เล่ห์มาร (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 15 : ตอน 13 เจ้าสาวซาตาน(ต่อ) < Re run 100% ka>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    15 เม.ย. 55

ตอน 13

เจ้าสาวซาตาน (ต่อ)

นี่เรียกว่าสวรรค์หรือนรก เธอตายไปแล้วกระนั้นหรือ...

เปลือกตาอ่อนบางยังเคลือบฉาบด้วยสีสวย ขยับปรือปริบๆ อย่างงุนงง ก่อนหน้านี้เสียงหวีดร้องยังก้องทั่วห้องหอ แรงอ่อนล้ากับตกใจ หวาดกลัวผสมผเสในที่สุดสุดจะทานทนหญิงสาวเป็นลมไปต่อหน้าต่อตาเจ้าบ่าว นานเท่าไหร่ไม่อาจตอบได้แต่เวลานี้ห้องทั้งห้องมืดสลัวเปิดทิ้งเพียงโคมหัวเตียงประดับเม็ดคริสทัลจนวาววาม ระยิบระยับ

แล้ว...แล้วเขาล่ะ

ดวงตาสีอ่อนเบิกโพลงกวาดหาพิรภพอย่างร้อนใจ ที่กลางลำตัวอ้อนแอ้นไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดถูกพาดทับด้วยท่อนแข็งหนาหนัก มืออีกข้างของเขากุมกระชับมือเล็กจนชื้นเหงื่อทั้งที่เครื่องปรับอากาศมิได้บกพร่อง อรอินท์บิดกายออกห่างก็หาทำได้ไม่ ริมฝีปากขาดสีเม้มแน่นไม่ปรารถนาใกล้ชิดแผ่นอกเปล่าเปลือยของสามีที่ถูกต้องทั้งทางนิตินัย กับพฤตินัยแม้วินาที แต่จะทำอย่างไรได้เล่า

เฮ้อ...

อรอินทุ์ค่อยๆ แหงนเงยใบหน้าที่ง้มงุด ซุกซบแผงอกขาวสะอาดสะสมมัดกล้าม หน้าแดงซ่านเมื่อประมวลผลหล่อนตกอยู่ในอ้อมกอดของเขานานสองนานหรือนี่แผ่นท้องแบนราบจึงร้อนนัก หล่อนส่ายหน้าไปมาหัวใจบอกว่าไม่ต้องการและจะออกห่างให้เร็วที่สุด หน้าผากมนเงยขึ้นแตะยังปลายคางสากๆ ด้วยไรเคราน้อยๆ ของพิรภพ อรอินทุ์ตัวแข็งทื่อกลั้นหายใจ หากเขาตื่นเธออาจเดือดร้อน เรียวปากรูปกระจับห่อเข้าหากันเป่าลมเบาๆ โล่งอกที่เขายังไม่ตื่น แต่ตระคองกอดหล่อนแน่นขึ้นเท่านั้น

ในเงามืด...ใบหน้าคมคร้ามหล่อล้ำดูไม่มีพิษมีภัยเท่ายามตื่น ยามที่มองเขม็งยังหล่อนด้วยดวงตาพร่าผลาญจนอยากควักดวงตาสีสนิมนั่นออกทิ้งซะ นี่เป็นเขาอีกรูปแบบหนึ่งแบบที่ไม่ได้ทำร้ายกัน หญิงสาวปล่อยดวงตาคู่สวยพราวระยับไล่สายตาจากเปลือกตาสีอ่อน ปลายจมูกโด่งสวยหยุดยั้งที่เรียวปากหยักปานวาด พึมพำเบาๆ กับตัวเอง

ทำไมต้องทำอย่างนี้กับฉันด้วย อย่าจองล้างจองผลาญกันได้ไหมคุณภาม” อรอินทุ์อุทธรณ์ต่อการกระทำของเขา ในความป่าเถื่อน หยาบช้าที่ชายหนุ่มยัดเยียดให้ทุกนาทีที่อยู่ใกล้กัน ปรือตาอยู่นานจึงเริ่มคุ้นชินกับความมืดขณะเผลอไผลจ้องใบหน้าหล่อเหลาของเขา ทรวงอกนุ่มนิ่มกระเพื่อมไหวเบาๆ ยามร่างอ้อนแอ้นทอดถอนใจในชะตากรรมที่ไม่อาจหลบเลี่ยง หรือกระทั่งหลีกหนีสัมผัสนี้

ว้าย!’

............” คนใจลอยกรีดร้อง จู่ๆ เปลือกตาอ่อนบางที่ทำหน้าที่ปกปิดรอยตาดุคมเสียสนิทก็ปรือขึ้นคราวเดียว เร็วชนิดที่ทำให้คนที่มองอยู่ก่อนผงะตกใจ ทันทีที่เห็นว่าพิรภพรู้สึกตัวอรอินทุ์ยันตัวเองออกห่างด้วยสัญชาตญาณ แต่ยากนักที่ปลอกเหล็กแข็งกล้านั่นจะคลายลงง่ายๆ ทว่าเขากลับรัดแน่นจนร่างทั้งร่างเข้าแนบชิด แก้มเนียนสัมผัสปลายจมูกที่หล่อนเพิ่งจ้องมองราวกับว่าจงใจ

อุ้ย! ปล่อยนะ” ประท้วง สะบัดใบหน้าหนีเนื้อตัวร้อนผ่าว

พิรภพผงกศีรษะออกห่างเพียงนิด จ้องมองคนในอ้อมกอดที่กำลังแผลงฤทธิ์ด้วยการทั้งผลักทั้งดันเขาออกห่างจากตัว แต่ก็ทำได้แค่ผลักแผ่นหินแข็งๆ ที่มิได้เขยื้อนออกแม้มิลลิเมตร

จะไปไหนล่ะ เดี๋ยวก็ล้มคะมำเป็นลมเป็นแล้งไปอีก” สุ้มเสียงดุ ไม่สนแม้อรอินทุ์จะเบือนหน้าหนีสัมผัสเมื่อครู่สุดฤทธิ์

ปล่อยฉันได้หรือยัง ฉัน...ฉันไม่อยากเปลือยอยู่แบบนี้” อุทธรณ์เสียงสั่น คนนอนข้างๆ ยักไหล่ไม่ยี่หระ

หล่อนไม่ชอบ แต่เขาชอบ...มติไม่เป็นเอกฉันท์ พิรภพยังนอนนิ่ง ใบหน้าเรียวสวยแดงก่ำ ตัวหล่อนล่อนจ้อนไม่เหลือกระทั่งบราตัวน้อย ทำให้ร่างร้อนๆ ของพิรภพนาบแนบไปกับเรือนร่างขาวอมชมพูสมสัดส่วนของหล่อน ไม่ต้องเปิดผ้าห่มก็รู้สภาพของชายหนุ่มคงไม่ต่าง อรอินทุ์รับรู้ได้จากสรีระเหล่านั้น อีกฝ่ายจุดยิ้มแต่แค่มอง ไม่ตอบอะไร

ปล่อยสิ ปล่อยได้หรือยังฉันอึดอัดนะคุณ”

คุณจะใส่หรือไม่ใส่ไม่ต่างสำหรับผมหรอก มันอยู่ที่ผมต้องการจะถอดหรือไม่ต่างหาก สภาพคุณตอนนี้ผมไม่คิดอยากทำอะไรเพราะผมยังมีเวลาอีกเยอะ ทั้งชีวิตของคุณก็ว่าได้นะใบบัว” ปลายเสียงเย้ยหยัน คนปากไม่ตรงกับใจเผยโพล่งส่งผลต่อนัยน์ตาคมวาวของอรอินทุ์

อีกแล้ว...

คำพูดทับถมเสียดสีผุดจากเรียวปากหยักสวย เขาช่างตอกย้ำว่าหล่อนเป็นทาสความแค้นของเขานัก นี่กระมังที่สะสมจนยากขุดออกจากสันดอน เขาไม่มีสักเศษเสี้ยวของความเป็นคน ไม่มีเมตตา ที่มีคงเป็นแค่แค้นจนฝังลึกกับเกลียดชังจนล้น คนฟังน้ำตาแทบร่วงน้อยใจโชคชะตาที่ต้องเป็นเหยื่อแรงอาฆาตนี้ หยาดน้ำใสๆ ปริ่มคลอเบ้าก่อนรินรดแก้มนวลเบาๆ เป็นผลให้นัยน์ตาคมกริบในความมืดเบิกกว้างขึ้นคล้ายไม่ทันตั้งตัว

ผมยังไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย ทำไมต้องร้องไห้ด้วย” เสียงเข้มไม่พอใจ ทว่าสะท้านในอกแค่เห็นน้ำตา

ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งเหมือนจะซึมซับความรู้สึกจากหญิงสาวจนสั่นคลอนตามไปด้วย นี่เขาร้ายกาจกับใบบัวเกินไปใช่ไหม...

