เพียงเสี้ยวรัก (ตอน 8 อัพ 100%)

ตอนที่ 3 : Love all I Wanted : Session 1 < Up 100% >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ต.ค. 55

Love all I Wanted :
Session 1

 

โปรเจกต์ วัน (Project One)

บริษัทครีเอทีฟอีเว้นต์ชื่อดังติดอันดับต้นๆ ของวงการ เป็นบริษัทที่อัยย์ลดาทำงานเป็นที่แรก หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมีชื่อของรัฐบาลแห่งหนึ่ง

นี่ก็ล่วงเข้าปีที่สามของการทำงานกับโชติรส หญิงสาวเป็นคนฉลาดหัวไว ท่าทางปราดเปรียวตรงกับที่โชติรสใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดสรรคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ในบริษัทที่เขาก่อตั้งร่วมกับเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอีกสองคน เขานั้นออกหน้าทั้งบริหารและเป็นหัวหน้างานแผนกครีเอทีฟ ส่วนหุ้นส่วนที่เหลือไม่มีใครเคยเห็นหน้าค่าตา ทราบก็แต่ชื่อเสียงเรียงนามเท่านั้น

หลังจากที่โชติรสรับอัยย์ลดาเข้าทำงานทั้งที่เธอเพิ่งจบใหม่จึงมารู้ภายหลังว่าเป็นน้องสาวของเพื่อนนั่นก็คือ พิธาน โลกกลมที่พาบุคคลมาบรรจบพบกันโดยบังเอิญซึ่งก็เป็นเรื่องดีในความคิดของเขา บริษัทโปรเจกต์วันจึงเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ ที่มีกึ๋นและสมองเฉียบขาดในการแข่งขันของธุรกิจออการ์ไนเซอร์ในปัจจุบัน ซึ่ง อัยย์ลดา หิรัญรัฐ ถือเป็นครีเอทีฟหัวกะทิ หนึ่งในมันสมองของบริษัทก็ว่าได้

เซ็งเลย!” หญิงสาวบ่นกับตัวเอง

ร่างโปร่งเพรียวหิ้วกระเป๋าใบเดิมออกไปจากร้านกาแฟอย่างเสียไม่ได้ แล้วไม่เกินห้านาทีหลังจากวางสายของคุณบอส เธอก็มาถึงบริษัท โดนไม่ได้คิดหน้าคิดหลังว่าเมื่อครู่เพิ่งบอกโชติรสไปว่า...อยู่ไกลถึงเมืองนนท์

ช่างเถอะ อัยย์ลดาบอกตัวเองอย่างไม่ยี่หระ คิดว่าบอสหนุ่มก็คงเข้าใจอาการลักปิดลักเปิดของเธออยู่แล้ว

 

อัยย์ลดาเดินดุ่มเข้าไปในย่านโฮมออฟฟิศ ก่อนหยุดที่หัวมุมถนนเล็กๆ ในหมู่บ้าน ร่างโปร่งบางเดินเลี้ยวเข้าไปในตึกเบื้องหน้า แลเห็นผนังตึกสามชั้นฉาบผิวขรุขระด้วยปูนเปลือย สีเทาอ่อน ด้านหน้าปูพื้นเป็นทางเดินด้วยพื้นหินกาบสีเข้ม ทาบทับพื้นหญ้าเขียวสด ที่ด้านบนคานเหล็กสีเทาดำต่อยื่นออกมาเพื่อติดป้ายชื่อบริษัทโดดเด่น เธอเคยแซวโชติรสว่าจะให้คนทั้งตรอกซอยเห็นเลยหรือ เพราะตัวหนังสือชุบโครเมี่ยมสีเงินวาววามตัวเขื่องติดเพลทเหล็กโชว์หรา

เธอเลือกเดินขึ้นบันไดวนที่มีเพียงราวเหล็กสีดำโปร่งทอดไปสู่ชั้นลอยของตัวตึก เชื่อมต่อไปสู่ห้องทำงานของโชติรส เสียงเคาะก๊อกๆ ที่หน้าประตูกระจกเคลือบอะคริลิคสีดำเรียกคนที่อยู่ข้างในให้รับรู้ถึงการมาถึงของเธอ เจ้าของใบหน้าคมเข้มอย่างคนไทยแท้เงยขึ้นสบดวงหน้าซึ้งหวานของลูกน้องแสนเกเร อัยย์ลดายืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเบื้องหน้าเขา มือหนาโบกเรียกให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วชี้ไปที่เก้าอี้ตัวที่เธอนั่งบ่อยๆ ตรงหน้าโต๊ะทำงานเขา

ทำไมมาถึงเร็วนักล่ะอัยย์ ไหนเมื่อกี้บอกว่าอยู่แถวบ้านไง” โชติรสดักคอ ตาคมสวยตวัดค้อนใส่เจ้านายหนุ่ม รู้ทั้งรู้โชติรสยังจะถามย้ำอีก ยอมรับก็ได้ว่าเธอเฉไฉเรื่องเมื่อครู่

บอสอยากให้อัยย์มาช้าเหรอคะ มาเร็วก็ว่า...มาช้าก็บ่น เอาใจยากจังนะคะคนแก่เนี่ย” ลูกน้องสาวย่นคอ ยอกย้อน

ยัยอัยย์ ยังจะมาว่าพี่อีกนะ เดี๋ยวเหอะ” เอ่ยเข่นเขี้ยวแต่ไม่ได้โกรธจริงจัง เพราะเขาคุ้นเคยที่น้องสาวของเพื่อนรักจะพูดคุยกับเขาอย่างคนสนิทและมีอภิสทธิ์อย่างที่พนักงานคนอื่นๆ เก็บไปพูดถึง โชติรสไม่ได้ใส่ใจเพราะเขารู้ขีดจำกัดระหว่างเขากับอัยย์ลดาและปฏิเสธไม่ได้ว่าเอ็นดูหญิงสาวคนนี้ในฐานะน้องสาวของเพื่อน และพนักงานคนหนึ่งของบริษัทมากจริงๆ  

           พี่โชมีอะไรจะสั่งหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มี...อัยย์ไปทำงานต่อนะ”

หญิงสาวเอ่ยบอกขอตัว หากอยู่ในห้องนี้นานเดี๋ยวโชติรสอาจเกลี้ยกล่อมให้เธอไปร่วมพรีเซ็นงานกับเขาแน่ๆ

คารมการหว่านล้อมและจิตวิทยาในการเกลี้ยกล่อมคนของเจ้านายมีสูง ส่วนใหญ่ใช้กับลูกค้าและบางทีก็นำมาใช้กับลูกน้องแสนดื้อด้วย อัยย์ลดาจึงคิดจะถอยออกมาตั้งหลักห่างๆ ก่อน แต่แทนที่บอสหนุ่มจะพยักหน้าแล้วโบกมือไล่เธออย่างทุกครั้ง กลับบอกให้อัยย์ลดาอยู่ต่อ แววตาของคนพูดแลดูจริงจังขึ้นมา

พี่มีเรื่องจะคุยด้วย ไม่รีบไม่ใช่เหรอเห็นไปนั่งร้านกาแฟได้ตั้งนานสองนาน” คนพูดเหน็บแต่มีรอยยิ้มขัน

อัยย์ลดาหน้าแห้ง คนอะไรเดาทางเธอออกไปเสียทุกเรื่อง หญิงสาวแอบค่อนโชติรสในใจ แต่เรียกคล้ายๆ ว่าทึ่งก็เป็นได้ที่เขารู้และเดาใจเธอออกเสมอ อัยย์ลดากับโชติรสจึงทำงานเข้าขากันได้ดีมาจนทุกวันนี้

เรื่องโอม...” โชติรสละไว้แค่ชื่อของพนักงานคนหนึ่งในบริษัทโปรเจกต์ วัน อัยย์ลดาชะงักทรุดลงนั่งยังเก้าอี้หนังสีดำตัวเดิมโดยอัตโนมัติ

ทำไมคะ? อย่าบอกนะว่าโอมลาออกจริงๆ ไม่จริงหรอก” คนพูดส่ายหน้าหงึกหงัก กับเรื่องที่พอจะรู้มาบ้าง...แต่ไม่คิดว่าเขาคนนั้นจะทำอย่างที่เป็นข่าวเล่าลือจริงๆ โชติรสพยักหน้ายืนยันว่า ใช่  

ปริวรรษณ์ ยื่นจดหมายลาออกเมื่อหนึ่งเดือนก่อนซึ่งมีผลในวันนี้ แววตาของอัยย์ลดาครุ่นคิด นึกไปถึงภาพครีเอทีฟหนุ่มที่เข้ามาทำงานในเวลาไล่เลี่ยกันแล้วเธอกับเขาก็สนิทสนม จู่ๆ จะมาลาออกกลางคัน แล้วยังมีคำถามเคลือบแคลงที่ว่า...

