เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 8 : ธุลีในสายตา < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    19 มิ.ย. 52

          “นั่งสิ
กระแสเสียงห้าวๆ เอ่ยบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายที่เพิ่งก้าวเข้ามาภายในห้องประชุมยืนเก้ๆ กังๆ แล้วเอาแต่จับจ้องใบหน้าของเขาเขม็ง ณัฐมณจำอชิระได้แต่ตะขิดตะขวงใจที่จะเอ่ยทัก ส่วนเขาจำเธอได้ไหมไม่รู้ และจะโต้ตอบกลับด้วยการแสดงท่าว่าจำเธอได้ไหมนั้น อชิระคิดว่าไม่...ไม่จำเป็น
                ใบหน้าเคร่งขรึมปราศจากรอยยิ้มเป็นมิตรจ้องมองตอบ จนอีกฝ่ายต้องเบือนหลบสายตากล้าๆ นั่น สำหรับเขาแล้วนี่ไม่ใช่ช่วงเวลารื่นรมย์พอที่จะมานั่งทักทายคนซึ่งเคยพบกันแค่ผิวเผิน แม้ว่าต่อจากนี้ณัฐมณจะเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เป็นเลขานุการส่วนตัวให้เขาก็ตาม ร่างโปร่งเพรียวทรุดลงนั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มที่ส่งกระแสพราวเสน่ห์และอำนาจผ่านทางแววตาสีเทาเข้มคู่นั้น จนเธอประหม่าและวางสีหน้าไม่ถูก  
คุณชื่ออะไร?” คนที่ถูกถามเงยใบหน้าขึ้นสบ ดวงตาเศร้าปนซึ้งจ้องมองเขา
คำถามนั้นภาษาไทยชัดเจน! เรื่องที่คิดว่าอชิระเป็นใครคนนั้นเป็นอันต้องพับไป ณัฐมณบอกตัวเองอย่างนั้น เขาประกาศชัดว่าไม่รู้จักเธอมาก่อน
ดิฉันชื่อณัฐมณค่ะ ณัฐมณ บริบูรณ์วัฒน์
ผมชื่ออชิระ คุณจะมาทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ส่วนตัวให้ผมสินะ ยินดีที่ได้รู้จัก อชิระเอ่ยขึ้น พร้อมยื่นมือหนาออกมาสัมผัสเป็นการทักทายแบบสากล ส่วนภาษาไทยที่พูดชัดเจนจนน่าพิศวงทำเธอวางสีหน้าไปถูกไปชั่วขณะ ทั้งประหลาดใจ ทั้งประหม่าในคราเดียว
ยินดีค่ะ ดิฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ ณัฐมณเอ่ย เผยรอยยิ้มบางเชื่อแน่ว่าทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ระหว่างเขากับเธอ ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง
การที่ใครคนหนึ่งถูกลืมหน้า และกระทั่งชื่อเสียงเรียงนาม เป็นเพราะอะไร หรือว่าคนๆ นั้นไม่มีค่าที่จะจดจำ?
ณัฐมณเคยรู้สึกอย่างนั้นบ่อยครั้งกับคนในครอบครัว ระหว่างเธอกับณฐิกาผู้เป็นพี่สาว เธอมักอยู่ข้างหลังมารดาเดินตามท่าน ไม่ได้ถูกโอบกอดไว้หรือจูงมือให้เดินอย่างคนเป็นพี่ เรื่องคราวนี้ก็ไม่ต่างกันกระมัง หัวใจบางๆ เฝ้าปลอบประโลมตัวเอง
ถูกลืมเลือนอย่างง่ายดาย เพราะไม่สำคัญ  
คนที่อยู่ในห้วงคิดกลับคืนสู่ปัจจุบันด้วยอาการปลงได้ เรื่องที่ผ่านมาแล้วให้แล้วไปเถิด ความที่เป็นคนมองโลกในแง่ดีณัฐมณจึงปล่อยวางได้รวดเร็ว เขาจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่เขาเถิด เธอคงไปกะเกณฑ์ความรู้สึกของใครไม่ได้ บังคับให้ใครจดจำเธอให้ขึ้นใจไม่ได้  
ถึงแม้เรื่องนี้จะต่างกับเธอลิบลับที่จดจำอชิระได้แม่นยำ ตั้งแต่ครั้งที่ได้พบกันที่ปาย ทั้งที่อยู่ห่างกันคนละฝั่งโลกยังมีโอกาสบรรจบ ณ จุดเดียวกัน ส่วนความบังเอิญที่เหลือเธอเรียกมันว่าเหตุการณ์ที่จะพาหัวใจให้ตอกย้ำว่าอชิระมีตัวตนจริงๆ ณัฐมณไม่ได้ตั้งใจจะจดจำเสี้ยวหน้าคมเข้มของชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้ง แต่หัวใจกลับปัดลบภาพของเขาไม่ออก ช่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกของอชิระอย่างสิ้นเชิง ลืมและไร้ซึ่งการใส่ใจ ถือว่าหญิงสาวเป็นแค่มนุษย์ร่วมโลกคนหนึ่งที่พัดหลงมาในวังวนเดียวกันก็เท่านั้น
                การแนะนำตัว ทำความรู้จักของเจ้านายกับลูกน้องสาวจบลงในเวลาอันรวดเร็ว อชิระเหลือบมองดวงหน้าที่ครั้งหนึ่งนึกสนใจเพราะสวยหวาน แลนัยน์ตาเศร้าซึ้ง ก่อนหันไปสบตาวัชระ หมดธุระสักที
วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ของคุณไว้แล้วผมจะติดต่อกลับไป
อชิระเอ่ยเรียบๆ หลังจากจบบทสนทนาลง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทก็ผุดลุกขึ้นโดยไม่รั้งรอ คนถูกทิ้งสีหน้าเจื่อนจางในเมื่อตั้งใจมาเริ่มงานวันนี้ แต่ทุกอย่างกลับตาลปัด
คะ เอ่อ แล้วงานของดิฉันล่ะคะ?” สงสัย
แล้วผมจะติดต่อไปถ้าต้องการคุณ อชิระเอ่ยย้ำอีกครั้ง แลหงุดหงิดในแววตาจนณัฐมณไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก พูดจบร่างสูงสง่าพร้อมด้วยเหล่าบอดี้การ์ดก็ก้าวเร็วออกไปจากห้องประชุม ทิ้งไว้ก็แต่บุคคลซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ ณัฐมณพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่
แสดงว่าตอนนี้เขาไม่ต้องการเธอสินะ
ณัฐมณปลอบตัวเอง เธอนั่งอยู่ในห้องนั้นไม่นานจึงก้าวออกมา หมายจะถามไถ่ใครสักคนเรื่องงาน แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตูก็พบศรันยา หญิงสาวก้าวเข้ามานั่งแทนที่อชิระเมื่อครู่ พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบรูคส์ ผู้บริหารของเวลล์ กรุ๊ป หญิงสาวอยู่ในชุดสาวออฟฟิศ ท่าทางทะมัดทะแมงพร้อมเอ่ยแนะนำตัวเอง  
ดิฉันชื่อศรันยา เป็นเลขานุการของคุณบรูคส์ ท่านผู้บริหารที่เป็นผู้สัมภาษณ์คุณเมื่อวันก่อน นี่สัญญาการเป็นพนักงานที่นี่ อ่านดูก่อนสิคะ
ศรันยาทำหน้าที่ของเธอได้ไม่ขาดตกบกพร่อง เธอเอ่ยอธิบายเรื่องสวัสดิการของพนักงาน ค่าตอบแทนและอื่นๆ จิปาถะที่ณัฐมณอาจจำไม่ได้ทั้งหมดในเวลานี้ ติดก็ตรงที่ตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของรองผู้บริหาร เพราะแท้จริงแล้วณัฐมณสมัครเป็นนักโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างหาก
เอ้อ ดิฉันไม่แน่ใจเรื่องตำแหน่งน่ะค่ะ ไม่ตรงกับที่เรียนมา เลยอยากปรึกษาคุณศรันยา ณัฐมณเอ่ยนอบน้อม
กังวลหรือคะ ถ้าดิฉันเป็นคุณคงไม่ต้องคิดมาก งานที่คุณได้รับมอบหมายเป็นงานสำคัญ ท่าน เอ่อ ดิฉันหมายถึงคุณบรูคส์คงมองออกว่าคุณน่าจะทำได้ ถึงจะไม่ตรงกับที่เรียนมาดิฉันว่ามันท้าทายตัวเราเองมากเลยล่ะ คนพูดยิ้มพราย ตอนแรกคิดว่าใบหน้าสวยๆ นั่นจะดุเพราะแลดูนิ่งๆ แต่แท้จริงแล้วเวลาศรันยายิ้มเธอสวยและดูมีน้ำใจมาก
ค่ะ ขอบคุณที่แนะนำค่ะ คนตอบยิ้มบาง
ณัฐมณนิ่งคิด เธอเพิ่งจะจบใหม่ไม่มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเลือกทำงานอะไรก็ไม่ต่างเพราะทุกที่คือการเริ่มใหม่ เพียงแต่ถ้าได้ทำงานในสายที่เรียนมาก็คงง่ายหน่อย แต่สำหรับเวลานี้ที่กำลังถูกมารดากับณฐิกาทวงถามและคาดคั้นทุกครั้งที่พบหน้า ถ้ายังหางานทำไม่ได้เธอก็ต้องกลับไปทำงานให้ณฐิกา คิดเพียงแค่นั้นปลายปากกาหมึกซึมสีดำที่ศรันยาเตรียมมาก็ถูกจรดเซ็นลงบนกระดาษที่ร่างไว้อย่างละเอียดยิบ เธอยิ้มพอใจแล้วรับเอกสารนั้นกลับไปตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เป็นอันเสร็จธุระ
                ได้พบคุณอชิระแล้วใช่ไหมคะ ท่านเป็นเจ้านายโดยตรงของคุณณัฐมณ แต่จะบินไปๆ มาๆ ไทยกับอเมริกา ดูเข้าหน้ายากสักนิดแต่ไม่มีอะไรนะคะ แค่ท่านเป็นคนยิ้มน้อย ศรันยาเอ่ยพร้อมยิ้มสวย เธอออกตัวแทนเจ้านายคนรอง ซึ่งรู้กิตติศัพท์ดีว่า...ไม่ใช่น้อย ทั้งอารมณ์และความแปรปรวน
ณัฐมณพยักหน้ารับรู้ เธอพอจะซึมซาบได้อยู่หรอกว่าเข้าหน้ายากแค่ไหน ดูอย่างเมื่อกี้สิอาการประหม่า ตื่นเต้นผสมผเสจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ส่วนเป็นคนยิ้มน้อยนั่นเห็นท่าจะจริงเพราะน้อยครั้งที่ชายหนุ่มจะดูเบิกบาน ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่หญิงสาวได้เห็นคือที่ปายเท่านั้น
                ไม่เป็นไรหรอกเน็ท แบบนี้ต้องสู้กันสักตั้ง  คำปลอบใจดังขึ้นในห้วงลึกว่าเธอต้องทำได้
เดิมพันที่ตั้งไว้แลกกับการหมดอิสรภาพ กลับไปทำงานให้พี่สาว ณัฐมณเลือกอย่างแรกที่จะทำงานให้อชิระ ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสีย...
 