ถ้าคุณเป็นฉันอาจไม่ใช่แค่ร้องไห้ แต่คงฆ่าตัวตายไปแล้วฉะนั้นอย่ามายุ่งกับฉัน” หล่อนสะอื้น เบือนใบหน้าหนีรอยตาอึ้งๆ ของเขา

ไม่ยุ่งไม่ได้ หันมานี่สิ” พิรภพใช้อำนาจตามเคย อรอินทุ์ไม่ทันได้สังเกตบางอย่างในแววตาที่เปลี่ยนไปท่ามกลางแสงสลัว

คนเสียงแข็งเคลื่อนมือหนากดเบาๆ ตรงปลายคางมนรั้งให้อรอินทุ์เบือนกลับมาหา ดวงตาสีอ่อนจึงประสานเข้ากับเรียวตาคมกริบวิบวับ ในความมืดกับสายตาพร่าลายด้วยม่านน้ำตาทำให้อรอินทุ์ไม่เข้าใจแววตาคู่นั้น แววตาที่อ่อนลงจนสิ้นแสงกร้าว

ใบหน้าที่จัดว่างดงามราวประติมากรรมปั้นแต่งโน้มลงมาใกล้ พอที่จะวางเรียวปากสีอ่อนซับเบาๆ ยังแก้มเนียน การเช็ดน้ำตาเกิดขึ้นเชื่องช้าด้วยฝีมือพิรภพ ชายหนุ่มหลับตาลงทำเช่นนั้นโดยไม่อาจปกปิดความอ่อนโยนที่ซ่อนลึก อรอินทุ์สั่นน้อยๆ ไม่คิดว่าจะพบเจอบางอารมณ์ประหลาดเช่นนี้ หญิงสาวจำต้องหลับตาตาม ว้าวุ่นเพราะความรังเกียจที่มีแทนที่ด้วยใจเต้นไม่เป็นส่ำยามที่หวามไหวไปกับศัตรูในคราบสามี

นอนเถอะจะเช้าแล้ว” กระซิบเบาข้างหู

หลังซับน้ำตาให้จนเหือดแห้งแต่ไม่ยอมปล่อยมือจากเอวคอดบางให้ได้เคลื่อนไหวตัว วงแขนอุ่นๆ รั้งร่างอรชรเข้าชิดจนดวงหน้าเล็กวางเกยบนอกแกร่ง แนบผิวเนื้อละเอียดข้างแก้มไปกับแผงอกร้อนๆ จนได้ยินเสียงบางอย่างเต้นตุบตับเป็นจังหวะ

ใช่เสียงหัวใจของคนใจร้ายไหม?

เจ้าของร่างที่ถูกพันธนาการกระชับผ้าห่มคลุมกายพันทับจนกลมอ้วน หวังหลีกเลี่ยงร่างกายกำยำที่เบียดชิดแบบเนื้อถึงเนื้อ พิรภพไม่ได้ขัดใจ ไม่เช่นนั้นความรู้สึกที่หักห้ามอาจทลายลงเพราะกลิ่นกายหอมฟุ้ง กับฤทธิ์อารมณ์ที่แผดเผาแผ่ล้นจนร้อนรุ่มทั่วกาย ชายหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างสกัดกั้นแล้วหลับตาลงข่มใจ อรอินทุ์นอนนิ่งทว่าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนยังเบิกโพลงล้อแสงจากโคมไฟ หลับไม่ลงแล้วล่ะคืนนี้...

พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น...’

จะยังมีความอ่อนโยนเช่นนี้หลงเหลืออยู่ไหม หรือคืนนี้จะเป็นแค่เงาของผู้ชายอีกคนที่แฝงตัว พิรภพคนนี้จึงปราศจากเงาร้ายของซาตานครอบงำชั่วคราว ไม่นานอรอินทุ์ก็พ่ายแพ้ความอ่อนล้า ดวงตาอ่อนแสงลงยังอ่อนเพลียเกินกว่าจะขัดขืน ส่วนพิรภพปิดเปลือกตาสนิททว่าหัวใจสองด้านยังรบราฆ่าฟันราวกับมีสองใจในร่างเดียว

ใจหนึ่งแค่อยากเอาชนะกับอีกใจโหยหา กำลังคิดหาวิธีที่จะรั้งอรอินทุ์อยู่ข้างกายเขาตลอดไป เรื่องนั้นยากนักหากหญิงสาวรู้ความจริง

หากอรอินทุ์รู้ว่าไม่มีเรื่องเลวร้ายใดที่อรรถก่อกรรมไว้กับกานต์พิชา มีเพียงกรรมหนักหนาสาหัสที่เขาสร้างตราบาปให้แก่อรอินทุ์เท่านั้น เมื่อนั้นอะไรจะเกิดขึ้นเล่า ต้องสูญเสียเธอไปงั้นน่ะหรือ พิรภพส่ายหน้าปฏิเสธลั่น ต่อให้ต้องร้ายกว่านี้สักกี่เท่ากลายเป็นโจรป่าลักพาก็คงต้องทำ หากอรอินทุ์ยังลืมตาจะเห็นกรอบใบหน้าเรียวยาวนั่นเกิดรอยนูนโปนที่ข้างแก้มเพราะกำลังขบกรามแน่น กดข่มอารมณ์ที่ประทุหนักอย่างคนจนมุม หัวใจกระด้างยอมรับแล้วอย่างสิ้นท่าว่าได้มอบหัวใจแก่หญิงสาวตรงหน้าผู้นี้ไปจนหมดสิ้น

พิรภพปรือนัยน์ตาคมอีกครั้งเมื่อรับรู้ลมหายใจที่สะท้อนขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ยามที่หญิงสาวหลับใหล ไร้การปัดป้องเขาจึงถือสิทธิ์ด้วยการแตะเรียวปากหยักสวยยังหน้าผากกลมมน เคลื่อนต่อไปยังแก้มเนียนอย่างอ่อนโยน กอดนี้อุ่นนัก ซ้ำยังคล้ายๆ ว่าโดนแตะจูบเสียทั่วดวงหน้า กระนั้นอรอินทุ์เข้าสู่ห่วงนิทรารมณ์ลึกโดยไม่ได้รับรู้ให้หัวใจสะท้าน หวั่นไหวต่อพฤติกรรมละมุนละไมของคนร่วมเตียง มีเพียงฝันที่คลับคล้ายว่าอ่อนโยนหวามไหวจนมิอยากตื่น


ยุวดีผงกศีรษะเล็กจากหมอนหนุนที่ยับยู่ ข้างกายว่างเปล่าโดยที่หมอนกับผ้าปูมีสภาพไม่ต่างกัน เกิดรอยยับหลังสงครามรักผ่านพ้นเมื่อรุ่งสาง เสียงโทรศัพท์ครางอยู่ใกล้ๆ หญิงสาวมองหาที่มาที่กำลังส่งเสียงรบกวนโสตประสาทมากขึ้นทุกที ร่างสมส่วนเปล่าเปลือยหยิบผ้าห่มขึ้นพันกายอวบอิ่มก้าวเอื่อยเฉื่อยไปก้มลงหยิบกางเกงของราเมศที่ถูกสลัดทิ้งเมื่อคืน พลางล้วงมันออกจากกระเป๋า...เป็นพิมพิศที่โทรเข้ามา

เธอมีอะไร ไม่รู้รึไงนี่มันเวลาพักผ่อนของรามกับฉัน” เสียงแหวบาดหูที่ตอบกลับทำให้เลขาฯ สาวรับฟังอย่างอ่อนใจ

พิมพิศถอนใจเอือมๆ ผ่านกระบอกโทรศัพท์โดยไม่เกรงใจ เพราะไม่ใช่ผู้เป็นนายแต่เป็นผู้หญิงของเขาที่ถือวิสาสะรับสาย นั่นคงไม่พ้นยุวดี หญิงสาวผู้ทรยศได้กระทั่งเพื่อนสนิท “ดิฉันมีเรื่องสำคัญต้องรายงานคุณราเมศค่ะ” ตอบเรียบ

เรื่องอะไร บอกฉันก็ได้ว่าไปสิพิมพิศ” ยุวดีปรารถนาที่จะรู้ ก็ในเมื่อหล่อนเป็นเมียจึงย่อมมีสิทธิ์

ดิฉันขอเรียนสายกับคุณราเมศโดยตรงค่ะ เพราะเป็นเรื่องงานและ ด่วนมาก

เลขานุการสาวเน้นคำว่า ด่วน ทว่าไร้ซึ่งความยำเกรงส่งให้ร่างอวบอัดเต้นผาง ยุวดีกัดเรียวปากนุ่มหยุ่นเดินวนรอบๆ ห้องซึ่งไร้เงาร่างสูงของชายหนุ่มที่กกกอดเมื่อคืน เมื่อถูกปิดบังยิ่งต้องรู้ให้ได้นั่นเป็นนิสัยของยุวดีที่ฝังรากว่าต้องเอาชนะไม่ว่าเรื่องใด พิมพิศพ่นลมหายใจยาวเหยียดอีกครา บางครั้งนึกสมเพชอีกฝ่ายนัก

ก็ได้ค่ะ ดิฉันจะแจ้งเรื่องโรงแรมไอยรา ทางนี้เกิดเรื่องเพราะทนายของคุณพิรภพเข้ามาแสดงสิทธิ์ว่ามีอำนาจสั่งการแทนคุณราเมศเพราะถือหุ้นมากกว่าถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ จะเข้ามาบริหารงานแทนตั้งแต่วันนี้ และจะมีการเรียกประชุมผู้บริหารเช้าวันพฤหัสหน้า หากคุณพบเจ้านายของดิฉันฝากเรียนด้วยนะคะ” พิมพิศทำหน้าที่ของตนเรียบร้อย แต่ก่อนวางสายไปหล่อนไม่ลืมอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องอัพเดตข่าวแก่เจ้านายหนุ่ม รอยยิ้มหยันจึงผุดขึ้นบนรูปหน้าของเลขาฯ สาว “อะไรนะ!” ดวงตาคมสวยเบิกโพลงกับข่าวร้ายๆ ที่พิมพิศนำเสนอ ยุวดีหน้าเครียด แต่ยังน้อยไปกว่าเมื่อเทียบกับเรื่องหลัง

แล้วก็เรื่องของคุณอรอินทุ์ เธอเข้าพิธีแต่งงานกับคุณพิรภพเมื่อคืนวาน เรื่องนี้คุณยุวดีอาจไม่อยากรู้แต่คุณราเมศต้องสนใจแน่ๆ ค่ะเพราะสั่งให้ดิฉันติดตามข่าวของคุณใบบัวอย่างใกล้ชิด ถึงกับจ้างนักสืบเชียวนะคะอย่าลืมบอกเรื่องนี้กับคุณราเมศด้วยนะคะคุณยุวดี ขอบคุณมากค่ะ” ปลายเสียงเชือดเฉือน ยิ้มเย้ยเมื่อพูดจบประโยค คนปลายทางดวงตาลุกวาว ไฟอิจฉาริษยาแผ่เต็ม

