พรางภุมริน (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 12 : ตอน 9 รักพี่เสียดายน้อง < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    16 มิ.ย. 55


ตอน 9

รักพี่เสียดายน้อง


              หลังพักผ่อนเอาแรงตามคำแนะนำของมารดา เตชิษฏ์กลับมาที่ห้องรับแขกอีกครั้งในสองชั่วโมงถัดมา พรั่งพรูถ้อยคำที่ทำให้ต้องเผชิญสีหน้าแปลกปร่าของคุณมยุริน แต่เป็นอย่างไรก็เป็นกัน เขาจำต้องเลือกดับไฟเสียแต่ต้นลม แม้จะถูกสายตาของแม่มองอย่างค้นคว้าก็ตาม

              เช้าวันนี้ผู้บริหารหนุ่มเลือกสั่งงานกับเลขาฯ ส่วนตัวทางโทรศัพท์ บอกความจำนงไม่เข้าทำงานแบบที่น้อยครั้งจะเกเร แล้วพาตัวเองมานั่งหน้าเครียดตรงหน้าหญิงเจ้าของร่างท้วมในชุดผ้าฝ้ายสีชมพูหวาน นางนั่งอิงเบาะโซฟาในท่าสบายแต่กลับต้องดีดผึงมานั่งตัวตรงกับคำพูดคำจาของบุตรชายคนโต

              ผมไม่เห็นด้วยกับงานแต่งงานของนายตรี คุณแม่จะให้นายตรีแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น เอ่อ น้ำผึ้งไม่ได้นะครับ”

              มารดาฉงนนัก เตชิษฏ์ดูเคร่งเครียดด้วยเรื่องนี้น่ะหรือ ทั้งที่ควรยินดีมิใช่ขัดขวางน้องชายกับผู้หญิงที่เขารัก

              เดี๋ยวๆ แม่งงไปหมดแล้ว คิดว่าลูกเครียดเรื่องหนูรศาคิดว่าปรับความเข้าใจกันไม่ได้ นี่กลับกลายเป็นเรื่องตาตรีได้ยังไง” นางงงอยู่มากที่เตชิษฏ์ดูขึงขังมากกว่าเรื่องตนเองหลายเท่า

              ผมพูดจริงๆ นะครับ นายตรีไม่ควรแต่งงานกับน้ำผึ้ง แต่อย่าเพิ่งถามเหตุผลของผมตอนนี้เลย”

              น้องรักของน้องจะให้แม่ขัดได้ยังไงล่ะ อีกอย่างแม่ไม่เห็นว่าหนูน้ำผึ้งจะเสียหายตรงไหน แค่การที่เธอไม่ใช่ลูกผู้รากมากดีมีแม่เป็นคุณหญิงคุณนาย แต่การศึกษากับความตั้งใจจริง อดทนทำงานหาเลี้ยงครอบครัวถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ต้นมีเหตุผลอะไรหรือเปล่าถ้าไม่บอก แม่ว่าไม่ยุติธรรมกับเธอเลยนะ” คุณมยุรินเอ่ยถามเสียงเรียบ หลังจากสังเกตบุตรชายคนโตให้แปลกใจกับความงุ่นง่านร้อนรนที่น้อยครั้งจะเกิด เตชิษฏ์ผู้เยือกเย็นและมั่นคงหายไปไหน นี่เป็นแค่คนหนุ่มเลือดร้อนไม่ต่างจากตรีทัช

              เตชิษฏ์นิ่วหน้ากับคำค้าน เหตุผลของเขาจุกตรงคอหอยไม่อาจเปิดปากอ้างความจริงที่เกิดขึ้น ความเงียบนั้นแทนคำตอบว่า...ไม่มี คุณมยุรินถอนใจแล้วส่ายหน้าน้อยๆ ไม่เข้าใจความคิดของลูกชายคนโตนัก

              ต้นห่วงน้องแม่เข้าใจ แต่ตาตรีโตพอที่จะมีคู่ครองได้แล้ว น้องห่างจากต้นไม่กี่ปีแล้วก็ถึงวัยของเขา แม่เองก็ชอบพอนิสัยใจคอหนูน้ำผึ้งกับมารยาทของเขาอยู่มาก ตรีรักหนูน้ำผึ้งมากไม่อย่างนั้นคงไม่เอ่ยปากจะสละโสดกับแม่หรอก”

              แต่คุณแม่ครับ ผมคิดว่าน่าจะดูๆ กันไปก่อนสักระยะ เรายังไม่รู้จักฝ่ายนั้นดี จริงๆ แล้วสองคนนั้นอาจเข้ากันไม่ได้ก็ได้ ความรักที่เกิดขึ้นอย่างฉาบฉวยจะดีได้อย่างไรล่ะครับ” ชายหนุ่มชักแม่น้ำทั้งห้า เตชิษฏ์ออกอาการกีดกันจนน่าแปลกใจ มารดาโบกมือไปมาปราม

              มีเรื่องอะไรกันแน่ บอกแม่มาตรงๆ เถอะ อย่าพูดครึ่งๆ กลางๆ แม่ไม่สบายใจ”

              ผมกับ กับ...เอ้อ ไม่มี ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่รู้จักน้ำผึ้งดี รู้ว่าเธอไม่คู่ควรกับนายตรี ผมจึงคิดว่าทั้งสองไม่ควรแต่งงานกัน ถ้าคุณแม่รู้จักเธอมากกว่านี้คุณแม่จะไม่ยอมให้นายตรีแต่งงานแน่ น้ำผึ้งไม่ได้มีนายตรีคนเดียว” เขาหัวเสียที่พูดไม่ได้ดังใจ

              หนูน้ำผึ้งน่ะหรือ!” อุทานตกใจ

              ผมกับน้ำผึ้ง เราเคยคบกันมาก่อนครับ”

              ใบหน้าคมคร้ามร้อนวูบขณะสารภาพ เขาแค่อยากขอให้มารดาเป็นกระบอกเสียงคัดค้าน ไม่ให้พี่น้องบรรณวัตรต้องผูกสัมพันธ์รักใคร่ผู้หญิงคนเดียวกัน เพื่อยับยั้งสงครามรักที่กำลังก่อเค้า

              อะไรนะลูก! แล้วลูกไปสนิทชิดเชื้อกับหนูน้ำผึ้งตอนไหน” นางเอามือทาบอกด้วยความตกใจ

              หลายคำเคลื่อนมากระจุกเป็นลมดันจนหลอดเสียงแหบหาย เตชิษฏ์เกิดอาการอึกอักยิ่งกว่าน้ำท่วมปอด

              แล้วผมจะอธิบายให้คุณแม่ฟังทีหลังนะครับ แต่ตอนนี้คุณแม่ช่วยผมด้วยเถอะครับ เพราะเรื่องนี้นายตรีจึงแต่งงานกับน้ำผึ้งไม่ได้ น้ำผึ้งกับผม เอ้อ เรา...”

              คำพูดขาดห้วงยิ่งทำให้มารดากดมือเรียวบางเข้าหากัน ไม่คิดฝันว่าเตชิษฏ์ผู้ไม่เคยวอกแวกจากคู่หมั้นสาวจะไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชญาดา แล้ววันหนึ่งหญิงสาวก็เข้ามาทำความรู้จักนางในฐานะคนรักของตรีทัช คราวนี้นางคิดว่าใกล้เป็นลมเต็มแก่กับคำสารภาพ เตชิษฏ์เข้าใจปฏิกิริยาของมารดา เขาทรุดลงตรงหน้าประณมมือแล้วก้มลงยังตักนุ่ม

              ผมขอโทษครับคุณแม่” บอกอย่างสำนึก

              เพราะพายุอารมณ์โหมพัด ค่ำคืนนั้นทุกอย่างเปลี่ยน ทั้งมุมมองและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชญาดากลับกลายมาลึกซึ้ง มันเปลี่ยนไปจนกระทั่งไม่อาจเรียกคืนขณะที่ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวภายในใจ เตชิษฏ์จึงยอมคุกเข่าลงขอร้องมารดา แววตาคมเข้มจริงจังที่จะไม่ยอมให้หญิงสาวแต่งงานกับตรีทัช ไม่ยอมยกเธอให้ใคร

              แล้วต้นจะทำอย่างไรต่อ ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงครอบครับหนูรศา แม่คงจะเสียผู้ใหญ่ก็คราวนี้ แล้วยังจะตาตรีอีก โธ่...ลูกเอ้ย” นางรำพันอย่างกลุ้มใจ พลางประคองร่างสูงใหญ่ขึ้นมานั่งด้วยกัน ลูบหลังไหล่ปลอบโยน

