เล่ห์มาร (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 2 : ตอน 1 เกาะแสงจันทร์ < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    6 มี.ค. 55

ตอน 1

เกาะแสงจันทร์

            เสียงกรอบแกรบของฝีเท้าหนักๆ ที่ด้านนอกกระท่อมเล็กๆ เก่าโทรมหลังนี้ แทนที่เสียงซ่า สาดซัดของคลื่นลูกโตกลางท้องทะเล หากเงี่ยหูฟังจะได้ยินเสียงร้องจิ๊บๆ สดใสของลูกนกตัวกระจ้อยที่ร่อนมาเกาะกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่ที่ฝังรากลึกยังผืนทราย อรอินทุ์นิ่วหน้าใคร่ครวญ จึงมิได้ระวังระไวต่อเสียงฝีเท้าแปลกปลอมที่ใกล้เข้ามา ยามนี้รู้เพียงร่างน้อยมิได้ยวบไหวตามการโคลงเคลงของลำเรือให้คลื่นเหียน แต่หล่อนกำลังนอนนิ่งบนท่อนไม้ไผ่กลมเรียงตัว จับผูกติดกันด้วยเชือกเหนียวจนกลายเป็นพื้นกระท่อม

            โอ้ย!’

ร่างร้าวระบมผุดลุกขึ้นในท่านั่งด้วยใจตระหนก ผ้าห่มเก่าๆ ถูกผู้มีน้ำใจวางทาบร่างสมส่วนในชุดล่อแหลม ที่ไหลร่นจนเผยผิวพรรณขาวผุดผาด ดวงตาสีน้ำตาลเด่นกระจ่างเบิกกว้างเต็มที่ กวาดมองรอบๆ ตัวอย่างวิตกจนเรียวคิ้วโค้งสวยขมวดยุก จึงได้รู้ว่าผ้าปิดตาถูกปลดออก ส่วนเกลียวเชือกที่พันธนาการรัดรึงข้อมือก็อันตรธาน ทิ้งไว้เพียงร่องรอยห้อช้ำก่ำแดง

                คงมีใครสักคนช่วยเหลือเธอไว้จากโจรพวกนั้น’

อรอินทุ์อยากก้มลงกราบขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เมตตาต่อชีวิตน้อยๆ ปกปักรักษาจนเธอรอดพ้นเงื้อมมือ เดน สังคมพวกนั้น

พื้นพสุธานิ่งประดุจหินผา ยืนยันว่าเจ้าหล่อนอยู่บนพื้นราบอย่างปลอดภัย หญิงสาวพ่นลมหายใจผ่อนคลายไปเปลาะหนึ่ง ยังดีที่มิได้ถูกจับโยนทิ้งทะเลอย่างที่ชายฉกรรจ์ผู้นั้นโดนสำเร็จโทษ ในหัวสมองของเธอยังอื้ออึงกับเรื่องก่อนหน้า และหลังจากถูกลักพาตัวมากลางมหาสมุทร หากมีผู้ใดถามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อรอินทุ์ตอบไม่ได้สักคำถามเดียว

หญิงสาวขยับกายเชื่องช้าอย่างประมาณตน หัวใจยังมีความหวัง แต่ก่อนอื่นใด...ต้องออกไปจากกระท่อมหลังนี้เพื่อขอความช่วยเหลือ

เอี๊ยด...ดด อ๊าด

ก่อนที่ความปรารถนาจะสัมฤทธิ์ผล ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามายืนจังก้าหน้าประตู บดบังทัศนียภาพเบื้องหลังซึ่งเป็นบรรยากาศภายนอกกระท่อมไม้ไผ่ อรอินทุ์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาล่อกแล่กพลางพาร่างถอยร่นไปจนติดผนังที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก ผ้าห่มกลิ่นแรงทั้งยังสกปรกกลายเป็นของรักของหวงที่หญิงสาวคว้าหมับขึ้นมาปกปิดเรือนร่างขาวผ่องของเธอ

อย่าเข้ามานะ อย่านะฉันสู้จริงๆ ด้วย” เสียงห้ามสั่นเครือ มิอาจปกปิดความรู้สึกกลัวแสนกลัวในใจได้

มือเรียวบางควานหาของที่พอจะเป็นอาวุธทุ่นแรง พบแต่พวกขยะข้างกาย สุดท้ายมีเพียงตะเกียงสังกะสีที่มีเสียงของเหลวขลุกขลักอยู่ภายในแค่ก้น เจ้าหล่อนทำท่าจะขว้างใส่เขา คนถูกขู่กลับย่างสามขุมเข้ามาใกล้ คล้ายไม่ใส่ใจต่อสุ้มเสียงดุดันของอรอินทุ์

ใบหน้าคมคาย ผิวสีน้ำผึ้งคลอนไปมาเป็นทำนองห้าม พร้อมส่งเสียงจุปาก

นั่นเป็นตะเกียงสำหรับคืนนี้ ถ้าคุณทำมันพังจะต้องอยู่มืดๆ ไปจนถึงเช้า แล้วผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้อีก” เสียงที่เปล่งออกมาทุ้มนุ่มน่าฟัง จึงหยุดพฤติกรรมของหญิงสาวชะงัด อรอินทุ์กำกระป๋องตะเกียงแน่น มือไม้สั่นพั่บๆ สองจิตสองใจว่าจะทำอย่างไรต่อ ระหว่างเชื่อหรือไม่เชื่อบุรุษแปลกหน้าผู้นี้

งั้นๆ คุณก็ถอยออกไปห่างๆ หน่อย บอกฉันมาก่อนสิว่าคุณเป็นใคร? เป็นคนที่นี่หรือเปล่า?”

