ดวงใจทมิฬ (ตอน 5 อัพ 100%)

ตอนที่ 3 : ตอน 1 นางโจร < Up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 เม.ย. 55

ตอน 1

นางโจร

             ตึกเก่าสองชั้นสร้างจากก้อนดินอัดวางสลับคล้ายแนวอิฐบล็อก เป็นรูปลักษณ์ภายนอกของ สถานที่ลับ ที่ซึ่งชายฉกรรจ์ทั้งสามใช้เป็นที่ชุมนุม นอกจากตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพื่อมิให้โดดเด่นผิดสังเกต

            
เมื่อก้าวพ้นบานประตูคู่นั้นออกมาเป็นตลาดย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน โคลาฟเป็นคนเลือกที่นี่ตามบัญชาของเจ้าชายรัชทายาทตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ด้วยเจ้าชายอาคิราต้องการสถานที่ไว้ประชุมเรื่องลับยามหลบซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังกองทัพทหารฝ่ายพระราชา

             องครักษ์หนุ่มพาร่างกายกำยำฝ่าฝูงชนที่กำลังรุมซื้อข้าวของ เห็นผักกับผลไม้สดใหม่ที่พ่อค้าแม่ค้าวางอวดบนแผงไม้ไผ่ ละลานตาด้วยสีส้มบ้าง เขียวบ้าง ชายหนุ่มเดินทอดน่องพลางคลี่ยิ้มเมื่อเหลือบไปเห็นผลอินทผลัมที่มารดาโปรด อีกพวงองุ่นสีม่วงเกือบดำลูกเล็กมีเนื้อกรุบกรอบ คนรักแม่จึงโฉบเข้าไปเลือกหยิบ เปิดถุงกำมะหยี่หูรูดสีดำออกมาแล้วยื่นเงินให้แม่ค้า

             หารู้ไม่ทุกอิริยาบถของโคลาฟตกอยู่ในสายตาคู่คมนานแล้ว ดวงตาคู่หนึ่งจ้องถุงเงินไม่วางตา ก่อนจะส่งสัญญาณบางอย่างไปยังเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่หลบมุมอยู่ด้วยกัน ทั้งสองอยู่ในชุดสีทะมึนมอมแมมยาวกรอมเท้า แขนเสื้อย้วยรกมาคลุมร่างมิดชิดเลยมาถึงศีรษะดูไม่ต่างจากยาจกตกยาก คนร่างเล็กขยิบตาให้กัน จรดฝีเท้าเปลือยเปล่าออกวิ่งทะเร่อทะร่าเข้าหาโคลาฟซึ่งหมุนตัวกลับมาพอดี

             เสียงตุ้บดังขึ้นเหนือแผงอกแบนราบเยี่ยงไม้กระดาน แข็งแกร่งจนร่างน้อยที่พุ่งเข้าชนผงะหงายพร้อมอุทานโอดโอย

             อูย ขอโทษๆ ข้ามันเซ่อซ่าเดินไม่ระวัง ขออภัยต่อท่านผู้สูงศักดิ์ด้วย”

             เสียงเล็กดัดจนห้าวเอ่ยพร่า โค้งตัวไปมาขอโทษขอโพยยกใหญ่

             ท่านผู้สูงศักดิ์ ไม่มีทีท่าตกใจซ้ำช่วยจับร่างคนเซ่อซ่าไม่ให้ล้มกลิ้งด้วยสองมือ ชายตามองร่างต่ำเตี้ยกว่าหมายจะมองหน้าให้ชัดแต่อีกฝ่ายกลับก้มงุด ร่างแคระแกนที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเด็กหรือสตรีผอมบางในชุดมอซอยังคงซุกตัวชิดร่างสูงใหญ่ มือไวขยุกขยิกไปตรงกระเป๋าเสื้อที่เก็บถุงมีค่า เสี้ยววินาทีจึงผละออกห่างแต่ยังไม่วายหวงตัวจึงไม่ยอมแม้จะสบตา

             โคลาฟกระตุกหัวคิ้วหนา แปลกใจในท่าทีพิรุธ เชื่อว่าอีกฝ่ายมิใช่แค่เด็กธรรมดา

             เจ้าเด็กจรจัดหน้าตามอมแมมทรงตัวได้เองและกำลังจะพาร่างในชุดคลุมยาวถอยหลังออกห่างหรืออีกนัยคือหนี ทว่าร่างน้อยคล้อยหลังก้าวเดียวก็พลันสะดุ้งวาบเมื่อได้ยินเสียงเฉียบขาด

