกฝ่ายรายงานว่าชญาดาไม่ได้อยู่ที่ห้องทำงาน หล่อนกลับออกไปแล้ว และยังมีเรื่องแมลงหวี่แมลงวันที่มาไต่ตอมผู้หญิงของเขาให้ขัดเคืองอีก

              พีรยุทธมอบหน้าที่ตามดูแลชญาดาอย่างคนพิเศษให้ธวัช ชายหนุ่มจึงทำอย่างเต็มที่ซึ่งนับวันคล้ายนักสืบเข้าไปทุกที ธวัชรู้ว่าเจ้านายของเขาให้ความสำคัญกับหญิงสาวคนนี้มากแค่ไหน แต่อย่างไรเสียชญาดายังมีอิสระในการใช้ชีวิต ในเมื่อยังไม่ได้ตกลงปลงใจคบหาอย่างเป็นทางการแค่ลองศึกษากัน พาไปคฤหาสน์เจ้าสัวสิน

              แต่นั่นก็มากพอสำหรับพีรยุทธ เขาถือว่าได้ตัดสินใจเลือกเธอแล้ว ท่าทีจึงคล้ายสุนัขหวงก้างที่ต้องคอยตามติดเรื่องของหล่อนทุกฝีก้าว

              “ถ้าไม่มั่นใจก็อย่าพูดนะธวัช รู้ใช่ไหมว่าข่าวผิดๆ อาจทำให้นายตกงาน” ข่มขู่เสียงเขียว อีกฝ่ายหน้าซีดส่ายหน้าหงึกหงัก

              “ผมคงไม่กล้าเล่าความเท็จหรอกครับคุณพี ผู้ชายที่มาพัวพันกับคุณน้ำผึ้งตอนนี้ นอกจากลูกชายคนเล็กของตระกูลบรรณวัตรแล้วยังมีลูกชายคนโตอีกคน” ชื่อของตระกูลบรรณวัตรเรียกรอยตาแปลกปร่าจากพีรยุทธ ท้ายประโยคยิ่งแล้วใหญ่จนเจ้านายหนุ่มอุทานออกมาดังลั่น

              “อะไรนะ! นายหมายถึง...”

              ดวงตาของพีรยุทธลุกวาว เพราะนั่นหมายถึง เตชิษฏ์ ว่าที่น้องเขยของเขาเอง

              ผู้บริหารหนุ่มกัดฟันกรอด คู่หมั้นคู่หมายของปวริศาทำตัวไม่เห็นหัวครอบครัวเจ้าสัวสิน ไม่เกรงใจฝ่ายหญิง หลังจากข่าวเก็บตกเข้าม่านรูดกับผู้หญิงรายทางผ่านไปไม่ถึงเดือน กลับมีข่าวตอแยกับผู้หญิงอีกคน พีรยุทธถือสิทธิ์เรียกชญาดาว่าเป็นผู้หญิงของเขา ใจเต็มไปด้วยความหึงหวง เขาคำรามฮึ่มฮั่มในลำคอจนน่ากลัว ก่อนผุดลุกอย่างฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด

              “เอ้อ นั่นๆ จะไปไหนครับเจ้านาย เอ่อ คือว่ามีประชุม...” ธวัชรั้งไว้ด้วยเสียงอันเบา

              “ประชงประชุมอะไรวะตอนสองทุ่ม ยกเลิกไปให้หมด ตอนนี้ฉันต้องไปเคลียร์เรื่องไอ้น้องเขยเฮงซวย แฉความเลวของมันให้สิ้นซาก”