อรอินทุ์ตัดสินใจจะเชื่อเกินกว่าครึ่ง จึงยอมประนีประนอมแล้วโพล่งถามข้อสงสัย ธนภูมิ จุดยิ้มเพียงเล็กน้อยตรงมุมปากหยัก ยอมรับความกล้าหาญที่หญิงสาวทำให้ประจักษ์ บนเรือหาปลานั่นก็ครั้งหนึ่งที่เจ้าหล่อนขอเสนอข้อต่อรองกับนายชาติ ส่วนครั้งนี้ทั้งที่หวาดกลัวแต่ก็มิได้อ่อนปวกเปียกนัก

ผมชื่อธนภูมิ มาทำธุระที่เกาะนี้ ที่นี่เกาะแสงจันทร์ คุณต่างหากล่ะครับที่ไม่น่าไว้ใจเพราะโดนคลื่นซัดมาเกยหาด ผมเลยพาคุณมาพักที่นี่ชั่วคราว นี่เป็นบ้านของคนงานเก่าครับ” คนพูดเบือนเรียวตาสีเข้มจัดว่าน่ามองมาสบ อรอินทุ์รับฟังพร้อมคิดตามอย่างช้าๆ

เป็นไปได้ที่หล่อนถูกโยนทิ้งกลางทะเล แต่ปะเหมาะเคราะห์ดีถูกคลื่นซัดมาที่นี่ เจ้าโจรพวกนั้นอำมหิตเกินมนุษย์จริงๆ’

ดวงตาคมสวยกวาดมองร่างสูงโปร่งขึ้นๆ ลงๆ พินิจพิเคราะห์ก่อนหลงเชื่อ เขาไม่น่าใช่ชาวบ้านแถวนี้เพราะบุรุษตรงหน้าสวมกางเกงยีนสีเข้มกับเสื้อยืดสีขาว บุคลิกลักษณะสำอาง ไม่ใช่คนบ้านป่าเมืองเถื่อนและเจ้าหล่อนหวังว่าเขาจะไม่ใช่ โจร

กระนั้นยังไม่อาจไว้วางใจ มือเรียวบางกุมกระชับผ้าห่มแนบกายแน่น พยักหน้าขึ้นลงรับรู้

แล้วคุณล่ะครับเป็นใคร? มาจากไหน?” เขาถามบ้าง

เอ่อ ฉันชื่อ อร ฉันถูกพวกผู้ร้ายจับตัวมา พวกมันเป็นใครฉันไม่รู้จักหรอกค่ะคงจะหวังเรียกค่าไถ่ คุณช่วยพาฉันกลับขึ้นฝั่งได้ไหมคะ”

อรอินทุ์เลือกที่จะบอกนามแฝงด้วยยังไม่ไว้วางใจธนภูมิเต็มร้อย จะเป็นการดีที่เขาจะไม่รู้ว่าแท้จริงหล่อนเป็นใคร และร่ำรวยแค่ไหน

เรื่องนั้นผมก็อยากทำอยู่หรอกนะครับ แต่ที่นี่เป็นเกาะปิด ท่านเจ้าของเกาะแสงจันทร์ไม่ชอบคนภายนอกจึงอนุญาตให้มีเรือเข้าออกตามวันเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น เรือจะกลับมารับผมอีกทีเมื่อเสร็จธุระในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ผมเสียใจด้วยนะครับ” ธนภูมิเอ่ยเสียงอ่อน หวังจะช่วย

เหลือหญิงสาวที่พลัดหลงมาติดเกาะ แต่ก็สุดวิสัย “เจ็ดวันเชียวหรือคะ แล้วฉันจะทำอย่างไรดี” อรอินทุ์พึมพำ ในหัวใจแกว่งไกวหน่วงหนัก

ถ้าอย่างนั้นขอฉันพบเจ้านายของคุณได้ไหมคะ เผื่อว่าท่านจะได้ติดต่อคนบนฝั่งให้มารับฉันเร็วขึ้น ในเมื่อท่านไม่ต้องการให้มีคนแปลกหน้าบนเกาะนี้ และฉันก็ไม่อยากอยู่นาน” ข้อเสนอถูกกลั่นกรองอย่างมีสติ แต่เป็นอันต้องสิ้นหวังเมื่อธนภูมิส่ายหน้าไปมา

นั่นยิ่งไม่ได้เลยครับ ถ้าหากท่านรู้ว่าผมพาคุณมาพักที่นี่ผมจะเดือดร้อนหนักโทษฐานทำผิดกฎ ฉะนั้นคุณอรจะต้องอยู่ที่กระท่อมหลังนี้อย่างเงียบๆ ห้ามเดินเพ่นพ่านไปไหนมาไหนบนเกาะแสงจันทร์เด็ดขาด เมื่อถึงเวลาผมจะพาคุณกลับขึ้นฝั่งเองครับ” “แต่...”