              แล้วยังเรื่องหนูน้ำผึ้งอีกลูกจะทำอย่างไรหรือต้น หนูน้ำผึ้งเป็นสะใภ้ของแม่ใช่ไหม?” เขาผงกศีรษะทุยน้อยๆ อย่างละอาย

              ผม...ยังมีเรื่องต้องทำอีกมากครับโดยเฉพาะเรื่องน้ำผึ้ง ขอเพียงคุณแม่เข้าใจ ผมจะไปหาเธอแล้วรับผิดชอบสิ่งที่ผมทำลงไปทั้งหมด”

              นั่นเป็นเรื่องที่ลูกควรทำที่สุดในฐานะผู้ชาย ต้องปกป้องไม่ใช่ทำลาย ต้องทะนุถนอมไม่ใช่ทำร้าย ลูกของแม่จะต้องไม่ใช่ผู้ชายไร้สามัญสำนึกพวกนั้น กลับไปแก้ปัญหาของลูกเสีย ส่วนเรื่องตาตรีแม่จะหาโอกาสคุยให้”

              ขอบคุณครับคุณแม่”

              เตชิษฏ์โล่งใจจนพ่นลมหายใจยาวเหยียด อย่างน้อยๆ มารดาก็ยังเข้าใจเขา แต่ยังกังวลใจหนักหนาเรื่องชญาดา

              คืนนั้นเขาจากเธอมาเงียบๆ ราวกับหนีหายเข้ากลีบเมฆ ไม่ต่างไปจากพวกได้แล้วทิ้ง แท้ที่จริงเขากลับมาเพื่อตั้งหลักปรึกษามารดาและตั้งใจจะกลับไปเพื่อรับผิดชอบชญาดา ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถซีดานสีดำปลาบที่จอดรอหน้าตึกโดยไม่ใช้พลขับ เพื่อไปยังโรงแรมชื่อดัง ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวพูนทรัพย์สิริ


              พื้นที่ทำงานของฝ่ายบริหารฯ กับพัฒนาบุคลากรอยู่ที่ชั้นห้าของโรงแรมรอยัลปาร์ค รีสอร์ตแอนด์สปา แบงค์คอก

              ห้องโถงแลโปร่งด้วยเพดานสูง ทาสีออฟไวท์ทั้งสี่ด้าน จัดสรรที่นั่งทำงานสำหรับสี่ที่กับหนึ่งห้องเป็นสัดส่วนของหัวหน้าแผนก

              หนึ่งในจำนวนพนักงานคือชญาดา หลังจากลาป่วยไปสามวันหญิงสาวสลัดเรื่องเลวร้ายกลับมาทำงานตามปกติ ภายนอกดูแข็งแกร่งนัก ต่างจากหัวจิตหัวใจที่บอบช้ำจนยากเยียวยา สำหรับชญาดา ความผิดพลาดถือเป็นบทเรียนยิ่งใหญ่ จะโทษใครกันเล่าในเมื่อเป็นเธอเองที่ชะล่าใจ โง่เง่าจนภัยร้ายกล้ำกรายเอาได้ แต่ไม่มีใครล่วงรู้เบื้องลึก มากไปกว่า...ชญาดาล้มป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่

              น้องผึ้งคะพวกพี่จะไปทานข้าวเที่ยงกัน ไปด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวรุ่นพี่ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกเอ่ยชวน ที่ต้องถามเพราะส่วนใหญ่แล้วชญาดามีคนมารับไปทานมื้อเที่ยงเสมอ ไม่พีรยุทธก็ปรียานุช คนถูกชวนคลี่ยิ้มอ่อนๆ เกิดอาการเบื่ออาหารจึงปฏิเสธอย่างสุภาพ

              ขอบคุณค่ะที่แจน ผึ้งทานอะไรไม่ลงเลยคอขมไปหมด คิดว่าจะพักผ่อนสักหน่อยค่ะ” ชญาดาบอกเสียงอ่อน คิดจะใช้ช่วงเวลาพักกลางวันพักผ่อนที่โซฟายาว ซึ่งจัดเป็นมุมเล็กๆ มุมหนึ่งของห้อง แม้จะสร่างจากอาการไข้แต่ยังตะครั่นตะครอเนื้อตัวไม่หาย ดวงหน้าซีดๆ ทำให้วิชชุดาไม่เซ้าซี้

              งั้นพี่ไปก่อน เดี๋ยวจะซื้อน้ำส้มคั้นสดเจ้าอร่อยมาฝากนะจ๊ะ” สาวใหญ่บอกด้วยรอยยิ้ม

              คล้อยหลังพนักงานสาวกลุ่มนั้น เสียงเซ็งแซ่ราวนกกระจอกแตกรังจึงซาลง ส่งให้ห้องกว้างสงัดเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องรับส่งเอกสารอัตโนมัติที่ยังคงดังครืดคราดเป็นระยะ ชญาดาผ่อนลมหายใจหนักหน่วงยังไม่ทันย้ายตัวเองไปนั่งที่โซฟา เสียงอินเตอร์คอมก็ดังขึ้นขัด

              สวัสดีค่ะ ชญาดารับสายค่ะ”

              คุณชญาดาคะ มีแขกมารอพบที่ล็อบบี้ค่ะ เอ่อ เป็น...”

              เจ้าของเสียงหวานรายงานฉะฉาน ท้ายประโยคชญาดาไม่ได้ใส่ใจฟังนัก เธอเลิกแถบคิ้วน้อยๆ แล้วตอบรับ

              ค่ะขอบคุณ เดี๋ยวดิฉันลงไป” แทนที่จะได้พักผ่อนอย่างตั้งใจ ชญาดาฝืนพาร่างรุมร้อนด้วยพิษไข้ลงไปยังล็อบบี้ กวาดดวงตาคมเฉี่ยวมองหาแขกที่มาขอพบโดยไม่ได้เอะใจ ว่าเขาหรือเธอผู้นั้นเป็นใคร

              เรียวขาเพรียวยาวประหนึ่งนางแบบสมัครเล่นก้าวย่างมาดมั่นออกจากลิฟต์ ภายนอกดูปกติจนยากมองออกว่าหล่อนป่วยหรือไม่ อย่างเดียวที่ดูโรยๆ คือดวงตาคมขำบนใบหน้าติดซีด ซึ่งเคลือบทับด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ รับเรือนผมปล่อยสยาย ม้วนปลายด้วยโรล แลพลิ้วไสวยามร่างบอบบางก้าวไปเบื้องหน้า

              จู่ๆ คล้ายว่ามีหลุมอากาศกั้นขวาง ชญาดาเบรกตัวโก่งกะทันหันเมื่อชำเลืองไปพบแผ่นหลังของใครคนหนึ่ง สองขาอ่อนยวบแทบล้มพับลงไป ทันทีที่แน่ใจว่านั่น...เป็นเขา

              เขาที่อุตส่าห์บากหน้ามาที่นี่ด้วยตัวเองจนอยากคิดว่าตาฝาด ไม่ก็ฟั่นเฟือน ริมฝีปากระเรื่อช้ำสั่นน้อยๆ ยามถูกเม้มเข้าหากัน กดทับด้วยฟันเรียงสวยจนเนื้อนุ่มนิ่มขาวโพลน มือเล็กกำมั่นคล้ายกำลังบีบเค้นบางอย่างให้แหลกยับคาอุ้งมือ หญิงสาวกลืนก้อนแข็งให้ผ่านพ้นด้วยหัวใจกล้ำกลืน ปรายดวงตาวับวาวไปยังร่างผอมสูงนั้น

              ท่านมาพบดิฉัน...” สุ้มเสียงเย็นเยียบเค้นผ่านลำคอระหง ที่ตั้งตรงอย่างเย่อหยิ่ง ทระนง

              ชายเจ้าของร่างผอมสูงเบือนใบหน้ากลับมาปะทะแววตากร้าวกระด้างก่อนผุดลุกขึ้นประจันหน้าอย่างช้าๆ สีหน้าอ่อนโยนส่งมาก่อนอื่นใด ปลายรองเท้าส้นเข็มหยุดกึกที่เบื้องหลัง นัยน์ตาคมเด็ดเดี่ยวทอวับด้วยหลากหลายความรู้สึกเมื่อคุณชิตชัยหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า จ้องมองลูกสาวที่เขาไม่ยอมรับอ่อนโยนกว่าครั้งไหน

              เสียดายที่แววตาอาทรคู่นั้นกลับกลายเป็นเข็มนับพันเล่ม วิ่งโร่เข้าทิ่มแทงหัวใจแห้งผากของเธอจนปวดแสบปวดร้อน

              ฉันมาพบหนูน่ะมีเรื่องอยากคุยด้วย เราไปหาที่ที่ไม่พลุกพล่านคุยกันดีไหมน้ำผึ้ง” เสียงนั้นทอดอ่อนลงคล้ายขอร้อง

              เขาวิงวอนเธอ งั้นน่ะหรือ...

