เล่ห์มาร (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 8 : ตอน 7 รอยมาร < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,915
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    20 มี.ค. 55

ตอน 7

รอยมาร

            “ปล่อย!”

            ธนภูมิส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ พร้อมสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของชายชุดดำ ในบทบาทนักเลงหัวไม้ที่มาระรานทันทีที่ลับตาผู้คน สุมทุมพุ่มไม้หนารื้นบดบังจนมุมนั้นรกร้างพอที่จะซุกซ่อนรถซีดานไว้ คนถูกกักกันเมื่อครู่ปัดเนื้อตัวกับเสื้อผ้ายับๆ ส่งรอยตาดุกราดตวัดใส่อีกฝ่ายซึ่งเป็นเพียงลูกน้องของนายชาติ คนสนิทของพิรภพ

ลูกกระจ๊อกถอยออกห่างก้าวหนึ่งแล้วโค้งศีรษะลงต่ำให้เป็นการขอลุแก่โทษเมื่อเจ้านายหนุ่มต้องเจ็บตัวจริง ที่ท้ายทอยถูกฟาดเปรี้ยงด้วยสันมือจนมึนยังเจ็บแปลบจนวินาทีนี้ แต่ไม่มากเท่ากับความเป็นห่วงในตัวหญิงสาวที่ถูกฉุดคร่าไป มันล้นปรี่เสียมากกว่า

ฉันยืนเองได้” กัดฟันกรอดๆ สะกดโทสะ ครั้งนี้พิรภพทำเกินไปจริงๆ

ร่างสูงโปร่งโงนเงนแต่ดื้อดึงไม่ยอมพาตัวเองเข้าไปนั่งในรถซีดานที่เปิดประตูรอ ธนภูมิชะเง้อมองไปยังทิศทางที่อรอินทุ์ถูกนายชาติลากไปอย่างถูลู่ถูกัง แต่จนแล้วจนรอดเขาไม่อาจทำอะไรได้แม้แต่เข้าช่วย ด้วยรู้...ฝีมือใครบงการ พิรภพกำลังประกาศก้องในอำนาจ สิทธิ์ขาดในตัวหญิงสาว ย้ำให้ชายหนุ่มผู้น้องรู้แก่ใจและสำนึกในอก ใบหน้าหล่อคมสีน้ำผึ้งประดับแววตาปวดร้าว ขัดเคืองที่เขาไม่อาจยื่นมือเข้าขวางผู้มีพระคุณจนต้องทำร้ายหัวใจตนเอง ฝ่ามือหนาถูกกำเข้าหากันแน่น เค้นบีบหัวใจกับความรู้สึกจนปวดปร่า

โธ! คุณใบบัว ผมปกป้องคุณไม่ได้’ รำพึงรำพัน

เสียงกระแอมเบาๆ เรียกสติ เพราะภารกิจของอีกฝ่ายยังไม่จบ ธนภูมิต้องกลับไปยังบ้านนฤปนาถเพื่อรอพบพิรภพตามคำสั่งนาย

เชิญคุณภูมิเข้าไปในรถเถอะครับ อยู่ตรงนี้นานๆ คงไม่ดี” ขอร้องนบนอบ พร้อมโค้งให้อีกครั้ง หากอยู่นานอาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเขากับเจ้านายหนุ่ม เพราะเสียงเอะอะมะเทิ่งเริ่มเรียกสายตาหลายคู่ให้ละจากอาหารกับบรรยากาศมาสนใจ

ธนภูมิบ่ายหน้าจากทางที่ว่างเปล่า ไม่มีร่างบอบบางที่ดิ้นรนร้องขอความช่วยเหลือจากเขาแล้ว สิ้นหนทางที่จะช่วยอรอินทุ์จากเงื้อมือของพิรภพแล้วจริงๆ เขาจึงยอมยอบกายเข้าไปนั่งภายในรถซีดานคันหรูตามคำขอร้องของบอดี้การ์ดหนุ่ม

พี่ภามให้พวกนายทำอะไร? จะพาคุณใบบัวไปไหน?” คนถามขบกรามโหนกนูนเป็นสัน แววตาขุ่นข้องเมื่อถาม

ยามที่อยู่ในที่แคบภายในห้องโดยสาร คนถูกถามเบือนสายตาแข็งๆ แต่นอบน้อมมาสบทางกระจกมองหลัง จนใจที่ไม่อาจปริปากตอบคำจึงก้มใบหน้าเหี้ยมสีแทนลงต่ำ จดจ่อสายตากับถนนหนทางแทน ภารกิจลับไม่อาจแพร่งพรายมิเช่นนั้นอาจโดนโทษร้ายแรงจากชาติตามมาด้วยนายใหญ่ที่ขึ้นชื่อไร้ความปรานีหากความโกรธเข้าครอบงำ

ผมว่าคุณภูมิถามจากนายเองดีกว่าครับ” ตอบเรียบ แววตาไร้ซึ่งความรู้สึกแล้ววกกลับไปทำหน้าที่ของตน

บอดี้การ์ดหนุ่มเงียบกริบ เพราะไม่มีสิทธิ์สอดเรื่องของเจ้านายหรือแม้แต่บอกภารกิจที่ถูกนายสั่ง ธนภูมิจึงหมดสิทธิ์รับรู้ เขาหลับตาลงช้าๆ ขณะรถเคลื่อนตัวออก ใบหน้าอ่อนหวานของหญิงสาวลอยว่อนพานให้หัวใจเจ็บปวดเกินทน

เพียงพึมพำ...ขออย่าให้เลวร้ายอย่างเช่นที่เกาะแสงจันทร์เลย

นี่เขาหลงรักอรอินทุ์เข้าทั้งๆ ที่พบหน้าไม่กี่ครั้ง น่าสมเพชสิ้นดีที่ไม่อาจปกป้องหล่อนจาก จากน้ำมือของพี่ชายที่เขาต้องรักเคารพ และพลีได้เท่าชีวิต เรียวปากบางเฉียบขบเม้มเข้าหากันจนแทบเป็นเส้นตรง ความคิดในใจสวนทาง ไม่มีทางออกอื่นนอกจากตัดใจเท่านั้นรึ...

