เพียงเสี้ยวรัก (ตอน 8 อัพ 100%)

ตอนที่ 5 : Love all I Wanted : Session 3 < Up 100% >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 พ.ย. 55

Love all I Wanted :
Session 3  

           ร่างโปร่งเพรียวที่นั่งแช่อยู่ภายในรถซีดานลอบกรอกดวงตากลมโตไปมาออกอาการหัวเสีย กระจกสีชาถูกกำหนดให้เคลื่อนลงแค่ครึ่งโดยการกดปุ่มเล็กๆ ที่ข้างประตูรถ ถ้าไม่ใช่อันดาที่มาปรากฎตัวราวอัศวินผู้ช่วยเหลือ อัยย์ลดาจะดีใจกว่านี้มาก

ยิ่งอยากอยู่ให้ไกล กลับจับพลัดจับผลูให้มาใกล้’  ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

หญิงสาวมีแววฉงนในดวงตาคมหวาน อันดาน่าจะกลับไปแล้วพร้อมกับคู่เดตของเขาตั้งแต่หัวค่ำแล้วไม่ใช่หรือ...? แล้วจู่ๆ คนที่คิดว่ากลับไปแล้วกลับมาปรากฎตัวทำให้ต้องแปลกใจ ร่างสูงใหญ่ของคนไม่พึงประสงค์ยืนรั้งรอคำพูดสักคำจากอัยย์ลดา ดูจากสีหน้าของอีกฝ่ายนั้นคล้ายว่าเขาถูกเมิน ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างให้เธอไม่พอใจ แต่กระนั้นใบหน้าคมก็ยังโปรยยิ้มให้

รถเป็นอะไรเหรอครับอัยย์

เสียงห้าวส่งกระแสนุ่มนวลในคำถามนั้น แถมประกายตาวิบวับยามถาม อันดายืนอยู่ข้างประตูรถรออัยย์ลดาเสียติด พร้อมกับก้มตัวที่ค่อนข้างสูงใหญ่ลงมาข้างกรอบหน้าต่างเพื่อพูดคุยกับเธอในระยะใกล้ชิด เขารอฟังปัญหาของเธอ ซึ่งก็คงไม่พ้น...

สตาร์ทไม่ติด แต่ไม่รู้ว่ารถเกิดเสียตรงไหนแบบที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็น เป็นแต่ขับแต่ไม่รู้จักดูแล’

คำปรามาสที่บรรดาผู้ชายว่าผู้หญิงพร่างพรายในหัว แต่คำคำนั้นไม่มีวันออกจากปากผู้หญิงอย่างอัยย์ลดาหรอก

           “แบตคงจะหมด คงไม่ใช่น้ำมันหมดแน่ๆ” ปลายเสียงหวานดัดเสียห้วนเอ่ยบอก อันดาเลิกแถบคิ้วนิดหนึ่งประหลาดใจเมื่ออัยย์ลดารู้ว่ารถของเธอแบตเตอรี่หมด แถมท่าทางก็ไม่ได้ตระหนกเท่าใดมีเพียงรอยตาหงุดหงิดมากกว่า เขาทำแค่พยักหน้ารับ

           “นายมีสายพ่วงแบตไหม?”

อัยย์ลดาถามต่อเมื่ออันดากำลังยืนพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอเสียนาน ร่างโปร่งยกมือขึ้นกอดอก ยิ่งหงุดหงิดยิ่งกว่า นี่เขาจะมาช่วยหรือว่าแค่แวะมาถามไถ่เฉยๆ กัน อันดาส่ายหน้าไปมาก่อนหันไปมองรถเต่าสีเหลืองแปร๋นของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก อัยย์ลดาส่งสีหน้าเซ็งๆ ใส่หากไม่ได้ช่วยก็น่าจะลากันตรงนี้แหละ แต่อันดาหรือจะปล่อยโอกาสที่เผลอหลุดเข้ามาไปง่ายๆ ไม่มีทาง

           “อัยย์จะไปแถวไหนล่ะครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”

นั่นไงคนเจ้าชู้เริ่มนิสัยคุ้นเคย...เอ่ยปากช่วยเหลือ พาไปส่งบ้าน คนรู้ทันส่ายหน้าไปมา ‘ไม่จำเป็นละมั้ง’

           “อย่าดีกว่า รถแท็กซี่มีเยอะแยะ แค่นี้นายก็เสียเวลามากพอแล้ว” หญิงสาวปฏิเสธทันทีแบบมะนาวไม่มีน้ำ

ที่จริงในหัวของเธอกำลังพูดว่า...ตัวเธอเสียเวลากับอันดามามากพอแล้วต่างหาก ใบหน้าหล่อเหลายังยิ้มกว้างไม่สะทกสะท้านคำพูดนั้น อันดารู้ว่าอัยย์ลดาไม่ชอบหน้าเขา มันชัดเจนอย่างที่หัสนัยบอก แต่เขาต้องสนใจหรือ...ไม่ชอบก็จะทำให้ชอบไงล่ะ

ชายหนุ่มไม่ละความพยายาม เขายังยืนรั้งอยู่ตรงนั้นในขณะที่อัยย์ลดากำลังพัลวันกับการหยิบสัมภาระของเธอที่ด้านหลังรถ ผลักประตูรถเปิดออกมาจนเกือบชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่

ผมมีเวลาถมเถ ถ้าเป็นอัยย์ล่ะก็...” อันดาค้านตาใส อัยย์ลดาตวัดค้อนใส่ทันที

เกลียดนักผู้ชายแบบนี้’ ร่างบางยักไหล่ไหวๆ ส่งสายตากวนๆ ใส่

ฉันว่านายไม่ว่างมากนักหรอก เอาเวลาที่มีถมเถไปสับรางของนายดีกว่ามั้ง กับฉัน...นายจะเสียทั้งเวลาและก็อารมณ์เลยล่ะ” อัยย์ลดาพูดเยาะๆ คำพูดแบบนี้ไม่มีผลกับคนแบบเธอ ไม่ได้หวานหูจนต้องเอนเอียง อันดายังเปิดยิ้มดูท่าจะชอบอกชอบใจคำพูดกล้าๆ ของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

อย่าเพิ่งตัดสินแทนผมเลยครับ เอาเป็นว่าผมบอกเลยชัดๆ ดีไหมว่าผมคิดยังไง”

อันดาพูดตรงๆ พร้อมกับลากเสียงหวานๆ ในตอนท้าย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มมาใกล้ดวงหน้าของคนที่กำลังยืนค้างอยู่ตรงประตูรถ อัยย์ลดาผงะหนีด้วยอาการตกใจ แต่ก็ติดกรอบประตูรถจนไปไหนไม่ได้ เรียวตาคมๆ จรดมองเสียใกล้ ส่งแววตาล้อเลียนทั้งที่อีกฝ่ายส่งแววตาถมึงทึงเข้าใส่