แกพูดเรื่องอะไร รามเขาไม่สนใจเรื่องยัยผู้หญิงนั่นหรอก” พิมพิศปล่อยให้ยุวดีหลอกตัวเอง หล่อนส่ายหน้าไปมาอย่างสมเพชแล้ววางสายไป เรื่องหลังดูจะมีผลต่อแววตาของยุวดีมากกว่าเพราะเกี่ยวข้องกับอดีตคู่หมั้นของราเมศ ซึ่งชายหนุ่มทำเหมือนว่ายังมีเยื่อใยทั้งที่เลิกรากันด้วยถูกถอนหมั้นไปแล้ว มือเรียวเล็กกำเข้าหากันแน่นและทันทีที่ราเมศก้าวออกมาจากห้องน้ำ ร่างสมส่วนก็ตรงเข้าไปทำร้ายเขาด้วยความหึงหวง

เสียงตุบตับที่แผ่นอกของชายหนุ่มผลักให้ใบหน้าคมดุขึ้ง ชายหนุ่มปล่อยให้ยุวดีทำตามใจได้ไม่นานเขาก็รวบมือทั้งสองบีบแน่น แล้วผลักร่างอิ่มหงายผึ่งไปบนเตียง ใบหน้าดุดันถลึงตาวาวโรจน์เข้าใส่

เป็นบ้าอะไรของคุณ อะไรเข้าสิงหรือยังไง” สบถ

คุณนั่นแหละบ้า ไม่รู้หรือยังไงว่ายัยบัวเป็นของคนอื่นไปแล้วยังไม่เลิกวุ่นวายอีก เลิกทำตัวเป็นชู้กับเมียชาวบ้านเสียเถอะยังไงคุณกับใบบัวก็ไม่มีทางเหมือนเดิมไปได้” ปลายเสียงเกรี้ยวกราดใส่ น้ำตาคลอเพราะจุกเสียดจนกุมหน้าท้องไว้แน่น

หมายความว่ายังไง พูดอะไรของคุณหา ยุวดี” ราเมศตะคอกใส่ ก้าวอาดๆ เข้ามาคาดคั้นคู่ขาสาวที่กำลังผุดลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ข้อมือเรียวบางถูกคว้าหมับ บีบเค้นจนเกิดรอยนิ้วมือแดงก่ำ ผิวกายขาวอวบชอกช้ำแต่อยู่นอกความสนใจของชายหนุ่ม

ใบบัวแต่งงานกับนายพิรภพเมื่อวานนี้ แล้วเขายังเป็นเจ้าของหุ้นโรงแรมของคุณถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ด้วย ตอนนี้คุณคงไม่เหลืออะไรจริงๆ แล้วล่ะค่ะที่รัก” ยุวดีเยาะหยัน กรีดกรายนัยน์ตาคู่สวยเยาะหยัน หล่อนเจ็บและต้องการให้ราเมศเจ็บเสียยิ่งกว่า จึงตอกย้ำข่าวร้ายที่ทบเป็นเท่าทวีจนชายหนุ่มยืนงงงัน ราเมศคว้าโทรศัพท์มือถือในมือยุวดีไปดูรายชื่อสายเรียกเข้าล่าสุด “พิมพิศ...”

ชื่อเลขานุการสาวที่เขาฝากฝังงานทั้งหมดไว้ฉุดให้เขาแทบแข้งขาอ่อนเปลี้ย แล้วตวัดนัยน์ตาเกรี้ยวกราดมองยุวดี

ใครบอกคุณ อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะยุ” ตวาดลั่น

ไม่เชื่อก็ลองโทรไปหาเลขาฯ ของคุณดูสิคะเขาบอกยุอย่างนั้น ดีใจด้วยนะคะที่คนรักเก่าของคุณถึงฝั่งฝันเสียที ฝ่ายนั้นออกจะร่ำรวยล้นฟ้าเหมาะกันจัง ที่นี้จะได้ไม่ต้องมาเป็นมารความรักของยุอีก”

เพี๊ยะ’

ใบหน้าคมสวยขาดสี สะบัดตามแรงมือใหญ่เมื่อจบประโยค เกินกว่าเจ้าของกายสั่นเทิ้มจะยั้งมือไหว เรื่องของอรอินทุ์ยังมีผลชะงัดต่อราเมศเพราะชายหนุ่มทั้งรักทั้งเสียหน้าอย่างหนักเมื่อโดนพิรภพฉกชิงคนรักไป เรื่องที่รู้ร้ายแรงจนราเมศต้องติดต่อไปหาเลขาฯ ส่วนตัวอีกครั้งแล้วทุกอย่างก็กระจ่าง กระเป๋าเดินทางถูกจับยัดเสื้อผ้าลงโดยด่วนเพื่อบินกลับประเทศไทย ท่ามกลางสายตาเยาะหยันของยุวดีที่นั่งเลือดกลบปากอยู่บนเตียง หล่อนไม่เจ็บเลยสักนิด กลับสะใจเสียมากกว่าเมื่อเห็นท่าทางของเขา

สงบปากสงบคำของคุณไว้นะยุ ไม่อย่างนั้นเราจบกันแล้วนั่นจะกลับหรือไม่กลับถ้า ไม่ ก็ไปเจอกันที่เมืองไทยเองล่ะกัน”

ชายหนุ่มหยิบเงินปึกหนึ่งโยนใส่ร่างเปล่าเปลือยที่นั่งงงงันบนเตียง ถูกทิ้งงั้นหรือ...ยุวดีกรีดร้องลั่นห้องยามที่ราเมศลากกระเป๋าเดินทางออกไปต่อหน้าต่อตา


คนขี้เซากลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบเมื่อถูกโลมไล้ด้วยเรียวตาคมปลาบ ผิวแก้มเนียนซีดโผล่พ้นชายผ้าห่มเป็นดั่งแม่เหล็กดูดดึงให้พิรภพไม่คลาดสายตา หลังจากชำระกายจัดแจงเปลี่ยนเป็นชุดลำลองที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งจนเนี๊ยบ กลับพาร่างสูงใหญ่ไปนั่งลงข้างๆ ตะแคงตัวนอนลงยังที่ว่างเพื่อมองใบหน้าคนหลับ เพลินตา...

ดวงหน้ายามนิทราอ่อนหวานแต่สักพักก็ขยับตัว เริ่มจากดวงหน้าที่มีพวงผมรุ่ยร่ายข้างแก้มกับแผงขนตาที่ขยับช้าคล้ายปีกผีเสื้อ ผลักให้พิรภพหงายตัวกลับไปอยู่ในท่านอนหงาย ท่อนแขนทั้งสองรองรับศีรษะทุยที่หวีผมเรียบแปร้ เรียวตาคมคายทอดมองเพดานสูงเสียอย่างนั้น เขากำลังเฉไฉ อรอินทุ์ตื่นเต็มตาหล่อนพรวดพราดลุกขึ้นนั่งพร้อมกระชับผ้าห่มคลุมตัวแน่น เลิกผ้าผืนใหญ่ขึ้นก็พบว่าร่างอ้อนแอ้นไม่ได้เปล่าเปลือยอย่างที่หวาดกลัว ใครบางคนเปลี่ยนชุดนอนแบบกระโปรงสีขาวพลิ้วบางให้หล่อน ดวงตาสีน้ำตาลกระจ่างประสานเข้ากับเจ้าของร่างกำยำที่นอนนิ่งในระนาบเดียวกันแล้วขมวดคิ้วมุ่น

ทำไมไม่ปลุกฉันล่ะ” สีหน้าบึ้งตึงตั้งแต่แรกพบหน้า คำถามนั้นไม่มีคำตอบจนกระทั่งอึดใจ

คุณดูอยากนอนมากกว่า แล้วก็ไม่เห็นต้องรีบร้อน ผมไม่มีนัดที่ไหนหรือคุณมี...” ประโยคคำถามนั้นยอกย้อน

ใครจะมีกันเล่า แต่ถ้าจะให้นอนนิ่งๆ ให้อีกฝ่ายจ้องเก็บรายละเอียดในที่แคบ ขอตื่นตั้งตัวแล้วหลีกลี้หนีให้ไกลคนละมุมห้องดีกว่า

ไม่มี ทั้งที่อยากจะมี แล้วนี่คุณเปลี่ยนชุด...ถอดเสื้อผ้าของฉัน” อ้อมแอ้มถาม พิรภพผงกศีรษะรับอย่างยินดี ยิ้มนิดๆ

ฮื่อ อยู่กันสองคนผมคงไม่อุตริให้คนอื่นเห็นรูปร่างของเมียผมหรอก เอาเถอะตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำซะผมมีบริการใส่ให้แล้วก็ถอดให้นะ ถ้าต้องการก็เรียกใช้ได้จะรออยู่หน้าห้องน้ำนั่นล่ะ” เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ ยิ่งขันเมื่อเห็นสีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดงของเจ้าสาวข้ามคืนของตน เจ้าสาวที่เขาไม่ได้แตะต้องนอกจากกอดจูบเบาๆ ตลอดคืนที่ผ่านมา “บ้า! ลามก”

ผมยังไม่ได้ลามก ระดับความลามกต้องไม่ใช่แบบนี้ เห็นไหมเสื้อผ้ายังครบถ้วนแต่ถ้าอยากทดลองว่าเป็นยังไงก็ได้นะ ยินดี”

