เล่ห์มาร (ตีพิมพ์สนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 12 : ตอน 10 พิษเสน่หา < Re run 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 เม.ย. 55

ตอน 10

พิษสิเน่หา

            คนคุมเกมคือ เขา

            ส่วนคนใต้ร่างเป็นแค่หุ่นเชิดชักที่ต้องโอนอ่อนต่ออำนาจกับพละกำลังฮึกเหิมที่เหนือกว่า เท่านั้นหรือกฎเกณฑ์มนุษย์ที่ผู้อ่อนแอกว่าต้องตกเป็นเหยื่อ อย่างเช่นที่หญิงสาวเป็น...

            อรอินทุ์สะท้อนในอก ไม่อาจหลีกหนีพิษสิเน่หาที่พิรภพสร้างขึ้น หัวใจดวงน้อยจำนนต่อฤทธิ์พิศวาสแห่งจุมพิตหลอมละลายที่ลิดรอนจนร่างบอบบางอ่อนปวกเปียกในวงแขน แรงต่อต้านลดน้อยถอยลงจนนิ่งสนิทราวตุ๊กตาน่ารัก ปล่อยชายหนุ่มฉกฉวยอย่างย่ามใจ พิรภพกดริมฝีปากยังเรียวปากรูปกระจับแดงฉ่ำ จากรุกรานรุนแรงเปลี่ยนเป็นซ่อนรอยหวานซอนไซ้ อ่อนโยนทุกขณะจนหญิงสาวไร้ประสบการณ์ไม่อาจปฏิเสธ ท่อนแขนแกร่งยันขึ้น โหย่งตัวออกห่างจากร่างน้อยที่กระเพื่อมไหวเพราะแรงหายใจ หากไม่หยุดยั้งเสียตอนนี้อาจห้ามใจไม่ทัน ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะนัก

            สติยังยื้อยุดที่จะไม่ล่วงเกินอรอินทุ์ในห้องทำงานซึ่งเลขาฯ กับคนสนิทเข้าออกพลุกพล่าน หญิงสาวจึงรอดพ้นเงื้อมือมารเมื่อพิรภพดึงร่างไร้เรี่ยวแรงขึ้นนั่งเห็นชัดว่าอรอินทุ์อยู่ในอาการมึนงง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดขึ้นตรงมุมปากแล้วโน้มไปจูบขมับเรียกสติหญิงสาว อีกฝ่ายหน้ายุ่งเมื่อโดนขโมยจูบอีกครา ตามมาด้วยสีแดงก่ำโลมเลียทั่วใบหน้าไล่ไปถึงลำคอกับเนินอกสล้าง ชายกระโปรงชุดแส็กถูกดึงรั้งลงปิดต้นขาขาวเนียนหลบสายตาคมวับของเขาพร้อมตวัดค้อนใส่ด้วยความอาย

            “โทษฐานที่คุณละเมิดคำสั่งของผม กล้าไปอยู่กับไอ้ภูมิสองต่อสอง” สิ้นน้ำเสียงห้าวห้วน จูบร้อนๆ ก็ประพรมลงยังแก้มนวลตรงองศาพอดิบพอดี อรอินทุ์หน้าร้อนวาบใส่หัวขโมยมือไว กำลังจะอ้าปากถกเถียงก็ต้องค้างไว้

            “และนี่สำหรับความผิดมหันต์ที่คุณเอ่ยชื่อผู้ชายคนอื่นต่อหน้าผม จำเอาไว้ว่าผมไม่ชอบและสั่งห้ามคุณทำอีก เด็ดขาด!” เสียงกร้าวข่มขวัญ หญิงสาวหน้าเหวอไม่รู้ว่าจะโดนอะไรอีก คำตอบก็คือ...

            พิรภพโน้มลงไปชิดลำคอระหง จงใจฝังคิสมาร์กตีตราแก่ผู้หญิงของเขา อรอินทุ์ผลักไสอกกว้างแต่ช้าไปความรู้สึกร้อนๆ เกิดขึ้นที่ต้นคอเมื่อรอยแดงเป็นจ้ำเล็กๆ ผุดขึ้น มือเรียวบางยกขึ้นคลำสัมผัสเมื่อครู่หน้าแดงซ่าน อีกฝ่ายเผยยิ้มพอใจ

            “บ้า! ทำอะไรของนาย ออกไปให้พ้นเลยนะ” อรอินทุ์แหวใส่ ใบหน้าร้อนผ่าวกับการแสดงความเป็นเจ้าของของเขา

            ร่างบางทะลึ่งพรวดลุกขึ้นจากโซฟากว้างที่ทำหน้าที่เตียงชั่วคราว แต่ถูกมือหนากดลงเช่นเดิมจนบ่าบอบบางแตะผิวสากๆ เย็นชืดของหนังบุโซฟา พิรภพจุปากปรามเบาๆ แววตาไหวระริกเมื่ออรอินทุ์ดูน่ารัก ยั่วยวนจนยากห้ามใจ

            “บ้าตรงไหนล่ะ ในเมื่อคุณผิดผมก็จะลงโทษในแบบของผม ผมเตือนคุณแล้วนี่จำเอาไว้ก็แล้วกันว่าอย่าให้ผมได้ยินชื่อพวกมันอีก ไม่ว่าจะเป็นไอ้ภูมิ ไอ้ราเมศหรือใครก็ตาม” เขาอ้างคำขู่เข็ญเอากับหล่อน บดกรามขณะพูด

            “หยุดทำอะไรบ้าๆ สักทีเถิดคุณพิรภพ วันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมคุณถึงทำแบบนี้ ฉันทำอะไรผิดหรือไปฆ่าใครตายหรือไงคุณถึงมาตัดสินชีวิตฉันด้วยวิธีนี้”

            อารมณ์ที่ขาดผึงส่งให้อรอินทุ์ผลักร่างกำยำออกเต็มแรง ได้ผลพอจะทำให้ชายหนุ่มที่คร่อมร่างเธออยู่ผงะแม้จะน้อยนิดเหลือเกินก็ตาม ใบหน้าคมเข้มปูดโปนเมื่อรอยกรามขบเข้าหากันแน่น อย่ามีใครบังอาจมาแตะแผลเก่าเพราะพร้อมจะปริ เลือดไหลซึมได้ทุกครั้ง เจ็บที่กานต์พิชาได้รับสร้างรอยบากบาดหมางต่อพิรภพกับอรรถลึกและฉกรรจ์นัก เขาตวัดเรียวตาคมวับมาหา

            “ถ้าอีกฝ่ายตายไปเลยผมอาจไม่ทำกับคุณอยางนี้ เพราะคุณต้องตายตกตามไปแต่เพราะไม่ตายนี่สิ วิธีการเอาคืนของผมเลยซับซ้อนหน่อยแต่รับรองว่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่พ่อคุณทำกับน้องสาวผมหรอก” รอยยิ้มแสยะเหยียดหยัน หากอรอินทุ์อยากรู้ หล่อนก็จะได้รู้...