ไม่! ฉันไม่สนหรอกอันดา ถอยไป!” หญิงสาวหมดความอดทน เธอผลักประตูออกแรงๆ ซึ่งก็ทำให้ร่างสูงใหญ่ต้องถอยร่นออกห่างด้วย อัยย์ลดาเจอคนมาก็เยอะที่เข้ามาจีบแบบกล้าหาญชาญชัยแบบอันดาก็มาก โดยเฉพาะที่อยากเอาชนะท่าทีเก่งกร้าวเกินหญิงของเธอแต่ยังไม่มีใครกล้าประชิดติดตัวทั้งที่เพิ่งจะพบหน้ากันอย่างเขา แล้วอันดาเป็นใคร...ถึงกล้า

ใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยโกรธกระจ่างชัดขัดใจ นัยน์ตาดำขลับขุ่นจัดเมื่อโดนล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว อันดาอยู่ใกล้เกินไปแล้วยังไม่จำกัดระยะห่างไว้ด้วย คนออกคำสั่งยิ่งโกรธเมื่อเขาไม่ได้ถอยห่างออกไปตามที่เธอต้องการ แต่มือหนากลับยื่นมาดึงกระเป๋าโน้ตบุ๊คจากมือเธอไปถือไว้เสียเอง

นี่นาย!” เสียงหวานแหววใส่

ผมช่วยถือ จะไปเรียกรถแท็กซี่ไม่ใช่เหรอครับ” อีกฝ่ายถามเปลี่ยนท่าทีจากยียวนเป็นปกติ อัยย์ลดาส่งหน้าบึ้งใส่ยื้อกลับ

ไม่ต้อง นายไปตามทางของนายได้เลย ฉันก็จะไปตามทางของฉัน นู่น! ช่วยกลับไปหาจิ๊บ ผู้หญิงที่นายนัดไว้จะดีกว่า”

คนที่ทำว่าไม่สนใจเรื่องราวของเขากลับรู้เสียลึก รู้กระทั่งว่าอันดานัดกับใครไว้คืนนี้ คนฟังเลยยิ้มพรายยังคงกอดกระชับกระเป๋าโน้ตบุ๊คของเธอไว้กับตัว

ผมแบ่งเวลาถูก ผมนัดจิ๊บไว้ดึกกว่านี้เยอะ อัยย์ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเผลอทำรถไฟชนกันหรอก แต่ยังไงก็ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ”

คนพูดเน้นปลายเสียงเย้าๆ แววตาทะเล้นฉาบทั่วเรียวตาน่ามองคู่นั้น ให้ตายเถอะ!

ฮึ!” น้ำเสียงหมิ่นๆ ลอดผ่านลำคอระหง หลงตัวเองแถมยังภูมิใจกับการทำตัวเจ้าชู้อีก อัยย์ลดาปรายตามองเขาราวคู่อาฆาต มือเล็กๆ ข้างหนึ่งของเธอเอื้อมคว้าจับปกเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายจนอันดาที่ไม่ทันตั้งตัวประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แรงไม่มากนักดึงรั้งร่างสูงใหญ่เข้ามาใกล้จนใบ

หน้าชิดกัน เป็นอาการที่อันดาไม่เคยพบเลยในผู้หญิงคนไหนก็ว่าได้

อันดา ฉันไม่ใช่รถไฟขบวนหนึ่งของนาย แล้วฉันก็ไม่พิศวาสจะเป็นอย่างนั้น กรุณาอยู่ให้ห่างเพื่อสวัสดิภาพของตัวนายเอง”

อัยย์ลดาข่มขู่ด้วยเสียงหวานที่เน้นให้ดูเข้ม นัยน์ตาคู่สวยปรืออยู่ใกล้ใบหน้าคร้ามของอีกฝ่าย สวยคมทุกกระเบียดนิ้วแล้วอย่างนี้คำขู่จะได้ผลหรือ อันดามีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมริมฝีปากหยัก ยอมให้หญิงสาวรั้งตัวเขาเข้าใกล้โดยไม่มีข้อแม้ เรียวตาเคลิ้มฝันไม่ได้หวั่นเกรงมีแต่จะย้ำชัดในใจว่าต้องทำเธอคนนี้พิศวาสเขาให้ได้กระมัง

ผมยินดีจะทดลอง” คำพูดท้ายทายฉาบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดเต็มใบหน้า

 

ภายในแผนกโปรดักชั่น ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆ เจ้าของใบหน้าคมเข้มด้วยสีผิว ดูเซอร์จัดด้วยไรเคราที่จอนกับปลายคางหลอมแหลมหันมาหาอัยย์ลดาส่งแววตาเป็นเชิงเห็นใจ โปรดิวเซอร์หนุ่มมาดกวนนาม ทฤษฎี พ่นลมหายใจกับเรื่องที่หญิงสาวมาบ่นปนเปรยให้ฟัง อัยย์ลดาหน้านิ่ว เรียวคิ้วกันโค้งขมวดมุ่นบ่งบอกอารมณ์หงุดหงิดเพราะแก้ปัญหาไม่ตก

พี่เท็ดไปกับอัยย์ได้ไหม ไม่อยากโผล่ไปเจอตานั่นคนเดียวเลย มีหวัง...” น้ำเสียงเซ็งๆ เอ่ยถาม ดวงตาคู่สวยสบตาชายหนุ่มรุ่นพี่ทำนองขอความเห็นใจ ทฤษฎีสบตาเธอคล้ายบอกว่าอยากช่วย แต่...เขาไม่ว่างนี่สิ

พี่มีไปพบลูกค้ากับยัยจิ๊บตอนบ่ายสองนะสิ ของอัยย์นัดกี่โมงล่ะ?” เท็ดดี้ถามใส่ใจ

บ่ายโมง ให้ตายดิ่ ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วย” อัยย์ลดาบ่นงึมงำขัดใจ ศรุจีกับหัสนัยก็ไม่อยู่ ส่วนทฤษฎีหรือนายเท็ดดี้ก็ไม่ว่างอีก

แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรได้นอกจากปล่อยเลยตามเลย ให้เป็นไปตามยถากรรมของตัวเอง

เหตุเกิดเพราะงานในความรับผิดชอบงานหนึ่งของเธอ ที่ถูกเปลี่ยนมือไปสู่ศรุจีเพราะความที่อัยย์ลดาทนพฤติกรรมของลูกค้าหนุ่มจอมเจ้าชู้ไม่ไหว งานที่ว่างบประมาณค่อนข้างสูงทีเดียว เงินดีแต่คนไม่ดี อัยย์ลดาจำต้องขอโชติรสโยกงานไปให้ครีเอทีฟคนอื่นดูแล แล้วจู่ๆ มีการนัดหมายเข้าไปประชุมกับ ก้องภพ ชายหนุ่มขี้หลีโดยด่วนตอนบ่ายวันนี้ เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นสุดท้ายคนที่ต้องแก้ปัญหาจึงหนีไม่พ้นเธอ