             เดี๋ยว! เจ้าน่ะอย่าเพิ่งไป” ชายหนุ่มประท้วง ใบหน้าที่ซ่อนใต้ผ้ากดต่ำลงกว่าเดิมแล้วจึงค่อยๆ หันมา

             อะไรอีกล่ะท่าน ข้าขอโทษแล้วไงที่ซุ่มซ่าม จะคิดค่าเสียหายเหรอแค่ชนเบาๆ เอง” เสียงเล็กยังรักษาโทนเรียบ ราวฝึกฝนมาอย่างดีมิให้ตื่นกลัว โคลาฟสั่นหน้าไปมาแสยะยิ้มยามยื่นมือล้วงเข้าไปในชุดรุ่มร่ามของเด็กเหลือขอ เกิดเสียงวี๊ดทันทีที่มือของชายหนุ่มมิดหายไปในทรวงอก ถูครูดไปกับเนื้อหนังมังสานุ่มนิ่มเกินกว่าที่คิด

             เฮ้ย! นี่มัน...ผู้หญิง

             หนุ่มร่างโตขมวดแถบคิ้วอีกครารีบชักมือออก แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะรู้สึกผิดที่เผลอล่วงเกินหล่อน เพราะเขาไม่ใช่คนเริ่มและไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนเป็นหญิง ต่างยื้อยุดกันอยู่ครู่หนึ่งฝ่ายที่ชนะก็ถอยมาหนึ่งก้าวพร้อมของกลางในมือ โคลาฟแสยะยิ้มพลางเดาะถุงเงินเล่นกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างผู้ชนะ อีกฝ่ายหน้าแดงแจ๋จนผงถ่านดำปื้นที่แก้มเลือนหาย

             อ๊าย..ยย ไอ้บ้า! ไอ้ลามก!” กรีดร้องเสียงลั่น

             นี่ไงถุงผ้าของข้า เจ้าเด็กเมื่อวานซืน เจ้าริอ่านเป็นโจร ข้าจะจับเจ้านอนคุก มานี่ๆ”

             เขากระชากคอเสื้อยกร่างเบาหวิวเหนือพื้น ไม่คิดปล่อยโจรรุ่นเล็กลอยนวล อย่างไรเสียคำว่า โจร ก็สะกดเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน อุดมการณ์ก็คือลักขโมยเบียดเบียนคนอื่น

             คำขู่ของโคลาฟเรียกแววหวั่นในรอยตาคมขำจนลืมอาย เด็กสาวดิ้นพล่านแม้ตัวจะเล็กกว่ากำลังก็น้อยกว่าแต่ ซามาร่า จะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่าง ดวงหน้าเล็กสีน้ำผึ้งเชิดขึ้นเม้มเรียวปากหยักหนาจนเป็นเส้นตรง แก้มนวลมอมแมมด้วยผงฝุ่นกับถ่านดำที่ป้ายปาดซับสีเข้มเมื่อถูกกระชากเข้าหาตัวชายหนุ่ม

             ปล่อยข้านะอย่ามาตู่ นั่นถุงเงินของข้า ของอยู่ที่ใครย่อมเป็นของคนนั้น” ตีฝีปากฉาดฉาน ทำตาวาวใส่อย่างไม่กล้า

             หมายรวมถึงของที่ขโมยไปแล้วด้วยหรือเปล่า อะไรอยู่ในมือเจ้าถือเป็นของเจ้า ถ้าเจ้าอยู่ในอ้อมกอดข้าถือว่าเจ้าเป็นสมบัติของข้างั้นสิ”

             โคลาฟยั่วเย้าสนุกเมื่อเห็นโจรสาววัยกระเตาะหน้าตาพริ้มเพรา เขาจงใจโน้มใบหน้าคร้ามเข้มลงใกล้หน้ามอมแมม เรียกหัวใจสาวรุ่นให้แตกตื่นแล้วร่วงไปสู่ตาตุ่ม ซามาร่าผลักใบหน้าเขาให้ห่างพัลวัน