              “ถอย! บอกให้ถอยไปไงเล่า” เอ่ยอย่างเดือดดาล

              “ตะแต่ คุณพีครับ ผมว่าใจเย็นๆ ก่อนเถอะของแบบนี้มันอยู่ที่ผู้หญิง แล้วคนสวยๆ อย่างคุณน้ำผึ้งถ้าไม่มีคนมาจีบสิน่าแปลก บางทีเธออาจจะไม่ได้สนใจลิ้นไรไต่ตอมที่เข้ามาพวกนั้นเพราะมีคุณพีอยู่แล้ว จะสนพวกลิ่วล้อทำไมล่ะครับ” ธวัชบอกเอาใจ นั่นไม่ได้ช่วยพีรยุทธให้เย็นลงเท่าไหร่ เขายกเรียวขายาวขึ้นพาดบนโต๊ะทำงานดังป้าบ หรี่ตาลง กอดอกอย่างประเมินคำพูดของธวัช

              “แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง คงเย็นไม่ไหวหรอก ฉันต้องไปเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ ไปเอารถออกเดี๋ยวนี้!”

              “ครับๆ ก็ได้ครับคุณพี” ก้มศีรษะงกๆ ไม่กล้าค้านอีก

              หนึ่งเจ้านาย หนึ่งลูกน้องนั่งหน้าเครียดในรถซีดานคันหรู ร้อนรุ่มทั้งที่นั่งตากแอร์เย็นฉ่ำ ทั้งสองจมอยู่กับการจราจรติดขัดของช่วงหัวค่ำ

              หากจับหัวใจของพีรยุทธออกมาวางแล้วสัมผัสดูคงร้อนราวถูกไฟลวก ชายหนุ่มเบือนใบหน้ามองผ่านกระจกข้างตัว บังคับความร้อนรนนั้นให้คลายลงอย่างช้าๆ ยังไม่ทันที่ธวัชจะเลี้ยวขึ้นทางด่วนเพื่อเร่งให้ถึงคอนโดมิเนียมของหญิงสาวเร็วทันใจนาย มือถือมีเสียงเรียกเข้าขัดขึ้น เขาปรายมองอย่างหัวเสียแต่เมื่อเห็นชื่อผู้โทรจึงกดรับสายอย่างรวดเร็ว

              “ครับ คุณแม่”

              “ตาพี! แม่นะตาพี ช่วยยัยรศาด้วย น้องๆ โธ่ รศาลูกแม่”

              แค่ฟังเสียงร่ำไห้ของมารดาแผนในใจก็พลิกผัน พีรยุทธเปลี่ยนคำสั่งทันทีสีหน้าเคร่งขรึมกว่าเดิมมาก

              เกิดอะไรขึ้นมิรู้ได้ ธวัชรู้เพียงร้ายแรงราวผืนฟ้าถล่มทลายโดยพลัน...

              “ไม่นะยัยรศา...”
              


              ชญาดาก้าวสะโหลสะเหลออกจากโรงแรมไปเรียกแท็กซี่ กลับถึงคอนโดมิเนียมตอนใกล้ยี่สิบนาฬิกา หญิงสาวตกอยู่ในสายตาคมกริบคู่หนึ่งทันทีที่ก้าวลงจากรถโดยสาร ใครคนนั้นดักซุ่มรอคอยหญิงสาวอยู่ในรถซีดานสีดำปลาบตั้งแต่ชั่วโมงก่อน เจ้าของใบหน้าดุดันกำลังทำตัวเป็นหูเป็นตาแทนผู้เป็นนาย แล้วรีบโทรศัพท์บอกชายหนุ่มอีกคน ซึ่งนอนเอกเขนกอยู่บนตึกระฟ้าให้รู้ตัว

              ...ว่าเป้าหมายมาถึงแล้ว

              ใครจะรู้ว่าเตชิษฏ์ซึ่งทำตัวหายเข้ากลีบเมฆ ไม่มารบกวนชญาดาหลังประกาศเส้นตายอิสรภาพของเธอจะมาที่นี่

              “เธอมาถึงแล้วครับเจ้านาย”

              เดชารายงานเสียงเรียบ หลังกดวางสายชายหนุ่มหน้าดุเหยียดยิ้มนิดๆ ตรงมุมปาก อดประหลาดใจในความห้าวห่ามของผู้เป็นนายตอนที่พบหญิงสาวหน้าหวานปานน้ำผึ้งคนนี้อยู่มาก ช่างต่างจากความรักที่แสนเรียบง่ายกับปวริศาคู่หมั้นสาว หรือกับคนนี้จะพิเศษเสียจนดึงความดิบเถื่อน สัญชาตญาณหนุ่มของเตชิษฏ์ออกมาได้ทั้งหมด

