เล่ห์มาร (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 9 : ตอน 8 เสือออกจากถ้ำ < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 มี.ค. 55

ตอน 8

เสือออกจากถ้ำ

            ห้องนอนของอรอินทุ์ คุณหนูของบ้านกุลพิธาน์ปิดตายทันทีที่หญิงสาวกลับมาถึง ร่างอ่อนระโหยหายลับเข้าไปโดยสั่งห้ามทุกคนรบกวนด้วยหญิงสาวต้องการความเงียบ...เรียบเรียงหัวจิตหัวใจที่โดนซ้ำซัด ซึ่งขณะนี้แกว่งไกวจนไร้ทิศทาง นับจากวินาทีเลิกรากับราเมศ คู่หมั้นหนุ่มที่คบหามาแรมปี ยังความเสียใจท่วมท้นแต่ไม่อาจขัดขืนต่ออำนาจมืดของพิรภพได้

อรอินทุ์ไม่เกรงกลัวสิ่งใดเท่ากับความอาฆาตมาดร้ายที่ผลพวงจะตกไปสู่ผู้ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จึงเลือกกลับมาตั้งต้นที่บ้านกุลพิธาน์ จำยอมตัดการพบปะทุกผู้คนเพื่อความปลอดภัยโดยไม่ห่วงตัวเอง

ร่างอ้อนแอ้นอ่อนแรงในชุดเดิมหงายผึ่งไปบนเตียงที่ตั้งกลางห้อง ทอดดวงตาสีอ่อนมองเพดานห้องที่สว่างโร่ด้วยโคมไฟห้อยต่องแต่งอย่างเลื่อนลอย คิ้วไม้ฉลุลายประณีตเบื้องบนกลายเป็นจุดนำสายตาเมื่อจิตใจลอยคว้าง จะจัดการปัญหาและรับมือกับผู้ชายคนนั้นอย่างไรดีในหัวหล่อนมืดบอด พิรภพแนะนำตัวกร้าว ไม่เกรงกลัวว่าเมื่อถูกพบตัวจะถูกลากเข้าตะรางรับผิดข้อหาจับหล่อนไปกักขัง กับกระทำมิดีมิร้าย ท่าทีของเขาไม่ยี่หระซ้ำมาดมั่นทำให้แน่ใจว่าพิรภพไม่ใช่คนธรรมดา และบัดนี้เขาคือผู้ทรงอิทธิพลต่อชีวิตที่เหลือของเธอ

ลำคอระหงกลายเป็นทางผ่านของก้อนแข็ง หล่อนสะอื้นอัดอั้นตันใจเกินจะระบาย เฝ้าคิดว่าต้องทำอย่างไรพิรภพจึงจะหายไปหรือหล่อนต้องตายตกเพื่อชดใช้บาปที่เขาอ้างเอ่ย อรอินทุ์อยากรู้นักพิรภพทำไปเพราะเหตุใด ทำไมต้องตั้งท่าแค้นเคืองประดุจหล่อนฆ่าใครตาย...

ความอ่อนล้าฉุดดึงกำลังกายกำลังใจจากร่างเปราะบางจนหญิงสาวไม่อาจฝืน พละกำลังร่อยหรอลงเหลือศูนย์เพราะโดนเขาดูดดึงไปจนหมดสิ้น แค่พบสบนัยน์ตาคมดุอรอินทุ์คล้ายหมดแรงเพราะกระแสกร้าวโกรธในแววตาที่ตั้งท่าพร่าผลาญ ดวงตาสีสนิมหล่อเลี้ยงด้วยเพลิงแค้นที่เอ่อเต็มดั่งมหาสมุทรกว้างที่ยากจะถมล้างให้เต็ม

ไม่ว่าอะไรก็ไม่อาจเปลี่ยนหยดน้ำทะเลเค็มปร่าให้ไร้รส ดั่งเช่นแค้นที่ไม่อาจลดทอนจากใจกระด้างดวงนั้น

แม่ขา...” สติสัมปชัญญะหลุดออกจากร่างทีละน้อยเพื่อพักฟื้น หัวใจพร่ำเพรียกครวญหามารดาที่พึ่งพาซึ่งไร้ตัวตนก่อนเข้าสู่นิทรารมณ์ทั้งทุกข์ระทม

ห้วงภวังค์ว่างเปล่าสะดุดกึก อรอินทุ์หลับลืมตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของคืนวาน ถูกรบกวนด้วยเสียงเคาะเรียกปึงๆ เมื่อย่างเข้าสู่เวลาสายของวันใหม่ ที่หน้าห้องจึงมีเสียงเอ็ดตะโรของบุปผา เจ้าของร่างบอบบางโงศีรษะค่อนข้างยุ่ง รุ่ยร่ายด้วยเรือนผมสีน้ำตาลเข้มจากหมอนหนุน ก้าวโผลเผลลงจากเตียง ทันทีที่แม่บ้านใหญ่กึ่งพี่เลี้ยงอย่างบุปผาพบหน้าคุณหนูของเธอก็หน้าตื่น เพราะดวงหน้าเล็กแลซีดเซียว ยืนโงนเงนในชุดยับย่น

คุณใบบัว!” มือเล็กกร้านหยาบจากการทำงานมาตลอดชีวิตสาวจนถึงวัยสามสิบปีปลายๆ ยื่นออกไปรับร่างนายสาวด้วยความห่วงใย