จริงป๊ะเน็ท ดีใจด้วย
เสียงเกษราโพล่งขึ้น เก็บอารมณ์ดีใจแทนเพื่อนไว้ไม่มิด อภิชาติซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ก็พลอยยิ้ม เพราะต่างรู้ดีว่าณัฐมณมุ่งมั่นหางานทำมากแค่ไหน หญิงสาวตอบรับกลับมาอีกครั้งด้วยเสียงอืม  เน้นย้ำว่าจริงเธอหางานทำได้แล้ว ตัวเธอเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกันว่าจะได้เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง...
บริษัทเวลล์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น
แล้วเริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะเน็ท นี่อ้นก็เพิ่งได้งานเหมือนกัน เหลือฉันนี่แหละลอยเท้งเต้ง เลือกที่เหมาะๆ ไม่ถูกใจสักที เกษราเอ่ยยาว ทั้งถามทั้งเล่าจนคนฟังอมยิ้ม เพราะเกษรามีบริษัทเสนอตัวให้เข้าทำงานผ่านทางอาจารย์ภาควิชา เรียกว่ามีทางเลือกและโอกาสที่มากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ
ยังเลย ก็รออยู่ว่าจะมีงานให้ทำเมื่อไหร่ เจ้านายของเน็ทเป็นพวกนินจาน่ะ แถมไปไหนมาไหนยังมีบอดี้การ์ดตามเป็นพรวน ปิ่นจำคนที่แอร์พอร์ตได้ไหมล่ะ คนนั้นแหละ ณัฐมณเล่าเรื่อยๆ เวลานี้ความกังวลแปรเป็นความภาคภูมิใจที่จะได้ทำงานในตำแหน่งที่ว่า เพราะคำพูดของศรันยาทีเดียว แต่คิดอย่างนี้แล้วสบายใจณัฐมณจึงหยิบยืมความคิดของพนักงานสาวรุ่นพี่มาใช้
หา! จริงๆ เหรอ เกษราทำตาโต เผลอคิดไปว่าโลกกลมซึ่งไม่ต่างไปจากที่ณัฐมณคิดนัก
ตาคนที่หล่อเข้าขั้นเทพ แต่ดูเย็นชาเหมือนศิลาอ่ะนะ เกษราเย้า เธอหัวเราะรื่นเสียงดังข้ามโต๊ะ
ดูพูดเข้าสิ ไปว่าเจ้านายเน็ทได้ยังไง รู้เปล่าพวกเลขาฯ พวกผู้ช่วยส่วนตัวอะไรอย่างนี้ ต้องเกาะติดคนเป็นนายยังกับตังเม นายไม่กลับก็กลับไม่ได้ บางทีใกล้ชิดมากกว่าคนเป็นแฟนซะอีก รู้ทุกเรื่องกระทั่งความคิด และปกป้องเจ้านายมากกว่าตัวเองด้วยซ้ำ อภิชาตเสริม เขาเล่าอะไรเสียเวอร์เพราะดูหนังมากไปหน่อย เกษราไม่เห็นด้วยกับแฟนหนุ่มเธอส่ายหน้าไปมา
เฮ้ย! เลขาฯ นะไม่ใช่ตัวตายตัวแทน อย่างนี้ไอ้เน็ทไม่ต้องพลีกายถวายชีวิตให้เจ้านายมันเลยรึ ฉันว่ามันต้องแยกแยะว่ะ ถ้าให้ทำอะไรที่มันมากเกิน แกก็ไม่ต้องไปทำ ชีวิตส่วนตัวก็สำคัญแกจะให้เขามาก้าวก่ายไม่ได้นะเน็ท เกษราจ้ำจี้จำไชให้เพื่อนรักจดจำเรื่องนี้
เสียงหัวเราะคิกลอดดังกับอาการของเกษรา นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มงานเพื่อนๆ ของเธอยังเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ แล้วถ้าทำงานจริงๆ ล่ะ!  
ไปกันใหญ่แล้ว เลขาฯ ก็แค่คนช่วยงาน แล้วเน็ทก็ไม่รู้จะช่วยได้มากแค่ไหน ไม่ถึงขนาดที่อ้นกับปิ่นพูดหรอก ณัฐมณบอกดูจะไม่กังวลอะไรสักเท่าไหร่ เพราะเธอยังไม่รู้ฤทธิ์ ยังไม่รู้อนาคตข้างหน้าที่จะเกิดขึ้นเพราะเจ้านายอย่างเขา
 
