เพียงเสี้ยวรัก (ตอน 8 อัพ 100%)

ตอนที่ 7 : Love all I Wanted : Session 5 < Up 100% >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 พ.ย. 55

Love all I Wanted :
Session 5

           วันศุกร์สิ้นเดือน ศรุจีกับหัสนัยถือโอกาสชวนอัยย์ลดาไปสังสรรค์หลังเลิกงาน ครั้งนี้เธอไม่ขัดเพราะกำลังเซ็งๆ เบื่อๆ โดยระบุสาเหตุไม่ได้ สองสาวอาศัยรถของหัสนัยเดินทางมาที่ผับแถวๆ เลียบทางด่วนย่านรามอินทราซึ่งไม่ไกลจากที่ทำงานนัก ทั้งสามเดินไปยังโต๊ะที่โทรศัพท์มาจองล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงบ่ายซึ่งอยู่ห่างจากเวทีภายใต้เต้นท์ทรงกลมมาพอสมควร พลางนั่งลงที่เก้าอี้สีส้มพาสเทลสำหรับสี่ที่

แม้จะเป็นช่วงเวลาหัวค่ำแต่ก็เริ่มมีคนทยอยเข้ามาในร้านไม่ขาดสาย ทางร้านเปิดไฟประดับเจิดจ้าตั้งแต่ทางเข้า พ่วงด้วยโคมผ้าห้อยระย้าจากเสาด้านบนทำให้อัยย์ลดานึกชื่นชมผู้ตกแต่งร้านแห่งนี้จนมีสีสันได้บรรยากาศมิกซ์แอนด์แมช และมีกลิ่นความเก่านิดๆ

ร้านนี้ใครแนะนำเหรอหลิว แต่งร้านเข้าท่าดีนะ” อัยย์ลดาถามขึ้น กวาดสายตาคู่สวยไปรอบๆ อย่างพอใจ ใบหลิวยิ้มนิดๆ เหลือบมองหัสนัยก่อนตอบ

เป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ พอดีได้บัตรลดมา โปรโมชั่นน่าสนใจก็เลยลองมาดูน่ะ ชอบเหรอ?” ใบหลิวถามต่อ อดยิ้มไม่ได้เมื่ออัยย์ลดาที่ปกติปากหนัก ชมอะไรยากจะเปิดปากว่าถูกใจ อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ

ฮื่อ ก็ชอบ เปิดเพลงก็โอเคนะ สบายๆ ดี” เธอไม่ได้ปิดบัง ชอบก็บอกชอบ

อัยย์ลดายังสังเกตสังกาทุกรายละเอียดภายในร้านอาหารกึ่งผับเอาท์ดอร์แห่งนี้ ทั้งการตกแต่งที่ลงตัว เพลงที่เปิดคลอรอเวลานักดนตรีบรรเลงสดยามค่ำคืน เสียอย่างเดียวถ้าหญิงสาวได้รู้ว่าใครเป็นส่วนหนึ่งของหุ้นส่วนใหญ่ของร้าน Glizter นั่นแหละจึงอาจจะไม่พอใจ

แน่นอนว่าศรุจีไม่ปริปาก แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่ได้บัตรส่วนลดของร้านมาจากโอเปอเรเตอร์ของบริษัท มีหลายๆ คนมาเที่ยวที่นี่แล้ว มีก็แต่อัยย์ลดาที่ยังตามข่าวไม่ทันเพราะไม่ค่อยสังสรรค์หลังเลิกงานอย่างคนอื่นเขา เมื่อใกล้จะยี่สิบนาฬิกาเธอก็มองหาปริวรรษณ์ที่นัดเอาไว้

โอมยังไม่มาเลย อะไรของเขานะ นัดกันไว้ดิบดีแท้ๆ” อัยย์ลดาเริ่มหงุดหงิด เธอใช้เรียวแขนทั้งสองเท้าคางเอาไว้ ดวงตาดำขลับกวาดมองไปยังทางเข้าร้านเป็นระยะ

ใจเย็นๆ น่ะอัยย์ ดื่มรอๆ กันก่อน เอาอะไรดี เบียร์ ไวน์หรือว่าเหล้า” หัสนัยเป็นคนพูด แล้วถามความคิดเห็นของทั้งแฟนสาวและเพื่อนว่าจะสั่งเครื่องดื่มอะไร ซึ่งดูเหมือนอัยย์ลดาจะไม่ได้สนใจนัก เหตุผลหนึ่งที่มาคืนนี้ก็เพราะนัดปริวรรษณ์ที่ลาออกไปแล้วมาพบกันด้วย แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่มา

ได้หมด” อัยย์ลดาบอก

ใบหลิวจึงหันไปสั่งเบียร์สำหรับทุกคนพร้อมกับแกล้มอีกสามสี่อย่าง คนที่ถูกประเหลาะให้ใจเย็นเย็นไม่ไหวอีก เพราะนานๆ ทีจะได้พบปริวรรษณ์ที่ขาดการติดต่อไปเลยหลังจากที่ไปพบเขาที่บ้านวันนั้น ร่างโปร่งระหงผุดลุกขึ้นปลีกตัวไปโทรศัพท์หาปริวรรษณ์ เธอตกอยู่ในสายตาของอันดาโดยไม่รู้ตัว เมื่อศรุจีบอกว่าคืนนี้จะมาดื่มที่ร้าน Glizter อันดาก็เฝ้าหวังว่าอัยย์ลดาจะมาด้วย แล้วเธอก็มาจริงๆ รอยยิ้มบางผุดบนใบหน้าหล่อคมเมื่อสมใจ

อัยยลดารอปริวรรษณ์รับโทรศัพท์ด้วยใจจดจ่อ หากไม่รับครั้งนี้เธอจะไม่ติดต่อเขาแล้ว อาการแง่งอนส่งให้ดวงหน้าสวยหวานบึ้งตึง

ฮัลโหล อัยย์” ปลายเสียงตอบกลับมารู้ดีว่าเป็นใครที่โทรหาเขาในเวลานี้

ก็ใช่นะสิ ว่าแต่โอมอยู่ไหนเนี่ยทุกคนรอกันอยู่ ทำไมยังมาไม่ถึงอีก?” อัยย์ลดาถามเสียงขุ่น

ขอโทษจริงๆ นะอัยย์ เรามีงานด่วนต้องทำให้เจ้านายน่ะ ด่วนจริงๆ” กล่าวขอโทษขอโพย

อ้าว!” คนอุทานผิดหวังเต็มที่ แล้วชื่อของใครคนหนึ่งก็ปราดเข้ามาในสมองของเธอ เจ้าของบริษัท Mazz Innovation

นายธิเบศร์ จิระนุกุล อะไรนั่นน่ะรึ ช่างไม่รู้จักเวล่ำเวลาซะเลย นี่มันคืนวันศุกร์นะโอม” อัยย์ลดาบ่นงึมงำ จดจำชื่อของคนที่โดนกล่าวหาว่าซื้อตัวปริวรรษณไปได้ดี อีกฝ่ายถึงกับเลิกแถบคิ้วคมเข้ม แปลกใจที่อัยย์ลดาพูดทั้งชื่อและนามสกุลของเจ้านายเขาได้ถูกเผง

อืม อัยย์รู้จัก คุณธิป ด้วยเหรอ?”