คนพูดดูอารมณ์ดีเกินขนาดจึงทั้งแหย่ ทั้งขู่ในคราเดียว อีกฝ่ายตาขวาง อรอินทุ์สะบัดใบหน้าร้อนผ่าวพรืดเดียวพาร่างบอบบางออกจากผ้าห่มแล้วก้าวฉับๆ เข้าห้องน้ำไป ปากก็ขยับขมุบขมิบบ่นด้วยความหมั่นไส้ ลืมตัวเสียสนิทว่าบรรยากาศเช้าวันนี้ดูเป็นธรรมชาตินัก ไม่ใช่แบบทุกครั้งที่มีพิรภพอยู่ใกล้ แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตามมันทำให้คลายความกดดันลงมากทีเดียว

ตี๊ดๆๆ

โทรศัพท์มือถือแผดเสียงเรียก พิรภพจึงยกคิ้วฉงนนัยน์ตาคู่คมเริ่มขุ่นขัด ชายหนุ่มผุดลุกเต็มความสูงก้าวยาวๆ ไปถึงที่มาของเสียง กดรับ

ใครหน้าไหนบังอาจรบกวนช่วงเวลาของคู่แต่งงานใหม่หมาดๆ แต่แล้วแววรำคาญก็คลายลงเมื่อชื่อของแม่นมคนสนิทขึ้นหรา คุณหนูของแม่นุ่มพ่นลมหายใจยาวๆ ชั่งใจก่อนรับเพราะรู้เขาจะเจอกับอะไรบ้าง

สวัสดีค่ะคุณภาม”

แม่นุ่มครับคิดถึงจัง โทรหาผมแต่เช้าเชียว” ส่งเสียงทุ้มเจื้อยแจ้ว อารมณ์ดีจนหญิงสูงวัยคราวแม่ฉงนสงสัย เกิดอะไรขึ้นล่ะนี่!

แม่นุ่มก็คิดถึงและเป็นห่วงคุณภาม ว่าแต่เรื่องแต่งงานนี่อย่างไรกันแน่คะอ่านพบในหนังสือพิมพ์เช้านี้ นี่แม่นุ่มตกข่าวไปมากใช่ไหมคะเนี่ย” นางค่อนน้อยใจเต็มประดา แววตาโรยๆ สีหม่นเผลอค้อนทั้งที่พิรภพไม่ได้เห็น เขายอมรับว่าลืมไปจริงๆ เรื่องราวฉุกละหุกและถ้าไม่รีบจัดการอรอินทุ์ก็คงหลุดมือไปอีก “ผมขอโทษครับแม่นุ่ม ไม่ใช่ไม่เห็นแม่นุ่มสำคัญนะครับ”

เรื่องนั้นแม่นุ่มไม่ได้ติดใจค่ะ แต่เรื่องเจ้าสาวของคุณภามต่างหาก ทำไมคุณภามถึงไม่หยุดทำร้ายคุณหนูใบบัวเธอสักทีล่ะคะ”

แม่นมเอ่ยตำหนิชายหนุ่มที่นางเลี้ยงดู ถือประหนึ่งว่าพอสั่งสอนเตือนสติกันได้บ้าง แม้อีกฝ่ายค่อนข้างดื้อแพ่งก็ตามที

ผมไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นนี่ครับ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสักหน่อย” เขาค้านเสียงขุ่น

แน่ใจหรือคะว่าไม่ใช่เพราะต้องการแก้แค้น หวังทำลายของรักของนายอรรถอย่างที่คุณหนูกานต์เธอได้รับ แม่นุ่มว่ามันโหดร้ายเกินไปที่คุณใบบัวต้องสูญเสีย แล้วนี่คุณภามยังจะใจร้ายคิดทำลายเธอทั้งชีวิตอีกหรือคะ” “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับ ผมไม่...”

ก็การแต่งงานกับใครสักคนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ น่ะสิคะจะมีความสุขหรือทุกข์แสนสาหัสก็ขึ้นอยู่กับคู่ชีวิตของเรา แล้วคุณภามเลือกจะเป็นคู่ชีวิตแบบไหนของคุณใบบัวเธอล่ะคะ?” อีกฝ่ายจนมุม พิรภพนิ่งงันไปกับถ้อยคำกระทบใจ ไม่เถียงเพราะปราศจากคำเอ่ยอ้างใดๆ เขายื้อทั้งชีวิตที่เหลือของอรอินทุ์เอาไว้ก็เพราะ...

ผมขอจัดการเรื่องใบบัวเองนะครับ แม่นุ่มอย่ากังวล เรื่องทั้งหมดนี้ผมมีคำตอบแน่แต่ไม่ใช่เวลานี้”

อีกฝ่ายถอนใจหนักหน่วงกับการกระทำของทายาทตระกูลนฤปนาถ พิรภพยังมั่นคงในการตัดสินใจในเมื่อเลือกแล้วที่จะไม่ปล่อยมือจากหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเป็นแค่ที่ระบายแค้นสาหัส หญิงชราผงกศีรษะน้อยๆ จำต้องยอมรับ วาดหวังวันข้างหน้าชายหนุ่มที่นางรักจะปัดทิ้งซึ่งความขุ่นมัวในใจ ยอมให้แสงสว่างนำทาง อย่างน้อยๆ อรอินทุ์หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายจะไม่ต้องทุกข์ระทมกับการเป็นคู่สามีภรรยากับพิรภพ

นี่ไม่ใช่เวลาที่จะบรรยายความรู้สึก พิรภพเลือกที่จะวางสายแม่นมเมื่ออรอินทุ์กลับออกมา เวลานี้ไม่มีอะไรดึงความสนใจของเขาไปจากร่างอรชรอ้อนแอ้นที่ก้าวออกมาในชุดลำลองแบบกระโปรงสีม่วงอ่อนยาวแค่เข่า ช่วงบนเป็นแขนกุดมีลายกุ๊นน่ารัก ดวงหน้ากระจ่างใสถูกรวบพวงผมสีน้ำตาลไหม้เปิดรูปหน้าเรียวเล็ก อวดดวงตากลมโต รับแพขนตาหนาดกซึ่งกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา

พิรภพพึมพำเบาๆ กับตัวเอง คำตอบในหัวใจย้ำชัดในหัวใจ ต่อหญิงชราที่เปรียบดั่งแม่คนที่สอง เขาไม่มีวันปล่อยอรอินทุ์ให้ตกเป็นของผู้ใดได้อีกเพราะหวงแหน เวลานี้ยังไม่สิทธิ์บอกออกไปตามจริงเพราะเธอคนนี้คงไม่ให้อภัย เขาต้องรอ...รอจนกว่าจะถึงเวลาที่หัวใจดวงเล็กๆ ตรงหน้าเปิดรับ และเขาสามารถทำลายกำแพงทิฐิกล้าแข็งของหญิงสาว กับไถ่โทษความผิดพลาดร้ายแรงที่ก่อไว้เสียก่อน

วันนั้นเขาคงกล้าเอ่ยบอกความในใจว่า...รัก


            เสียงครางอือในลำคอเบาๆ คล้ายทรมาน ทั้งยังปวดขมับตุบๆ ดั่งโดนเหวี่ยงหวืออย่างแรงกลางอากาศแล้วหล่นตุ้บลงสู่หุบเหวลึก

นั่นเป็นอาการหลังเมาค้างของธนภูมิ ผู้ซึ่งไม่นิยมแตะแอลกอฮอล์บ่อยนัก โซฟาบุหนังสีดำแบบมีพนักวางแขนที่ปกติแลโอ่อ่า บัดนี้กลับดูสั้นพิลึกยามที่ร่างสูงทอดกายนอนเหยียด เขาปรือนัยน์ตาสีเข้มรับแสงเช้าที่แยงผ่านม่านสีครีม กะพริบตาปริบๆ กับเพดานที่ไม่มักคุ้น รอบกายยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ใช่บ้านแล้วนี่ที่ไหน!

ธนภูมิดันกายซวนเซลุกขึ้น ในหัวหนักอึ้งราวถ่วงไว้ด้วยตุ้มเหล็ก อาการผลุบผลับยิ่งเป็นการเร่งให้ขมับปวดแปลบร้าวไปถึงต้นคอ ภาพนั้นอยู่ในสายตาของหญิงสาวซึ่งกำลังสาวเท้าเข้ามาใกล้ ในมือมีสิ่งที่พอจะช่วยบรรเทาแก่คนเมาได้อย่างกาแฟร้อนขมปร่า กับผ้าชุบน้ำสำหรับเช็ดหน้า

เป็นยังไงบ้างคะ” ปลายเสียงทักเรียบเรื่อย เจ้าของใบหน้าหวาน คู่ควงในวันวิวาห์ของอรอินทุ์กับพิรภพมองเขายิ้มๆ ไปรยายื่นผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดตามด้วยวางแก้วกาแฟร้อนลงบนโต๊ะเตี้ยกึ่งกลางชุดโซฟา คนถูกทักยิ้มเจื่อนยกมือหนาขึ้นตบต้นคอจนเกิดเสียงตุบตับ เขาเมาแบบไร้สติชนิดที่ไม่รู้ว่าเลิกดื่มเมื่อไหร่ กับเดินทางมาที่บ้านของหญิงสาวได้อย่างไร ภายในหัวขมุกขมัวเกินกว่าจะประมวลได้

แย่ครับ ผมไม่ได้ดื่มหนักๆ นานมากแล้ว ร่างกายรับไม่ไหวเอาซะเลย” ตอบตามตรง ผิวหน้าแดงม้านด้วยระอาย

หลังจากงานเลี้ยงฉลองสมรสของพี่ชายผ่านพ้น ธนภูมิสับสนหนักจึงหันเหไปดื่มเหล้าที่บริกรแวะเวียนมาเสิร์ฟ ตกอยู่ในสภาพครองสติไม่อยู่ตั้งแต่ยังไม่ถึงยี่สิบนาฬิกา นับได้ว่าดื่มมากที่สุดในรอบหลายปีเพราะช้ำ ผิดหวังอย่างหนักจากเรื่องของอรอินทุ์