ภูมิ แกต้องหยุด แกกำลังทรยศคุณภามอยู่นะ’

หัวใจฝ่ายกตัญญู รู้คุณผงาดในอก แม่ ผู้หญิงอีกคนที่เขาเคารพรักประหนึ่งหัวใจปรากฏในมโนนึกเพื่อตอกย้ำ บุญคุณเท่านั้นที่เขาต้องพึงระลึก จำใส่ให้แม่นแม้อีกด้านของหัวใจจะถูกกรีดกดลงลึกจนเกิดบาดแผลฉกรรจ์ จวนเจียนขาดใจก็ตามที

 

เสียงตุบตับจากการทุบรัวด้วยมือเรียวบางไม่ยั้ง กลับตีค่าได้เท่าปลายเล็บแมวข่วนที่ไม่สะทกสะท้านต่อผิวเนื้อหยาบกร้านของร่างกำยำ

นายชาติขบกรามแน่น สีหน้านิ่งเรียบไม่ได้รู้สึกรู้สาต่อแรงเบาๆ กับเสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือ ลูกน้องร่างยักษ์ของพิรภพก้าวอาดๆ พาร่างเล็กในวงแขนไปตามทางในครรลองสายตา ท่ามกลางความมืดโรยตัวหนาทึบปรากฏรถลิมูซีนสีดำปลาบจอดนิ่งสนิทอยู่ในที่ทางลับสายตาผู้คนอีกด้านหนึ่งของสวนอาหาร อรอินทุ์เบิกนัยน์ตาโพลงเมื่อเห็นมัน ไม่!

ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” หญิงสาวยังไม่สิ้นฤทธิ์ เมื่อใดก็ตามที่นายชาติลดมือที่อุดปากลงหล่อนร้องตะโกน แต่เสียงนั้นผะแผ่วลงเรื่อยๆ 

ร่างอ้อนแอ้นดิ้นรน แต่ผ่อนแรงลงมากเมื่อหล่อนน่วมไปทั้งตัวจากการกอดรัดตรงเอวคอดแบบไม่ออมแรง นายชาติเหลือบมองหญิงสาวด้วยสายตาเย็นชา พอจะเข้าใจความปรารถนาของผู้เป็นนายอยู่หรอก ผู้หญิงคนนี้สวย รูปร่างสมส่วนมีเสน่ห์เย้ายวนไม่น้อย ยิ่งได้ใกล้เขายิ่งมั่นใจว่าพิรภพอาจหลวมตัวไปกับกลิ่นหอมจางๆ ที่อรอินทุ์มีประดับร่างนุ่มนิ่ม

ก่อนที่ความคิดของลูกน้องจะเตลิด ใบหน้าดุขึ้งกับแววตาเอาเรื่องของผู้เป็นนายชีวิตก็เข้ามาสะกิดสติสตังค์ หากรักตัวกลัวตายห้ามคิดอะไรเทือกนี้กับ ผู้หญิงของนาย ไม่เช่นนั้นน่ะรึ เขามองเห็นแท่นประหารรำไร ไม่ไกลจากชีวิตนัก นัยน์ตาคมดุจึงทำแค่ลุกวาวใส่คนพยศ ตามด้วยการตะคอกระบายอารมณ์

โว้ย! น่ารำคาญจริง หยุดดิ้นสักทีสิสาวน้อย” เสียงแหบห้าวกระซิบชิดใบหู อรอินทุ์นิ่วหน้ามีบางอย่างสะกิดใจ

เอวคอดบางภายใต้ชุดกระโปรงยาวแค่ปิดต้นขาเพรียว ถูกล็อกแน่นด้วยปลอกเหล็กสีเข้มคล้ำจนเกิดอาการจุกตีขึ้นที่อก หญิงสาวที่กำลังกรีดร้องปัดป้องสุดแรงเท่าที่งัดออกมาได้ท่ามกลางความหวั่นกลัวสั่นประสาท กลับต้องชะงักเพราะน้ำเสียงของชายร่างบึกบึนคุ้นนัก คล้ายกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ใบหน้าสวยอาบท่วมด้วยน้ำตาจึงนิ่งไป ขณะที่อรอินทุ์หลับตาลงเสียงของชายคนหนึ่งก็แว่วมาทับซ้อนปะปนกับเสียงคลื่นลม

สาวน้อย อยู่เฉยๆ ซะไม่งั้นศพเธอไม่สวยแน่’

ใช่แล้ว! มันผู้นี้ คือ คนที่เข้ามาลวนลามตอนหล่อนถูกลักพาตัวไป บนเรือ แต่...มันถูกจับโยนทะเลไปแล้วไม่ใช่หรือ!!

ความสับสนประดังประเดทับถม ก่อนที่จะได้รับคำตอบว่าความคิดของเธอถูกต้องหรือไม่ร่างใหญ่ยักษ์หยุดกึกเมื่อถึงที่หมายซึ่งเป็นสวน

สาธารณะที่มีเพียงต้นไม้กับเครื่องเล่นออกกำลังกายของคนในละแวกนั้น ช่วงเวลาดึกสงัดจึงปลอดคน จะมีก็แต่คนจรจัดที่สร้างเพิงด้วยเศษไม้กับสังกะสีใกล้พังมิพังแหล่ห่างออกไป

ณ ที่นั้นร่างสูงใหญ่นั่งเป็นเงาตะคุ่มภายในห้องโดยสารท่ามกลางเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ รอคอยด้วยความร้อนรน นานเกินไปแล้วสำหรับการลงมือทำงานของบอดี้การ์ดระดับมืออาชีพอย่างนายชาติกับพวก พิรภพเกือบหมดความอดทนเสียก่อนหากไม่เห็นร่างหนาใหญ่ในชุดดำก้าวมาพร้อมคนที่เขาต้องการ หึ!

พาหนะสีดำเงาปลาบจอดนิ่งอำพรางตัวไปกับต้นไม้เขียวครึ้มที่ขึ้นสูงบริเวณนั้น บรรยากาศรอบตัวเย็บวูบเมื่อกวาดดวงตาไปรอบๆ แต่ปราศจากมนุษย์คนใดทั้งที่ที่นี่อยู่ห่างจากสวนอาหารเพียงห้าสิบเมตร รังสีทรงอานุภาพร้อนแรงแผ่กว้างจนร่างแบบบางสะท้านไหว แผ่นหลังเย็นวาบขนลุกซู่ทั่วกายบาง ลมเย็นยะเยือกพัดกรูซ้ำซัดร่วมสร้างความน่าสะพรึงกลัวจนขนลุกพรึ่บทุกอณู

ไม่! กรี๊ด..ดด อรอินทุ์ทั้งดิ้นรน ทั้งร้องโวยวายเมื่อเห็นว่าเขากำลังพาเธอตรงดิ่งไปที่รถคันนั้น

ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วยๆ” ปลายประโยคถูกกักในลำคอระหง แห้งโหยทันทีที่ประตูรถลิมูซีนสีดำมะเมื่อมเปิดออก

ลมบางอย่างปะทะดวงหน้าจนวูบร้อน หญิงสาวถูกจับโยนเข้าไปยังเบาะหลังอย่างไม่ปรานีปราศรัย อรอินทุ์ไถลพรืดเข้าไปกระแทกเบาะหนังจนผิวอ่อนบางครูดไปเป็นทาง หล่อนเบรกตัวโก่งเมื่อพบว่าพื้นที่นั้นถูกจับจองอยู่ก่อนโดยเจ้าของร่างแกร่งภายใต้ชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ลมหายใจระรวยของหล่อนถูกกักไว้แค่ในปอด ดวงตาเบิกโพลงจนสุดเมื่อเงารางๆ นั่นหันกลับมาช้าๆ “กะแก”!!

พิรภพปรายนัยน์ตาดุเข้มมองนิ่งยังดวงหน้าเผือดซีด จุดยิ้มพร่างพรายระยับในแววตาแสนเย็นชา ใบหน้าหญิงสาวเหวอสุดขีดเมื่อร่างไถลเถลือกเข้าหาอ้อมกอดแข็งๆ ของเขาดังอั้กจนดวงหน้าอ่อนบางซุกเข้าปะทะสาบเสื้อสูท อรอินทุ์ตื่นกลัวรีบเงยหน้าผงะออกห่าง ติดก็แค่ปลายมือที่เชยคางหล่อนไว้จับยึดแน่นหนายิ่งกว่าคีมเหล็ก ดวงตาสีน้ำตาลกระจ่างสั่นไหว หวาดกลัวกับรอยตาสั่นประสาทของเขา

ปละปล่อย...” ออกคำสั่งทั้งที่หัวใจเต้นระริก

ไง! ดีใจจนทักทายผมไม่ออกเลยหรือ คุณใบบัว” คำทักทายปนหยันเปล่งดัง

อรอินทุ์หันรีหันขวางหาทางหนีห่าง ก่อนที่จะมองเห็นโอกาสเสียงล็อกประตูอัตโนมัติโดยการควบคุมของสารถีจากส่วนหน้าดังขึ้นพร้อมกัน ประตูทุกบานปิดสนิท กระจกสีเข้มเคลื่อนขึ้นบดบังแสงรัตติกาลจนมิด มือเรียวบางเพียรทุบมันเท่าไหร่ไม่สะเทือน ไม่อาจหยุดยั้งการเคลื่อนตัวออกของพาหนะสุดหรูได้ แรงกระชากผลักให้อรอินทุ์หน้าทิ่มไปปะทะแผ่นอกหนา ชายหนุ่มกักกอดร่างบอบบางแนบแผ่นอกกดปลายคางคมสันชิดบ่าบาง ทอดลมหายใจสะท้านร้อนๆ สู่ต้นคอหญิงสาวราวกับจะแกล้ง

จับฉันมาทำไม? แกต้องการอะไรจากฉันอีก?”

เสียงอ่อนยวบข่มให้แข็งเข้าไว้ ทั้งที่ความกลัวแล่นพล่านเมื่อพิรภพอยู่ใกล้แค่คืบ มือหนาไล้เบาๆ ที่ไหล่ลาดเนียนแสดงความเป็นเจ้าของที่อรอินทุ์ขยะแขยงนัก หล่อนปัดความร้อนในกายสะบัดใบหน้าหนีห่างเมื่อปลายจมูกของเขาเฉียดมาใกล้ ร่างบางถูกจับวางบนตักหนารั้งเอวคอดเล็กใต้วงแขนแกร่งจนใบหน้าเล็กร้อนผ่าว แล้วลามเลียไปทั่วกาย

ก็แค่ คิดถึง กับอยากเห็นหน้าคุณมากไงล่ะใบบัว หรือว่าคุณไม่คิดถึงผมเลย” เสียงแข็งห้วนแปรเป็นหวานหยด อรอินทุ์หันควับอย่างไม่เชื่อหู เขาพูดออกมาได้อย่างไร ‘คิดถึง’ บ้าสิ้นดี!

แกมันบ้า โรคจิตจริงๆ นั่นแหละปล่อยฉันนะ อย่ามาถูกตัวฉัน” หญิงสาวดิ้นรนบนร่างแกร่งอย่างรังเกียจ ซึ่งเป็นการทำร้ายตัวเองชัดๆ เมื่อเนื้อกายนุ่มหยุ่นภายใต้ชุดกระโปรงผ้ายืดเสียดสีกับเนื้อหยาบกว่า ในเมื่ออีกร่างกายหนึ่งมีเลือดเนื้อและความรู้สึกไว พิรภพขบกรามแน่นคว้ากอดหญิงสาวที่ดิ้นจนเกือบร่วงไปกองกับพื้นรถ กระชากหล่อนกลับขึ้นมารัดรึงแน่นขึ้น สะบัดดวงตาลุกวาวกำราบว่าเขากำลังโกรธ และเธอต้องหยุดเสียที

หยุดดิ้นซะไม่อย่างนั้นผมจะปล้ำคุณในรถนี่แหละ แต่ถ้าคุณชอบที่แปลกๆ สมบุกสมบันหน่อยล่ะก็จะดิ้นต่อก็ได้นะ เลือกเอาว่าจะเป็นเมียผมตรงนี้ หรือจะเจรจา?” ข้อเสนอถูกยื่นด้วยมือกร้านร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงของมัจจุราช ที่อรอินทุ์มิได้รู้ล่วงหน้าว่าต้องแลกกับอะไรบ้าง ร่างบางนิ่งงันไม่รู้ได้เพราะกลัวหรืออะไรกับรอยตาดุกราดแผดเผาคู่นั้น แต่เธอไม่อาจขยับเขยื้อนตัวไปสักองศาเดียว

เจรจาอะไร?”