เปล่าหรอก ก็แค่เห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์น่ะ เอาเถอะโอม ไม่ว่างเอาไว้เจอกันคราวหน้าก็ได้” อัยย์ลดาพูดพร้อมถอนใจยาว เธอจะไปทำอะไรได้นอกจากทำใจ

ฮื่อ เราคิดถึงอัยย์นะ” ปริวรรษณ์เอ่ยคำนั้นเบาๆ

อืม คิดถึงเหมือนกัน เทคแคร์ด้วยล่ะโอม” อัยย์ลดายิ้มบางๆ ก่อนตอบกลับไป

ก่อนเดินกลับไปที่โต๊ะหญิงสาวแวะไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านในของร้าน ภายในนั้นมีหญิงสาวสองคนยืนแต่งหน้าอยู่ที่หน้ากระจก อัยย์ลดาจึงเลี่ยงเข้าไปด้านในเพื่อทำธุระส่วนตัว กลับออกมาอีกครั้งคนที่ยืนอยู่หน้าอ่างล้างหน้าก็ยังไม่เสร็จภารกิจ ขณะแต่งหน้าก็เม้าส์ไปด้วย

คืนนี้เขาจะมาไหมน้า ฉันมาติดกันสองคืนก็ยังไม่เจอเลย”

หนึ่งในสองสาวส่งสายตาละเมอเพ้อพกเมื่อเอ่ยถึงใครคนหนึ่ง ขณะอัยย์ลดาไปหยุดล้างมือข้างๆ เธอปรายตามองสองสาวหน้าหมวยที่ตั้งหน้าตั้งตาแต่งหน้าอย่างกับจะไปประกวดงานไหนสักงานเพราะหนาจัด

ก็เขาไม่ใช่นักร้องประจำที่ร้านนี่ ฉันรู้มาว่าเป็นหุ้นส่วนต่างหาก หล้อหล่อล่ะแก นังรี่มันเคยมาเจอทีหนึ่ง” อีกคนสำทับ

คืนนี้นะฉันไม่พลาดแน่ ยังไงก็ต้องได้เบอร์แหละ” เธอส่งความตั้งใจมาดมั่นเสียเหลือเกิน แววตาคู่สวยพริบพราว อัยย์ลดาส่ายหน้าไปมาในใจแล้วเดินออกมา

ผู้หญิงสมัยนี้นี่นะ ต้องตามล่าผู้ชายกันขนาดนี้เชียวหรือ?’ คนไม่เคยทำสงสัย

ตกลงไอ้โอมมันจะมาไหม?” ศรุจีเป็นคนถามขึ้นเมื่อเพื่อนสาวกลับมาที่โต๊ะ อัยย์ลดาส่ายหน้า

เออน่า ช่างมันเถอะวันหน้าเดี๋ยวนัดใหม่ก็ได้ ดื่มๆ เอ้านี่ ของอัยย์” หัสนัยเป็นคนเปลี่ยนเรื่องแล้วส่งแก้วเบียร์เย็นเฉียบให้ ไม่อย่างนั้นศรุจีคงจะบ่นเรื่องเพื่อนหนุ่มไม่หยุดปาก ปาร์ตี้คืนนี้จะพาลแกร่วแถมยังไปตอกย้ำอัยย์ลดาอีก มือบางรับไปแล้วยกซดแก้ร้อนทีเดียวครึ่งแก้วพาให้ศรุจีกับหัสนัยมองหน้ากันงงๆ ท่าทางจะ โหย ไม่ใช่ กระหาย เพียงอย่างเดียว

 

           รัทกรเป็นฝ่ายเดินเข้ามาทักทายอันดาซึ่งนั่งดูโน้ตเพลงอยู่ภายในห้องเก็บอุปกรณ์ดนตรี เห็นชายหนุ่มกำลังนำกีต้าร์โปร่งออกมาจากกระเป๋าหนังและฮัมเพลงเบาๆ ขณะแกะโน้ตจนรัทกรยิ้มพราว ดูก็รู้ว่าอันดาอารมณ์ดีเข้าขั้นจึงเดินเข้ามาตบบ่ากว้างเบาๆ อีกฝ่ายจึงหันมามอง

           “คืนนี้แกขึ้นร้องเพลงด้วยล่ะ สาวๆ มานั่งรอแกเพียบเลย”

สาวที่ไหน ไม่ได้นัด” อันดาบอก รัทกรส่ายหน้าไปมา ทำอย่างกับว่า...ไม่รู้ตัวว่าเสน่ห์ที่ติดตัวมามีมากแค่ไหน เมื่อเห็นรัทกรทำหน้าเยาะๆ อันดาก็กลั้วหัวเราะยิ่งส่งให้ใบหน้านั้นน่ามอง

ไม่ได้นัดก็มีมานั่งรอนอนรอ ดีนะที่ตอนนี้แกไม่มีห่วงผูกคอ ไม่อย่างนั้นผู้หญิงคนนั้นคงน่าสงสาร เพราะต้องตามหึงตามหวงแกจนเหนื่อย” อันดารับฟังแล้วส่ายหน้าไปมาส่งเสียง ฮึ ในลำคอหนา เขาวางโน้ตในมือลงบนโต๊ะเล็กๆ พลางดูนาฬิกา

จะเล่นกี่โมงก็บอก พอดีวันนี้มีเพื่อนที่ทำงานมาด้วย นั่งโซนข้างหน้า”

เพื่อนเท่านั้นเหรอวะ แล้วๆ ผู้หญิงที่เล่าให้ฟังล่ะ มาไหมวะ?” รัทกรถามสนใจ อันดาพยักหน้าน้อยๆ ก็เพราะอัยย์ลดามานี่แหละเขาถึงได้เก็บตัวอยู่แต่ข้างในร้านเพื่อรอเวลา

อยากเห็นว่ะ ขอออกไปดูหน้าหน่อยได้ป่ะ คนที่ทำให้แกลืมรันได้น่ะ” รัทกรพูด ทำท่าจะผละไปจากตรงนั้นอันดาก็คว้าเสื้อเขาเอาไว้

ทำให้เนียนหน่อยก็แล้วกัน เขาไม่ชอบพวกขี้หลี กะล่อน อย่าไปเกะกะสายตานัก”

อันดาออกอาการหวงก้างทันที แต่ก็ยอมปล่อยชายเสื้อของรัทกรในตอนหลัง อีกฝ่ายยิ้มกริ่มเมื่อเพื่อนรักออกแนวหวงทั้งที่ก็แค่จีบหญิงสาวคนที่ว่า ยังไม่ใช่แฟนสักหน่อย

แล้วแกไม่กะล่อนรึ เจ้าชู้ตัวพ่อแบบแกถ้าเขารู้แกก็ตกกระป๋องเหมือนกันแหละน่า ฮ่าๆๆ” รัทกรหัวเราะลั่นใส่หน้า อันดาหมั่นไส้เลยปากระป๋องน้ำอัดลมไล่หลังแต่ไม่โดนเพราะเพื่อนรักกระโดดตัวลอยหลบทัน

 

สี่ทุ่มสิบห้าเป็นเวลาที่วงดนตรีวงแรกจะจบการแสดง เสียงปรบมือรัวขึ้นส่งและปรบต้อนรับนักร้องที่กำลังจะก้าวขึ้นเวทีคล้ายการรอคอยสิ้นสุดลง เสียงดังอื้ออึงจนอัยย์ลดาละสายตาจากวงสนทนาไปมองบ้าง บนเวทียกสเต็บยังว่างเปล่าแต่วินาทีต่อจากนั้นดวงตากลมโตก็เบิกกว้างเมื่อเห็นนักดนตรีที่ก้าวขึ้นมาพร้อมกีต้าร์โปร่งอย่างสง่าผ่าเผย