เฮ้อ ไม่เป็นไรค่ะพี่เท็ด อัยย์ไปล่ะ ขอไปเตรียมใจก่อน”

ร่างโปร่งเพรียวผุดลุกขึ้นอย่างปากว่า เดินเซ็งๆ หน่ายๆ ออกไปจากพื้นที่ทำงานของทฤษฎีซึ่งเป็นห้องทำงานเฉพาะ เป็นเพราะทฤษฎีมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการดูแลงานส่วนการผลิต อัยย์ลดาไม่ได้กลัวที่จะต้องพบก้องภพ แต่กลัวว่าตัวเองจะทำให้เสียลูกค้ามากกว่า หากทนไม่ไหวแล้วเผลอพูดอะไรร้ายๆ ออกไป

อย่าลืมเอาไม้หน้าสามไปตีงูด้วยล่ะอัยย์” ทฤษฎีเย้าสนุกไล่หลังหญิงสาวร่างอ้อนแอ้น แต่ทำตัวห้าวราวทอมบอย

วันนี้ถือเป็นวันแย่ๆ วันหนึ่งของอัยย์ดา เพราะเจ้ารถคู่ใจที่ดันมาเสียคืนวันศุกร์ยังคงค้างเติ่งอยู่ที่อู่ใกล้บ้าน เมื่อต้องออกไปพบลูกค้าเธอจึงต้องอาศัยรถแท็กซี่แก้ขัดไปก่อน คนที่ไม่พร้อมไปพบหน้าก้องภพเตรียมตัวเตรียมใจจนพร้อม เมื่อใกล้เวลานัด แต่เมื่อเธอลุกขึ้นสะพายกระเป๋าใบใหญ่พร้อมกับกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊คที่บ่าบาง ร่างสูงใหญ่ที่มายืนขวางหน้าก็ทำให้อัยย์ลดามองขวางๆ

อารมณ์ไม่ดี แถมยังต้องมาเจอหน้าคนที่ทำให้ไม่สบอารมณ์อีก วันนี้เป็นวันที่แย่สุดๆ เลย’

อันดายื่นมือหนาออกมาหมายจะช่วยถือข้าวของของเธอ แต่หญิงสาวกลับเบี่ยงตัวหลบทั้งที่กำลังรีบกลับต้องมาเสียเวลาเพราะเขา แต่อันดาก็ยังไม่หลีกทางให้ คนที่กำลังหงุดหงิดเตรียมจะอ้าปากโวยใส่

นายมีอะไรอีกล่ะ ฉันรีบไม่เห็นรึไง” ปลายเสียงหวานตวัดใส่ไม่พอใจ สายตาขุ่นๆ ตวัดค้อนตามไปอีกวงแต่อันดายังยิ้มเฉย

ผมก็กำลังจะช่วยอัยย์ไงครับ จะไปกันเลยใช่ไหม?” อันดาเอ่ยถาม

คนฟังถึงกับเลิกเรียวคิ้วขึ้นสูงข้างหนึ่ง ใครจะไปกับนายกัน? ยังไม่ทันที่อัยย์ลดาจะพูดต่อโชติรสก็เข้ามาหาครีเอทีฟทั้งสองที่ดูไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ ราวกับมาห้ามทัพ

อัยย์ พี่สั่งให้อันดาไปเป็นเพื่อนอัยย์เองน่ะ” บอสหนุ่มเอ่ยปากพร้อมรอยยิ้มบาง หวังจะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกน้อง แต่ไม่ใช่เลย...

อัยย์ลดาถึงกับชะงักค้าง วันนี้เลวร้ายสุดๆ จริงแล้วล่ะในเมื่อคนที่จะไปด้วยนี่ก็กรุ้มกริ่ม เจ้าชู้น้อยเสียเมื่อไหร่ ส่วนคนที่จะไปพบก็เพลย์บอยดีๆ นี่เอง ถึงอัยย์ลดาไม่ปฏิเสธแต่ในใจของเธอก็พ่นลมหายใจไปหลายเฮือกแล้ว อันดายิ้มพอใจที่โชติรสมีอำนาจสั่งการหญิงสาวแสนดื้อจนเธอยอมเดินตามเขาไปที่รถเต่า ถึงจะเป็นแบบไม่มองหน้ามองตาสารถีอีกก็ตามที

เมื่อร่างของทั้งสองพ้นไป โชติรสพ่นลมหายใจเบาๆ เพราะเป็นห่วงอัยย์ลดาเกรงว่าจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อต้องไปเจอคนแบบก้องภพที่เจ้าชู้ไม่เลือกหน้า คนเป็นเจ้านายรู้กิตติศัพท์ของลูกค้ารายนี้ดี ก้องภพแสดงท่าทางสนใจอัยย์ลดาตั้งแต่พบหน้าครั้งแรก และพยายามตามจีบเธอจนหญิงสาวอดรำคาญไม่ได้ จะต่อว่าหรือแผลงฤทธิ์ใส่ก็ทำไม่ได้เช่นกันเพราะบทบาทของงานค้ำคอ

โชติรสหวังว่าอันดาจะช่วยได้ อย่างน้อยก็ไปเป็น ไม้กันหมา กันก้องภพให้ห่างจากน้องสาวของเพื่อนรักก็พอ

ร้อนหน่อยนะอัยย์ พอดีแอร์เสีย” อันดาเอ่ยเสียงเรียบ คนฟังหันมาถลึงตาดุๆ ใส่ รู้อย่างนี้ไปแท็กซี่ดีกว่าไหม

เอาเถอะ ไม่มีทางเลือกแล้วนี่ ช่วยเร็วๆ ด้วย ไปสายโดนเฉ่งกันพอดี”

คร๊าบ เจ้านาย” อันดาลากเสียงรับคำเสียยาว

ฮึ! อัยย์ลดาเมินหน้าหนีไปอีกทางแววตาส่อเค้าว่าขัดใจ จะว่าไปอันดาทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียหมดอยู่แล้วในเมื่อหญิงสาวมีตัวอคติอยู่เต็มหัว ใบหน้าหล่อเหลารับผมยาวประบ่านั่นก็น่ามองอยู่หรอกแต่พอนึกไปถึงเรื่องวันนั้นกับคำพูดทีเล่นทีจริงของเขาก็ทำให้เธอขุ่นใจ ไม่ชอบเอาเสียเลยผู้ชายที่มองผู้หญิงเป็นแค่ตัวเลือกหนึ่ง และเธอไม่ยินดีเป็นหนึ่งในนั้น