ผมมาเพื่อเตือนคุณไงล่ะ ห้ามข้องเกี่ยวกับผู้ชายรายทางพวกนั้น รวมทั้งคู่หมั้นหน้าโง่นั่นด้วย คุณรู้ไหมว่ากำลังล้ำเส้นและผมไม่ใช่พ่อพระใจดีพอจะให้ผู้หญิงของตัวเองไปนั่งจ้องตากับใคร ถ้าไม่อยากให้ใครต้องเจ็บตัว หายสาบสูญไปล่ะก็ อยู่ให้ห่างจากพวกมันไว้ รวมทั้งกิ๊กใหม่ของคุณด้วย ชื่ออะไรนะ อ้อ ธนภูมิใช่ไหม?” พิรภพเอ่ยเยาะ พาดพิงถึงธนภูมิส่งให้อรอินทุ์หน้าซีด เขารู้ทุกอย่าง!

ทั้งหมดนี่ใช่การเจรจาที่ไหนกัน เป็นคำขู่เข็ญล้วนๆ อรอินทุ์ปรามาสในอก แต่หล่อนมีสิทธิ์เลี่ยงหรือ...

แกจะทำอะไรเขา อย่าทำร้ายพวกเขานะ” หล่อนตวาดแว้ด

ก็จะไม่ทำถ้าคุณทำตามที่ผมต้องการ อย่างแรกถอนหมั้นกับไอ้ราเมศซะ จากนี้ห้ามอยู่ใกล้ผู้ชายคนไหนเกินรัศมีสิบเมตรถ้าผมเห็นเพียงแค่ครั้งเดียว แค่ครั้งเดียวเท่านั้นใบบัวคุณจะไม่มีสิทธิ์เห็นเดือนเห็นตะวันอีก ผมจะจับคุณกลับไปที่เกาะนั่น ที่ที่เป็นคืนสวรรค์ของเรา หึ!

คุณคงรู้นะว่าผมพาคุณไปได้ง่ายๆ แค่ไหน” พิรภพเย้ยหยัน

แก!” หญิงสาวอ้าปากค้างกับคำขู่กร้าว นี่มันแบล็คเมล์กันชัดๆ

ไม่ใช่แก ผมชื่อพิรภพ รู้จักกันอย่างเป็นทางการเสียทีนะคุณอรอินทุ์ จำชื่อของผมเอาไว้ให้แม่นๆ เพราะมันจะเกาะกินคุณไปตลอดทั้งชีวิตต่อจากนี้ ชีวิตของคุณเป็นของผมหรือจนกว่าผมจะไม่ต้องการ จุ๊ๆ แต่อย่าคิดหนีตายด้วยวิธีการโง่ๆ เพราะผมจะช่วยคุณให้ฟื้นขึ้นมาทุกครั้ง สิ่งที่คุณกับ มัน ต้องได้รับไม่ใช่แค่ความตายชั่วประเดี๋ยวเดียว แต่เป็นความเจ็บปวดที่สาหัสยิ่งกว่า...ตลอดกาล” เสียงกร้าวเป็นดั่งคำตัดสินของมัจจุราช ส่งให้อรอินทุ์สะดุ้งเฮือก หน้าซีดเผือด

แววตาที่ปราดมองของบุรุษตรงหน้าถาโถมด้วยรอยอาฆาตมาดร้าย นัยน์ตาคมกริบแฝงรอยร้าวเมื่อภาพของกานต์พิชาผุดขึ้นมาซ้ำเติมให้แค้นฝังใจระอุขึ้นราวปรอท เรียวปากหยักสวยยกเชิดนิดๆ หลังข่มขู่ชนิดไม่เว้นช่องว่างให้อรอินทุ์หายใจ หญิงสาวกดกลืนก้อนแข็งๆ อย่างยากเย็น อาการนิ่งงันเป็นตุ๊กตาทำให้อีกฝ่ายกลั้วหัวเราะหยันๆ ด้วยความสะใจ

แกต้องการอะไรจากฉัน บอกความจริงมาได้ไหมทำไมเรื่องพวกนี้ต้องเกิดกับฉันด้วย” โพล่งถาม

หลังจากข่มอารมณ์กลัว แทนที่ด้วยการตั้งสติจึงหันมาถามเอาความจริง หากว่าหล่อนต้องผจญเรื่องร้ายเช่นนี้ต้องมีเหตุผล เหตุใดที่คนคนนี้จึงตามจองล้างจองผลาญหล่อนทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน คนถูกถามขบกรามแน่นเมื่อโดนสะกิดแผลเก่าซึ่งยังกลัดหนอง หากต้องเอ่ยถึงอรรถเขาไม่มั่นใจว่าจะระงับอารมณ์ได้ จึงเลือกทำแค่ตวัดรอยตาเกรี้ยวกราดใส่ลูกสาวของคนชั่วชาติ ตอบคำที่หล่อนอยากรู้ เอาบุญ!

สิ่งที่ผมต้องการคือร่างกาย ความเจ็บช้ำทั้งหมดของคุณไงล่ะใบบัว”

สิ้นเสียงกระด้างด้วยการประกบปิดเรียวปากบอบบาง แห้งผากของอรอินทุ์โดยไม่ทันให้หญิงสาวตั้งตัว หรือกระทั่งผ่อนลมหายใจ

อุบ...” ดวงตาสีน้ำตาลกระจ่างเบิกกว้าง ตระหนกอย่างที่สุด

ลมหายใจผ่าวร้อนของชายหนุ่มรินรดแผ่วๆ ร่างอ้อนแอ้นบนตักนั่งนิ่งงัน เมื่อได้สติจึงผลักไสอย่างแรงทว่าแรงปัดป้องน้อยนิดไม่ได้ทำให้เขาสะเทือน ริมฝีปากเร่าร้อนระดมแนบเฟ้นยังกลีบปากฉ่ำ ส่วนมือหนาใหญ่ทำหน้าที่บีบปลายคางมนที่คอยหันหนีตรึงแน่น โฉบชิมความหวานที่มาพร้อมกับหยดเลือดรสปร่าเมื่อริมฝีปากบอบช้ำโดนขบเบาๆ เพราะหันหนีพัลวัน ชั่วอึดใจที่มือใหญ่คลายลงพร้อมลมหายใจสะท้านแรง พิรภพผละใบหน้าคมคร้ามออกจากดวงหน้าแดงเถือก มอบรอยตาข้นแค้นใส่อรอินทุ์แทนความหวามไหวที่บังเอิญแทรกในหัวใจ หญิงสาวนั่งกายสั่นเทา ผิวกายเมื่อแรกขาวผุดผาดของดวงหน้ากับต้นคอระหง แปรเป็นระเรื่อและจ้ำแดง ปล่อยน้ำตาไหลรินกลบหน้าแต่ไม่อาจเรียกความเมตตาจากเขา ผู้ชายร้ายกาจ!