เชื่อผมเถิดครับ ถ้าคุณเจอท่านเจ้าของเกาะคุณนั่นแหละที่จะไม่ปลอดภัย” ธนภูมิเอ่ยจริงจัง เขาดูหวาดกลัวบุคคลที่ว่า หวั่นเกรงในอำนาจอย่างเห็นได้ชัด อรอินทุ์พยักหน้าน้อยๆ ไม่คิดอยากให้ชายหนุ่มเดือดร้อนเพราะเธอเช่นกัน รอก็รอ...

ก็ได้ค่ะฉันเชื่อคุณ คุณธนภูมิ”

ครั้งนี้อรอินทุ์ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ในเมื่อชายผู้นี้ช่วยชีวิตเธอไว้ครั้งหนึ่งจึงเชื่อในเจตนาว่าธนภูมิคือเจ้าชายขี่ม้าขาว มิใช่ทรชนสารเลวเหล่านั้น ชายหนุ่มเปิดยิ้มบางๆ เมื่อเจ้าหล่อนไม่ดึงดันอีก เมื่อได้เห็นรอยยิ้มจริงใจ อรอินทุ์จึงเชื่อสนิทใจว่าเธอได้พบ ‘เพื่อน’ บนเกาะแห่งนี้

เรียกผมว่า ภูมิ ก็ได้ครับคุณอร แล้วนี่ชุดให้คุณเปลี่ยน ที่ผมหามาได้เก่าหน่อยแต่คงดีกว่าชุดที่คุณใส่อยู่ตอนนี้”

ธนภูมิเอ่ยอ่อนโยน มือหนาหยิบยื่นเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวสีขาวตุ่นๆ กับกางเกงเลสีเปลือกไม้ที่เขาหามาได้ สร้างความอาทรไว้เนื้อเชื่อใจจนได้รับรอยยิ้มแรกจากริมฝีปากแห้งผากของอรอินทุ์ หญิงสาวผงกศีรษะขึ้นๆ ลงๆ ยื่นมือมารับชุดใหม่จากเขา แววตายินดีอย่างน้อยๆ ก็ยังมีชุดให้เปลี่ยน

ถ้างั้นก็เปลี่ยนชุดเถอะครับ ผมจะออกไปรอข้างนอก”

ขอบคุณค่ะ” ส่งยิ้มหวานละลายหัวใจอีกรอบ จนธนภูมิอดยิ้มเขินๆ ไม่ได้ ต่อให้หญิงสาวผู้นี้อยู่ในสภาพมอมแมม เสื้อผ้าขาดวิ่นราวคนจรกลับยังสะสวย รูปร่างเพรียวลมอ้อนแอ้นด้วยส่วนเว้าส่วนโค้ง เตะตานัก ดวงหน้ารูปไข่รับผมยาวสลวยเป็นลอนน้อยๆ ถึงกึ่งกลางหลังบางยิ่งพิศยิ่งชวนให้หลงใหล อรอินทุ์ใช้เวลาไม่นานในการสลัดชุดราตรีสีมุกออก เปลี่ยนเป็นกางเกงเลกับเสื้อตัวหลวมโคร่งที่ธนภูมิอุปถัมภ์

คุณภูมิเข้ามาได้แล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกคนข้างนอกที่ยืนเตร่มองฟ้า มองทะเลระหว่างรอ

ร่างสูงโปร่งของเพื่อนใหม่ก้าวเข้ามาภายในกระท่อมอีกครั้ง พลางนั่งลงสนทนากับหญิงสาวถึงที่มาที่ไปของเธอ และเหตุการณ์อุกอาจของโจรร้ายที่จับหญิงสาวมากลางทะเลอย่างสนใจ

ใบหน้าสะอาดสะอ้านจดจ่อ ชำเลืองมองอรอินทุ์เป็นระยะ ยามเจ้าหล่อนรวบผมด้วยเศษเชือกที่หามาได้อวดรูปหน้าเรียว ดวงตาสีน้ำ

ตาลกระจ่างสดใสดึงดูดนัยน์ตาคม เมื่อถูกมองนานเข้าจนกลายเป็นจ้องตาไม่กะพริบหญิงสาวจึงเสมองทางอื่น หลุบเปลือกตาลงต่ำ สายตาของเพื่อนใหม่ทำให้หัวใจหล่อนกระตุก เขินอาย ธนภูมิปรายตาไปอีกทางลอบถอนใจเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง

ผมคงต้องไปก่อนครับ ท่านเจ้าของเกาะรออยู่ คุณอรอย่าออกไปไหนนะครับโดยเฉพาะอย่าเข้าใกล้บ้านสีหมอกที่อยู่กลางเกาะแล้วผมจะมาหาคุณทุกวันกับเอาเสบียงมาให้คุณ” ธนภูมิสั่งเสีย แววตาเป็นห่วงเป็นใยจนหัวใจเต็มตื้น