รถเต่าสีเหลืองแปร๋นแล่นเข้าไปจอดในลานจอดรถของตึกสูงในย่านถนนรัชดา เมื่อเป็นเวลาทำงานบทบาทที่ต้องทำคือญาติดีต่อกันเพื่อสู้ศึกภายนอก อัยย์ลดาสลัดไล่อาการขุ่นมัวภายในซึ่งถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวออกไปเสีย เธอหันมาหาอันดาแล้วอธิบายงานคร่าวๆ ที่เขาควรรู้อย่างแบ็คกราวน์ และการนำเสนอครั้งก่อนก่อนเข้าไปพบลูกค้าตัวจริง ชายหนุ่มส่งแววตาว่าเข้าใจเมื่อทั้งสองคิดว่าพร้อมจึงก้าวลงจากรถคันจิ๋วก้าวเข้าไปภายในตัวอาคารที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมห้องประชุมไว้แล้ว

นั่น...คุณก้องภพ” อัยย์ลดากระซิบบอกชายหนุ่ม

เรียวตาคมจับจ้องไปที่ลูกค้าหนุ่มที่เรียกได้ว่าหล่อจัด ร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสูทค่อนข้างทางการส่งยิ้มกรุ้มกริ่มทันทีที่เห็นหน้าอัยย์ลดา เขาพอใจมากที่โชติรสส่งครีเอทีฟสาวมาตามคำขอ แต่ที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่ก็ตรงที่เห็นว่าเบื้องหลังหญิงสาวมีร่างของชายหนุ่มตามติดมาด้วย

สวัสดีค่ะ คุณก้อง” อัยย์ลดาทักทายด้วยรอยยิ้มที่หวานพอประมาณ แล้วหันไปแนะนำอันดากับลูกค้าหนุ่ม

คุณก้องคะ นี่คุณอันดาเป็นครีเอทีฟที่จะมาช่วยงานอัยย์” อัยย์ลดาเอ่ยบอก

คนถูกแนะนำโค้งให้เขาสุภาพแต่ก้องภพทำแค่สบตาแล้วพยักหน้าหงึกๆ รู้สึกไม่ชอบใบหน้าหล่อๆ นี่สักเท่าไหร่คล้ายไม่ถูกชะตา อันดาไม่ได้ถือสาเมื่อเขาถูกเขม่นมองทางสายตาแล้วก้องภพก็เบือนใบหน้าขาวสะอาด มาดสำอางกลับไปหาอัยย์ลดาทันที

บุคคลทั้งสองนั่งลงตรงข้ามก้องภพที่โต๊ะประชุม เขาเอ่ยอ้างว่ามีข่าวคืบหน้าเรื่องงานจากเจ้านายของเขาต้องคุยกับเธอถึงขนาดเรียกตัวมาพบด่วน และคงไม่เสียแผน หากไม่มีไอ้หนุ่มผมยาวนี่ตามมาด้วย

ผมไม่เคยพบคุณมาก่อน คงจะเพิ่งเข้ามาทำงานสินะ”

ก้องภพหันไปถามไถ่อันดา ทั้งที่ตอนแรกแทบไม่เห็นชายหนุ่มในสายตาสักนิด

ครับ” ตอบสั้นพร้อมยิ้มพราย แต่เสน่ห์ของอันดาคงไม่เป็นผลกับผู้ชายเพราะก้องภพเริ่มค่อนแคะต่อจากนั้น

หวังว่าผมจะได้ทำงานกับคุณอัยย์ต่อนะครับ อย่างน้อยเราก็เข้าขากันแล้ว ไม่ใช่ส่งจ๊อบของผมต่อให้คนไม่มีประสบการณ์ ผมคงเสียใจ”

คุณก้องคะ คุณอันดาก็มีประสบการณ์ แล้วตอนนี้อัยย์ก็ไม่ได้ดูแลจ๊อบนี้ตรงแล้วล่ะค่ะ แต่ที่มาวันนี้เพราะครีเอทีฟอีกท่านไม่ว่าง ยังไงอัยย์ก็เชื่อว่าเราทุกคนมีมาตรฐานการทำงานที่เท่ากัน คุณก้องไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ” หญิงสาวเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

ผมไม่สนเรื่องนั้นหรอกครับ คนเก่งก็ใช่ว่าจะคุยกันแล้วรู้เรื่อง ผมอยากทำงานกับคุณอัยย์คนเดียวเท่านั้น”

ก้องภพยืนยันจะทำตามใจตัวเอง ดวงตาคมหวานเริ่มขุ่นทั้งที่พยายามระงับ อันดาปรายเรียวตาคมกริบมองคนทั้งคู่พิจารณา

อย่างนี้คนอื่นก็ตกงานหมดสิครับ ถ้าคุณก้องไม่ให้โอกาส ผมยินดีให้ติให้ว่าทุกกรณีที่ทำให้คุณไม่พอใจเลยครับ แต่ขอผมได้แสดงฝีมือกับงานของคุณสักงาน” อันดาเอ่ย เสียงนั้นฟังนอบน้อมแต่ก็กวนประสาทอยู่ในที ก้องภพหันมาส่งแววตาถมึงทึงใส่

เรื่องนั้นเอาไว้ตกลงกันทีหลังก็แล้วกัน” บอกขัดใจ

ว่าแต่...วันนี้เราจะคุยกันเรื่องจัดอีเว้นท์ใช่ไหมคะ แคมเปญที่อัยย์นำเสนอไปลูกค้าญี่ปุ่นว่าอย่างไรบ้างคะ” อัยย์ลดาถามขัดขึ้น ดึงชายหนุ่มทั้งคู่กลับเข้ามาในประเด็นก่อนที่จะมีการวางมวยเกิดขึ้นกลางโต๊ะประชุม

ก็น่าสนใจดี แต่ผมยังอยากได้อีกสักออฟชั่น เอาแบบแหวกๆ ไม่ได้จัดที่โรงแรม เดี๋ยวลูกค้าญี่ปุ่นจะส่งคลิบกับเรฟเฟอร์เร็นซ์ของงานปีที่แล้วมาให้เย็นนี้ อัยย์อยู่ดูด้วยกันก่อนสิครับ”

นัยน์ตาคมแฝงรอยบางอย่างบนใบหน้าขาวสะอาด อัยย์ลดาหันไปสบตาอันดาจำเป็นต้องตอบรับเพราะเป็นงาน โดยสถานที่เปลี่ยนจากห้องประชุมไปเป็นร้านอาหารหรูสักที่ซึ่งก้องภพเตรียมไว้ ที่จริงสำหรับคนสองคนเท่านั้น