ก็สมควรแย่ล่ะค่ะเล่นดื่มอย่างกับน้ำเปล่า จะเสียใจอะไรมากมายแค่ไหนก็น่าจะหันไปทำอย่างอื่นดีกว่านะคะแบบที่ไม่ทำร้ายตัวเราเอง” ไปรยาเอ่ยเสียงเรียบ ไม่พ้นตำหนิชายหนุ่มตามนิสัยครูบาอาจารย์ที่มัก สอน ให้รู้จักผิดถูก ธนภูมิหน้าแห้งก้มหน้ารับฟังคุณครูสาวอย่างสงบเสงี่ยม “ผมขอโทษครับ ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนี้เลย” เสียงทุ้มแผ่วหาย

สัตย์จริงอย่างยิ่งที่ตัวเขาเองไม่คิดว่าอรอินทุ์จะมีอิทธิพลต่อหัวใจล้นพ้น ไปรยาถอนใจเบาบางทรุดนั่งลงข้างๆ มองปราดยังใบหน้าโทรม ผมเผ้ายุ่งเหยิงอย่างชั่งใจ

ใครจะรู้เท่าทันน้ำเมาพวกนั้นเล่า หากรู้จะดื่มกันไหมถ้าคนดื่มเห็นสภาพย่ำแย่ เมาเป๋ไม่เป็นผู้เป็นคนของตนเอง

สองนาฬิกาของคืนวานเป็นเวลาดึกดื่นที่หญิงสาวอาชีพแม่พิมพ์ของชาติอย่างไปรยาไม่ควรไปนั่งอยู่ตามผับตามบาร์ แต่ครั้งนี้สุดวิสัยยิ่งต้นอ้อไม่อาจทิ้งธนภูมิไว้ในสภาพเมาแอ๋ตามลำพัง แววตาตำหนิของไปรยาส่งให้สีหน้าของเขาไม่ดีนักยิ่งย้อนคิดเหตุการณ์ ทุกอย่างไม่ควรเกิดแต่เขาสติแตกเพราะอกหัก แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ก็ช่วยดูแลประคบประหงม

มันน่าระอายไหม นายภูมิเอ้ย...’ ใบหน้าคมเข้มร้อนผ่าว รีบค้อมศีรษะทุยหงึกๆ ให้ไปรยา แววตาสำนึกผิดเอ่อท้น

ผมขอโทษครับที่รบกวนคุณต้นอ้อ ผมไม่น่าดื่มหนักขนาดนั้น ผม...” อีกหลายอย่างที่ธนภูมิจะพรั่งพรู ทว่าไปรยายับยั้งไว้เสียก่อน

อย่าพูดเรื่องที่ผ่านไปแล้วเลยค่ะเราแก้ไขมันไม่ได้หรอก กับแค่ผู้ชายเมาคนหนึ่งฉันจัดการได้ ฉันดูแลนักเรียนทะโมนตั้งเกือบห้าสิบคน คุณคนเดียวแค่นี้สบายค่ะ” เพื่อความสบายใจหญิงสาวบอกพร้อมรอยยิ้มสวย นับเป็นภาพประทับใจต่อสายตาคนเพิ่งอกหัก คนเพิ่งสร่างเมาอย่างธนภูมิ ทั้งที่อยู่ใกล้ๆ ไปมาหาสู่กับไปรยาบ่อยครั้ง ชายหนุ่มกลับไม่เคยมองเห็นรอยยิ้มหวานละมุน ไม่เคยรู้สึกว่าตรึงความรู้สึกได้น่ามองเท่านี้ เขาพลาดอะไรไปหรือ...

ผมไม่ใช่นักเรียนของคุณครูต้นอ้อนะครับ แต่ก็ขอบคุณคุณมากจริงๆ” คำขอบคุณยังตอกย้ำพอๆ กับแววตาสำนึก

ต้นอ้อพยักหน้าน้อยๆ จับจ้องใบหน้าคมของคนเมาค้างแล้วผุดลุกขึ้น ตอนนี้หล่อนไม่ห่วงชายหนุ่มตรงหน้านักแต่ห่วงอรอินทุ์มากกว่า พิรภพจะปฏิบัติต่อเจ้าสาวของเขาอย่างไร เรียวคิ้วโค้งสวยขมวดตัวยามคาดคะเน

คุณภูมิว่ายัยบัวจะเป็นยังไงบ้าง นาย เอ่อ พี่ชายคุณน่ะจะทำยังไงกับเพื่อนฉัน” เขาส่ายหน้า จนปัญญาจะตอบ

ผมเดาไม่ออกครับ แต่คุณใบบัวจะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนฤปนาถ ที่นั่นผมอาจช่วยเธอได้บ้างแต่ไม่รู้จะมากแค่ไหน”

ธนภูมิเอ่ยเบา ยังปรารถนาช่วยเหลือหากพิรภพกระทำย่ำยี หลงลืม...บัดนี้หญิงสาวเป็นสิทธิ์ขาดทั้งกาย ทั้งใจอย่างถูกต้องทุกประการของพิรภพ หากเขายื่นมือไปสอดหมายถึงแส่ ทั้งยังมีสิทธิ์ถูกตราหน้าว่า ชู้ หากสามีของหญิงสาวขึ้หึง ไปรยาซึ่งคิดไปไกลกว่าจึงส่ายหน้าไปมา

แต่ฉันว่าคุณเองก็ต้องระวังตัว สายตาของพี่ชายคุณไม่เป็นมิตรเลยตอนที่คุณเข้าใกล้ใบบัว แล้วก็อย่าลืมนะคะว่าเขามีสิทธิ์ในตัวใบบัวมากกว่าคุณ จะทำอะไรก็อย่าให้เพื่อนฉันเสื่อมเสียก็แล้วกัน” ท้ายๆ ประโยคตอกย้ำเสียงดุ ใบหน้าสวยคมเบือนไปหาจ้องมองธนภูมิไม่วางตาใบหน้าสวยเก๋รวบผมพร้อมขมวดปลายง่ายๆ ท่าทีทะมัดทะแมงในชุดอยู่บ้านยิ่งส่งให้ไปรยาปราดเปรียวแลเป็นสาวห้าวอย่างที่เขาคุ้นตา เดี๋ยวนี้ชายหนุมไม่ได้ตั้งแง่กับสาวเก่งกล้าอีกต่อไป จากการใกล้ชิดพิสูจน์แล้วหล่อนไม่ใช่ทอม ทว่าคล้ายเท่านั้น

เขาพยักหน้าหงึกๆ เป็นการตอบรับอย่างว่าง่าย ไปรยายิ้มพอใจ เท่านี้ปัญหาที่มีมากพอและไม่ต้องการพอกพูนทับถม พ้นสายตาของไปรยา ธนภูมิส่งแววตาเครียดขรึม ไม่แน่ใจนักว่าจะทำได้ดังปากว่าหากเห็นอรอินทุ์โดนทำร้าย หัวใจเขาคงไม่เป็นสุขหากต้องนิ่งเฉย แต่เพื่อความสบายใจเขาผงกศีรษะรับคำไปรยา


เพียงก้าวแรก...

หญิงสาวตกเป็นเป้าสายตาเคลื่อนที่ทันทีที่ก้าวออกมาจากห้องน้ำ ไม่ว่าจะย่างกรายไปทางซ้ายหรือขวาทุกก้าวถูกดวงตาคมกริบจับจ้องจนอึดอัด อรอินทุ์เม้มเรียวปากอิ่มเบือนสายตาหลบ แต่จะหนีพ้นหรือในเมื่อห้องกว้างพลันแคบ เมื่อมีพิรภพจับจองโซฟากลางห้องในท่าเอกเขนก นั่งกึ่งเอนกายไขว่ห้างในทิศทางที่เห็นหญิงสาวได้ชัด

เงอะเงิ่นจึงเป็นท่าทีที่อรอินทุ์เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนเขาส่งสายตาแวววาวมาที่เธอเขม็ง ร่างโปร่งเพรียวในชุดกระโปรงสีสวยสะบัดร้อนสะบัดหนาว อยากไล่ชายหนุ่มไปให้พ้นๆ หน้า ติดที่ทำได้เพียงมองดุๆ เข่นเขี้ยวในใจเท่านั้น

ให้ตายเถอะ อึดอัดแทบบ้าอยู่แล้ว’ บ่นงึมงำในลำคอ พลางกดดวงหน้าระเรื่อลงต่ำเพื่อหนีความกดดัน

อรอินทุ์ไม่คิดว่าการเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเจ้าของเรียวตาดุดุจเหยี่ยวจะพาตัวเองเคลื่อนมาหยุดเบื้องหลัง แผ่นหลังบอบบางปะทะเข้ากับแผงอกแข็งๆ ยามที่โอนเอน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดต้นคอระหง มือหนารั้งร่างอ้อนแอ้นหมุนตัวกลับมาประจันหน้าหล่อนตกใจจึงเสียหลัก คนจะล้มส่งเสียงหวีดร้องในลำคอเพราะหวิดจะหงายหลังพรืด ปากรูปกระจับห่อเข้าหากันเป่าลมเบาๆ ทว่าไม่ล้ม อรอินทุ์ยืนทื่อเมื่อถูกพิรภพเข้าคว้าร่างงามตรึงไว้แนบอก เขาผ่อนลมหายใจโล่งอกยาวๆ ไม่ยินดีหากอรอินทุ์จะได้แผลแต่เช้า ใบหน้าหล่อคมบึ้งตึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่

เกือบไปแล้วไหมล่ะอยากเจ็บตัวนักหรือไงใบบัว” เขาเอ็ดเมื่อหญิงสาวออกแรงดิ้นทันทีที่คืนสติ ก็หน้าผากมนห่างปลายคางคมสันแค่คืบ เป็นระยะไม่ปลอดภัยสำหรับเธอเอาเสียเลย

ก็ฉัน...ตอนนี้ไม่ล้มแล้วคุณก็ปล่อยสิ” อุบอิบ พิรภพกลับทำเฉยคล้ายลืมใบหูทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง ขณะอยู่กับคนดื้อต้องทำหูทวนลม เฉไฉเสียบ้าง ชายหนุ่มไม่สนใจคำพูดของอรอินทุ์แต่กลับตั้งคำถาม

            “คุณอยากกลับบ้านของเราหรือยัง?”