              เดชาคิดเรื่องเจ้านายอยู่ไม่นาน สารถีพ่วงตำแหน่งคนสนิทเหลือบมองกระเป๋าสัมภาระสองใบที่เบาะหลัง ก้าวลงไปจับยัดใส่ท้ายรถแล้วยืนสูบบุหรี่อย่างใจเย็น

              ชญาดาก้าวออกจากลิฟต์ ปลายรองเท้าส้นเข็มดังตึกตักบนโถงยาวหยุดลงหน้าประตู เป็นสัญญาณให้แสงสว่างทุกดวงในห้องนั้นดับวูบ ความเหนื่อยล้าทำให้หญิงสาวหวังจะอาบน้ำอุ่น หาอะไรทานแบบง่ายๆ แล้วนอนพัก เพราะพรุ่งนี้มรสุมคงพัดแต่เช้าตรู่ ร่างสูงใหญ่ที่เบียดกายอยู่หลังบานประตูสกัดกั้นลมหายใจ มือเล็กคลำหาสวิตท์ไฟตรงผนังข้างๆ เขา จนนึกอยากกระชากร่างหล่อนมากอดรัด แกล้งให้ขวัญหนีดีฝ่อเล่น

              หญิงสาวกลับชะงักมือเมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าแผดเสียง ชายหนุ่มในเงามืดขมวดคิ้วหนาเป็นปม ริมฝีปากเหยียดขึ้นอย่างขัดใจใครที่มันขัดจังหวะ

              “คุณพี มีอะไรหรือเปล่าคะ” ชญาดาตอบกลับเมื่อได้ยินเสียงเข้มของพีรยุทธแฝงความเครียด เมื่อพาตัวมาหาไม่ได้เขาก็ส่งเสียงมาแทน

              “ผมตั้งใจจะไปหาคุณน่ะน้ำผึ้ง แต่ยัยรศาแก รศาเข้าโรงพยาบาลด่วนตอนนี้ผมต้องกลับไปดูแกก่อน คุณพ่อคุณแม่ก็อยู่ที่นั่นด้วย”

              “คุณรศาน่ะเหรอคะ เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” ปลายเสียงของน้ำผึ้งควรต้องตระหนกกว่านี้ แต่กลับเย็นชา

              ส่วนคนที่แอบฟังกระตุกแถบคิ้วหนา ชื่อของปวริศาทำให้เขาร้อนรนไม่น้อย คำบอกเล่าของพีรยุทธส่งให้ดวงตาคมสวยของชญาดาพราวขึ้น กึ่งเยาะกึ่งหยัน สะใจเมื่อนึกถึงใบหน้าของคุณชิตชัยที่คงแฝงเร้าไปด้วยรอยหม่น เขาคงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะห่วงใยลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน

              “ผึ้งเสียใจด้วยนะคะ ขอให้เธอหายเร็วๆ แล้วคุณพีอยากให้ผึ้งไปอยู่เป็นเพื่อนคุณไหมคะ?”เอ่ยอาทร แต่หัวใจกับดวงตาแสนกระด้าง

              รศาอยู่โรงพยาบาล!

              เตชิษฏ์พึมพำ ห่วงแต่...