             ยอมรับมาซะดีๆ ว่าเจ้าเป็นโจร” เสียงเรียบลอดไรฟัน

             “ว่ายังไง หืม
...มม นางโจร”

             ไม่ผิดจะให้ยอมรับได้ยังไง นั่นของข้า” ซามาร่ายังแถไปน้ำขุ่นๆ ทำท่ากระโดดคว้าถุงเงินแต่ชายหนุ่มยกไว้จนสุดมือแล้วส่ายหน้าไปมา

             ต้องการของของข้าซะขนาดนี้ แต่เงินเพียงหยิบมือเดียวจะเอาไปยาไส้อะไรได้เล่า สู้เจ้าเลิกเป็นโจรมาเป็นเมียข้าดีกว่าสาวน้อย หรือไม่ก็...เข้าไปนอนในคุกหลวงจะได้จับอดข้าวอดน้ำเสียให้เข็ด”

             เสียงขู่คำรามตามด้วยการกระทำป่าเถื่อน ท่อนแขนแข็งแรงตวัดเร็วรวบได้เอวคอดกิ่ว ดวงหน้าอ่อนเยาว์ที่เชิดอยู่ชนเข้ากับปลายจมูกโด่งเป็นสัน ไม่ถึงกับเจ็บแต่ชาหนึบ ซามาร่าหน้าร้อนฉ่าใกล้แตกเป็นเสี่ยงๆ แล้วกรีดร้องอีกตลบ

            
ไอ้คนป่าเถื่อน ไอ้ลามก ไอ้คนจิตทราม” อุทานหน้าเหยเก มือเล็กลูบแก้มป้อยๆ ทั้งโกรธทั้งอายจนพูดไม่ออก

             หึ! ก็สมกันดีกับนางโจรอย่างเจ้าไม่ใช่รึ จำเอาไว้นะสาวน้อย อย่าคิดขโมยของคนอื่นเพราะเจ้าจะต้องชดใช้มากกว่าหลายเท่า”

             จบคำใบหน้ามอมๆ ก็ถูกปลายจมูกโด่งฝังลึก สูดกลิ่นหอมดังดอกไม้ป่าจนชื่นใจ คราวนี้ซามาร่าร้องไม่ออกดวงตาเรียวรีรูปเม็ดอัลมอนด์ของหล่อนเบิกโพลง

             เจ้าๆ ไอ้...” นางโจรเต้นเร่า หัวใจเต้นระรัว

             ฮ่าๆๆ ดูซิ คราวนี้เจ้าจะกล้าอวดเก่งอีกไหม”

             ร่างอ้อนแอ้นลอยหวือในอากาศถูกล็อกเอวคอดไว้กับท่อนแขนกำยำ ซามาร่าอยู่ในท่าคว่ำหน้าขนานกับก้อนกรวดสีแดง กรำฝุ่นขาว เห็นรองเท้าหุ้มข้อสีดำแบบทหารของเขาเมื่อร่างโดนแกว่งไปมา

             เด็กสาวส่งเสียงร้องวี๊ดๆ หวังจะหาคนช่วยแล้วจึงได้ยินเสียงนกหวีดเป่าติดกันสามครั้ง เงาวูบที่หลบอยู่ตรงมุมตึกมองซามาร่าถูกกระชากลากถู ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ดุจเปลือกไม้วาววับแฝงร่องรอยกังวลใจ ก่อนจะผิวปากหวีดหวิว

             นี่เป็นครั้งแรกที่ซามาร่าลงมือแล้วเจ้าหล่อนก็เลือกเหยื่อผิด คู่หูจึงต้องยื่นมือเข้าช่วย

             ไปกับข้าเดี๋ยวนี้ ไปอบรมบ่มนิสัยในคุกเสียเถอะนางโจร”

             โคลาฟยกร่างบางขึ้นกระแทกบ่าจนหล่อนจุกอั้ก ซามาร่าหลับตาปี๋ แต่ยังจิกข่วนด้วยเล็บแหลมคมจนแผ่นหลังของเขาแสบสัน โจรสาวร่างเล็กยังคงออกฤทธิ์ออกเดชประท้วง เจ้าของบ่ากว้างกัดฟันกรอดๆ โดยไม่หยุดก้าวยาวๆ ตรงไปยังที่ซ่อนรถ ทันใดนั้นเองอาชาไนยสีดำปลอดกระโจนเข้ามากลางฝูงชนด้วยอาการพยศ ร้องฮี้ๆ ลั่น ยกขาหน้าตะกุยตะกายอากาศอย่างคึกคะนอง