งั้นผมขอตัวไปสั่งงานก่อน พวกคุณไปเจอกันที่ร้านก็แล้วกัน ตอนหกโมงเย็น” ก้องภพนัดแนะ ถึงจะมีอันดาตามไปเป็นก้างขวางคอก็ยังดีกว่าไม่ได้ใกล้ชิดอัยย์ลดาเลย เขาคิดเข้าข้างตัวเองว่าหญิงสาวไม่ได้รังเกียจเขา เพียงแต่เล่นตัวนิดหน่อยพอเป็นพิธีก็เท่านั้น

อัยย์ลดาลุกตามอันดากลับไปที่รถ ไม่วายแสดงอาการอึดอัดกับการทานอาหารมื้อเย็นไป คุยเรื่องงานกันไป จนนึกอยากกลับไปปฏิเสธก้องภพเสียเดี๋ยวนั้น แต่อันดาก็ท้วงไว้

ผมว่าไปเถอะครับ ไม่ไปวันนี้วันหน้าเขาก็หาโอกาสชวนอัยย์ไปอยู่ดี อย่างน้อย...วันนี้ก็มีผมไปด้วย” อันดาเอ่ยอย่างรู้ใจ เป็นใครก็มองสายตาฉาบฉายของก้องภพออก นี่คงเป็นเหตุผลที่โชติรสส่งเขามาเพื่อปกป้องหญิงสาว คนฟังรู้สึกแปร่งๆ หูนิดหน่อยกับคำพูด ที่ดูจะคลายกังวลให้เธอจริงๆ แต่กับคนคนนี้ อัยย์ลดายังไม่คิดว่าจะไว้ใจได้เช่นกัน

จริงของนาย ไปก็ไป” เธอตัดสินใจ

อาหารญี่ปุ่นถูกสั่งมาเต็มโต๊ะทั้งชาบู ซูชิ และปลาหิมะ อันดาง่วนกับการรับประทานไม่มองหน้ามองตาผู้สั่ง ส่วนก้องภพมัวแต่นั่งจดจ้องใบหน้าหวานของคนตรงหน้ามากกว่าจะใส่ใจเมนูที่ตัวเองสั่งมา

อัยย์ลดายิ้มเจื่อน อยากเอ่ยปากสั่งห้ามเขามองใจจะขาด แต่ทำได้แค่มือเล็กกำกดอยู่ใต้โต๊ะอาหารอย่างอดทน ท่องเบาๆ ในใจ

อดทนไว้อัยย์ลดา’ เธอต้องผ่านวันนี้ ชั่วโมงนี้ไปให้ได้โดยไม่โวยใส่เขา ไม่อย่างนั้นงานคงพัง

แค่ก้องภพไม่พอใจเขาอาจปฏิเสธการจ้างบริษัทโปรเจกต์ วัน แล้วหันไปหาบริษัทอื่นแทน การแข่งขันทางธุรกิจในโลกปัจจุบันมีสูงและเธอไม่คิดทำตัวมีปัญหาเพราะนั่นหมายถึงปัญหาของโชติรสด้วย

ทานซูชิสิครับอัยย์ อ่ะ”

คนถูกเอาใจยิ้มเฝื่อนๆ เอ่ยขอบคุณเขาเบาๆ แต่นั่งเขี่ยอาหารที่ว่าไปมา รู้สึกอิ่มจนตื้อเพราะดื่มชาเขียวไปหลายแก้ว หญิงสาวเหลือบตามองก้องภพรินสาเกใส่แก้วให้เธอ ตามมาด้วยยัดเยียดแก้วในมือให้ อัยย์อิดเอื้อนเพราะไม่มีอารมณ์อยากดื่ม อีกทั้งพรุ่งนี้ก็ยังเป็นวันทำงาน อันดาปรายเรียวตาคมกริบมองก้องภพสลับกับท่าทีอึดอัดใจของหญิงสาว

ดื่มด้วยกันสิครับอัยย์”

เอ้อ คุณก้องคะพอดีว่าอัยย์ไม่ดื่มเวลางาน” บอกเลี่ยงๆ ไปแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ฟัง และไม่หยุดอยู่แค่นั้น

โธ่! แค่แก้วสองแก้ว แล้วผมก็เคลียร์กับคุณโชได้ น่า...ดื่มด้วยกันหน่อยเถอะ” เขาคะยั้นคะยอ

อ้าว! มีสาเกด้วยก็ไม่บอกนะครับ ขอผมสักแก้วสิครับคุณก้อง” อันดาพูดขัดขึ้น แถมยังคว้าแก้วใส่สาเกจากมือของเขามาแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียว ก้องภพถึงกับอ้าปากค้าง ก้างชิ้นใหญ่เริ่มเคลื่อนมาขวางคอจนกลืนอะไรไม่ลง

ฮื้ย...’  ก้องภพสบถในลำคอหนาอย่างขัดใจ

 

           กึ้ก!

เสียงก้นแก้วกระทบกับกระจกบนพื้นโต๊ะตามแรงมือ อันดาปรือตาคมที่เริ่มไหวมองก้องภพหมิ่นๆ ลูกค้าหนุ่มจงใจรินสาเก คะยั้นคะยอให้อัยย์ลดาดื่มมันสักแก้ว แต่ทุกแก้วนั้นถูกอันดาขัดขวางแล้วดึงมาดื่มเสียเองจนหมด จากที่ก้องภพหมายตาจะมอมเหล้าหญิงสาว กลายเป็นว่าอันดาโดนฤทธิ์ของสาเกเข้าไปเต็มๆ อีกฝ่ายเลยได้ความสะใจ เพราะตัดรำคาญก้างชิ้นโตเสียได้

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งข้างๆ อัยย์ลดาเริ่มโงนเงนและพูดน้อยลง แต่มือหนายังไม่วายหยิบแก้วเหล้าขึ้นดื่มแทนเธอ แววตานั้นเชื่อมขึ้นยามมองตอบหญิงสาว

พอเถอะอันดา นายเมาแล้ว” อัยย์ลดาปราม

อันดายังคงดื่มต่ออย่างไม่ลดละ หากก้องภพไม่เลิกตอแยหญิงสาวเขาก็จะไม่เลิกเช่นกัน แววตาของอัยย์ลดาส่งมาปรามจริงจัง มองใบหน้าคร้ามที่ยามนี้แดงก่ำไปถึงใบหูด้วยสายตาประเมิน การประชุมกลับกลายเป็นการสังสรรค์ไปซะได้ อัยย์ลดาอยากจะลุกหนีไปจากวงเสียจริงๆ

คุณก้องคะ ที่เรานัดว่าจะคุยกันไม่ทราบว่าข้อมูลถึงมือคุณรึยังคะ” ทวงถามเสียงเรียบ ประกายตาไม่พอใจ

