เล่ห์มาร (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 6 : ตอน 5 ผู้หญิงต้องห้าม < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    13 มี.ค. 55

ตอน 5

ผู้หญิงต้องห้าม

            สีหน้ากระอักกระอ่วนเกิดแก่ใบหน้าเผือดซีดของอรอินทุ์ ทันทีที่อรรถเดินทางถึงเมืองไทยตรงดิ่งสู่คฤหาสน์กุลพิธาน์ ที่แรกที่เขาร้อนรนเยี่ยมหน้าเข้าไปเป็นห้องนอนของบุตรสาว ร่างแบบบางนอนซุกลืมตาโพลงใต้ผ้าห่มคล้ายเพิ่งสร่างไข้ แต่แล้วหญิงสาวก็ลุกพรวดขึ้นนั่งเมื่อเสียงตบเท้าเข้ามาราวสวนสนามเป็นบิดากับคนของเขา เหล่าบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยม

                “พ่อ!” เสียงอุทานเล็ดลอดเพียงแผ่วเบา อาจเพราะอรอินทุ์ไม่คิดว่าอรรถจะสละเวลาแวะมาดูดำดูดีลูกคนนี้

            ร่างสูงใหญ่ก้าวมาชิด ยื่นมือหนาออกไปหาบุตรสาวเกือบจะแตะโดนศีรษะเล็กที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมสีน้ำตาลไหม้ ดวงตาคู่งามหลุบฉับลงต่ำคล้ายไม่ยอมรับทำให้เขาชะงักค้าง หยุดเพียงแค่นั้น สีหน้าเรียบเฉยไร้แววกังวลเข้าแทนที่ ทิฐิทำให้ผู้เป็นบิดาถอยออกห่างร่างบอบช้ำนั่นอีกก้าว ท่าทีพ่อลูกห่างเหินราวมีเรื่องบาดหมางนานนม นับตั้งแต่มารดาของหล่อนเสียและคงไว้ซึ่งความห่างไกลหลายก้าวนัก

                “พ่อเพิ่งรู้ว่าลูกประสบอุบัติเหตุแล้วเวลานั้น ไอ้...ไอ้ราเมศมันไปอยู่ที่ไหน?” เสียงทรงอำนาจของชายวัยหกสิบเศษขบเขี้ยว ยามที่รื้อฟื้นเรื่องความปลอดภัยของอรอินทุ์เป็นเรื่องที่ราเมศชายหนุ่มคนรักต้องรับผิดชอบ อรรถกำลังโกรธจัดเพราะกายสูงใหญ่ในชุดซาฟารีสีน้ำเงินน่าเกรงขามของเขาสั่นเทิ้ม อรอินทุ์เงยใบหน้าเผือดซีด ไร้สีเลือดฝาดจ้องเขม็งยังคนถาม แฝงไว้ด้วยความน้อยใจ

            พ่อสนใจด้วยหรือเรื่องหล่อนจะเป็นจะตาย คิดว่าสนใจเฉพาะเรื่องธุรกิจกับผู้หญิงเท่านั้น’

            ไม่มีคำตอบจากบุตรสาวถือดี แววตาดุกราดบนใบหน้าเรียวยาวคงเค้าหล่อเหลาในวัยหนุ่มปราศจากซึ่งรอยยิ้มนานปีส่งมาคาดคั้น

            อรรถถือเป็นความผิดขั้นร้ายแรงที่ราเมศไม่อาจดูแลอรอินทุ์ พลั้งเผลอทำให้ลูกสาวของเขาตกอยู่ในอันตราย ถูกลักพาอันตรธานหายตัวไป ราเมศคิดง่ายๆ ว่าอรรถอยู่ต่างประเทศแล้วจะถูกปิดหูปิดตา ทว่าไม่เลย!

            ลูกน้องที่สั่งให้คุมเชิงที่เมืองไทยรายงานอย่างต่อเนื่องว่าลูกสาวของเขาหายตัวไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ โดยที่แฟนหนุ่มออกตามหาจ้าละหวั่น แต่อรรถไม่อาจปลีกตัวจากการเจรจาครั้งสำคัญ เรื่องธุรกิจอัญมณีกับนักธุรกิจสาวที่ประเทศฮ่องกงได้ อรอินทุ์หลุบสายตาลงต่ำ เบือนดวงหน้านิ่งๆ ไปสบลูกน้องคนสนิทของอรรถ ไม่พอใจที่พวกเขาถือวิสาสะเข้ามายืนจังก้าภายในห้องนอนของหล่อนทีละคนจนครบ ที่นี่ไม่ใช่ห้องสอบสวนที่พวกเขาจะมายืนคุมเชิง และหล่อนไม่ใช่นักโทษที่ต้องถูกคาดคั้นจากบิดา ความไม่พอใจระบายเต็มดวงตาสีน้ำตาลกระจ่างของนายสาว มากพอๆ กับแววหยิ่งทระนง ทำให้อรอินทุ์จ้องพวกลูกกระจ๊อกเป็นเชิงไล่ออกไปให้พ้นหน้า ก่อนสะบัดดวงหน้าพรืดไปอีกทาง

            พวกแกออกไปก่อน” อรรถเหลือบชำเลืองเหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนขนาบซ้ายขวา มือหนาโบกไหวๆ พรึ่บเดียวร่างใหญ่ยักษ์ของบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทสองคนที่อยู่เบื้องหลังผู้เป็นนายก็หายวับ พวกลูกสมุนแบบฉบับพกพาแสนจงรักภักดีปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ที่อรรถต้องมีลูกน้องเป็นเงาตามตัวเช่นนี้เพราะเขามีศัตรูอยู่รอบด้าน ทั้งจากธุรกิจค้าขายอัญมณี ทั้งเรื่องผู้หญิง

            อรอินทุ์ค่อยโล่งเมื่ออยู่ตามลำพังกับบิดา คนเป็นลูกเงยดวงหน้าสีจัดจ้านกว่าเดิมขึ้นมองสบผู้ซึ่งยืนประชิดปลายเตียง อรรถบ่ายหน้ามองสำรวจร่างน้อยขึ้นๆ ลงๆ หาสิ่งผิดปกติที่อาจตกผลึกทิ้งค้างยังบุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาแสนหวง ห่วงใยนัก แต่ไม่เคยแสดงออกเช่นนั้นให้เห็น อีกฝ่ายจึงคิดเพียงตนเป็นคนที่ถูกลืม ทิ้งไว้ข้างหลังจนสั่งสมเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจ

            ว่ายังไง ลูกยังไม่ได้ตอบ” ทวงถาม ดวงตาคมกริบแฝงเร้นด้วยรอยตัดพ้อ เงยขึ้นสบบิดา

            บัวกับรามยังไม่ใช่คนคนเดียวกันจึงต้องตามติด รามไม่ผิดค่ะแล้วเขาก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่บัวขับรถไปประสบอุบัติเหตุ”

            คำโต้ตอบติดจะกระด้าง อรรถพ่นลมหายใจยาวๆ กับรอยตาดื้อรั้นของบุตรสาว ชายสูงวัยซ่อนแววตาห่วงใยกดลึกลงในอกจนไม่มีใครคุ้ยเจอ ที่ปรากฏจึงเป็นเพียงแววตาห่างเหิน เฉยเมยที่อรอินทุ์ได้รับจนชินชา เขาเม้มเรียวปากค่อนข้างบางทำใจเย็นอย่างที่สุด