ค่ะคุณภูมิ ขอบคุณมากนะคะ” อรอินทุ์พ่นลมหายใจแผ่วเบาเมื่ออยู่ตามลำพัง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองได้ด้านเดียวว่านี่เป็นปาฏิหาริย์ที่ฟ้าส่งธนภูมิมาช่วยเหลือเกื้อกูล พร่ำบอกปลอบประโลมใจแก่ตนเองว่าไม่มีอะไรหนักหนา เพียงเก็บตัวเงียบๆ ที่กระท่อมหลังนี้ รอเวลาที่เรือจะมารับเธอกลับบ้าน

แต่เจ้าหล่อนหารู้ไม่ว่า...จำนวนวันทั้งเจ็ดที่กำลังถูกนับย้อน อาจจะกลายเป็นเจ็ดเดือน หรือว่าเจ็ดปีหรือไม่!

 

ณ มุมหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ

ตึกสำนักงานสูงชะลูดกว่าสามสิบชั้น ถือเป็นสถาปัตยกรรมหนึ่งซึ่งโดดเด่นระฟ้า ที่ใจกลางย่านธุรกิจอย่างถนนสาธรด้วยรูปทรงล้ำสมัย ประดับผิวด้วยวัสดุสะท้อนสีเงินวาวยามต้องแสง ยอดสุดของตัวอาคารเป็นลานเอาท์ดอร์ พื้นที่ของสวนแนวตั้งที่ประชันสีเขียวสดแซมสีสันไม้ดอกอย่างดาหลาสีแดง แคคตัส กับจำพวกเฟิร์น ซึ่งเป็นพรรณไม้ในเขตร้อนชื้นตามความชื่นชอบส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของ กำบังด้วยกรอบกระจกใสทั้งสี่ด้าน เปิดรับแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ที่ด้านบน

ถัดลงมาจากชั้นลอย เป็นพื้นที่ทำงานส่วนตัวของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่าง พิรภพ นฤปนาถ

ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้มีเค้าโครงหน้าเรียวยาว นัยน์ตาสีเทาเข้มคมกริบประดุจเหยี่ยว รูปร่างสมาร์ทแลโปร่งผึ่งผายในชุดสูทสากลสีดำสนิท เก็บรายละเอียดของการตัดเย็บเรียบกริ๊บ เป็นยี่ห้อดังจากห้องเสื้ออิตาลี ความพิถีพิถันที่เจ้าตัวจัดว่ามีมากเกินร้อยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

พิรภพ หรือ ภาม ตัวแทนแห่งความแกร่งกร้าว แววตานิ่งประดุจหินผาแกร่งที่ยากนักจะมีใครกล้าคุกคาม ทั้งเชิงธุรกิจ ทั้งชีวิตส่วนตัว หญิงสาวมากหน้าปรารถนาปรนเปรอ เสนอตัวใกล้ชิดหวังครอบครองทั้งตัวชายหนุ่มกับทรัพย์สมบัติ แต่เขาหยิบยื่นฐานะ ‘คู่ควงชั่วคราว’ ให้เท่านั้น พวกหล่อนมีค่าตั้งแต่...สามเดือน หนึ่งเดือน สิบวันหรือกระทั่งไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง

ครอบครัวนฤปนาถเพิ่งพบพานกับความสูญเสียยิ่งใหญ่ เมื่อบุพการีทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก ยังความเสียใจมาสู่ลูกทั้งสอง ซึ่งมีพิรภพกับกานต์พิชาเป็นผลให้ภาระหน้าที่ทั้งหมดตกอยู่กับหัวหน้าครอบครัวคนใหม่อย่างพิรภพ ผู้ซึ่งต้องนำพา โรงแรมเดอะทรินิตี้ แบงค์คอก ให้ดำเนินต่อไปกับดูแลน้องสาวเพียงคนเดียวที่เป็นดั่งดวงใจ บุคคลล้ำค่าหนึ่งเดียวในชีวิต

 

ก๊อกๆๆ

อีกด้านของบานประตูไม้เนื้อแข็งสีน้ำตาลไหม้มีผู้มาเยือน ร่างสูงยืนก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าประตูพักใหญ่ สำรวจความเรียบร้อยของตนก่อนลงมือเคาะเบาๆ สามทีเป็นการขออนุญาต แล้วถือวิสาสะผ่านเข้าไปด้านใน ยังพื้นที่โอ่โถงซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหารหนุ่ม

ห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวางถูกใช้งานตรงโต๊ะทำงานสีดำรูปตัวแอล ท้อปบนเป็นกระจกสีชา แหล่งรวมของบรรดาแฟ้มเอกสารกองพะเนิน พิรภพเอนกายยังเก้าอี้หนังสีดำมะเมื่อมบุนวมจนนุ่มสบาย พลางเหยียดขาเพรียวยาวภายใต้กางเกงสแลกสีดำ ไขว้ปลายเท้าเข้าหากัน ผู้เป็นนายทอดสายตาไร้จุดหมายผ่านกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดาน ครุ่นคิดจนเรียวคิ้วหนาเข้มขมวดเป็นปม