              เวลานี้เขามีเรื่องอยากเจรจากับเธอบ้าง แล้ววันก่อนเล่าที่เธอปรารถนาขอเวลาเพียงเศษเสี้ยวเพื่อรับฟัง และเห็นใจในชะตากรรมของแม่ เขากลับไม่หยิบยื่นให้สักหนึ่งน้ำใจ ดวงหน้าหวานร้อนฉ่า เชิดขึ้นสูง หรี่ดวงตาคมเฉี่ยวมองอย่างชิงชังเมื่อภาพเก่าย้อนมาทำร้าย สัมพันธภาพคราวนั้นถูกสะบั้นลงแล้ว

              ทำไมท่านถึงพูดตรงนั้นไม่ได้ล่ะคะ หรือว่ากลัวใครจะมาเห็นเข้าแล้วไปโพนทนาจนท่านเสียหาย” กระทบกระเทียบ

              ชญาดาพูดไม่ผิดหรอก หากมีใครพบเห็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ อีกนัยหนึ่งฐานะคุณผู้ชายของตระกูลเจ้าสัวสินมาขอพบพนักงานสาวโนเนมคนหนึ่ง จะไม่เกิดความหึงหวงจากคุณสิรินทิพย์ผู้เป็นภรรยา เขาจึงต้องระวังตัวอย่างมาก หญิงสาวแค่นยิ้ม

              ด้วยเหตุผลหลายอย่างน่ะ มาเถอะหนูฉันขอร้อง” เขาสำทับ

              จากประสบการณ์ภรรยาคนที่สองของเขาขี้หึงเข้าขั้น จนพ่อปลาไหลในวัยหนุ่มอย่างคุณชิตชัยติดอยู่ในอุ้งมือ มีข่าวว่าเขาแอบมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใดคุณสิรินทิพย์พร้อมประจันหน้า ติดตามไปราวีหญิงสาวเหล่านั้นจนกระเจิง ถึงแม้จะล่วงเข้าสู่วัยกลางคนก็ยังไม่คลายความหึงหวง ในที่สุดคนที่หยุดเป็นฝ่ายชาย เพื่อเลี่ยงความบาดหมางต่อภรรยากับพ่อตาซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว

              น้ำผึ้งไปกับพ่อเถอะนะ”

              มือหนาเอื้อมมาแตะมือเล็กที่กอดอกของร่างโปร่งระหงในชุดสาวออฟฟิศ ถ่ายทอดสัมผัสห่างเหินที่หญิงสาวโหยหา ชญาดากระชากมือกลับ ขบเม้มกลีบปากจนแดงช้ำสลัดความแค้นเคืองออกไปเพื่อรับฟัง

              พ่องั้นหรือ ก็ได้...สักครั้ง อยากรู้นักว่าคนแบบเขามีเรื่องใดจะเจรจา

              ชญาดาก้าวตามชายสูงวัยจนพ้นสายตาประชาสัมพันธ์สาว ไปยังห้องรับรองส่วนตัวของเขาที่ชั้นบนของโรงแรมฯ เมื่อนั่งลงตรงหน้าในห้องทำงานของผู้บริหารใหญ่ยิ่งอึดอัด หญิงสาวยืดตัวตั้งตรงอย่างทระนงตรงหน้า คุณชิตชัยมองอย่างชั่งใจ

              เรื่องที่ท่านจะคุยคืออะไรคะ ดิฉันมีเวลาไม่มากต้องกลับไปทำงาน”

              ฟังฉันก่อนได้ไหม ฉันรู้ว่าเราคงพูดจากันดีๆ ได้ยากเพราะเรื่องในอดีต แต่ฉันอยากขอร้องสำหรับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต หนูคิดจะทำอะไรถึงได้คบหากับพีรยุทธ หนูไม่ได้รักเขาหรอกใช่ไหม?” เสียงทุ้มเรียบคาดคั้น

              การที่ดิฉันจะคบหาหรือกระทั่งตัดสินใจแต่งงานไปกับใคร ท่านก็ไม่เกี่ยวนี่คะหรือว่าที่พูดเนี่ยเพราะท่านเป็นห่วงลูกชายนอกไส้ มากเสียจนทนไม่ไหว” ประชดประชัน ดวงตากรีดกรายเจ็บปวดเกินทน

              กับหนู...ก็จริงที่ว่าฉันไม่เกี่ยว ฉันในตอนนี้ถือว่าเป็นพ่อของพีรยุทธฉันจึงต้องเกี่ยว หากหนูจะคบหาถึงขั้นแต่งงานเรื่องมันคงจะวุ่นวายมากกว่านี้ ยิ่งถ้าภรรยาของฉันรู้ว่าหนูเป็นใคร เมื่อนั้นจะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้นแล้วทุกฝ่ายจะผิดใจกัน หนูคงไม่ต้องการอย่างนั้นหรอกใช่ไหม” ชญาดาจุดยิ้มบนใบหน้าเซียวซีด ดวงตาคมหวานวาวโรจน์เพราะแรงแค้นปะทุ หล่อนยิ้มหยัน

              นั่นเป็นความต้องการยิ่งยวดเลยล่ะค่ะ มันคงเจ็บพิลึกที่ต้องรับสะใภ้มีมลทิน ซ้ำยังเป็นลูกของภรรยาเก่าที่คุณสิรินทิพย์เคยแย่งสามีไป ดิฉันจะทำให้คุณพีรักหลงงมงายจนโงหัวไม่ขึ้น เหมือนที่ท่านทำกับแม่ของดิฉัน ไปคลั่งไคล้ผู้หญิงอีกคนจนทำร้ายภรรยาให้ตายทั้งเป็น” น้ำเสียงเกรี้ยวโกรธ สะบัดถ้อยคำทำร้ายอีกฝ่ายไม่ยั้ง ความคับแค้นบังตาจนชญาดาไม่เหลือบแลสีหน้าของบุพการีซึ่งเจื่อนจาง เจ็บจี๊ดตรงหน้าอกข้างซ้าย ร่างแบบบางผุดลุกขึ้นยืนสง่าราวนางพญา ต้องการจบธุระเท่านี้พร้อมทิ้งท้าย...

              ท่านคงเห็นแล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเกลี้ยกล่อม ดิฉันจะเข้าไปเป็นสะใภ้ของท่านกับภรรยาเร็วๆ นี้ อย่าคิดขัดขวางเลยค่ะเพราะคำพูดของท่านไม่มีน้ำหนักต่อดิฉันสักนิดเดียว เก็บเรี่ยวแรงกับความกังวลทั้งหมดไว้ประคบประหงมลูกสาวของท่านที่กำลังจะกลายเป็นม่ายขันหมากดีกว่านะคะ เพราะไม่ใช่แค่คุณพีรยุทธ ยังมีอีกหลายคนต้องเจ็บโดยเฉพาะคนที่ไม่เคยต้องทุกข์ระทมควรจะลิ้มลองมันดูบ้าง” รอยตาปวดปร่าสะสมความคั่งแค้นพาชายสูงวัยใจหายวาบ

              นี่หรือบุตรสาวผู้อ่อนหวานในอดีต ไม่มีเค้า น้ำผึ้ง คนเดิมให้เห็นอีกแล้ว

              น้ำผึ้ง อย่า...” เขาทำได้เพียงแค่ครางแผ่ว ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำปรามใดๆ

              ทิฐิในดวงใจบอบช้ำแรงกล้า แรงเป็นทบเท่าทวีคูณเมื่อสูญเสียมารดา เขาจึงไม่อาจชะล้างตะกอนความเจ็บปวดให้ทุเลาเบาบาง คุณชิตชัยสะท้อนใจ เป็นเขาทั้งนั้นที่เป็นต้นตอแรกสร้างความบาดหมาง เขาทั้งนั้นที่กำลังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ชญาดาทวงคืน บาปที่ก่อกำลังจะตามทันโดยพาดพิงไปถึงครอบครัวกับลูกสาวที่เขารัก ผู้อาวุโสส่งแววตาโศกเศร้า

              พ่อขอโทษนะน้ำผึ้ง อย่าทำแบบนี้เลยนะ รศาก็เป็นน้องของหนูคนหนึ่งเหมือนกับน้ำตาลนั่นแหละ หากจะคิดให้ดีพีรยุทธก็เป็น...พี่”

              อย่ามานับญาติกันตอนนี้เลยค่ะท่านคงลืมไปแล้วว่าดิฉันกับท่านไม่ได้ผูกพันกัน ท่านเป็นคนบอกเอง เราก็แค่มนุษย์ร่วมโลกแล้วจะเอาอะไรมาอ้างให้ดิฉันละเว้น คุณชิตชัยคะดิฉันเสียเวลามามากแล้วจริงๆ ขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ” ชญาดาเอ่ยฉาดฉาน ไม่มีท่าทีอ่อนข้อจนน่าหนักใจ

              อย่าเพิ่งไป น้ำผึ้ง...”