            แล้วนี่ลูกเป็นอะไรมากไหม?” เปลี่ยนเรื่อง มือทั้งสองวาดไปไพล่แผ่นหลังที่ตั้งตรงจนดูสง่า กวาดเรียวตาสีเดียวกันกับอรอินทุ์มองปราด

            หาก พ่อ ต่อบทสนทนาของ ลูก จนจบเขาคงเดือดปุด แล้วก็ไม่ต่างจากทุกครั้งที่ทะเลาะรุนแรง อรอินทุ์ไม่เคยญาติดีต่อบิดาอีกนับตั้งแต่วันที่หล่อนสิ้นศรัทธาในตัวเขา คำพูดแต่ละคำคล้ายเชือดเฉือน ประชดประชันจนอรรถเอือมระอา เขาจึงไม่ได้รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักกลายเป็นที่ระบายความใคร่ ความแค้นเพราะเขาเป็นต้นเหตุ

            ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วล่ะค่ะพ่อไม่ต้องห่วง แค่นี้หนูไม่สะทกสะท้านหรอก เพราะมีเรื่องที่เจ็บกว่า...มาก” ประชดประชัน

            อรอินทุ์จำฝังใจ ไม่มีเรื่องใดสำคัญต่อบิดาเท่าธุรกิจที่อรรถก่อร่างสร้างมากับมือก่อนมารดาหล่อนจากไปกับบรรดาผู้หญิงที่ห้อมล้อมตัวเขา ส่วนหล่อนเป็นแค่ลูกสาวที่ฉุดให้ชีวิตของเขาทำอะไรไม่ใคร่สะดวก ด้วยความน้อยใจที่สั่งสมตั้งแต่นั้นผู้เป็นลูกเลือกเดินทางไปศึกษาต่อและพำนักอยู่ที่ต่างประเทศจนกระทั่งหญิงสาวได้พบราเมศที่นั่น

            ครั้งนี้ผู้เป็นบิดาคงมาเพราะแค่อยากเห็นสภาพของหล่อนว่าครบสามสิบสองไหม เมื่อดูท่าว่าภายนอกไม่ได้บาดเจ็บมากมาย แววตาของอรรถก็เฉยชา แปรไปกระด้างเช่นเดิม นี่หรือ พ่อ หัวใจหล่อนตัดพ้อ...

            ก็ดี เพราะพ่อต้องการคุยกับลูก พร้อมๆ กับนายราเมศ เรียกเขามาที่นี่เมื่อลูกหายดี” ออกคำสั่งโดยไม่บอกเหตุผล “เรื่องอะไรคะ?”

            พ่อต้องการให้ลูกถอนหมั้นกับราเมศซะ ผู้ชายดีๆ ที่ไหนไม่อาจปกป้องผู้หญิงของตัวเองได้ นี่ถ้าเกิดลูกเป็นอะไรไปมากกว่านี้หมอนั่นไม่ได้ลอยนวลอย่างนี้แน่ฉะนั้นถอนหมั้น ยกเลิกงานแต่งงานกับไอ้ผู้ชายไร้น้ำยานี่ซะ” อรรถประกาศก้อง ห้องทั้งห้องปิดทึบส่งให้คำสั่งเด็ดขาดก้องกังวาน

            พ่อคะ!” หญิงสาวตะลึงพรึงเพริดกับคำพูดของบิดา ถ้อยคำประกาศกร้าวแผดเผาหัวใจคนฟังจนไม่อาจรับได้

            ไม่ค่ะพ่อไม่มีเหตุผล แล้วนี่ก็เป็นชีวิตของหนู พ่อไม่มีสิทธิ์” ประท้วงเสียงเครือ


            สิทธิ์ของคนที่ทำให้แกเกิดมาอย่างไรล่ะใบบัว มากพอไหม แกพูดได้เพราะแกไม่รู้อะไรเลิกกับมันซะถ้าไม่ทำตามที่ฉันบอกก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าพ่ออีก” สิ้นเสียงสั่นด้วยโทสะ ร่างสูงใหญ่ของอรรถก้าวดุ่มๆ ออกไปจากห้องนอนของลูกสาวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว มือหนาสลัดบานประตูปิดโครม สะเทือนเลื่อนลั่นจนอรอินทุ์สะดุ้งเฮือก!

 

            ร่างโปร่งบางในชุดสุภาพด้วยกระโปรงทรงสอบสีน้ำเงินกรมท่ากับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อน รวบเก็บใต้ขอบกระโปรงเรียบร้อยส่งให้ ไปรยา ดูเป็นหญิงสาวผู้ทรงคุณวุฒิกับวัยวุฒิทั้งที่เพิ่งจะย่างเข้าสู่วัยยี่สิบห้าปีหมาดๆ คุณครูสาวดูแตกต่างจากหญิงสาวร่างเพรียวที่มารอพบด้วยการแต่งกายกับกิริยาท่าทาง

            แต่เมื่อเจ้าหล่อนเห็นหน้าเพื่อนสาวคนสนิท ใบหน้าแสนหวานของไปรยาก็ฉีกยิ้ม ดวงตาดำขลับเบิกโพลง ละทิ้งภาพแม่พิมพ์ของชาติที่ต้องดูสุขุมเยือกเย็น สร้างความน่าเชื่อถือแก่นักเรียนกับผู้ปกครองลงทันที มือเรียวบางของอรอินทุ์ถูกกุมกระชับตามด้วยเขย่าจนคลอน แล้วโดนจูงกึ่งลากไปอีกทางเพื่อนั่งสนทนาเป็นเรื่องเป็นราว

            ยัยบัว โอ้ย! ฉันเป็นห่วงแทบแย่หายไปไหนมาเนี่ย โทรไปก็มีแต่ฝากข้อความจะเป็นร้อยรอบแล้วนะเพื่อน” บ่นอุบ ใบหน้าหงิกงอ

            ก็เพิ่งกลับมา” อรอินทุ์ตอบเบา รูปหน้าเล็กเรียวภายใต้กรอบแว่นกันแดดถูกสวมปกปิดอยู่เช่นนั้นทั้งที่เป็นเวลาแดดร่มลมตก จนไปรยานึกสงสัย เรียวคิ้วสีเดียวกับดวงตาของคุณครูสาวจึงกระตุกขึ้นข้างหนึ่ง จ้องมองอรอินทุ์ไม่วางตา

            อะไรของเธอน่ะบัว ทำลับๆ ล่อๆ ท่าทางอย่างกับแอบซ่อนใครงั้นแหละ แล้วนั่น...หน้าเป็นอะไร ถอดแว่นนี่ซะทีสิ”


            ไปรยาไม่พูดเปล่าหล่อนดึงแว่นกันแดดออกจากใบหน้าของเพื่อนสาว เปิดเผยผิวพรรณขาวโพลนเกือบซีด ไร้การแต่งเติมเครื่องสำอางปกปิดจึงอวดขอบนัยน์ตาแดงช้ำจนน่าตกใจ ใบหน้าคนมองเหลอหลา

            เฮ้ย! นี่มันเรื่องอะไรอ่ะบัว เป็นอะไร แล้วเกี่ยวกับที่บัวหายไปไหมเนี่ย” น้ำเสียงหวานจริงจังขึ้นจมูก

            ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเสียแล้ว!