ก้องภพเลิกเรียวคิ้วสีเข้มคิดนิดหนึ่ง นั่นมันก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละเขาทำท่าอุทานว่าเพิ่งคิดได้ว่าลืมหยิบข้อมูลที่ว่ามาจากออฟฟิศ

ให้ตายเถอะ! อัยย์ลดาสบถในลำคอแต่ฝืนยิ้มบางอย่างรักษามารยาท ไม่ต่อว่าเขาที่ทำให้เธอเสียเวลา

เดี๋ยวผมจะส่งให้คุณอัยย์ดูทางเมลก็แล้วกันนะ โทษทีๆ” คนพูดไม่ได้รู้สึกผิดสักนิด ก็แค่พ่นไปเรื่อยๆ เท่านั้น

กลโกงแยบยลเพิ่งถูกมือที่สามทำพังไป ก้องภพจึงไม่สบอารมณ์นัก เขาคงต้องหาโอกาสเหมาะๆ ใหม่ โอกาสที่ไม่มีอันดามาเกี่ยว ชายหนุ่มไม่คิดเลิกราจากหญิงสาวมาดมั่นตรงหน้าง่ายๆ ส่วนใหญ่แล้วเขาถูกหมายตาและเข้าหาก่อนเสมอ เพราะบุคลิกดูดีกึ่งสำอาง การแต่งตัวบ่งบอกหน้าที่การงานระดับสูง แต่อัยย์ลดากลับเฉยเมยต่อเขาทั้งที่ควรจะสนใจให้มากกว่านี้ ตัวอยากเอาชนะในใจจึงเกิดขึ้น ก้องภพหมายมาดเขาต้องได้คบกับหญิงสาวแบบนี้ ชีวิตจึงจะมีรสชาติมากกว่าพวกที่แล่นตามเขาเป็นพรวนอย่างที่มีเกลื่อนในสต๊อก

ก็ได้ค่ะ” อัยย์ลดารับคำเซ็งๆ ได้เวลาบอกลาก้องภพเสียที ใจจริงอยากลาขาดเสียด้วยซ้ำ

อันดา”

มือบางตบที่ผิวแก้มขาวสะอาดแต่เวลานี้แดงก่ำของเขาเบาๆ เรียกรั้งสติที่กำลังหลุดลอยกลับมา อันดาปรือเรียวตาคมขึ้นมองช้าๆ ยังมึน งง อาการอื่นยิ่งเชื่องช้า ชายหนุ่มแลเห็นดวงหน้าเล็กลอยเด่น ดวงตาดำขลับกำลังจ้องมองเขาอยู่ใกล้เหลือเกิน

อันดา นายไหวไหม?” เสียงหวานเอ่ยถาม อันดาพยักหน้าหงึกๆ พลางใช้มือหนาตบที่ต้นคอตัวเอง

ดวงตาคู่สวยพราวใส่ ในใจนึกค่อนการไม่ดูแลตัวเองของเขา อยากจะต่อว่ายกใหญ่ก็ติดตรงที่รู้ว่าเสี้ยวหนึ่งนั่นเขาทำเพื่อเธอ ร่างเพรียวผุดลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วกึ่งลากกึ่งจูงร่างสูงใหญ่ให้ลุกตาม เธอรู้เขากำลังมึนงงและต้องพยุงตัวอย่างหนักแต่อันดาก็ลุกขึ้นมายืนได้ด้วยตนเอง

เฮ้อ นายนี่น้า ปล่อยให้นายก้องนั่นมอมเหล้าได้ยังไง เป็นผู้ชายประสาอะไรเนี่ย” อัยย์ลดาค่อน ริมฝีปากอิ่มขมุบขมิบ

หญิงสาวตวัดดวงตาคมสวยค้อนใส่เขา ยอมให้ท่อนแขนแข็งแรงพาดทับอยู่บนบ่าบาง อันดาทิ้งน้ำหนักตัวไปทางอัยย์ลดาให้น้อยที่สุด เพราะรู้ว่าหากเขาล้มลงไปร่างบอบบางคงรับเขาไว้ไม่ไหวแน่ ใบหน้าคมคร้ามก้มต่ำเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากพวงผมหญิงสาว เขาไม่ได้มึนเมาหนักขนาดที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว แค่รู้สึกแปลกๆ กับเวียนศีรษะเพราะสาเกที่ดื่มเข้าไปไม่ถึงสิบแก้วนั่น

เสียงพ่นลมหายใจลอดผ่านลำคอระหงอีกครั้งเมื่อเธอกับเขากลับมาที่รถโดยปลอดภัย อัยย์ลดาหยุดหอบก็อันดาตัวเล็กเสียเมื่อไหร่กว่าจะพาร่างสูงใหญ่เข้าไปนั่งในที่นั่งข้างคนขับได้ก็เล่นเอาเหนื่อย อัยย์ลดายึดคติเมาไม่ขับแล้วสภาพของอันดาก็ควรนั่งๆ นอนๆ ในรถเสียมากกว่า

ขอกุญแจรถด้วย ฉันจะขับเอง” มือขาวๆ แบออกรอรับพวงกุญแจที่อันดาล้วงจากกระเป๋ากางเกงยีนยื่นส่งให้

คนตัวโตนั่งพ่นลมหายใจร้อนๆ มีอาการอึดอัดจนเห็นได้ชัด นัยน์ตาคู่สวยปรายมองอันดาชั่วแวบ เมื่อชายหนุ่มเอนกายพิงพนักเบาะรถทั้งตัวคล้ายทรงตัวไม่อยู่ ใบหน้าหล่อเหลาขมวดมุ่นกำลังปั่นป่วนในหัวกับท้ายทอยจนต้องหลับตาพริ้ม

เขาจะเป็นอะไรมากไหมนี่ หรือแค่เมา...’

มือบางยื่นไปใกล้ๆ หมายจะแตะแขนนั่นแต่ก็ชะงักไว้ เรียวตาเจ้าชู้คู่นั้นปิดสนิทเพราะเจ้าของกำลังข่มความรู้สึกไม่สบายตัวอย่างเต็มที่ สติที่ยังพอมีหวนคิด...

แค่สาเกน่ะหรือ ที่ทำให้เป็นถึงขนาดนี้ ไอ้เสือสุราอย่างเขาไม่โดนมอมง่ายๆ หรอก’

อันดา”

อัยย์ลดาขับรถของเขาออกมาจากบริเวณห้างสรรพสินค้าแล้ว แต่จะไปไหนต่อได้หากเขาไม่บอกเธอว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหน

เงียบ...อันดากำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา อีกฝ่ายจึงทำได้แค่ทอดถอนใจยาว

อ้าวๆ แล้วกัน ตื่นมาบอกฉันก่อนสิ อันดา ตื่นๆ” อัยย์ลดาส่งเสียงท้วง เมื่ออีกฝ่ายดูจะผล็อยหลับไปแล้ว มือเล็กยื่นไปเขย่าท่อนแขนกำยำที่กอดประสานอยู่ตรงแผ่นอกหนา นิ่ง! ไม่ไหวติง...