              มือหนากร้านด้วยวัยชรายกขึ้นกุมทรวงอกซีกซ้าย ห่อริมฝีปากเพราะอาการเจ็บแปล๊บวิ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆ ทางเดินหายใจตีบตันจนหายใจระทวย คุณชิตชัยจึงไม่มีสุ้มเสียงจะรั้งหญิงสาวเอาไว้

              ชญาดาเดินตัวปลิวออกจากห้องเร็วเท่าไหร่ไม่รู้ เพียงเพื่อไปให้ถึงลิฟต์และพ้นจากสภาวะกดดันเบื้องหน้า ดวงตาสีเข้มบนรูปหน้าตอบมองตามอย่างเว้าวอน หวังชญาดาเห็นใจไม่กระทำตัวแทรกแซงครอบครัวของเขาให้แตกร้าว ทว่าเธอไม่ฟัง ไม่ยอมมองตอบ ทิ้งเขาไว้กับความเจ็บปวดในอกที่น้อยกว่าการถูกกระทบกระเทียบถึงความผิดพลาดในอดีต อดีตที่เขากลับไปแก้ไขไม่ได้



              ความฉงนสนเทห์เกิดแก่ชายหนุ่มรูปงามที่มาดักรอชญาดา เตชิษฏ์จ้องมองซ้ำๆ จึงแน่ใจว่านั่นคือบิดาของปวริศา

              เกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสอง ท่าทีปัดป้องยามคุณชิตชัยแตะมือชญาดาฉุดความสงสัย นัยน์ตาที่มองสบหยั่งยาก ลึกล้นปนทั้งรักทั้งเกลียดเกินจะเดาถูกถึงสัมพันธภาพ ความคิดในทางร้ายก่อตัวในแววตาคมเข้ม หัวใจเต้นถี่หากว่าชญาดากับคุณชิตชัยมีลับลมคมในมากกว่าที่คิดจะทำอย่างไร ความร้อนในกายระอุขึ้นทีละองศาเกิดเป็นความหวาดหวั่น หึงหวงในตัวหญิงสาวที่เขาครองสิทธิ์เพียงชั่วค่ำคืน

              ภาพของชญาดาไม่ต่างไปจากผู้หญิงช่างยั่ว ปลุกปั่นหว่านเสน่ห์แก่ตรีทัช พีรยุทธ แล้วนี่ยังจะคุณชิตชัย รายหลังนี่อายุอานามห่างกันหลายรอบทีเดียวเรียกได้ว่าคราวพ่อ เตชิษฏ์สะบัดใบหน้าแรงๆ ข่มใจที่ร้อนลามจนอกสั่น เฝ้าถามตัวเองหากชญาดาเป็นอย่างนั้นจริง เขาจะทำเช่นไร

              หลายชั่วโมงผ่าน...

              ผู้บริหารหนุ่มยังนั่งจับเจ่าอยู่ที่เดิม ร่างสูงใหญ่ลุกพรวดเมื่อเห็นพนักงานทยอยออกมาจากลิฟต์แต่บุคคลที่เขารอยังไม่ปรากฏตัว หลังสืบทราบว่าชญาดาจะโดยสารรถแท็กซี่ไปกลับคอนโด และบางครั้งจะมีเพื่อนสาวไปส่ง เตชิษฏ์ภาวนาให้วันนี้เป็นอย่างแรก จนกระทั่งล่วงเข้าเวลายี่สิบนาฬิกาชญาดาก้าวสะโหลสะเหลออกมาจากลิฟต์ เดินไปรอรถที่ป้ายรถโดยสารประจำทาง

              หลายอย่างไม่เป็นใจให้เตชิษฏ์เข้าถึงตัว เขารออย่างใจเย็นหลายชั่วโมงจะรอต่ออีกสักนิดจึงไม่ใช่ปัญหา จากนั้นจึงขับเคลื่อนรถซีดานเลียบเคียงฟุตบาทจับตาเจ้าหล่อนอยู่ห่างๆ

              เตชิษฏ์จับตาร่างแบบบางในชุดสาวออฟฟิศที่มีสีหน้าย่ำแย่ลง ดวงหน้านั้นขาวเสียยิ่งกว่ากระดาษ ใจอยากกระโจนลงไปอุ้มหญิงสาวมาใส่รถเสียเดี๋ยวนั้น แต่ต้องข่มใจดูอากัปกิริยาของเธอต่อไป เผลอแป๊บเดียวรอบกายชญาดาว่างเปล่า มีเพียงร่างโปร่งบางนั่งอยู่ในมุมมืดตามลำพัง มือเล็กควานหามือถือหวังจะโทรหาตรีทัชเมื่อรู้สึกว่าอาการไม่ดี ยังไม่ทันที่คนปลายสายจะตอบรับกลับมีเสียงห้วนทักขึ้นเบื้องหลัง

              เป็นอะไรหรือเปล่าน้องสาว หน้าน้องซี๊ดซีด”

              จะเป็นลมหรือเปล่าจ๊ะนั่น มาๆ พี่ช่วย” อีกคนเสริมด้วยเสียงห้าวใหญ่

              พลเมือง (ดี) สองนายเดินผ่านมาถือวิสาสะเขยิบเข้าหา ชญาดาเงยใบหน้าขาวโพลนขึ้นตามเสียงห้วน แล้วก็ให้ผวาเฮือกเพราะชายหนุ่มฉกรรจ์แปลกหน้าโน้มตัวลงมาชิดเกินพอดี เธอส่ายหน้าดิก แต่ชายคนนั้นกลับยื่นมือหยาบกระด้างมาแตะไหล่ลาดเนียนจนหญิงสาวต้องเอนตัวหนีอย่างรังเกียจ

              ฉันไม่เป็นอะไร ถอยไปนะ” แผดเสียงใส่

              อย่าก้าวร้าวสิน้องสาว ส่งมือมาสิ มามะเดี๋ยวพี่พาไปส่ง”

              ไม่ใช่ที่บ้านนะจ๊ะ แต่เป็น...สวรรค์ ฮ่าๆๆ” เอ่ยหยาบโลน

              มาเถอะน่า อย่าลีลานะจ๊ะ”

              รอยตากระลิ้มกระเหลี่ยน่ารังเกียจมาพร้อมยิ้มแสยะ จุดดำโปดโปนในดวงตาสร้างความพรั่นพรึงต่อหญิงสาวที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

              ยามนี้ต้องโทษรูปลักษณ์ดึงดูดใจ ดวงหน้าหวานต้องตาต้องใจเพศตรงข้ามแล้วก็เป็นภัยมหันต์ มือสากชื้นเหงื่อของคนออกคำสั่งยื้อยุดหญิงสาวจนโอนเอน กราดมองรอบตัวซึ่งมีเพียงความมืดกับแสงสลัวจากเสาไฟ ชญาดาสะบัดตัวออกห่าง ใช้กระเป๋าถือฟาดลงบนศีรษะอีกฝ่ายเต็มแรงจากนั้นจึงออกวิ่ง