นั่นมัน อันดา

เจ้าของร่างสูงใหญ่คุ้นสายตาอยู่ในเสื้อยืดสีขาว กับกางเกงยีนสีซีด ขาดๆ ตามสไตล์เซอร์ๆ ผมยาวประบ่าที่เคยถูกปล่อยเป็นธรรมชาติถูกมัดรวบเรียบร้อยเปิดใบหน้าขาวสะอาดให้ยิ่งน่ามอง เขาทรุดลงนั่งที่เก้าอี้สตูลกลางเวที โปรยยิ้มนิดๆ ที่มุมปากแบบหว่านเสน่ห์ เสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังเกรียวจนแทบอุดหูหนี อัยย์ลดาจ้องมองเขาคนนั้นให้ชัดแก่สายตาก่อนหันขวับมาหาผู้ร่วมโต๊ะทันที แววตาดุๆ ภายใต้เรียวคิ้วโค้งสวยจ้องมอง

ศรุจีก่อนใคร

แกรู้ใช่ไหมหลิว แล้วแกล่ะแดน?” เสียงห้วนคาดคั้นเพื่อนทั้งสอง

อือฮึ อย่าเพิ่งฉุนน่าอัยย์ แกเพิ่งบอกเองว่าชอบร้านนี้นี่นา อย่าบอกว่าตอนนี้ไม่ชอบแล้ว” ใบหลิวดักคอ

ไม่แล้วไม่ชอบ ถ้าบอกก่อนว่านายนั่นร้องเพลงอยู่ที่นี่ ฉันไม่มาหรอก” อัยย์ลดาบ่นงึมงำ หัวคิ้วเรียวแทบชนกันเมื่อคิดว่าพลาด

ที่จริงอ่ะ ไม่ใช่แค่ร้องเพลงที่นี่ แต่เจ้าหนุ่มนั่นเป็นเจ้าของที่นี่” ใบหลิวบอกเสียงอ่อย เมื่อความจริงบางเรื่องเปิดเผยก็เลยไม่อยากปิดบังส่วนที่เหลือ อัยย์ลดาซึ่งหงุดหงิดเข้าขั้นถึงกับคว้าแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นดื่มอั้กๆ ดับอารมณ์ร้อนข้างใน

เอาน่าสาวๆ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ยังไงอันดาก็ไม่มาวุ่นวายหรอก เขาต้องร้องเพลงให้ผู้หญิงพวกนั้นชื่นชม”

หัสนัยชี้ไป เห็นจะจริงเพราะเขาถูกรายล้อมด้วยสาวๆ ที่นั่งสลอนที่โต๊ะด้านหน้า สายตาเจ้าหล่อนจดจ่อไปที่อันดาเพียงอย่างเดียว อันดาวางมือลงบนสายกีต้าร์โปร่ง เริ่มบรรเลงทำนองเพลงอคูสติก และเปล่งเสียงร้องนุ่มนวล...

เมื่อเราเจอกัน เจอกันแค่ครั้งเดียว
ก็ผูกพันธ์เหมือน ใกล้ชิดมานาน
บอกไม่ถูกว่าทำไม หรือเราจะเคย...

ได้เจอกันชาติก่อน
ต่างใจตรงกัน มองตาก็เข้าใจ
แต่คงเป็นเพียง ได้แค่มองตา
อยากจะกอดเก็บเธอไว้ แต่พบกันเมื่อสาย...
ไม่อยากจะแย่งใคร
น่าจะเจอกันมาตั้งนาน ก่อนที่เธอจะเป็นของใคร
อยากให้มันมีปาฏิหาริย์ ให้ตัวฉันย้อนเวลากลับไป
จะไม่ยอมให้เราคลาดกัน

ฉันคงจะพบรักเธอก่อนใคร

มันน่าเสียดาย ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง...

 

ทุกคน ณ ที่นั้นกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงทุ้มที่ขับกล่อม อัยย์ลดาแค่หยุดฟังตามมารยาทแล้วก็เผลอไผล รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงปรบมือดังขึ้นเกรียวกราวเมื่อเพลงจบ ความหวานซึ้งของเพลงรักพาให้อารมณ์เคลิ้มไหวไปได้เช่นกัน แต่แล้วทุกอย่างก็มลายวับเมื่อหญิงสาวมากกว่าสองไปออตรงหน้าเวทีรอมอบช่อดอกไม้ให้เขา ที่อุกอาจกว่านั้นคือหญิงสาวที่อัยย์ลดาพบในห้องน้ำเมื่อหัวค่ำก้าวขึ้นเข้าใกล้ร่างสูงที่อยู่บนเก้าอี้สตูลพร้อมกับโน้มดวงหน้าไปแตะจูบที่ใบหน้าหล่อเหลาจนเกิดเสียงฮือขึ้น คนที่หน้าร้อนกลับกลายเป็นคนมอง ดวงตาคู่สวยตวัดกลับหลุบลงต่ำเก็บกดอารมณ์บางอย่างที่พุ่งขึ้นอย่างไม่เข้าใจตัวเองนัก

           ไม่นะ อัยย์ เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับหมอนั่น แล้วจะใจเต้นทำไมเล่า!’
           ทั้งที่บอกตัวเองอย่างนั้น แต่มือบางเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว เสียงหัวใจเต้นโครมครามสงบลงอย่างช้าๆ เมื่ออัยย์ลดาข่มไว้ภายใต้ความรู้สึกแปลกๆ ที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจเงียบๆ

อันดาร้องอีกสองเพลงแล้วลงมาจากเวที เขาต้องทักทายรายทางที่โต๊ะต่างๆ โดยเฉพาะที่มีสาวสวยนั่งชะเง้อคอรอคอยกว่าจะมาถึงโต๊ะของศรุจีก็นานเนิ่น ร่างสูงใหญ่หยุดยืนเบื้องหลังของอัยย์ลดาส่งยิ้มให้ศรุจีกับหัสนัยพร้อมขยับเก้าอี้นั่งลงข้างๆ หญิงสาวที่กำลังเบ้หน้าใส่เขาด้วยความหมั่นไส้ อันดายิ้มให้โดยที่อีกฝ่ายไม่สนใจจะมองเขาสักนิด แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ

สวัสดีครับอัยย์ พอไหวไหมครับพี่ๆ ขาดอะไรบอกผมได้นะครับ”

อันดาถามไถ่ในฐานะเจ้าของร้าน แล้วปรายสายตามองอัยย์ลดาที่เบือนหน้าไปอีกทาง

ครบๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ดื่มด้วยกันสิ อันดา” หัสนัยเอ่ยชวน พลางรินเบียร์แล้วยื่นให้หนุ่มรุ่นน้อง

เปลือง!” อัยย์ลดาพูดขึ้นลอยๆ เธอนั่งกอดอกพิงเก้าอี้ ส่งสีหน้ากวนๆ ใส่คนหน้าเป็น อันดายิ้มเย็นยื่นหน้าไปมองคนพูดใกล้ๆ

งั้นเหยือกนี้ผมเลี้ยงเอง” อันดาเอ่ยยังยิ้มพราย ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มอย่างใจเย็น

เมื่อกี้เพลงเพราะนะอันดา พี่ชอบ” ศรุจีชมเปาะ หาทางเปลี่ยนเรื่องซะก่อนที่อัยย์ลดาจะขย้ำชายหนุ่มรุ่นน้องด้วยสายตาดุๆ อันดายิ้มแย้มผงกศีรษะกับคำชมนั้นก่อนจะยื่นใบหน้าหล่อคมเข้าไปใกล้อัยย์ลดากระซิบถามเธอเบาๆ

แล้วอัยย์ล่ะครับ ชอบไหม...ผมร้องให้คุณนะ”

น้ำสีเหลืองแก่แทบสำลักพุ่งออกจากกระพุ้งแก้มเพราะหญิงสาวกำลังจะกลืนมันพอดี ดวงหน้าอ่อนบางที่เริ่มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ผงะออกห่างอย่างตกใจ เพราะอาการใกล้ชิดและคำพูดร้อนหู ส่งดวงตาเขียวปั๊ดหันมาเล่นงานอันดาทันที เธอไอแค่กเบาๆ