              “ให้ผึ้งไปอยู่เป็นเพื่อนไหมคะ” เสียงอ่อนหวานออดอ้อนมีจริตจนน่าหมั่นไส้

              คำพูดของชญาดาต่างหากที่มีอิทธิพลดึงเขาออกจากห้วงห่วงใยคนรัก ถ้อยคำอาสาอ่อนหวานแทงใจจนแปลบปลาบ ดึกดื่นป่านนี้หล่อนกลับเสนอตัวไปหาผู้ชายถึงที่ ฝ่ามือหนากำแน่น ความโกรธเกรี้ยวปะทุขึ้นมาเป็นริ้วๆ อยู่ใกล้หล่อนเมื่อไรเขาควบคุมอารมณ์ได้ยากทุกครั้งไป โกรธแล้วก็อยากระบายมันออกไปซะ

              มือเรียวบางกดวางสายแล้วควานสะเปะสะปะหาสวิตท์ไฟต ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งตรึงราวหินผาสูดลมหายใจยาว ไม่รอให้ดวงไฟส่องสว่างกลางห้องเขากระตุกข้อมือเล็กทีเดียวก็เซซวด ชญาดาหวีดร้องเมื่อชนอั้กกับอกแข็งๆ ยิ่งตระหนกเมื่อถูกลมหายใจร้อนรินรดหน้าผากกลมมน จับความรู้สึกคุ้นเคยถึงอกกว้างองอาจ กับกลิ่นกายหนุ่มกระตุ้นเตือน ดวงตาก็หวาดหวั่น

              ทุกอย่างมีคำตอบเมื่อดวงไฟกลางห้องเปิดพรึ่บด้วยมือผู้บุกรุก

              “คุ คุณ...”

              “คุณเตชิษฏ์ คุณมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง ทำตัวอย่างกับพวกหัวขโมย”

              ชายหนุ่มไม่ตอบรับสักคำ ใบหน้าดุขึ้ง ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ยามจ้องดวงหน้าบิดเบ้ของน้ำผึ้ง เขามาเพื่อรวบรัดไม่ใช่ตอบยี่สิบคำถามของเธอ และไม่สนด้วยว่าเธอจะมีท่าทีอย่างไร เตชิษฏ์เหยียดริมฝีปากหยัน

              “ร้องโวยวายไปได้ผมก็แค่มาหาเมีย เมียที่กำลังทำตัวคิดคด หาทางหว่านเสน่ห์ให้เหลือบลิ้นสวะอย่างนายพีรยุทธซะด้วย ผมสั่งแล้วใช่ไหมว่าให้ตัดทิ้งให้หมด หรือจะให้ผมจัดการขั้นเด็ดขาดกับคุณ หา!” เขากระชากเสียงขุ่นข่มขู่ น้ำผึ้งเม้มกลีบปากอย่างคับแค้น เขามีสิทธิ์อะไรมาว่าเธอ ไอ้ที่กะเกณฑ์ก่อนหน้านี้ก็มากพอแล้ว

              “แล้วคุณล่ะอยู่สูงกว่าเหลือบริ้นพวกนั้นตรงไหน เชอะ! คุณมันก็แค่ผู้ชายจิตเสื่อมใจสกปรกโสมมคนหนึ่ง คุณพีเขายังดีกว่าคุณเลยไม่ใช่สิผู้ชายทุกคนบนโลกนี้นั่นแหละที่อยู่สูงกว่าคนอย่างคุณ” ชญาดาสาดคำบริภาษไม่เกรงใจ เตชิษฏ์ขบกรามแน่น ออกแรงกดฝ่ามือสากกับต้นแขนกลมกลึงมากขึ้นทุกทีๆ แล้วกระชากร่างน้อยมาแนบอกแทบบี้แบน ทับด้วยท่อนแขนแข็งแกร่งราวเหล็กกล้าจนตัวติดกัน

              มันน่าเจ็บใจ! เมื่อครู่หล่อนฉอเลาะฉะฉานกับชายอื่นปานน้ำผึ้งรวง แต่กับเขา ดูสิ! มะนาวไม่มีน้ำยังมากเสียกว่า เตชิษฏ์คำรามกร้าวจนซีกหน้าหล่อคมเกร็งขึ้ง ประกายสีเข้มในแววตาเจิดจ้า ลุกโหมพร้อมเผาไหม้ร่างน้อยให้เป็นจุณ