            แววตาท่าทีของอรอินทุ์แลทุกข์ถนัด ร่องรอยนั่นชี้ชัดเพื่อนสาวผ่านการร้องไห้อย่างหนัก อีกฝ่ายพยักหน้าน้อยๆ ยอมรับ จบคำน้ำตาก็ปริ่ม ไปรยารีบกุมทับมือเรียวบางของเพื่อนบีบเบาๆ แล้วพาอรอินทุ์ไปที่รถซีดานสีขาวโพลนซึ่งจอดอยู่ใต้ต้นหูกวางเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

            ไปคุยกันที่อื่นเถอะ กุญแจรถล่ะเดี๋ยวอ้อขับเอง” ไปรยา หรือ ต้นอ้อ อาสา

            หล่อนบอกตัวเองว่าอรอินทุ์กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์เลวร้าย ที่แย่ยิ่งกว่าอกหัก ตกงาน หรือของสำคัญหาย อะไรก็ตามแต่...

            เพื่อนคนนี้พร้อมจะรับฟัง และค่อยๆ ไขปัญหาไปพร้อมกัน แต่เมื่อถ้อยคำพรั่งพรูจากปากอย่างไม่ปิดบัง คุณครูสาวจุกแน่นในอกพูดไม่ออกนานเป็นนาที ความคิดแรกคือสงสารเพื่อนสาวจับใจ ‘โธ่ บัว...’

            โชคชะตาเล่นตลกร้ายกับอรอินทุ์เกินไปไหมที่ชักนำให้หล่อนถูกลักพาตัวไป แล้วโดนทำลายย่อยยับ!

            ใบบัว ไอ้คนเลวคนนั้นมันเป็นใคร?” สุ้มเสียงของไปรยาสั่นเมื่อเอ่ยถึง มนุษย์ใจทราม ผู้นั้น อรอินทุ์ส่ายหน้าทดท้อ

            บัวไม่รู้ว่าหมอนั่นเป็นใคร มีตัวตนอยู่ไหม รู้สึกตัวอีกทีบัวก็กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว” น้ำเสียงสั่นเครือ แม้จะร้องไห้อย่างหนักผ่านวัน ผันเป็นคืน น้ำตาอุ่นๆ ยังรินไหลไม่ขาดสายจนอรอินทุ์อ่อนล้า ทรมาน


            สองร่างอิงแอบกันและกัน พิงตัวยังพนักเก้าอี้ภายในร้านอาหารในลานโล่งแห่งหนึ่ง ไปรยาเม้มเรียวปากอิ่มสีระเรื่อแทบจะเป็นเส้นตรงโกรธแค้นแทน พลางยื่นวงแขนอุ่นๆ ไปโอบบ่าเพื่อนสาว ลูบหลังลูบไหล่ ปลอบโยนเท่านั้นที่ไปรยาทำได้เวลานี้ หล่อนกลืนก้อนแข็งๆ ให้พ้นทางเสีย

            วันนี้อยากร้องก็ร้องเถิดนะบัว ร้องออกมาให้หมดตอนนี้บัวมีอ้ออยู่ข้างๆ ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่มีใครทำอะไรบัวได้แล้วล่ะ” ปลอบโยนเสียงสั่น

            ไปรยาใกล้จะร้องไห้ตามหากไม่อายคนทั้งร้าน แต่เพราะถูกเลี้ยงดูมาให้แกร่งกว่าหญิงสาวทั่วไป คุณครูสาวซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของ ครอบครัวสิริอนันต์ จึงเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งพาของเพื่อนพ้อง หล่อนเชิดใบหน้าเนียนจัดว่าสวยหวานขึ้นสูง ขย้อนหยาดน้ำคืนกลับ ดวงตาดำขลับมุ่งมั่นจะเป็นที่พึ่งให้อรอินทุ์จึงอ่อนแอไม่ได้

            ต้นอ้อ บัวจะทำยังไงต่อดี...” สับสน

            ตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่รู้ สมองมันตื้อๆ น่ะแต่เราค่อยๆ คิดกันไปก็ได้นะถ้าบัวจำเรื่องหมอนั่นได้เมื่อไหร่เราจะไปลากคอมันเข้าตะรางด้วย
กัน แต่ตอนนี้บัวต้องทำใจดีๆ อย่าคิดมากรู้ไหม อยากให้ฉันช่วยอะไรก็บอกเลยนะยินดี” รอยยิ้มเป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยมส่งมา

            ถัดจากครอบครัวก็ เพื่อน นี่แหละที่แทนมิตรภาพได้ดี อรอินทุ์พยักหน้าน้อยๆ ปาดเช็ดใบหน้านองน้ำตาของตน กระดาษสีขาวซับเบายังปลายจมูกโด่งเล็กที่แดงก่ำ เรียวปากรูปกระจับก็เช่นกัน ไปรยายิ้มน้อยๆ หลังปลุกปลอบเผื่อแผ่กำลังใจ ท่าทางของอรอินทุ์จึงทุเลาเบาบาง

            อยู่กับอ้อแล้วสบายใจ” พูดจากใจจนคนฟังยิ้มกว้าง

            ฮื่อ ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะ” อ้อมแขนของเพื่อนเปิดกว้างเสมอ ซ้ำโอบกระชับย้ำชัดรวบบ่าบางเข้าชิด


            อรอินทุ์รู้ว่าหล่อนคบหาคนไม่ผิด เมื่อใดทุกข์ร้อนไปรยาจะเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่โอบอุ้มช่วยต้านลมหนาว หรือกระทั่งแดดแรงกล้าให้เธอ ตรงกันข้ามกับนัยน์ตาสีเทาเข้มอีกคู่ ที่เฝ้าแผดเผาให้หล่อนแดดิ้นทั้งที่ยังไม่สิ้นใจ หญิงสาวสะบัดร้อนสะบัดหนาวแล้วไล่รอยตารุกรานคู่นั้นจนใบหน้าคลอนสั่น เกลียดกลัวจนหัวใจสั่นไหว

            คุณใบบัว!”

            เสียงทุ้มต่ำเล็ดลอดไรฟันได้ยินแต่เพียงผู้พูด คล้ายไม่คาดคิดว่าจะได้พบหญิงสาวอีกครั้ง และเร็วนัก

            ภาพของมิตรภาพอย่างเพื่อนถูกแปรเป็นอื่นได้หากคนมองไม่เข้าใจ โดยเฉพาะสมัยนิยมขณะนี้รักเพศเดียวกันเป็นที่เปิดเผยมากขึ้น ทำให้เรียวตาคมกริบที่จ้องมองหญิงสาวทั้งสองลุกวาว

            สายตาบอกเขาว่าใช่ นั่นคือ อรอินทุ์ กุลพิธาน์

            ผู้หญิงที่พี่ชายของเขาครอบครอง แต่ท่าทีที่เห็นขณะนี้ทำให้ธนภูมิขมวดคิ้วหนาเข้ม ตรึงสายตาจ้องไปยังหญิงสาวอีกคนที่แต่งกายสุภาพมิดชิดแต่กิริยาที่แสดงออกนั้นแปลกในสายตาเขา เป็นผู้หญิงเหมือนกันแต่ไฉนกอดอรอินทุ์กลมเช่นนั้น หรือว่าจะเป็น...