            “พ่อของฉัน!” อรอินทุ์อุทานเบา ดวงตาสีอ่อนเบิกกว้าง

            “ใช่ ฉะนั้นที่คุณต้องเจอเป็นแค่เศษเสี้ยวที่ผมจะเอาคืน ความเลวที่พ่อคุณทำกับน้องสาวผมจนป่นปี้ จากนี้ไปยังมีเรื่องสนุกอีกเยอะมาคอยดูความย่อยยับ ล้มละลายของพ่อคุณอย่ากะพริบตาเชียวล่ะเพราะคุณจะพลาดเห็นความพินาศที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ววันนี้” เสียงนั้นเยียบเย็นประหนึ่งไร้หัวใจ ไม่สะทกสะท้านต่อแววตาตระหนกของอรอินทุ์ เขาอาฆาตแค้นบิดาของเธอเพียงนี้ หญิงสาวอ้าปากค้าง...อึ้งไป ฝ่ามือเย็นเฉียบ

            “พ่อฉันไม่เคยทำร้ายใคร ไม่มีทาง!” คนเป็นลูกเถียงแทน ให้อย่างไรยังเชื่อพ่อไม่ผิด ยิ่งเป็นการฉุดโทสะร้อนๆ ของพิรภพให้โหมแรง

            “พ่อคุณมันเลวยิ่งกว่าสัตว์นรก มันทำลายน้องสาวผม” ตะคอกใส่จนหัวหูอีกฝ่ายอื้ออึง

            ‘เพี๊ยะ’

            มือเล็กสะบัดลงบนใบหน้าดุดันจนหันไปอีกทาง พิรภพหันกลับมาพร้อมรอยตาคมปลาบที่พร้อมเข่นฆ่า มือข้างที่ตบหน้าเขาถูกคว้าหมับ บิดข้อมือเปลี่ยนทิศจนอรอินทุ์ร้องโอ้ยเมื่อเขาไพล่ไปไว้ข้างหลัง ร่างเล็กถูกกระชากเข้าหาอกแกร่งจนอกนุ่มหยุ่นปะทะเสื้อสูทแข็งๆ ที่คิดจะปรานี เกรงคำครหาว่าผิดที่ผิดทาง ความไม่เหมาะทุกประการมลายหายวับ ที่นี่ก็ที่นี่!

            พิรภพคำรามเหี้ยมเกรียมยามกดใบหน้าลงต่ำยังเนินอกสล้างจนอรอินทุ์สะดุ้งสะท้าน หล่อนจะต้องรู้สำนึกเสียบ้างที่กล้าลองดีกับเขา

            ชายหนุ่มโน้มตัวไปกดปิดเรียวปากที่พร้อมเผยอบริภาษ กระทบแรงยังกลีบปากอ่อนนุ่มจนช้ำห้อเลือด จาบจ้วงรุนแรง บีบบังคับให้อีกฝ่ายเผยอรับปลายลิ้นร้อนที่ซอนแทรก ร่างบางดิ้นรนขลุกขลักติดตรงถูกพันธนาการแขนเรียวบางทั้งสองไพล่ติดแผ่นหลังโดนยึดไว้ด้วยมือเดียวจึงไม่มีการต่อสู้ใดๆ นอกจากเสียงฮึดฮัดในลำคอระหงกับทางน้ำตา

            ‘กรี๊ด...ดด’

            แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดจนดวงตาปรือกว้างเมื่อมือหนากระชากชุดแส็กออกพ้นไหล่เนียนเผยผิวเนื้อสาว เสียงกรีดร้องไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทของพิรภพเมื่อความโกรธอยู่เหนือทุกสิ่ง เรียวตาคมกริบมาดหมายจะทำร้ายทำลายอรอินทุ์ให้สาสมกับที่อรรถทำกับกานต์พิชา

            ก๊อกๆๆ

            เสียงเคาะดังถี่รัวจนชายหนุ่มโงศีรษะขึ้นจากซอกคอนุ่มเนียน ตาขวางใส่บานประตูที่บดบังผู้บุกรุกที่กล้าขัดจังหวะ เมื่อเสียงนั้นไม่มีทีท่าจะรามือ พิรภพสบถจำต้องยันกายหนากึ่งเปลือยช่วงบนออกห่างจากร่างขาวโพลนที่ถูกดึงทึ้งชุดแส็กออกจากตัวจนแทบขาดวิ่น นอนหายใจรวยระรินคาโซฟา เรือนผมสีเข้มสยายยุ่งเหยิงระไปกับเบาะกว้าง

            ชายหนุ่มชำเลืองมองดวงหน้าแดงก่ำของอรอินทุ์ก่อนผละไปอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเป็นอิสระหญิงสาวผุดลุก ลนลานดึงชุดแส็กที่ร่นไปอยู่ต่ำอวดเนินอก กับรั้งชายกระโปรงให้ปิดต้นขาเนียนขาว เสียงร้องไห้กระซิกดังก้องในหัวใจที่อาบท่วมไปด้วยหยาดน้ำตา หล่อนมองตามพิรภพที่ก้าวอาดๆ ราวกับจะไปหาเรื่องผู้ที่กล้าเข้ามาขัดอารมณ์ อรอินทุ์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หล่อนอายเกินกว่าจะให้ใครเห็น...ในสภาพนี้

            พิรภพยืนค้ำบานประตูสีน้ำตาลแก่ จ้องมองผู้มาเยือนด้วยแววตาตำหนิ

            “มีอะไรวะบูชิต?”

            น้ำเสียงกระด้างส่งให้คนสนิทรู้ เขามาผิดที่ผิดเวลาเสียแล้วจากสภาพยับยู่ของเสื้อเชิ้ตกับกางเกงที่แสนจะหมิ่นเหม่ของเจ้านาย บูชิตหลุบเปลือกตาลงต่ำไม่กล้ากวาดสายตาเข้าไปมองคนซึ่งอยู่ในห้องของผู้เป็นนาย

            น่าแปลก! เพราะไม่มีครั้งใดที่พิรภพจะใช้ห้องทำงานเป็นที่สำหรับกิจกรรมเช่นนี้

            “เอ่อ เรื่องๆ คุณ...” “อะไรวะอ้ำๆ อึ้งๆ แกอยากโดนดีใช่ไหมบูชิต” เขาตวาดหงุดหงิด

            “เรื่องคุณกานต์พิชาครับ ผมพบบางอย่างครับนาย”!!

            ประโยคนั้นทำให้สีหน้าของพิรภพเปลี่ยน ชื่อของผู้หญิงอีกคนทำให้ชายหนุ่มผลุนผลันตามบูชิตออกไป อรอินทุ์ได้ยินไม่ผิด กานต์พิชา ชื่อของผู้หญิงที่ทำให้พิรภพจากไปอย่างไปแยแส ทั้งๆ ที่เมื่อครู่เขายัง...