ตี๊ดๆๆ 
สายนั้นเป็นอคราที่โทรมา หลังจากที่ชายหนุ่มห่างหายการติดต่อณัฐมณไปเกือบเดือนตั้งแต่เลิกรากัน เป็นไปตามข้อตกลงของคนสองคนที่จะกลับมาเป็นเพื่อนทั้งที่ความรู้สึกเหมือนเดิมไม่ได้ ความรักที่แตกหักคล้ายรอยบิ่นของแก้วที่ยากผสานดังเดิม
เมื่อครั้งที่พบกันโดยบังเอิญที่หน้ามหาวิทยาลัย อคราบอกไว้ว่าจะโทรหา แล้ววันนี้เขาก็ทำตามที่พูด
อั๊ต ว่ายังไง?”
เสียงหวานแต่ฟังแล้งไร้จนอครารู้สึก ใบหน้าคมเจื่อนไปแวบหนึ่ง แต่เขาไม่ยอมให้ความรู้สึกนั้นมาสั่นคลอนเด็ดขาด ยามที่คิดได้ว่าต้องการง้องอนอดีตแฟนสาวเขาก็มุ่งมั่นพอดู และทุกครั้งนั้นสำเร็จ ณัฐมณยอมให้อภัยและกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้
อ่า เราได้ยินจากไอ้อ้นว่าเน็ทหางานทำได้แล้ว แค่อยากจะแสดงความยินดีน่ะ อคราเอ่ยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า อีกฝ่ายรับรู้ในน้ำใจนั้น
ข้ออ้างที่อุตส่าห์ได้มาโดยความไม่เต็มใจของเกษรา เธอไม่อยากให้อคราได้รับรู้ความเป็นไปของณัฐมณเพราะยังหมั่นไส้ ทีตอนควรสนใจก็ไม่ทำมาตอนนี้อคราต้องการอะไรอีก
ขอบใจนะ อั๊ต
คนฟังรับรู้และกล่าวขอบคุณตามมารยาท หากเป็นเมื่อก่อนอคราคงไม่ได้มีหน้าที่แค่เอ่ยแสดงความยินดี แต่เขาจะมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจและเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้เธอในฐานะคนรัก แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน บทบาทของอคราก็ลดน้อยถอยลงตามลำดับ
เรา เอ่อ เราคิดถึงเน็ทน่ะ ตั้งแต่เลิกกันก็คิดถึงตลอด แล้วเน็ทล่ะ?” จู่ๆ คนที่ผละหนีไปควงหญิงสาวคนอื่นให้เห็นเนืองๆ ก็เอ่ยคำว่า คิดถึง  เสียง่ายๆ จนณัฐมณรู้สึกขมในลำคอ อครายังต้องการอะไรอีกถึงเอ่ยเรื่องนี้  
เน็ท...” อคราครางชื่อหญิงสาว เมื่อเธอเงียบหายไปกับกระบอกโทรศัพท์
เราไม่อยากพูดเรื่องนี้เลยอั๊ต มันจบไปแล้ว น้ำเสียงเย็นเยียบ ราวหัวใจถูกเกาะกุมด้วยน้ำแข็ง ถ้าอคราแสดงความห่วงใย หรือยินดีแบบเพื่อนยังพอรับได้แต่ไม่ใช่การรื้อฟื้นเรื่องเก่าเช่นนี้  
ขอโทษ เอาล่ะๆ เราไม่พูดก็ได้ เอาไว้ค่อยคุยเรื่องนี้วันหลังก็ได้ครับ อครายอมเป็นฝ่ายถอยร่นเมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของณัฐมณ ครั้งนี้อาจยากกว่าทุกครั้ง อครายอมเข้าใจแต่ไม่ยอมตัดใจในเมื่อเขาเคยได้หัวใจของเธอมาก่อน แล้วก็มั่นใจวาต้องได้อีกเป็นครั้งที่สอง ความลำพองทำให้คนหลายรักอย่างอคราไม่คิดถนอมความรู้สึกที่มี แต่กลับเรียกหาเวลาที่ไม่มีอยู่ในมือ แต่ไม่มีวันรู้ว่าหัวใจของณัฐมณคิดอย่างไร...
สายเกินไปแล้วอั๊ต นายกลับมาช้าเกินไปแล้ว
 
ดิ เฮอร์ริเทจ เรสซิเดนซ์ แบงคอก
อีกสามวันจะเป็นกำหนดเดินทางกลับประเทศอเมริกาของบรูคส์กับอชิระ คนที่ใจจดจ่อนั่งมองตั๋วเครื่องบินในมือที่เพิ่งได้รับจากวัชระผุดรอยยิ้มบางขึ้นที่มุมปากหยัก เวลาของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้แล้ว นั่นหมายถึงใกล้เวลาที่เขาจะทวงคืนคนรักจากคาโอล คู่หมั้นเฒ่าที่มาชุบมือเปิบได้ครอบครองผู้หญิงของเขา วัชระถอยออกมายืนที่มุมหนึ่งของห้องเมื่ออชิระทรุดลงนอนเอกเขนกบนโซฟาเดย์เบดท่าทางอารมณ์ดี
หนังสือพิมพ์ประจำวันหลายหัวล้วนเป็นภาษาอังกฤษตั้งหราบนโต๊ะกระจกกลาง
วันนี้ฉันไม่เข้าเวลล์ นายบอกบรูคส์ด้วย ไม่เข้าไปจนถึงวันเดินทางกลับนั่นแหละ อชิระเอ่ยบอก ในขณะที่ไล่สายตาอ่านข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในมือ วัชระรับฟังอย่างสงบใจ นั่นหมายถึงการไม่เข้าไปที่อิสราทาวเวอร์ครบหนึ่งสัปดาห์พอดีเต็มเห็นจะได้
จากวันนั้นถึงวันนี้เลขานุการสาวที่บรูคส์จัดหามาให้ไม่เคยได้พบเจ้านายของเธออีก เพราะตั้งแต่นั้นเขาไม่เคยสนใจเบอร์โทรศัพท์ที่ณัฐมณทิ้งไว้ด้วยซ้ำ ถือเป็นการจ้างพนักงานที่ไม่คุ้มค่าจ้างเอาเสียเลย
คุณชินครับ เรื่องคุณเน็ทเลขาฯ ของคุณล่ะครับ วัชระเอ่ยถาม เรียวตาคมกริบปรายกลับไปมองคนถาม
จริงสินะ! เขาลืมเรื่องนี้ไปเลย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาบอกบรูคส์ไปแล้วว่าแค่มีวัชระกับเหล่าบอดี้การ์ดก็ไม่ต้องการใครมาเพิ่มอีก พี่ชายไม่ฟังเสียง ทีนี้เกิดส่วนเกินขึ้นมาใครจะตามแก้ปัญหา ไม่น่าจะใช่เขานี่นา
                จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ รับมาโดยไม่ถามกันก่อน ฉันไม่มีอะไรจะให้เขาทำหรอก คนพูดไม่ใส่ใจ ยังคงไล่สายตาอ่านข่าวหน้าต่อไปภายในฉบับ
                เรียวตาคมปราบปรายกลับไปอ่านข่าวซึ่งพาดหัวเล็ก ๆ ในหน้าธุรกิจ นั่นเป็นข่าวเกี่ยวกับคาโอล นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในประเทศอเมริกากับการเปิดธุรกิจใหม่โดยร่วมทุนกับเมสัน นี่สินะผลประโยชน์ที่เมสันเลือกที่จะจับเมย่าใส่พานให้นักธุรกิจเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์นั่น เรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ทำให้เขาต้องสูญเสียคนรักไป
หึ  รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อราวเทพบุตร แต่แววตาเรืองวาวร้ายกาจดุจซาตาน
หัวหน้าบอดี้การ์ดชำเลืองมองอชิระที่กำลังเข่นเขี้ยวกับเรื่องที่ได้รู้ ก่อนจะตัดสินใจผละไปแจ้งข่าวกับบรูคส์ว่าวันนี้อชิระจะไม่เข้าไปที่เวลล์อีกเช่นเคย ขณะที่เรียวขายาวภายใต้กางเกงผ้าสีดำสนิทจะก้าวห่างออกไป คนซึ่งเอนกายอยู่กับโซฟาอยู่ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นนั่ง เพราะข่าวนั้นแท้ๆ เชียว
เดี๋ยว วัช
ครับ คุณชิน
ฉันต้องการบัตรเข้างานนี้สองใบ นายไปจัดการให้ด้วย
มือหนาของผู้เป็นเจ้านายยื่นส่งหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นให้วัชระ เขารับไปอ่านดูแล้วก็ต้องเหลือบมองอชิระอีกครั้ง ให้แปลกใจเพราะนั่นเป็นข่าวงานแฟชั่นโชว์สร้อยเพชรล้ำค่าและกาล่าดินเนอร์การกุศล งานแบบนี้อชิระเคยไปเสียที่ไหนแต่นี่เจ้านายหนุ่มกลับเรียกร้อง ที่สำคัญงานนี้มีคืนพรุ่งนี้บัตรอาจจะหมดเกลี้ยงไปแล้วก็ได้
แต่กระนั้นสิ่งที่วัชระทำได้คือการรับคำ เขาโค้งนิดๆ แล้วผละไปทำหน้าที่ร้อนๆ ที่เพิ่งได้รับมา อชิระคุ้นชินกับการสร้างเรื่องให้เขาแก้ ซึ่งคนเป็นบอดี้การ์ดก็เริ่มจะชินแล้วเช่นกัน บัตรเข้างานการกุศลสองใบสำหรับอชิระ แล้วอีกใบล่ะของใคร?
วัชระได้รับคำตอบนั้นเวลาต่อมา...
 