            หากพิรภพมาเห็นภาพนี้ ธนภูมิเดาไม่ออกเลยว่าชายหนุ่มจะตีสีหน้าอย่างไร!

            บัวไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะอ้อ สงสัยจะดูไม่ได้แล้วสิ” อรอินทุ์บอก ฝืนยิ้มทั้งที่รอยตาโรยรานัก ไปรยาพยักหน้าหงึกๆ มองส่งจนร่างบอบบางลับหายไปทางด้านหลังร้าน แล้วจึงพ่นลมหายใจยกใหญ่กับเรื่องราววุ่นๆ ของเพื่อนสาว คล้อยจากกรอบสายตาของไปรยาเพียงไม่กี่วินาที ใครอีกคนก็ก้าวมาดักหน้า

            อุ้ย!” ร่างบางเซหลุน ใจลอยอยู่เป็นทุน แค่ปะทะเข้ากับร่างหนาใหญ่ที่ยืนจังก้าหล่อนจึงแทบล้มทั้งยืน

            ขอโทษครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอก ท่อนแขนกำยำยื่นไปคว้าคนถลาจะล้มทันควัน


            คุณ...” ชื่อของเขาติดตรงริมฝีปากรูปกระจับ เพราะคุ้นนัก!

            อรอินทุ์แหงนเงยดวงหน้าขึ้นมองกำแพงสูงชันที่หล่อนชนดังอั้ก ใบหน้าเล็กขาดสีฉายแววตระหนก ระคนตกใจ เมื่อผู้ชายที่ช่วยเหลือหล่อนบนเกาะแห่งนั้นยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ทั้งที่อรอินทุ์คิดว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว เหตุที่คิดอย่างนั้นเพราะธนภูมิหายตัวไปไม่มาหาหล่อนที่กระท่อมอีก เสียงปืนในค่ำคืนนั้นกับความป่าเถื่อน โหดร้ายของเจ้าของเกาะแสงจันทร์ทำให้คิดว่าธนภูมิอาจตกเป็นเหยื่อของเขาเช่นกัน

            คุณอร คุณกลับมาได้อย่างไรครับ?” ธนภูมิถามเสียงหลง แววตาห่วงใยล้นปรี่

            อร ชื่ออุปโลกน์ของหล่อนตามที่แนะนำตัวเองในวันนั้นถูกเรียก อรอินทุ์จ้องมองชายหนุ่มเจ้าของรูปหน้าคมคาย ผิวสีน้ำผึ้งตาไม่กะพริบ ธนภูมิรอดชีวิตเป็นคำยืนยันว่าเกาะแสงจันทร์มีอยู่จริง ภาพความโหดร้ายทั้งหมดของผู้ชายคนนั้นจึงไม่ใช่ฝัน

            ฉัน...” ขณะตระกองกอด เอวคอดบางถูกรวบแนบอกกว้างก่อนที่หญิงสาวจะเสียหลักล้มคะมำ

            เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”


            สีหน้าเหลอหลาของชายหนุ่มเนียนสนิทชนิดดาราเจ้าบทบาทยังอายหากอรอินทุ์รู้ความจริง ธนภูมิจับวางให้หล่อนยืนได้เต็มฝ่าเท้าภายใต้รองเท้าส้นสูงสามนิ้ว จดจ้องดวงตาอ่อนล้าของอีกฝ่าย ธนภูมิไม่ปฏิเสธว่าสะท้อนในอก สงสารอรอินทุ์จับใจ

            เอ้อ เรื่องมันยาวน่ะค่ะ” อึกอัก ดวงหน้าร้อนผ่าวเมื่อถูกรื้อฟื้น

            จะให้หล่อนเล่าอย่างไรไหวว่าไปพบเจออะไรมาบ้าง ถึงตอนนี้จะยืนอยู่บนฝั่งปลอดภัยแล้วแต่หนทางที่ผ่านมาวิบากเกินไป ละอายเกินกว่าจะบรรยายหมดอรอินทุ์จึงเลือกที่จะเก็บงำ และเพราะเพื่อนสาวหายตัวมานานเกินไป ไปรยาจึงมาตาม

            ทันทีที่ต้นอ้อเห็นเพื่อนสาวตกอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มแปลกหน้า แววตาของไปรยาก็เข้มขึ้นตรงเข้าผลักอกธนภูมิทันที แรงกำลังไม่ใช่น้อยๆ ดันร่างแกร่งเซซวนได้ทั้งที่เป็นหญิงสาวร่างเพรียว ธนภูมิผงะห่างอรอินทุ์ ก็คุณครูสาวไม่ได้อ่อนแออ้อนแอ้น ไปรยาเป็นถึงนักกีฬาประจำมหาวิทยาลัยตลอดสี่ปีการศึกษา

            ใบบัวเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วไอ้หมอนี่ ใคร!”

            สุ้มเสียงคุณครูสาวห้าวไม่หยอก ดึงสายตาของธนภูมิตวัดมามอง คิ้วหนาเข้มของเขาเลิกขึ้นยียวนใส่คนมาใหม่นิดๆ

            แล้วยัยทอมบอย นี่ล่ะใคร?’ ชายหนุ่มปรามาสในใจ

            ใจเย็นๆ ก่อนต้นอ้อ นี่คุณภูมิ เอ่อ เรารู้จักกันน่ะ” ใบบัวรีบขยายความก่อนที่เพื่อนสาวจะเข้าใจผิด แล้วคิดว่าเป็นศัตรู


            ดวงหน้าจัดว่าหวานเชิดใส่ธนภูมิ ค้อนควับ แวบแรกหล่อนก็ไม่ประทับใจเอาเสียเลยที่ชายหนุ่มถือโอกาสโอบกอดอรอินทุ์ ด้วยความที่ถูกเลี้ยงดูมาให้แกร่ง ไม่เคยลิ้มลองความรักทำให้หญิงสาวเป็นคนหวงเพื่อนไม่น้อย ยิ่งจ้องมองใบหน้าหล่อคมของอีกฝ่ายก็ยิ่งไม่เชื่อใจหนัก

            สวัสดีครับ คุณ...” ที่เหลือทิ้งไว้ให้อรอินทุ์แนะนำสาวห้าวตรงหน้า

            นี่ไปรยา เพื่อนฉันเองค่ะ” ธนภูมิผงกศีรษะเป็นการทักทาย ชายตามองไปรยาเดาว่าอายุอานามไม่ห่างจากเขากับอรอินทุ์นัก

            ชายหนุ่มละสายตาจากใบหน้าหวานเชื่อม แต่นัยน์ตาดุกราดโดยง่ายไปจับจ้องอรอินทุ์อีกครั้ง หากไม่มีคนนอกเขาอาจโพล่งถามเธอถึงสภาพจิตใจด้วยความเป็นห่วงล้นพ้น แต่กลับทำไม่ได้เพราะโดนขัดจังหวะโดยสาวสวยท่าทางนักเลงไม่สมรูปร่าง ไม่สมการแต่งกายสักนิดเดียว

            ธนภูมิหยุดยืนทักทายต่อไม่กี่คำก็อำลา ทั้งที่อรอินทุ์ต้องการถามไถ่เรื่องบนเกาะแสงจันทร์เพื่อโยงไปสู่ชายผู้นั้น ธนภูมิทิ้งไว้เพียงนามบัตรใบเล็กสีขาวที่โชว์เบอร์มือถือของเขาหรา หนทางติดต่อยังมี อรอินทุ์บอกตัวเองแล้วก้าวตามไปรยากลับไปที่โต๊ะอาหาร ส่วนธนภูมิแยกไปอีกทางออกเดินลิ่วๆ ไปยังรถซีดานที่จอดอยู่ ครู่หนึ่งเขาเหลียวหลังมองตามแผ่นหลังอ้อนแอ้น ที่แลเวิ้งว้างน่าทะนุถนอมนั่น

            หรือว่า...