มองอะไรกันนักหนา ทั้งที่ข้างนอกนั่นเป็นเพียงภาพรถราที่จ่อติดบนทางพิเศษซึ่งเห็นจนเจนตา

ว่าไปสิ บูชิต” ไร้การเกริ่นนำ พิรภพปรายตามองผู้มาเยือนตรงตามเวลานัดแวบหนึ่ง ด้วยรู้แก่ใจว่าเลขานุการหนุ่มเข้าพบด้วยเรื่องใด อีกฝ่ายเองก็ตอบรับได้ทันทีอย่างรู้งาน

รู้ใจ ไร้ที่ติ คือ สมญาที่พิรภพให้แก่ บูชิต เลขานุการส่วนตัวคนสนิท

ยังไม่มีความคืบหน้าครับคุณภาม นักสืบเอกชนที่ฮ่องกงเพิ่มการตามหาเป็นเท่าตัวเมื่อผมบอกว่าทุ่มไม่อั้น แต่ยังไม่มีข่าวคุณกานต์เลยครับ” ถ้อยคำรายงานเป็นเสมือนคมมีดปลายแหลม ที่พร้อมกรีดกดแล่เนื้ออ่อนๆ ตรงหัวใจของเขา เหตุเพราะ กานต์พิชา น้องสาวเพียงคนเดียวของเขาหายตัวไป!!

ทำทุกทางที่จะตามตัวยัยกานต์กลับมาให้ได้ เข้าใจใช่ไหมบูชิตว่าฉันไม่ต้องการได้ยินประโยคแบบเมื่อกี้อีก พับเก็บมันไปได้เลย” เสียงห้าวกลายเป็นตะคอกแม้ข่มไว้ ร่างสูงใหญ่ยังคงนั่งนิ่งในท่าเดิม ทว่าแววตาก้าวร้าวประทุจนคนมองต้องหลบ บูชิตรับคำ หากเป็นไปได้เขาอยากขอตัวออกไปก่อนด้วยซ้ำ

ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปฉันจะไม่อยู่ ติดต่อทางมือถือก็แล้วกันแล้วอย่าลืมจับตาพวกมันให้ดี อย่าลืมว่านี่เป็นความลับได้เรื่องเมื่อไหร่ก็นัดยื่นหมูยื่นแมว แต่ถ้าช้าความปลอดภัยแม่นั่นก็จะลดลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งศูนย์ หึๆ ดูสิว่ามันจะเลือกใคร” เสียงกรอดจากการกดกรามแน่นลอดดัง

พิรภพสบนัยน์ตาลูกน้องคนสนิท เอ่ยเรื่องที่รู้กันว่าหมายถึงแผนการใด อีกฝ่ายผงกศีรษะกึ่งๆ คำนับเพราะเสร็จสิ้นธุระพอดี บูชิตขอตัวออกไปสะสางงานสำคัญให้ผู้เป็นนาย ปล่อยพิรภพจมอยู่กับภวังค์ดำมืดของตน ดวงตาสีเทาเข้มเบือนกลับไปทางเดิม ภาพการจราจรติดขัดไม่ต่างจากเมื่อสิบนาทีก่อนแต่ที่เขาเห็นในกรอบสายตามีเพียงสีหม่นมัว สิ้นประกายแสง

บัดนี้ความคั่งแค้นได้เข้าครอบงำหัวใจ ชนิดไม่หลงเหลือช่องว่างให้จิตใต้สำนึกได้ทำงาน ในหัวของเขามีเพียงเรื่องติดตามหากานต์พิชา กับการแก้แค้นเท่านั้น

 

คืนที่สอง บนเกาะแสงจันทร์

สำหรับนักออกแบบอัญมณีสาว ที่นั่งๆ นอนๆ นับวันคืนที่เคลื่อนผ่าน นั้นช่างยาวนาน...

ยามพระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า เจ้าหล่อนเก็บตัวเงียบเชียบ ราวกับไร้ตัวตนภายในกระท่อมตามคำแนะนำของธนภูมิ แต่เมื่อแสงจันทราสาดส่อง ความมืดมาเยี่ยมเยือน พระจันทร์ทรงกลดดึงดูดให้อรอินทุ์ออกมาเดินเล่นโดยปราศจากแสงตะเกียง ร่างน้อยย่ำไปบนผืนทรายเนียนนุ่ม เมื่อก้าวลึกจึงได้สัมผัสคลื่นขาวที่ซัดเบาๆ เข้าหาฝั่ง

แสงดารา กับจันทร์นวลทอดอบอุ่น สายลมกับเสียงคลื่นพะเน้าพะนอเป็นเพื่อน อรอินทุ์สูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆ หมายกักเก็บอากาศบริสุทธิ์เอาไว้ วันนี้ไม่ได้เลวร้ายนักหญิงสาวอุ่นใจขึ้นเมื่อธนภูมิกลับมาหาที่กระท่อมในตอนสาย พร้อมเสบียงอย่างผลไม้กับปลากระป๋อง ถือเป็นมื้อสมถะของเธอทีเดียวหลังจากเพิ่งบินกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อสามเดือนก่อน สำหรับอรอินทุ์จะให้อยู่ ให้นอนอย่างไรก็ได้ ขอเพียงปลอดภัยจากการข่มเหงเป็นพอ นอกจากนั้นหญิงสาวเข้มแข็ง สมบุกสมบันพอเพราะดำเนินชีวิตโดยลำพังในต่างประเทศตั้งแต่เยาว์วัย

เปรี้ยง!! 