คนที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แหงนหน้ามองป้ายบอกทางซึ่งเป็นทางแยกเบื้องหน้า หากเลี้ยวไปทางซ้ายจะเป็นเส้นทางกลับบ้านของเธอ แต่นี่มันรถของเขา แล้วเธอก็ควรไปส่งเขาที่บ้านไม่ใช่หรือ? เมื่อไม่มีที่ท่าว่าอันดาจะลุกมาตอบคำถามของเธอได้อัยย์ลดาจำต้องตัดสินใจแล้วหักพวงมาลัยหนักๆ นั่นเพื่อเลี้ยวรถไปทางซ้าย มุ่งตรงสู่บ้านของเธออย่างไม่มีทางเลือกอื่น

หนักชะมัด!” เสียงหวานบ่นตลอดทางที่กึ่งพยุงกึ่งลากร่างสูงใหญ่ลงจากรถ สุดท้ายก็มาจนถึงประตูบ้านจนได้

ให้ตาย! ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ” อัยย์ลดาค่อนขอด

ใบหน้าสวยๆ มุ่ยไปคิดตำหนิตัวเอง เธอคงปล่อยอันดาตากยุงในรถทั้งคืนไม่ได้ อย่างน้อยก็รู้สึกผิดเพราะวันนี้เขาช่วยเธอกระมัง ร่างสูงใหญ่ถูกผลักลงบนโซฟาตัวยาวในห้องด้านหน้าสุด ร่างบอบบางยืดตัวแก้เมื่อยเพราะรับน้ำหนักคนตัวโตอยู่นาน เธอยืนกอดอกมองเขานิ่งๆ พินิจพิจารณา

เจ้าของใบหน้าขาวสะอาด นอนสงบดวงตาปิดนิ่งแลเห็นแผงขนตาที่เรียกได้ว่างอนกว่าผู้ชายทั่วไป จมูกโด่งเป็นสันรับปากหยักค่อนข้างบางได้รูป ผมสีดำออกน้ำตาลเข้มยาวประบ่าที่เวลานี้แค่คลอเคลียตรงลำคอหนาของเขา

คนอะไร้ หลับก็ยังดูดี’ อัยย์ลดาค่อนแคะพร้อมเบ้ปาก โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเผลอชื่นชมอันดา

โซฟานวมสีน้ำตาลแก่ที่ว่ายาวแล้ว พออันดาเหยียดกายสูงนอนลงทั้งตัวกลับดูเล็กและสั้นไปถนัดใจ ลมหายใจของเขาผ่อนสม่ำเสมอจนเจ้าของบ้านคิดว่าจะปล่อยคนเมาไว้ตรงนี้ ส่วนเธอจะไปพักผ่อนบ้าง อัยย์ลดาย้อนกลับไปปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนก้าวเข้าห้องส่วนตัวไป

ร่างบอบบางในชุดนอนที่เป็นแค่กางเกงผ้าสีเทาอ่อนกับเสื้อกล้ามสีขาวโผล่ตัวออกมาดูลาดเลา หลอดไฟนีออนกลางห้องรับแขกยังส่องสว่างโดยที่ร่างสูงใหญ่ยังนอนอยู่ที่เดิม อัยย์ลดายังสงสัยตัวเองนี่เธอพาคนแปลกหน้าแถมยังเป็นตัวอันตรายกลับมาบ้านของเธอจริงๆ หรือ อะไรดลใจกันนะ!

หญิงสาวเดินตรงเข้าไปสำรวจภายในห้องครัวที่อยู่ด้านหลังของบ้าน ตู้เย็นของเธอจะยังพอมีของสดเหลือทำอะไรง่ายๆ ให้รองท้องไหม มือบางเปิดประตูตู้เย็นแล้วนั่งลงควานหา เหลือก็แค่ไข่ไก่สองฟองก็ตอนที่อยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นหญิงสาวแทบไม่ได้แตะอะไรเลยเพราะไม่มีแก่ใจ  มือบางตอกไข่ไก่ใส่ชามตีจนฟูพร้อมเหยาะซอส เสียงฮัมเพลงลอดผ่านลำคอระหงตลอดการทอดไข่เจียวฟู ทั้งที่โบราณสอนว่าอย่าร้องเพลงเวลาเข้าครัวก็ตาม อาหารจานเด็ดส่งกลิ่นหอมยั่วยวนจนร่างบางรีบไปนั่งลงที่โต๊ะไม้สีเข้ม รับประทานข้าวไข่เจียวอย่างเอร็ดอร่อย ดื่มน้ำอีกอึกใหญ่ก็เป็นอันเสร็จสิ้นมื้อดึกของวัน

อัยย์ลดาพาตัวเองออกมาจากห้องครัว แล้วดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างเมื่อคนที่คิดว่าต้องนอนอยู่บนโซฟากลับหายไป

อันดาหายไปไหน?’

ร่างสูงที่คิดว่าหายไปกลับก้าวช้าๆ มาหยุดที่เบื้องหลังของคนที่หันหน้าเข้าโซฟา ส่งสายตาไปรอบๆ อัยย์ลดากำลังครุ่นคิด คนทั้งคนจะหายไปได้อย่างไร เธอหันกลับมากะทันหันแล้วก็ปะทะเข้ากับอกแกร่งของคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังเสียชิด

เฮ้ย!”

อารามตกใจ อัยย์ลดาเหยียบขากางเกงที่ยาวย้วยของเธอ พร้อมๆ กับมือบางเอื้อมคว้าเสื้อยืดที่เขาสวมอยู่ดึงรั้งจนร่างของคนทั้งสองล้มลงไปด้วยกัน คราวนี้เสียง ‘เฮ้ย!’ ดังกว่าเดิม

 

ไอ้บ้า! ออกไปเลยนะไอ้คนฉวยโอกาส” อัยย์ลดารัวคำอุทานกึ่งด่า กราดใส่ร่างหนาที่ทาบทับอยู่บนตัวเธอ

ทั้งหนัก ทั้งอึดอัดและรู้สึกแปลกๆ

อันดาปรือดวงตาสีเข้มเบิกโพลงเมื่อรู้ซึ้งถึงสภาพของตัวเอง เขาล้มลงไปใส่เธอทั้งตัว แต่อาการหนักๆ ที่หัวทำให้เขาพยุงตัวเองเชื่องช้า กว่าจะถอนตัวขึ้นมาได้ กลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ จากผิวกายของอัยย์ลดาก็ติดจมูก มือเล็กรวบรวมกำลังยันแผ่นอกหนาหนักออกห่างเท่าที่แรงจะมี หน้าแดงเถือกไปถึงหู แยกไม่ออกระหว่างโกรธหรืออาย