             องครักษ์หนุ่มยืนตะลึงลานครู่หนึ่งเมื่อเห็นมันกวัดแกว่งหัวไปมา เตรียมพุ่งชนร้านค้ากับผู้คนจึงโยนร่างน้อยทิ้งแล้วโหนตัวขึ้นไปนั่งบนม้าสีนิลอย่างรวดเร็ว กระตุกบังเหียนบังคับให้มันวิ่งไปอีกทาง

             ในที่สุดเขาก็ปราบมันจนอยู่หมัด ซามาร่ารีบกระเด้งตัวลุกขึ้นหลังจากหล่นปุกลิ้งไปกับพื้น อาศัยความชุลมุนวุ่นวายวิ่งหายไปกับฝูงชน มือจากเงามืดเอื้อมออกมาคว้าบ่าบางพาร่างเล็กหายไปในซอกตึกอย่างไร้ร่องรอย

             บ้าเอ้ย! หนีไปจนได้” โคลาฟสบถอย่างฉุนโกรธ โหนตัวลงจากหลังม้าเหลียวหา ทว่าไม่เห็นแม้นเงานางโจรเด็ก

 

             สองร่างในชุดคลุมยาวเดินกึ่งวิ่งแทบลืมหายใจเพื่อให้พ้นจากเขตชุมชน อาชาไนยสีดำวิ่งกุบกับๆ มาตามเสียงผิวปากย่างเหยาะเบาลงเมื่อเห็นผู้เป็นนาย มือเรียวบางพ้นแขนเสื้อยาวย้วยเอื้อมไปลูบหัวเป็นการชมเชย

             หญิงสาวสบตากันแล้วโหนตัวขึ้นขี่ม้าสีนิลควบทะยานออกจากมุมมืดตรงไปยังหุบผาเดรกอน ซามาร่าโอบร่างโปร่งเพรียวที่กำลังบังคับม้าแน่นขึ้นๆ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่...

             เหยื่อหนุ่ม ที่ไม่ยอมทำตัวเป็นเหยื่อ เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉกโฉบแก้มนวลแทนโทษทัณฑ์ที่หล่อนขโมยถุงเงินของเขา เด็กสาววัยกระเตาะให้สะท้านทรวงแฝงคับแค้นจนกดริมฝีปากหยักหนาบิดเบ้ ท่อนแขนเรียวบางกดไปยังเอวคอดของหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างลืมตัว

             “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าซามาร่า”

             คนบนหลังม้าเอ่ยถามแข่งกับสายลมที่ปะทะใบหน้างดงาม

             “พี่เนห์ลียา ข้ามิได้เจ็บตัว...แต่เจ็บใจนัก”


             เด็กสาววัยสิบแปดเอ่ยด้วยแววตาข้นแค้น ภาพชายหนุ่มแปลกหน้ายังบินว่อนในความคิดจนขุ่นข้อง ทั้งเรียวตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อนฉายแววเอาเรื่อง รูปหน้าเรียวยาว โหนกแก้มเป็นสันนูนตามแบบฉบับชายชาวอัสมานดูดุดันเยี่ยงนักรบ

             ซามาร่าชิงชังตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร หล่อนปรารภกับตัวเองหากพบเจอชายหนุ่มเมื่อไรจะปล้นมิให้เหลือและจะเอาคืนเรื่องในวันนี้อย่างสาสม

             เมื่อซามาร่าไม่มีอะไรจะบอกเล่าอีกฝ่ายจึงกระตุกบังเหียนแรง เจ้าพาหนะมีชีวิตจึงโจนทะยานเร็วรี่มากขึ้น หวังจะไปให้ถึงหุบผาเดรกอนสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดก่อนพลบค่ำ