ถูกซื้อตัวจากบริษัทคู่แข่ง’ มันหมายความว่าอย่างไร?

พี่โชถามโอมหรือยังว่าเพราะอะไร อัยย์ไม่อยากเชื่อหรอกนะว่าโอมจะเป็นคนแบบนี้ ซื้อได้ด้วยเงินน่ะเหรอ ไม่น่าจะใช่โอมเลย”

อัยย์ลดาพูดไปส่ายหน้าไป จะว่าไปในใจเธอค้านหัวชนฝา ไม่คิดว่าปริวรรษณ์จะเป็นอย่างนั้นไปได้ ที่ไม่ปักใจเชื่อเพราะเชื่อมั่นว่าสามปีมานี้เธอเป็นคนหนึ่งที่รู้จักเขาดี แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาจริงๆ อัยย์ลดาเริ่มไม่แน่ใจในทุกอย่างที่เธอคิดว่ารู้ดีเสียแล้ว ปริวรรษณ์อาจจะเป็นใครอีกคนในคราบคนที่เธอรู้จักก็เป็นได้

พี่ไม่รู้ ถามไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะอัยย์ ถ้าเขาอยากไปเราจะรั้งคนไม่มีแก่ใจทำงานกับเราไว้เพื่ออะไร อัยย์ก็อย่าไปโกรธโอมเลย ทุกคนมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่คิดว่าดีกว่าให้ตัวเขาเอง” โชติรสพูดอย่างใจเย็นและเป็นกลางที่สุดในฐานะเจ้าของบริษัท แต่อัยย์ลดายังขบคิดอย่างไรก็ยังต้องการคำตอบจากปริวรรษณ์ให้ได้

ส่วนเรื่องที่พี่ต้องรบกวนอัยย์ก็คือ...ถ้าขาดโอมไปสักคน พี่จะรับครีเอทีฟคนใหม่ คงต้องฝากอัยย์ดูแลและแนะนำเขาในช่วงแรกด้วย”

ไม่มีปัญหาหรอกค่ะพี่โช ขอให้รับเข้ามาได้เสียก่อนเถอะ” อัยย์ลดารับคำทั้งที่ใจลอยไปคิดเรื่องอื่น

           ในฐานะซีเนียร์ครีเอทีฟ หญิงสาวต้องเทรนพนักงานใหม่ในช่วงแรกของการทำงาน จนกว่าเขาหรือเธอคนนั้นจะปรับตัวและทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โชติรสส่งยิ้มบางสำหรับคำตอบรับสั้นๆ ของหญิงสาว คราวนี้เขายอมปล่อยให้เธอออกไปจากห้องทำงาน แต่ร่างโปร่งบางพ่วงพาความกังวลและข้อสงสัยใหญ่โตออกไปด้วย

ครีเอทีฟสาวก้าวผ่านกรอบประตูกระจกสีชาซึ่งเชื่อมต่อไปยังส่วนด้านในของตัวตึก พื้นที่ทำงานของแผนกครีเอทีฟ หนึ่งในความดูแลหลักของโชติรส อัยย์ลดาก้าวผ่านโต๊ะทำงานที่ปริวรรษณ์เคยนั่ง ที่ตรงนั้นว่างเปล่าปราศจากข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเขา รวมไปถึงเจ้าของพื้นที่ที่อันตรธานหายไปด้วย มีเพียงหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ถัดจากโต๊ะนั้น หล่อนผุดลุกขึ้นแล้วตรงเข้ามาหาอัยย์ลดา

จริงหรือเปล่า...ที่ไอ้โอมมันลาออก?” ศรุจีกระซิบกระซาบถามพลางเหลียวมองไปรอบๆ

อืม” อัยย์ลดาพยักหน้าพลางครางตอบในลำคอ สีหน้าจริงจังเมื่อไม่เห็นปริวรรษณ์จริงๆ เขาไม่มาทำงาน สองสาวนั่งลงคุยกันเบาๆ

โอมมันเอาจริงเหรอนี่ คิดว่าพูดเล่นๆ เสียอีก เป็นอะไรของมันนะ” ศรุจี หรือที่เพื่อนๆ เรียก ใบหลิว เอ่ยขึ้น

ฉันได้ยินมาว่ามันถูกซื้อตัว ถึงพี่โชจะไม่พูดออกมาตรงๆ ก็เถอะ”

หา!” ดวงตากลมโตของคนอุทานเบิกกว้าง อัยย์ลดาพยักหน้าหงึกๆ เป็นการย้ำชัด

โอมสิ้นคิดจริงๆ นั่นแหละ แต่เดี๋ยวฉันจะทำให้เขาได้คิดเอง” หญิงสาวพูดเสียงเยียบลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มส่งประกายมาดมั่น

 

ร่างโปร่งบางนั่งพิงพนักไม้ของเก้าอี้ที่ทอดยาวไปในระนาบเดียวกับชานเรือน ภายใต้หลังคาที่ลาดชันลงเล่นระดับประดับด้วยลายไม้ฉลุแบบเก่า เรียวตาสีดำขลับเหม่อมองนิ่งไปยังผิวน้ำที่ไล้ระลอกคลื่น ตามแรงเรือที่แล่นผ่านไปเมื่อครู่ กระหวัดคิดไปถึงเรื่องเมื่อกลางวันที่ยังตามติดรบกวนจิตใจ

           ภาพของการพบกันในวันเก่าๆ ย้อนมาให้ระลึกถึง อัยย์ลดาเพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัทโปรเจกต์ วัน เพียงไม่กี่วัน โชติรสก็รับปริวรรษณ์เข้ามาร่วมทีม เธอรู้สึกเหมือนได้เพื่อนเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง อัยย์ลดาสนิทสนม เล่นหัว กินนอนอย่างเพื่อนสนิทร่วมสองปี นิสัยใจคอที่ค่อนข้างคล้ายคลึงและถูกคอกัน ที่จริงคือนิสัยของเธอค่อนไปทางห่ามห้าวจึงเข้ากับผู้ชายได้ดีมากกว่า

การเป็นคนสบายๆ ไม่เนี๊ยบสวยทุกกระเบียดนิ้วอย่างกุลสตรีทำให้ใครอยู่ด้วยก็พลอยสบายใจ ความแปลกตา สวยเฉี่ยวในแบบของเธอและความสดใสดึงดูดใจเพื่อนให้เริ่มผูกพันกับเพื่อน และชายหนุ่มขอคบกับอัยย์ลดาอย่างคนรักในที่สุด น่าแปลกที่เธอยินยอมโดยง่ายทั้งที่ไม่เคยคบหาใครเป็นพิเศษมาก่อน