ไอ้บ้าเอ้ย ให้ที่นอนแล้วยังจะมาแต๊ะอั๋งกันอีก’ แววตาคู่สวยวิบวับเอาเรื่อง

ผมขอโทษ” อีกฝ่ายพึมพำเสียงเบา ยกมือหนาเสยผมนุ่มรวกๆ ไล่ความง่วงงุน

ผลจากแรงผลักของเธอทำให้อันดาผงะหงาย แล้วทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นหมดท่า ดูแล้วไม่ได้แกล้งแต่เพราะยังมึนงงจริงๆ อัยย์ลดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มตัวด้วยอาการฮึดฮัด แววตาขุ่นๆ ก่อนจะยอมยื่นมือบางออกไปข้างหน้าหมายจะฉุดเขาลุกขึ้น

ยอมใจดีอีกสักครั้ง...ครั้งเดียวเท่านั้นนะ อัยย์’

ร่างสูงใหญ่กลับมานอนหงายลงบนโซฟาตัวยาวอีกครั้ง เขาทอดถอนใจ ตื่นแต่ไม่อาจลุกขึ้นเดินเหินอย่างปกติได้ อัยย์ลดาถอยหลังออกห่างอีกก้าวเพื่อความปลอดภัย เธอประสานแขนเรียวกอดอก ยืนจ้องมองเขานิ่งๆ

นายเป็นอะไรมากหรือเปล่า? ปวดหัว?” เอ่ยถาม

ฮื่อ ปวดหัวน่ะ ผมไม่เคยเป็นอะไรอย่างนี้เลยนะ”

ก็ดื่มไปซะขนาดนั้น” หญิงสาวบ่นงึมงำในลำคอ อยากจะสมน้ำหน้าเขานัก

ถ้าเป็นไปได้ อัยย์อย่าไปดื่มอะไรที่หมอนี่ให้เข้าก็แล้วกัน” อันดาพูดด้วยเสียงแหบพร่า อาการปวดตุ้บๆ ที่ขมับเข้าเล่นงานอีกครั้งทั้งที่เป็นคนประสาทแข็ง อัยย์ลดาขมวดเรียวคิ้วยุก ก้าวเข้ามานั่งที่โซฟาเดี่ยวใกล้ๆ กัน ต้องการความกระจ่างจากถ้อยคำของเขา

ทำไม?”

คุณอาจจะโดนมอมยาไง นี่ขนาดผมยังแย่ แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ จะเหลืออะไร” เรียวตาคมคายยังปิดสนิททั้งที่ยังสนทนากับเธอไปเรื่อยๆ เรื่องที่เขาพูดทำให้คนฟังใจหายวาบ ก้องภพทำอย่างนั้นจริงๆ หรือ...?

ใจหนึ่งอัยย์ลดาไม่อยากเชื่อเพราะตัวเธอไม่น่ามีแรงดึงดูดจนทำให้ผู้ชายคนหนึ่งคิดเรื่องร้ายๆ ในหัวเช่นนั้นได้ แต่จากภาพที่เห็น อาการที่อันดาเป็น มันก็เป็นเสี้ยวหนึ่งของหลักฐานซึ่งอาจเป็นไปได้เหมือนกัน อัยย์ลดาเอนกายบางพิงพนักโซฟาเซ็งๆ เธอเกลียดสังคมและความเห็นแก่ตัวแบบนี้เสียจริง เกลียดคนประเภทลวงโลกอย่างก้องภพที่สุด

เรียวตาโรยๆ ที่ปกติแฝงแววเจ้าชู้เป็นนิจปรือขึ้นมองเธอไม่เต็มตานัก เมื่ออีกฝ่ายนิ่งเงียบไป ใบหน้าสวยตึงขึ้งอยู่ในภาวะที่บ่งบอกว่าเบื่อหน่ายกับอะไรที่พบเจอ

คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” คนที่นอนแหม่บกลับถาม อัยย์ลดาส่ายหน้าไปมา ผละออกจากความคิดของตัวเองลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูกับขันน้ำมาชุบจนชุ่มก่อนวางโปะลงบนใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าผาก ความเย็นส่งให้อันดาสะดุ้งน้อยๆ 

นายจะถามฉันทำไมเนี่ย ดูตัวเองก่อนไหม นายโดนมอมนะไม่ใช่ฉัน นอนเฉยๆ เหอะน่า” หญิงสาวตอบเสียงขุ่น

การดูแลเรียบๆ ง่ายๆ ระหว่างเพื่อนร่วมงานเกิดขึ้นในเวลาค่อนเที่ยงคืนท่ามกลางคำพูดที่ไม่หวานหูนัก หญิงสาวกำลังซีเรียสกับสิ่งที่ได้พบ ถึงขนาดตกใจก็ไม่แปลกที่ได้รู้หัวใจคนอย่างก้องภพ ว่าทั้งน่ากลัวและน่าเกลียดต่างจากหน้าตา

และเสี้ยวหนึ่งของเหตุการณ์ในวันนี้เธอนึกขอบคุณอันดา ถ้าวันนี้เขาไม่อยู่ด้วยเธอจะเป็นอย่างไร มิแหลกยับคามือก้องภพไปแล้วหรือ...

ขอบใจนะ”

เสียงหวานทอดอ่อนลงกว่าครั้งไหน เอ่ยบอกคนที่กำลังเคลิ้มหลับ ไม่รู้อันดาจะได้ยินหรือไม่แต่เธออยากเอ่ยคำขอบคุณจากใจ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #25 Buay (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 22:41
    เรื่องนี้จะพิมพ์ทันงานสัปดาห์หนังสือ มีนาคม 56 หรือเปล่าตะ
    #25
    0
  2. #24 tungkn4841 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 23:48
    หากอันดาได้ยินที่อัยย์พูดก็คงจะดีใจเป้นอย่างยิ่ง
    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #24
    0
  3. #23 nuri (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 14:11
    อันดาดีขึ้นมาในสายตาเธอนิดนึง อย่างน้อยเขาก็พร้อมที่จะปกป้องผู้หญิงที่เขาสนใจ
    #23
    0
  4. #22 tungkn4841 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 01:49
    อัยย์เริ่มเห็นมุมมองในแง่ดีของอันดา .... รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #22
    0
  5. #21 Buay (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 / 23:48
    น่าเสียดายที่อันดาไม่ได้ยินคำขอบคุณ
    #21
    0