เสียงปืนดังเลื่อนลั่น สนั่นจากป่าลึกด้านใน จนหัวใจของเธอร่วงหล่นสู่ตาตุ่ม

ที่นั่น...ที่ที่ธนภูมิบอกว่าอันตราย คฤหาสน์กลางป่าลึก อรอินทุ์ตกใจจนผวาเฮือก ร่างบางสมส่วนทรุดลงนั่งยองๆ บนผืนทรายใช้มือเล็กปิดหูทั้งสองข้าง ชุดที่สวมใส่จึงเปียกน้ำจนชุ่ม

เกิดอะไรในป่านั่น คงไม่ใช่ธนภูมิหรอกนะขออย่าให้เป็น...เพราะชายหนุ่มคือที่พึ่งเดียว เพื่อนคนเดียวของเธอในเวลานี้’

ร่างบอบบางเร่งเดินแทบจะเป็นวิ่งกลับที่พักด้วยอาการหวาดกลัว อรอินทุ์ภาวนาให้ยามเช้ามาเยือนเพื่อที่เธอจะได้พบเขา กระนั้นคำวอนขอไม่สัมฤทธิ์ผล ทั้งที่ใกล้บ่ายคล้อยของวันใหม่แต่ยังไร้วี่แววเพื่อนใหม่จนหัวใจไขว้เขว ความคิดด้านลบเข้ามาสร้างความกังวลทีละเปลาะ สองเปลาะจนกลายเป็นภูเขาสูงชัน

ถ้าหากว่าเขาไม่กลับมาหาเธออีก แปลความหมายได้ว่า...ไม่มีธนภูมิบนเกาะแห่งนี้แล้ว’

เขาไปจากเกาะแสงจันทร์ หรือไม่ก็มีเหตุสุดวิสัยให้ไม่สามารถมาหาเธอได้ เขาอาจบาดเจ็บหรือที่ร้ายกว่านั้น คือ ตาย’

อรอินทุ์ส่ายหน้าไปมากับความคิดบั่นทอนจิตใจตน ความหวังเดิมริบหรี่คล้ายตะเกียงน้ำมันใกล้มอด หญิงสาวปลอบประโลมตนเองคิดหาทางออกอย่างมีสติ หากไม่มีธนภูมิแล้วที่เฝ้ารอกลายเป็นความว่างเปล่า ร่างโปร่งเพรียวหันมองไปรอบกระท่อม อยู่ที่นี่เฉยๆ ไม่มีประโยชน์ใดๆ สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า และ ท่านเจ้าของเกาะ อาจช่วยเธอได้

การเดินทางไกลจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ร่างเล็กบอบบางในชุดหลวมโคร่งที่ใส่มาแล้วสามวันเต็มก้าวเดินไปตามทางแบบเดาสุ่ม หวังจะพบใครสักคน บ้านสักหลังกลางป่ารกชัฏแห่งนี้ แม้เหน็ดเหนื่อยแต่ไม่ระย่อจนกระทั่งไปหยุดยังธารน้ำใสแจ๋วซึ่งมีต้นน้ำมาจากน้ำตก น้ำเป็นเครื่องต่อชีวิตที่หิวโซของหล่อน อรอินทุ์นั่งยองๆ ลงริมตลิ่งเพื่อวักน้ำดื่มกินกับล้างหน้า ยังไม่ทันที่มือเรียวบางจะถึงผิวน้ำ ร่างอ้อนแอ้นก็ถูกเข้ารัดกุมจากทางเบื้องหลัง มือหนาคว้าหมับเข้าปิดปากจนเสียงกรี๊ดๆ ดังเพียงในอุ้งมือ

โจร! ไอ้พวกโจรมันตามมางั้นรึ’

เงียบ!” คำสั่งโหดทำให้หญิงสาวกายสั่นเทิ้ม เสียง ‘หึๆ’ ในลำคอเย็นยะเยือกใกล้ปลายหู ลมหายใจระอุร้อนของโจรร้ายใกล้ซอกคอขาวผ่อง อรอินทุ์ถูกลากกึ่งอุ้มออกไปจากตรงนั้น พละกำลังของร่างสูงใหญ่รัดรึงตรงเอวคอดบาง ยามที่เธอดิ้นรนอย่างหนักจนกระทั่งหมดแรงในที่สุด เพราะตั้งแต่เช้าไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากน้ำเปล่า

ว้าย!” ร่างอ้อนแอ้นถูกจับพาดบ่าแกร่ง ก้าวอาดๆ มุ่งตรงไปยังที่หมายตามคำสั่งนายใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของเกาะแสงจันทร์

 

ตุบ!