            เหตุใดอาการแปลบปลาบจึงเข้าเสียดแทงในอก ชนิดบาดยับโดยที่หญิงสาวไม่เข้าใจ น้ำตาที่ไหลนองเอ่อท้นเมื่อนั่งจมอยู่ในห้องนั้นเพียงลำพัง อรอินทุ์พยุงตัวลุกขึ้นเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดแจงกับสภาพอุจาดตาของตน ใบหน้าเรียวนองชุ่มไปด้วยน้ำตาแห่งความอ่อนแอ เรื่องที่พิรภพพูดหากบิดาของเธอทำผิดไว้ต่อน้องสาวของเขาจริง แล้วผิดอะไรที่เธอต้องชดใช้มันแทนหรือเพราะเป็นลูกสาว

            กระนั้นมันควรต้องจบเมื่อพิรภพได้ทุกอย่างที่เธอมี ทุกอย่างแล้วนอกจากชีวิต...

 

            มุมหนึ่งของล๊อบบี้ ร่างสูงโปร่งยืนรีๆ รอๆ อย่างกระวนกระวายใจจนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นอรอินทุ์ แววตากระตือรือร้นตื่นตัว

            เรียวตาสีเข้มของธนภูมิไม่คลาดไปจากร่างบอบบางของหญิงสาวที่ก้าวออกมาจากลิฟต์ช้าๆ เหลียวซ้ายแลขวา อรอินทุ์ข่มกายข่มใจให้เข้าที่ก่อนออกจากห้องของพิรภพลงมาชั้นล่าง หยุดยืนกลางล๊อบบี้โดยไม่เป็นที่สังเกต แม้เท้าเรียวบางภายใต้รองเท้าส้นสูงปรี๊ดที่ส่งให้หญิงสาวดูประเปรียวจะหยัดยืนไม่มั่นคงนัก แต่ไม่ย่อท้อที่จะออกไปให้พ้นจากโรงแรมแห่งนี้โดยเร็วที่สุด

            ขณะก้าวพ้นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หญิงสาวกลับถูกมือหนาคว้าข้อมือเหนี่ยวไว้จนร่างบางที่อ่อนแรงอยู่แล้วเซหลุน ธนภูมิดึงหญิงสาวเข้ามายังซอกมุมแคบๆ ซึ่งเป็นทางไปห้องน้ำแล้วกักตัวไว้ อรอินทุ์ตื่นกลัวจึงดิ้นประท้วงคิดว่าเป็นคนของพิรภพ “ช่วยด้ว...”

            “ผมเองครับคุณใบบัว” กระซิบเบา เมื่อเงยใบหน้าขึ้นพบว่าเป็นธนภูมิก็ยังไม่ยินยอมอยู่ใกล้ เขาก็ไม่ต่างไปจากพี่ชายที่โกหกหล่อนซ้ำซาก ทั้งหมดเป็นแผนการร้ายๆ ที่คนตระกูลนี้สร้างขึ้นเพื่อแก้แค้นให้น้องสาวของพวกเขาเท่านั้น ไม่มีมิตรภาพที่ธนภูมิเคยแสร้งทำกับหล่อนสักกระผีก

            “ปล่อยฉันนะคุณภูมิ” เสียงแข็งออกคำสั่ง แววตาเป็นมิตรถูกกลืนด้วยรอยชิงชัง ผิดหวังจนชายหนุ่มสลด

            “ฟังผมก่อนสิครับ ผมมาดีเมื่อเช้าที่ผมบอกคุณใบบัวว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกก็คือเรื่องนี้แหละเรื่องของพี่ภาม แต่ก็มาโดนตัดหน้าเสียก่อนพี่ภามต้องการให้คุณเข้าใจผิด ลองคิดดูดีๆ สิครับ” ธนภูมิอธิบายอย่างใจเย็น แม้คนในอ้อมกอดไม่เย็นตาม สีหน้าที่ดูไม่ดีนักของหญิงสาวทำให้เขายิ่งห่วง สองร่างยืนอิงแอบที่มุมหนึ่งเพื่อหลบสายตาลูกน้องของพิรภพ ร่างเล็กตกอยู่ในวงแขนกว้างอบอุ่น อรอินทุ์เชิดดวงหน้าซีดขาวราวกระดาษเปล่าขึ้นสบท้าทาย ไม่เชื่อง่ายๆ อีกแล้ว

            “ฉันควรเชื่อหรือคะในเมื่อที่ผ่านมามีแต่คำหลอกลวงพกลมทั้งนั้น” ประชดประชัน

            “ได้โปรดเชื่อผมสักครั้ง ครั้งเดียวเท่านั้น ผมจำเป็นต้องทำและทั้งหมดนี่ผมอยากให้ยุติแต่ผมขัดพี่ภามไม่ได้ ผมต้องการอธิบายทุกอย่างกับคุณนะใบบัว”

            ธนภูมิเอ่ยเสียงอ่อน บางอย่างในแววตาของเขาบ่งบอกว่าจริงใจ เขาสื่อออกมาและหญิงสาวรับรู้ได้ อรอินทุ์สงบสติพักหนึ่งก่อนมองธนภูมิตรงๆ อีกครั้ง “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้คะ” เอ่ยถามเสียงแผ่ว ทำไมเขาจึงกล้าเป็นศัตรูกับพิรภพ พี่ชายตนเอง

            “เพราะผมทรยศความรู้สึกของตัวเองไม่ได้น่ะสิครับ ต่อให้พี่ภามบังคับหรือฆ่าผมให้ตายผมก็คงทำร้ายคุณใบบัวไม่ได้” เสียงนุ่มเอ่ยจริงใจ แววตายิ่งสะสมความรู้สึกท่วมท้นจนอรอินทุ์ไม่กล้าตีความ เธอพยักหน้าน้อยๆ ดวงหน้าซีดเผือดเบือนมามองเขาตรงๆ แล้วค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุม แต่การยอมปล่อยมือของชายหนุ่มกลับทำให้ร่างบางเซซวด ทรุดลงทันที

            “คุณใบบัว”!!

            ร่างน้อยซบนิ่งตรงอกกว้าง สติหลุดลอยเพราะพบเจอเรื่องร้ายมามากเกินกว่าจะต้านทาน ธนภูมิก้มลงช้อนร่างอ้อนแอ้นทั้งที่ได้ยินคำขู่เข็ญของพี่ชายดังกร้าวในหัว ผู้หญิงที่พิรภพสุดหวงตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา

            จากนี้เขาต้องพบเจอโทษทัณฑ์อย่างไรบ้างต่อการละเมิดอยู่ใกล้อรอินทุ์ กระนั้นไม่ใช่เรื่องที่ธนภูมิหวาดกลัว เขาเลือกที่จะยืนเคียงข้างผู้หญิงตัวคนเดียวคนนี้ ต่อให้มีพิรภพอีกสักสิบคนกับบุญคุณล้นหัวเขาก็ต้องปกป้องอรอินทุ์จากเรื่องเลวร้ายพวกนี้ ในเมื่อหัวใจทำหน้าที่สั่งการเสียแล้ว

 

            “เอาโทรศัพท์ของนายมาให้ฉันทำไมบูชิต จะเล่นตลกอะไรวะ!” เสียงห้าวห้วนสะบัดใส่ เมื่อก้าวดุ่มๆ ตามบูชิตออกมากลับไม่ได้อะไรกระจ่างนักนอกจากลูกน้องหนุ่มยื่นโทรศัพท์มือถือของตนให้หลังจากกดต่อสายของใครคนหนึ่ง