บ้าหรือไง! ไม่ต้องเอาฉันเข้าไปเกี่ยวเลยนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นของนาย” แหววใส่

พวกไหน? นั่นก็แค่ลูกค้าเท่านั้นนะครับ อัยย์” อันดาแย้ง

ทั้งๆ ที่คนร่วมโต๊ะได้ยินบทสนทนาแปร่งๆ จากอันดากับอัยย์ลดา แต่ศรุจีกับหัสนัยกลับทำหูทวนลมปล่อยคนทั้งคู่อยู่ในโลกส่วนตัว จะถกเถียงแง่งอนก็ทำได้ตามใจ ส่วนคู่รักก็นั่งดื่มสลับคุยกับกระหนุงกระหนิง แต่ดูเหมือนอัยย์ลดาไม่ต้องการอย่างนั้นเลย

น้องๆ ขอเบียร์อีกเหยือก คิดเงินที่พี่นะ ไม่ใช่นายคนนี้” อัยย์ลดาเรียกบริกรมาสั่งเสียเอง ไม่ยินดีให้อันดาเลี้ยงเบียร์เหยือกนี้เป็นอันขาด รอยยิ้มหยักลึกตรงมุมปากฉาบขึ้น มองคนที่อวดเก่งนิ่งๆ ไม่เอ่ยอะไรยั่วประสาทอีก เวลาผ่านไปไม่นานเบียร์ในเหยือกนั้นก็พร่องลงกว่าครึ่ง เขาจึงหันไปมองคนสั่งก็พบว่าร่างบอบบางนั่งกึ่งเอียงจนต้องเท้าแขนทั้งสองบนโต๊ะ

อ่ะอ้าว ไอ้อัยย์เมาเหรอแก?”

เสียงอ้อแอ้ของศรุจีทักถาม ใช่ว่าตัวเองจะไม่มึนที่จริงก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพียงแต่วันนี้อัยย์ลดาดื่มเร็วและมากกว่าทุกครั้งเธอจึงทรงตัวไม่ค่อยอยู่ ท่อนแขนแข็งแรงยื่นมาจับบ่าบางไว้เมื่อร่างโปร่งเอียงกระเท่เร่ หัสนัยเหลือบสายตาดูนาฬิกาที่ข้อมือใหญ่

เกือบหนึ่งนาฬิกาแล้ว...

สงสัยต้องกลับแล้วว่ะ อันดา” แดนบอก พลางโบกเรียกบริกรมาเช็คบิล อันดาเหลือบมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น

อัยย์มายังไงเหรอครับ แล้วรถของเขาล่ะ” อันดาซึ่งไม่ได้เมาแม้แต่น้อยถามขึ้น จดจ้องดวงหน้าของเธอเผลอไผล

มากับพี่นี่แหละ รถจอดไว้ที่ออฟฟิศ”

อืม พี่แดน ให้ผมไปส่งอัยย์ได้ไหมครับ?”

เฮ้ย! จะดีเร้อ ไม่ดีกว่ามั้ง” หัสนัยส่ายหน้าไปมา พร้อมกับเหลือบมองศรุจีหวังจะถามความคิดเห็น แต่อาการง่วงงุนกับมึนน้อยๆ ทำให้เขาไม่ได้คิดอะไรมากทั้งที่ควรคิด แต่กำชับกำชาอันดาเสียงเข้มนิดหน่อย

เชื่อใจผมเถอะพี่แดน พี่จะได้ไปส่งพี่หลิวเลยไงครับ นี่ก็ดึกแล้ว”

อันดาเกลี้ยกล่อม อีกฝ่ายหยุดคิดนิดหนึ่งเพราะสมองแล่นช้าก่อนพยักหน้า

นายห้ามทำอะไรอัยย์นะโว้ย ไปส่งเฉยๆ พอ หลิว ใบหลิวคร๊าบ กลับกันเถอะ” หัสนัยเรียกแฟนสาวแล้วเดินออกไปจากร้านพร้อมกัน  ปล่อยอัยย์ลดาไว้กับ...คนที่เธอเรียกราชสีห์เสียอย่างนั้น 

 

เสียงเครื่องยนต์ครางเบาขณะที่รถเต่าเคลื่อนช้าๆ เข้าจอดในลานโล่งของบริเวณบ้านที่เขาเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่ทางโดยรอบถูกปกคลุมจนมืดมิด และสงัดเงียบทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง อันดาปรายเรียวตาคมเข้มเป็นประกายมองหญิงสาวที่ซุกหลับที่เบาะข้างๆ ตลอดทางที่เขาขับรถมาด้วยแววตาเอ็นดู ก้าวลงจากรถแล้วมาพยุงร่างโปร่งบางลงมาด้วยกัน เขาควานหากุญแจบ้านในกระเป๋าสะพายติดตัวของเธอกว่าจะหาเจอและไขเข้าไปได้ก็ทุลักทุเล ไหนจะคนในอ้อมกอดที่พร้อมจะทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีที่เขาปล่อยมืออีก อันดาจึงใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งกอดกระชับเอวคอดบางภายใต้เสื้อตัวหลวมโคร่งของอัยย์ลดาไว้

เฮ้อ...

เสียงชายหนุ่มพ่นลมหายใจเมื่อก้าวพ้นเข้ามาข้างในได้ในที่สุด เขาพาตัวเธอไปพิงไว้ที่บานประตูข้างหนึ่งก่อนเอื้อมมือไปปิดประตูอีกบานลงกลอนแน่นหนา หันกลับมาอีกทีร่างที่บ่นงึมงำจนฟังไม่ได้ศัพท์ แทบยวบลงกับพื้น

อัยย์!” อันดาเข้าไปคว้ากอดแล้วจับเธอขึ้นมายืนอีกครั้ง ร่างโปร่งระหงโน้มตัวมาซบบ่ากว้าง มิได้ขัดขืนปิดกั้นผิวเนื้อนุ่มๆ กับแผงอกกว้างแข็งแรงนั่น อันดาเอียงคอลงมองดวงหน้าแดงจัดเพราะฤทธิ์เบียร์แล้วส่ายหน้าไปมา เรือนผมยาวรุ่ยร่ายลงข้างผิวแก้มหอมกรุ่นละไปถึงลำคอระหง

ชั่วครู่ ณ วินาทีที่คนทั้งคู่ใกล้ชิดอิงแนบ อันดานึกอยากโน้มลงไปประกบจูบริมฝีปากสีชมพูที่อิ่มระเรื่อ เขาจ้องมองเปลือกตาอ่อนบางที่ปิดสนิทแลเห็นแผงขนตางอนงดงาม แล้วจรดสายตาละเรื่อยไปยังผิวแก้มอ่อนใสที่คงจะนุ่มนิ่ม หากได้สัมผัส แต่เมื่ออันดาโน้มร่างสูงเข้าไปใกล้อัยย์ลดาก็ปรือตาขึ้นมอง แววตาสวยซึ้งส่งแววหวานอย่างที่เขาไม่เคยได้รับจนหัวใจเต้นแรง

           เงารางๆ ที่เคลื่อนไหวตรงเบื้องหน้าแลวูบไหว ใบหน้าเรียวของใครคนหนึ่งประชิดอยู่เสียใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ เป่ารด เรียวจมูกโด่งได้รูปกับใบหน้าคมสันกำลังเอียงมองเธอด้วยนัยน์ตาซึ้งๆ ซ้ำร่างทั้งร่างยังถูกกระชับกอดบดเบียดแนบชิด แขนทั้งสองของอัยย์ลดาตกอยู่ข้างตัวไร้การควบคุม ดวงตาคมพราวไหวยามกะพริบถี่ๆ เมื่อโดนฤทธิ์ของมึนเมาเล่นงานจนพร่ามัว มือเรียวบางป่ายสะเปะสะปะขึ้นบนแผ่นอกแข็งๆ เกาะรั้งสาบเสื้อของเขาไว้

ใครน่ะ โอมเหรอ...” เสียงแหบพร่าหลุดลอดจากเรียวปากอิ่มสีระเรื่อ เพราะมีไม่กี่คนหรอกที่ใกล้ชิดเธอได้มากขนาดนี้ มีเพียงพี่ชายไม่ก็เพื่อนไม่ใช่หรือ ไหนเลยจะคิดไปถึงชายหนุ่มแปลกหน้าที่อาสาพาตัวเองมาเกี่ยวข้องกับคนเมาอย่างเขา

เรียวคิ้วหนาเข้มเป็นแถบกระตุก ใครอีกล่ะ?