            ร่างโปร่งบางยังไม่หยุดขัดขืนทว่าเบาแรงลงเมื่อพิรภพเปลี่ยนเป็นกอดหลวมๆ เปิดโอกาสให้อรอินทุ์หายใจหายคอสะดวกขึ้นบ้าง ใบหน้าหวานกดต่ำก้มงุดกับคำว่าบ้านของเรา

เรา งั้นรึ! วินาทีนั้นคนฟังเงยดวงหน้าหวานขึ้นกะทันหัน ปลายจมูกโด่งเล็กจึงชนเข้ากับปลายคางของเขา อุ้ย!

            “ฉันอยากออกไปจากห้องนี้ ที่นี่อุดอู้” ไม่ได้การ! หล่อนหน้าแดงเถือก อรอินทุ์เอ็ดตัวเองที่เก็บคำของเขามาคิด

ตอบไม่ตรงคำถาม ห้องที่คุณว่าอุดอู้เป็นห้องสวีทแบบเอ๊กครูซีฟ แพงที่สุด สวยที่สุดของโรงแรมเรานะใบบัว” พูดคล้ายคำราม

ใช่ว่าสิ่งที่แพงที่สุด สวยที่สุดจะต้องดีเสมอไป มันไม่ใช่นิยามของทุกอย่างนี่ เมื่อกี้บอกว่าจะกลับก็ไปสักทีสิแล้วก็ช่วยปล่อยมือออกจากเอวฉันด้วย” อรอินทุ์ออกคำสั่งเสียงขุ่น ตวัดดวงตากลมโตค้อนใส่สามี

คำสั่งนั้นไม่ศักดิ์สิทธิ์เอาเสียเลยเพราะพิรภพไม่ใส่ใจ กลับกันเขากลับกระชับวงแขนแน่นขึ้น ชั่วอึดใจร่างบางก็ลอยหวือปลายเท้าไม่ติดพื้นพร้อมเสียงกรีดร้องตกใจ ร่างสูงใหญ่ไม่ยี่หระยังก้าวอาดๆ ไปทรุดตัวนั่งตรงโซฟาเดี่ยวแบบกระแทกกระทั้น วางร่างนุ่มนิ่มบนตักของตน ในลำคอเข่นเขี้ยวจนต้องข่มความหงุดหงิดท่ามกลางการต่อต้านของคนตัวเล็ก

ปล่อย! นายมันก็ดีแต่ใช้กำลัง” ตวาดแว้ด

ร่างแบบบางถูกพันธนาการด้วยกอด นั่งแหมะบนตักแข็งๆ ของชายหนุ่ม หล่อนหน้าเบ้ส่วนเจ้าของตักยิ้มเย็นราวกับสนุกนักกับการเห็นอาการพยศของคนเป็นภรรยา พึงพอใจกับการใกล้ชนิดไม่เหลือช่องว่างระหว่างผิวเนื้อนุ่มนิ่มกับร่างกายกำยำของตน

หึ สงสัยเราต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะใบบัว คุณกำลังดื้อและผมจะไม่ออกไปไหนทั้งนั้นจนกว่าคุณจะสงบลง คุณต้องนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าจะพูดจาดีๆ เพราะถ้าผมปล่อยคุณออกไปเดินเอ้อระเหยทั้งอย่างนี้ ผมคงอายที่มีภรรยาดื้อด้านพูดจาไม่น่ารักเอาซะเลย”

ก็ใครอยากน่ารักกับนายกันเล่า ปล่อยเซ่” หญิงสาวแงะมือหนาออกจากเอวของตน

พิรภพส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจ ไม่เพียงตำหนิด้วยสายตาดุๆ ชายหนุ่มยังรัดรึงวงแขนแน่นขึ้นจนร่างนุ่มร้อนอบอ้าวทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังทำงาน ร่างอ้อนแอ้นที่ปลิวไปตกอยู่บนตักแข็งๆ กดทับด้วยอ้อมกอดที่แปรสภาพเป็นปลอกเหล็ก อรอินทุ์ฮึดฮัดดิ้นขลุกขลักสุดตัวแล้วต้องหยุดชะงักเมื่อรู้ว่าอาจไม่เป็นผลดี

สะโพกกลมกลึงวางทาบหน้าขาแข็งแรง แม้จะอยู่ในภาวะปัดป้องดิ้นรนกลับก่อแรงปรารถนาให้ลุกโชนโดยไม่ได้ตั้งใจ อีกฝ่ายยอมรับว่าต้องระงับอารมณ์ที่ประทุโหมทีละน้อยๆ อย่างหนักจนใบหน้าคมเครียดขรึม อรอินทุ์หน้าซีดเผือดยามหัวใจเต้นระรัวแรงขึ้นทุกวินาทีที่ใกล้ชิด ลมร้อนๆ จากชายหนุ่มแผ้วผ่านดวงหน้าระเรื่อ ร่างบอบบางหยุดนิ่งพร้อมเหนื่อยหอบ หยุดก่อนที่อีกฝ่ายจะหยุดบางอย่างมิได้ พิรภพพ่นลมหายใจยาวเหยียดยามเบือนใบหน้าที่เริ่มร้อน กับนัยน์ตาพราวไปอีกทาง ปัดปลายคางแตะยังบ่าเนียนกดนิ่งแล้วหลับตาลง

อยู่เฉยๆ บ้างก็ได้ รู้ไหมคุณกำลังทำให้ผมร้อน...” สุ้มเสียงสั่นพร่าเรียกจังหวะหัวใจเต้นถี่ยิบแก่อรอินทุ์

จะทำอะไร!” เสียงหลง ไม่มีคำตอบจากเจ้าของเรียวตาสีเข้มที่เกิดแววหวามลึกล้น

เรือนร่างนุ่มนิ่มนิ่งเป็นศิลาถูกจัดท่าให้นั่งเผชิญหน้าคนที่กำลังกดข่มความพลุ่งพล่านในอก เรียวขาเพรียวพ้นกระโปรงที่สั้นเหนือเข่าพาดไปกับพนักวางแขนของโซฟาเดี่ยวที่ดูเล็กไปถนัดใจยามที่ต้องรองรับสองร่างที่ตระคองกอด ดวงหน้าหวานปานน้ำผึ้งอยู่ชิดแผ่นอกกว้างที่กำลังซ่องสุมความร้อน ร้อนระอุทั้งกายและใจ

ฉะฉันหยุดดิ้นแล้วนะ คุณอย่าทำอะไรฉันนะ” อุทธรณ์เสียงสั่น แววตาคมหวานตระหนกพร้อมเบือนหนี “แค่จูบ...”

พิรภพเอ่ยแผ่ว สั่นพร่าพร้อมโน้มใบหน้าหล่อคมปราศจากไรเคราสากๆ ปิดเรียวปากอุ่นด้วยจุมพิตโหยหา บดเบียดกลีบปากนุ่มอย่างมีชั้นเชิงก่อนเร่งเร้าให้อีกฝ่ายตอบรับอย่างช้าๆ คนที่ตั้งใจต่อต้านเมื่อครู่สูญเสียจุดยืนฉับพลันราวกับโดนครอบงำด้วยมนตรา อรอินทุ์มึนงงเผลอเผยอรูปปากรับปลายลิ้นร้อนๆ จนถูกซอนไซ้ ควานหาความหวานฉ่ำในโพรงปากอุ่น

คว้าง...หล่อนรู้สึกว่าตัวลอยจนวาบหวามแผ่นหลัง มือเรียวบางเย็นเฉียบจนต้องกุมยึดเสื้อยืดลื่นๆ ของชายหนุ่มเอาไว้ ไม่อาจควบคุมตนเอง พิรภพรับรู้ได้ว่าร่างอ้อนแอ้นปราศจากการดิ้นรน คนตัวเล็กอ่อนปวกเปียกในอ้อมแขนของเขา ดวงตากลมโตเบิกโพลงในคราแรกปิดสนิทดั่งต้องมายา คาถาที่เรียกว่าเพลิงปรารถนาจากพิรภพ เรียวตาคมเข้มแฝงรอยหวานปรือขึ้นเพียงปรายตามองดวงหน้าร้อนผ่าวของอรอินทุ์ มือหนาเคลื่อนไปทำหน้าที่กดปลายคางมนตรึงกับที่อย่างอ่อนโยน

ใบบัว ผมต้องการคุณ” ครางเบาแสนเบา เสียงแหบห้าวล่องลอย

ใบบัวเผลอยกแขนเรียวบางขึ้นโอบล้อมรอบต้นคอที่โน้มลงมาใกล้ หวั่นว่าร่างน้อยจะโบยบินจึงคล้องไว้แน่น พลันได้สัมผัสเส้นผมอ่อนนุ่มตรงท้ายทอยของชายหนุ่ม ปลายจมูกโด่งแตะชิดสูดความหอมจรุงหัวใจถ้วนทั่วทุกอณูจากดวงหน้าคมหวานเลยสู่ซอกคอระหง ผิวขาวผุดผาดโผล่พ้นชุดกระโปรงยั่วเย้าให้ฝากรอยเล็กๆ ไว้ทั่ว อรอินทุ์สะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือหนาเคลื่อนต่ำลูบไล้ยังแผ่นหลังบาง ไถลซุกซนมายังเนินอกสล้าง