              “แต่ผู้ชายเลวๆ คนนี้เป็นสามีคุณ หมดเวลาให้ท่าพวกสวะแต่เป็นเวลาของผู้ชายจิตเสื่อม ซึ่งหากทำอะไรห่ามๆ ไปบ้างคุณคงไม่ถือ ก็ผมมันเลวนี่นา หึๆ” คำขู่เข็ญก่อความเย็นยะเยียบ แล่นปราดจากแผ่นหลังบอบบางสู่ต้นคอระหง

              “จูบจากผู้ชายใจทรามมันจะแสบสันต์แค่ไหน มาลองดูเถิดน้ำผึ้ง” เอ่ยเยาะหยัน

              ใบหน้าแดงก่ำถูกบังคับให้แหงนเงยขึ้นสบนัยน์ตาลึกล้ำสีเข้ม ที่กดลงมาพร้อมใบหน้าหล่อคม ต้นคอเนียนขาวถูกตรึงนิ่งด้วยมือเดียว เกิดอาการชาหนึบเมื่อถูกกด บดเคล้าริมฝีปากฉ่ำหวานอย่างเอาแต่ใจ

              “อื้อ...”

              ลมหายใจถูกพรากเมื่อเตชิษฏ์กดเรียวปากกระด้างเสียสนิทแนบ ลิดรอนห้วงหายใจอุ่นที่แผ้วผ่านกลีบปากนุ่มเนียน ปรารถนาเพียงเอาชนะคำพูดเจ็บแสบของน้ำผึ้ง เอาชนะทิฐิที่หญิงสาวมีให้ได้

              คนยังไม่สิ้นฤทธิ์พยายามเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบรับรสสัมผัสแรงเร้าที่เคล้าคลึงเรียวปากอิ่มจนช้ำเจ่อ แต่ยิ่งขัดขืนเตชิษฏ์ให้เดือดดาลจะเอาชนะจึงใช้ความช่ำชองเชี่ยวชาญที่มีมากกว่ามอมเมาหญิงสาว แปรเปลี่ยนความกระด้างกร้าวแกร่งเป็นละมุนหวานปานน้ำผึ้งในพริบตาจนหญิงสาวต้องพ่ายแพ้ เปิดโอกาสแก่ชายหนุ่มผู้อยู่เหนือเรือนร่าง

              ร่างอรชรใต้วงแขนแข็งราวปลอกเหล็กอ่อนแรงจะผลักไส ทั้งหายใจรวยระริน คนในอ้อมกอดอิงซบอกกว้างเมื่อเตชิษฏ์ถอนริมฝีปากออกเพียงคืบ ผู้ชนะแสยะยิ้มอย่างพอใจแล้วฝังปลายจมูกโด่งเป็นสันกับผิวแก้มเนียน เคลื่อนไปรับกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกลุ่มผมนุ่มสลวย

              “ปล่อย...” กัดฟันพูด

              “ไม่ใช่ตอนนี้...ที่คุณกำลังเข่าอ่อนเพราะผม” ยิ้มเจ้าเล่ห์

              เตชิษฏ์ไม่สนใจคำห้ามปรามปล่อยอารมณ์เตลิดเหนือเหตุผล อีกทั้งคนดื้อรั้นอย่างน้ำผึ้งต้องถูกกำราบเสียบ้าง แล้ววิธีของเขาก็เหมาะแล้วที่จะปราบพยศ ปลายจมูกโด่งเป็นสันสวยกดลงยังแก้มปลั่งที่แดงแจ๋ ริมฝีปากอุ่นจัดกำลังจะแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับกลีบปากฉ่ำอีกครั้งถ้าไม่มีเสียงขัดจังหวะให้เตชิษฏ์ผงกศีรษะแล้วปรายมองอย่างขุ่นข้อง

              อะไรกันนักหนา!