             เนห์ลียา ควบม้าลัดเลาะเส้นทางไกลผ่านป่ารกชัฏ เขตติดต่อระหว่างอัสโตมาเนียกับมุกราห์ ดินแดนซึ่งเป็นช่องว่างที่สองอาณาจักรไม่เคยย่างกรายตรวจตราด้วยเกรงจะเป็นการล่วงล้ำพื้นที่ของกันและกัน การละเลยของทหารทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นที่ซ่องสุมของกองโจรนูร์ยาสมาแต่ไหนแต่ไร

             ชุมชนเล็กๆ ที่รวบรวมได้กว่ายี่สิบคน มีทั้งชายฉกรรจ์ คนชรา ผู้หญิงและเด็กที่อาศัยกระโจมเก่าโทรมเป็นที่พำนักพักพิง เดิมทีพวกเขาเป็นประชาชนรากหญ้า ยากจนข้นแค้นจนต้องอพยพมาจากดินแดนทางตอนเหนือของอัสโตมาเนีย ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ ดำรงชีวิตด้วยเงินทองกับเสบียงที่รวบมาจากผู้อื่นตามอุดมการณ์ของหัวหน้ากองโจร

             สองสาวกระโดดตุบลงจากหลังม้า หยุดยืนตรงแนวรกทึบของต้นสนสูงชะลูดซึ่งบดบังทัศนียภาพบางอย่างอย่างจงใจ ต้องผู้ที่รู้ช่องทางลับเท่านั้นจึงจะหาทางเข้าเจอ เมื่อก้าวพ้นม่านต้นไม้รกทึบยังต้องเดินเท้าต่ออีกไกลโขจึงพบกับกลุ่มกระโจมหลายสิบหลังด้านหลังหุบเขาสูง ที่นี่เนห์ลียาเรียกว่า บ้าน

             “พี่เนห์ลียาอย่าบอกพี่นูร์ยาสว่าข้าทำพลาดนะ ข้าขอร้อง” เด็กสาวรั้งร่างทะมัดทะแมงที่เดินนำลิ่วๆ เนห์ลียาหันกลับมา

             “ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยซามาร่า นี่เป็นครั้งแรกของเจ้า พี่และทุกคนก็เคยพลาดเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก”


             เสียงเรียบเจือเอ็นดูเอ่ยกับน้องสาวร่วมโลก ซามาร่าเอื้อมไปคว้ามือหญิงสาวผู้มีศักดิ์เป็นพี่กะพริบตาปริบปรอยเป็นการอ้อนวอน เธอไม่อยากให้พี่ชายรู้เรื่องนี้จริงๆ น่าอับอายมิใช่น้อยที่น้องสาวแท้ๆ ของจอมโจรนูร์ยาสทำงานพลาด ซ้ำเกือบถูกจับไปรับโทษทัณฑ์โดยไอ้หนุ่มบ้าพลังคนนั้น

             “ตกลง รีบกลับกันเถอะ ป่านนี้ท่านยายรอเจ้ากับพี่แล้วล่ะ” เนห์ลียาคลี่ยิ้มบางพลางปรายตาไปมองช่องทางลับ

             เรียวตากลมโตสีน้ำตาลไหม้แลสวยคม กดกรีดเปลือกตาอ่อนบางตวัดตรงปลายด้วยเส้นสีดำเพื่อบดบังเค้าหน้าแท้จริง ประกายเรืองเรื่อในนัยน์ตาคู่นั้นบ่งบอกแววเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวขณะกวาดมองไปรอบด้าน

             เป็นกฎของทุกคนก่อนที่จะเข้าเขตชุมชนต้องแน่ใจว่าไม่ถูกสะกดรอย หูตาซึ่งได้รับการฝึกฝนให้ไวต่อสิ่งผิดปกติกระทั่งเสียงปลิดปลิวของใบไม้หรือสายลมหวีดหวิวสอนให้เนห์ลียาระแวดระวังทุกฝีก้าว

             หญิงสาวนิ่งฟังแล้วตวัดเรียวตาคมขลับติดกร้าวหยุดนิ่งที่หลังพุ่มโพรงของต้นไม้สูงตระหง่านก่อนกระตุกมือเรียวเล็กให้ชะงักฝีเท้า ซามาร่าหันมาสบตากะพริบปริบๆ รอฟังคำสั่งจากเนห์ลียา รับรู้เป็นนัยว่า...กำลังมีภัย

             พี่เนห์ลียา...”