            “คุณภามลองฟังดูเองเถอะครับ” บอกอย่างสงบใจแล้วถอยไปยืนนิ่ง

            อีกฝ่ายกระฟัดกระเฟียดต่อคำพูดครึ่งๆ กลางๆ ของบูชิต ก่อนจะรับไปแนบหู ฟังเสียงรอสายพักใหญ่จนกระทั่งมีเสียงทุ้มรับสาย

            “ฮัลโหล ฮัลโหล นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ” ปลายสายสบถราวกับรู้ว่าใครเป็นฝ่ายโทรมา พิรภพขมวดแถบคิ้วหนาดกกับคำนั้น ปรายเรียวตาคมวาวไปยังบูชิตแล้วอดทนฟังต่อ

            “ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าโทรมาอีก จะรังควานกันไปถึงไหน น่าจะรู้นะกานต์ว่าเรื่องของเราจบลงไปแล้ว” ราเมศเอ่ยเสียงเย็น

            เท่านั้น...รอยตาขมุกขมัวของพิรภพพลันวาบเรืองดั่งมีเพลิงลุกภายใน อีกฝ่ายเอ่ยชื่อของกานต์พิชา แล้วมันผู้นั้นเป็นใคร?

            “............” ฝ่ายที่ราเมศทึกทักเอาว่าเป็นกานต์พิชาเงียบกริบ มือหนากำโทรศัพท์มือถือเครื่องบางจนชื้นเหงื่อ จดจ่อต่อทุกประโยคถัดมา

            “คุณเข้าใจบ้างสิกานต์ เรื่องที่เราจะแต่งงานกันมันเป็นไปไม่ได้หรอก เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนี่ว่าผมมีคู่หมั้นที่คู่ควรอยู่แล้ว แล้วคุณเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะสมกับผม เลิกคิดตื้นๆ จะจับผมเสียเถอะเปล่าประโยชน์ แค่นี้นะผมต้องทำงาน” ราเมศเอ่ยเยาะก่อนจะกดตัดสายในทันที พิรภพหันกลับมาหาบูชิต ใบหน้าเครียดขึ้งจ้องมองคนสนิทที่รับหน้าที่ดูแลกานต์พิชาต้องการคำตอบทั้งหมด เดี๋ยวนี้!  

            “มันเป็นใคร?”

            เสียงฮึ่มๆ ครางเหี้ยมลอดลำคอหนา ลมหายใจของชายหนุ่มร้อนดุจไฟแผดเผาจนบูชิตอดขยาดมิได้ เขาเงยใบหน้าคมเข้มขึ้นมองผู้เป็นนาย คล้ายว่าเข้าใจความรู้สึกร้าวรานเมื่อได้ยินคำพูดของฝ่ายนั้น

            “ไอ้ราเมศ เจ้าของโรงแรมไอยรา เพิร์ลครับนาย” บูชิตเค้นเสียงด้วยความแค้น ตัวเขาเองเพิ่งจะรู้ความจริงเช่นกันว่าผู้ใดทำร้ายกานต์พิชา

            หลังจากหญิงสาวใช้โทรศัพท์มือถือของเขาติดต่อใครคนหนึ่ง ทุกครั้งเจ้านายสาวร้องไห้คร่ำครวญเมื่อใครคนนั้นไม่ไยดี จนในที่สุดบูชิตจึงลองโทรไปที่เบอร์นั้นจนได้ข้อมูลของนายราเมศ กลับไม่ใช่นายอรรถอย่างที่ควรจะเป็น

            เรื่องกลับตาลปัตรเมื่อราเมศเกี่ยวข้องลึกซึ้งกับกานต์พิชา ทำให้เขาต้องรีบรายงานเรื่องนี้กับพิรภพ

            “ไอ้ราเมศ...”

            ชื่อคู่หมั้นหนุ่มของอรอินทุ์ถูกเรียวปากหยักสวยขยับเอ่ย เขาเชื่อแน่ว่า มัน ผู้นี้เกี่ยวข้องกับที่กานต์พิชาโดนทำร้ายปางตาย แล้วนายอรรถล่ะ...

            ความคิดของพิรภพสะดุด ที่ฝังใจมาตลอดว่าอรรถเป็นคนลักพาตัวกานต์พิชาไปทำลาย เซฟเฮ้าส์ที่ประเทศฮ่องกงเป็นของพ่อค้าอัญมณีผู้นี้ บางอย่างในใจสะดุ้งวาบกับความคิด ภาพของอรอินทุ์พุ่งเข้ามารบกวน คงไม่ใช่ผิดตัวหรอกนะ!

            “นายได้เรื่องอะไรมาบ้าง?” เริ่มร้อนรน

            “ผมว่าเราตามผิดคนแล้วล่ะครับ ไอ้ราเมศเป็นคนพาคุณกานต์ไปฮ่องกง จากนั้นมันก็หลอกพาเธอไปขายให้โดยใช้เซฟเฮ้าส์ของนายอรรถซึ่งเป็นว่าที่พ่อตาบังหน้าทำเรื่องอุบาทว์ส่งต่อผู้หญิงที่นั่น มันหนีไปเมื่อเห็นว่าคุณหนูคิดฆ่าตัวตายเพราะกลัวความผิด”

            “คุณภามเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

            จบคำของบูชิต พิรภพรู้สึกหูอื้อราวถูกทุบที่ศีรษะด้วยก้อนอิฐหนักมหาศาลจนสะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงหัวใจ ใบหน้าของชายหนุ่มขาดสี เผือดซีดเมื่อสมองรวบรวมทุกคำพูดของบูชิตไปประมวล แน่แล้ว!

            คนที่เป็นเยี่ยงสัตว์นรก เลวระยำมิใช่ใครอื่นคือ เขา

            เรื่องหนึ่งกระจ่างแจ้งจนไขปมสงสัยให้คลี่คลาย อีกเรื่องหนึ่งกลับผุดปัญหาที่ยากหาทางออกจนขมับของผู้เป็นนายปวดตุบ พิรภพหยัดยืนขึ้นเต็มความสูงปล่อยหัวใจพุ่งทะยานไปยังห้องทำงานที่ซึ่งทิ้งอรอินทุ์เอาไว้ ฝันเฟื่องเหลือเกินว่าหญิงสาวจะยังอยู่ที่นั่น

 

            ร่างโปร่งเพรียวในชุดรัดกุมด้วยกางเกงผ้าแนบเนื้อสีดำสนิท สวมทับด้วยเสื้อยืดคอกลมสีอ่อนค่อนข้างหลวม พวงผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเก็บใต้หมวกแก็ปจนเปิดดวงหน้าเนียนขาวผุดผาด หากแต่แฝงไว้ด้วยรอยซีดเซียวของดวงตาคม บุปผายื่นมือไปลูบแก้มนายสาวเบาๆ ให้กำลังใจแทนคำพูด อรอินทุ์ฝืนยิ้มอ่อนพลางวางมือของตนแนบทับคล้ายจะบอกให้พี่เลี้ยงสาวคลายกังวล