คุณหนูไม่สบายนี่คะ บุปผามาเคาะเรียกตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อนก็ไม่ตอบจนคิดจะเอากุญแจสำรองมาเปิดแล้วนะคะ อุ้ย! ตัวร้อนจี๋เลย”

คุณหนูใบบัวของบุปผาพยักหน้าน้อยๆ แตะเนื้อตัวของตนก็พบว่าจริง รุมๆ ร้อนๆ ราวกับจะเป็นไข้

ปวดหัวจัง บัวขอยาแก้ไข้สักสองเม็ดเถอะค่ะพี่บุปผา” เอ่ยปากเสียงแหบแห้ง “ค่ะๆ อ้อ อีกเรื่องหนึ่งค่ะคุณใบบัว นี่ค่ะคุณท่านฝากไว้”

ก่อนบุปผาหมุนตัวจากไปเตรียมอาหารกับยา ไม่ลืมคำสั่งที่อรรถฝากไว้ให้อรอินทุ์ ซองยาวสีครีมถูกยื่นไปตรงหน้าหญิงสาวผู้เป็นนายซึ่งยังยืนง่วงงุนจนต้องพยุงร่างบางเอาไว้กับกรอบประตู เรียวคิ้วเรียงตัวสวยจึงขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิม “อะไรเหรอจ๊ะ?” สงสัย

คุณอรรถสั่งไว้ค่ะว่าถ้าคุณหนูตื่นแล้วให้อ่านการ์ดนี่ ท่านบอกจะรอพบกันที่งาน นอกนั้นคุณใบบัวลองอ่านดูข้างในเถอะค่ะบุปผาขอตัวไปเตรียมอะไรร้อนๆ กับยามาให้ทานก่อนนะคะ” รอยยิ้มละไมจากพี่เลี้ยงสาวคนสนิท เรียกคำขอบคุณกับรอยยิ้มบางๆ จากนัยน์ตาหญิงสาว

อรอินทุ์มองวัตถุในมือด้วยความฉงน ซองสีครีมถูกเปิดออกจากด้านบนพบการ์ดสีเดียวกัน เป็นการ์ดเชิญไปร่วมงานเพื่อเป็นสักขีพยานในการร่วมมือกับลงทุนร่วมระหว่าง โมนิกา ไดมอนด์ กับ เคพี เจมส์ ดวงตาคมสวยกวาดไล่อ่านรายละเอียดอีกทั้งวันเวลา คนเป็นลูกส่ายหน้าไปมาน้อยๆ อ่อนใจเมื่อทุกอย่างในการ์ดใบนั้นระบุ...

๑๖  กันยายน  พ.๒๕๕๒  เวลา  ๑๙.๐๐  น.

ณ โรงแรมเดอะทรินิตี้ แบงค์คอก

 

การพบกันอย่างเป็นทางการระหว่างผู้บริหารของโมนิกา ไดมอนด์ เป็นตัวแทนสาวสวยอย่าง โมนิกา ดัชแมน กับนายอรรถ กุลพิธาน์ มหาเศรษฐีกับพ่อค้าอัญมณีเพื่อเซ็นสัญญาร่วมลงทุนอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางสื่อนักข่าวสายเศรษฐกิจนับร้อย ส่วนอรอินทุ์ในฐานะบุตรสาวเพียงคนเดียวของอรรถจะต้องไปร่วมงานตามคำสั่งของบิดา ทั้งๆ ที่สภาพร่างกายไม่อำนวยนัก

บุปผาช่วยแต่งหน้าให้หญิงสาว กลบเกลื่อนรอยแดงเพราะพิษไข้ด้วยการปัดแก้มนวลจนระเรื่ออมชมพู ชุดราตรีสั้นสีขาวมุกเป็นเกาะอกเปิดเนินไหล่ลาดเนียนถูกนำมาทาบร่างกายอรชรที่หน้ากระจก สมตัวจนผู้สวมใส่แลสง่างดงามปานเจ้าหญิง กลุ่มผมสีน้ำตาลไหม้ถูกรวบขึ้นเพียงบางส่วน ปล่อยปอยผมม้วนตัวห้อยระย้าข้างแก้มเนียนใส ส่งให้ใบหน้าแลหวานซึ้งจนพี่เลี้ยงสาวอดชมเปาะไม่ได้

คืนนี้คุณหนูของบุปผาสวยจริงๆ ค่ะ”

ขอบคุณค่ะ” คนถูกชมยิ้มบาง มองตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งหลังแปลงกายจากคนป่วยเป็นนางซินในพริบตา

บุปผาให้คนไปเตรียมรถไว้แล้วค่ะแล้วนี่คุณใบบัวทานยาเข้าไปอีกแล้วจะไหวหรือคะ บุปผาล่ะเป็นห่วงจริงๆ เกรงจะไปเป็นอะไรที่งาน” มือเล็กของพี่เลี้ยงยังทำหน้าที่จัดระเบียบให้อรอินทุ์ทุกเม็ด หญิงสาวผ่อนยิ้มบางลองบุปผาเริ่มห่วงหล่อนจะบ่นไม่หยุด เธอจึงต้องรีบออกเดินทาง

บัวไหวค่ะพี่บุปผา ไปบอกคนรถได้เลย” สำทับด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าเซียว บอกตัวเองแม้ไม่ไหวก็ต้องฝืนให้ได้ ในเมื่อเป็นงานสำคัญ