คนถูกถามไม่ได้โต้ตอบเมื่อชื่อของผู้ชายคนอื่นหลุดลอด ไม่ใช่โชติรส ไม่ใช่เขา แต่เป็นนายโอมอะไรนั่น ครีเอทีฟสาวรุ่นพี่ที่เขานึกสนใจมีใครต่อใครเข้ามาคบหาตั้งมาก ท่าทางเจ้าหล่อนจะเนื้อหอมน่าดูแล้วต่างกันตรงไหนที่เขาเองก็ไม่ได้มีเธอเพียงคนเดียว ความคิดที่จะถนอมอีกฝ่ายลดน้อยลงทันตา แฝงมาด้วยความอิจฉาเจ้าหนุ่มที่อัยย์ลดาละเมอเรียก

โอม โอย...อัยย์ปวดหัวจัง”

คนเมายังเจื้อยแจ้วขณะทำหน้ายู่ เปลือกตาอ่อนบางปิดสนิทจึงไม่มีโอกาสเห็นสายตาคมคายที่แปรเป็นโกรธขึ้งของอันดา เขาครางฮึ่มในลำคอหนา ทั้งที่รู้อยู่หรอกว่าไม่มีสิทธิ์อะไรไปหึง แต่ห้ามแล้วหัวใจมันฟังเสียที่ไหน เรียวตาคมเข้มส่องสะท้อนแววขุ่นใจเขาดันร่างบางไปจนติดผนัง โน้มใบหน้าลงมาใกล้ก่อนประกบจูบที่ริมฝีปากแดงฉ่ำอย่างเหลืออด

อ่ะ โอม...” อัยย์ลดากำลังงงงันกับสัมผัสประหลาดที่พาให้ลมหายใจสะดุด

เจ้าของใบหน้าเนียนใสที่ปกติมักเชิดใส่ คอยแต่จะประชดประชันตั้งท่าเป็นศัตรูกับเขาส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ แต่ไร้การขัดขืนเพราะในหัวมึนงงคล้ายมีตุ้มเหล็กมาถ่วงไว้ ความอุ่นร้อนหากแต่อ่อนโยนจากริมฝีปากหยักสวยเคล้าคลอ และดื่มด่ำความหวานจากเรียวปากอิ่ม ก่อนใช้ความชำนาญกว่าเผยอริมฝีปากอ่อนนุ่มให้เปิดรับความร้อนแรงที่มากกว่า สัมผัสอ่อนโยนแทรกผ่านลำคอระหง แผ่กระแสซ่านสะท้านไหวไปถึงแผ่นหลังบาง

อัยย์

คนที่ไร้การทรงตัวอยู่แล้วตัวอ่อนราวขี้ผึ้งลนไฟ เมื่อโดนมนต์สะกดแปลกปร่าเข้าครอบครอง เรียวแขนกลมกลึงถูกเขาช้อนขึ้นมาให้คล้องคอเขาเพื่อพยุงตัวเธอไว้ พร้อมบดเบียดกายหนาเข้าไปใกล้ชิดโดยไม่ละจูบหวามหวาน รอยตาหวานซึ้งปรือมองอัยย์ลดาอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงอุ้มร่างบอบบางจนตัวลอยไปยังโซฟายาว

รูปหน้าคมคายยอมถอนจูบเมื่อวางอีกฝ่ายลงเบามือ อัยย์ลดาแทบสำลักเพราะหายใจไม่ทัน อันดาถอนหายใจแรงแล้วถอยออกมาตั้งหลัก ร่างสูงใหญ่หยัดกายเต็มความสูงยืนมองคนที่ยังหลับไม่รู้เรื่องราวเสียไกล ถ้าไม่ใช่ว่าเขามีสำนึก ป่านนี้เขาและเธอคงเลยเถิดไปกว่านี้หลายขุม แต่เขาไม่อยากจบแค่คืนเดียวเท่านั้น

อีกไม่กี่ชั่วโมงจะล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่ อันดาตัดสินใจปล่อยให้อัยย์ลดาได้พักผ่อน ส่วนตัวเขาก้าวออกไปที่บริเวณชานบ้านซึ่งอยู่ใกล้ลำคลองเล็กๆ ซึ่งมีสายน้ำไหลเอื่อย บรรยากาศดึกสงัดช่วยบรรเทาอารมณ์ที่รุ่มร้อนให้คลายลงช้าๆ ลมเย็นพัดพริ้วปะทะใบหน้าขาวสะอาดกับผมยาวประบ่าจนไหวตาม เสียงลมหวีดหวิวคลอครางรับกับแมลงกลางคืนที่ร้องระงม ร่างสูงเอนตัวลงนอนบนที่นั่งยาวตรงระเบียงซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง ใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งหนุนแทนหมอนและเผลอเคลิ้มไปในที่สุด

หลิว หลิว” เสียงอู้อี้ร้องเรียกทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตา

ดวงตาหนาหนักปรือขึ้นในเวลาต่อมาเมื่อไม่มีเสียงตอบ ที่นี่เป็นบ้านไม่ใช่ร้านเมื่อคืน อัยย์ลดาพบว่านอนหลับอุตุอยู่ในห้องรับแขกของบ้านตัวเองโดยมีผ้าแพรสีเหลืองห่มคลุมไว้แก้หนาว เสื้อผ้าก็ยังเป็นชุดเดิมทั้งเสื้อยืดกางเกงยีน ส่วนกระเป๋าสะพายใบโปรดวางอยู่ที่โซฟาเดี่ยวตัวข้างๆ อัยย์ลดายังง่วงหาว ร่างโปร่งผุดลุกขึ้นนั่งพลางยืดเรียวแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ ผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่เกิดจากการนอนในที่แคบท่าเดิมทั้งคืน แล้วเสยเรือนผมยาวยุ่งเหยิงขึ้น ไม่มีเรื่องใดให้ต้องกังวลนอกจาก...

เธอกลับมาที่บ้านได้อย่างไร? และใครเป็นคนพามา…?

ประตูไม้บานเดิมถูกเปิดออก อัยย์ลดาก้าวไปข้างหน้าแบบไม่เต็มเท้าออกไปพ้นห้องรับแขก ชะโงกตัวออกไปมองหารถของเธอที่น่าจะจอดอยู่ตรงลานข้างๆ บ้านแต่ที่เห็นกลับกลายเป็นรถเต่าสีเหลืองแปร๋นของใครบางคนที่เธอไม่ปรารถนาเสวนาด้วยจอดเด่นอยู่ นี่มันใช่รถของเธอเสียที่ไหนกัน!