นั่นก็เพราะความผูกพันใกล้ชิดที่แปรสภาพมาจากเพื่อน เธอเรียกมันว่า ช่วงทดลอง หากผ่านช่วงทดลองไปแล้ว ผลของมันคือผ่านหรือตกเธอจะบอกเขาอีกครั้ง

นั่นมันเรื่องเมื่อหนึ่งปีที่แล้วหัวใจดวงเดิมตอกย้ำ แล้ววันหนึ่งหญิงสาวก็รู้สึกได้ว่าการคบกันอย่างเพื่อน ต่างจากคู่รักมากมาย ความห่วงหาอาทรแตกต่างเพราะมีความลึกซึ้งและหวงแหนเข้ามาแทนที่ เธอรู้ตัวทันทีว่า ไม่ใช่ และผลของช่วงทดลองคือ ไม่ผ่าน จากวันนั้นเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่คนทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาคบหากันอย่างเพื่อนเช่นเดิม ความรู้สึกของปริวรรษณ์เป็นอย่างไรเธอไม่รู้ สำหรับเธอแล้วชายหนุ่มยังเป็นเพื่อนคนสำคัญดังเดิม

 

..อันดา กีรติวัช”

ชื่อนั้นถูกอัยย์ลดาอ่านออกเสียงทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำ แต่แล้วเรียวคิ้วโค้งสวยก็เลิกขึ้นด้วยอาการสงสัย

พี่โชจะเอาคุณหม่อมหลวงนี่มาทำอะไรคะ งานของเราสมบุกสมบันนะคะ ห้ามป่วย ห้ามลา ห้ามตายแล้วก็ห้ามมีแฟนด้วย” แกล้งเย้า

รู้ทั้งรู้ว่ากระดาษที่อยู่ในมือเธอคือประวัติของใครคนหนึ่งที่โชติรสคัดเลือกมาให้เธอช่วยพิจารณาแต่ไม่มีรูปถ่ายแนบมาด้วย คนถูกถามส่ายหน้าไปมาระคนอ่อนใจ

เขาทำได้น่าอัยย์ ไม่ต้องเป็นกลัว ลองอ่านประวัติดูก่อนนะยังไม่เคยทำงานก็จริงแต่ท่าทางจะเจ๋ง พอสมน้ำสมเนื้อกับเราหน่อย”

เจ๋งเนี่ยนะ!”

อัยย์ลดาทำดวงตากลอกไปมา ไม่เชื่อจนกว่าจะพบตัวจริง อยากเห็นเหมือนกันที่ว่าเจ๋งเนี่ยเป็นแบบไหนในความหมายของโชติรส มิใช่ว่าเป็นคุณหนูผู้บอบบางราวกับอยู่ในเปลือกไข่ แค่เคาะก็แตกเปราะ นี่น่ะหรือ...คู่หูคนใหม่ของเธอ ไม่ไหวล่ะมั้ง

ข่าวการรับพนักงานใหม่ของแผนกครีเอทีฟกระจายไปทั่ว ท่าทางจะเด่นดังเพราะชื่อเสียงมาก่อนตัว เธอได้ยินข่าวซุบซิบดังเกลื่อนบริษัทจนรู้สึกเอือมๆ ก่อนที่จะได้พบหน้า จะใครก็แล้วแต่...หากเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อก็อย่าหวังจะผ่านโปรเบรชั่นในมาตรฐานที่หญิงสาวกำหนดไว้ อัยย์ลดาจะรักษามาดรุ่นพี่จอมเฮี้ยบ ขัดเกลาเขาหรือเธอคนนี้อย่างเข้มงวดทีเดียว

โหดมากจะไม่มีใครเขาทำงานกับแกได้นะ อัยย์”

ศรุจีเตือน ด้วยรู้ว่าเจ้าของใบหน้าหวานไม่ได้หวานอย่างใบหน้า ฝ่ายนั้นไหวบ่า เบ้หน้าเซ็งๆ

ก็มันฟังจนเฝือนี่นา พูดกันเข้าไปเคยเห็นหน้าหรือก็เปล่า คนบริษัทเรานี่นะว่างมากจริงๆ แกว่าไหม”

คนพูดค่อนแคะทำท่าเซ็งๆ เบื่อคนชอบแส่เรื่องคนอื่น ตัวเธอไม่ชอบเรื่องเม้าท์จุกจิกอย่างที่หญิงสาวทั่วไปชอบ อัยย์ลดาจึงคิดว่าน่าเบื่อเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะคนที่กำลังถูกวิพากวิจารณ์หนาหูอยู่นี่คือคนที่จะมาทำงานใกล้ชิดกับเธอแทนปริวรรษณ์ เธอคงไม่พ้นโดนหางเลขไปด้วย

แลกกันไหมเล่า...แกเอาไปเทรน ฉันจะทำงานกับแดนเอง”

ข้อเสนอถูกยกมาอ้างเป็นการกระเซ้าศรุจี อัยย์ลดาส่งสายตาวิงวอน นัยน์ตายิ้มเย้ากลับถูกเพื่อนสาวปฏิเสธทันควัน ก็ นายแดน หรือ หัสนัย เป็นครีเอทีฟคู่หูแล้วก็เป็นคนรู้ใจของศรุจี แฟนหน้าไหนจะยอมล่ะ “บ้า!

แกเป็นซีเนียร์ก็ทำไปเถอะ หน้าที่ดูแลเด็กใหม่เป็นของแกน่ะถูกแล้ว ดีออก...ไม่ชอบหน้าก็ไม่ให้ผ่านโปรเสียก็สิ้นเรื่อง พี่โชเขาเชื่อแกอยู่แล้วนี่” ศรุจีอ้างข้อดีของการรับภาระหน้าที่นี้ แต่มันก็แค่ข้ออ้าง...

คนเป็นเพื่อนส่งเสียงเยาะเบาๆ ในลำคอ เออออกันดีนี่ถ้าบอสมาได้ยินเข้าจะยอมให้เธอทำอย่างนั้นหรือ ครีเอทีฟใช่ว่าหากันง่ายๆ ยิ่งถ้าเก่งกาจอยากปากคุย อัยย์ลดาจะทำอย่างไรได้นอกจากหวานอมขมกลืนยอมรับไว้ ร่างเพรียวภายใต้เสื้อยืดตัวหลวม พับแขนอย่างกับจิ๊กกี๋ยักไหล่ด้วยท่าทีไม่ยี่หระ

เอาไว้เจอหน้าก่อนเป็นไร จะอยู่จะไป...เดี๋ยวค่อยว่ากัน หญิงสาวคิดอย่างใจนักเลง

ถัดจากพื้นที่ทำงานของปริวรรษณ์ ศรุจีและหัสนัย เป็นพื้นที่ที่ถูกกั้นไว้ แบ่งเป็นสัดส่วนสำหรับตำแหน่งซีเนียร์อย่างอัยย์ลดา ที่ไม่เคยคิดอยากแบ่งแยกให้เกิดความแตกต่างระหว่างกัน แต่ติดที่ขัดโชติรสไม่ได้เท่านั้น พื้นที่ส่วนตัวของหญิงสาวเป็นโต๊ะทำงานทรงโค้งบุผิวด้วยลามิเนตสีขาวแบบด้านแทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้มองเห็นรายละเอียดดังกล่าว ด้วยอัยย์ลดาใช้ประโยชน์จากมันเต็มพื้นที่ ทั้งโน้ตบุ๊คตัวบางเฉียบที่ตั้งหราคู่กับแฟ้มเอกสารอีกหนาตา ไม่รวมแผ่นกระดาษสเก็ตซ์ที่เจ้าตัวทิ้งไว้เกลื่อนกลาด

ใครผ่านไปผ่านมาอาจเห็นว่าไม่เรียบร้อย ไร้ระเบียบยิ่งกว่าโต๊ะเรียนของเด็กมัธยม แต่ความคิดอ่านของผู้เป็นเจ้าของนี่สิ เฉียบขาด!