ร่างเพรียวลมในชุดพร้อมออกงาน ก้มลงสวมรองเท้าส้นสูงสีบรอนซ์เงินส่งให้ร่างแบบบางดูประเปรียว หญิงสาวผุดลุกขึ้นช้าๆ แล้วทรงตัวดูว่าไม่โงนเงนจึงหยัดยืนตรง บุปผามองตามหวั่นๆ ด้วยฤทธิ์ของยาลดไข้ที่นายสาวระดมกินเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนยังส่งผล ทำให้อรอินทุ์อยู่ในอาการเซื่องซึมและผล็อยหลับเอาง่ายๆ หญิงสาวจึงต้องตั้งสติให้มั่นก่อนก้าวออกไปจากตัวคฤหาสน์

ในเวลาไม่ถึงสี่สิบห้านาทีพาหนะคันหรูประจำบ้านกุลพิธาน์ก็ขับผ่านป้ายโรงแรมเดอะทรินิตี้ แบงค์คอกเข้าไป ห้องจัดเลี้ยงอยู่ที่ชั้นสอง หญิงสาวก้าวสง่าผ่านผู้ต้อนรับซึ่งอรอินทุ์ไม่คุ้นหน้า งานนี้จัดขึ้นโดยคู่พันธมิตรทางธุรกิจอัญมณีกับฝ่ายบิดาหล่อนก็จริง แต่อรอินทุ์ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมาก่อนสักนิดเดียว เธอจึงกลายเป็นแขกของงานไม่ใช่เจ้าภาพไปโดยปริยาย ดวงตากลมโตสอดส่ายหาอรรถ พบเพียงเหล่าบอดี้การ์ดร่างโตที่กระจายตัวทั่วงาน ที่ด้านหน้าเป็นเวทียกระดับเตี้ยๆ พร้อมโต๊ะพาเนลสำหรับลงนาม กับป้ายตัวหนังสือตัดโฟมฝีมือดีเป็นชื่อบริษัททั้งสองกับโลโก้อยู่เหนือขึ้นไป อรอินทุ์ก้าวเข้าไปหาศักดิ์สิทธิ์ หัวหน้าบอดี้การ์ดเพื่อไขข้อสงสัย

เห็นคุณพ่อไหม?” “ท่านอยู่ในห้องรับรองกับคุณโมนิกาและแขกวีไอพีครับ อีกห้านาทีงานจะเริ่มแล้วครับ” ผู้ฟังพยักหน้าหงึกๆ

อรอินทุ์พึมพำชื่อหญิงสาวที่ได้ยินจากศักดิ์สิทธิ์เพราะพอจะคุ้น แต่สำหรับแขกวีไอพีท่านอื่นนี่สิที่เดาไม่ออกเลย ยังมีบริษัทอื่นเข้ามาเป็นพันธมิตรกับบิดาอีกหรือ แล้วเป็นใครในแวดวงธุรกิจกันเล่า เท่าที่รู้นักค้าอัญมณีผู้ทรงอิทธิพลของเมืองไทยมีไม่มาก ส่วนโมนิกา ไดมอนด์ นั้นเป็นบริษัทของต่างชาติมีสาขาใหญ่อยู่ที่ประเทศฮ่องกงกับอิตาลี

การตกลงร่วมมือทางธุรกิจเป็นเรื่องดีในแง่บุกเบิก พัฒนาวงการอุตสาหกรรมเครื่องประดับอย่างเพชรพลอยและแร่ดิบต่างๆ ที่แปรเป็นอัญมณีให้เพิ่มมูลค่ามหาศาลโดยผ่านการคัดสรร เจียรนัยและออกแบบ นอกจากนี้โมนิกากับอรรถกำหนดจะจัดแสดงเพชร กับประกวดออกแบบเครื่องประดับเพชรสำหรับนิวเจนเนอเรชั่นปีละครั้ง

ร่างบอบบางในชุดราตรีสีขาวมุกฉุดสายตาผู้มาร่วมงานโดยเฉพาะชายหนุ่ม ผู้ใดเล่าไม่ปรารถนาเพชรน้ำงามอรอินทุ์เปรียบได้กับสิ่งนั้นที่ส่งประกายล่อตาล่อใจ หญิงสาวจึงถูกจับตาและจับภาพโดยนักข่าวจนแสงแฟลชแปลบปลาบเป็นระยะ ไม่เว้นแม้แต่ดวงตาสีเข้มที่ปราดมองมาประสบแล้วหยุดชะงัก ดั่งถูกปักศรลงบนเขตแดนหัวใจ ธนภูมิซึ่งยืนมองมาจากชั้นลอยซุกมือลงในกระเป๋ากางเกงสแลก หันรีหันขวางเพราะอยากเข้าไปทักอรอินทุ์ใจจะขาด ติดที่ตรงสิ่งเดียวเท่านั้นนั่นก็ คือ แววตาดั่งเพชรฆาตของพี่ชาย