อย่านะอย่าทำฉัน...” ครางประท้วงเมื่อสติที่กระเจิดกระเจิงค่อยๆ กลับคืน ดวงตาสีน้ำตาลกระจ่างตื่นตระหนก แม้อารมณ์หวามไหวพัดพากระแสความต้องการปริ่มล้น ทว่าสติยังหลงเหลือที่จะขอร้องเสียงแผ่ว

ร่างกายไม่ใช่ของเรา จิตใจยิ่งไม่ใช่ยามถูกกระพือโหมด้วยพายุรัก พิรภพเงยใบหน้าจากผิวนุ่มเนียน ดวงตาฉ่ำหวานทอดมองร่างในอ้อมแขนค่อยๆ หยุดแสงระยิบระยับอย่างยากเย็น กายร้อนทอนลงเป็นอุ่นและเข้าสู่ภาวะปกติในที่สุด ในขณะที่ร่างงดงามอวดไหล่เนียนอีกทั้งบราตัวน้อยยังหลุดร่นด้วยฝีมือนักล่าชั้นเอกจนหนาวสะท้าน ชุดสวยเกือบปลิวหลุดจากเรือนร่างหากไม่มีเสียงปรามที่สั่นพร่าพอกัน

เขาหยุดพร้อมกับถอนหายใจหนักหน่วง ตั้งสติแล้วจัดแจงรั้งชุดสวยให้เข้าที่ท่ามกลางความเขินอายของอรอินทุ์ เลือดอุ่นๆ สูบฉีดทั่วสรรพางค์กายสาว ฝากไว้ด้วยสีระเรื่อจัดตั้งแต่เนินอก ต้นคอระหงถึงดวงหน้ารูปไข่แม้ว่าพิรภพจะหยุดทุกการรุกรานแล้วก็ตาม

ก็ได้ ผมบอกแล้วว่าขอแค่จูบ” มือหนายื่นมาลูบดวงหน้าที่ยังเห่อแดงของภรรยาสาว แตะกลีบปากแดงช้ำเบามือ ก่อนจะยกร่างอรชรออกจากตัวส่งให้อรอินทุ์กลับไปหยัดยืนด้วยตัวเองทว่าโอนเอนจนยังต้องประคองไว้ พิษอารมณ์ยังคุกรุ่นยากดับ ไม่ง่ายเลยสำหรับหญิงสาวอ่อนประสบการณ์อย่างเธอ “เราจะกลับบ้านกันได้หรือยัง?” เขายิ้มจริงใจ คำถามเดิม...

กะกลับสิ” ละล่ำละลักตอบ “อืม..มม เดี๋ยวนี้” เขาพยักพเยิดเห็นด้วย

            ภายในห้องโดยสารกว้างเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องเสียงกับชุดลำโพง ทว่าชั่วโมงนี้รถคันหรูเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ ของคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลาใหม่ที่ตกอยู่ในภวังค์

คนหนึ่งใจลอยคว้าง ลมหายใจสะท้อนเข้าออกเป็นร่างงดงามข้างกาย เขาชำเลืองมองอย่างใส่ใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ ทุกอิริยาบทของอรอินทุ์สะกดใจจนไม่อาจละสายตา มือหนากุมพวงมาลัยมั่นทว่าหัวใจพันผูกต่อคนข้างกายอยากแนบชิด อีกคนนั่งกุมมือทั้งสองของตนเข้าหากัน คิดตำหนิตัวเองที่ไม่อาจปัดทิ้งภาพสนิทสิเน่หาเมื่อครู่ ร้ายกว่านั้นแทนที่จะรังเกียจทุกสัมผัสกลับปล่อยให้ชายหนุ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจได้

อรอินทุ์สะบัดใบหน้าแรงๆ แล้วนั่งจมกับความคิด ขุดค้นอคติที่เคยมีให้ก่อตัวกลับมาอีกครั้ง ปฏิญาณจะต้องไม่หลงติดไปกับบ่วงอารมณ์ที่พิรภพก่ออีกเป็นอันขาด

เกลียดสิ ใบบัว หัวใจเธอมีแต่คำนี้สำหรับผู้ชายคนนี้เท่านั้น’


ก่อนรถสปอร์ตสีดำปลาบจะเลี้ยวปราดผ่านประตูรั้วซึ่งติดป้ายสีไวท์เพิร์ลสลักชื่อ คฤหาสน์นฤปนาถ ด้วยตัวหนังสือแบบเอียง สะบัดตรงปลายแลอ่อนช้อย อรอินทุ์กลับมาสู่ภาพปัจจุบันกับบุรุษข้างกายที่ปั่นป่วนความรู้สึก ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ตัวคฤหาสน์ซึ่งตั้งตระหง่านรับสายตา พิรภพหยุดรออึดใจเด็กรับใช้วิ่งมาเปิดประตูรั้วขนาดใหญ่รับผู้เป็นนาย เขาเลี้ยวหัวผ่านสวนหย่อมกว้างซึ่งอุดมไปด้วยสีเขียวขจีกับมวลดอกไม้คงไว้ซึ่งความร่มรื่นสบายตา

ร่างเล็กบอบบางในชุดกระโปรงลายดอกไม้ยืนรอท่าตรงเสามุข กานต์พิชามายืนรอพิรภพกับพี่สะใภ้หลังรู้ว่าทั้งสองออกจากโรงแรมเดอร์ทรินิตี้แล้ว ชายหนุ่มชะลอพาหนะคันหรูถอยเข้าโรงจอดซึ่งมีรถหลากยี่ห้อรายเรียง แล้วเบือนซีกหน้าขรึมมาหาอรอินทุ์ รั้งไว้ก่อนที่หญิงสาวจะก้าวลงจากรถ

เดี๋ยว...”

            “
ผมขออะไรคุณสักอย่าง การแต่งงานของเราเป็นความหวังของน้องสาวผมที่อยากเห็นผมมีใครสักคนที่รักมาดูแล ยัยกานต์ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นและผมไม่ต้องการให้เธอรับรู้อะไรมากไปกว่ารักษาตัวกับหัวใจที่ย่อบยับ ที่ผ่านมามีเรื่องเลวร้ายมากพอแล้วคุณจะสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำให้น้องสาวผมไม่สบายใจ” น้ำเสียงที่พูดอาทรนัก แบบที่อรอินทุ์ไม่เคยได้ยิน นี่ใช่พิรภพคนป่าเถื่อนที่ลักพาหล่อนไปทำร้ายแน่ล่ะหรือ...

            “เท่านั้นหรือ...” เขาพยักหน้า ไม่มีเรื่องใดสำคัญไปกว่ากานต์พิชาอีกแล้ว อรอินทุ์นิ่งเงียบไปก่อนจะรวบรวมความกล้า

แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้อิสรภาพคืน เมื่อไหร่คุณจะละเว้นฉันกับครอบครัว?”

คำถามนั้นชวนให้สะอึก พิรภพแปรเรียวตาคมกลับมาในแบบที่ต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับดิน ไม่มีหรอกวันเวลาเหล่านั้นเขาแทบไม่เคยคิดอยู่ในหัวว่าเมื่อไหร่จะมอบอิสรภาพที่อรอินทุ์โหยหาให้หล่อน แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดมากล่าวอ้างเช่นกัน ความจริงก็คือเขากำลังโกหกคำโต กดดันให้หญิงสาวแต่งงานด้วยเพื่อปกป้องครอบครัวกับคนที่หล่อนรัก เมื่อใดที่หญิงสาวล่วงรู้ความจริง เมื่อนั้นคือจุดจบ

เมื่อผมคิดว่าสมควรคุณจะได้มันทันที อย่าเพิ่งเรียกร้องเลยเพิ่งจะก้าวเข้ามาในบ้านผมแท้ๆ ถ้าหากมันทำให้คุณกล้ำกลืนนักล่ะก็ คงต้องอดทนหน่อยเพราะมันอาจเป็นเดือน เป็นปี ยี่สิบปีก็เป็นได่ นั่นแล้วแต่ผมจะตัดสิน ลงไปได้แล้วใบบัว” เขาเปลี่ยนท่าทีรวดเร็ว ขุ่นมัวปุบปับเมื่อรู้หญิงสาวรอทุกลมหายใจเข้าออกเพื่อจากไป

ฉันต้องการรู้เพราะนั่นคือชีวิตของฉัน วันใดที่คุณมีจิตสำนึกมากพอว่าไม่ควรจ้องจองล้างจองผลาญกันเพราะการกระทำทุกอย่างจะเกิดผลสนองของมันอยู่แล้วเพียงแต่ช้าหรือเร็ว คุณไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์พิพากษาใคร แต่ที่ฉันยอมก็เพราะฉันต้องปกป้องคนที่ฉันรักเหมือนเหตุผลโง่ๆ ที่คุณทำกับฉันนั่นแหละ ฉะนั้นช่วยบอกให้ฉันรู้ด้วยเพราะฉันจะตั้งตานั่งนับ นอนนับรอคอยวันไปจากที่นี่ทุกวินาที” เสียงเยียบเย็นโต้ตอบ

ใบหน้าสวยเชิดขึ้นก่อนก้าวลงจากรถ ทิ้งพิรภพไว้กับความจริงว่า...เขาไม่มีวันแก้ไขเรื่องที่ผ่าน ไม่มีวันได้ใจของเธอคนนี้สินะ