โต๊ะขาดระเบียบเรียบร้อยจึงมิใช่ปัญหา อัยย์ลดาหมกหมุ่นอยู่กับงานใหม่ที่ได้รับมอบหมายจากโชติรสแทนงานเดิม ที่เธอไม่ยอมไปพรีเซ็นงานกับเขา ส่วนแอ็คเคาท์นั้นโอนถ่ายรายละเอียดลูกค้าไปอยู่ในมือของศรุจีเรียบร้อย ลูกค้ารายใหม่เขี้ยวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ความยากนั้นอาจยากกว่าแต่คนทำสบายใจกว่าการต้องไปอยู่ใกล้เสือสิงห์มือไว หญิงสาวเจ้าของโปรเจกต์กำลังครุ่นคิดคอนเซ็ปต์ของงานอย่างจริงจัง จึงมิได้สนใจว่าโชติรสมาหาถึงโต๊ะทำงานในบ่ายวันนั้น

พี่โช มีอะไรกับอัยย์เหรอคะ” คนถามสงสัย ร่างสูงใหญ่ระบายยิ้มบางก่อนทรุดลงนั่งเบื้องหน้าหญิงสาวอย่างคุ้นเคย ราวเพื่อนร่วมงาน คนหนึ่งก่อนบอกเล่าเจตนาแท้จริงที่มาหาเธอ

เลี้ยงต้อนรับ!” อัยย์ลดาอุทาน เป็นการพูดซ้ำคำของโชติรสเมื่อครู่ก่อนทำหน้าเบ้ อะไรกันนักหนานะ!

ก็แค่สังสรรค์น่ะอัยย์ ไปเสียหน่อยก็แล้วกันนะ” บอสหนุ่มขอแกมสั่ง เมื่อเห็นคนฟังทำท่าเบื่อหน่าย รีบคิดหาเหตุผลมาอ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องไปงานเลี้ยงที่ว่า ดวงตาคู่สวยเว้าวอนยังจ้องเป๋งไปยังโชติรส

แต่อัยย์ตั้งใจจะกลับบ้านเร็วอยู่พอดี พี่โชก็รู้...เดี๋ยวนี้รถติดจะตาย อัยย์ไม่ชอบงานแบบนี้ด้วย ขอไม่ไปได้ไหมคะ” ปฏิเสธ พร้อมปลายเสียงอ้อนๆ สำทับ โชติรสหยุดคิดนิดหนึ่ง

อันดาจะมาเป็นลูกน้องอัยย์ แต่อัยย์กลับไม่ไปซะนี่ เขาจะคิดยังไงล่ะ เชื่อพี่เถอะ...ไม่นาน” โชติรสเอ่ยซ้ำ หญิงสาวรู้ว่าคงปฏิเสธได้ยาก ลองเจ้านายหนุ่มมาพูดเองแบบนี้ แถมยังส่งน้ำเสียงเน้นย้ำเธอคงต้องไป ก็ได้ อัยย์ลดาพ่นลมหายใจจำยอมโดยไม่อิดออดอีก

ไปก็ไปค่ะอยากเห็นหน้าอยู่เหมือนกัน ขนาดยังไม่มายังทำอัยย์วุ่นวายเต็มที ถ้ามาแล้วจะเป็นยังไง” ประชดประชัน

ถ้ามาแล้วก็ดีไง อัยย์จะได้มีคนช่วยงาน ช่วงนี้หนักไม่ใช่หรือ โอมก็ไม่อยู่แล้วด้วย” โชติรสคิดอย่างเดียวว่าเป็นเรื่องดี แต่บางครั้ง...การต้องทำงานกับคนที่ไม่เข้าขา ทำงานคนเดียวอาจดีกว่าเป็นไหนๆ อัยย์ลดาคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป ใครจะขัดใจคุณบอสได้เล่าเอาเวลาไปทำงานต่อดีกว่า

โอเคนะเดี๋ยวเจอกันที่ร้านเลย รู้แล้วใช่ไหมว่าร้านไหน อย่าไปผิดร้านล่ะ” ชายหนุ่มดักคอ “ค่ะๆ”

เฮ้อ ฉลาดล้ำตามเคยสิ คุณบอสเรา...

 

ร้านอาหารกึ่งผับแบบโอเพ่นแอร์ในย่านเอกมัยถูกจับจองพื้นที่ไว้สำหรับคนยี่สิบคน เรียกว่าทั้งบริษัทโปรเจกต์ วัน มารวมตัวสังสรรค์กันในคืนวันศุกร์สิ้นเดือนพอดิบพอดี พร้อมกันนั้นโชติรสตั้งใจจะแนะนำพนักงานหน้าใหม่ที่เขาเพิ่งจะรับเข้าทำงานเสียในโอกาสเดียวกันแต่ดูเหมือนคนที่จดจ่อรอพบครีเอทีฟคนใหม่จะไม่ใช่อัยย์ลดา เพราะหญิงสาวกำลังสนทนาเพลิดเพลิน พร้อมทั้งดื่มไวน์ ฟังเพลงด้วยอารมณ์ครื้นเครง

บรรยากาศคึกคักขึ้นเมื่อความมืดโรยตัว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้ที่ บางคนนึกสนุกลุกขึ้นเต้นรำตามจังหวะเร่งเร้าของดนตรี อัยย์ลดาขยับแข้งขยับขาตามจังหวะแต่ไม่ได้ลุกไปเต้นแร้งเต้นกาอย่างเด็กหนุ่มรุ่นน้อง ไวน์บ่มรสชาติดี ดนตรีรื่นหู เรียกว่าทำให้คลายความเบื่อหน่ายลงได้บ้าง และหญิงสาวลืมไปแล้ว...ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ในคืนนี้ เพราะอะไร แล้วไหนล่ะลูกท่านหลานเธอคนนั้น ทำไมหายหัว?

พี่โช” อัยย์ลดาสะกิดชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าบอสราวเพื่อนสนิท คงเพราะหญิงสาวเริ่มจะเมาแล้ว

หืม ว่าไงล่ะเรา

นี่ๆ พี่โช ถามจริงๆ เถอะ เขาจะมาเร้อ ดึกแล้วนะ”

มาสิ ทำไมล่ะหรือว่าอยากเจอขึ้นมาแล้ว” โชติรสกระเซ้าแล้วกลั้วยิ้ม อัยย์ลดาส่งสายตาประมาณว่า...เธอน่ะนะอยากเจอ

เวลานี้โชติรสไม่ได้ทำตัวเคร่งเครียดเป็นที่เกรงขามของพนักงานอย่างชั่วโมงทำงาน ชายหนุ่มทำตัวตามสบาย ไม่เช่นนั้นระหว่างเจ้านายกับลูกน้องอาจแบ่งแยกราวคนคนละชั้น นั่นเองทำให้เขาเป็นที่รัก และยำเกรงของลูกน้องในเวลาเดียวกัน มือเรียวบางเอื้อมไปเขย่ามือเพื่อนพี่ชาย

แต่อัยย์จะกลับแล้วนะพี่โช อัยย์ง่วง ฮ้าววว” หญิงสาวหาววอดแล้วปิดปาก

คนพูดเอนกายบางพิงพนักเก้าอี้โปร่งแสดงให้เห็นว่าง่วงจริงๆ และจนแล้วจนรอด คนที่โชติรสอยากให้เธอพบนักหนาก็ยังไม่แสดงตัวมารับผิดชอบการรอคอยนี้ หมดเวลาแล้วล่ะ สำหรับคนไม่รู้จักเวลาอย่างหมอนั่น

ได้ไงล่ะอัยย์ นี่เพิ่งจะสามทุ่ม อันดาคงเกือบจะถึงร้านแล้วล่ะ” โชติรสท้วงเสียงเบา พลางหันไปกระซิบใกล้ๆ