             “เจ้ากลับไปก่อน พี่จะสำรวจแถวนี้สักหน่อย จงระวังตัวแล้วบอกนูร์ยาสกับท่านยายว่าพี่กำลังตามไป รีบไปเร็วสิ” เนห์ลียาผลักไสร่างเล็กบอบบางไปข้างหน้า ซามาร่าจึงวิ่งอันตรธานไปจากม่านต้นไม้อย่างรวดเร็ว

             เนห์ลียายืนนิ่งจับการเคลื่อนไหวรอบด้านด้วยดวงตาคมกริบ กระตุกยิ้มเหยียดบนรูปปากหยักสวยพลางกระชับผ้าคลุมสีมอซอแล้วก้าวยาวๆ ไปยังทิศทางตรงข้ามให้ห่างจากชุมโจร

             ผู้บุกรุกวางเรียวเท้าหนาหนักบนใบไม้กรอบแห้งเบาอย่างที่สุดทว่าคนหูไวไม่วายได้ยิน หญิงสาวเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นและรู้ว่าผู้นั้นจะต้องติดตามมา เพียงอึดใจคนชุดดำพุ่งปราดจากพุ่มไม้มาดักข้างหลัง ร่างอ้อนแอ้นถูกล็อกเอวคอด กักกันอิสรภาพและเพียงแค่กอดชายในชุดดำก็รู้ว่าคู่ต่อสู้เป็นหญิง มันแสยะยิ้มหยัน กลั้วหัวเราะลอดไรฟันหมายคุกคาม

             “จงนำทางข้าไปหาพวกของเจ้าสิน้องสาว แล้วเจ้าจะรอด หึๆ”

             ผ้าคลุมผมถูกรูดลงจนเผยดวงหน้าเรียวยาวรูปไข่กับลำคอระหง ผิวผ่องผุดผาดเลอะเทอะด้วยผงถ่านทว่าน่ามอง แววตากักขฬะถลนลึกอย่างหมายมาดส่งลมหายใจร้อนพลุ่งพล่านใกล้ผิวแก้มเนียนละเอียด กลิ่นอับคละคลุ้งมากับหยาดเหงื่อเหนอะเหนียวจนน่ารังเกียจ

             เนห์ลียามิได้ดิ้นรนหรือประท้วงใดๆ เธอหรี่ดวงตาคู่โตลงจนเรียวรีเกือบเป็นเส้นตรง แสงบางอย่างวาบขึ้น แก้มนวลน่าชิดแนบกดบุ๋มเพราะจุดยิ้มเยียบเย็น

             “อย่าทำข้ากลัวสิท่านพี่ ข้าตกใจหมด”

             หญิงสาวแกะมือหยาบออกจากเอวช้าๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าปลายนิ้วเรียวเล็กค่อยๆ ปลดผ้าคลุมหน้าอีกฝ่ายลง ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปคลี่เผยอยั่วยวนจนชายฉกรรจ์งุนงง ขมวดแถบคิ้วหนา มันแสยะยิ้มอีกคราพอใจอย่างที่สุดหากจะได้ความดีความชอบเรื่องจับตัวจอมโจรนูร์ยาสได้ ดีไม่ดีอาจได้เมียกลับไปอีกคน

             ถ้าท่านพี่ใจเย็นๆ ข้าก็จะพาไป แต่โปรดอ่อนโยนกับข้าเถิด” ออดอ้อนเสียงหวาน “ฮ่าๆๆ อ่อนโยนงั้นรึ”

             ใช่ เพราะข้าไม่นิยมความรุนแรง ถนัดก็แต่ออดอ้อนอ่อนหวาน”

            
“...ซ่านซึ้งไปถึงทรวงใน”

             คำหวานเอื้อนเอ่ยยังมิทันจบประโยคดี ตรงคำว่า ทรวงใน มีดสั้นในมือหญิงสาวถูกกระซวกตรงสีข้างของชายฉกรรจ์ ลึกแล้วลากยาวดังแคว้กไปถึงกลางแผงท้องกำยำโดยไม่ลังเล