พื้นที่ทำงานบริเวณชั้นสามสิบของอิสราทาวเวอร์ เป็นส่วนทำงานชั้นในของฝ่ายบริหารซึ่งประกอบไปด้วยบรรดาผู้ช่วยผู้บริหาร เลขานุการส่วนตัว หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวร่างโปร่งระหง ศรันยา ได้รับความไว้วางใจในการดูแลบรูคส์ กับอชิระ ผู้บริหารระดับสูงของเวลล์ กรุ๊ปทุกครั้งที่เขาเดินทางมาที่สาขาในไทย และตอนนี้อีกภาระหน้าที่หนึ่งที่บรูคส์สั่งการ คือ สอนงานให้ณัฐมณ หญิงสาวซึ่งจะมาทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัวของอชิระ
ศรันยาเหลือบเรียวตาคมเฉี่ยวด้วยการแต่งหน้าอย่างมีรสนิยม เสริมให้ใบหน้าเรียวรูปไข่ดูโดดเด่น เธอกำลังจับจ้องไปที่หญิงสาวอ่อนวัยกว่าที่ถูกเลือกมาทำงานกับเจ้านายหนุ่มไฟแรงแสนใจร้อนอย่างอชิระ ศรันยาประหลาดใจในความคิดอ่าน และการเลือกเฟ้นผู้มารับมืองานนี้อยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายเธอคิดเพียงว่าทำหน้าที่ของเธออย่างเต็มความสามารถเท่านั้นพอ ส่วนการตัดสินใจของผู้บริหารแห่งเวลล์ กรุ๊ปถือเป็นที่สุด
ณัฐมณค่อยเบาใจเมื่อยังมีสิ่งที่เธอพอทำได้บ้างนอกเหนือจากการรอคอย เอาแต่นั่งจับเจ่าอยู่ที่บ้านให้คุณนุชนาถกับณฐิกาถามไถ่แล้วพาลจะไม่เชื่อว่าเธอได้งานทำจริงๆ เมื่อศรันยาเรียกเธอมาพบที่บริษัทเพื่อสอนงานณัฐมณจึงดีใจนักหนา เลขานุการรุ่นพี่ปล่อยให้ณัฐมณศึกษางานจากแฟ้มการประชุมเก่าๆ ที่เลขาฯ ต้องติดตามจดบันทึกให้เจ้านาย วาระการประชุมเรื่องต่างๆ ที่เคยจัดทำคอลรีพอร์ตหลังการประชุม ซึ่งเป็นหน้าที่หนึ่งที่ต้องใช้ความคล่องแคล่ว ฉลาดเฉลียวพอตัว
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...เธอตระหนักได้ แล้วจดจ่อกับบรรดาแฟ้มงานที่ศรันยาหามาให้เธออย่างมีสมาธิ
งานเลขานุการไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่พนักงานใหม่อย่างเธอเข้าใจแต่แรก ไม่ใช่แค่การติดตามเจ้านายไปไหนต่อไหน หรือแค่รู้ใจเขาแค่นั้น เมื่อได้เรียนรู้จากศรันยามาครบสามวันเต็มๆ ทั้งงานเอกสาร คู่สัญญา นัดหมายการประชุมทั้งภายใน และภายนอก การดูแลเจ้านายทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว กับอื่นๆ อีกจิปาถะ
โดยเฉพาะคำว่า ส่วนตัว  ที่พ่วงมากับคำว่า เลขานุการ  เริ่มทำให้เธอหนักใจ เพราะแค่หน้าที่เลขาฯ ยังลงลึกในรายละเอียดของตัวงานมากกว่าที่คิดไว้มาก แล้วการเป็นเลขานุการส่วนตัวล่ะ ต้องสนิทชิดเชื้อ เอาอกเอาใจ และรู้ใจผู้เป็นเจ้านายมากแค่ไหนกัน
สีหน้าที่แลจริงจังของเลขานุการมือใหม่กับทุกงานที่ศรันยาสอน ใส่ใจกับทุกคำที่เธอพูดส่งให้คนสอนงานพอใจ ณัฐมณอาจมีอนาคตอีกไกลหากมีความตั้งใจเป็นที่ตั้ง ศรันยาเชื่อสายตาของบรูคส์และตัวเธอเองว่าณัฐมณจะต้องทำได้ แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดของคนนอกที่มอง เพราะขนาดเจ้าตัวเองยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะที่ต้องไปเป็นเลขานุการส่วนตัวให้กับอชิระ
คนอย่างเขาจะยอมเปิดใจให้เธอศึกษานิสัยใจคอได้ง่ายๆ หรือ เห็นทีมีแต่จะปิดกั้นจนเข้าไม่ถึง หากเปรียบชายหนุ่มเป็นปราสาทพระราชวังหลังงามก็คงจะเป็นสถานที่แสนงดงาม อลังการที่ถูกบดบังด้วยกำแพงศิลาสูงที่โอบล้อมปิดกั้นคนที่จะล่วงล้ำกร้ำกรายเข้าไป แล้วยังปิดตายห้ามผู้ใดย่างกรายออกมาอีกด้วย แค่คิดก็หนักใจ...
 
ตี๊ดๆๆ
ศรันยาเดินเลี่ยงไปอีกทาง เมื่อปรากฎชื่อของหัวหน้าบอดี้การ์ดหนุ่มที่หน้าจอมือถือ หญิงสาวกดรับสายที่กำลังร้องเรียกแข่งกับโทรศัพท์ภายในแบบเคลื่อนที่ที่เลขาฯ อย่างเธอต้องพกพาติดตัว แค่อึดใจร่างโปร่งเพรียวก็เดินจ้ำๆ กลับมาหาณัฐมณดูรีบร้อนแต่ท่าทางสุขุมเช่นเดิม
คุณวัชโทรมาบอกให้คุณเข้าไปพบคุณอชิระที่คอนโดค่ะ...เดี๋ยวนี้!”
หญิงสาวหยุดประโยคแรกไว้ชั่วครู่ ก่อนบอกเวลาคำว่า เดี๋ยวนี้  ที่ทำเอาคนฟังหน้าเหวอ ใบหน้างดงามพยักพเยิดประกอบกับเรียวตาของศรันยาย้ำชัดว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก่อนจะเอื้อมหยิบกระดาษมาวาดแผนที่ไปที่พักของอชิระให้เธอ
คุณเน็ท นี่แผนที่ค่ะรีบไปนะคะแล้วดิฉันจะรีบตามไป ศรันยาบอกแค่นั้น ความคล่องตัวของอีกฝ่ายมีมากกว่าทำให้พอพูดจบร่างโปร่งก็หมุนตัวเดินจากไป ปล่อยให้ณัฐมณยืนงงอยู่พักใหญ่
ไม่มีเวลาให้คิดแล้วนะ เน็ท  ณัฐมณบอกตัวเอง
มือบางที่ถูกยัดเยียดกระดาษแผ่นบางๆ ซึ่งเป็นแผนที่ทางไปคอนโดของเจ้านายคนรองยังกำแน่น ณัฐมณผุดลุกขึ้นยืนยังงงๆ
นี่ไงล่ะ! งานที่เธอบ่นถึงทุกวี่วัน บทจะมาก็มากระทันหันเสียจนสติแทบกระเจิง คนถูกสั่งงานกำของในมือแน่น รีบร้อนคว้ากระเป๋าสะพายบนบ่าบางแล้วเคลื่อนตัวไปที่ลิฟท์รวดเร็ว รีบออกจากอิสราทาวเวอร์ไปยังดิ เฮอร์ริเทจ เรสซิเดนซ์ แบงคอกทันที
ท่าทางนิสัยของอชิระบอกอยู่กรายๆ ว่าไม่ชอบรอ ใจร้อน และดูขี้หงุดหงิดอีกต่างหาก นั่นเป็นอุปนิสัยที่ณัฐมณประมวลได้จากการพบเขาไม่กี่ครั้ง ส่วนนัดครั้งแรกเธอไม่อยากไปสาย หรือสร้างความไม่น่าประทับใจตั้งแต่วันนี้
ใช่ที่นี่ไหมครับคุณ ผมเข้าไปไม่ได้แล้วล่ะครับ คงต้องส่งตรงนี้ คนขับแท๊กซี่หันมาบอกณัฐมณ
รถของเขาโดนรปภ. ที่ป้อมยามของคอนโดปิดกั้นตรงทางเข้า ไม่อนุญาตให้ขับเข้าไปได้ลึกกว่านี้ ณัฐมณพยักหน้าหงึกจ่ายค่าโดยสารแล้วก้าวลงจากรถ เมื่อพ้นออกมาจากตัวรถเธอหยัดยืนเต็มความสูง แหงนมองภาพเบื้องหน้าเห็นตึกสูงตง่านเต็มตา ใช่ที่นี่แน่ ชื่อที่ศรันยาเขียนกำกับไว้ข้างๆ แผนที่ที่วาดด้วยปากกาลวกๆ แต่ก็ชัดเจน 