เดี๋ยวก็มาน่าอัยย์ ใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวกลับพร้อมกันพี่จะไปส่งบ้านเอง” บอสหนุ่มกำชับ อัยย์ลดาพ่นลมหายใจหน่ายๆ

ฮึ!” หญิงสาวส่งปลายเสียงเยาะในลำคอ แสดงความไม่พอใจที่ต้องรอ และคนมีมารยาทคงไม่ทำกัน คงไม่ปล่อยให้ใครรอมิใช่หรือ

ฝ่ายคนถูกรอไม่รู้ว่าถูกตราหน้าไปแล้วว่าเป็นคนอย่างไร ร่างโปร่งบางผุดลุกขึ้นฉุนๆ จะกลับก็กลับไม่ได้ ต้องมาผูกติดอยู่ที่นี่ทั้งที่อยากกลับไปพักผ่อน เธอลุกออกจากโต๊ะ ตั้งใจจะไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านในของร้าน

หญิงสาววักน้ำมาล้างหน้าล้างตาเพิ่มความสดชื่น หลังจากฤทธิ์แอลกอฮลอ์ที่ดื่มเข้าไปหลายขนานทำให้หน้าตึงๆ แล้วก็ตัดสินใจได้ว่าต้องกลับจริงๆ แม้ว่าโชติรสจะคัดค้านก็ตาม อัยย์ลดาเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งกำลังจะเอ่ยบอกโชติรสตรงๆ เสียงเอ็ดอึงก็ดังกลบเสียงของเธอจนหมดเมื่อคนที่โชติรสนัดไว้มาถึง ทุกคนหันไปให้ความสนใจเขากันหมดแม้กระทั่งศรุจี

ส่วนคนหนึ่งที่ไม่ยินดียินร้าย กระแทกตัวนั่งลง เสมองไปทางอื่นส่อเค้ากวนๆ ในแววตาตั้งแต่พบหน้าครั้งแรก

เจ้าของร่างสูงใหญ่ถูกโชติรสพามาหาอัยย์ลดาถึงที่ เขาต้องการแนะนำชายหนุ่มอย่างที่บอกเธอไว้จริงๆ คนที่ถูกพามาแนะนำตัวปรายมองหญิงสาวร่างโปร่งบางที่นั่งดื่มไวน์อยู่ปลายโต๊ะอย่างสนใจ ดวงหน้าสวยหวานเบือนขึ้นมองเจ้านายหนุ่ม แล้วเหลือบมองคนข้างๆ บอสหนุ่ม

อันดา นี่อัยย์ลดา อัยย์ครับนี่ไงคนที่พี่อยากให้อัยย์เจอ รู้จักกันไว้สิ” โชติรสเอ่ยแนะนำครีเอทีฟคนใหม่อย่างภาคภูมิใจ

อัยย์ลดาผุดลุกขึ้นเผชิญหน้า ร่างโปร่งเพรียวเทียบเท่าได้แค่อกของเขา ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ส่งยิ้มภายใต้เค้าโครงหน้าได้รูป ผมยาวไล่เคลียบ่ากว้าง ทว่าดูสะอาดตา ผิวขาวราวลูกผู้ดิบผู้ดีดุโดดเด่นในเงามืดของคืนนี้ เรียวตาคมกริบส่งประกายประหลาดจะว่ามีแววหยอกล้อ ไม่ก็กำลังท้าทายเธออยู่ในที

...หมอนี่! ยังไง! อัยย์ลดาบริภาษในใจอย่างหงุดหงิด

สวัสดีครับ อัยย์” เอ๊ะ! เรียกชื่อเธอเฉยๆ เลย

อันดาทักทายตอบด้วยการเรียกชื่อหญิงสาวตามที่โชติรสแนะนำ โดยไม่สนใจจะถามไถ่ก่อนว่า...เธอกับเขาใครอายุมากกว่ากัน

โชติรสหันไปมองชายหนุ่มรุ่นน้องข้างกายแวบหนึ่ง แถบคิ้วหนาเข้มเลิกขึ้นเพียงนิด ดูก็รู้ว่าอัยย์ลดาอาวุโสกว่า ไม่ด้วยอายุก็ด้วยหน้าที่การงาน แต่อันดาจงใจเรียกเธออย่างนั้นแบบไม่ถืออายุ

สวัสดี” อัยย์ลดาทักตอบตามมารยาท น้ำเสียงแห้งแล้งไม่แสดงว่าอยากรู้จัก แต่รอยยิ้มยังคงประดับทั่วใบหน้าคร้ามที่จัดว่าหล่อเหลา ไม่สนใจแม้อีกฝ่ายจะเมินมองไปทางอื่นก็ตาม ต่างจากความรู้สึกแรกที่ชายหนุ่มมีเมื่อได้พบพนักงานรุ่นพี่ในค่ำคืนนี้

 

           ดวงตาคมสวยภายใต้เรียวคิ้วกันโค้งสีเข้มส่งประกายแวววามในแววตาเพราะแรงของฤทธิ์ไวน์ที่เจ้าตัวสลับกับดื่มน้ำสีอำพัน ความที่ได้ขึ้นชื่อว่าคอแข็งพอตัวทำให้หญิงสาวไม่หวั่นฤทธิ์ของมันสักเท่าไหร่ อัยย์ลดารู้สึกแค่ผิวหน้าที่ผ่าวร้อนแต่สติยังอยู่ครบ เธอเบือนหน้ากลับมา แล้วปรายมองคนที่มาทีหลังแวบหนึ่ง คล้ายจะตวัดค้อนใส่ชายหนุ่ม อันดาเห็นแต่ยังระบายยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี ไม่ถือสาแล้วยังมองเธอไม่วางตาอีกด้วย

อัยย์ลดาปฏิบัติต่อเพื่อนใหม่แค่ทักทายแล้วเลิกใส่ใจ ความรู้สึกนั้นก็คือเบื่อและไม่ได้สนุกครึกครื้นอย่างผู้ร่วมโต๊ะคนอื่นๆ สีหน้าของเธอมึนตึงราวกับโกรธใครอยู่ก่อน ส่วนคนที่ถูกโกรธยังยืนหน้าสลอน ไม่เดือดร้อนอยู่ตรงหน้า หากคนผิดไม่รู้จักผิดก็น่าหงุดหงิดเต็มที ส่วนเจ้าของร่างสูงทำไม่รู้ไม่ชี้แถมยังถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ อัยย์ลดาทั้งที่ไม่มีใครเชิญ

คนที่เดือดร้อน อึดอัดใจแต่พูดไม่ออกส่อแววฉุนกับตัวเอง หญิงสาวปรายตามองเก้าอี้ตัวอื่นที่ก็ว่างอยู่เหมือนกัน ก่อนหันกลับมามองสบใบหน้าคมคายที่ดูจะไม่สะทกสะท้านต่ออาการของเธอเท่าใดนัก ใบหน้านั้นคล้ายไม่รับรู้และส่อแวว ‘กวน’ เป็นที่สุด

           อัยย์ทำงานที่นี่นานหรือยังครับ?” อันดาเอ่ยถามคล้ายจะชวนคุยในฐานะเพื่อนใหม่ แต่อีกฝ่ายไม่อยากมีเพื่อนในเวลานี้จึงทำหน้าบึ้ง

           สามปี”

           อืม ก็ไม่นานนะฮะ”