แสงไฟภายในห้องจัดเลี้ยงดิมลงเล็กน้อยเมื่อล่วงเข้าสู่เวลาเริ่มงานแถลงข่าว ผู้ที่ก้าวขึ้นไปบนเวทีมีทั้งหมดสามคน อรรถเป็นผู้ที่ก้าวนำเป็นคนแรก ตามด้วยร่างโปร่งบางดุจหนึ่งนางแบบหลุดออกมาจากแมกกาซีนหัวนอกนั่นคือโมนิกา และชายหนุ่มร่างสูงสง่าผู้เดินรั้งท้าย เขาผู้นั้นยับยั้งลมหายใจเฮือกถัดมาของอรอินทุ์ให้จมดิ่งลงสู่พื้นล่าง เนื้อนุ่มใต้เกาะอกสะท้านระรัวปราศจากอากาศหล่อเลี้ยงทันใด ดวงหน้าที่โปะทับด้วยสีสันพลันซีดเสียยิ่งกว่ากระดาษเปล่า อรอินทุ์แทบล้มทั้งยืนเมื่อนัยน์คมกริบปรายมายังเธอที่ยืนรั้งกลางห้องราวถูกสปอตไลท์ยิงใส่ พร้อมแสยะยิ้มหยันอย่างผู้ชนะ

นี่หรือพันธมิตรทางธุรกิจ แขกวีไอพีของบิดา ไม่! ไม่มีทางเป็นไปได้!!

ชายหนุ่มผู้ซึ่งไร้สีหน้ากังวลเบือนกลับมายังนักข่าวทุกคนโดยไม่หลบตา แล้วยิ้มพรายเป็นความกล้าบ้าบิ่นของคนที่ไม่เกรงกลัวต่ออาญากฎหมาย กล้าเปิดตัวออกสู่สาธารณชนด้วยการเป็นหุ้นส่วนกับอรรถ อรอินทุ์ถอยกรูดไปชนผนังห้องทำท่าจะออกไปจากตรงนั้นทั้งที่การแถลงข่าวเพิ่งเริ่ม...

สำหรับพิรภพ...เริ่มเดินหมาก หมายความถึงไม่อาจออกจากกระดานได้จนกว่าเกมจะจบ

พิรภพเหลือบมองหมากตัวเล็กๆ ที่ยืนง่อนแง่นของเขาแล้วเกิดแสงพริบพราวในดวงตาคม พลังแห่งการข่มขู่แทรกซึมทุกอณูดวงใจจนนัยน์ตาของอรอินทุ์พร่าเบลอ หญิงสาวก้าวพรวดๆ ตรงไปยังห้องสุขา มือเกาะขอบอ่างเซรามิกพลางวักน้ำลูบหน้าที่ขาวซีดแต่ร้อนผะผ่าวโดยไม่ห่วงสวย ยาทำให้หล่อนงุนงงได้มาก แต่ไม่มากเท่าอานุภาพดวงตาจากบุรุษร้ายกาจดุจซาตานผู้นั้น

หนทางเดียวที่คิดออกคือพาตัวเองออกห่างให้เร็วที่สุด อรอินทุ์ตั้งใจจะกลับแต่เมื่อก้าวออกมาจากห้องน้ำพบบอดี้การ์ดของอรรถมายืนรอตรงโถงยาวปูลาดด้วยพรมสีเลือดนก เขาค้อมกายให้ลูกสาวนายแล้วรายงาน “คุณหนูครับท่านเชิญไปที่ห้องรับรอง ทางนี้ครับ”

มือใหญ่ผายออก ทว่าเรียวขาเพรียวยาวกลับไม่เป็นใจเอาเสียเลยเมื่ออรอินทุ์ยืนทื่อ ไม่ขยับเขยื้อนกายตามคำเชิญของศักดิ์สิทธิ์ คิดไม่ถึงว่างานแถลงข่าวจะเสร็จสิ้นเร็วปานนั้นจนทำให้อรรถกับคู่ค้าทางธุรกิจลงจากเวทีซึ่งหมายรวมถึง พิรภพ

กลีบปากอ่อนบางขาวซีดเกิดอาการสั่นน้อยๆ แข้งขาเปลี้ยอ่อนจนหยัดยืนไม่สมดุล ร่างแบบบางในชุดราตรีงดงามโอนเอนจนบอดี้การ์ดหนุ่มเข้าคว้าตัว แต่ก็ด้วยความระมัดระวังไม่แตะต้องกายของนายสาวมากเกินไป กระนั้นสิ่งที่เขาทำเรียกได้ว่า กอด และไม่ควรเลยที่จะมีสายตาร้อนแรงดั่งเพลิงพิฆาตอีกคู่มองมา อรอินทุ์ไม่มีโอกาสรับรู้ว่ากำลังทำผิดข้อตกลง ปล่อยให้ผู้ชายแปลกหน้าเข้าใกล้ในระยะประชิด ซ้ำยังโดนโอบกอด แล้วมีหรือที่เจ้าของสายตาดุดันคู่นั้นจะปล่อยวาง ไม่มีทางเสียล่ะ!