ร่างอรชรถูกโยนลงบนฟูกหนาโดยมิได้ออมแรง จนหญิงสาวกระดอนไปตกยังกลางเตียงขนาดคิงไซส์ กลิ้งโค่โร่ไม่เป็นท่า

อรอินทุ์ครางแผ่วเพราะเจ็บระบมตรงสีข้าง กับข้อศอกที่เผลอเอาไปรองรับร่างทั้งร่าง ใบหน้าสวยเหยเก เมื่อจับสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นของผ้าปูลื่นๆ สีครีมที่เกิดเป็นแอ่งบุ๋มตรงกลาง ดวงตาสีน้ำตาลกระจ่างเบิกกว้างแทบถลน!

ใจหาย! เมื่อพบว่านี่ คือ ห้องนอน

ร่างหนาใหญ่ในชุดดำ ผินหลังให้ทันทีที่อรอินทุ์ถึงที่หมายตามนายสั่ง เสียงปิดประตูโครมแล้วลั่นกริ๊ก มันถูกล็อกแน่นหนาจากข้างนอกเมื่อเขาลับสายตา เสียงในอกรัวราวกลองตีจนต้องระงับ มือเรียวบางวางทาบบนหน้าอกนุ่มหยุ่นใต้เสื้อผ้าฝ้าย สะกดใจเพื่อลดอาการโครมครามลงเสียจากนั้นจึงสำรวจห้องหับกว้างขวาง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์มีระดับ ใคร่รู้...ห้องใคร?

หรือที่นี่คือคฤหาสน์สีหมอกที่ธนภูมิอ้างถึง ถ้าเป็นเช่นนั้นหล่อนจะได้พบเจ้าของเกาะแสงจันทร์ ผู้กุมอำนาจสิทธิ์ขาดสูงสุดบนดินแดนแห่งนี้ เพียงเท่านั้นความหวังก่อประกายแม้จะเล็กหรี่แสง แต่อย่างน้อยๆ ท่านผู้นี้จะต้องมีเรือที่จะส่งหล่อนกลับบ้าน นั่นเป็นแค่ความหวังเหวิดที่อรอินทุ์คิดไป

ร่างสมส่วนหันควับเมื่อกลิ่นหอมอวลลอยมา กลิ่นดั่งดอกไม้ป่า เย็นๆ จนขนบนกายลุกซู่ ตามด้วยความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศที่ถูกเปิดโดยไม่ได้ร้องขอ อรอินทุ์เดินสำรวจทั่วห้องกับห้องน้ำซึ่งเชื่อมต่อกัน ดวงตาคมสวยก็ลุกวาว หล่อนไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้วจึงหมายมาด เรียวขาเพรียวก้าวกลับมายังกึ่งกลางห้องที่ตั้งของเตียงทรุดกายบางลงนั่งขอบๆ กลิ่นหอมบางอย่างซึมผ่านลมหายใจเบาบางทีละน้อย ความง่วงซึมก่อปฏิกิริยาต่อการเต้นของหัวใจ จนกระทั่งร่างน้อยค่อยๆ เอนลงนอนราบอย่างอ่อนแรง ดวงตาพราวสวยปรือหลับในที่สุด

“............” ดวงตากลมโตเบิกโพลงขึ้นอีกครั้ง หลังจากเวลาเคลื่อนผ่าน ร่างเพรียวขยับตัวขยุกขยิกใต้ผืนผ้าห่มที่ใครบางคนบรรจงวางทาบทาด้วยเกรงเจ้าหล่อนจะเหน็บหนาว ดวงตาคมสวยมองลอดชายผ้าห่มพบเรือนกายขาวโพลนที่ปลาสนาการของเธอ นี่หมายความเช่นไร?

อรอินทุ์กรีดร้องในใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ทั้งหมดในตอนที่เธอไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ หล่อนโดนข่มขืน!!

ไม่ๆๆ” ปฏิเสธตัวเอง ขอบนัยน์ตาเกาะพราวด้วยน้ำใส ใบหน้าสวยหวานเคลือบฉาบด้วยม่านน้ำตา ขบเม้มเรียวปากจนขาวจัดข้นแค้น มือเล็กกำชายผ้าห่มเพียงพันธนาการเดียวที่ร่างกายเหลืออยู่จนมือเกร็ง ส่วนชุดเดิมถูกทิ้งระเกะระกะ ราวถูกสะบัดทิ้งอยู่ปลายเตียง ต่อให้ปฏิเสธเท่าไหร่ยิ่งตอกย้ำความสูญเสีย ฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวพ้นออกมาจากห้องน้ำยึดสายตาของอรอินทุ์ให้ชะงัก