ชายหนุ่มวัยน้อยกว่ารับฟังแล้วคิดตาม เขาใส่ใจใคร่รู้เรื่องของเธอและเมื่อฟังแล้วก็กระตุกยิ้มพอใจ อัยย์ลดาแค่ลืมตาดูโลกก่อนเขา เข้าเรียนก่อน จบก่อนและเป็นเวลาแค่สามปีเท่านั้น จึงไม่แปลกอะไรหากเขากับเธอจะเป็นเพื่อนกัน คนถูกซักเริ่มรำคาญกับการต้องพูดคุยกับคนที่ไม่อยากเสวนาด้วยในเวลานี้ เรียวตาคู่สวยมองหาศรุจีที่อาจช่วยพลิกสถานการณ์ให้เธอ แต่ก็เปล่าเลยเพื่อนรักเมาแอ๋แถมยังนั่งดื่มอยู่กับหัสนัยแฟนหนุ่ม ส่วนโชติรสกำลังทำหน้าเจ้านายที่ดี ดูแลพนักงานคนอื่นๆ อยู่รอบนอก ทางรอดเดียวคือช่วยเหลือตัวเอง

อัยย์ลดาตัดสินใจจะกลับจริงๆ ร่างโปร่งเพรียวผุดลุกขึ้นราวกับยุติบทสนทนากรายๆ ส่งให้อันดาได้มองหญิงสาวเต็มตา เรือนร่างบางเล็ก แลดูสมส่วนภายใต้เสื้อยืดสีขาวสกรีนลายกราฟิกแบบกราฟิตี้ กับกางเกงลายทหาร แสดงความห้าวซ่าเสียเหลือเกิน เธอทำราวจะใส่มาข่มขวัญใครบางคน แต่คงไม่ใช่เขา อันดามั่นใจ

           อ่ะอ้าว จะกลับแล้วเหรอครับ?”

           ใช่”

           ถ้าอย่างนั้น ดื่มด้วยกันก่อนสักแก้วสิครับ ในโอกาสที่เราได้พบกัน” คนพูดส่งรอยยิ้มกว้างเป็นมิตร

ชายหนุ่มชวนเธอดื่มเสมือนการพบกันในวันนี้เป็นเรื่องน่ายินดี อันดาตีสนิทราวกับรู้จักกันมานาน แววตาคมจ้องมองใบหน้าสวยหวานท้าทาย ไม่เกรงท่าทางกวนๆ แววตากร้าวๆ ของเธอแม้แต่น้อย อันดารู้ดีว่าเธอคนนี้จะมาเป็นพี่เลี้ยงคอยเทรนงานให้เขา จึงไม่เห็นจะแปลกอะไรหากจะสนิทกันไว้

อัยย์ลดาสบนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น ถือดีพอๆ กัน เมื่อเขาเรียกร้องเธอก็จะสนอง แก้วไวน์ในมือของเธอถูกยกขึ้นอีกครั้งก่อนกระทบเบาๆ กับแก้วเบียร์เย็นเฉียบในมือของครีเอทีฟหนุ่ม โชติรสเดินมาถึงตัวอัยย์ลดากับอันดาพอดี หญิงสาววางแก้วใสวาววามเปล่าๆ ลงบนโต๊ะหันไปหาเขา ต้องการบอกลาโชติรสด้วยเช่นกัน แต่เมื่ออัยย์ลดาต้องการกลับ ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าบอสใหญ่จึงพร้อมที่จะไปส่งเธออย่างที่ตกลงกันไว้เมื่อหัวค่ำ

เดี๋ยวพี่ไปส่งนะอัยย์”

แต่ปาร์ตี้ยังไม่เลิกเลยนี่คะ”

ไม่เป็นไรไปแค่เดี๋ยวเดียวก็กลับมาแล้ว ฝากบอกทุกคนด้วยนะอันดา เดี๋ยวพี่กลับมา”

บอสหนุ่มหันไปบอกชายหนุ่มอ่อนวัยกว่า อีกฝ่ายรับคำด้วยการพยักหน้างงๆ แต่ยังมองครีเอทีฟสาวกับเจ้านายหนุ่มไม่วางตา หรือจะมีบางอย่างเกี่ยวกับคนคู่นี้ และนั่นหมายความว่าเขาไม่มีหวังอย่างนั้นหรือ?

อย่าบอกว่าอัยย์ลดาเป็นคนรักของบอส

เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง อันดารู้สึกอย่างยิ่งว่าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ก็เขาแค่มาพบเธอช้าแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เหมาะสม คนเอาแต่ใจไม่วายเข้าข้างและส่งความดีให้ตัวเอง นิสัยหนึ่งของชายหนุ่มก็คือไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ต้องไขว่คว้าอย่างถึงที่สุดก่อน นั่นต่างหากล่ะตัวเขา อันดาจึงยังมีกำลังใจอยู่เต็มเปี่ยม แม้ว่าจะได้รับเพียงแววตาไม่ชอบหน้าจากหญิงสาวก็ตาม

คนที่ต้องอกหักก็คือ...คนที่ไม่คิดสู้เท่านั้นแหละ

 

แฟ้มเอกสารสีดำสองสามอันที่กองอยู่ที่เบาะหลังรถถูกมือบางรวบขึ้นมาแล้วยกออกไปพร้อมๆ กับกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊คสีดำที่สะพายบนบ่าบาง อัยย์ลดานำงานกลับมาทำต่อที่บ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์ พื้นที่ทำงานประจำถูกจับจอง หญิงสาววางข้าวของลงบนพื้นไม้กระดานสีเข้มเช็ดถูจนเงาปลาบ โต๊ะญี่ปุ่นสี่เหลี่ยมเตี้ยกางออกรองรับโน้ตบุ๊คกับแฟ้มงานที่หอบมาจากบริษัท ข้างๆ กันนั้นแก้วกาแฟร้อนแก้วแรกของวันตั้งอยู่ ความหอมกรุ่นโชยเข้าจมูกโด่งรั้นน้อยๆ ยามที่สูดกลิ่นของกาแฟคั่วอย่างพึงใจ

หอม...

เจ้าตัวคิด ทำท่าอิ่มเอมเสียเต็มประดา กลิ่นกรุ่นๆ และไออุ่นร้อนไล่ความหมองมัว เตรียมสมองสำหรับการคิด ริเริ่มงานใหม่ตามที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายหนุ่ม

หญิงสาวทำงานไปพลาง จิบกาแฟร้อนที่นำร่องมาจากทางเหนือสุดของประเทศไปพลาง ผู้ดื่มพอใจในรสชาติและความอวลหอมของเมล็ดกาแฟคั่วที่ได้เป็นของฝากจากศรุจีกับหัสนัยเมื่อครั้งที่ทั้งสองไปเที่ยวทางเหนือ อะไรจะสุขเท่าการได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศเอื่อยเย็นของสายน้ำที่ไหลผ่านด้านหลังของบ้าน ลมพัดไกวเป็นระยะ แสงร่มเพราะเงาไม้ใหญ่ของต้นไม้สร้างความชุ่มชื้นกว่าในเมืองมาก

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่อัยย์ลดาไม่ได้ปลาบปลื้มการดำรงชีวิตของคนในเมืองใหญ่ที่มักแก่งแย่งแข่งขัน ติดตรงที่ต้องไปศึกษาเล่าเรียนจบแล้วยังต้องทำงาน ซึ่งก็หนีไม่พ้นความแออัดยัดเยียดและรถราตึดหนึบ แต่ไม่ว่าใครก็คงหลีกหนีไม่พ้นจนปล่อยให้ความเบื่อหน่ายจนกลายเป็นความคุ้นเคย อยู่ได้แต่ไม่ปรารถนาเท่านั้น

บ้านริมน้ำที่อัยย์ลดาอาศัยอยู่เป็นบ้านไม้สีขาวตุ่นๆ ที่สร้างเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว ถูกตกทอดมาจากบรรพบุรุษฝ่ายบิดาซึ่งไม่ได้มีราคาค่างวดมากมายเพราะตั้งอยู่ค่อนข้างไกล ที่นี่เป็นแค่บ้านชั้นเดียวหลังย่อม ที่ยังสมบูรณ์ด้วยสถาปัตย์แบบเดิม หญิงสาวชอบและอยากรักษาไว้จึงซ่อมแซมบ้านหลังนี้เท่าที่จำเป็น ส่วนอะไรที่ยังคงอยู่พอใช้ได้เธอไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงให้เสียคุณค่า เนื่องจากครอบครัวฝ่ายมารดานันอาศัยอยู่ต่างจังหวัด

อัยย์ลดาจึงอยู่ที่บ้านหลังนี้ตามลำพังตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี แต่ไม่ได้เป็นปัญหานักเพราะญาติสนิทมาเยี่ยมเยียนเสมอจนหญิงสาวไม่รู้สึกว่าเหงาหรือขาดสิ่งใดไป

ตี๊ด ตี๊ด...