หลิว ไอ้หลิวหลบอยู่ไหน ออกมานะ?” เสียงร้องเรียกดังขึ้นจนกลายเป็นโหวกเหวกเพราะร้อนใจ อัยย์ลดาหมุนตัวกลับเข้ามาข้างในแล้วพุ่งตรงไปยังชานบ้าน อีกที่หนึ่งที่ศรุจีชอบไปนั่งอ้อยอิ่งยามเช้า ความเข้าใจทั้งหมดกำลังบิดเบือนโดยเฉพาะที่เห็นรถเต่าของอันดาด้วยแล้วหัวใจกลับร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อไม่มีเสียงตอบจากเพื่อนสาวอัยย์ลดาก็ยิ่งหงุดหงิด แล้วก็พบว่า ‘ตัวคำตอบ’ ที่ตามหามานอนเอกเขนกหลับตาพริ้มปล่อยให้แสงแดดอ่อนๆ ส่องพาด อันดาสบายอารมณ์ในขณะที่อัยย์ลดาร้อนรุ่ม

อันดาชื่อของชายหนุ่มกลืนหายไปในลำคอด้วยอาการค้างๆ ของอัยย์ลดา

เรียวคิ้วโค้งที่พาดทับดวงตาคู่สวยขมวดเป็นปม อารมณ์โกรธแปรขึ้นมาเป็นริ้วๆ ที่หน้าผากกลมมน เวลานี้โกรธไปถึงศรุจีกับหัสนัยที่ปล่อยให้อันดามายุ่มย่ามแทนที่จะกีดกัน หญิงสาวก้าวพรวดๆ ไปหยิบหมอนใบใหญ่ที่ยัดนุ่นจนตึงเปรี๊ยะหมายจะนำทุ่มใส่ชายหนุ่มที่กำลังหลับสบาย แล้วก็ทำให้เขาทะลึ่งพรวดลุกขึ้นแทบไม่ทัน

อัยย์! อะไรกันล่ะครับ ปลุกแต่เช้าเชียว” อันดาบ่นทั้งที่ยังงัวเงีย แต่ไม่ได้รู้สึกรู้สาที่พบหน้าบึ้งตึงของอัยย์ลดาแต่เช้าตรู่ เขาหรี่เรียวตาจนเล็กหยีมองหญิงสาวทั้งยังสะบัดผมยาวสลวยน่าจับ ปัดไล่ความง่วงงุน

ทำไมจะปลุกไม่ได้ ก็นี่มันบ้านของฉัน” อัยย์ลดาแหวใส่ ส่งดวงตาถมึงทึงเข้าข่ม

ร่างโปร่งบางยืนเท้าเอวมองเขาอยู่ตรงหน้าแววตาเอาเรื่อง เสื้อผ้าชุดเดิมยับย่นและผมเผ้ารุ่ยร่าย โดยลืมมองไปว่าอันดาลุกขึ้นนั่งกำลังจ้องเธอเขม็ง ทั้งที่แผงอกกว้างเปล่าเปลือยอวดความหนาแกร่งเต็มตา ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงยีนตัวที่เธอเห็นเมื่อคืน บ้าชะมัด! อัยย์ลดาหน้าร้อนจนต้องหลบนัยน์ตาวูบ อันดากระตุกยิ้มก่อนจะคว้าเสื้อยืดที่ถอดทิ้งอยู่ข้างๆ เมื่อคืนมาสวม

เขามานอนเปล่าเปลือยตรงนี้ได้ยังไง คนแถวนี้มิเอาไปพูดกันระงมหรือ ให้ตายเถอะทำไมถึงซวยอย่างนี้’

นายมาอยู่ที่บ้านฉันได้ยังไง นี่ฉันโดนเพื่อนทรยศหรือเพราะนายหลอกเพื่อนฉัน หรือว่า...นายมอมเหล้าพวกเรา”

ทุกข้อกล่าวหาส่งให้อันดากลั้นหัวเราะไม่อยู่ เขาน่ะรึไม่เห็นต้องทำถึงขนาดเลย เสือหนุ่มคิดไปยิ้มไป เขายักคิ้วหนาเข้มส่งยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเหนือกว่าโดยเฉพาะตอนที่เหลือบตามองริมฝีปากที่กำลังด่าทอเขา เมื่อคืนช่างนุ่มนิ่มและหวานนัก

นี่นายมองอะไร นายอันดา...ตอบฉันมานะ”

หึ! อัยย์มอมตัวเองต่างหากล่ะครับ ผมก็แค่มาส่งเพราะดึกมากแล้ว”

แล้วมันกงการอะไรของนายเล่า ทำตัวเหมือนสนิทชิดเชื้อ นายไม่ใช่เพื่อนไม่ได้เป็นอะไรกับฉันสักหน่อย ถือวิสาสะเข้ามาในบ้านของฉันแล้วก็นอนค้างที่นี่โดยไม่ขออนุญาต ไร้มารยาทสิ้นดี” อัยย์ลดาตำหนิมาเป็นชุด เสียงแหวเริ่มดังขึ้นจนเริ่มเป็นที่สนใจเธอจึงดึงอันดาเข้ามาภายในบ้านเพื่อต่อว่าต่อ เมื่อชายหนุ่มผุดลุกขึ้นเขาก็ใช้มือเสยผมรวกๆ พ่นลมหายใจหนักๆ แววตาขุ่นข้อง

พอตื่นนี่ฤทธิ์เยอะ สงสัยต้องมอมให้เมาทุกคืนจะได้ว่าง่ายๆ’

รอยยิ้มวาบขึ้นในแววตาสีเข้มยากจะเดา คนถูกมองไม่ชอบใจนัก รอยยิ้มหยันคล้ายจะเยาะจนอัยย์ลดาแทบเต้นโดยลืมมองตัวเองไปว่าเวลานี้อันดายืนอยู่ชิดร่างของเธอก็เพราะแรงดึงรั้งเสื้อของเขาให้เดินตามมา

หืม ว่ายังไงครับ อยากคุยอะไรกับผมเหรอ” 

คนถูกต่อว่าต่อขานพอใจที่ได้ใกล้ อันดาก้าวตามแต่กลับไม่ได้หยุดเมื่ออัยย์ลดาหยุดจนเธอต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปอีกก้าว ดวงตาฉงนขมวดคิ้วมุ่น นอกจากอันดาจะไม่สลดเขายังจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ

นะ นายจะทำอะไร?” ถามเสียงหลง จู่ๆ สายตาคมเข้มก็มองไล้ดวงหน้าของเธอมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปากแห้งผาก

ก็ทำแบบนี้ไงครับ”

อัยย์ลดาถอยกรูดยามที่คนพูดโน้มร่างสูงกว่าตัวเธอมากลงมาใกล้ หญิงสาวหน้าเหวอสาวเท้าถอยหลังเร็วๆ แบบไม่ดูตาม้าตาเรือก่อนชนเข้ากับขอบโซฟาตัวเดิมกลางห้องรับแขก ส่งให้หงายหลังตึงลงไปทั้งตัว เป็นผลให้อันดาเอื้อมไปคว้าเอวคอดบางมากอดแล้วล้มลงไปพร้อมๆ กัน คนหนึ่งหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ คนหนึ่งลืมตาโพลงเพราะเกรงว่าอัยย์ลดาจะล้มไปโดนอะไรเข้า กว่าที่หญิงสาวจะรู้สึกตัวแล้วลืมตาขึ้นก็ต้องตกอยู่ใต้อาณัติของคนตัวโต แบบที่กระดิกกระเดี้ยไปไหนไม่ได้สักคืบ

ออกไปนะ” สั่งเสียงสั่น ทั้งยังบังคับให้แข็งและห้วนเข้าไว้ หาได้ทำให้อันดาสะทกสะท้านหรือก็ไม่