ตื่นแล้วรึ!” เสียงห้าวเอ่ยทักทาย

ร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวก้าวมาใกล้ชิดขอบเตียง ใบหน้าคมคายติดยิ้มตรงมุมปากหยักยามมองเหยียด นัยน์ตาคมกริบแลเฉียบขาดวิบวับ แต่มิได้น่ามองเพราะคล้ายมัจจุราชที่แผ่อานุภาพร้ายเสียมากกว่า กลีบปากบางสั่นระริกไม่อาจเอื้อนเอ่ยแม้คำ เขาก้าวอาดๆ มานั่งลงข้างกายสั่นเทิ้มราวลูกนกเพราะสะอื้น รอยแยกของชุดคลุมยาวแค่เข่าแยกออก เผยท่อนขาเพรียวยาวของชายหนุ่มจนอรอินทุ์ต้องเบือนหลบหน้าแดงซ่าน เป็นผลให้อีกฝ่ายยิ้มเยาะ

อย่าเข้ามานะ อย่าแตะต้องตัวฉัน ออกไปนะออกไปให้พ้น!” อรอินทุ์ร้องประท้วงเสียงเครือ เมื่อมือหนาเอื้อมมาใกล้ แต่ยังไม่ถึง

ออกไป! ไอ้โจรใจบาป แกจับฉันมาทำไม ฮึกๆๆ” คำสบถกึ่งขับไล่ไสส่งถูกพ่นใส่ร่างสูง ที่ยามนี้เริ่มประทุความโกรธทางแววตา

คำสั่งจากริมฝีปากซีดเซียวของเชลยสาว ฉุดแวววาบในดวงตาสีนิลประดุจเหยี่ยวของเขา ไม่มีใครหมายมาสั่งการคนแบบเขาได้ ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่มีข้อแม้ใดๆ ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงคนนี้ อรอินทุ์ กุลพิธาน์

เจ้าหล่อนไม่มีสิทธิ์สั่งการในที่ของเขา ในบ้านของเขา พิรภพเหยียดยิ้มกร้าวกับคำว่า ‘โจร’ ที่หล่อนมอบให้ ส่งมือหนาคว้าหมับยังปลายคางหญิงสาวแล้วบีบแน่น บังคับให้ดวงหน้าที่ก้มงุดเงยขึ้นมองสบตาต่อตา ตัวต่อตัว

ฉะฉันเจ็บนะ” ประท้วงเสียงแผ่ว ใบหน้าเหยเก หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวออกห่าง พลันได้ยินเสียงหัวเราะหยันๆ จากลำคอหนา

ซาดิสม์! ความเจ็บปวดของเธอทำให้เขาพอใจ สะใจงั้นรึ คนคนนี้ต้องป่วยแน่ๆ แรงกดจากอุ้งมือหนามากขึ้นเป็นเท่าทวีจนผิวขาวผุดผาดแดงก่ำ “ปล่อยฉันนะ ปล่อย” ดิ้นเร่า

จำใส่สมองกลวงๆ ของคุณไว้ให้ขึ้นใจ อย่าบังอาจไล่ให้ผมออกไปจากห้องนอนของตัวเอง อย่าส่งสายตาแบบเมื่อกี้ใส่ผมอีกไม่อย่างนั้นคุณไม่ปลอดภัยแน่ อรอินทุ์” พิรภพตะคอก แววตาเกรี้ยวกราดไม่แพ้ถ้อยคำจับจ้อง ข่มขู่ราวหญิงสาวเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ จนอีกฝ่ายตกตะลึง

เขาเป็นใคร? เขารู้จักเธองั้นรึ?

กรี๊ด...ดด

อรอินทุ์ตระหนก ร้องกรี๊ดดังลั่นพลางกระถดร่างถอยหนีเมื่อเจ้าของนัยน์ตาคมวับปีนขึ้นเตียง รอยอาฆาตพร้อมเชือดเฉือนร่างกายเธอจนแหลกยับเป็นชิ้นๆ ใบหน้าคมคร้ามกดลงมาใกล้ ลมหายใจระอุร้อนเป่ารด เรียวปากหยักฉกลงไปแนบปิดจนเสียงร้องกลบหาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

588 ความคิดเห็น

  1. #149 minmin25 (@minmin_atom25) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 12:39
     สนุกดีแหะ  พระเอกโหดดีนะ 
    จะติดตามค่ะ
    #149
    0
  2. #53 4um4im~* (@blueberrylove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2552 / 12:15
    ชอบ ๆ ๆ 

    พระเอกแบบนี้จัง
    #53
    0
  3. #16 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2552 / 08:11
    ตื่นเต้นๆ มิ้งเดาว่าคุณภามน่าจะเป็นพระเอกแฮะ
    ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #16
    0
  4. #12 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 / 22:18
    อย่ากอ่านต่อแบบงง
    #12
    0
  5. #10 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 / 20:40
    หึ คิดจะยื่นหมู ยื่นแมวจริงๆน่ะรึ ถ้าคิดอย่างนั้นจริงคงไม่ถึงกับต้องจ้างนักสืบหรอกมั้ง ในเมื่อจับแมวขนฟูตัวสวยมาได้แล้วนี่
    #10
    0
  6. #8 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 / 13:54
     เม้นให้กำลังใจจ้า
    #8
    0
  7. #5 แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 / 23:09
    ไม่สงสัยแล้วว่าใครเป็นพระเอก ร้ายได้ใจ ฮ่าๆๆๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2552 / 22:39
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2552 / 22:44
    #5
    0