เสียงเรียกจากโทรศัพท์มือถือดังแข่งกับเรือที่แล่นผ่านไปจนสายน้ำถูกแหวกยาวแล้วกระเพื่อมไหวเป็นริ้วคลื่น แก้วกาแฟถูกวางลงบนโต๊ะก่อนที่อัยย์ลดาจะรับโทรศัพท์มือถือที่กำลังร้องระงม เสียงที่ทักทายมาแหบหน่อยๆ แต่ผู้รับก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร

ฟื้นแล้วเหรอ...หลิว?

ฮื่อ ไม่ไหวเลย กว่าจะลุกไหวก็เที่ยงแล้ว แล้วแกล่ะไม่ได้เมาหรือไง”

ศรุจีเอ่ยถาม เสียงปลายสายต่างจากเธอนัก ยังใสและฟังเป็นปกติมาก อัยย์ลดาหัวเราะในลำคอหากศรุจีไม่เมาคงแปลกใจกว่าในเมื่อเพื่อนสาวเริ่มดื่มตั้งแต่หัวค่ำแถมยังเมามันส์กับการเต้นรำอีก ดื่มไปหลายขนานแล้วจะไม่แฮ้งค์อย่างไรไหว

ไม่ได้อาบแบบแกนี่ แค่ดื่ม ว่าแต่...จะเอายังไงเรื่องนัด จะเลื่อนใช่ไหม” โดนดักคอปุ๊บ ศรุจีก็หัวเราะแห้งๆ ปั๊บ เธอยังไม่ได้ลุกจากเตียงด้วยซ้ำที่นัดจะมาหาอัยย์ลดาที่บ้านเป็นอันโมฆะ ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะรู้ไต๋เพราะจับอาการออก

ฮื่อ ก็มันไม่ไหวน่ะ ปวดหัวชะมัดเลยแก” ใบหลิวบ่นออดแอด

อืม ไม่ไหวก็ไม่ไหว งั้นก็หาชาแก่ๆ ดื่มซะ นอนมากๆ ระวังจะแย่กว่าเดิมนะ”

อีกฝ่ายเตือน ศรุจีพยักหน้าน้อยๆ พร้อมกับพาตัวเองลุกขึ้นอย่างที่ถูกแนะนำ หญิงสาวทั้งสองพูดคุยกันต่อไม่กี่คำจึงวางสายลง ศรุจีเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเอง อาบน้ำล้างหน้าสักหน่อยเธออาจจะดีขึ้น ส่วนอัยย์ลดากลับมาสนใจงานเบื้องหน้าต่อ แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นแฟ้มที่วางอยู่ข้างๆ ตัว

ที่สันของแฟ้มติดลาเบลไว้หราว่า ‘ตำแหน่งครีเอทีฟ’

หญิงสาวได้รับแฟ้มนี้จากโชติรสในวันที่เขาเอ่ยปากบอกเรื่องจะรับพนักงานมาแทนปริวรรษณ์ อัยย์ลดาเคยอ่านเอกสารฉบับนั้นผ่านๆ ด้วยเพราะรู้ดีว่าอย่างไรโชติรสพิจารณาเลือกแล้วจะคงจะรับผู้สมัครคนนี้อยู่แล้ว แต่ยามนี้เธอให้ความสนใจมากกว่าเดิมเมื่อได้เจอกับตัวเข้าจังๆ ชายหนุ่มคนนั้นทำให้เธออยู่เฉยไม่ได้ ปล่อยวางก็ไม่ได้ เธอควรจะรู้เขารู้เราไว้

.. อันดา กีรติวัช

ชื่อของเขาผ่านสายตาของหญิงสาวอีกครั้ง คราวนี้เธอไล่สายตากวาดเก็บทุกรายละเอียดที่บันทึกบนกระดาษแผ่นนั้น

อายุยี่สิบสอง การศึกษาบีเอจาก Academy of Art University (San Francisco, CA) เอก Motion Pictures & Television

คนอ่านอ่านแล้วทึ่งหน่อยๆ ไล่สายตาต่อ...

ข้อสรุปนั้นปรากฎแจ่มแจ้ง ไม่มีก็แค่ประสบการณ์ แต่ความสามารถของชายหนุ่มคนนี้เกินตัว นอกเหนือไปจากปูมหลังเรื่องงาน ด้านการศึกษาที่เพียบพร้อมอันดายังเต็มไปด้วยไฟของคนวัยหนุ่ม เขาเล่นดนตรี ชอบงานศิลปะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคนนี้...เพอร์เฟ็ค

 

           รถเต่าสีเหลืองแปร๋นแล่นเข้าจอดที่ลานโล่งในซอยเล็กข้างๆ ร้าน ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ว่างรอขายที่เจ้าของร้านติดต่อขอเช่าเป็นลานจอดรถสำหรับลูกค้า เด็กรับรถวัยสิบกว่าปียิ้มกว้างให้ชายหนุ่มที่เลื่อนกระจกรถลงทักทาย ก่อนส่องไฟฉายบอกทางให้เขาเข้าจอด อันดาก้าวลงจากรถเต่าแล้วตรงเข้าไปทางด้านหลังร้าน จากทางผ่านนั้นจนถึงที่บาร์เหล้า ชายหนุ่มส่งยิ้มทักทายเพราะคุ้นเคยกับหนุ่มสาวที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด ทั้งบริกร บาร์เทนเดอร์ และผู้จัดการร้าน

รัทกร เพื่อนร่วมก๊วนเดียวกันสมัยมัธยมปลายเป็นตัวตั้งตัวตีเปิดร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อันดาคือหนึ่งในหุ้นส่วนที่จะแวะเวียนมาที่ร้านอาทิตย์ละสองครั้ง ซึ่งเป็นการมาสังสรรค์มากกว่าจะดูแลร้านจริงจัง แค่ชายหนุ่มโผล่มาก็เป็นการเรียกลูกค้าสาวๆ เข้าร้านเป็นพรวนแล้ว เรียกว่าเป็นการเพิ่มยอดแบบไม่ต้องลงทุน มือหนาของหุ้นส่วนใหญ่ตบลงเบาๆ ที่บ่าของร่างสูงใหญ่เป็นการทักทาย

เฮ้ย! มึงมาก็ดี กูกำลังจะโทรหา” เจ้าของมือหนาเอ่ยทัก

มีอะไรวะ?”