บานประตูแง้มเปิดเรียกจังหวะระรัวในอก อรอินทุ์ทำใจดีสู้เสือผลักออกช้าๆ แล้วสอดกายบางเข้าไป

คุณพ่อคะ” อรอินทุ์เอ่ยเบา เป็นการแสดงตัวว่าหล่อนมาแล้ว อรรถกับโมนิกาเบือนกลับมาหาผู้เข้ามาใหม่พร้อมกับบอดี้การ์ดหนุ่ม

ดวงตาหวาดหวั่นกวาดทั่ว ภายในห้องรับรองระดับเอ๊กครูซีฟกลับมีเพียงโมนิกากับบิดาของหล่อน แววตาแฝงความประหวั่นพรั่นพรึงทำให้อรรถเลิกคิ้ว สองสาววัยไล่เลี่ยถูกแนะนำให้ทำความรู้จัก นัยน์ตาสีเขียวมรกตของโมนิกาซุกซ่อนรอยบางอย่างและเกลื่อนด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพยามจับจ้องอรอินทุ์ทั่วร่าง นี่น่ะหรือ...หญิงสาวที่พิรภพเคยเอ่ยถึง หมากตัวหนึ่งในเกมแค้นครั้งนี้ โมนิกาเพิ่งจะได้พบตัวจริงของอรอินทุ์ซึ่งก็ทำให้ผู้หญิงด้วยกันอย่างเธอทึ่งไม่น้อย ในความสวยหวานของใบหน้ากับเรือนร่างอรชร ไร้ที่ติ

สวัสดีค่ะคุณอรอินทุ์ ดิฉันโมนิกา เรียกมาร์กี้ก็ได้ค่ะ” “สวัสดีค่ะคุณมาร์กี้” สองสาวยืนทักทายด้วยภาษาแม่ของโมนิกา อรรถยิ้มพอใจพลางปรายตาชื่นชมเจ้าของร่างโปร่งระหง โมนิกาฉุดดึงความสนใจจากชายสูงวัยได้ราวแม่เหล็กต่างขั้ว ประกายตาของอรรถทำให้อรอินทุ์เดาได้ว่าผู้หญิงตรงหน้ามัดใจบิดาของเธอทั้งที่มีอายุรุ่นราวคราวลูก อรอินทุ์ไม่อาจปัดไล่ความสะอิดสะเอียนออกจากใจจึงหลุบเปลือกตาลงต่ำ

คุณอรอินทุ์เป็นดีไซเนอร์ด้วยใช่ไหมคะ มาร์กี้อยากชวนคุณมาออกแบบเพชรคอลเล็คชั่นใหม่ของเรา” โมนิกาเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้ม

ใบบัวเรียนมาด้านออกแบบจิวเวลรี่โดยตรงหวังจะให้ช่วยงานที่เคพี เจมส์ แต่มาช่วยงานใหม่ก่อนก็ดีผมคิดไว้อยู่แล้วว่าจะให้รับหน้าที่นี้ พอดีไปตรงใจคุณมาร์กี้ ดีจริงๆ นะครับเหลือก็แต่อีกคนว่าจะเห็นด้วยหรือเปล่า” อรรถระบายยิ้มพอใจ เฉกเช่นโมนิกาที่พยักพเยิดยกเว้นเจ้าตัว

สีหน้าของบุคคลที่สามตรงกันข้าม อรอินทุ์รับไม่ทันกับหน้าที่ใหม่ที่บิดามอบให้โดยไม่มีการเกริ่นนำ การลงทุนลงแรงร่วมกันระหว่างอรรถกับโมนิกาเป็นจำนวนเงินมหาศาล การเรียกอรอินทุ์ซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านออกแบบมาช่วยงานไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หญิงสาวอิดเอื้อนซ้ำยังยืนอึ้งไปหลายนาที เรื่องเซอร์ไพรส์ผลักดันให้สมองตีบตัน “ว่ายังไงคะคุณใบบัว?” “เอ่อ บัว...” อ้ำอึ้ง

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่คุณอรรถจะให้คุณ...คุณอรอินทุ์ใช่ไหมครับ มาช่วยงานของเราอย่างเต็มตัว” เสียงคุ้นโสตประสาทที่เคยกระซิบกระซาบข่มขู่ดังขึ้นเบื้องหลัง แผ่นหลังบอบบางเย็นวาบ ขนอ่อนๆ แข่งกันลุกเกรียวและไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกกระเดี้ยตัวหันกลับไปตามเสียง อรอินทุ์แทบล้มทั้งยืนกับการปรากฏตัวของพิรภพ ลมหายใจถี่แรงเมื่อสัมผัสได้ถึงไอร้อนแผ่กระจายมายังไหล่ลาดเนียนที่เปล่าเปลือยทั้งที่มิได้โดนแตะต้อง

มาร์กี้คิดแล้วว่าภามต้องเห็นด้วย เห็นไหมล่ะคะพวกเรามีถึงสามเสียง คุณใบบัวมาทำงานกับเราเถอะค่ะ”

หญิงสาวคนเดียวในบรรดาหุ้นส่วนหว่านล้อม แล้วเธอมีทางเลือกหรือ...อรอินทุ์เฝ้าถามตัวเอง ไม่มีหรอกอิสรภาพทางกาย หรือแม้แต่ความคิด

ผมคิดว่าใบบัวไม่มีปัญหาหรอกครับ แกเพิ่งจบโทมาหมาดๆ ยังไม่ได้เข้าทำงานที่ไหน พวกคุณไม่ต้องกังวล” อรรถออกตัวแทนลูกสาวที่ยืนอิหลั่กอิเหลื่อกับคำพูดดุจคำสั่งประหารนั่น หากล้มตายแดดิ้นลงได้จะทำ ใบหน้าของอรอินทุ์จึงเผือดซีดอีกนาทีเดียวหล่อนอาจล้มลงไปกองหากไม่มีมือหนามารั้งร่างอ่อนเปลี้ยไว้เสียก่อน แผ่นหลังบอบบางจึงกระทบเสื้อของเขา

ใบบัว / คุณอรอินทุ์”!!