             เสียงร้องอ้ากลั่นสนั่นป่า โดยไม่ต้องแหวกผ้าสีดำชิ้นนั้นดูก็เดาได้ว่ามันขาดกระจุยติดปลายมีดคมกริบของเนห์ลียา เลือดข้นคลั่กแย่งกันพุ่งกระเซ็นราวกับถูกบีบจากถุงที่อัดแน่น ก่อนร่างใหญ่ยักษ์ทรุดลงคุกเข่าเบื้องหน้ามือสังหารหน้าสวย

             นี่หรือทหารกล้าแห่งอัสมาน กระจอกสิ้นดี”

             โจรสาวบริภาษพร้อมรอยยิ้มเหยียดเยาะ ยามชำเลืองมองชายผู้กลายเป็นศพอย่างสมเพช

 
             ยามนี้คฤหาสน์ของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไม่ต่างไปจากกองเพลิงเมื่อ นายพลอาลี นายทหารยศสูงได้รับรายงานเรื่องทหารรับจ้างเดนตายที่กลายเป็นศพอยู่หน้าคฤหาสน์ ชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมถูกจ้างเข้าไปสอดแนมใกล้หุบผาเดรกอนแต่กลับออกมาในสภาพไร้วิญญาณจึงไม่ผิดไปจากที่คิดไว้ ว่าสืบเสาะมาถูกทางและกำลังเข้าใกล้ถ้ำเสือไปทุกทีๆ

             น่าเจ็บใจก็แต่...คนอย่างนายพลผู้มากด้วยอำนาจอย่างอาลี ถูกเย้ยหยันด้วยการส่งศพกลับมาประจานว่าต่างรู้ไส้กันและกัน


             ร่างสูงใหญ่แลองอาจในชุดทหารสีน้ำเงินเข้มประดับยศดูเครียดขึ้ง แผ่นหลังกำยำตั้งตรงไพล่มือไปกุมไว้เบื้องหลัง นายพลอาลีเดินวนไปเวียนมาในห้องทำงานหลายรอบ หยุดเดินต่อเมื่อบุตรชายโทนก้าวเข้ามาทำลายความเป็นส่วนตัว ใบหน้ารูปเหลี่ยมผิวสีทองแดงเบือนกลับมาจ้องตาหมายเอาความ

             ความคืบหน้า?”

             “คนของเรากลับมาแต่ตัว ส่วนลมหายใจ...ฝากไว้ที่หุบผาแห่งความตาย มีคนนำศพมาทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์เมื่อคืนนี้โดยไม่มีทหารเวรคนไหนรู้เห็นเลย” อัลล์ ผู้เป็นลูกซึ่งมียศทหารระดับพันเอกรายงาน


             นายพลอาลีเพียงกัดกรามกรอดอย่างคั่งแค้น ส่งทหารรับจ้างไปกี่รายไม่มีรายไหนกลับมาเล่าความได้ ราวกับป่าแห่งนั้นมีอาถรรพ์ พรากลมหายใจทุกคนที่ไปเยือน แต่นั่นไม่ได้ทำให้นายพลผู้ยิ่งใหญ่ละความพยายาม เพราะถูกหยามถูกดูถูกโดยจอมโจรนูร์ยาสกับพรรคพวกของมันทั้งยังถูกเล่นงานจากราชสำนักเรื่องละเลยการจับกุมโจรป่ากลุ่มนี้

             “สุดท้ายมันก็ลอยนวล แถมยังมาเหยียบหนวดเสือถึงที่ ระยำ!” สบถกร้าว

             “เราเจอของแข็งถึงได้เคี้ยวไม่แหลกสักที เจ้าจงเก็บกวาดให้สะอาดอย่าให้เรื่องคนตายแพร่งพรายแล้วเตรียมส่งคนเข้าไปใหม่ ข้ามั่นใจว่าเราเข้าใกล้กองโจรเข้าไปทุกทีๆ ไม่ว่าต้องส่งคนออกไปตายสักกี่สิบ กี่ร้อย ข้าก็จะแลก”

             นายพลอาลีกล่าวอย่างฮึกเหิม อัลล์น้อมรับคำสั่งบิดาอย่างเคร่งครัด ขณะพ่อลูกสนทนาเครียด เสียงกุกกักของฝีเท้าหนักๆ ด้านนอกเรียกสายตาดุดันตวัดไปทางเดียวกัน พลทหารวิ่งพล่านหน้าตาตื่นรัวเคาะประตูกับตะโกนโหวกเหวกอย่างร้อนรน

             ท่านนายพลขอรับ ไฟไหม้!” เสียงอึกทึกอึงอลลั่น

             “ไฟไหม้ค่ายทหารทางเหนือของเราขอรับ”


             “......!!”