ดิ เฮอร์ริเทจ เรสซิเดนซ์ แบงคอก
ที่พักอาศัยสุดหรูแห่งนี้ควบคุมการเข้าออกเข้มงวด เพราะเป็นห้องชุดของบุคคลที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และขึ้นชื่อว่าร่ำรวยติดอันดับมหาเศรษฐี ด้วยราคาที่สูงลิบลิ่วขนาดซื้อบ้านทั้งหลังกับพื้นที่กว้างขวางได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าณัฐมณไม่เผลอชื่นชมนาน เธอยังมีภารกิจค้างอยู่เมื่อเข้ามาถึงล๊อบบี้ซึ่งเป็นโถงกว้างอลังการ ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างชุดโซฟาสไตล์โมเดิร์น เพิ่มความน่าสนใจด้วยประติมากรรมขนาดใหญ่ตรงโถงกลางเป็นฟอร์มต้นไม้แผ่กิ่งก้านสาขา ดูดีมีระดับไม่ต่างไปจากภายนอกอาคารที่พาเธอทึ่งไปแล้ว
เรียวตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัว แล้วก็ต้องยืนเคว้งอีกรอบ
ในใจครุ่นคิด...แล้วเธอจะเข้าไปถึงห้องพักของเขาได้อย่างไร ในเมื่อซีเคียวริตี้สูงเสียขนาดนี้ ร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากลิฟท์ยืนมองร่างบางที่หันหลังให้พักหนึ่งก่อนเอ่ยทักทาย ปราบ  หนึ่งในบอดี้การ์ดของอชิระเป็นคนลงมารับเธอ เพราะเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทางเบื้องหลังทำให้ณัฐมณหันกลับไปมอง
คุณเน็ท เชิญทางนี้ครับ ปราบเอ่ย
เจ้าของเสียงทุ้มปรายนัยน์ตาติดกวนนิดๆ มาสบ ณัฐมณพยักหน้ารับแล้วก็ชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อถูกสายตาของเขาจ้องมอง เธอเมินหลบอย่างมีมารยาทเริ่มไม่มั่นใจว่ามีอะไรติดอยู่ที่หน้าเธอหรือไม่
วัชระส่งปราบมารับหญิงสาวตรงล๊อบบี้เพื่อขึ้นมาหาอชิระ ณัฐมณลอบพ่นลมหายใจหนักๆ เพราะอาการเดินแกมวิ่งลงจากรถแท๊กซี่เมื่อครู่ อารามรีบร้อนทำให้เธออยู่ในอาการหอบนิดๆ ระคนตื่นเต้นจนดวงหน้าเล็กแดงระเรื่อ ปราบลอบมองหญิงสาวที่ถูกเจ้านายเรียกมาพบรู้ว่าเธอเป็นใคร
ณัฐมณก้าวให้ช้าลงเพื่อตามหลังร่างสูงใหญ่หวังจะหลบรอยยิ้มเกลื่อนในแววตาของเขา ที่เธอไม่เข้าใจนักว่าเขายิ้มอะไร
ท่าทางจะไม่ใช่แค่เฉพาะเจ้านายที่อารมณ์ไม่ปกติ ลูกน้องก็ไม่ต่างกันนักหรอก  หญิงสาวนึกค่อนในใจ
ปราบก้าวเข้าไปในลิฟท์ซึ่งทำจากวัสดุมันวาวจนผิวภายในของมันสะท้อนให้เห็นภาพของเธอกับเขาค่อนข้างชัด เขาสอดคีย์การ์ดลงตรงช่องแสตนเลสข้างประตูลิฟท์ซึ่งเป็นระบบเซ็นเซอร์ ตามด้วยรหัสซีเคียวริตี้กับหมายเลขชั้นที่ต้องการไป ซึ่งลิงค์กับข้อมูลในคีย์การ์ดนั้น
 