              หนอยนังนี่! กล้าทำกูเหรอ ชอบให้ใช้กำลังก็ไม่บอก” มันคำรามฮึ่มฮั่ม วิ่งตามกระชั้น

              หญิงสาวเปรียบได้กับกระต่ายน้อย เรี่ยวแรงไม่เท่าสัตว์ป่าหื่นกระหายอย่างสุนัขจิ้งจอกตรงหน้า วิ่งไปไม่กี่ก้าวท่อนแขนแข็งแกร่งก็รัดรึงรั้งร่างอรชรไว้ได้ เธอกรีดร้องสุดเสียง ดิ้นเร่าๆ ให้ตายก็ไม่ยอมแปดเปื้อนด้วยมือคนโฉด

              กรี๊ด ช่วยด้วยๆ”

              ปล่อยมือจากผู้หญิงซะ” เสียงห้าวห้วนออกคำสั่ง กระแสเสียงกร้าวทำให้ทั้งเหยื่อทั้งโจรชะงัก เมื่อสิ้นเสียงกระชากกระชั้นเป็นเสียงกริ๊กจากกระบอกปืน ชายหนุ่มปัดปลายกระบอกปืนดำมะเมื่อมจ้องเขม็งยังชายฉกรรจ์ในคราบผู้ร้าย เพ่งรอยตาดุกราดข่มขู่ โจรโฉดยักแย่ยักยันว่าจะปล่อยดีหรือไม่เพราะกายสาวยั่วยวนราคะ แต่ลูกตะกั่วก็พร้อมจะพุ่งเข้าใส่จึงเลือกผลักไสร่างบางออกห่างตัว

              เตชิษฏ์โผเข้ารับหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด เป็นจังหวะรอดให้ชายทั้งสองวิ่งหนีไปในความมืด ชญาดาตกตะลึงในเหตุการณ์ ตัวสั่นในวงแขนกำยำ เสียงที่คุ้นเคย สัมผัสคุ้นๆ เรียกรอยตากะพริบถี่เมื่อรู้ว่าเป็นเขาก็พร้อมสะบัดตัวออกห่าง

              น้ำผึ้ง นั่นคุณจะไปไหน” เตชิษฏ์ขบกรามแน่นขณะถาม ทันทีที่หล่อนมีสติก็ผลักไสราวขยะแขยง ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยให้พ้นจากปากเสือแท้ๆ

              ฉันก็จะกลับบ้าน ปล่อยมือของคุณซะทีสิ” สะบัดเสียงตอบ แววตาเฉยชาปรากฏ

              มืดค่ำมันอันตรายแค่ไหนเมื่อกี้คุณก็เห็นแล้ว ยังจะดันทุรังอีกหรือไง ดื้อด้านนักคงไม่ได้กลับบ้านแต่ไปนอนให้มันปู้ยี่ปู้ยำ ถ้าผมมาช่วยไม่ทันคุณจะเป็นยังไง” ทั้งปลอบ ทั้งขู่จนคนฟังกัดริมฝีปากตัวเองจนช้ำ

              ไปขึ้นรถสิ เดี๋ยวพวกมันก็ย้อนกลับมาอีกหรอก ปืนนี่ไม่ลูกซะด้วย ใช้ขู่ได้เฉยๆ” เตชิษฏ์บอกหน้าตาเฉยทั้งที่เมื่อกี้ดูขึงขัง ดุดันจนน่ายำเกรง

              ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในยามวิกาล สถานที่เปลี่ยวเธอคงประท้วงไม่ยินยอมไปกับเขา การที่เตชิษฏ์โผล่เข้ามาช่วยในสถานการณ์ล่อแหลมครั้งนี้ไม่มีทางจะชดเชยบางเรื่องได้ บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ แค้นก็ส่วนแค้น หญิงสาวนั่งเงียบที่เบาะฝั่งซ้าย เธอนั่งกอดอก แผ่นหลังตั้งตรง ดวงหน้าเชิดหยิ่งมองไปข้างหน้าจนเตชิษฏ์อึดอัด พ่นลมหายใจหลายครั้งขณะเหลือบมองเรือนร่างงดงามที่ทำตัวเป็นหุ่นยนต์ ไม่พูดไม่จา

              ผมว่าเราน่าจะพูดคุยกันดีๆ อย่าทำแบบนี้เลยน่า มันไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก” สุ้มเสียงห้าวติดรำคาญทั้งที่ห่วงอีกฝ่ายจับใจ ชญาดาหันมาจ้องมองอย่างเกรี้ยวกราด พอคลายตกใจดวงตาคมหวานก็ดุวับ

              ทำแบบนี้น่ะแบบไหนไม่ทราบ ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้คุณไม่พอใจก็ไม่ต้องมายุ่งสิ คุณมีหน้าที่ขับรถก็ขับไปสิคะตอนนี้ฉันอยากกลับเต็มทนแล้ว”

              คุณกำลังทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ คุณกำลังพาลนะ” เขาต่อว่าอย่างเดือดดาล ชญาดาเหลือบมองผู้มีบุญคุณหมิ่นๆ เมื่อครู่เขาช่วยเธอไว้ก็จริง แต่บุญคุณไม่เท่าโทษทัณฑ์ที่ทำร้ายเธอ มันเปรียบกันมิได้ เพราะต่อให้มองอย่างไรเตชิษฏ์ก็ไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาว แต่เป็นไอ้ผู้ร้ายในคราบสุภาพบุรุษ

              ฉันพาลก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน คุณเสนอไปส่งฉันเอง ฉันไม่ได้ขอร้องสักหน่อย”

              เพราะผมต้องการคุยกับคุณ จะปล่อยเรื่องวันนั้นเลยตามเลยได้ยังไง ก็เรา...” เตชิษฏ์อึกอัก กระดากปากไม่น้อยต่อการขุดคุ้ยเรื่องที่เกิดขึ้น ใบหน้าคร้ามร้อนฉ่าจนต้องยกมือขึ้นลูบมันแรงๆ ชญาดาตวัดดวงตาคมวาวจับจ้องอย่างอาฆาต ถ้ามีอาวุธในมือเธอคงใช้มันทำร้ายเขาไปแล้ว

              จะกลับมารับผิดชอบผู้หญิงต่ำๆ แบบฉันหรือคะ ตลกชะมัดคุณเตชิษฏ์ หรือกลัวว่าฉันจะจับตัวเองใส่ตระกร้าล้างน้ำแล้วไปตบตาตรีถึงได้รีบออกตัวมารับผิดชอบ คุณก็ไม่ต่างไปจากไอ้ผู้ชายบ้ากามเมื่อกี้นี้หรอก” สบถอย่างเจ็บแค้น เตชิษฏ์หน้าชาหนึบ

              น้ำผึ้ง ถ้าคุณยังใช้อารมณ์เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง ฟังนะผมมีศักดิ์ศรีพอและจะรับผิดชอบ ก็คุณไม่ใช่...ผมหมายถึงคุณไม่ใช่อย่างที่ผมคิด ผมยินดีรับผิดชอบทั้งหมด”

              จังหวะเดียวกันชายหนุ่มหักรถเข้าจอดยังริมฟุตบาท ใบหน้าที่หันมามองสบจริงจังผลักดวงตากลมโตวูบไหว หน้าแบบนี้หรือควรเชื่อหมดใจ ชญาดาแค่นยิ้มหมิ่นแคลน เตชิษฏ์รู้ว่าไม่ง่ายที่จะปรับความเข้าใจ แต่เขาจะพยายามอย่างที่สุด จากที่เชื่อสนิทใจว่าชญาดาเป็นผู้หญิงสกปรกกร้านโลก หลอกลวงผู้ชายมากหน้าหลายตา เพียงข้ามคืนเขาก็ตระหนักว่าไม่ใช่ หญิงสาวเชิดใบหน้าขึ้นมองเขาเยาะๆ

              ด้วยอะไรไม่ทราบคะคุณเตชิษฏ์ คุณจะเอาอะไรมาเดิมพันต่อสิ่งที่ฉันสูญเสีย” เอ่ยท้าทาย

              ด้วย...การแต่งงานเป็นไง”

              ประโยคเดียวสยบทุกการเคลื่อนไหว หญิงสาวใคร่ครวญซ้ำจึงรู้ว่าหูไม่ได้ฝาด ชญาดาผินหน้ากลับไปจ้องเขม็ง...หวั่นไหว

              คนที่มีคู่หมั้นค้ำคออย่างเตชิษฏ์กำลังประกาศตัวขอรับผิดชอบ ชญาดาไม่อยากเชื่อหูแต่พบแววตาจริงจังสำทับ คนที่เงียบกริบกลายเป็นเธอ อึดใจเดียวกระแสร้อนวาบไหลลามจากหัวใจเต้นถี่ยิบสู่มือเรียวบางข้างซ้าย ที่ที่ถูกจับจองโดยหัวใจรักของตรีทัช เตชิษฏ์ปรายมองนิ้วนางข้างซ้ายที่ประดับแหวนเพชรเม็ดงามอย่างร้อนใจ นั่นเป็นสมบัติเก่าแก่ของตระกูลบรรณวัตรแน่แท้