คนตัวไม่ใช่เล็กๆ ทาบทับร่างอยู่เหนือตัวเธอจนดวงหน้าเหยเก สุ้มเสียงภายในอกร้องลั่นพร้อมสั่นไหว อัยย์ลดาผลักไสสุดแรงใช้มือบางยันกายหนาใหญ่ที่หนักอึ้งออกห่าง แต่ถ้าอันดาไม่เห็นพ้องด้วยก็เปล่าประโยชน์เพราะเขายังคงทิ้งน้ำหนักบนตัวเธอโดยไม่ได้ค้ำเรียวแขนเอาไว้แต่อย่างใด พอใจเสียอีกที่ได้ใกล้แบบเนื้อแนบเนื้อที่กั้นกลางไว้ก็แค่เพียงเนื้อผ้า

เส้นผมนุ่มประบ่าของเขาทอดลงมาคลอเคลียไล้ดวงหน้าที่กำลังร้อนฉ่าของเธอ หญิงสาวเมินหน้าหนี

อันดา นายออกไปเดี๋ยวนี้นะ” อัยย์ลดาไล่

พูดดีๆ กับผมก่อนสิ ผมถึงจะฟัง” อันดาตั้งแง่ เลิกแถบคิ้วคมเข้มกวนๆ ใส่

คนถูกบังคับสะบัดใบหน้าพรืดไม่ชอบโดนสั่ง โดนบีบบังคับหรืออะไรทั้งนั้น เมื่อเห็นว่าหญิงสาวพูดยากไม่ยอมแม้แต่จะพูดกับเขาดีๆ อันดาก็คิดว่าต้องปราบพยศเสียหน่อย รอยตาคมเข้มเป็นประกายยามจรดเรียวตาคมมองดวงหน้าได้รูป แล้วมาหยุดนิ่งตรงเรียวปากสีอ่อนราวกลีบกุหลาบแรกแย้ม นึกถึงรสสัมผัสเมื่อคืนที่ยังหวานติดริมฝีปาก รอยจูบเมื่อคืนกับตอนนี้จะต่างกันก็ตรงที่เจ้าของริมฝีปากตื่นอยู่หรือว่าหลับใหล

ตื่นมารับรู้เสียบ้างก็ดี อัยย์ลดาจะได้อยู่กับความเป็นจริงที่ว่าเขารู้สึกกับเธออย่างไร 

กรี๊ด..ดด ไอ้บ้า ไอ้บ้าอันดา!”

อัยย์ลดาดิ้นรนโดยพลิกใบหน้านวลเนียนหันซ้ายหันขวาหลบหนี ยามที่เห็นเรียวจมูกโด่งเป็นสันก้มลงมาซุกไซ้ใกล้พวงแก้ม เกือบจะถึงแล้ว หัวใจก็เกือบจะหยุดเต้น...!!

เท่านั้นก็พาให้อัยย์ลดากลั้นหายใจ หัวใจดวงเดิมเต้นระรัว อันดากลับหยุดชะงักค้างไว้ด้วยระยะห่างไม่ถึงสามเซนติเมตร พาให้หัวใจดวงเล็กๆ เต้นตึ่กๆ ตื่นตระหนกใกล้จะวายเสียให้ได้ อันดาหัวเราะหึๆ ในลำคอมองคนปากเก่งแต่ไม่ประสา ดูอย่างจูบเมื่อคืนเขาก็รู้แล้วว่าอัยย์ลดาผ่านอะไรมาบ้าง เกิดก่อน อายุมากกว่าใช่ว่าจะรู้มากกว่าทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความรัก เขาเชื่อสนิทว่าอัยย์ลดายังห่างกันหลายขุมนักกับบรรดาหญิงสาวที่เขาเคยควง ดูอย่างเวลานี้เธอหลับตาปี๋ ร่างบอบบางสั่นน้อยๆ จนเขารู้สึกแล้วความกลัวก็ถูกผสมด้วยความโกรธเกรี้ยวที่โดนกดขี่ 

ถ้าพูดดีๆ รับรองว่าจะไม่ทำอะไร พูดจาดีๆ กับผมด้วยอัยย์ แล้วผมจะยอมปล่อยคุณ” เขาเอ่ยเสียงเยียบกล้าหาญมาข่มขู่ นัยน์ตาของหญิงสาวจึงวาววับ

นายขู่ฉันเรอะอันดา ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ปล่อยฉันนะปล่อยสิ ปล้อย!

อัยย์ลดาโวยวายลั่นไม่เกรงกลัวเพื่อนบ้านจะแห่แหนมาดูแล้วเก็บไปเป็นขี้ปากอย่างตอนแรก เวลานี้ไม่มีอะไรต้องกลัว หรือไม่ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวมากไปกว่าสายตาเจ้าเล่ห์ของเสือร้ายคนนี้หรอก เด็กเมื่อวานซืนชะงักกึก ก่อนครางแผ่วในลำคอเยาะๆ

เด็กงั้นเรอะ!

แล้วไงล่ะพี่สาว อยากเป็นพี่มากนักหรือไง คุณถึงได้อยากให้ผมเป็นน้องนัก อัยย์คุณกับผมเราไม่ต่างกันหรอกเชื่อสิ” อันดาโต้กลับชักเดือดปุด อารมณ์นิ่งๆ ยามปกติแปรเปลี่ยนเป็นกร้าวแข็ง อัยย์ลดาทำใจดีสู้เสือส่งสายตาจ้องเขาเอาจริงเอาจัง ไม่ได้ขลาดแต่สุดท้ายก็ต้องหลบวูบเมื่อแววตาอันดาเอาจริง แถมยังน่ากลัวเป็นที่สุด

ใครว่าผมเป็นเด็กเมื่อวานซืน คุณต่างหากล่ะ ไม่ประสาเสียอย่างนั้น”

มือเล็กเริ่มทุบรัวยิ่งผลักไสรุนแรงเท่าใดอันดากลับยิ่งกอดรัด รัดรึงจนอึดอัด อันดาดันทุรังจะเอาคืนผู้หญิงปากแข็งคนนี้ให้สาสม ปนน้อยใจกับคำพูดคำจากร้าวร้าวและไม่ญาติดีกับเขา

ชายหนุ่มมองดวงตากลมโตคู่นี้ออก เมื่อคืนอัยย์ลดาไม่พอใจที่เขาอยู่ท่ามกลางหญิงสาวมากหน้า แล้วมาวันนี้เธอก็ทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ ส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์ทั้งที่รอยตาคู่นั้นแสดงออกว่าหึงและเกิดปฏิกริยากับเขามาหมาดๆ หรือจะเป็นการเข้าข้างตัวเองที่เผลอไปคิดว่าอัยย์ลดาเป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องนี้

ถ้า...ถ้านายทำอะไรฉันนะ อันดา ฉันจะ...เกลียดนาย”

คำว่า ‘เกลียด’ ยังไม่จบดี เสียงกร้าวก็เลือนหาย

ได้ ผมจะจำไว้” เสียงของอันดาลอดไรฟัน

เสียงแหววกรอกหูจนน่ารำคาญ มือเรียวบางที่คอยแต่จะประทุษร้ายแผ่นหลังของเขาด้วยการทุบอั้กๆ ถูกรวบจับไว้ด้วยมือเดียว พร้อมกับรั้งขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะเล็ก เสียงกร่นด่าเมื่อครู่อู้อี้จนฟังไม่ได้ศัพท์ อาการดิ้นรนอึกอักสะดุดลงเพราะดวงตาดำขลับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อเรียวปากหยักบางประกบปิดลงมาในเวลาเดียวกันนั้น หยุดทุกสรรพเสียงที่รำคาญหูออกไป หรือแม้แต่หยุดลมหายใจอ่อนๆ ของเธอ 

พอเสียทีคำข่มขู่จากผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ฤทธิ์มากอย่างอัยย์ลดา เขาหมดความอดทนแล้ว 

อ๊ะ...”