ตึ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนว่าถึงยังชั้นที่หมายแล้ว
ร่างล่ำสันที่สูงกว่าณัฐมณเกือบยี่สิบเซนติเมตรก้าวนำหน้า ส่งให้คนที่เดินตามมาตัวเล็กนิดเดียว และคงถูกบังมิดถ้าไม่ได้สังเกต ปราบหยุดเดินเสียเฉยๆ แล้วผายมือไปยังโถงกว้างเบื้องหน้า ณัฐมณมองตามไปก็แลเห็นประตูไม้บานใหญ่ที่สุดทาง สายตาของเขาบ่งบอกว่าอชิระอยู่ภายในห้องนั้น ณัฐมณกระชับกระเป๋าสะพายข้างกายเพิ่มความมั่นใจขึ้นอีกนิดทั้งที่แท้จริงแล้วไม่ได้ช่วยนัก
โชคดีนะครับ คุณเน็ท ปราบส่งยิ้ม
คำอวยพรคล้ายกับจะส่งเธอไปในสนามรบอย่างไรอย่างนั้น ดูเหมือนชายหนุ่มคนนี้จะช่างกระเซ้าเย้าแหย่ทำให้ณัฐมณเหลียวมามองเขาอีกครั้งแต่เข่นเขี้ยวในใจ รู้ว่าเธอกลัวเขายังจะแกล้งอีกแต่ปราบก็ทำไม่รู้ไม่ชี้กับแววตาที่กำลังค้อนใส่เสียอย่างนั้น ณัฐมณยังนึกค่อนตาบอดี้การ์ดที่ชอบส่งสายตาทะเล้นยั่วเย้าใส่เธอ ประหลาดคน! แต่ปราบก็ทำให้เธอนึกถึงเพื่อนสมัยเรียนบางคนที่แสนทะเล้นจนต้องเจ็บตัวไปตามๆ กันเวลาเธอโกรธ เขามีส่วนทำให้บรรยากาศตึงเครียดเวลานี้คลายลงเล็กน้อย
บอดี้การ์ดหนุ่มใช้คีย์การ์ดใบเดิมรูดที่ตัวเซ็นเซอร์ แล้วกดรหัสอีกสี่ห้าตัวจึงจะผ่านประตูเข้าไปข้างในได้ ช่างยากเย็นเสียจริงในความรู้สึกของผู้มาเยือนที่ชอบอะไรสะดวกง่ายๆ มากกว่า ร่างบอบบางก้าวตามติดบอดี้การ์ดหนุ่มที่แลเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อยเมื่อจะกลับเข้าไปในห้องของผู้เป็นนาย แล้วณัฐมณก็ได้พบกับชายหนุ่มซึ่งแต่งตัวแบบเดียวกันกับปราบคือสูทสีดำสนิทอีกสามคนยืนอยู่ ถือเป็นปราการแรกที่เธอก้าวเข้ามาพบเลยก็ว่าได้
ที่นี่มันแหล่งซ่องสุมบอดี้การ์ดรึยังไงนะ ถือได้พร้อมใจกันมารวมพลอย่างนี้!
เมื่อปราบก้าวไปรวมตัวกับเหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ยิ่งสร้างแรงกดดันให้ณัฐมณเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว เธอรู้สึกว่าตัวเองตัวลีบเล็กไปถนัดใจเพราะสายตาของคนตัวโต แล้วพวกเขาก็ถอยออกห่างเปิดทางให้ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนปรากฎตัว อชิระออกมาจากห้องนอนซึ่งอยู่ด้านในก้าวยาวๆ มานั่งลงบนโซฟาเดย์เบดแล้วไขว่ห้าง ส่งเรียวตาคมจ้องมองมาที่เธอ ร่างโปร่งระหงในชุดสาวออฟฟิศเบื้องหน้าเรียกรอยสงสัยในแววตาดุดัน เขากำลังกวาดมองเก็บรายละเอียดทุกอณูของตัวเธอก็ว่าได้
เริ่มจากดวงหน้าที่ยามนี้สลับสีเป็นว่าเล่น เดี๋ยวขาวซีด เดี๋ยวแดงระเรื่อ รูปจมูกโด่งเล็กดูรั้นน้อยๆ ริมฝีปากหยักสวยอิ่มเต็มด้วยสีกุหลาบโดยไม่ต้องเติมแต่งสีใดๆ ส่วนดวงตาดำขลับนี่สิทั้งสวยซึ้งปนเศร้า เค้าโครงหน้าไทยๆ นี่ล่ะมั้งที่ดึงดูดบรูคส์เอาไว้กับสาวไทยผู้นี้ อชิระยังเข้าใจว่าเธอคนนี้เป็นคนสำคัญของพี่ชายของเขา บรูคส์ถึงได้เลือกเธอมาทำงานใกล้ๆ เขา
หมุนตัวสิ
เสียงห้าวออกคำสั่ง ณัฐมณเลิกเรียวคิ้วโค้งมนขึ้นสูง เพื่ออะไรกันล่ะ?
เรียวตาคมเข้ม กับสีหน้าจริงจังของอชิระส่งให้เธอไม่กล้าขัด ร่างโปร่งระหงจำต้องหมุนตัวช้าๆ เก้ๆ กังๆ ด้วยไม่เคย รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นตัวตลกในสายตาผู้ชายถึงห้าคน ณัฐมณก็เริ่มจะทนไม่ไหว แต่เมื่อเอ่ยปากจะค้านอชิระก็ยกมือขึ้นปราม แถมยังตวัดนัยน์ตาสีสนิมจ้องมองเขม็งนานเป็นนาที พวงแก้มขาวนวลร้อนฉ่าลามมาถึงใบหู
แล้วของที่สั่งล่ะยังไม่มาอีกรึ ชักช้าชะมัด!” เสียงสบทเป็นภาษาไทยดังจากอชิระ ยามที่หันขวับไปหาวัชระ คนที่เพิ่งรับคำสั่งไปเมื่อชั่วโมงก่อน แค่ณัฐมณมาถึงในเวลาครึ่งชั่วโมงเขาก็ว่าช้าแล้ว แต่นี่ของสำคัญยังขาดไปอีก แววตาของอชิระเริ่มขุ่มข้น ช่วงที่อชิระหันไปสนทนากับวัชระ ณัฐมณยืนหน้าแดงแจ๋เพราะความอายและวางสีหน้าไม่ถูก ดีแต่บอดี้การ์ดคนที่เหลือยืนนิ่งก้มใบหน้าลงนิดหนึ่ง
ตี๊ดๆๆ
เสียงโทรศัพท์มือถือของวัชระดังแทรกเข้ามาพอดี เป็นสัญญาณว่าคำถามของอชิระอาจมีคำตอบ ปราบต้องลงไปรับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นธุระด่วนตามคำสั่งของเจ้านาย แล้วณัฐมณก็พบว่าเป็นศรันยาที่ตามมาภายหลัง ในมือของเธอมีถุงกระดาษแบรนด์เนมจากห้างดัง ส่วนกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆ ขนาดใหญ่วางซ้อนทับสองกล่องปราบเป็นคนถือมา ข้าวของทั้งหมดถูกจัดหามาได้ในเวลากระชั้นตามความต้องการของผู้เป็นนาย
สวัสดีค่ะคุณอชิระ นี่ค่ะของที่สั่ง ศรันยารายงานฉะฉาน
หญิงสาวบรรจงเปิดกล่องที่มีชุดราตรีพับวางเรียบร้อยออกมาจากกล่อง คลี่ออกเบามือให้ผู้เป็นนายได้เห็นชัดๆ ชุดหนึ่งเป็นราตรียาวตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อนิ่มพริ้วบางสีขาวนวล แลดูเรียบหรู เก็บรายละเอียดด้วยลูกไม้จากอิตาลีที่เนินอกและชายกระโปรง เปิดไหล่ข้างหนึ่ง ส่วนอีกชุดเป็นเกาะอกสีดำสนิทเข้ารูปยาวเหนือเนินเข่า เรียบแต่ดูน่าสนใจด้วยเนื้อผ้ายืดที่เป็นเงางามยามต้องแสงไฟ และออกแบบให้เปิดแผ่นหลังของผู้สวมใส่ คนอย่างเขามีคำตอบง่ายๆ ให้ช้อยส์ที่ศรันยาจัดมา
เอาชุดสีดำ อชิระบอก
ค่ะ ศรันยารับคำ พลางหันไปทางณัฐมณที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย
คนที่ยังยืนงงงวยอย่างณัฐมณแต่ต้องปิดปากเงียบ ไม่รู้จะถามใครได้เพราะไม่เข้าใจความสลับซับซ้อนทางความคิดของนายจ้างหน้าดุ เธอกำลังเร่งตามเขาให้ทัน แต่ดูเหมือนการแข่งขันระหว่างกระต่ายกับเต่าจะห่างไกลกันซะเหลือเกิน ความคิดของอชิระถูกไขด้วยตัวของเขาเองในเวลาที่เขาต้องการพูดมันเท่านั้น
คุณศรันยาพาคุณเน็ทไปลองชุดทีสิ ส่วนเครื่องประดับ วัช นายไปเปิดเซฟเอาแบล็คเพิร์ลชุดใหญ่ออกมาที
อชิระสั่งการคนทั้งคู่พร้อมๆ กัน ทั้งสองรับคำแล้วผละไปทำหน้าที่ของตนอย่างรู้งาน ศรันยาก้าวเข้ามาณัฐมณที่ยังยืนงงแตะมือบางเบาๆ
ไปกันเถอะค่ะคุณเน็ท
เดี๋ยว! เธอน่ะหรือ...ต้องใส่ชุดเกาะอกสีดำชุดนี้?
เดี๋ยวค่ะทำไมฉันต้องลองชุดนี้ด้วยล่ะคะ คุณอชิระ?” ณัฐมณโพล่งถาม ไม่ยอมเดินต่อหากไม่ได้คำตอบจากเขาแน่ๆ ดูเหมือนว่าเธอทำให้หลายคนหยุดชะงักเพราะคำถามของเธอ อาจเพราะกำลังแปลกใจมากๆ เพราะไม่มีใครมัวมานั่งถามหรือมีเงื่อนไขกับความต้องการของอชิระมาก่อน นั่นทำให้ใครๆ หลายคนอย่างรู้ปฏิกริยาที่จะโต้ตอบกลับมาราวแสงสะท้อนของกระจก
คุณอยากทำงานไม่ใช่หรือ นี่ไงงานของคุณ อชิระตอบเสียงหนัก แล้วโบกมือออกคำสั่งให้ศรันยาพาคนช่างถามออกไปก่อนความรำคาญจะก่อตัว
 