วันนี้นักร้องนำวงที่สองป่วยว่ะ มึงขึ้นแทนทีสิ” รัทกรบอก นอกจากเป็นหุ้นส่วนแล้วอันดายังกลายเป็นนักร้องนำเวลาขาดแคลนวงดนตรีหรือเกิดเรื่องขัดข้องกะทันหันอย่างวันนี้ หนุ่มผมยาวแค่พยักหน้าหงึกหงักไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลย อีกฝ่ายส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ มั่นใจได้เลยว่าวันนี้แขกสาวๆ แน่นร้านแน่

สี่ทุ่ม” รัทกรบอกเวลาอีกครั้ง เห็นอันดาพยักหน้าส่งๆ รับโน้ตเพลงไปดู

ร่างสูงใหญ่เลือกไปนั่งลงที่โต๊ะว่างๆ ริมสระขนาดเล็กทรงเส้นก๋วยเตี๋ยว แลเห็นหัวน้ำพุเล็กๆ จัดวางเว้นจังหวะเหนือผิวน้ำส่งละอองใสแจ๋วกระเซ็นสายเป็นฝอยรอบๆ ขอบสระน้ำฉาบด้วยปูนเปลือย จัดวางล้อมด้วยกระถางปูนเปลือยโชว์ความดิบของผิววัสดุใส่ต้นไม้น้ำไว้ทั้งสี่มุม

บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างปลอดโปร่ง เพราะเป็นพื้นที่เอาท์ดอร์สลับกับต้นไม้แลร่มรื่น อันดาทรุดลงนั่งที่เก้าอี้สีส้มพาสเทล วางทาบด้วยเบาะผ้าฝ้ายสีนวลอย่างสบายอารมณ์

ร้าน Glizter ประยุกต์มาจากบ้านสองชั้น ตั้งอยู่ริมถนนเลียบทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์ ปรับให้กลายเป็นร้านอาหารกึ่งผับ ตกแต่งร้านเป็นแบบผสมผสาน คือ อยากตกแต่งอย่างไรก็ทำอย่างนั้น โดยไม่ได้กำหนดกะเกณฑ์ หรือเรียกอีกอย่าง คือ มิกซ์แอนด์แมช ตามแต่หุ้นส่วนของร้านแต่ละคนจะพอใจ

อันดาใส่ใจเฉพาะพื้นที่วงดนตรีที่ทำเป็นเวทียกพื้นสองสเต็บภายใต้เต๊นท์ทรงกลมครอบทับอีกทีหนึ่ง เล่นเพลงทุกแนวตามแต่วงดนตรีที่หมุนเวียนไปในแต่ละคืน ซึ่งมีสองวง จากร้านที่เพิ่งเปิดใหม่จึงเป็นที่รู้จักของนักดื่มในเวลาไม่นาน ซึ่งขณะนี้ถือเป็นสถานที่เทหย่อนใจยามค่ำคืนที่ผู้คนจับจองโต๊ะจนเต็มทุกคืน

ใบหน้าหล่อคมหันมองไปเบื้องหน้าทอดอารมณ์สบายๆ รอคอยเวลา แลเห็นลูกค้าทยอยเข้ามาจับจองโต๊ะแล้วโต๊ะเล่า กิจการไปด้วยดีต้องชื่นชมรัทกรที่ลงมาบริหารร้านอย่างเต็มตัวหลังจากเรียนจบ อันดาส่งเรียวตาสีเข้มมองผ่านๆ ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษเขาจึงไม่ได้เห็นว่าหญิงสาวคนหนึ่งกำลังทอดสายตาคมสวยมาที่เขา ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ราวนายแบบ กับใบหน้าหล่อเหลา มาดเซอร์นิดๆ อย่างศิลปินเป็นแม่เหล็กดึงดูดชั้นดีกับหญิงสาวที่เขาพานพบ มีบ้างที่ถูกใจเขาและส่วนใหญ่ก็ปล่อยผ่านไปเฉยๆ อย่างไม่ไยดี

อันดา” คนถูกเรียกหันมาช้าๆ

รัน!!”

อันดาครางชื่อนั้นด้วยปลายเสียงคุ้นเคย ส่วนแววตานั้นไม่ต่าง คุ้นตาจน ลลนา เผยรอยยิ้มหวานให้เขา อันดารู้สึกแปลกใจที่ได้พบหญิงสาวที่นี่เพราะข่าวว่าเธอเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้ว แต่เวลานี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าแถมยังทำให้หัวใจของเขาวูบๆ ไหวๆ ไปอย่างไม่ตั้งใจ

นั่งก่อนสิ รัน” อันดาผุดลุกขึ้นเมื่อสติกลับมาสู่ตัว พลางขยับเก้าอี้ให้เพื่อนสาว รอยยิ้มแสดงความขอบคุณโปรยให้ก่อนที่ร่างบอบบางจะทรุดลงนั่งข้างๆ เขา ตลอดเวลานั้นอันดารู้สึกตัวว่าเขาไม่อาจละสายตาไปจากหญิงสาวที่เคยผูกพันในอดีตได้เลย

รันเพิ่งกลับมาจากอังกฤษน่ะ แล้วก็ได้ข่าวจากเพื่อนๆ ว่าอันดาเปิดร้านก็เลยแวะมา เราหวังว่าจะได้เจออันดาน่ะ แล้วก็ได้เจอจริงๆ”

อะอืม เป็นร้านที่หุ้นกับเจ้ารัทน่ะ รันจำรัทกรได้ไหม”

ลลนาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มละมุน เพื่อนทุกคนของอันดาเธอรู้จักดี ดวงหน้าสวยหวานลอยเด่นตรงหน้าเขาสะกดเรียวตาสีเข้มในจรดมองคนตรงหน้า ก็หญิงสาวคนนี้ห่างหายไปจากชีวิตเขาพักหนึ่งแล้ว อันดาไม่เคยหวนระลึกนึกกลับไปเพราะเวลานั้นเขาไม่เป็นผู้เป็นคนเท่าไหร่ จนกระทั่งเวลาช่วยรักษาจิตใจให้ดีขึ้นนั่นแหละ

และเขาเคยบอกตัวเองว่า...เลิกรักเธอแล้ว นับจากวันนั้น

           อันดาปล่อยให้เรื่องนี้เป็นความทรงจำของความรักในอดีต ครั้งหนึ่งที่เขาเคยรักและคบหากับลลนา เมื่อความรักจบลงเขาและเธอยังเหลือความเป็นเพื่อน ซึ่งต่างก็พอใจทั้งสองฝ่าย เพราะคงไม่มีใครไม่มีอดีต ในเมื่ออดีตก็คือ...วันวานของวันนี้เพียงแต่จะคนเราจะดำรงชีวิตต่อด้วยวันวานเก่าก่อนหรือวันนี้ เวลานี้มากกว่าเท่านั้น

           ชายหนุ่มกับหญิงสาวยังมีเวลาสนทนาในฐานะเพื่อนเก่าจนกระทั่งได้เวลาอันดาต้องขึ้นเล่นดนตรี กีต้าร์โปร่งถูกนำมาส่งให้เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นไปนั่งลงที่เก้าอี้สตูลสีขาว อันดาจัดท่านั่งดูสบายๆ ก่อนวางมือลงบนสายกีต้าร์ คอร์ทเพลงอะคูสติกเบาๆ เริ่มบรรเลง...

           เสียงปรบมือต้อนรับนักร้องหนุ่มตามด้วยเสียงกรี๊ดเป็นระยะ ส่งให้ลลนารู้ว่าอันดาเป็นที่ชื่นชมและสนใจมากเพียงใด ร่างสูงใหญ่นั่งเล่นกีต้าร์ ถ่ายทอดอารมณ์หวานละมุนผ่านเสียงทุ้มนุ่ม แจ่มใส ใบหน้าคมระบายยิ้มเยือนมอบให้ผู้ฟัง ก่อนดวงตาสีเข้มหยุดนิ่งเพียงเธอผู้เดียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #18 tungkn4841 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2555 / 22:10
    นางเอกของเราก็แรงดี แถมดูท่าจะขาวีนเสียด่วย  ขอบอกก่อนเธอไม่ค่อยหนุ่มมาดเซอร์ ผมยาวน่ะ.....อันดา
    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #18
    0
  2. #17 nuri (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 18:50
    เปิดตัวพระเอกแล้วนะคะ ตัวละครออกมามากพอสมควรเลยค่ะ
    พระเอกอายุน้อยจังค่ะ 22 เอง
    นางเอกคนนี้แอบห้าว แกร่ง เก่ง อิอิ
    #17
    0