            คุณ!”

พิรภพคว้ากอดเอวคอดบางทันท่วงทีรั้งเข้าชิดอก ตรงกันข้ามกับหญิงสาวที่ฝืนตัวเองออกห่างอย่างที่สุด ใบหน้าหวานขาดสีเมื่อมือหนาแตะหน้าผากมนอย่างถือวิสาสะโดยไม่เกรงสายตาผู้ใด ความห่ามห้าวที่เขามีเกินพิกัดจนโมนิกาต้องเตือนด้วยสายตา อรรถผุดลุกขึ้นเข้าไปรับลูกสาวจากหุ้นส่วนหนุ่ม มองผ่านๆ จากสายตาคนเป็นพ่อคิดว่าค้นพบบางอย่างในนัยน์ตาของพิรภพแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ น่าแปลกที่ชายหนุ่มทำราวกับห่วงใยและจับตามองอรอินทุ์ทุกฝีก้าวทั้งที่เพิ่งพบหน้าเป็นครั้งแรก กระนั้นไม่ได้ทำให้พ่อค้าอัญมณีไม่พอใจ ดีเสียอีกเพราะเขากลัวว่าโมนิกากับพิรภพจะเป็นคู่รักกัน

พ่อคะบัวอยากกลับไปพักที่บ้าน” ลูกสาวร้องขอพลางหลบสายตาดุดันที่มองมา

อืม..มม” อรรถครุ่นคิด เพราะนัดโมนิกาทานมื้อค่ำเพื่อเลี้ยงขอบคุณ ส่วนพิรภพออกตัวแล้วว่ามีธุระจึงไม่ไปด้วย

พิรภพยืนพิงแผ่นหลังกว้างที่มุมหนึ่งนิ่วหน้า ระหว่างรออรรถตัดสินใจ โมนิกายิ้มพรายยามขยิบตาให้เพื่อนหนุ่ม หล่อนฉลาดเฉลียวและช่วยเหลือเขาได้เสมอ “เอาอย่างนี้สิคะให้ภามไปส่งคุณอรอินทุ์ที่บ้าน คุณอรรถจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงและไปกับมาร์กี้ได้อย่างสบายใจ” คนฟังสองจิตสองใจ ส่วนหญิงสาวส่ายหน้าพัลวันขอร้องบิดาทางแววตา ใครก็ได้ที่ไม่ใช่พิรภพแต่ความคิดนั้นส่งไปไม่ถึงอรรถ เขาคิดครู่หนึ่งจึงพยักหน้า

ผมฝากลูกสาวด้วยนะครับคุณภาม” ถ้อยคำนั้นตัดสินชีวิตในวินาทีต่อมา น้ำตาพลันตกใน

ดั่งฟ้าฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ บากลงกลางใจคนเป็นลูก หล่อนไม่สำคัญเท่าผู้หญิงของพ่อแม้สักนิด...

พ่อจะรู้ไหมว่าผู้ชายคนนี้เป็นมารร้ายในคราบมนุษย์ พ่อจะรู้ไหมว่าหล่อนพบเจอเรื่องใดมาบ้าง ทั้งหมดนั่นมีคำตอบคืออรรถไม่เคยล่วงรู้จึงชักนำให้พิรภพเข้าใกล้บุตรสาวในฐานะมิตรของบิดา หุ้นส่วนใหญ่ทางธุรกิจ อรอินทุ์นั่งหน้าซีดหน้าเซียวไม่เห็นหนทางรอดเมื่อชายหนุ่มก้าวเข้าใกล้แล้วโน้มตัวลงช่วยพยุง

ไปกันเถอะครับคุณอรอินทุ์” พิรภพเอ่ยเสียงเยียบเย็น “ปล่อยฉัน หยุดแสดงละครสักที” ตวาดแว้ด

หญิงสาวขืนตัวออกห่างทันทีที่ถูกจับใส่รถลิมูซีน ที่แคบจำกัดอิสรภาพจนร่างแบบบางพาตัวเองไปติดประตูรถด้านหนึ่ง ภายใต้ใบหน้าดุขรึมที่ปรายกลับมาแฝงรอยขุ่นข้องก่อนจะรั้งข้อมือทีเดียวอรอินทุ์ก็ปลิวมาติด แผ่นอกกว้างใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวเปิดรับ ความอุ่นร้อนจากพิษไข้ซึมซาบมาสู่เขา ริมฝีปากรูปกระจับเห่อแดงเพราะอาการไข้ แก้มนวลเนียนเกาะกลุ่มระเรื่อราวลูกเชอร์รี่ อ่อนแรงแต่แววตายังต่อต้าน

พิรภพสบถในใจ วงแขนหนาเข้ารัดรึงทว่านุ่มนวลขึ้น ไม่ได้ปริปากคำร้ายกาจใดๆ อย่างเคย ชายหนุ่มแค่ปรายนัยน์ตาสีเข้มมองทั่วรูปหน้าเรียวสวยแล้วกดต่ำลงจนใกล้ชิดคนในอ้อมกอด อรอินทุ์ถึงกับสะท้านสั่นในความใกล้

ปละปล่อย...” ร่างน้อยดิ้นรนเท่าที่เรี่ยวแรงจะอำนวย “อยู่เฉยๆ บ้างได้ไหม อย่ายั่วให้ผมโกรธดีกว่า” ข่มขู่