              “ครับคุณแม่”

              ปลายเสียงลดทอนความกระด้างลงเมื่อเห็นเป็นชื่อมารดา แล้วเรื่องที่รับรู้ก็ฉุดทั้งสติ ทั้งแววตากังวลกลับมาสู่ความเป็นจริง เตชิษฏ์รับฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันด้วยความแปลกปร่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับอาการป่วยของคู่หมั้นสาว ดีแต่ปวริศาปลอดภัยแล้วและมีครอบครัวเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด แต่เขาในฐานะคู่หมั้นก็ควรต้องไปดูแลมิใช่หรือ...

              “รศาอยู่โรงพยาบาล! ไม่ครับ ผมเพิ่งทราบจากคุณแม่” เสียงทุ้มพร่าไปในยามโป้ปด พลางหรี่เรียวตาคมมองหญิงสาวในอ้อมกอด

              เมื่อชญาดาได้ยินชื่อปวริศาก็รีบเรียกสติกลับคืนเช่นกัน เธอหยุดนิ่งเพื่อฟังและรู้ว่าเตชิษฏ์กำลังจะคลายวงแขนออกจากเอวบางเพื่อไปหาน้องสาวนอกไส้ นี่เธอควรดีใจที่รอดพ้นเกมตัญหาหรือ นั่นหมายถึงความพ่ายแพ่ต่างหาก

              อีกด้านหัวใจแกร่งกระด้างบอกแก่เธอว่ายอมไม่ได้ และต้องรั้งเขาเอาไว้ เตชิษฏ์จะไม่มีวันได้กลับไปหาปวริศาอีกไม่ว่าคืนนี้หรือคืนไหน ชญาดาตัดสินใจลงไปโดยไร้การไตร่ตรอง

              “คุณเตชิษฏ์...” เสียงหวานเอ่ยแผ่ว ดวงตาคู่คมแปรเป็นฉ่ำหวานเพื่อรั้งเขาไว้

              ร่างเพรียวบางอิงตัวเข้าหาแผงอกกว้าง วงแขนที่คอยผลักไสกลับเอื้อมโอบขึ้นรัดรึงต้นคอหนา วางมือประสานลงบนท้ายทอยไล้เส้นผมตัดสั้นอย่างเงอะเงิ่น ดวงหน้าละมุนหวานแดงซ่านกว่าเดิมยามแหงนเงยขึ้นใกล้ปลายคางสากแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้น มอบจูบแผ่วๆ ใกล้เรียวปากหยักเรียกร้องความสนใจ

              “ผึ้งไม่ให้คุณไปนะคะ”

              “ผึ้งหมายถึง...อย่าเพิ่งไปน่ะค่ะ”

              เตชิษฏ์อึ้งไปกับอากัปกิริยาเชื้อเชิญ จู่ๆ หญิงสาวก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เรียวตาคมกริบกวาดมองอย่างสงสัยว่าชญาดาจะมาไม้ไหนกันแน่ ประเดี๋ยวกระด้างกระเดื่อง ประเดี๋ยวยั่วยวนให้หลงใหล

              “อยู่กับผึ้งนะคะคุณเตชิษฏ์” วิงวอน เจ้าหล่อนหลุบดวงตาคมหวานหลบรอยตาคมปลาบที่เพ่งค้นลึก สงสัยในกิริยาฉอเลาะอ้อนวอนซึ่งผิดจากท่าทีเมื่อแรก แล้วมีหรือชายหนุ่มจะไม่ผิดสังเกตเขาจับตามองอย่างค้นคว้า...คิดไม่ผิดเลยว่าชญาดาไม่ธรรมดา ถึงแม้จะไม่ใช่หญิงสาวกล้ากร้าน เจนโลกแต่ก็มีเล่ห์ร้ายรอบตัว

              “ถ้าไม่ไปแล้วผมจะได้อะไรตอบแทน น้ำผึ้ง คุณทำลงไปเพราะเหตุผลอะไร ผมชักไม่แน่ใจแล้วคุณกำลังเล่นเกมอะไรหรือเปล่า”