            เมื่อใดที่พ้นไปจากที่นี่ ที่ที่มีพิรภพอยู่ทุกอย่างคงดีขึ้น กระเป๋าสัมภาระสองใบตั้งคู่ตรงปลายเตียง เมื่อเห็นว่าได้เวลาอรอินทุ์จึงลุกขึ้น บุปผายกกระเป๋าแล้วย่องเงียบกริบนำทางไปยังด้านหน้าคฤหาสน์ กวาดดวงตามองรอบๆ บริเวณดึกสงัดซึ่งปราศจากผู้คน อรรถกับลูกน้องออกไปข้างนอกเช่นทุกค่ำคืนที่บิดาต้องสังสรรค์กับหญิงงามทางจึงปลอดโปร่ง สองสาวพ่นลมหายใจโล่งอกเมื่อผ่านมาถึงลานหน้าบ้าน

            เบื้องหน้ารถยนต์คันหนึ่งจอดซุ่มอยู่นอกประตูรั้วกั้นสูงเหนือศีรษะ บุปผาหันไปมองนายสาวแปลกใจที่มีคนมารอรับ

            “เขาเป็นเพื่อนบัวเองค่ะ พี่บุปผาอย่าลืมเอาจดหมายนี่ให้ต้นอ้อแล้วฝากบอกคุณพ่อด้วยนะคะ”

            “ค่ะคุณหนู” พยักพเยิด

            “พอไปถึงแล้วคุณหนูโทรบอกบุปผาด้วยนะคะ คนทางนู้นจะรออยู่เขาเป็นน้องสาวของบุปผาเองค่ะชื่อ ช่อชบา” พี่เลี้ยงสาวฝากฝังอรอินทุ์กับน้องสาวฝาแฝดนามว่า ช่อชบา ซึ่งอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อรู้ปัญหาที่นายสาวกำลังเผชิญบุปผาจึงติดต่อน้องสาวเพื่อหาที่ทางให้อรอินทุ์ได้หลบร้อนไปพึ่งเย็น ที่นั่นเป็นบ้านป่ากลางเขาอยู่ห่างไกลคงยากที่จะมีใครสืบเสาะตามตัวเจอ

            อรอินทุ์พยักหน้าน้อยๆ ก่อนโผเข้ากอดบุปผาเสียแน่น น้ำตาซึมก่อนจะตัดใจผละห่างแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งเคียงข้างสารถีซึ่งเป็นชายหนุ่มรูปงาม ประตูรถปิดปังทันให้บุปผาได้เห็นซีกหน้าด้านข้างของเขาเท่านั้น

            “โชคดีนะคะคุณใบบัว” บุปผาโบกมือไหวๆ แล้วรีบสาวเท้ากลับเข้าบ้านล็อกประตูแน่นหนา ผ่อนลมหายใจเมื่ออรอินทุ์หนีไปจากความโหดร้ายนี่ได้ หล่อนเฝ้าภาวนาขอให้ความเลวร้ายพ่ายแพ้ต่อความดี อย่าให้คนดีๆ ต้องเป็นเหยื่อของคนเลวอย่างที่แล้วๆ มา

            หนุ่มสาวเลือกเดินทางในเวลากลางคืน ธนภูมิขับรถมารับอรอินทุ์มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นจึงปล่อยให้หญิงสาวได้พักผ่อน

            ร่างกายของอรอินทุ์อ่อนเพลียทำให้ชายหนุ่มเปิดเพลงเบาๆ เป็นเพื่อนแทนการชวนคุย ดวงตาสีเข้มเจือความอ่อนโยนเหลือบชำเลืองมองคนข้างกายเป็นระยะ เมื่อเบรกพักรถที่ปั้มน้ำมันก่อนถึงจังหวัดลำพูนยังเห็นผู้ร่วมทางหลับตาพริ้ม เขาลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศภายในรถพลางเอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมที่เบาะหลังมาคลุมทับร่างน้อยที่นั่งกึ่งนอน กอดอกมั่นหาความอุ่น

            เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดึงให้ชายหนุ่มสะดุ้งน้อยๆ ชื่อของพี่ชายขึ้นหรา วาบตามแสงของหน้าจอมือถือ ธนภูมิขยับตัวออกห่างจากที่นั่งคนขับกลั้นใจก่อนรับสายหลังปรับทั้งอารมณ์ น้ำเสียงให้เป็นปกติอย่างที่สุด

            “ครับพี่ภาม” กระนั้นยังตะกุกตะกักนิดๆ อีกฝ่ายเลิกแถบคิ้วหมายจับผิด

            “นายภูมิ นี่นายอยู่ที่ไหน?” คนถามเหลือบดูนาฬิกาข้อมือของตน ดึกดื่นแล้วแต่น้องชายตัวดียังไม่ถึงบ้าน หรือว่าจะอยู่กับ...ไม่น่าเป็นไปได้ในเมื่อเขาเพิ่งสะบั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ไม่มีทางที่อรอินทุ์จะยกโทษให้ธนภูมิง่ายๆ แน่ “ผมกำลังจะไปหาแม่ครับ”

            “ไปเกาะแสงจันทร์งั้นรึ ทำไมนายไม่บอกฉันก่อน” พิรภพแปลกใจ จู่ๆ ชายหนุ่มผู้น้องจะไปเกาะแสงจันทร์โดยไม่บอกกล่าว

            “ผมรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อยเลยออกมาขับรถเล่น ไปๆ มาๆ เลยไกลกว่าที่คิด มาถึงตอนนี้แล้วเลยตัดสินใจว่าจะหาที่พักนอกเมืองแล้วพรุ่งนี้จะไปเกาะแสงจันทร์เลยครับ” น้ำเสียงราบเรียบ แต่คนฟังยังกังขาประสาคนขี้ระแวง

            “อืม...งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นฝากความคิดถึงถึงแม่นุ่มด้วย” “ครับพี่ภาม” รับคำ

            ทันทีที่พิรภพวางสายจากธนภูมิจึงต่อโทรศัพท์ถึงแม่นมของเขาทันที ไม่มีอะไรเป็นพิรุธเมื่อแม่นุ่มบอกว่าลูกชายกำลังเดินทางไปหานางในวันรุ่งขึ้น ทุกคำพูดตรงกันทำให้พิรภพวางใจว่าไม่มีใครกล้าลอบกัดเขาโดยเฉพาะคนใกล้ชิดอย่างธนภูมิ

 

            ร่างสูงใหญ่ในชุดนอนสีเทาอ่อนทับด้วยเสื้อคลุมขนนุ่มสีน้ำทะเลก้าวออกไปสูดอากาศที่ระเบียงกว้างของคฤหาสน์ใหญ่ บรรยากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็น ลมที่พัดเบาสบายจนเส้นผมตัดสั้นเข้ารูปพลิ้วไหวทำให้ชายหนุ่มหลับตาลง ความเงียบทำให้จิตใจเร่าร้อนผ่อนคลายทีละน้อย เรื่องราวก่อนหน้าไหลวนราวกระแสน้ำเชี่ยวกราก ผลัดกันเกิดภาพชัดเจนในห้วงคิด