ร่างโปร่งบางหากแต่สมส่วน ขยับตัวอึดอัดหลังจากลองสวมชุดราตรีสีดำ ภายในห้องรับรองกว้างขวางมีเพียงหญิงสาวสองคนทำให้คนที่ยืนอยู่หน้ากระจกมองเงาสะท้อนของตัวเองอย่างขาดความมั่นใจ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชุดนี่ไม่เหมาะกับเธอสักนิดเดียว เกาะอกที่ดูหมิ่นเหม่จนเกรงว่าจะหลุดหล่นจากทรวงอกของเธอ เนื้อผ้าแนบรัดจนแลเห็นทรวดทรงองค์เอวเสียอย่างกับชุดว่ายน้ำ
โอย...ให้ตายเถอะ จะไหวหรือเนี่ย?’
แววตาของณัฐมณไม่ยินดีในรูปลักษณ์ใหม่ของเธอแม้แต่น้อย ถึงแม้หญิงสาวจะสวมใส่ชุดได้อย่างเหมาะเจาะสวยงามในสายตาของศรันยาก็ตาม แท้จริงแล้วไม่ใช่ไม่เหมาะแต่เธอไม่คุ้นที่จะดูโฉบเฉี่ยว เปรี้ยวจี๊ดเช่นนี้มากกว่า สีดำเหลื่อมของเนื้อผ้าขลับผิวสีอ่อนของเธอให้เด่นแก่สายตา อวดเนินอกอิ่มที่พ้นเกาะอกรัดช่วงบนไปจนถึงเอวคอดเล็ก พวงผมดำขลับถูกปล่อยระย้าละบ่าเปลือยเปล่าเพื่อบดบังความงดงามของผิวพรรณขาวผุดผาดไม่ให้เปิดเผยแก่สายตาจนเกินงาม นัยน์ตาสวยซึ้งฉงน จับจ้องศรันยาไม่กะพริบจะให้เธอไปออกงานทั้งอย่างนี้จริงๆ หรือ...
คุณศรันยาคะ เอ่อ
เดี๋ยวค่อยคุยนะคะ ขอดิฉันแต่งหน้าคุณให้เสร็จก่อน
นั่นทำให้ณัฐมณจำต้องปิดปากเงียบตามคำขอของศรันยา ขั้นตอนสุดท้ายศรันยาลงมือแต่งแต้มใบหน้าของณัฐมณด้วยโทนสีกุหลาบเพื่อให้เข้ากับชุดราตรีสีดำสนิท ที่แลลึกลับและดึงดูดใจ ดวงหน้าขาวนวลสะอาดสะอ้านจึงแปรไปเป็นสาวเฉี่ยว น่าหลงใหลในพริบตา ณัฐมณมองดูตัวเองในกระจกอีกครั้ง ดวงหน้าสวยเบ้น้อยๆ เธอไม่ชอบใบหน้าตัวเองสักเท่าไหร่เพราะสีจัดและพอกไว้ด้วยเครื่องสำอางจนแลดูเปรี้ยว สวยเกินจริง
ใบหน้าจืดจางแต่ดูเป็นธรรมชาติตามปกติดีกว่าเป็นไหนๆ ผู้เป็นเจ้าของใบหน้าคิดในใจ
ดิฉันต้องทำอะไรบ้างคะ คุณศรันยา
แค่ไปงานกับคุณอชิระน่ะค่ะ คืนนี้มีงานการกุศลเป็นงานประมูลเพชร คุณเป็นเลขาฯ บางทีก็ต้องไปออกงาน ไปอำนวยความสะดวกให้คุณชินด้วยค่ะ ศรันยาบอก เธอเรียกเขาว่า ชิน  ในตอนท้ายทำให้ณัฐมณพึมพำชื่อของเขาเบาๆ
เป็นชื่อเล่นของคุณอชิระน่ะค่ะ เธอขยายความ คนฟังพยักหน้ารับ  
เลขานุการสาวรุ่นพี่บอกเล่าเรื่องทั้งหมดให้ณัฐมณฟังเพื่อเตรียมตัว นี่เป็นงานแรกในอาชีพเลขาฯ ของเธอ จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร ในเมื่อจู่ๆ อชิระจะพาเธอออกงานสังคม โดยไม่มีการบอกกล่าวให้ทำใจ ไม่แปลกเลยที่มือไม้จะสั่นและเย็นเฉียบอย่างนี้
ไม่มีเวลาแล้วล่ะค่ะ งานจะเริ่มตอนหกโมงครึ่ง รีบๆ เข้าเถอะค่ะ ศรันยาเหลือบดูเวลา แล้วรีบเร่งจัดทรงผมให้เสร็จ
นั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายรนตามไปด้วย มือเล็กสั่นน้อยๆ ขณะจับวางสร้อยมุกสีดำทาบลงบนลำคอระหง ราคาของมันคงประเมินมิได้แล้วสิ่งนี้ก็มาประดับอยู่ที่ตัวเธอแบบปาฏิหาริย์ ศรันยาช่วยสร้อยมุกงดงามเส้นนั้น แล้วเธอก็ดึงมือของณัฐมณไปดู พบสีใสๆ เคลือบบางๆ บนเล็บเรียวก่อนที่ศรันยาจะควานหายาทาเล็บของตนที่พกพาไว้ในกระเป๋าเครื่องสำอางออกมาทาให้ณัฐมณ สมเป็นเลขานุการมือหนึ่งที่พร้อมเท่าทันทุกเหตุการณ์จนคนที่ได้แต่นั่งมองทึ่งๆ หากเป็นเธอจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ขนาดนี้ไหม?
เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวออกไปรอคุณชินข้างนอกเลยนะคะ ศรันยาสั่งความ
ขอบคุณมากค่ะ คุณศรันยา ณัฐมณยกมือไหว้เธอ
ร่างโปร่งบางก้าวช้าๆ ออกมาจากห้องรับรอง พบบุคคลที่สามยังยืนบ้างนั่งบ้างผสมสนทนาอยู่ในห้องรับแขก แต่ก็เป็นเพียงบอดี้การ์ดของเขาเท่านั้น อชิระเป็นคนที่ก้าวออกมาทีหลังคนอื่นๆ เพราะเข้าไปจัดการเปลี่ยนชุดของตนเองเช่นกัน แล้วภาพหญิงสาวตรงหน้าก็ทำให้อชิระนิ่งไปพักหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ณัฐมณดูราวกับเป็นคนละคน การแต่งกายก็เหมือนกับการแปลงโฉมนั่นแหละในสายตาของผู้ชาย
เอ่อ...” อ้ำอึ้ง วางสีหน้าไม่ถูกเมื่อถูกสายตาหลายคู่จ้องมอง
โดยเฉพาะเรียวตาสีเทาเข้มของอชิระ เขาจ้องมองที่เธอเป็นจุดเดียวกับสายตาของบรรดาทัพบอดี้การ์ด อีกคนที่มองเสียเขม็งและชื่นชมออกหน้านั่น คือ ปราบ ทำเอาณัฐมณต้องเมินหลบสายตาคมกริบ พวกเขาดูจะทึ่งเพราะหญิงสาวมาดนุ่มกลับกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลได้ในพริบตา ดวงหน้าสวยหวานแลโฉบเฉี่ยว ดุคมขึ้นจนน่าเสน่หา
หากอชิระรู้สึกตัว เขาจะรู้ว่าตนเองเผลอมองเลขานุการสาวหน้าหวานไปหลายวินาทีทีเดียว แต่ก็แค่นั้นเพราะเขาเบือนใบหน้ากลับมาหาชายหนุ่มที่รายล้อมอยู่ตรงหน้า ส่งเรียวตาดุๆ ปรามคนของเขาที่กำลังหลงเสน่ห์สาวไทยด้วยการส่งสายตาเคลิ้มฝันไปยังเธอ ศรันยาถึงกับเผยยิ้มภูมิใจที่ทำให้ชายหนุ่มตกตะลึงต้องตาณัฐมณ และก็ต้องขอบคุณด้วยที่หญิงสาวมีรูปหน้าเรียวยาว สวยงามเป็นทุนเดิม ดวงตากลมโตมีเส่นห์น่ามองตรงหวานซึ้งแต่งอย่างไรก็สวย โดยรวมแล้วเธอพอใจในผลงานของเธอมากทีเดียว และมั่นใจว่าอชิระก็ต้องพอใจ
ขอบใจมาก คุณกลับเลยก็ได้คุณศรันยา เดี๋ยวจะให้รอนไปส่ง อชิระเอ่ยเสียงเรียบแต่ยังไม่ได้ละสายตาไปจากดวงหน้าหวาน
ศรันยายิ้มรับ พร้อมกับบอกลาณัฐมณ คนจะถูกทิ้งหน้าเสียหากต้องอยู่ตามลำพังกับเจ้านายหนุ่มและผู้อารักขาอีกสามคนอย่างวัชระ ปราบและยิ่งใหญ่ ปราบผุดรอยยิ้มตรงริมฝีปากหยักลึกพอใจในตัวณัฐมณ ทั้งรูปหน้า กริยามารยาท ด้วยความเจ้าชู้เป็นทุนเดิมทำให้เขามองเธออย่างเปิดเผยแบบไม่เกรงอาญา แล้วสายตาดุกราดก็มาหยุดที่เขา
ปราบ ไปเตรียมรถ เสียงห้าวๆ สั่ง
ปราบสะดุ้งโหยง เพราะรู้ว่าเป็นเสียงของใครบัญชา เขาโค้งให้ชายหนุ่มรูปงามก่อนผละไปอย่างรู้หน้าที่ ถ้าทำหูทวนลมคงโดนหนักกว่านี้มาก ณัฐมณผ่อนลมหายใจโล่งอกไปเปราะหนึ่งอย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่คุ้นเลยที่ต้องถูกสายตาของใครจ้องมองไม่วางตาเท่านี้
 