ฮึกๆๆ”

แล้วอย่าริลองให้ใครมาซ้ำรอยของผมเชียวนะบนเนื้อตัวของคุณด้วย ไม่อย่างนั้นหมอนั่นจะไม่ตายดี จำเอาไว้ใบบัวว่าคุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น” พิรภพประกาศก้องใส่ดวงหน้าฉ่ำรื้น ก่อนผละออกห่างอย่างหักห้ามใจ ลมหายใจของเขายังสะท้อนผ่าวร้อน ด้วยแรงอารมณ์ที่ประทุเพราะอรอินทุ์ แต่ยามนี้เขาต้องหยุดตัวเองไว้เพราะยังมีสายตาอีกคู่ของบอดี้การ์ดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

ใบบัวขยับกายอ่อนปวกเปียกออกห่าง เบี่ยงหนีไปพิงประตูรถอีกฟากหนึ่งโดยที่อีกฝ่ายยอมปล่อยมือแล้วนั่งมองหล่อนเฉยเมย เขาแสยะยิ้มพอใจเมื่อได้ครบในสิ่งที่ต้องการ ทั้งข่มขู่ รุกฆาตและได้จูบลิดรอน เบื้องหน้าเป็นภาพที่พิรภพไม่อยากปรายตามองนัก เพราะนั่นเป็นที่หมายที่นายชาติขับพามาถึง ใบหน้าคมเครียดขึ้งเมื่อคว้าร่างบางเข้ามาใกล้อีกครั้ง อรอินทุ์เมินหน้าหนีมีเพียงเสียงสะอื้นในอกและไร้ซึ่งการขัดขืนเพราะอ่อนแรง ดวงตาคมกริบจ้องมองไม่กะพริบราวกับสั่งลา หมดเวลาของพิรภพแล้วเช่นกัน

คุณคงไม่อยากให้เพื่อนคุณรู้ว่าเราพบกันคืนนี้ เพราะคงไม่ดีนักสำหรับคุณครูสาวคนนั้น แล้วก็อย่าลืมทุกคำที่ผมพูดถ้าคุณอยากรักษาชีวิตของคนใกล้ตัวเอาไว้” เอ่ยเสียงเยียบ คำบอกลากลายเป็นคำขู่ที่บั่นทอนหัวใจจนอรอินทุ์อยากตายลงไปตรงนั้น

จบคำร่างบางก็ถูกบอดี้การ์ดหนุ่มอุ้มพาลงไปยืนง่อนแง่นกลางซอยเปลี่ยวในเวลาเกือบเที่ยงคืน เรือนกายบอบบางสั่นเทิ้ม แม้ที่เห็นในครรลองสายตาจะเป็นประตูรั้วสีขาวหน้าบ้านของไปรยา แต่อรอินทุ์กลับก้าวไม่ออกจู่ๆ หญิงสาวก็ทรุดตัวนั่งลงกับถนนดินลูกรัง ในกรอบสายตามองเห็นเพียงด้านหลังของรถลิมูซีนสีดำปลาบที่แล่นห่างออกไปเรื่อยๆ จนลับสายตา

ความเลวร้ายที่พัดพามาพร้อมความมืดมิดของรัตติกาลไม่จางหายไปง่ายๆ ดั่งเช่นภาพของรถคันนั้น สิ่งที่เหลือทิ้งไว้เป็นความยับเยิน บอบช้ำและรอยซาตานที่ตราไว้แก่ร่างกายกับหัวใจแหลกยับของเธอ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าหลั่งริน ไม่มีทีท่าจะเหือดแห้ง สมเพชในชะตากรรมโหดร้ายที่ต้องพบเจออมนุษย์ผู้นั้น แล้วจากนี้หล่อนจะหนีห่างจากพิรภพได้อย่างไร เมื่อเจ้าของนัยน์ตากร้าวประกาศชัดว่าไม่มีทางปล่อยเธอ เขาจะเฝ้าดูไม่ให้คลาดสายตา หล่อนกลายเป็นเชลยที่ไร้ทางหนีไปแล้ว

ร่างอ่อนระโหยสั่นจนตัวโยนยามนั่งจมข้างทาง นานนักกว่าที่จะฉุดรั้งเรี่ยวแรงกลับคืนพาตัวเองเข้าบ้านของเพื่อนสาวหลังกลบเกลื่อนรอยน้ำตาจนสิ้น...

หากต้องมีใครเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ ต้องไม่ใช่ไปรยา ราเมศหรือแม้แต่ธนภูมิ แต่เป็นคนที่ก่อมันขึ้นมาเท่านั้น!!

 

บัวต้องการถอนหมั้น ยกเลิกงานแต่งงานของเราค่ะ”

หมายความว่ายังไงนะใบบัว รู้ตัวไหมคุณพูดอะไรออกมา!”

ปลายสายตกใจกับเรื่องใหม่ ไม่คิดฝันว่าจะถูกคู่หมั้นสาวบอกเลิกโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ต้นสายขบเม้มเรียวปากจิ้มลิ้มจนซีดจาง ตอกย้ำความคิดความอ่านของตนที่ถูกบงการโดยพิรภพครั้งนี้อย่างไม่มีทางเลือก ถึงครั้งหนึ่งจะเคยโดนบิดาคาดคั้นหล่อนยังดื้อดึงไม่ทำตาม ครั้งนี้อรอินทุ์ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเพื่อความปลอดภัยของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเธอ

บัวขอโทษนะราม แต่บัวจำเป็นจริงๆ” เสียงแผ่วเบาขณะกลั้นสะอื้น ยามที่ต้องเอ่ยตัดรอนคนรักที่หล่อนคบหานานปี ผูกสัมพันธ์ถึงขั้นหมั้นหมายและกำลังจะแต่งงานในที่สุด ทว่าทุกอย่างพังทลายแล้ว เพราะ...เขา

ใบบัวคุณทำอย่างนี้กับผมได้ยังไง!” สุ้มเสียงของเขาสั่นจนแทบกลายเป็นตะคอก คนในสายสะดุ้งด้วยไม่เคยพบอารมณ์เกรี้ยวกราดของแฟนหนุ่ม ความโกรธเข้าครอบงำจนราเมศไม่อาจควบคุม ในใจเต็มไปด้วยกระแสขุ่นเคือง ขัดใจต่อการตัดสินใจผลีผลามของคู่หมั้นสาว

'เพราะนายอรรถ ฮึ่ม..มม' ราเมศคำราม เชื่อสนิทใจว่าเป็นเพราะบิดาบังคับอรอินทุ์ให้ตัดขาดจากเขา

ป้าบ! / โครม!