              ขอฉันขำหน่อยเถอะ คุณขอฉันแต่งงานทั้งที่มีคู่หมั้นทนโท่ ผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งรวยจนน่าอิจฉาแบบหลานสาวเจ้าสัว นี่คุณคิดจะเก็บฉันไว้เป็นเมียลำดับที่เท่าไหร่กันล่ะถึงมาทาบทาม แต่ขอโทษเถอะอย่างฉันเนี่ยไม่ขอรับตำแหน่งเมียน้อย เมียเก็บของใคร ถ้าจะเป็นก็เมียแต่งเท่านั้น แล้วคุณปวริศาล่ะคะคุณจะเก็บเธอไว้ตรงไหน...ของหัวใจไม่ทราบ” ประชดประชัน

              เตชิษฏ์หลงลืมเสียสนิทว่าตนมีคู่หมั้นคู่หมาย กำหนดแต่งงานก็ไม่นานจากนี้ แต่กับผู้หญิงตรงหน้าเป็นความลึกซึ้งโดยบังเอิญที่ทำให้เขาเลือกเธอแทนที่ปวริศา

              นั่นเป็นธุระของผมเรื่องนั้นผมจัดการเอง กับคุณผมจะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุดเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายจนกว่าจะแน่ใจว่า...คุณไม่ได้ท้อง เมื่อนั้นผมยินดีหย่าให้พร้อมค่าเสียเวลา” ชายหนุ่มปล่อยคำพูดฝืดคอ ที่กลายเป็นแส้หนามหวดลงกลางใจจนน้ำผึ้งเจ็บแปลบ

              หึ! เท่านี้สินะที่ผู้ชายคนหนึ่งต้องการจึงหยิบยื่นข้อเสนอ สุดท้ายคือหย่าขาดอย่างไม่ยี่หระหากไม่มีลูกของเขาในท้องของเธอ

              ชญาดาเบะปากยิ้มเหยียดมองเตชิษฏ์อย่างสมเพช จะคนไหนก็ร้ายกาจทั้งนั้นขึ้นชื่อว่า ผู้ชาย หัวใจอคติของหญิงสาวเต็มไปด้วยแววชิงชัง เกลื่อนด้วยรอยยิ้มหยัน

              วันนั้นเขาไม่ได้ป้องกันจึงคิดถึงผลที่จะตามมา ผลพวงจากความสัมพันธ์ฉาบฉวยครั้งเดียว ผู้บริหารหนุ่มไม่คิดให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตนต้องกำพร้าพ่อ กลายเป็นเด็กมีปัญหาในอนาคต หญิงสาวแค่นยิ้ม ทั้งเย้ยทั้งเยาะความคิดพวกผู้ชายที่หนีไม่พ้นความเห็นแก่ตัว ที่แท้ก็แค่กลัวเสียเกียรติ หวั่นคำครหา มิใช่การรับผิดจากใจ น่าสมเพชที่สุด!

              อ้อ สัญญาชั่วคราว เป็นเมียที่ไม่ต่างไปจาก ผู้หญิงรายวัน ค่าเสียเวลาของฉันมันสูงนะคะคุณเตชิษฏ์ เพราะคุณทำให้ฉัน พลาด จากผู้ชายดีๆ ถึงสองคน” คนพูดเองเจ็บจี๊ดที่ขั้วหัวใจ เตชิษฏ์หน้าชาดิก นัยน์ตาลุกเรือง

              คุณอยากจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ จะเมียหรือผู้หญิงรายวัน แต่ผมจ่ายไม่อั้นขออย่างเดียวคุณต้องอยู่กับผม เลิกยุ่งเกี่ยวกับไอ้ผู้ชายดีๆ ที่คุณปลาบปลื้มนั่นซะด้วย ถ้าคุณไม่ได้ท้องคุณจะได้อิสระคืนภายในหนึ่งปี แต่ตอนนี้ผมจะดูแลคุณในฐานะเมียไม่ว่าใครหน้าไหนมาขอแต่งงานหรือกระทั่งเตรียมหมั้นหมายกับคุณ ไปยกเลิกซะ เพราะอย่างไรผมจะไม่ยอมให้คุณมีวันนั้น” เตชิษฏ์เอ่ยเสียงแข็ง ชญาดานิ่วหน้ากับคำขู่เข็ญ จะว่าไปก็น่ากลัวไม่หยอกยามที่ชายหนุ่มงุ่นง่าน โกรธเคืองเธอราวกับหึงหวง

              หึงงั้นเหรอ...

              ฮึ! ดูเหมือนฉันจะไม่มีทางเลือกเลยสินะ ต้องรับปากแต่งงานกับผู้ชายมีปลอกคอ ฉันอดปลาบปลื้มไม่ได้ที่จะได้คุณมาครอบครองโดยไม่ต้องแย่งชิงกับคุณปวริศาให้เหนื่อย ว่าแต่คุณขออนุญาตเธอแล้วหรือคะ” น้ำผึ้งเชิดใบหน้าคมหวานขึ้นแล้วเผยอรอยยิ้มอิ่มเอมอย่างผู้ชนะ แค่ชื่อของผู้หญิงอีกคนหลุดมาเตชิษฏ์ก็ถลึงตาใส่เธอ โกรธจัด

              อย่าเอารศามาเกี่ยว คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงเธอแบบนั้น คุณไม่มีทางเทียบชั้นรศาได้” ตวาดกร้าว

              อ่อ อย่างนี้นี่เอง หล่อนสูง ส่วนฉันต่ำต้อย” ประชดประชัน

              หากคุณรักเทิดทูนเธอจริงคงไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผู้หญิงชั่วคราวแบบฉันหรอก คิดดูให้ดีๆ เถอะว่าคุณหลงเสน่ห์ฉันหรือเปล่า หืม...คุณต้น”

              ชญาดายั่วเย้า ทั้งดวงตาคิ้วคาง ปากจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อจัดว่าสมบูรณ์แบบซ้ำยังปล่อยให้ลอยหน้าลอยตาอย่างท้าทาย เถียงเขาไม่เว้นแต่ละคำ มือหนาคว้าร่างบอบบางเข้าชิดกดไหล่ลาดเนียนแนบต้นแขนแกร่งรั้งมาใกล้ ใบหน้าหล่อคมโน้มลงต่ำจนชญาดารับรู้ลมหายใจผะแผ่วของเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจสั่นโครมครามพร้อมกระดอนออกมาอวดความไร้เดียงสา ต่อให้หันหนีพัลวันแต่ไม่เป็นผล

              ตรงไหนล่ะเสน่ห์ ตรงนี้ ตรงนั้น ตรงดวงตา ริมฝีปากของคุณ...หรือทั้งตัว” เขายั่วบ้าง กลั้วหัวเราะในลำคอข่มขวัญสาวน้อย

              เตชิษฏ์จุดยิ้มเจ้าเล่ห์ แม้ว่าน้ำผึ้งจะประณามตัวเองสักแค่ไหน เขารู้...ร่างกายนี้บริสุทธิ์หมดจดทุกกระเบียดนิ้ว และจะว่าไปเขาเองก็ถูกเสน่ห์ของน้ำผึ้งพันธนาการไว้จริง ปลายจมูกโด่งสวยจรดชิดแก้มเนียนที่แฝงเลือดฝาด หญิงสาวร้องอุทานในลำคอระหงเมื่อถูกจู่โจมจากคนรอบจัด จากแก้มเนียนใสเผลอแผลบเรียวปากร้อนระอุครอบครองกลีบปากฉ่ำที่กำลังร้องประท้วง สะกดทุกห้วงลมหายใจ ชญาดาสะบัดหนี รวบรวมแรงทั้งหมดผลักร่างหนาออกห่าง พบรอยยิ้มกว้างของเตชิษฏ์ รอยยิ้มของผู้ชนะ

              นี่เป็นจูบมัดจำ โทษฐานที่ทำให้ผมหลงเสน่ห์ ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรสคุณไม่มีข้อแม้ ต้องทำอย่างถูกต้องไม่อย่างนั้นการแต่งงานจะไม่มีความหมาย ถ้าเกิดมีเด็กลูกจะต้องใช้นามสกุลของผม ส่วนไอ้พวกมดแดงแฝงพวงมะม่วงพวกนั้นมันก็จะได้รู้ว่าคุณมีเจ้าของแล้ว” เสียงเข้มย้ำหนักแน่น ประกาศความเป็นเจ้าของร่างกายนี้จนชญาดาหน้าแดงซ่าน

              ปล่อย!”