            ภาพของหญิงสาวรูปร่างแบบบางที่ถูกเขาฉุดกระชากลากถูขึ้นเรือแล้วพาไปที่เกาะแสงจันทร์อย่างไม่ปรานี ร่างกายอุ่นๆ ที่เขากกกอดแสดงความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อนในค่ำคืนนั้น ใบหน้าคมคร้ามสะบัดไปมาปัดไล่ความวูบไหวที่ก่อตัวสูงชันในหัวใจหนุ่ม นี่เขาเป็นอะไรไปนอกจากสำนึกผิดบาป ยังมีบางอย่างก่อกวนภายในใจจนว้าวุ่น

            “โธ่โว้ย! ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยวะ” สบถหงุดหงิด 

            แน่แก่ใจ...ความรู้สึกที่ว่าเรียกว่า หวงแหน และต้องการครอบครองหญิงสาว

            ก่อนหน้านี้ไม่มีสักครั้งที่คนอย่างพิรภพจะสั่นคลอนกับการกระทำของตนเอง เขามั่นใจว่าไม่เคยตัดสินใจผิด แต่ครั้งนี้ผิดพลาดมหันต์ซึ่งส่งผลมหาศาลต่อชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ในใจแกร่งกล้าร้อนรนเมื่อกลับไปที่ห้องทำงานแล้วไม่พบอรอินทุ์ ซ้ำยังได้รับรายงานจากบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมว่าธนภูมิเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับหญิงสาวที่โรงแรม หัวใจร้อนรุ่มถูกสั่งให้เย็นลงอย่างประหลาดและไม่กล้าออกฤทธิ์ออกเดชโดยการตามคนทั้งสองไป พิรภพกลับเข้าห้องทำงานขลุกตัวอยู่ในนั้นหลายชั่วโมง ใช้เวลากับการครุ่นคิดต่อการกระทำทั้งหมดที่สร้างด้วยน้ำมือของเขา

            หากเขาต้องการครอบครองอรอินทุ์จริงๆ ต้องทำอย่างไร ถ้าไม่ใช่แต่งงาน...

            คิดมาถึงตรงนี้แปลกใจตัวเองนัก ผู้ชายซึ่งเกลียดกลัวห่วงคล้องคอกับการติดแหง่กกับผู้หญิงเพียงคนเดียวทั้งชีวิตแบบพิรภพจะคิดได้ สละโสดไม่ใช่เรื่องที่ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์มีสิทธิ์เลือกอีกมากอย่างเขาจะคิด แต่เวลานี้กลับเป็นทางเลือกแรกที่พิรภพคิดออก ต้องการผูกมัดหญิงสาวไว้กับตัวด้วยการแต่งงาน นั่นล่ะจึงจะรั้งอรอินทุ์เอาไว้ได้ ใช่แล้ว...

            “พี่ชายคะยังไม่ง่วงอีกหรือคะ” เสียงหวานของน้องสาวเอ่ยเรียกจากเบื้องหลัง

            “พี่ออกมาเดินเล่นน่ะแล้วกานต์ล่ะ” พิรภพหมุนตัวกลับไปตามเสียงแล้วยื่นมือออกไปรับร่างเล็กบอบบางในชุดนอนแบบกระโปรงน่ารักมายืนเคียงคู่ ดวงหน้าหวานปนเศร้าฝืนยิ้มสวยพลางจับมือพี่ชายไว้เสียแน่น

            “ไม่ง่วงเลยค่ะพี่ภาม กานต์ชอบออกมายืนมองดาวแบบนี้ สวยนะคะสวยกว่าที่ไหนๆ”

            คนตัวเล็กเอ่ยเบาแหงนศีรษะคอตั้งบ่าเพื่อพินิจดาวเต็มฟากฟ้า พิรภพยิ้มอ่อนโยนแล้วกระชับร่างบางแนบอก เขาพยักหน้าน้อยๆ หลังจากสูญเสียบิดามารดาซึ่งเป็นเสาหลัก สองพี่น้องถูกปลูกฝังให้รักดูแลกันและกัน นั่นเป็นสัตย์สาบานที่ลูกชายคนโตของตระกูลรับปากต่อหน้ารูปของบุพการีในวันสุดท้าย แล้วมีหรือที่เขาจะทอดทิ้ง ละเลยไม่เอาคืนกับคนที่กล้าทำร้ายน้องสาวของเขาทั้งกายและใจ

            “ใช่จ๊ะสวยมาก นานแล้วนะที่พี่ไม่ได้เห็นน้องสาวพี่ยิ้มกว้างๆ แบบนี้สวยจัง พี่ไม่อยากให้กานต์เศร้าเลย เรื่องร้ายๆ พวกนั้นผ่านไปแล้วจากนี้พี่จะดูแลกานต์อย่างดี ขอให้เชื่อมั่นในตัวพี่นะจ๊ะ” ถ้อยคำถ่ายทอดแสนอ่อนโยนจนกานต์พิชาเต็มตื้น หล่อนพยักหน้าหงึกๆ

            พิรภพโอบกอดร่างบางแนบแน่น มือหนาลูบไล้เบาๆ บนผมยาวสลวย หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอปลายตาน้องสาว กานต์พิชาซบใบหน้ากับอกกว้างที่เมื่อใดก็อุ่นเสมอ เอื้อมแขนเรียวเล็กไปโอบรอบเอวหนาเอาไว้

            “กานต์ขอโทษนะคะพี่ภาม”

            กานต์พิชาพร่ำบอกในใจ ขอโทษต่อการกระทำอันโง่เขลา ขอโทษที่ทำให้พี่ชายเป็นห่วง กินไม่ได้นอนไม่หลับ และขอโทษที่หล่อนไม่อาจลืมชายผู้นั้นไปจากใจ

            ครั้งนั้นหล่อนไม่น่าโง่เง่าหลงเชื่อคำพูดแสนหวานของราเมศ หญิงสาวคบหากับชายหนุ่มไม่นานก็เกิดผูกพันลึกซึ้ง เชื่อมั่นว่าความรักครั้งนี้จะผลิบานกลายเป็นงานแต่งงาน ต่างจากชายหนุ่มที่คิดว่ากานต์พิชาเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาๆ ที่คบหาแล้วทิ้งขว้างง่ายๆ อย่างที่พบเจอทั่วไป แต่เมื่อไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะกานต์พิชาไม่ยอม อีกทั้งเขายังมีคู่หมั้นสาวกับภรรยาลับๆ อย่างยุวดีทำให้ตัดสินใจเขี่ยกานต์พิชาออกจากชีวิตด้วยการแลกเปลี่ยนหญิงสาวกับเงินจำนวนหนึ่งกับนักค้ามนุษย์ที่เขารู้จักในประเทศฮ่องกง ชายหนุ่มหลอกพาหญิงสาวไปที่นั่นแล้วคิดปล่อยเกาะ จบสิ้นความสัมพันธ์ของเขากับเธออย่างเลือดเย็น

            กานต์พิชาไม่เสียใจอะไรเท่าการที่ราเมศทิ้งเธอไว้ภายในเซฟเฮ้าส์ทั้งๆ ที่เห็นว่าเธอฆ่าตัวตาย เลือดแดงฉานหลั่งรินราวสายน้ำแต่ชายหนุ่มกลับยืนมองเฉยเมยแล้วเดินจาก กระนั้นหล่อนยังรักคนเลวๆ คนนั้นจนไม่ยอมปริปากบอกพี่ชาย ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองซีกหน้าขรึมๆ ของพิรภพอยากเอื้อนเอ่ยขอโทษที่ทำให้เขาเป็นห่วงนักหนา แต่ไม่กล้า...