แฟ้มสีดำถูกโยนคว้างไปตกกลางโต๊ะทำงานของผู้บริหารหนุ่มแห่งโรงแรมไอยรา เพิร์ลด้วยความฉุนเฉียว กองเอกสารปลิวว่อนตามแรงกระทบของแฟ้มกับผิวกระจก เลขาฯ สาวหน้าตื่นรีบกุลีกุจอเก็บขึ้นมาจัดเรียงให้ใหม่ ใบหน้าของผู้เป็นนายดุขรึม ซีกหน้าด้านข้างโปดโปนยามปรายตามองพิมพิศหมิ่นๆ ก่อนจะไล่ด้วยสายตาจนหล่อนระเห็จออกมาจากห้องแทบไม่ทัน

ปัง! บานประตูห้องทำงานปิดไล่หลังจนเจ้าหล่อนสะดุ้ง ตามด้วยเสียงผ่อนลมหายใจระอา

อะไรของเขานะหรือว่าจะโดนผู้หญิงทิ้ง เฮ้อ...โดนเสียบ้างก็ดีเหมือนกันนะคุณราม” เลขาฯ สาวรำพันในใจ

พิมพิศได้ยินแว่วๆ ถึงความขัดแย้งระหว่างราเมศกับหญิงสาวผู้หนึ่งทางโทรศัพท์แต่ไม่อาจเดาได้ว่าเป็นใคร เพราะในสต๊อกของเจ้านายหนุ่มนั้นมากหน้า อาจจะเป็นยุวดี อรอินทุ์คู่หมั้น หรือไม่ก็...ผู้หญิงคนนั้น คนที่หายสาบสูญไปตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอคนนั้นเกาะติดจนราเมศรำคาญกระทั่งมีปากเสียง พิมพิศถอนใจเบาๆ กับวัฏจักรความรักของเจ้านายที่ไม่รู้จักคำว่า ‘พอ’ ก่อนจะตั้งสติแล้วลงมือทำงานของตนต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

บูชิตก้าวไปหยุดข้างเตียงคนไข้ ใบหน้าคมคายประพรมรอยยิ้มรับเช้าวันใหม่ เหตุเพราะนายสาวมีกำหนดออกจากโรงพยาบาลวันพรุ่งนี้ แต่สีหน้าแววตาของกานต์พิชาไม่ใคร่รื่นรมย์อย่างชายหนุ่มนัก หญิงสาวยังเซื่องซึมไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งรอบข้าง หลังจากฟื้นกานต์พิชากลายเป็นคนเงียบ เก็บปากเก็บคำมีอาการเศร้าซึมจนต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เฉพาะทาง บูชิตถูกคำสั่งจากพิรภพให้คอยอารักขาน้องสาวของเขา จึงเปลี่ยนฐานะจากเลขาฯ ของพี่ไปเป็นบอดี้การ์ดให้น้อง ซึ่งเขายินดีเป็นสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ต่อนายสาวที่เขาหลงรักภักดี

คุณกานต์หิวหรือยังครับ มีน้ำส้มคั้นสดที่คุณชอบกับครัวซองท์แฮมชีสครับ” บูชิตเสนอด้วยรอยยิ้มอาทร นอกจากจะอารักขาเสมือนบอดี้การด์กลายๆ ชายหนุ่มยังกลายเป็นทุกอย่าง ทั้งนักโภชนาการ บุรุษพยาบาลจำเป็นและเพื่อนคุยแก้เหงาให้กานต์พิชา

เจ้าของชื่อเบือนรูปหน้าเรียวค่อนข้างโพลนขาวกลับมาหาคนสนิท ยิ้มบางๆ ตอบรับ เวลาเกือบสามอาทิตย์ที่โรงพยาบาลแห่งนี้หล่อนมีเพียงบูชิตเป็นเพื่อน พิรภพกับธนภูมิต้องดูแลธุรกิจของครอบครัวนฤปนาถจึงมาเยี่ยมอาทิตย์ละครั้ง วันหนึ่งๆ ที่พ้นผ่านช้าละเลียดจนต้องปล่อยลมหายใจทิ้งไปวันๆ ช่องว่างของเวลาทำให้หญิงสาวย้อนระลึกไปถึงเรื่องเก่าที่ทำร้ายหัวใจบอบบาง ใครคนหนึ่งยังฝังรากหยั่งลึกในทางร้ายเพราะได้พรากหัวใจของหล่อนไป ความโง่งมอย่างที่สุดทำให้หญิงสาวสูญเสียทั้งความสาวบริสุทธิ์ ทั้งอิสรภาพ ความไม่เดียงสาทำให้กานต์พิชาถูกล่อลวงด้วยคารมและความไว้ใจผลักไสให้เดินไปตามหมากของเขา แล้ววันนี้ชายผู้ใจร้ายคนนั้นอยู่ที่ไหน คนซึ่งจับหล่อนไปขายให้ผู้ทรงอิทธิพลที่ประเทศฮ่องกง ขายทั้งๆ ที่หล่อนเป็นคนรักของเขา

                “บูชิต กานต์อยากได้โทรศัพท์มือถือ”

เอ่อ เรื่องนั้นคุณภามไม่ได้สั่งไว้ครับ” ชายหนุ่มอ้อมแอ้ม เมื่อเจ้านายสั่งเคร่งครัดห้ามกานต์พิชาทำอะไรเกินตัว การที่น้องสาวของเขาหายตัวไปแล้วกลับมาแบบเฉียดตายทำให้พิรภพระวังทุกย่างก้าว รวมทั้งคนที่เข้ามาใกล้กานต์พิชา คนเป็นน้องจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อใครแม้แต่เพื่อนสนิท

ของบูชิตก็ได้ กานต์แค่อยากโทรหาเพื่อน เอามาให้ยืมหน่อยสิ นะๆ” เสียงหวานเอ่ยอ้อนๆ รอยตาเว้าวอนของนายสาวพาให้หัวใจชายหนุ่มวิบไหว สุดท้ายโอนอ่อน 'แล้วจะให้ไอ้บูชิตปฏิเสธลงอย่างไรได้เล่า ตาใสอย่างนั้น' ชายหนุ่มปรามาสตัวเอง เวลานี้ไม่มีใครทำให้เขาอ่อนยวบได้เท่ากานต์พิชาอีกแล้ว มือหนาล้วงหยิบมือถือส่วนตัวส่งให้ไป รอยยิ้มบางๆ กระจายเกลื่อนทั่วดวงหน้าเล็กเป็นการตอบแทนให้คนมีน้ำใจใจชื้น