              น้ำผึ้ง”

              ถ้าต้องการแค่นั้นก็ปล่อยได้แล้ว ไม่ต้องมาแสดงสิทธิ์เหนือฉันเพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ คุณพูดง่ายแต่ฉันทำยากจะให้เดินเข้าไปในบ้านบรรณวัตรอีกครั้ง แล้วแนะนำตัวเองใหม่ว่าเป็นคนรักของพี่ ไม่ใช่ของน้องจะเป็นไปได้อย่างไร คุณพ่อคุณแม่คุณอีกล่ะท่านจะคิดอย่างไร” หล่อนตั้งแง่เสียงเขียว ชายหนุ่มยิ้มนิดๆ ยักไหล่หนา เพราะอย่างนี้แหละเขาถึงได้ไปปรึกษามารดา

              เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอแค่คุณตกลงคุณแม่ผมพร้อมจะต้อนรับสะใภ้ใหญ่ของบ้านบรรณวัตร ส่วนเรื่องนายตรีผมจัดการเอง”

              อะไรนะคะ! คุณแม่คุณรู้...”

              ดวงตาคู่โตเบิกกว้าง เม้มริมฝีปากค้างอยู่อย่างนั้น ไม่แคร์อะไรเท่าสายตาของหญิงผู้โอบอ้อมอารีผู้นั้น

              แน่นอนสิครับลูกชายคนโตจะแต่งงานทั้งที ผมให้เวลาคุณสามวันนะน้ำผึ้ง จัดการเรื่องคาราคาซังทั้งหมดแล้วเตรียมตัวย้ายออกจากคอนโดมาอยู่กับผม เตรียมใจเป็นภรรยาของนายเตชิษฏ์ บรรณวัตร”

              อย่าบิดพลิ้ว เพราะผมจะตามคุณไปทุกหนทุกแห่งจนคุณหาความสุขไม่เจอทีเดียว” ข่มขู่ด้วยแววตาวาววับ

              ชิ!” หญิงสาวสะบัดหน้าพรืด ชญาดาถูกปล่อยจากอ้อมแขนแกร่งจึงขยับมานั่งตัวตรงอิงเบาะหนังอย่างหงุดหงิด เบือนใบหน้าบึ้งตึงไปอีกทางครุ่นคิดถึงหนทางข้างหน้าที่ขมุกขมัว หากเลือกทำร้ายปวริศาด้วยการพรากเตชิษฏ์ไปจากเธอ หญิงสาวคงเจ็บเจียนตาย ส่วนตรีทัชชายหนุ่มคงเจ็บปวดที่พลาดผิดหวังจากผู้หญิงที่ตนปักใจ วีธีการเอาคืนครอบครัวเหมรัตน์เริ่มต้นขึ้นแล้ว

              สามวันก็สามวัน แต่งเงียบๆ จะจดทะเบียนสมรสก็ตามใจคุณ หนึ่งปียกเลิกทุกอย่างแล้วต่างคนต่างไป”

              แน่นอน ต่างคนต่างไป ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไปยื้อยุดคุณไว้ ถ้าไม่มีทายาทบรรณวัตรคุณเป็นอิสระแน่”

              ที่เขาห่วงก็เรื่องนี้ ชายหนุ่มไม่คิดทิ้งให้เป็นปัญหาในอนาคต ถ้าชีวิตบริสุทธิ์เกิดมาเพราะความสัมพันธ์ครั้งนี้จริงๆ เด็กไม่ควรต้องรับผลกรรมจากการกระทำสิ้นคิดของผู้ใหญ่ ชญาดากัดริมฝีปากขณะผงกศีรษะ และเธอได้เลือกแล้ว

              ทุกการตัดสินใจมีผลกระทบ หญิงสาวเลือกพาตัวเองเข้าสู่วังวนของการแก้แค้นบุพการี ผลที่เกิดกำลังกระทบราวเกลียวคลื่นถาโถมที่พร้อมกลืนกลบทุกชีวิตให้จมดิ่งสู่เบื้องลึกของมหาสมุทรดำมืด

              ยังมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด เมื่อชญาดาผ่านไปถึงล็อบบี้ของคอนโดมิเนียม ชายหนุ่มคนหนึ่งลุกพรวดก้าวเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม ยิ้มแบบที่เธออาจไม่มีโอกาสได้เห็นอีกเป็นครั้งที่สอง

              ตรี...”

              น้ำผึ้งกลับเสียดึกดื่นเลยนะครับ ผมเป็นห่วงแทบแย่โทรไปเท่าไหร่คุณก็ไม่รับ” ตรีทัชพรั่งพรูคำห่วงใย หญิงสาวสะท้อนใจลืมไปเลยว่าโทรศัพท์หาตรีทัชตอนหัวค่ำแต่เขาไม่ได้รับสาย เมื่อเขาโทรกลับมาคงเป็นช่วงชุลมุนที่เธอไม่ได้สนใจมือถืออีก

              ผึ้งขอโทษนะตรี พอดีว่า...” อึกอักไม่หาย

              ดวงตาชื้นฉ่ำจ้องมองเขาช่างหดหู่จนยากอธิบาย ลมหายใจถูกขัดเมื่อเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเบื้องหลัง

              พอดีว่าพี่ไปรับน้ำผึ้งเลทไปหน่อยน่ะ แล้วนั่นมาทำอะไรที่นี่ล่ะนายตรี อย่าบอกนะว่ามารอน้ำผึ้ง”

              เตชิษฏ์ก้าวตามมายืนประชิดร่างบาง มองตอบสายตาน้องชายประหนึ่งท้าทาย ที่ร้ายกว่านั้นคือการแสดงความเป็นเจ้าของชญาดาด้วยการส่งเรียวแขนบึกบึนพาดไปบนบ่าไหล่บาง ที่ลู่ลงทันทีที่เขาปรากฏตัว

              แววตาของตรีทัชสั่นไหว ในนั้นเปล่งแทนคำพูดว่า ไม่เชื่อ ทั้งภาพที่เห็น ทั้งถ้อยคำสนิทสนมของพี่ชายกับชญาดา คล้ายมีอะไรมาจุกจนสกัดกั้นทางเดินหายใจ ตรีทัชมองเพื่อนสาวคนสนิทอย่างค้นคว้า ปรารถนาหนึ่งคำอธิบายแทนเหตุผลร้อยล้านอย่างที่กำลังกลายเป็นหอกดาบทิ่มแทงหัวใจรักบริสุทธิ์

              พี่ต้น น้ำผึ้ง นี่มันเรื่องอะไรกันครับ?” 



โฮะๆ สงสารนายตรีจับใจเลย * _ *
เตชิษฏ์เล่นบทร้าย ไม่ใช่พระเอกซะแล้ว ยื้อแย่งไปซึ่งๆ หน้า 
เห็นคนอ่านเกลียดพระเอกของดาลันแล้ว ก็...อ่า เห็นด้วยค่ะ สมควรเกลียดละ
ท้ายนี้มาส่งกันแบบจุใจ 100% คิดเห็นอย่างไรก็เม้นต์กันได้จ้า ขอกำลังใจไปปั่นหน่อย
สุขสันต์วันหยุด (แบบเฉอะแฉะ) นะคะ คิดถึงๆ 
                                                                               ดาลัน   