พี่ภาม พี่บัวยินดีต้อนรับสู่บ้านนฤปนาถค่ะ” เจ้าของเสียงใสยิ้มหวานพลางเข้าไปจับจูงมืออรอินทุ์ โดยมีร่างสูงใหญ่ที่ปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วตามเข้าไปยังห้องรับแขก กานต์พิชามองพี่สะใภ้หน้าหวานอย่างชื่นชม พลอยยินดีไปกับพี่ชายที่เลือกคู่ชีวิตได้สมน้ำสมเนื้อ พิรภพนั่งลงตรงข้ามหญิงสาวทั้งสองที่กำลังทักทายกันและกัน กานต์พิชาดูตื่นเต้นและใส่ใจพี่สาวคนใหม่จนหลงลืมเขาไปบ้าง บูชิตถือโอกาสนั้นก้าวเข้ามาหยุดเบื้องหลังผงกศีรษะให้เจ้านายหนุ่ม สายตาของคนสนิทบ่งบอกทำให้พิรภพแยกตัวออกไปพูดคุย ทิ้งกานต์พิชากับอรอินทุ์ไว้

ดวงตาคมหวานหยุดนิ่งยังใบหน้าอ่อนใส นี่กระมังชนวนเหตุ...กานต์พิชา

น้องสาว ดวงใจหนึ่งเดียวที่ทำให้พิรภพกลายเป็นคนบาปหยาบช้า เพราะน้องสาวผู้เป็นที่รักโดนหักหาญน้ำใจโดยบิดาของเธอ เขาจึงคิดร้ายทำกับเธอบ้าง คิดมาถึงตรงนี้หัวใจสะท้านหวั่นไหว เวทนาเจ้าของดวงหน้าอ่อนเยาว์ กานต์พิชาอายุน้อยกว่าเธอด้วยซ้ำกลับโดนทำร้าย ร่างกายบอบบางเปื้อนเปรอะมลทิน หัวใจบอบช้ำแตกสลาย อรอินทุ์เข้าใจดีว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร เข้าใจถึงขั้วหัวใจว่าตราบาปนี้สลักลึกยากลบเลือน...

พิรภพจึงเอาคืนบิดาของเธอด้วยการกระทำป่าเถื่อนอย่างเดียวกัน แก้แค้นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อรอินทุ์กลืนก้อนแข็งๆ ให้ผ่านพ้นระทมทุกข์กับความรู้สึกนั้น รอยยิ้มอ่อนหวานประดับดวงหน้ากานต์พิชา หญิงสาวยื่นมือมากุมมือพี่สะใภ้เขย่าเบาๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายดูเหม่อลอย

กานต์เสียดายที่ไม่ได้ไปงานแต่งงานของพี่ชายกับพี่บัว วันนั้นอยู่ๆ ก็ไม่สบายค่ะ แถมกานต์ยังอยู่เมืองไทยอีกไม่นานเพราะกำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโท ไม่อย่างนั้นกานต์คงจะมีเวลาทำความรู้จักกับพี่บัวมากกว่านี้ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะกานต์เชื่อว่าคนที่พี่ภามเลือกมาต้องน่ารัก แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ พี่ภามโชคดีแล้วล่ะค่ะที่ได้พี่บัวเป็นคนรัก พี่บัวคะกานต์ฝากพี่ชายแสนเอาแต่ใจคนนี้ด้วยนะคะ” ฝากฝังพร้อมรอยยิ้ม

อรอินทุ์นิ่งไปยิ้มฝืนเฝื่อน ผงกศีรษะน้อยๆ ตามคำสัญญาที่มีต่อพิรภพ

กระนั้นยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังค้างคาใจ...


            ดวงหน้าเผือดขาวอย่างคนไม่แข็งแรงนัก ดวงตาสีเข้มที่บางคราหม่นเศร้าของกานต์พิชาฉุดให้อรอินทุ์อยากค้นหา เพราะบิดาของเธอทั้ง
หมด เขาทำอะไรต่อหญิงสาวผู้อ่อนแอคนนี้บ้าง ทำไมจึงใจร้ายใจดำเช่นนี้ เรียวปากบอบบางกำลังขยับด้วยคิดเร็วทำเร็ว ทว่าต้องยับยั้งไว้เสียก่อน ต้องไม่ใช่วันแรกที่มาถึงที่นี่

            อรอินทุ์บอกตัวเองยังมีเวลาสามสิบวันที่เหลือ จะถามกานต์พิชาโดยไม่ทำให้สะกิดแผลใจที่กลบลึกนั่น หากทุกอย่างกระจ่างอรอินทุ์จะยอมรับวิบากกรรมที่เกิดขึ้นโดยไม่อิดออด หล่อนจะชดใช้ให้เท่าเทียม อีกด้านที่อรอินทุ์ไม่ได้คิดไปถึงเลย นั่นก็คือหากปราศจากการกระทำร้ายๆ ของอรรถ บิดาของหล่อนบริสุทธิ์เล่า จึงไม่มีใครล่วงรู้ว่าเมื่อความจริงเปิดเผย สัมพันธภาพหลอกลวงของพิรภพกับอรอินทุ์จะเป็นเช่นไร เมื่อไม่มีความลับใดยั่งยืน ในโลกใบนี้
...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

588 ความคิดเห็น

  1. #479 boubou77 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 04:27
    ชอบคุณภามอยู่อย่างนึงนะ เอ้อ แต่อันที่จริงก็หลายอย่างอยู่เหมือนกัน จริงจังขึงขังดีกับความรักของตนดี 
    แล้วประเภทที่ว่า เมื่อรู้ตัวว่าผิดหรือยอมให้น้องให้เพื่อน อันนั้นไม่ค่อยชอบซักเท่าไร ว่าม่ะคนเขียน คิกๆๆ
    #479
    0
  2. #254 minkkiez (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มกราคม 2553 / 09:54
    ต้นอ้อก็พูดได้แบบคนไม่มีปัญหานะคะ
    ถ้าเป็นฉัน ไม่มีทาง แหมคุณภูมิ ทีตัวเองยังไม่มีปัญญากล้าแย่งกล้าช่วยเล้ยยย
    ทำเป็นเห็นดีเห็นงามอยากให้ใบบัวคิดแบบนั้น
    แล้วใบบัวเค้ามีทางอื่นให้เลือกเหรอคะ เป็นมิ้งมิ้งก็ต้องแต่งง่ะ
    ไหนๆ ก็ไหนๆ เสียก็เสียไปแล้ว ดีกว่าเสียฟรีแล้วก็ยังช่วยคนที่เรารักได้ด้วย
    ของแบบนี้มันต้องลองเสียงดูค่ะ เผื่อว่าจะชนะทีหลังยังดีกว่านะคะ
    #254
    0
  3. #178 naowarat_epp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 23:03
    สงสารใบบัวโดนบังคับแบบนี้ ตัวเองไม่ได้ทำแต่ต้องมารับผลกรรมที่ไม่ได้ก่อ
    นายภามแบบว่าน่าเกลียดมากมายเลยค่ะ
    #178
    0
  4. #177 jeabarpa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 19:57

    รออัพจ๊ะ

    #177
    0
  5. #176 jeabarpa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 19:57

    รออัพจ๊ะ

    #176
    0
  6. #174 angko (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 16:26
    พระเอกร้ายมากกกกก



    ไรท์เตอร์คะเห็นแก่ที่เราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน



    ตอนนางเอกเอาคืนพระเอกช่วยจัดหนักๆ เลยได้มั้ยคะ



    โดนกระทำฝ่ายเดียวทั้งที่ไม่ได้ผิดนี่ ไม่ไหวนะคะ >_
    #174
    0
  7. #173 sarapan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 12:10
    เมื่อไหร่รู้ความจริงล่ะก็ ไม่อยากจะคิด
    #173
    0
  8. #171 minmin_atom25 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 21:58
     เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆๆ  เลยนะค่ะ
    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ค่ะ
    #171
    0
  9. #170 kaekaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 21:51
    นั่นไงพระเอกรีบผูกมัดเข้าไว้ ถ้าใบบัวรู้ว่าความจริงว่าพ่อและตัวเองเป็นแพะ
    งานนี้คงสนุกเพราะพระเอกของเราหลงรักเค้าเต็มๆ
    #170
    0
  10. #169 kay-demonjung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 21:42

    แบบว่า

    แรกๆก็โอกะพระเอกนะ

    หลังๆเริ่มรับนิสัยกะความคิดมันไม่ได้ละ

    (-..-)

    หันไปเชียร์คุณภูมิดีกว่าหุ้ย

    #169
    0
  11. #168 เป็ด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 20:53
    รอคร้า กำลังหนุก
    #168
    0
  12. #167 keylynn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 12:47
    Happy new Year ค่ะ

    p.s.

    ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเม้น แต่โหวทให้ทุกตอนนะเนี่ย
    #167
    0
  13. #166 เป็ด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 11:08
    พระเอกชนะตลอด แต่ก็ชอบ
    #166
    0
  14. #165 annanz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 10:31
    พระเอกเราเจ้าเล่ห์ ร้ายสุด ๆ

    แต่ก็ชอบอ่ะ รออีกครึ่งนึงนะ

    มาเร็ว ๆ
    #165
    0
  15. #164 jeabarpa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 01:02

    รออ่านต่อค่ะ

    #164
    0
  16. #163 kay-demonjung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 00:57

    อ๊ากกก ก 

    บีบคั้นหัวใจมาก 

    สงสารหนูใบบัว

    สงสารคุณภูมิด้วย

    อิตาภามนะ รักเค้าก็ไม่รู้จักแสดงออกให้ถูกๆ โดนเกลียดเลย สมน้ำหน้า

    #163
    0
  17. #162 linly (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2553 / 22:58
    รออ่านอีก 50%
    #162
    0
  18. #161 jazz4946 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2553 / 22:34
    รักเขาแต่แสดงออกอีกอย่างหนึ่ง
    ไม่เข้าใจคุณภามเลย
    #161
    0
  19. #160 sweethong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2553 / 22:21
    สงสารใบบัวสุดๆๆ

    มะไหร่ภามจะหยุดทำร้ายใบบัวซักที
    #160
    0