            “พี่ภามขา กานต์อยากไปเรียนต่อปริญญาโท เพราะถึงจะอยู่เมืองไทยก็คงช่วยพี่ภามกับพี่ภูมิได้ไม่มากเพราะจบมาคนละสาย”

            “คิดดีแล้วหรือ พี่ไม่ห้ามหรอกนะแต่อยากให้กานต์แข็งแรงดีเสียก่อน” คนเป็นน้องพยักพเยิด เผยยิ้มจนเห็นผิวแก้มใสๆ อิ่มเอม

            “ค่ะแต่ขอให้มีบูชิตไปกับกานต์ด้วยนะคะ ตอนนี้อะไรๆ ก็ต้องอาศัยเขาค่ะกานต์ติดสบายจนเคยตัวแล้ว” เธอยิ้มกว้าง ความสดชื่นกับแววตาเกิดประกายสดใสยามที่เอ่ยถึงคนสนิทของเขาสะกิดใจพิรภพ แต่ชายหนุ่มยังนิ่งไว้ไม่ทำให้กระต่ายตื่นตูม

            “เอาอย่างนั้นหรือ ขอพี่ถามบูชิตก่อนนะการไปอยู่ต่างประเทศเป็นปีๆ ไม่รู้ว่าครอบครับเขาจะว่ายังไงน่ะสิ” พูดพลางปรายตามองปฏิกิริยาของกานต์พิชา แน่นอนว่าเกิดขึ้นทันควัน!

            “ครอบครัว!”

            “จ๊ะครอบครัว ถ้าเกิดบูชิตมีคนรักอยู่ที่นี่คงไม่สะดวก พี่จะจัดคนอื่นให้ไปดูแลกานต์แทน เรื่องนั้นกานต์ไม่ต้องห่วงหรอกนะ” ตอบอาทร

            พี่ชายบอกพลางยิ้มละมุน ต่างจากสีหน้าของกานต์พิชาที่ดูกระอักกระอ่วน หล่อนลืมไปสนิทใจว่าบูชิตอาจมีคนรักเป็นตัวเป็นตน ตลอดเวลาที่ผ่านมานับเดือนที่หล่อนยึดชายหนุ่มเป็นที่พึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้นหล่อนจะทำอย่างไรเล่า หัวใจที่นอนสงบนิ่งเพราะพิษบาดแผลที่ราเมศก่อกลับร้อนรนขึ้นมา กับบอดี้การ์ดของพี่ชายน่ะหรือ...กานต์พิชายังกังขาในความรู้สึกที่มี แต่แล้วก็รีบเปิดยิ้มกลบเกลื่อนกับพี่ชาย

            “ค่ะน้องแล้วแต่พี่ชาย” หญิงสาวเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มชายหนุ่ม จึงได้รับรอยยิ้มเอ็นดูตอบ

 

            “โธ่ ยัยบัว...”

            ไปรยาไล่สายตาไปตามตัวอักษรทุกตัวจากลายมือหวัดๆ ของเพื่อนสาว บุปผาให้คนมาส่งข่าวเรื่องนายสาวในเช้าวันรุ่งขึ้นตามคำสั่งของอรอินทุ์ แล้วจดหมายฉบับเดียวก็บอกเล่าทุกอย่าง

            สถานการณ์ปัจจุบันที่บ่งบอกในจดหมายไม่ได้ทำให้คุณครูสาวเบาใจขึ้น อรอินทุ์เดินทางไปกับธนภูมิซึ่งแท้จริงเป็นพี่น้องกับพิรภพชายผู้ซึ่งทำตัวเป็นโจรร้ายลักพาตัวอรอินทุ์ไป แม้ว่าชายหนุ่มจะแสดงความจริงใจจนอรอินทุ์เชื่อถือก็ตาม สำหรับไปรยาแล้วเธอไม่เชื่อทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าธนภูมิจริงใจ อาการห่วงเพื่อนจนเสียจริตส่งผลให้หญิงสาวเดินไปเดินมาในห้องนอนจนพื้นแทบสึกหลังอ่านจดหมายฉบับเดิมซ้ำไปซ้ำมา

            “ติดต่อทางมือถือก็ไม่ได้ ยัยใบบัวเอ้ย อยากให้เพื่อนอกแตกตายหรือยังไงกัน” บ่นงึม

            ข้อความบนกระดาษสีขาวระบุบอกไม่อาจติดต่อเพื่อนสาวได้จนกว่าอรอินทุ์จะพร้อม หญิงสาวต้องการตัดขาดจากโลกภายนอก ป้องกันทุกวิถีทางที่จะมีคนล่วงรู้ที่อยู่ของเธอ ไปรยาพ่นลมหายใจหนักหน่วงหงายตัวไปบนฟูกหนา ภาวนาให้เรื่องราวคลี่คลายเพื่ออรอินทุ์จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเดิมเสียที

            ทางด้านอรรถหลังจากทราบเรื่องจากบุปผาว่าอรอินทุ์เดินทางไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศจึงไม่ติดใจ นอกจากขัดใจที่ลูกสาวไม่ไปทำงานที่โรงแรมเดอร์ทรินิตี้ตามที่ตกลงไว้ คนเป็นพ่อลืมคิดห่วงใย หรือเอะใจใดๆ ในการหายตัวไปของลูกสาวแบบกะทันหัน อรรถยังคงใช้ชีวิตอย่างปกติในขณะที่ลูกสาวต้องระหกระเหินเพื่อหนี...

 

            เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยแสงนวลตาที่ลอดส่องเข้ามาทางแผงกระจกหน้ารถ อากาศหนาวเหน็บเพราะอุณหภูมิที่ลดต่ำต่างจากกรุงเทพฯ ลิบลับจนร่างบางสั่นน้อยๆ ใต้เสื้อคลุมตัวโต อรอินทุ์ปรือตามองไปรอบๆ พบว่ากำลังเอนตัวนอนที่เบาะหน้าตามลำพัง ส่วนธนภูมิยืนอยู่นอกรถซึ่งเป็นหน้าร้านค้าสะดวกซื้อที่เปิดคู่ไปกับปั้มน้ำมันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หญิงสาวขยี้ตาเพื่อปลุกตัวเอง แล้วปรับเบาะให้ตั้งตรงก่อนก้าวลงไปหาชายหนุ่ม

            “กาแฟร้อนๆ ครับ” เขายื่นแก้วกระดาษซึ่งมีควันกรุ่นๆ โชยหอม “ขอบคุณค่ะ เรามาถึงไหนแล้วคะคุณภูมิ”