              “ไม่มีอะไรนี่คะฉันก็แค่เกิดนึกหวงคุณขึ้นมา คุณห้ามฉันคบค้ากับผู้ชายคนไหน ฉันก็ขอห้ามคุณคิดถึงผู้หญิงคนไหนเวลาที่อยู่กับฉันเท่านั้นเอง” ทำตาปริบปรอย

              “คุณกำลังยั่วผมนะน้ำผึ้ง รู้ไหมว่าพูดแล้วต้องรักษาคำพูด อยากให้อยู่ผมจะอยู่แต่จากนี้ไปต่อให้ไล่ผมก็ไม่ไป จำเอาไว้นะ”

              คำพูดของเตชิษฏ์จริงจังกว่าครั้งไหน จากที่อ้างว่าแค่รับผิดชอบเพราะกลัวว่าหญิงสาวจะท้อง พานให้ลูกของเขาไม่มีพ่อ ตอนนี้ชายหนุ่มถลำลึกยิ่งกว่า เขารู้ดีว่าตัวเองพูดจริงทำจริง นั่นหมายถึงเขากับเธอจะไม่พรากจากกันไปตลอดชีวิต

              “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกับผม ไปเก็บข้าวของของคุณซะเราจะไปต่างจังหวัดกัน คราวนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันแทบจะทุกวินาที ทุกอิริยาบท ทุกลมหายใจเข้าออกตามที่คุณปรารถนา” เขายิ้ม แต่ชญาดายิ้มไม่ออก

              “อะไรนะคะ!”

              คำพูดพร่อยๆ เพื่อเอาชนะของเธอย้อนมาทำร้าย เธอกำลังเล่นกับไฟแล้วถูกเปลวไฟร้อนแผดเผา ดวงตาคู่โตพราวสั่นคราวนี้เข้าตาจนเมื่อถูกปล่อยจากวงแขนแกร่ง เตชิษฏ์ดุนร่างเล็กให้เข้าห้องไปจัดกระเป๋าเดินทาง ส่วนเขานั่งรอในห้องรับแขก

              เขาถอนใจ ความคิดไหลวนแต่ไม่กระจ่าง ทบทวนว่าที่ทำอยู่เพื่อตรีทัช หรือตัวเขาเองกันแน่ เหตุใด...

              จากเกลียดกลับหวั่นไหว จากชิงชังกลับไปชิดใกล้ ทุกอย่างตรงข้ามกับหัวใจยิ่งยวด

              ยิ่งได้แนบชิดชายหนุ่มกลับเผลอผูกพันลึกซึ้ง ลืมว่าไปความสัมพันธ์กำมะลอ และถลำลึกไปกับเสน่ห์ของชญาดามากขึ้นทุกที จนวินาทีนี้ในใจไม่มีชื่อของหญิงสาวคนไหนอีก แม้แต่...ปวริศา 



มาส่งครบ 100 แล้วจ้า
ตอนนี้หนูน้ำผึ้งเป็นภุมรินตัวน้อย เสน่ห์เหลือร้าย...
ที่พร้อมกระโจนเข้าใส่กองไฟอย่างเตชิษฏ์ ส่วนไฟร้อนก็พร้อมจะโลมเลีย เผาผลาญ
อะไรจะเกิดขึ้นล่ะถ้าต้องอยู่ด้วยกัน ค่ำคืนที่ไม่ต่างจากฮันนิมูนสองต่อสอง หุหุ 
ขอบคุณที่ติดตามและเม้นต์ให้ แล้วพบกันเร็วๆ นี้ค่ะ
                                                                                       ดาลัน    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #668 respiration (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 23:42
    อะไรเนี้ย หนีกันไปซะแล้ววววว รักเค้าเฉยเลยคุณต้น
    #668
    0
  2. #622 fuengfahrainbow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2555 / 12:40
    ปากไม่ตรงกับใจเลยนะนายต้น
    สงสารหนูตาลอ่ะคะ จะเป็นรักกี่เศร้าล่ะคะนี่
    สนุกมากๆ ไปลุ้นตอนหน้าก่อนนะคะ สู้ๆค่ะ
    #622
    0
  3. #621 flower (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2555 / 21:07
    ชอบมักม๊าก