ร่างกายผ่ายผอมภายใต้ชุดคนไข้หลวมโคร่ง ขยับช้าๆ ลงจากเตียง ก้าวไปยังระเบียงห้องพร้อมเสาน้ำเกลือระโยงระยางเพื่อโทรศัพท์หาใครบางคน “รับสิคะ รับสายกานต์สิ” กานต์พิชาเว้าวอนต่อปลายสายที่หล่อนพยายามต่อซ้ำๆ แต่เงียบกริบ...ดั่งไร้คนปลายทาง

อย่าทำกับกานต์อย่างนี้ รับสิคะ ได้โปรดเถิดค่ะ” รอยน้ำตารินไหลช้าๆ ไม่พ้นสายตาของบูชิตจนไม่อาจอยู่เฉย

ลูกน้องหนุ่มถือวิสาสะเปิดประตูบานเลื่อนซึ่งแง้มเปิดไปถึงตัวกานต์พิชาด้วยความร้อนใจ หญิงสาวสะอื้นเงียบๆ ร่างหนาหยุดยืนที่เบื้องหลังเมื่อเจ้านายสาวหมุนตัวกลับมาจึงชนเข้ากับอกแกร่ง หล่อนเซจึงถูกอ้อมกอดแข็งๆ รองรับไว้ได้ทัน ผู้ปกป้องจ้องมองคนที่เขาเทิดทูนทั้งใจด้วยนัยน์ตาสั่นไหว ใบหน้าเกลื่อนหยาดน้ำใสๆ เงยขึ้น ปลายจมูกแดงแปร๊ดฉุดความรู้สึกของเขาให้หวั่นไหวตาม

คุณกานต์ครับ เป็นอะไรไปครับ?” ปลายเสียงทอดอ่อนโยน ก้มลงใกล้ดวงหน้าขาวรื้นน้ำตา

บูชิต บูชิต...กานต์” กานต์พิชาอัดอั้นสุดกำลัง ก่อนเลือกปลดปล่อยความอ่อนแอเจ็บช้ำที่ผ่านกับชายหนุ่ม ความไว้ใจก่อตัวขึ้นทีละน้อยจนหัวใจเปราะบางของหญิงสาวเปรียบบูชิตประหนึ่งญาติ ไม่ต่างไปจากธนภูมิ พี่ชายต่างสายเลือด

ชายหนุ่มตรงหน้าพ่นลมหายใจหนักหนา วางมือไม้เก้ๆ กังๆ ยังแผ่นหลังบาง เสียงหัวใจตุ้มๆ ต่อมๆ แข่งขัน ไม่บังอาจแตะต้องแก้วตาดวงใจของพิรภพ เพราะดวงอาจถึงฆาต ความกลัวไม่ยิ่งหย่อนแต่น้อยกว่าความปรารถนาดีจะปลอบโยนหญิงสาว เขาจึงโอบกอดเธอไว้อย่างนุ่มนวล ตายเป็นตายว่ะไอ้บูชิต! เขานี่แหละจะปกป้องกานต์พิชาจากทุกอย่าง แม้ว่านั่นจะขัดกับพิรภพก็ตามที ใบหน้าคมเข้มกดลงยังบ่าบางเคลื่อนมือหนาไปลูบไล้เรือนผมยาวสลวยของกานต์พิชา นานเท่านาน...เท่าที่ผู้ชายต่ำต้อยคนนี้จะมอบกำลังใจแก่เธอได้

ตี๊ดๆๆ

ร่างระหงของพิมพิศซอยเท้ามารับสายเรียกเข้าที่โต๊ะทำงานของผู้เป็นนาย หลังราเมศก้าวอาดๆ ออกไปจากห้องด้วยความฉุนเฉียวเมื่อสิบนาทีก่อน เสื้อสูทที่พาดทิ้งบนท่อนแขนแกร่งบ่งบอกว่าเขาจะไม่กลับเข้ามาในสำนักงานอีก แต่เสียงโทรศัพท์ภายในยังดังรัวไม่หยุด

สวัสดีค่ะ อ้าว!” ปลายทางเงียบกริบ

“.......ตู๊ดๆๆๆ” สายนั้นถูกตัดไปเสียก่อน เลขาฯ สาววางสายโดยไม่ติดใจ

 

ร่างโปร่งเพรียวในชุดสุภาพด้วยกระโปรงทรงสอบสีน้ำตาลเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีอ่อนก้าวทะมัดทะแมงไปขึ้นรถยนต์ญี่ปุ่นสีบรอนซ์เงิน ประตูรั้วสีขาวเตี้ยแค่เอวเคลื่อนเปิดโดยระบบรีโมท ก่อนที่หญิงสาวจะถอยรถออกได้ภาพที่สะท้อนในกระจกมองหลังกลับเป็นร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคุ้นๆ เรียกแววตาฉงนแก่ไปรยา หากเขายังคงยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น หล่อนคงได้ชนยับ!

ไปรยาจำต้องก้าวลงมาเจรจา ขอผ่านทางด้วยใบหน้าไม่รับแขกจาก แขก ไม่พึงประสงค์แต่เช้าตรู่

คุณน่ะเอง มาทำอะไรแต่เช้าไม่ทราบ?” หญิงสาวทักทายธนภูมิแบบไร้มิตรภาพ ด้วยไม่ถูกชะตากับเจ้าของใบหน้าหล่อเข้มกับรอยตาอบอุ่นที่ส่งให้อรอินทุ์เท่าไหร่นัก คนหวงเพื่อนอย่างไปรยาจึงตั้งแง่กับชายหนุ่มที่ก้าวล้ำอาณาเขตส่วนตัวของเธอกับอรอินทุ์ตั้งแต่ยังไม่ได้ซึมซับนิสัยใจคอ

คุณใบบัวล่ะครับ ผมมาพบเธอ” บอกความตั้งใจไม่อ้อมค้อม 

ใบบัวกลับไปบ้านของเขาแล้ว ว่าแต่คุณว่างมากนักหรือไงถึงได้ตามจีบคู่หมั้นชาวบ้าน คนเขามีเจ้าของแล้วคุณไม่รู้หรือคะ?”