            หัวใจหนุ่มโสดจะสั่นคลอนไม่ต่างไปจากที่พิรภพปรามาสไว้ เขาอาจหลงใหลไปกับดวงตาสีน้ำตาลกระจ่างคู่นี้จริงๆ เสียแล้ว

 

            จะไปค้างที่บ้านฉัน ได้สิ ย้ายสำมะโนครัวมาเลยยังได้” ไปรยาเปิดยิ้มกว้าง

            อรอินทุ์พยักหน้าน้อยๆ โปรยแววตาอ่อนล้าแทนคำขอบใจ ยามนี้อยากมีที่พักพิงให้หัวใจได้สงบลงบ้าง หากกลับไปบ้านกุลพิธาน์มีแต่จะกังวลเพราะอรรถคอยคาดคั้นให้หล่อนตามตัวราเมศมาเจรจาเรื่องถอนหมั้น

            จวบจนเวลาบ่ายคล้อย สองสาวจึงออกจากร้านอาหารแห่งนั้นโดยไม่ได้รู้ว่ามีสายตาคมเข้มจ้องมองมิได้คลาด รถซีดานคันหรูจอดสนิทนานกว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อรอ และขับตามติดรถอีกคันที่มีไปรยาเป็นสารถี กับอรอินทุ์นั่งเคียงข้างจนถึงที่หมาย หญิงสาวทั้งสองแวะไปที่บ้านกุลพิธาน์เก็บเสื้อผ้ากับของใช้จำเป็นใส่กระเป๋าใบย่อมสำหรับสองสามวันเพื่อไปค้างคืนที่บ้านของไปรยา

            จะไปไหนกัน?” พึมพำในลำคอ เรียวคิ้วคมเข้มขมวดมุ่น

            ชายหนุ่มซึ่งทำตนเป็นนักสืบหัวเห็ดจอดรถหลบมุมยังป่ารกชัฏ ซึ่งเป็นที่ดินรกร้างใกล้คฤหาสน์หลังใหญ่โต เมื่อรถซีดานสีขาวโพลนหายลับพ้นประตูรั้วอัลลอยด์สีงาช้างสูงตระหง่าน ธนภูมิหยุดรออย่างใจเย็น ปรากฏแววตาขุ่นมัวเงียบๆ เริ่มไม่ไว้ใจไปรยาที่ดูจะเจ้ากี้เจ้าการต่อเพื่อนสาวมากกว่าราเมศซึ่งเป็นคู่หมั้นเสียอีก อีกเรื่องหนึ่งที่ธนภูมิต้องรู้เป็นลำดับแรกๆ คือ หญิงสาวทั้งสองเป็นอะไรกัน มากเกินกว่าเพื่อนไหม?

            ความคิดประหลาดเข้ามาวนเวียน สะกิดสะเกาต่อมสงสัยของธนภูมิจนหงุดหงิด เพราะไปรยาทำตัวขัดแข้งขัดขา มองเขาด้วยนัยน์ตาดำขลับเอาจริง หญิงสาวกางปีกปกป้องเพื่อนสาว ทำตนเป็นกำแพงสูงจนดันเขากระเด้งออกห่างจากอรอินทุ์

            แต่...ผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิงวันยังค่ำ ร่างกายบอบบาง จิตใจย่อมอ่อนแออ่อนเปลี้ยแพ้ภัยตัวเอง นักสืบจำเป็นยกมุมปากขึ้นเพียงนิดกึ่งเยาะกึ่งยิ้ม สงสัยจะต้องกันเจ้าหล่อนออกห่างจากอรอินทุ์ ก่อนที่อะไรๆ จะพลิกผันเสียกระมัง

 

            เสียงรถที่แล่นปราดเข้ามาภายในพื้นที่ของคฤหาสน์หลังโอ่อ่าของตระกูลนฤปนาถ แล้วเคลื่อนผ่านไปตามถนนคดเคี้ยวเล็กๆ มุ่งสู่เรือนพักหลังย่อมแบบบ้านเดี่ยวสีครีมนวลตา อาณาเขตส่วนตัวของธนภูมิที่บิดาของพิรภพยกให้เขากับมารดาซึ่งเป็นแม่นมของคุณหนูของบ้านได้พักพิง

            ธนภูมิถอยรถเข้าจอดยังที่ของมัน ก้าวแรกที่เขาจรดเหยียบยังพื้นปูนซีเมนต์ซึ่งโรยตัวแข็งสีเทา เป็นสัดส่วนของที่จอดรถญี่ปุ่นขนาดพอดีคัน พบพิรภพยืนเตร่อยู่หน้าบ้านราวกับมาดักรอ ร่างสูงยืนตัวตรงสง่ากอดอกมั่น สีหน้าชายหนุ่มผู้พี่บ่งบอกอารมณ์ไม่ใคร่เบิกบาน ธนภูมิส่งยิ้มไปก่อนเรียกกำลังใจสไตล์คนอารมณ์ดี เรียกอาการตอบรับจากพิรภพเพียงพยักหน้าหงึกๆ แล้วก้าวตามพี่ชายไปที่สวนข้างๆ ตัวบ้าน ซึ่งมีโต๊ะเก้าอี้สีขาวฉลุลายอ่อนช้อย ตั้งคู่ประติมากรรมน้ำพุใกล้สระบัวไว้รับรอง

            มารอผม มีอะไรหรือเปล่าครับพี่ภาม?” หลังคนพี่ผงกศีรษะทุยน้อยๆ เป็นการทักทายและตอบคำ คนเป็นน้องตามไปนั่งลงตรงหน้าพิรภพ สบนัยน์ตาจริงจังที่กำลังคุกรุ่นนั่น ท่าจะไม่ใช่เรื่องดี!

            ก็เรื่องยัยกานต์ นายว่าทำอย่างไรน้องจะเล่าความจริงทั้งหมด ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้วแผลที่กรีดข้อมือนั่นลึกมากเกือบถึงเส้นเลือดใหญ่ยัยกานต์เกือบเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นเพราะ มัน แต่ไอ้คนเลวนั่นกลับลอยนวลฉันอยากฆ่ามันให้ตายคามือนัก” เข่นเขี้ยวเสียงดุ

            เสียงกรอดๆ ลอดไรฟันจนน่าขยาดกลัว ธนภูมิเงยหน้าขึ้นผ่อนลมหายใจเบาบาง ใจหนึ่งอยากค้านแต่ไม่กล้า ก็จริงที่นายอรรถยังลอยนวลไปได้แต่ลูกสาวของเขากำลังรับโทษทัณฑ์สาหัสสากรรจ์มิใช่หรือ...