ไม่! นายคิดจะหลอกพ่อฉันอีกนานไหม นายมันร้ายกาจ เลวที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบ ปล่อยๆ ฉันนะ” น้ำเสียงสั่นเครือเมื่อโดนกลบด้วยก้อนสะอื้น พิรภพเบือนใบหน้าเคร่งขรึมกลับมา แววตามาดร้ายดั่งเดิม

อยู่นิ่งๆ จะดีกว่า ก่อนที่ผมจะกำราบคุณด้วยอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่กอด”

เอาเลยสิ เอาเลยอยากจะฆ่าแกงกันก็ทำเลย แต่อย่าไปทำคนอื่นอย่ายุ่งกับพ่อฉัน” ร่างบอบบางสั่นจนตัวโยน ถูกคุมด้วยพิษไข้ที่ร้อนระอุกับความเครียดจนกล้าต่อปากต่อคำกับคนอย่างพิรภพ ชายหนุ่มขบกรามจนซีกหน้าด้านข้างปูดโปน ชาหนึบกับคำบริภาษของหญิงสาว

ผมบอกให้หยุดไงคุณใบบัว ผมไม่ใช่คนมีความอดทนมากถ้าคุณยังรักคนรอบตัวคุณอยู่ก็ควรเชื่อฟังผม หลับตาลงซะ” เขาสั่งเสียงกร้าว 

ดวงตากลมโตแข็งขืนยิ่งเบิกกว้างขึ้นมองสบอย่างท้าทาย แสงกร้าวที่เปล่งประกายจากนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นประจันหน้า ลดทอนความห้าวหาญของอรอินทุ์ทีละน้อยๆ อานุภาพที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนกำหนดให้หญิงสาวหลุบดวงตาลงต่ำ ลมหายใจสะท้อนร้อนผ่าว

หลับตาลงซะใบบัว ผมรับรองว่าคุณจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่ถ้าไม่...ผมไม่รับประกัน” สุ้มเสียงเรียบกว่าทุกครั้งหลังสะกดอารมณ์เอ่ยบอก อรอินท์อ่อนล้าเกินกว่าจะต้านทานอีกเปลือกตาบอบบางจึงทำหน้าที่บดบังแสงจนมิด แพขนตาหนางอนทาบทับลงยังแก้มเนียนสงบลงในที่สุด

เฮ้อ’ พิรภพพ่นลมหายใจเบาบาง หล่อนทำให้เขาหงุดหงิดเสมอในความดื้อรั้น นัยน์ตาคมกล้าลดแสงกร้าวลง ชำเลืองมองใบหน้าอ่อนใสนิ่งนาน เกิดความอบอุ่นล้ำในใจอย่างประหลาดเมื่อมีร่างของอรอินทุ์ในอ้อมกอด คล้ายว่าเขาได้ดูแลเองจึงวางใจ แววตาอ่อนโยนจับจ้องนวลแก้มใสโดยไม่รู้ตัว กลีบปากบอบบางที่เผยอน้อยๆ ช่วยหายใจกระตุ้นเจ้าของร่างหนากำยำที่โอบรับจนใจเต้นแรง ลมร้อนผะผ่าวแผ้วผ่านเบาบางเข้าออก ถูกสกัดกั้นด้วยเรียวปากนุ่มของชายหนุ่ม พิรภพส่งสัมผัสอ่อนโยนฉาบทั่วส่งผ่านความละมุนละไมจากใจสู่ใจ “ใบบัว...”

บอดี้การ์ดผู้อยู่ในเหตุการณ์เบือนสายตากลับไปยังถนนหนทางเมื่อพบพิรภพในอาการแปลกไป ยามนี้บรรยากาศตรงหน้าโรแมนติกแทนที่จะเป็นสงครามกลางเมืองเช่นทุกครั้ง เพราะหญิงสาวกำลังป่วยไข้เขาจึงเมตตาไม่ก็...ผู้เป็นนายอาจหลงลืมคำปฏิญาณหนักแน่นที่จะแก้แค้นลูกสาวของศัตรูไปเสียแล้ว นายชาติส่ายหน้าไปมาพอเข้าใจได้ บางอย่างถูกพลิกผันง่ายดายไม่เว้นแม้แต่หัวใจกระด้างของเจ้านายหนุ่มผู้ซึ่งอาจเผลอไผลหลงใหลไปกับความหอมหวาน งดงามของอรอินทุ์เสียแล้ว

ธนภูมิเดินควักราวหนูติดจั่น ในงานเขาไม่มีโอกาสเข้าถึงตัวอรอินทุ์ด้วยเกรงพิรภพ แต่เมื่อกลับมาโดยที่ยังค้างคาใจชายหนุ่มก็ไม่อาจทนได้เช่นกัน วันนี้ต้องขอเปิดเจรจากับชายหนุ่มผู้พี่ ลองสักตั้งกับการเปิดฉากเป็นศัตรูกับผู้มีพระคุณ ธนภูมิจึงเฝ้ารอการกลับมาของพิรภพอย่างใจจดใจจ่อ แล้วเวลาแต่ละนาทีนั้นช่างยาวนานเมื่อรู้...พี่ชายไปส่งอรอินทุ์ที่บ้านกุลพิธาน์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

588 ความคิดเห็น

  1. #474 boubou77 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 03:20
    พอจะรู้แล้วว่าคนที่ทําให้กานต์เสียใจคือใคร งั้นคุณพระเอกสุดโหดก็เข้าใจผิดน่ะซิ.
    #474
    0
  2. #219 mangosteen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 21:36
    คิดว่าคนที่น่าจะเป็นสาเหตุให้น้องกานต์ต้องเป็นแบบนี้ น่าจะมาตาราเมศ มากกว่า.....