ไปรยาเอ่ยถาม สุ้มเสียงหล่อนค่อนข้างนักเลงทั้งที่พูดจากับผู้ชายจนธนภูมิตวัดรอยตาขุ่นๆ ใส่ ชายหนุ่มไม่นิยมหญิงสาวห้าวห่ามที่ทำอะไรไม่สมตัว ทั้งที่ควรจะอ่อนโยนเปราะบางเสียมากกว่า แล้วดูอะไรที่หญิงสาวคนนี้เป็นสิ ผู้หญิงก็ไม่ใช่ ทอมก็ไม่เชิง หน้าที่การงานกับการแต่งกายภายนอกดูเรียบร้อยตามระเบียบก็จริงแต่ภายในนี่สิ ผู้ชายคนไหนจะรับไหวเล่า... ธนภูมิยิ้มนิดๆ หลังปรามาสในใจ

รอยตาวิบวับของธนภูมิเป็นอะไรที่ไปรยาไม่ชอบเอาซะเลย หญิงสาวหลิ่วดวงตาดำขลับคู่สวยเหล่มองอย่างหมั่นไส้ ตั้งท่ากอดอกนิ่งหมายจะเอาเรื่องชายหนุ่ม

ผมรู้เรื่องนั้นดีครับ ผมก็แค่อยากเป็นเพื่อนกับคุณใบบัวหรือกระทั่งคุณต้นอ้อด้วย อย่ากีดกันผมเลยครับผมรู้ว่าคุณเข้าใจว่าผมรู้สึกอย่างไรกับคุณใบบัว ซึ่งเราน่าจะเห็นใจกันและกันมากกว่านะครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ

หมายความว่ายังไง เห็นใจนายเรื่องอะไร” ต้นอ้อถามกลับเสียงห้วน ไม่เข้าใจรอยตาของนายนี่ กับคำพูดกำกวมเอาซะเลย

ก็ผมชอบคุณใบบัว ก็ไม่ต่างจากคุณต้นอ้อใช่ไหมล่ะครับ คุณเองก็คงจะแอบ...ชอบเธอเหมือนกัน” เขายิ้มกลั้วหัวเราะ

ตาบ้า! คิดได้ยังไงเนี่ยวิปริตชะมัด กลับไปเลยนะแล้วอย่ามาเหยียบบ้านฉันอีก ถอยรถของนายออกไปด้วยไม่งั้นฉันจะชนให้ยับเลย”

จบคำร่างบางก็ก้าวพรวดๆ ไปขึ้นรถ กระโจนใส่ที่นั่งคนขับ ไปรยาโกรธจนควันแทบออกหูเมื่อโดนปรามาสว่าหล่อนเป็นเลสเบี้ยน แถมยังยัดเยียดให้เป็นกับเพื่อนรักอย่างอรอินทุ์ รอยตาคู่คมวับวาบจ้องธนภูมิหงุดหงิด เผยยิ้มนิดๆ อย่างผู้ชนะเมื่อเห็นร่างสูงวิ่งกลับไปที่รถของตน รีบถอยรถก่อนที่ไปรยาจะทำตามที่ขู่ แน่ล่ะ! เพราะผู้หญิงอย่างไปรยาไม่ได้แค่ขู่ ผู้ชายปากมากเดาสุ่มก็ต้องโดนอย่างนี้แหละ

คุณครูสาวจอมห้าวควงพวงมาลัยรถจนหมุนติ้ว กลับมาตั้งลำอย่างฉวัดเฉวียน ต่างจากรูปหน้าอ่อนหวานภายนอกที่ดูเรียบร้อยราวผ้าพับไว้ ไปรยายิ้มหยันมุมปากพลางปรายดวงตาคมค้อนใส่ธนภูมิแล้วแล่นปราดผ่านหน้าไปราวนักแข่งรถ เมื่อรถญี่ปุ่นพ้นไปจากซอยแคบคู่กรณีจึงพ่นลมหายใจโล่งอก อีกคืบเดียวรถของไปรยาจะแฉลบมาถูไถกระจกมองข้างของเขา แต่หล่อนก็ผ่านพ้นไปได้อย่างมืออาชีพ คล้อยหลังธนภูมิส่ายหน้าไปมา

นี่หรือเพื่อนคุณใบบัว สงสัยจะต่างขั้วกันไปหน่อย’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

588 ความคิดเห็น

  1. #473 p@d@w@n (@boubou77) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 03:10
    ไม่ได้เข้ามาอ่านตั้งนานเกือบลืมเลยว่าอ่านไปถึงตอนไหนแล้ว
    #473
    0
  2. #240 jaoh73 (@jaoh73) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2553 / 23:46
    สงสารใบบัวนะคะ สู้สู้
    #240
    0
  3. #92 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 18:13
    หึ ความลับไม่มีในโลก สักวัน สักวันเถอะ คนที่ทำอะไรไว้ย่อมได้รับผลกรรม
    #92
    0
  4. #91 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 16:46
    กรรมของใบบัว
    #91
    0
  5. #89 แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2552 / 23:08
    กรรมเวรของนู๋ใบบัว ทั้งเพื่อนทั้งคู่หมั้นเลวร้ายพอกัน แถมต้องมาโดนลากไปอีกแล้ว
    น่าสงสาร แล้วใครจะช่วย ???  รออ่านต่อค่ะ
    #89
    0
  6. #88 ~sarin~ (@sarin0325) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2552 / 08:36

    พระเอกใจร้ายยยย
    ใบบัวน่าสงสาร  คุณดาลันมาต่อเร็วๆนะคะ  เผื่อมีใครมาช่วยใบบัวทัน

    #88
    0
  7. #87 แก้วใส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2552 / 02:36
    น่าสงสารหนูอร จัง



    แล้วกานต์ถูกใครทำลายกันนะ อยากรู้จัง มาต่อไวๆ นะค่ะ
    #87
    0
  8. #85 Mini_Dinooo (@lokpakung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2552 / 23:58
    เวรของกรรม

    กรรมของนู๋บัวจริง  ๆ  -_-"
    #85
    0
  9. #84 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2552 / 19:02
    เลวทั้งคู่
    #84
    0
  10. #83 ★ [ Little Vampire ] (@kay-demonjung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2552 / 18:56

    สงสารใบบัวจังเลย

    คนสองคนนี้เป็นอะไรที่น่าขยะแขยงจริงๆเลย

    #83
    0
  11. #82 ขึ้นดอย (@sirimaslovely) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2552 / 13:49
    อัพต่อเร็วนะค่ะ



    สนุกมากค่ะ
    #82
    0