    สนุกมากค๊าาาาาาาาาาา
    #621
    0
  4. #594 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 11:18
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก *_____*
    #594
    0
  5. #130 koonja-jaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 22:31
    เล่นกับไฟ ไฟเลียปากจริงๆเลยเนอะน้ำผึ้ง
    #130
    0
  6. #117 totnine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 11:21

    สนุกมากค่ะ 
    อัพบ่อยๆนะค๊ะ
    ติดตามอยู่ค่ะ

    #117
    0
  7. #116 bonggee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 21:28
    ขอติดตามด้วยคนคะ สนุกมากๆ อยากอ่านคู่ของ ตร๊+น้ำตาลคะ
    #116
    0
  8. #115 mo2may (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 19:55
    บอกได้คำเดียวว่า"ลุ้น"

    เดาไม่ถูกเรย 55+
    #115
    0
  9. #113 naowarat_epp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 16:28
    ถ้านายตรีได้น้ำตาลดามใจก็คงดีเนอะ
    ส่วนนายต้นทิ้งคู่หมั้นแบบไม่หันไปมองเลย
    คงต้องรออ่านต่อค่ะ ดาลันคงต้องมีเรื่องให้ลุ้นกันอีก นายพีคงไม่ยอมให้น้องสาวช้ำใจฟรี
    แอบเดาอีก หุหุ
    #113
    0
  10. #112 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 16:04
    โถ น้ำตาล น่าสงสารจังเลยลูก เดี๋ยวก็ดีเองแหละจ้ะ พี่ตรีเป็นคนดี เดี๋ยวก็ไปขอโทษหนูเนอะ ^^



    อร๊ายยย!! หัวใจกระตุกกับประโยค "ไม่ใช่ตอนนี้...ที่คุณกำลังเข่าอ่อนเพราะผม" เริ่ดอ่ะ จะฮอตไปไหนคะคุณต้น แล้วดูท่าทางจะยังไม่เคลียร์เรื่องหมั้นซะด้วย เห็นแววความรวดร้าวจากปัญหาต่างๆที่ทั้งสองช่วยกันผูกอยู่รำไร



    เอาเถอะค่ะ สนุกสนานมาก ตอนนี้เด็ดจริงๆ อ่านไปกรี๊ดไป ชอบเวลาคุณต้นอยู่กับน้ำผึ้ง น่าร๊ากกกและฮอตมาก!!



    คุณแหม่มสู้ๆค่ะ
    #112
    0
  11. #111 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 16:03
    สงสัยน้ำตาลกะตรีจะมีลุ้นนะเนี้ย ดีแล้วล่ะ สงสารตรี

    งานเข้าแล้วมั้ยล่ะน้ำผึ้ง อยู่ดีๆก็ได้ซ้อมฮันนีมูนล่วงหน้าซะงั้น
    #111
    0
  12. #109 Elaine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 13:50
    หนีได้ป่ะ หรือไม่ก็ให้น้ำผึ้งทานยาคุมยังทันมะ(ถ้าไม่มีผลค้างเคียงอ่านะ) ละก็ให้เตชิษฏ์จับได้ งี้เป็นไงคะ ฮ่าๆๆ ยังไงก็สู้ ๆ นะคะ เข้าข้างนางเอกหน่อยนะคะ สงสาร T^T
    #109
    0
  13. #105 prarotna (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 12:51
    แล้วคุณต้นยกเลิกเรื่องหมั้นหรือยังเนี่ย

    เหมือนจะยังเลยนะ
    #105
    0
  14. #104 9647 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 10:22
    ลุ้นๆๆค่ะ
    #104
    0
  15. #102 yin-yin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 22:46
    อัพเยอะ ๆนะคะ อัพไว ๆ ไรเตอร์สู้ ๆ
    #102
    0
  16. #101 jadoniyay (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 22:46
    #101
    0
  17. #100 ded dee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 20:29
    หนุกอะ
    #100
    0