            “จะเข้าเชียงใหม่แล้วครับ แต่กว่าจะถึงที่พักคงใกล้เที่ยง” ชายหนุ่มตอบ ธนภูมิขับรถโดยไม่เปลี่ยนมือทำให้เกิดอาการโรยๆ ในรอยตา อรอินทุ์นึกห่วงเพราะเธอได้นอนอย่างเต็มที่ตลอดคืนที่ชายหนุ่มบึ่งรถมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ตอนเช้าตรู่

            “คุณภูมิไม่ได้หยุดพักเลยทั้งคืนแล้วจะไหวหรือคะ เดี๋ยวต่อจากนี้ให้บัวขับนะคะ”

            “เอาอย่างนั้นหรือครับ ก็ดีเหมือนกัน” เขายิ้ม อีกฝ่ายพยักหน้ายืนยัน ก่อนที่ทั้งสองจะกลับขึ้นรถเพียงแต่สลับที่นั่งกัน

            รถยนต์เลี้ยวเข้าจอดที่หน้าบ้านพักหลังย่อม สร้างในรูปแบบรีสอร์ตโดยยึดที่มั่นตามแนวแม่น้ำกก ช่อชบา หญิงวัยกลางคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนกับบุปผาอย่างกับแกะออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บ้านของน้องสาวฝาแฝดของบุปผาสร้างเป็นสองชั้นด้วยไม้ทั้งหลัง ด้านนอกปลูกสร้างเป็นศาลาริมน้ำล้อมรอบด้วยดอกไม้พันธุ์ต่างๆ ถัดลงไปเป็นเขื่อนกั้นรักษาคันดินเมื่อถูกสายน้ำเชี่ยวกัดเซาะทุกวัน

            บรรยากาศที่นี่เงียบสงบ บริสุทธิ์ด้วยอากาศโล่งๆ ทำให้อรอินทุ์ดูสดชื่นขึ้นมาก

            “ชบาจัดห้องให้คุณหนูแล้วนะคะ โทรไปบอกพี่บุปผาด้วยแล้วค่ะว่าคุณหนูมาถึงแล้ว” ช่อชบารายงาน

            “ขอบคุณมากค่ะพี่ชบา” หญิงสาวยิ้มให้แล้วเข้าไปดูห้องนอนซึ่งอยู่ชั้นบนของบ้าน

            ธนภูมิปลีกตัวออกไปเดินสำรวจบริเวณรอบๆ ให้มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนที่จะทิ้งอรอินทุ์ไว้ที่นี่ กลางป่าเขาไกลผู้คนตามลำพัง หลังจากปล่อยให้ชายหนุ่มเดินเตร่ไม่นานอรอินทุ์ก็ตามไปสมทบ ร่างแบบบางหยุดยืนเบื้องหลังแผ่นหลังกว้าง แลสง่าผ่าเผยของชายหนุ่มที่เสนอตัวเป็นเพื่อนผู้ปกป้อง แววตาที่ทอดมองอาทรซึ้งในน้ำใจของเขา “คุณภูมิคะ”

            ร่างสูงโปร่งหมุนตัวกลับมามองสบดวงตาคู่สวยนิ่งนาน เขายิ้มจริงใจไม่ต่างไปจากวันแรกที่ได้พบที่เกาะแสงจันทร์ อรอินทุ์ยินยอมเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาเป็นคนดีต่างจากพี่ชายที่โทสะร้ายกาจ ทำร้ายผู้คนได้อย่างเลือดเย็นซึ่งครั้งหนึ่งธนภูมิเองก็โดนคนของพิรภพทำร้าย คนแบบนั้นทำได้ทุกอย่างจริงๆ กระทั่งพี่น้อง มือเรียวบางยื่นออกไปหาวางทับลงบนมือหนากุมจนอุ่น

            “บัวขอบคุณมากนะคะที่พาบัวมาถึงที่นี่ แล้วต่อจากนี้ล่ะคะเขาจะทำอะไรคุณภูมิหรือเปล่า?”

            อรอินทุ์ห่วงสวัสดิภาพของธนภูมิที่ยังต้องกลับไปผจญกับพิรภพ คนถูกห่วงกลับเปิดยิ้มกว้างโยกมือเบาๆ

            “ผมเอาตัวรอดได้ครับ นี่พี่ภามก็ไม่รู้หรอกว่าผมพาคุณใบบัวหนีมา คุณไม่ต้องห่วงหรอกครับอย่างน้อยๆ ผมก็เป็นน้องชายคนหนึ่งถ้าพี่ภามจะทำอะไรก็คงไม่หนักหนา ที่สำคัญผมทนได้” ปลายเสียงทุ้มหนักแน่น ไม่สะเทือนไปกับการกระทำของพี่ชายแต่แววตาของอรอินทุ์ยังกังวล 

            “คุณใบบัวต่างหากล่ะครับ ดูแลตัวเองดีๆ แล้วผมจะหาเวลามาเยี่ยมคุณเร็วๆ นี้”

            “ค่ะบัวคงจะปลอดภัยจาก...เรื่องเลวร้าย พ้นมาจากสภาพนั้นสักที และคงจะอยู่ที่นี่ไปอีกสักระยะหนึ่ง”

            “ครับ เอ้อ จะสิบเอ็ดโมงแล้วผมคงต้องออกเดินทางต่อเพราะต้องไปเกาะแสงจันทร์”

            “จะไม่พักก่อนหรือคะ คุณภูมิยังดูเพลียๆ อยู่เลย บัวว่า...”

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมต้องไปให้ถึงที่นั่นก่อนเย็นไม่อย่างนั้นจะเป็นที่สงสัย คุณใบบัวกลับเข้าไปในบ้านเถอะครับ ตรงนี้หนาวออก” สุ้มเสียงอาทรแว่วหวานจนผู้รับตื้นตัน ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมยีนออกจากตัวแล้ววางทับบนไหล่บอบบาง มือสัมผัสบ่าเนียนอย่างนุ่มนวล

            ความใกล้ชิดเมื่อครู่เร่งจังหวะหัวใจชายหนุ่มให้สั่นระรัว หญิงสาวแหงนเงยดวงหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานตอบแทน ยอมที่จะให้เขาจูงมือหล่อนกลับไปที่บ้านซึ่งมีช่อชบาจัดเตรียมอาหารไว้รอ เมื่อรับประทานอาหารมื้อเช้าเสร็จชายหนุ่มก็ออกเดินทางเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตตามที่บอกพิรภพไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

588 ความคิดเห็น

  1. #128 เดือนเพ็ง (@deuanpeng) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2552 / 05:00
    ขอให้สนุกนะคะดาลัน เที่ยวเผื่อด้วยแล้วกันนะคะ
    แล้วจะรอคุณดาลันกลับมาค่ะ
    #128
    0
  2. #125 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2552 / 21:12
    จ้า เก็บ บรรยากาศ มาฝากด้วยน้า
    #125
    0
  3. #124 เพชรรวี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2552 / 20:30
    แล้วหาโอกาสแวะลำปางอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนที่น้ำตกแจ้ช้อนก่อนกลับนะคะดาลัน
    #124
    0
  4. #122 ~sarin~ (@sarin0325) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2552 / 19:16

    เที่ยวให้สนุกนะคะ   ^^

    จะรอวันที่ 27 อย่างใจจดใจจ่อค่ะ 

    #122
    0