            พี่ภามใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ผมเชื่อว่าวันหนึ่งที่น้องกานต์สภาพจิตใจดีขึ้นจะต้องบอกพวกเราอย่างแน่นอน เวลานี้ให้คุณหมอดูแลเธออย่างใกล้ชิด รักษาตัวให้หายดีเสียก่อนส่วนเรื่องนายอรรถผมจะให้คนของเราสืบหาหลักฐานมัดตัวมันให้ได้ครับ” ธนภูมิให้คำมั่น

            พิรภพขบกรามแน่นยามรับฟัง แค่เอ่ยชื่อ อรรถ ไฟแค้นก็สุมในนัยน์ตาสีเหล็กกล้า คนฟังสะบัดใบหน้าคมคร้ามไปอีกทางอย่างข่มกดอารมณ์ อยากจะเย็นให้เท่าธนภูมิแต่ไม่เคยทำได้ ชายหนุ่มทั้งสองเป็นมนุษย์คนละขั้ว พิรภพเป็นได้แค่ไฟร้อนแรง พร้อมเผาไหม้แก่ศัตรูทุกหน้า แต่ธนภูมิเป็นดั่งสายน้ำเย็น คอยชโลมปลุกปลอบ ชายหนุ่มต่างสายเลือดจึงคอยเป็นน้ำที่คอยดับไฟ ที่มักประทุอยู่เสมอ

            อีกเรื่องครับ เลขาฯ คุณมาร์กี้โทรมาแจ้งความคืบหน้า ตอนนี้นายอรรถตกหลุมพรางเราแล้วเขาตกลงลงทุนร่วมกับโมนิกา ไดมอนด์ผลิตเครื่องประดับเพชรคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ทุ่มไม่อั้นกับงานจัดแสดงเพชรครั้งหน้าเห็นไหมล่ะครับว่าเรากำลังได้เปรียบครั้งนี้พี่ภามจะได้ในสิ่งที่ต้องการในเร็ววัน”

            ใช่ ฉันต้องการให้มันย่อยยับกับตา สิ้นเนื้อประดาตัว เผาผลาญทุกอย่างที่มันมีเพื่อชดใช้ให้ยัยกานต์ ภูมินายคอยประสานกับคนของคุณมาร์กี้อย่าให้พลาด ฝากบอกขอบใจไปถึงเธอด้วยที่ให้ความร่วมมือ” แววตาพิรภพคมวับ ดั่งแสงวาววาบของใบมีดที่พร้อมปลิดชีพคนที่กล้าลองดี น้องชายผงกศีรษะรับ


            ข่าว ทำให้ดวงตาสีสนิมของพิรภพลุกพราว เสียงเยาะเหยียดลอดผ่านลำคอหนา ต้องขอบใจ โมนิกา นักธุรกิจสาวลูกครึ่งไทย - อิตาลีที่เป็นพันธมิตรของพิรภพ ช่วยให้เขาล่าอรรถได้ง่ายขึ้นเพราะรู้จุดบอด...

            ผู้หญิงทำให้พ่อค้าอัญมณีใจชั่วใจอ่อนยวบ ยอมรับข้อเสนอ ตกลงทำสัญญาทุกเงื่อนไขกับโมนิกา การต่อรองสิ้นสุดโดยง่ายด้วยรอยยิ้มหวานหว่านล้อมกับถ้อยคำไพเราะออเซาะที่หญิงสาวถนัด แล้วเงินจำนวนมหาศาลจะไปไหนเสีย อรรถกำลังก้าวตกลงยังหลุมพรางลึกที่พิรภพวางไว้

            พิรภพหมายมาด...เริ่มจากทำลายคนใกล้ตัวใช้อรอินทุ์เป็นเหยื่อ ตามด้วยเม็ดเงินที่เขาจะให้โมนิกากอบโกยจากอรรถจนกว่าเป้าหมายจะหมดตัวสูญเสียทุกอย่าง ความอาฆาตแค้นที่ชายหนุ่มมีสั่งสมเป็นภูเขาเลากาเมื่อไร้คนกล่อมเกลา เขาใช้อารมณ์ ประโคมด้วยโทสะเป็นที่ตั้ง จำต้องวางทิ้งไว้ซึ่งมนุษยธรรม บอกแก่ตัวเองว่าทั้งหมดนี้เพื่อกานต์พิชาเท่านั้น

            ความคิดของพี่สวนทางกับน้องอย่างสิ้นเชิง พิรภพหล่อเลี้ยงตัวเองด้วยความคับแค้น แต่...ยังมีอีกอย่างค้างคา


            ใจไพล่คิดไปถึง เหยื่อสาว ที่เขาปล่อยให้หล่อนกลับไปตั้งตัว หายใจหายคอแวบหนึ่ง แต่กลับไม่มีวันใดที่พิรภพจะลืมเลือนร่างแบบบางในอ้อมกอดตลอดคืนนั่นไปได้ ชายหนึ่งสะดุดความคิดตัวเอง นัยน์ตาลุกวาบ แล้วทำไมต้องทน!

            อรอินทุ์เป็นสมบัติของเขานับตั้งแต่คืนนั้นที่เกาะแสงจันทร์ พิรภพตัดสินใจทันควันได้เวลาสักทีกับการลิดรอน เรียกทบคืนทั้งต้นทั้งดอกจากหญิงสาวแล้ว ก่อนที่ใครต่อใครจะได้ตั้งตัวป้องกันภัยจากบุรุษผู้นี้ พิรภพซึ่งไวประหนึ่งนักล่าก็ประกาศชัยชนะไปกว่าครึ่ง

            นายภูมิ ฉันต้องการตัวอรอินทุ์”!!

 


            ครืด..ดด


            ราเมศก้าวลงจากรถซีดานสีดำปลอด กวาดสายตามองหาเด็กรับใช้ที่ปกติจะออกมาต้อนรับ แต่กลับกลายเป็นชายร่างใหญ่ยักษ์ในชุดสูทสีดำสนิทสองนาย ใบหน้านิ่งเรียบไร้อารมณ์ครอบทับด้วยแว่นกันแดดสีชา ผายมือหนาเชื้อเชิญชายหนุ่มลงจากพาหนะคันงาม สุภาพแต่แลเคร่งครัด

            ชายหนุ่มกระตุกยิ้มกับการต้อนรับสมน้ำสมเนื้อของผู้เป็นนายใหญ่ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอำนาจอย่างอรรถ ราเมศสะบัดมือทีเดียวประตูรถยุโรปก็ปิดปัง แล้วก้าวอาดๆ ตามหลังบอดี้การ์ดไปหวังใจจะได้พบอรอินทุ์ เพราะคนของบ้านกุลพิธาน์โทรศัพท์ไปเชิญเขามาที่นี่ ตอนสายของวัน แต่ภายในห้องรับแขกหรูหราด้วยเครื่องเรือนราคาเหยียบแสนกลับมีเพียงเจ้าบ้านที่นั่งเคร่งขรึม

            ร่างสูงชะงัก ประสานมือหนาไหว้บิดาของหญิงสาวคนรักแล้วกวาดสายตาหาอรอินทุ์ ขณะที่บอดี้การ์ดผู้นำทางเมื่อครู่ตบเท้าไปหยุดสต๊าฟตัวเองที่เบื้องหลังอรรถเพื่อคุมเชิง

            สวัสดีครับคุณพ่อ”

            สวัสดี นั่งก่อนสิ” อรรถเอ่ยสำทับ ไม่เช่นนั้นร่างสูงโปร่งยังยืนค้ำเพราะหาที่หย่อนกายไม่ได้


            เมื่อเจ้าของบ้านอนุญาต ราเมศจึงขยับกายไปนั่งลงตรงข้ามยังโซฟาหนานุ่ม นั่งสบายตามคุณภาพกับราคาแพงลิบของมัน แต่ทว่าแผ่นหลังภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนของราเมศกลับชื้น มือหนาโซกไปด้วยหยาดเหงื่อ ว่าที่ลูกเขยนั่งไม่ติดเมื่อเริ่มสบนัยน์ตาคมกร้าวของอรรถ คนมีชนักปักหลังเหงื่อแตกพลั่ก เรื่องที่อรอินทุ์โดนลักพาเข้าหูบิดาของหญิงสาวหรือไร?