จำไว้นะอัยย์ ว่าผมไม่ใช่น้อง เพราะน้องชายคงไม่ทำอย่างนี้กับคุณ”

คำพูดนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เสียงลมหายใจของเขาสะท้อนสะท้านไปถึงร่างแบบบางใต้ร่างของเขา ข้อมือเล็กยังถูกกุมกระชับแต่คลายลงจนอ่อนโยนขึ้น อันดาหยุดดูอาการโต้ตอบที่ลดน้อยลงเพราะอ่อนยวบด้วยสัมผัสนุ่มนวลของเขา คนถูกจูบดูจะงงงวย ราวกับไม่เคยจูบมาก่อน แล้วอันดาก็ไม่ปล่อยให้สติสตังค์ของอัยย์ลดากลับมาเร็วนัก เขายังคงเคล้าเคลียริมฝีปากอิ่มจนอิ่มเอม หน้าอกนุ่มหยุ่นกระเพื่อมไหวเพราะอาการสั่นๆ ในอกจนอัยย์ลดาต้องรั้งตัวเองกลับมาด้วยการฝืนลืมตามาเผชิญเรียวคมซึ้งหวานของเขา 

ใบหน้าคมคายผุดยิ้ม เกมปราบพยศเริ่มต้นและปิดฉากแบบที่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าพูดไม่ออก คล้ายมีก้อนอะไรมาจุกซึ่งเวลานี้ทำพิษให้เธอหายใจผิดจังหวะ ดวงหน้าแดงระเรื่อลามไปถึงต้นคอ มือหนาคลายออกจากข้อมือเล็ก เขาแค่อยากสั่งสอนไม่ได้จะหักหาญน้ำใจเธอ เมื่อจูบแก้เผ็ดจบลงอันดาก็ผละออกมานั่งบนโซฟา พร้อมกับประคองร่างที่ยังแข็งทื่อขึ้นมานั่งในระดับเดียวกัน มือเรียวบางเงื้อมใส่ทันทีทีตั้งสติได้ หมั่นไส้รอยตากับรอยยิ้มเยาะๆ ที่มุมปากนั่นชะมัด

อุ้ย! ไม่เอาน่ะอัยย์ เล่นลงไม้ลงมือผมก็ช้ำแย่สิ” อันดารับข้อมือที่ทุ่มแรงมาหาใบหน้าเขาหมับ แรงดีเอาการที่ถ้ารับไม่ทันสงสัยใบหน้าคงหันไปตามแรงแล้วบวมช้ำในเวลาต่อมา แต่แล้วเขาก็ไม่พูดเปล่า เพราะชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แก้มนวลเนียนแล้วขโมยจูบฟอดใหญ่ที่แก้มนุ่มๆ ไปต่อหน้าต่อตา

ถ้าอัยย์ด่าผมหรือพูดจาให้ร้าย ผมจะหอมแก้มเอาคืน แต่ถ้าประทุษร้ายจนผมต้องบาดเจ็บคุณจะโดนเอาคืนด้วยจูบ สมน้ำสมเนื้อกันดีว่าไหมครับอัยย์” อันดาเอ่ยข้อเสนอที่ตั้งขึ้นฝ่ายเดียวอย่างภาคภูมิ อัยย์ลดาถึงกับหน้าบูดบึ้ง เขามีแต่ได้และเธอมีแต่เสีย ในหัวสมองคงมีแต่กลโกงที่เอาไว้เอาเปรียบผู้หญิงสินะ

มันจะมากเกินไปแล้วนะ นายกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วจะมาตั้งเงื่อนไขบ้าๆ นั่นได้ยังไง” แหววใส่ทั้งที่หน้ายังแดงเห่อ ดีแต่ได้ลุกขึ้นมานั่งโต้เถียงไม่ใช่นอน แล้วก็มีแต่จะเสียเปรียบเขา

ไม่ได้เป็นก็เป็นเสียสิครับ แล้วนั่นก็เป็นเงื่อนไขที่เหมาะกับอัยย์มากที่สุด เพราะคุณจะได้เลิกพยศสักที” คนพูดกลั้วยิ้ม

ไม่ๆ ได้ยินไหมนายอันดา นายมันบ้าชะมัด มัดมือชกกันได้ยังไงเล่า ฟังนะไม่ว่ายังไงนายกับฉันก็ไม่ใช่แฟนกัน ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เพราะคนที่จะมาเป็นแฟนฉันดีกว่านายหลายขุม คนเจ้าชู้ เจ้าเล่ห์อย่างนายน่ะไม่มีวัน”

ก็แล้วถ้าผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น คุณจะลองพิจารณาไหมล่ะอัยย์” อันดาเอ่ยขึ้น แววตาทะเล้นทะลึ่งกลับมามั่นคงแน่วแน่อีกครั้งจนหญิงสาวสั่นไหวในใจถึงขนาดต้องเบือนหน้าหนี เธอรู้ตัวเมื่อไม่นานมานี้ว่าจ้องมองเรียวตาของอันดานานๆ ไม่ได้เพราะหวั่นกลัวหัวใจจะอ่อนไหวตามไปจึงเลี่ยงที่จะหลบ แล้วไม่รู้เลยว่าเมื่อใดกันที่หัวใจของเธอทรยศ

ไม่มีทาง นายไม่มีวันทำได้หรอก”

มีสิ คอยดูก็แล้วกัน ผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมไม่ใช่เพลย์บอย ผมจะเลิกให้หมดฉะนั้นตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้ว เข้าใจตามนี้นะครับ”

เฮ้ย!” คนที่ถูกเหมาว่าเป็นแฟนหน้าเหวอ ยามถูกสวมกอดจากร่างหนาใหญ่กะทันหัน อยากจะปฏิเสธแต่ใจหนึ่งกับนิ่งเฉยรับสัมผัสอบอุ่นที่ไม่เคยได้พบจากปริวรรษณ์หรือใครๆ แล้วอย่างนี้จะเรียกความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นในสมองกับหัวใจของเธอว่าอะไร

หลงคารมหรือว่าหลงรัก...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #35 tungkn4841 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 01:09
    ปรัชญาใครจะใช้ได้  เราเป็นแฟนกันแล้วผมจะพิสูขน์ ให้เห็นวาผมไม่ใชเพลย์บอย ส่วนหญิง ....ฉันมันอายุมากกว่าจะรักกันได้หรือ

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #35
    0
  2. #34 nuri (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 / 15:43
    นั่นสิ หลงรักหรือเปล่า???  เป็นแฟนกันก่อนให้อันดาเลิกให้หมดเลย อิอิ
    #34
    0
  3. #33 sopa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 15:18
    สนุกมากค่ะ น้องอันดานี้มีหลายแง่ หลายเหลี่ยม หลายมุมจริงๆ หนูอัยย์คนเก่ง ยังไงๆก็ตามไม่ทันคนเกิดทีหลังจริงๆด้วย
    #33
    0
  4. #32 tungkn4841 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 06:00
    ทุกอย่างช่างเป็นใจ อันดาเรียกบอกกับอัยย์ ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้ว อันดาคงต้องแสดงตัวเองให้อัยย์ได้เห็นว่า เขาไม่ใชเพลย์บอย จะทำได้หรือปล่าวหนอ ....อันดา

    รอไรเตอร์ฒษ UP ต่อ
    #32
    0
  5. #31 Buay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 00:52
    หลงคารมล่ะมั้ง
    #31
    0