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

681 ความคิดเห็น

  1. #666 respiration (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 23:30
    สงสารตรีอ่ะ มีสาวช่วยปลอบใจคนอื่นอีกป่าววววว
    #666
    0
  2. #617 fuengfahrainbow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2555 / 18:48
    น่าสงสารตรีเนอะ แต่ยังมีน้องนํ้าตาลอีกคนไปรักคนน้องก้อได้นะคะ หึหึ
    ส่วนพระเอกก้อปล่อยทานหญ้าไปก่อนแล้วกันค่ะ ไม่จะเคลียจริงๆ อีกหน่อยจะเสียใจ
    ส่วนบิดาของหนูผึ่งนี่เห็นแก่ตัวมากๆ แล้วยังมีหน้ามาขอหนูผึ่งอีกนะย่ะ...
    สู้ๆค่ะ รอลุ้นตอนต่อไป
    ปล.ไม่อยากให้ตรีทัชเจ็บปวดนานๆอ่ะ ให้หนูตาลมาด้ามใจแทนได้มัยค่ะนี่  วาเดามั่วได้อีก 555+
    #617
    0
  3. #616 romeo-x2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2555 / 16:10
     เฮียตรีเค้าาาาาาาาาา จะมีใครมารักษาแผลใจให้มั้ยเนี้ยยยยยย -:-
    #616
    0
  4. #592 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 11:01
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก *_____*
    #592
    0
  5. #427 pharahoo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 17:45
    ที่งี้ละมาพ่อ ชิ เค้าไม่เคยรักลูกอีก 2 คนจริงหรอ คนหรือเปล่านายพีลูกเลี้ยงแท้ๆ ยังรักเลย

    ดีนะที่แม่พระเอกเป็นคนดี รักแม่พระเอก อิอิ
    #427
    0
  6. #128 koonja-jaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 22:08
    โอวววว เจ็บปวดดีแท้หนอพี่ตรี
    #128
    0
  7. #98 Elaine (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 10:16

    ชอบมาค่ะไรทเตอร์ ตัวละครแต่งได้ตรงไปตรงมาดีค่ะ กระชากใตสุด ๆ เจ็บจิ๊ดแทนตรีเลยค่ะ T^T สู้ต่อไปนะคะ

    #98
    0
  8. #87 yin-yin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 21:12
    ลงวันละสองตอนไม่ได้เหรอคะไรเตอร์
    ชอบน้ำผึ้งมากมายเลยคะ น่าสงสารมาก
    ผู้ชายในเรื่องนิสัยไม่ดีซักคนเลย (ยกเว้นนายตรีคนนึงน้า)
    ไรเตอร์สู้ ๆนะค้า ดาลันสู้ ๆ รออยู่น้า (วันละหลาย ๆตอนนะค้า ฮิฮิ)
    อ่ะ อยากรู้ น้ำผึ้งจะท้องมั้ยคะ (ท้องเถอะ ไว้เอาคืนคุณต้น)


    #87
    0
  9. #86 kapooksilom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 20:22
    ไม่เกลียดค่ะชอบ ซาดิสดี .... เดี่ยวก็มาตายคา... ของน้ำผึ้งเองหล่ะค่ะ
    #86
    0
  10. #84 420432 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 16:47

    อ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ อยากอ่านต่อจังเลย ^^

    #84
    0
  11. #82 prarotna (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 14:12
    ตอนต่อไปจะมาอัพเมื่อไหร่คะ

    อยากอ่านต่อ สงสารน้ำผึ้ง กับนายตรี
    แต่คิดว่านายตรีน่าจะคู่กับน้องน้ำตาลมากกว่า
    #82
    0
  12. #80 rosesukon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 12:15

    ส่งน้องน้ำตาลมาปลอบใจพี่ตรีด่วน แต่คิดไปคิดมาอาจจะคู่กับพี่พีก็ได้นะ

    #80
    0
  13. #79 nidaming (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 12:00
    อยากให้นางเอกท้อง แล้วทิ้งพระเอกไปเลย กลับมาอีกทีมีลูกที่น่ารัก ใจแข็งเข้าไว้น่ะน้ำผึ้ง ต้องหาวิธีสั่งสอนผู้ชายที่ไม่เห็นค่า ให้อกแตกตายไปเลย
    #79
    0
  14. #78 prarotna (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 10:33
    เลววววว
    #78
    0
  15. #77 hebma (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 21:47

    ร้องไห้สงสารตรีมากๆๆๆๆ

    ฮือๆๆๆ  พระเอกนี่เลวได้อีกกกก

    #77
    0
  16. #76 naowarat_epp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 21:26
    เป็นใครก็คงต้องอึ้งที่เห็นคนที่รักกับพี่ชายตัวเองมาด้วยกัน ทั้งที่ไม่ชอบหน้า
    แถมมาทำท่าทางเป็นเจ้าของอีก แต่ก็อีกล่ะ เป็นตัวรองก็ต้องยอมรับความผิดหวัง
    ไว้ให้ดาลันหาคู่ให้ไว้ดามใจ หุหุ
    #76
    0
  17. #75 mo2may (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 19:27
    สงสารตรีอ่ะ T^T

    เกลียดพี่ต้นกับพ่อน้ำผึ้งจัง

    รักลูกคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง 

    ไม่สมควรให้ใครเรียกว่าพ่อหรอกแบบนี้อ่ะ 

    เห็นแก่ตัวจัดๆ

    เฮ้อ 

    พี่ดาลันสู้ๆๆๆ นะคร่า
    #75
    0
  18. #74 nidaming (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 18:06
    พระเอกใจร้ายจัง พูดทำร้ายจิตใจตลอดเลย
    #74
    0
  19. #73 nan-chalunda (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 17:18
    โห่ยยยยยย
    พ่อตรีของช้านนนนนนนนนนนน
    ไรเตอร์รีบๆ หาคนมารักษาแผลใจด่วนๆๆๆเลยนะค่ะ
    #73
    0
  20. #72 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 16:47
    ทุกทางเลือกของน้ำผึ้งมีผลกระทบกับทุกคนจิงๆ แค่ทางเลือกนี้ดูเหมือนน้ำผึ้งดูจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร เท่านั้นเอง

    สงสารตรี ยิ่งอ่านยิ่งสงสาร เฮ่อ!!!
    #72
    0
  21. #71 ช่อชะเอม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 16:28
    รวดเร็วทันใจคนอ่านที่สุดเลยค่ะ (ฉีกยิ้มเต็มใบหน้า)



    อ่านแล้วอยากจะกรี๊ด เลิฟคุณต้นก็ตรงนี้แหละค่ะ ไม่ยอมยกน้ำผึ้งให้ใคร ฮ่าๆๆ คุณมยุรินก็ดีแสนดีนะคะ ครอบครัวนี้น่ารักจัง ชอบจังค่ะ



    ความแค้นไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยนะน้ำผึ้ง แต่ทำไมถึงยังเอาใจช่วยให้แก้แค้นได้สำเร็จก็ไม่รู้ อาจเพราะความสะใจล่ะมั้งคะ คนอย่างคุณชิดชัยสมควรโดนซะบ้าง แต่ยังไงซะเขาก็เป็นพ่อ มันบาปกรรมนักหนา ต่างคนต่างอยู่น่าจะดีที่สุด เฮ้อ!!



    อ่านไปอ่านมาก็แอบเขินนะ ร้ายจริงเชียวคุณต้น (หัวเราะคิกคัก) แต่คุณต้นนี่น่าโดนทุบสักทีนะคะ ตั้งแง่กับน้ำผึ้งเหลือเกิน ตัวเองหึงหวง ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้เค้าแทบตาย แต่พอพาดพิงถึงยัยเด็กรศาก็ดันพูดให้น้ำผึ้งสะอึกอีก แถมเหตุผลในการรับผิดชอบก็ส้น. . .มากอ่ะ เป็นเราคงไม่ดีใจหรอกค่ะที่ถูกผู้ชายบังคับแต่งเพราะเรื่องนั้น แต่งเพื่อหย่า จะแต่งทำไม??



    ส่วนนายตรี เอ่อ.. สงสารนะ แต่ทำใจซะเถอะจ้ะ 5555++ (สงสารแน่เหรอ? =_=)



    อ่อ! ถึงใครจะเกลียดคุณต้น แต่เราคนนึงค่ะที่ไม่เกลียด แค่หมั่นไส้เท่านั้นเอง ถึงยังไงก็เอาใจช่วยทั้งคุณต้นทั้งน้ำผึ้งเลย หุหุ



    ปล. คิดถึงใบหม่อนกับนกันต์แล้วค่ะ รออยู่นะ อิอิ
    #71
    0
  22. #70 บีบีบี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 16:17
    จับพระเอกกดน้ำสักสามที ได้ป่าวคะ
    #70
    0
  23. #69 9647 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 14:59
    สงสารนางเอกมากๆๆเลยค่ะ

    บีบคั้นอารมณ์สุดๆ
    #69
    0
  24. #68 naowarat_epp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 23:55
    แวะมากางเต็นท์นอนรอด้วย
    #68
    0
  25. #64 phai0911 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 21:15
    ปูเสื่อนอนรอ
    #64
    0