            คล้ายอรรถจะรู้ ไม่หรอกน่าอย่าร้อนตัวสิ’ ราเมศยังปฏิเสธในใจ คิดเข้าข้างตนเอง

            บัวล่ะครับคุณพ่อ?”

            ไม่อยู่หรอก วันนี้ที่เรียกมาเป็นเรื่องที่เธอกับฉันต้องตกลงกันเท่านั้น” เสียงเยียบตอบกลับ แต่คงไว้ซึ่งนัยน์ตาคมกริบที่อาจบาดลึกผู้อาวุโสน้อยกว่าสองรอบอายุได้ง่ายๆ ราเมศกังวลหนัก เมื่อคู่หมั้นสาวไม่ปรากฏตัวจึงเริ่มคลางแคลงแล้วเหตุใดอรรถต้องตามตัวเขามาที่นี่ ชายหนุ่มได้รับความกระจ่างในไม่ช้าและเป็นแบบที่เขาไม่คาดคิดเสียด้วย ใบหน้าคมคายถึงกับผิดรูปเมื่อเขาขบกรามแน่นแทบบ่นละเอียด

            เรื่องอะไรหรือครับ ท่าทางจะสำคัญ”

            แน่นอน สำคัญมากต่อลูกสาวของฉัน ใบบัวไม่ควรต้องแต่งงานกับเธอ ทุกอย่างล้มเลิกตั้งแต่วันนี้ เข้าใจไหมราเมศ”

            อ่ะอะไรนะครับ หมายความว่ายังไงครับคุณพ่อ” ละล่ำละลักถาม ดวงตาคมเบิกโพลง


            ยังจะต้องให้แปลความหมายซ้ำอีกหรือ ในฐานะพ่อฉันขอสั่งถอนหมั้น ยกเลิกโรงแรมกับการเตรียมการแต่งงานทั้งหมดด้วย”

            คำสั่งห้วนย้ำชัดก้องห้องโถงกว้าง มีเพียงชายหนุ่มคนเดียวที่สะดุ้งสะดุดลมหายใจ นอกนั้นคุ้นชินจึงยืนนิ่งประดุจแผ่นศิลา นัยน์ตาของราเมศสั่นระริกแปรเป็นริ้วโกรธา

            ทำไมต้องห้าม ทำไมต้องยกเลิก ไม่มีทางเสียล่ะ’ เขากัดกรามกรอด

            ทำไมคุณพ่อต้องขัดขวางผมกับบัว คุณพ่อก็รู้ว่าเรารักกัน แล้วงานแต่งก็กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ผมไม่มีวันยอมบัวเองก็คงเหมือนกัน”

            ราเมศยืนยันเสียงเข้ม ทั้งที่มือไม้เริ่มสั่น เขาเชื่อว่าอรรถอาจรู้ระแคะระคายเรื่องอรอินทุ์ถูกลักพาไป รอยเยาะพาดผ่านดวงตาสีอ่อนของผู้สูงวัยกว่าพร้อมเสียงหึๆ จากลำคอ อรรถจ้องมอง วัวสันหลังหวะ เขม็ง

            นั่นแหละที่ราเมศต้องรับผิดชอบ ชายหนุ่มปล่อยให้อรอินทุ์ตกอยู่ในอันตราย คืนนั้นบุตรสาวของเขาอยู่กับคู่หมั้นหนุ่มก่อนอันตรธานหายไป คนทั้งคนไม่อาจดูแลได้แล้วจะฝากทั้งชีวิตไว้ได้อย่างไร อรรถปรามาส

            เธอต้องถามตัวเองนะว่าคู่ควรกับใบบัวไหม คงไม่ต้องสาธยายความเลวที่เธอก่อให้มากความ อีกอย่างถ้าดูแลบัวไม่ได้เธอก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องลูกสาวฉันอีก แล้วยังเรื่องของ ผู้หญิงคนนั้น หล่อนไม่ใช่ลูกตาสีตาสาที่ไหน ใช่ไหม?” อรรถเค้นถาม เริ่มเรื่องที่อรอินทุ์แต่มาจบลงที่ผู้หญิงอีกคน อย่างหลังดึงสายตาขึ้งโกรธของราเมศชะงัด ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนท่าที สลดวูบในแววตา

            ผมจัดการเรื่องนั้นได้แน่ครับคุณพ่อก็เห็น ไม่มีใครเท่าเทียมบัวได้ ผมรักเธอคนเดียวเท่านั้นส่วนคนอื่นๆ ก็แค่ผ่านทางเข้ามา เหมือนที่คุณพ่อชื่นชมดอกไม้หลายดอกแต่ไม่ได้หยิบมาปักแจกันประดับบ้านนั่นแหละครับ ดอกหญ้าไม่มีทางเชิดหน้าชูตาได้เท่าช่อดอกไม้งดงามหรอกครับ”

            ลูกสาวคนเดียวของฉันไม่ใช่ดอกไม้ที่มีไว้เด็ดดมชมเล่น ประวัติของเธอด่างซะแล้วราเมศ กลับไปหาผู้หญิงคนนั้นซะดีกว่าแล้วพูดความจริงกับใบบัวเสียตั้งแต่วันนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันทำอะไรไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้า” ข่มขู่ชนิดไม่เกรงใจ

            ราเมศฮึดฮัดเมื่อโดนขวางทางรัก อรรถไม่โง่...เขารู้ว่าคู่รักของลูกสาวทำตัวเหลวแหลก ซุกซ่อนผู้หญิงเอาไว้ ยิ่งใกล้พิธีแต่งงานกลับยิ่งชัดเจนแล้วอรอินทุ์จะมีความสุขได้อย่างไรในชีวิตคู่ กับไอ้คนจอมปลอมคนนี้ “ผม...” จะค้าน

            ต่อให้ใบบัวไม่เห็นด้วย รับรองเขาจะทำอย่างที่ฉันสั่งโดยไม่บิดพลิ้ว เอาล่ะหมดธุระแล้วขอบใจที่มา”


            อรรถเอ่ยเรียบทำนองส่งแขกไปในตัว ชายสูงวัยเบือนใบหน้าไปหาหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจประจำวัน คล้ายราเมศเป็นเพียงอากาศธาตุที่เรียกมาสั่งๆๆ แล้วก็ขับไล่ไสส่ง สร้างความคับแค้นใจจนล้น หากทำได้ง่ายๆ เขาคงทำแต่จะให้ปล่อยมือจากบ่อสมบัติมหาศาลนั่นยากเกินไป

            ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธว่าชื่นชมผู้หญิงสวย รวย เก่งแบบอรอินทุ์ แต่ก็ชอบความเร้าใจ ยั่วยวนแบบยุวดีทำให้จับปลาสองมือมาร่วมปี แล้วอรรถก็รู้เข้าจนได้ เข้าทำนองงูเห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ วิสัยผู้ชายเจ้าชู้ทำให้คนรุ่นพ่อมองอุปนิสัยของราเมศได้ทะลุปรุโปร่ง

            ท่านคิดจะทำอะไรถึงต้องการตัดผมออกจากชีวิตบัว คนฉลาดๆ อย่างท่านคงไม่ทำโดยขาดผลประโยชน์หรอกใช่ไหมครับ?”