 

             ลำต้นใหญ่โตสีน้ำตาลแก่ขนาดเท่าสามคนโอบ หนาดกไปด้วยใบเขียวรูปทรงเรียวรีกับกิ่งก้านแผ่กว้างแข็งแรงเป็นที่เกาะเกี่ยวกำบังกายของร่างค่อนข้างใหญ่โต ทว่าประเปรียวในการปีนป่าย บัดนี้ร่างนั้นยอบตัวบนก้านสูงจับตามองควันไฟสีเทาขุ่นที่พวยพุ่งจากด้านหน้ากระโจมสีดำปักธงรูปเหยี่ยว สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าทหารเหล่านี้อยู่ในสังกัดของพันเอกอัลล์ บุตรีของรัฐมนตรีกลาโหม

             หึ!”

             เสียงเยาะแววหยันปรากฏบนรูปหน้าคมคายภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำ เงาทะมึนขยับกายแทรกซ่อนเป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้ใบบัง นั่งจับตามองผลงานตนเองด้วยแววตาเรืองระยับ

             เสียงหวีดร้องอย่างตระหนกของผู้หญิงแทรกมากับเสียงตะโกนโหวกเหวกของชายฉกรรจ์ที่เพิ่งตื่นมารับรู้ความหายนะ สตรีรูปร่างอวบอัดปราศจากผ้าผ่อนวิ่งหนีตายออกมาจากกระโจม เป็นภาพที่ส่งให้ใบหน้าไร้อารมณ์ของเขากระตุกยิ้ม สมเพช

             นอกจากไร้ซึ่งกฏระเบียบ ละเลยต่อหน้าที่ของผู้กล้า

             ทหารชั้นสวะพวกนี้ยังพานางโลมมาค้างคืนในค่าย เผาให้วอดซะก็ดี!

             คนในชุดดำปฏิบัติการณ์ตามลำพังทั้งที่ปกติจะต้องมีถึงสามคน ครั้งนี้อาคิราต้องการให้เงียบและรวดเร็วจนอัลล์หรือนายพลอาลีไม่ทันเฉลียวใจ หมายสั่งสอนทหารไร้ค่าพฤติกรรมไม่สมเป็นนักรบแห่งอัสโตมาเนียให้ผวาเล่นบ้าง ความโกลาหลของเพลิงร้อนเผาผลาญกระโจมเขียวนับสิบ

             คืนนี้กลางรัตติกาลจึงสว่างไสวด้วยแสงแดงฉานดุเดือดของพระเพลิง เงาทะมึนในความมืดจุดยิ้มเย็นเยียบ ช่วงเวลาหฤหรรษ์ของทหารเปลี่ยนเป็นวิ่งวุ่นดับไฟจนถึงรุ่งสางแล้วมานอนแผ่หลากลางลานกว้างอย่างน่าสมเพช อาคิราทอดนัยน์ตาสีเทาทึมดุวับเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของพันเอกอัลล์เข้ามาสังเกตการณ์

             วันพรุ่งนี้คงจะมีเรื่องสนุกๆ ให้เจ้าชายรัชทายาทได้สำราญพระทัย เจ้าชายหน้าดุรอดูผลงานกระทั่งเปลวร้อนหรี่ลงทุกหลังคากระโจมจนมั่นใจว่าจะไม่ลุกลามไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ก่อนอันตรธานตัวเงียบเชียบหายไปดังเมื่อแรกที่มา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #75 dimonjin (@jin262523) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:04
    ชอบๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆ รออยู่นะ
    #75
    0
  2. #74 porb (@porb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:54
     รอต่อๆๆ คร่า
    #74
    0
  3. #10 sunny_day (@sunny_11) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2553 / 11:25
    สนุก และน่าติดตามมากมาย ท่าทางจามีหลายคู่ให้ลุ้นนะคะ สู้ๆค่ะไรเตอร์
    #10
    0
  4. #9 lonely (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2553 / 10:27
    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ค่ะ รออ่านทุกเรื่องค่ะ
    #9
    0