    ต้นอ้อ คาดว่าคู่กับ ภูมิแหละ ต่างกันสุดขั้วจริงๆ แต่น่ารักจัง.....

    แม้จะแอบไม่ชอบนิสัยภามไปบ้าง แต่ก็จะพยายามดึงความรู้สึกกลับมาเร็วๆ นะ น้องแหม่ม อิอิ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มกราคม 2553 / 21:34
    #219
    0
  3. #116 naowarat_epp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 01:58
    มาอีกรอบ  ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิดไม่น่าจะใช่ นายภามลูกน้องเยอะมากมาย
    ให้ลูกน้องไปสืบมาผิดคงไม่ใช่อีก มันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้หรือป่าวค่ะ 
    แอบมาสงสัยตอนตีสองเลยเรา 
    #116
    0
  4. #115 naowarat_epp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 01:51
    ถ้านายรามเป็นคนทำกับกานต์ แล้วนายอรรถมาเกี่ยวเรื่องอะไร ที่ทำให้นายภามแค้นได้ขนาดนี้ ????
    #115
    0
  5. #108 prarotna (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2552 / 11:34
    นายรามแน่ ๆ ที่เป็นคนหลอกน้องกานต์
    แล้วพี่ภามจะทำไงลงโทษผิดคน
    เผลอ ๆ นายอรรถจะเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยน้องกานต์ซะมากกว่า
    #108
    0
  6. #107 sarapan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2552 / 09:04
    ตกลงว่าคือ ราเมศหรือเป็นคนหลอก
    #107
    0
  7. #106 แก้วใส (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2552 / 00:30
    สงสารหนูกานต์ ใครนะ ช่างใจร้าย แต่ถ้าหลอกไปขายไม่น่าจะเป็นอรรถ นะ เพราะดูท่าทางก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินๆๆ ทองๆๆ เลย อ่ะ



    ถ้าไม่ใช่อรรถนะ พระเอกจะทำอย่างไงเนี่ย ทำกับเค้าไว้เยอะจริงๆๆ

    แต่ถ้าเป็นนายราเมศ ทำไม มันไม่แต่งกับหนูกานต์ แล้ว เอาเงิน ของพิรภพ ละ ภาม ก็รวยเหมือนกันนะ



    แปลกใจๆๆ มาต่อไวๆๆนะค่ะ
    #106
    0
  8. #105 yuechan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 22:21

    อืม พอรู้แล้ว คงไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้ละมั้ง หึ ว่าแต่ไหงสุดท้ายไปอยู่กับพ่อน้องบัวได้หวา

    #105
    0
  9. #103 kay-demonjung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 21:10

    นี่ๆๆ

    อย่าบอกนะว่าไอ่คนที่ทำให้น้องกานต์เป็นงี้คือไอ่ราเมศ

    โหยยยย เลวววว

    พี่ภาม เอาให้ตายๆๆๆๆ

    #103
    0
  10. #102 kay-demonjung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 21:07

    อ๊ากกกก

    เกลียดไอ่ราเมศอย่างจริงจัง

    พี่ภาม ฆ่ามันให้หน่อยดิ

    #102
    0
  11. #101 เป็ด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 19:14
    สงสาร ใบบัว
    #101
    0
  12. #100 prarotna (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 12:01
    เศร้า (TT ^ TT)
    #100
    0
  13. #99 sarapan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 09:32
    ตายเลย ห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนไหน ยังงี้ต้องอยู่แต่ในบ้านแล้ววว
    #99
    0
  14. #98 sarin0325 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 08:23

    สงสารใบบัว  ดีแต่ว่านายราเมศไม่จริงใจ เลิกได้ก็ดีเหมือนกัน
    แหมแต่พระเอกเล่นบทโหดห้ามใบบัวติดต่อกับใครเนี่ย เพราะหวงหรือเปล่า ถ้าใช่ ระวังหัวใจเอาไว้ให้ดี ^^

    #98
    0
  15. #97 yuechan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 00:20

    นายภูมิ หากรักต้องรู้จักลุกขึ้นสู้ แล้วบุญคุณน่ะ เขาไว้ให้ทดแทนในส่วนที่ดี ส่วนที่ไม่ดีก็อย่าไปยอมมันเลย 

    หนูบัวน่าสงสาร สิ่งเดียวที่ยังเหลือก็กลับไม่ได้เป็นของตนเองอีกต่อไป

    #97
    0
  16. #96 deuanpeng (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 21:31
    โอม......จงมา จง ไรเตอร์จงมาอัพ ณ บัดนาว โฮะๆๆๆ ล้อเล่นนะคะคุณดาลัน
    #96
    0
  17. #94 เป็ด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 20:02
    รอคร้า
    #94
    0
  18. #93 kay-demonjung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 19:57

    หนูใบบัวงานเข้าอีกแล้ว

    น่าสงสาร

    #93
    0
  19. #90 sarin0325 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 15:54

    เข้ามารอค่ะ ^^

    #90
    0