            นั่นเป็นเรื่องที่ราเมศคิดขึ้นได้ปัจจุบันทันด่วน นักธุรกิจมักคิดคำนวณผลได้ผลเสียจนแยบยลก่อนตัดสินใจทุกเรื่อง พลันเสียงหัวเราะกร้าวจึงลอดดัง อรรถเผยยิ้มเย็นผงกศีรษะตอบรับ

            ใช่ ฉันมีคนที่ดีพร้อมสำหรับใบบัวแล้ว เธอไม่ต้องห่วงไปหรอกราเมศ”

            ราเมศจำไม่ได้ว่าขับรถออกมาจากบ้านกุลพิธาน์ตอนไหน รู้แต่ใบหน้าคมเข้มแตกละเอียดเมื่อโดนอรรถสั่งตัดขาดจากอรอินทุ์ คู่หมั้นสาว

            มีสองทางเลือกเท่านั้นที่จะแก้เกม ตื๊อ ดึงดันหัวชนฝา กับ ยอมเลิกรา รับผิดว่านอกใจ เขาสั่นหน้าดิกหากยอมแพ้ง่ายๆ ย่อมไม่ใช่ราเมศ เมื่อบึ่งรถซีดานสายพันธุ์ยุโรปพ้นจากซอยหมู่บ้านคนรัก ชายหนุ่มควักมือถือโทรหาอรอินทุ์ทันที ไม่มีถ้อยคำประกาสิตใดฉุดรั้งเขาได้ ไม่ว่าจากบิดาของหญิงสาว หรือแม้แต่มือของบอดี้การ์ดจอมโหดของอรรถ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

588 ความคิดเห็น

  1. #539 Fog line (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 16:38

    สนุกอ่ะ อ่านกำลังมันส์ เลย ไม่ได้เมนท์ ขออ่านให้จบก่อนน่ะเห็นว่าจะลบแล้ว เดี๋ยวอ่านไม่ทัน 
    แต่ ตอนนี้ขอเม้นท์ หน่อย เพราะ เห็นความคิดของ นายภาม แล้ว เซ็ง ขนาดแค่เริ่ม ใบบัวเรายัง ซ้ำขนาด 
    แล้วต่อไป ใบบัว จะเป็น อย่างไร ไม่ช้ำในตายก่อนเหรอ อิอิอิ ไปอ่านก่อนน่ะ

    #539
    0
  2. #536 ลำหับ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:07
    คนนึงก็ใจร้าย..อีกคนก็ใจง่าย (แม้กระทั่งกับเพื่อนแฟน) ขอเปลี่ยนพระเอกให้หนูใบบัวหน่อยได้มั้ยคะคุณดาลัน แต่คงจะไม่ทันแล้วใช่มั้ยคะ อิอิ แอบชื่นชมนะนางเอกใจถึงจังเลยค่ะตอนโดดน้ำหนี แต่สุดท้ายก็คงหนีไม่รอดพระเอกอยู่ดีใช่ป่ะคะ
    #536
    0
  3. #217 พี่หริ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 20:55
    เกิดมาเป็นใบบัวเนี่ย น่าสงสารจัง พ่อก็ไม่เอาไหน คู่หมั้นก็ไม่ซื่อตรง เพื่อนก็ไม่ซื่อสัตย์ แถมเจอพระเอกก็ใจร้าย ไร้เหตุผล โทษแต่คนอื่นว่าเลว ทั้งที่ตัวเองก็แอบทำเหมือนเค๊าเหมือนกัน....ว่าอรรถก็เหมือนด่าตัวเองด้วยแหละ

    ตอนนี้พี่ขอแช่งพระเอกไปก่อนแล้วกันจ้ะ รอวันให้ใบบัวเอาคืนให้สาสมนะจ๊ะ น้องแหม่ม
    #217
    0
  4. #200 p@d@w@n (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 04:00
    สนุกมั่กๆค่ะ เดี๋ยววันหลังมาต่อ
    #200
    0
  5. #153 minmin25 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 13:54
     ทำไมคุณหนูใบบัวน่าสงสารขนาดนี้ล่ะค่ะ  ยิ่งอ่านยิ่งเครียดตามเลยค่ะ
    ทั้งพ่อ  ทั้งเพื่อน  ทั้งคนรัก  จะมีใครดีกับหนูใบบัวจริงๆๆ  บ้างไหมค่ะเนี้ย 
    #153
    0
  6. #61 แป๊ด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2552 / 23:30
    ทั้งเพื่อนทั้งคู่หมั้นทำกันได้ สงสารใบบัว ส่วนกานต์พิชาเหมือนกับว่าทำตัวเองไปหลงเขาเอง
    #61
    0
  7. #60 sarapan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2552 / 12:13
    แย่จัง คู่หมั้นก็นะ เพื่อนก็เฮ้อ แล้วยังมีคนจ้องทำลายอีก
    #60
    0
  8. #57 yuechan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2552 / 14:01

    เห้อ หนูบัวเอ้ย คนที่อยากกลับมาหาเขาก็ใช่ว่าอยากจะยินดี ชีวิตนี้น่าสงสารนะไม่เป็นที่ต้องการจากใครสักคน

    #57
    0
  9. #56 4um4im~* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2552 / 12:43
    -*-

    เฮ้อ...เจอแต่เรื่องร้าย ๆ ๆ
    #56
    0
  10. #51 chirara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2552 / 22:27
    ใบบัวอึดมากเลย ช้ำไปทั้งตัวแล้วเนี่ย  น่าสงสารจัง
    #51
    0
  11. #50 แป๊ด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2552 / 00:17
    ถ้ากานต์พิชาไม่ฟื้นมาพูดว่าเกิดอะไรขึ้น
    มีหวังใบบัวรับความเลวร้ายที่เกิดขึ้นไปเต็มๆ
    #50
    0
  12. #47 ρiиocchio (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2552 / 00:43
    อึดอัดแทน
    55555555555
    #47
    0
  13. #42 กระปุกออม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 21:19
    อยากอ่านตอนที่เหลือจัง หุหุ
    #42
    0
  14. #40 sarapan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 13:29
    อ่านถึงตอนนี้แล้ว เฮ้อ หายใจไม่ทั่วท้องเลย เครียด
    #40
    0
  15. #39 โอเล่รสส้ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 12:47
    เฮ้อ.....พระเอกใจร้ายยยย
    #39
    0
  16. #38 chirara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 11:49
    สงสารทั้งกานและก็ใบบัวเลย
    #38
    0
  17. #37 yuechan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 11:29
    เห้อ คิดถูกแล้วน้อง อย่างน้อยเราก็ได้ทำถึงที่สุดแล้ว ดีกว่ามานั่งเสียใจในภายหลัง ส่วนเจ้าคนที่แค้นนัก เดี๋ยวจะได้รู้กัน
    #37
    0