รถซีดานสีขาวโพลนทะยานออกจากที่พักสุดหรูด้วยความเร็ว ตามคำสั่งของเจ้านายที่ดูใจร้อนอยากไปให้ถึงงานโดยเร็วที่สุด ก็แค่งานเดินแฟชั่นพร้อมประมูลเพชรการกุศลงานหนึ่ง มีอะไรน่าสนใจขนาดนั้นเลยรึ?
ปราบทำหน้าที่สารถี ขับรถฝ่าการจราจรช่วงเลิกงานของผู้คนโดยใช้ถนนวิทยุซึ่งเต็มไปด้วยยานพาหนะหนาตา
ตลอดการเดินทางไปโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ณัฐมณเพียงนั่งเงียบๆ ที่เบาะหลังเคียงข้างเขา ปราบกับวัชระนั่งคู่กันที่เบาะหน้าปราศจากการสนทนาเพราะเดาว่าอชิระต้องการความเงียบ ช่วงเวลาที่รถติดณัฐมณเอาแต่ภาวนาของให้ถึงที่หมายโดยเร็วก่อนเธอจะเป็นตะคริวเพราะนั่งเกร็งตัวไปตลอดทาง
ร่างสูงใหญ่ของคนข้างๆ นั่งตัวตรงเป๊ะ เสื้อสูทของเขาไม่มีรอยยับสักจุด ชุดสูทสีเทาเข้มพอดีตัวเข้าคู่กับเกงกางแสล็คสีเดียวกัน ดวงตาของเขาทอดออกไปข้างนอกหน้าต่าง ไม่ได้หันมาจับจ้องให้เธอประหม่าหรืออึดอัดอีก ณัฐมณปรายดวงตามองเขาชั่วแวบพบว่าชายหนุ่มน่ามองเสียเหลือเกิน ดูดีราวกับภาพวาดที่ผู้วาดตั้งใจสร้างสรรค์ ปั้นแต่งจนมองหาที่ติไม่เจอ
เส้นผมยาวที่ประละต้นคอหนาถูกหวีเรียบกริบเปิดใบหน้าคมเข้มที่มีเค้าเอเชียผสมยุโรบอย่างลงตัว จู่ๆ ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรก็หันมา จึงสบเข้ากับดวงตากลมของเธอพอดี ดวงหน้าคนมองก่อนร้อนวูบ
คุณ พร้อมใช้ไหม?” เขาถาม อชิระเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ที่ไม่ได้ขยายความว่าพร้อมเรื่องใด เรียวคิ้วโค้งสวยจึงขมวดนิดๆ
อ่ะเอ่อ ถ้าเรื่องงานเลี้ยงก็พร้อมค่ะ แต่ดิฉันยังไม่ทราบเลยว่าต้องทักทายใครบ้าง มีอะไรเป็นพิเศษอีกหรือเปล่าคะนอกจากตอนที่คุณอยากร่วมประมูลสร้อยเพชร เธอรับฟังมาจากศรันยาจึงรู้เพียงเท่านี้ อชิระสบนัยน์ตาของคนถามนิ่งคิด ว่ามีคิวอื่นๆ อีกหรือเปล่าน่ะหรือ...
ก็คงมี อชิระตอบ แต่ไม่ได้พูดต่อ 
         “แล้วก็เลิกพูดคำว่าฉัน ดิฉันอะไรพวกนี้ด้วย ต่อไปให้แทนตัวเองให้ดูสนิทคุ้นเคยกับผมหน่อย ผมต้องการให้คนในงานเข้าใจอย่างนั้น
                อชิระบอก เรียกว่าคำสั่งจะดีกว่าไหม เพราะเขากำลังสั่งให้เธอเปลี่ยนสรรพนามตัวเองซะ คำว่า คนในงาน  นั่นณัฐมณไม่ได้รับรู้ว่าหมายถึงใคร และไม่รู้เลยว่าในนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นมีบางอย่างที่คิดและวางแผนไว้ เธอเป็นแค่เลขานุการส่วนตัว ไม่ก็หมากตัวหนึ่งที่อชิระกำลังจับวางลงบนกระดานเกมส์ความรักที่มีเขา และผู้หญิงอีกคน
ค่ะ อีกฝ่ายแค่รับคำ ไม่มีคำตอบอื่น ไม่มีเงื่อนไขใดได้
  
เข้ามาแก้คำผิดค่ะ
ส่งส่วยวันหยุด หุหุ                            
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #553 กระปุกออม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:09
    เม้นให้กำลังใจ
    #553
    0
  2. #447 p@d@w@n (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2552 / 18:30
    มีแววว่าเราจะต้องสงสารนางเอกแฮะ
    #447
    0
  3. #248 พี่แป๊ด (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2552 / 14:03
    คุณชินกำลังคิดทำอะไรเนี้ย
    #248
    0
  4. #67 กระปุกออม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:56
    เม้นให้กำลังใจจ้า อ่านรวดเดียวจบเลย อิอิ เลยเม้นให้ทีหลังไม่ว่ากันน้า สนุกมากค่ะๆๆๆๆๆ  และเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนจบ รอน้า จะรอค่ะ
    #67
    0
  5. #66 **~Mink~** (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2552 / 17:18
    ขอบคุณที่นำมาเสิร์ฟค้า
    ว่าแต่ทำไมอชิระเห็นณัฐมนเป็แค่หมากในกระดานเท่านั้นจริงๆ เหรอค้า
    น่าสงสารจังเลยอ่ะ
    ไม่ยุติธรรมกับความรู้สึกของผู้หญิงเค้าเลยน้าาา
    #66
    0
  6. #65 gobkobgob (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2552 / 15:46
    เครียดมากเลย  คุณชินทำให้เครียด  สงสารลูกแกะตัวน้อยน้องเน็ทจังเลย   รีบมาอัพนะ  อยากอ่านอะ  บาย ๆๆๆๆ
    #65
    0
  7. #64 รถเมย์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2552 / 17:07
    อีกใบก็ของนางเอกใช่มั้ยคะ

    ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #64
    0
  8. #63 a-mi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2552 / 00:18
    มารอลุ้นค่ะ...

    ยิ่งอ่านยิ่งชอบค่ะเรื่องนี้
    #63
    0
  9. #62 **~Mink~** (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 21:01
    นั่นสิคะมิ้งก็ิอยากรู้เหมือนกันว่าใครเป็นพระเอก
    จะได้ทำใจหลงรักไว้ล่วงหน้าได้ถูก...
    #62
    0
  10. #61 vodka ka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 08:28
    ชินเจ้าปัญหามากกกกกก

    แต่สนุกค่ะ

    อย่าลืมมาอัพเร้วๆนะ
    #61
    0
  11. #60 black (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2552 / 14:23
    รีบมาอัพต่อน่า



    รออ่านอยู่



    สนุกมาก



    งงอ่ะ

    อยากรู้ครายเปงพระเอกอ่ะ



    อยากให้บรูคส์เปงมากกว่า



    ยังงัยก้อรีบมาอัพน่าคร้า
    #60
    0